เลือกไอศกรีม! 🍦 💛 🩷 | โมเมนต์ของอร่อยกับบลูอี้ | ไฮไลต์ซีซั่น 2 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ก่อนขึ้นเรือเฟอร์รี ครอบครัวของบลูอีสั่งไอศกรีมและเลือกทั้งรสชาติกับขนาด จากนั้นการขอชิมของกันและกันก็กลายเป็นการต่อรองอย่างขบขันเรื่องเงื่อนไขและความยุติธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what you want? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าเมื่อเป็นคำถามทางอ้อมที่ตามหลัง “Do you know” ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบ “what do you want” และสามารถนำรูปแบบนี้ไปถามถึงตัวเลือก แผน หรือความต้องการของผู้อื่นในประโยคที่ยาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. give us — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รู้จักสำนวนไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษที่ใช้สั่งของให้ตนเอง ในบริบทนี้ “us” อาจหมายถึงผู้พูดเพียงคนเดียว จึงช่วยให้เข้าใจน้ำเสียงเฉพาะถิ่นโดยไม่ตีความว่าเป็นการสั่งให้คนหลายคน 3. only if — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้คำเชื่อมนี้เพื่อกำหนดว่าการอนุญาตหรือการตกลงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขเท่านั้น เหมาะสำหรับการต่อรองแลกเปลี่ยน การตั้งกฎ หรือการอธิบายว่าสิ่งใดจะทำได้ก็ต่อเมื่อข้อกำหนดเฉพาะได้รับการตอบสนอง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
got mango: ภาษาพูดแบบกันเองที่หมายถึง ‘มีขาย’
ในบริบทของร้านหรือแผงขายของ got หมายถึง “มีขายหรือมีให้เลือก” คือร้านมีรสมะม่วง ไม่ได้เน้นความหมายอดีตของ get ว่า “ได้รับมา” รูปปัจจุบันที่ครบถ้วนและเป็นมาตรฐานกว่าจะใช้ have got เช่น They’ve got mango. ส่วน They got mango ในประโยคเดิมเป็นรูปย่อที่กันเองมาก จึงต้องอาศัยสถานการณ์เพื่อเข้าใจว่าหมายถึงมีสินค้าอยู่ตอนนี้
แบบฝึกหัด
เมื่ออยู่หน้าแผงไอศกรีม “they got mango” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับมะม่วงมาหนึ่งลูก
- แผงนั้นมีรสมะม่วงให้เลือก
- พวกเขากำลังจะปลูกมะม่วง
ดูคำตอบ
แผงนั้นมีรสมะม่วงให้เลือก
the happiest day ever of my life: การเน้นขั้นสูงสุดแบบซ้อนกัน
The happiest เป็นรูปขั้นสูงสุดที่บอกว่าวันนี้มีความสุขมากกว่าวันอื่นทุกวัน ever เพิ่มความหมายว่า “ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด” ส่วน of my life ระบุว่าช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบคือทั้งชีวิตของผู้พูด การใช้ทั้ง ever และ of my life เป็นการซ้อนคำเน้นย้ำ ในที่นี้เป็นการพูดเกินจริงด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่การจัดอันดับตามความหมายตรงอย่างรอบคอบ ในภาษาอังกฤษที่เป็นกลางกว่า the happiest day of my life หรือ the happiest day ever จะเป็นธรรมชาติกว่า
แบบฝึกหัด
ever และ of my life ในประโยคเดิมทำให้เกิดผลอย่างไร
- ทั้งสองส่วนแสดงว่าผู้พูดเคยมีความสุขมากกว่าในอดีต
- ทั้งสองส่วนเน้นรูปขั้นสูงสุดอย่างมากและทำให้ความตื่นเต้นฟังดูเกินจริง
- ทั้งสองส่วนทำให้ happiest กลายเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเพียงสองวัน
ดูคำตอบ
ทั้งสองส่วนเน้นรูปขั้นสูงสุดอย่างมากและทำให้ความตื่นเต้นฟังดูเกินจริง
ferry's here: บอกว่าเรือเฟอร์รีมาถึงแล้ว
ferry's เป็นรูปย่อของ ferry is ในบริบทที่กำลังรอเรือ ประโยค our ferry's here หมายถึงเรือเฟอร์รีที่รออยู่มาถึงแล้วและพร้อมให้ขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการบอกตำแหน่งว่าเรืออยู่ใกล้ ๆ โครงสร้าง X is here มักใช้เป็นคำบอกสั้น ๆ ว่าคน ยานพาหนะ ของที่จัดส่ง หรือบริการที่รออยู่มาถึงแล้ว
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณกำลังรอแท็กซี่ ประโยคใดบอกว่าแท็กซี่มาถึงแล้ว
- Your taxi's here.
- Your taxi lives here.
- Your taxi was built here.
ดูคำตอบ
Your taxi's here.
