6 วลีความสัมพันธ์ที่คุณต้องรู้ - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
228 คำ 178 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: เรื่องเข้าใจผิดในการออกเดตที่เล่าด้วยอารมณ์ขันนำเข้าสู่การทบทวนภาษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความรู้สึกว่าเข้ากันได้ดีและความคาดหวังเรื่องแต่งงาน ไปจนถึงข้อความที่ไม่ได้รับการตอบกลับ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. really hit it off. — กริยาวลี: เข้าใจว่าสำนวนนี้บอกว่าคนสองคนรู้สึกเข้ากันได้และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่เริ่มพบกัน โดย really ช่วยเน้นความรู้สึกถูกคอที่ชัดเจน คุณจะใช้เล่าจุดเริ่มต้นที่ดีของการออกเดตหรือมิตรภาพได้ โดยไม่แปล hit และ off ตรงตัวจนผิดความหมาย 2. take the plunge, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่าเป็นภาพเปรียบเทียบของการตัดสินใจก้าวครั้งสำคัญในที่สุด แม้จะมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน ซึ่งในเรื่องนี้หมายถึงการแต่งงาน คุณจะนำไปใช้พูดถึงความสัมพันธ์ การเปลี่ยนอาชีพ และการตัดสินใจสำคัญอื่น ๆ ในชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ghosting me. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้คำไม่เป็นทางการสมัยใหม่ที่หมายถึงการที่ใครบางคนหายไปจากการติดต่ออย่างฉับพลันและหยุดตอบข้อความ คุณจะเข้าใจคำนี้ในการสนทนาเรื่องการออกเดตและสื่อสังคมออนไลน์ และแยกออกจากการยุติการติดต่อที่มีการแจ้งหรืออธิบายเหตุผลไว้อย่างชัดเจนได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I met him last week.

0:00

ฉันเจอเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

We went on a couple of dates วลี

0:02

เราไปเดตกันมาสองสามครั้ง

วลี

went on a couple of dates: พูดถึงประสบการณ์เดตในอดีต

go on a date เป็นวลีธรรมชาติที่ใช้เมื่อใช้เวลากับใครสักคนในลักษณะเชิงความรัก ในประโยคนี้ went เป็นรูปอดีตของ go จึงหมายความว่าการเดตเกิดขึ้นแล้ว a couple of dates โดยปกติหมายถึงการเดตสองครั้ง แต่ในภาษาพูดสบาย ๆ a couple of อาจหมายถึงจำนวนเล็กน้อยได้เช่นกัน ในที่นี้ date หมายถึงการนัดพบเชิงความรัก ไม่ใช่วันที่ในปฏิทิน และ go on เป็นส่วนหนึ่งของวลี ไม่ได้หมายถึง “ทำต่อไป”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go on a date และวลี a couple of: Before becoming a couple, Maya and Leo ____.

ดูคำตอบ

went on a couple of dates

and I thought we really hit it off. กริยาวลี

0:04

และฉันคิดว่าเราเข้ากันได้ดีมากจริงๆ

กริยาวลี

really hit it off: รู้สึกเข้ากันได้ทันที

hit it off เป็นสำนวนที่หมายถึงคนสองคนรู้สึกสบายใจต่อกันอย่างรวดเร็วและเข้ากันได้ดีเมื่อตอนที่เพิ่งพบกันหรือเริ่มใช้เวลาร่วมกัน really เน้นการประเมินนี้ให้ชัดขึ้นว่าความสัมพันธ์ดูเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ ในสำนวนนี้ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใด และ hit กับ off ก็ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวทั่วไป ควรเข้าใจ hit it off เป็นสำนวนทั้งชุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย really และสำนวนที่หมายถึง “เข้ากันได้ดีอย่างรวดเร็วตั้งแต่แรก”: Lena and I met at a workshop and ____.

