ทำไมถึงไม่มีวิธีออกเสียงดาวยูเรนัส (ในภาษาอังกฤษ) ให้ฟังดูดีได้เลย: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
คำแนะนำ: วิดีโอเล่าการแข่งขันของชื่อ Georgium Sidus, Herschel, Neptune และ Uranus หลังค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ด และอธิบายว่าทำไมเสียง Uranus ในภาษาอังกฤษยังทำให้ผู้เล่าลำบากใจ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ใช้ sounds an awful lot like เพื่อเน้นว่าเสียงคล้ายกันมาก และเข้าใจมุกพ้องเสียงเกี่ยวกับร่างกายที่สร้างความขบขัน 2. เข้าใจ on the table ว่าคือ “ตัวเลือกที่กำลังพิจารณา” ดังนั้น was never on the table จึงปฏิเสธว่า George เคยเป็นข้อเสนอจริง ไม่ได้พูดถึงโต๊ะ 3. ใช้ I wish that Herschel had just been more direct กับ wish + past perfect เพื่อเสียดายการเลือกในอดีตที่แก้ไม่ได้ ไม่ใช่ความปรารถนาในปัจจุบัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
you may have noticed that I said aloud the names of every planet except one,
0:03คุณอาจสังเกตเห็นว่าผมพูดชื่อดาวเคราะห์ทุกดวงออกมาดังๆ ยกเว้นดวงหนึ่ง
no accident, but rather the result of: ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วแทนด้วยอีกคำอธิบาย
วลีนี้เริ่มจากปฏิเสธ accident ว่าเป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง No accident หมายความว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ และมักสื่อว่ามีคนวางแผนหรือทำให้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ But rather นำเสนอคำอธิบายที่จะมาแทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ ซึ่งก็คือ the result of careful script editing โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ not/no X, but rather Y โดยกล่าวถึงคำอธิบาย X ที่ดูน่าเชื่อแต่ไม่ถูกต้อง ปฏิเสธ X แล้วจึงให้คำอธิบาย Y ที่แม่นยำกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดปฏิเสธ random ว่าเป็นคำอธิบายและแทนที่ด้วยสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง
- The error was rather not random, but the result of a faulty setting.
- The error was not random, rather than the result of a faulty setting.
- The error was not random, but rather the result of a faulty setting.
ดูคำตอบ
The error was not random, but rather the result of a faulty setting.
I learned that the name of the seventh planet is pronounced yoo-Rain-us.
0:11ผมเรียนมาว่าชื่อของดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ดอ่านออกเสียงว่า yoo-Rain-us
sounds an awful lot like: ความคล้ายกันอย่างมากของเสียง
Sounds an awful lot like หมายถึง “ฟังดูคล้ายกันมาก” โดย an awful lot ช่วยเน้นระดับความคล้าย ส่วน awful ในที่นี้ไม่ได้สื่อว่าบางสิ่งแย่หรือไม่น่าพอใจ ในประโยคนี้ like เปรียบเทียบว่าอ expressions ทั้งสองฟังดูอย่างไร ไม่ได้เปรียบเทียบความหมาย โครงสร้าง sound(s) an awful lot like + คำนาม ใช้เน้นความคล้ายกันอย่างมากของการออกเสียง เสียงคน เสียงต่าง ๆ หรือถ้อยคำได้
แบบฝึกหัด
“That ringtone sounds an awful lot like our doorbell” หมายความว่าอย่างไร
- มีความหมายเหมือนกับคำว่า doorbell
- เสียงนั้นไม่น่าพอใจและดังมาก
- เสียงนั้นคล้ายกับเสียงกริ่งประตูมาก
ดูคำตอบ
เสียงนั้นคล้ายกับเสียงกริ่งประตูมาก
ended up saying: end up + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย
end up + -ing หมายถึงการกระทำหนึ่งกลายเป็นผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากผ่านกระบวนการบางอย่าง โดยผลนั้นมักไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ตั้งแต่แรก ในที่นี้ ended up saying หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุดคือการออกเสียงชื่อนั้นในแบบดังกล่าว หลัง end up ต้องใช้รูป -ing เช่น end up doing, ended up saying, might end up choosing ส่วน up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ end up และรูป -ing ของ walk: After we missed the last train, we ____ home.
ดูคำตอบ
ended up walking
and try to teach scientific facts about the planet.
0:24และพยายามสอนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้
the alternative pronunciation of the name which goes YUR-in-us.
0:37นั่นคือการออกเสียงอีกแบบหนึ่งของชื่อซึ่งอ่านว่า YUR-in-us
And most scientists in public roles do use this pronunciation. ไวยากรณ์
0:40และนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ที่มีบทบาทต่อสาธารณะก็ใช้การออกเสียงแบบนี้
do use: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ในประโยคบอกเล่า การวาง do ไว้หน้ากริยารูปพื้นฐานจะเพิ่มน้ำหนักให้ข้อความ โดย do use หมายถึง “ใช้จริง ๆ” หรือ “ที่จริงแล้วใช้” หากตัด do ออกเป็น Most scientists in public roles use this pronunciation ประโยคยังถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่จะไม่มีการเน้นย้ำ การเน้นในที่นี้ยังทำหน้าที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนโต้แย้ง กล่าวคือผู้พูดยอมรับข้อเท็จจริงนี้อย่างชัดเจน ก่อนจะกลับไปสู่ความเห็นส่วนตัวที่แตกต่างกัน ใช้ do หรือ does ในปัจจุบัน และ did ในอดีต แล้วตามด้วยกริยาหลักรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ do เพื่อเน้นและกริยา know: I understand why you doubt Maya, but she ____ the answer.
