วิทยาศาสตร์ของการถึงจุดสุดยอด: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายขั้นตอนการตอบสนองทางเพศ เปรียบเทียบการถึงจุดสุดยอดของผู้ชายกับผู้หญิง และเชื่อมโยงเคมีและการทำงานของสมองกับความสุข การควบคุม ความเจ็บปวด และการผ่อนคลาย ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. refractory period — ความหมายและระดับภาษา: ในสรีรวิทยา คือช่วงฟื้นตัวที่ยังไม่สามารถถึงจุดสุดยอดอีกครั้งได้ จึงไม่ควรอ่าน refractory เพียงว่า “ต้านทาน” 2. or rather — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ผู้บรรยายแก้ “สมองเข้าควบคุม” เป็นการขาดการควบคุมทันที ใช้วลีนี้เพื่อแก้หรือทำข้อความให้แม่นยำขึ้น 3. lights up — กริยาวลี: ในภาพสแกนสมอง หมายถึง “บริเวณนั้นทำงานอย่างเห็นได้ชัด” ไม่ใช่สว่างขึ้นจริง ๆ ให้รู้จักอุปมานี้ในรายงานวิทยาศาสตร์
คำอธิบายในบทเรียนนี้
but perhaps the most curious and quintessential aspect of the human experience is the orgasm. การใช้คำ
0:02แต่แง่มุมที่ชวนฉงนและเป็นแก่นแท้ที่สุดของประสบการณ์มนุษย์ อาจเป็นการถึงจุดสุดยอด
quintessential aspect of the human experience: แง่มุมที่สะท้อนแก่นแท้ของประสบการณ์มนุษย์
Quintessential หมายถึงตัวอย่างที่แสดงลักษณะสำคัญของสิ่งหนึ่งได้ชัดเจนหรือเป็นแบบฉบับที่สุด ในที่นี้ quintessential aspect of the human experience กล่าวถึงการถึงจุดสุดยอดว่าเป็นลักษณะที่สะท้อนสิ่งพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ได้อย่างชัดเจน ไม่ได้หมายเพียงว่าเป็นสิ่งสำคัญ โครงสร้าง a quintessential aspect of + นามวลี ใช้สร้างข้อสรุปเชิงกว้างที่เป็นทางการและเน้นย้ำ โดยเลือกลักษณะหนึ่งขึ้นมาแล้วนำเสนอว่าเป็นตัวแทนของหัวข้อที่ใหญ่กว่าได้เป็นอย่างดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ quintessential ในความหมายว่า “เป็นตัวแทนของประเภทหนึ่งได้อย่างชัดเจน”
- The tiled courtyard is a quintessential feature of the house's regional style.
- Working brakes are quintessential for safe driving.
ดูคำตอบ
The tiled courtyard is a quintessential feature of the house's regional style.
The body's sexual response is typically broken down in four stages:
0:06โดยทั่วไป การตอบสนองทางเพศของร่างกายแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่
excitement, plateau of arousal, orgasm, and resolution. การใช้คำ
0:10ระยะตื่นตัว ระยะคงระดับความตื่นตัว ระยะถึงจุดสุดยอด และระยะผ่อนคลาย
plateau of arousal ... resolution: ระยะคงระดับของความตื่นตัวและระยะคืนสู่ภาวะปกติ
Plateau of arousal คือระยะที่ความตื่นตัวทางเพศเพิ่มขึ้นแล้วคงอยู่ในระดับสูงก่อนถึงจุดสุดยอด ส่วน resolution คือระยะถัดมาที่ปฏิกิริยาของร่างกายค่อย ๆ กลับสู่ระดับพื้นฐานขณะพัก ในแบบจำลองสี่ระยะนี้ ทั้งสองคำเป็นชื่อระยะเชิงเทคนิค Plateau หมายถึงกระบวนการที่ทรงตัว ไม่ใช่ที่ราบสูงทางภูมิศาสตร์ ส่วน resolution ในที่นี้หมายถึงการลดลงหรือฟื้นตัวทางสรีรวิทยา ไม่ใช่คำตอบ การตัดสินใจ หรือความละเอียดของภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยชื่อระยะที่เหมาะสม: In a four-stage sexual-response model, the sustained high-arousal phase is the ____, and the return toward baseline is ____.
ดูคำตอบ
plateau of arousal · resolution
Following arousal, the brain stimulates blood flow to the genitals, วลี
0:13หลังเกิดความตื่นตัว สมองจะกระตุ้นให้เลือดไหลไปยังอวัยวะเพศมากขึ้น
Following + กลุ่มคำนาม: รูปแบบเป็นทางการที่หมายถึง after
ใน “Following arousal,” คำว่า following ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท หมายถึง “หลังจาก” โดยนำหน้ากลุ่มคำนามที่กำหนดกรอบเวลาของเหตุการณ์หลัก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของเคลื่อนที่ตามหลังอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้าง following + กลุ่มคำนาม เป็นรูปแบบกระชับที่ช่วยเลื่อนคำอธิบายจากขั้นตอนหนึ่งไปยังขั้นตอนถัดไป เครื่องหมายจุลภาคใช้แบ่งวลีบอกเวลาที่อยู่ต้นประโยคออกจากอนุประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยครายงานด้วยคำบุพบทแบบเป็นทางการที่หมายถึง “หลังจาก”: ____ the safety inspection, the building reopened.
ดูคำตอบ
Following
stimulates blood flow to + ส่วนของร่างกาย
ในประโยคนี้ stimulates blood flow to หมายถึง “ทำให้หรือส่งเสริมให้เลือดไหลไปยัง... มากขึ้น” คำว่า stimulates อธิบายการส่งเสริมกระบวนการทางสรีรวิทยา ไม่ได้หมายถึงการทำให้เกิดความตื่นเต้นทางอารมณ์หรือทางเพศเสมอไป โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ประธาน + stimulate(s) blood flow to + จุดหมาย กลุ่มคำนามหลัง to ระบุส่วนของร่างกายที่ได้รับการไหลเวียนของเลือด ในที่นี้สมองถูกนำเสนอเป็นตัวกระตุ้น และอวัยวะเพศเป็นจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพแบบเต็ม และใช้ stimulate ในรูปบุรุษที่สามเอกพจน์: Gentle heat ____ the hands.
