6 วลีความสัมพันธ์ที่คุณต้องรู้ - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
คำอธิบายวิดีโอ: เรื่องเข้าใจผิดในการออกเดตที่เล่าด้วยอารมณ์ขันนำเข้าสู่การทบทวนภาษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความรู้สึกว่าเข้ากันได้ดีและความคาดหวังเรื่องแต่งงาน ไปจนถึงข้อความที่ไม่ได้รับการตอบกลับ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. really hit it off. — กริยาวลี: เข้าใจว่าสำนวนนี้บอกว่าคนสองคนรู้สึกเข้ากันได้และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่เริ่มพบกัน โดย really ช่วยเน้นความรู้สึกถูกคอที่ชัดเจน คุณจะใช้เล่าจุดเริ่มต้นที่ดีของการออกเดตหรือมิตรภาพได้ โดยไม่แปล hit และ off ตรงตัวจนผิดความหมาย 2. take the plunge, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองออกว่าเป็นภาพเปรียบเทียบของการตัดสินใจก้าวครั้งสำคัญในที่สุด แม้จะมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน ซึ่งในเรื่องนี้หมายถึงการแต่งงาน คุณจะนำไปใช้พูดถึงความสัมพันธ์ การเปลี่ยนอาชีพ และการตัดสินใจสำคัญอื่น ๆ ในชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ghosting me. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้คำไม่เป็นทางการสมัยใหม่ที่หมายถึงการที่ใครบางคนหายไปจากการติดต่ออย่างฉับพลันและหยุดตอบข้อความ คุณจะเข้าใจคำนี้ในการสนทนาเรื่องการออกเดตและสื่อสังคมออนไลน์ และแยกออกจากการยุติการติดต่อที่มีการแจ้งหรืออธิบายเหตุผลไว้อย่างชัดเจนได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
went on a couple of dates: พูดถึงประสบการณ์เดตในอดีต
go on a date เป็นวลีธรรมชาติที่ใช้เมื่อใช้เวลากับใครสักคนในลักษณะเชิงความรัก ในประโยคนี้ went เป็นรูปอดีตของ go จึงหมายความว่าการเดตเกิดขึ้นแล้ว a couple of dates โดยปกติหมายถึงการเดตสองครั้ง แต่ในภาษาพูดสบาย ๆ a couple of อาจหมายถึงจำนวนเล็กน้อยได้เช่นกัน ในที่นี้ date หมายถึงการนัดพบเชิงความรัก ไม่ใช่วันที่ในปฏิทิน และ go on เป็นส่วนหนึ่งของวลี ไม่ได้หมายถึง “ทำต่อไป”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go on a date และวลี a couple of: Before becoming a couple, Maya and Leo ____.
ดูคำตอบ
went on a couple of dates
really hit it off: รู้สึกเข้ากันได้ทันที
hit it off เป็นสำนวนที่หมายถึงคนสองคนรู้สึกสบายใจต่อกันอย่างรวดเร็วและเข้ากันได้ดีเมื่อตอนที่เพิ่งพบกันหรือเริ่มใช้เวลาร่วมกัน really เน้นการประเมินนี้ให้ชัดขึ้นว่าความสัมพันธ์ดูเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ ในสำนวนนี้ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของใด และ hit กับ off ก็ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวทั่วไป ควรเข้าใจ hit it off เป็นสำนวนทั้งชุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย really และสำนวนที่หมายถึง “เข้ากันได้ดีอย่างรวดเร็วตั้งแต่แรก”: Lena and I met at a workshop and ____.
