ดินแดนแห่งเงา | ซีซั่น 1 ตอนที่ 5 | ตอนเต็ม | Bluey | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
576 คำ 140 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอี โคโค และสนิกเกอร์สเดินทางผ่านโลกสมมติที่กำหนดให้เงาเป็นพื้นดินปลอดภัย ส่วนบริเวณที่โดนแดดเป็นทะเลซึ่งมีจระเข้ เมื่อเจออุปสรรค พวกเขาอยากเปลี่ยนกติกาให้ง่ายขึ้น แต่สุดท้ายก็พบว่าการหาทางแก้ภายใต้กติกานั่นเองที่ทำให้การผจญภัยสนุก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What's the time, Mrs. Wolf? — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: เข้าใจว่านี่คือประโยคประจำในเกมวิ่งไล่จับของเด็ก ไม่ใช่คำถามเวลาแบบทั่วไป ผู้นำจะตอบเป็นเวลา ผู้เล่นเดินตามจำนวนก้าว และทุกคนรอฟัง “Dinnertime!” ซึ่งเป็นสัญญาณให้เริ่มไล่จับ ความรู้นี้ช่วยให้ตามโครงสร้างซ้ำและความตื่นเต้นของฉากได้ 2. all the bits in the sun is — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตภาษาพูดจริงของเด็กที่ใช้ประธานพหูพจน์ “all the bits” คู่กับกริยาเอกพจน์ “is” คุณจึงเข้าใจบทสนทนาได้โดยไม่จำความไม่สอดคล้องนี้เป็นกฎมาตรฐาน เพราะภาษาอังกฤษที่พิถีพิถันหรือเป็นทางการมักใช้ “are” 3. got it made in the shade. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความสำนวนภาษาพูดที่คล้องจองนี้เป็นหน่วยเดียว หมายถึงการอยู่ในสถานการณ์ที่สบาย ง่าย หรือโชคดี วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการแปลตรงตัวผิดความหมาย และทำให้จับน้ำเสียงขี้เล่นของผู้พูดได้ด้วย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่คะ

Dad.

0:12

พ่อคะ

Bingo.

0:18

บิงโก

Bluey.

0:23

บลูอี้

What's the time, Mrs. Wolf? วัฒนธรรม

0:27

กี่โมงแล้วคะ คุณนายหมาป่า?

วัฒนธรรม

What's the time, Mrs. Wolf? ในฐานะคำเรียกประจำเกม

ในเกมวิ่งไล่จับของเด็กนี้ What's the time, Mrs. Wolf? เป็นคำเรียกตามแบบแผนที่พูดซ้ำ ไม่ใช่การถามเวลาจริงในขณะนั้น ผู้เล่นที่รับบท Mrs. Wolf จะตอบเป็นเวลา เมื่อมีคำตะโกนสุดท้ายอย่าง Dinnertime! นั่นคือสัญญาณให้เริ่มวิ่งไล่จับ ดังนั้น Mrs. Wolf จึงเป็นบทบาทในเกม และคำถามนี้ช่วยดำเนินเกมไปตามลำดับที่กำหนดไว้

แบบฝึกหัด

ในเกมของเด็ก What's the time, Mrs. Wolf? มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ถามว่าเกมมีกำหนดจบตอนกี่โมง
  2. เป็นคำเรียกที่พูดซ้ำเพื่อดำเนินเกมไปสู่ช่วงวิ่งไล่จับ
  3. ถามผู้ใหญ่อย่างสุภาพว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมงจริง ๆ
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกที่พูดซ้ำเพื่อดำเนินเกมไปสู่ช่วงวิ่งไล่จับ

7:00.

0:29

7 โมง

1 2 3 4 5 6 7

0:31

1 2 3 4 5 6 7

What's the time, Mrs. Wolf?

0:36

กี่โมงแล้วคะ คุณนายหมาป่า?

10:00.

0:39

10 โมง

Coco.

0:41

โคโค่

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

0:43

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

What's the time, Mrs. Wolf?

0:45

กี่โมงแล้วคะ คุณนายหมาป่า?

Dinnertime!

0:48

ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว!

Got you.

0:49

จับได้แล้ว

Coco.

0:50

โคโค่

You always do this. น้ำเสียง/เจตนา

0:51

เธอชอบทำแบบนี้ตลอดเลย

น้ำเสียง/เจตนา

น้ำเสียงบ่นของ always ใน You always do this.

ในที่นี้ always เชื่อมการกระทำปัจจุบันเข้ากับรูปแบบของพฤติกรรมคล้ายกันที่เกิดซ้ำ ดังนั้น You always do this. จึงฟังเหมือนการบ่นหรือกล่าวโทษ โดยผู้พูดหมายความว่าปัญหาน่ารำคาญเดิมเกิดขึ้นอีกแล้ว ในการสนทนาที่มีอารมณ์ always อาจเป็นการกล่าวเหมารวมเกินจริง ไม่ใช่การยืนยันตามตัวอักษรว่าทุกครั้งเป็นเช่นนั้น ประโยคนี้นำเสนอพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การบอกความถี่อย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ระหว่างการโต้เถียง มีคนพูดว่า You always do this. เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดนับทุกครั้งและยืนยันแล้วว่าไม่มีข้อยกเว้น
  2. ผู้พูดกำลังชมว่าผู้ฟังทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย
  3. ผู้พูดมองว่าพฤติกรรมนั้นเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำและรู้สึกรำคาญ
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองว่าพฤติกรรมนั้นเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำและรู้สึกรำคาญ

Do what?

0:54

ทำอะไรเหรอ?

Something to make the game easy for you. ไวยากรณ์

0:55

ทำบางอย่างเพื่อให้เกมมันง่ายสำหรับเธอน่ะสิ

ไวยากรณ์

to make the game easy for you: make + กรรม + คำคุณศัพท์

วลี infinitive to make ... บอกจุดประสงค์หรือผลที่คาดหวังของสิ่งหนึ่ง กล่าวคือ สิ่งนั้นมีไว้เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง ใน make the game easy คำว่า make หมายถึง “ทำให้มีสภาพเป็นอย่างหนึ่ง” ไม่ใช่ “ผลิตหรือสร้างสิ่งของ” the game เป็นกรรม easy บอกสภาพที่เป็นผลลัพธ์ และ for you ระบุว่าใครเป็นผู้รู้สึกว่าง่ายขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ to make + กรรม + คำคุณศัพท์ + for + บุคคล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to make + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นมีจุดประสงค์ทำให้บางสิ่งง่ายขึ้นสำหรับใครคนหนึ่ง

  1. We added pictures because the instructions were easy for new readers.
  2. We added pictures to make the instructions easy for new readers.
  3. We asked new readers to make pictures for the instructions.
ดูคำตอบ

We added pictures to make the instructions easy for new readers.

Do I?

0:57

ฉันทำเหรอ?

Yes.

0:58

ใช่

Oh, sorry, Bluey.

0:59

โอ้ ขอโทษทีนะบลูอี้

I'll try and stop. วลี

1:01

ฉันจะพยายามเลิกทำนะ

วลี

try and stop: try and + กริยารูปพื้นฐานในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ

ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ try and + กริยารูปพื้นฐาน มักมีความหมายเหมือน try to + กริยารูปพื้นฐาน คือพยายามทำสิ่งที่ตามมา ในที่นี้ try and stop หมายถึง “พยายามหยุด” หรือ “พยายามไม่ทำต่อ” and ไม่ได้แยก try กับ stop เป็นการกระทำสองอย่าง และโครงสร้างนี้ก็ไม่ได้รับรองว่าจะทำสำเร็จ แต่รวมการพยายามกับการกระทำที่ตั้งใจไว้เป็นสำนวนสนทนาหนึ่งชุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายแบบไม่เป็นทางการว่า “ฉันจะพยายามโทรหาคุณคืนนี้”

  1. I'll try and call you tonight.
  2. I'll definitely call you at exactly eight.
  3. I tried calling you last night.
ดูคำตอบ

I'll try and call you tonight.

What if we play Shadowlands instead? น้ำเสียง/เจตนา

1:02

เราเปลี่ยนไปเล่นดินแดนเงากันแทนดีไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

What if we ... instead?: การเสนอทางเลือกอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ What if we + กริยารูปพื้นฐาน? ไม่ได้ถามว่าเหตุการณ์สมมติจะทำให้เกิดอะไร แต่ใช้เสนอความคิดอย่างนุ่มนวล โดยชวนให้ทุกคนพิจารณาทำบางอย่างร่วมกัน คำว่า instead บอกว่าข้อเสนอนี้เป็นทางเลือกแทนแผนปัจจุบัน รูปแบบ What if we + กริยา + instead? นำไปใช้ได้เมื่อกลุ่มกำลังเลือกจากหลายแผน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย What if we...? เพื่อเสนอความคิดร่วมกันอย่างนุ่มนวล: ____ take the train instead?

ดูคำตอบ

What if we

Yeah.

1:04

ดีเลย

This episode of Bluey is called Shadowlands.

1:06

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า ดินแดนเงา

What's Shadowlands?

