สิ่งนี้ ≠ สิ่งนั้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้ความสัมพันธ์ทางสถิติที่ไร้เหตุผล งานวิจัยฮอร์โมน และการทดลองลดน้ำหนักด้วยช็อกโกแลตที่จัดฉากขึ้น เพื่อแสดงว่าความสัมพันธ์ไม่พิสูจน์เหตุและผล แต่ยังมีประโยชน์เมื่อทำการทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมไม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “Just because” / “doesn't mean”: ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งข้อ แต่ปฏิเสธข้อสรุปที่ด่วนเกินไป เพื่อแยกหลักฐานออกจากสาเหตุ 2. “a lurking variable,”: ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เรียกปัจจัยที่สามซึ่งซ่อนอยู่และสร้างความเชื่อมโยงเพียงผิวเผิน พร้อมอธิบายข้อมูลที่ชวนให้เข้าใจผิดอย่างแม่นยำ 3. “With that in mind, however,”: วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เปลี่ยนจากคำวิจารณ์ไปสู่ข้อสรุปที่มีเงื่อนไข โดยยังรักษาคำเตือนก่อนหน้าไว้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
is to how many Nicolas Cage films are released the same year?
0:03เกี่ยวข้องกับจำนวนภาพยนตร์ของ Nicolas Cage ที่เข้าฉายในปีเดียวกันมากแค่ไหน
Have you ever wondered ...? ในฐานะประโยคเปิดที่ชวนคิด
Have you ever wondered ...? เป็นการชวนผู้ฟังโดยตรงให้คิดถึงคำถามหนึ่งก่อนที่ผู้พูดจะให้คำตอบ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนการเปรียบเทียบที่เป็นนามธรรมให้เป็นสิ่งที่ผู้ชมสำรวจในใจได้ จึงสร้างการมีส่วนร่วมและนำเข้าสู่หัวข้อ โครงสร้างคือ Have you ever wondered + คำถามทางอ้อม ever หมายถึง ณ เวลาใดเวลาหนึ่งจนถึงตอนนี้ และคำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how related the numbers are ไม่ใช่ how related are the numbers
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายเพื่อทำให้ประโยคเปิดที่ชวนคิดสมบูรณ์: ____ why some leaves change color in autumn?
ดูคำตอบ
Have you ever wondered
Turns out there is a 66.6% correlation between the two. วลี
0:07ปรากฏว่าทั้งสองอย่างมีค่าสหสัมพันธ์กันถึง 66.6%
Turns out สำหรับเปิดเผยข้อเท็จจริงแบบไม่เป็นทางการ
Turns out เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดของโครงสร้างเต็ม It turns out (that) + อนุประโยค ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกค้นพบหรือเปิดเผยหลังจากมีความไม่แน่นอนอยู่ช่วงหนึ่ง และมักมีความประหลาดใจเล็กน้อย ในที่นี้ วลีดังกล่าวส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกผลของการเปรียบเทียบ เมื่ออยู่ต้นประโยค Turns out สามารถตามด้วยอนุประโยคได้โดยตรง เช่น Turns out there is ... ในการใช้นี้ turn ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายเพื่อทำให้การเปิดเผยแบบไม่เป็นทางการสมบูรณ์: ____ the keys were under the sofa all along.
ดูคำตอบ
Turns out
Or how about the fact that there's a 99.26% correlation between the divorce rate in Maine
0:11หรือจะเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าอัตราการหย่าร้างในรัฐเมนมีค่าสหสัมพันธ์ 99.26%
per capita: ค่าทางสถิติที่คำนวณต่อคน
ในประโยคนี้ per capita ขยายคำว่า consumption และหมายถึงการนำปริมาณมาการีนที่บริโภครวมมาหารด้วยจำนวนประชากร ข้อมูลนี้เป็นค่าทางสถิติต่อคน ไม่ใช่ปริมาณที่บริโภครวมทั้งหมด ตัวเลขต่อหัวเป็นค่าเฉลี่ยที่ใช้เพื่อการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนบริโภคในปริมาณนั้นจริง หรือแม้แต่ทุกคนบริโภคมาการีน
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์สถิติสองคำที่หมายถึง “ต่อคน” ลงในประโยค: The report compares income ____ across countries.
ดูคำตอบ
per capita
or a 99.79% correlation between spending on science, space, and technology,
0:18หรือรายจ่ายด้านวิทยาศาสตร์ อวกาศ และเทคโนโลยีมีค่าสหสัมพันธ์ 99.79%
and the number of suicides by hanging, strangulation, and suffocation.
0:24กับจำนวนการฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ รัดคอ และทำให้ขาดอากาศหายใจ
Just because X doesn't mean Y: การปฏิเสธข้อสรุป
โครงสร้างคู่ Just because X doesn't mean Y บอกว่า X อาจเป็นจริง แต่ X เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ Y ในประโยคนี้ ความสัมพันธ์อาจมีอยู่จริง แต่ข้อสรุปว่าตัวแปรหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกตัวแปรหนึ่งถูกปฏิเสธ อนุประโยค Just because ให้ข้อเท็จจริงตั้งต้นที่ผู้คนอาจอยากใช้เป็นหลักฐาน ส่วน doesn't mean นำเข้าสู่ข้อสรุปที่ไม่ได้ตามมาโดยอัตโนมัติ โครงสร้างนี้โต้แย้งการอนุมาน ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธว่า X เป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ที่ใช้ปฏิเสธข้อสรุปอัตโนมัติ: ____ the restaurant is crowded ____ the food is excellent.
ดูคำตอบ
Just because · doesn't mean
logical fallacy: ตรรกะวิบัติ
Logical fallacy หรือตรรกะวิบัติ คือข้อบกพร่องในการให้เหตุผลที่ใช้สนับสนุนข้อสรุป การให้เหตุผลอาจฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ข้อสรุปไม่ได้ตามมาจากหลักฐานอย่างสมเหตุสมผล ในที่นี้ ตรรกะวิบัติคือการถือว่าสหสัมพันธ์เป็นหลักฐานของความเป็นเหตุเป็นผล การเรียกการให้เหตุผลว่า logical fallacy ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าข้อสรุปเป็นเท็จ แต่แสดงว่าวิธีที่ใช้ไปถึงข้อสรุปนั้นไม่สมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำศัพท์ที่หมายถึงรูปแบบการให้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล: Treating correlation as proof of causation is a ____.