ดูคำตอบ

really hit it off

I was sure that he was going to pop the question. โน้ต

0:07

ฉันมั่นใจเลยว่าเขากำลังจะขอแต่งงาน

ไวยากรณ์

was going to: เหตุการณ์ในอนาคตเมื่อมองจากอดีต

was going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้มองไปข้างหน้าจากจุดหนึ่งในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังย้อนเล่าว่าตอนนั้นตนมั่นใจว่าเขาจะขอแต่งงานหลังจากเวลานั้น โครงสร้างนี้บอกความคาดหวัง ความตั้งใจ หรือแผนที่มีอยู่ในอดีต แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริงในภายหลังหรือไม่ ต้องดูผลจากเนื้อเรื่องต่อไป

แบบฝึกหัด

was going to ใน “I thought it was going to rain” หมายถึงอะไร

  1. ฉันกำลังคาดการณ์เรื่องฝนจากเวลาปัจจุบัน
  2. ฝนหยุดไปแล้วก่อนที่ฉันจะนึกถึงเรื่องนี้
  3. ณ เวลานั้นในอดีต ฉันคาดว่าฝนจะตกในภายหลัง
ดูคำตอบ

ณ เวลานั้นในอดีต ฉันคาดว่าฝนจะตกในภายหลัง

สำนวน

pop the question: ขอใครสักคนแต่งงาน

pop the question เป็นสำนวนที่หมายถึง “ขอใครสักคนแต่งงาน” หรือ “ขอแต่งงาน” ในประโยคนี้ the question หมายถึงคำขอแต่งงาน ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการถามคำถามทั่วไป และ pop ก็ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ขอแต่งงาน”: After carrying the ring for a week, Daniel finally decided to ____.

ดูคำตอบ

pop the question

He even got down on one knee, วัฒนธรรม

0:11

เขาถึงกับคุกเข่าลงข้างหนึ่งเลยนะ

วัฒนธรรม

got down on one knee: สัญญาณของการขอแต่งงาน

Got down on one knee หมายถึงเขาลดตัวลงจนเข่าข้างหนึ่งแตะหรือเกือบแตะพื้น เป็นการบรรยายท่าทางเฉพาะ ไม่ใช่แค่การย่อตัวธรรมดา ในสถานการณ์โรแมนติก การกระทำนี้เป็นสัญญาณที่คนคุ้นเคยว่าอาจกำลังจะมีการขอแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่ในสถานการณ์อื่นท่านี้อาจมีเหตุผลในทางปฏิบัติ ดังนั้นความหมายเรื่องการขอแต่งงานจึงมาจากบริบท ไม่ใช่จากคำเหล่านี้เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ในฉากโรแมนติก “He got down on one knee” ชวนให้นึกถึงสิ่งใดมากที่สุด?

  1. เขาอาจกำลังจะขอแต่งงาน
  2. เขาต้องการให้ทุกคนนั่งบนพื้น
  3. เขากำลังจะเริ่มการแข่งขันอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เขาอาจกำลังจะขอแต่งงาน

but that's just because he dropped something.

0:13

แต่ที่จริงเป็นแค่เพราะเขาทำของตกต่างหาก

I'm ready to take the plunge, สำนวน

0:17

ฉันพร้อมที่จะตกลงปลงใจแล้ว

สำนวน

take the plunge: ตัดสินใจก้าวครั้งสำคัญที่มีความเสี่ยง

take the plunge เป็นสำนวนที่หมายถึงการเลิกลังเลและตัดสินใจลงมือทำสิ่งสำคัญ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน ภาพตามตัวอักษรคือการกระโดดลงน้ำลึก แต่โดยทั่วไปใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ บริบทเรื่องการแต่งงานทำให้ก้าวสำคัญนั้นหมายถึงการแต่งงาน อย่างไรก็ตาม ตัวสำนวนเองไม่ได้แปลว่าแต่งงาน เพราะในบริบทอื่นอาจหมายถึงการเริ่มธุรกิจ เปลี่ยนอาชีพ หรือย้ายไปอยู่ที่ใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take the plunge ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Sam took the plunge and checked whether the door was closed.
  2. Sam took the plunge and put a clean spoon in the drawer.
  3. After years of renting, Sam took the plunge and bought a small apartment.
ดูคำตอบ

After years of renting, Sam took the plunge and bought a small apartment.

but I think he's ghosting me. การใช้คำ

0:19

แต่ฉันคิดว่าเขากำลังเทฉัน (ghosting)