ดูคำตอบ
really hit it off
was going to: เหตุการณ์ในอนาคตเมื่อมองจากอดีต
was going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้มองไปข้างหน้าจากจุดหนึ่งในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังย้อนเล่าว่าตอนนั้นตนมั่นใจว่าเขาจะขอแต่งงานหลังจากเวลานั้น โครงสร้างนี้บอกความคาดหวัง ความตั้งใจ หรือแผนที่มีอยู่ในอดีต แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริงในภายหลังหรือไม่ ต้องดูผลจากเนื้อเรื่องต่อไป
แบบฝึกหัด
was going to ใน “I thought it was going to rain” หมายถึงอะไร
- ฉันกำลังคาดการณ์เรื่องฝนจากเวลาปัจจุบัน
- ฝนหยุดไปแล้วก่อนที่ฉันจะนึกถึงเรื่องนี้
- ณ เวลานั้นในอดีต ฉันคาดว่าฝนจะตกในภายหลัง
ดูคำตอบ
ณ เวลานั้นในอดีต ฉันคาดว่าฝนจะตกในภายหลัง
pop the question: ขอใครสักคนแต่งงาน
pop the question เป็นสำนวนที่หมายถึง “ขอใครสักคนแต่งงาน” หรือ “ขอแต่งงาน” ในประโยคนี้ the question หมายถึงคำขอแต่งงาน ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการถามคำถามทั่วไป และ pop ก็ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ขอแต่งงาน”: After carrying the ring for a week, Daniel finally decided to ____.
ดูคำตอบ
pop the question
got down on one knee: สัญญาณของการขอแต่งงาน
Got down on one knee หมายถึงเขาลดตัวลงจนเข่าข้างหนึ่งแตะหรือเกือบแตะพื้น เป็นการบรรยายท่าทางเฉพาะ ไม่ใช่แค่การย่อตัวธรรมดา ในสถานการณ์โรแมนติก การกระทำนี้เป็นสัญญาณที่คนคุ้นเคยว่าอาจกำลังจะมีการขอแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่ในสถานการณ์อื่นท่านี้อาจมีเหตุผลในทางปฏิบัติ ดังนั้นความหมายเรื่องการขอแต่งงานจึงมาจากบริบท ไม่ใช่จากคำเหล่านี้เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในฉากโรแมนติก “He got down on one knee” ชวนให้นึกถึงสิ่งใดมากที่สุด?
- เขาอาจกำลังจะขอแต่งงาน
- เขาต้องการให้ทุกคนนั่งบนพื้น
- เขากำลังจะเริ่มการแข่งขันอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
เขาอาจกำลังจะขอแต่งงาน
take the plunge: ตัดสินใจก้าวครั้งสำคัญที่มีความเสี่ยง
take the plunge เป็นสำนวนที่หมายถึงการเลิกลังเลและตัดสินใจลงมือทำสิ่งสำคัญ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน ภาพตามตัวอักษรคือการกระโดดลงน้ำลึก แต่โดยทั่วไปใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ บริบทเรื่องการแต่งงานทำให้ก้าวสำคัญนั้นหมายถึงการแต่งงาน อย่างไรก็ตาม ตัวสำนวนเองไม่ได้แปลว่าแต่งงาน เพราะในบริบทอื่นอาจหมายถึงการเริ่มธุรกิจ เปลี่ยนอาชีพ หรือย้ายไปอยู่ที่ใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ take the plunge ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Sam took the plunge and checked whether the door was closed.
- Sam took the plunge and put a clean spoon in the drawer.
- After years of renting, Sam took the plunge and bought a small apartment.
ดูคำตอบ
After years of renting, Sam took the plunge and bought a small apartment.
ghosting me: หยุดติดต่ออย่างกะทันหันโดยไม่อธิบาย
to ghost someone เป็นสำนวนไม่เป็นทางการสมัยใหม่ หมายถึงคนที่เคยติดต่อกันจู่ ๆ ก็หยุดตอบหรือหยุดสื่อสารโดยไม่อธิบายเหตุผล ใน he's ghosting me คำว่า ghost เป็นคำกริยา ส่วน me คือคนที่ถูกเมินและไม่ได้รับคำตอบ รูป present continuous ใน he's ghosting แสดงว่าผู้พูดมองว่าความเงียบที่ไม่มีคำอธิบายนี้เป็นสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่แค่ข้อความเดียวที่ไม่ได้รับคำตอบ
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “Alex has been ghosting me for two weeks.” ประโยคนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- Alex กำลังเล่าเรื่องผี
- Alex หยุดตอบอย่างกะทันหันโดยไม่อธิบายเหตุผล
- Alex ส่งข้อความอย่างชัดเจนเพื่อยุติมิตรภาพ
ดูคำตอบ
Alex หยุดตอบอย่างกะทันหันโดยไม่อธิบายเหตุผล
What should I do?: ขอคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป
What should I do? เป็นคำถามที่ใช้ขอคำแนะนำจากอีกฝ่ายโดยตรงว่าขั้นตอนต่อไปที่ดีที่สุดคืออะไร ในที่นี้ should ใช้ถามว่าสิ่งใดเหมาะสมหรือสมเหตุสมผล ไม่ได้เป็นการออกคำสั่ง คำถามนี้มักใช้หลังจากอธิบายปัญหาแล้ว เพื่อขอให้อีกฝ่ายเสนอว่าควรทำอะไรต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมคำพูดด้วยคำถามขอคำแนะนำตามที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: Two friends invited me to different parties at the same time. ____?