ดูคำตอบ
stimulates blood flow to
and the central nervous system is fully engaged, การใช้คำ
0:19และระบบประสาทส่วนกลางจะทำงานอย่างเต็มที่
fully engaged: ระบบที่ทำงานอย่างเต็มที่
ในประโยคนี้ fully engaged หมายถึงระบบประสาทส่วนกลางถูกกระตุ้นให้ทำงานและมีส่วนในกระบวนการอย่างเต็มที่ engaged ใช้บรรยายระบบหรือกลไกที่ถูกนำมาใช้งาน ส่วน fully เน้นระดับของการมีส่วนร่วม ความหมายนี้ดูได้จากประธานที่ไม่ใช่มนุษย์และบริบททางสรีรวิทยา จึงไม่ได้หมายถึง “หมั้นหมาย” และกว้างกว่าการที่คนคนหนึ่งเพียงแค่ตั้งใจจดจ่อ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “During the test, the emergency response system was fully engaged,” fully engaged หมายถึงอะไร
- ถูกปิดชั่วคราว
- เพียงถูกเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง
- หมั้นหมายเพื่อจะแต่งงาน
- ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ
ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มที่
sending signals of enjoyment to the brain's reward system. การใช้คำ
0:21พร้อมส่งสัญญาณความสุขไปยังระบบรางวัลของสมอง
brain's reward system: เครือข่ายการทำงาน
ในที่นี้ brain's reward system หมายถึงบริเวณสมองและเส้นทางส่งสัญญาณที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งช่วยประมวลผลรางวัล แรงจูงใจ การเรียนรู้ และประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจ วลีนี้เป็นชื่อของเครือข่ายการทำงาน ไม่ใช่อวัยวะแยกชิ้นหนึ่งหรือจุดเดียวในสมอง ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป อาจกล่าวว่าสัญญาณ สิ่งเร้า หรือประสบการณ์กระตุ้นระบบรางวัล คำอธิบายนี้ช่วยบอกว่าเหตุใดบางสิ่งจึงให้ความรู้สึกคุ้มค่าหรือกระตุ้นให้ทำพฤติกรรมซ้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าความพึงพอใจเป็นหน้าที่เดียวของระบบนี้
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดเกี่ยวกับ brain's reward system ถูกต้อง
- โครงการในที่ทำงานที่มอบรางวัลให้พนักงาน
- อวัยวะเพียงชิ้นเดียวที่สร้างแต่ความพึงพอใจ
- อีกชื่อหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลางทั้งหมด
- เครือข่ายการทำงานที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้
ดูคำตอบ
เครือข่ายการทำงานที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้
These thousands of nerve endings constantly relay pleasure signals to the brain,
0:24ปลายประสาทนับพันเหล่านี้จะส่งสัญญาณความสุขไปยังสมองอย่างต่อเนื่อง
resulting in: การนำเข้าสู่ผลลัพธ์
resulting in ใช้บอกผลที่เกิดจากกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ในประโยคนี้ การส่งสัญญาณความพึงพอใจอย่างต่อเนื่องมีผลให้เกิดการถึงจุดสุดยอด ดังนั้นวลีนี้จึงมีความหมายว่า “และสิ่งนี้ทำให้เกิด” โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคบอกผลแบบย่อที่สร้างจาก result in + นามวลี โดยวางไว้หลังสาเหตุหรือกระบวนการ: สาเหตุ/กระบวนการ, resulting in + ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายสองคำที่ใช้บอกผลให้สมบูรณ์: The server overheated, ____ an automatic shutdown.
ดูคำตอบ
resulting in
For men, the orgasm includes rapid contractions of the anal sphincter,
0:30สำหรับผู้ชาย การถึงจุดสุดยอดประกอบด้วยการหดตัวอย่างรวดเร็วของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก
which sees the release of sperm and other seminal fluid. การใช้คำ
0:38ซึ่งเป็นการปล่อยตัวอสุจิและของเหลวอื่น ๆ ในน้ำอสุจิออกมา
in conjunction with: การทำงานหรือเกิดขึ้นร่วมกัน
in conjunction with หมายถึง “ร่วมกับ” หรือ “ทำงานประกอบกันกับ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมการหดตัวเข้ากับการหลั่งในฐานะปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นพร้อมกัน วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำบุพบทแบบเป็นทางการ: in conjunction with + นามวลี ใช้บรรยายสิ่งที่ทำงานร่วมกัน เหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกัน หรือบุคคลและองค์กรที่ร่วมมือกันได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ร่วมกับ” ให้สมบูรณ์: The emergency team worked ____ local hospitals.
ดูคำตอบ
in conjunction with
which sees the release of: see ในความหมายที่ไม่เกี่ยวกับการมองเห็นในภาษาทางการ
ในอนุประโยคขยายนี้ which อ้างถึง ejaculation ที่อยู่ข้างหน้า คำกริยา sees ไม่ได้เกี่ยวกับการมองเห็น โดย which sees the release of sperm and fluid หมายถึง “กระบวนการที่มีการปล่อยอสุจิและของเหลว” หรือ “กระบวนการที่ประกอบด้วยการปล่อยสิ่งเหล่านั้น” ในคำอธิบายเชิงทางการและภาษาในข่าว สามารถใช้เหตุการณ์ ขั้นตอน ช่วงเวลา หรือสถานที่เป็นประธานของ see ได้ ในโครงสร้างนี้ see หมายถึง “ประสบกับ” “ประกอบด้วย” หรือ “มีพัฒนาการนั้นเป็นลักษณะเด่น”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The reaction enters a final phase, which sees the release of stored energy as heat.” วลี which sees the release of หมายถึงอะไร
- พลังงานที่สะสมไว้ถูกปล่อยออกมาในขั้นตอนนั้น
- ขั้นตอนนั้นป้องกันไม่ให้พลังงานที่สะสมไว้ถูกปล่อยออกมา
- ขั้นตอนนั้นมองดูพลังงานที่สะสมไว้ด้วยตา
ดูคำตอบ
พลังงานที่สะสมไว้ถูกปล่อยออกมาในขั้นตอนนั้น
The whole process for men involves around 3 to 10 seconds of intense pleasure.
0:40กระบวนการทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ชายรู้สึกถึงความสุขอย่างเข้มข้นนานประมาณ 3 ถึง 10 วินาที
refractory period หลังการถึงจุดสุดยอด
refractory period ในที่นี้เป็นศัพท์ทางสรีรวิทยาที่ใช้เรียกช่วงชั่วคราวหลังการถึงจุดสุดยอด ซึ่งยังไม่สามารถถึงจุดสุดยอดอีกครั้งได้ วลี from minutes to hours ในประโยคบอกระยะเวลาที่ช่วงนี้อาจดำเนินอยู่ คำนี้อธิบายข้อจำกัดชั่วคราวในการตอบสนองของร่างกาย ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียสมรรถภาพทางเพศอย่างถาวร refractory period ยังอาจใช้เรียกช่วงสั้น ๆ ที่ระบบชีวภาพอื่นไม่ตอบสนองได้ด้วย แต่ต้องดูบริบทว่าเป็นการตอบสนองชนิดใด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This is followed by a refractory period ... in which another orgasm cannot be achieved.” คำว่า refractory period หมายถึงอะไร
- ช่วงทางสรีรวิทยาชั่วคราวที่ยังไม่สามารถถึงจุดสุดยอดอีกครั้งได้
- การไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้อย่างถาวร
- ช่วงที่โรคดื้อต่อการรักษาทางการแพทย์
ดูคำตอบ
ช่วงทางสรีรวิทยาชั่วคราวที่ยังไม่สามารถถึงจุดสุดยอดอีกครั้งได้
allowing them to experience multiple consecutive orgasms. ไวยากรณ์
0:53จึงสามารถถึงจุดสุดยอดต่อเนื่องกันได้หลายครั้ง
on the other hand: เปลี่ยนไปกล่าวถึงด้านที่แตกต่างกัน
“on the other hand” เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังว่ากำลังเปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกด้านที่แตกต่างกันในการเปรียบเทียบ ในที่นี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ชายที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปเป็นข้อเท็จจริงที่ต่างออกไปเกี่ยวกับผู้หญิง สำนวนนี้จัดวางข้อเท็จจริงทั้งสองเป็นสองด้านที่เปรียบต่างกัน โดยตัวสำนวนเองไม่ได้หมายความว่าข้อเท็จจริงแรกผิดหรือผู้พูดปฏิเสธข้อเท็จจริงนั้น
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่นำเสนอด้านที่สองของการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน: “The city apartment is convenient. The cottage, ___, is quieter and has more space.”