การใช้คำ

ghosting me: หยุดติดต่ออย่างกะทันหันโดยไม่อธิบาย

to ghost someone เป็นสำนวนไม่เป็นทางการสมัยใหม่ หมายถึงคนที่เคยติดต่อกันจู่ ๆ ก็หยุดตอบหรือหยุดสื่อสารโดยไม่อธิบายเหตุผล ใน he's ghosting me คำว่า ghost เป็นคำกริยา ส่วน me คือคนที่ถูกเมินและไม่ได้รับคำตอบ รูป present continuous ใน he's ghosting แสดงว่าผู้พูดมองว่าความเงียบที่ไม่มีคำอธิบายนี้เป็นสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่แค่ข้อความเดียวที่ไม่ได้รับคำตอบ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “Alex has been ghosting me for two weeks.” ประโยคนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. Alex กำลังเล่าเรื่องผี
  2. Alex หยุดตอบอย่างกะทันหันโดยไม่อธิบายเหตุผล
  3. Alex ส่งข้อความอย่างชัดเจนเพื่อยุติมิตรภาพ
ดูคำตอบ

Alex หยุดตอบอย่างกะทันหันโดยไม่อธิบายเหตุผล

What should I do? น้ำเสียง/เจตนา

0:21

ฉันควรทำยังไงดี?

น้ำเสียง/เจตนา

What should I do?: ขอคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป

What should I do? เป็นคำถามที่ใช้ขอคำแนะนำจากอีกฝ่ายโดยตรงว่าขั้นตอนต่อไปที่ดีที่สุดคืออะไร ในที่นี้ should ใช้ถามว่าสิ่งใดเหมาะสมหรือสมเหตุสมผล ไม่ได้เป็นการออกคำสั่ง คำถามนี้มักใช้หลังจากอธิบายปัญหาแล้ว เพื่อขอให้อีกฝ่ายเสนอว่าควรทำอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดด้วยคำถามขอคำแนะนำตามที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: Two friends invited me to different parties at the same time. ____?

ดูคำตอบ

What should I do

In today's mini English lesson, ลำดับความ

0:27

ในบทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ ของวันนี้

ลำดับความ

In today's mini English lesson: กำหนดขอบเขตของบทเรียน

In today's mini English lesson เป็นกรอบประโยคเปิดที่จัดให้ข้อมูลถัดไปอยู่ในขอบเขตของบทเรียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ วันนี้ ผู้ฟังจึงรู้ว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นเนื้อหาบทเรียน ไม่ใช่เรื่องเล่าก่อนหน้านี้ที่เล่าต่อกัน in ในที่นี้บอกขอบเขตของบทเรียน ไม่ได้บอกสถานที่จริง today's ขยาย lesson ส่วน mini บอกว่าบทเรียนสั้นหรือเน้นประเด็นเฉพาะ หลังวลีนี้มักมีอนุประโยคหลักที่บอกว่าจะสอนเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปิดบทเรียนสั้น ๆ และบอกหัวข้อได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. In today's mini history lesson because Roman roads.
  2. In today's mini history lesson, we'll discover how the Romans built roads.
  3. Today's mini history lesson is physically inside history.
ดูคำตอบ

In today's mini history lesson, we'll discover how the Romans built roads.

we're going to review different relationship expressions.

0:29

เราจะมาทบทวนสำนวนต่างๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กัน

Now, I used a lot of those in that story.

0:32

ซึ่งฉันเพิ่งใช้สำนวนเหล่านั้นไปเยอะเลยในเรื่องเล่าเมื่อกี้

First, I said to go on a couple of dates.

0:35

อย่างแรก ฉันพูดว่า 'go on a couple of dates' (ไปเดตกันสองสามครั้ง)

This is basically the talking stage. การใช้คำ

0:39

นี่คือช่วงที่เราเริ่มพูดคุยกันนั่นเอง

การใช้คำ

the talking stage: ช่วงก่อนคบกันอย่างเป็นทางการ

The talking stage เป็นชื่อเรียกความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการในบริบทการเดตสมัยใหม่ หมายถึงช่วงที่คนสองคนสนใจกันและติดต่อพูดคุยกันเพื่อดูว่าจะพัฒนาเป็นความสัมพันธ์เชิงรักได้หรือไม่ แต่ยังไม่ได้ตกลงเป็นคู่รักกันอย่างเป็นทางการ talking ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคุยกันทั่วไปเท่านั้น วลีทั้งหมดใช้เรียกขั้นหนึ่งของความสัมพันธ์ ซึ่งมักยังไม่ชัดเจนเรื่องข้อผูกมัดหรือการคบกันเพียงสองคน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า the talking stage มากที่สุด

