ไข่ - เรื่องสั้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
ภาพรวมวิดีโอ: หลังอุบัติเหตุร้ายแรง คนคนหนึ่งพบพระเจ้าและรู้ว่ามนุษย์ทุกคนคือการเกิดใหม่ของวิญญาณเดียวกัน ซึ่งเติบโตผ่านทุกชีวิตในจักรวาลที่เปรียบเหมือนไข่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “to no avail.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: บอกอย่างกระชับว่าความพยายามจริงจังไม่ก่อผล โดยไม่แปล avail ทีละคำ 2. “If we hung out here for long enough, you'd start remembering everything.” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตเงื่อนไขแบบที่สองสำหรับสมมติฐานที่ไม่จริงในปัจจุบัน และเข้าใจว่า for long enough กำหนดระยะเวลาที่จำเป็นอย่างไร 3. “"Now you're getting it."” — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ยืนยันอย่างให้กำลังใจว่าอีกฝ่ายเริ่มจับใจความสำคัญ แทนการบอกว่าเข้าใจทุกอย่างแล้ว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
on your way home: ระหว่างทางกลับบ้าน
on your way home หมายถึงกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปบ้าน หรือ “อยู่ระหว่างทางกลับบ้าน” ในคำบรรยายนี้ วลีนี้บอกถึงการเดินทางที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อเหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้น โครงสร้างคือ on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น my, your หรือ her + way + จุดหมาย เมื่อจุดหมายคือ home ให้ตัด to ออก โดยพูดว่า on my way home ไม่ใช่ on my way to home ในที่นี้ home ทำหน้าที่บอกทิศทาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo กำลังเดินทางกลับบ้าน
- Leo was on his way home.
- Leo was in his way home.
- Leo was on his way to home.
ดูคำตอบ
Leo was on his way home.
but ... nonetheless: “แต่……ถึงอย่างนั้น”
but ใช้เปิดประเด็นที่ขัดแย้งกัน กล่าวคือ เหตุการณ์นั้นไม่ได้โดดเด่น แต่ผลลัพธ์กลับร้ายแรงถึงชีวิต nonetheless ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง “ถึงอย่างนั้น” และยืนยันว่าผลลัพธ์ที่ร้ายแรงยังคงเป็นจริงแม้จะมีข้อมูลก่อนหน้า การใช้ but และ nonetheless ร่วมกันทำให้การหักมุมนี้เด่นชัดขึ้น but ส่งสัญญาณความขัดแย้งตั้งแต่ต้น ส่วน nonetheless ปิดความคิดด้วยการย้ำว่าประเด็นที่สองยังคงเป็นจริง
แบบฝึกหัด
ประโยค 'The task was difficult, but Maya finished it nonetheless' หมายความว่าอย่างไร
- Maya ทำงานไม่เสร็จ
- Maya ทำงานเสร็จแม้ว่างานนั้นจะยาก
- Maya ทำงานเสร็จเพราะงานนั้นยาก
ดูคำตอบ
Maya ทำงานเสร็จแม้ว่างานนั้นจะยาก
The medics tried their best to save you, วลี
0:15เจ้าหน้าที่พยาบาลพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยคุณ
tried their best to ...: พยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำบางสิ่ง
tried their best to save you เป็นรูปอดีตของโครงสร้าง try one's best to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าทีมแพทย์พยายามช่วยคนนั้นอย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่ได้รับประกันว่าความพยายามจะสำเร็จ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามประธาน: I tried my best, she tried her best และ they tried their best หลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ save ไม่ใช่ saved หรือ saving
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ try one's best to ที่สอดคล้องกับประธานและเวลาในอดีต: Maya ____ finish the project before the deadline.
ดูคำตอบ
tried her best to
to no avail: พยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ
To no avail เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “ไม่ประสบความสำเร็จ” หรือ “ไม่ก่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าความพยายามของทีมแพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตคนนั้นได้ วลีนี้มักตามหลังการลองทำหรือความพยายาม โดยพบได้บ่อยในรูป ..., but to no avail ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่ควรแปล avail แยกคำ
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ไม่ประสบความสำเร็จ”: They searched every room, but ____.
ดูคำตอบ
to no avail
better off: อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่า
Be better off หมายถึง “อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าหรือได้เปรียบกว่า” หลังจากเปรียบเทียบเงื่อนไข ทางเลือก หรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบ หากบริบทชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องบอกสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ you were better off เป็นการตัดสินที่เย็นชาและหดหู่ เพราะร่างกายแหลกสลายอย่างสิ้นเชิง ผู้พูดจึงสื่อเป็นนัยว่าความตายช่วยให้คนคนนั้นไม่ต้องเผชิญความทรมานที่เลวร้ายกว่า Better off ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าดีขึ้นในด้านใด แต่ต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่า” ลงในประโยค: Because the roads are icy, we're ____ taking the train.
ดูคำตอบ
better off
matter-of-factly: พูดโดยไม่แสดงอารมณ์หรือทำให้เป็นเรื่องใหญ่
Matter-of-factly เป็นคำวิเศษณ์ที่อธิบายว่าคนหนึ่งพูดหรือทำสิ่งใดอย่างไร คือพูดหรือทำอย่างตรงไปตรงมา เน้นข้อเท็จจริง และไม่แสดงอารมณ์ ราวกับกำลังบอกเรื่องธรรมดา ในประโยคนี้ คำนี้ขยาย said ผู้พูดกล่าว “You died” อย่างสงบและตรงไปตรงมา โดยไม่พูดให้นุ่มนวลลงหรือแสดงความตกใจ คำนี้ไม่ได้หมายถึง “actually” หรือ “in fact”
แบบฝึกหัด
ใน “The nurse explained the next step matter-of-factly” คำว่า matter-of-factly อธิบายอะไร
- พยาบาลพูดอย่างตรงไปตรงมาและไม่แสดงอารมณ์
- พยาบาลพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
- ขั้นตอนต่อไปเป็นความจริงอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
พยาบาลพูดอย่างตรงไปตรงมาและไม่แสดงอารมณ์
No point in + -ing: ทำไปก็ไม่มีประโยชน์
“(There is) no point in + -ing” หมายความว่าการทำสิ่งหนึ่งจะไม่ช่วย ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ หรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ในประโยคนี้หมายถึงการพูดให้นุ่มนวลลงก็ไม่มีประโยชน์ ในการสนทนามักละ“There is” หลัง in ต้องใช้คำกริยารูป gerund เช่น No point in waiting ไม่ใช่ No point in wait
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Changing the score now is impossible, so there is ____ arguing with the referee.
ดูคำตอบ
no point in
mince words: พูดให้เบาลง
To mince words หมายถึงการทำให้ข้อความไม่ตรงหรือไม่รุนแรงมากนัก โดยปกติเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงการหั่นคำเป็นชิ้น ๆ ใน No point in mincing words ผู้พูดบอกว่าการทำให้ข้อความนุ่มนวลลงไม่มีประโยชน์ ดังนั้นข้อความถัดไปจึงน่าจะตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง“พูดให้ไม่ตรงมากนักเพื่อทำให้ข้อความนุ่มนวลลง”: She criticized the plan without ____.
