ปืนในอวกาศ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
คำอธิบายวิดีโอ: การทดลองทางความคิดด้วยปืนใหญ่ น้ำ ดวงอาทิตย์ และเอกภพ อธิบายวงโคจร ฟิวชัน และเหตุที่กระสุนตามดาราจักรไกลไม่ทัน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. ด้านวัจนปฏิบัติ “what do you say we” ใช้ชวนทำสิ่งหนึ่งร่วมกันอย่างเป็นมิตรโดยไม่ออกคำสั่ง 2. ไวยากรณ์ “the more massive a star is, the hotter it burns.” เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนพร้อมกัน ใช้อธิบายแนวโน้มและกฎได้ 3. บริบทวัฒนธรรม “Disaster from dis meaning against and aster meaning star.” แสดงว่ารากศัพท์แบบย่อปูมุกเรื่องดาวหันมาต่อต้านเราอย่างไร โดยไม่แทนความหมายปัจจุบันของ disaster
คำอธิบายในบทเรียนนี้
what do you say we + กริยารูปพื้นฐานสำหรับข้อเสนอร่วมกัน
“What do you say we + กริยารูปพื้นฐาน?” เป็นวิธีเสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกันในภาษาสนทนา ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังเสนอให้ออกจากที่นี่ด้วยน้ำเสียงที่เบาและเป็นมิตรกว่าการออกคำสั่งโดยตรง หลัง we ให้ใช้กริยารูปพื้นฐานทันทีโดยไม่กล่าว should เช่น “What do you say we leave?” ความหมายใกล้เคียงกับ“How about we...?” หรือ “Shall we...?” ไม่ใช่คำถามว่าผู้ฟังจะพูดคำใด
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอที่เป็นมิตรนี้ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ grab some lunch?
ดูคำตอบ
What do you say we
get outta here: รูปภาษาพูดของ get out of here
Outta เป็นรูปสะกดแบบไม่เป็นทางการที่แสดงให้เห็นว่า out of มักออกเสียงอย่างไรในการพูดเร็ว ใน get outta here นั้น get out of here หมายถึง “ออกไปจากสถานที่นี้” ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังเสนอให้กลุ่มออกไป วลีเดียวกันยังใช้เป็นคำอุทานที่แสดงความไม่เชื่อได้ด้วย เช่น “Get outta here!” อาจหมายถึง “ไม่มีทาง!” แต่ในประโยคนี้ไม่ได้หมายความเช่นนั้น โครงสร้าง what do you say we... ที่อยู่ข้างหน้าทำให้วลีนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอให้ออกไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค“What do you say we get outta here?” วลี“get outta here” หมายถึงอะไร?
- ออกไปจากสถานที่นี้
- ถามว่าใครบางคนควรใช้คำใด
- แสดงความไม่เชื่อต่อข่าวที่น่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
ออกไปจากสถานที่นี้
That way we could just float around and be free from the influence of gravity. ลำดับความ
0:07แบบนั้นเราก็จะลอยไปมาได้อย่างอิสระ โดยพ้นจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง
“That way” เชื่อมวิธีกับผลลัพธ์
That way ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดที่เพิ่งกล่าวไป คือการเข้าสู่วงโคจร ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึงถนนหรือทิศทางทางกายภาพ เมื่อวางไว้ต้นอนุประโยคถัดไป วลีนี้หมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น” และนำเข้าสู่ผลที่ผู้พูดคาดว่าจะเกิดจากแผนนั้น เป็นรูปแบบทั่วไปที่ช่วยเรียบเรียงคำอธิบายโดยกล่าวถึงวิธีก่อน แล้วตามด้วยผลลัพธ์หรือประโยชน์
แบบฝึกหัด
That way ทำหน้าที่อะไรใน “Save the file in the cloud. That way, you can open it anywhere”?
- หมายถึงเส้นทางทางกายภาพ
- ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีที่แนะนำและนำเข้าสู่ผลของวิธีนั้น
- นำเข้าสู่ข้อยกเว้นของคำแนะนำ
ดูคำตอบ
ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีที่แนะนำและนำเข้าสู่ผลของวิธีนั้น
“Except not really.” เพื่อแก้ไขคำกล่าวอย่างรวดเร็ว
Except not really. เป็นส่วนประโยคแบบไม่เป็นทางการที่ย้อนกลับไปยังคำกล่าวอย่างมั่นใจในประโยคก่อนหน้า แล้วถอนหรือทำให้คำกล่าวนั้นอ่อนลง Except ส่งสัญญาณว่ามีข้อแม้หรือปัญหา ส่วน not really บอกว่าสิ่งที่เพิ่งพูดไปไม่ถูกต้องนัก ใจความเต็มจะคล้ายกับ “Except that is not really true.” การคงไว้เพียงส่วนสั้น ๆ นี้ทำให้เกิดการพลิกกลับอย่างรวดเร็ว มักมีผลแบบมุกหน้าตายหรือขี้เล่น และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับคำอธิบายที่แท้จริง
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดกล่าว “Except not really.” หลังคำกล่าวอย่างมั่นใจ ผู้พูดกำลังทำอะไร?
- แก้ไขหรือทำให้คำกล่าวที่เพิ่งพูดอ่อนลง
- เพิ่มสิ่งหนึ่งที่ถูกยกเว้นออกจากรายการ
- ยืนยันคำกล่าวด้วยการเน้นให้หนักขึ้น
ดูคำตอบ
แก้ไขหรือทำให้คำกล่าวที่เพิ่งพูดอ่อนลง
Astronauts orbiting around the Earth experience pretty much the same gravitational pull that you and I are feeling right now. วลี
0:14นักบินอวกาศที่โคจรรอบโลกได้รับแรงโน้มถ่วงแทบเท่ากับที่คุณกับผมกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
pretty much: “เกือบจะ” หรือ “โดยพื้นฐานแล้ว”
ในประโยคนี้ pretty much ขยาย the same และหมายถึง “เกือบจะเหมือนกัน” โดย pretty ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สวย” ใช้ pretty much เมื่อต้องการบอกข้อสรุปโดยรวมอย่างหนักแน่น แต่ยังเปิดโอกาสให้มีความแตกต่างหรือข้อยกเว้นเล็กน้อย ผู้พูดมองว่าสองสิ่งใกล้เคียงกันมากพอที่จะถือว่าโดยพื้นฐานแล้วเหมือนกัน แต่ไม่ได้ตรงกันทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสนทนาสองคำที่หมายถึง “เกือบจะ”: After the update, the two versions look ____ the same.
ดูคำตอบ
pretty much
but their angular velocity is so large that they're falling just as fast as Earth curves away from them. ไวยากรณ์
0:27แต่ความเร็วเชิงมุมของพวกเขาสูงมาก จึงตกเร็วพอดีกับที่พื้นผิวโลกโค้งหนีออกไป
The major difference is that + อนุประโยค
The major difference is that ใช้เกริ่นว่ากำลังจะบอกความแตกต่างที่สำคัญที่สุด แล้วอนุประโยคหลัง that จะระบุว่าความแตกต่างนั้นคืออะไร ในที่นี้ that เป็นคำเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่ใช้ชี้ไปยังสิ่งของ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ฟังจัดระเบียบข้อมูลในการเปรียบเทียบ โดยบอกก่อนว่าข้อมูลใดสำคัญที่สุด แล้วจึงนำเสนอความแตกต่างหลัก ใช้เมื่อสิ่งสองอย่างที่กำลังเปรียบเทียบถูกกล่าวถึงแล้วหรือชัดเจนจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างเต็มจากบทเรียน: Both phones have the same screen size. ____ one has a much better battery.
ดูคำตอบ
The major difference is that
so large that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
so large that ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ในประโยคนี้ so เน้นระดับของ large ซึ่งบอกขนาดของความเร็วเชิงมุม ส่วนอนุประโยค that บอกสถานการณ์ที่เป็นผลตามมา คือพวกเขาตกลงมาเร็วพอที่จะเท่ากับอัตราที่โลกโค้งหนีออกไป ใช้โครงสร้างนี้เมื่อระดับของบางสิ่งสูงถึงจุดที่ทำให้เกิดผลตามมา เช่น so cold that... หรือ so quickly that... คำว่า so จำเป็นต้องมี เพราะ large that เพียงอย่างเดียวไม่เป็นโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์นี้
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่สร้างโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The ice was ____ thin ____ the guide closed the trail.
ดูคำตอบ
so · that
just as fast as: เน้นว่าเท่ากันพอดี
just as fast as ใช้ just + as + คำวิเศษณ์ + as เพื่อเปรียบเทียบอัตราความเร็วสองค่า fast ขยาย falling และ just เน้นว่าทั้งสองค่าเท่ากันพอดี กล่าวคือความเร็วในการตกของพวกเขาตรงกับอัตราที่โลกโค้งหนีออกไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ just as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as ซึ่งแสดงว่าคน สิ่งของ หรือการกระทำสองอย่างเท่ากันในด้านคุณสมบัติหรือระดับ ในที่นี้ as เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเปรียบเทียบ ไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า”
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง just as...as เติมวลีเดียวเพื่อทำการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Maya runs ____ Leo.
ดูคำตอบ
just as fast as
this is nothing New...ton's cannon hasn't already taught us. ไวยากรณ์
0:35นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่... เพราะปืนใหญ่ของนิวตันสอนเราไว้แล้ว
โครงสร้าง nothing New...ton's cannon hasn't already taught us
ใน nothing [that] Newton's cannon hasn't already taught us มีการละสรรพนามเชื่อม that ออก อนุประโยคเชิงปฏิเสธกล่าวถึงสิ่งที่ปืนใหญ่ของนิวตันยังไม่ได้สอน ส่วน nothing ตัดแนวคิดที่กำลังพูดถึงออกจากกลุ่มนั้น ดังนั้น ทั้งประโยคจึงหมายความว่าปืนใหญ่ของนิวตันเคยสอนเรื่องนี้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ อย่าแยกตีความคำปฏิเสธทั้งสองคำทีละคำ การหยุดใน New...ton's ทำให้ผู้ฟังนึกถึงคำว่า new ก่อน แล้วจึงเติมชื่อ Newton's ให้สมบูรณ์ เกิดเป็นการเล่นคำในการพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้?
- ปืนใหญ่ของนิวตันเคยสอนเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่
- ปืนใหญ่ของนิวตันสอนเฉพาะข้อเท็จจริงใหม่ ๆ
- ปืนใหญ่ของนิวตันยังไม่เคยสอนเรื่องนี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องใหม่
ดูคำตอบ
ปืนใหญ่ของนิวตันเคยสอนเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่
Newton realized that it makes objects accelerate towards the Earth
0:43นิวตันตระหนักว่าแรงโน้มถ่วงทำให้วัตถุเร่งเข้าหาโลก
the same amount independently of how fast they're moving horizontally. วลี
0:46ในอัตราเท่ากัน ไม่ว่าวัตถุนั้นจะเคลื่อนที่ในแนวราบเร็วแค่ไหน
independently of how fast they're moving horizontally: โดยไม่ขึ้นกับความเร็วในแนวนอน
Independently of หมายถึงไม่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ถูกกำหนดโดยอีกปัจจัยหนึ่ง วลีนี้นำหน้าปัจจัยที่ไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ปัจจัยดังกล่าวคือ how fast they're moving horizontally กล่าวคือ ไม่ว่าความเร็วในแนวนอนจะเป็นเท่าใด วัตถุก็ได้รับความเร่งจากแรงโน้มถ่วงเข้าหาโลกเท่ากัน อนุประโยค how ระบุตัวแปร ไม่ได้หมายความว่าวัตถุทำสิ่งนั้นตามลำพัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย independently of: The measured value stays constant ____ how often the test is repeated.
ดูคำตอบ
independently of
but falling where you move horizontally fast enough that the Earth falls away faster. ไวยากรณ์
0:53แต่เป็นการตกขณะเคลื่อนที่ในแนวราบเร็วพอที่พื้นผิวโลกจะโค้งหนีลงไปได้เร็วกว่า
orbiting is just falling, but falling where...: แบบจำลองง่าย ๆ พร้อมเงื่อนไขสำคัญ
อนุประโยคแรกเสนอแบบจำลองที่เรียบง่ายแต่น่าประหลาดใจว่า วัตถุที่โคจรกำลังตกเข้าหาโลกอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ just หมายถึงเมื่อมองแบบลดทอนให้เข้าใจง่าย ไม่ได้หมายความว่าวัตถุตกลงตรง ๆ เหมือนการตกทั่วไป อนุประโยคหลัง but เติมเงื่อนไขสำคัญที่ยังขาดอยู่ วัตถุเคลื่อนที่ไปด้านข้างเร็วมากด้วย จนพื้นผิวโค้งของโลกหนีลงไปข้างล่างก่อนที่วัตถุจะชนพื้น รูปแบบที่เริ่มด้วยการนิยามใหม่แบบง่าย ๆ แล้วจึงเติมข้อจำกัดสำคัญ ช่วยให้เข้าใจแนวคิดยาก ๆ ได้โดยไม่ทำให้คำกล่าวแรกดูเหมือนเป็นคำอธิบายทั้งหมด
แบบฝึกหัด
อนุประโยคหลัง but ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?
- เติมเงื่อนไขที่ทำให้การตกทั่วไปกลายเป็นการโคจร
- เปลี่ยนหัวข้อจากการเคลื่อนที่ไปเป็นอายุของโลก
- บอกว่าการโคจรหยุดการตกทุกชนิด
ดูคำตอบ
เติมเงื่อนไขที่ทำให้การตกทั่วไปกลายเป็นการโคจร
fast enough that: ระดับที่เพียงพอและผลที่ตามมา
ใน fast enough that... คำว่า enough วางหลังคำวิเศษณ์ fast และหมายถึงในระดับที่เพียงพอ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่เกิดขึ้นได้เมื่อความเร็วถึงระดับนั้น ใช้โครงสร้าง คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + enough + that + อนุประโยค เช่น quiet enough that..., clear enough that... หรือ fast enough that... ในประโยคนี้ fast ขยายการเคลื่อนที่ในแนวนอน และไม่วาง enough ไว้หน้า fast
แบบฝึกหัด
ใช้ fast, enough และ that ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The download was ____ we could watch the video without waiting.
ดูคำตอบ
fast enough that
you'd need to be traveling at almost 17,000 mi/h or 8 km/s.
1:00คุณจะต้องเดินทางด้วยความเร็วเกือบ 17,000 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 8 กิโลเมตรต่อวินาที
successfully fall and miss the Earth: วงโคจรในฐานะการพลาดเป้าอย่างควบคุม
วลีนี้จงใจให้ฟังดูขัดแย้งกัน วัตถุในวงโคจรยังคงถูกแรงโน้มถ่วงดึงลง จึงตกอยู่ตลอดเวลา แต่เคลื่อนที่ไปด้านข้างเร็วมากจนพื้นผิวโค้งของโลกโค้งหนีลงไปใต้ตัวมัน และวัตถุนั้นไม่กระแทกพื้น miss ในที่นี้หมายถึง “ไม่โดนหรือไม่ชน” ไม่ใช่ “คิดถึง” ส่วน successfully ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนความล้มเหลวกลายเป็นผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ จึงสร้างภาพจำของวงโคจรที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
นักเขียนวิทยาศาสตร์กล่าวว่าดาวเทียมสามารถ successfully fall and miss the Earth ได้ วลีนี้หมายความว่าอย่างไร
- มันตกเข้าหาโลกต่อไปพร้อมกับเคลื่อนที่ด้านข้างเร็วพอที่จะไม่ชนพื้นผิว
- มันคิดถึงโลกขณะเดินทางในอวกาศ
- มันหยุดตกและเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงออกห่างจากโลก
ดูคำตอบ
มันตกเข้าหาโลกต่อไปพร้อมกับเคลื่อนที่ด้านข้างเร็วพอที่จะไม่ชนพื้นผิว
unless you dug a tunnel: ข้อยกเว้นในสถานการณ์สมมติ
Unless ใช้เพื่อแสดงข้อยกเว้นของข้อความหลัก โดยปกติคุณจะต้องใช้ความเร็วที่กล่าวถึง ส่วนการขุดอุโมงค์คือกรณีสมมติที่ทำให้ข้อความนั้นไม่ใช้บังคับ ในที่นี้ unless มีความหมายใกล้เคียงกับ if ... not Dug เป็นรูปอดีตตามหลักไวยากรณ์ แต่เมื่อใช้กับ you'd need ซึ่งหมายถึง you would need จะสื่อถึงสมมติฐานที่ห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้รายงานว่ามีการขุดอุโมงค์จริง ๆ รูปแบบคือ unless + simple past, ... would + กริยารูปพื้นฐาน ในความหมายนี้อย่าเติม not หน้า dug เพราะ unless มีตรรกะปฏิเสธของ if not อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่มีความหมายว่า “เว้นแต่” เพื่อทำเงื่อนไขสมมตินี้ให้สมบูรณ์: ____ you brought an experienced guide, you'd probably get lost in the cave.
ดูคำตอบ
Unless
So, you'd probably incinerate from friction with the air well before you had a chance to enjoy the trip. วลี
1:04ดังนั้น คุณคงไหม้เป็นจุณเพราะแรงเสียดทานกับอากาศ ก่อนจะมีโอกาสเพลิดเพลินกับการเดินทางเสียอีก
well before you had a chance to: เวลาที่เกิดก่อนมากและโอกาสที่ถูกขัดขวาง
ใน well before คำว่า well เป็นคำเน้นที่มีความหมายว่า “ห่างกันมากพอสมควร” จึงวางเหตุการณ์แรกไว้ก่อนเหตุการณ์ที่สองมาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างดี” Had a chance to หมายถึง “มีโอกาสหรือมีเวลามากพอที่จะทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดแสดงว่าการถูกเผาไหม้จะเกิดขึ้นเร็วมากจนการเพลิดเพลินกับการเดินทางไม่มีทางเกิดขึ้นได้ Had เป็นส่วนหนึ่งของลำดับเหตุการณ์สมมติที่สร้างขึ้นด้วย you’d ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have a chance to: The safety lock engaged well before anyone ____ touch the moving blades.
ดูคำตอบ
had a chance to
Of course, Newton's thought experiment involved the Earth, การใช้คำ
1:09แน่นอนว่า การทดลองทางความคิดของนิวตันเกี่ยวข้องกับโลก
thought experiment: การทดสอบแนวคิดด้วยจินตนาการ
Thought experiment คือสถานการณ์สมมติที่ใช้ตรวจสอบหลักการ การคาดการณ์ หรือข้อโต้แย้งโดยไม่ต้องทำการทดลองจริงทางกายภาพ Thought ทำหน้าที่ขยาย experiment ดังนั้นคำนี้จึงไม่ได้หมายถึงการทดลองเกี่ยวกับการคิด ในที่นี้ ฉากสมมติของนิวตันที่มีโลกและปืนใหญ่ถูกใช้เพื่อให้เหตุผลเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ คำเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อกรณีสมมติที่สร้างขึ้นอย่างรอบคอบช่วยเปิดเผยว่าแนวคิดหนึ่งจะนำไปสู่อะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์มาตรฐานสำหรับสถานการณ์สมมติที่ใช้ทดสอบแนวคิดโดยไม่ลงมือทำจริง: The professor introduced a ____ about living in a world with no gravity.