ดูคำตอบ
does know
and it just draws more attention to the unfortunate name. วลี
0:54และมันยิ่งดึงความสนใจไปที่ชื่ออันโชคร้ายนั้นมากขึ้นไปอีก
draws more attention to: ทำให้คนสนใจมากขึ้น
Draw attention to เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทำให้ใครบางคนสังเกตเห็นหรือนึกถึงบางสิ่ง” ในประโยคนี้ it ทำให้ผู้ฟังสังเกตเห็นชื่อที่น่าเสียดายนั้น โดย draw ไม่ได้หมายถึง “วาดรูป” More แสดงการเปรียบเทียบว่า วิธีที่ตั้งใจจะแก้ปัญหากลับเพิ่มความสนใจแทนที่จะลดลง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + draw(s) + (more) attention to + คำนาม
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่หมายถึง “ทำให้คนสังเกตมากขึ้น” และเติมประโยคได้ถูกต้อง: “Adding a bright red border ___ the safety warning.”
- pays more attention to
- draws more attention to
- takes attention away from
ดูคำตอบ
draws more attention to
The tragedy is it didn't have to be this way. ไวยากรณ์
0:57ความน่าเศร้าคือมันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้เลย
didn't have to be this way: ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้
Didn't have to be this way หมายความว่า ผลที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้จำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ผู้พูดจะกำลังมองย้อนกลับไปหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว แต่ผลลัพธ์อื่นที่ดีกว่านั้นเคยเป็นไปได้ ในโครงสร้างนี้ didn't have to ไม่ได้หมายถึง “ถูกห้าม” เมื่อใช้กับ be this way จะเป็นการประเมินว่าสถานการณ์ทั้งหมดสามารถหลีกเลี่ยงได้ และมักใช้เกริ่นนำคำอธิบายว่าอะไรอาจเกิดขึ้นแตกต่างออกไป
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่บอกว่าผลลัพธ์ที่ไม่ดีนั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้: “We missed the deadline, but with better planning, ___”
- it didn't have to be this way.
- it wasn't allowed to happen this way.
- it couldn't have been any other way.
ดูคำตอบ
it didn't have to be this way.
The seventh planet from the sun is unique because it's the first planet we discovered.
1:00ดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ดจากดวงอาทิตย์นั้นมีเอกลักษณ์ เพราะเป็นดาวเคราะห์ดวงแรกที่เราค้นพบ
the six closest planets were big enough or bright enough to see with just our limited simian eyes. ไวยากรณ์
1:04ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ที่สุดหกดวงนั้นใหญ่พอหรือสว่างพอที่จะมองเห็นได้ด้วยดวงตาแบบไพรเมตอันจำกัดของเรา
โครงสร้าง adjective + enough + to do ใน “big enough or bright enough to see”
ในโครงสร้าง adjective + enough + to + คำกริยา คำว่า enough จะอยู่หลังคำคุณศัพท์และหมายถึง “ถึงระดับที่จำเป็น” ในที่นี้ big enough or bright enough to see หมายความว่าขนาดหรือความสว่างอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในระดับที่ทำให้คนมองเห็นดาวเคราะห์เหล่านั้นได้ แม้ว่าดาวเคราะห์จะเป็นสิ่งที่ถูกมองเห็น แต่ภาษาอังกฤษใช้รูป infinitive แบบ active คือ to see ได้อย่างเป็นธรรมชาติในที่นี้ อย่าเปลี่ยนลำดับเป็น enough big หรือ enough bright
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้าง adjective + enough + to ให้สมบูรณ์: The sign is clear ____ to read from here.
ดูคำตอบ
enough
But the next planet was too dim to see until our telescope technology got good enough ไวยากรณ์
1:09แต่ดาวเคราะห์ดวงถัดไปมืดเกินกว่าจะมองเห็น จนกระทั่งเทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์ของเราดีพอ
โครงสร้าง too + adjective + to do ใน “too dim to see”
ในโครงสร้าง too + adjective + to + คำกริยา too หมายถึงระดับที่เกินกว่าจะยอมรับหรือทำได้ จึงทำให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ too dim to see หมายความว่าดาวเคราะห์มืดมากจนคนมองไม่เห็น too ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ด้วย” ส่วนอนุประโยคที่ตามหลัง until แสดงว่าเทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์ที่ดีขึ้นช่วยแก้ข้อจำกัดนี้ได้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้าง too + adjective + to ให้สมบูรณ์: The water is ____ hot to touch safely.
ดูคำตอบ
too
for British astronomer William Herschel to spot it in 1781.
1:13ที่วิลเลียม เฮอร์เชล นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษจะสังเกตเห็นมันได้ในปี 1781
Understandably, though, he didn't think he discovered a new planet
1:17เป็นที่เข้าใจได้ว่าเขาไม่ได้คิดว่าตนเองค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่
since from the rise of modern humans 50,000 years earlier until that Tuesday,
1:19เพราะตั้งแต่กำเนิดมนุษย์ยุคใหม่เมื่อ 50,000 ปีก่อน จนกระทั่งถึงวันอังคารนั้น
No one ever had: การละคำใน past perfect
ใน no one ever had คำว่า had ใช้แทน had discovered a new planet คำที่ซ้ำกันถูกละไว้เพราะอนุประโยคก่อนหน้าทำให้เข้าใจเนื้อหานั้นได้ชัดเจน ดังนั้นตอนท้ายจึงสมบูรณ์และไม่ใช่เพียงเศษประโยค had ในที่นี้เป็น past perfect โดยมองย้อนกลับไปจากวันอังคารนั้นและบอกว่า ก่อนถึงเวลานั้นไม่เคยมีใครค้นพบสิ่งเช่นนี้มาก่อน ever ช่วยเน้นความหมายปฏิเสธทั้งหมดที่เกิดจาก no one และไม่ได้ทำให้โครงสร้างนี้กลายเป็น present perfect
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยกริยาช่วย past perfect ที่ใช้แทน had finished the puzzle: “By noon, Lina had finished the puzzle, but no one else ____.”