ดูคำตอบ
What should I do
In today's mini English lesson: กำหนดขอบเขตของบทเรียน
In today's mini English lesson เป็นกรอบประโยคเปิดที่จัดให้ข้อมูลถัดไปอยู่ในขอบเขตของบทเรียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ วันนี้ ผู้ฟังจึงรู้ว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นเนื้อหาบทเรียน ไม่ใช่เรื่องเล่าก่อนหน้านี้ที่เล่าต่อกัน in ในที่นี้บอกขอบเขตของบทเรียน ไม่ได้บอกสถานที่จริง today's ขยาย lesson ส่วน mini บอกว่าบทเรียนสั้นหรือเน้นประเด็นเฉพาะ หลังวลีนี้มักมีอนุประโยคหลักที่บอกว่าจะสอนเรื่องอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปิดบทเรียนสั้น ๆ และบอกหัวข้อได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- In today's mini history lesson because Roman roads.
- In today's mini history lesson, we'll discover how the Romans built roads.
- Today's mini history lesson is physically inside history.
ดูคำตอบ
In today's mini history lesson, we'll discover how the Romans built roads.
we're going to review different relationship expressions.
0:29เราจะมาทบทวนสำนวนต่างๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กัน
Now, I used a lot of those in that story.
0:32ซึ่งฉันเพิ่งใช้สำนวนเหล่านั้นไปเยอะเลยในเรื่องเล่าเมื่อกี้
First, I said to go on a couple of dates.
0:35อย่างแรก ฉันพูดว่า 'go on a couple of dates' (ไปเดตกันสองสามครั้ง)
the talking stage: ช่วงก่อนคบกันอย่างเป็นทางการ
The talking stage เป็นชื่อเรียกความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการในบริบทการเดตสมัยใหม่ หมายถึงช่วงที่คนสองคนสนใจกันและติดต่อพูดคุยกันเพื่อดูว่าจะพัฒนาเป็นความสัมพันธ์เชิงรักได้หรือไม่ แต่ยังไม่ได้ตกลงเป็นคู่รักกันอย่างเป็นทางการ talking ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคุยกันทั่วไปเท่านั้น วลีทั้งหมดใช้เรียกขั้นหนึ่งของความสัมพันธ์ ซึ่งมักยังไม่ชัดเจนเรื่องข้อผูกมัดหรือการคบกันเพียงสองคน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า the talking stage มากที่สุด
- เพื่อนร่วมงานสองคนกำลังคุยเรื่องรายงานในการประชุม
- คู่สมรสกำลังฉลองครบรอบแต่งงานยี่สิบปี
- คนสองคนชอบกันและกำลังทำความรู้จักกัน แต่ยังไม่ได้ตกลงคบกันอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
คนสองคนชอบกันและกำลังทำความรู้จักกัน แต่ยังไม่ได้ตกลงคบกันอย่างเป็นทางการ
get to know someone: กระบวนการค่อย ๆ รู้จักใครสักคน
get to know someone หมายถึงค่อย ๆ รู้จักและคุ้นเคยกับใครสักคนผ่านการพูดคุยหรือการใช้เวลาร่วมกัน ในประโยคนี้เป็นกระบวนการที่ดำเนินไป ไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวที่ได้รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง โครงสร้างคือ get to know + บุคคล คำว่า get แสดงการเปลี่ยนแปลงจากการยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีไปสู่การรู้จักเขามากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ รู้จักและคุ้นเคย”: I joined a new club, so I want to ____ the other members.
