4 สิ่งที่ผู้ฟังที่ดีทุกคนรู้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายองค์ประกอบของการฟังอย่างมีคุณภาพ เสนอวิธีปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้พูดรู้สึกว่าได้รับความเข้าใจ และชี้ให้เห็นว่าการฟังด้วยใจเปิดกว้างช่วยสร้างความไว้วางใจและนำไปสู่บทสนทนาที่ลึกซึ้งขึ้นได้อย่างไร แม้ในยามที่เห็นต่างกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. It's easy to tell / tricky to know — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การเปรียบต่างระหว่างสิ่งที่สังเกตได้ง่ายกับคำถามที่หาคำตอบได้ยากกว่า เพื่อใช้เปิดคำอธิบายหรืองานนำเสนอด้วยการวางภูมิหลังของปัญหาอย่างชัดเจน 2. "What happened next?" — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจและใช้คำถามต่อยอดแบบปลายเปิดที่ชวนให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องต่อ แสดงว่าคุณกำลังตั้งใจฟัง และช่วยให้เรื่องดำเนินไปโดยไม่แย่งควบคุมบทสนทนา 3. psychological reactance — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจแนวคิดทางจิตวิทยาที่ว่าคนเราอาจต่อต้านเมื่อรู้สึกว่าเสรีภาพถูกคุกคาม จึงมองออกว่าเหตุใดการกดดันอาจทำให้อีกฝ่ายยิ่งปกป้องจุดยืน และเหตุใดการฟังโดยไม่ตัดสินจึงเป็นประโยชน์กว่าเมื่อขัดแย้งกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
but it can be surprisingly tricky to know what truly excellent listening looks like. วลี
0:10แต่มันกลับยากอย่างน่าประหลาดใจที่จะรู้ว่าการรับฟังที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร
It's easy to tell ... tricky to know: เปรียบเทียบสิ่งที่ตัดสินได้ง่ายกับสิ่งที่ตัดสินได้ยาก
โครงสร้าง “It's + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งง่ายหรือยากเพียงใด “It's easy to tell” แสดงว่าบางอย่างสังเกตหรือดูออกได้ง่าย ส่วน “tricky to know” แสดงว่าบางอย่างระบุให้แน่ชัดได้ยาก ในที่นี้ tricky หมายถึง “ยากหรือซับซ้อน” ไม่ได้หมายถึง “สนุก” หรือ “ฉลาด” เมื่อเชื่อมสองวลีด้วย but คำอธิบายจะแบ่งเป็นสองขั้น คือเริ่มจากข้อสังเกตที่เห็นได้ชัด แล้วจึงเปลี่ยนไปยังคำถามที่ตอบยากกว่าและควรให้ความสนใจ กรอบเปรียบเทียบสิ่งที่ง่ายกับสิ่งที่ยากนี้ช่วยเกริ่นปัญหาได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้กรอบ easy-to ... but tricky-to ... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปรียบเทียบข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดกับคำถามที่ยากกว่า
- It's easy to spot the error, but it's tricky to explain why it happened.
- It's easy to spot the error, but it's tricky explain why it happened.
- It's easy spot the error, but it's tricky to explain why it happened.
ดูคำตอบ
It's easy to spot the error, but it's tricky to explain why it happened.
someone's not paying attention: กลุ่มคำคงที่ pay attention
ใน “someone's not paying attention” คำว่า someone's เป็นรูปย่อของ someone is ส่วนรูป -ing แสดงว่าบุคคลนั้นไม่ได้กำลังจดจ่ออยู่ในขณะนั้น pay attention เป็นกลุ่มคำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันเป็นประจำ หมายถึง “จดจ่อกับสิ่งที่กำลังฟัง มองเห็น หรือทำอยู่” หากต้องการระบุสิ่งที่ให้ความสนใจ ให้ใช้ pay attention to + คำนามหรือรูป -ing เช่น pay attention to the instructions; pay attention to how the speaker responds.
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำสองคำจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย pay และหมายถึง “จดจ่อ”: Please ____ to the final instruction.
ดูคำตอบ
pay attention
what ... looks like ในคำถามทางอ้อม
ในที่นี้ what truly excellent listening looks like เป็นคำถามทางอ้อมที่ตามหลัง know โดยหมายถึงลักษณะหรือพฤติกรรมที่สังเกตได้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการฟังที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างไรในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอก เมื่อคำถามอยู่ภายในอีกประโยคหนึ่ง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + looks like หากถามโดยตรงจะเป็น What does truly excellent listening look like? โครงสร้างนี้ช่วยทำให้มาตรฐานที่เป็นนามธรรมเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใส่คำถามเกี่ยวกับลักษณะที่สังเกตได้ของการทำงานเป็นทีมที่ดีไว้ในประโยคได้ถูกต้อง
- Can you explain what good teamwork look like?
- Can you explain what does good teamwork look like?
- Can you explain what good teamwork looks like?
ดูคำตอบ
Can you explain what good teamwork looks like?
Behavioral scientists have found that: การนำเสนอหลักฐานจากงานวิจัย
วลี Behavioral scientists have found that จัดข้อมูลในประโยคโดยวางแหล่งที่มาของหลักฐานไว้ก่อนข้อสรุป Behavioral scientists ระบุแหล่งที่มา ส่วน that นำเข้าสู่ข้อสรุปที่มีงานวิจัยสนับสนุน ทำให้ข้อความถัดไปถูกมองว่าเป็นผลจากการวิจัย ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นส่วนตัว ในที่นี้ found หมายถึง “ค้นพบผ่านการศึกษา” ไม่ใช่ “พบของที่หายไป” ส่วน Have found เป็น present perfect ซึ่งนำเสนองานวิจัยก่อนหน้านี้ว่ายังเกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังพูดถึง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอแนวคิดต่อไปนี้ในฐานะผลการวิจัยได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Researchers have searched that regular sleep supports learning.
- Researchers have found that regular sleep supports learning.
- Researchers have found regular sleep that supports learning.
ดูคำตอบ
Researchers have found that regular sleep supports learning.
one of the most important things we can do to + คำกริยา
โครงสร้าง one of the most important things ... หมายถึง “หนึ่งในสิ่งจำนวนน้อยที่สำคัญอย่างยิ่ง” ในประโยคนี้ การตั้งใจฟังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหลายการกระทำที่สำคัญมาก โดยไม่ได้อ้างว่าเป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่สำคัญที่สุด ในโครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ คำนามต้องเป็นพหูพจน์ จึงใช้ things ส่วน we can do เป็นอนุประโยคขยาย things และ to ที่ตามมาใช้บอกจุดประสงค์หรือผลที่อาจเกิดขึ้น to เพียงตัวเดียวสามารถใช้ร่วมกับกริยารูปพื้นฐานที่เรียงขนานกัน ได้แก่ improve, develop และ change
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง one of the most ... things we can do to ... ได้ถูกต้อง
- Planning ahead is one of the most useful things we can do reduce stress.
- Planning ahead is one of the most useful thing we can do to reduce stress.
- Planning ahead is one of the most useful things we can do to reduce stress.
ดูคำตอบ
Planning ahead is one of the most useful things we can do to reduce stress.
change people's minds: เปลี่ยนความคิดเห็นหรือการตัดสินใจ
Change people's minds หมายถึงทำให้ผู้คนเปลี่ยนไปมีความคิดเห็น การตัดสินใจ หรือจุดยืนที่ต่างออกไป คำว่า minds เป็นพหูพจน์เพราะกล่าวถึงคนมากกว่าหนึ่งคน หากกล่าวถึงคนเดียวให้ใช้ change someone's mind ในที่นี้ mind หมายถึงความคิดเห็นหรือการตัดสินใจ ไม่ใช่อวัยวะสมอง สำนวนนี้เน้นผลของการเปลี่ยนแปลง คือสุดท้ายแล้วบุคคลนั้นหรือผู้คนเหล่านั้นคิดต่างไปจากเดิม
แบบฝึกหัด
เดิม Maya ไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ แต่หลักฐานใหม่ทำให้เธอมีความคิดเห็นต่างไปจากเดิม ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ตรงที่สุด
- The new evidence helped her make up her mind about the plan.
- The new evidence changed her mind about the plan.
- The new evidence changed her brain about the plan.
ดูคำตอบ
The new evidence changed her mind about the plan.
So what can we do to become better listeners? ลำดับความ
0:29แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้นล่ะ?
So what can we do to ...? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่วิธีแก้ไข
ในที่นี้ So เชื่อมคำถามเข้ากับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า เมื่ออธิบายปัญหาแล้ว ผู้พูดก็พร้อมจะไปยังส่วนถัดไป คำถามนี้เปลี่ยนทิศทางของการพูดจากการอธิบายปัญหาไปสู่การพิจารณาวิธีแก้ไข โครงสร้าง what can we do to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามว่าเราทำสิ่งใดได้บ้างเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย ในการนำเสนอ คำถามนี้อาจเป็นเครื่องหมายบอกทิศทางของเนื้อหา ไม่ใช่การขอให้ผู้ฟังตอบทันที โดยผู้พูดมักจะเป็นฝ่ายตอบต่อในส่วนถัดไป
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายปัญหาจบและต้องการเริ่มนำเสนอวิธีแก้ไข ประโยคเปลี่ยนเรื่องใดเหมาะสมที่สุด
- So what can we do to solve this problem?
- This problem has several complicated causes.
- That reminds me of a different topic.
ดูคำตอบ
So what can we do to solve this problem?
At its core: การระบุแนวคิดที่สำคัญที่สุด
At its core หมายถึงการมองสิ่งหนึ่งในระดับที่พื้นฐานหรือสำคัญที่สุด สำนวนนี้บอกให้ผู้ฟังวางรายละเอียดไว้ก่อนแล้วมุ่งความสนใจไปที่แนวคิดหลัก คำว่า its ย้อนกลับไปอ้างถึงหัวข้อที่กำลังพูดถึงอยู่ โดยทั่วไปสำนวนนี้จะอยู่หน้าจุลภาคและคำอธิบาย เช่น At its core, teamwork depends on trust.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เมื่อมองถึงลักษณะที่พื้นฐานที่สุด”: ____, effective teamwork depends on trust.