ดูคำตอบ
mincing words
More or less ในความหมายว่าใช่แบบมีข้อแม้
เมื่อใช้ more or less เป็นคำตอบเต็ม ๆ จะหมายถึง “โดยรวมแล้วใช่” หรือ “โดยพื้นฐานแล้วถูกต้อง แต่ไม่แม่นยำทั้งหมด” ในที่นี้ผู้พูดตอบรับแบบเผื่อไว้ ไม่ได้ตอบ yes อย่างมั่นใจเต็มที่ สำนวนนี้ต้องเข้าใจเป็นคำเดียวกันทั้งชุด ใช้ลดความหนักแน่นของคำกล่าวหรือการประมาณ โดยเปิดโอกาสให้มีความแตกต่างเล็กน้อยได้ เช่น ข้อความหนึ่งอาจ more or less correct หรืองานหนึ่งอาจ take more or less ten minutes
แบบฝึกหัด
คำตอบ More or less ในบทสนทนานี้หมายความว่าอย่างไร? “Is the room ready?” “More or less.”
- ฉันกำลังเลือกระหว่างมากกว่ากับน้อยกว่า
- ไม่เลยแม้แต่น้อย
- โดยพื้นฐานแล้วใช่ แต่ยังไม่ทั้งหมด
ดูคำตอบ
โดยพื้นฐานแล้วใช่ แต่ยังไม่ทั้งหมด
ใช้ That's what I like to see เพื่อแสดงความชื่นชม
That's what I like to see เป็นปฏิกิริยาเชิงบวกต่อพฤติกรรม ทัศนคติ ความพยายาม ความก้าวหน้า หรือผลลัพธ์ที่ผู้พูดชื่นชม หมายถึง “นี่คือสิ่งที่ฉันอยากเห็นและดีใจที่ได้เห็น” What หมายถึงการกระทำหรือสถานการณ์ที่เพิ่งสังเกตเห็น ส่วน see หมายถึง “สังเกตหรือมองดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น” ไม่ใช่เพียง “มองเห็นวัตถุ” ดังนั้นทั้งสำนวนจึงใช้เป็นคำชมเชยหรือให้กำลังใจ
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเก็บเกมทั้งหมดโดยไม่มีใครบอก คำตอบใดเป็นการชมพฤติกรรมนั้นอย่างอบอุ่น?
- That's where I like to look.
- That's what I like to see.
- I can see all the games.
ดูคำตอบ
That's what I like to see.
"You just died and your main concern is for your family.
1:23"คุณเพิ่งตายไป และสิ่งที่คุณห่วงใยที่สุดคือครอบครัวของคุณ
การใช้ “That's good stuff right there” เพื่อชมแบบเป็นกันเอง
“That's good stuff” เป็นคำชมแบบเป็นกันเองต่อสิ่งที่เพิ่งเห็นหรือได้ยิน ในที่นี้ stuff กล่าวกว้าง ๆ ถึงการกระทำที่แสดงความใส่ใจของคนนั้น ไม่ใช่สิ่งของ “right there” ใช้เน้นตัวอย่างตรงหน้านั้นโดยเฉพาะ โดยสื่อว่า “นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งที่ดี” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เพื่อนให้คุณดูข้อความที่มีน้ำใจซึ่งเขาเขียนให้น้องสาว คำตอบใดชมการกระทำนั้นแบบเป็นกันเอง?
- That's good stuff right there.
- That's an authority figure.
- That stuff is right over there.
ดูคำตอบ
That's good stuff right there.
authority figure: บุคคลที่มีอำนาจจากบทบาทของตน
Authority figure คือคนที่มีอำนาจ อิทธิพล หรือความรับผิดชอบเนื่องจากบทบาทของตน ในที่นี้ figure หมายถึง “บุคคล” และวลีนี้มีความหมายกว้างกว่าชื่อตำแหน่งเฉพาะอย่าง teacher หรือ manager ในประโยคนี้ vague authority figure บรรยายเพียงความรู้สึกโดยรวมว่า ผู้พูดดูเหมือนใครสักคนที่มีอำนาจ แต่ไม่มีตัวตนหรือเพศที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในค่ายฤดูร้อน หัวหน้าผู้ดูแลมีหน้าที่รับผิดชอบเด็ก ๆ สำนวนใดอธิบายบทบาทของผู้ดูแลได้ดีที่สุด?
- an authority figure
- the authorities
- an authority on summer camps
ดูคำตอบ
an authority figure
Your kids will remember you as perfect in every way.
1:46ลูกๆ ของคุณจะจดจำว่าคุณสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน
They didn't have time to grow contemptuous of you. วลี
1:50พวกเขายังไม่มีเวลาที่จะเกิดความรู้สึกดูหมิ่นคุณหรอก
grow contemptuous of: ค่อย ๆ เริ่มดูแคลน
grow + คำคุณศัพท์ หมายถึงค่อย ๆ กลายเป็นหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ในที่นี้ grow contemptuous บอกว่าทัศนคติเปลี่ยนไปตามเวลา ไม่ได้หมายถึงการเติบโตทางร่างกาย contemptuous ใช้คู่กับ of ก่อนคนหรือสิ่งที่ถูกดูแคลน เช่น grow contemptuous of you ทั้งวลีหมายถึงค่อย ๆ เริ่มรู้สึกหรือแสดงออกว่าใครบางคนไม่สมควรได้รับความเคารพ
แบบฝึกหัด
ใช้ grow contemptuous of เติมประโยคให้สมบูรณ์: After her teammate lied repeatedly, Maya began to ____ her.
ดูคำตอบ
grow contemptuous of
on the outside ... secretly relieved: ปฏิกิริยาภายนอกกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
on the outside ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่คนอื่นมองเห็น ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ cry บอกปฏิกิริยาที่มองเห็นได้ ส่วน secretly relieved บอกความรู้สึกที่ถูกซ่อนไว้ รูปแบบ ปฏิกิริยาที่มองเห็นได้ + but + ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ จัดข้อมูลเป็นสองชั้น but แสดงว่าอารมณ์ส่วนตัวขัดกับภาพที่แสดงต่อคนอื่น และทั้งสองอย่างสามารถเป็นจริงพร้อมกันได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ความต่างระหว่างภาพที่แสดงต่อคนอื่นกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในแบบเดียวกันอย่างชัดเจน
- Lena smiled outside because the weather was warm.
- Lena secretly worried about the test while she studied alone.
- Lena smiled on the outside, but she was secretly worried about the test.
ดูคำตอบ
Lena smiled on the outside, but she was secretly worried about the test.
To be fair: เพิ่มอีกด้านเพื่อให้การตัดสินสมดุล
To be fair ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การตัดสินสมดุลขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดยกสภาพของชีวิตแต่งงานมาเป็นเหตุผลให้มองสถานการณ์อย่างไม่รุนแรงเกินไป เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำให้ข้อความที่ตามมาเป็นอีกด้านหนึ่งที่ช่วยถ่วงดุล และปกติตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้ไม่จำเป็นต้องหักล้างความเห็นก่อนหน้า แต่ขอให้ผู้ฟังพิจารณาอีกด้านที่เกี่ยวข้องด้วย
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับเพิ่มข้อเท็จจริงที่ทำให้คำวิจารณ์สมดุลขึ้น? "The report was late. ___, Alex had received the data only that morning."
- To be fair
- To be honest
- On the contrary
ดูคำตอบ
To be fair
falling apart: ความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พังลง
Fall apart เป็นกริยาวลี และ was falling apart เป็นรูป past continuous ของกริยาวลีนี้ ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า ชีวิตแต่งงานกำลังไม่มั่นคงและใกล้ล้มเหลว ไม่ได้แตกออกเป็นชิ้นจริง ๆ รูปต่อเนื่อง was falling apart แสดงว่าความเสื่อมถอยนั้นเป็นกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานั้น Fall apart ยังใช้กับสิ่งของ แผน หรือองค์กรได้ และเมื่อใช้กับคน อาจหมายถึงการสูญเสียการควบคุมอารมณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fall apart: "After the team lost its funding, the project was ____."