ดูคำตอบ
get to know
connect with someone: สร้างความผูกพันกับใครสักคน
connect with someone หมายถึงการสร้างความผูกพันทางความรู้สึกหรือความคิดกับใครสักคน มักเกิดขึ้นเมื่อพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือเข้าใจกัน ในที่นี้เป็นการอธิบายความหมายด้านความสัมพันธ์ของ hit it off ด้วยคำอื่น โครงสร้างคือ connect with + บุคคล โดยเน้นความเข้ากันได้ ไม่ใช่การเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างสิ่งของ และไม่ได้หมายถึงความรักเสมอไป เพราะเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ผู้พูด และผู้ฟังก็ connect กันได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนสองคน connect with each other?
- พวกเขาแลกข้อมูลติดต่อกัน แต่ไม่ได้สร้างความผูกพัน
- พวกเขาชอบพูดคุยกันและรู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้าใจตน
- พวกเขาเชื่อมอุปกรณ์สองชิ้นด้วยสายเคเบิล
ดูคำตอบ
พวกเขาชอบพูดคุยกันและรู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้าใจตน
have good chemistry with someone: เข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือมีแรงดึงดูดต่อกัน
ในประโยคนี้ have good chemistry with someone เป็นการเปรียบเปรยเรื่องความสัมพันธ์ หมายถึงคนสองคนเข้ากันได้ง่าย การสนทนา จังหวะ หรือปฏิกิริยาที่มีต่อกันดูเป็นธรรมชาติ และอาจมีแรงดึงดูดระหว่างกัน ในบริบทของการออกเดต chemistry มักสื่อถึงแรงดึงดูดแบบโรแมนติก แต่เมื่อใช้กับนักแสดง พิธีกร เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนร่วมทีม ก็อาจหมายถึงเพียงการทำงานหรือมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ดี โดยไม่เกี่ยวกับความรัก
แบบฝึกหัด
“The two actors have great chemistry” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อ
- พวกเขากำลังทำการทดลองเคมี
- พวกเขาเพียงแค่เคยได้ยินเรื่องของกันและกัน
ดูคำตอบ
พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อ
Then I said that he was going to pop the question.
0:50จากนั้นฉันก็พูดว่าเขากำลังจะ 'pop the question' (ขอแต่งงาน)
ask someone to marry them: ขอใครสักคนแต่งงาน
Ask someone to marry them หมายถึงการขอคนคนนั้นแต่งงานโดยตรง หรือการขอแต่งงานนั่นเอง ใช้โครงสร้าง ask + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย marry เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคทั่วไปนี้ someone คือคนที่ได้รับคำขอแต่งงาน ส่วน them ย้อนกลับไปหมายถึงแต่ละคนที่เป็นฝ่ายขอ ถ้าระบุผู้พูดอย่างชัดเจน สามารถพูดว่า I asked Sam to marry me คำสรรพนามตัวสุดท้ายระบุว่าผู้รับคำขอจะแต่งงานกับใคร จึงต้องมีความหมายอ้างอิงที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และหมายความว่า Daniel ขอ Casey แต่งงาน?
- Daniel asked to Casey to marry him.
- Daniel asked Casey marry him.
- Daniel asked Casey to marry him.
ดูคำตอบ
Daniel asked Casey to marry him.
take a big risk: ลงมือทำทั้งที่หลายอย่างอาจผิดพลาดได้
Take a risk เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันเป็นประจำ หมายถึงการลงมือทำทั้งที่มีโอกาสจริงว่าจะเกิดผลเสีย ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของ แต่เมื่อใช้กับ risk จะหมายถึงการยอมรับความไม่แน่นอนนั้น Big ขยาย risk และเน้นว่าอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนั้นร้ายแรง ในประโยคนี้ take a big risk บอกความหมายทั่วไปของสำนวน take the plunge ที่กล่าวถึงก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: Leaving the marked path in thick fog would be to ____.
