พลซุ่มยิงทหารบกสร้างชุดพราง Ghillie สำหรับการสู้รบได้อย่างไร | ค่ายฝึกทหาร | Insider Business: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
1,157 คำ 188 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้ฝึกพลซุ่มยิงของกองทัพบกสหรัฐฯ ทำชุด ghillie ทดสอบในโคลนและน้ำ แล้วปรับวัสดุพรางให้เข้ากับป่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. blend in with: กริยาวลี หมายถึงกลมกลืนจนแยกจากสภาพแวดล้อมได้ยาก และใช้ with เพื่อระบุสภาพแวดล้อมนั้น ไม่ได้แปล blend เพียงว่า “ผสม” 2. season and condition: ความหมายและระดับภาษา กริยาสองคำนี้หมายถึงทำให้อุปกรณ์ผ่านสภาพใช้งานและเตรียมให้พร้อม ไม่ใช่ปรุงรสอาหารหรือฝึกร่างกาย 3. the shorter the plant is, the longer it'll live. ไวยากรณ์และรูปประโยค โครงสร้าง the + ขั้นกว่า สองส่วนใช้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง ในที่นี้คือความยาวของพืชกับเวลาที่พืชยังสด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hurry up.

0:00

เร็วเข้า

Get moving.

0:02

เคลื่อนที่ได้แล้ว

These U.S. Army sniper course students are participating in what's known as a ghillie wash. วลี

0:03

นักเรียนหลักสูตรพลซุ่มยิงของกองทัพบกสหรัฐฯ เหล่านี้กำลังเข้าร่วมกิจกรรมที่เรียกว่า “การล้างชุดกิลลี”

วลี

what's known as: การเกริ่นชื่อที่ใช้เรียกกันทั่วไป

ในวลี what's known as a ghillie wash สำนวน what's known as ใช้เกริ่นชื่อที่เรียกกิจกรรมนั้นกันโดยทั่วไป หมายถึงสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร ไม่ได้หมายถึงสิ่งนั้นมีชื่อเสียงเพราะอะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what's known as + นามวลี เหมาะสำหรับแนะนำชื่อหรือคำศัพท์ที่ผู้ฟังอาจยังไม่คุ้นเคย What's เป็นรูปย่อของ what is และ known เป็นคำกริยาช่องสามที่มีความหมายเชิงรับ กล่าวคือผู้คนรู้จักกิจกรรมนั้นด้วยชื่อนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าชื่อที่ใช้เรียกการฝึกด้านความปลอดภัยนี้โดยทั่วไปคือ dry run

  1. The safety exercise is known as a dry run.
  2. The safety exercise is known by every employee.
  3. The safety exercise is known for its strict timing.
ดูคำตอบ

The safety exercise is known as a dry run.

An event designed to test the durability of a soldier's ghillie suit. ไวยากรณ์

0:12

กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อทดสอบความทนทานของชุดกิลลีของทหาร

ไวยากรณ์

designed to test: การบอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้

Designed to test เป็นวลีคำกริยาช่องสามที่ขยาย event หมายความว่ากิจกรรมนี้ถูกวางแผนหรือจัดขึ้นเพื่อทดสอบความทนทานของชุด ในที่นี้ designed ไม่ได้อธิบายรูปลักษณ์ของกิจกรรม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + designed to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกหน้าที่หรือจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ หลัง to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน รูปแบบนี้สื่อเจตนาของผู้ออกแบบหรือผู้จัด ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดผลตามที่ตั้งใจไว้เสมอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าจุดประสงค์ของตัวกรองคือกำจัดควันออกจากอากาศ

  1. This filter is designed to remove smoke from the air.
  2. This filter is designed for remove smoke from the air.
  3. This filter is designed to removing smoke from the air.
ดูคำตอบ

This filter is designed to remove smoke from the air.

Snipers rely on their ghillie suits in combat วลี

0:20

ในการรบ พลซุ่มยิงต้องพึ่งชุดกิลลี

to disguise themselves from enemies.

0:23

เพื่อพรางตัวจากศัตรู

วลี

rely on + แหล่งที่พึ่งพา

ในประโยคนี้ rely on หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “ใช้เป็นสิ่งสนับสนุนที่จำเป็น” พลซุ่มยิงต้องอาศัยชุดกิลลีเพื่อช่วยซ่อนตัวระหว่างการรบ โครงสร้างคือ rely on + บุคคล สิ่งของ หรือระบบ เมื่อระบุแหล่งสนับสนุน ต้องมี on เสมอ จึงใช้ rely on their suits ไม่ใช่ rely their suits

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ rely และคำบุพบทที่ต้องใช้: During a power cut, the clinic can ____ its backup generator.

ดูคำตอบ

rely on

The purpose of the ghillie suit is to achieve a blending

0:25

จุดประสงค์ของชุดกิลลีคือช่วยให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม

We use natural vegetation as well.

0:29

เราใช้พืชพรรณธรรมชาติด้วย

We tie that into our suit and it helps us to blend in with whatever environment we could potentially be working in. โน้ต

0:31

เราผูกมันเข้ากับชุด และมันช่วยให้เรากลมกลืนกับทุกสภาพแวดล้อมที่เราอาจต้องปฏิบัติการ

กริยาวลี

blend in with + กลุ่มหรือสภาพแวดล้อม

ในที่นี้ blend in with หมายถึงการเข้ากับสีและรูปทรงของสภาพแวดล้อมโดยรอบได้แนบเนียนมากจนสังเกตเห็นได้ยาก Blend in ไม่ได้หมายถึงเพียง “ผสม” แต่สื่อถึงการไม่โดดเด่น With ใช้แนะนำสภาพแวดล้อมหรือกลุ่มที่ต้องการให้เข้ากัน เช่น blend in with the forest, the crowd, or a new team โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายได้ทั้งการพรางตัวทางสายตาและการปรับตัวเข้ากับสังคม

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? At first Leo felt conspicuous, but he soon learned to ____ his new classmates.

  1. stand out from
  2. blend in with
  3. rely on
ดูคำตอบ

blend in with

ไวยากรณ์

whatever environment: ไม่จำกัดว่าสภาพแวดล้อมใด

ใน whatever environment คำว่า whatever เป็นคำกำหนดที่อยู่หน้า environment หมายถึง “สภาพแวดล้อมใดก็ตามที่เกี่ยวข้องจริง” หรือ “ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมใด” ผู้พูดจึงไม่ได้จำกัดข้อความไว้เฉพาะสถานที่บางแห่งที่กล่าวชื่อไว้แล้ว อนุประโยค we could potentially be working in ขยายคำว่า environment ส่วน in ที่อยู่ท้ายประโยคเป็นส่วนหนึ่งของ work in ดังนั้นความหมายรวมคือสภาพแวดล้อมที่ทีมอาจเข้าไปทำงาน

แบบฝึกหัด

เสื้อแจ็กเก็ตต้องปกป้องผู้สวมใส่ได้ในทุกสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่มีรายชื่อสภาพภูมิอากาศตายตัว วลีใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด? The jacket must perform well in ____.

  1. whichever climate it is used in
  2. whatever climate it is used in
ดูคำตอบ

whatever climate it is used in

These future snipers will take the ghillie suits made and tested in training into actual combat.

0:36

พลซุ่มยิงในอนาคตเหล่านี้จะนำชุดกิลลีที่ทำและทดสอบระหว่างการฝึกไปใช้ในการรบจริง

We give them steps and places of the body where we want to cover.

0:43

เราบอกขั้นตอนและจุดต่าง ๆ บนร่างกายที่ต้องปกปิดให้พวกเขา

It helps us look like nothing.

0:49

มันช่วยให้เราดูเหมือนไม่มีตัวตน

They could even know that they're looking for us.

0:50

พวกเขาอาจรู้ด้วยซ้ำว่ากำลังตามหาเราอยู่

They know someone is there,

0:53

พวกเขารู้ว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนั้น

but they cannot find us.

0:54

แต่หาเราไม่เจอ

Commercially made ghillie suits can cost anywhere from $200 to $400. ไวยากรณ์

0:59

ชุดกิลลีที่ผลิตขายทั่วไปมีราคาตั้งแต่ 200 ถึง 400 ดอลลาร์

ไวยากรณ์

anywhere from $200 to $400: ช่วงที่ผันแปรได้

Anywhere from A to B หมายถึงค่าหนึ่งอาจอยู่ ณ จุดใดก็ได้ภายในช่วงกว้างที่มี A และ B เป็นขอบเขต ในที่นี้เป็นการประมาณว่าชุดพรางกิลลีที่ผลิตขายในเชิงพาณิชย์อาจมีราคาต่ำเพียง 200 ดอลลาร์หรือสูงถึง 400 ดอลลาร์ ในรูปแบบนี้ anywhere ไม่ได้หมายถึงสถานที่ แต่เน้นระดับความผันแปรที่เป็นไปได้ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับราคา ระยะเวลา จำนวน อายุ และค่าอื่น ๆ ที่วัดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่เน้นช่วงกว้างและผันแปรได้: Depending on the repair, it could take ____ one hour to three days.