- on the other hand
- for example
- as a result
ดูคำตอบ
on the other hand
allowing them to experience: แสดงความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นตามมา
อนุประโยค -ing “allowing them to experience...” เพิ่มผลลัพธ์หรือความเป็นไปได้ที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ เนื่องจากผู้หญิงไม่มีช่วงพักฟื้นหลังการถึงจุดสุดยอด สถานการณ์นี้จึงทำให้การถึงจุดสุดยอดหลายครั้งติดต่อกันเป็นไปได้ ในรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ “..., allowing someone to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ประธานโดยนัยของ “allowing” คือสถานการณ์หรืออนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่เพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด รูปแบบนี้เชื่อมข้อเท็จจริงกับสิ่งที่ข้อเท็จจริงนั้นทำให้บุคคลหนึ่งสามารถทำได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผลลัพธ์เป้าหมาย: “The new ramp gives wheelchair users step-free access, ____ enter the building independently.”
ดูคำตอบ
allowing them to
On average, these last around 20 seconds, โน้ต
0:57โดยเฉลี่ยแล้ว การถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงกินเวลาประมาณ 20 วินาที
On average, เพื่อระบุค่าเฉลี่ยทางสถิติ
On average บอกว่าตัวเลขที่ตามมาเป็นค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากกลุ่มหรือชุดของกรณีต่าง ๆ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวทำให้ around 20 seconds เป็นระยะเวลาสรุปของการถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงที่ these อ้างถึง ไม่ใช่ระยะเวลาคงที่ที่เกิดขึ้นเหมือนกันทุกครั้ง คำนี้ช่วยจัดข้อมูลในประโยคโดยบอกผู้ฟังก่อนเห็นตัวเลขว่าควรตีความสถิตินั้นอย่างไร แต่ละกรณีอาจสั้นหรือยาวกว่าค่าเฉลี่ยได้
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งรวมเวลาตอบสนองจาก 500 กรณี ประโยคใดนำเสนอค่าเฉลี่ยที่คำนวณแล้วได้ถูกต้อง
- Usually, a case takes 12 minutes.
- On average, a case takes 12 minutes.
- Every case takes exactly 12 minutes.
ดูคำตอบ
On average, a case takes 12 minutes.
last around 20 seconds: ระยะเวลาและค่าประมาณ
ในประโยคนี้ last เป็นคำกริยาอกรรมที่หมายถึงดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ประธานคือเหตุการณ์ที่ these อ้างถึง และระยะเวลาตามหลังกริยาโดยตรง: last 20 seconds ไม่ต้องมีกรรมหรือใช้รูปถูกกระทำ Around ทำให้ 20 seconds เป็นค่าโดยประมาณแทนที่จะเป็นค่าที่แน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ subject + last(s) + around/about + length of time และสามารถใช้ for หน้าระยะเวลาได้เช่นกัน แต่ไม่จำเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ last และคำบอกค่าประมาณตามบริบท: The battery ____ ten hours on a full charge, but the exact time varies.
ดูคำตอบ
lasts around
though sometimes much longer: ข้อยกเว้นในอนุประโยคละคำ
ในที่นี้ though เพิ่มข้อจำกัดให้กับข้อมูลที่ว่าโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 20 วินาที กล่าวคือ บางกรณีอาจใช้เวลานานกว่ามาก จึงเป็นการเพิ่มข้อยกเว้นโดยไม่ได้ล้มล้างใจความหลัก อนุประโยคนี้มีการละคำ รูปเต็มคือ though they sometimes last much longer โดยสามารถเติม they และ last ได้จาก these last ที่อยู่ก่อนหน้า much ใช้เน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า longer จึงใช้ much longer ไม่ใช่ very longer
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยคละคำที่ใช้ though และหมายความว่าบางครั้งต้องรอนานกว่ามาก: The wait usually lasts ten minutes, ____.
ดูคำตอบ
though sometimes much longer
and consist of rhythmic contractions between the uterus, vagina, anus, and pelvic muscles. วลี
1:01และประกอบด้วยการหดตัวเป็นจังหวะของมดลูก ช่องคลอด ทวารหนัก และกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
consist of: ระบุส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นองค์รวม
Consist of เชื่อมสิ่งที่เป็นองค์รวมเข้ากับส่วนประกอบ องค์ประกอบย่อย หรือกระบวนการที่สร้างสิ่งนั้นขึ้นมา ในประโยคนี้ ประธานหมายถึงเหตุการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และคำหลัง of จะลำดับว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง รูปแบบคือ สิ่งที่เป็นองค์รวม + consist(s) of + ส่วนประกอบ: A team consists of five people. รูปแบบนี้เหมาะสำหรับคำนิยามและคำอธิบายข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: The emergency kit ____ a flashlight, water, and bandages.
ดูคำตอบ
consists of
or rather lack thereof, during orgasm. โน้ต
1:08หรือพูดให้ถูกคือ สมองกลับสูญเสียการควบคุมระหว่างถึงจุดสุดยอด
It's the brain that...: การเน้นจุดสำคัญด้วยโครงสร้าง it-cleft
นี่คือประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งมีโครงสร้าง it + be + ส่วนที่เน้น + อนุประโยค that ในที่นี้ it เป็นองค์ประกอบแทนตำแหน่งทางไวยากรณ์ ไม่ใช่คำสรรพนามที่อ้างถึงสิ่งใด และ the brain คือส่วนที่ถูกเน้น โครงสร้างนี้ทำให้หนึ่งรายการเด่นขึ้นมาจากหลายความเป็นไปได้ กล่าวคือ ผู้พูดกำลังบอกว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาถัดไปโดยเฉพาะคือสมอง วลี or rather ที่ตามมาแก้ไข takes control แต่ไม่ได้เปลี่ยนหน้าที่การเน้นของประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ it-cleft ได้ถูกต้องเพื่อเน้น the timing ว่าเป็นปัจจัยชี้ขาด?
- It's the timing that makes this difficult.
- It's that the timing makes this difficult.
- The timing it's that makes this difficult.
ดูคำตอบ
It's the timing that makes this difficult.