ดูคำตอบ
had
Discover it he did ... choose a name he must: การย้ายวลีกริยามาด้านหน้า
ใน discover it he did และ choose a name he must วลีกริยาหลักแต่ละชุดถูกย้ายมาไว้ด้านหน้า จากนั้นจึงตามด้วยประธานและกริยาช่วยหรือ modal verb: discover it + he + did; choose a name + he + must ลำดับคำที่โดดเด่นนี้เน้นการกระทำอย่างมีความเป็นละครและคล้ายการเล่าเรื่อง หากใช้ลำดับคำแบบเป็นกลาง ความคิดเดียวกันคือ He did discover it และ He must choose a name รูปแบบที่เหมือนกันยังสร้างจังหวะคู่ขนานที่ดูขี้เล่นด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบการย้ายวลีกริยามาด้านหน้าเพื่อเน้นอย่างมีความเป็นละครได้ตรงกับตัวอย่างมากที่สุด
- Did she finish the race?
- She did finish the race.
- Finish the race she did.
ดูคำตอบ
Finish the race she did.
christened his new planet the Georgium Sidus, โน้ต
1:29ได้ตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่ของเขาว่า Georgium Sidus
the good subject of the crown that he was: ความจงรักภักดีต่อระบอบกษัตริย์
ในสำนวนเชิงประวัติศาสตร์นี้ subject หมายถึงผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของพระมหากษัตริย์ หรือพสกนิกร ส่วน crown ใช้แทนองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ ดังนั้น a good subject จึงหมายถึงพสกนิกรที่จงรักภักดีและทำหน้าที่ของตน ไม่ได้หมายถึง “วิชา” หรือ “หัวข้อ” ในที่นี้ ส่วนท้าย that he was แสดงว่าความจงรักภักดีเป็นคุณลักษณะที่มีอยู่ในตัวเฮอร์เชลอยู่แล้ว เมื่อใช้ร่วมกับ being วลีนี้จึงบอกเหตุผลของการกระทำและเพิ่มน้ำเสียงขบขันเล็กน้อยว่า เฮอร์เชลถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าจอร์จที่ 3 เพราะเขาเป็นพสกนิกรที่จงรักภักดีมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the good subject of the crown that he was บอกเป็นนัยถึงลักษณะใดของเฮอร์เชล?
- เขาเป็นเจ้าของมงกุฎและต้องการนำมาแสดง
- เขากำลังศึกษามงกุฎจริงในฐานะหัวข้อทางวิชาการ
- เขาถูกบังคับให้เปลี่ยนประเภททางวิทยาศาสตร์ของดาวเคราะห์
- เขาจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อังกฤษและทำหน้าที่ของพสกนิกร
ดูคำตอบ
เขาจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อังกฤษและทำหน้าที่ของพสกนิกร
christened: ตั้งชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นพิธีการ
christened ในที่นี้หมายถึง “ตั้งชื่อให้อย่างเป็นทางการ” โครงสร้างคือ christen + กรรม + ชื่อ โดย his new planet เป็นกรรม และ the Georgium Sidus เป็นชื่อที่ตั้งให้ คำกริยานี้มาจากการตั้งชื่อระหว่างพิธีล้างบาปของคริสต์ศาสนา แต่ในที่นี้ไม่ได้มีพิธีล้างบาปจริง ๆ คำนี้ทำให้การตั้งชื่อฟังดูเป็นพิธีการ สูงส่ง หรือขบขันเล็กน้อย แทนที่จะเป็นการตั้งชื่อธรรมดา
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยารูปอดีตที่ทำให้การตั้งชื่อฟังดูเป็นพิธีการ: At the launch ceremony, the science club ____ its new robot Comet.
ดูคำตอบ
christened
And the George in that Georgian Star was King George III,
1:33และจอร์จในดาวจอร์จดวงนั้น ก็คือพระเจ้าจอร์จที่ 3
the Georgium Sidus ... the Georgian Star: ชื่อที่ถวายแด่พระเจ้าจอร์จที่ 3
Georgium Sidus เป็นชื่อแบบภาษาละตินที่วิลเลียม เฮอร์เชลตั้งให้ดาวเคราะห์ที่เพิ่งค้นพบ ส่วนวลีถัดมา the Georgian Star อธิบายความหมายที่ตั้งใจไว้เป็นภาษาอังกฤษ โดย George หมายถึงพระเจ้าจอร์จที่ 3 ซึ่งเป็นกษัตริย์อังกฤษที่ครองราชย์ในเวลานั้น Georgian ในที่นี้หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ George” เพราะชื่อนี้ตั้งขึ้นเพื่อถวายเกียรติแด่กษัตริย์ ไม่ได้หมายถึงประเทศจอร์เจียในปัจจุบัน การอุทิศชื่อให้ราชวงศ์เช่นนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมชื่อนี้จึงอาจฟังดูเน้นความเป็นอังกฤษอย่างมาก แทนที่จะเป็นชื่อที่เป็นกลางในระดับนานาชาติ
แบบฝึกหัด
ในชื่อทางประวัติศาสตร์ the Georgian Star คำว่า George หมายถึงใคร
- พระเจ้าจอร์จที่ 3
- วิลเลียม เฮอร์เชล
- ประเทศจอร์เจีย
ดูคำตอบ
พระเจ้าจอร์จที่ 3
and decided that perhaps Herschel wasn't the best guy to name the new planet after all, วลี
1:41และตัดสินใจว่าบางทีเฮอร์เชลอาจไม่ใช่คนที่ดีที่สุดที่จะให้ชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้
after all ที่ท้ายประโยคเพื่อแสดงข้อสรุปที่แก้ไข
after all ที่ท้ายประโยคนี้บอกว่าข้อสรุปถูกปรับใหม่ หลักฐานใหม่ทำให้ผู้คนทบทวนความคิดอีกครั้ง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเฮอร์เชลอาจไม่ใช่คนที่เหมาะที่สุดในการเลือกชื่อ เมื่อใช้ท้ายประโยคเช่นนี้ after all มีความหมายใกล้กับ “เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว” หรือ “ปรากฏว่า” และมักแสดงว่าคำตัดสินสุดท้ายต่างจากสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
เติม after all ลงในช่องว่างเพื่อทำข้อสรุปที่แก้ไขแล้วให้สมบูรณ์: We assumed Leo had missed the train, but he just called from his seat. He caught it ____.