ดูคำตอบ

anywhere from

It all starts with the base layer.

1:05

ทุกอย่างเริ่มจากชั้นผ้าพื้นฐาน

For many,

1:08

สำหรับหลาย ๆ คน

it's one of their old uniforms

1:09

ชั้นนี้คือเครื่องแบบเก่าของพวกเขา

or a used one they can buy for roughly $100.

1:11

หรือเครื่องแบบมือสองที่ซื้อได้ในราคาราว 100 ดอลลาร์

Yeah, just cut a bunch of pieces out of it,

1:14

ใช่ ก็แค่ตัดเนื้อผ้าออกไปหลายชิ้น

sewed a bunch of mesh into it for venting,

1:17

เย็บผ้าตาข่ายเข้าไปหลายจุดเพื่อระบายอากาศ

and then sewed netting onto the outside of it.

1:19

แล้วเย็บตาข่ายคลุมไว้ด้านนอก

Netting is used to break up the sniper's silhouette โน้ต

1:21

ตาข่ายใช้ทำให้โครงร่างของพลซุ่มยิงไม่เด่นชัด

and to attach natural and artificial camouflage to the suit.

1:25

และใช้ติดวัสดุพรางจากธรรมชาติและวัสดุพรางเทียมเข้ากับชุด

ไวยากรณ์

is used to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์

ในประโยคนี้ “is used to” บอกจุดประสงค์ หมายถึงตาข่ายถูกนำมาใช้เพื่อทำกริยาที่ตามหลัง โครงสร้างคือ สิ่งของ + be + used to + กริยารูปพื้นฐาน ทั้ง “break up” และ “attach” เป็นกริยารูปพื้นฐานที่เชื่อมแบบขนานกันหลังโครงสร้างนี้ จึงบอกจุดประสงค์สองอย่างของตาข่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกสามคำที่บอกจุดประสงค์: This brush ____ clean narrow bottles.

ดูคำตอบ

is used to

กริยาวลี

break up an outline: ทำให้เส้นรอบนอกไม่ต่อเนื่อง

ตรงนี้ “break up” หมายถึงทำให้รูปทรงที่มองเห็นได้ชัดและต่อเนื่องขาดออกจากกัน ตาข่ายทำให้เงาร่างของพลซุ่มยิงสังเกตได้ยากขึ้นด้วยการแบ่งเส้นรอบนอกเป็นส่วนที่ไม่สม่ำเสมอ ตรงนี้เป็น phrasal verb ที่ต้องมีกรรม โดยมีโครงสร้าง break up + กรรม ในบริบทด้านภาพหรือการพราง กรรมอาจเป็นเส้นรอบนอก รูปทรง ลวดลาย หรือพื้นที่สีขนาดใหญ่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Irregular stripes break up the outline of the shelter,” คำว่า “break up” หมายถึงอะไร?

  1. นำที่กำบังออกไปทั้งหมด
  2. ยุติความสัมพันธ์เชิงรักกับที่กำบัง
  3. ทำให้มองเส้นรอบนอกเป็นรูปทรงเดียวที่ต่อเนื่องได้ยากขึ้น
ดูคำตอบ

ทำให้มองเส้นรอบนอกเป็นรูปทรงเดียวที่ต่อเนื่องได้ยากขึ้น

The most common artificial camouflage is jute,

1:31

วัสดุพรางเทียมที่ใช้กันมากที่สุดคือปอกระเจา

a fibrous plant-based material.

1:35

ซึ่งเป็นวัสดุเส้นใยจากพืช

You just strip it into pieces,

1:38

แค่ฉีกแยกมันออกเป็นเส้น ๆ

and that is the hair-looking stuff all over a ghillie suit.

1:39

ก็จะได้สิ่งที่ดูเหมือนเส้นผมซึ่งคลุมอยู่ทั่วชุดกิลลี

But just be mindful of this color, วลี

1:44

แต่ต้องระวังสีนี้ไว้ด้วย

right?

1:46

ใช่ไหม

วลี

be mindful of: คำนึงถึงปัจจัยหนึ่งขณะลงมือทำ

ในประโยคนี้ be mindful of this color ขอให้ผู้ฟังคำนึงถึงสีอยู่เสมอเมื่อตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุอย่างไรหรือที่ไหน ไม่ได้หมายถึงเพียงให้จำข้อเท็จจริง แต่ยังสื่อว่าต้องเฝ้าสังเกตปัจจัยนั้นและปรับการกระทำหากจำเป็น โครงสร้าง be mindful of + คำนามหรือวลีคำนาม เป็นวิธีให้คำแนะนำหรือเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างนุ่มนวล โดยไม่ออกคำเตือนแบบตรงและแข็งเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเตือนด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “คำนึงถึงปัจจัยนี้อยู่เสมอและปฏิบัติตามนั้น”: Before you share the photos, ____ everyone's privacy.

ดูคำตอบ

be mindful of

If you're not in shade,

1:46

ถ้าไม่ได้อยู่ในร่มเงา

that's not going to do you any good, สำนวน

1:47

สีนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลย

right?

1:49

ใช่ไหม

สำนวน

do you any good: ประเมินประโยชน์ในทางปฏิบัติ

ในประโยคนี้ that's not going to do you any good หมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขนั้น ตัวเลือกดังกล่าวจะไม่ให้ประโยชน์ที่ใช้ได้จริงแก่ผู้ฟังและไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โครงสร้างปฏิเสธ not ... any แสดงว่ามันไม่มีประสิทธิผล โครงสร้าง do + บุคคล + any good ใช้ good คล้ายคำนามที่หมายถึง “ประโยชน์” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่บรรยายบุคคล โครงสร้างนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในคำถามและประโยคปฏิเสธ เช่น Will this do us any good? และ It won't do him any good.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ให้ประโยชน์ที่แท้จริงแก่คุณ”: Arguing with the automated message won't ____.

ดูคำตอบ

do you any good

That's going to make you stick out. กริยาวลี

1:49

มันจะยิ่งทำให้คุณเด่นออกมา

กริยาวลี

stick out: เด่นเพราะไม่กลมกลืนกับสิ่งรอบข้าง

ในประโยคนี้ stick out หมายถึง “สังเกตเห็นได้ง่ายเพราะบางสิ่งดูหรือมีพฤติกรรมแตกต่างจากสิ่งรอบข้าง” สีที่ไม่เข้ากันจะดึงดูดความสนใจและทำให้มองเห็นคนนั้นได้ง่ายขึ้น out ในที่นี้เพิ่มความหมายว่าเด่นสะดุดตา ไม่ได้หมายความว่าส่วนหนึ่งของวัตถุยื่นออกมาจริง ๆ รูปแบบนี้ใช้กับรูปลักษณ์ พฤติกรรม หรือข้อผิดพลาดได้ กล่าวคือ สิ่งใดจะ stick out เมื่อไม่กลมกลืนกับสิ่งรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “เด่นสะดุดตาเพราะไม่เข้ากัน” ลงในประโยค: The bright orange suitcase will ____ on the black luggage belt.

ดูคำตอบ

stick out

Instructors inspect students' ghillie suits several times during the sniper course.

1:50

ครูฝึกจะตรวจชุดกิลลีของนักเรียนหลายครั้งระหว่างหลักสูตรพลซุ่มยิง

We do a 360 inspection

1:55

เราตรวจชุดโดยรอบ 360 องศา

ensuring that their points that generally get blown out,

1:57

เพื่อให้แน่ใจว่าจุดที่มักปริขาด

such as the crotch of the pants,

2:00

อย่างเป้ากางเกง

armpits,

2:02

รักแร้

elbows,

2:02

ข้อศอก

stuff like that.