Or rather: แก้ไขหรือทำให้สิ่งที่เพิ่งพูดแม่นยำขึ้น
Or rather ส่งสัญญาณถึงการแก้ไขทันที ผู้พูดแทนที่หรือทำให้ถ้อยคำที่เพิ่งพูดแม่นยำขึ้น ในประโยคนี้ takes control ถูกถอนกลับและแก้เป็น lack thereof ซึ่งหมายถึงการขาดการควบคุม ในฐานะเครื่องหมายเชื่อมความระดับข้อความ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดแก้สารกลางประโยคได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ เนื้อหาหลัง or rather คือฉบับที่ผู้ฟังควรยึดถือ ไม่ใช่ตัวเลือกที่สองซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับส่วนแรก
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้เกิดเครื่องหมายเป้าหมายสำหรับการแก้คำพูดของตนเองทันที: The deadline is in June—or ____, on May 31.
ดูคำตอบ
rather
lack thereof: การอ้างถึงสิ่งที่ไม่มีอย่างเป็นทางการ
ในประโยคนี้ thereof หมายถึง “of that” และย้อนกลับไปอ้างถึง control ดังนั้น lack thereof จึงหมายถึง lack of control การแก้คำพูดที่ขึ้นต้นด้วย or rather เปลี่ยนความหมายจากการควบคุมเป็นการขาดการควบคุม และ thereof ไม่ใช่คำบอกสถานที่ ภาษาอังกฤษใช้ thereof เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามหรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงซ้ำ โครงสร้าง “คำนาม + thereof” กระชับและเป็นทางการ โดย lack thereof หมายถึงการไม่มีสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “การไม่มีนโยบายที่เพิ่งกล่าวถึง”: A clear refund policy builds trust; the ____ can frustrate customers.
ดูคำตอบ
lack thereof
scientists are able to see brain activity in over 30 discrete regions. การใช้คำ
1:12นักวิทยาศาสตร์สามารถเห็นการทำงานของสมองในบริเวณต่าง ๆ กว่า 30 จุดได้
Using + เครื่องมือ: วลีต้นประโยคที่บอกวิธี
วลี participle ต้นประโยค Using functional MRI scans บอกวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ดูการทำงานของสมอง กล่าวคือ พวกเขาใช้ภาพสแกนเพื่อทำกริยาในประโยคหลัก วลีนี้ขยายประโยคหลักและไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ในตัวเอง ประธานที่เข้าใจได้ของ using ต้องเป็นประธานของประโยคหลัก คือ scientists รูปแบบ “Using + เครื่องมือ, ประธาน + กริยา” ช่วยให้งานเขียนทางวิทยาศาสตร์และขั้นตอนการทำงานบอกวิธีได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีต้นประโยค Using + เครื่องมือ ได้ถูกต้อง โดยประธานของประโยคหลักเป็นผู้ใช้เครื่องมือนั้น?
- Using a microscope, the cells appeared larger.
- The microscope using, the biologist examined the cells.
- Using a microscope, the biologist examined the cells.
ดูคำตอบ
Using a microscope, the biologist examined the cells.
discrete regions: บริเวณที่แยกจากกันและจำแนกได้
ใน discrete regions คำว่า discrete หมายถึงแต่ละบริเวณแยกจากกันและสามารถจำแนกทีละบริเวณได้ วลีนี้อธิบายบริเวณสมองว่าเป็นหน่วยอิสระที่ระบุได้ ไม่ใช่พื้นที่ต่อเนื่องผืนเดียวที่แบ่งแยกไม่ได้ คำคุณศัพท์นี้ยังใช้ในงานเขียนเชิงเทคนิคเมื่อแบ่งข้อมูล หมวดหมู่ ค่าการวัด หรือพื้นที่ทางกายภาพออกเป็นหน่วยที่แยกจากกันอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
การสะกดใดเติมประโยคได้ถูกต้องเมื่อความหมายคือ “แยกจากกันและจำแนกทีละหน่วยได้”? The survey groups responses into [BLANK] categories.
- discretely
- discreet
- discrete
ดูคำตอบ
discrete
It's flooded with the anticipatory and feel-good chemical dopamine, โน้ต
1:16สมองจะเต็มไปด้วยโดพามีน สารเคมีที่ทำให้เกิดความคาดหวังและความรู้สึกดี
be flooded with: ปริมาณมหาศาลที่หลั่งไหลมาอย่างฉับพลัน
Be flooded with ใช้ภาพของน้ำท่วมเป็นอุปมา หมายถึงบางสิ่งได้รับหรือเต็มไปด้วยสิ่งอื่นในปริมาณมหาศาล ซึ่งมักเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ในที่นี้สมองถูกบรรยายว่าได้รับผลอย่างมากจากโดพามีนปริมาณสูง ไม่ได้มีน้ำท่วมสมองจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ subject + be + flooded with + noun โดยคำนามที่ตามมาระบุสิ่งที่หลั่งไหลเข้ามาหรือเติมเต็มประธาน เช่น ข้อความ คำขอ ความทรงจำ อารมณ์ แสง หรือสารชนิดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ be flooded with ที่ตามหลัง was: After the product launch, the support team was ____ customer emails.
ดูคำตอบ
flooded with
feel-good chemical: คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์
ใน feel-good chemical คำว่า feel-good เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ทำหน้าที่ขยาย chemical มีความหมายว่า “ก่อให้เกิดหรือเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่ดี” โดย feel และ good ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนแยกกันในประโยคนี้ ในที่นี้ วลีนี้ใช้เรียก dopamine แบบเข้าใจง่ายตามที่มักพบในสื่อ เป็นคำเรียกแบบภาษาทั่วไป ไม่ใช่การจัดประเภททางเคมีที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
ใช้คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียนนี้: The article calls dopamine a ____ chemical.
ดูคำตอบ
feel-good
makes you crave: make เชิงก่อเหตุ + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน makes you crave คำว่า makes มีความหมายเชิงก่อเหตุ โดยใช้โครงสร้าง make + คน + กริยารูปพื้นฐาน you คือผู้ที่ได้รับผล และ crave คงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่เติม to crave หมายถึง “ต้องการอย่างมาก” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าบางสิ่งก่อให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้ง สามารถนำโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ไปใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งกระตุ้นปฏิกิริยาหรือพฤติกรรมอย่างไรได้
แบบฝึกหัด
ใช้ make + you + crave ใน present simple เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The smell of fresh bread ____ another slice.
ดูคำตอบ
makes you crave
a hormone that mediates bonding and love between mates. การใช้คำ
1:25ฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความผูกพันและความรักระหว่างคู่รัก
in tandem with: การเกิดขึ้นพร้อมกันหรือประสานกัน
in tandem with เชื่อมกระบวนการหรือการกระทำหนึ่งเข้ากับอีกกระบวนการหนึ่ง และบอกว่าทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยมักประสานกันหรือเกื้อหนุนกัน ในประโยคนี้ กระบวนการทางชีววิทยาหนึ่งเกิดขึ้นควบคู่กับการหลั่งออกซิโทซิน หลังวลีนี้ใช้กลุ่มคำนามหรือรูป -ing เช่น in tandem with the release... หรือ in tandem with introducing.... วลีนี้สื่อความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปควบคู่กันอย่างใกล้ชิดกว่าการใช้ and เชื่อมข้อเท็จจริงสองข้อเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายความว่ามาตรการสองอย่างถูกนำมาใช้เป็นส่วนที่ประสานกันของแผนเดียวกัน: The company updated its security software ____ retraining all employees.