ดูคำตอบ
At its core
one-on-one conversation: การสนทนาแบบตัวต่อตัวระหว่างสองคน
one-on-one conversation คือการสนทนาที่มีคนสองคนพูดคุยกันโดยตรง ในที่นี้ one-on-one บอกลักษณะของการสนทนา ไม่ได้บอกลำดับว่าใครพูดก่อนหรือหลัง เมื่อวางหน้าคำนาม one-on-one จะเขียนโดยใช้ขีดกลาง เพราะคำทั้งสามทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายประสม รูปแบบเดียวกันพบได้ใน a one-on-one meeting, lesson หรือ interview
แบบฝึกหัด
เติมคำประสมที่มีขีดกลางและหมายถึง “ระหว่างคนสองคน”: The coach scheduled a ____ conversation with each player.
ดูคำตอบ
one-on-one
is about taking an interest in: บอกว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด
ในประโยคนี้ is about taking ... หมายถึง “มีจุดประสงค์หลักอยู่ที่การทำ...” หรือ “สิ่งสำคัญคือการทำ...” โครงสร้างนี้อธิบายหัวใจของการฟังที่ดี ไม่ได้บอกหัวข้อที่กำลังพูดถึง about ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing คือ taking ไม่ใช่ take หรือ to take ส่วน Take an interest in someone หมายถึงการใส่ใจและแสดงความสนใจอย่างจริงใจต่อคนนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า จุดประสงค์หลักของการเป็นพี่เลี้ยงที่ดีคือการใส่ใจความก้าวหน้าของแต่ละคน
- Good mentoring is about take an interest in each person's progress.
- Good mentoring is about to take an interest in each person's progress.
- Good mentoring is about taking an interest in each person's progress.
ดูคำตอบ
Good mentoring is about taking an interest in each person's progress.
making them feel understood: make + กรรม + feel + ส่วนเติมเต็ม
ในที่นี้ making them feel understood หมายถึงการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าความคิดและความรู้สึกของตนได้รับการรับรู้และเข้าใจ understood บรรยายประสบการณ์ความรู้สึกของอีกฝ่าย ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้ฟังได้ยินคำพูดเท่านั้น โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน + ส่วนเติมเต็ม: make them feel understood หลัง make ใช้ feel โดยไม่เติม to คำสุดท้ายสามารถเปลี่ยนได้ เช่น make someone feel welcome, safe หรือ valued
แบบฝึกหัด
เติมกริยารูปพื้นฐานที่หายไปให้ครบโครงสร้าง make + กรรม + feel: Her kind reply made me ____ understood.
ดูคำตอบ
feel
There's no universally agreed upon definition of high-quality listening, วลี
0:43ไม่มีคำจำกัดความของการรับฟังที่มีคุณภาพสูงซึ่งเป็นที่ตกลงกันในระดับสากล
no universally agreed upon definition of ...: การไม่มีฉันทามติในวงกว้าง
วลี no universally agreed upon definition of high-quality listening หมายถึงไม่มีคำจำกัดความใดเพียงคำเดียวที่ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องยอมรับร่วมกัน อาจมีคำจำกัดความอยู่แล้วหลายแบบ แต่ยังไม่มีฉันทามติในวงกว้าง universally ขยาย agreed upon และ agreed upon ขยาย definition รูปแบบ no universally agreed upon definition of ... เป็นวิธีกล่าวอย่างระมัดระวังเพื่อเกริ่นถึงแนวคิดที่ความหมายยังเป็นที่ถกเถียงกัน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดอธิบายได้เหมาะสมที่สุดด้วย no universally agreed upon definition?
- ไม่เคยมีใครพยายามให้คำจำกัดความของแนวคิดนี้
- มีคำจำกัดความหลายแบบ แต่ไม่มีแบบใดได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
- มีคำจำกัดความหนึ่งที่ทุกคนยอมรับ
ดูคำตอบ
มีคำจำกัดความหลายแบบ แต่ไม่มีแบบใดได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
some recurring features include: เกริ่นรายการบางส่วนของลักษณะที่พบซ้ำ
some recurring features include จัดข้อมูลโดยเริ่มจากหมวดกว้าง ๆ คือ recurring features แล้วใช้ include เพื่อนำเข้าสู่รายการตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง recurring หมายถึงลักษณะเหล่านี้ปรากฏซ้ำในหลายกรณีหรือหลายการสังเกต some จำกัดขอบเขตของข้อสรุป ผู้พูดกำลังยกเพียงลักษณะทั่วไปบางอย่าง ไม่ได้ให้ลักษณะที่เป็นไปได้ทั้งหมดหรือคำจำกัดความที่สมบูรณ์ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องสรุปผลที่พบซ้ำหรือรูปแบบที่สังเกตเห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่ใช้เกริ่นรายการบางส่วนของลักษณะที่พบซ้ำ ๆ: ____ clear goals, regular feedback, and shared responsibility.
ดูคำตอบ
Some recurring features include
This doesn't mean you can simply go through the motions. สำนวน
0:55นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณแค่ทำเป็นรับฟังไปงั้นๆ ได้
go through the motions: ทำเพียงภายนอกโดยไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงใจ
go through the motions เป็นสำนวนที่หมายถึงการทำสิ่งที่คนอื่นคาดหวังให้ทำ แต่ไม่มีความสนใจ ความใส่ใจ หรือความพยายามอย่างแท้จริง ในประโยคนี้ simply ทำให้น้ำเสียงวิจารณ์ชัดขึ้น กล่าวคือ การทำสิ่งที่ดูถูกต้องเพียงภายนอกยังไม่พอหากไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงใจ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว แทนที่จะแปล go, through และ motions แยกคำ จุดสำคัญคือความแตกต่างระหว่างการทำตามขั้นตอนที่มองเห็นได้กับการมีส่วนร่วมอย่างจริงใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำสิ่งที่คาดหวังโดยไม่มีความพยายามหรือความสนใจอย่างแท้จริง”: Nora still attended every rehearsal, but she was only ____.
ดูคำตอบ
going through the motions
at set intervals: ตามช่วงเวลาคงที่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
at set intervals หมายถึงการกระทำที่เกิดซ้ำหลังจากผ่านช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในที่นี้ set เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “กำหนดหรือตกลงไว้แล้ว” ส่วน intervals คือช่วงเวลาระหว่างการทำซ้ำแต่ละครั้ง วลีนี้เน้นตารางเวลาที่วางไว้ ไม่ใช่เพียงการที่สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ การยิ้มและพยักหน้าเกิดขึ้นตามเวลาที่วางแผนไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ามีการตรวจสอบความดันตามตารางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและทำซ้ำเป็นระยะ?
- The sensor checks the pressure at set intervals.
- The sensor checks the pressure from time to time.
- The sensor checks the pressure whenever an alarm sounds.
ดูคำตอบ
The sensor checks the pressure at set intervals.
doesn't quite work: การทำให้คำวิจารณ์เชิงลบฟังนุ่มนวลลง
doesn't quite work หมายถึงบางสิ่งไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างเต็มที่หรือน่าพอใจ ในที่นี้ quite ไม่ได้แปลว่า “มาก” แต่ในโครงสร้างปฏิเสธ not quite จะจำกัดความหมายไว้ที่ “ไม่ทั้งหมด” หรือ “ไม่ตรงเสียทีเดียว” การใช้ถ้อยคำแบบนี้ทำให้คำวิจารณ์ฟังตรงน้อยกว่า doesn't work และเปิดโอกาสให้เข้าใจว่าอาจสำเร็จอยู่บ้าง แม้ว่าผู้พูดอาจใช้เพียงเพื่อให้สุภาพและไม่ให้ฟังรุนแรงเกินไปก็ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวิจารณ์ได้อย่างถูกต้องและนุ่มนวลที่สุด เมื่อแนวคิดหนึ่งมีศักยภาพแต่ยังต้องปรับปรุง?
- The idea is promising, but it doesn't work in a large class.
- The idea is promising, but it doesn't quite work in a large class.
- The idea is promising, but it doesn't work at all in a large class.
ดูคำตอบ
The idea is promising, but it doesn't quite work in a large class.
However, there is something slightly performative about listening ไวยากรณ์
1:03อย่างไรก็ตาม การรับฟังก็มีส่วนที่เป็นเหมือนการแสดงอยู่เล็กน้อย
there is something slightly performative about listening: การประเมินอย่างระมัดระวัง
โครงสร้าง There is something + คำคุณศัพท์ + about + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกความรู้สึกโดยรวมอย่างระมัดระวังว่า สิ่งหนึ่งดูเหมือนจะมีลักษณะบางอย่างที่นิยามให้ชัดเจนได้ยาก คำว่า slightly ช่วยลดน้ำหนักของการตัดสินลงอีก ในที่นี้ performative หมายถึงการฟังต้องแสดงออกให้เห็นในระดับหนึ่ง ผ่านปฏิกิริยาที่ทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณกำลังฟังอยู่ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าการฟังนั้นเสแสร้งหรือไม่จริงใจ
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย slightly performative ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด
- หมายถึงการฟังอย่างจริงใจเป็นไปไม่ได้ และผู้ฟังทุกคนกำลังแสดงอย่างไม่ซื่อสัตย์
- หมายถึงการฟังต้องเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงบนเวที
- หมายถึงการฟังต้องมีปฏิกิริยาที่มองเห็นได้ในระดับหนึ่งเพื่อแสดงความสนใจ
ดูคำตอบ
หมายถึงการฟังต้องมีปฏิกิริยาที่มองเห็นได้ในระดับหนึ่งเพื่อแสดงความสนใจ
in that it's important to show you're doing it. ไวยากรณ์
1:07ในแง่ที่ว่ามันสำคัญที่คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังทำมันอยู่
in that: ระบุว่าข้อความเป็นจริงในแง่ใด
In that นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์เพื่อระบุว่าคำอธิบายก่อนหน้าเป็นจริงในแง่ใดโดยเฉพาะ หรือเป็นจริงเพราะเหตุใด ในที่นี้ ประโยคย่อยอธิบายสิ่งที่ทำให้การฟังมีลักษณะ performative เล็กน้อย นั่นคือการทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าคุณกำลังฟังอยู่นั้นสำคัญ ในประโยคนี้ in that ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม in ไม่ได้ระบุสถานที่ และ that ก็ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่หรือสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมทางการสองคำที่ระบุว่าคำอธิบายเป็นจริงในแง่ใดโดยเฉพาะ: The device is unusual ____ it works without batteries.
ดูคำตอบ
in that
So in addition to actively attending to a speaker's words, โน้ต
1:10ดังนั้นนอกจากจะตั้งใจฟังคำพูดของผู้พูดอย่างกระตือรือร้นแล้ว
in addition to ...: การเพิ่มอีกหนึ่งรายการ
in addition to ใช้เพิ่มอีกหนึ่งรายการจากสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการฟังเพิ่มเติม ไม่ได้ใช้แทนการตั้งใจฟังคำพูดของผู้พูด to ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือ gerund เช่น listening ได้ ในโครงสร้างนี้ to จะไม่ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้เพิ่มอีกหนึ่งกิจกรรม: ____ reading the article, Nina listened to an interview.
ดูคำตอบ
In addition to
actively attending to a speaker's words, ...: การจดจ่อกับเนื้อหาที่พูด
actively attending to a speaker's words หมายถึงการตั้งใจจดจ่อและทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดพูด ไม่ใช่เพียงได้ยินเสียงเท่านั้น actively แสดงว่าผู้ฟังกำลังใช้ความพยายามอย่างมีสติ โครงสร้างคือ actively + attending + to + a speaker's words โดย attend to เป็นกริยาวลีที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงให้ความสนใจกับสิ่งใดอย่างรอบคอบ และในบริบทอื่นยังอาจหมายถึงจัดการหรือดูแลบางสิ่งได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ attend to ในความหมายว่าจดจ่อกับเนื้อหาที่พูดอย่างรอบคอบ
- She listened to every word the speaker said.
- She actively attended to every word the speaker said.
- She attended the speaker's lecture yesterday.
ดูคำตอบ
She actively attended to every word the speaker said.
body language: สัญญาณที่ไม่ใช้คำพูด
body language หมายถึงสัญญาณที่ไม่ใช้คำพูด ซึ่งสื่อผ่านสีหน้า การสบตา ท่าทาง การวางตัว และทิศทางของร่างกาย ในประโยคนี้ body language ใช้คู่กับ questions ผู้ฟังที่ดีสามารถแสดงว่าตนเข้าใจและต้องการเข้าใจมากขึ้นได้ทั้งด้วยคำพูดตอบรับและพฤติกรรมที่มองเห็นได้
แบบฝึกหัด
ตัวอย่างใดแสดง body language เชิงบวกขณะฟังได้ดีที่สุด
- เลือกคำที่แม่นยำขึ้นสำหรับอีเมล
- พยักหน้าและมองผู้พูดด้วยความสนใจ
- เขียนคำตอบอย่างละเอียดหลังจากการสนทนาจบลง
ดูคำตอบ
พยักหน้าและมองผู้พูดด้วยความสนใจ
and what's most effective might depend on your relationship with the speaker. วลี
1:25และสิ่งที่ได้ผลดีที่สุดอาจขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของคุณกับผู้พูด
depend on your relationship with the speaker: ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของคุณกับผู้พูด
Depend on หมายถึง “ถูกกำหนดหรือได้รับผลกระทบจาก” จากนั้นจะตามด้วยเงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ ในที่นี้เงื่อนไขคือ your relationship with the speaker หรือความสัมพันธ์ของคุณกับผู้พูด วลีนี้แสดงให้เห็นว่าอาจไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดเพียงแบบเดียวสำหรับทุกคน วิธีที่ได้ผลอาจเปลี่ยนไปตามว่าคุณรู้จักอีกฝ่ายดีเพียงใดและมีความสัมพันธ์แบบใดกับเขา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ถูกกำหนดโดย”: The best way to respond may ____ how well you know the speaker.
ดูคำตอบ
depend on
you can internalize these basic behaviors. การใช้คำ
1:31คุณสามารถซึมซับพฤติกรรมพื้นฐานเหล่านี้ให้เป็นนิสัยได้
internalize these basic behaviors: ซึมซับพฤติกรรมพื้นฐานจนเป็นธรรมชาติ
Internalize these basic behaviors หมายถึงการซึมซับและฝึกพฤติกรรมเหล่านั้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีปฏิบัติตัวตามปกติ คุณจึงไม่ต้องคอยนึกถึงทุกขั้นตอนอย่างตั้งใจอีกต่อไป Internalize อธิบายการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยสิ่งที่เรียนรู้จากภายนอกในตอนแรกจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิด ค่านิยม หรือนิสัยของตนเอง ในประโยคนี้ เวลาและการฝึกฝนทำให้พฤติกรรมเหล่านั้นเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "After months of practice, Leo internalized the safety routine," คำว่า internalized หมายความว่าอย่างไร
- เขาจดกิจวัตรนั้นไว้ดูภายหลัง
- เขาทำให้กิจวัตรนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีปฏิบัติตัวตามธรรมชาติ
- เขาลืมกิจวัตรนั้นหลังจากฝึกฝน
ดูคำตอบ
เขาทำให้กิจวัตรนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีปฏิบัติตัวตามธรรมชาติ
let's say: แนะนำสถานการณ์สมมติ
ในที่นี้ let's say ใช้แนะนำสถานการณ์ให้ผู้ฟังจินตนาการว่าเพื่อนสนิทคนหนึ่งอยากพูดถึงปัญหาที่มีกับคู่รัก มีความหมายคล้าย suppose หรือ imagine that ไม่ใช่การขอให้พูดออกมา ในฐานะคำที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา วลีนี้เปลี่ยนการอธิบายแบบกว้าง ๆ ให้เป็นกรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณีสำหรับใช้ในการอธิบายต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้แนะนำสถานการณ์สมมติ: ____ your phone battery dies while you are away from home. What could you do?
ดูคำตอบ
Let's say
an issue they're having with their partner: ระบุปัญหาในความสัมพันธ์
ในที่นี้ an issue they're having with their partner หมายถึงความยากลำบากหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์กับคู่รัก ใน have an issue with someone คำว่า with ระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนเป็นเจ้าของปัญหาร่วมกัน they're having with their partner เป็นอนุประโยคที่ขยาย issue โดยละสรรพนามเชื่อม that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้: an issue (that) they're having with their partner โครงสร้างนี้ใช้ระบุว่ากำลังพูดถึงปัญหาใดโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าเธอมีปัญหาหรือความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมห้องเรื่องค่าเช่า
- She is discussing a rent issue with her roommate.
- She is having an issue with her roommate about the rent.
- She is helping her roommate solve a rent issue.
ดูคำตอบ
She is having an issue with her roommate about the rent.
Before even starting ...: เน้นขั้นตอนที่ต้องทำเร็วยิ่งขึ้น
Before even starting your conversation เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค ในโครงสร้างนี้ before ตามด้วยรูป -ing คือ starting และผู้ที่เริ่มบทสนทนาซึ่งละไว้ก็คือ you คนเดียวกับผู้รับคำสั่ง remove even เพิ่มน้ำหนักว่า การเตรียมตัวต้องเกิดขึ้นเร็วกว่าที่อาจคาดไว้ คือก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มขึ้นเลย โครงสร้าง Before even + -ing แล้วตามด้วยคำสั่งหลักใช้เน้นว่าควรทำอีกสิ่งหนึ่งให้เสร็จก่อน
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ เพื่อย้ำว่าการเตรียมตัวเกิดขึ้นก่อนการสัมภาษณ์จะเริ่ม: ____ the interview, check your notes and silence your phone.
ดูคำตอบ
Before even starting
remove any distractions: กำจัดทุกสิ่งที่ขัดขวางสมาธิ
remove any distractions หมายถึง ย้าย ปิด หรือเก็บสิ่งที่อาจทำให้เสียสมาธิออกไปชั่วคราว สิ่งรบกวนอาจเป็นเสียง หน้าจอ การแจ้งเตือน หรือกิจกรรมของคนอื่น ในประโยคคำสั่ง any ทำให้ความหมายครอบคลุมขึ้น คือให้จัดการสิ่งรบกวนทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงอย่างเดียวที่กล่าวถึง remove ไม่จำเป็นต้องหมายถึงทิ้งไปถาวร แต่อาจหมายถึงทำให้สิ่งนั้นไม่รบกวนระหว่างทำกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “กำจัดทุกสิ่งที่อาจทำให้เสียสมาธิ” ลงในคำสั่ง: ____ before you begin.
ดูคำตอบ
Remove any distractions
turn off: ทำให้อุปกรณ์หยุดทำงานและตำแหน่งของคำสรรพนาม
Turn off หมายถึง ทำให้อุปกรณ์ ไฟ หรือฟังก์ชันหยุดทำงาน ใน Turn off the TV คำว่า off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกว่าทีวีเคลื่อนที่ไปที่อื่น Turn off เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง turn off the TV และ turn the TV off เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า turn it off ไม่ใช่ turn off it
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า “กรุณาทำให้อุปกรณ์หยุดทำงานก่อนเริ่มชั้นเรียน”
- Please turn off it before class begins.
- Please turn it off before class begins.
- Please turn it down before class begins.
ดูคำตอบ
Please turn it off before class begins.
take off your headphones: ถอดหูฟังที่สวมอยู่
ในที่นี้ take off your headphones หมายถึงถอดหูฟังออกจากศีรษะหรือหู เมื่อใช้กับเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สวมอยู่ take off หมายถึงถอดออก ไม่ได้หมายถึงปิดเครื่อง Take off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ทั้ง take off your headphones และ take your headphones off ฟังเป็นธรรมชาติ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า take them off ไม่ใช่ take off them
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายถอดหูฟังที่กำลังสวมอยู่อย่างถูกต้อง
- Please take them off so we can talk.
- Please turn them off so we can talk.
- Please take off them so we can talk.
ดูคำตอบ
Please take them off so we can talk.
put your phone away: เก็บโทรศัพท์และหยุดใช้
ในที่นี้ put your phone away หมายถึงเก็บโทรศัพท์เพื่อหยุดใช้ในขณะนั้น โดยมักใส่ไว้ในกระเป๋า ลิ้นชัก หรือที่อื่นที่เหมาะสม จุดสำคัญคือหยุดใช้และไม่ให้โทรศัพท์รบกวน ไม่ใช่เพียงวางไว้บนพื้นผิวใกล้ตัว Put away เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง put your phone away และ put away your phone แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า put it away ไม่ใช่ put away it
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายเก็บโทรศัพท์และหยุดใช้ระหว่างมื้อเย็นอย่างสุภาพ
- Could you put your phone down on the table during dinner?
- Could you turn your phone off during dinner?
- Could you put your phone away during dinner?
ดูคำตอบ
Could you put your phone away during dinner?
made conversations feel less intimate and fulfilling to those involved. ไวยากรณ์
1:56ก็ทำให้การสนทนารู้สึกใกล้ชิดและเติมเต็มน้อยลงสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
even the visible presence of a phone: แม้แค่มีโทรศัพท์อยู่ในที่ที่มองเห็นได้
the visible presence of a phone หมายถึงโทรศัพท์อยู่ตรงนั้นจริง ๆ ในจุดที่ผู้คนมองเห็นได้ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังใช้โทรศัพท์อยู่ even ใช้เน้นสิ่งที่เกินความคาดหมาย คือเพียงแค่มีโทรศัพท์อยู่ในสายตาก็เพียงพอที่จะส่งผลต่อบทสนทนา โครงสร้าง even the presence of... เน้นว่าแม้เงื่อนไขจะเล็กน้อยหรือส่งผลทางอ้อม ก็ยังทำให้เกิดผลลัพธ์ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even the visible presence of... เพื่อสื่อว่าเพียงแค่มองเห็นบางสิ่งก็ทำให้เกิดผลกระทบแล้ว
- The camera made the speaker nervous only after it began recording.
- Even the visible presence of the camera made the speaker nervous.
- The speaker felt calm because the camera was out of sight.
ดูคำตอบ
Even the visible presence of the camera made the speaker nervous.
made conversations feel...: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
made conversations feel... ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โดย made เป็นรูปอดีตของ make, conversations เป็นกรรม และ feel คงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่เติม to โครงสร้างนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งทำบางอย่างหรือประสบกับสภาวะหนึ่ง less intimate and fulfilling อยู่หลัง feel และอธิบายว่าผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกอย่างไรต่อบทสนทนา ในที่นี้ less ขยายคำคุณศัพท์ทั้งสองคำ คือบทสนทนาดูใกล้ชิดน้อยลงและเติมเต็มน้อยลง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง causative ด้วยรูปพื้นฐานของ feel: The bright lights made the small room ____ uncomfortable.
ดูคำตอบ
feel
Once the conversation begins: ระบุจุดเริ่มที่เป็นตัวกระตุ้น
ในที่นี้ once ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา Once the conversation begins หมายถึง “นับจากจุดที่บทสนทนาเริ่มขึ้น” โดยมองการเริ่มบทสนทนาเป็นตัวกระตุ้นให้ทำตามคำสั่งหรือการกระทำถัดไป เมื่อพูดถึงขั้นตอนในอนาคต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once มักใช้ simple present: Once the conversation begins, ... ไม่ใช้ Once the conversation will begin ส่วนประโยคหลักสามารถใช้คำสั่งหรือรูปอนาคตได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ once เพื่อนำเหตุการณ์ในอนาคตที่เป็นตัวกระตุ้นได้ถูกต้อง
- Once the lesson beginning, please close the door.
- Once the lesson begins, please close the door.
- Once the lesson will begin, please close the door.
ดูคำตอบ
Once the lesson begins, please close the door.
Try not to interrupt: คำสั่งเชิงปฏิเสธที่นุ่มนวล
Try not to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงให้พยายามหลีกเลี่ยงการกระทำหนึ่ง ใน Try not to interrupt ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายไม่พูดแทรกหรือขัดจังหวะผู้อื่น ถ้อยคำนี้นุ่มนวลกว่า Don't interrupt. และฟังคล้ายคำแนะนำหรือคำเตือนมากกว่าคำสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำเตือนที่นุ่มนวลให้มีความหมายว่า “พยายามหลีกเลี่ยงการพูดแทรก”: Try ____ to interrupt while your partner is speaking.
ดูคำตอบ
not
This doesn't mean you need to stay completely silent, ลำดับความ
2:11นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเงียบสนิทไปเลย
This doesn't mean ...: ป้องกันการสรุปแบบสุดโต่ง
This ชี้ย้อนกลับไปยังคำแนะนำหรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง This doesn't mean ... ใช้ป้องกันการสรุปที่แรงเกินไป กล่าวคือ ไม่ควรเข้าใจคำแนะนำนั้นว่าเป็นข้อบังคับให้เงียบสนิท โดยทั่วไป ใช้กรอบนี้หลังจากกฎ คำแนะนำ หรือข้อความ เพื่อบอกว่าสิ่งใดไม่ได้ตามมาจากข้อความนั้น วิธีนี้ยังคงใจความแรกไว้ แต่จำกัดไม่ให้ผู้ฟังตีความไปไกลเกินไป
แบบฝึกหัด
หลังคำแนะนำ “Keep your emails brief” ข้อความใดช่วยป้องกันการตีความแบบสุดโต่งได้อย่างถูกต้อง
- Keep your emails brief. This doesn't mean you must leave out important details.
- Keep your emails brief. This doesn't matter because details are important.
- Keep your emails brief. This means you must remove every important detail.
ดูคำตอบ
Keep your emails brief. This doesn't mean you must leave out important details.
if you do interject: do ที่ใช้เน้นความ
ใน if you do interject คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความ เงื่อนไขพื้นฐานคือ if you interject และการเติม do จะเน้นเป็นพิเศษถึงกรณีที่คุณพูดแทรกจริง ๆ หลัง do ที่ใช้เน้นความต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน interject ในที่นี้ interject หมายถึงการแทรกความคิดเห็นหรือคำถามสั้น ๆ ขณะที่อีกคนกำลังพูด
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นว่าเงื่อนไขนี้เกิดขึ้นจริง: If you ____ need to interrupt, wait for a pause.
ดูคำตอบ
do
look for natural pauses: หาจังหวะที่เหมาะในการพูด
ใน look for natural pauses คำว่า look for หมายถึงพยายามสังเกตหรือค้นหาบางสิ่งอย่างตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงเพียงมองไปที่สิ่งนั้น natural pauses คือช่วงที่อีกฝ่ายพูดจบหนึ่งความคิดหรือหยุดพูดชั่วครู่ โครงสร้าง look for + คำนาม ใช้กับการหาจังหวะหรือโอกาสที่เหมาะสมได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสิ่งของ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกให้สังเกตจังหวะที่เหมาะก่อนถาม เพื่อจะได้ไม่พูดแทรก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงการตั้งใจสังเกตจังหวะที่เหมาะเพื่อพูดโดยไม่ขัดจังหวะ?
- Look for a natural pause before asking your question.
- Create a pause while the other person is still speaking.
- Look at the speaker before asking your question.
ดูคำตอบ
Look for a natural pause before asking your question.
ask open-ended questions: ชวนให้ตอบมากกว่า yes หรือ no
ask open-ended questions หมายถึงการถามคำถามที่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบายด้วยคำพูดของตนเอง โดยทั่วไป คำถามแบบนี้ไม่สามารถตอบให้ครบถ้วนด้วยเพียง yes, no หรือข้อเท็จจริงสั้น ๆ เพียงอย่างเดียว คำถามอย่าง What happened next? หรือ How did that affect you? เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายเล่ารายละเอียด ความรู้สึก หรือเหตุผล ในประโยคนี้ เป้าหมายคือช่วยให้ผู้พูดพูดต่อ ไม่ใช่ชี้นำไปยังคำตอบใดคำตอบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
คำถามใดเป็นคำถามปลายเปิดและเชิญให้อีกฝ่ายตอบอย่างละเอียด?
- Did you like the new school?
- You were unhappy, weren't you?
- How did the move affect you?
ดูคำตอบ
How did the move affect you?
not just your curiosity: พิจารณาเหตุผลของการถามคำถาม
วลีปิดท้ายกำหนดเกณฑ์สำหรับพิจารณาว่าคุณถามคำถามไปเพราะอะไร คำถามต่อยอดที่ดีควรช่วยให้ผู้พูดบอกสิ่งที่สำคัญสำหรับเขา ไม่ใช่มีไว้เพียงเพื่อสนองความต้องการอยากรู้เพิ่มของผู้ฟัง ถ้อยคำนี้เป็นรูปย่อ โดยเข้าใจได้ว่าเป็น questions that benefit the speaker, not just questions that satisfy your curiosity คำว่า not just ไม่ได้ปฏิเสธความอยากรู้ทั้งหมด แต่บอกว่าเพียงความอยากรู้อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อหลักการของ “not just your curiosity” ได้ดีที่สุด
- Ask questions that help the other person, not just questions that satisfy your curiosity.
- Ask every personal question whenever you feel curious.
- Choose questions that satisfy your curiosity instead of helping the other person.
ดูคำตอบ
Ask questions that help the other person, not just questions that satisfy your curiosity.
What happened next?: ชวนให้เล่าเรื่องต่อ
“What happened next?” เป็นคำถามต่อยอดแบบปลายเปิดที่ถามถึงเหตุการณ์ถัดไปในลำดับเรื่องราวที่ผ่านมา happened อยู่ในรูปอดีตธรรมดาเพราะเหตุการณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่เล่า และ next ช่วยเลื่อนเส้นเวลาไปข้างหน้า คำถามนี้ไม่ได้ชี้นำให้ตอบแบบใดแบบหนึ่ง แต่คืนโอกาสในการพูดให้ผู้เล่าและเชิญให้เล่าเรื่องต่อ
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังเล่าเรื่องตามลำดับเวลา คำถามใดชวนให้เพื่อนอธิบายเหตุการณ์ถัดไปได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- What happened next?
- Did anything happen?
- Why did that happen?
ดูคำตอบ
What happened next?
"How did that make you feel?" สำหรับถามถึงผลกระทบทางอารมณ์
"How did that make you feel?" ใช้ถามถึงผลทางอารมณ์จากประสบการณ์ที่เจาะจงและกล่าวถึงไปแล้ว ในโครงสร้าง make + คน + feel คำว่า that หมายถึงสาเหตุ ส่วน you หมายถึงคนที่รู้สึกอารมณ์นั้น นี่เป็นคำถามปลายเปิดที่แสดงความเข้าอกเข้าใจ เพราะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายบอกปฏิกิริยาของตนเองแทนการชี้นำว่าควรรู้สึกอย่างไร โครงสร้างนี้นำไปใช้กับประธานอื่นได้ เช่น How did the news make him feel?
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งเล่าว่าตนเองถูกกันออกจากการเล่นเกม ประโยคใดชวนให้เพื่อนพูดถึงประสบการณ์ทางอารมณ์ได้ตรงที่สุด
- Who organized the game?
- Did the game start at three?
- How did that make you feel?
ดูคำตอบ
How did that make you feel?
while also helping the speaker dive deeper into their own thoughts. โน้ต
2:28ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้พูดดำดิ่งลึกลงไปในความคิดของตนเอง
"follow the story" ในความหมายว่า “ตามเรื่องและเข้าใจ”
ใน you're following the story คำว่า follow หมายถึงตามข้อมูลให้ทันและเข้าใจขณะที่เรื่องดำเนินไป ไม่ได้หมายถึงเดินตามหลังใคร แต่หมายถึงผู้ฟังกำลังติดตามบุคคล เหตุการณ์ และความเชื่อมโยงต่าง ๆ ในเรื่องด้วยความคิด story ในที่นี้อาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ รูปปัจจุบันกำลังกระทำ you're following แสดงว่าความเข้าใจกำลังเกิดขึ้นในขณะที่ผู้พูดยังเล่าเรื่องต่อไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค "I'm following the story," คำว่า following หมายถึงอะไร
- ฉันกำลังเดินตามหลังคนที่เล่าเรื่อง
- ฉันท่องจำทุกคำแล้ว
- ฉันเข้าใจว่าเหตุการณ์และความคิดต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร
ดูคำตอบ
ฉันเข้าใจว่าเหตุการณ์และความคิดต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร
while also helping: เพิ่มผลข้อที่สองที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
while also helping เพิ่มผลอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับผลที่กล่าวถึงไปแล้ว คำว่า also ชี้ว่านี่คือประโยชน์ข้อที่สอง ไม่ใช่การเปรียบต่างหรือการแทนที่ หลัง while also กริยาจะอยู่ในรูป -ing เช่น while also helping ในโครงสร้าง A does X while also doing Y ประธานที่ละไว้ของ doing Y โดยปกติจะเป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่ใช้เพิ่มประโยชน์ข้อที่สองซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน: The new search tool finds books faster ____ helping readers discover new authors.
ดูคำตอบ
while also
dive deeper into their own thoughts: พิจารณาความคิดให้ลึกกว่าระดับพื้นผิว
ในที่นี้ dive deeper into their own thoughts เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการพิจารณาความคิด ความรู้สึก หรือเหตุผลของตนเองอย่างละเอียดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการดำน้ำจริง ๆ dive deeper into + หัวข้อ เปรียบการทำความเข้าใจกับการเคลื่อนลงไปใต้พื้นผิว คำว่า deeper เพิ่มความหมายว่าไปไกลกว่าระดับความคิดเดิมหรือระดับพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dive deeper into ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าให้พิจารณาหัวข้อหนึ่งอย่างละเอียดขึ้น?
- We need to move the boxes deeper into the room.
- We need to dive deeper into the reasons for the delay.
- We need to dive deeper into the pool to find the ring.
ดูคำตอบ
We need to dive deeper into the reasons for the delay.
Another great way to show your understanding ลำดับความ
2:33อีกวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงความเข้าใจของคุณ
Another great way to ...: เสนอวิธีเพิ่มเติม
“Another great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้เสนอวิธีเพิ่มเติม หลังจากมีการกล่าวถึงอย่างน้อยหนึ่งวิธีแล้ว “Another” แสดงว่ายังพูดถึงหัวข้อเดิม แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่คำแนะนำใหม่ คำกริยา infinitive หลัง “way” บอกเป้าหมายของวิธีนั้น ซึ่งในที่นี้คือ “to show your understanding” จากนั้นประโยคเต็มสามารถบอกวิธีที่ทำจริงด้วยโครงสร้างอย่าง “Another great way to do X is ...”
แบบฝึกหัด
เติมวลีเปิดที่ใช้เสนออีกหนึ่งวิธีที่ดี: ____ remember names is to repeat them aloud.
ดูคำตอบ
Another great way to
is by summarizing: อธิบายวิธีด้วย by + -ing
ในประโยคเต็ม “is by summarizing” ทำให้เกิดโครงสร้าง “Another great way to do X is by doing Y” คำกริยาเชื่อม “is” เชื่อมวิธีที่กล่าวถึงเข้ากับการกระทำที่อธิบายว่าจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ในที่นี้ “by” เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ “summarizing” ไม่ใช่ “summarize” ส่วน “asking” ที่เชื่อมตามมาก็ทำหน้าที่เดียวกัน วิธีนี้จึงประกอบด้วยการกระทำทั้งสองอย่าง
แบบฝึกหัด
ใช้ “is by” และรูป -ing ของ “check” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: One way to catch mistakes ____ your work twice.
ดูคำตอบ
is by checking
asking if you've missed anything: ตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง
ในที่นี้ asking if you've missed anything หมายถึงการตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดหลุดจากความสนใจหรือความเข้าใจของคุณหรือไม่ คำว่า if นำหน้าคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ทางอ้อม โดยมีความหมายเท่ากับ whether ส่วน you've missed anything กล่าวถึงช่องว่างของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ หลังจากสรุปแล้ว การถามเช่นนี้ช่วยเปรียบเทียบสิ่งที่คุณเข้าใจกับความหมายที่ผู้พูดตั้งใจ และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแก้ไขหรือเพิ่มรายละเอียดได้ง่าย เมื่อต้องการถามตรง ๆ เกี่ยวกับตัวเอง ให้เปลี่ยนมุมมองเป็น Have I missed anything? หรือ Let me know if I've missed anything.
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งสรุปคำอธิบายของคนอื่น ประโยคใดใช้ตรวจสอบอย่างสุภาพว่าคุณพลาดข้อมูลไปหรือไม่
- Please let me know if you've missed anything.
- Please let me know if have I missed anything.
- Please let me know if I've missed anything.
ดูคำตอบ
Please let me know if I've missed anything.
Summaries like these show the speaker that you're truly trying to understand them,
2:41การสรุปแบบนี้แสดงให้ผู้พูดเห็นว่าคุณพยายามทำความเข้าใจพวกเขาอย่างแท้จริง
rather than just waiting for your turn to talk: ปฏิเสธอีกทางเลือกหนึ่ง
Rather than นำเสนออีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกปฏิเสธหรือถูกมองว่าไม่น่าต้องการเท่า ในที่นี้ truly trying to understand them เป็นการกระทำเชิงบวก ส่วน just waiting for your turn to talk เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกวิจารณ์ รูป -ing สองรูปจัดโครงสร้างการเปรียบต่างให้ขนานกัน: trying ... rather than just waiting.... คำว่า Just หมายถึงเพียงหรือแค่ ทำให้พฤติกรรมอย่างที่สองดูจำกัดมาก แทนที่จะเป็นการตั้งใจฟังอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rather than ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบต่างการกระทำเชิงสร้างสรรค์กับการกระทำที่ไม่น่าต้องการเท่า
- We focused on solving the problem rather than blaming one another.
- We focused on solving the problem rather than we blaming one another.
- We focused on solving the problem because rather than blaming one another.
ดูคำตอบ
We focused on solving the problem rather than blaming one another.
“Speaking of which”: เปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
“Speaking of which” เชื่อมสิ่งที่จะพูดต่อไปกับบุคคล สิ่งของ หรือความคิดที่เพิ่งกล่าวถึง โดย “which” ย้อนอ้างถึงหัวข้อก่อนหน้า และทั้งวลีมีความหมายประมาณว่า “พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว ฉันนึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องขึ้นมา” วลีนี้มักอยู่ต้นประโยคหรืออนุประโยคใหม่และตามด้วยจุลภาค ทำหน้าที่จัดลำดับบทสนทนาโดยเปลี่ยนไปสู่คำถามหรือความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เปิดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมสามคำจากบทเรียนนี้: We were just talking about the school play. ____, have you learned your lines?
ดูคำตอบ
Speaking of which
while a good conversation requires back-and-forth, การใช้คำ
2:50ในขณะที่การสนทนาที่ดีต้องมีการโต้ตอบกันไปมา
“conversation requires back-and-forth”: บทสนทนาต้องมีการแลกเปลี่ยนสองทาง
ในที่นี้ “back-and-forth” เป็นคำนาม หมายถึงการแลกเปลี่ยนที่ผู้คนผลัดกันพูด ตอบ หรือแบ่งปันความคิด ดังนั้น “conversation requires back-and-forth” จึงหมายความว่าบทสนทนาที่ดีต้องมีผู้ร่วมสื่อสารมากกว่าหนึ่งฝ่าย วลีที่มีขีดกลางนี้รวมการเคลื่อนไหวสองทิศทางที่เกิดซ้ำให้เป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงการสื่อสาร ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปข้างหน้าและข้างหลังจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่มีขีดกลางจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “การแลกเปลี่ยนสองทางซ้ำ ๆ”: The decision took several emails because there was a lot of ____ between the two teams.
ดูคำตอบ
back-and-forth
is a common way to miss what's being said. ไวยากรณ์
2:56เป็นวิธีทั่วไปที่ทำให้พลาดสิ่งที่มีคนกำลังพูด
planning out your response: เตรียมคำตอบอย่างละเอียด
Planning out your response หมายถึงการตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะพูดอะไรและจะจัดลำดับคำตอบอย่างไร คำว่า out เพิ่มความหมายว่าคิดคำตอบทั้งชุดอย่างละเอียด รวมถึงประเด็นหลักหรือลำดับ ไม่ใช่แค่มีแผนคร่าว ๆ ในที่นี้ planning out your response เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ is ประโยคมองกิจกรรมทั้งหมดนี้ว่าเป็นสิ่งที่อาจดึงความสนใจของคุณไปขณะที่อีกคนกำลังพูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ plan out: Before the debate, Leo carefully ____ his response, including each main point and example.
ดูคำตอบ
planned out
miss what's being said: พลาดเนื้อหาที่กำลังพูดอยู่
ในประโยคนี้ miss หมายถึงฟังไม่ทันหรือไม่เข้าใจ What's being said หมายถึงเนื้อหาที่ใครบางคนกำลังพูดอยู่ในขณะนั้น ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงตามคำพูดที่กำลังพูดอยู่ไม่ทัน What's ย่อมาจาก what is คำว่า What นำอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ miss และ is being said เป็นรูปถูกกระทำของ present continuous: is + being + past participle รูปถูกกระทำช่วยเน้นเนื้อหา ไม่ใช่ผู้พูด
แบบฝึกหัด
ครูกำลังพูดอยู่ในขณะนี้ ประโยคใดหมายความว่าการมองโทรศัพท์อาจทำให้คุณไม่ได้ยินคำที่กำลังพูดอยู่?
- Looking at your phone could make you forget what was said yesterday.
- Looking at your phone could make you ignore what is usually said at meetings.
- Looking at your phone could make you miss what's being said.
ดูคำตอบ
Looking at your phone could make you miss what's being said.
stay present: จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน
stay present หมายถึงคงความสนใจไว้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ในประโยคนี้ present บอกสภาพจิตใจ คือรับรู้และมีส่วนร่วม ไม่ได้หมายถึง “ของขวัญ” หรือเพียงแค่อยู่ในห้องนั้น โครงสร้าง stay + คำคุณศัพท์ หมายถึง “คงอยู่ในสภาวะหนึ่งต่อไป” เปรียบเทียบกับ stay calm และ stay focused ในที่นี้ stay บอกให้รักษาความสนใจไว้กับปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
stay present ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?
- อยู่ในห้องต่อไป ไม่ว่าจะกำลังฟังอยู่หรือไม่
- คงความสนใจไว้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
- นำของขวัญมาให้ใครบางคน
ดูคำตอบ
คงความสนใจไว้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
lose focus: หยุดจดจ่อ
lose focus หมายถึงเลิกให้ความสนใจอย่างเต็มที่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ lose แสดงการเปลี่ยนแปลง คือเดิมทีกำลังจดจ่ออยู่ แต่ต่อมาความสนใจเปลี่ยนไปทางอื่น ในวลีตายตัวนี้ focus เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงพูดว่า lose focus ไม่ใช่ lose a focus ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการอ่าน การเรียน งาน หรือการสนทนา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เลิกให้ความสนใจ”: When the room gets noisy, I sometimes ____ while reading.
ดูคำตอบ
lose focus
don't be shy about asking the speaker to repeat what you missed. น้ำเสียง/เจตนา
3:02อย่าอายที่จะขอให้ผู้พูดทวนสิ่งที่คุณพลาดไป
Don't be shy about asking ... to repeat ...: ให้กำลังใจผู้อื่นให้ขอให้พูดซ้ำ
Don't be shy about + -ing เป็นวิธีให้กำลังใจอย่างเป็นมิตรว่าอย่าปล่อยให้ความอายขัดขวางการทำบางสิ่ง ในประโยคนี้ ผู้ฟังได้รับการสนับสนุนให้พูดขึ้นมาเมื่อฟังเนื้อหาบางส่วนไม่ทัน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าผู้ฟังเป็นคนขี้อาย โครงสร้าง ask someone to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงขอให้คนนั้นทำบางสิ่ง ใน ask the speaker to repeat what you missed นั้น what you missed หมายถึงส่วนที่คุณไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้กำลังใจอีกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติให้ขอให้พูดซ้ำ?
- Could you repeat the last sentence, please?
- Don't be shy about asking me to repeat anything you miss.
- You should have listened more carefully.
ดูคำตอบ
Don't be shy about asking me to repeat anything you miss.
but asking for clarification actually shows that you're committed to understanding. วลี
3:07แต่การขอความกระจ่างแท้จริงแล้วแสดงให้เห็นว่าคุณมุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจ
Asking for clarification: การขอคำอธิบายเพิ่มเติม
Ask for + คำนาม หมายถึงขอสิ่งนั้น Clarification คือข้อมูลหรือคำอธิบายที่ทำให้บางสิ่งชัดเจนขึ้น ดังนั้น asking for clarification จึงหมายถึงการขอคำอธิบายที่ชัดเจนขึ้นหรือรายละเอียดที่แม่นยำขึ้น ในประโยคนี้ asking for clarification เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ shows ผู้พูดมองว่าการกระทำนี้เป็นหลักฐานว่าคนคนนั้นตั้งใจทำความเข้าใจอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
คุณได้ยิน “Submit it soon,” แต่ไม่ทราบกำหนดส่งที่แน่นอน คำถามใดเป็นการขอคำอธิบายเพิ่มเติม?
- Could you clarify what you mean by 'soon'?
- Could you repeat the word 'soon'?
- Could you speak a little louder?
ดูคำตอบ
Could you clarify what you mean by 'soon'?
be committed to understanding: be committed to + รูป -ing
Be committed to understanding หมายถึงการพยายามทำความเข้าใจอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในประโยคนี้ การขอคำอธิบายเพิ่มเติมถูกมองว่าเป็นหลักฐานของความมุ่งมั่น ไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลว ใน be committed to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น committed to understanding และ committed to the project เมื่อต้องการใช้วลีนี้บรรยายบุคคล ต้องมีรูปที่เหมาะสมของ be อยู่หน้า committed
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ understand: Mia is committed to ____ every customer's needs.
ดูคำตอบ
understanding
don't be afraid of silence: ยอมรับช่วงหยุดเงียบในการสนทนา
Don't be afraid of silence เป็นคำแนะนำที่ช่วยให้สบายใจ ไม่ใช่คำสั่งที่รุนแรง ในบริบทนี้ silence หมายถึงช่วงสั้น ๆ ในการสนทนาที่ไม่มีใครพูด ผู้พูดกำลังบอกว่าช่วงหยุดเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงความกระอักกระอ่วนหรือความล้มเหลวเสมอไป โครงสร้าง be afraid of + คำนาม ใช้บอกสิ่งที่ทำให้กังวล คำแนะนำนี้ช่วยให้มองความเงียบเป็นเวลาที่มีประโยชน์สำหรับคิด แทนที่จะเป็นช่องว่างที่ต้องรีบเติมอยู่เสมอ
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: ในบริบทนี้ Don't be afraid of silence เป็นการช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ โดยบอกว่าช่วงหยุดสั้น ๆ ในการสนทนาอาจมีประโยชน์
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
จริง
It's okay to ask for a moment to formulate your response, โน้ต
3:17ไม่เป็นไรที่จะขอเวลาสักครู่เพื่อเรียบเรียงคำตอบของคุณ
It's okay to ask for a moment: ทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าขอเวลาคิดได้
It's okay to... ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ในประโยคนี้เป็นการทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าไม่จำเป็นต้องตอบทันที และสามารถขอเวลาหยุดคิดสั้น ๆ ได้ ask for a moment หมายถึงขอเวลาสั้น ๆ ส่วนที่ไฮไลต์กำลังอธิบายและยืนยันว่าการขอแบบนี้ทำได้ ไม่ได้เป็นคำขอโดยตรงให้อีกฝ่ายรอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดทำให้เพื่อนสบายใจว่าการขอเวลาคิดเป็นเรื่องที่ทำได้ แทนที่จะเป็นการขอเวลาโดยตรงให้ตัวเอง
- You have only a moment to answer.
- Could I have a moment to think?
- It's okay to ask for a moment before you answer.
ดูคำตอบ
It's okay to ask for a moment before you answer.
to formulate your response: เรียบเรียงคำตอบอย่างรอบคอบ
Formulate your response หมายถึงพัฒนาและจัดระเบียบความคิดให้เป็นคำตอบที่ชัดเจนและเลือกถ้อยคำอย่างรอบคอบ formulate สื่อถึงการค่อย ๆ สร้างคำตอบอย่างตั้งใจมากกว่าแค่นึกคำตอบ จึงมักฟังเป็นทางการ ในที่นี้ to formulate เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมจึงขอเวลาสักครู่ ช่วงเวลานั้นทำให้ผู้พูดมีเวลาเตรียมคำตอบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึงพัฒนาและจัดระเบียบอย่างรอบคอบ: I need a minute to ____ a clear response.
ดูคำตอบ
formulate
taking a beat to think: หยุดสั้น ๆ ก่อนทำต่อ
ในที่นี้ take a beat เป็นสำนวนภาษาพูดที่หมายถึง “หยุดสั้น ๆ สักครู่” คำว่า beat หมายถึงช่วงเวลาสั้นมาก ไม่ได้หมายถึงการตีหรือการรักษาจังหวะดนตรี ใน taking a beat to think รูป infinitive ที่มี to บอกจุดประสงค์ของการหยุด คือคิดก่อน แล้วจึงพูดหรือทำต่อ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ take a beat to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
taking a beat to think ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- หยุดกิจกรรมเพื่อพักเป็นเวลานาน
- เคาะจังหวะดนตรีระหว่างคิด
- หยุดชั่วครู่และคิดก่อนทำต่อ
ดูคำตอบ
หยุดชั่วครู่และคิดก่อนทำต่อ
can help speakers reflect on their speech as well. วลี
3:21ก็สามารถช่วยให้ผู้พูดได้ทบทวนคำพูดของตนเองเช่นกัน
reflect on their speech: ทบทวนคำพูดของตนเอง
Reflect on something หมายถึงย้อนกลับไปมองและคิดถึงเรื่องนั้นอย่างรอบคอบ โดยมักมีจุดประสงค์เพื่อเรียนรู้หรือปรับปรุง คำบุพบท on ใช้นำสิ่งที่กำลังนำมาพิจารณา ในที่นี้ their speech รวมทั้งสิ่งที่ผู้พูดพูดและวิธีที่พวกเขาสื่อออกมา ในบริบทนี้ speech ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการต่อหน้าสาธารณชน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทบทวนและคิดอย่างรอบคอบ”: After the meeting, Lina took a minute to ____ her comments.
ดูคำตอบ
reflect on
These might seem ... but together ...: สรุปผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ
อนุประโยคแรก These might seem like small changes ยอมรับความรู้สึกแรกที่อาจเกิดขึ้นว่า การเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่างดูเล็กน้อย จากนั้น but เปลี่ยนไปสู่ประเด็นหลัก ดังนั้นข้อมูลหลัง but จึงเป็นส่วนที่ได้รับการเน้นมากกว่า together แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ส่งผลสะสมร่วมกัน ส่วน make a big difference หมายถึง “ส่งผลอย่างมาก” โครงสร้างนี้ใช้สรุปหลังจากเสนอวิธีเล็ก ๆ หลายข้อ โดยเน้นผลที่เกิดขึ้นเมื่อทำร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสรุปผลร่วมของการกระทำเล็ก ๆ หลายอย่างได้ดีที่สุด
- The steps are different because they cannot work together.
- Each step is small, so none of them has any value.
- Each step may seem small, but together they make a big difference.
ดูคำตอบ
Each step may seem small, but together they make a big difference.
they report more satisfaction, trust, and connection in their relationships. วลี
3:33พวกเขาจะรายงานถึงความพึงพอใจ ความไว้วางใจ และความผูกพันในความสัมพันธ์ที่เพิ่มมากขึ้น
feel heard: รู้สึกว่ามีคนรับฟังและเข้าใจ
ใน feel heard คำว่า heard เป็นคำกริยาช่องสามที่ใช้อธิบายว่าคนคนหนึ่งรู้สึกว่าตนได้รับการปฏิบัติอย่างไร วลีนี้หมายถึงการรู้สึกว่าคนอื่นตั้งใจฟังความคิด ความรู้สึก หรือความต้องการของตน และให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นอย่างจริงจัง ความหมายนี้มากกว่าการที่เสียงไปถึงหูของอีกคน และไม่จำเป็นต้องมีความเห็นตรงกัน อีกฝ่ายอาจไม่เห็นด้วยกับคุณ แต่ยังตอบสนองในแบบที่ทำให้คุณ feel heard ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ฉันอยากให้ใครสักคนรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของฉัน”
- I need you to agree with every word I say.
- I want my voice to be louder than everyone else's.
- I don't need an immediate solution; I just want to feel heard.
ดูคำตอบ
I don't need an immediate solution; I just want to feel heard.
they report more satisfaction, trust, and connection: họ cho biết có nhiều sự hài lòng, tin tưởng và gắn kết hơn
report ในที่นี้หมายถึงการระบุหรือบรรยายบางอย่างขณะตอบแบบสำรวจหรือเข้าร่วมการศึกษา นักวิจัยใช้คำนี้เพื่อสรุปสิ่งที่ผู้คนพูดถึงประสบการณ์ของตนเอง ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นเขียนรายงานอย่างเป็นทางการ โครงสร้างคือ report + นามวลี: they report more satisfaction, trust, and connection คำว่า more ขยายคำนามทั้งสามคำ จึงหมายถึงระดับที่ผู้เข้าร่วมรายงานด้วยตนเองว่าสูงขึ้นในทั้งสามด้าน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ report เพื่อนำเสนอผลการวิจัยที่ผู้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับตนเอง
- Participants reported the broken printer to the office manager.
- Participants reported lower stress after the program.
- Participants wrote a report about the program.
ดูคำตอบ
Participants reported lower stress after the program.
and perceive the managers who listen to them more favorably. วลี
3:43และมองเห็นผู้จัดการที่รับฟังพวกเขาในแงดีมากขึ้น
generally experience less burnout: โดยทั่วไปประสบภาวะหมดไฟน้อยกว่า
ในประโยคนี้ experience less burnout หมายถึงมีระดับหรือการเกิด burnout น้อยกว่า Burnout คือภาวะเหนื่อยล้าและแรงจูงใจลดลงที่กินเวลานาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเครียดต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการทำงานหรือการเรียน และมากกว่าการรู้สึกเหนื่อยเพียงวันเดียว generally บอกถึงแนวโน้มโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าผลนี้เป็นจริงกับพนักงานทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ส่วน experience เป็นคำกริยาที่เป็นกลางและค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงเผชิญหรือได้รับผลจากภาวะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายว่าเป็น burnout
- รู้สึกง่วงหลังจากนอนดึกเพียงครั้งเดียว
- รู้สึกเหนื่อยล้าและห่างเหินจากงานหลังจากเผชิญความเครียดที่ไม่ได้รับการจัดการเป็นเวลาหลายเดือน
- รู้สึกเหนื่อยหลังจากวิ่งระยะไกล
ดูคำตอบ
รู้สึกเหนื่อยล้าและห่างเหินจากงานหลังจากเผชิญความเครียดที่ไม่ได้รับการจัดการเป็นเวลาหลายเดือน
perceive the managers ... more favorably: มองผู้จัดการในแง่บวกมากขึ้น
ใน perceive the managers ... more favorably คำว่า perceive หมายถึง “形成ความคิดเห็นเกี่ยวกับ” หรือ “มอง” โดย the managers เป็นกรรม และ more favorably บอกว่าพนักงานมองผู้จัดการเหล่านั้นอย่างไร คือมีความคิดเห็นในแง่บวกมากขึ้น อนุประโยคขยาย who listen to them ระบุว่ากำลังประเมินผู้จัดการกลุ่มใด โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ perceive + กรรม + favorably/more favorably ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างเป็นทางการในการบอกการประเมินเชิงบวก
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ perceive + กรรม + more favorably ได้ถูกต้อง
- Customers favorably perceived about the new policy after the explanation.
- Customers perceived more favorably to the new policy after the explanation.
- Customers perceived the new policy more favorably after the explanation.
ดูคำตอบ
Customers perceived the new policy more favorably after the explanation.
it can be hard to muster all this focus and attention การใช้คำ
3:51แต่มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะรวบรวมสมาธิและความสนใจทั้งหมดนี้
while it might be easy to ..., it can be hard to ...: การยอมรับก่อนนำไปสู่ความขัดแย้ง
while ในที่นี้ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำไปสู่ความขัดแย้ง มีความหมายใกล้กับ although กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าการฟังบางคนอาจเป็นเรื่องง่าย แล้วจึงเปลี่ยนไปพูดถึงด้านที่ยากกว่าของสถานการณ์ ในที่นี้ while ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” โครงสร้างคู่ขนาน while it might be easy to + คำกริยา, it can be hard to + คำกริยา วางข้อคิดเห็นสองด้านไว้คู่กัน ส่วน might และ can แสดงว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่กฎตายตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อแสดงการยอมรับก่อนนำไปสู่ความขัดแย้งแบบเดียวกับประโยคเป้าหมาย
- Because the instructions look simple, they are easy to follow.
- While the instructions may look simple, they can be hard to follow.
- While I was reading the instructions, the phone rang.
ดูคำตอบ
While the instructions may look simple, they can be hard to follow.
muster all this focus and attention: พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมด
ในประโยคนี้ muster หมายถึงการรวบรวมและนำทรัพยากรที่จำเป็นมาใช้โดยตั้งใจ ไม่ใช่แค่การได้รับสิ่งนั้นมา muster all this focus and attention จึงหมายถึงการพยายามอย่างมากเพื่อดึงสมาธิและความสนใจที่จำเป็นต่อภารกิจออกมา แม้ว่าคุณจะเห็นด้วยกับผู้พูดได้ยากหรือไม่ชอบผู้พูดก็ตาม muster มักสื่อว่าทรัพยากรนั้นมีจำกัดหรือดึงออกมาใช้ได้ยากในขณะนั้น และใช้ร่วมกับ courage, energy, patience, strength, support, focus หรือ attention ได้ โดยเน้นความพยายามที่ต้องใช้
แบบฝึกหัด
muster all this focus and attention ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- She tried to summon enough concentration to listen carefully.
- She tried to forget everything the speaker said.
- She tried to make the speaker talk more loudly.
ดูคำตอบ
She tried to summon enough concentration to listen carefully.
But these situations might actually benefit most from your efforts to listen openly. วลี
3:58แต่สถานการณ์เหล่านี้อาจได้รับประโยชน์สูงสุดจากความพยายามของคุณในการรับฟังอย่างเปิดใจ
benefit most from your efforts to listen openly: ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากความพยายามฟังอย่างเปิดใจ
Benefit from หมายถึงการได้รับความช่วยเหลือ ข้อดี หรือการปรับปรุงจากแหล่งหนึ่ง โดยประธานเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ และ from จะนำหน้าแหล่งที่มาของประโยชน์ ในประโยคนี้ these situations เป็นฝ่ายที่อาจได้รับการปรับปรุงมากที่สุด ส่วน your efforts to listen openly เป็นแหล่งที่มาของประโยชน์ วลีนี้หมายความว่าการฟังอย่างเปิดใจอาจช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของจริง Most แสดงว่าประโยชน์ที่ได้รับในกรณีนี้อาจมากกว่าสถานการณ์อื่นหรือวิธีการอื่น ส่วน to listen openly ใน your efforts to listen openly อธิบายว่าเป็นความพยายามเรื่องอะไร
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ benefit from ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าพนักงานใหม่ได้รับความช่วยเหลือจากคำติชมเป็นประจำ
- Regular feedback can benefit from new employees during their first month.
- New employees can benefit regular feedback during their first month.
- New employees can benefit from regular feedback during their first month.
ดูคำตอบ
New employees can benefit from regular feedback during their first month.
trying to force someone to change their mind น้ำเสียง/เจตนา
4:07การพยายามบังคับให้ใครสักคนเปลี่ยนใจ
makes them more likely to defend their point of view. ไวยากรณ์
4:10จะทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะปกป้องมุมมองของตนเองมากขึ้น
psychological reactance: แรงต้านเมื่อเสรีภาพในการเลือกถูกคุกคาม
psychological reactance คือแรงต้านที่คนเราอาจรู้สึกเมื่อคิดว่าเสรีภาพในการเลือกของตนกำลังถูกคุกคาม คนคนนั้นอาจยิ่งปกป้องตัวเลือกเดิมหรือยิ่งต้องการสิ่งที่ถูกจำกัด เพื่อให้รู้สึกว่าตนควบคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง ในประโยคนี้ การกดดันให้ใครเปลี่ยนใจอาจให้ผลตรงกันข้าม เพราะแรงกดดันนั้นเองทำให้เขามีแนวโน้มจะปกป้องความคิดเห็นเดิมมากขึ้น คำนี้หมายถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเพื่อปกป้องเสรีภาพ ไม่ได้หมายถึงความเห็นไม่ตรงกันทุกกรณี
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดง psychological reactance ได้ชัดเจนที่สุด
- วัยรุ่นคนหนึ่งทำตามกฎอย่างสงบหลังจากได้ฟังเหตุผลว่าทำไมจึงมีกฎนั้น
- นักวิ่งคนหนึ่งชะลอความเร็วเพราะร่างกายเหนื่อย
- ผู้ซื้อคนหนึ่งยิ่งอยากได้สินค้าหลังจากถูกบอกว่าห้ามซื้อ
ดูคำตอบ
ผู้ซื้อคนหนึ่งยิ่งอยากได้สินค้าหลังจากถูกบอกว่าห้ามซื้อ
force someone to change their ...: force + กรรม + to-infinitive
ในวลีเต็ม force someone to change their mind คำว่า force ใช้โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive โดย someone คือผู้ที่ได้รับผล และ to change คือการกระทำที่ถูกกำหนดให้ทำ ส่วนที่เน้นจบที่ their ซึ่งเชื่อมกับคำถัดไปคือ mind และ change their mind หมายถึงเปลี่ยนไปยอมรับความคิดเห็นอีกแบบหนึ่ง Force สื่อว่าแรงกดดัน อำนาจ ภัยคุกคาม หรือสถานการณ์ที่บีบบังคับทำให้คนนั้นแทบไม่มีทางเลือกที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการใช้กำลังทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างชัดเจนว่าแรงกดดันทำให้คนคนหนึ่งแทบไม่มีทางเลือกที่แท้จริง
- The threat forced Elena to change her decision.
- The teacher invited Elena to explain her decision.
- The evidence persuaded Elena to change her decision.