ดูคำตอบ
logical fallacy
we're drawn to: เราถูกดึงดูดให้สนใจ…
ใน we're drawn to วลี be drawn to หมายถึงรู้สึกถูกดึงดูดเข้าหาใครหรือสิ่งใดอย่างเป็นธรรมชาติหรือแทบไม่ตั้งใจ โครงสร้างคือ subject + be + drawn to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ วลีนี้อธิบายว่าทำไมพาดหัวที่ชวนตื่นเต้นจึงดึงความสนใจของเราได้ แม้การให้เหตุผลจะอ่อน วลีนี้สื่อถึงแรงดึงดูดหรือแรงดึงทางจิตใจ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ถูกวาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกดึงดูดโดยสัญชาตญาณ”: Even before I knew much about the club, I was ____ its friendly atmosphere.
ดูคำตอบ
drawn to
Unfortunately, this does not always equal that.
0:39น่าเสียดายที่สิ่งหนึ่งไม่ได้เท่ากับอีกสิ่งหนึ่งเสมอไป
cheese consumption probably isn't related to how many people die tangled in their bed sheets.
0:44แต่การบริโภคชีสคงไม่เกี่ยวกับจำนวนคนที่เสียชีวิตเพราะร่างพันติดกับผ้าปูที่นอน
Numerous studies found that menopausal women taking hormone replacement therapy had a lower than average incidence of heart disease,
0:51งานวิจัยจำนวนมากพบว่า ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ใช้ฮอร์โมนทดแทนมีอัตราการเกิดโรคหัวใจต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
leading doctors to believe that hormone replacement could protect against heart disease. ไวยากรณ์
0:57ทำให้แพทย์เชื่อว่าฮอร์โมนทดแทนอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจได้
leading doctors to believe that: khiến các bác sĩ tin rằng...
ในที่นี้ leading doctors to believe that... เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผล หมายความว่าผลการศึกษาก่อนหน้าทำให้แพทย์เกิดความเชื่อตามที่ระบุหลัง that สาเหตุที่ leading เชื่อมโยงถึงคือผลการค้นพบก่อนหน้าทั้งหมดเรื่องอุบัติการณ์โรคหัวใจที่ต่ำลง ไม่ใช่ menopausal women Lead someone to believe that อธิบายว่าข้อสรุปหนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่าข้อสรุปนั้นถูกต้องหรือได้รับการพิสูจน์ในภายหลัง โครงสร้างที่กระชับนี้ใช้บ่อยเมื่อต้องการรายงานว่าหลักฐานหรือเหตุการณ์ส่งผลต่อความคิดของผู้คนอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปบอกผลแบบ -ing ของ lead the engineers to believe: The pattern appeared in every data set, ____ that the problem was systematic.
ดูคำตอบ
leading the engineers to believe
However, when women underwent randomized controlled trials, วัฒนธรรม
1:02แต่เมื่อผู้หญิงเข้าร่วมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม
randomized controlled trials: การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม
การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (RCT) ทดสอบการแทรกแซงโดยสุ่มผู้เข้าร่วมไปยังกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งโดยทั่วไปมีกลุ่มที่ได้รับการแทรกแซงและกลุ่มเปรียบเทียบหรือกลุ่มควบคุม จากนั้นนักวิจัยจึงเปรียบเทียบผลลัพธ์ Controlled หมายถึงการเปรียบเทียบที่วางแผนไว้และการออกแบบงานวิจัยนี้ ไม่ใช่การควบคุมตัวผู้เข้าร่วม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่ามีการทดสอบการบำบัดทดแทนฮอร์โมนด้วยการทดลอง แทนที่จะอนุมานจากความสัมพันธ์ที่สังเกตพบเท่านั้น การสุ่มช่วยลดความแตกต่างเดิมที่มีอยู่ระหว่างกลุ่ม จึงทำให้การทดลองให้หลักฐานที่หนักแน่นขึ้นว่าการรักษาทำให้เกิดผลนั้นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
การศึกษาใดเรียกได้อย่างถูกต้องว่า randomized controlled trial?
- นักวิจัยถามอาสาสมัครว่าเลือกการรักษาใดไว้แล้ว จากนั้นจึงเปรียบเทียบผลลัพธ์
- นักวิจัยสรุปบทความที่ตีพิมพ์แล้วหลายบทความโดยไม่ได้จัดใครให้อยู่ในกลุ่มใด
- นักวิจัยสุ่มอาสาสมัครไปยังกลุ่มรักษาหรือกลุ่มเปรียบเทียบแล้วเปรียบเทียบผลลัพธ์
ดูคำตอบ
นักวิจัยสุ่มอาสาสมัครไปยังกลุ่มรักษาหรือกลุ่มเปรียบเทียบแล้วเปรียบเทียบผลลัพธ์
they found that hormone replacement therapy actually increased the risk of heart disease.
1:05กลับพบว่าแท้จริงแล้วฮอร์โมนทดแทนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
it was found that women who took the therapy were of a higher socioeconomic group ไวยากรณ์
1:11ก็พบว่าผู้หญิงที่รับการรักษานี้อยู่ในกลุ่มที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูงกว่า
it was found that: การรายงานข้อค้นพบแบบไม่ระบุผู้ค้นพบ
ใน “it was found that” คำว่า “it” เป็นประธานสมมติ ไม่ได้อ้างถึง “the original data” ผู้หญิง หรือคำนามอื่น เนื้อหาที่เป็นข้อค้นพบจริงอยู่ในอนุประโยค that ที่ตามมา รูปถูกกระทำ “was found” ไม่ระบุผู้วิจัยและทำให้ข้อค้นพบเป็นจุดสำคัญ โครงสร้างรายงานแบบไม่ระบุผู้กระทำนี้พบได้บ่อยเมื่อต้องการนำเสนอผลอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมรายงานด้วยโครงสร้างแบบไม่ระบุผู้กระทำจากบทเรียน: After the records were checked, ____ the new schedule reduced delays.