ดูคำตอบ
in tandem with
oxytocin, a hormone that ...: การนิยามศัพท์ด้วยส่วน appositive
กลุ่มคำนาม a hormone that mediates bonding and love between mates เป็นส่วนขยายแบบ appositive โดยเรียก oxytocin ซ้ำด้วยคำอธิบายอีกแบบและให้คำนิยามทันที Oxytocin กับ a hormone หมายถึงสารชนิดเดียวกัน ไม่ใช่ฮอร์โมนสองชนิด เนื่องจากส่วนนี้อยู่ท้ายประโยค เครื่องหมายจุลภาคจึงเปิดคำอธิบายเสริมและจุดปิดคำอธิบายนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ term, a/an category + defining detail ซึ่งช่วยให้อธิบายศัพท์ที่ผู้อ่านอาจไม่รู้จักภายในประโยคเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กลุ่มคำนามแบบ appositive เพื่อนิยามศัพท์เฉพาะภายในประโยคเดียวกัน?
- Photosynthesis, the process by which plants convert light into chemical energy, supports most life on Earth.
- When plants receive light, photosynthesis converts it into chemical energy.
- Photosynthesis converts light into chemical energy, and plants use that energy to grow.
ดูคำตอบ
Photosynthesis, the process by which plants convert light into chemical energy, supports most life on Earth.
“Mediates bonding and love” ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ mediates หมายถึง “ช่วยควบคุม ถ่ายทอด หรือทำให้เกิดผลผ่านกลไกบางอย่าง” ฮอร์โมนถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่เชื่อมกิจกรรมทางชีวภาพกับความผูกพันและความรัก โดย mediate ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ถ้อยคำนี้อธิบายบทบาทภายในกลไก ไม่ได้หมายความว่าฮอร์โมนเป็นสาเหตุทั้งหมดหรือเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว ในงานเขียนวิจัย X mediates Y มักวาง X ไว้ในเส้นทางที่ทำให้ผลบางอย่างเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “a hormone that mediates bonding and love” ได้เหมาะสมที่สุด
- ฮอร์โมนเพียงอย่างเดียวสร้างความรักทุกด้าน
- ฮอร์โมนช่วยแก้ข้อพิพาทเกี่ยวกับความผูกพันและความรัก
- ฮอร์โมนมีส่วนในกลไกที่ช่วยก่อให้เกิดหรือควบคุมความผูกพันและความรัก
ดูคำตอบ
ฮอร์โมนมีส่วนในกลไกที่ช่วยก่อให้เกิดหรือควบคุมความผูกพันและความรัก
that brain activity during an orgasm is the same between men and women.
1:30การทำงานของสมองระหว่างถึงจุดสุดยอดเหมือนกันทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
“Show, surprisingly, that” สำหรับรวมหลักฐานกับการประเมิน
show ... that ใช้เปิดข้อสรุปที่ผลสแกน PET สนับสนุน โดยข้อความหลัง that คือผลการศึกษาที่รายงาน โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็น “แหล่งหลักฐาน + กริยารายงาน + อนุประโยคเนื้อหา” surprisingly เป็นกริยาวิเศษณ์ระดับประโยคที่แทรกเข้ามา เพื่อบอกว่าผลลัพธ์ขัดกับความคาดหมายจากมุมมองของผู้พูด ไม่ได้อธิบายว่าสแกนด้วยวิธีใดหรือผลสแกน “แสดง” สิ่งนั้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
surprisingly ทำหน้าที่อะไรใน “show, surprisingly, that”
- เปลี่ยนอนุประโยค that ให้เป็นคำถามแทนที่จะเป็นข้อสรุป
- กล่าวว่าการสแกน PET ดำเนินการด้วยท่าทีประหลาดใจ
- ประเมินว่าข้อสรุปที่รายงานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด
ดูคำตอบ
ประเมินว่าข้อสรุปที่รายงานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด
which controls self-evaluation, reason, and control.
1:38ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการประเมินตนเอง การใช้เหตุผล และการควบคุมตัวเอง
“is turned off” เมื่อกล่าวถึงบริเวณสมองที่หยุดทำงาน
ในประโยคนี้ is turned off หมายถึง “ถูกทำให้ไม่ทำงาน” หรือ “กิจกรรมถูกยับยั้ง” เป็นการอธิบายการทำงานของบริเวณสมอง ไม่ใช่การปิดสวิตช์จริง ๆ ในภาษาทางเทคนิคแบบย่อ turn off สามารถขยายจากอุปกรณ์ไปใช้กับระบบ กระบวนการ หรือกิจกรรมของสมองที่หยุดหรือไม่ทำงานได้ โครงสร้างเป็นกรรมวาจก: ประธาน + be + turned off คอร์เทกซ์เป็นฝ่ายที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง: the cortex is turned off ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคอร์เทกซ์ทำให้ใครหมดความสนใจหรือรู้สึกไม่ชอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ turn off: During maintenance, the automatic control system ____ so technicians can work safely.
ดูคำตอบ
is turned off
Makes sense, as you often lose control during orgasm. โน้ต
1:41ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะคุณมักสูญเสียการควบคุมระหว่างถึงจุดสุดยอด
“Makes sense” ในฐานะคำประเมินสั้น ๆ ในบทสนทนา
Makes sense เป็นรูปย่อที่ใช้บ่อยในบทสนทนาของ That makes sense หรือ It makes sense โดยเข้าใจประธานที่ละไว้จากข้อความก่อนหน้า ในที่นี้เป็นการประเมินว่าคำอธิบายก่อนหน้ามีเหตุผลและสอดคล้องกับประสบการณ์ นี่เป็นความเห็น ไม่ใช่ประโยคคำสั่ง ผู้พูดไม่ได้สั่งให้ใคร “สร้าง” ความหมาย ในฐานะคำตอบ วลีนี้แสดงว่าคุณเข้าใจว่าเหตุใดบางอย่างจึงเกิดขึ้น แม้จะไม่ได้หมายความว่าคุณเห็นด้วยทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยรูปภาษาพูดสั้น ๆ ของ That makes sense: “The library is closed because of a power cut.” “____.”