ดูคำตอบ
after all
and quickly decided to come up with alternatives of their own. กริยาวลี
1:45และพวกเขาจึงตัดสินใจคิดหาทางเลือกอื่นของตนเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
come up with alternatives: คิดหาตัวเลือกอื่น
Come up with หมายถึงคิดและสร้างแนวคิด แผน คำตอบ หรือความเป็นไปได้อื่นขึ้นมา ในที่นี้ come up with alternatives บอกว่าผู้คนคิดตัวเลือกที่แตกต่างออกมา โครงสร้างคือ come up with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม โดย alternatives เป็นกรรม และ of their own แสดงว่าตัวเลือกเหล่านั้นเป็นแนวคิดของพวกเขาเอง เมื่อต้องการใช้โครงสร้างนี้ต้องคง with ไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “คิดและสร้างขึ้นมา”: We need a new name by Friday. Can you ____ a few alternatives?
ดูคำตอบ
come up with
but at the time the planet that would become Neptune had not yet been found.
1:50แต่ในตอนนั้นดาวเคราะห์ที่จะกลายมาเป็นดาวเนปจูนยังไม่ถูกค้นพบ
A more obvious alternative was to name the planet Herschel
1:53ทางเลือกที่ชัดเจนกว่านั้นคือการตั้งชื่อดาวเคราะห์ว่า Herschel
the name the Georgium Sidus proved a bit stuffy for some, การใช้คำ
1:58ชื่อ Georgium Sidus ก็ฟังดูน่าอึดอัดไปหน่อยสำหรับบางคน
a bit stuffy: เป็นทางการหรือคร่ำครึเกินไปเล็กน้อย
ในที่นี้ stuffy ใช้บรรยายชื่อที่ให้ความรู้สึกคร่ำครึ จริงจัง หรือเป็นทางการเกินไป เป็นความคิดเห็นเชิงลบเล็กน้อย และในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงอากาศในห้อง A bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ ดังนั้น a bit stuffy จึงฟังนุ่มนวลกว่าการพูดเพียง stuffy ส่วน for some จำกัดว่าความเห็นนี้เป็นของคนบางกลุ่ม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ทุกคนยอมรับ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The invitation sounds a bit stuffy for a children's party," a bit stuffy หมายถึงอะไร
- ขาดอากาศสดชื่นเล็กน้อย
- แออัดเล็กน้อย
- เป็นทางการและคร่ำครึเกินไปเล็กน้อย
ดูคำตอบ
เป็นทางการและคร่ำครึเกินไปเล็กน้อย
so variants like the Georgian planet or just Georgium were also used.
2:01ดังนั้นชื่อเรียกย่อยเช่น ดาวเคราะห์จอร์เจียน หรือเรียกสั้นๆ ว่า Georgium จึงถูกนำมาใช้ด้วย
Though never, as you might have heard, George.
2:04แม้ว่าจะไม่เคยถูกเรียกว่า George อย่างที่คุณอาจเคยได้ยินมาก็ตาม
I found a lot of websites claiming that the seventh planet was almost named George,
2:09ผมพบเว็บไซต์หลายแห่งอ้างว่าดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ดเกือบจะถูกตั้งชื่อว่า George
but I was never able to find a primary source for this. การใช้คำ
2:13แต่ผมไม่เคยพบแหล่งข้อมูลปฐมภูมิสำหรับเรื่องนี้เลย
primary source: หลักฐานโดยตรง ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุด
primary source คือหลักฐานที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ศึกษา หรือสร้างโดยผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น จดหมายต้นฉบับ บันทึกประจำวัน บทสัมภาษณ์ ภาพถ่าย หรือเอกสารทางการ ในประโยคนี้หมายความว่าผู้พูดหาไม่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรงที่สนับสนุนคำกล่าวนั้น primary บอกถึงความใกล้ชิดกับเหตุการณ์หรือบุคคลต้นทาง ไม่ได้หมายถึง “สำคัญที่สุด” เว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นภายหลังและนำเรื่องเดิมมาเล่าซ้ำมักเป็น secondary source เว้นแต่เว็บไซต์นั้นจะแสดงหลักฐานต้นฉบับโดยตรง
แบบฝึกหัด
นักประวัติศาสตร์อ่านบันทึกประจำวันซึ่งกะลาสีเขียนระหว่างการเดินทาง คำอธิบายใดเหมาะสมที่สุดสำหรับบันทึกนี้
- เป็น primary source เพราะเป็นหนังสือที่สำคัญที่สุด
- เป็น secondary source เพราะข้อความที่เขียนขึ้นทุกชนิดเป็น secondary sources
- เป็น primary source เพราะผู้ที่มีส่วนร่วมโดยตรงเขียนขึ้นในช่วงเวลานั้น
ดูคำตอบ
เป็น primary source เพราะผู้ที่มีส่วนร่วมโดยตรงเขียนขึ้นในช่วงเวลานั้น
As best I could tell: การจำกัดความแน่นอนตามหลักฐาน
As best I could tell หมายถึง “ตามข้อสรุปที่ดีที่สุดที่ฉันพอจะได้จากหลักฐานที่มีอยู่” แสดงว่าผู้พูดได้ตรวจสอบมาแล้วและมีเหตุผลรองรับข้อสรุป แต่ก็ยอมรับว่าหลักฐานอาจไม่ครบถ้วน วลีที่ขึ้นต้นประโยคนี้จำกัดระดับความแน่นอนของข้อความทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังตำหนิความสามารถของตนเอง แต่เป็นวิธีที่รอบคอบในการระบุว่านี่คือการตัดสินจากหลักฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ผู้พูดคนใดใช้ As best I could tell ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- หลังจากตรวจบันทึกแล้ว: “As best I could tell, no payment had been recorded.”