1:10

ดินแดนเงาคืออะไรเหรอ?

It's fun.

1:12

มันสนุกนะ

All the shadowy grassy bits are the land. การใช้คำ

1:13

ตรงสนามหญ้าที่เป็นเงามืดทั้งหมดคือพื้นดิน

การใช้คำ

shadowy grassy bits: bits แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงบริเวณเล็ก ๆ

ใน shadowy grassy bits คำว่า bits หมายถึงส่วนหรือหย่อมเล็ก ๆ ที่แยกจากกัน คำคุณศัพท์ shadowy และ grassy บอกว่าสิ่งเหล่านี้คือหย่อมหญ้าเล็ก ๆ ที่อยู่ในเงา ไม่ใช่บิตของคอมพิวเตอร์ การใช้ bits แบบนี้เป็นภาษาพูดและพบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ผู้พูดใช้กล่าวถึงส่วนเล็ก ๆ หรือส่วนที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอแบบกว้าง ๆ โดยไม่ต้องระบุขอบเขตที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

shadowy grassy bits ใน “All the shadowy grassy bits are the land.” หมายถึงอะไร?

  1. หย่อมหญ้าเล็ก ๆ ที่อยู่ในเงา
  2. ข้อมูลเลขฐานสองที่ซ่อนอยู่ในหญ้า
  3. ทุ่งโล่งสว่างทั้งหมด
ดูคำตอบ

หย่อมหญ้าเล็ก ๆ ที่อยู่ในเงา

And all the bits in the sun is the sea. ไวยากรณ์

1:16

และตรงที่โดนแดดทั้งหมดคือทะเล

ไวยากรณ์

all the bits in the sun is: ประธานพหูพจน์ต้องใช้ are

คำนามหลักของประธาน all the bits คือ bits ดังนั้นประธานจึงเป็นพหูพจน์ วลี in the sun เพียงบอกว่าหมายถึงส่วนใด คำนามเอกพจน์ sun ไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปของกริยา คำบรรยายคงรูปการใช้กริยาที่ไม่สอดคล้องตามมาตรฐานจากคำพูดสด ๆ ของเด็กไว้ คือ all the bits in the sun is ในภาษาอังกฤษมาตรฐานควรใช้ all the bits in the sun are ในที่นี้หมายถึงพื้นที่เหล่านั้นทั้งหมดนับเป็นทะเลในเกม

แบบฝึกหัด

เติมรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be ในประโยคนี้: All the pieces near the window ____ dry.

ดูคำตอบ

are

Yeah, and there's crocodiles in the sea. ไวยากรณ์

1:18

ใช่ และมีจระเข้อยู่ในทะเลด้วยนะ

ไวยากรณ์

there's crocodiles: there's แบบไม่เป็นทางการกับ there are แบบมาตรฐาน

there's เป็นรูปย่อของ there is แต่ crocodiles เป็นพหูพจน์ ในคำพูดสด ๆ แบบไม่เป็นทางการ ผู้พูดจำนวนมากใช้ there's เป็นคำขึ้นต้นตายตัวเพื่อบอกว่ามีบางสิ่ง แม้ว่าคำนามที่ตามมาจะเป็นพหูพจน์ก็ตาม ตามหลักความสอดคล้องมาตรฐาน ให้ใช้ there are หน้าคำนามพหูพจน์: There are crocodiles in the sea. ส่วนคำนามเอกพจน์ใช้ there's ได้อย่างเป็นธรรมชาติ: There's a crocodile in the sea. ความแตกต่างนี้ช่วยให้เข้าใจประโยคไม่เป็นทางการโดยไม่ถือว่าเป็นรูปที่ควรใช้ในบริบททางการ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการใช้นี้เหมาะกับรายงานทางการหรือไม่: There's several reasons for the delay.

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Yeah, you can't touch the water.

1:20

ใช่แล้ว เธอห้ามโดนน้ำเด็ดขาด

Or you get bitten by a crocodile. ไวยากรณ์

1:22

ไม่งั้นเธอจะโดนจระเข้กัด

ไวยากรณ์

get bitten by: รูป passive ด้วย get ที่เน้นเหตุการณ์

ใน get bitten by โครงสร้าง get + กริยาช่อง 3 bitten ทำหน้าที่เป็น passive: ประธานเป็นผู้รับการกระทำ และ by ใช้นำผู้หรือสิ่งที่ทำกริยานั้น ตรงนี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” รูป passive ด้วย get นี้นำเสนอการถูกกัดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประธาน มักใช้ในภาษาพูดเมื่อกล่าวถึงอุบัติเหตุ ปัญหา หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นฉับพลัน และเน้นความเป็นเหตุการณ์มากกว่ารูป passive ที่เป็นกลางด้วย be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ด้วย get ในอดีตของ bite และต้องมี by: During the hike, Maya ____ a dog.

ดูคำตอบ

got bitten by

So, you can only walk on the land. ไวยากรณ์

1:24

ดังนั้น เธอเลยเดินได้แค่บนพื้นดินเท่านั้น

ไวยากรณ์

can only walk on: จำกัดสถานที่ที่อนุญาตให้เดิน

ใน can only walk on คำว่า can แสดงการอนุญาตตามกฎ และ only จำกัดวลีกริยาที่ตามมา กฎนี้อนุญาตให้เดินบนพื้นดินและไม่อนุญาตให้เดินที่อื่น โครงสร้าง can only + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าอนุญาตให้ทำได้เพียงหนึ่งการกระทำ สถานที่ วิธี หรือตัวเลือก เป็นการบอกข้อจำกัด ไม่ใช่ความสามารถของบุคคล

แบบฝึกหัด

กฎข้อใดหมายความว่าผู้เยี่ยมชมเดินได้เฉพาะบนทางที่มีเครื่องหมายและเดินที่อื่นไม่ได้?

  1. Only visitors can walk on the marked paths.
  2. Visitors can walk on the marked paths.
  3. Visitors can only walk on the marked paths.
ดูคำตอบ

Visitors can only walk on the marked paths.

These bits.

1:27

ตรงพวกนี้ไง

Yeah, and we have to get from here วลี

1:29

ใช่ และเราต้องเดินจากตรงนี้

to the picnic blanket.

1:31

ไปจนถึงเสื่อปิกนิกนั่น

วลี

have to get from A to B: การเคลื่อนที่ที่จำเป็นระหว่างสถานที่

have to บอกว่าจำเป็นต้องเดินทางตามเส้นทางให้สำเร็จ ส่วน get from A to B หมายถึงเคลื่อนที่หรือเดินทางจากจุดเริ่มต้น A ไปยังจุดหมาย B ในประโยคนี้ A คือ here และ B คือ the picnic blanket get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” โครงสร้างทั้งหมดสามารถใช้พูดถึงการเดินทางที่จำเป็นหรือกระบวนการที่ต้องดำเนินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ใช้ get from A to B กับสถานที่ที่กำหนดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์ จุดเริ่มต้น: the library จุดหมาย: the sports center We have to ____ before practice starts.

ดูคำตอบ

get from the library to the sports center

All right.

1:33

ตกลง

But you can't just change the rules น้ำเสียง/เจตนา

1:34

แต่ครั้งนี้เธอห้ามเปลี่ยนกฎ

to make it easy this time, okay?

1:37

เพื่อให้มันเล่นง่ายขึ้นตามใจชอบนะ เข้าใจไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

can't just change the rules: การกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน

can't just + กริยารูปพื้นฐาน ใช้หยุดอีกฝ่ายไม่ให้ทำสิ่งที่ผู้พูดมองว่าไม่สมเหตุสมผลหรือไม่ใช่เรื่องที่อีกฝ่ายจะตัดสินใจเองได้ ในที่นี้ can't just change the rules หมายถึงอีกฝ่ายจะเปลี่ยนกติกาเพียงเพื่อให้งานง่ายขึ้นตามใจไม่ได้ ในโครงสร้างนี้ just สื่อว่า “ทำไปง่าย ๆ โดยไม่มีเหตุผลที่ดี ไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้พูดคุยกันก่อน” ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่” จึงทำให้ประโยคมีน้ำเสียงกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนและตำหนิเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

มีคนพยายามแซงคิวเพราะกำลังรีบ ประโยคใดกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You don't have to stand in line if you're in a hurry.
  2. You can join the line when you are ready.
  3. You can't just cut in line because you're in a hurry.
ดูคำตอบ

You can't just cut in line because you're in a hurry.

No, I won't.

1:40

ไม่ล่ะ ฉันจะไม่ทำ

You promise? น้ำเสียง/เจตนา

1:41

สัญญานะ?

I promise.

1:42

ฉันสัญญา

น้ำเสียง/เจตนา

You promise? ... I promise. — ขอคำสัญญาและให้คำสัญญา

You promise? เป็นรูปพูดสั้น ๆ ของ Do you promise? ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าจะทำตามข้อตกลงที่ทั้งคู่เข้าใจกันอยู่แล้ว ส่วน I promise. ไม่ได้เพียงบอกความคิด แต่เป็นการให้คำสัญญาในขณะที่พูด คำพูดสั้น ๆ สองช่วงนี้สร้างข้อตกลงร่วมกัน ฝ่ายหนึ่งขอคำยืนยันที่หนักแน่น และอีกฝ่ายยอมรับพร้อมสัญญาว่าจะทำตาม

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีที่ใช้ให้คำสัญญาโดยตรง: “Will you keep the surprise secret? You promise?” “____.”