See you later: คำบอกลาอย่างเป็นมิตรโดยไม่มีนัดที่ชัดเจน
See you later เป็นคำพูดที่ใช้กันทั่วไปและเป็นมิตรเพื่อจบบทสนทนา ควรเข้าใจทั้งวลีว่าเป็นคำบอกลา ไม่ใช่นำความหมายของแต่ละคำมารวมกันตรง ๆ later ในที่นี้มักไม่ได้ระบุเวลาชัดเจน ผู้พูดอาจคาดว่าจะได้พบอีกฝ่ายอีก แต่ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้กำหนดเวลาหรือยืนยันว่ามีนัดครั้งต่อไป
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์บอกลาแบบสบาย ๆ See you later หมายความว่าอย่างไร เลือกคำอธิบายที่ถูกต้อง
- วลีนี้อาจเป็นเพียงคำบอกลาอย่างเป็นมิตร
- วลีนี้ยืนยันเสมอว่าจะพบกันอีกในช่วงหลังของวันเดียวกัน
ดูคำตอบ
วลีนี้อาจเป็นเพียงคำบอกลาอย่างเป็นมิตร
say goodbye: คำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องกล่าวลา
say goodbye เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อทำกิจกรรมทางสังคมอย่างการกล่าวลา ในตัวอย่าง are saying แสดงว่าลุงสไตรป์กับมัฟฟินกำลังทำสิ่งนี้อยู่ในขณะนั้น ส่วน goodbye คือคำที่พูดตอนลา ถ้าต้องการระบุว่ากล่าวลากับใคร ให้ใช้ say goodbye to + คน ภาษาอังกฤษยังใช้ say กับสำนวนทางสังคมสั้น ๆ เช่น say hello, say sorry และ say thank you
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนธรรมชาติที่ใช้ goodbye: Before you leave, please ____ to your hosts.
ดูคำตอบ
say goodbye
mate: คำเรียกแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ mate เป็นคำเรียกอีกฝ่ายโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ ทำให้ See you ฟังดูอบอุ่นและสนิทสนมขึ้น ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงสามี ภรรยา หรือคู่ครองคนอื่น การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ ความสัมพันธ์และน้ำเสียงมีความสำคัญ: mate อาจฟังดูเป็นมิตร แต่ถ้าใช้น้ำเสียงแข็งก็อาจฟังเหมือนท้าทายหรือประชดได้
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเขียนอีเมลทางการถึงลูกค้าที่อาวุโสกว่า การใช้ "Thanks, mate." เหมาะสมหรือไม่
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
Now, you have to finish that before we get on the ferry, Muffy. โน้ต
0:17เอาล่ะ ลูกต้องกินให้หมดก่อนที่เราจะขึ้นเรือนะ Muffy
have to finish: ความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์
have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งจำเป็นต้องทำ มักเกิดจากกฎ กำหนดเวลา หรือสถานการณ์ ใน have to finish คำว่า finish ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ แผนการเดินทางทำให้มีข้อจำกัดด้านเวลา จึงต้องทำให้เสร็จก่อนขึ้นเรือ คำว่า have เป็นส่วนหนึ่งของ have to ไม่ได้หมายถึงการมีหรือการครอบครอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย have to และกริยา leave: The museum closes in five minutes, so we ____ now.
ดูคำตอบ
have to leave
before we get on the ferry: วางเหตุการณ์หนึ่งไว้ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่ง
before สามารถนำหน้าอนุประโยคบอกเวลาที่มีประธานและกริยาของตัวเองได้ ใน before we get on the ferry คำว่า we เป็นประธานและ get เป็นกริยา ส่วนการกระทำในประโยคหลักต้องเกิดก่อนการขึ้นเรือ เมื่ออนุประโยคกล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple หลัง before โดยพูดว่า before we get on ไม่ใช่ before we will get on
แบบฝึกหัด
เติม before เพื่อแสดงว่าการปิดโทรศัพท์เกิดขึ้นก่อน: Please turn off your phone ____ the movie starts.
ดูคำตอบ
before
get on the ferry: ขึ้นเรือเฟอร์รี
get on the ferry หมายถึง “ขึ้นเรือเฟอร์รี” ภาษาอังกฤษมักใช้ get on กับเรือเฟอร์รี รวมถึงยานพาหนะสาธารณะหรือยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน เมื่อต้องการพูดถึงการลงจากยานพาหนะเหล่านี้ ให้ใช้ get off คำว่า on ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ใช้กับการเดินทาง ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่บนหลังคาหรือด้านบนของเรือเฟอร์รี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเราขึ้นเรือเฟอร์รีก่อนพระอาทิตย์ตก?
- We got on the ferry before sunset.
- We got off the ferry before sunset.
- We got in the ferry before sunset.
ดูคำตอบ
We got on the ferry before sunset.
what you want: ลำดับคำในคำถามซ้อน
what you want เป็นคำถามที่ซ้อนอยู่หลัง Do you know แม้จะถามถึงข้อมูลที่ยังไม่รู้ แต่คำถามซ้อนใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน you + กริยา want โครงสร้างด้านนอก Do you know...? ทำให้ทั้งประโยคเป็นคำถามอยู่แล้ว จึงไม่เติม do อีกครั้งในอนุประโยคด้านใน ถ้าถามโดยตรงให้ใช้ What do you want? แต่เมื่อซ้อนอยู่ในอีกประโยคให้ใช้ Do you know what you want?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำของคำถามซ้อนได้ถูกต้อง?
- Do you know where does she live?
- Do you know where she lives?
ดูคำตอบ
Do you know where she lives?
