หลุมดำ | อวกาศ - ซีรีส์ 3 | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างเล่นสมมติภารกิจอวกาศ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์แอบเปลี่ยนเส้นทางจากดาวอังคารไปยังหลุมดำ เพื่อน ๆ พยายามห้ามเขา แต่เขายืนยันว่าการสำรวจเป็นความรับผิดชอบของตนและตัดสินใจเข้าไปเพียงลำพัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Neither does Mars. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า neither ที่ตามด้วยการสลับตำแหน่งกริยาช่วย ใช้บอกว่าข้อความปฏิเสธก่อนหน้าก็เป็นจริงกับดาวอังคารเช่นกัน คุณจึงใช้รูปแบบนี้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อคน สถานที่ หรือสิ่งของสองอย่างมีข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธร่วมกัน 2. Hypersleep interrupted. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: มองออกว่านี่คือข้อความแจ้งสถานะแบบย่อ ซึ่งความหมายเต็มใกล้เคียงกับ “hypersleep has been interrupted.” ช่วยให้เติมกริยาช่วยที่ละไว้และเข้าใจความหมายแบบถูกกระทำในคำเตือนของระบบ ประกาศ และข้อความบนหน้าจอได้ 3. You're just going to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่า just ทำให้คำถามเกี่ยวกับแผนของอีกฝ่ายสื่อความประหลาดใจหรือตำหนิ ไม่ใช่เพียงถามข้อมูล คุณจึงใช้รูปแบบนี้ทักท้วงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ทำอะไรได้อย่างเหมาะสม
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Is that true? ใช้ตรวจสอบคำพูดก่อนหน้า
Is that true? ใช้ถามว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ ในที่นี้ that อ้างถึงคำพูดทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของ คำถามนี้ใช้ขอการยืนยัน และอาจสื่อความประหลาดใจหรือความสงสัยได้ตามน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานบอกว่าสำนักงานจะปิดเร็วขึ้น คำตอบใดใช้ตรวจสอบว่าคำพูดนั้นถูกต้องหรือไม่?
- Is that true?
- Is that ready?
- Is that yours?
ดูคำตอบ
Is that true?
want to pretend that + อนุประโยค: สมมติสถานการณ์ทั้งเหตุการณ์
want to pretend that + อนุประโยค หมายถึงอยากจินตนาการสถานการณ์หนึ่งอย่างครบถ้วนและทำเหมือนว่าสถานการณ์นั้นเป็นจริง want to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน pretend ส่วน that ใช้นำอนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเอง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกสถานการณ์ที่แต่งขึ้นมา ไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเล่นสมมติด้วย want to pretend that: I ____ this cardboard box is a spaceship.
ดูคำตอบ
want to pretend that
leave me behind: ออกไปโดยไม่พาใครไปด้วย
Leave someone behind หมายถึงการที่คนหรือกลุ่มคนออกไปหรือเดินหน้าต่อโดยไม่พาคนนั้นไปด้วย ทำให้คนนั้นอยู่ที่เดิมหรือตามไม่ทัน ใน leave me behind คำว่า me คือคนที่ไม่ได้ไปกับคุณ behind เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง leave + คน + behind ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่วางคนนั้นไว้ด้านหลัง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “ออกไปโดยไม่พาฉันไปด้วย” ให้สมบูรณ์: Please don't ____ when the tour bus departs.
ดูคำตอบ
leave me behind
all alone: อยู่โดยไม่มีใครเป็นเพื่อนเลย
All alone หมายถึงการอยู่คนเดียวอย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยหรือคอยเป็นเพื่อน ในที่นี้ all ใช้เน้นความหมายของ alone ไม่ได้หมายถึงทุกคน เมื่อเทียบกับ alone แล้ว all alone ทำให้สภาพการอยู่ลำพังเด่นชัดขึ้น และมักเพิ่มความรู้สึกเหงา กลัว หรือไร้ที่พึ่ง แต่ความรู้สึกที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเลย” ให้สมบูรณ์: Everyone had gone home, and Leo was ____.