  1. เพื่อนร่วมงานสองคนกำลังคุยเรื่องรายงานในการประชุม
  2. คู่สมรสกำลังฉลองครบรอบแต่งงานยี่สิบปี
  3. คนสองคนชอบกันและกำลังทำความรู้จักกัน แต่ยังไม่ได้ตกลงคบกันอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

คนสองคนชอบกันและกำลังทำความรู้จักกัน แต่ยังไม่ได้ตกลงคบกันอย่างเป็นทางการ

It's when you get to know someone. วลี

0:41

มันคือตอนที่คุณกำลังทำความรู้จักใครสักคน

วลี

get to know someone: กระบวนการค่อย ๆ รู้จักใครสักคน

get to know someone หมายถึงค่อย ๆ รู้จักและคุ้นเคยกับใครสักคนผ่านการพูดคุยหรือการใช้เวลาร่วมกัน ในประโยคนี้เป็นกระบวนการที่ดำเนินไป ไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวที่ได้รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง โครงสร้างคือ get to know + บุคคล คำว่า get แสดงการเปลี่ยนแปลงจากการยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีไปสู่การรู้จักเขามากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ รู้จักและคุ้นเคย”: I joined a new club, so I want to ____ the other members.

ดูคำตอบ

get to know

Then I use the expression to hit it off,

0:43

จากนั้นฉันใช้สำนวน 'to hit it off' (ถูกชะตากัน)

which means to connect with someone วลี

0:45

ซึ่งหมายถึงการเข้ากันได้ดีกับใครสักคน

วลี

connect with someone: สร้างความผูกพันกับใครสักคน

connect with someone หมายถึงการสร้างความผูกพันทางความรู้สึกหรือความคิดกับใครสักคน มักเกิดขึ้นเมื่อพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือเข้าใจกัน ในที่นี้เป็นการอธิบายความหมายด้านความสัมพันธ์ของ hit it off ด้วยคำอื่น โครงสร้างคือ connect with + บุคคล โดยเน้นความเข้ากันได้ ไม่ใช่การเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างสิ่งของ และไม่ได้หมายถึงความรักเสมอไป เพราะเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ผู้พูด และผู้ฟังก็ connect กันได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนสองคน connect with each other?

  1. พวกเขาแลกข้อมูลติดต่อกัน แต่ไม่ได้สร้างความผูกพัน
  2. พวกเขาชอบพูดคุยกันและรู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้าใจตน
  3. พวกเขาเชื่อมอุปกรณ์สองชิ้นด้วยสายเคเบิล
ดูคำตอบ

พวกเขาชอบพูดคุยกันและรู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้าใจตน

or to have good chemistry with that person. สำนวน

0:48

หรือการมีเคมีที่ตรงกันกับคนคนนั้น

สำนวน

have good chemistry with someone: เข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือมีแรงดึงดูดต่อกัน

ในประโยคนี้ have good chemistry with someone เป็นการเปรียบเปรยเรื่องความสัมพันธ์ หมายถึงคนสองคนเข้ากันได้ง่าย การสนทนา จังหวะ หรือปฏิกิริยาที่มีต่อกันดูเป็นธรรมชาติ และอาจมีแรงดึงดูดระหว่างกัน ในบริบทของการออกเดต chemistry มักสื่อถึงแรงดึงดูดแบบโรแมนติก แต่เมื่อใช้กับนักแสดง พิธีกร เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนร่วมทีม ก็อาจหมายถึงเพียงการทำงานหรือมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ดี โดยไม่เกี่ยวกับความรัก

แบบฝึกหัด

“The two actors have great chemistry” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อ
  2. พวกเขากำลังทำการทดลองเคมี
  3. พวกเขาเพียงแค่เคยได้ยินเรื่องของกันและกัน
ดูคำตอบ

พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อ

Then I said that he was going to pop the question.