- หลังจากอ่านชื่อตนเองที่พิมพ์ไว้อย่างชัดเจน: “As best I could tell, this is my name.”
- ขณะเดาสุ่มโดยไม่ได้ตรวจสอบ: “As best I could tell, the moon is made of cheese.”
ดูคำตอบ
หลังจากตรวจบันทึกแล้ว: “As best I could tell, no payment had been recorded.”
who since 1799 has been promoting science awesomeness
2:21ซึ่งตั้งแต่ปี 1799 ได้ส่งเสริมความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์
and they confirmed the name George was never on the table สำนวน
2:26และพวกเขายืนยันว่าชื่อ George ไม่เคยถูกนำมาพิจารณา
never on the table: ไม่เคยถูกพิจารณา
ในที่นี้ on the table เป็นสำนวนที่หมายถึงสิ่งนั้นยังเป็นตัวเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาอย่างจริงจังได้ ประโยคนี้บอกว่าชื่อ George ไม่เคยเป็นตัวเลือกจริง ๆ สำหรับการตั้งชื่อ never ปฏิเสธความหมายของสำนวนทั้งหมด หมายถึงตัวเลือกนี้ไม่เคยเข้าสู่การพิจารณา ไม่ได้หมายถึงชื่อที่เขียนไว้ไม่เคยถูกวางบนโต๊ะจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายความว่าแนวคิดนี้ไม่เคยได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง: The plan to close the library was never ____.
ดูคำตอบ
on the table
because to so casually refer to the king at the time would have been disrespectful. ไวยากรณ์
2:29เพราะการกล่าวถึงกษัตริย์อย่างสบายๆ ในตอนนั้นถือเป็นการไม่เคารพ
would have been disrespectful: การประเมินเหตุการณ์สมมติในอดีต
would have been + คำคุณศัพท์ ใช้ประเมินการกระทำหรือสถานการณ์สมมติในอดีต ในที่นี้ would have been disrespectful หมายความว่า การกล่าวถึงกษัตริย์อย่างสบาย ๆ แบบนั้นคงถูกมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ผู้พูดกำลังอธิบายว่าการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นน่าจะถูกประเมินอย่างไร ไม่ได้บอกว่าการไม่ให้เกียรติเกิดขึ้นจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ would have been + คำคุณศัพท์หรือวลีนาม เช่น That would have been rude หรือ That would have been a mistake
แบบฝึกหัด
เติมการประเมินสมมติในอดีตด้วยรูปที่ถูกต้องของ would + have + be: Interrupting the ceremony ____ disrespectful.
ดูคำตอบ
would have been
And disrespecting a monarch is never a good idea,
2:32และการไม่เคารพกษัตริย์ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
especially one who is slowly losing his mind from a genetic disorder.
2:35โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกษัตริย์ที่กำลังค่อยๆ เสียสติจากโรคทางพันธุกรรม
that's a story for another time: จบประเด็นย่อย
ในประโยคนี้ “that's a story for another time” ใช้จบประเด็นย่อย หมายความว่าประเด็นนั้นอธิบายได้ แต่ผู้พูดจะยังไม่เล่ารายละเอียดตอนนี้ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับการพูด โดยส่งสัญญาณว่าจะกลับเข้าสู่เรื่องหลัก และไม่ได้เป็นคำสัญญาว่าจะเล่าเรื่องนั้นในภายหลังจริง ๆ เสมอไป
แบบฝึกหัด
ใน “I could explain why the lights went out, but that's a story for another time.” สำนวนท้ายประโยคทำหน้าที่อะไร
- จบประเด็นย่อยและทำให้การสนทนาเรื่องหลักดำเนินต่อไป
- สัญญาว่าผู้พูดได้กำหนดเวลาไว้แล้วว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดภายหลัง
- บอกว่าผู้พูดคิดว่าประเด็นนั้นไม่มีคุณค่าเลย
ดูคำตอบ
จบประเด็นย่อยและทำให้การสนทนาเรื่องหลักดำเนินต่อไป
Anyway, another real suggestion for the new planet's name came from Johann Bode,
2:40ยังไงก็ตาม อีกหนึ่งคำแนะนำจริงๆ สำหรับชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่มาจาก โยฮันน์ โบเด
When a colleague of Bode discovered the 92nd element in 1789,
2:46เมื่อเพื่อนร่วมงานของโบเดค้นพบธาตุที่ 92 ในปี 1789
he named it uranium to support Bode's choice
2:49เขาตั้งชื่อมันว่า uranium เพื่อสนับสนุนทางเลือกของโบเด
try and + กริยา: รูปไม่เป็นทางการของ try to
ใน “try and end the debate” โครงสร้าง try and + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงพยายามทำบางสิ่ง และมีความหมายเหมือน try to คำว่า and ตัวที่สองเชื่อม try เข้ากับการกระทำที่ตั้งใจจะทำ ไม่ได้หมายความว่า try และ end เป็นสองการกระทำที่เสร็จสิ้นแล้วแยกจากกัน โครงสร้างนี้บอกถึงความพยายาม ไม่ได้รับรองผลสำเร็จ ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการยุติข้อขัดแย้งเรื่องการตั้งชื่อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคพูดแบบไม่เป็นทางการด้วยโครงสร้างสองคำที่หมายถึง try to: “Let's ____ finish the puzzle before dinner.”