ดูคำตอบ

I promise

Okay, let's go.

1:43

โอเค ไปกันเลย

Yeah! Yeah!

1:45

เย้! เย้!

This is fun.

1:59

สนุกจังเลย

I told you.

2:01

ฉันบอกแล้วไง

You won't get us, crocodile. การใช้คำ

2:06

จับพวกเราไม่ได้หรอก เจ้าจระเข้

การใช้คำ

won't get us: get ในความหมายว่า “จับได้”

ใน won't get us คำว่า get หมายถึงจับหรือตามคนที่กำลังถูกไล่ให้ทัน และในสถานการณ์อันตรายอาจรวมถึงการทำร้ายด้วย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “เอามา” ให้ดูการกระทำรอบ ๆ เพื่อระบุความหมายนี้ เมื่อผู้ไล่ตามหรือสิ่งที่เป็นภัยกำลังพยายามจับใครสักคน get + คนหรือคำสรรพนามสามารถหมายถึงจับเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ ส่วน Won't แสดงว่าผู้พูดเชื่อว่าผู้ไล่ตามจะทำไม่สำเร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get ในความหมายว่าจับใครสักคนระหว่างการวิ่งไล่?

  1. The puppy ran after Sam but couldn't get him.
  2. Sam doesn't get the joke.
  3. Sam went to the kitchen to get a glass of water.
ดูคำตอบ

The puppy ran after Sam but couldn't get him.

I can't jump that far. วลี

2:10

ฉันกระโดดไกลขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ

วลี

jump that far: ใช้ that ชี้ระยะที่รู้กันอยู่แล้ว

ใน that far คำว่า that ชี้ไปยังระยะที่เคยกล่าวถึง ถูกชี้ให้เห็น หรือมองเห็นอยู่ โดย that ขยายคำว่า far ดังนั้น jump that far จึงหมายถึง “กระโดดให้ได้ระยะนั้น” ไม่ใช่ “กระโดดไปทางวัตถุนั้น” โครงสร้าง กริยา + that far ใช้บอกว่าการกระทำนั้นไปถึงระยะที่กล่าวถึงได้หรือไม่ เช่น run that far, throw something that far หรือ see that far เมื่อใช้กับ can't ประโยคจะสื่อว่าระยะที่ต้องไปนั้นเกินความสามารถของผู้พูด

แบบฝึกหัด

คุณกำลังชี้ไปที่ทุ่นซึ่งอยู่ไกล ประโยคใดถามว่าอีกฝ่ายว่ายน้ำไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ โดยไม่ได้บอกว่าจุดนั้น “ไกลเกินไป”

  1. Can you swim that far?
  2. Can you swim this far?
  3. Is it too far to swim?
ดูคำตอบ

Can you swim that far?

Look at my little legs.

2:11

ดูขาสั้นๆ ของฉันสิ

Well, maybe just this time น้ำเสียง/เจตนา

2:13

เอ้อ งั้นแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

maybe just this time: เสนอข้อยกเว้นเพียงครั้งเดียวอย่างนุ่มนวล

Maybe ทำให้ข้อเสนอฟังดูนุ่มนวลขึ้น ส่วน just this time จำกัดข้อเสนอไว้เฉพาะครั้งนี้ เมื่อรวมกัน maybe just this time เป็นวิธีเสนออย่างระมัดระวังให้ยกเว้นกฎหรือแผนที่ทำเป็นประจำเพียงหนึ่งครั้ง ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าได้รับอนุญาตแล้ว การเรียกการเปลี่ยนแปลงว่า “แค่ครั้งนี้” ยังทำให้ข้อยกเว้นดูเล็กลงและยอมรับได้ง่ายขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงมักใช้เป็นวิธีเจรจา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนออย่างนุ่มนวลให้ยกเว้นกฎที่ทำเป็นประจำเพียงครั้งเดียว

  1. Maybe just this time, we can eat dinner in the living room.
  2. We must never eat dinner in the living room.
  3. We can eat dinner in the living room every day.
ดูคำตอบ

Maybe just this time, we can eat dinner in the living room.

you can have crocodile-proof shoes. การใช้คำ

2:15

ให้เธอใส่รองเท้ากันจระเข้ได้

การใช้คำ

crocodile-proof shoes: การสร้างคำคุณศัพท์ด้วย -proof

ส่วนเติม -proof สามารถต่อท้ายคำนามเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ป้องกัน X” หรือ “ออกแบบมาไม่ให้ X ก่อผลตามปกติ” ใน crocodile-proof shoes คำว่า crocodile คืออันตรายที่จินตนาการว่ารองเท้านี้ต้านทานได้ Crocodile-proof เป็นคำที่สร้างขึ้นเล่น ๆ และเข้าใจได้จากบริบท ไม่ใช่ชื่อผลิตภัณฑ์มาตรฐาน เมื่อเจอคำประสม X-proof ใหม่ ให้ดูว่า X คืออะไร แล้วคิดว่าการป้องกัน X แบบใดสมเหตุสมผลในบริบทนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ทั่วไปที่ลงท้ายด้วย -proof และหมายถึง “ไม่ให้น้ำผ่านเข้าไป”: These hiking boots are ____.

ดูคำตอบ

waterproof

Coco.

2:17

โคโค่

Oh, yeah.

2:19

โอ้ ใช่สิ

Sorry.

2:20

ขอโทษที

But how is Snickers gonna get over? กริยาวลี

2:21

แล้วสนิกเกอร์สจะข้ามไปได้ยังไงล่ะ?

กริยาวลี

get over: การข้ามสิ่งกีดขวางจริง

ในที่นี้ get over หมายถึงเคลื่อนข้ามสิ่งกีดขวางหรือช่องว่างไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง ไม่มีการกล่าวถึงสิ่งกีดขวางหลัง over เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้ชัดเจนอยู่แล้ว Get over ยังอาจหมายถึงฟื้นจากอาการป่วยหรือประสบการณ์ที่ทำให้เสียใจ หรือเอาชนะความยากลำบากได้ด้วย แต่คำถามนี้ถามถึงเส้นทาง จึงต้องใช้ความหมายที่เป็นการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

คุณปีนข้ามรั้วแทนที่จะผ่านช่องเปิดหรืออ้อมรั้ว ประโยคใดอธิบายการเคลื่อนที่นี้

  1. We get over the fence.
  2. We get around the fence.
  3. We get through the fence.
ดูคำตอบ

We get over the fence.

Um

2:23

อืม...

I know.

2:25

ฉันรู้แล้ว

Come here, Coco.

2:26

มานี่สิ โคโค่

Now, get on my shoulders. กริยาวลี

2:28

เอาล่ะ ขึ้นมาขี่คอฉันเลย

กริยาวลี

get on my shoulders: ขึ้นไปอยู่บนจุดที่รองรับร่างกาย

ใน get on my shoulders คำว่า get on หมายถึงเคลื่อนตัวขึ้นไปอยู่บนจุดที่รองรับร่างกายได้ ผู้พูดกำลังบอกให้อีกฝ่ายปีนขึ้นไปแล้วนั่งหรือพิงอยู่บนไหล่ของตน โครงสร้าง get on + พื้นผิว สิ่งรองรับ หรือสิ่งที่ขึ้นไปนั่งหรือโดยสารได้ สื่อถึงการเคลื่อนขึ้นไปอยู่บนนั้น ในประโยคนี้เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งร่างกาย ไม่ใช่ความหมายว่า “ทำต่อ” หรือ “เข้ากันได้ดี”

แบบฝึกหัด

คุณกำลังรออยู่ที่ป้ายรถบัส เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้ get กับคำประกอบที่ถูกต้อง: When the bus arrives, ____ the bus.

ดูคำตอบ

get on

Go, Snickers.

2:32

ไปเลย สนิกเกอร์ส

Yeah, we did it.

2:36

เย้ เราทำได้แล้ว

Great idea, Bluey.

2:38

เป็นความคิดที่เยี่ยมไปเลย บลูอี้

Hey, this bug looks like bird poo. วลี

2:45

เฮ้ แมลงตัวนี้ดูเหมือนขี้นกเลย

วลี

looks like bird poo: ความคล้ายทางรูปลักษณ์และ poo แบบไม่เป็นทางการ

โครงสร้าง look like + กลุ่มคำนาม หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าทั้งสองเป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ เนื่องจาก this bug เป็นประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ look จึงเปลี่ยนเป็น looks และ bird poo คือกลุ่มคำนามที่อยู่หลัง like ในที่นี้ bird poo หมายถึงมูลของนก คำว่า poo เป็นคำที่ไม่เป็นทางการมากและใช้กับเด็กได้ จึงเหมาะกับบทสนทนาแบบสนุกสนาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกความคล้ายกันทางรูปลักษณ์: From a distance, that rock ____ a sleeping bear.