ดูคำตอบ
falling apart
If it's any consolation: การให้คำปลอบใจอย่างจำกัดและระมัดระวัง
“If it's any consolation” ใช้เกริ่นข้อมูลที่อาจทำให้สถานการณ์แย่ ๆ รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงเล็กน้อย ในประโยคนี้ การที่เธอจะรู้สึกผิดภายหลังถูกยกมาเป็นเพียงคำปลอบใจแบบจำกัด และมีอารมณ์ขันแบบมืดมน เพราะความรู้สึกผิดของเธอไม่ใช่ข่าวดีจริง ๆ กรอบ “If it's any consolation, + อนุประโยค” มีน้ำเสียงระมัดระวัง คำว่า “any” แสดงว่าผู้พูดไม่ได้คิดว่าข้อมูลนี้จะปลอบใจผู้ฟังได้แน่นอน ใช้ได้เมื่อแก้ผลลัพธ์ที่แย่ไม่ได้แล้ว แต่ข้อเท็จจริงบางอย่างอาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่มีน้ำเสียงระมัดระวังและหมายถึง “นี่อาจช่วยปลอบใจได้เล็กน้อย”: “____, the other team found it difficult too.”
ดูคำตอบ
If it's any consolation
feel guilty for doing something: ระบุสาเหตุของความรู้สึกผิด
รูปแบบ “feel guilty for + คำนามหรือรูป -ing” ใช้ระบุสาเหตุที่ทำให้คนรู้สึกผิด ในที่นี้ “for feeling relieved” หมายความว่าเธอมองความรู้สึกโล่งใจของตัวเองในแง่ลบ ใน “she'll feel” คำว่า “feel” เป็นกริยาหลักที่ตามหลัง “will” ส่วนใน “for feeling” คำว่า “for” เป็นบุพบท ดังนั้น “feeling” จึงเป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ “feel guilty for + -ing” และใช้กริยา share: “Yesterday, Mina ____ the secret with someone who should not have known it.”
ดูคำตอบ
felt guilty for sharing
“heaven or hell” ในฐานะผลลัพธ์หลังความตายสองแบบ
ในคำถามนี้ “heaven or hell” เสนอผลลัพธ์หลังความตายสองแบบที่คนคุ้นเคย คือ heaven ในฐานะสถานที่หรือภาวะแห่งพร และ hell ในฐานะสถานที่หรือภาวะแห่งการลงโทษ กรอบสองทางแบบย่อส่วนนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในวัฒนธรรมภาษาอังกฤษที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ ผู้พูดกำลังคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังความตาย คำว่า “or” ทำให้ความเป็นไปได้ดูเป็นการเลือกระหว่างสองอย่าง ส่วน “or something” แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจและเปิดโอกาสให้มีคำตอบอื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Do I go to heaven or hell or something?” คำว่า “heaven or hell” เสนออะไร?
- สถานที่สองแห่งที่ผู้พูดวางแผนจะไปตอนยังมีชีวิต
- ชื่อสองชื่อของเทศกาลทางศาสนาเดียวกัน
- ผลลัพธ์หลังความตายสองแบบที่ตรงข้ามกัน
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์หลังความตายสองแบบที่ตรงข้ามกัน
“the Hindus were right” ในฐานะคำกล่าวแบบกว้างเกี่ยวกับกลุ่ม
ในที่นี้ “the Hindus were right” หมายความว่าผู้พูดมองคำกล่าวก่อนหน้าเรื่องการกลับชาติมาเกิดว่าเป็นหลักฐานว่าความเชื่อหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับประเพณีฮินดูนั้นถูกต้อง การกลับชาติมาเกิดคือแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตจะเกิดใหม่ในอีกชีวิตหนึ่งหลังความตาย และแนวคิดนี้สำคัญในประเพณีฮินดูหลายสาย “The Hindus” กล่าวถึงชาวฮินดูแบบกว้าง ๆ ในฐานะกลุ่ม ส่วน “were right” หมายถึง “มีความคิดที่ถูกต้อง” ประโยคนี้เป็นการสรุปรวมอย่างรวดเร็วของตัวละครสมมติ ไม่ใช่ข้อความที่แม่นยำว่าประเพณีฮินดูทุกสายสอนสิ่งเดียวกันทุกประการ ในภาษาอังกฤษ โครงสร้าง “the + คำนามพหูพจน์ที่เป็นชื่อกลุ่ม” สามารถนำเสนอผู้คนเป็นกลุ่มรวม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบหลายกลุ่ม โครงสร้างนี้ช่วยจัดการเปรียบเทียบได้รวดเร็ว แต่ก็อาจบดบังความแตกต่างภายในกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมนี้ได้แม่นยำที่สุด โดยไม่อ้างว่าชาวฮินดูทุกคนเห็นตรงกัน?
- ชาวฮินดูทุกคนมีความเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดเหมือนกันทุกประการ
- ประเพณีฮินดูหลายสายมีความเชื่อเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด
- “Hindus” คือชื่อภาษาอังกฤษของตัวศาสนาเอง
ดูคำตอบ
ประเพณีฮินดูหลายสายมีความเชื่อเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด
You followed along as we strolled through the void.
2:31คุณเดินตามมาขณะที่เราเดินเล่นไปในความว่างเปล่า
a blank slate: สภาวะที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์เดิม
ในประโยคนี้ a blank slate เป็นคำเปรียบถึงจิตใจที่ไม่มีความรู้ ความทรงจำ หรือประสบการณ์สะสมอยู่ ผู้พูดกังวลว่าการเกิดใหม่จะลบทุกสิ่งที่ตนเคยเรียนรู้ โดยทั่วไป เราเรียกคน สถานการณ์ หรือจุดเริ่มต้นว่า a blank slate ได้เมื่อยังไม่มีสิ่งที่เรียนรู้ ตัดสินใจ หรือกำหนดไว้ สำนวนนี้เน้นว่าไม่มีเนื้อหาเดิม ไม่ได้แปลว่าต้องไม่มีความสามารถโดยกำเนิด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “จิตใจที่ไม่มีความรู้สะสมอยู่” ให้สมบูรณ์: After the memory wipe, he woke up as ____.
ดูคำตอบ
a blank slate
have within you + นามวลี: วางกรรมไว้ด้านหลัง
ในโครงสร้าง have within you + นามวลี นามวลีที่อยู่หลัง you คือกรรมตรงของ have ในประโยคนี้ all the knowledge and experiences of all your past lives ระบุสิ่งที่คุณมี ส่วน within you บอกว่าความรู้นั้นอยู่ที่ใด ตามปกติภาษาอังกฤษมักวางกรรมไว้หลัง have ทันที: You have all that knowledge within you. การวาง within you ไว้หน้ากรรมที่ยาวทำให้ประโยคมีจังหวะที่ขรึมและเป็นวรรณกรรมมากขึ้น พร้อมทั้งเก็บข้อมูลที่ยาวและสำคัญไว้ตอนท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ลำดับคำที่ขรึมกว่าแบบ have within you + นามวลี: You ____ the courage to begin again.