ดูคำตอบ
all alone
Well, I'm not sure we can pretend that. น้ำเสียง/เจตนา
0:10อืม ฉันไม่แน่ใจว่าเราจะเล่นแบบนั้นได้ไหมนะ
I'm not sure we can... เพื่อปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ตามตัวอักษร “I'm not sure we can...” แสดงความไม่แน่ใจว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ แต่ในคำตอบนี้ ผู้พูดใช้เพื่อทำให้การตอบเชิงปฏิเสธนุ่มนวลลง โดยสื่อว่าข้อเสนอนั้นอาจทำไม่ได้หรือไม่เหมาะสม ไม่ใช่แค่ไม่มีข้อมูล เพราะไม่ได้พูดว่า no ตรง ๆ รูปแบบนี้จึงใช้ปฏิเสธหรือวางข้อจำกัดให้กับข้อเสนออย่างสุภาพ พร้อมเปิดทางให้บอกเหตุผลหรือเสนอทางเลือกอื่น
แบบฝึกหัด
เติมคำปฏิเสธที่สุภาพและเป็นทางอ้อมด้วยสำนวนจากบทเรียน: “____ change the booking at such short notice.”
ดูคำตอบ
I'm not sure we can
to get to Mars: infinitive บอกจุดประสงค์ต้นประโยค
To get to Mars เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ หมายถึง “เพื่อไปให้ถึงดาวอังคาร” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะบอกเป้าหมายก่อน แล้วประโยคหลักจึงอธิบายว่าต้องมีอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ในโครงสร้าง get to + สถานที่ คำว่า get to หมายถึง “ไปถึง” ไม่ใช่ “ได้มา” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ To + คำกริยารูปพื้นฐาน..., ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์ต้นประโยคที่ใช้ get to และหมายถึง “เพื่อไปให้ถึงสนามบิน”: ____, we have to leave before sunrise.
ดูคำตอบ
To get to the airport
put us into a hypersleep: ทำให้ใครบางคนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง
ใน put us into a hypersleep คำว่า put ไม่ได้หมายถึงการวางตัวเราไว้ในสถานที่ใดจริง ๆ โครงสร้าง put + person + into + state หมายถึง “ทำให้ใครเข้าสู่สภาวะนั้น” ในที่นี้ us คือผู้ที่ได้รับผล และ a hypersleep คือสภาวะที่เกิดขึ้น hypersleep เป็นคำในนิยายวิทยาศาสตร์ หมายถึงการหลับลึกเป็นเวลานานที่ใช้ระหว่างการเดินทาง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับนามวลีที่บอกสภาวะได้ เช่น a deep sleep, a coma หรือ a trance
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ put + person + into + state อย่างถูกต้องเพื่อบอกว่าบางสิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาวะ
- Maya put the medicine into her bag.
- The medicine put Maya into a deep sleep.
- The medicine kept Maya in a deep sleep.
ดูคำตอบ
The medicine put Maya into a deep sleep.
Are you sure we can't...?: ขอให้อีกฝ่ายพิจารณาใหม่
Are you sure we can't...? ตามความหมายตรงตัวคือการถามว่าคำตอบปฏิเสธนั้นแน่นอนหรือไม่ แต่ยังเป็นการขอให้อีกฝ่ายลองพิจารณาใหม่ด้วย ผู้พูดยังต้องการตัวเลือกที่ถูกปฏิเสธอยู่ หน้าที่ของประโยคจึงใกล้กับ “ไม่มีทางที่เราจะ...ได้จริง ๆ เหรอ” ประโยคนี้นุ่มนวลกว่าการโต้แย้งการตัดสินใจโดยตรง เพราะอยู่ในรูปคำถามเพื่อยืนยัน อย่างไรก็ตาม ประโยคยังอาจแสดงความผิดหวังหรือความสงสัย โดยเฉพาะเมื่อเน้น sure หรือ can't
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานบอกว่าเปลี่ยนเวลาประชุมไม่ได้ แต่คุณอยากขอให้อีกฝ่ายพิจารณาใหม่อย่างสุภาพ คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- We will move it to Friday.