ดูคำตอบ

looks like

Bluey, look out. กริยาวลี

2:51

บลูอี้ ระวัง

กริยาวลี

look out: คำเตือนฉุกเฉินเมื่อมีอันตราย

ในประโยคนี้ look out เป็นคำสั่งแบบตายตัวที่หมายถึง “ระวัง—อันตรายอยู่ใกล้มาก” เป็นคำเตือนสั้น ๆ ที่ให้รีบตอบสนอง ไม่ใช่คำสั่งให้มองออกไปข้างนอก ประธาน you ถูกละไว้ รูปแบบสั้นนี้จึงทำให้คำเตือนตรงและเร่งด่วน

แบบฝึกหัด

นักปั่นจักรยานกำลังพุ่งตรงไปหา Sam เติมคำเตือนเร่งด่วนด้วยสำนวนจากบทเรียน: Sam, ____!

ดูคำตอบ

look out

Bluey.

2:53

บลูอี้

Bluey.

2:54

บลูอี้

You're trapped.

3:00

เธอติดกับดักแล้ว

How are you gonna get across the river? วลี

3:01

เธอจะข้ามแม่น้ำไปได้ยังไงล่ะ?

วลี

get across the river: ไปถึงอีกฝั่ง

ในที่นี้ get across the river หมายถึงไปถึงอีกฝั่งของแม่น้ำ across บอกการเคลื่อนที่จากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่ง ส่วน get เน้นว่าทำได้สำเร็จและไปถึงจุดหมาย คำเหล่านี้บอกการเคลื่อนที่จริงในประโยคนี้ ไม่ได้หมายถึงการสื่อสารข้อความ

แบบฝึกหัด

ไม่มีสะพาน เติมคำถามด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไปถึงอีกฝั่ง”: How can we ____ the river?

ดูคำตอบ

get across

I don't know.

3:03

ฉันไม่รู้สิ

How about we just pretend น้ำเสียง/เจตนา

3:04

เอาเป็นว่าเราแกล้งทำเป็นว่า

in this bit all the crocodiles are asleep?

3:06

ตรงนี้จระเข้หลับหมดแล้วดีไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

How about we just pretend: การเสนอแผนร่วมกันแบบสบาย ๆ

How about we + กริยารูปพื้นฐาน...? เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้เสนอสิ่งที่ทุกคนจะทำร่วมกัน ในประโยคนี้ How about we just pretend ไม่ได้ใช้ถามข้อมูล แต่เสนอวิธีชั่วคราวเพื่อให้เล่นต่อได้ Just ทำให้ความคิดนั้นฟังดูเล็กน้อยและทำได้ง่าย ส่วน pretend หมายถึงการตกลงกันว่าจะแสดงเหมือนสิ่งที่ไม่จริงเป็นเรื่องจริง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ How about we + กริยารูปพื้นฐาน...? และในที่นี้ตามด้วย pretend + อนุประโยค all the crocodiles are asleep

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นข้อเสนอที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: ____ this blanket is a magic cape?

ดูคำตอบ

How about we just pretend

You can't change the rules, Coco.

3:10

เธอเปลี่ยนกฎไม่ได้นะ โคโค่

Aw, why not? น้ำเสียง/เจตนา

3:13

โธ่ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why not? หลังการปฏิเสธ: ถามหาเหตุผล

ในบริบทนี้ Why not? ตามหลังการที่ใครบางคนบอกว่าไม่ได้หรือปฏิเสธความคิดหนึ่ง ความหมายคือ “ทำไมจึงไม่อนุญาตหรือทำไม่ได้?” ผู้พูดกำลังถามหาเหตุผล และ Aw เพิ่มความรู้สึกผิดหวัง Why not? ยังอาจหมายถึง “ได้สิ ฟังดูดี” เมื่อตอบรับข้อเสนอ คำพูดก่อนหน้าเป็นตัวกำหนดหน้าที่ของสำนวนนี้ หลังการปฏิเสธจะเป็นการถามเหตุผลของการปฏิเสธ แต่หลังคำเชิญหรือข้อเสนออาจเป็นการตอบรับ

แบบฝึกหัด

Alex พูดว่า "You can't sit here." Sam ตอบว่า "Why not?" Sam กำลังทำอะไร?

  1. เสนอให้นั่งที่อื่น
  2. ตอบรับคำเชิญ
  3. ถามหาเหตุผล
ดูคำตอบ

ถามหาเหตุผล

Because they're the rules. ลำดับความ

3:14

เพราะมันคือกฎไงล่ะ

ลำดับความ

Because they're the rules. — ใช้ตัวกฎเองเป็นเหตุผล

Because ทำหน้าที่บอกว่าประโยคนี้เป็นคำตอบของคำถาม why ในบทสนทนา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because สามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อใจความหลักที่ละไว้ เช่น การต้องทำตามกฎ เป็นสิ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้ว ในที่นี้ they're the rules ยกตัวกฎเองขึ้นมาเป็นเหตุผล จึงช่วยยืนยันขอบเขตและยุติการโต้แย้งได้ แต่ไม่ได้อธิบายว่าทำไมกฎนั้นจึงสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

Because they're the rules. มีหน้าที่หลักอย่างไรในที่นี้?

  1. เสนอให้มีข้อยกเว้นจากกฎ
  2. อธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมกฎจึงยุติธรรม
  3. ใช้ตัวกฎเองเป็นเหตุผลและรักษาขอบเขตไว้
ดูคำตอบ

ใช้ตัวกฎเองเป็นเหตุผลและรักษาขอบเขตไว้

Look, a bus.

3:20

ดูสิ รถบัส

Are you ready, Bluey?

3:23

พร้อมไหม บลูอี้?

I'm ready.

3:25

ฉันพร้อมแล้ว

Go!

3:27

ไปเลย!

Go, Bluey.

3:29

ลุยเลย บลูอี้

Yeah.

3:35

เย้

That was so cool. การใช้คำ

3:36

เจ๋งไปเลย

การใช้คำ

was so cool. — คำชมแบบกันเองที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ใน was so cool คำว่า cool เป็นคำประเมินเชิงบวกแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงยอดเยี่ยม น่าตื่นเต้น หรือน่าประทับใจ ไม่ได้หมายถึงมีอุณหภูมิต่ำ ส่วน so ทำหน้าที่เพิ่มระดับของคำคุณศัพท์ จึงทำให้คำชมฟังดูหนักแน่นและตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียงสระและเสียงท้ายคำใน cool

  1. That was so cool.
  2. That was so cold.
  3. That was so cute.
ดูคำตอบ

That was so cool.

Come on.

3:37

มาเร็ว

We're almost at the picnic blanket. วลี

3:38

เราเกือบจะถึงเสื่อปิกนิกแล้วนะ

วลี

almost at the picnic blanket: ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว

almost at + สถานที่ หมายถึงใกล้จะไปถึงสถานที่นั้นมากแล้ว แต่ยังไปไม่ถึง ในประโยคนี้ at the picnic blanket แสดงว่าผ้าปูปิกนิกคือจุดหมาย รูปที่เหมาะสมของ be จะอยู่หน้าวลีนี้: be almost at + จุดหมายหรือขั้นตอน โครงสร้างนี้ใช้บอกความคืบหน้าไปยังสถานที่จริงหรือไปยังจุดสิ้นสุดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงคุณอยู่ใกล้สถานีแล้ว แต่ยังไปไม่ถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We're at almost the station.
  2. We're almost the station.
  3. We're almost at the station.
ดูคำตอบ

We're almost at the station.

Be careful, everyone.

3:42

ระวังกันด้วยนะทุกคน

This bridge is really skinny. การใช้คำ

3:44

สะพานนี้มันแคบมากๆ เลย

การใช้คำ

really skinny: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าแคบมาก

skinny มักใช้บอกว่าคนหรือสัตว์ผอมมาก ในที่นี้นำความหมายมาใช้กับ bridge จึงหมายความว่าสะพานแคบมากและดูเรียวยาว เป็นสำนวนที่ขี้เล่นและจินตนาการว่าสะพานมีรูปร่างคล้ายร่างกาย really เน้นความหมายของ skinny ให้แรงขึ้น ทำให้รู้สึกว่าสะพานแคบอย่างเห็นได้ชัด ประโยคนี้กำลังบอกความกว้าง ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าสะพานมีร่างกายเหมือนคน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในรายงานวิศวกรรมที่เป็นทางการ "The bridge is skinny" เป็นคำบรรยายความกว้างที่เป็นกลางและเป็นมาตรฐาน

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Wait.

3:47

เดี๋ยวก่อน

It's getting windy. ไวยากรณ์

3:48

ลมเริ่มพัดแรงแล้ว

ไวยากรณ์

getting windy: get + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาพ

get + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งกำลังเปลี่ยนเข้าสู่สภาพใหม่ได้ ใน getting windy อากาศกำลังเริ่มมีลมหรือมีลมแรงขึ้น ไม่ได้เพียงบอกว่าอากาศมีลมอยู่แล้ว ตรงนี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา” รูปแบบเดียวกันพบได้ใน getting dark, getting late และ getting cold

แบบฝึกหัด

ใช้ get + คำคุณศัพท์ กับ dark เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลง: It's ____, so let's turn on the lights.