I'd like mango, please.:การขออย่างสุภาพในการสั่งอาหาร
I'd like เป็นรูปย่อของ I would like ในประโยค I'd like mango ผู้พูดกำลังขอมะม่วงอย่างสุภาพในฐานะสิ่งที่ต้องการ ไม่ได้บอกว่าปกติชอบมะม่วง คำนาม mango วางตามหลังโครงสร้างการขอนี้ และ please ช่วยทำให้คำขอนุ่มนวลยิ่งขึ้น แม้ 'd จะมาจาก would แต่ I'd like ในที่นี้เป็นโครงสร้างสำหรับขอสิ่งที่ต้องการในปัจจุบัน ไม่ใช่รูปอดีต เราสามารถใช้ I'd like + คำนาม เมื่อต้องการสั่งซื้อ ซื้อของ หรือขออะไรบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสั่งเครื่องดื่มอย่างสุภาพในร้านกาแฟ: ____ a cup of tea, ____.
ดูคำตอบ
I'd like · please
extra big size!:ใช้ extra เพื่อเพิ่มระดับของ big
Extra วางไว้หน้า big เพื่อเพิ่มระดับของคำคุณศัพท์ Extra big หมายถึงใหญ่มากเป็นพิเศษหรือใหญ่กว่าปกติ ส่วนใน extra big size วลีทั้งหมดใช้บอกขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดทั่วไป ในที่นี้ extra ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงสิ่งของเพิ่มเติม โครงสร้าง extra + คำคุณศัพท์เป็นรูปแบบที่ยืดหยุ่นและใช้บอกว่าคุณสมบัตินั้นมีระดับสูงขึ้นในบริบทอื่นได้ เช่น extra careful หรือ extra spicy
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'This suitcase is extra big' คำว่า extra big สื่อความหมายใด
- กระเป๋าเดินทางเพิ่มอีกหนึ่งใบ
- ขนาดที่ใหญ่มากเป็นพิเศษ
- ขนาดที่เล็กกว่าปกติ
ดูคำตอบ
ขนาดที่ใหญ่มากเป็นพิเศษ
No fair!: คำประท้วงแบบไม่เป็นทางการ
No fair! เป็นคำอุทานแบบย่อที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง That's not fair! ใช้ประท้วงกฎ การตัดสินใจ หรือผลลัพธ์ที่ผู้พูดรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ในที่นี้เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่พูดออกมาทันที ไม่ใช่ประโยคเต็มที่สร้างด้วย no รูปเต็มที่ใช้ในชีวิตประจำวันคือ That's not fair.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำประท้วงตายตัวที่มี no: Maya got two turns, but I got one. ____!
ดูคำตอบ
No fair
Highly fair: การจับคู่คำที่จงใจแปลกและขบขัน
Highly fair. เป็นคำโต้ตอบแบบขำ ๆ ที่มีความหมายประมาณว่า “ยุติธรรมมาก” ผู้พูดโต้กลับ No fair ด้วยการเน้นคำว่า fair ให้หนักแน่น การจับคู่คำนี้จงใจให้ฟังไม่ปกติ ในภาษาอังกฤษ highly มักใช้คู่กับ unfair แต่โดยทั่วไปจะพูดว่า very fair หรือ perfectly fair การดัดแปลงคู่คำที่คุ้นเคยทำให้เกิดมุกตลก และไม่ใช่สำนวนมาตรฐานที่ควรนำไปใช้ตรง ๆ ในบทสนทนาที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยการพูดว่า Highly fair.?
- ผู้พูดใช้สำนวนทางการมาตรฐานเพื่อประเมินความยุติธรรม
- ผู้พูดยืนยันแบบขำ ๆ ว่าสถานการณ์นี้ยุติธรรมมาก
- ผู้พูดเห็นด้วยว่าสถานการณ์นี้ไม่ยุติธรรม
ดูคำตอบ
ผู้พูดยืนยันแบบขำ ๆ ว่าสถานการณ์นี้ยุติธรรมมาก
ใช้ What about you? เพื่อถามคำถามเดียวกัน
ในประโยคนี้ What about you? คือการหันคำถามเดิมที่กำลังพูดถึงไปถาม Bluey หมายถึง “แล้วเธอล่ะ?” หรือ “คำตอบของเธอคืออะไร?” โดย about ไม่ได้เปิดหัวข้อใหม่เกี่ยวกับ Bluey สำนวนนี้ช่วยไม่ต้องถามคำถามเต็มซ้ำ และส่งต่อโอกาสตอบให้คนถัดไป รายละเอียดที่ละไว้เข้าใจได้จากบทสนทนาก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามให้อีกฝ่ายตอบคำถามเดียวกันเกี่ยวกับเครื่องดื่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- I'm having tea. What about you?
- I'm having tea. What are you?
- I'm having tea. Who are you?
ดูคำตอบ
I'm having tea. What about you?
Can't decide: ตัดสินใจเลือกไม่ได้
Can't decide หมายถึงผู้พูดมีตัวเลือกตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป แต่ไม่สามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ในที่นี้ decide ไม่มีกรรมตามหลัง เพราะบทสนทนาทำให้รู้แล้วว่ามีตัวเลือกอะไรบ้าง เมื่อต้องการระบุตัวเลือก ใช้ can't decide between A and B และเมื่อต้องการระบุสิ่งที่ตัดสินใจเลือก ใช้ can't decide what to choose
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ cannot แล้วตามด้วย decide: Both backpacks look good. I ____.