ดูคำตอบ
Makes sense
as ที่บอกเหตุผลใน as you often lose control
ในที่นี้ as นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนคำตัดสิน Makes sense อนุประโยค as you often lose control อธิบายว่าเหตุใดข้อสังเกตนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ดังนั้น as จึงมีความหมายใกล้กับ because ไม่ใช่ when วิธีทดสอบที่ใช้ได้จริงคือถามว่าอนุประโยค as ตอบว่าเหตุใดบางอย่างจึงเป็นจริง หรือบอกว่าบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อใด ที่นี่มันตอบว่าเหตุใดและนำเสนอเหตุผลเป็นข้อมูลพื้นหลัง
แบบฝึกหัด
ใน Makes sense, as you often lose control during orgasm คำว่า as ทำหน้าที่อะไร
- หมายถึงในลักษณะเดียวกันกับ
- นำเสนอเหตุผลว่าทำไมข้อความนั้นจึงสมเหตุสมผล
- แสดงว่าสองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ
นำเสนอเหตุผลว่าทำไมข้อความนั้นจึงสมเหตุสมผล
กลุ่มคำ lose control
Lose control เป็นกลุ่มคำกริยาและคำนามที่ใช้ร่วมกันแบบตายตัว หมายถึงไม่สามารถควบคุมการกระทำ อารมณ์ ปฏิกิริยาทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหวและการทำงานของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ในประโยคนี้หมายถึงความสามารถในการยับยั้งตนเองโดยสมัครใจที่ลดลงชั่วคราวระหว่างถึงจุดสุดยอด ไม่ได้หมายความว่าหมดสติเสมอไป เมื่อกล่าวถึงภาวะสูญเสียการควบคุมโดยทั่วไป ภาษาอังกฤษมักไม่ใช้คำนำหน้านาม: lose control หากต้องการระบุสิ่งที่ควบคุมไม่ได้โดยเฉพาะ ให้ใช้ lose control of + คำนาม เช่น lose control of the car
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองคำที่หมายถึงไม่สามารถควบคุมได้: During the emergency, the operator began to ____ of the system.
ดูคำตอบ
lose control
shuts down: ทำให้ปฏิกิริยาหยุดทำงาน
ในประโยคนี้ shuts down หมายถึง “ทำให้หยุดทำงานหรือยับยั้งการทำงานอย่างมาก” ประธาน This อ้างถึงการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมในสมองที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน fear and anxiety คือปฏิกิริยาที่ถูกยับยั้ง ไม่ได้หมายถึงการปิดสิ่งใดทางกายภาพ Shut down สามารถขยายการใช้จากเครื่องจักรและองค์กรไปยังกระบวนการ ระบบ และปฏิกิริยาทางร่างกายหรืออารมณ์ได้ ในการใช้เชิงเปรียบเทียบเช่นนี้ ผลที่เกิดขึ้นคือทำให้ปฏิกิริยานั้นไม่สามารถทำงานได้ ไม่ใช่เพียงทำให้อ่อนลงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “shuts down fear and anxiety” หมายความว่าอย่างไร?
- สังเกตเห็นปฏิกิริยาเหล่านั้นเป็นครั้งแรก
- ทำให้ปฏิกิริยาเหล่านั้นหยุดลงหรือถูกยับยั้งอย่างมาก
- ปิดความกลัวและความวิตกกังวลทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ทำให้ปฏิกิริยาเหล่านั้นหยุดลงหรือถูกยับยั้งอย่างมาก
which is seen as the most essential aspect leading up to orgasm. โน้ต
1:46การระงับสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่นำไปสู่การถึงจุดสุดยอด
is seen as: รายงานการประเมินโดยไม่ระบุผู้ประเมิน
ใน is seen as คำว่า seen หมายถึง “ถูกมองว่า” หรือ “ถูกพิจารณาว่า” ไม่ใช่การมองเห็นทางกายภาพ โครงสร้างกรรมวาจกคือ X + be + seen as + คำอธิบาย โดย X เป็นสิ่งที่ได้รับการประเมิน ส่วนผู้ที่ประเมินอาจไม่ถูกระบุ ในที่นี้ which อ้างถึงการยับยั้งความกลัวและความวิตกกังวล สภาวะดังกล่าวถูกอธิบายว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก่อนถึงจุดสุดยอด ถ้อยคำนี้นำเสนอข้อความในฐานะการประเมินโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้มีมุมมองนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนกรรมวาจกสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกมองว่าเป็น”: In many offices, clear documentation ____ an essential part of teamwork.
ดูคำตอบ
is seen as
“leading up to”: กระบวนการก่อนเหตุการณ์ที่จะเกิดภายหลัง
ใน “an aspect leading up to orgasm” คำว่า “leading up to” ทำให้ aspect นี้ถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปก่อนถึงจุดสุดยอด วลีนี้ชี้ไปยังเหตุการณ์ที่จะเกิดภายหลัง แต่เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสะสมมาก่อนหน้า โครงสร้างคือ lead up to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ leading เป็น present participle ที่ขยาย aspect ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ในช่วงเวลาก่อนหน้า”: The museum increased security in the weeks ____ the opening.
ดูคำตอบ
leading up to
The relaxation of the amygdala and hippocampus in women further reduce emotions,
1:50ในผู้หญิง การคลายตัวของอะมิกดะลาและฮิปโปแคมปัสช่วยลดการตอบสนองทางอารมณ์ลงไปอีก
“trance-like”: การใช้ -like เพื่อแสดงความคล้าย
ใน “a trance-like state” คำเติมท้าย -like หมายถึง “คล้ายกับ” หรือ “มีลักษณะของ” สภาวะนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ trance แต่ถ้อยคำไม่ได้ยืนยันว่าเป็น trance จริง ๆ หรือเป็น trance ตามการวินิจฉัยทางคลินิก การเติม -like หลังคำนามจะสร้างคำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายคำนามอีกคำได้ โดย trance + -like กลายเป็น trance-like ซึ่งขยาย state
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ -like เพื่อแสดงความคล้ายโดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นสิ่งเดียวกันตามความหมายตรงตัว
- The patient was medically confirmed to be in a trance.
- The patient liked the trance music in the waiting room.
- The patient seemed to enter a trance-like state.
ดูคำตอบ
The patient seemed to enter a trance-like state.
ใช้ while in men, เพื่อเปลี่ยนไปสู่ผลที่เปรียบต่างในผู้ชาย
while ในที่นี้แสดงความเปรียบต่าง ไม่ได้แสดงเวลา โดยเปลี่ยนจากผลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ในผู้หญิงไปเป็นผลอีกแบบหนึ่งในผู้ชาย วลี in men วางกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบไว้ต้นอนุประโยคที่สอง ไม่จำเป็นต้องกล่าวกระบวนการเดียวกันซ้ำทั้งหมด เพราะสรรพนาม it อ้างกลับไปยังกระบวนการนั้น จึงย่อรูปแบบได้เป็น ผลในกลุ่มหนึ่ง, while ในอีกกลุ่มหนึ่ง, it …
แบบฝึกหัด
วลี while in men, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าผลเกิดขึ้นในช่วงที่มีผู้ชายอยู่
- บอกสาเหตุของผลที่เกิดขึ้นในผู้หญิง
- นำเสนอผลที่แตกต่างกันในผู้ชาย
ดูคำตอบ
นำเสนอผลที่แตกต่างกันในผู้ชาย
Dampens aggressiveness: ทำให้แนวโน้มหนึ่งมีความรุนแรงน้อยลง
dampens ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้ความก้าวร้าวมีความรุนแรงน้อยลง Aggressiveness คือแนวโน้มหรือความพร้อมที่จะประพฤติตนอย่างก้าวร้าว ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงการทำให้แนวโน้มดังกล่าวอ่อนลง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกำจัดออกทั้งหมด การใช้นี้ขยายแนวคิดทางกายภาพเรื่องการทำให้สิ่งหนึ่งชื้นหรือการลดการสั่นสะเทือนไปสู่รูปแบบนามธรรม: dampen + อารมณ์ ปฏิกิริยา อุปสงค์ ความกระตือรือร้น หรือแรงอื่น ๆ โดยปกติสื่อถึงการลดทอนหรือทำให้อ่อนลง มากกว่าการหยุดโดยสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าบางสิ่งทำให้ความกระตือรือร้นลดลงโดยไม่ได้กำจัดออกทั้งหมด?