ดูคำตอบ
try and
it might not have occurred to them how the word would eventually be corrupted in English. วลี
2:55พวกเขาจึงอาจนึกไม่ถึงว่าคำนี้จะถูกดัดแปลงไปอย่างไรในภาษาอังกฤษ
might not have occurred to them: อาจไม่ได้นึกถึง
รูปแบบในที่นี้คือ it occurs to someone that... หมายถึงความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของใครบางคน ในประโยคนี้ it ชี้ไปยังใจความที่ตามมาว่าคำนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างไรในภาษาอังกฤษ และ to them ระบุคนที่อาจไม่เคยนึกถึงเรื่องนั้น Might not have occurred เป็นโครงสร้าง modal perfect ใช้คาดเดาอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับความคิดในอดีต กล่าวคือ บางทีเรื่องนั้นอาจไม่เคยผุดขึ้นในใจพวกเขา แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: We cannot be sure, but it ____ that the date was wrong.
ดูคำตอบ
might not have occurred to them
Though it's also hard to know how English speakers in the 1780s and 90s
2:59แม้ว่ามันจะยากที่จะรู้ว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 1780 และ 90
But since the word anus was in the language then,
3:04แต่เนื่องจากคำว่า anus มีอยู่ในภาษาตอนนั้นแล้ว
it seems unlikely that this particular pronunciation would have been popular.
3:06จึงดูไม่น่าเป็นไปได้ที่การออกเสียงแบบนี้จะได้รับความนิยม
It may also have been pronounced with a flat A to sound like yoo-RA-nus,
3:10มันอาจจะถูกออกเสียงด้วยเสียง A แบนๆ ให้ฟังดูเหมือน yoo-RA-nus
or something more like the Greek name oo-RON-ohs.
3:13หรืออะไรที่คล้ายกับชื่อกรีก oo-RON-ohs มากกว่า
the Encyclopedia Britannica lists the planet as Herschel,
3:20สารานุกรมบริแทนนิกา ระบุชื่อดาวเคราะห์ดวงนี้ว่า Herschel
word the rest of the article: เลือกถ้อยคำสำหรับส่วนที่เหลือของบทความ
word ในที่นี้เป็นคำกริยา To word a text หมายถึงการเลือกและจัดวางถ้อยคำที่ใช้ในข้อความอย่างเจาะจง Carefully บอกว่าผู้เขียนเรียบเรียงส่วนที่เหลือของบทความอย่างไร เพื่อไม่ให้ชื่อของดาวเคราะห์ปรากฏขึ้นอีก การใช้นี้เน้นการเลือกถ้อยคำ ไม่ใช่การเขียนทั้งหมด โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ word + ข้อความหรือสาร โดยมักตามด้วยคำวิเศษณ์หรือวลีที่บอกน้ำเสียงหรือผลที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
เมื่อเน้นถ้อยคำที่ใช้ คำกริยาใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้? Please ___ the announcement carefully so it sounds welcoming.
- read
- write
- word
ดูคำตอบ
word
know that eventually these alternatives faded and left this name triumphant. สำนวน
3:30รู้ดีว่าในที่สุดทางเลือกเหล่านี้ก็ค่อยๆ หายไปและทิ้งชื่อนี้ไว้ให้เป็นผู้ชนะ
การทำให้เป็นบุคคลใน these alternatives faded ... left this name triumphant
ประโยคนี้ทำให้การถกเถียงเรื่องชื่อที่ยาวนานดูเหมือนการแข่งขัน these alternatives faded หมายถึงชื่ออื่น ๆ ที่เป็นตัวเลือกค่อย ๆ สูญเสียการสนับสนุนหรือไม่ใช่ตัวเลือกสำคัญอีกต่อไป ส่วน left this name triumphant หมายถึงชื่อที่เหลืออยู่กลายเป็นผู้ชนะ ปกติ triumphant ใช้บรรยายคนหรือกลุ่มที่ชนะ การนำมาใช้กับชื่อจึงเป็นการทำให้ชื่อมีลักษณะเหมือนคน ไม่ได้หมายความว่าชื่อนั้นรู้สึกภูมิใจจริง ๆ ภาษาที่เห็นภาพเช่นนี้ย่อการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ที่ค่อยเป็นค่อยไปให้เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
“the alternatives faded and left this name triumphant” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- ชื่อที่เขียนไว้มีสีซีดลงจริง ๆ และชื่อนี้รู้สึกภูมิใจ
- ชื่ออื่น ๆ ที่เป็นตัวเลือกค่อย ๆ สูญเสียการสนับสนุน ชื่อนี้จึงกลายเป็นผู้ชนะ
- ชื่อที่เป็นตัวเลือกทั้งหมดยังคงได้รับความนิยมเท่ากัน
ดูคำตอบ
ชื่ออื่น ๆ ที่เป็นตัวเลือกค่อย ๆ สูญเสียการสนับสนุน ชื่อนี้จึงกลายเป็นผู้ชนะ
Which leaves someone like me with my terrible pronunciation
3:34ซึ่งทำให้คนที่มีการออกเสียงแย่ๆ อย่างผม
longing for history to have taken a different path. สำนวน
3:36โหยหาให้ประวัติศาสตร์ดำเนินไปในเส้นทางที่ต่างออกไป
history to have taken a different path: อุปลักษณ์เรื่องเส้นทางและ perfect infinitive
take a different path ใช้อุปลักษณ์เรื่องการเดินทาง โดยจินตนาการว่าประวัติศาสตร์กำลังเลือกเส้นทาง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ พัฒนาไปสู่ผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง หลัง longing for วลี history to have taken ใช้ perfect infinitive ในรูป to have + past participle รูปนี้วางการเปลี่ยนแปลงที่ผู้พูดต้องการไว้ก่อนความปรารถนาในปัจจุบัน อดีตไม่ได้ดำเนินไปเช่นนั้นจริง ๆ แต่ผู้พูดอยากให้เป็นเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป perfect infinitive ของ “take a different path” เพื่อบรรยายพัฒนาการในอดีต: Looking back, I would have preferred the project ____.