2:03

และจุดอื่น ๆ ทำนองนั้น

Those high-wear-and-tear areas สำนวน

2:04

บริเวณที่เสียดสีและสึกหรอมากเหล่านั้น

are reinforced,

2:06

จะถูกเสริมให้แข็งแรง

สำนวน

high-wear-and-tear: บริเวณที่ต้องรับการใช้งานหนัก

wear and tear เป็นวลีตายตัวแบบนับไม่ได้ หมายถึงการเสื่อมสภาพทีละน้อยจากการใช้งานตามปกติซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ high-wear-and-tear ขยายบริเวณที่ต้องเผชิญกับการเสียดสีหรือการใช้งานหนักเป็นพิเศษ จึงต้องเสริมความแข็งแรงให้บริเวณเหล่านั้น คำประสมทั้งหมดใช้ยัติภังค์เชื่อม เพราะทำหน้าที่เป็นคำขยายหนึ่งชุดหน้า areas โดย wear ในที่นี้หมายถึงการสึกหรอ ไม่ใช่การสวมเสื้อผ้า ส่วน tear เป็นคำนามที่หมายถึงความเสียหายจากการฉีกหรือแรงดึง

แบบฝึกหัด

เติมคำขยายประสมที่หมายถึง “ต้องเผชิญกับการเสื่อมสภาพอย่างหนักเป็นพิเศษจากการใช้งานซ้ำ ๆ” ลงในประโยค: The manufacturer reinforced the ____ areas of the backpack.

ดูคำตอบ

high-wear-and-tear

they're sewn down,

2:07

เย็บย้ำให้แน่น

they're glued.

2:08

และติดกาวไว้

I know you got it extended here.

2:09

ผมเห็นว่าคุณต่อส่วนนี้ออกมาแล้ว

You might want to try to extend this some here to break up

2:11

คุณน่าจะลองต่อส่วนตรงนี้ออกมาอีกหน่อย เพื่อทำให้

this straight line.

2:14

แนวเส้นตรงนี้ดูไม่ชัดเจน

Every student's ghillie suit isn't going to be the same.

2:15

ชุดกิลลีของนักเรียนแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน

We give them left and right parameters and they fit,

2:17

เรากำหนดขอบเขตซ้ายขวาให้ แล้วพวกเขาก็ปรับชุดให้พอดี

you know,

2:20

แบบว่า

wherever they fall in.

2:20

ตามจุดที่แต่ละคนอยู่ในขอบเขตนั้น

The durability of the suits is tested during an event known as the ghillie wash,

2:24

ความทนทานของชุดจะถูกทดสอบในกิจกรรมที่เรียกว่า “การล้างชุดกิลลี”

which happens in week two of the sniper course.

2:30

ซึ่งจัดขึ้นในสัปดาห์ที่สองของหลักสูตรพลซุ่มยิง

Hurry up.

2:35

เร็วเข้า

Get moving.

2:37

เคลื่อนที่ได้แล้ว

The purpose of the ghillie wash is to season and condition their ghillie suit, การใช้คำ

2:39

จุดประสงค์ของการล้างชุดกิลลีคือทำให้ชุดผ่านการใช้งานและปรับสภาพให้เข้าที่

การใช้คำ

season and condition: ทำให้อุปกรณ์คุ้นสภาพแวดล้อมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้

คำกริยาที่ใช้คู่กันอย่าง season และ condition อธิบายการเตรียมชุดเพื่อให้วัสดุเหมาะกับสภาพภาคสนามมากขึ้น ในที่นี้ season หมายถึงการนำวัสดุไปสัมผัสสภาพแวดล้อม จัดการ หรือใช้งาน จนความใหม่และความดูไม่เป็นธรรมชาติลดลงและวัสดุปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อม ส่วน condition หมายถึงการดูแลวัสดุให้มีหรือคงสภาพที่ใช้งานได้ดี เมื่อใช้ร่วมกัน คำกริยาทั้งสองแสดงขั้นตอนสองส่วนที่เกี่ยวข้องกันในการเตรียมอุปกรณ์ ไม่ได้หมายถึงการปรุงรสอาหารหรือการฝึกสมรรถภาพร่างกาย ความหมายเชิงเทคนิคแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ดีขึ้นจากการสัมผัสสภาพแวดล้อม การดูแล หรือการใช้งานที่ควบคุมไว้

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย season and condition the ghillie suit หมายความว่าอย่างไร

  1. ใส่เครื่องปรุงลงในชุดและฝึกให้ผู้สวมใส่มีสมรรถภาพทางกาย
  2. ดูแลและใช้วัสดุเพื่อให้ปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้
  3. ล้างสีทั้งหมดออกและทำให้ชุดกลับมาดูใหม่
ดูคำตอบ

ดูแลและใช้วัสดุเพื่อให้ปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้

not only to help it soak up color กริยาวลี

2:44

ไม่ใช่แค่ช่วยให้ชุดดูดซับสี

กริยาวลี

soak up: ดูดซับอย่างเต็มที่

Soak up เป็นกริยาวลีแบบต้องมีกรรม หมายถึงดูดซับของเหลว สี หรือสารอื่นอย่างเต็มที่ มักมีภาพเหมือนฟองน้ำ ในคำบรรยาย ชุดมีไว้เพื่อรับสีจากน้ำโคลนเข้าไปในเนื้อวัสดุ คำว่า up เพิ่มความรู้สึกว่าดูดซับได้ครบหรือได้มาก ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน รูปแบบนี้ยังใช้เชิงเปรียบเทียบกับการซึมซับความรู้ ความสนใจ แสงแดด หรือบรรยากาศได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนในรูปกาลที่ถูกต้อง: The dry towel quickly ____ all the spilled water.

ดูคำตอบ

soaked up

and to have it kind of more natural and earthy.

2:46

จนดูเป็นธรรมชาติและมีโทนดินมากขึ้น

It also allows us to find any weak points they could potentially have in their ghillie suits.

2:48

แต่ยังช่วยให้เราพบจุดอ่อนที่อาจมีอยู่ในชุดกิลลีของพวกเขา

Just kind of see how anything would tear,

2:52

เราจะได้เห็นว่าส่วนไหนอาจฉีกขาด

like the netting and stuff on the back.

2:54

เช่น ตาข่ายและส่วนต่าง ๆ ด้านหลัง

The ghillie wash starts with students crawling and rolling across various terrains,

2:57

การล้างชุดกิลลีเริ่มจากให้นักเรียนคลานและกลิ้งผ่านภูมิประเทศหลายแบบ

To your left.

3:03

ไปทางซ้าย

To your left.

3:04

ไปทางซ้าย

Hey, hey.

3:06

เฮ้ เฮ้

including gravel,

3:07

ทั้งพื้นกรวด

pavement,

3:09

พื้นถนน

and sand.

3:11

และพื้นทราย

What is the primary role of a sniper?

3:12

หน้าที่หลักของพลซุ่มยิงคืออะไร

To engage the enemy. การใช้คำ

3:16

เข้าปะทะข้าศึก

การใช้คำ

Engage the enemy ในภาษาอังกฤษทางทหาร

ในภาษาอังกฤษทางทหาร engage เป็นกริยาสกรรมที่หมายถึงการเข้าสู้รบกับกองกำลังฝ่ายตรงข้ามหรือโจมตีกองกำลังนั้น The enemy เป็นกรรมตรง ดังนั้น engage the enemy จึงหมายถึงสู้รบกับหรือโจมตีกองกำลังศัตรู ไม่ใช่ดึงดูดความสนใจของศัตรูหรือมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับศัตรู ความหมายนี้มักพบในคำสั่ง การฝึก กฎการปะทะ และรายงานทางทหาร บริบทเกี่ยวกับการสู้รบจะบอกว่าคำนี้ใช้ในความหมายเฉพาะทางดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The unit was ordered to engage the enemy,” engage the enemy หมายความว่าอะไร?

  1. หมั้นหมายอย่างเป็นทางการกับทหารฝ่ายศัตรู
  2. ดึงความสนใจของศัตรูเอาไว้
  3. สู้รบกับหรือโจมตีกองกำลังศัตรู
ดูคำตอบ

สู้รบกับหรือโจมตีกองกำลังศัตรู

We soak them down,

3:19

เราราดน้ำให้พวกเขาจนชุ่ม

get them wet.

3:20

ให้เปียกไปทั้งตัว

That's going to start creating a lot of weight.

3:21

น้ำจะทำให้ชุดมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

It's going to make it a little bit harder for them as well.

3:23

และทำให้พวกเขาทำได้ยากขึ้นอีกหน่อย

Exercises such as lunges,

3:30

การออกกำลังกายอย่างท่าลันจ์

squats,

3:33

ท่าสควอต

and push-ups test the suits' ability to stretch under pressure.