- The disappointing sales figures created the team's enthusiasm.
- The disappointing sales figures dampened the team's enthusiasm.
- The disappointing sales figures eliminated the team's enthusiasm completely.
ดูคำตอบ
The disappointing sales figures dampened the team's enthusiasm.
Many areas of a woman's brain are shut down completely during an orgasm.
1:58ระหว่างถึงจุดสุดยอด สมองของผู้หญิงหลายส่วนจะหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
likely because of the shorter duration and difficulty with measuring during brain scan. ลำดับความ
2:04น่าจะเป็นเพราะการถึงจุดสุดยอดกินเวลาสั้นกว่า และวัดผลได้ยากระหว่างการสแกนสมอง
less striking: เด่นชัดน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบ
ในที่นี้ striking หมายถึง “สังเกตเห็นได้ชัดมากหรือสร้างความประทับใจอย่างมาก” ส่วน less striking หมายความว่าผลที่พบในผู้ชายเห็นได้ไม่ชัดหรือเด่นชัดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลดังกล่าวเลย วลีนี้แสดงระดับแบบเปรียบเทียบ เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบอาจระบุอยู่ใกล้ ๆ หรือเข้าใจได้จากบริบท จึงควรมองหาว่าเปรียบเทียบกับอะไรแทนที่จะเข้าใจ striking ว่าเป็นการตีทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ less striking บอกอะไรเกี่ยวกับผลที่พบในผู้ชาย?
- ผลเหล่านั้นสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเท่ากับผลที่นำมาเปรียบเทียบ
- ผลเหล่านั้นเป็นไปไม่ได้ในทางสถิติ
- ผลเหล่านั้นเกิดจากการถูกตีทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ผลเหล่านั้นสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเท่ากับผลที่นำมาเปรียบเทียบ
likely because of + นามวลี: สาเหตุที่เสนออย่างไม่ฟันธง
likely บอกว่าคำอธิบายนี้มีความเป็นไปได้มากกว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน ส่วน because of ใช้นำหน้านามวลีที่ระบุสาเหตุที่เสนอ ในประโยคนี้ ทั้งระยะเวลาที่สั้นกว่าและความยากในการวัดถูกเสนอว่าเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ของความแตกต่างที่สังเกตพบ เมื่อวาง likely because of X หลังข้อสังเกต โครงสร้างนี้จะแยกสิ่งที่สังเกตพบออกจากการตีความอย่างระมัดระวังของผู้พูด การจัดข้อมูลแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อหลักฐานสนับสนุนสาเหตุที่สมเหตุสมผลแต่ยังพิสูจน์ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ตรงตัว ซึ่งหมายถึง “probably due to” และต้องตามด้วยนามวลี: The roads are unusually quiet, ____ the public holiday.
ดูคำตอบ
likely because of
In women, an area called the periaqueductal gray, or PAG, is activated, ลำดับความ
2:09ในผู้หญิง บริเวณที่เรียกว่าเนื้อเทารอบท่อน้ำสมอง หรือ PAG จะถูกกระตุ้น
the periaqueductal gray, or PAG: การใช้ or เพื่อแนะนำชื่อย่อ
ในประโยคนี้ or ใช้แนะนำ PAG ว่าเป็นอีกชื่อหนึ่งของบริเวณสมองเดียวกัน คือ the periaqueductal gray ไม่ได้เสนอให้เลือกระหว่างบริเวณสมองสองแห่ง รูปแบบ “ชื่อเต็ม, or ชื่อย่อ” เชื่อมคำศัพท์ใหม่กับชื่อย่อที่จะใช้ต่อไป เครื่องหมายจุลภาคแยกชื่อที่เพิ่มเข้ามานี้ออกจากส่วนที่เหลือของประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ or ตามด้วยชื่อย่อ CPU: The central processing unit, ____, carries out instructions.
ดูคำตอบ
or CPU
flight or fight response เทียบกับรูปมาตรฐาน fight-or-flight response
ในที่นี้ flight หมายถึงการหนีจากอันตราย ส่วน fight หมายถึงการเผชิญหน้ากับอันตราย วลีนี้หมายถึงการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกายต่อภัยคุกคาม ซึ่งเตรียมคนให้พร้อมวิ่งหนีหรือป้องกันตัว flight or fight response ในตัวอย่างหมายถึงแนวคิดเดียวกัน แต่ลำดับและการสะกดแบบตายตัวที่ใช้กันทั่วไปคือ fight-or-flight response เครื่องหมายยัติภังค์ทำให้ fight-or-flight ทั้งชุดเป็นคำขยายประสมที่อยู่หน้า response
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำตายตัวแบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ที่ใช้ทั่วไปสำหรับการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกายต่ออันตราย: The sudden crash triggered his ____.
ดูคำตอบ
fight-or-flight response
while the cortex, which is associated with pain, lights up โน้ต
2:16ขณะที่เปลือกสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดสว่างขึ้น
Is associated with: บอกความเชื่อมโยงโดยไม่ยืนยันเหตุและผล
ในที่นี้ is associated with เชื่อมคอร์เทกซ์เข้ากับความเจ็บปวด กล่าวคือ หลักฐานหรือองค์ความรู้ที่ยอมรับกันแสดงว่าสมองบริเวณนี้มีความสัมพันธ์กับความเจ็บปวด โครงสร้างคือ be associated with + คำนามหรือวลีนาม โดย be เปลี่ยนตามประธานและกาล วลีนี้บอกว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง จึงเหมาะเมื่อทิศทางหรือกลไกของความสัมพันธ์ยังไม่แน่ชัดหรือไม่ใช่ประเด็นที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งพบว่าผลลัพธ์สองอย่างเกิดขึ้นร่วมกัน แต่ยังไม่ได้ยืนยันเหตุและผล ประโยคใดกล่าวอ้างอย่างจำกัดได้เหมาะสมที่สุด
- Longer sleep is associated with better concentration.
- Longer sleep is caused by better concentration.
- Longer sleep causes better concentration.
ดูคำตอบ
Longer sleep is associated with better concentration.