ดูคำตอบ
can't decide
I want either mango like Bingo or strawberry. ไวยากรณ์
0:34หนูอยากได้รสมะม่วงเหมือน Bingo ไม่ก็รสสตรอว์เบอร์รี
either mango ... or strawberry: สองทางเลือกพร้อมส่วนเปรียบเทียบที่แทรกมา
either A or B ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ A คือ mango และ B คือ strawberry คำว่า like Bingo แทรกหลัง mango เพื่ออธิบายตัวเลือกแรกว่า ผู้พูดอยากเลือกมะม่วงเหมือนที่ Bingo เลือก ในที่นี้ like หมายถึง “เหมือนกับ” ไม่ได้หมายความว่า mango ชอบ Bingo เมื่อตัดส่วนเปรียบเทียบที่แทรกออก โครงสร้างจะเหลือเพียง either mango or strawberry
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ที่เรียนมา เพื่อเสนอให้เลือกหนึ่งอย่างจากสองอย่าง: For dessert, you can have ____ cake ____ fruit.
ดูคำตอบ
either · or
Can I have two flavors?: การขอบางสิ่งอย่างสุภาพ
Can I have + กลุ่มคำนาม? เป็นรูปประโยคที่ใช้ทั่วไปเมื่อต้องการขอบางสิ่งในสถานที่อย่างคาเฟ่หรือร้านค้า ในรูปประโยคขอนี้ have หมายถึง “ได้รับ” หรือ “เอา” ไม่ได้หมายถึง “มีอยู่แล้ว” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามอย่างสุภาพว่าสามารถเลือกสองรสได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ที่ร้านเบเกอรี เติมคำขออย่างสุภาพด้วยรูปประโยคเป้าหมาย: ____ two rolls, please?
ดูคำตอบ
Can I have
I'll get strawberry, please: บอกสิ่งที่เลือกเมื่อต้องการสั่ง
I'll get... เป็นรูปย่อของ I will get... เมื่อใช้สั่งอาหารหรือสินค้า จะหมายความว่าผู้พูดเลือกสิ่งที่ต้องการแล้ว เทียบได้กับ “เอา...” หรือ “ขอ...หน่อย” ในที่นี้ get หมายถึงเลือกแล้วสั่งหรือซื้อ ไม่ใช่เดินไปหยิบของบางอย่าง เมื่อพูดกับพนักงานโดยตรง การเติม please จะทำให้การบอกตัวเลือกอย่างตรงไปตรงมานี้สุภาพขึ้น
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน I will get เป็นรูปย่อตามธรรมชาติ แล้วเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: ____ the chicken sandwich, please.
ดูคำตอบ
I'll get
in a cone: เลือกวิธีเสิร์ฟไอศกรีม
in a cone ใช้บอกพนักงานว่าต้องการให้เสิร์ฟไอศกรีมอย่างไร นั่นคือใส่ในโคนไอศกรีม ในที่นี้ cone หมายถึงโคนที่ใส่ไอศกรีมและรับประทานได้ ในรูปแบบการสั่งนี้ in + วลีที่บอกภาชนะใช้ระบุตัวเลือกในการเสิร์ฟ ไม่ได้บอกสถานที่ทั่วไป รูปแบบเดียวกันใช้พูดว่า in a cup ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์เพื่อให้เสิร์ฟไอศกรีมในโคนที่รับประทานได้: I'd like chocolate ____, please.
ดูคำตอบ
in a cone
can always have: เสนอทางเลือกสำรอง
ในประโยคนี้ can always have ไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่บอกว่าการเลียชิมยังเป็นทางเลือกที่ทำได้ หากตัวเลือกที่อยากได้มากกว่านั้นใช้ไม่ได้ โครงสร้าง can always + คำกริยารูปพื้นฐานมักใช้เสนอทางสำรองที่ทำได้จริง หมายถึง ถ้าจำเป็นก็ยังทำสิ่งนี้ได้
แบบฝึกหัด
can always email ในที่นี้สื่อความหมายอะไร? The printer is broken, but we can always email the form.
- ไม่สามารถส่งแบบฟอร์มทางอีเมลได้
- การส่งแบบฟอร์มทางอีเมลเป็นทางเลือกสำรอง
- เราส่งแบบฟอร์มทุกฉบับทางอีเมล
ดูคำตอบ
การส่งแบบฟอร์มทางอีเมลเป็นทางเลือกสำรอง
have a lick of Bingo's: เลียชิมเล็กน้อยและการละคำนามหลังรูปแสดงความเป็นเจ้าของ
have a lick of something หมายถึงเลียสิ่งหนึ่งครั้งหนึ่ง หรือชิมเล็กน้อยด้วยการเลีย ในที่นี้หมายถึงชิมไอศกรีมเล็กน้อย Bingo's ใช้แทน Bingo's ice cream เมื่อคำนามที่ละไว้ชัดเจนอยู่แล้ว รูปแสดงความเป็นเจ้าของในภาษาอังกฤษสามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้โดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ
แบบฝึกหัด
Maya has strawberry ice cream. เปลี่ยนชื่อ Maya เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อไม่ต้องพูด ice cream ซ้ำ: Can I have a lick of ____?
ดูคำตอบ
Maya's
not getting one: ใช้ one แทนคำนามนับได้เอกพจน์
ในประโยคนี้ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่พูดถึงไปแล้ว คือไอศกรีมหนึ่ง份 จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่เลข 1 ใช้ one แบบนี้เมื่อหมายถึงของหนึ่งชิ้นในประเภทที่กล่าวถึงแล้ว โดยเฉพาะตอนเลือก ซื้อ หรือปฏิเสธสิ่งของ ถ้าหมายถึงหลายชิ้นให้ใช้ ones
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเติมบทสนทนา: “Everyone else ordered a sandwich, but I'm not getting ____.”