- Why is the meeting on Friday?
- Are you sure we can't move it to Friday?
ดูคำตอบ
Are you sure we can't move it to Friday?
the black hole: บริเวณหนึ่งในอวกาศ
ที่นี่ black hole หมายถึงบริเวณพิเศษในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมากจนแม้แต่แสงก็หนีออกมาไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงรูธรรมดาที่บังเอิญมีสีดำ ในฉากเกมท่องอวกาศนี้ หลุมดำถูกจินตนาการว่าเป็นจุดหมายที่อันตราย ความหมายทางดาราศาสตร์แบบเดียวกันนี้พบได้ในเนื้อหาวิทยาศาสตร์และเรื่องราวแนววิทยาศาสตร์ด้วย
แบบฝึกหัด
the black hole ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- รูธรรมดาที่ทาสีดำ
- ดาวอังคาร
- บริเวณในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก
ดูคำตอบ
บริเวณในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก
Neither does Mars.: ใช้ neither เพื่อบอกว่า “ก็ไม่...เช่นกัน”
Neither does Mars. ใช้รับข้อความปฏิเสธก่อนหน้า และบอกว่าข้อความปฏิเสธเดียวกันเป็นจริงกับดาวอังคารด้วย กล่าวคือ ดาวอังคารก็ไม่มีมนุษย์ต่างดาวเช่นกัน คำว่า have aliens ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า โครงสร้างคือ Neither + กริยาช่วย + ประธาน เพราะประโยคก่อนใช้ doesn't have ใน present simple คำตอบจึงวาง does ไว้หน้า Mars หากรูปกริยาหรือกาลเปลี่ยน กริยาช่วยก็ต้องสอดคล้องกับประโยคก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B โดยใช้ neither เพื่อบอกว่า Ben ก็ไม่ชอบอากาศหนาวเช่นกัน A: Maya doesn't like cold weather. B: ____.
ดูคำตอบ
Neither does Ben
prepare crew for hypersleep: เตรียมบุคคลให้พร้อมสำหรับเหตุการณ์
โครงสร้าง prepare + บุคคลหรือกลุ่ม + for + เหตุการณ์ งาน หรือสภาวะ หมายถึงทำให้บุคคลหรือกลุ่มนั้นพร้อมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ในที่นี้ crew คือกลุ่มที่ถูกเตรียม และ hypersleep คือกระบวนการหรือสภาวะที่พวกเขากำลังจะเข้าสู่ ส่วน for ไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง ประโยคนี้เป็นคำสั่งแบบสั้น ในประโยคเต็มตามปกติ หากกล่าวถึงกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงและรู้กันอยู่แล้ว มักต้องมีคำกำหนดนาม: prepare the crew for hypersleep
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prepare + บุคคล + for + เหตุการณ์ได้ถูกต้อง
- The nurse prepared the child to the scan.
- The nurse prepared for the child the scan.
- The nurse prepared the child for the scan.
ดูคำตอบ
The nurse prepared the child for the scan.
change course: เปลี่ยนทิศทางหรือแผน
ในการเดินทางทางทะเล ทางอากาศ หรือในอวกาศ change course หมายถึงเริ่มเคลื่อนที่ไปในทิศทางอื่น ในประโยคนี้ course หมายถึงเส้นทางหรือทิศทางของยาน ไม่ใช่หลักสูตรการเรียน สำนวนนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เมื่อบุคคลหรือองค์กรละทิ้งแผนหรือแนวทางเดิมแล้วเลือกแนวทางใหม่ ก็สามารถใช้ change course ได้
แบบฝึกหัด
change course หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The pilot changed course to avoid the storm.