Lights up บนภาพสแกนสมอง: ดูเหมือนทำงานเด่นชัดขึ้น
ในที่นี้ lights up อธิบายลักษณะของคอร์เทกซ์ในภาพสมอง กล่าวคือ บริเวณนั้นดูโดดเด่นขึ้นเพราะภาพสแกนแสดงสัญญาณที่วัดได้หรือกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น นี่เป็นคำอธิบายเชิงเปรียบเทียบที่เข้าใจง่ายสำหรับผลด้านภาพจากการสร้างภาพทางการแพทย์ เนื้อเยื่อสมองไม่ได้ปล่อยแสงที่มองเห็นได้จริง ๆ ในบริบทนี้ให้เข้าใจ lights up ว่าดูเหมือนทำงานเด่นชัดขึ้นหรือแสดงสัญญาณบนภาพสแกน ไม่ใช่การเปิดโคมไฟหรือใบหน้าของคนที่สดใสขึ้นเพราะมีความสุข
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายภาพสแกนสมองแบบวิทยาศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป “the reward network lights up” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- เครือข่ายรางวัลปล่อยแสงที่มองเห็นได้จริง
- ภาพสแกนแสดงสัญญาณที่มองเห็นได้ในเครือข่ายรางวัล
- มีคนใช้โคมไฟส่องเครือข่ายรางวัล
ดูคำตอบ
ภาพสแกนแสดงสัญญาณที่มองเห็นได้ในเครือข่ายรางวัล
suggesting that there is a connection between pain and pleasure. ลำดับความ
2:19บ่งชี้ว่าความเจ็บปวดกับความสุขอาจเชื่อมโยงกัน
suggesting that there is a connection between ...: การอนุมานอย่างระมัดระวัง
อนุประโยคกริยารูป suggesting that ... ทำหน้าที่แสดงความเห็นต่อข้อสังเกตก่อนหน้า คือเปลือกสมองมีการทำงาน โดยจัดให้ข้อสังเกตนั้นเป็นหลักฐานสนับสนุนข้ออนุมาน แทนที่จะนำเสนอข้ออนุมานว่าเป็นข้อเท็จจริงอีกข้อหนึ่งที่ยืนยันแล้ว There is a connection between A and B ระบุว่า A กับ B มีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่า A ทำให้เกิด B ดังนั้นรูปแบบเต็มจึงมีประโยชน์เมื่อหลักฐานสนับสนุนความสัมพันธ์ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบการอนุมานอย่างระมัดระวังแบบเต็มจากบทเรียน: Higher screen time was repeatedly associated with poorer sleep, ____ screen time and sleep quality.
ดูคำตอบ
suggesting that there is a connection between
the body experiences deep relaxation and heart rate slows to a resting pace.
2:25ร่างกายจะผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง และอัตราการเต้นของหัวใจจะช้าลงสู่ระดับขณะพัก
climax: จุดสูงสุดทั่วไปหรือการถึงจุดสุดยอดในบริบททางเพศ
ในบริบททางสรีรวิทยานี้ climax หมายถึงการถึงจุดสุดยอดทางเพศ วลี this climax ย้อนกลับไปกล่าวถึงการตอบสนองทางเพศที่เพิ่งอธิบาย ดังนั้นการหดตัวของกล้ามเนื้อและการผ่อนคลายที่ตามมาจึงถูกนำเสนอว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นระหว่างและหลังการถึงจุดสุดยอด โดยทั่วไป climax หมายถึงจุดสูงสุดหรือจุดที่เข้มข้นที่สุดของกระบวนการ เรื่องราว หรือเหตุการณ์ บริบทเป็นสิ่งกำหนดว่าคำนี้มีความหมายทางเพศหรือไม่ ตัวคำเองไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The mystery reaches its climax when the hidden letter is read aloud,” climax หมายถึงอะไร
- ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย
- จุดที่เข้มข้นหรือมีความสำคัญชี้ขาดที่สุดของเรื่อง
- การถึงจุดสุดยอดทางเพศ
ดูคำตอบ
จุดที่เข้มข้นหรือมีความสำคัญชี้ขาดที่สุดของเรื่อง
“Who knew X could be so Y?” ในฐานะปฏิกิริยาเชิงวาทศิลป์แบบขี้เล่น
“Who knew X could be so Y?” เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความประหลาดใจแบบขบขัน กล่าวคือ X กลับมีคุณสมบัติ Y ที่เหนือความคาดหมาย ในที่นี้ ความแตกต่างระหว่าง science กับ sexy ทำให้ช่วงจบฟังดูขี้เล่นและเน้นอารมณ์มากขึ้น โดยทั่วไปไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าใครเป็นคนรู้ ให้เข้าใจโครงสร้างนี้ว่าเป็นปฏิกิริยาที่มีความหมายประมาณว่า “ไม่คิดเลยว่า X จะ Y ได้ขนาดนี้”
แบบฝึกหัด
เติมปฏิกิริยาเชิงวาทศิลป์แบบขี้เล่นหลังการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจกว่าที่คาด: “Who ____ history could be so entertaining?”
ดูคำตอบ
knew
“Got ...?” ต้นประโยคในความหมาย “Do you have ...?”
Got ...? ที่ต้นคำถามนี้เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูดของ Have you got ...? หรือ Do you have ...? ใช้ถามว่าตอนนี้ผู้ฟังมีบางสิ่งหรือไม่ โดย got ในที่นี้ไม่ได้บอกการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว กรรมของประโยคคือ a burning question ซึ่งหมายถึงคำถามที่ผู้ฟังอยากได้คำตอบเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามแบบสบาย ๆ ด้วยคำเปิดหนึ่งคำที่ย่อ “Do you have”: “____ any questions before we finish?”
ดูคำตอบ
Got
A burning question: คำถามที่อยากได้คำตอบอย่างมาก
A burning question คือคำถามที่รู้สึกว่าเร่งด่วนหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ จนผู้พูดอยากได้คำตอบอย่างมาก คำว่า burning ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรย ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรติดไฟจริง ๆ ในคำเชิญนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การชวนฟังดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ สามารถเน้นความเร่งด่วน ความอยากรู้อย่างมาก หรือคำถามที่วนเวียนอยู่ในใจได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญด้วยสำนวนที่มีชีวิตชีวาสำหรับคำถามที่ผู้คนอยากได้คำตอบอย่างมาก: “Have a ____ question for our guest?”
ดูคำตอบ
burning
question you want answered: การละ that และโครงสร้าง want + กรรม + กริยาช่องสาม
ใน question you want answered ส่วน you want answered เป็นอนุประโยคขยาย question คำสรรพนามเชื่อม that ถูกละไว้เพราะจะทำหน้าที่เป็นกรรมของ answered: question (that) you want answered อนุประโยคนี้ใช้โครงสร้าง want + กรรม + กริยาช่องสาม: you want [the question] [answered] คำว่า Answered บรรยายผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดกับ question จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครจะเป็นผู้ตอบ พบรูปแบบเดียวกันได้ใน I want the report checked
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาช่องสามของ resolve เพื่อแสดงว่า issue เป็นสิ่งที่รับการกระทำ: “I have an issue I want ____ before the deadline.”
ดูคำตอบ
resolved
Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.
2:34ถามมาได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter
And subscribe for more weekly science videos.
2:36และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมทุกสัปดาห์