Peppa Pig ภาคภาษาอังกฤษ | เมื่อฉันโตขึ้น: เขย่า ก๊อกแก๊ก และปัง! | Peppa Pig #: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
423 คำ 137 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ที่กลุ่มเด็กเล่น เปปป้าและเพื่อน ๆ สำรวจเครื่องกระทบ เรียนรู้ว่าการฟังกันและรักษาจังหวะทำให้เสียงอึกทึกกลายเป็นดนตรี แล้วจึงร่วมบรรเลงกับพ่อแม่ที่มารับ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. what this is called, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าคำถามแทรกหลังสำนวนอย่าง “ฉันไม่รู้” ต้องคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่สลับเป็นลำดับของคำถามตรง และนำรูปแบบนี้ไปใช้ถามชื่อสิ่งของที่ไม่รู้จักอย่างเป็นธรรมชาติและอ้อม ๆ ได้ 2. Anybody can bang, bang, bang, but to make music, you have to listen to each other and keep in time. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการใช้ความขัดแย้งที่ชัดเจนเพื่อแยกเสียงดังไร้ระเบียบออกจากดนตรี พร้อมบอกเงื่อนไขของความสำเร็จ และใช้โครงสร้างคล้ายกันเพื่ออธิบายว่าเป้าหมายหนึ่งต้องอาศัยความร่วมมือ ความใส่ใจ หรือเงื่อนไขอื่น 3. Let me see if I've got that right. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้สำนวนที่เป็นมิตรนี้ขณะลองทำทักษะที่อีกฝ่ายสาธิตหรือทวนข้อมูล เพื่อตรวจว่าตนเข้าใจหรือทำได้ถูกต้องหรือไม่ โดยไม่ทำให้บทสนทนาดูเป็นทางการจนเกินไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Shake, Rattle, and Bang. ลำดับความ

0:05

เขย่า สั่น และตี

ลำดับความ

Shake, Rattle, and Bang: ชื่อเรื่องที่ประกอบด้วยการกระทำสามอย่าง

ในชื่อเรื่องนี้ shake, rattle และ bang เป็นคำกริยารูปพื้นฐานสามคำที่วางขนานกันเพื่อใช้เป็นป้ายบอกการกระทำ ทั้งสามคำเกริ่นถึงสามวิธีในการทำให้เครื่องเคาะเกิดเสียง ผู้ชมจึงเข้าใจหัวข้อของตอนนี้ได้ทันที คำเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นประโยคทั่วไปหรือคำสั่งสามคำ รูปแบบที่ขนานกันและจังหวะสามช่วงทำให้ชื่อเรื่องสั้น มีจังหวะ และจำง่าย

แบบฝึกหัด

ชื่อเรื่องใดใช้คำบอกการกระทำสามคำที่วางขนานกันเพื่อสรุปหัวข้อและสร้างจังหวะ?

  1. The Sounds of Our Instruments
  2. We Are Making Music Today.
  3. Mix, Bake, and Share.
ดูคำตอบ

Mix, Bake, and Share.

Peppa and her friends are at playgroup. วัฒนธรรม

0:08

เปปป้าและผองเพื่อนอยู่ที่กลุ่มเตรียมอนุบาล

วัฒนธรรม

at playgroup: สภาพแวดล้อมสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนแบบอังกฤษ

ในบริบทเกี่ยวกับเด็กของอังกฤษ playgroup คือกลุ่มที่มีการจัดอย่างเป็นระบบหรือกิจกรรมที่จัดเป็นประจำ ซึ่งเด็กก่อนวัยเรียนจะมาเล่นและทำกิจกรรมการเรียนรู้เบื้องต้นง่าย ๆ ที่นี่ไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อนเล่นที่รวมตัวกันชั่วคราว และไม่ใช่โรงเรียนประถม At playgroup ใช้ at โดยไม่มีคำนำหน้านาม เพื่อสื่อว่า playgroup เป็นสถาบันหรือกิจกรรมที่เด็กเข้าร่วม คล้ายกับ at school ดังนั้น ประโยคนี้หมายถึงเป๊ปป้าและเพื่อน ๆ กำลังเข้าร่วมกิจกรรม playgroup อยู่ที่นั่น ไม่ใช่เพียงยืนอยู่ใกล้สถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง Leo กำลังเข้าร่วม playgroup สำหรับเด็กก่อนวัยเรียนในอังกฤษเมื่อเช้านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Leo is at primary school this morning.
  2. Leo is at playgroup this morning.
  3. Leo is with a group of friends this morning.
ดูคำตอบ

Leo is at playgroup this morning.

Today, children, we are going to learn about instruments that you shake, rattle, and bang. ไวยากรณ์

0:11

วันนี้จ้ะเด็กๆ เราจะมาเรียนรู้เรื่องเครื่องดนตรีที่ใช้เขย่า สั่น และตีกัน

ไวยากรณ์

are going to learn about: การเกริ่นหัวข้อของบทเรียน

are going to learn about หมายถึง “กำลังจะเรียนหรือทำความรู้จักกับ…” ในที่นี้ be going to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าการเรียนเป็นกิจกรรมถัดไปที่วางแผนไว้แล้ว และ learn about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่จะเรียน going to ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปที่ใด วลีทั้งหมดบอกผู้ฟังว่าบทเรียนนี้จะกล่าวถึงอะไร

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายในประโยคเกริ่นบทเรียนให้สมบูรณ์: Today, we ____ planets.

ดูคำตอบ

are going to learn about

ไวยากรณ์

that you shake, rattle, and bang: การระบุสิ่งของจากวิธีใช้งาน

that you shake, rattle, and bang เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย instruments โดยระบุว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใดจากการกระทำที่คนทำกับเครื่องดนตรีนั้น ที่นี่ that เป็นคำสรรพนามสัมพันธ์ ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่หมายถึง “สิ่งนั้น” that แทน instruments ในตำแหน่งกรรมของกริยาที่เรียงขนานกันสามคำ ได้แก่ shake, rattle และ bang รูปแบบนี้ใช้บรรยายสิ่งของตามการใช้งานได้: a tool that you use to cut paper

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุเครื่องมือตามหน้าที่ของมัน

  1. These are tools that you use to cut paper.
  2. These are tools what you use to cut paper.
  3. These are tools that use you to cut paper.
ดูคำตอบ

These are tools that you use to cut paper.

Hooray!

0:18

ไชโย!