0:50

จากนั้นฉันก็พูดว่าเขากำลังจะ 'pop the question' (ขอแต่งงาน)

To pop the question

0:54

'To pop the question'

is when someone asks another to marry them.

0:55

คือการที่ใครสักคนขออีกคนแต่งงาน

I also use the expression

0:58

ฉันยังใช้สำนวน

to get down on one knee.

1:00

'to get down on one knee' (คุกเข่าลงข้างหนึ่ง) ด้วย

People usually get down on one knee

1:02

ผู้คนมักจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

to ask someone to marry them. วลี

1:04

เพื่อขอใครสักคนแต่งงาน

วลี

ask someone to marry them: ขอใครสักคนแต่งงาน

Ask someone to marry them หมายถึงการขอคนคนนั้นแต่งงานโดยตรง หรือการขอแต่งงานนั่นเอง ใช้โครงสร้าง ask + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย marry เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคทั่วไปนี้ someone คือคนที่ได้รับคำขอแต่งงาน ส่วน them ย้อนกลับไปหมายถึงแต่ละคนที่เป็นฝ่ายขอ ถ้าระบุผู้พูดอย่างชัดเจน สามารถพูดว่า I asked Sam to marry me คำสรรพนามตัวสุดท้ายระบุว่าผู้รับคำขอจะแต่งงานกับใคร จึงต้องมีความหมายอ้างอิงที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และหมายความว่า Daniel ขอ Casey แต่งงาน?

  1. Daniel asked to Casey to marry him.
  2. Daniel asked Casey marry him.
  3. Daniel asked Casey to marry him.
ดูคำตอบ

Daniel asked Casey to marry him.

It's very romantic.

1:06

มันโรแมนติกมากเลยล่ะ

I also used the expression

1:08

ฉันยังใช้สำนวน

to take the plunge.

1:09

'to take the plunge' (ตัดสินใจทำเรื่องสำคัญ)

It usually means to take a big risk. วลี

1:11

โดยปกติแล้วมันหมายถึงการยอมเสี่ยงครั้งใหญ่

วลี

take a big risk: ลงมือทำทั้งที่หลายอย่างอาจผิดพลาดได้

Take a risk เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันเป็นประจำ หมายถึงการลงมือทำทั้งที่มีโอกาสจริงว่าจะเกิดผลเสีย ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของ แต่เมื่อใช้กับ risk จะหมายถึงการยอมรับความไม่แน่นอนนั้น Big ขยาย risk และเน้นว่าอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนั้นร้ายแรง ในประโยคนี้ take a big risk บอกความหมายทั่วไปของสำนวน take the plunge ที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: Leaving the marked path in thick fog would be to ____.

ดูคำตอบ

take a big risk

And in this context, ลำดับความ

1:14

และในบริบทนี้

marriage.

1:16

ก็คือการแต่งงาน

ลำดับความ

in this context: เลือกความหมายที่ตั้งใจสื่อในที่นี้

In this context เป็นวลีที่กำหนดกรอบความเข้าใจ โดยบอกผู้ฟังให้เข้าใจสิ่งที่ตามมาภายในสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่เข้าใจเป็นความหมายทั่วไป ประโยคต้นฉบับเป็นรูปพูดแบบสั้นของ And in this context, it means marriage. การวางกรอบนี้ไว้ก่อนช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเปลี่ยนจากแนวคิดกว้าง ๆ เรื่องการเสี่ยงครั้งใหญ่ ไปสู่ความหมายเฉพาะที่ตั้งใจสื่อในที่นี้ ซึ่งก็คือการแต่งงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in this context เพื่อจำกัดคำให้เหลือความหมายที่ต้องการในการสนทนาปัจจุบัน

  1. The word “charge” has only one meaning in every situation.
  2. For context, the shop changed its prices last week.
  3. In this context, “charge” means a fee, not an accusation.
ดูคำตอบ

In this context, “charge” means a fee, not an accusation.

And lastly,

1:18

และสุดท้าย

ghosting.

1:19

'ghosting' (การหายตัวไปเงียบๆ/การเท)

It basically means that someone

1:20

โดยพื้นฐานแล้วมันหมายถึงการที่ใครบางคน

stops replying to your messages.

1:22

เลิกตอบข้อความของคุณ

If you don't know what that means, น้ำเสียง/เจตนา

1:24

ถ้าคุณไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร

you're lucky.

1:27

คุณโชคดีแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

If you don't know what that means, you're lucky: การปลอบใจด้วยการประชดเบา ๆ

ในประโยคนี้ that หมายถึง ghosting ประโยคเงื่อนไขนี้บอกเป็นนัยว่า คนที่ไม่รู้จักคำนี้อาจไม่เคยมีประสบการณ์ถูกเพิกเฉยหรือตัดการติดต่ออย่างกะทันหัน You're lucky ฟังดูเป็นคำเชิงบวก แต่กลับชี้โดยอ้อมว่า ghosting เป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจ ผู้พูดไม่ได้ชมว่าการไม่รู้นั้นดี แต่ใช้การประชดเบา ๆ และน้ำเสียงปลอบใจเพื่อบอกว่า หากประสบการณ์แย่ ๆ นี้เป็นสิ่งที่คุณไม่คุ้นเคย ก็ถือว่าโชคดี

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่อเป็นนัยว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า If you don't know what that means, you're lucky?

  1. ผู้พูดกำลังแสดงความยินดีกับผู้ฟังอย่างเป็นทางการที่รู้จักคำยาก
  2. ผู้ฟังสมควรได้รับคำชมเพราะปฏิเสธที่จะเรียนรู้ความหมายของ ghosting
  3. ผู้ฟังอาจโชคดีเพราะน่าจะไม่เคยประสบกับ ghosting
ดูคำตอบ

ผู้ฟังอาจโชคดีเพราะน่าจะไม่เคยประสบกับ ghosting

And there you have it. ลำดับความ

1:27

และนั่นก็คือทั้งหมด

ลำดับความ

there you have it: สำนวนปิดท้ายการอธิบาย

There you have it เป็นสำนวนปิดท้ายแบบตายตัวที่ใช้หลังจากอธิบาย สาธิต แจกแจงรายการ หรือแสดงผลลัพธ์เสร็จแล้ว สำนวนนี้บอกว่าข้อมูลที่จำเป็นถูกนำเสนอครบแล้วและส่วนนี้จบลง ในที่นี้ And เชื่อมสำนวนเข้ากับเนื้อหาก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ There และ have ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือการครอบครองตามตัวอักษร แต่สำนวนทั้งชุดช่วยจัดลำดับคำพูดด้วยการบอกว่าถึงตอนจบแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปิดท้ายด้วยสำนวนตายตัวที่หมายความว่าการอธิบายจบแล้ว: I've shown you all three steps, and ____.

ดูคำตอบ

there you have it

Now you can talk to your therapist

1:29

ตอนนี้คุณสามารถไปคุยกับนักจิตบำบัด

about your love life การใช้คำ

1:30

เกี่ยวกับชีวิตรักของคุณ

การใช้คำ

love life: ความสัมพันธ์เชิงรักและการออกเดต

love life เป็นวลีนามแบบคงรูป หมายถึงส่วนหนึ่งของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เชิงรัก การออกเดต และคู่รัก ในประโยคนี้ your love life หมายถึงประสบการณ์และความกังวลด้านความรักของคุณเอง วลีนี้เรียกชีวิตเพียงด้านหนึ่ง ไม่ได้หมายถึง "ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก" การกล่าวถึงนักบำบัดเพิ่มมุกเบา ๆ โดยทำให้ความกังวลเรื่องความรักดูเป็นเรื่องที่นำไปคุยในการบำบัดได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Jordan keeps his love life private," love life หมายถึงอะไร

  1. ทุกสิ่งที่เขาชอบในชีวิตประจำวัน
  2. มิตรภาพและกิจกรรมกลุ่มของเขา
  3. ความสัมพันธ์เชิงรักและประสบการณ์การออกเดตของเขา
ดูคำตอบ

ความสัมพันธ์เชิงรักและประสบการณ์การออกเดตของเขา

using the right expressions.

1:32

โดยใช้สำนวนที่ถูกต้องได้แล้ว