ดูคำตอบ
to have taken a different path
The name Herschel might have made the planet sound a bit like a boring accountant
3:39ชื่อ Herschel อาจทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ฟังดูเหมือนนักบัญชีที่น่าเบื่อ
rather than the very interesting planet it actually is,
3:43แทนที่จะเป็นดาวเคราะห์ที่น่าสนใจมากๆ อย่างที่มันเป็นจริงๆ
but this would still be a much better name than what we have.
3:45แต่นี่ก็ยังคงเป็นชื่อที่ดีกว่าชื่อที่เรามีอยู่ตอนนี้มาก
though picking this might have just delayed the problem.
3:50แม้ว่าการเลือกชื่อนี้อาจเป็นแค่การชะลอปัญหาออกไปเท่านั้น
I wish that Herschel had just been more direct: ความเสียดายเกี่ยวกับอดีต
“I wish that Herschel had just been more direct” ใช้แสดงความปรารถนาเกี่ยวกับอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง ผู้พูดจินตนาการว่าเฮอร์เชลทำต่างออกไป แต่ก็ยอมรับว่าในความจริงเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น หลัง wish คำว่า had been อยู่ในรูป past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นไว้ก่อนมุมมองปัจจุบันของผู้พูด จึงเป็นความเสียดายเกี่ยวกับอดีตที่จบไปแล้ว ไม่ใช่ความปรารถนาเกี่ยวกับปัจจุบันหรืออนาคต that ละได้ ส่วน just ในที่นี้หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “ตรง ๆ ไปเลย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย wish และรูป past perfect ของ check: Looking back, I ____ the address before sending the package.
ดูคำตอบ
wish I had checked
Because how fun would that make it to teach kids the list of planets today?
3:59เพราะมันจะสนุกแค่ไหนกันที่จะสอนเด็กๆ ท่องรายชื่อดาวเคราะห์ในวันนี้?
Mercury, Venus, Earth, Mars, Jupiter, Saturn, King George, and Neptune.
4:02ดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, กษัตริย์จอร์จ, และดาวเนปจูน
to a starting point for discussions about what makes that planet different วลี
4:09ไปเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนั้นแตกต่าง
change the planet from ... to ...: การบอกการเปลี่ยนแปลง
ประโยคนี้ใช้change X from A to Bเพื่อแสดงสภาพก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ในที่นี้Xคือthe planet, Aคือa thing to avoid และBคือa starting point for discussions โดยชื่อที่แปลกถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ toตัวแรกอยู่ภายในa thing to avoid โดยto avoidเป็น infinitive ที่ขยายthing และหมายถึง “สิ่งที่ผู้คนหลีกเลี่ยง” ส่วนtoตัวถัดไปทำงานคู่กับfromและนำเข้าสู่B จึงควรแบ่งกลุ่มเป็นchange [the planet] from [a thing to avoid] to [a starting point for discussions]
แบบฝึกหัด
ในประโยค“The new label changed the product from a thing to ignore to a topic people discussed,” วลีใดคือสภาพใหม่Bหลังการเปลี่ยนแปลง?
- a thing
- to ignore
- a topic people discussed
ดูคำตอบ
a topic people discussed
a starting point for discussions about: จุดเริ่มต้นสำหรับการอภิปรายเกี่ยวกับ...
a starting point for discussions about ใช้นำเสนอบางสิ่งว่าเป็นพื้นฐานแรกเริ่มสำหรับสำรวจหัวข้อหนึ่ง ในที่นี้ ชื่อที่แปลกออกไปสามารถนำผู้คนเข้าสู่การอภิปรายว่าอะไรทำให้ดาวเคราะห์ดวงนั้นแตกต่าง starting point เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสำรวจเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นคำอธิบายที่สมบูรณ์ คำตอบสุดท้าย หรือสาเหตุหลัก
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นบอกอะไรเกี่ยวกับชื่อที่แปลกออกไปนี้
- ชื่อนั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนั้นแตกต่าง
- ชื่อนั้นสามารถเปิดการสนทนาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับหัวข้อนี้ได้
- ชื่อนั้นให้คำอธิบายสุดท้ายเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนั้น
ดูคำตอบ
ชื่อนั้นสามารถเปิดการสนทนาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับหัวข้อนี้ได้
and how astronomy and our view of the universe change and progress over time.