3:34

และวิดพื้น ใช้ทดสอบความสามารถของชุดในการยืดตัวเมื่อรับแรง

They're just kind of testing out their ghillie suit in the sense of กริยาวลี

3:38

พูดง่าย ๆ คือพวกเขากำลังทดสอบชุดกิลลีว่า

กริยาวลี

Testing out: ลองใช้บางสิ่งในสถานการณ์จริง

Test out หมายถึงใช้หรือลองบางสิ่งในสถานการณ์จริงเพื่อดูว่ามันทำงานได้ดีเพียงใดหรือเหมาะสมหรือไม่ ในที่นี้ผู้เข้ารับการฝึกกำลังใช้ชุดกิลลีจริงเพื่อประเมินประสิทธิภาพของชุด คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกสถานที่ Test out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ทั้ง test the suit out และ test out the suit ใช้ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค โดยพูดว่า test it out ไม่ใช่ test out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย test out โดยวางคำอนุภาครอบสรรพนามให้ถูกต้อง: This backpack is new, so before the long hike, I want to ____ it ____ on a short trail.

ดูคำตอบ

test · out

how able was it to take a beating. สำนวน

3:42

มันจะทนต่อการใช้งานหนักได้แค่ไหน

สำนวน

“take a beating”: ทนต่อความเสียหายอย่างหนัก

ในประโยคนี้ “take a beating” หมายถึงการทนต่อแรงกระแทกซ้ำ ๆ การใช้งานอย่างรุนแรง หรือการสึกหรออย่างหนัก ชุดเป็นฝ่ายรับความเสียหาย ไม่ได้เป็นฝ่ายไปตีสิ่งใด สำนวนนี้ใช้ได้ทั้งตามตัวอักษรกับคนหรือสิ่งของที่ถูกกระแทก และในเชิงเปรียบเทียบกับตลาด ชื่อเสียง หรือแผนการที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The delivery boxes took a beating in the storm,” เกิดอะไรขึ้นกับกล่องเหล่านั้น?

  1. กล่องไปทำร้ายใครบางคน
  2. กล่องได้รับความเสียหายมากหรือถูกแรงกระแทกรุนแรง
  3. กล่องได้รับการปกป้องอย่างดี
ดูคำตอบ

กล่องได้รับความเสียหายมากหรือถูกแรงกระแทกรุนแรง

After roughing up their suits, กริยาวลี

3:47

หลังจากทำให้ชุดผ่านการใช้งานอย่างหนักแล้ว

students crawl on their stomachs and backs

3:49

นักเรียนจะคลานทั้งแบบคว่ำและหงาย

through wet and muddy trenches to add color to them.

3:53

ผ่านร่องดินที่เปียกและเต็มไปด้วยโคลน เพื่อเติมสีให้ชุด

กริยาวลี

“roughing up”: จัดการสิ่งของอย่างรุนแรงให้ดูเก่า

ในที่นี้ “roughing up their suits” หมายถึงการจัดการกับชุดอย่างรุนแรงจนมีรอยถลอก ดูสึก หรือเสียหายเล็กน้อย นักเรียนตั้งใจทำเช่นนี้ และกรรมของวลีคือชุด จึงไม่ได้หมายถึงการทำร้ายคน “Rough up” เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ โดยใช้ได้ทั้ง rough the suits up และ rough up the suits แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า rough them up ไม่ใช่ rough up them

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “rough up” ในความหมายว่าจงใจทำให้สิ่งของดูเก่าและสึก?

  1. The hikers warmed up before climbing the hill.
  2. The guards roughed up the prisoner behind the building.
  3. The prop artist roughed up the shiny helmet to make it look battle-worn.
ดูคำตอบ

The prop artist roughed up the shiny helmet to make it look battle-worn.

It's not necessarily we're trying to find a weak point at that point, ลำดับความ

4:01

ตอนนั้นเราไม่ได้มุ่งหาจุดอ่อนของชุดโดยตรง

but we're trying to get that color deeply rooted into the fabric.

4:04

แต่พยายามทำให้สีนั้นฝังลึกลงไปในเนื้อผ้า

ลำดับความ

ใช้ not necessarily ... but ... เพื่อเปลี่ยนจุดเน้นอย่างระมัดระวัง

ใน not necessarily ... but ... คำว่า not necessarily ช่วยลดความหนักแน่นของการปฏิเสธแนวคิดแรก ผู้พูดสื่อว่าแนวคิดนั้นอาจจริงในบางกรณี แต่ไม่ใช่คำอธิบายที่ดีที่สุดหรือครบถ้วนที่สุดในที่นี้ คำว่า but ดึงความสนใจไปยังจุดประสงค์หลัก รูปแบบนี้จัดลำดับข้อมูลโดยแก้ความเข้าใจที่ผู้ฟังอาจคาดไว้โดยไม่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แล้วจึงนำเสนอประเด็นที่สำคัญกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแก้ความเข้าใจอย่างระมัดระวัง โดยยังเปิดโอกาสว่าความเร็วอาจมีความสำคัญอยู่?

  1. It's not only about speed, but also about control.
  2. It's not about speed, but about control.
  3. It's not necessarily about speed, but about control.
ดูคำตอบ

It's not necessarily about speed, but about control.

There is really,

4:06

ที่นี่มีโคลนดินเหนียวที่ลึก

really deep clay mud that's pretty prominent here.

4:08

ลึกมากจริง ๆ และพบได้ทั่วไป

So it's a good source for

4:10

ดังนั้น มันจึงเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นดี

when you're trying to get that earthy tone here. การใช้คำ

4:13

เวลาต้องการให้ชุดมีโทนสีดินของที่นี่

การใช้คำ

earthy tone: สีที่นุ่มและดูเป็นธรรมชาติ

earthy tone ในที่นี้หมายถึงสีที่นุ่มและไม่ฉูดฉาด ซึ่งคล้ายดิน ดินเหนียว ไม้ หญ้าแห้ง หรือวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ มักสื่อถึงสีน้ำตาล สีน้ำตาลอ่อน สีเหลืองดิน สีเขียวหม่น และเฉดใกล้เคียง มากกว่าจะหมายถึงสีใดสีหนึ่งอย่างเจาะจง ในวลีนี้ tone หมายถึงลักษณะหรือเฉดของสี ไม่ใช่เสียงหรือท่าทีของบุคคล ส่วน earthy เพิ่มความหมายว่าสีนั้นดูเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกมั่นคง และมักไม่สว่างหรืออิ่มสีมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The walls have a soft, earthy tone," คำว่า earthy tone หมายถึงอะไร?

  1. สีที่นุ่มและดูเป็นธรรมชาติคล้ายดิน ดินเหนียว หรือพืช
  2. วิธีพูดอย่างสงบของผู้พูด
  3. สีสว่างคล้ายสีนีออน
ดูคำตอบ

สีที่นุ่มและดูเป็นธรรมชาติคล้ายดิน ดินเหนียว หรือพืช

The clay around here in Georgia tastes pretty good,

4:14

ดินเหนียวแถวนี้ในจอร์เจียรสชาติดีทีเดียว

so.

4:17

ก็...

The last section of the ghillie wash takes place in a 200-foot long trench

4:19

ช่วงสุดท้ายของการล้างชุดกิลลีจัดขึ้นในร่องน้ำยาว 200 ฟุต

filled with water reaching up to chest high.

4:24

ซึ่งมีน้ำลึกถึงระดับอก

We have them low crawling over any kind of like obstacles and stuff like that. ไวยากรณ์

4:30

เราให้พวกเขาคลานต่ำข้ามสิ่งกีดขวางสารพัด

ไวยากรณ์

have them low crawling: have + กรรม + -ing

ในประโยคนี้ have เป็นกริยาแสดงการทำให้: have them low crawling หมายถึงจัดให้หรือกำหนดให้พวกเขาคลานในท่าต่ำ them เป็นกรรม และ low crawling เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing ที่บอกกิจกรรมซึ่งพวกเขาถูกให้ทำ โครงสร้าง have + กรรม + -ing มักนำเสนอกิจกรรมว่าเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซ้ำ ๆ หรือถูกทำให้ดำเนินต่อไปภายใต้การควบคุมของใครบางคน have ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ‘มีไว้ในครอบครอง’ และไม่ใช่กริยาช่วยที่ใช้สร้าง perfect tense

แบบฝึกหัด

ใช้ have + object + -ing จากนั้นอ่านบริบทภาษาอังกฤษนี้: The players need to stay active throughout warm-ups. เติมประโยคให้สมบูรณ์: The coach ____ around the track throughout warm-ups.