- it
- ones
- one
ดูคำตอบ
one
Gotta: รูปภาษาพูดไม่เป็นทางการของ have got to
Gotta เป็นรูปสะกดไม่เป็นทางการที่ถ่ายทอดเสียงย่อของ got to ในสำนวนบอกความจำเป็น have got to มีความหมายเท่ากับ have to คือผู้พูดบอกว่าการรักษาหุ่นเป็นสิ่งจำเป็น ที่ต้นประโยคนี้ไม่มีการกล่าวประธานและกริยาช่วย รูปที่เต็มกว่าคือ “I've got to stay in shape.” การละแบบนี้พบได้บ่อยในภาษาพูดที่รวดเร็วและเป็นกันเอง เมื่อชัดเจนว่า “I” หมายถึงใคร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นรูปภาษาอังกฤษมาตรฐานและเป็นกลางของ “Gotta leave now.”?
- I have to leave now.
- I am gotta leave now.
- I gotta to leave now.
ดูคำตอบ
I have to leave now.
stay in shape: รักษาร่างกายให้ฟิต
stay in shape เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการรักษาให้ร่างกายแข็งแรงหรือมีสมรรถภาพที่ดีต่อไป คำว่า shape ในที่นี้หมายถึงสภาพร่างกาย ไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิต คำกริยา stay สื่อว่าสภาพที่ดีนั้นมีอยู่แล้วและต้องรักษาไว้ ซึ่งมักทำด้วยการออกกำลังกาย การกินอาหาร หรือกิจวัตรประจำวัน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: "Maya exercises to stay in shape." เป้าหมายของ Maya คืออะไร
- เธอต้องการรักษาความฟิตที่มีอยู่แล้ว
- เธอต้องการเรียนเรื่องรูปทรงเรขาคณิต
- เธอต้องการเริ่มพัฒนาจากสภาพที่ฟิตน้อยกว่า
ดูคำตอบ
เธอต้องการรักษาความฟิตที่มีอยู่แล้ว
just coming up: ออเดอร์จะพร้อมในอีกสักครู่
ในบริบทของการบริการอาหาร coming up หมายถึงออเดอร์กำลังเตรียมอยู่หรือเป็นรายการถัดไปที่จะทำเสร็จ และจะพร้อมในไม่ช้า ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน just ทำให้คำตอบที่ใช้สร้างความมั่นใจฟังดูเร่งด่วนขึ้น โดยพนักงานสื่อว่าการรอใกล้จะจบแล้ว ประโยคนี้ใช้จัดการความคาดหวังของลูกค้า ไม่ได้ระบุเวลาเสร็จที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
พนักงานพูดกับลูกค้าที่กำลังรอว่า "It's just coming up." พนักงานหมายความว่าอย่างไร
- ออเดอร์ถูกยกเลิกแล้ว
- ออเดอร์กำลังเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ
- ออเดอร์กำลังเตรียมอยู่และจะพร้อมในไม่ช้า
ดูคำตอบ
ออเดอร์กำลังเตรียมอยู่และจะพร้อมในไม่ช้า
taking a while: ใช้เวลานานกว่าที่คาด
take a while หมายถึง “ต้องใช้เวลาสักระยะ” ในประโยคนี้สื่อว่ากระบวนการนั้นกินเวลานานกว่าที่ผู้พูดหวังหรือคาดไว้ take ในที่นี้กล่าวถึงเวลาที่ต้องใช้ ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” หรือ “เอาออกไป” รูป present continuous คือ is taking แสดงว่าการรอยังคงดำเนินอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ take a while ในรูป present continuous: The software update is ____, so we may have to wait.
ดูคำตอบ
taking a while
Oh go on, give us a double chocolate in a cup, extra large. โน้ต
1:06โอ้ ช่างเถอะ ขอช็อกโกแลตสองสกู๊ปใส่ถ้วย ไซส์ใหญ่พิเศษเลยครับ
go on: ยอมแล้วตอบตกลง
ในประโยคนี้ Oh, go on แสดงว่าผู้พูดเปลี่ยนใจหลังจากลังเล ถูกโน้มน้าว หรือทนต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว มีความหมายใกล้เคียงกับ “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ตกลง คุณโน้มน้าวฉันสำเร็จแล้ว” จากนั้นผู้พูดก็สั่งของ ดังนั้น go on ในที่นี้ไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายทำต่อ แต่แสดงว่าผู้พูดยอมและตัดสินใจรับข้อเสนอ
แบบฝึกหัด
ตอนแรกคุณปฏิเสธเค้กหนึ่งชิ้น แต่เพื่อนโน้มน้าวจนคุณเปลี่ยนใจ คำตอบใดแสดงการเปลี่ยนใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Go on talking. I am listening.
- Go ahead. You can have my piece.
- Oh, go on then. I'll have a small piece.