4:13และวิธีที่ดาราศาสตร์รวมถึงมุมมองของเราต่อจักรวาลเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปตามกาลเวลา
my impractical dreams aside: พักความฝันที่ไม่เป็นจริงของฉันไว้ก่อน
ในโครงสร้าง X aside นั้น X เป็นนามวลีที่ระบุสิ่งที่ผู้พูดพักไว้ชั่วคราว my impractical dreams aside หมายถึง “พักความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงของฉันไว้ก่อนในตอนนี้” เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ใช้ปิดความเป็นไปได้ในจินตนาการและกลับมาสู่ข้อเท็จจริงว่าชื่อนี้จะไม่เปลี่ยน aside ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเปลี่ยนประเด็น ไม่ได้บอกตำแหน่งหรือสั่งให้ใครหลบไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ X aside อย่างถูกต้องเพื่อจบหัวข้อเบา ๆ แล้วกลับมาที่ประเด็นหลัก
- Jokes aside, we need to choose a safe route now.
- She stepped aside to let us pass.
- Aside from the traffic, the trip went smoothly.
ดูคำตอบ
Jokes aside, we need to choose a safe route now.
be stuck with this name: จำต้องใช้ชื่อนี้ต่อไป
ใน “we're stuck with this name” คำว่า be stuck with หมายถึง “ต้องเก็บหรือยอมรับบางสิ่งไว้ เพราะเปลี่ยนหรือหนีจากสิ่งนั้นได้ยาก” คำว่า stuck ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงติดอยู่จริง ๆ และ with ใช้นำสิ่งที่ไม่ต้องการแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำนวนนี้เพิ่มความรู้สึกจำใจ เพราะชื่อนี้ถูกกำหนดและใช้มานานแล้ว ดังนั้นถ้าพูดเพียง “we have this name” ก็จะไม่สื่อท่าทีเชิงลบและความรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกของผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ถูกบังคับให้เก็บหรือยอมรับ”: The menus are already printed, so we're ____ the old price for today.
ดูคำตอบ
stuck with
which for me means choosing between the pronunciation which comes naturally
4:20ซึ่งสำหรับผมหมายถึงการต้องเลือกระหว่างการออกเสียงที่เป็นธรรมชาติ
and is terrible, or the unnatural awkward one
4:23และฟังดูแย่ หรือการออกเสียงที่ผิดธรรมชาติและงุ่มง่าม
What's a man to do? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์
“What's a man to do?” มักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอให้บอกวิธีทำจริง ๆ รูปแบบ What's a ... to do? แสดงว่าผู้พูดไม่มีตัวเลือกที่น่าพอใจ ในที่นี้ a man หมายถึงตัวผู้พูดเองแบบติดตลก ไม่ได้ตั้งกฎว่าผู้ชายควรทำอะไร ถ้อยคำที่ฟังดูเหมือนการแสดงเล็กน้อยช่วยให้ความหงุดหงิดฟังเป็นการล้อตัวเองหรือเป็นมุกตลกได้
แบบฝึกหัด
“What's a man to do?” ใช้อย่างเป็นธรรมชาติในสถานการณ์ใด?
- หลังจากแผนทุกอย่างที่ทำได้ล้มเหลว ผู้พูดจึงพูดติดตลกว่าตนไม่มีทางเลือกที่ดี
- ผู้พูดต้องการเส้นทางไปสถานีรถไฟอย่างละเอียดและคาดหวังคำตอบ
- ครูขอให้นักเรียนระบุหน้าที่ที่มีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่ต้องทำ
ดูคำตอบ
หลังจากแผนทุกอย่างที่ทำได้ล้มเหลว ผู้พูดจึงพูดติดตลกว่าตนไม่มีทางเลือกที่ดี
follow the lead of: ใช้ตัวอย่างของผู้อื่นเป็นแนวทาง
ในประโยคนี้ follow the lead of the Encyclopedia Britannica หมายถึงการใช้ตัวอย่างของสถาบันนั้นเป็นแนวทาง ผู้พูดแนะนำให้เลือกทำแบบเดียวกัน คือหลีกเลี่ยงชื่อนั้นเมื่อทำได้ โครงสร้าง follow the lead of + บุคคลหรือองค์กร ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายนั้นต้องเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการ มักใช้กล่าวถึงสิ่งที่เป็นแบบอย่างมาก่อน คือมีคนลงมือก่อน แล้วคนอื่นเลือกแนวทางที่คล้ายกัน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ใช้ตัวอย่างของอีกสถาบันเป็นแนวทาง” ลงในประโยค: The museum decided to ____ the national archive and digitise its records.
ดูคำตอบ
follow the lead of
which is a sad fate for the planet in our solar system
4:33ซึ่งนับเป็นชะตากรรมอันน่าเศร้าสำหรับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรา
could we at least agree to switch the pronunciation back to the Greek Uranos? น้ำเสียง/เจตนา
4:51เราพอจะตกลงเปลี่ยนการออกเสียงกลับไปเป็นภาษากรีกว่า Uranos ได้ไหม?
could we at least agree to: เสนอการประนีประนอมขั้นต่ำ
Could we ...? นำเสนอข้อเสนอในรูปคำถาม จึงฟังดูไม่แข็งเหมือนคำสั่งโดยตรง หลัง agree to ต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น agree to switch At least ทำให้การเปลี่ยนการออกเสียงเป็นจุดขั้นต่ำที่ทุกคนอาจยอมรับได้ แม้ยังมีความเห็นต่างในเรื่องที่กว้างกว่า ในประโยคนี้ Seriously, people เพิ่มความรู้สึกหงุดหงิด ดังนั้นแม้โครงสร้างจะสุภาพ แต่คำขอนี้ก็ไม่ได้ฟังดูอ่อนโยนทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายสำหรับเสนอการประนีประนอมขั้นต่ำลงในประโยค: We disagree about most of the trip, but ____ leave before nine?
ดูคำตอบ
could we at least agree to