ดูคำตอบ

has them jogging

to see if the area that they drag themselves on will possibly peel up. กริยาวลี

4:33

เพื่อดูว่าบริเวณที่เสียดสีกับพื้นตอนลากตัวไปจะลอกขึ้นมาหรือไม่

กริยาวลี

peel up: ยกออกจากพื้นผิวที่ติดอยู่

peel up ในที่นี้เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึงวัสดุที่ติดอยู่หรือใช้ปิดผิวเริ่มยกตัว ม้วนงอ หรือแยกจากพื้นผิวด้านล่าง ซึ่งมักเริ่มจากขอบ ประธานคือบริเวณหรือวัสดุที่อาจหลุด ไม่ได้มีคนกำลังลอกวัสดุนั้น คำว่า up เน้นว่าวัสดุยกขึ้นและแยกออกจากพื้นผิว สำนวนนี้มักใช้กับเทป ฉลาก สี ฟิล์ม วัสดุปูพื้น หรือวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นชั้น ๆ ไม่ใช่ความหมายเกี่ยวกับการปอกเปลือกอาหาร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงยกออกจากพื้นผิวที่วัสดุติดอยู่: After water got underneath them, the adhesive floor tiles began to ____ at the corners.

ดูคำตอบ

peel up

And again,

4:37

และขอย้ำอีกครั้ง

any kind of stitching is going to rip.

4:38

รอยเย็บแบบไหนก็จะปริขาด

After climbing out of the trench,

4:46

หลังจากปีนออกจากร่องน้ำ

the students get hosed off to remove any excess mud กริยาวลี

4:48

นักเรียนจะถูกฉีดน้ำเพื่อล้างโคลนส่วนเกินออก

กริยาวลี

Get hosed off: ถูกฉีดล้างด้วยสายยาง

To hose something or someone off หมายถึงการฉีดน้ำจากสายยางใส่สิ่งของหรือคนเพื่อให้โคลนหรือสิ่งอื่นหลุดออก ในประโยคนี้มีการฉีดน้ำใส่นักเรียนและชุดของพวกเขาเพื่อล้างโคลนออก โครงสร้าง get + คำกริยาช่องที่สามแสดงว่าประธานเป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้น the students get hosed off จึงหมายถึงมีคนใช้สายยางฉีดล้างนักเรียน ในบริบทที่เป็นรูปธรรมนี้ไม่ได้หมายถึงสำนวนไม่เป็นทางการ get hosed ซึ่งแปลว่าถูกโกงหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ทำความสะอาดโดยฉีดน้ำจากสายยาง” ลงในประโยค: The gardener will ____ the muddy wheelbarrow before putting it away.

ดูคำตอบ

hose off

before hanging their suits out to dry. สำนวน

4:52

ก่อนนำชุดไปแขวนให้แห้ง

สำนวน

Hang their suits out to dry: ความหมายตรงตัวและความหมายเชิงสำนวน

ในประโยคนี้ hanging their suits out to dry มีความหมายตรงตัว นักเรียนนำชุดที่เปียกไปแขวนและปล่อยให้สัมผัสอากาศจนแห้ง Hang ตามด้วยกรรม their suits ส่วน out to dry อธิบายว่าทำอะไรกับชุดและทำไปเพื่ออะไร โครงสร้างเดียวกันอาจเป็นสำนวนเมื่อกรรมเป็นคนหรือกลุ่มคน โดย hang someone out to dry หมายถึงการทอดทิ้งคนที่กำลังลำบากหรือปล่อยให้คนนั้นรับผิดเพียงลำพัง กรรมและสถานการณ์จะช่วยบอกความหมาย ในที่นี้ชุดที่เปียกทำให้เห็นชัดว่าเป็นความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hang out to dry ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ

  1. We hung the wet tent out to dry in the sun.
  2. After the swim, I hung my towel out to dry.
  3. The committee blamed one junior employee and hung her out to dry.
ดูคำตอบ

The committee blamed one junior employee and hung her out to dry.

It is a very physical event,

4:56

เป็นกิจกรรมที่ใช้แรงกายหนักมาก

but it's completely necessary.

4:58

แต่จำเป็นอย่างยิ่ง

Like we have to test out these ghillie suits to make sure they're going to withstand the test of time. สำนวน

4:59

เราต้องทดสอบชุดกิลลีเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะทนทานต่อกาลเวลา

สำนวน

withstand the test of time: ทนต่อบททดสอบของกาลเวลา

ในที่นี้ withstand หมายถึง “ยังคงแข็งแรงหรือมีประสิทธิภาพแม้ต้องเผชิญความท้าทาย” ส่วน the test of time เป็นสำนวนเปรียบเทียบถึงการใช้งาน การเปลี่ยนแปลง และแรงกดดันตลอดหลายปี ไม่ใช่การทดสอบตามกำหนดเพียงครั้งเดียว โครงสร้าง X withstands/will withstand the test of time ใช้ประเมินความทนทานระยะยาวหรือคุณค่าที่ยั่งยืน ในประโยคนี้กำลังทดสอบว่าชุดเหล่านี้จะยังใช้งานได้และเชื่อถือได้ต่อไปอีกหลายปีหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษห้าคำที่ขึ้นต้นด้วย withstand และหมายถึง “ยังคงทนทานไปอีกหลายปี”: The museum chose stone that could ____.

ดูคำตอบ

withstand the test of time

The culminating test of the ghillie suits comes during stalk events. วัฒนธรรม

5:11

การทดสอบขั้นสุดท้ายของชุดกิลลีเกิดขึ้นในการฝึกลอบเข้าใกล้เป้าหมาย

วัฒนธรรม

stalk events ในการฝึกพลซุ่มยิง

ในที่นี้ stalk events คือการประเมินภาคสนามที่ผู้เข้ารับการฝึกเป็นพลซุ่มยิงใช้การพรางตัวและเคลื่อนผ่านภูมิประเทศไปยังเป้าหมายหรือพื้นที่สังเกตการณ์โดยไม่ถูกตรวจพบ stalk ในที่นี้มีความหมายทางทักษะสนามทหารว่าเข้าใกล้อย่างลับ ๆ ไม่ใช่ความหมายทั่วไปว่าไล่รังควานหรือแอบติดตามบุคคล ส่วน event หมายถึงแบบฝึกตามกำหนดหรือช่วงการฝึกที่มีการประเมิน ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าการทดสอบภาคปฏิบัติครั้งสุดท้ายของชุดเกิดขึ้นระหว่างแบบฝึกการพรางตัวและการเข้าใกล้เหล่านี้

แบบฝึกหัด

วลี stalk events ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การฝึกภาคสนามที่มีการประเมิน โดยเข้าใกล้ผ่านภูมิประเทศโดยไม่ถูกตรวจพบ
  2. การแข่งขันจับเวลาที่ผู้เข้ารับการฝึกวิ่งอย่างเปิดเผยไปยังเส้นชัย
  3. ชั้นเรียนเกี่ยวกับวิธีรายงานการคุกคามบุคคลที่ไม่พึงประสงค์
ดูคำตอบ

การฝึกภาคสนามที่มีการประเมิน โดยเข้าใกล้ผ่านภูมิประเทศโดยไม่ถูกตรวจพบ

Students must navigate through wooded terrain

5:18

นักเรียนต้องเคลื่อนผ่านภูมิประเทศที่เป็นป่า

without being spotted by the instructors walking around them ไวยากรณ์

5:21

โดยไม่ให้ครูฝึกที่เดินอยู่รอบ ๆ มองเห็น

ไวยากรณ์

without being spotted: รูปถูกกระทำหลัง without

ในประโยคนี้ without นำเสนอเงื่อนไขที่ผู้เรียนต้องรักษาขณะเคลื่อนที่ นั่นคือครูฝึกต้องไม่สังเกตเห็นพวกเขา เนื่องจากผู้เรียนเป็นฝ่ายรับการกระทำ being spotted จึงเป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ ซึ่งมีโครงสร้าง being + กริยาช่องสาม หลัง without ให้ใช้คำนามหรือรูป -ing ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีกริยาผัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ without being + กริยาช่องสาม ซึ่งหมายถึงประธานหลีกเลี่ยงการถูกกระทำนั้น หากตัด being ออก โครงสร้างแบบถูกกระทำก็จะหายไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย without และรูป -ing แบบถูกกระทำของ spot: The witness left through a side door ____ by reporters.