ดูคำตอบ
have within you
"than you can possibly imagine.": ขยายขีดจำกัดของการเปรียบเทียบให้เกินจินตนาการ
than you can possibly imagine เป็นส่วนที่ทำให้โครงสร้างเปรียบเทียบสมบูรณ์ โดยตั้งขีดจำกัดของการเปรียบเทียบไว้ที่จุดสูงสุดเท่าที่ผู้ฟังจะจินตนาการได้ จึงเน้นว่าจิตวิญญาณนั้นเกินขอบเขตดังกล่าว ในที่นี้ possibly ใช้ขยายความ can imagine หมายถึงแม้จะพยายามจินตนาการอย่างเต็มที่ก็ยังนึกภาพทั้งหมดไม่ออก ไม่ได้หมายความว่าจิตวิญญาณอาจจะยิ่งใหญ่เท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Your soul is more magnificent, beautiful, and gigantic than you can possibly imagine." วลี "than you can possibly imagine" ทำหน้าที่อะไร
- ประโยคนี้บอกว่าผู้ฟังควรจินตนาการถึงจิตวิญญาณเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
- ประโยคนี้บอกว่าจิตวิญญาณอาจยิ่งใหญ่ แต่เราไม่รู้ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่
- ประโยคนี้บอกว่าจิตวิญญาณนั้นเกินขอบเขตสูงสุดที่ผู้ฟังจะจินตนาการได้
- ประโยคนี้เปรียบเทียบจิตวิญญาณกับจินตนาการของคนอื่นราวกับเป็นวัตถุ
ดูคำตอบ
ประโยคนี้บอกว่าจิตวิญญาณนั้นเกินขอบเขตสูงสุดที่ผู้ฟังจะจินตนาการได้
A human mind can only contain a tiny fraction of what you are.
3:18จิตใจของมนุษย์สามารถบรรจุสิ่งที่คุณเป็นได้แค่เศษเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น
It's like sticking your finger in a glass of water to see if it's hot or cold. ลำดับความ
3:23มันเหมือนกับการเอานิ้วจุ่มลงไปในแก้วน้ำเพื่อดูว่ามันร้อนหรือเย็น
It's like sticking your finger in a glass of water:ใช้การกระทำเป็นภาพเปรียบเทียบ
It's like sticking your finger in a glass of water ใช้โครงสร้าง It's like + คำกริยาเติม -ing เพื่อนำเสนอการกระทำหนึ่งเป็นการเปรียบเทียบ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกให้ทำอะไรกับน้ำ แต่ใช้ภาพการกระทำที่คุ้นเคยเพื่อสื่อถึงการตรวจสอบหรือสัมผัสเพียงบางส่วนของสิ่งที่ใหญ่กว่า รูป -ing ใช้บอกการกระทำที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้เชื่อมคำอธิบายที่เป็นนามธรรมเข้ากับการกระทำที่เป็นรูปธรรมและนึกภาพตามได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ It's like + คำกริยารูป -ing เพื่อสร้างการเปรียบเทียบได้ถูกต้อง
- It's like to carry a heavy backpack uphill.
- It's like carry a heavy backpack uphill.
- It's like carrying a heavy backpack uphill.
- It's like carried a heavy backpack uphill.
ดูคำตอบ
It's like carrying a heavy backpack uphill.
and felt the rest of your immense consciousness.
3:41และสัมผัสถึงจิตสำนึกอันกว้างใหญ่ที่เหลือของคุณ
If we hung out ... you'd start ...: ประโยคเงื่อนไขแบบที่สอง
ในประโยคนี้ If we hung out ... ใช้ hung ซึ่งเป็นรูปอดีต และ you'd start ... หมายถึง you would start ... ทั้งสองส่วนรวมกันเป็นประโยคเงื่อนไขแบบที่สอง โดยมีรูป if + อดีต และ would + กริยารูปพื้นฐาน ผู้พูดกำลังจินตนาการถึงสถานการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่ได้คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง พร้อมผลที่อาจตามมา hung ในที่นี้ไม่ได้บอกว่ากิจกรรมเกิดขึ้นในอดีต แต่แสดงว่าเงื่อนไขเป็นเพียงสมมติฐาน ส่วน for long enough บอกระยะเวลาที่ต้องใช้ก่อนผลนั้นจะเริ่มเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่สองให้สมบูรณ์ ใช้รูปอดีตของ live ในช่องแรก และใช้ would + walk ในช่องที่สอง: If I ____ closer, I ____ to school every day.
ดูคำตอบ
lived · would walk
hung out: ใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกัน
hung out ในที่นี้เป็นรูปอดีตของ hang out หมายถึงใช้เวลาสบาย ๆ แบบไม่มีกิจกรรมที่วางแผนไว้อย่างชัดเจน ณ สถานที่หนึ่งหรือกับใครบางคน ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดถูกแขวนอยู่ hang out เป็นกริยาวลี โดย hang เปลี่ยนเป็น hung แต่ out ไม่เปลี่ยน ในประโยคเงื่อนไขนี้ hung เป็นรูปอดีตที่โครงสร้างสมมติต้องใช้ ไม่ใช่หลักฐานว่ากิจกรรมนั้นเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกัน”: We usually ____ at the park after school.
ดูคำตอบ
hang out
But there's no point to doing that between each life."
3:49แต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะทำอย่างนั้นระหว่างช่วงต่อของแต่ละชีวิตหรอก"
"How many times have I been reincarnated then?" ไวยากรณ์
3:54"แล้วฉันเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วกี่ครั้งล่ะ?"
ความหมายของ “How many times have I been reincarnated then?”: ถามว่าเคยกลับชาติมาเกิดกี่ครั้ง
How many times ใช้ถามจำนวนครั้งที่เกิดเหตุการณ์อย่างชัดเจน ส่วน have I been reincarnated เป็นรูปประโยค passive ใน present perfect: have + I + been + past participle reincarnated ผู้พูดถามว่าตนเองเคยกลับชาติมาเกิดกี่ครั้งจนถึงตอนนี้ ไม่ได้ถามว่าใครเป็นผู้กระทำ then ที่อยู่ท้ายประโยคทำหน้าที่เป็นคำถามต่อเนื่องในภาษาพูด โดยอาศัยข้อมูลที่เพิ่งได้รับ มีความหมายประมาณว่า “ถ้าอย่างนั้น” คำนี้เชื่อมคำถามเข้ากับข้อมูลก่อนหน้าและทำให้การขอคำอธิบายฟังดูเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามจำนวนครั้งที่ประสบการณ์หนึ่งเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้อย่างแน่นอน และใช้รูป passive?
- How many times was I reincarnated?
- How often have I been reincarnated then?
- How many times have I been reincarnated then?
ดูคำตอบ
How many times have I been reincarnated then?
This time around: รอบปัจจุบัน
This time around หมายถึงในรอบปัจจุบันของกระบวนการหรือวัฏจักรที่เกิดซ้ำ คำนี้นำเสนอสถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นหนึ่งรอบท่ามกลางรอบก่อนหน้าหรือรอบถัดไป ผู้ฟังจึงเปรียบเทียบกับรอบอื่น ๆ ได้โดยธรรมชาติ around ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือคำว่า “รอบ ๆ” ทางกายภาพ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกตัวตนที่ได้รับในชีวิตรอบปัจจุบัน และเปรียบเทียบกับชีวิตอื่น ๆ ของคนคนเดียวกัน
แบบฝึกหัด
สำนวนใดบ่งบอกถึงรอบปัจจุบันของกระบวนการที่เกิดซ้ำได้ดีที่สุด
- Around this time
- Next time around
- This time around
ดูคำตอบ
This time around
in 540 AD: การระบุปีในประวัติศาสตร์
AD เป็นเครื่องหมายตามปฏิทินแบบดั้งเดิมสำหรับยุคที่เชื่อมโยงกับปีประสูติของพระเยซูตามการกำหนดแบบดั้งเดิม คำนี้มาจากภาษาละติน Anno Domini ในที่นี้ 540 AD หมายถึงปี ค.ศ. 540 ตามปฏิทิน ไม่ได้หมายถึง “540 ปีก่อน” หรือช่วงเวลายาว 540 ปี คำบุพบท in ใช้นำหน้าปี: in 540 AD ข้อความสมัยใหม่อาจใช้ 540 CE ได้เช่นกัน โดย CE ระบุปีเดียวกันด้วยชื่อเรียกที่เป็นกลางกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ in + ปี + AD และปี 80: A Roman fort was built ____.