ดูคำตอบ

getting dark

The wind is making it move. ไวยากรณ์

3:51

ลมพัดจนมันขยับเลย

ไวยากรณ์

making it move: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้กรรมเกิดการกระทำ ใน making it move คำว่า it คือสิ่งที่ได้รับผล และ move คือการกระทำของสิ่งนั้น หลัง make ในโครงสร้างฝ่ายกระทำนี้ ใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to: make it move ไม่ใช่ make it to move

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้ถูกต้อง

  1. The funny video made me laugh.
  2. The funny video made me laughing.
  3. The funny video made me to laugh.
ดูคำตอบ

The funny video made me laugh.

I can't stay on. กริยาวลี

3:53

ฉันยืนทรงตัวไม่อยู่แล้ว

กริยาวลี

stay on: อยู่บนพื้นผิวต่อไป

ในประโยคนี้ stay on หมายถึง “อยู่บนพื้นผิวนั้นต่อไปและไม่ตกลงมา” คำกริยา stay สื่อถึงการคงอยู่ในสภาพหรือที่เดิม ส่วน on ย้อนกลับไปยังพื้นผิวที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากสถานการณ์ เพราะรู้ชัดอยู่แล้วว่าเป็นพื้นผิวไหน ผู้พูดจึงไม่กล่าวซ้ำหลัง on แต่ในบริบทใหม่ควรระบุพื้นผิวนั้นให้ชัด เช่น stay on the platform

แบบฝึกหัด

คนขี่ม้ากำลังเสียการทรงตัว ประโยคใดหมายความว่าเขาจะพยายามไม่ตกจากม้า

  1. I'll try to stay on until we reach the gate.
  2. I'll try to stay awake until we reach the gate.
  3. I'll try to stay nearby until we reach the gate.
ดูคำตอบ

I'll try to stay on until we reach the gate.

The crocodiles are gonna get us.

3:56

จระเข้กำลังจะงาบพวกเราแล้ว

What are we going to do? น้ำเสียง/เจตนา

3:58

เราจะทำยังไงกันดี?

น้ำเสียง/เจตนา

What are we going to do?: ถามหาทางออกด้วยความกังวล

เมื่อเกิดปัญหากะทันหัน What are we going to do? หมายถึง “เราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี” ผู้พูดกำลังถามว่าควรทำอะไรต่อ และอาจแสดงความกังวลหรือตื่นตระหนกด้วย ถ้าอยู่ในสถานการณ์สบาย ๆ ประโยคเดียวกันอาจเป็นเพียงคำถามเกี่ยวกับแผน แต่ในที่นี้สถานการณ์ยากลำบากทำให้เป็นการถามหาทางออก ไม่ใช่แค่ถามอย่างเป็นกลางถึงกิจกรรมที่วางแผนไว้

แบบฝึกหัด

รถของครอบครัวหนึ่งเสียอยู่บนถนนที่ไม่มีผู้คน ในสถานการณ์นี้ What are we going to do? น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด

  1. พวกเราทำงานอะไร?
  2. ตอนนี้เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?
  3. เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นที่นี่?
ดูคำตอบ

ตอนนี้เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

Phew, we made it. วลี

4:04

ฟู่ เรารอดมาได้แล้ว

วลี

we made it: ทำสำเร็จหรือไปถึงอย่างปลอดภัย

ใน we made it คำว่า make it เป็นวลีกริยาเชิงสำนวน หมายถึงไปถึงจุดหมายได้สำเร็จ ทำงานยากให้เสร็จ หรือผ่านสถานการณ์ที่ลำบากมาได้ ในที่นี้หมายถึงทุกคนข้ามมาได้อย่างปลอดภัย คำว่า it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่พวกเขาสร้างขึ้น แต่แทนเป้าหมายที่เข้าใจกันจากบริบท และ Phew แสดงความโล่งใจหลังจากทำสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ made it ในความหมายว่า “ไปถึงได้สำเร็จหรือทันเวลา”

  1. We needed a paper boat, so we made it from a sheet of paper.
  2. The soup was cold after we made it.
  3. The gate was closing, but we made it in time.
ดูคำตอบ

The gate was closing, but we made it in time.

But look.

4:07

แต่ดูนั่นสิ

There's no way to get across the sea. ไวยากรณ์

4:09

ไม่มีทางข้ามทะเลไปได้เลย

ไวยากรณ์

There's no way to get across: ไม่มีวิธีที่เป็นไปได้

There's no way to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่มีวิธีหรือเส้นทางที่ใช้ได้จริงในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ get across หมายถึงเดินทางจากฝั่งหนึ่งของทะเลไปยังอีกฝั่งหนึ่ง Way หมายถึงวิธีหรือหนทางได้ ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับการพูดเพียง we can't get across โครงสร้างนี้เน้นหนักกว่าว่าไม่มีทางแก้เลย

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ไม่มีวิธีที่เป็นไปได้” ให้ประโยคสมบูรณ์: There's ____ unlock this phone without the passcode.

ดูคำตอบ

no way to

And we can't go back this way. วลี

4:12

แล้วเราก็กลับไปทางเดิมไม่ได้ด้วย

วลี

go back this way: ย้อนกลับไปตามเส้นทางนี้

ในประโยคนี้ go back หมายถึง “กลับไปยังสถานที่ก่อนหน้า” และ this way ชี้ถึงเส้นทางที่ผู้พูดกำลังชี้หรือเพิ่งกล่าวถึง เมื่อนำมารวมกัน go back this way จึงหมายถึง “กลับไปตามเส้นทางนี้” way อาจหมายถึง “วิธี” ได้เช่นกัน แต่เมื่อใช้กับคำกริยาการเคลื่อนที่และมีบริบทเป็นเส้นทางจริง this way จะบอกทิศทาง ส่วน can't บอกว่าไม่สามารถใช้เส้นทางนี้กลับไปได้

แบบฝึกหัด

ไกด์ชี้ไปยังทางเดินที่คุณใช้ก่อนหน้านี้ เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ย้อนกลับไปตามเส้นทางนี้”: The bridge is closed, so we have to ____.

ดูคำตอบ

go back this way

We're trapped on a palm tree island.

4:13

เราติดอยู่บนเกาะต้นปาล์มซะแล้ว

Oh, no.

4:16

โอ้ ไม่นะ

The little critters must be hungry. โน้ต

4:21

เด็กๆ คงจะหิวกันแล้วล่ะ

การใช้คำ

little critters: คำไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ

Critters เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก little critters ทำให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มนั้นดูตัวเล็ก มีชีวิตชีวา และมักแฝงความเอ็นดู คล้ายกับคำว่า “สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ” หรือ “สัตว์ตัวเล็ก ๆ” คำนี้เป็นชื่อเรียกแบบสบาย ๆ ไม่ใช่หมวดหมู่ทางชีววิทยาที่แม่นยำ น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ critters ใช้เรียกแมลง สัตว์รบกวน หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอื่น ๆ แบบที่ไม่ค่อยเอ็นดูได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพาเด็กดูสัตว์ตัวเล็ก ๆ ใต้ท่อนไม้ ประโยคใดฟังดูสบาย ๆ และเป็นมิตร

  1. Look at those little critters under the log!
  2. Please identify the animal specimens under the log.
  3. Those pests under the log must be removed.
ดูคำตอบ

Look at those little critters under the log!

ไวยากรณ์

must be hungry: การคาดเดาที่มั่นใจมาก

ใน must be hungry คำว่า must ใช้แสดงการคาดเดาที่มั่นใจมาก ผู้พูดเห็นเบาะแสบางอย่างแล้วสรุปว่าเจ้าตัวเล็กพวกนั้นน่าจะหิวมาก ไม่ได้หมายความว่าพวกมันถูกบังคับให้ต้องหิว must ใช้ได้ทั้งเพื่อคาดเดาและเพื่อแสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ จึงต้องดูบริบท เมื่อผู้พูดใช้เบาะแสเพื่อระบุสภาพที่มีแนวโน้มสูงว่าเป็นจริง must be + คำบรรยาย มักมีความหมายว่า “ฉันมั่นใจมากว่านี่เป็นจริง” โครงสร้างนี้แสดงความมั่นใจสูง แต่ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันได้แน่นอนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ must เพื่อคาดเดาอย่างมั่นใจจากหลักฐาน

  1. All visitors must sign in at the front desk.
  2. You must wear a helmet on this ride.
  3. The lights are off and the house is silent. They must be asleep.
ดูคำตอบ

The lights are off and the house is silent. They must be asleep.

Oh, I brought something for them.

4:23

โอ้ ฉันเอาของกินมาให้พวกเขาด้วยนะ

Cupcakes.

4:27

คัพเค้ก

Who wants cupcakes. น้ำเสียง/เจตนา

4:29

ใครอยากกินคัพเค้กบ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

Who wants cupcakes: การเสนออาหารให้คนกลุ่มหนึ่ง

Who wants cupcakes? ใช้ถามคนกลุ่มหนึ่งว่าใครอยากรับหรือกินคัพเค้ก ประโยคนี้เป็นทั้งคำถามและการเสนอแบบเป็นกันเอง ผู้ที่สนใจสามารถตอบหรือยกมือได้ who เป็นประธาน ดังนั้นภาษาอังกฤษมาตรฐานในรูปปัจจุบันธรรมดาจึงใช้ wants ไม่ใช่ want แม้คำบรรยายจะจบด้วยจุด แต่ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำถามและโดยปกติจะเขียนด้วยเครื่องหมายคำถาม

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเสนอเลมอนเนดให้คนกลุ่มหนึ่ง เติมคำถามรูปปัจจุบันธรรมดาด้วยรูปที่ถูกต้องของ want: Who ____ some lemonade?

ดูคำตอบ

wants

Cupcakes.

4:32

คัพเค้ก

They've got blue icing.

4:34

มีไอซิ่งสีฟ้าด้วยนะ

And sprinkles.

4:36

แล้วก็เกล็ดน้ำตาลท็อปปิ้ง

Sprinkles.

4:37

เกล็ดน้ำตาล

Why don't we just make it so we can walk on water? โน้ต

4:39

ทำไมเราไม่ทำเป็นว่าเราเดินบนน้ำได้ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't we ...? สำหรับเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน

Why don't we + กริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยเมื่อต้องการเสนอสิ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังจะทำร่วมกัน ในประโยคนี้หมายถึงการเสนอให้เปลี่ยนแบบนั้น ไม่ได้ถามหาเหตุผลจริง ๆ เพราะ we รวมผู้พูดอยู่ด้วย รูปแบบนี้จึงนำเสนอความคิดเป็นทางเลือกร่วมกันแทนที่จะเป็นคำสั่งโดยตรง หลัง we ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น Why don't we try ...?

แบบฝึกหัด

กลุ่มของคุณทำงานมาแล้วสองชั่วโมง จงเติมข้อเสนอด้วยรูปแบบที่เรียน: ____ take a short break?

ดูคำตอบ

Why don't we

ไวยากรณ์

make it so we can ...: เปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อให้เกิดผลลัพธ์

make it so + อนุประโยค หมายถึงการเปลี่ยนหรือจัดสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้ผลในอนุประโยคนั้นเกิดขึ้นจริง ใน make it so we can walk on water คำว่า it หมายถึงการตั้งค่าหรือกฎของเกม ไม่ใช่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ส่วน so we can walk on water ระบุผลที่ถูกทำให้เป็นไปได้ ในโครงสร้างนี้ make แสดงการทำให้เกิดผล it แทนสถานการณ์ปัจจุบัน และ so นำหน้าอนุประโยคบอกผลที่มีประธานและกริยาของตัวเอง

แบบฝึกหัด

ข้อความมีขนาดเล็กเกินไป จงเติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เรียน: Let's ____ everyone can read the instructions.

ดูคำตอบ

make it so

No one can walk on water.

4:43

ไม่มีใครเดินบนน้ำได้หรอก

Water boatman can. วัฒนธรรม

4:45

แมลงกรรเชียงเดินได้นะ

วัฒนธรรม

water boatman: แมลงน้ำ ไม่ใช่คน

Water boatman เป็นชื่อแมลงน้ำ ไม่ได้หมายถึงคนที่พายเรือ แมลงชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำจืดและเคลื่อนที่ด้วยการว่ายน้ำ การกระทำหลัง can ถูกละไว้เพราะเพิ่งกล่าวถึงไป ดังนั้น Water boatman can. จึงหมายความว่าแมลงชนิดนี้สามารถทำการกระทำนั้นได้ ผู้พูดยกแมลงนี้เป็นข้อยกเว้นของคำกล่าวทั่วไป

แบบฝึกหัด

water boatman ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. แมลงน้ำชนิดหนึ่ง
  2. เรือขนาดเล็กชนิดหนึ่ง
  3. คนที่พายเรืออยู่บนน้ำ
ดูคำตอบ

แมลงน้ำชนิดหนึ่ง

Well, we aren't water boatmen.

4:47

ก็เราไม่ใช่แมลงกรรเชียงนี่นา

We need to find another way. วลี

4:48

เราต้องหาทางอื่น

วลี

need to find another way: ต้องหาทางเลือกอื่น

Need to find another way หมายความว่าแผนหรือตัวเลือกปัจจุบันใช้ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีทางเลือกอื่น find a way หมายถึงหาหรือคิดวิธีขึ้นมา ส่วน another แสดงว่าวิธีใหม่นี้เป็นทางเลือกแทนวิธีที่เคยพิจารณาแล้ว ในที่นี้ way หมายถึงวิธีหรือวิธีแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องเป็นถนนจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ในบริบทการเดินทาง วลีเดียวกันนี้อาจหมายถึงเส้นทางอื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หาวิธีแก้ปัญหาแบบอื่น”: Our first plan failed, so we need to ____.

ดูคำตอบ

find another way

I'm going to eat your cupcakes! น้ำเสียง/เจตนา

4:50

ฉันจะไปกินคัพเค้กของพวกเธอแล้วนะ!

น้ำเสียง/เจตนา

I'm going to eat your cupcakes! ในฐานะคำขู่แบบขำ ๆ

โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการกระทำว่าเป็นความตั้งใจของผู้พูดหรือเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ในที่นี้ I'm going to eat เป็นการประกาศว่าผู้พูดตั้งใจจะทำอะไรต่อไป เนื่องจากการกระทำนั้นมุ่งไปที่คัพเค้กของคนอื่นและเกิดขึ้นในการเผชิญหน้าแบบล้อเล่น คำประกาศนี้จึงทำหน้าที่เป็นคำขู่แบบขำ ๆ คือท้าทายและกดดันให้อีกฝ่ายตอบสนอง ตัวโครงสร้างเองไม่ได้มีความหมายข่มขู่ แต่การกระทำ ความสัมพันธ์ สถานการณ์ และน้ำเสียงทำให้เกิดหน้าที่นี้

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ I'm going to eat your cupcakes! มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เป็นการขออนุญาตกินอย่างสุภาพ
  2. เป็นคำขู่แบบขำ ๆ ที่ประกาศว่าจะทำบางอย่างเพื่อกดดันคนอื่น
  3. เป็นเพียงการรายงานอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับมื้ออาหารที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ดูคำตอบ

เป็นคำขู่แบบขำ ๆ ที่ประกาศว่าจะทำบางอย่างเพื่อกดดันคนอื่น

No.

4:55

ไม่นะ

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

4:56

พอแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

That's it. เพื่อแสดงการตัดสินใจ

ในที่นี้ That's it. เป็นเครื่องหมายของช่วงเวลาที่ตัดสินใจ ผู้พูดเลิกลังเลหรือเลิกทนกับสถานการณ์และพร้อมลงมือทำ จึงมีความหมายใกล้เคียงกับ “พอแล้ว ฉันตัดสินใจแล้ว” ในบริบทอื่น That's it. อาจใช้ชี้ว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องหรือบอกว่าบางอย่างจบแล้วก็ได้ ต้องดูการกระทำรอบข้างและน้ำเสียงเพื่อเลือกความหมาย ในที่นี้ไม่ได้ใช้ยืนยันว่าคำตอบถูกต้อง

แบบฝึกหัด

หลังจากพยายามซ่อมคอมพิวเตอร์สามครั้ง Leo ก็เลิกลังเลและตัดสินใจโทรขอความช่วยเหลือ ประโยคเปิดใดแสดงการตัดสินใจนี้ได้ดีที่สุด

  1. That's right. I'm calling for help.
  2. That's it. I'm calling for help.
  3. That's all. I'm calling for help.
ดูคำตอบ

That's it. I'm calling for help.

I'm gonna be a water boatman วลี

4:57

ฉันจะเป็นแมลงกรรเชียง

วลี

I'm gonna be ... เพื่อประกาศบทบาทสมมติ

I'm gonna be เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ I'm going to be ในการเล่นสมมติ be a water boatman คือการกำหนดบทบาทที่ผู้พูดกำลังจะเล่น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นสัตว์ชนิดนั้น มีอาชีพนั้น หรือมีตัวตนนั้นจริงอย่างถาวร รูปแบบ I'm gonna be + บทบาท ใช้ประกาศบทบาทชั่วคราวในเกมหรือการแสดงได้ แต่นอกบริบทการเล่นสมมติ รูปแบบเดียวกันอาจหมายถึงสถานะหรือตัวตนจริงในอนาคต จึงต้องดูบริบทประกอบ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป gonna แบบไม่เป็นทางการของ going to be เพื่อประกาศบทบาทสมมติ: In our game, ____ the pilot.

ดูคำตอบ

I'm gonna be

and walk across this water

4:59

แล้วเดินข้ามน้ำนี่ไป

and have a cupcake.

5:01

ไปกินคัพเค้ก

No, Coco.

5:03

ไม่ได้นะ โคโค่

But I want a cupcake.

5:07

แต่ฉันอยากกินคัพเค้กนี่นา

You can't just change the rules.

5:09

เธอจะเปลี่ยนกฎตามใจชอบไม่ได้นะ

But you still haven't told me why. ไวยากรณ์

5:12

แต่เธอยังไม่ได้บอกเหตุผลฉันเลยนะ

ไวยากรณ์

still haven't told me why: คำตอบที่คาดหวังไว้ยังไม่มีจนถึงตอนนี้

still haven't told ใช้ present perfect ในรูป still + haven't + กริยาช่องที่สาม told หมายความว่าเดิมคาดว่าจะมีการบอกก่อนหน้านี้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยบอก still เน้นว่าปัญหาที่ยังไม่จบยังคงอยู่ เมื่อนำมาใช้ขอคำอธิบาย ประโยคนี้มักฟังเหมือนการถามย้ำ และอาจแสดงความใจร้อนหรือความไม่พอใจเล็กน้อย ส่วน why คือข้อมูลเหตุผลที่ผู้พูดยังรอฟังอยู่

แบบฝึกหัด

คุณคาดว่าจะได้รับคำอธิบายก่อนหน้านี้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มี ประโยคใดเน้นว่าปัญหานี้ยังคงอยู่?

  1. You still haven't explained the delay.
  2. You explained the delay earlier.
  3. You didn't explain the delay yesterday.
ดูคำตอบ

You still haven't explained the delay.

Well, because I don't know.

5:16

ก็เพราะว่าฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

See, there's no reason. ลำดับความ

5:20

เห็นไหมล่ะ มันไม่มีเหตุผลสักหน่อย

ลำดับความ

See, ...: ใช้หลักฐานเพื่อนำเข้าสู่ข้อสรุป

เมื่ออยู่ต้นประโยค See เป็นคำเชื่อมในภาษาพูดที่มีความหมายประมาณว่า “สังเกตดูว่าสถานการณ์นี้บอกอะไร” หรือ “เห็นไหม” ไม่ใช่คำสั่งให้มองวัตถุชิ้นหนึ่ง คำนี้ชี้กลับไปยังสถานการณ์ก่อนหน้าในฐานะหลักฐาน แล้วนำเข้าสู่ข้อสรุปของผู้พูดว่า there's no reason โดยทั่วไป See ที่ต้นประโยคช่วยเชื่อมข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วเข้ากับข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ

แบบฝึกหัด

อ่านตัวอย่างนี้: “See, the key fits. This is the right door.” See ที่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกให้ผู้ฟังดูผู้พูดทำกุญแจ
  2. แนะนำคนที่ชื่อ See
  3. ชี้ว่าการที่กุญแจไขได้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุป
ดูคำตอบ

ชี้ว่าการที่กุญแจไขได้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุป

Maybe Coco's right, Bluey.

5:22

โคโค่อาจจะพูดถูกก็ได้นะบลูอี้

Maybe we can just change the rules an eensy bit. การใช้คำ

5:24

บางทีเราอาจจะเปลี่ยนกฎนิดๆ หน่อยๆ ก็ได้มั้ง

การใช้คำ

an eensy bit: ปริมาณเล็กนิดเดียวในน้ำเสียงขี้เล่น

An eensy bit หมายถึงปริมาณหรือระดับที่น้อยมาก ในประโยคนี้วลีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ตามหลัง change เพื่อบอกว่าจะเปลี่ยนกฎเพียงเล็กน้อยเท่านั้น Eensy เป็นคำไม่เป็นทางการที่มีน้ำเสียงขี้เล่นและคล้ายภาษาของเด็ก วลีนี้ยังช่วยทำให้ข้อเสนออ่อนลง เพราะการพูดว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเล็กนิดเดียวทำให้การเปลี่ยนกฎฟังดูไม่เป็นอันตรายและยอมรับได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

an eensy bit สร้างผลอย่างไรในคำขอนี้: “Could you turn the music down an eensy bit?”

  1. บอกค่าที่แน่นอนของการเปลี่ยนระดับเสียง
  2. ทำให้คำขอฟังดูเป็นทางการและเป็นเชิงเทคนิค
  3. ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่ขอฟังดูเล็กน้อยมากและเป็นมิตร
ดูคำตอบ

ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่ขอฟังดูเล็กน้อยมากและเป็นมิตร

It'll still be Shadowlands. น้ำเสียง/เจตนา

5:28

มันก็ยังเป็นเกมดินแดนเงาอยู่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

It'll still be Shadowlands: still ที่บอกว่าแก่นสำคัญยังคงเดิมหลังมีการเปลี่ยนแปลง

ใน will still be คำว่า still บอกว่าบางสิ่งจะยังคงเป็นจริง แม้ว่ารายละเอียดอื่นจะเปลี่ยนไป ในที่นี้ การปรับกติกาเล็กน้อยจะไม่เปลี่ยนตัวตนของเกม เกมนี้ยังคงเป็น Shadowlands รูปแบบนี้ใช้ทำให้อีกฝ่ายสบายใจระหว่างการพูดคุยได้ โดยยอมรับว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ยืนยันว่าจุดสำคัญยังคงเดิม รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ It will still be + คำนามหรือคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

still ในที่นี้สื่อความหมายอะไร?

  1. ห้ามเปลี่ยนส่วนใดของเกมเลย
  2. แม้จะเปลี่ยนเล็กน้อย เกมนี้ก็ยังคงเป็นเกมเดิม
  3. เกมยังไม่ได้เริ่ม
ดูคำตอบ

แม้จะเปลี่ยนเล็กน้อย เกมนี้ก็ยังคงเป็นเกมเดิม

Okay.

5:31

โอเค

Wait.

5:38

เดี๋ยวก่อน

What is it?

5:39

อะไรเหรอ?

The wind is back.

5:40

ลมกลับมาแล้ว

Look.

5:43

ดูสิ

It's blowing the cloud.

5:44

มันกำลังพัดก้อนเมฆไป

It's heading towards the sun. วลี

5:46

มันกำลังลอยไปบังดวงอาทิตย์

วลี

heading towards the sun: การเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง

ในที่นี้ head เป็นคำกริยา หมายถึงเคลื่อนที่หรือเดินทางไปในทิศทางหนึ่ง รูป is heading towards เป็น present progressive จึงบอกว่าการเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ Towards บอกทิศทาง ไม่ได้รับรองว่าจะไปถึงจุดนั้น รูปแบบนี้ใช้กับคน ยานพาหนะ เมฆ หรือพายุได้ เมื่อสิ่งสำคัญคือเส้นทางที่กำลังมุ่งไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present progressive ของ head towards เติมประโยคให้สมบูรณ์: The storm ____ the coast.

ดูคำตอบ

is heading towards

Quick!

5:58

เร็วเข้า!

Hurry up, Snickers. กริยาวลี

6:01

รีบเร็ว สนิกเกอร์ส

กริยาวลี

Hurry up: การเร่งให้อีกฝ่ายทำให้เร็วขึ้นแบบตรง ๆ

Hurry up หมายถึง “ขยับหรือทำให้เร็วขึ้น” เป็นประโยคคำสั่ง ในที่นี้ผู้พูดบอก Snickers โดยตรงให้รีบขึ้นเพราะมีเวลาเหลือน้อย ในกริยาวลีนี้ up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ทั้งวลีใช้เร่งให้ใครเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือทำบางอย่างให้เสร็จเร็วขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ขยับให้เร็วขึ้น” ลงในคำสั่งเร่งด่วนนี้: ____, Maya, or we'll miss the train.

ดูคำตอบ

Hurry up

Run your little sausage dog legs. วัฒนธรรม

6:04

วิ่งด้วยขาสั้นๆ แบบหมาไส้กรอกของเธอเลย

วัฒนธรรม

sausage dog: ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของสุนัขดัชชุน

Sausage dog เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของ dachshund หรือสุนัขดัชชุน ซึ่งมีลำตัวยาวและขาสั้น ชื่อนี้มาจากรูปร่างที่คล้ายไส้กรอก ไม่ได้หมายถึงอาหาร ใน sausage dog legs คำว่า sausage dog ขยายคำว่า legs หมายถึงขาเล็ก ๆ ของสุนัขดัชชุน การใช้คำแบบขี้เล่นนี้เน้นขาสั้นของตัวละครและสร้างอารมณ์ขันแบบน่ารัก

แบบฝึกหัด

sausage dog ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของสุนัขดัชชุน
  2. สุนัขของเล่นที่ทำจากไส้กรอก
  3. สุนัขที่ขนไส้กรอก
ดูคำตอบ

ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการของสุนัขดัชชุน

I can't run any faster. ไวยากรณ์

6:07

ฉันวิ่งเร็วไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ไวยากรณ์

can't run any faster: คำปฏิเสธ + any + รูปขั้นกว่า

ใน I can't run any faster คำว่า any ใช้ร่วมกับ faster ซึ่งเป็นรูปขั้นกว่า เมื่ออยู่หลัง can't วลีนี้หมายถึง “เร็วกว่านี้แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้” ผู้พูดถึงขีดจำกัดแล้วและไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้อีกเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ กริยารูปปฏิเสธ + any + รูปขั้นกว่า ซึ่งบอกว่าการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้แม้แต่น้อย ในที่นี้ any บอกระดับ ไม่ได้หมายถึง “อันไหนก็ได้”

แบบฝึกหัด

นักวิ่งกำลังวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ประโยคใดหมายถึงไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้แม้แต่นิดเดียว

  1. I can run even faster.
  2. I can't run any faster.
  3. I can't run much faster.
ดูคำตอบ

I can't run any faster.

The crocodiles are coming.

6:11

จระเข้กำลังมาแล้ว

We did it.

6:16

เราทำสำเร็จ

That was so much fun.

6:18

สนุกมากๆ เลย

Yeah.

6:19

ใช่

That's why you can't change the rules. ลำดับความ

6:21

นี่ไงล่ะเหตุผลที่เธอเปลี่ยนกฎไม่ได้

ลำดับความ

That's why + ผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผล ข้อเท็จจริง หรือประสบการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว จากนั้นจึงบอกผลที่ตามมา มีความหมายเชื่อมโยงว่า “เพราะอย่างนั้น …” ในประโยคนี้ เหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปว่าไม่สามารถเปลี่ยนกฎได้ ลำดับข้อมูลคือบอกเหตุก่อน แล้วตามด้วย That's why + ประโยคสมบูรณ์เพื่อบอกผล โครงสร้างนี้เชื่อมหลักฐานกับข้อสรุปและช่วยสรุปเรื่องราวหรือคำอธิบายได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ข้อใดบอกเหตุก่อน แล้วใช้ That's why เพื่อบอกผลอย่างถูกต้อง

  1. The roads are icy. That's because school is closed today.
  2. The roads are icy. That's why school is closed today.
  3. School is closed today. That's why the roads are icy.
ดูคำตอบ

The roads are icy. That's why school is closed today.

Because the rules make it fun. ไวยากรณ์

6:24

เพราะกฎมันทำให้เกมสนุกยังไงล่ะ

ไวยากรณ์

make it fun: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน make it fun คำว่า make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งกลายเป็นสภาพหนึ่ง” ไม่ใช่ “สร้าง” โดย it เป็นกรรมที่ได้รับผล และ fun เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพที่เกิดขึ้น โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้กับกรรมหรือผลลัพธ์อื่นได้ เช่น make the room quiet หรือ make the task easier

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยใช้ it และ fun: The lesson feels serious, so let's add a quick game to ____.

ดูคำตอบ

make it fun

Oh, yeah.

6:26

โอ้ ใช่แฮะ

Kids and cupcakes, eh? น้ำเสียง/เจตนา

6:31

เด็กๆ กับคัพเค้กนี่ของคู่กันเนอะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Kids and cupcakes, eh?: eh? ที่ท้ายประโยค

ใน Kids and cupcakes, eh? วลี Kids and cupcakes เป็นการสังเกตสั้น ๆ แบบขำ ๆ ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าที่สมบูรณ์ ส่วน eh? ท้ายประโยคให้ความรู้สึกคล้าย “ใช่ไหม?” หรือ “เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม?” และชวนให้ผู้ฟังมีปฏิกิริยาร่วมกัน หน้าที่ในที่นี้เป็นเรื่องของการสร้างความรู้สึกร่วม ไม่ใช่การถามข้อมูล ผู้พูดนำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและชวนให้ผู้ฟังรับรู้อย่างขำขันไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

eh? ที่ท้ายประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการที่พูดกับเด็ก ๆ
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยินคำว่า cupcakes
  3. เพิ่มปฏิกิริยาเบา ๆ ที่มีร่วมกันและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
ดูคำตอบ

เพิ่มปฏิกิริยาเบา ๆ ที่มีร่วมกันและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

A cupcake for each hand, Snickers. ไวยากรณ์

6:36

คัพเค้กเต็มสองมือเลยนะ สนิกเกอร์ส

ไวยากรณ์

for each hand: มือแต่ละข้างมีหนึ่งชิ้น

for each hand จับคู่คัพเค้กหนึ่งชิ้นกับมือแต่ละข้างแยกกัน each มองมือทั้งสองข้างทีละข้าง วลีนี้จึงหมายถึงมือข้างหนึ่งมีคัพเค้กหนึ่งชิ้น และอีกข้างก็มีอีกหนึ่งชิ้น ไม่ได้เพียงบอกว่ามีคัพเค้กรวมสองชิ้นเท่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/one + สิ่งของ + for each + คำนามเอกพจน์ ซึ่งแสดงการแจกแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โดยสมาชิกทุกคนหรือทุกสิ่งในกลุ่มได้รับของหนึ่งชิ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่ามือทั้งสองข้างมีถุงมือของตัวเองข้างละหนึ่งข้าง?

  1. She has gloves near her hands.
  2. She has one glove for each hand.
  3. She has one glove for both hands.
ดูคำตอบ

She has one glove for each hand.

You got it made in the shade. สำนวน

6:38

เธอได้มาอยู่ในที่ร่มสมใจเลยนะ

สำนวน

got it made in the shade: อยู่ในสถานการณ์ที่สบายและโชคดี

got it made in the shade เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่มีคำคล้องจอง หมายถึงใครบางคนอยู่ในสถานการณ์ที่สบายและโชคดีมาก ในประโยคภาษาพูดนี้ You got it... มีความหมายเหมือน You've got it... ให้เข้าใจ made in the shade เป็นสำนวนเดียวกันทั้งชุด made ไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งของ และ shade ก็ไม่ใช่สถานที่จริง คำคล้องจองทำให้คำพูดนี้ฟังดูขี้เล่น และในที่นี้ shade ยังเชื่อมโยงกับธีมเรื่องเงาในเนื้อเรื่องด้วย

แบบฝึกหัด

You got it made in the shade ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. คุณอยู่ในสถานการณ์ที่สบายและโชคดีมาก
  2. คุณทำบางอย่างขณะยืนอยู่ในที่ที่ไม่โดนแดด
  3. คุณต้องหาสถานที่ที่มืดกว่านี้
ดูคำตอบ

คุณอยู่ในสถานการณ์ที่สบายและโชคดีมาก

What's the time, Mrs. Wolf?

6:40

กี่โมงแล้วคะ คุณนายหมาป่า?

3:00.

6:43

3 โมง

1 2 3

6:45

1 2 3

What's the time, Mrs. Wolf?

6:48

กี่โมงแล้วคะ คุณนายหมาป่า?

Um maybe this one will be dinnertime.

6:50

อืม บางทีรอบนี้อาจจะได้เวลาอาหารเย็นแล้วล่ะ

It won't.

6:54

ไม่หรอก

Coco always waits until we're right up next to her โน้ต

6:56

โคโค่มักจะรอจนกว่าพวกเราจะเข้าไปใกล้ๆ เธอ

วลี

right up next to her: อยู่ชิดข้างใครมาก

next to her หมายถึง “อยู่ข้างเธอ” ส่วน right up ช่วยเน้นระยะ ดังนั้น right up next to her จึงหมายถึงอยู่ชิดข้างเธอมาก โดยมักให้ความรู้สึกว่าแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ในสำนวนนี้ right ไม่ได้หมายถึง “ด้านขวา” และ up ก็ไม่ได้บอกการเคลื่อนขึ้นด้านบน ทั้งวลีช่วยเน้น next to ให้สื่อถึงระยะที่ใกล้มาก

แบบฝึกหัด

เก้าอี้อยู่ใกล้โต๊ะมากจนแทบไม่มีช่องว่าง ประโยคใดเน้นระยะนี้ได้ดีที่สุด

  1. The chair is near the desk.
  2. The chair is next to the desk.
  3. The chair is right up next to the desk.
ดูคำตอบ

The chair is right up next to the desk.

before she says Dinnertime!

6:59

แล้วค่อยพูดว่า ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว!

ไวยากรณ์

wait until ... before ...: เลื่อนการกระทำไว้จนกว่าเงื่อนไขจะเป็นจริง

โครงสร้าง wait until X before Y แสดงลำดับอย่างชัดเจนว่า รอจน X เป็นจริง แล้วจึงทำ Y ในประโยคนี้ X คือ we're right up next to her และ Y คือ she says Dinnertime! ส่วน always บอกว่านี่เป็นสิ่งที่ Coco ทำเป็นประจำ until ชี้จุดที่การรอสิ้นสุด ส่วน before แสดงว่าการรอเกิดก่อน Y ทั้งสองคำไม่ขัดกัน แต่ช่วยกันเน้นว่า Y ถูกเลื่อนไว้จน X เป็นจริง โดย Y ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในวินาทีเดียวกันพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจาก wait until ... before ...: Nora waits ____ the rain stops ____ she goes outside.

ดูคำตอบ

until · before