ดูคำตอบ
take a big risk
in this context: เลือกความหมายที่ตั้งใจสื่อในที่นี้
In this context เป็นวลีที่กำหนดกรอบความเข้าใจ โดยบอกผู้ฟังให้เข้าใจสิ่งที่ตามมาภายในสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่เข้าใจเป็นความหมายทั่วไป ประโยคต้นฉบับเป็นรูปพูดแบบสั้นของ And in this context, it means marriage. การวางกรอบนี้ไว้ก่อนช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเปลี่ยนจากแนวคิดกว้าง ๆ เรื่องการเสี่ยงครั้งใหญ่ ไปสู่ความหมายเฉพาะที่ตั้งใจสื่อในที่นี้ ซึ่งก็คือการแต่งงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in this context เพื่อจำกัดคำให้เหลือความหมายที่ต้องการในการสนทนาปัจจุบัน
- The word “charge” has only one meaning in every situation.
- For context, the shop changed its prices last week.
- In this context, “charge” means a fee, not an accusation.
ดูคำตอบ
In this context, “charge” means a fee, not an accusation.
If you don't know what that means, you're lucky: การปลอบใจด้วยการประชดเบา ๆ
ในประโยคนี้ that หมายถึง ghosting ประโยคเงื่อนไขนี้บอกเป็นนัยว่า คนที่ไม่รู้จักคำนี้อาจไม่เคยมีประสบการณ์ถูกเพิกเฉยหรือตัดการติดต่ออย่างกะทันหัน You're lucky ฟังดูเป็นคำเชิงบวก แต่กลับชี้โดยอ้อมว่า ghosting เป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจ ผู้พูดไม่ได้ชมว่าการไม่รู้นั้นดี แต่ใช้การประชดเบา ๆ และน้ำเสียงปลอบใจเพื่อบอกว่า หากประสบการณ์แย่ ๆ นี้เป็นสิ่งที่คุณไม่คุ้นเคย ก็ถือว่าโชคดี
แบบฝึกหัด
ผู้พูดสื่อเป็นนัยว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า If you don't know what that means, you're lucky?
- ผู้พูดกำลังแสดงความยินดีกับผู้ฟังอย่างเป็นทางการที่รู้จักคำยาก
- ผู้ฟังสมควรได้รับคำชมเพราะปฏิเสธที่จะเรียนรู้ความหมายของ ghosting
- ผู้ฟังอาจโชคดีเพราะน่าจะไม่เคยประสบกับ ghosting
ดูคำตอบ
ผู้ฟังอาจโชคดีเพราะน่าจะไม่เคยประสบกับ ghosting
there you have it: สำนวนปิดท้ายการอธิบาย
There you have it เป็นสำนวนปิดท้ายแบบตายตัวที่ใช้หลังจากอธิบาย สาธิต แจกแจงรายการ หรือแสดงผลลัพธ์เสร็จแล้ว สำนวนนี้บอกว่าข้อมูลที่จำเป็นถูกนำเสนอครบแล้วและส่วนนี้จบลง ในที่นี้ And เชื่อมสำนวนเข้ากับเนื้อหาก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ There และ have ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือการครอบครองตามตัวอักษร แต่สำนวนทั้งชุดช่วยจัดลำดับคำพูดด้วยการบอกว่าถึงตอนจบแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปิดท้ายด้วยสำนวนตายตัวที่หมายความว่าการอธิบายจบแล้ว: I've shown you all three steps, and ____.
ดูคำตอบ
there you have it
love life: ความสัมพันธ์เชิงรักและการออกเดต
love life เป็นวลีนามแบบคงรูป หมายถึงส่วนหนึ่งของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เชิงรัก การออกเดต และคู่รัก ในประโยคนี้ your love life หมายถึงประสบการณ์และความกังวลด้านความรักของคุณเอง วลีนี้เรียกชีวิตเพียงด้านหนึ่ง ไม่ได้หมายถึง "ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก" การกล่าวถึงนักบำบัดเพิ่มมุกเบา ๆ โดยทำให้ความกังวลเรื่องความรักดูเป็นเรื่องที่นำไปคุยในการบำบัดได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Jordan keeps his love life private," love life หมายถึงอะไร
- ทุกสิ่งที่เขาชอบในชีวิตประจำวัน
- มิตรภาพและกิจกรรมกลุ่มของเขา
- ความสัมพันธ์เชิงรักและประสบการณ์การออกเดตของเขา
ดูคำตอบ
ความสัมพันธ์เชิงรักและประสบการณ์การออกเดตของเขา