First, choose an instrument each from the music room. ไวยากรณ์

0:19

ก่อนอื่น เลือกเครื่องดนตรีคนละชิ้นจากห้องดนตรีเลยจ้ะ

ไวยากรณ์

an instrument each: each หลังคำนามเพื่อบอกว่าคนละหนึ่งชิ้น

ในที่นี้ an instrument each หมายถึง “เครื่องดนตรีหนึ่งชิ้นสำหรับแต่ละคนในกลุ่ม” กลุ่มคำนาม an instrument ระบุจำนวน และ each ที่ตามหลังจะกระจายจำนวนนั้นให้แก่ผู้ที่ได้รับคำสั่งคนละหนึ่งชิ้น รูปแบบนี้พบบ่อยในคำสั่งสั้น ๆ เช่น one each, a ticket each หรือ two copies each ไม่ได้หมายความว่าทั้งกลุ่มใช้เครื่องดนตรีชิ้นเดียวร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ each หลังคำนามเพื่อสื่อว่า “เข็มกลัดคนละหนึ่งอัน”: At the door, please take one badge ____.

ดูคำตอบ

each

I've got drums. วลี

0:27

ผมได้กลองครับ

วลี

I've got: การบอกว่ามีสิ่งหนึ่งอยู่ในขณะนี้

I've got เป็นรูปย่อของ I have got ในที่นี้ have got ทำหน้าที่เหมือน have คือผู้พูดกำลังบอกว่าตนมีเครื่องดนตรีชิ้นใดอยู่ในขณะนี้ แม้ have got จะดูคล้ายรูป present perfect แต่โครงสร้างแสดงความเป็นเจ้าของนี้เน้นสภาพในปัจจุบัน ไม่ใช่การกระทำที่ได้สิ่งหนึ่งมาแล้วเสร็จ หากกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว ภาษาอังกฤษมักใช้ got พร้อมบริบทเวลาในอดีต เช่น I got the drums yesterday.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อ I've got เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของในปัจจุบัน: Look! ____ an extra ticket for you.

ดูคำตอบ

I've got

They are called bongo drums, Danny. วลี

0:28

เขาเรียกว่ากลองบองโกจ้ะ แดนนี่

วลี

are called bongo drums: การบอกชื่อด้วย be called

วลี are called bongo drums บอกชื่อที่เฉพาะเจาะจงของกลองให้ผู้ฟังรู้ โครงสร้างคือ ประธาน + be called + ชื่อ ประธาน they เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are called ส่วน bongo drums คือชื่อ ใช้ be called เมื่อต้องการบอกชื่อของคนหรือสิ่งที่ผู้ฟังยังไม่รู้จัก และเปลี่ยนรูป be ให้ตรงกับประธานและกาล เช่น it is called, they are called หรือ it was called

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ be called ลงในประโยค: These small hand drums ____ bongos.

ดูคำตอบ

are called

You bang them with your hands like this. วลี

0:31

เธอต้องตีมันด้วยมือแบบนี้

วลี

bang them with your hands: การกระทำ กรรม และเครื่องมือ

ใน bang them with your hands คำว่า bang บอกการกระทำ them บอกสิ่งที่ถูกตี และ with your hands บอกสิ่งที่ใช้ตี ในที่นี้ them หมายถึงกลองบองโก เนื่องจาก bang มีกรรมในประโยคนี้ จึงเป็นกริยาที่ต้องมีกรรม Bang หมายถึงตีบางสิ่งแรงพอให้เกิดเสียงชัดเจนและมักจะดัง ลำดับที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยาบอกการกระทำ + กรรม + with + เครื่องมือหรือส่วนของร่างกาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “ใช้ช้อนตีถาดโลหะแรง ๆ”?

  1. Tap the metal tray gently with the spoon.
  2. Bang the spoon with the metal tray.
  3. Bang the metal tray with the spoon.
ดูคำตอบ

Bang the metal tray with the spoon.

I've got a flat bongo drum.

0:37

ผมได้กลองบองโกแบบแบนครับ

That is a bodhrán. วัฒนธรรม

0:40

นั่นคือบอดรานจ้ะ

It is Irish.

0:42

เป็นของชาวไอริช

วัฒนธรรม

a bodhrán ... Irish: กลองกรอบแบบดั้งเดิมของไอร์แลนด์

bodhrán เป็นกลองกรอบแบบดั้งเดิมของไอร์แลนด์ โดยทั่วไปจะใช้มือข้างหนึ่งจับกรอบและตีที่หน้ากลอง ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าเครื่องดนตรีที่ไม่คุ้นเคยนี้คืออะไร และมันไม่ใช่กลองบองโกชนิดหนึ่ง ใน It is Irish คำว่า Irish บอกถึงต้นกำเนิดทางวัฒนธรรมและประเพณีของเครื่องดนตรี ไม่ได้บอกสัญชาติของบุคคล

แบบฝึกหัด

It is Irish ในประโยคนี้บอกอะไร

  1. บอกว่า bodhrán เป็นเครื่องดนตรีที่มาจากประเพณีของไอร์แลนด์
  2. บอกว่า bodhrán เป็นกลองบองโกชนิดหนึ่ง
  3. บอกว่าผู้พูดมาจากไอร์แลนด์
ดูคำตอบ

บอกว่า bodhrán เป็นเครื่องดนตรีที่มาจากประเพณีของไอร์แลนด์

You beat it with a little stick like this. วลี

0:43

เธอต้องตีมันด้วยไม้เล็กๆ แบบนี้

วลี

beat it with a little stick: ใช้ไม้เล็กตีเครื่องดนตรีเป็นจังหวะ

ในบริบทของเครื่องดนตรีนี้ beat หมายถึงการตีกลองซ้ำ ๆ หรือเป็นจังหวะ สรรพนาม it หมายถึง bodhrán ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ beat ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เอาชนะ” โครงสร้างคือ beat + กรรม + with + เครื่องมือ ส่วน with a little stick บอกว่าใช้อะไรทำการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงการใช้ไม้เล็กตีกลองด้วยจังหวะที่สม่ำเสมออย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Shake the drum from side to side.
  2. Beat the drum steadily with a little stick.
  3. Bang the drum once as hard as you can.
ดูคำตอบ

Beat the drum steadily with a little stick.

I've got a tambourine.

0:47

หนูได้แทมบูรีนค่ะ

Very good, Pedro.

0:50

ดีมากจ้ะ เปโดร

You can also shake it like this.

0:51

เธอจะเขย่ามันแบบนี้ก็ได้นะ

I've got a big drum.

0:58

หนูได้กลองใบใหญ่ค่ะ

Ah, the bass drum. การใช้คำ

1:00

อา กลองเบสนั่นเอง

การใช้คำ

bass drum: bass ในดนตรีหมายถึงเสียงต่ำ

bass drum เป็นชื่อเฉพาะของกลองขนาดใหญ่ที่ให้เสียงทุ้มลึก ในคำนามประสมนี้ bass บอกว่ากลองมีช่วงเสียงต่ำ ให้เข้าใจคำสองคำนี้รวมกันเป็นชื่อเครื่องดนตรีหนึ่งชนิด

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังคำที่อยู่หน้า drum

  1. The bass drum makes a deep sound.
  2. The best drum makes a deep sound.
  3. The big drum makes a deep sound.
ดูคำตอบ

The bass drum makes a deep sound.

Meow, I don't know what this is called, but it's scrapey. โน้ต

1:03

เมี๊ยว หนูไม่รู้ว่าอันนี้เรียกว่าอะไร แต่มันใช้ขูดค่ะ

ไวยากรณ์

what this is called: คำถามแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

what this is called เป็นคำถามแบบฝังที่ตามหลัง I don't know และอนุประโยคทั้งหมดบอกสิ่งที่ผู้พูดไม่รู้ เนื่องจากอยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา เช่น what this is called ถ้าถามโดยตรงให้พูดว่า What is this called? อย่าคงการสลับตำแหน่งแบบคำถามนี้ไว้หลังคำขึ้นต้นอย่าง I don't know หรือ Can you tell me

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องในคำถามแบบฝังหลัง I don't know

  1. I don't know what does this tool call.
  2. I don't know what this tool is called.
  3. I don't know what is this tool called.
ดูคำตอบ

I don't know what this tool is called.

การใช้คำ

it's scrapey: คำบรรยายแบบไม่เป็นทางการที่เติม -y

Scrapey เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่สร้างจาก scrape + -y หมายถึง “มีลักษณะเหมือนการขูด” คือสิ่งนั้นอาจรู้สึกสากเมื่อขูด หรือทำให้เกิดเสียงขูด ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่รู้ชื่อของเครื่องดนตรี จึงใช้ it's scrapey ระบุสิ่งนั้นด้วยลักษณะที่สังเกตได้ ในภาษาอังกฤษแบบกันเอง สามารถเติม -y เพื่อสร้างคำคุณศัพท์บรรยายอย่างรวดเร็วในความหมายว่า “คล้าย เต็มไปด้วย หรือมีลักษณะของ” แนวคิดเดิม

แบบฝึกหัด

scrapey ใน “The tool makes a scrapey sound” หมายความว่าอะไร?

  1. มีลักษณะเหมือนการขูด
  2. มีกลิ่นหวาน
  3. ทำจากเศษวัสดุที่เหลือ
ดูคำตอบ

มีลักษณะเหมือนการขูด

That, Candy, is called a güiro, วัฒนธรรม

1:08

อันนั้น แคนดี้ เขาเรียกว่ากุยโรจ้ะ

and it comes all the way from South America. วลี

1:11

และมันมาจากอเมริกาใต้ไกลโพ้นเลย

วัฒนธรรม

a güiro: เครื่องดนตรีมีร่องที่เล่นด้วยการขูด

Güiro เป็นเครื่องเคาะที่มีพื้นผิวเป็นร่อง ผู้เล่นเลื่อนไม้หรืออุปกรณ์ขูดไปตามร่องเพื่อให้เกิดเสียงขูดเป็นจังหวะ เสียงนี้อธิบายได้ว่าทำไมผู้พูดก่อนหน้าจึงเรียกลักษณะของมันว่า scrapey เครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดนตรีลาตินอเมริกา ดังนั้น güiro จึงเป็นชื่อของเครื่องดนตรีเฉพาะชนิด ไม่ใช่ชื่อเรียกกลองโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

โดยปกติเล่น güiro อย่างไร?

  1. กดแป้นเรียงกันเป็นแถว
  2. เป่าลมผ่านช่องเปิด
  3. ใช้ไม้ขูดไปบนพื้นผิวที่เป็นร่อง
ดูคำตอบ

ใช้ไม้ขูดไปบนพื้นผิวที่เป็นร่อง

วลี

come all the way from + สถานที่: เน้นว่ามาจากที่ไกล

Come from บอกว่าคนหรือสิ่งของมาจากที่ไหน ใน comes all the way from South America คำว่า all the way เพิ่มน้ำหนักว่าอเมริกาใต้อยู่ไกลจากสถานที่ปัจจุบัน หรือการเดินทางไกลนั้นน่าสนใจเป็นพิเศษ ในที่นี้ all the way ไม่ได้บอกรายละเอียดเส้นทาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ come all the way from + สถานที่ หมายถึง “มาจากสถานที่ที่อยู่ไกลมาก”

แบบฝึกหัด

ผู้พูดอยู่ในลอนดอน และมะม่วงเดินทางมาเป็นระยะทางไกลมาก เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: These mangoes come ____ the Philippines.

ดูคำตอบ

all the way from

Wow.

1:14

ว้าว

How did it get here? การใช้คำ

1:15

มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?

การใช้คำ

get here: การใช้ get ในความหมายว่า “มาถึง”

ในประโยค How did it get here? คำว่า get หมายถึง “มาถึง” หรือ “เดินทางมาถึงสถานที่นี้” คำถามนี้ถามว่าสิ่งนั้นมาถึงตำแหน่งที่ผู้พูดอยู่ได้อย่างไร ไม่ได้ถามว่าใครได้รับหรือได้สิ่งนั้นมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าพัสดุมาถึงสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ได้อย่างไร?

  1. How did the package get to the warehouse?
  2. Who got the package?
  3. How did the package get here?
ดูคำตอบ

How did the package get here?

I brought it back from my holiday. โน้ต

1:17

ครูเอามันกลับมาจากวันหยุดพักผ่อนจ้ะ

กริยาวลี

brought it back: นำสิ่งของกลับมา

brought it back เป็นรูปอดีตของ bring it back ในประโยคนี้หมายถึงผู้พูดนำสิ่งของจากสถานที่ที่ไปพักผ่อนกลับมายังสถานที่ที่ตนกลับมา คำว่า back บอกถึงการกลับมายังสถานที่หนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ถอยหลัง ในกริยาวลีที่แยกคำได้ bring back หากกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it หรือ them ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับ back เช่น bring it back และ bring them back ส่วน brought เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ bring

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ bring back และคำสรรพนาม it: Nora found this shell on the beach and ____ in her backpack.

ดูคำตอบ

brought it back

การใช้คำ

my holiday: การไปพักผ่อนในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช my holiday อาจหมายถึงช่วงพักผ่อนหรือการเดินทางส่วนตัวของผู้พูด ซึ่งห่างจากกิจวัตรการทำงานหรือการเรียน ในประโยคนี้ from my holiday หมายความว่าสิ่งของกลับมาพร้อมกับผู้พูดจากการเดินทางครั้งนั้น ไม่ได้หมายถึงวันหยุดราชการ holiday ยังอาจหมายถึงวันที่โรงเรียน สำนักงาน หรือธุรกิจปิดเนื่องจากงานเฉลิมฉลองหรือวันสำคัญอย่างเป็นทางการ บริบทและรูปแบบอย่าง go on holiday หรือ be on holiday มักบอกความหมายว่าไปพักผ่อนในภาษาอังกฤษแบบบริติช

แบบฝึกหัด

ใน I brought it back from my holiday. คำว่า my holiday หมายถึงอะไร?

  1. งานฉลองที่เป็นของผู้พูดเพียงคนเดียว
  2. วันหยุดอย่างเป็นทางการที่คนจำนวนมากไม่ต้องทำงาน
  3. ช่วงพักผ่อนหรือการเดินทางของผู้พูด
ดูคำตอบ

ช่วงพักผ่อนหรือการเดินทางของผู้พูด

What are these?

1:19

พวกนี้คืออะไรครับ?

They are maracas.

1:21

มันคือมาราคัสจ้ะ

I brought them back from my holiday in Spain.

1:23

ครูเอามันกลับมาจากวันหยุดที่สเปน

This is a triangle, การใช้คำ

1:27

นี่คือไทรแองเกิล

การใช้คำ

a triangle: เครื่องดนตรีไทรแองเกิล

ในประโยคนี้ a triangle หมายถึงเครื่องดนตรีที่เรียกว่า triangle หรือไทรแองเกิล ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทตีที่ทำจากโลหะและใช้ไม้ตีขนาดเล็กเคาะ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปทรงเรขาคณิต บริบทเกี่ยวกับดนตรีเป็นตัวกำหนดความหมายนี้ เมื่อคำทั่วไปปรากฏในหัวข้อหรือสาขาเฉพาะ ให้ดูหัวข้อและการกระทำที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ผู้พูดต้องการสื่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ triangle ในความหมายว่าเครื่องดนตรี

  1. The road sign was shaped like a triangle.
  2. The musician struck the triangle with a metal beater.
  3. The student measured the three angles of a triangle.
ดูคำตอบ

The musician struck the triangle with a metal beater.

my dad sells these in boxes of 10. วลี

1:29

พ่อฉันขายพวกนี้เป็นกล่อง กล่องละ 10 อัน

วลี

in boxes of 10: จำนวนต่อกล่อง

in boxes of 10 หมายถึงสินค้าถูกบรรจุหรือขายโดยแต่ละกล่องมีสิบชิ้น in boxes บอกชนิดของบรรจุภัณฑ์ ส่วน of 10 บอกจำนวนของที่อยู่ในแต่ละกล่อง เลข 10 ไม่ใช่ราคา หมายเลขสินค้า หรือจำนวนกล่องทั้งหมด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ in + คำนามภาชนะรูปพหูพจน์ + of + จำนวน เช่น in packs of six

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง in + คำนามภาชนะรูปพหูพจน์ + of + จำนวน เติมประโยคโดยใช้ pack ในรูปพหูพจน์และเขียนเลข 6 เป็นคำภาษาอังกฤษ: The markers are sold ____.

ดูคำตอบ

in packs of six

Thank you, Freddy.

1:34

ขอบใจจ้ะ เฟรดดี้

I will remember that.

1:35

ครูจะจำไว้นะ

You don't need to go on holiday to get them. ไวยากรณ์

1:36

เธอไม่ต้องไปเที่ยววันหยุดเพื่อให้ได้มันมาหรอก

ไวยากรณ์

don't need to ... to ...: บอกว่าการกระทำหนึ่งไม่จำเป็นสำหรับจุดประสงค์หนึ่ง

ใน “don't need to go on holiday” โครงสร้าง don't need to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการไปเที่ยวพักผ่อนไม่จำเป็น ไม่ได้หมายความว่าห้ามไป ส่วน to ตัวที่สองเริ่มวลีบอกจุดประสงค์ “to get them” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ don't need to + การกระทำ + to + จุดประสงค์ ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องทำสิ่งแรกเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ข้างหลัง

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนที่แสดงว่าการเดินทางไม่จำเป็นและนำหน้าจุดประสงค์ของการเดินทาง: You ____ drive across town ____ renew your pass; you can do it online.

ดูคำตอบ

don't need to · to

Thank you.

1:39

ขอบคุณครับ

What are these?

1:42

พวกนี้คืออะไรคะ?

These are castanets.

1:43

นี่คือกรับสเปนจ้ะ

My dad sells them in boxes of five.

1:45

พ่อฉันขายพวกนี้เป็นกล่อง กล่องละ 5 อัน

Thank you, Freddy.

1:49

ขอบใจจ้ะ เฟรดดี้

Olé! วัฒนธรรม

1:53

โอเล่!

วัฒนธรรม

Olé!: เสียงเชียร์ภาษาสเปนในการแสดงภาษาอังกฤษ

Olé เป็นคำอุทานภาษาสเปนที่ใช้แสดงความชื่นชมหรือให้กำลังใจ รายการภาษาอังกฤษบางครั้งยืมคำนี้มาใช้ระหว่างการเต้นรำ ดนตรี กีฬา หรือการแสดงที่คึกคักอื่น ๆ ในที่นี้คำนี้ทำหน้าที่เป็นเสียงเชียร์และช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับการแสดงแบบสเปน ไม่ใช่คำภาษาอังกฤษทั่วไปที่ใช้เพิ่มข้อมูลข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

Olé! ทำหน้าที่อะไรในบริบทการแสดงนี้?

  1. การประกาศชื่อเครื่องดนตรีอย่างเป็นทางการ
  2. เสียงเชียร์อย่างกระตือรือร้นที่เพิ่มบรรยากาศการแสดงแบบสเปน
  3. คำถามว่านักเต้นมาจากที่ไหน
  4. คำสั่งให้ผู้แสดงหยุด
ดูคำตอบ

เสียงเชียร์อย่างกระตือรือร้นที่เพิ่มบรรยากาศการแสดงแบบสเปน

That is how you play the castanets. ไวยากรณ์

1:54

นั่นคือวิธีเล่นกรับสเปนจ้ะ

ไวยากรณ์

That is how + ประธาน + กริยา: สรุปวิธีที่เพิ่งสาธิต

โครงสร้าง That is how + ประธาน + กริยา ใช้สรุปวิธีที่เพิ่งสาธิตไป ในที่นี้ That ย้อนถึงท่าทางและเสียงก่อนหน้า ส่วน how หมายถึง “วิธีที่...” อนุประโยค how you play the castanets ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธาน you อยู่หน้ากริยา play ไม่ใช่คำถามตรง How do you play the castanets? หลังการสาธิตเรื่องใดก็สามารถใช้รูปแบบ That is how + ประธาน + กริยา ได้

แบบฝึกหัด

หลังจากดูการสาธิตวิธีผูกเชือก ให้เติมคำที่ใช้บอกวิธีลงในประโยค: That is ____ you tie the rope.

ดูคำตอบ

how

Here you are, Emily. น้ำเสียง/เจตนา

1:57

นี่จ้ะ เอมิลี่

น้ำเสียง/เจตนา

Here you are: สำนวนที่ใช้ตอนยื่นของให้คนอื่น

Here you are เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้บ่อยเมื่อยื่นของให้คนอื่น ในประโยคนี้หมายถึง “นี่สำหรับคุณ” หรือ “รับไปได้เลย” ไม่ใช่ข้อความตามตัวอักษรว่า “คุณอยู่ที่นี่” ชื่อที่ตามมามีไว้บอกว่าใครเป็นผู้รับเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอยืมปากกาของคุณ ขณะยื่นปากกาให้ ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Where are you?
  2. You are here.
  3. Here you are.
ดูคำตอบ

Here you are.

Do I have to do the dance? ไวยากรณ์

1:59

หนูต้องเต้นด้วยไหมคะ?

ไวยากรณ์

Do I have to ...? ใช้ถามว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่

Do I have to + คำกริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่าจำเป็นหรือถูกกำหนดให้ต้องทำสิ่งหนึ่งหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเช็กว่าตนจำเป็นต้องเต้นท่านั้นหรือไม่ ตรงนี้ have to แสดงหน้าที่หรือความจำเป็น ส่วน have ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ คำถามนี้อาจเป็นกลางก็ได้ แต่ในการสนทนาอาจสื่อว่าผู้พูดไม่ค่อยอยากทำ ต้องดูน้ำเสียงและบริบทว่ามีความรู้สึกไม่เต็มใจหรือไม่

แบบฝึกหัด

คุณต้องการเช็กว่าพิพิธภัณฑ์กำหนดให้ผู้เข้าชมฝากกระเป๋าไว้ที่เคาน์เตอร์หรือไม่ ควรถามว่าอย่างไร

  1. Can I leave my bag at the desk?
  2. Do I have my bag at the desk?
  3. Do I have to leave my bag at the desk?
ดูคำตอบ

Do I have to leave my bag at the desk?

No, just make the clickety-clack noise. วลี

2:01

ไม่จ้ะ แค่ทำให้เกิดเสียงกริก-กรับก็พอ

วลี

make the clickety-clack noise: ทำเสียงก๊อกแก๊กซ้ำ ๆ

รูปแบบ make a sound/noise เป็นวิธีทั่วไปในภาษาอังกฤษที่ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของส่งเสียงออกมา ในที่นี้ make the clickety-clack noise หมายถึงทำเสียงซ้ำ ๆ แบบนั้นโดยเฉพาะ Clickety-clack เป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติ โดยเลียนเสียงคลิกหรือเสียงกระทบสั้น ๆ ที่ดังซ้ำอย่างรวดเร็ว เช่น เสียงวัตถุแข็งกระทบกัน เป็นคำที่ให้ภาพชัดและไม่เป็นทางการ ไม่ใช่ศัพท์ทางดนตรีหรือทางเทคนิคที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าล้อส่งเสียงแบบนี้

  1. The wooden train wheels do a clickety-clack noise.
  2. The wooden train wheels make a clickety-clack noise.
  3. The wooden train wheels say a clickety-clack noise.
ดูคำตอบ

The wooden train wheels make a clickety-clack noise.

Ah, I see Rebecca has cymbals.

2:06

อา ครูเห็นรีเบคก้ามีฉาบ

Squeak.

2:09

จี๊ดๆ

Yes.

2:10

ใช่จ้ะ

Now you know what your instruments sound like, ไวยากรณ์

2:12

ตอนนี้พวกเธอรู้แล้วว่าเครื่องดนตรีของตัวเองเสียงเป็นยังไง

we can play them all together.

2:15

เรามาเล่นพร้อมกันทั้งหมดเลยนะ

ไวยากรณ์

what your instruments sound like: ลำดับคำในอนุประโยคคำถาม wh ที่ฝังอยู่

what your instruments sound like เป็นอนุประโยคคำถาม wh ที่อยู่หลัง know อนุประโยคนี้บอกข้อมูลที่ตอนนี้ทราบแล้วว่าเครื่องดนตรีมีเสียงแบบใด ใน sound like คำว่า what ใช้แทนคำอธิบายลักษณะของเสียงนั้น เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา เช่น your instruments sound การมี what ไม่ได้ทำให้เป็นคำถามตรง จึงไม่เติม do

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรงให้เป็นอนุประโยค wh เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Please tell me ____. คำถามตรง: What does the bell sound like?

ดูคำตอบ

what the bell sounds like

Ready?

2:17

พร้อมไหม?

Ready, go!

2:18

เตรียมตัว ไปเลย!

Stop, stop, stop!

2:21

หยุด หยุด หยุด!

That is not music.

2:23

นั่นไม่ใช่ดนตรี

That is just noise.

2:25

นั่นมันแค่เสียงหนวกหู

Anybody can bang, bang, bang, ลำดับความ

2:27

ใครๆ ก็ตี ตี ตี ได้

but to make music, you have to listen to each other and keep in time. วลี

2:29

แต่การจะสร้างดนตรี พวกเธอต้องฟังซึ่งกันและกันและรักษาจังหวะด้วย

ลำดับความ

Anybody can ..., but to ... you have to ...: เปรียบเทียบการกระทำง่าย ๆ กับกฎที่จำเป็น

ช่วงต้น Anybody can bang, bang, bang นำเสนอการเคาะว่าเป็นการกระทำพื้นฐานที่ทำได้ง่าย จากนั้น but เปลี่ยนไปยังประเด็นสำคัญว่า การทำดนตรีเป็นมากกว่าแค่การทำเสียงดัง วลีบอกจุดประสงค์ to make music มาก่อนกฎ you have to ใช้บอกสิ่งที่จำเป็น และ and เชื่อมข้อกำหนดสองอย่างคือ listen to each other และ keep in time ซึ่งหมายถึงรักษาจังหวะเดียวกัน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Anybody can X, but to achieve Y, you have to do Z

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือ เริ่มจากการกระทำง่าย ๆ แล้วตามด้วย but เป้าหมาย และเงื่อนไขที่จำเป็น?

  1. Anybody can take a photo, and a sharp one looks better in a frame.
  2. To take a sharp photo, hold the camera steady and check the light.
  3. Anybody can take a photo, but to take a sharp one, you have to hold the camera steady.
ดูคำตอบ

Anybody can take a photo, but to take a sharp one, you have to hold the camera steady.

วลี

keep in time: รักษาจังหวะให้ตรงกัน

ในบริบทดนตรีและการเต้น keep in time หมายถึงเล่นหรือเคลื่อนไหวตามจังหวะที่สม่ำเสมอ โดยไม่เร็วล้ำหน้าหรือช้าตามหลัง ตรงนี้ time หมายถึงจังหวะดนตรี ไม่ใช่เวลาตามนาฬิกา เมื่อหลายคนแสดงร่วมกัน ยังหมายถึงทุกคนต้องอยู่ในจังหวะเดียวกันด้วย จึงต้องฟังคนอื่นและปรับให้ตรงกับจังหวะร่วม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านักเต้นเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรี?

  1. The dancers arrive on time for rehearsal.
  2. The dancers keep in time with the music.
  3. The dancers finish in time for dinner.
ดูคำตอบ

The dancers keep in time with the music.

Madam Gazelle,

2:34

คุณครูกาเซลคะ

I can't listen and do music.

2:36

หนูฟังไปด้วยเล่นดนตรีไปด้วยไม่ได้ค่ะ

Can you clap?

2:39

เธอตบมือได้ไหม?

Yes.

2:41

ได้ค่ะ

If you can clap, you can make music. ไวยากรณ์

2:42

ถ้าเธอตบมือได้ เธอก็สร้างดนตรีได้

ไวยากรณ์

If you can ..., you can ... เพื่อให้กำลังใจ

รูปแบบ If you can ..., you can ... เริ่มจากความสามารถที่คุ้นเคย แล้วใช้สิ่งนั้นแสดงให้เห็นว่าอีกการกระทำหนึ่งก็ทำได้เช่นกัน can ทั้งสองตำแหน่งบอกความสามารถ คือการทำสิ่งแรกได้ช่วยเป็นพื้นฐานให้ทำสิ่งที่สองได้ ตรงนี้ if ไม่ได้ตั้งข้อสงสัยอย่างจริงจังว่าผู้ฟังตบมือได้หรือไม่ ผู้พูดใช้การตบมือเป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ทำให้การสร้างดนตรีดูเป็นไปได้และกระตุ้นให้ผู้ฟังลองทำ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบประโยคให้กำลังใจที่ใช้ can ให้สมบูรณ์: ____ read a map, ____ find the station.

ดูคำตอบ

If you can · you can

All the girls, please copy me. น้ำเสียง/เจตนา

2:46

สาวๆ ทุกคน ทำตามครูนะจ๊ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Please copy me: ขอให้ผู้อื่นทำท่าตาม

ในคำสั่งในชั้นเรียนนี้ copy me หมายถึงให้ทำสิ่งเดียวกับที่ผู้พูดกำลังสาธิต ตรงนี้ copy คือการเลียนแบบการเคลื่อนไหวหรือวิธีทำของคน ไม่ใช่การทำสำเนาไฟล์หรือคัดลอกข้อความ Please ทำให้คำสั่งสุภาพขึ้น แต่คำสั่งยังคงตรงและชัดเจน

แบบฝึกหัด

ครูสอนเต้นกำลังสาธิตท่าหนึ่งและต้องการให้ทุกคนทำตาม คำสั่งใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Please copy me.
  2. Please copy this sentence.
  3. Please repeat after me.
ดูคำตอบ

Please copy me.

Now, boys.

2:51

ทีนี้ก็หนุ่มๆ

Madam Gazelle has made the clapping into music. ไวยากรณ์

2:55

คุณครูกาเซลเปลี่ยนเสียงตบมือให้เป็นดนตรี

ไวยากรณ์

Make X into Y: การแสดงการเปลี่ยนแปลง

Make X into Y หมายถึงเปลี่ยน X ให้กลายเป็น Y ในประโยคนี้ the clapping คือ X ซึ่งเป็นกิจกรรมตั้งต้น และ music คือ Y ซึ่งเป็นผลลัพธ์ รูปแบบคือ make + X + into + Y โดย Into ชี้ไปที่ผลลัพธ์ใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในสถานที่ เนื่องจากประโยคใช้ has คำว่า make จึงอยู่ในรูป made

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อทำรูปแบบ make X into Y ให้สมบูรณ์: The children made the cardboard box ____ a castle.

ดูคำตอบ

into

And stop.

2:58

และหยุด

Now, we will learn how to play our instruments together.

3:01

ตอนนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีเล่นเครื่องดนตรีของเราด้วยกัน

Meow.

3:06

เมี๊ยว

The parents have come to pick up the children. กริยาวลี

3:07

ผู้ปกครองมารับเด็กๆ แล้ว

กริยาวลี

pick up the children: ไปรับเด็ก ๆ

ในที่นี้ pick up the children หมายถึงไปยังที่ที่เด็ก ๆ อยู่ พบพวกเขา แล้วพากลับไปด้วยกัน โดยปกติคือกลับบ้าน ไม่ได้หมายถึงยกเด็กขึ้นจากพื้น วลีนี้ใช้พูดถึงการไปรับใครสักคนจากสถานที่หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ ประเด็นสำคัญคือไปหาคนนั้นแล้วออกจากที่นั่นด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการไปรับใครสักคน: I'll ____ Maya from school at four.

ดูคำตอบ

pick up

Ah, you're just in time. สำนวน

3:10

อา พวกคุณมาได้จังหวะพอดีเลย

สำนวน

you're just in time: มาถึงทันก่อนที่จะสายเกินไป

ในประโยคนี้ you're just in time หมายถึงผู้ปกครองมาถึงในจังหวะที่เหมาะพอดี ก่อนที่จะพลาดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น just เพิ่มความหมายว่าเหลือเวลาน้อยมากหรือจังหวะที่มาถึงนั้นเหมาะเจาะเป็นพิเศษ วลีนี้เน้นการมาทันเหตุการณ์หรือโอกาสก่อนที่จะสายเกินไป ไม่ได้หมายถึงเพียงการมาตามตารางเวลา

แบบฝึกหัด

คุณไปถึงชานชาลาขณะที่ประตูรถไฟเที่ยวสุดท้ายกำลังจะปิด สำนวนใดอธิบายเวลาที่คุณมาถึงได้ดีที่สุด

  1. just in time
  2. on time
  3. from time to time
ดูคำตอบ

just in time

May I present the Shake, Rattle, and Bang Orchestra. น้ำเสียง/เจตนา

3:12

ขอเชิญพบกับวงออร์เคสตราเขย่า สั่น และตี

น้ำเสียง/เจตนา

May I present ... สำหรับการแนะนำอย่างเป็นทางการ

May I present + บุคคล กลุ่ม หรือการแสดง เป็นสำนวนสุภาพที่พิธีกรใช้แนะนำอย่างเป็นทางการต่อผู้ชม ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้ประกาศการปรากฏตัวของวงออร์เคสตราและดึงความสนใจไปยังการแสดงที่จะเริ่มขึ้น present ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงแนะนำบุคคลต่อหน้าผู้ชม ไม่ได้หมายถึงของขวัญหรือเวลาปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

พิธีกรกำลังแนะนำการแสดงชุดถัดไปต่อผู้ชมอย่างเป็นทางการ ประโยคใดทำหน้าที่นี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. May I join our next performers?
  2. May I ask our next performers?
  3. May I present our next performers?
ดูคำตอบ

May I present our next performers?

Hooray!

3:17

ไชโย!

Children, ready, steady, go! วัฒนธรรม

3:18

เด็กๆ เข้าที่ เตรียมตัว ไปเลย!

วัฒนธรรม

Ready, steady, go! คำสั่งเริ่มต้นแบบบริติช

Ready, steady, go! เป็นคำสั่งเริ่มต้นแบบตายตัวในภาษาอังกฤษแบบบริติช ใช้ก่อนเริ่มการแข่งขัน เกม หรือกิจกรรมกลุ่ม ready บอกให้ผู้เข้าร่วมเตรียมตัว steady บอกให้อยู่นิ่งและอยู่ในท่าพร้อม ส่วน go เป็นสัญญาณให้เริ่ม ให้เข้าใจคำทั้งชุดเป็นสำนวนเริ่มต้นหนึ่งชุด ในสำนวนนี้ steady ไม่ได้เป็นเพียงคำบรรยายที่หมายถึงมั่นคง

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งเริ่มกิจกรรมแบบบริติชที่ใช้กันทั่วไปให้สมบูรณ์: Ready, ____, go!

ดูคำตอบ

steady

Bravo!

3:29

บราโว่!

Perhaps some of my old pupils would like to join in too. โน้ต

3:32

บางทีลูกศิษย์เก่าของครูบางคนอาจจะอยากมาร่วมวงด้วย

การใช้คำ

old pupils: อดีตนักเรียน ไม่ใช่นักเรียนที่อายุมากกว่า

ในประโยคนี้ my old pupils หมายถึงคนที่ผู้พูดเคยสอนในอดีต ไม่ใช่นักเรียนที่มีอายุมาก บริบทต่อมาระบุว่าคนเหล่านี้ปัจจุบันเป็นผู้ปกครองแล้ว จึงยืนยันได้ว่า old ชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนในอดีต ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในโรงเรียน pupil หมายถึงนักเรียนในโรงเรียน โดยเฉพาะเด็ก เมื่อใช้กับคำนามที่บอกบทบาทนี้ old อาจหมายถึง “ในอดีต” ได้ บริบทจะเป็นตัวตัดสินว่าหมายถึงความสัมพันธ์ในอดีตหรืออายุจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The school invited its old pupils back for a reunion,” old pupils หมายถึงใคร

  1. นักเรียนที่อายุมากกว่าครูทุกคน
  2. นักเรียนที่เพิ่งเริ่มเรียนที่โรงเรียน
  3. อดีตนักเรียนของโรงเรียน
ดูคำตอบ

อดีตนักเรียนของโรงเรียน

น้ำเสียง/เจตนา

would like to: วิธีแสดงความต้องการอย่างสุภาพ

โครงสร้าง would like to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความต้องการหรือความเต็มใจที่จะทำบางอย่างอย่างสุภาพ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเสนออย่างนุ่มนวลว่าอดีตลูกศิษย์บางคนอาจเต็มใจเข้าร่วม โดย would ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์เป็นอดีต เมื่อเทียบกับ want to แล้ว would like to มักตรงน้อยกว่า ใช้บ่อยในการเชิญ การเสนอ การขอร้อง และการบอกความต้องการของใครบางคนอย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

เติมคำขอที่สุภาพนี้ด้วย would like to: I ____ speak to the manager, please.

ดูคำตอบ

would like to

กริยาวลี

join in: เข้าร่วมกิจกรรม

join in หมายถึงการเริ่มเข้าร่วมกิจกรรมที่คนอื่นกำลังทำอยู่แล้วหรือกิจกรรมที่จัดไว้แล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนลูกศิษย์เก่าของตนให้มาร่วมด้วย ถ้ารู้อยู่แล้วว่าหมายถึงกิจกรรมใด สามารถใช้ join in เพียงลำพังได้ หรือจะตามด้วยชื่อกิจกรรมก็ได้ เช่น join in the game จุดเน้นคือการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ไม่ใช่การสมัครเป็นสมาชิกขององค์กร

แบบฝึกหัด

กลุ่มหนึ่งกำลังร้องเพลงอยู่แล้ว คำชวนใดสื่อชัดที่สุดว่าต้องการให้อีกคนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย?

  1. Come and join in.
  2. Come and sign up.
  3. Come and join the choir.
ดูคำตอบ

Come and join in.

Find your instruments, children.

3:36

หาเครื่องดนตรีของตัวเองเลยจ้ะ เด็กๆ

Yes, Madam Gazelle.

3:39

ค่ะ คุณครูกาเซล

Madam Gazelle used to teach all the mummies and daddies when they were little. โน้ต

3:41

คุณครูกาเซลเคยสอนคุณพ่อคุณแม่ทุกคนตอนที่พวกเขายังเด็ก

ไวยากรณ์

used to teach: เคยสอนในอดีต แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป

used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือสภาพที่ดำเนินอยู่ในอดีต แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้วหรือถูกนำมาเปรียบต่างกับปัจจุบัน ดังนั้น used to teach จึงหมายถึงการสอนคนเหล่านี้เป็นเรื่องของช่วงเวลาก่อนหน้านี้ หลัง used to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน teach ไม่ใช่ teaching สิ่งที่เปลี่ยนอาจเป็นบุคคลหรือสถานการณ์ก็ได้ ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ามาดามกาเซลเลิกสอนทุกคนแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการสอนที่นี่เป็นเรื่องในช่วงเวลาก่อนหน้านี้และไม่ใช่สถานการณ์ปัจจุบันแล้ว?

  1. She is getting used to teaching here.
  2. She is used to teaching here.
  3. She used to teach here.
ดูคำตอบ

She used to teach here.

การใช้คำ

the mummies and daddies: ภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับเด็กที่ใช้เรียกพ่อแม่

ในประโยคนี้ the mummies and daddies หมายถึงแม่และพ่อของเด็ก ๆ หรือก็คือกลุ่มผู้ปกครอง ถ้อยคำนี้มองจากมุมของเด็กเล็ก จึงฟังดูอบอุ่นและเป็นภาษาแบบเด็ก Mummies เป็นรูปพหูพจน์ของ mummy ซึ่งในภาษาอังกฤษแบบบริติชหมายถึง “แม่” แม้ mummies จะหมายถึง “มัมมี่” ได้เช่นกัน แต่การใช้คู่กับ daddies และบริบทเรื่องครอบครัวทำให้รู้ชัดว่าที่นี่หมายถึงผู้ปกครอง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the mummies and daddies หมายถึงใคร?

  1. พ่อแม่ของคุณครูกาเซลเอง
  2. ร่างที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์
  3. แม่และพ่อของเด็ก ๆ
ดูคำตอบ

แม่และพ่อของเด็ก ๆ

It's quite hard, Daddy,

3:46

มันค่อนข้างยากนะคุณพ่อ

but you do it like this.

3:48

แต่พ่อต้องทำแบบนี้

Let me see if I've got that right. น้ำเสียง/เจตนา

3:51

ขอพ่อดูหน่อยสิว่าพ่อทำถูกไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Let me see if I've got that right: การตรวจสอบว่าตนเองเข้าใจถูกต้อง

Let me see if I've got that right เป็นวิธีพูดแบบสนทนาเพื่อเช็กว่าคุณเข้าใจบางอย่างหรือทำตามขั้นตอนได้ถูกต้องหรือไม่ Let me see if เป็นส่วนที่เริ่มการตรวจสอบ ส่วน I've got that right หมายถึง “ฉันเข้าใจหรือทำสิ่งนั้นได้ถูกต้อง” got ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงได้รับสิ่งของจริง ๆ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าตนเองถูกต้อง แต่ใช้ประโยคนี้เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยยืนยันหรือแก้ไขสิ่งที่ลองทำ จึงเหมาะหลังจากฟังคำแนะนำ ดูการสาธิต หรือทวนข้อมูล

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งทำตามท่าใหม่และอยากให้อีกฝ่ายช่วยดูว่าทำถูกหรือไม่ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Let me see if I've got that right.
  2. Let me show you that I am right.
  3. Let me see what you've got there.
ดูคำตอบ

Let me see if I've got that right.

Daddy, you can play the drums. วลี

3:56

คุณพ่อ พ่อเล่นกลองได้นี่

วลี

play the drums: การบอกทักษะการเล่นกลอง

ใน play the drums คำว่า play หมายถึง “บรรเลงเครื่องดนตรี” ไม่ใช่ “เล่นสนุก” ทั้งวลีจึงหมายถึงเล่นกลองหรือมีทักษะทางดนตรีนี้ เมื่อต้องการบอกชื่อเครื่องดนตรีแบบทั่วไปและเป็นกลาง ภาษาอังกฤษมักใช้ play the + ชื่อเครื่องดนตรี เช่น play the piano, play the guitar, play the drums และมักใช้ drums ในรูปพหูพจน์เมื่อหมายถึงกลองชุดหรือทักษะการเล่นกลอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “เล่นกลองเป็น”: Leo can ____.

ดูคำตอบ

play the drums

I am a bit of an expert at drumming. น้ำเสียง/เจตนา

3:59

พ่อก็เชี่ยวชาญเรื่องการตีกลองอยู่นิดหน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

a bit of an expert at drumming: ชมความสามารถของตัวเองแบบเบา ๆ และขำ ๆ

an expert at drumming หมายถึงคนที่มีทักษะหรือความรู้เรื่องการเล่นกลองในระดับสูง หลัง expert at ใช้คำนามหรือคำกริยารูป -ing เพื่อระบุด้านหรือกิจกรรมที่เชี่ยวชาญได้ ตรงนี้ a bit of ช่วยลดความหนักแน่นของคำว่า expert ในบทสนทนาสบาย ๆ I’m a bit of an expert at ... มักฟังเหมือนการชมตัวเองแบบขำ ๆ และถ่อมลงเล็กน้อย ผู้พูดกำลังบอกว่าตนมีฝีมือจริง แต่ไม่ได้ประกาศคุณวุฒิวิชาชีพอย่างจริงจัง ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “ส่วนหนึ่งของผู้เชี่ยวชาญ”

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้สำนวนนี้: ระหว่างมื้อบรันช์สบาย ๆ Sam พูดว่า “I'm a bit of an expert at making pancakes.”

  1. เหมาะสม เพราะทำให้การชมตัวเองฟังดูเบาและขำ ๆ
  2. ไม่เหมาะสม เพราะ a bit of an expert หมายความว่า Sam แทบไม่มีทักษะ
ดูคำตอบ

เหมาะสม เพราะทำให้การชมตัวเองฟังดูเบาและขำ ๆ

That's good shake, rattle, and banging.

4:05

นั่นเป็นการเขย่า สั่น และตีที่ดีมาก

Now, for a tune. ลำดับความ

4:08

เอาล่ะ บรรเลงเพลงเลย

ลำดับความ

Now, for ...: วลีเปลี่ยนช่วงในการพูดเพื่อประกาศสิ่งถัดไป

Now, for a tune. เป็นวลีเปลี่ยนช่วงสั้น ๆ ในภาษาพูด วลีนี้ปิดขั้นตอนก่อนหน้าและดึงความสนใจไปยังรายการถัดไป ซึ่งก็คือทำนองเพลง โครงสร้าง Now, for + นามวลี เป็นโครงสร้างย่อที่ละประธานและกริยาไว้ ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ Now it's time for a tune คำว่า Now ช่วยเดินลำดับไปข้างหน้า ส่วน for a tune ระบุว่าสิ่งใดจะมาต่อ

แบบฝึกหัด

พิธีกรจบกิจกรรมหนึ่งแล้วและต้องการประกาศคำถามสุดท้าย ประโยคใดใช้เป็นวลีเปลี่ยนไปยังรายการถัดไปได้อย่างกระชับ

  1. Now, we answered the final question.
  2. Now, the final question was difficult.
  3. Now, for the final question.
ดูคำตอบ

Now, for the final question.

My Daddy can shake, rattle, and bang.

4:28

พ่อของฉันเขย่า สั่น และตีได้