ดูคำตอบ
it was found that
This was the real cause behind decreased risk of heart disease.
1:18นี่ต่างหากคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจลดลง
Another case found that those who used night lights as a kid were more likely to develop myopia, ไวยากรณ์
1:21อีกกรณีหนึ่งพบว่า คนที่ใช้ไฟนอนตอนเด็กมีแนวโน้มจะสายตาสั้นมากกว่า
were more likely to develop: การเปรียบเทียบโอกาสเกิดผลลัพธ์
ใน “were more likely to develop” คำว่า “were” สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ “those” ส่วน “more likely” แสดงการเปรียบเทียบ และ “to develop” ระบุผลลัพธ์ ประโยคนี้หมายความว่ากลุ่มนี้มีโอกาสเกิดสายตาสั้นสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ “More likely” เป็นการบอกความน่าจะเป็นแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่แบบเด็ดขาด จึงไม่ได้บอกว่าโอกาสของแต่ละกลุ่มสูงเท่าใด ในที่นี้เป็นการรายงานความสัมพันธ์ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่าการใช้ไฟกลางคืนทำให้เกิดสายตาสั้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเปรียบเทียบความน่าจะเป็นจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: In the survey, teenagers who slept fewer than seven hours ____ headaches than those who slept longer.
ดูคำตอบ
were more likely to develop
but there's actually a strong link between parental myopia and the development of child myopia, วลี
1:26แต่จริง ๆ แล้วภาวะสายตาสั้นของพ่อแม่เชื่อมโยงอย่างมากกับการเกิดสายตาสั้นในลูก
a strong link between A and B: ความเชื่อมโยงอย่างมากระหว่าง A กับ B
ในประโยคนี้ a strong link between A and B หมายถึง A และ B มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ เมื่อสิ่งหนึ่งปรากฏหรือเปลี่ยนแปลง อีกสิ่งก็มักจะปรากฏหรือเปลี่ยนแปลงด้วย ในที่นี้วลีดังกล่าวเชื่อมโยงภาวะสายตาสั้นของพ่อแม่กับการเกิดภาวะสายตาสั้นในเด็ก วลีนี้บอกระดับความสัมพันธ์ที่สังเกตพบ ไม่ได้บอกสาเหตุ การใช้วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แสดงว่า A เป็นสาเหตุโดยตรงของ B
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “There is a strong link between regular exercise and better sleep.” ประโยคนี้กล่าวอ้างว่าอย่างไร
- การออกกำลังกายเป็นประจำกับการนอนหลับที่ดีขึ้นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
- ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการออกกำลังกายเป็นประจำเป็นสาเหตุโดยตรงของการนอนหลับที่ดีขึ้น
- การออกกำลังกายเป็นประจำกับการนอนหลับที่ดีขึ้นไม่มีความสัมพันธ์กันเลย
ดูคำตอบ
การออกกำลังกายเป็นประจำกับการนอนหลับที่ดีขึ้นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
so in reality, myopic parents were simply more likely to leave a light on in their child's bedroom. ไวยากรณ์
1:30ดังนั้น ความจริงคือพ่อแม่ที่สายตาสั้นมีแนวโน้มจะเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องนอนของลูกมากกว่าเท่านั้น
leave a light on: leave + กรรม + on
ใน leave a light on คำว่า leave ตามด้วยกรรม a light และส่วนเติมเต็มที่บอกสภาพ on ไฟเปิดอยู่แล้ว และมีคนปล่อยให้มันเปิดต่อไปแทนที่จะปิด โดย on อธิบายสภาพที่ไฟยังคงเปิดอยู่ leave ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “ออกจากสถานที่” โดยทั่วไป leave + กรรม + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงปล่อยให้บางสิ่งคงอยู่ในสภาพที่ส่วนเติมเต็มระบุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ leave, the kitchen light และ on: Please don't ____ when you go out; switch it off to save energy.
ดูคำตอบ
leave the kitchen light on
a lurking variable: สาเหตุร่วมที่ซ่อนอยู่
lurking variable คือปัจจัยที่สามซึ่งไม่ได้ถูกรวมไว้ในการวิเคราะห์โดยตรง แต่ส่งผลต่อตัวแปรที่สังเกตทั้งสองตัว ในประโยคนี้ C คือ lurking variable เพราะ C ทำให้เกิดทั้ง A และ B ส่วน A และ B ไม่ได้เป็น lurking variable เพียงเพราะเป็นตัวแปรที่ถูกสังเกต เมื่อ A และ B เปลี่ยนไปพร้อมกัน ผลร่วมจาก C อาจทำให้ดูเหมือนว่า A เป็นสาเหตุของ B ทั้งที่ไม่ใช่ ดังนั้นคำนี้จึงชี้ถึงสาเหตุร่วมที่ซ่อนอยู่ และเตือนว่าไม่ควรสรุปความเป็นเหตุเป็นผลจากความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
อากาศร้อนเพิ่มทั้งยอดขายไอศกรีมและอาการผิวไหม้แดด ในความสัมพันธ์ระหว่างยอดขายกับผิวไหม้แดด อากาศร้อนคืออะไร?
- the response variable
- a lurking variable
- a random sample
- the final result
ดูคำตอบ
a lurking variable
but rather: แทนที่คำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ
ในประโยคนี้ but rather ตามหลังข้อความที่ถูกปฏิเสธ A does not cause B และนำเสนอคำอธิบายแทนที่ว่า C causes them both วลีนี้ส่งสัญญาณการแก้ไข โดยผู้ฟังควรเปลี่ยนจากคำอธิบายเหตุและผลแรกไปเป็นคำอธิบายที่สอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not X, but rather Y ต่างจากการใช้ but เพื่อแสดงความขัดแย้งทั่วไป รูปแบบนี้จัดข้อมูลด้วยการปฏิเสธ X ก่อน แล้วจึงเสนอ Y เป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ but rather เพื่อปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง?
- The delay was long, but the view was pleasant.
- The signal failed because of the storm.
- The delay was not caused by traffic, but rather by a signal failure.
- Rather than wait, we walked home.
ดูคำตอบ
The delay was not caused by traffic, but rather by a signal failure.
ใช้ “It's a little like ...” เพื่อเปิดการเปรียบเทียบแบบลดความหนักแน่น
“It’s a little like ...” ใช้เปิดการเปรียบเทียบเชิงอุปมา โดยผู้พูดกำลังจะอธิบายแนวคิดหนึ่งผ่านสถานการณ์ที่คุ้นเคยกว่า ในที่นี้ ตัวอย่างไฟแช็กช่วยให้มองเห็นข้อสรุปเรื่องเหตุและผลที่ผิดได้ง่ายขึ้น “A little” ช่วยลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบ หมายความว่าสองสถานการณ์คล้ายกันเฉพาะในแง่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด และไม่ได้บอกว่าตัวอย่างมีขนาดเล็ก
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยกรอบอุปมาแบบลดความหนักแน่นจากบทเรียนให้ตรงรูปแบบ: “Why is reusing one password risky?” “____ using the same key for every lock.”
ดูคำตอบ
It's a little like
“Must” ที่แสดงการอนุมานใน “must cause”
ใน “lighters must cause cancer” คำว่า “must” แสดงการอนุมานที่หนักแน่น ผู้พูดนำเสนอข้อสรุปเหมือนว่าได้มาจากหลักฐาน ในทางไวยากรณ์ “must” ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน “cause” และไม่ได้เป็นการสั่งให้ประธานทำสิ่งใด ข้อสรุปในคำพูดอ้างอิงเป็นการให้เหตุผลที่ผิดโดยตั้งใจ การพกไฟแช็กสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุร่วมที่ซ่อนอยู่ ผู้พูดจึงใช้การอนุมานที่ไร้เหตุผลนี้เพื่อแสดงว่าความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล
แบบฝึกหัด
ใน “The machine overheats every time this switch is on, so the switch must cause the problem,” คำว่า “must cause” แสดงอะไร?
- ความเป็นไปได้ที่อ่อนและมีความมั่นใจน้อย
- ข้อสรุปที่หนักแน่นจากสิ่งที่สังเกตเห็นซ้ำ ๆ
- กฎที่สั่งให้สวิตช์ต้องทำให้เกิดปัญหา
ดูคำตอบ
ข้อสรุปที่หนักแน่นจากสิ่งที่สังเกตเห็นซ้ำ ๆ
While not realizing that smoking is the confounding variable.
1:50โดยไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่คือตัวแปรกวน
And scientists work hard in their studies to try and avoid this.
1:53นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามอย่างหนักที่จะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ในการวิจัย
But it gets worse when popular media takes advantage of these potentially coincidental correlations. โน้ต
1:56แต่เรื่องยิ่งแย่ลงเมื่อสื่อกระแสหลักฉวยประโยชน์จากสหสัมพันธ์ที่อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเหล่านี้
ใช้ it gets worse when เพื่อบอกว่าปัญหารุนแรงขึ้น
ในประโยคนี้ it สรุปปัญหาทั้งหมดที่กล่าวถึงอยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ gets worse แสดงว่าปัญหารุนแรงขึ้น และ when นำเข้าสู่เงื่อนไขใหม่ที่ทำให้สถานการณ์หนักขึ้น โครงสร้างนี้คงปัญหาที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้วไว้ในความสนใจ ก่อนเปลี่ยนไปเน้นความเสี่ยงในระดับถัดไป ในการนำเสนอ การอธิบาย หรือการเล่าเรื่อง โครงสร้างนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “สถานการณ์เริ่มแย่ลง ณ จุดนี้”
แบบฝึกหัด
เติมตัวบ่งชี้การยกระดับปัญหาสี่คำตามที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: “The first error is easy to fix, but ____ it causes other files to disappear.”
ดูคำตอบ
it gets worse when
takes advantage of: การใช้อย่างมีกลยุทธ์หรือการเอาเปรียบ
ในที่นี้ takes advantage of หมายถึง “จงใจใช้บางสิ่งเพื่อจุดประสงค์ของตนเอง” ไม่ใช่เพียง “ได้รับประโยชน์จากบางสิ่ง” สื่อใช้ความสัมพันธ์ที่อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญอย่างตั้งใจเพื่อสนับสนุนข้ออ้างที่น่าสนใจ เนื่องจากเนื้อหารอบ ๆ วิจารณ์การใช้นั้น วลีนี้จึงสื่อถึงการฉวยโอกาสมากกว่าการใช้อย่างเป็นกลาง กรรมคือ correlations แต่การตัดสินในเชิงลบมาจากวิธีที่สื่อนำความสัมพันธ์เหล่านั้นไปใช้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The seller took advantage of the customer's confusion,” คำว่า took advantage of หมายถึงอะไร
- ผู้ขายจงใจใช้ความสับสนนั้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
- ผู้ขายช่วยให้ลูกค้าเข้าใจโดยไม่ได้หวังผลประโยชน์
- ผู้ขายสังเกตเห็นความสับสนแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน
ดูคำตอบ
ผู้ขายจงใจใช้ความสับสนนั้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
And one study about the chocolate weight loss connection
2:01และงานวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างช็อกโกแลตกับการลดน้ำหนัก
was actually designed as a way to expose how science reporting can be sensationalized. การใช้คำ
2:03ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดโปงว่าการรายงานข่าววิทยาศาสตร์อาจถูกทำให้หวือหวาได้อย่างไร
sensationalized ในการรายงานข่าววิทยาศาสตร์
ในที่นี้ sensationalized หมายถึงการนำเสนอเรื่องหนึ่งแบบเกินจริง เร้าอารมณ์ หรือทำให้ง่ายเกินไปเพื่อดึงดูดความสนใจ รูปถูกกระทำ can be sensationalized เน้นว่าสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นกับการรายงานข่าววิทยาศาสตร์ได้ คำนี้ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่างานวิจัยหรือข้อเท็จจริงทุกอย่างเป็นเท็จ ข่าวอาจเริ่มจากข้อมูลจริง แต่ทำให้ข้อมูลนั้นดูแน่นอน น่าตกใจ หรือสำคัญกว่าความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง sensationalized บอกอะไรเกี่ยวกับการรายงานข่าววิทยาศาสตร์
- ถูกนำเสนอแบบเกินจริงและดึงดูดความสนใจ
- ถูกรายงานอย่างสงบและละเอียด
- ถูกแต่งขึ้นมาทั้งหมดโดยไม่มีมูล
ดูคำตอบ
ถูกนำเสนอแบบเกินจริงและดึงดูดความสนใจ
A science writer with a PhD in microbiology ran a real clinical trial วลี
2:08นักเขียนด้านวิทยาศาสตร์ผู้จบปริญญาเอกด้านจุลชีววิทยาได้ทำการทดลองทางคลินิกจริง
ran a real clinical trial: ดำเนินการทดลองทางคลินิกจริง
ใน ran a real clinical trial คำว่า ran หมายถึงจัดการและดำเนินการ ไม่ได้หมายถึงวิ่งอย่างรวดเร็ว Run a trial เป็นการจับคู่คำกริยากับคำนามที่พบบ่อยในการวิจัยทางการแพทย์ Real บอกว่าการทดลองนั้นถูกดำเนินการจริง ไม่ใช่เพียงจินตนาการหรือบรรยายไว้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าการทดลองได้รับการออกแบบอย่างดีหรือข้อสรุปเชื่อถือได้
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนตามเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The study was not just a plan; the researchers actually ____ with volunteers.
ดูคำตอบ
ran a real clinical trial
were assigned to three groups: การจัดกลุ่มด้วยรูปถูกกระทำ
ใน were assigned to three groups คำว่า were assigned เป็นรูปถูกกระทำของ simple past โดยนักวิจัยเป็นผู้จัดกลุ่ม ส่วนผู้เข้าร่วมเป็นฝ่ายที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม คำว่า to three groups ระบุจุดหมายหรือหมวดหมู่ทั้งสาม โครงสร้าง be assigned to + group/team/class/place หมายถึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ทีม ชั้นเรียน หรือสถานที่ใดอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ใช้บอกการแบ่งกลุ่มในการทดลอง และเครื่องหมายทวิภาคบอกว่าจะมีการแจกแจงทั้งสามกลุ่มต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบถูกกระทำของ assign และวลี to three groups: In the study, the volunteers ____ at random: placebo, low dose, or high dose.
ดูคำตอบ
were assigned to three groups
a low carb diet plus a 1.5 oz chocolate bar,
2:15กลุ่มที่กินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำพร้อมช็อกโกแลตแท่งขนาด 1.5 ออนซ์
the chocolate group did lose the most weight, ไวยากรณ์
2:22กลุ่มที่กินช็อกโกแลตลดน้ำหนักได้มากที่สุดจริง ๆ
did lose: did แบบเน้นในประโยคบอกเล่าอดีต
ใน did lose คำว่า did คือ do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่าอดีต โดยแสดงว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นจริง หรือสวนทางกับความสงสัยหรือความคาดหมาย เหตุการณ์พื้นฐานเหมือนกับ the chocolate group lost the most weight แต่มีน้ำหนักในการยืนยันมากกว่า เนื่องจาก did แสดงอดีตกาลอยู่แล้ว lose จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน ประโยคย่อยนี้ยังสามารถใช้ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนที่ผู้พูดจะเสนอคำวิจารณ์หรือข้อขัดแย้งได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยืนยันได้ชัดเจนที่สุดว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นจริง แม้ก่อนหน้านี้จะมีข้อสงสัย?
- The new plan did save us time.
- The new plan didn't save us time.
- The new plan saved us time.
ดูคำตอบ
The new plan did save us time.
but the journalists consciously used terrible science.
2:24แต่นักข่าวจงใจใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่แย่มาก
He used 15 participants and measured 18 different measurements including weight loss,
2:27เขาใช้ผู้เข้าร่วมเพียง 15 คน และวัดค่าต่าง ๆ 18 อย่าง รวมถึงน้ำหนักที่ลดลง
cholesterol, sleep quality, blood pressure, well-being, etc.
2:31คอเลสเตอรอล คุณภาพการนอนหลับ ความดันโลหิต สุขภาวะ และอื่น ๆ
And when you use a small group of people and measure a large number of things,
2:35เมื่อใช้คนกลุ่มเล็ก ๆ แล้ววัดข้อมูลเป็นจำนวนมาก
you're pretty much guaranteed to get a statistically significant result, การใช้คำ
2:39ก็แทบรับประกันได้เลยว่าจะได้ผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติ
pretty much ในฐานะสำนวนบอกความใกล้เคียงแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ pretty much ขยาย guaranteed และหมายถึง “เกือบจะ” หรือ “โดยพื้นฐานแล้ว” สำนวนนี้บอกว่าผลลัพธ์มีโอกาสเกิดขึ้นสูงมากจนเกือบรับประกันได้ แต่ยังเหลือช่องว่างเล็กน้อยสำหรับข้อยกเว้น pretty ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สวย” Pretty much เป็นสำนวนบอกความใกล้เคียงในภาษาสนทนา โดยช่วยลดความเด็ดขาดตามตัวอักษรของ guaranteed แต่ไม่ได้ทำให้การสรุปอย่างหนักแน่นของผู้พูดอ่อนลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “เกือบจะ”: After the update, the app is ____ unusable on my old phone.
ดูคำตอบ
pretty much
ความหมายของ statistically significant result
statistically significant result คือผลลัพธ์ที่ค่าสถิติทดสอบข้ามเกณฑ์ที่เลือกไว้สำหรับการทดสอบทางสถิติ กล่าวอย่างง่ายคือ ตามการทดสอบและเกณฑ์นั้น รูปแบบที่สังเกตพบจะถือว่าผิดปกติภายใต้สมมติฐานว่า “ไม่มีผลจริง” ในประโยคนี้ การตรวจวัดหลายรายการเพิ่มโอกาสที่อย่างน้อยหนึ่งรายการจะข้ามเกณฑ์เพียงเพราะความแปรผันแบบสุ่ม นัยสำคัญทางสถิติเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าผลมีขนาดใหญ่ สำคัญ น่าเชื่อถือ ทำซ้ำได้ หรือเกิดจากปัจจัยที่กำลังศึกษา
แบบฝึกหัด
งานวิจัยหนึ่งรายงาน statistically significant result จากข้อความนี้เพียงอย่างเดียว เราสรุปอะไรได้อย่างปลอดภัย?
- งานวิจัยพิสูจน์ว่าปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดอีกปัจจัยหนึ่ง
- ผลลัพธ์ผ่านเกณฑ์นัยสำคัญทางสถิติของงานวิจัย
- ผลการค้นพบนี้จะปรากฏอีกอย่างแน่นอนในงานวิจัยทุกชิ้นในอนาคต
- ผลมีขนาดใหญ่และสำคัญในโลกจริง
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ผ่านเกณฑ์นัยสำคัญทางสถิติของงานวิจัย
which Veritasium has an amazing video on here if you want to check out.
2:43ซึ่ง Veritasium มีวิดีโอที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้คุณกดดูได้ตรงนี้
The result could have easily been something different, ไวยากรณ์
2:46ผลลัพธ์อาจออกมาเป็นอย่างอื่นได้ง่าย ๆ
could have easily been: ทางเลือกอีกแบบในอดีตที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย
Could have been ใช้โครงสร้าง could + have + คำกริยาช่องที่ 3 เพื่อมองย้อนกลับไปยังสภาพหรือผลลัพธ์ในอดีตที่มีโอกาสเกิดขึ้น แต่ในบริบทนี้ไม่ได้กลายเป็นผลลัพธ์จริง Been คือคำกริยาช่องที่ 3 ของ be Easily ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์จริงเกิดขึ้นอย่างไร แต่เน้นทางเลือกอีกแบบว่า เพียงสถานการณ์เปลี่ยนไปเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างออกไปได้ โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับการประเมินความไม่แน่นอนหลังเหตุการณ์จบลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า เมื่อมองย้อนกลับไป ผลลัพธ์ที่แย่กว่านี้มากมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง แม้จะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
- The result could easily be much worse next year.
- The result would be much worse if nothing changes.
- The result could have easily been much worse.
ดูคำตอบ
The result could have easily been much worse.
such as chocolate correlates to lower blood pressure.
2:48เช่น ช็อกโกแลตมีสหสัมพันธ์กับความดันโลหิตที่ต่ำลง
If the study had been peer-reviewed by other researchers, โน้ต
2:51หากงานวิจัยนี้ได้รับการตรวจสอบโดยนักวิจัยคนอื่น
Peer-reviewed: การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนตีพิมพ์
Peer-reviewed หมายถึงบทความวิจัยที่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกัน โดยปกติจะทำก่อนที่วารสารจะยอมรับหรือตีพิมพ์บทความนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจดูวิธีการ หลักฐาน และเหตุผล และอาจขอให้แก้ไขงาน ในประโยคนี้ คำนี้สำคัญเพราะผู้พูดคิดว่านักวิจัยคนอื่นน่าจะพบปัญหาของงานวิจัยได้ การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญช่วยค้นหาจุดอ่อนได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่างานวิจัยนั้นถูกต้องแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมคำที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึงการประเมินอย่างเป็นทางการโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกัน: The journal accepts only ____ studies.
ดูคำตอบ
peer-reviewed
If ... had been ..., it would have been ...: ประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม
นี่คือประโยคเงื่อนไขแบบที่สามที่กล่าวถึงอดีตซึ่งจบลงแล้ว If the study had been peer-reviewed ใช้ past perfect ในรูปถูกกระทำเพื่อระบุเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วน it would have been called out ใช้ would have + คำกริยาช่องที่ 3 ในรูปถูกกระทำเพื่อบอกผลลัพธ์ในอดีตที่จินตนาการขึ้น ดังนั้นประโยคนี้จึงสื่อข้อเท็จจริงสองอย่าง คือ งานวิจัยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบโดยนักวิจัยคนอื่น และปัญหาก็ไม่ได้ถูกชี้ให้เห็นผ่านกระบวนการนั้น รูปประโยคนี้ใช้วิเคราะห์ย้อนกลับว่าเงื่อนไขในอดีตที่ต่างออกไปอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ในอดีตได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
การตรวจสอบไม่ได้เกิดขึ้น และข้อบกพร่องยังคงถูกซ่อนไว้ จงเติมประโยคสมมุติที่ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงในอดีต: If the machine ____ inspected before shipment, the fault ____ discovered.
ดูคำตอบ
had been · would have been
Called out: เปิดเผยปัญหาต่อสาธารณะ
ในที่นี้ called out หมายถึงการชี้ให้เห็นและวิจารณ์อย่างเปิดเผยว่าคนหรือสิ่งใดผิดหรือมีปัญหา กรรมของคำนี้อาจเป็นคน การกระทำ คำกล่าวอ้าง หรือปัญหา ประโยคนี้ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be called out หมายความว่าปัญหานั้นคงถูกคนอื่นเปิดเผยออกมาแล้ว ความหมายนี้แรงกว่าการสังเกตเห็นหรือพูดถึงบางสิ่งเฉย ๆ
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ชี้ให้เห็นและวิจารณ์อย่างเปิดเผย”: The reporter ____ the company for hiding the safety results.
ดูคำตอบ
called out
So instead, he submitted it to a journal for a fee of 600 Euros, วลี
2:55เขาจึงเลือกส่งงานไปยังวารสารแห่งหนึ่งโดยจ่ายค่าธรรมเนียม 600 ยูโร
submit something to a journal: ส่งบางสิ่งให้วารสาร
ใน submit something to a journal คำว่า submit เป็นคำกริยาที่แสดงการกระทำอย่างเป็นทางการ หมายถึง “ส่งหรือยื่นบางสิ่งเพื่อให้พิจารณาอย่างเป็นทางการ” สิ่งที่ส่งจะอยู่หลัง submit และองค์กรผู้รับจะอยู่หลัง to: submit + manuscript/article + to + journal ในที่นี้ it หมายถึงงานวิจัยนั้น การส่งผลงานเป็นเพียงการเริ่มกระบวนการตรวจพิจารณาหรือตีพิมพ์ของวารสาร ไม่ได้หมายความว่าวารสารยอมรับหรือตีพิมพ์ผลงานแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ submit และคำบุพบทที่จำเป็น: Yesterday, Dr. Lee ____ her article ____ a medical journal for review.
ดูคำตอบ
submitted · to
making up a fake institution name, the Institute of Diet and Health. กริยาวลี
2:59พร้อมแต่งชื่อสถาบันปลอมขึ้นมาว่า Institute of Diet and Health
make up a name: แต่งชื่อขึ้นมา
ใน making up a fake institution name คำว่า make up หมายถึง “แต่งสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา” ส่วน making เป็นรูป -ing ที่ใช้ในวลีที่เติมเข้ามา และแสดงว่าการแต่งชื่อเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์เดียวกับการกระทำหลัก กรรม a fake institution name ทำให้ make up มีความหมายนี้ เมื่อใช้กับกรรมอย่าง a name, story, excuse หรือ detail คำว่า make up มักหมายถึงการสร้างข้อมูลขึ้นมา ไม่ใช่การค้นพบหรือรายงานสิ่งที่เป็นความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ make up: When Leo told us he had met an alien, we knew he was ____ the story.
ดูคำตอบ
making up
He then sent out a press release to dozens of media publications, โน้ต
3:03จากนั้นเขาส่งข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังสื่อหลายสิบแห่ง
Sent out: แจกจ่ายสิ่งหนึ่งให้ผู้รับหลายคน
ในประโยคนี้ sent out หมายถึงการแจกจ่ายข่าวประชาสัมพันธ์ให้ผู้รับจำนวนมาก คำว่า out เพิ่มแนวคิดว่ามีการส่งออกไปในวงกว้างให้กับ send ไม่ได้หมายความว่าผู้ส่งเดินออกไปข้างนอก รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ send out + เอกสารหรือสัญญาณ โดยเฉพาะเมื่อส่งสิ่งเดียวกันให้กลุ่มคนหรือผู้รับในวงกว้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาสองคำที่หมายถึง “แจกจ่ายให้ผู้รับจำนวนมาก”: The library ____ a reminder to all members yesterday.
ดูคำตอบ
sent out
Press release: แถลงการณ์อย่างเป็นทางการสำหรับสื่อข่าว
Press release คือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่องค์กรหรือบุคคลสาธารณะจัดทำและมอบให้สื่อข่าวเพื่อประกาศข้อมูลและกระตุ้นให้เกิดการรายงานข่าว ในที่นี้ press หมายถึงสื่อข่าว ไม่ใช่การกดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ข่าวประชาสัมพันธ์นำเสนอเหตุการณ์จากมุมมองของฝ่ายที่ออกเอกสาร นักข่าวอาจใช้เป็นแหล่งข้อมูลได้ แต่ไม่เหมือนรายงานข่าวที่มีการค้นคว้าอย่างอิสระ และตัวเอกสารเองไม่ได้ยืนยันว่าข้อกล่าวอ้างได้รับการตรวจสอบแล้ว
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ press release มากที่สุด?
- ข้อความส่วนตัวที่ส่งให้พนักงานเท่านั้น
- บทความที่นักข่าวเขียนจากการสืบค้นอย่างอิสระ
- แถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่องค์กรให้แก่สื่อเพื่ออาจนำไปเสนอข่าว
ดูคำตอบ
แถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่องค์กรให้แก่สื่อเพื่ออาจนำไปเสนอข่าว
and very quickly getting slim by chocolate was front page news. วลี
3:06แล้วไม่นาน “ผอมได้ด้วยช็อกโกแลต” ก็กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง
front page news: ข่าวหน้าหนึ่ง
ในประโยคนี้ front page news หมายถึงข่าวที่ถูกนำเสนออย่างโดดเด่นมาก เพราะสำคัญหรือน่าสนใจมากพอที่จะขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ สำนวนนี้ใช้เชิงเปรียบเทียบได้ด้วย โดยหมายถึงเรื่องที่กลายเป็นจุดสนใจสำคัญของสาธารณชนและสื่อ สำนวนนี้บอกระดับความโดดเด่นของการรายงาน ไม่ได้บอกว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงหรือสำคัญอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสามคำที่หมายถึงข่าวซึ่งสำคัญพอที่จะขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์: By morning, the court ruling was ____ across the country.
ดูคำตอบ
front page news
With that in mind, however: การเปลี่ยนประเด็นโดยคงคำเตือนเดิม
With that in mind เชื่อมย้อนกลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า โดยผู้พูดขอให้ผู้ฟังยังคงคำนึงถึงคำเตือนหรือข้อเท็จจริงเดิมขณะตีความสิ่งที่จะกล่าวต่อไป จากนั้น however แสดงการหันไปสู่ข้อจำกัดในทิศทางตรงข้าม กล่าวคือไม่ควรปฏิเสธสหสัมพันธ์ไปทั้งหมด เมื่อใช้ร่วมกัน คำเชื่อมทั้งสองช่วยสร้างสมดุลในการให้เหตุผล—คำเตือนก่อนหน้ายังมีผลอยู่ แต่ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนข้อสรุปแบบสุดโต่ง
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดคงคำเตือนในประโยคแรกไว้ได้ดีที่สุด พร้อมกับนำเสนอข้อจำกัดในทิศทางตรงข้าม? Some online reviews are fabricated. _____ we should not reject every review.
- With that in mind, however,
- In other words,
- For that reason,
ดูคำตอบ
With that in mind, however,
dismiss correlation entirely: ไม่ตัดสหสัมพันธ์ทิ้งทั้งหมด
Dismiss something entirely หมายถึงปฏิเสธบางสิ่งโดยสิ้นเชิง เพราะมองว่าสิ่งนั้นไม่มีประโยชน์หรือไม่มีเหตุผลให้พิจารณาอีก ในประโยคนี้ สิ่งที่ไม่ควรถูกตัดออกจากการอภิปรายทันทีคือ correlation หรือความสัมพันธ์เชิงสหสัมพันธ์ ส่วน entirely กำหนดขอบเขตของการปฏิเสธว่าเป็นการปฏิเสธทั้งหมด ประโยคนี้ไม่ได้อ้างว่าสหสัมพันธ์พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล แต่แสดงจุดยืนตรงกลางอย่างระมัดระวังว่า สหสัมพันธ์อาจเป็นหลักฐานที่มีข้อจำกัด แต่ก็ยังอาจสำคัญและไม่ควรถูกมองว่าไร้ค่า
แบบฝึกหัด
ใน “We can't dismiss correlation entirely” ผู้พูดกำลังแสดงจุดยืนใด
- สหสัมพันธ์ทุกอย่างไร้ค่าและควรถูกละเลย
- สหสัมพันธ์พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง
- สหสัมพันธ์ไม่ใช่หลักฐานที่สรุปได้เด็ดขาด แต่ก็ยังควรนำมาพิจารณา
ดูคำตอบ
สหสัมพันธ์ไม่ใช่หลักฐานที่สรุปได้เด็ดขาด แต่ก็ยังควรนำมาพิจารณา
Correlative evidence is an essential part of science.
3:14หลักฐานเชิงสหสัมพันธ์เป็นส่วนสำคัญของวิทยาศาสตร์
Double-blind studies are not always possible or ethical to run, วัฒนธรรม
3:17การศึกษาแบบปกปิดสองทางไม่ได้ทำได้เสมอไป และบางครั้งก็ผิดจริยธรรม
Double-blind studies: การศึกษาแบบปกปิดสองฝ่าย
การศึกษาแบบปกปิดสองฝ่ายคือรูปแบบการวิจัยที่ในช่วงปกปิดข้อมูล ผู้เข้าร่วมและกลุ่มที่เกี่ยวข้องอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผู้ให้การแทรกแซงหรือผู้ประเมินผล ไม่รู้ว่าใครอยู่ในกลุ่มการศึกษาใด จุดประสงค์คือเพื่อลดอิทธิพลของความคาดหวังและพฤติกรรมของผู้สังเกตที่อาจมีต่อผลลัพธ์ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงมาตรการคุ้มกันที่เข้มงวดในการทดลอง ส่วนข้อความที่เหลือบอกว่าบางครั้งการใช้วิธีนี้อาจทำไม่ได้จริงหรือไม่เหมาะสมทางจริยธรรม ไม่ได้หมายความว่ามีใครมองไม่เห็นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับการศึกษาแบบปกปิดสองฝ่ายมากที่สุด
- ไม่มีใครบันทึกตัวตนของผู้เข้าร่วม แต่ทุกฝ่ายรู้ข้อมูลการแบ่งกลุ่ม
- มีเพียงฝ่ายที่เกี่ยวข้องฝ่ายเดียวที่ไม่รู้ข้อมูลการแบ่งกลุ่ม
- ในช่วงปกปิดข้อมูล ผู้เข้าร่วมและทีมวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประเมิน ไม่รู้ข้อมูลการแบ่งกลุ่ม
ดูคำตอบ
ในช่วงปกปิดข้อมูล ผู้เข้าร่วมและทีมวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประเมิน ไม่รู้ข้อมูลการแบ่งกลุ่ม
often leaving correlation as the best evidence available.
3:20ทำให้สหสัมพันธ์มักเป็นหลักฐานที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่
When every possible causative relationship is systematically explored,
3:23เมื่อมีการสำรวจความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมดอย่างเป็นระบบ
can be used as a powerful tool: ระบุบทบาทที่มีประสิทธิภาพมาก
ในประโยคนี้ can be used as a powerful tool หมายความว่าสหสัมพันธ์มีศักยภาพที่จะทำหน้าที่เป็นวิธีวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพมาก อนุประโยค when ที่อยู่ข้างหน้ากำหนดเงื่อนไขสำคัญว่า คุณค่านี้ขึ้นอยู่กับการสำรวจความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่เป็นไปได้อย่างเป็นระบบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X can be used as a powerful tool for + คำนามหรือรูป -ing คำว่า powerful ในที่นี้สื่อถึงประสิทธิผลในการใช้งาน ไม่ใช่พลังทางกายภาพ และวลีนี้ประเมินประโยชน์ของ X ไม่ได้อ้างว่า X พิสูจน์ข้อสรุปได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ประเมินว่าวิธีนี้มีประโยชน์มาก: After its accuracy has been checked, the model ____ for spotting unusual transactions.
ดูคำตอบ
can be used as a powerful tool
Big thanks to Tyler Vigen for providing his charts on these interesting correlations.
3:32ขอขอบคุณ Tyler Vigen เป็นอย่างยิ่งที่มอบแผนภูมิเกี่ยวกับสหสัมพันธ์ที่น่าสนใจเหล่านี้ให้เรา
You can check out his website or his book Spurious Correlations for more peculiar examples.
3:36คุณเข้าไปดูตัวอย่างแปลก ๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเขาหรือในหนังสือ Spurious Correlations
And subscribe for more weekly science videos every Thursday.
3:41และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์ในวันพฤหัสบดี