ดูคำตอบ
in 80 AD
time as you know it only exists in your universe. วลี
4:16เวลาในแบบที่คุณรู้จักมันมีอยู่แค่ในจักรวาลของคุณเท่านั้น
I guess technically: การทำให้คำแก้ไขที่แม่นยำฟังนุ่มนวลขึ้น
ในประโยคนี้ I guess ลดระดับความมั่นใจของผู้พูดและทำให้ข้อความฟังไม่ตรงหรือแข็งเกินไป อาจหมายถึง “ฉันคิดว่า” หรือ “นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอธิบาย” ไม่จำเป็นต้องเป็นการเดาจริง ๆ Technically จำกัดข้อความไว้ที่สิ่งที่เป็นจริงตามคำนิยามอย่างเคร่งครัด เมื่อใช้ I guess technically ร่วมกัน ผู้พูดกำลังเตรียมแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล โดยเปิดช่องไว้สำหรับความไม่แน่ใจ พร้อมกับบอกว่ากฎที่แม่นยำสนับสนุนข้อความนั้น ในที่นี้ technically ไม่ได้หมายถึง “โดยใช้เทคโนโลยี”
แบบฝึกหัด
ผู้พูดสื่ออะไรเมื่อพูดว่า “I guess technically, the ticket is no longer valid”?
- มีความไม่แน่ใจอยู่บ้าง พร้อมกับบอกว่ากฎอย่างเคร่งครัดสนับสนุนข้อสรุปนั้น
- ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะทำการแก้ไขใด ๆ
- มั่นใจว่าอุปกรณ์ทางเทคนิคเป็นสาเหตุของปัญหา
ดูคำตอบ
มีความไม่แน่ใจอยู่บ้าง พร้อมกับบอกว่ากฎอย่างเคร่งครัดสนับสนุนข้อสรุปนั้น
time as you know it: รูปแบบของ X ที่คุณคุ้นเคย
ใน time as you know it วลี as you know it หมายถึง “ในรูปแบบที่คุณคุ้นเคย” โดยจำกัดความหมายของ time ให้เป็นเวลาตามความเข้าใจปกติของมนุษย์ที่ผู้ฟังคุ้นเคย ตรงนี้ as ไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า” รูปแบบ X as you know it นำเสนอ X ในรูปแบบปัจจุบันที่คุ้นเคย และมักใช้ก่อนบอกว่ารูปแบบนั้นแตกต่างออกไปในที่อื่นหรืออาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายที่หมายถึง “การเดินทางในรูปแบบปัจจุบันที่คุณคุ้นเคย”: After the city bans all private cars, transportation ____ will change forever.
ดูคำตอบ
as you know it
I know you'll want to know what it's like there, ไวยากรณ์
4:32ผมรู้ว่าคุณอยากจะรู้ว่าที่นั่นเป็นยังไง
what it's like there: ลำดับคำในคำถามแฝง
What it's like there เป็นคำถามแฝงที่หมายถึง “ประสบการณ์โดยรวมหรือลักษณะของสถานที่นั้น” เป็นการถามว่าการอยู่ที่นั่นให้ความรู้สึกอย่างไรหรือสถานที่นั้นโดยรวมเป็นแบบไหน ไม่ได้ถามเพียงว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น เนื่องจากคำถามนี้แฝงอยู่หลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + it + is + like คำย่อ it's หมายถึง it is ส่วนคำถามตรงคือ What is it like there?
แบบฝึกหัด
Mia ไม่เคยไปไนโรบี ตัวเลือกใดถามเกี่ยวกับสถานที่นั้นได้ถูกต้องภายในประโยคที่ใหญ่กว่า? “She wants to know ____.”
- what it's there like
- what is it like there
- what it's like there
ดูคำตอบ
what it's like there
but honestly, you wouldn't understand: ความตรงไปตรงมาและการสร้างระยะห่าง
ในที่นี้ honestly เป็นคำบอกท่าทีที่ทำให้ข้อความถัดไปดูเป็นเหตุผลที่พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าจะไม่อธิบายต่อ แต่ honestly ไม่ได้ทำให้การปฏิเสธนั้นสุภาพขึ้นโดยอัตโนมัติ ใน you wouldn't understand คำว่า would แสดงการตัดสินเกี่ยวกับสถานการณ์สมมุติว่า ต่อให้อธิบาย ผู้ฟังก็คงไม่เข้าใจ ไม่ได้บอกเวลาในอดีต เมื่อรวมกัน ประโยคนี้สร้างระยะห่างและปิดหัวข้อ และอาจฟังดูวางตัวเหนือกว่า เพราะผู้พูดเป็นฝ่ายตัดสินความสามารถในการเข้าใจของผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลักด้วย but honestly, you wouldn't understand?
- สัญญาอย่างสุภาพว่าจะอธิบายในภายหลัง
- พูดตรง ๆ ว่าผู้ฟังคงไม่สามารถเข้าใจ พร้อมกับปิดหัวข้อ
- บรรยายความล้มเหลวในการเข้าใจที่เกิดขึ้นในอดีต
ดูคำตอบ
พูดตรง ๆ ว่าผู้ฟังคงไม่สามารถเข้าใจ พร้อมกับปิดหัวข้อ
a little let down: สภาพที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ใน a little let down คำว่า let down เป็นคำคุณศัพท์รูป past participle หมายถึงรู้สึกผิดหวังเพราะบางสิ่งไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ วลีนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพความรู้สึกของ you ขณะพูด ไม่ได้หมายความว่ามีใครยกตัวคุณลงมาจริง ๆ a little ลดระดับความรู้สึกลง หมายถึงผิดหวังอยู่บ้าง ไม่ได้เสียใจอย่างมาก สภาพเดียวกันนี้ใช้หลัง be หรือ feel ได้เช่นกัน: I was let down หรือ I felt let down
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี let และหมายถึง “ผิดหวัง”: Nina expected good news, so she felt a little ____ when the email said no.
ดูคำตอบ
let down
I could have interacted with myself at some point."
4:46ฉันก็อาจจะเคยมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเองในจุดใดจุดหนึ่งสิ"
If I get reincarnated ... I could have interacted: เงื่อนไขในอนาคตกับความเป็นไปได้ที่เกิดก่อนหน้า
อนุประโยค if ใน If I get reincarnated to other places in time มองการเกิดใหม่ในอนาคตว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ยังเปิดอยู่ ไม่ใช่เงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริง ส่วนประโยคหลักใช้ could have + กริยาช่องที่สาม interacted เพื่อมองย้อนจากมุมมองปัจจุบันของผู้พูดไปยังการพบกันที่อาจเสร็จสิ้นไปแล้ว การรวมช่วงเวลาแบบผิดปกตินี้เข้าใจได้เพราะเรื่องมีเส้นเวลาที่ไม่เป็นเส้นตรง การเกิดใหม่ในอนาคตอาจพาผู้พูดไปถึงยุคประวัติศาสตร์ที่เก่ากว่า จึงเป็นไปได้ว่าผู้พูดเคยพบกับตัวเองอีกเวอร์ชันหนึ่งมาแล้ว
แบบฝึกหัด
ในเส้นเวลาที่ไม่เป็นเส้นตรงของเรื่อง ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้พูดแน่ใจว่าการเกิดใหม่ในอดีตทำให้เกิดการพบกัน
- ผู้พูดวางแผนว่าจะพบกับตัวเองอีกเวอร์ชันหนึ่งหลังจากเวลาปัจจุบันเท่านั้น
- การเกิดใหม่ในอนาคตอาจพาผู้พูดไปยังยุคที่เก่ากว่า ดังนั้นการพบกับตัวเองอีกเวอร์ชันหนึ่งอาจเกิดขึ้นไปแล้ว
ดูคำตอบ
การเกิดใหม่ในอนาคตอาจพาผู้พูดไปยังยุคที่เก่ากว่า ดังนั้นการพบกับตัวเองอีกเวอร์ชันหนึ่งอาจเกิดขึ้นไปแล้ว
Happens all the time: การละประธาน It ที่เข้าใจกันจากบริบท
ในคำตอบสั้น ๆ ในบทสนทนานี้ Happens all the time มีความหมายเท่ากับ It happens all the time ประธาน It ที่ถูกละไว้หมายถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งพูดถึง และ happens ยังคงมี -s เพราะประธานที่เข้าใจกันคือบุรุษที่สามเอกพจน์ ตรงนี้ all the time หมายถึง “บ่อยมาก” เป็นวลีที่ใช้เน้นความถี่ และโดยทั่วไปไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นทุกวินาที
แบบฝึกหัด
เมื่อทราบชัดเจนอยู่แล้วว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด คำตอบใดเป็นธรรมชาติในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ
- Happen all the time.
- Happens all the time.
- Is happen all the time.
ดูคำตอบ
Happens all the time.
ใช้ with + นามวลี + คำคุณศัพท์เพื่อบอกสภาพพื้นหลัง
วลีนี้ใช้โครงสร้าง with + นามวลี + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ นามวลีคือ both lives และ aware of their own lifespans บอกสภาพของชีวิตทั้งสอง ส่วน their ย้อนกลับไปหมายถึงชีวิตสองชีวิตที่ถูกทำให้เหมือนเป็นบุคคล Only จำกัดการรับรู้ไว้เฉพาะช่วงอายุของแต่ละชีวิต วลี with ทั้งหมดทำหน้าที่ให้สภาพพื้นหลังแก่ประโยคหลัก โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มเงื่อนไขหรือเหตุการณ์ที่เกิดควบคู่กันโดยไม่ต้องเขียนอนุประโยคสมบูรณ์อีกชุดที่มีกริยาของตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ with + นามวลี + คำคุณศัพท์ที่สร้างจาก both doors / closed อย่างถูกต้อง: ____, the room stayed quiet.
ดูคำตอบ
With both doors closed
ใช้ What's the point of it all? เพื่อถามถึงความหมายสูงสุด
point ในที่นี้หมายถึงจุดประสงค์ คุณค่า หรือความหมายสูงสุด ไม่ได้หมายถึงคะแนน ปลายแหลม หรือใจความสำคัญ What's the point of it all? ถามว่าประสบการณ์หรือระบบทั้งหมดนั้นสำคัญเพราะอะไร Of it all ย้อนกลับไปหมายถึงทุกอย่างที่เพิ่งกล่าวถึง คำถามนี้อาจเป็นการคิดทบทวนอย่างจริงใจ แต่ก็มักแฝงความสงสัย ความหงุดหงิด หรือความรู้สึกว่าทั้งหมดนี้อาจไม่มีความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำถามรูปแบบตายตัวโดยใช้รูปย่อ what's เพื่อถามถึงจุดประสงค์หรือความหมายของประสบการณ์ทั้งหมด: ____?
ดูคำตอบ
What's the point of it all
looked you in the eye: สบตากับอีกฝ่ายโดยตรง
Looked you in the eye เป็นรูปอดีตของ look someone in the eye ในโครงสร้างตายตัวนี้ คำที่หมายถึงบุคคลจะวางต่อจาก look โดยตรง และ in the eye ระบุจุดที่สายตามองไป สำนวนนี้หมายถึงการสบตากับอีกฝ่ายโดยตรง การกระทำนี้อาจสื่อถึงความจริงจัง ความจริงใจ ความมั่นใจ หรือแรงกดดันได้ตามสถานการณ์ ในประโยคนี้ การจงใจสบตาทำให้คำพูดดูเคร่งขรึมขึ้น แต่การสบตาเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้พูดซื่อสัตย์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ look someone in the eye และชื่อ Leo Before making the promise, Maya ____.
ดูคำตอบ
looked Leo in the eye
the reason ... is for you to mature: โครงสร้างบอกจุดประสงค์
ใน the reason I made this whole universe อนุประโยค I made this whole universe ขยายคำว่า reason โดยสามารถเติมคำเชื่อมสัมพันธ์ that ได้ แต่ในที่นี้ละไว้ ประธานของ is คือกลุ่มคำนามทั้งหมด the reason I made this whole universe ไม่ใช่คำนาม universe ที่อยู่ใกล้ is หลัง is วลี for you to mature เป็นอนุประโยค infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย for โดย you เป็นประธานในความหมายของ mature และอนุประโยคนี้บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ส่วน The meaning of life กับ the reason I made this whole universe ที่อยู่ก่อนหน้าเป็นคำหรือวลีที่วางซ้อนเพื่ออธิบายสิ่งเดียวกัน โดยกลุ่มคำนามที่สองเรียกแนวคิดเดิมด้วยถ้อยคำใหม่
แบบฝึกหัด
เลือกการวิเคราะห์ที่ตรงกับประโยคนี้มากที่สุด: The reason I opened the window is for the room to cool down.
- ประธานคือ “the window” และ “for the room” บอกตำแหน่งที่เปิดหน้าต่าง
- ประธานทั้งหมดคือ “The reason I opened the window” และ “for the room to cool down” บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้
- ประธานคือ “the room” และ “to cool down” บอกสาเหตุในอดีต
ดูคำตอบ
ประธานทั้งหมดคือ “The reason I opened the window” และ “for the room to cool down” บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้
ใช้ “You mean mankind?” เพื่อยืนยันความเข้าใจที่เฉพาะเจาะจง
“You mean mankind?” เป็นการเสนอความเข้าใจที่เฉพาะเจาะจงต่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แล้วขอให้อีกฝ่ายยืนยันหรือแก้ไข ในที่นี้ mean หมายถึง “ตั้งใจจะสื่อว่า” ผู้พูดจึงกำลังตรวจสอบว่า you หมายถึงมนุษยชาติทั้งหมดหรือไม่ ใช้รูปแบบ You mean + คำนามหรือแนวคิด? เมื่อคุณมีความเข้าใจหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้อยู่แล้ว ต่างจาก What? ที่ถามกลับแบบกว้าง ๆ รูปแบบนี้บอกชัดว่าคุณคิดว่าตนได้ยินหรือเข้าใจอะไร
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานพูดว่า “The deadline has moved forward.” คำตอบใดเหมาะที่สุดสำหรับตรวจสอบว่าอีกฝ่ายหมายถึงวันศุกร์
- Is the report difficult?
- What?
- You mean the report is due on Friday?
ดูคำตอบ
You mean the report is due on Friday?
you grow and mature and become a larger and greater intellect." ลำดับความ
5:22คุณจะเติบโตและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และกลายเป็นผู้มีสติปัญญาที่ยิ่งใหญ่และกว้างขวางมากขึ้น"
grow and mature and become: จังหวะสะสมจากการใช้ and ซ้ำ
การใช้ and ซ้ำเชื่อมสามขั้น ได้แก่ grow, mature และ become พร้อมทำให้แต่ละขั้นมีจังหวะของตัวเอง แทนที่จะเป็นรายการสั้น ๆ ประโยคนี้ทำให้การพัฒนาดูสะสมต่อเนื่อง โดยการเปลี่ยนแปลงหนึ่งนำไปสู่อีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง การเชื่อมแบบใช้สันธานซ้ำนี้มักเรียกว่า polysyndeton เวลาอ่าน ให้ฟังคำกริยาเหล่านี้เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ คลี่ออก ไม่ใช่การกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือการพูดซ้ำโดยไม่ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ and ซ้ำได้ดีที่สุดเพื่อทำให้กระบวนการฟังดูเหมือนค่อย ๆ พัฒนาต่อเนื่องทีละขั้น
- The idea grew, spread, and changed the whole project.
- The idea grew and spread and changed the whole project.
- The idea changed the whole project after it spread.
ดูคำตอบ
The idea grew and spread and changed the whole project.
“Now you're getting it.”: ความเข้าใจที่กำลังพัฒนา
get ในประโยคนี้หมายถึง “เข้าใจ” ไม่ใช่ “ได้รับ” หรือ “ได้มา” ผู้พูดกำลังบอกอีกฝ่ายว่าแนวคิดหลักเริ่มเข้าใจได้แล้ว รูปกำลังกระทำ are getting แสดงว่าความเข้าใจกำลังพัฒนาขึ้นในขณะนี้ เมื่อมี now ประโยคนี้จึงเป็นการให้กำลังใจว่าอีกฝ่ายมาถูกทางแล้ว แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม
แบบฝึกหัด
ผู้เรียนคนหนึ่งเริ่มเข้าใจแนวคิดที่ยากแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ คำตอบใดเป็นการยืนยันความคืบหน้านั้นอย่างให้กำลังใจ
- Now you've got it.
- Now you're getting it.
- You're still missing the point.
ดูคำตอบ
Now you're getting it.
every human being who ever lived ... who will ever live: ขอบเขตจากอดีตถึงอนาคต
นามวลี every human being ตามด้วยอนุประโยคขยายคำนาม who ever lived ในที่นี้ ever ขยายช่วงเวลาให้หมายถึง “เวลาใดก็ตามในอดีต” ดังนั้นวลีนี้จึงรวมทุกคนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Or who will ever live เพิ่มทุกคนที่จะมีชีวิตอยู่ ณ เวลาใดก็ตามในอนาคต โดยละคำซ้ำ every human being ซึ่งผู้ฟังเติมกลับได้จากประโยคแรกเป็น “Or every human being who will ever live.” ever ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อดีต รูป lived หรือ will live เป็นตัวกำหนดเวลา ส่วน ever ทำให้ช่วงนั้นครอบคลุมทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคต่อไปด้วย who, will และ ever เพื่อรวมถึงนักวิทยาศาสตร์ทุกคนที่จะทำงานที่นี่ในอนาคต พร้อมละคำซ้ำ every scientist: “The prize honors every scientist who ever worked here. Or ____.”
ดูคำตอบ
who will ever work here
“ฉันคืออับราฮัม ลินคอล์นเหรอ” ... “คุณคือจอห์น วิลค์ส บูธ”
อับราฮัม ลินคอล์นคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตหลังถูกยิงในปี 1865 ส่วนจอห์น วิลค์ส บูธคือคนที่ยิงเขา ดังนั้นการกล่าวชื่อทั้งสองคนคู่กันจึงเป็นการนำเหยื่อในประวัติศาสตร์มาเชื่อมกับผู้สังหารเขา ภายใต้แนวคิดการกลับชาติมาเกิดแบบสมมติในเรื่อง ผู้พูดไม่ได้กล่าวว่าลินคอล์นกับบูธในประวัติศาสตร์เป็นคนเดียวกันจริง ๆ การจับคู่นี้สื่อแนวคิดของเรื่องที่ว่า ตัวตนอันยิ่งใหญ่เดียวกันอาจใช้ชีวิตเป็นทั้งผู้ถูกทำร้ายและผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น
แบบฝึกหัด
ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ข้อใดทำให้การจับคู่นี้มีความหมายในเรื่อง?
- จอห์น วิลค์ส บูธลอบสังหารอับราฮัม ลินคอล์น
- อับราฮัม ลินคอล์นกับจอห์น วิลค์ส บูธดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีร่วมกัน
- จอห์น วิลค์ส บูธเป็นชื่อในวงการสมมติของอับราฮัม ลินคอล์น
ดูคำตอบ
จอห์น วิลค์ส บูธลอบสังหารอับราฮัม ลินคอล์น
Every happy and sad moment ever experienced by any human
6:27ทุกช่วงเวลาแห่งความสุขและความเศร้าที่มนุษย์คนใดเคยสัมผัส
ทุกครั้ง ... ทุกการกระทำ ... ทุกช่วงเวลาที่สุขและเศร้า
การซ้ำ Every ที่ต้นอนุประโยคทั้งสามเป็นการซ้ำคำต้นประโยค หรือ anaphora รูปแบบการเริ่มต้นแบบเดียวกันเชื่อมทั้งสามข้อความให้เป็นข้อโต้แย้งเดียวที่มีลำดับ แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ขอบเขตของเนื้อหาค่อย ๆ กว้างขึ้นจากการทำร้ายใครสักคน ไปสู่การทำความดี และไปถึงอารมณ์ทั้งหมดของมนุษย์ตลอดทุกช่วงเวลา การเรียงข้อความแบบขนานนี้ทำให้บทสรุปมีจังหวะและน้ำหนัก พร้อมนำเสนอแนวคิดของเรื่องที่ว่า การกระทำและประสบการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นกับตัวตนเดียวกันในท้ายที่สุด
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง Every... ที่ซ้ำกันในข้อความนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร?
- แสดงว่าผู้พูดกำลังแก้ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์สามจุด
- บอกว่าเหตุการณ์สามอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
- เชื่อมแนวคิดต่าง ๆ และขยายข้อโต้แย้งจากการกระทำเฉพาะไปสู่ประสบการณ์ทั้งหมดของมนุษย์
ดูคำตอบ
เชื่อมแนวคิดต่าง ๆ และขยายข้อโต้แย้งจากการกระทำเฉพาะไปสู่ประสบการณ์ทั้งหมดของมนุษย์
was or will be experienced: รูปถูกกระทำที่เชื่อมอดีตกับอนาคต
was or will be experienced เชื่อมรูปประโยคถูกกระทำสองรูปเข้าด้วยกัน คือ was experienced และ will be experienced ทั้งสองส่วนใช้คำกริยาช่องสาม experienced ร่วมกัน จึงครอบคลุมทั้งอดีตและอนาคตโดยยังคงใช้ Every happy and sad moment เป็นประธาน รูปประโยคถูกกระทำช่วยวาง “ช่วงเวลา” ไว้ข้างหน้า ส่วน by you ระบุผู้ที่ได้ประสบช่วงเวลาเหล่านั้น ในส่วนอนาคตต้องมี will be; รูป will experienced ไม่ใช่โครงสร้างอนาคตแบบถูกกระทำที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย was or will be และรูปที่ถูกต้องของ experience: This effect ____ by every visitor.
ดูคำตอบ
was or will be experienced
Because ... Because ...: การให้เหตุผลเป็นสองชั้น
ส่วนประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Because แต่ละส่วนตอบคำถาม Why? ก่อนหน้า ส่วนแรกให้ผลลัพธ์ในอนาคตว่า someday you will become like me ส่วนที่สองให้ข้อยืนยันที่ลึกกว่าเกี่ยวกับปัจจุบันว่า that's what you are การใช้ Because ซ้ำช่วยแยกเหตุผลสองข้อและทำให้แต่ละข้อมีจังหวะของตัวเอง ในการสนทนาและการเล่าเรื่องแบบเน้นอารมณ์ อนุประโยค because สามารถอยู่ลำพังได้เมื่อคำถามก่อนหน้าช่วยเติมใจความหลักที่ละไว้ ในที่นี้ ส่วนประโยคเหล่านี้จัดคำตอบเป็นเหตุผลข้อแรกแล้วตามด้วยข้อที่สอง จึงเป็นความตั้งใจ ไม่ใช่ประโยคที่ขาดโดยบังเอิญ
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนา "Why did you leave?" "Because the shop was closing. Because I had promised to call home." การใช้ Because ซ้ำทำหน้าที่อะไร?
- แสดงว่าผู้พูดลืมว่าจะจบทั้งสองประโยคอย่างไร
- หมายความว่าเหตุผลข้อที่สองยกเลิกเหตุผลข้อแรก
- เสนอเหตุผลสองข้อแยกกันและเน้นเหตุผลข้อที่สองมากขึ้น
ดูคำตอบ
เสนอเหตุผลสองข้อแยกกันและเน้นเหตุผลข้อที่สองมากขึ้น
incredulous: ปฏิกิริยาของคนที่ไม่อยากเชื่อ
ในที่นี้ incredulous หมายถึงรู้สึกว่าสิ่งหนึ่งเชื่อได้ยากเพราะน่าประหลาดใจมาก คำนี้บรรยายคนที่พูดว่า “Wow” ว่าทั้งประหลาดใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน incredulous เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยาย “you” ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ ประโยคนี้มีความหมายโดยคร่าวว่าคุณพูดพร้อมแสดงปฏิกิริยาว่าไม่อยากเชื่อ
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เติมประโยคได้ถูกต้องและบรรยายปฏิกิริยาไม่อยากเชื่อของ Maya: “Maya looked _____ when she heard the news.”
- incredible
- incredulous
- incredulously
ดูคำตอบ
incredulous
“You're a fetus”: คำเปรียบเทียบถึงการเติบโตที่ยังไม่สมบูรณ์
ตามความหมายตรงตัว fetus หมายถึงมนุษย์หรือสัตว์ที่กำลังพัฒนาก่อนเกิด แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ผู้พูดบอกว่าคนผู้นั้นยังอยู่ในช่วงต้นของการเติบโตทางจิตวิญญาณ ไม่ได้อยู่ในครรภ์จริง ๆ คำว่า “not yet” และ “still growing” ที่อยู่ใกล้กันสร้างภาพเดียวกันเกี่ยวกับพัฒนาการของชีวิต คนผู้นั้นยังไม่ถึงสภาวะสมบูรณ์ที่เหมือนพระเจ้า ส่วนการเปลี่ยนแปลงในอนาคตถูกจินตนาการเป็นการเติบโตและการเกิดในที่สุด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “You're a fetus” หมายความว่าอย่างไร?
- คุณยังคงพัฒนาและยังไม่ถึงสภาวะสุดท้าย
- คุณพัฒนาอย่างสมบูรณ์แล้ว
- คุณกำลังเติบโตอยู่ในครรภ์จริง ๆ
ดูคำตอบ
คุณยังคงพัฒนาและยังไม่ถึงสภาวะสุดท้าย
ความสัมพันธ์ของเวลาที่เสร็จสมบูรณ์ใน Once you've lived ... you will have grown enough to be born
Once ใช้นำเงื่อนไขด้านเวลาในอนาคต ในอนุประโยคบอกเวลานี้ ภาษาอังกฤษใช้รูป present แทน will โดย you've lived เป็น present perfect และบอกว่าการใช้ชีวิตทั้งหมดนั้นจะเสร็จก่อนผลที่ตามมา Once จึงหมายถึง “เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว” ไม่ใช่ “หนึ่งครั้ง” you will have grown เป็น future perfect ซึ่งมองว่าการเติบโตเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อถึงจุดนั้นในอนาคต enough to be born หมายถึงตอนนั้นได้พัฒนาถึงระดับที่จำเป็นต่อการถือกำเนิดแล้ว และยังคงสานต่อภาพเปรียบเทียบเรื่องการเติบโตก่อนเกิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ present perfect แบบย่อของ complete หลัง once และ future perfect ของ learn: ____ every lesson, you ____ enough to take the final challenge.
ดูคำตอบ
Once you've completed · will have learned
it's just an egg ในฐานะภาพเปรียบเทียบของจักรวาล
an egg เป็นภาพเปรียบเทียบแทนจักรวาลทั้งมวล เช่นเดียวกับที่ไข่เก็บและหล่อเลี้ยงชีวิตก่อนฟัก จักรวาลก็ถูกนำเสนอว่าเป็นสถานที่ที่ดวงวิญญาณพัฒนาผ่านชีวิตมนุษย์มากมาย ก่อนจะถือกำเนิดเข้าสู่สภาวะใหม่ just ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลเป็นไข่ธรรมดาในทางกายภาพ คำนี้ช่วยสรุปแนวคิดอันยิ่งใหญ่ให้เหลือแก่นที่เรียบง่ายและน่าประหลาดใจว่า “ที่แท้จักรวาลก็มีไว้เพื่อสิ่งนี้”
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “the universe is just an egg” หมายความว่าอย่างไร
- จักรวาลหยุดเปลี่ยนแปลงแล้วเพราะสมบูรณ์แบบเรียบร้อย
- จักรวาลเป็นไข่ใบเล็กที่สัตว์สร้างขึ้นตามความหมายตรงตัว
- จักรวาลเป็นสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังพัฒนาก่อนการถือกำเนิดครั้งใหม่
ดูคำตอบ
จักรวาลเป็นสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังพัฒนาก่อนการถือกำเนิดครั้งใหม่
"Now it's time for you to move on to your next life." กริยาวลี
7:18"ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณต้องเดินหน้าต่อไปสู่ชีวิตหน้าแล้ว"
move on to your next life: ก้าวต่อไปสู่ชีวิตหน้า
ในประโยคนี้ move on to หมายถึงการทิ้งช่วงหนึ่งไว้ข้างหลังและเข้าสู่ช่วงถัดไป สิ่งที่ตามหลัง to คือ your next life ดังนั้นอีกชีวิตหนึ่งจึงถูกนำเสนอว่าเป็นช่วงถัดไป ไม่ใช่สถานที่ที่ไปถึงด้วยการเคลื่อนไปข้างหน้า โครงสร้างคือ move on to + คำนามหรือวลีคำนาม มักสื่อสองอย่างพร้อมกัน คือหัวข้อหรือช่วงปัจจุบันจบลง และสิ่งใหม่เริ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ move on to เติมประโยคให้สมบูรณ์: We have finished the safety rules. Now let's ____ the first activity.
ดูคำตอบ
move on to
sent you on your way: ส่งให้คุณเดินทางต่อไป
Send someone on their way หมายถึงการอนุญาต บอก หรือช่วยให้คนหนึ่งออกไปและเดินทาง ทำงาน หรือดำเนินขั้นตอนถัดไปต่อ ที่นี่ sent you on your way หมายถึงการส่งบุคคลนั้นต่อไปยังชีวิตหน้า สำนวนนี้จึงตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเรื่องด้วย คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับกรรม: send me on my way, send you on your way และ send them on their way ในรูปอดีต send จะเปลี่ยนเป็น sent
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ send someone on their way และเปลี่ยนคำสรรพนามให้สอดคล้องกับ us: Once the guide had answered our question, she ____.
ดูคำตอบ
sent us on our way