ดูคำตอบ
Oh, go on then. I'll have a small piece.
give us: us เอกพจน์ในคำขอแบบกันเองของอังกฤษ
ในคำขอแบบไม่เป็นทางการนี้ give us หมายถึง “เอาให้ฉัน” หรือ “หยิบให้ฉัน” แม้ปกติ us จะรวมคนมากกว่าหนึ่งคน แต่ผู้พูดภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียบางกลุ่มสามารถใช้ us แทนตัวเองในคำขอแบบกันเองได้ บริบทเป็นตัวกำหนดว่า us หมายถึงใคร ที่นี่ผู้พูดสั่งไอศกรีมเพียงหนึ่ง份ให้ตัวเอง ดังนั้น us จึงมีความหมายเป็นเอกพจน์ ไม่ใช่พหูพจน์
แบบฝึกหัด
ในคำขอภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นกันเอง “Give us a coffee, please,” ผู้พูดสั่งกาแฟเพียงหนึ่งแก้วให้ตัวเอง us หมายถึงใคร
- ผู้พูดเพียงคนเดียว
- ลูกค้ากลุ่มหนึ่ง
- พนักงานผู้ให้บริการ
ดูคำตอบ
ผู้พูดเพียงคนเดียว
extra large: ขนาดที่ใหญ่กว่า large
Extra large เป็นชื่อขนาดมาตรฐานสำหรับสินค้า เสื้อผ้า เครื่องดื่ม และปริมาณอาหาร หมายถึงขนาดที่ใหญ่กว่า large หนึ่งระดับ และมักย่อว่า XL ในที่นี้ extra เพิ่มระดับของ large เพื่อบอกขนาดของไอศกรีมหนึ่งรายการ ไม่ได้หมายถึงการขอสินค้า large เพิ่มอีกหนึ่งชิ้น
แบบฝึกหัด
ในเมนู “extra large” ใช้อธิบายอะไร
- สินค้า large หนึ่งชิ้นบวกสินค้าอีกหนึ่งชิ้น
- สินค้า large ที่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม
- สินค้าหนึ่งชิ้นในขนาดที่ใหญ่กว่า large
ดูคำตอบ
สินค้าหนึ่งชิ้นในขนาดที่ใหญ่กว่า large
I've got a problem: การเกริ่นว่ากำลังมีปัญหา
I've got a problem เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในภาษาพูดเพื่อเกริ่นว่ามีเรื่องติดขัด ก่อนจะอธิบายรายละเอียดหรือขอความช่วยเหลือ ในที่นี้ I've got หมายถึง “มี” หรือ “กำลังเผชิญ” เป็นการบอกสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้เน้นว่าเพิ่งได้รับหรือได้สิ่งใดมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคขอความช่วยเหลือด้วยสำนวนจากบทเรียน: Excuse me, ____ with my booking.
ดูคำตอบ
I've got a problem
Everyone happy?: คำถามเช็กอย่างรวดเร็วที่ละ Is
Everyone happy? เป็นคำถามย่อในภาษาพูด ใช้เช็กอย่างรวดเร็วว่าทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพอใจหรือโอเคหรือไม่ รูปประโยคมาตรฐานแบบเต็มคือ Is everyone happy? แม้ everyone จะหมายถึงหลายคน แต่ตามไวยากรณ์ถือเป็นเอกพจน์ ดังนั้นรูปเต็มจึงใช้ is ไม่ใช่ are
แบบฝึกหัด
ข้อใดคือรูปประโยคมาตรฐานแบบเต็มของ Everyone happy?
- Are everyone happy?
- Does everyone happy?
- Is everyone happy?
ดูคำตอบ
Is everyone happy?
yours ในฐานะคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้เดี่ยว ๆ
yours หมายถึง “สิ่งที่เป็นของคุณ” ในประโยคนี้ใช้แทน your ice cream จึงไม่ต้องพูด ice cream ซ้ำ ตามหลักไวยากรณ์ yours เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของและใช้เดี่ยว ๆ ได้ ส่วน your ต้องวางหน้าคำนาม โดยพูดว่า your ice cream ไม่ใช่ yours ice cream
แบบฝึกหัด
เติมคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน your cup ให้สมบูรณ์: My cup is blue. Is ____ blue too?
ดูคำตอบ
yours
Here we go. วลีบอกว่าการกระทำกำลังเริ่มขึ้น
Here we go เป็นวลีพูดแบบตายตัว ในฉากนี้ผู้พูดกำลังจะให้อีกฝ่ายลองเลียและใช้วลีนี้เพื่อบอกว่าการกระทำกำลังจะเกิดขึ้น ความหมายใกล้เคียงกับ “พร้อมนะ เริ่มเลย” ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ากลุ่มคนกำลังไปยังสถานที่นี้ ในสถานการณ์อื่น วลีนี้ใช้บอกว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกันหรือเหตุการณ์ที่คาดไว้กำลังเริ่มต้นได้ คำแปลที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ แต่ใจความหลักคือการกระทำหรือเหตุการณ์กำลังเริ่มขึ้นตอนนี้
แบบฝึกหัด
โค้ชกำลังจะเริ่มการแข่งขันและพูดว่า Here we go! วลีนี้บอกอะไร?
- ทุกคนต้องย้ายไปยังสถานที่นี้พอดี
- การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น
- การแข่งขันถูกยกเลิกแล้ว
ดูคำตอบ
การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น
only if: ทำให้เงื่อนไขเป็นข้อบังคับ
Only if ใช้บอกเงื่อนไขที่จำเป็น ในประโยคนี้ Okay ไม่ใช่การตกลงแบบไม่มีเงื่อนไข ผู้พูดยอมตกลงโดยมีเงื่อนไขว่าตนต้องได้เลียของอีกฝ่ายหนึ่งทีด้วย ในโครงสร้างประโยคหลัก + only if + เงื่อนไข ประโยคหลักจะเป็นจริงหรือได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อทำตามเงื่อนไขแล้ว หากไม่ทำตามเงื่อนไข ข้อตกลงนั้นก็ไม่มีผล
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายสองคำจากบทเรียนนี้เพื่อให้การสวมหมวกกันน็อกเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น: You can ride the bike ____ you wear a helmet.
ดูคำตอบ
only if
not a big lick: จำกัดการกระทำด้วยคำเตือนที่ละบางส่วน
Not a big lick เป็นคำเตือนสั้น ๆ แบบละคำบางส่วน ความหมายเต็มใกล้เคียงกับ “Don’t take a big lick.” ผู้พูดยังอนุญาตให้อีกฝ่ายเลียได้ แต่จำกัดปริมาณว่าต้องเลียเพียงนิดเดียว ในข้อความพูดลักษณะนี้ not + a big + คำนาม ต้องอาศัยสถานการณ์ตรงหน้าเพื่อให้เข้าใจ การพูดแบบนี้ช่วยเพิ่มข้อจำกัดให้กับการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เมื่อมีคนแบ่งไอศกรีมให้แล้วพูดว่า “Not a big lick” เขาหมายความว่าอย่างไร?
- เลียให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
- เลียได้นิดหน่อย แต่อย่าเลียมากเกินไป
- ห้ามแตะไอศกรีมเลย
ดูคำตอบ
เลียได้นิดหน่อย แต่อย่าเลียมากเกินไป
wasn't going to: การปฏิเสธความตั้งใจในอดีต
ในประโยคนี้ wasn't going to หมายถึง “ในช่วงหนึ่งของอดีตไม่ได้ตั้งใจจะ…” ผู้พูดกำลังปฏิเสธว่าการเลียคำใหญ่เป็นแผนของตน ใช้ ประธาน + was/were not going to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อย้อนพูดถึงแผนหรือความตั้งใจในอดีต โครงสร้างนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าสุดท้ายการกระทำนั้นเกิดขึ้นหรือไม่
แบบฝึกหัด
เพื่อนคิดว่าคุณตั้งใจจะอ่านข้อความของเขา ข้อใดปฏิเสธความตั้งใจในอดีตนั้น แทนที่จะปฏิเสธตัวการกระทำเอง
- I won't read your message.
- I wasn't going to read your message.
- I didn't read your message.
ดูคำตอบ
I wasn't going to read your message.
You were. ในฐานะคำโต้แย้งสั้น ๆ
You were. เป็นคำโต้แย้งสั้น ๆ ต่อ I wasn't going to... คำว่า were แทนข้อความที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันอยู่แล้วว่า were going to take a big lick จึงไม่จำเป็นต้องพูดคำที่เหลือซ้ำ ในคำตอบสั้น ๆ ภาษาอังกฤษมักคงกริยาช่วยหรือรูปของ be ไว้แทนการพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ ในที่นี้ การเน้น were ให้ความหมายว่า “ใช่ นั่นคือสิ่งที่เธอตั้งใจไว้”
แบบฝึกหัด
A พูดว่า “I wasn't going to leave without you.” คำตอบสั้น ๆ ข้อใดโต้แย้งสิ่งที่ A พูดเกี่ยวกับความตั้งใจในอดีตของตน
- You are.
- You did.
- You were.
ดูคำตอบ
You were.
all the way out: ออกไปจนถึงขีดจำกัดด้านนอก
ในประโยคนี้ all the way out หมายถึงลิ้นยื่นออกมาจนสุด เท่าที่จะยื่นออกมาได้ all the way เน้นคำว่า out ว่าการเคลื่อนไปถึงจุดสุดท้ายแล้ว รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกระดับหรือขีดจำกัดที่เต็มที่ได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะการเดินทางตามเส้นทาง เช่น ลิ้นชักอาจอยู่ในสภาพ all the way out และประตูอาจเปิดแบบ all the way open
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าลิ้นชักถูกดึงออกมาจนสุดแล้ว
- The drawer shows the way out.
- The drawer is on the way out.
- The drawer is all the way out.
ดูคำตอบ
The drawer is all the way out.
like this: ชี้ไปที่การสาธิตที่มองเห็นได้
like this หมายถึง “ด้วยวิธีที่กำลังแสดงให้ดู” ใน It was like this คำว่า this ชี้ไปที่ท่าทางหรือการสาธิตที่ผู้พูดกำลังทำ ส่วน like แสดงว่าวิธีนั้นคล้ายกับสิ่งที่กำลังแสดง ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ในแบบเดียวกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดสาธิตการกระทำ ท่าทาง รูปร่าง หรือวิธีทำได้โดยไม่ต้องอธิบายทุกรายละเอียดเป็นคำพูด
แบบฝึกหัด
โค้ชสาธิตวิธีจับแล้วพูดว่า “Hold the racket like this.” โค้ชหมายความว่าอย่างไร
- บอกว่าคุณชอบไม้แร็กเกต
- ทำตามวิธีที่โค้ชกำลังแสดง
- ถามว่าไม้แร็กเกตอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ
ทำตามวิธีที่โค้ชกำลังแสดง
only out this far: แค่ถึงขอบเขตที่แสดงให้ดู
ใน only out this far คำว่า this far หมายถึงถึงจุดหรือระยะที่ฉันกำลังแสดงให้ดู ขอบเขตที่แน่นอนต้องดูจากท่าทาง การเคลื่อนไหว หรือสิ่งอ้างอิงที่ทั้งสองฝ่ายมองเห็น ไม่ใช่ระยะตายตัว out บอกทิศทางว่าเคลื่อนออกไปด้านนอก ส่วน only บอกว่าการเคลื่อนไหวจริงน้อยกว่าที่อีกฝ่ายคิด รูปแบบ this far ยังใช้พูดถึงระยะที่มองเห็น ระยะเอื้อม หรือขนาดของการเคลื่อนไหวได้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังแสดงให้ดูว่าลิ้นชักที่ติดอยู่เปิดได้ไกลแค่ไหน เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่ขึ้นต้นด้วย this: The drawer only comes out ____.