ดูคำตอบ

without being spotted

or by those observing from afar with binoculars. วลี

5:26

หรือผู้สังเกตการณ์ที่ใช้กล้องส่องทางไกลดูจากระยะไกล

วลี

from afar: จุดสังเกตการณ์จากระยะไกล

From afar หมายถึงจากระยะไกล ในประโยคนี้วลีดังกล่าวระบุมุมมองของผู้สังเกตการณ์ว่า พวกเขามองผู้เรียนจากที่ไกล ไม่ใช่จากบริเวณใกล้เคียง ในทางไวยากรณ์ afar เป็นคำวิเศษณ์บอกระยะทาง ส่วน from afar ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์เพื่อระบุจุดมองที่อยู่ไกล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ทำกริยาอย่างการดูหรือการสังเกต

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงจากระยะไกล: The rescue team monitored the volcano ____.

ดูคำตอบ

from afar

Before the event begins,

5:34

ก่อนเริ่มกิจกรรม

the class covers themselves in natural vegetation

5:35

ทุกคนจะนำพืชพรรณธรรมชาติมาคลุมตัว

that matches their surroundings.

5:39

โดยเลือกชนิดที่เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว

On their ghillie suits,

5:42

บนชุดกิลลี

they have a number of tie-downs

5:43

จะมีจุดสำหรับผูกยึดอยู่หลายจุด

on the hat and the top of the pants.

5:44

บริเวณหมวกและขอบบนของกางเกง

They'll tie natural vegetation that matches the environment they're currently in, ไวยากรณ์

5:46

พวกเขาจะผูกพืชพรรณธรรมชาติที่เข้ากับสภาพแวดล้อมในขณะนั้น

ไวยากรณ์

the environment they're currently in: การละสรรพนามสัมพันธ์และวางบุพบทไว้ท้ายประโยค

ในนามวลี “the environment they’re currently in” อนุประโยค “they’re currently in” ขยายคำว่า environment และระบุว่าหมายถึงสภาพแวดล้อมใด รูปเต็มคือ “the environment that they’re currently in” โดย that เป็นกรรมของ in จึงละได้ in ที่อยู่ท้ายประโยคไม่ได้เกินมา แต่ทำให้ความสัมพันธ์ด้านสถานที่ใน be in an environment สมบูรณ์ การวางบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคสัมพันธ์ชนิดนี้เป็นรูปมาตรฐาน และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาพูดและภาษาเขียนระดับกลาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งคงบุพบทที่จำเป็นไว้?

  1. The chair I was sitting was surprisingly comfortable.
  2. The chair I was sitting in was surprisingly comfortable.
  3. The chair I was in sitting was surprisingly comfortable.
ดูคำตอบ

The chair I was sitting in was surprisingly comfortable.

uh just to give them an initial base layer of camouflage

5:50

เอ่อ เพื่อสร้างชั้นพรางพื้นฐานในตอนเริ่มต้น

as they move through the land.

5:53

ขณะเคลื่อนที่ไปตามภูมิประเทศ

Students are taught to use a 30-to-70 ratio of artificial to natural camouflage วลี

5:55

นักเรียนได้รับการสอนให้ใช้วัสดุพรางเทียมต่อวัสดุพรางธรรมชาติในอัตราส่วน 30 ต่อ 70

วลี

a 30-to-70 ratio of artificial to natural camouflage: อัตราส่วนของ A ต่อ B

โครงสร้าง a ratio of A to B ใช้เปรียบเทียบปริมาณของ A กับปริมาณของ B ตามลำดับนั้น ในที่นี้ A คือวัสดุพรางตัวเทียมและ B คือวัสดุพรางตัวธรรมชาติ ดังนั้น 30-to-70 จึงหมายถึงวัสดุเทียม 30 ส่วนต่อวัสดุธรรมชาติ 70 ส่วน ใน artificial to natural camouflage คำว่า camouflage หลัง artificial ถูกละไว้ให้เข้าใจ และกล่าวเพียงครั้งเดียวหลัง natural เพื่อไม่ให้ซ้ำ เครื่องหมายยัติภังค์ใน 30-to-70 แสดงว่าตัวเลขทั้งหมดทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายประสมที่อยู่หน้า ratio

แบบฝึกหัด

เติมตัวเชื่อมมาตรฐานที่ใช้ในโครงสร้าง a ratio of A to B ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: The recipe uses a ratio of one cup of rice ____ two cups of water.

ดูคำตอบ

to

and must carefully pick which kinds of foliage to use.

6:01

และต้องเลือกชนิดของใบไม้ที่จะใช้อย่างระมัดระวัง

Here in Georgia,

6:06

ที่จอร์เจีย

it's so hot and humid,

6:07

อากาศร้อนและชื้นมาก

everything dies kind of quickly. น้ำเสียง/เจตนา

6:08

ทุกอย่างจึงเหี่ยวตายค่อนข้างเร็ว

น้ำเสียง/เจตนา

kind of ในฐานะคำลดน้ำหนักแบบภาษาพูด

ในประโยคนี้ kind of ขยาย quickly และมีความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “พูดโดยคร่าว ๆ” ผู้พูดจึงนำเสนอข้อความนี้เป็นแนวโน้มโดยประมาณ ไม่ใช่กฎที่แม่นยำและไม่มีข้อยกเว้น kind of ในที่นี้เป็นคำลดน้ำหนักแบบภาษาพูดที่อยู่หน้าคำกริยาวิเศษณ์ ไม่ได้ใช้จำแนกประเภท ส่วนสำนวนที่หมายถึง “ชนิดหนึ่งของ...” คือ a kind of ตามด้วยคำนาม

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคด้วยคำลดน้ำหนักแบบภาษาพูดที่หมายถึง “ค่อนข้าง”? The new schedule is ___ confusing at first.

  1. a kind of
  2. kind of
  3. kind
ดูคำตอบ

kind of

The only thing that's going to really live on you a long time

6:10

สิ่งเดียวที่จะคงความสดอยู่บนตัวคุณได้นานจริง ๆ

is uh pine leaves and stuff.

6:12

คือ เอ่อ ใบสนและของทำนองนั้น

And the smaller the shorter the plant is, ไวยากรณ์

6:14

และยิ่งพืชมีขนาดเล็กและสั้น

the longer it'll live.

6:16

มันก็จะยิ่งอยู่ได้นาน

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบสัมพันธ์ The shorter ..., the longer ...

โครงสร้าง the + comparative ..., the + comparative ... เชื่อมตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กัน กล่าวคือ เมื่ออย่างหนึ่งเปลี่ยน อีกอย่างก็เปลี่ยนตาม ส่วนประโยคแรกกำหนดเงื่อนไขที่เปลี่ยน และประโยคที่สองบอกผลที่สัมพันธ์กัน ในประโยคนี้ ต้นไม้ที่เตี้ยกว่าสัมพันธ์กับการมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า the ทั้งสองตำแหน่งทำงานร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง ไม่ใช่ว่า the ตัวแรกเป็นเพียง definite article หน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ early และ soon ตามโครงสร้างการเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน: ____ you start, ____ you'll finish.

ดูคำตอบ

The earlier · the sooner

Once the class enters the woods,

6:20

เมื่อทุกคนเข้าไปในป่า

they must keep a low profile, สำนวน

6:22

พวกเขาต้องก้มตัวให้ต่ำและไม่เป็นจุดสังเกต

moving slowly and deliberately

6:25

เคลื่อนที่อย่างช้า ๆ และระมัดระวัง

to avoid drawing the eye of an instructor. สำนวน

6:27

เพื่อไม่ให้สะดุดตาครูฝึก

สำนวน

Keep a low profile: หลีกเลี่ยงความสนใจ

Keep a low profile หมายถึงการวางตัวในแบบที่หลีกเลี่ยงการดึงดูดความสนใจ ในประโยคนี้สื่อถึงการหลบซ่อนอย่างจงใจ โดยผู้เรียนลดการเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดเพื่อให้ครูฝึกมองเห็นพวกเขาได้ยากขึ้น วลีนี้เป็นสำนวน Profile ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบัญชีออนไลน์หรือเพียงเส้นรอบรูปด้านข้างของใบหน้า แต่ a low profile หมายถึงการไม่เป็นที่สังเกตหรือมีการเปิดเผยต่อสาธารณะน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “หลีกเลี่ยงการดึงดูดความสนใจ”: After the sudden media coverage, the actor decided to ____ for a few weeks.

ดูคำตอบ

keep a low profile

สำนวน

Drawing the eye: ดึงดูดความสนใจทางสายตา

Draw the eye หมายถึงการดึงดูดความสนใจทางสายตา ราวกับว่าสิ่งที่มองเห็นดึงสายตาของคนให้หันไปหา ในประโยคนี้ การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันอาจทำให้ครูฝึกมองไปทางผู้เรียน Drawing คือรูป -ing ของ draw ที่ต้องใช้หลัง avoid ส่วนกรรม the eye โดยทั่วไปหมายถึงสายตาของผู้ชม ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายดวงตาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ดึงดูดความสนใจทางสายตา”: In the all-white room, the blue chair seems to ____ immediately.