ดูคำตอบ
The threat forced Elena to change her decision.
make them more likely to ...: เพิ่มโอกาสที่จะเกิดการกระทำ
โครงสร้าง make + object + more likely to + base verb หมายถึง บางสิ่งเพิ่มโอกาสที่กรรมจะทำกริยานั้น ในประโยคนี้ การพยายามบังคับให้ผู้คนเปลี่ยนใจกลับเพิ่มโอกาสที่พวกเขาจะปกป้องมุมมองของตน more likely บอกถึงการเปลี่ยนแปลงของความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน หากบางสิ่งลดโอกาสของการกระทำ ก็สามารถใช้ less likely to ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกความเป็นไปได้ที่เรียนมา: A clear map makes tourists ____ explore beyond the main square.
ดูคำตอบ
more likely to
high-quality listening: การฟังอย่างตั้งใจเพื่อทำความเข้าใจ
high-quality listening หมายถึงการฟังอย่างต่อเนื่องด้วยความตั้งใจและพยายามเข้าใจผู้พูดอย่างจริงใจ ซึ่งอาจรวมถึงการแสดงให้เห็นว่ากำลังติดตามเนื้อหาและเปิดพื้นที่ให้ผู้พูดแสดงความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย high-quality เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้าคำนาม listening จึงเขียนโดยใช้ยัติภังค์ ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดเป็นชื่อของวิธีสื่อสารที่ช่วยส่งเสริมการเปิดใจได้
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ high-quality listening หมายถึงอะไร?
- เห็นด้วยกับทุกความคิดเห็นที่ผู้พูดแสดงออก
- ฟังเสียงที่มีคุณภาพทางเทคนิคยอดเยี่ยม
- ฟังอย่างตั้งใจและพยายามทำความเข้าใจ
ดูคำตอบ
ฟังอย่างตั้งใจและพยายามทำความเข้าใจ
fosters open-mindedness: ส่งเสริมการเปิดใจกว้าง
ในที่นี้ foster หมายถึง “ช่วยให้คุณลักษณะหนึ่งค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามเวลา” การรับฟังอย่างมีคุณภาพสร้างเงื่อนไขที่ช่วยให้เกิดการเปิดใจกว้างได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดผลทันที Fosters เป็นสกรรมกริยาในประโยคนี้ และ open-mindedness เป็นกรรมตรง โครงสร้างนี้มักใช้กับคุณลักษณะเชิงนามธรรม เช่น trust, creativity และ cooperation
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ foster ได้เป็นธรรมชาติและมีโครงสร้างถูกต้อง
- Regular discussion can foster the door in one second.
- Regular discussion can foster critical thinking.
- Regular discussion can foster to think critically.
ดูคำตอบ
Regular discussion can foster critical thinking.
a non-judgmental and psychologically safe environment: สภาพแวดล้อมที่ไม่ตัดสินและปลอดภัยทางจิตใจ
คำบรรยายสองส่วนที่เชื่อมด้วย and ต่างก็ขยายคำว่า environment คำว่า Non-judgmental หมายถึงคนไม่ถูกวิจารณ์ ตีตรา หรือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ส่วน psychologically safe หมายถึงคนสามารถถามคำถาม บอกความกังวล หรือยอมรับความผิดพลาดได้โดยไม่ต้องกลัวการถูกทำให้อับอายหรือถูกลงโทษมากเกินไป ในที่นี้ environment หมายถึงบรรยากาศทางสังคมรอบการปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่สถานที่จริง คำคุณศัพท์ทั้งสองร่วมกันบรรยายบรรยากาศที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยในการมีส่วนร่วมอย่างตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึง a non-judgmental and psychologically safe environment ได้ดีที่สุด
- ทุกคนต้องเห็นด้วยกับทุกความคิด
- ผู้คนสามารถถามคำถามและยอมรับความผิดพลาดได้โดยไม่ถูกล้อเลียน
- ไม่มีใครได้รับข้อเสนอแนะที่ตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ
ผู้คนสามารถถามคำถามและยอมรับความผิดพลาดได้โดยไม่ถูกล้อเลียน
truly open-minded listening isn't about changing people's minds. ไวยากรณ์
4:26การรับฟังอย่างเปิดใจอย่างแท้จริงไม่ใช่การไปเปลี่ยนใจคนอื่น
isn't about changing people's ...: ปฏิเสธว่าเป็นจุดประสงค์
รูปแบบ be not about + -ing ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งไม่ใช่จุดประสงค์หรือประเด็นหลักของบางสิ่ง ในประโยคนี้ isn't about changing people's minds แก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นว่า การฟังอย่างเปิดใจอย่างแท้จริงไม่ได้มุ่งให้คนอื่นยอมรับมุมมองที่ต่างออกไป รูปแบบนี้กล่าวถึงจุดประสงค์หรือจุดเน้น ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันได้ ความคิดของอีกฝ่ายอาจเปลี่ยนในภายหลัง แต่ผู้ฟังไม่ได้พยายามทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของโครงสร้าง be not about เพื่อบอกว่าการตำหนิไม่ใช่จุดประสงค์ของคำแนะนำ: Good feedback ____ blaming people; it's about helping them improve.
ดูคำตอบ
isn't about
is not the same as agreeing: แยกสองแนวคิดออกจากกัน
รูปแบบ be not the same as + คำนามหรือรูป -ing ใช้แยกสองแนวคิดที่คนอาจเข้าใจผิดว่าเหมือนกัน ในประโยคนี้ listening หมายถึงการตั้งใจฟังและพยายามเข้าใจ ส่วน agreeing หมายถึงการยอมรับว่าความคิดเห็นหนึ่งถูกต้อง ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการฟังกับการเห็นด้วยเป็นสิ่งตรงข้ามกัน คุณสามารถฟังอย่างดีแล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not the same as เพื่อแยกการเข้าใจออกจากการยอมรับ: Understanding an opinion ____ accepting it.
ดูคำตอบ
is not the same as
and conversations don't have to end with a happy resolution. ไวยากรณ์
4:34และบทสนทนาก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยบทสรุปที่แฮปปี้เสมอไป
don't have to end with a happy resolution: ไม่จำเป็นต้องจบด้วยข้อยุติที่น่าพอใจ
Don't have to แสดงว่าไม่มีความจำเป็น บทสนทนาอาจจบอย่างราบรื่นได้ แต่ไม่ได้จำเป็นต้องได้ผลลัพธ์เช่นนั้น และไม่ได้หมายความว่าห้ามจบอย่างมีความสุข End with หมายถึงมีบางสิ่งเป็นส่วนสุดท้ายหรือผลลัพธ์สุดท้าย A happy resolution คือการคลี่คลายความเห็นต่างอย่างน่าพอใจ วลีนี้ลดข้อกำหนดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่บทสนทนาต้องมีจึงจะถือว่ามีคุณค่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกข้อเสนอ แทนที่จะบอกว่าห้ามเห็นด้วย?
- You can't agree with every suggestion.
- You mustn't agree with any suggestion.
- You don't have to agree with every suggestion.
ดูคำตอบ
You don't have to agree with every suggestion.
being heard is enough to start a deeper conversation: การได้รับการรับฟังก็เพียงพอที่จะเริ่มบทสนทนาที่ลึกซึ้งขึ้น
Being heard เป็นวลี -ing รูปถูกกระทำที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค วลีนี้กล่าวถึงประสบการณ์ที่คนอื่นรับฟังและใส่ใจสิ่งที่คุณพูด โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ฟัง ใน is enough to start คำว่า enough ตามด้วยกริยารูป to-infinitive เพื่อแสดงเงื่อนไขที่เพียงพอ กล่าวคือ ประสบการณ์นั้นเพียงอย่างเดียวก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ถัดไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ วลี gerund + be enough to + กริยา คำว่า Sometimes จำกัดขอบเขตของข้อความ จึงไม่ได้หมายความว่าวิธีนี้ได้ผลเสมอหรือทำให้ความเห็นต่างยุติลงทันที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสี่คำ: Sometimes listening carefully ____ a better discussion.
ดูคำตอบ
is enough to start
So what happens if you can't connect to someone?
4:46แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่สามารถเชื่อมโยงกับใครสักคนได้?
Learn what makes rejection such a uniquely painful experience
4:52เรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้การถูกปฏิเสธเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดอย่างไม่เหมือนใคร
to work through it: ค่อย ๆ รับมือกับความยากลำบาก
ในวลี to work through it คำว่า work through เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเผชิญหน้ากับปัญหาหรือความรู้สึกที่ยากลำบากและค่อย ๆ จัดการกับมัน วลีนี้เน้นกระบวนการและความพยายาม ไม่ใช่การแก้ปัญหาในทันที ในประโยคนี้ it หมายถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ work through + ปัญหาหรือความรู้สึก เช่น work through a conflict หรือ work through your feelings
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงเผชิญหน้าและค่อย ๆ จัดการ: It may take time to ____ these difficult feelings.
ดูคำตอบ
work through
Or get more actionable science-based advice การใช้คำ
4:58หรือรับคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่อิงตามหลักวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
more actionable science-based advice: คำแนะนำเพิ่มเติมที่นำไปปฏิบัติได้และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
Actionable และ science-based ต่างก็ขยายคำนาม advice โดย actionable หมายถึงคำแนะนำที่นำไปเปลี่ยนเป็นขั้นตอนเฉพาะได้จริง ส่วน science-based หมายถึงคำแนะนำที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เมื่อใช้ร่วมกันจึงหมายถึงแนวทางที่ทั้งใช้ได้จริงและมีหลักฐานรองรับ ในข้อความเชิญชวนนี้ more มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าได้คำแนะนำประเภทนี้ในปริมาณมากขึ้น Advice เป็นคำนามนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษ จึงใช้ more advice ไม่ใช่ more advices หากมีสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างชัดเจน more actionable อาจหมายถึงนำไปปฏิบัติได้ง่ายกว่า
แบบฝึกหัด
เว็บไซต์หนึ่งเพิ่มชุดคำแนะนำใหม่ที่เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นขั้นตอนที่ชัดเจน ประโยคใดอธิบายการอัปเดตนี้ได้ดีที่สุด
- The website now offers more actionable science-based advice.
- The website now offers more advice about taking science classes.
- The website now offers more general advice based on personal opinions.
ดูคำตอบ
The website now offers more actionable science-based advice.
on how to build character at ed.ted.com/buildcharacter.
5:01เกี่ยวกับวิธีสร้างอุปนิสัยได้ที่ ed.ted.com/buildcharacter