ดูคำตอบ
thought experiment
the cannon wouldn't have to throw its projectile nearly as fast for it to complete an orbit. วลี
1:14ปืนใหญ่ไม่จำเป็นต้องยิงกระสุนให้เร็วเกือบเท่านั้นเพื่อให้กระสุนโคจรครบรอบ
complete an orbit: โคจรครบหนึ่งรอบ
ในที่นี้ complete เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้เสร็จ” complete an orbit หมายถึงเคลื่อนที่รอบวัตถุหนึ่งจนครบหนึ่งรอบและจบรอบการโคจรหนึ่งคาบ เนื่องจากอยู่หลัง to คำว่า complete จึงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานใน to complete ส่วน an orbit เป็นกรรม วลีนี้เน้นจุดที่เคลื่อนที่ครบหนึ่งรอบแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำทางเทคนิคเป้าหมายในรูปกาลที่ถูกต้อง: After the satellite ____, it passed over the same ground station again.
ดูคำตอบ
completed an orbit
คำคุณศัพท์ + enough: powerful enough
ใน powerful enough คำว่า enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ powerful และหมายถึง “ถึงระดับที่จำเป็น” วลีนี้บอกว่าปืนใหญ่มีกำลังถึงเกณฑ์ที่จำเป็นสำหรับผลลัพธ์ที่สมมุติขึ้น ไม่ได้หมายความว่ามันทรงพลังอย่างยิ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำคุณศัพท์ + enough ซึ่งมักตามด้วย to + คำกริยารูปพื้นฐาน หรือ for + คำนาม: strong enough to lift it; warm enough for swimming.
แบบฝึกหัด
เขียนใหม่โดยใช้คำคุณศัพท์ powerful: A motor with enough power can lift the gate. The motor is ____ to lift the gate.
ดูคำตอบ
powerful enough
on the Moon and you fired that gun at the horizon and then waited a little bit, วลี
1:23บนดวงจันทร์ แล้วยิงปืนนั้นไปทางเส้นขอบฟ้าก่อนจะรอสักครู่
fire a gun at a target: ยิงปืนไปทางเป้าหมาย
ใน fire a gun at a target คำว่า fire เป็นคำกริยาที่หมายถึงการลั่นหรือยิงอาวุธ อาวุธเป็นกรรมตรง ส่วน at ใช้นำหน้าเป้าหมายหรือทิศทาง ในประโยคนี้ that gun คืออาวุธ และ the horizon คือทิศทางที่เล็ง โครงสร้างนี้บอกว่ากระสุนถูกยิงไปทางเป้าหมาย โดย at ไม่ได้บอกสถานที่ที่เกิดการกระทำและไม่ได้รับประกันว่ายิงโดน สามารถนำไปใช้เป็น ประธาน + fire + อาวุธ + at + เป้าหมาย หรือ ประธาน + fire + at + เป้าหมาย เมื่อเข้าใจกันอยู่แล้วว่าใช้อาวุธอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ fire พร้อมคำภาษาอังกฤษ the pistol และ at: During training, Maya ____ the paper target.
ดูคำตอบ
fired the pistol at
you could get hit in the back of the head by the same bullet. ไวยากรณ์
1:28กระสุนนัดเดิมอาจย้อนมาชนท้ายทอยคุณ
get hit: รูปถูกกระทำด้วย get ในภาษาสนทนา
Get hit เป็นรูปถูกกระทำที่ใช้ get โดย get ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วย และ hit เป็นกริยาช่องสาม ประธานเป็นผู้ได้รับการกระทำ ดังนั้น you could get hit จึงหมายถึงกระสุนอาจยิงหรือกระแทกคุณ ไม่ได้หมายถึงคุณ “ได้รับ” การกระแทกในความหมายของการได้สิ่งของ เมื่อเทียบกับรูปถูกกระทำที่เป็นกลางด้วย be รูปถูกกระทำด้วย get มักนำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่เกิดโดยไม่ตั้งใจหรือไม่พึงประสงค์ โครงสร้าง get + กริยาช่องสาม นำไปใช้กับ get hurt, get caught และ get stuck ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนโดยใช้รูปถูกกระทำด้วย get แบบภาษาสนทนาของ catch: If you swim beyond the flags, you could ____ in a strong current.
ดูคำตอบ
get caught
Henry calculated that the bullet would have to travel about 1,600 m/s,
1:32Henry คำนวณว่ากระสุนจะต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 1,600 เมตรต่อวินาที
which is exactly how fast the Paris gun fires. ไวยากรณ์
1:36ซึ่งตรงกับความเร็วในการยิงของปืนใหญ่ปารีสพอดี
which is exactly how fast: เชื่อมค่าหนึ่งกับความเร็วที่ตรงกัน
which ในที่นี้ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ก่อนหน้า คือประมาณ 1,600 เมตรต่อวินาที อนุประโยคนี้บอกว่าค่าดังกล่าวตรงกับความเร็วในการยิงของปืนใหญ่ปารีสพอดี how fast the Paris gun fires เป็นอนุประโยคแทรกที่หมายถึง “ความเร็วที่ปืนใหญ่ปารีสยิง” ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าเป็น the Paris gun fires ไม่ใช่ does the Paris gun fire
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมเป้าหมายห้าคำที่มี which และ exactly: “The elevator rises at six meters per second, ____ the safety test predicted it would move.”
ดูคำตอบ
which is exactly how fast
It's no squirt gun: การเปรียบเทียบแบบเน้นย้ำด้วย no + คำนาม
ในบริบทนี้ It's no squirt gun ไม่ได้เพียงจำแนกประเภทของอาวุธ ผู้พูดเปรียบเทียบปืนใหญ่ที่ทรงพลังมากกับปืนฉีดน้ำของเล่นที่ไม่เป็นอันตราย แล้วปฏิเสธการเปรียบเทียบนั้นเพื่อเน้นอย่างมีอารมณ์ขันว่าปืนจริงทรงพลังอย่างยิ่ง รูปแบบ X is no Y มักหมายถึง “X ไม่ได้เป็นเพียง Y อย่างแน่นอน และไม่ได้ใกล้เคียงกับ Y เลย” พลังในการเน้นเกิดจากการเลือก Y เป็นมาตรฐานที่อ่อนกว่า จริงจังน้อยกว่า หรือน่าประทับใจน้อยกว่า
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This racing bike is no child's toy,” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- จักรยานคันนี้จริงจังและมีสมรรถนะสูง ไม่ใช่ของเล่นที่ไม่มีพิษภัย
- จักรยานคันนี้เป็นของเด็กคนหนึ่ง แต่หายไปแล้ว
- ผู้พูดกำลังระบุหมวดหมู่สินค้าของจักรยานอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ
จักรยานคันนี้จริงจังและมีสมรรถนะสูง ไม่ใช่ของเล่นที่ไม่มีพิษภัย
how much water would it take to put out the Sun? ไวยากรณ์
1:50ต้องใช้น้ำมากแค่ไหนจึงจะดับดวงอาทิตย์ได้?
How much water would it take to put out the Sun?: การประมาณปริมาณที่ต้องใช้
How much water would it take to put out the Sun? ถามถึงปริมาณน้ำที่งานสมมุตินี้ต้องใช้ How much ขยายคำนามนับไม่ได้ water ส่วน would แสดงการประมาณในสถานการณ์สมมุติ และ take ในที่นี้หมายถึง “ต้องใช้” ไม่ใช่ “ถือไป” หรือ “เอาออก” ในโครงสร้าง would it take to put out... คำว่า it เป็นประธานแทน ส่วนงานที่แท้จริงคือ to put out the Sun รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ How much + คำนามนับไม่ได้ + would it take + to-infinitive?
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามที่ถามปริมาณเชื้อเพลิงที่ต้องใช้: '____ fuel ____ to complete the trip?'
ดูคำตอบ
How much · would it take
I mean, in general: การชี้แจงขอบเขตของคำกล่าว
I mean เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่บอกว่าผู้พูดกำลังชี้แจงหรือปรับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการประกาศคำนิยามตามตัวอักษร แต่เป็นการบอกผู้ฟังว่าควรตีความข้อความถัดไปอย่างไร In general จำกัดขอบเขตของคำชี้แจงนั้น กล่าวคือ ผู้พูดกำลังกล่าวข้อสรุปกว้าง ๆ ที่มักเป็นจริง แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น เมื่อใช้ร่วมกัน I mean, in general มีความหมายประมาณว่า “ขอชี้แจงว่ากำลังพูดในภาพรวม” และช่วยจัดลำดับเหตุผลก่อนบอกหลักทั่วไป
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการแก้ขอบเขตของสิ่งที่เพิ่งพูดและแสดงว่าคำกล่าวถัดไปเป็นจริงโดยทั่วไป แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ควรเริ่มต้นด้วยข้อใด?
- I mean, in general,
- I think, in general,
- For example,
ดูคำตอบ
I mean, in general,
putting water on something hot would cause that something hot to lose some heat, ไวยากรณ์
1:54การราดน้ำลงบนสิ่งที่ร้อนจะทำให้สิ่งนั้นสูญเสียความร้อนไปบ้าง
would cause ... to lose: cause + กรรม + to-infinitive
ใน would cause that something hot to lose some heat คำว่า cause ใช้นำเสนอผลลัพธ์ โดยการใส่น้ำลงบนวัตถุร้อนเป็นปัจจัยสาเหตุ that something hot เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to lose some heat เป็นผลที่เกิดขึ้นกับกรรมนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ cause + กรรม + to-infinitive ส่วน would นำเสนอผลนั้นว่าเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดในสถานการณ์ที่กำลังพิจารณา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเสร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cause เพื่ออธิบายผลลัพธ์ได้ถูกต้อง
- High pressure can cause the pipe to burst.
- High pressure can cause the pipe burst.
- High pressure can cause to burst the pipe.
ดูคำตอบ
High pressure can cause the pipe to burst.
especially since the water will be frozen because it's out there in space.
1:58โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพราะน้ำจะแข็งตัวเนื่องจากอยู่ในอวกาศ
But here's the issue: การนำเสนอข้อซับซ้อนสำคัญ
But ทำให้เนื้อหาที่ตามมาตรงข้ามกับเหตุผลที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน Here's the issue ส่งสัญญาณว่าประเด็นถัดไปคือข้อซับซ้อนสำคัญที่ผู้ฟังควรสนใจ เมื่อรวมกัน ประโยคนี้จะหยุดแนวคิดที่ดูง่ายหรือเป็นไปตามคาด แล้วเปลี่ยนความสนใจไปยังสิ่งที่อาจเปลี่ยนข้อสรุป ในที่นี้ issue หมายถึงเรื่องหรือปัญหาสำคัญที่ต้องพิจารณา การจัดข้อมูลแบบนี้นำไปใช้ได้เมื่อผู้พูดเสนอแนวคิดทั่วไปแล้วต้องการนำเสนออุปสรรค ข้อยกเว้น หรือข้อโต้แย้งที่มีผลชี้ขาด
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอได้อธิบายกฎทั่วไปแล้ว และตอนนี้ต้องการนำเสนอข้อซับซ้อนสำคัญเพียงข้อเดียวที่อาจเปลี่ยนข้อสรุป คำเชื่อมใดทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด
- To sum up, nothing changes.
- For example, this confirms the rule.
- But here's the issue.
ดูคำตอบ
But here's the issue.
Not X. Instead, Y: แทนที่คำอธิบายที่ถูกปฏิเสธด้วยคำอธิบายที่ถูกต้อง
รูปแบบสองประโยคนี้เริ่มจากปฏิเสธข้อความ X แล้วจึงเสนอ Y เป็นคำอธิบายที่ถูกต้องเพื่อแทนที่ X ในตัวอย่าง not a big ball of hydrogen on fire ปฏิเสธแบบจำลองเรื่อง “การเผาไหม้” และ Instead นำเสนอ fusion เป็นคำอธิบายที่ถูกต้องเกี่ยวกับแหล่งพลังงานของดวงอาทิตย์ Instead เชื่อม Y เข้ากับแนวคิดที่เพิ่งถูกปฏิเสธ โดยหมายถึง “ในฐานะทางเลือกที่ถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึง “ในอีกสถานที่หนึ่ง” โครงสร้างนี้ช่วยให้คำอธิบายดำเนินจากการแก้ความเข้าใจผิดไปสู่การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าประโยคที่สองเข้ามาแทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ? The sensor is not powered by a battery. ___, it draws energy from sunlight.
- Instead
- Meanwhile
- However
ดูคำตอบ
Instead
Be powered by + แหล่งพลังงานหรือกลไก
ใน is powered by fusion รูปแบบกรรมวาจก be powered by + แหล่งพลังงานหรือกลไก ใช้ระบุว่าสิ่งใดให้พลังงานที่ทำให้ระบบทำงานได้ ในที่นี้ fusion คือกลไกผลิตพลังงานของดวงอาทิตย์ ส่วน powered หมายถึง “ได้รับพลังงาน” ไม่ใช่ “ได้รับอำนาจทางการเมือง” โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ระบบ + รูปของ be ที่เหมาะสม + powered by + แหล่งพลังงานหรือกลไก โดยรูปของ be เปลี่ยนตามกาลและความสอดคล้องกับประธาน เช่น is powered by, was powered by และ are powered by
แบบฝึกหัด
ใช้ be powered by เติมประโยคบอกข้อเท็จจริงทั่วไปในปัจจุบันให้สมบูรณ์: The emergency radio ____ a hand crank.
ดูคำตอบ
is powered by
which is kind of like the chemical bonds between the hydrogen and oxygen that make up water, โน้ต
2:14ซึ่งค่อนข้างคล้ายกับพันธะเคมีระหว่างไฮโดรเจนกับออกซิเจนที่ประกอบกันเป็นน้ำ
kind of like สำหรับการเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ
ตรงนี้ kind of like ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบ โดยผู้พูดใช้พันธะเคมีช่วยอธิบายการยึดเหนี่ยวอีกชนิดหนึ่ง การเปรียบเทียบนี้ตรงกันเพียงจุดสำคัญจุดหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดเหมือนกัน kind of ทำให้ like ฟังไม่ฟันธงเกินไป โดยสื่อว่า “คล้ายกันในบางแง่” และช่วยไม่ให้ฟังเหมือนกำลังบอกว่าสองสิ่งนี้เหมือนกันทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่แสดงการเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ: A battery is ____ a small energy tank, but the comparison is not exact.
ดูคำตอบ
kind of like
make up ในความหมายว่าประกอบกันเป็นทั้งหมด
ในอนุประโยคขยาย that make up water คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึง hydrogen and oxygen สองสิ่งนี้เป็นส่วนประกอบ ส่วน water คือสิ่งทั้งหมด ตรงนี้ make up หมายถึง “ประกอบกันเป็น” หรือ “สร้างเป็น” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ส่วนประกอบ + make up + สิ่งทั้งหมด ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “แต่งเรื่อง” หรือ “ชดเชย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ประกอบกันเป็น”: Seven days ____ one week.
ดูคำตอบ
make up
except on a much smaller and much more powerful scale. วลี
2:18เพียงแต่เกิดในระดับที่เล็กกว่ามากและทรงพลังกว่ามาก
on a much smaller and much more powerful scale: ระดับขนาดและคำขั้นกว่าที่เน้นความแตกต่าง
วลีบุพบท on a ... scale ใช้กำหนดขนาด ขอบเขต หรือระดับที่การเปรียบเทียบนั้นเกิดขึ้น ในที่นี้ smaller หมายถึงขนาดเชิงพื้นที่ ส่วน more powerful หมายถึงความแรงของผลที่เกิดขึ้น และ scale หมายถึงมิติหรือระดับขนาด ไม่ใช่เครื่องชั่งน้ำหนัก Much ใช้เน้นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า ดังนั้น much smaller และ much more powerful จึงหมายถึงเล็กกว่าหรือทรงพลังกว่าอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย การใช้ much ซ้ำช่วยเน้นการเปรียบเทียบแต่ละส่วนแยกกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ on a much + comparative + scale โดยใช้ larger: The pilot served one school; the full program will operate ____.
ดูคำตอบ
on a much larger scale
Now, before I get tackled by nuclear physicists from one side and chemists from the other, สำนวน
2:20ก่อนที่นักฟิสิกส์นิวเคลียร์จะเข้ามารุมผมจากด้านหนึ่ง และนักเคมีจากอีกด้านหนึ่ง
before I get tackled by ...: การกล่าวเกินจริงเพื่อคาดการณ์คำวิจารณ์
ภาพที่ผู้พูดถูกนักฟิสิกส์จากด้านหนึ่งและนักเคมีจากอีกด้านพุ่งเข้าใส่เป็นการกล่าวเกินจริงโดยเจตนา ผู้พูดไม่ได้คาดว่าจะถูกทำร้ายร่างกายจริง ๆ แต่ใช้ get tackled by เป็นภาพเปรียบเทียบถึงข้อโต้แย้งรุนแรง ราวกับว่าผู้เชี่ยวชาญกำลังพุ่งเข้ามาจากทั้งสองทิศ อนุประโยค before ที่วางไว้ข้างหน้าใช้คาดการณ์คำวิจารณ์ก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายต่อ การพูดล้อเลียนตนเองเป็นการยอมรับว่าการเปรียบเทียบก่อนหน้าอาจเรียบง่ายเกินไป และส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อจำกัดหรือคำชี้แจงเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำว่า "before I get tackled by ..."?
- เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นกติกาของกีฬาที่มีการปะทะ
- อ้างว่านักฟิสิกส์และนักเคมีเห็นด้วยกับการเปรียบเทียบอย่างเต็มที่
- รายงานว่าผู้เชี่ยวชาญกำลังจะทำร้ายร่างกายเขาจริง ๆ
- ใช้การกล่าวเกินจริงแบบขบขันเพื่อคาดการณ์คำวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญสองกลุ่ม
ดูคำตอบ
ใช้การกล่าวเกินจริงแบบขบขันเพื่อคาดการณ์คำวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญสองกลุ่ม
is just a happenstance where two or more particles together
2:30ก็เป็นเพียงภาวะที่อนุภาคตั้งแต่สองอนุภาคขึ้นไปเมื่ออยู่ด้วยกัน
have a lower total energy than when they were apart. ไวยากรณ์
2:32มีพลังงานรวมต่ำกว่าตอนที่แยกจากกัน
whether between ... or ...: ครอบคลุมทุกประเภทที่ระบุไว้
ในวลีแทรกนี้ whether ใช้เปิดรายการประเภทของพันธะที่เป็นไปได้หลายประเภท ได้แก่ ระหว่างดาวเคราะห์ โมเลกุล อะตอม นิวเคลียส หรือควาร์ก ส่วน or ตัวสุดท้ายใช้ปิดรายการ โดย whether ไม่ได้จำกัดว่าต้องมีเพียงสองตัวเลือก whether ... or ... โดยรวมหมายความว่าใจความหลักยังเป็นจริงไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับประเภทใดในรายการ โครงสร้างนี้ช่วยให้คำอธิบายแบบเป็นทางการครอบคลุมหลายกรณีได้โดยไม่ต้องกล่าวประโยคหลักซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้นโยบายนี้ใช้ได้กับทุกกรณีในรายการ: The warranty applies ____ the problem is electrical, mechanical, or software-related.
ดูคำตอบ
whether
lower ... than when ...: เปรียบเทียบสิ่งเดียวกันภายใต้สองเงื่อนไข
Lower แสดงว่าค่าหนึ่งต่ำกว่า และ than ใช้เปิดเกณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ when they were apart หมายถึงพลังงานรวมของอนุภาคชุดเดิมในสภาพที่แยกออกจากกัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ทำหน้าที่อยู่ภายในโครงสร้างเปรียบเทียบ ไม่ได้เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อมา รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ comparative + than when + clause ใช้เปรียบเทียบค่าปัจจุบันหรือค่าที่กล่าวถึงกับค่าเดียวกันในอีกเวลาหนึ่งหรือภายใต้เงื่อนไขอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้เปรียบเทียบอะไร? The battery's voltage is lower now than when the motor was running.
- ลำดับของสองเหตุการณ์ โดยมอเตอร์ทำงานในภายหลัง
- แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ในตอนนี้กับแรงดันของแบตเตอรี่ก้อนเดิมขณะที่มอเตอร์ทำงาน
- แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่กับแรงดันไฟฟ้าของมอเตอร์
ดูคำตอบ
แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ในตอนนี้กับแรงดันของแบตเตอรี่ก้อนเดิมขณะที่มอเตอร์ทำงาน
Like if you get married and your taxes go down. ลำดับความ
2:35เหมือนเวลาคุณแต่งงานแล้วเสียภาษีน้อยลง
Like if ...: การเริ่มต้นการเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ Like ใช้เปิดการเปรียบเทียบ ส่วน if ใช้เริ่มสถานการณ์สมมติในชีวิตประจำวัน เมื่อรวมเป็น Like if ... จะชวนให้ผู้ฟังนึกถึงกรณีคล้ายกันที่มีความสัมพันธ์แบบเดียวกัน จึงเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์เชิงนามธรรมก่อนหน้าเข้ากับประสบการณ์ที่คุ้นเคย การเปรียบเทียบนี้มีขอบเขตจำกัด โดยยืมมาเพียงรูปแบบที่การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งทำให้ยอดรวมลดลง Like ในที่นี้เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรม ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า ชอบ
แบบฝึกหัด
Like if ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ใช้เปิดการเปรียบเทียบเชิงสมมติที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิดก่อนหน้า
- บอกว่าผู้พูดชอบการแต่งงาน
- อ้างว่าสองสถานการณ์เหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
ใช้เปิดการเปรียบเทียบเชิงสมมติที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิดก่อนหน้า
that extra energy that the two solitary particles had is released.
2:38พลังงานส่วนเกินที่อนุภาคสองตัวมีตอนอยู่แยกกันจะถูกปล่อยออกมา
this actually means that the mass of the pair goes down a little bit too. ลำดับความ
2:45นี่จึงหมายความว่ามวลของอนุภาคคู่นั้นลดลงเล็กน้อยด้วย
this actually means that: การนำไปสู่ข้อสรุปที่น่าประหลาดใจ
this ย้อนอ้างถึงข้อเท็จจริง การคำนวณ หรือคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน means that เปลี่ยนข้อมูลก่อนหน้าให้เป็นผลที่ตามมา ดังนั้น this actually means that จึงใช้เปิดสิ่งที่สรุปได้จากข้อมูลที่เพิ่งยืนยันไป actually บอกว่าผลที่ตามมานั้นน่าประหลาดใจหรือขัดกับสิ่งที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ ในที่นี้คำนี้เน้นข้อสรุป ไม่ได้กล่าวหาว่าใครโกหก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสี่คำที่ใช้สรุปผลอันน่าประหลาดใจจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า: The final train leaves later than we thought, so ____ we do not need to rush.
ดูคำตอบ
this actually means that
every fusion reaction turns a little bit of hydrogenous mass into light. วลี
2:49ปฏิกิริยาฟิวชันทุกครั้งจะเปลี่ยนมวลไฮโดรเจนเล็กน้อยให้เป็นแสง
turns ... hydrogenous mass into light: โครงสร้าง turn A into B
turn A into B หมายถึงการเปลี่ยน A ให้กลายเป็น B โดย A คือสิ่งหรือสภาพเดิม และ B ที่ตามหลัง into คือผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ turns a little bit of hydrogenous mass into light นำเสนอมวลเป็นสิ่งตั้งต้นและแสงเป็นผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ใช้บรรยายกระบวนการทางกายภาพ การสร้างสิ่งของ หรือการเปลี่ยนสภาพได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง turn A into B: The treatment can ____ dirty water ____ safe drinking water.
ดูคำตอบ
turn · into
amounts to a loss of 100 quadrillion kilograms each year. กริยาวลี
2:54ทำให้สูญเสียมวลไป 100 พันล้านล้านกิโลกรัมในแต่ละปี
amounts to: การบอกผลรวมทั้งหมด
ในประโยคนี้ amounts to เป็นวลีกริยาที่หมายถึงรวมแล้วเป็นหรือให้ผลรวมเป็น ประธานบอกปริมาณหรือผลกระทบที่กำลังสรุป แล้วตามด้วยผลรวมที่ได้ คือการสูญเสียมวล 100 พันล้านล้านกิโลกรัมในแต่ละปี รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ amount to + ยอดรวม/ผลลัพธ์ มักใช้ในการสรุปข้อมูล ค่าใช้จ่าย และผลที่ตามมา ตรงนี้ amount เป็นกริยาหลัก ไม่ใช่คำนามในวลีอย่าง an amount of water
แบบฝึกหัด
amount to หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The yearly maintenance costs amount to $6,000.
- ต้องจ่าย $6,000 ทันที
- มีเงินสดประมาณ $6,000 อยู่ภายใน
- เพิ่มขึ้น $6,000
- รวมทั้งหมดเป็น $6,000
ดูคำตอบ
รวมทั้งหมดเป็น $6,000
That's the equivalent of a medium-sized asteroid.
2:57ซึ่งเทียบเท่ากับดาวเคราะห์น้อยขนาดกลางหนึ่งดวง
the more massive... the hotter...: the + ขั้นกว่า, the + ขั้นกว่า
โครงสร้างคู่ the + comparative..., the + comparative... หมายถึง เมื่อปริมาณหนึ่งเปลี่ยน อีกปริมาณหนึ่งก็เปลี่ยนตาม ในประโยคนี้ มวลของดาวฤกษ์ที่มากขึ้นเชื่อมโยงกับการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงขึ้น คำว่า the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายของโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะทั่วไป โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์หรือแนวโน้ม แต่ตัวไวยากรณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งใดเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กันให้สมบูรณ์: ____ carefully you plan, ____ smoothly the event runs.
ดูคำตอบ
The more · the more
And adding a bunch of water to the Sun would only cause it to be more massive.
3:05การเติมน้ำจำนวนมากลงในดวงอาทิตย์จะยิ่งเพิ่มมวลให้มันเท่านั้น
burn brighter, not go out: แก้ความคาดหมายด้วย X, not Y
รูปแบบสั้น X, not Y บอกผลลัพธ์จริงก่อน แล้วจึงปฏิเสธความคาดหมายอีกแบบอย่างชัดเจน ใน burn brighter, not go out นั้น burn brighter คือข้อสรุปที่แก้ไขแล้ว ส่วน go out คือผลลัพธ์ที่ผู้พูดบอกว่าจะไม่เกิดขึ้น ในที่นี้ go out หมายถึงหยุดเผาไหม้หรือหยุดส่องแสง เช่นเดียวกับไฟ แสงไฟ หรือดาวฤกษ์ ไม่ได้หมายถึงออกจากบ้านไปทำกิจกรรมทางสังคม โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อผู้ฟังอาจคาดว่าเป็น Y แต่ผู้พูดต้องการเน้น X
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานคาดว่าการอัปเดตจะเพิ่มขั้นตอน ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันที่บอกผลลัพธ์จริงก่อน แล้วจึงปฏิเสธผลลัพธ์ที่คาดไว้
- The update will simplify the process, not add extra steps.
- The update will not simplify the process and will add extra steps.
- Will the update simplify the process or add extra steps?
ดูคำตอบ
The update will simplify the process, not add extra steps.
which means that: เชื่อมไปสู่ข้อสรุป
ในประโยคนี้ which อ้างกลับไปถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า นั่นคือมันจะเผาไหม้เร็วขึ้น จากนั้นอนุประโยค which means that จะตีความข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยนำไปสู่ผลที่ตามมาว่าอายุของมันจะสั้นลง ใช้รูปแบบนี้หลังข้อความที่บอกข้อเท็จจริง เมื่อต้องการระบุสิ่งที่อนุมานได้อย่างชัดเจน: ข้อเท็จจริง, which means that + ผลลัพธ์ รูปแบบนี้ช่วยนำผู้ฟังจากข้อมูลไปสู่ผลที่ตามมาอย่างมีเหตุผล
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The road is flooded, which means that the bus cannot get through," คำว่า which อ้างถึงอะไร?
- ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าถนนถูกน้ำท่วม
- คำนิยามของคำว่า flooded
- รถประจำทาง
ดูคำตอบ
ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าถนนถูกน้ำท่วม
if you were to add 20 solar masses of water to the Sun, ไวยากรณ์
3:19ถ้าคุณเติมน้ำปริมาณเท่ากับมวลดวงอาทิตย์ 20 ดวงลงในดวงอาทิตย์
if you were to add: เงื่อนไขสมมติที่ห่างจากความเป็นจริง
ใน if you were to add คำว่า were ไม่ได้ระบุว่าการกระทำเกิดขึ้นในอดีต รูปแบบ if + subject + were to + base verb นำเสนอการเติมน้ำเป็นเงื่อนไขที่จงใจให้ห่างจากความเป็นจริงหรือเป็นเพียงสิ่งที่จินตนาการขึ้น รูปแบบนี้สร้างระยะห่างจากความเป็นจริง จึงเหมาะกับการทดลองทางความคิดและข้อเสนอที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก อนุประโยคถัดไปจะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่สมมติขึ้นนั้น
แบบฝึกหัด
เติมการทดลองทางความคิดด้วยโครงสร้าง were to: ____ a second moon to Earth, the tides would change dramatically.
ดูคำตอบ
If you were to add
decrease its life expectancy from ... to ...: ลดอายุขัยที่คาดไว้จาก...เหลือ...
ในที่นี้ decrease its life expectancy หมายถึงทำให้ช่วงเวลาที่คาดว่าดวงอาทิตย์จะยังคงอยู่ต่อไปสั้นลง life expectancy ไม่ได้ใช้กับบุคคลหรือประชากรเท่านั้น แต่ยังใช้กับเครื่องจักร ระบบ หรือวัตถุทางดาราศาสตร์ได้เมื่อกล่าวถึงระยะเวลาที่คาดว่าสิ่งนั้นจะยังทำงานหรือดำรงอยู่ต่อไป โครงสร้าง decrease X from A to B ระบุทั้งค่าเริ่มต้นและค่าใหม่ที่ต่ำลง ในประโยคนี้ X คือ its life expectancy และ its หมายถึงดวงอาทิตย์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย decrease its life expectancy: This heat could ____ from ten years to six.
ดูคำตอบ
decrease its life expectancy
Take that water or whatever material you want ไวยากรณ์
3:34นำน้ำนั้นหรือวัสดุอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ
whatever material you want: วัสดุอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ
ใน whatever material you want คำว่า whatever แสดงการเลือกแบบไม่จำกัด หมายถึงวัสดุอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ material คือคำนามที่ถูกเลือก และ you want ระบุว่าความต้องการของใครเป็นตัวกำหนดการเลือก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ whatever + คำนาม + ประธาน + want/need/choose ซึ่งช่วยเปิดตัวเลือกเฉพาะไว้ หรือแสดงว่าผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง ในที่นี้ water เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อบังคับ
แบบฝึกหัด
เติมด้วย whatever + color + you want: You can choose ____ for the poster.
ดูคำตอบ
whatever color you want
and shoot it into the Sun in a way that causes everything to get spread out and scattered โน้ต
3:37แล้วยิงเข้าใส่ดวงอาทิตย์ในแบบที่ทำให้ทุกอย่างกระจายตัวและแตกกระเจิง
in a way that causes: เชื่อมวิธีเข้ากับผลลัพธ์
โครงสร้าง in a way that causes + คำนาม + to + คำกริยา เชื่อมวิธีทำสิ่งหนึ่งเข้ากับผลลัพธ์ที่วิธีนั้นต้องก่อให้เกิด ในประโยคนี้ ต้องยิงวัตถุเข้าไปในดวงอาทิตย์ด้วยวิธีที่ทำให้ทุกอย่างแผ่กระจายและแตกกระจายออกไป อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ขยาย way และจำกัดความหมายให้ชัดเจนขึ้น คือไม่ใช่วิธีใดก็ได้ แต่ต้องเป็นวิธีที่ทำให้เกิดผลตามที่กล่าวไว้ คุณสามารถนำรูปแบบ do something in a way that causes X to happen ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบห้าคำที่ตรงกับบทเรียน: Adjust the nozzle ____ the water to spray in a wide circle.
ดูคำตอบ
in a way that causes
get spread out: เปลี่ยนเป็นสภาพที่กระจายออก
Get spread out หมายถึงการเปลี่ยนจากสภาพที่อยู่รวมกันหรือกระจุกตัว ไปเป็นสภาพที่กระจายอยู่ในบริเวณกว้างขึ้น ในโครงสร้าง get + กริยาช่องสาม คำว่า get เน้นการเข้าสู่สภาพใหม่ ส่วน spread out บอกสภาพกระจายที่เป็นผลลัพธ์ ในที่นี้ หมายถึงสสารจะกระจายออกไป ไม่ได้แปลว่าต้องมีใครนำสิ่งของมาวางแผ่ให้ราบเสมอไป รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกว่าคน สิ่งของ หรือข้อมูลกระจุกตัวน้อยลงได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่านักเดินป่าเปลี่ยนจากการอยู่รวมกันไปเป็นกระจายตามเส้นทาง?
- The hikers spread the map out on a rock.
- The hikers got spread out along the trail.
- The hikers were spread out along the trail.
ดูคำตอบ
The hikers got spread out along the trail.
so that there's no longer the critical density needed for fusion to occur. โน้ต
3:41จนไม่มีความหนาแน่นวิกฤตที่จำเป็นต่อการเกิดฟิวชันอีกต่อไป
so that เพื่อบอกผลที่มุ่งหมาย
ในที่นี้ so that นำผลที่มุ่งหมายจากการกระทำก่อนหน้าเข้ามา กล่าวคือ ความหนาแน่นถูกลดลงจนไม่สูงพอให้เกิดฟิวชันอีกต่อไป วลีนี้เชื่อมการกระทำกับสิ่งที่ตั้งใจให้การกระทำนั้นก่อให้เกิด ดังนั้นอนุประโยคที่ตามมาจึงตอบคำถามว่า ต้องการให้เกิดผลอะไร ในบริบทอื่น so that อาจบอกได้ทั้งจุดประสงค์หรือสภาวะที่เป็นผลตามมา สำหรับประโยคนี้มีทั้งสองนัย คือ การดำเนินการมุ่งทำให้เกิดสภาวะดังกล่าว และสภาวะนั้นก็เกิดตามมาจากการดำเนินการนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so that เพื่อเชื่อมการกระทำเข้ากับผลที่มุ่งหมาย?
- Please close the door so that the hallway noise does not disturb us.
- Please close the door because the hallway noise disturbed us.
- The hallway was so noisy that we closed the door.
ดูคำตอบ
Please close the door so that the hallway noise does not disturb us.
critical density ในความหมายของค่าเกณฑ์
ใน critical density คำว่า critical หมายถึงการอยู่ที่ค่าเกณฑ์ ไม่ได้หมายถึงการวิจารณ์ และไม่ได้หมายถึงเพียงแค่สำคัญมาก แต่หมายถึงระดับความหนาแน่นที่จำเป็นเพื่อให้กระบวนการทางกายภาพเริ่มต้นหรือดำเนินต่อไป ในประโยคนี้ เมื่อความหนาแน่นลดต่ำกว่าระดับนั้น ฟิวชันก็ไม่สามารถเกิดขึ้นต่อไปได้ รูปแบบทางเทคนิคนี้นำไปใช้กับคำอื่นได้ โดย critical + คำนามที่เป็นค่าการวัด มักใช้เรียกค่าขอบเขต เช่น critical temperature, critical mass หรือ critical pressure ส่วนค่าเกณฑ์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับกระบวนการที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ปฏิกิริยาหนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อความหนาแน่นอยู่ที่ 500 หน่วยเท่านั้น วลีใดเรียกค่า 500 หน่วยนี้ได้แม่นยำที่สุด?
- the average density
- a high density
- the critical density
ดูคำตอบ
the critical density
Now, no matter which avenue of putting out the Sun you pick, ไวยากรณ์
3:46ไม่ว่าคุณจะเลือกดับดวงอาทิตย์ด้วยวิธีไหน
No matter which ... you pick: ไม่ว่าเลือกอะไร ผลก็เหมือนเดิม
โครงสร้าง no matter which + คำนาม + ประธาน + กริยา ใช้เสนอชุดตัวเลือกและบอกว่าผลที่ตามมายังคงเป็นจริงไม่ว่าจะเลือกข้อใด ในที่นี้ อนุประโยคหมายความว่าวิธีใดก็ตามที่เลือกใช้เพื่อดับดวงอาทิตย์จะนำไปสู่ข้อสรุปเดียวกันในภายหลัง อนุประโยคนี้เป็นการเกริ่นแบบยอมรับเงื่อนไขแต่ไม่เปลี่ยนผล ดังนั้นเครื่องหมายจุลภาคจึงบอกว่าผลหลักยังตามมาไม่ถึง Avenue ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงวิธีหรือเส้นทางที่เป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่ถนนจริง
แบบฝึกหัด
มีเส้นทางที่ระบุไว้ในแผนที่หลายเส้น และทุกเส้นต้องข้ามแม่น้ำ ประโยคใดบอกว่าผลไม่เปลี่ยนไปตามตัวเลือก?
- No matter which route you take, you must cross the river.
- Because you chose this route, you must cross the river.
- If you take the northern route, you must cross the river.
ดูคำตอบ
No matter which route you take, you must cross the river.
Disaster từ dis + aster: lối chơi chữ từ nguyên về ngôi sao
ประโยคนี้จงใจนำเสนอ disaster ว่าประกอบด้วย dis ซึ่งหมายถึง “ต่อต้าน” หรือไม่เป็นมงคล กับ aster ซึ่งหมายถึง “ดาว” การแยกคำแบบง่ายนี้กระตุ้นแนวคิดเก่าเรื่องดาวที่อยู่ในตำแหน่งไม่ดีหรือเป็นดาวอัปมงคล ทำให้ข้อความถัดไปที่บอกว่าดาวดวงหนึ่ง “ต่อต้าน” ใครบางคนทำหน้าที่เป็นการเล่นคำได้ ในทางประวัติศาสตร์ คำนี้เข้าสู่ภาษาอังกฤษผ่านรูปคำในภาษายุโรปที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดภายใต้ดาวร้าย ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน disaster เรียนรู้และใช้เป็นคำสมบูรณ์คำเดียวที่หมายถึงหายนะหรือความล้มเหลวครั้งใหญ่ ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องสร้างความหมายในชีวิตประจำวันจาก dis และ aster
แบบฝึกหัด
การแยก disaster เป็น dis และ aster ในประโยคนี้มีหน้าที่อะไร?
- เพื่อกระตุ้นความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ของคำนี้กับดาวและปูทางสู่การเล่นคำเกี่ยวกับดาว
- เพื่อบอกว่าโดยปกติ disaster หมายถึงดาวที่ต่อต้านใครบางคนทางกายภาพ
- เพื่อสอนกฎที่ใช้สร้างคำภาษาอังกฤษสมัยใหม่ด้วย aster ได้ทั่วไป
ดูคำตอบ
เพื่อกระตุ้นความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ของคำนี้กับดาวและปูทางสู่การเล่นคำเกี่ยวกับดาว
You would have literally turned our own star against us. สำนวน
3:59คุณจะทำให้ดาวของเราเองหันมาเป็นปฏิปักษ์กับเราอย่างแท้จริง
ทำให้ดาวฤกษ์ของเราเองหันมาเล่นงานเรา
ในโครงสร้าง turn A against B คนหรือสิ่งหนึ่งทำให้ A เป็นศัตรูกับ B หรือเป็นอันตรายต่อ B ในที่นี้ การกระทำที่เสนอจะทำให้ดาวฤกษ์ของเราเอง ซึ่งก็คือดวงอาทิตย์ กลายเป็นภัยต่อมนุษยชาติ โดย turn ไม่ได้หมายถึงการหมุน และ against แสดงความเป็นฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ตำแหน่งในพื้นที่ ประโยคนี้ทำให้ดวงอาทิตย์ดูเหมือนมนุษย์ที่เปลี่ยนข้างได้ literally เน้นว่าผลร้ายจากดวงอาทิตย์จะเกิดขึ้นจริง แม้แนวคิดที่ว่าดวงอาทิตย์เลือกฝ่ายจะเป็นภาพเปรียบเทียบ ถ้อยคำนี้ยังปูไปสู่ disaster ซึ่งเป็นคำที่ในทางประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับดาวที่ไม่เป็นมงคล จึงเกิดเป็นการเล่นคำ
แบบฝึกหัด
ใช้คำว่า the neighbors และ each other กับโครงสร้าง turn A against B เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: One false story could ____.
ดูคำตอบ
turn the neighbors against each other
If you were somehow able to avoid that disaster by magically appearing in intergalactic space, ไวยากรณ์
4:04หากคุณหลีกหนีหายนะนั้นได้ด้วยการปรากฏตัวขึ้นอย่างมหัศจรรย์ในอวกาศระหว่างดาราจักร
หลีกเลี่ยงภัยพิบัตินั้นด้วยการไปปรากฏตัว...
Avoid that disaster หมายถึงการที่ตนเองไม่ต้องเผชิญผลลัพธ์ที่เลวร้ายนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดภัยพิบัติให้ทุกคนเสมอไป กรรมที่อยู่หลัง avoid ระบุผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ By magically appearing บอกวิธีการ หลังบุพบท by ภาษาอังกฤษใช้รูป -ing ดังนั้นต้องใช้ appearing ไม่ใช่ appear ส่วน magically ขยาย appearing และบอกว่าวิธีที่สมมติขึ้นนั้นเป็นไปไม่ได้หรืออธิบายไม่ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ leave early เติมวลีที่บอกวิธีการให้สมบูรณ์: We avoided the traffic jam ____.
ดูคำตอบ
by leaving early
Take out: นำสิ่งของออกจากที่ที่พกหรือเก็บไว้
ในประโยคนี้ take out หมายถึงนำหรือหยิบสิ่งของออกจากที่ที่พกหรือเก็บไว้ กรรมตรง your gun ระบุว่าสิ่งที่ถูกนำออกมาคืออะไร คำว่า out แสดงการเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่บรรจุหรือเก็บไว้ ไม่ได้หมายถึงการนำไปยังพื้นที่กลางแจ้ง โครงสร้างคือ take out + คำนาม และถ้ากรรมเป็นคำสรรพนามให้ใช้ take it out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย take และคำอนุภาคที่แสดงการเคลื่อนออกจากที่เก็บ: Before the lesson starts, ____ your notebook.
ดูคำตอบ
take out
forever alone: การทำให้เหมือนมนุษย์ ไม่ใช่อารมณ์ตามตัวอักษร
Forever alone มีความหมายตรงตัวว่าการอยู่โดดเดี่ยวอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ในที่นี้มีการทำให้กระสุนมีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยพูดถึงวัตถุไม่มีชีวิตราวกับว่ามันมีสภาวะทางสังคมแบบมนุษย์ได้ ถ้อยคำที่มีอารมณ์ทำให้การแยกจากกันอย่างถาวรเห็นภาพชัดและจดจำง่าย สื่อว่ากระสุนจะไม่มีวันตามทันหรือกลับไปรวมกับสิ่งที่กำลังเคลื่อนห่างออกไป ไม่ได้หมายความว่ากระสุนมีความรู้สึกจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The last satellite drifted forever alone,' วลีนี้สื่ออะไรเด่นชัดที่สุด
- มันกำลังถูกนำไปข้างนอก
- มันจะกลับเข้ากลุ่มในไม่ช้า
- มันรู้สึกเศร้าตลอดไปจริง ๆ
- มันยังคงแยกจากสิ่งอื่นอย่างถาวรและถูกบรรยายแบบมนุษย์
ดูคำตอบ
มันยังคงแยกจากสิ่งอื่นอย่างถาวรและถูกบรรยายแบบมนุษย์
and if you were a few megaparsecs away from the nearest galactic cluster,
4:24และถ้าคุณอยู่ห่างจากกระจุกดาราจักรที่ใกล้ที่สุดออกไปไม่กี่เมกะพาร์เซก
on average those galaxies would be 200 km farther away from you every passing second. วลี
4:27โดยเฉลี่ยแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไป ดาราจักรเหล่านั้นจะอยู่ห่างจากคุณเพิ่มขึ้น 200 กิโลเมตร
on average: ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ใช่ทุกกรณี
on average บอกว่าตัวเลข 200 km เป็นค่าที่สรุปจากกาแล็กซีหลายแห่ง โดยเป็นค่าเฉลี่ย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของกาแล็กซีแต่ละแห่งอาจมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ได้ วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความไว้อย่างสำคัญ กล่าวคือเป็นการอธิบายแนวโน้มโดยรวม ไม่ใช่กฎว่ากาแล็กซีทุกแห่งต้องอยู่ไกลจากคุณเพิ่มขึ้นพอดี 200 km ในทุกวินาที
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เป็นค่าเฉลี่ยจากการเดินทางหลายครั้ง” ให้สมบูรณ์: The journey takes forty minutes ____, although some trips are shorter.
ดูคำตอบ
on average
In space terms: ตัดสินตามมาตราส่วนของสาขาหนึ่ง
In space terms กำหนดมุมมองสำหรับข้อความที่จะตามมา โดยหมายถึง “เมื่อประเมินตามมาตราส่วนที่มักใช้กับอวกาศ” ดังนั้นความเร็วที่รู้สึกว่าสูงมากในชีวิตประจำวันอาจถือว่าช้าในบริบทนี้ รูปแบบ in X terms บอกให้ผู้ฟังประเมินสิ่งหนึ่งตามมาตรฐานหรือมาตราส่วนของ X ในที่นี้ terms หมายถึงวิธีวัดหรือประเมิน ไม่ใช่รายการศัพท์เฉพาะหรือเงื่อนไขในสัญญา
แบบฝึกหัด
เลือกคำขึ้นต้นที่ใช้รูปแบบ in X terms เพื่อประเมินผลตามผลการดำเนินงานทางการเงิน: “___, the project was a success.”
- Using financial terminology
- In terms of finance
- In financial terms
ดูคำตอบ
In financial terms
pretty slow: pretty ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับ
ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย slow หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ดังนั้นผู้พูดจึงประเมินว่า 200 km/s ช้าพอสมควรเมื่อเทียบกับการเคลื่อนที่ในระดับจักรวาล ไม่ได้พูดถึงรูปลักษณ์ ในบทสนทนา pretty + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ เป็นโครงสร้างที่นำไปใช้ได้ทั่วไปเพื่อบอกระดับที่เห็นได้ชัด เช่น pretty difficult และ pretty quickly ระดับความเข้มที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท แต่โดยทั่วไปจะอ่อนกว่าและไม่เด็ดขาดเท่า very
แบบฝึกหัด
ใน “The download is pretty slow today,” pretty หมายความว่าอะไร?
- อย่างสวยงาม
- ช้ากว่าความเร็วสูงสุดที่เป็นไปได้เพียงเล็กน้อย
- ค่อนข้างหรือทีเดียว
ดูคำตอบ
ค่อนข้างหรือทีเดียว
It's barely as fast as the solar system orbits the center of the Milky Way. ไวยากรณ์
4:35มันเร็วพอ ๆ กับที่ระบบสุริยะโคจรรอบใจกลางทางช้างเผือกเท่านั้น
barely as fast as: การเปรียบเทียบที่เกือบเท่ากันอย่างก้ำกึ่ง
ใน barely as fast as โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + as ใช้เปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน ส่วน barely ดันการเปรียบเทียบนั้นไปอยู่ที่ขอบล่าง ในประโยคนี้ ความเร็วแรกเพิ่งจะถึงหรือเข้าใกล้ความเร็ววงโคจรของระบบสุริยะมาก ไม่ได้นำเสนอว่าความเร็วทั้งสองเท่ากันอย่างชัดเจน โครงสร้าง barely as + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + as สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นเพื่อทำให้การเปรียบเทียบดูอยู่ในระดับก้ำกึ่ง เช่น barely as tall as หรือ barely as efficiently as โดยอาจสื่อว่าใกล้เท่ากันจากด้านล่างหรือเพิ่งผ่านเกณฑ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เครื่องสำรองทำงานได้ 99 รายการต่อนาที ส่วนเครื่องหลักทำได้ 100 รายการ ประโยคใดเน้นว่าเครื่องสำรองเพิ่งจะเข้าใกล้ความเร็วเท่ากัน?
- The backup machine is barely as fast as the main machine.
- The backup machine is just as fast as the main machine.
- The backup machine is not nearly as fast as the main machine.
ดูคำตอบ
The backup machine is barely as fast as the main machine.
And stars closer to the center of the galaxy can orbit 10 times faster.
4:38และดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ใจกลางดาราจักรมากกว่าสามารถโคจรเร็วขึ้นถึง 10 เท่า
But a measly bullet travels only a few kilometers every second การใช้คำ
4:42แต่กระสุนธรรมดา ๆ เดินทางได้เพียงไม่กี่กิโลเมตรต่อวินาที
นัยประเมินแบบดูแคลนใน “a measly bullet”
ใน a measly bullet คำว่า measly ไม่ได้บรรยายขนาดจริงหรือคุณภาพของกระสุน แต่ทำให้แม้แต่กระสุนก็ดูน่าขันว่าไม่ได้น่าประทับใจ เมื่อเทียบกับมาตราส่วนระดับจักรวาลที่ใหญ่กว่ามาก Measly เป็นคำคุณศัพท์เชิงประเมินแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เล็กหรือน้อยเกินไปจนแทบไม่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญ” คำนี้สื่อท่าทีดูแคลนและอาจมีอารมณ์ขันของผู้พูด ไม่ใช่การวัดอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
a measly bullet สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้
- ผู้พูดบอกว่ากระสุนมีขนาดเล็กมากจริง ๆ
- ผู้พูดบอกว่ากระสุนเสียหายและไม่น่าเชื่อถือ
- ผู้พูดดูแคลนว่ากระสุนไม่น่าประทับใจในการเปรียบเทียบนี้
ดูคำตอบ
ผู้พูดดูแคลนว่ากระสุนไม่น่าประทับใจในการเปรียบเทียบนี้
รูปแบบ “have no chance of reaching”
Have no chance of reaching หมายความว่า การไปถึงกาแล็กซีถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่ยาก รูปแบบ have no chance of + -ing เป็นการตัดสินเชิงลบอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการกระทำ ในรูปแบบนี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาจึงใช้รูป -ing: of reaching ส่วน ever ที่ท้ายประโยคเน้นขอบเขตเวลาให้หมายถึง “ไม่มีทางในเวลาใดเลย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายที่ถูกต้องซึ่งหมายถึง “เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเปิดมัน”: Without the password, we ____ the encrypted file.
ดูคำตอบ
have no chance of opening
But it also makes you realize how close together we all are here on Earth.
4:55แต่ก็ทำให้เราตระหนักด้วยว่าพวกเราทุกคนบนโลกอยู่ใกล้กันมากเพียงใด
กรอบแบบขนานด้วย “It makes you realize how ... But it also makes you realize how ...”
การใช้กรอบ “It makes you realize how ...” ซ้ำทำให้สองประโยคมีรูปแบบไวยากรณ์เหมือนกัน “It” ย้อนอ้างถึงการสาธิตเรื่องขนาดระดับจักรวาลก่อนหน้านี้ ส่วนอนุประโยค how แต่ละส่วนบอกถึงสิ่งที่การสาธิตนั้นทำให้ตระหนัก “But it also” เปลี่ยนจากความเล็กของมนุษย์เมื่อมองในระดับจักรวาลไปสู่ความใกล้ชิดกันของมนุษย์บนโลก but แสดงความแตกต่าง ส่วน also แสดงว่าความคิดที่สองถูกเพิ่มเข้ามา ไม่ได้แทนที่ความคิดแรก จึงเกิดเป็นข้อสรุปที่สมดุล ในที่นี้ “close together” หมายถึงความใกล้ในเชิงเปรียบเทียบกับระยะทางอันมหาศาลในจักรวาล และยังเพิ่มนัยเชิงมนุษย์ที่อบอุ่นให้กับตอนจบ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเบียดกันอยู่ในสถานที่เดียวจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ข้อความต่อใดรักษาโครงสร้างแบบขนานและเพิ่มข้อคิดที่แตกต่างต่อจาก “The photograph makes you realize how vast the desert is” ได้ดีที่สุด?
- But instead it proves that the desert is small.
- But it also makes you realize how fragile its ecosystem is.
- And its ecosystem is fragile.
ดูคำตอบ
But it also makes you realize how fragile its ecosystem is.
to get from one side of the Earth to the other, วลี
5:00การจะเดินทางจากโลกด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
“get from one side of ... to the other” สำหรับจุดปลายที่เป็นคู่กัน
ใน “get from A to B” คำว่า get หมายถึงการเดินทาง เคลื่อนที่ หรือสามารถไปถึง B จากจุดเริ่มต้น A ได้ ไม่ได้หมายถึงการได้รับ ในข้อความนี้ จุดปลายทั้งสองคือด้านตรงข้ามกันของโลก “One side ... the other” สร้างคู่สัมพันธ์ โดย one กล่าวถึงด้านใดด้านหนึ่งจากสองด้าน และ the other หมายถึงอีกด้านที่เหลือ โครงสร้างเต็มนี้นำไปใช้กับการเคลื่อนที่ระหว่างปลายสองด้าน ขั้นตอนสองช่วง หรือตำแหน่งสองแห่งได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทสองคำในรูปแบบ get from A to B: “The ferry helps commuters get ____ one side of the bay ____ the other.”
ดูคำตอบ
from · to
So, what if instead there were a tunnel through the Earth? ไวยากรณ์
5:05แล้วถ้ามีอุโมงค์ทะลุผ่านโลกแทนล่ะ?
What if instead there were ...? สำหรับเสนอทางเลือกสมมติ
What if there were ...? ใช้เสนอเหตุการณ์สมมติ ไม่ได้ถามว่าในอดีตเคยมีสิ่งนั้นอยู่หรือไม่ รูปอดีต were แสดงว่าข้อสมมตินี้ห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน กล่าวคือ ไม่มีอุโมงค์ทะลุโลกจริง แต่ผู้พูดชวนผู้ชมให้สมมติว่ามีอุโมงค์นั้นอยู่ instead แสดงว่าอุโมงค์สมมตินี้เป็นทางเลือกที่มาแทนข้อเสนอซึ่งพูดถึงก่อนหน้า โครงสร้างนี้ใช้เริ่มการทดลองทางความคิดและนำไปสู่การอภิปรายว่าทางเลือกนั้นจะก่อให้เกิดผลอะไร
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยค "So, what if instead there were a tunnel through the Earth?"?
- ผู้พูดถามว่าในอดีตเคยมีอุโมงค์หรือไม่
- ผู้พูดเสนอทางเลือกที่ไม่เป็นจริงเพื่อให้นำมาคิดต่อ
- ผู้พูดยืนยันว่ามีอุโมงค์นั้นอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดเสนอทางเลือกที่ไม่เป็นจริงเพื่อให้นำมาคิดต่อ
Let's jump over to my channel MinutePhysics to see what happens. กริยาวลี
5:07ไปที่ช่อง MinutePhysics ของผมเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
jump over to สำหรับการเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
ในที่นี้ jump over to หมายถึงการเปลี่ยนไปยังช่องหรือจุดหมายอื่นอย่างรวดเร็วในระหว่างวิดีโอ ผู้พูดไม่ได้กำลังพูดถึงการกระโดดจริง ๆ ใน Let's jump over to ... คำว่า Let's ทำให้การเปลี่ยนเป็นคำชวน ส่วน jump ทำให้การเปลี่ยนช่วงรู้สึกรวดเร็วและมีพลัง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ jump over to + ช่อง หน้า สไลด์ หัวข้อ หรือจุดหมายอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ jump over to เป็นคำเปลี่ยนช่วงแบบเป็นกันเองในการนำเสนอหรือบริบทดิจิทัล?
- Let's jump over to the next slide and compare the results.
- Let's jump over to Maya's house after lunch.
- Let's jump over the cable near the door.
ดูคำตอบ
Let's jump over to the next slide and compare the results.
ความหมายสองชั้นของ on the other side
ในประโยคนี้ on the other side อย่างแรกหมายถึงปลายทางที่ผู้ชมไปถึงหลังจากคลิก ซึ่งก็คือวิดีโอ MinutePhysics ที่ลิงก์ไว้ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมแบบเป็นกันเองจากวิดีโอนี้ไปสู่วิดีโอถัดไป วลีนี้ยังชวนให้นึกถึงหัวข้อการเดินทางทะลุโลกแล้วออกไปยังอีกฝั่งด้วย ดังนั้นประโยคสั้น ๆ นี้จึงทั้งนำผู้ชมไปยังเนื้อหาถัดไปและปิดท้ายด้วยการเล่นคำที่โยงกับหัวข้อ ในบริบทนี้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยคปิดท้ายนี้ on the other side ทำหน้าที่อะไร?
- นำผู้ชมไปยังวิดีโอที่ลิงก์ไว้ พร้อมทั้งชวนให้นึกถึงการไปถึงอีกฝั่งหนึ่งของโลก
- บอกว่าวิดีโอที่ลิงก์ไว้ไม่เห็นด้วยกับวิดีโอนี้
- เพียงบอกว่าผู้พูดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้ชมจริง ๆ
ดูคำตอบ
นำผู้ชมไปยังวิดีโอที่ลิงก์ไว้ พร้อมทั้งชวนให้นึกถึงการไปถึงอีกฝั่งหนึ่งของโลก