ดูคำตอบ

draw the eye

As the foliage around them changes,

6:32

เมื่อพืชพรรณรอบตัวเปลี่ยนไป

the students swap out the natural vegetation on their ghillie suits กริยาวลี

6:34

นักเรียนก็เปลี่ยนพืชธรรมชาติบนชุดกิลลี

to match their environment.

6:38

ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

กริยาวลี

swap out: นำของเดิมออกแล้วใช้ของอื่นแทน

swap out หมายถึงการนำสิ่งที่กำลังใช้อยู่ตอนนี้ออก แล้วใช้สิ่งอื่นมาแทน ในประโยคนี้ ผู้เข้ารับการฝึกนำพืชที่ไม่เข้ากับบริเวณโดยรอบแล้วออก และติดพืชที่เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป สำนวนนี้เน้นการแทนที่ ไม่ใช่เพียงการย้ายสิ่งของสองอย่างหรือสลับตำแหน่งกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย swap out และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: This battery no longer holds a charge, so let's ____ for a new one.

ดูคำตอบ

swap it out

But even the smallest of imperfections in a student's camouflage will get them spotted. ไวยากรณ์

6:42

แต่ข้อบกพร่องในการพรางตัวแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้นักเรียนถูกพบเห็นได้

ไวยากรณ์

get them spotted: ผลเชิงถูกกระทำในโครงสร้าง get + คน + past participle

โครงสร้าง get + คน + past participle ใช้บอกว่าเป็นเหตุให้คนนั้นได้รับผลในเชิงถูกกระทำได้ ใน get them spotted คำว่า them เป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ ข้อบกพร่องในลายพรางทำให้คนอื่นสังเกตเห็นผู้เข้ารับการฝึก โครงสร้างนี้มักนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นผลตามมา โดยเฉพาะผลที่ไม่พึงประสงค์ เช่น get someone caught, hurt หรือ fired ในที่นี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” และ spotted ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้เข้ารับการฝึกเป็นฝ่ายมองเห็นคนอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าแขนเสื้อสีสดอาจทำให้อีกทีมสังเกตเห็น Elena?

  1. A bright sleeve could get Elena spotted by the other team.
  2. A bright sleeve could get Elena to spot the other team.
  3. A bright sleeve could stop Elena from spotting the other team.
ดูคำตอบ

A bright sleeve could get Elena spotted by the other team.

He is prone การใช้คำ

6:47

เขาอยู่ในท่านอนคว่ำ

การใช้คำ

prone ในความหมายว่าท่าคว่ำหน้า

ใน “He is prone” คำว่า prone เป็นคำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง หมายถึงเขานอนราบโดยหันหน้าอกและใบหน้าลงสู่พื้น คำนี้บอกท่าทางของร่างกาย ไม่ได้บอกบุคลิกหรือความเป็นไปได้ที่บางสิ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อ prone อยู่เดี่ยว ๆ หลัง be ในบริบททางทหาร การแพทย์ หรือท่าทางร่างกาย ให้เข้าใจว่า “คว่ำหน้า” ส่วนความหมายว่า “มีแนวโน้ม/เสี่ยงต่อ” โดยปกติต้องใช้ prone to ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ระหว่างการฝึก ผู้ฝึกสอนพูดว่า “Stay prone behind the barrier.” prone ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. นอนราบโดยให้ด้านหน้าของร่างกายหันลง
  2. นอนหงายและมองขึ้นด้านบน
  3. มีแนวโน้มจะทำผิดพลาด
ดูคำตอบ

นอนราบโดยให้ด้านหน้าของร่างกายหันลง

and then spotter spotting scope.

6:48

แล้วก็มีกล้องส่องตรวจการณ์ของพลชี้เป้า

Not a bad position at all, right? น้ำเสียง/เจตนา

6:51

ตำแหน่งนี้ไม่เลวเลย ใช่ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Not a bad position at all, right? เพื่อแสดงความเห็นชอบอย่างพอประมาณ

Not a bad position เป็นการแสดงความเห็นเชิงบวกแบบถ่อมด้วยรูปปฏิเสธ แทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าตำแหน่งนั้น good ผู้พูดให้การยอมรับที่ไม่เน้นมากแต่จริงใจ ในบริบทนี้จึงหมายถึงประมาณว่า “เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างดี” ไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งนั้นแย่ at all ทำให้การประเมินหนักแน่นขึ้น ดังนั้น not bad at all จึงเป็นบวกมากกว่า not bad เพียงอย่างเดียว ส่วน right? ท้ายประโยคเปลี่ยนความคิดเห็นให้เป็นการเชิญให้อีกฝ่ายเห็นด้วยหรือยืนยัน และช่วยให้การสนทนาดำเนินต่อ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานอ่านร่างของคุณแล้วพูดว่า “Not a bad opening at all, right?” เขาน่าจะกำลังทำอะไร?

  1. เพื่อนร่วมงานวิจารณ์ส่วนเปิดอย่างรุนแรงและคาดหวังคำขอโทษ
  2. เพื่อนร่วมงานให้การยอมรับอย่างพอประมาณและเชิญให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
  3. เพื่อนร่วมงานไม่มีความเห็นและเพียงถามว่าส่วนเปิดอยู่ตรงไหน
ดูคำตอบ

เพื่อนร่วมงานให้การยอมรับอย่างพอประมาณและเชิญให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

Uh if you would have vegged more on that spotting scope, โน้ต

6:53

เอ่อ ถ้าคุณเพิ่มพืชพรางบนกล้องส่องนั้นอีกหน่อย

you guys probably would have been all right.

6:56

พวกคุณก็น่าจะไม่มีปัญหา

ไวยากรณ์

if you would have vegged more ... would have been all right: เงื่อนไขตรงข้ามกับความจริงในอดีต

ประโยคนี้ย้อนประเมินสถานการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง กลุ่มนั้นไม่ได้ติดพืชบนกล้องส่องเป้ามากพอ และผู้พูดเชื่อว่าหากทำมากกว่านั้นก็อาจหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ดีได้ would have been all right ระบุผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน เงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีตมักใช้ if + had + past participle: if you had vegged more..., you probably would have been all right ผู้พูดบางคนใช้ would have ในอนุประโยค if ในภาษาพูดแบบกันเอง ผู้เรียนควรฟังให้เข้าใจ แต่ไม่ควรถือเป็นรูปแบบทางการหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect ของ check เพื่อเติมเงื่อนไขตรงข้ามกับความจริงในอดีตแบบมาตรฐานให้สมบูรณ์: If we ____ the map more carefully, we probably would not have taken the wrong turn.

ดูคำตอบ

had checked

การใช้คำ

vegged more: เพิ่มพืชเพื่อใช้เป็นเครื่องพราง

ในที่นี้ veg เป็นคำย่อแบบไม่เป็นทางการในวงการเฉพาะ หมายถึงการเพิ่มพืชตามธรรมชาติลงบนอุปกรณ์เพื่อใช้เป็นเครื่องพราง vegged more หมายความว่าผู้เข้ารับการฝึกควรติดหรือจัดวางพืชรอบกล้องส่องเป้าให้มากขึ้น เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม นี่เป็นการใช้แบบสกรรมกริยา คือคนสามารถ veg อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งได้ คำบอกปริมาณ more หมายถึงพืชหรือการพรางที่มากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการพักผ่อนหรือกินผัก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ vegged more หมายความว่าอะไร?

  1. เพิ่มพืชตามธรรมชาติบนกล้องให้มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องพราง
  2. กินผักมากขึ้นขณะใช้กล้อง
  3. ใช้เวลาพักผ่อนข้างกล้องมากขึ้น
ดูคำตอบ

เพิ่มพืชตามธรรมชาติบนกล้องให้มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องพราง

I had like a screen over the top of my tripod,

6:57

ผมเอาผ้าตาข่ายคลุมไว้เหนือขาตั้งกล้อง

and uh it was like an off color การใช้คำ

7:01

แล้วเอ่อ สีของมันดันผิดเฉด

for the foliage that was around.