ดูคำตอบ
this far
that's okay: ยอมรับและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ
ในที่นี้ that's okay หมายถึงฉันยอมรับและไม่มีปัญหา ไม่ได้เป็นการบอกว่าบางอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริง ผู้พูดยอมรับคำอธิบายหรือการยอมถอยของอีกฝ่าย และปล่อยให้ความขัดแย้งเล็กน้อยจบลง เมื่อใช้เป็นคำตอบ ประโยคนี้ยังช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษ กังวล หรือแก้ตัวต่อไป
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า Sorry I bumped your chair. คุณต้องการยอมรับคำขอโทษและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ คำตอบใดดีที่สุด?
- That's correct. You bumped it.
- That's okay. No one was hurt.
- That's enough. Don't explain.
ดูคำตอบ
That's okay. No one was hurt.
Hang on: หยุดชั่วครู่เพื่อทักท้วง
ในที่นี้ Hang on หมายถึง “รอสักครู่” ผู้พูดหยุดบทสนทนาชั่วคราวเพราะเพิ่งสังเกตเห็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและต้องการทักท้วง นี่เป็นความหมายที่ใช้ในการสนทนา ไม่ใช่การเกาะหรือห้อยอยู่กับสิ่งใดตามความหมายตรงตัว มักเป็นสัญญาณว่าต่อไปจะมีการแก้ไข ข้อกังวล หรือความคิดใหม่
แบบฝึกหัด
จู่ ๆ คุณก็สังเกตว่ากลุ่มอาจใช้แผนที่ผิด ประโยคใดหยุดบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติก่อนที่คุณจะบอกปัญหา
- Hang on. I think we used the wrong map.
- Hang up. I think we used the wrong map.
- Go on. I think we used the wrong map.
ดูคำตอบ
Hang on. I think we used the wrong map.
If I ... first and you ... second: กำหนดลำดับให้เป็นเงื่อนไข
อนุประโยค if ที่เน้นไว้กำหนดให้ I lick first and you lick second เป็นเงื่อนไขของการให้เหตุผลที่ตามมา อนุประโยคนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุป ส่วนประโยคหลักจะบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น สองส่วนนี้มีโครงสร้างขนานกัน คือ ประธาน + การกระทำรูปปัจจุบัน + first/second สำหรับเงื่อนไขในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันหลัง if ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์สามารถใช้ could เพื่อแสดงผลที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอลำดับที่อาจเกิดขึ้นเป็นเงื่อนไขก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์
- Although I go first and you go second, we can compare our times.
- Because I go first and you go second, we can compare our times.
- If I go first and you go second, we can compare our times.
ดูคำตอบ
If I go first and you go second, we can compare our times.
could just take: การกระทำที่อาจทำได้อย่างง่ายดาย
ใน could just take คำว่า could แสดงการกระทำที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ส่วน just ในที่นี้หมายถึงเพียงแค่หรือได้อย่างง่ายดาย ไม่ได้หมายถึงเมื่อสักครู่ เพราะการกระทำนั้นอาจทำให้เกิดผลที่ไม่ยุติธรรม you could just take จึงฟังดูระแวดระวังและมีน้ำเสียงบ่นเล็กน้อย รูปแบบ could just + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ชี้ถึงสิ่งที่ใครบางคนอาจทำได้ง่าย ๆ
แบบฝึกหัด
อ่าน: If I give Sam administrator access, Sam could just delete the files. could just delete ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- Sam จะลบไฟล์อย่างแน่นอน
- Sam อาจลบไฟล์ได้อย่างง่ายดาย
- Sam เพิ่งลบไฟล์ไปเมื่อสักครู่
ดูคำตอบ
Sam อาจลบไฟล์ได้อย่างง่ายดาย
bigger lick than me: คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than
Bigger เป็นรูปขั้นกว่าของ big และทำหน้าที่ขยาย lick รูปแบบ a + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + คำนาม + than + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติบางอย่างในระดับที่มากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคไม่เป็นทางการนี้ than me เป็นรูปเปรียบเทียบแบบย่อที่ใช้ในการสนทนา โดยหมายถึงการเลียคำที่ใหญ่กว่าคำที่ฉันเลีย ส่วน than I do ทำให้การกระทำที่ถูกละไว้ชัดเจนขึ้น จึงมีประโยชน์เมื่อความสัมพันธ์ในการเปรียบเทียบอาจไม่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปขั้นกว่าของ big และคำเปรียบเทียบ than เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nora chose a ____ slice ____ I did.
ดูคำตอบ
bigger · than