7:03

ไม่เข้ากับพืชพรรณรอบ ๆ

การใช้คำ

off color ในความหมายว่าเฉดสีที่ไม่เข้ากัน

ในที่นี้ off color หมายถึงสีที่ดูไม่ถูกต้องหรือไม่เข้ากับพืชพรรณรอบ ๆ สีของฉากจึงเด่นออกมาแทนที่จะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ในนามวลี an off color คำว่า off หมายถึง “ไม่เหมาะ” หรือ “แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด” บริบทเกี่ยวกับสีและสิ่งรอบตัวทำให้รู้ว่าต้องใช้ความหมายนี้ ไม่ได้หมายถึงมุกหยาบคายหรืออาการป่วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The replacement button was an off color next to the others,” คำว่า off color หมายถึงอะไร

  1. มันทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่ค่อยสบาย
  2. มีข้อความหยาบคายเขียนอยู่บนนั้น
  3. เฉดสีของมันไม่เข้ากับกระดุมเม็ดอื่น
ดูคำตอบ

เฉดสีของมันไม่เข้ากับกระดุมเม็ดอื่น

I mean,

7:05

คือว่า

you're not going to go out there and not learn something. ไวยากรณ์

7:05

ไม่มีทางที่คุณจะออกไปฝึกแล้วไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย

ไวยากรณ์

not ... and not learn something: คำปฏิเสธสองจุดที่ให้ผลลัพธ์เชิงบวกอย่างหนักแน่น

ประโยคนี้มีคำปฏิเสธสองจุดที่ทำหน้าที่ต่างกัน not แรกปฏิเสธผลลัพธ์ทั้งหมดของ go out there and not learn something ส่วน not ที่สองปฏิเสธ learn โดยตรง พูดง่าย ๆ คือ การออกไปแล้วไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ผู้พูดคิดว่าจะเกิดขึ้น ดังนั้นผู้พูดกำลังคาดการณ์ในเชิงบวกอย่างหนักแน่นว่า ถ้าเข้าร่วมประสบการณ์จริง คุณจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง โครงสร้างภาษาพูดนี้มักนำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You're not going to volunteer at the shelter and not learn patience,” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. การเป็นอาสาสมัครที่นั่นอาจไม่สอนอะไรคุณเลย
  2. การเป็นอาสาสมัครที่นั่นแทบจะแน่นอนว่าจะสอนให้คุณรู้จักความอดทน
  3. ผู้พูดไม่ต้องการให้ผู้ฟังไปเป็นอาสาสมัครที่นั่น
ดูคำตอบ

การเป็นอาสาสมัครที่นั่นแทบจะแน่นอนว่าจะสอนให้คุณรู้จักความอดทน

So,

7:07

เพราะงั้น

it's definitely fun.

7:08

มันสนุกแน่นอน

You don't put it on and just disappear.

7:10

ไม่ใช่ว่าสวมชุดนี้แล้วจะหายตัวไปเลย

It's not like the movies or a video game, ลำดับความ

7:11

มันไม่เหมือนในหนังหรือวิดีโอเกม

but you put it on

7:13

แต่เมื่อสวมมัน

and it helps us to achieve a blending effect with our environment.

7:15

ชุดก็ช่วยให้เรากลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม

ลำดับความ

ใช้ It's not like X, but Y เพื่อแก้การเปรียบเทียบที่เกินจริง

โครงสร้าง It's not like X, but Y เริ่มจากปฏิเสธการเปรียบเทียบหรือความคาดหวังที่ไม่ถูกต้อง ในที่นี้ X คือแนวคิดแบบภาพยนตร์หรือวิดีโอเกมที่ว่าเพียงสวมอะไรบางอย่างแล้วคนจะหายตัวไปทันที จากนั้น but จะพาผู้ฟังไปสู่ข้อความ Y ที่แม่นยำและมีขอบเขตมากกว่า นั่นคือเสื้อผ้านี้ช่วยให้คนกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม Y ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับ X ทางตรรกะโดยสิ้นเชิง แต่อาจเป็นการแก้คำกล่าวเกินจริงให้เป็นคำอธิบายที่สมจริงกว่า

แบบฝึกหัด

but ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เปลี่ยนหัวข้อจากการพรางตัวไปเป็นความบันเทิง
  2. นำเสนอการแก้ไขที่สมจริงกว่าหลังจากปฏิเสธการเปรียบเทียบที่เกินจริง
  3. แสดงว่าคำอธิบายทั้งสองถูกต้องเท่ากัน
ดูคำตอบ

นำเสนอการแก้ไขที่สมจริงกว่าหลังจากปฏิเสธการเปรียบเทียบที่เกินจริง

A well-constructed and properly maintained ghillie suit

7:20

ชุดกิลลีที่ทำมาอย่างดีและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

can last a sniper's entire career.

7:24

สามารถอยู่กับพลซุ่มยิงไปได้ตลอดอาชีพ

I've done multiple washes in my ghillie suit

7:26

ผมนำชุดกิลลีไปล้างแบบนี้มาหลายครั้ง

and I've had it the entirety of me being a sniper.

7:29

และใช้ชุดนี้มาตลอดช่วงที่เป็นพลซุ่มยิง

The only time I have to do anything to it is just replace jute

7:32

สิ่งเดียวที่ผมต้องทำกับชุดคือเปลี่ยนปอกระเจา

because it's natural

7:35

เพราะมันเป็นวัสดุธรรมชาติ

and it's going to wear away eventually. กริยาวลี

7:36

และสุดท้ายก็จะสึกกร่อนไป

กริยาวลี

wear away สำหรับการสูญเสียเนื้อวัสดุอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Wear away หมายถึงการที่วัสดุบางลง เรียบขึ้น หรือค่อย ๆ หายไป เพราะเนื้อวัสดุถูกกำจัดออกทีละน้อยจากการเสียดสี สภาพอากาศ หรือการใช้งานซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ วัสดุธรรมชาติจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพไปตามเวลา ไม่ได้ฉีกขาดหรือหายไปในครั้งเดียว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงสามารถเป็นประธานได้ เช่น the coating wears away และแรงบางอย่างก็สามารถทำให้วัสดุสึกกร่อนได้ เช่น water wears the rock away

แบบฝึกหัด

เลือก phrasal verb ที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: After decades of footsteps, the edges of the stone stairs slowly began to ____.

  1. wear away
  2. wear out
  3. wear off
ดูคำตอบ

wear away

But all the stitching,

7:37

แต่รอยเย็บทั้งหมด

everything like that has continuously held up over the years.

7:39

รวมถึงส่วนอื่น ๆ ยังคงทนทานมาตลอดหลายปี

That's the beauty of the ghillie suit

7:42

นั่นคือข้อดีของชุดกิลลี

is that it can be manipulated in so many different ways การใช้คำ

7:43

เพราะมันปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ

การใช้คำ

be manipulated: การปรับในเชิงเทคนิคที่เป็นกลาง

ในที่นี้ be manipulated เป็นวลีกริยารูปถูกกระทำ หมายความว่าวัสดุสามารถถูกจับปรับ จัดวาง หรือดัดแปลงทางกายภาพได้หลายวิธี ความหมายนี้เป็นกลางในบริบททางเทคนิคที่เน้นเรื่องวัสดุ กรรมและบริบทเป็นตัวกำหนดความหมายของ manipulate เมื่อใช้กับอุปกรณ์ ข้อมูล รูปภาพ หรือวัสดุ มักหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมสิ่งเหล่านั้นอย่างจงใจ แต่เมื่อใช้กับบุคคล มักสื่อถึงการควบคุมอย่างไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ be manipulated หมายความว่าอะไร

  1. ถูกหลอกและกดดันให้ทำบางอย่าง
  2. ถูกทิ้งเพราะใช้งานไม่ได้
  3. ถูกปรับหรือเปลี่ยนรูปทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ถูกปรับหรือเปลี่ยนรูปทางกายภาพ

to kind of tailor it to whatever environment you're in. วลี

7:45

ให้เหมาะกับทุกสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่

วลี

tailor it to: ปรับสิ่งหนึ่งให้เหมาะกับเป้าหมาย

ในที่นี้ tailor เป็นกริยาเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึงปรับให้เหมาะสมหรือปรับแต่งเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงตัดเย็บหรือแก้เสื้อผ้าตามตัวอักษร โครงสร้างคือ tailor + สิ่งหนึ่ง + to + ความต้องการ กลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์ หรือสถานการณ์ ใน tailor it to คำว่า it คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยน ส่วนวลีหลัง to ระบุว่าสิ่งนั้นต้องเหมาะกับอะไร โครงสร้างนี้นำไปใช้กับหลักสูตร คำแนะนำ ผลิตภัณฑ์ แผนงาน และวิธีสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาและบุพบทเป้าหมาย: We need to ____ the onboarding guide ____ new employees' needs.

ดูคำตอบ

tailor · to