- นักบินเพิ่มความเร็วของเครื่องบิน
- นักบินเริ่มบินไปในทิศทางอื่น
- นักบินลงทะเบียนเรียนหลักสูตรอื่น
ดูคำตอบ
นักบินเริ่มบินไปในทิศทางอื่น
new destination: จุดหมายปลายทางใหม่ของการเดินทาง
Destination หมายถึงสถานที่ที่การเดินทาง เส้นทาง หรือบริการขนส่งตั้งใจจะไปถึง ในคำถามนี้ new destination ใช้ถามถึงจุดสิ้นสุดแห่งใหม่หลังจากมีการเปลี่ยนเส้นทาง คำนี้เฉพาะเจาะจงกว่า place ซึ่งหมายถึงสถานที่ทั่วไป เพราะมองสถานที่นั้นเป็นเป้าหมายของการเดินทาง
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่ถูกต้องสำหรับช่องว่างในประโยคนี้: The flight's final [gap] is Lisbon.
- decision
- destiny
- destination
ดูคำตอบ
destination
Hypersleep interrupted: ข้อความสถานะแบบถูกกระทำที่ย่อไว้
ในที่นี้ Hypersleep interrupted. เป็นข้อความสถานะแบบย่อ ประโยคเต็มที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Hypersleep has been interrupted ซึ่งหมายความว่ามีบางสิ่งหยุดกระบวนการหลับแบบไฮเปอร์ก่อนที่จะเสร็จสิ้น Interrupted ในที่นี้เป็นคำกริยาช่องสามที่มีความหมายแบบถูกกระทำ ไม่ใช่กริยาอดีตธรรมดาที่บอกว่าการหลับแบบไฮเปอร์ไปขัดจังหวะสิ่งอื่น ข้อความเตือนมักละกริยาช่วย เพราะข้อมูลสำคัญคือกระบวนการที่ได้รับผลกระทบและสถานะปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ประโยคเต็มข้อใดตรงกับข้อความสถานะ Process interrupted มากที่สุด
- The process will interrupt itself.
- The process has interrupted someone.
- The process has been interrupted.
ดูคำตอบ
The process has been interrupted.
at Mars: การไปถึงจุดหมาย ไม่ใช่การอยู่บนพื้นผิว
ในที่นี้ at Mars มองดาวอังคารเป็นจุดหมายหนึ่งบนเส้นทางของยานอวกาศ คำถามนี้ถามว่าผู้เดินทางไปถึงจุดหมายหรือบริเวณดาวอังคารแล้วหรือยัง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอยู่หรือลงจอดบนพื้นผิวของดาวอังคารแล้ว หากต้องการเน้นว่าอยู่บนพื้นผิว ให้ใช้ on Mars
แบบฝึกหัด
ผู้โดยสารบนยานอวกาศต้องการถามว่าไปถึงจุดหมายที่ดาวอังคารแล้วหรือยัง โดยไม่สื่อว่าลงจอดแล้ว ควรใช้คำถามใด
- Are we near Mars yet?
- Are we at Mars yet?
- Are we on Mars yet?
ดูคำตอบ
Are we at Mars yet?
I don't think so: การปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
I don't think so หมายความว่าผู้พูดคิดว่าแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงน่าจะไม่เป็นความจริง คำว่า so ใช้แทนแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด เช่น 'we are at Mars' และในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” เนื่องจากประโยคนี้นำเสนอคำตอบเชิงปฏิเสธว่าเป็นความเห็นของผู้พูด จึงมักฟังดูนุ่มนวลและไม่เด็ดขาดเท่าการตอบเพียง No
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้เพื่อแสดงความเห็นเชิงปฏิเสธอย่างนุ่มนวล: A: Is the library open today? B: ____.
ดูคำตอบ
I don't think so
ใช้ What's going on? เพื่อถามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
“What's going on?” ใช้ถามว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน ชวนสับสน หรือดูผิดปกติ ในประโยคนี้ ผู้พูดสังเกตว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดและต้องการคำอธิบาย ในที่นี้ going on ทำหน้าที่เป็นคำกลุ่มเดียว มีความหมายว่า “กำลังเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายความว่าใครกำลังเดินหรือเดินทางต่อไป
แบบฝึกหัด
จู่ ๆ สัญญาณเตือนก็ดังขึ้นและคุณไม่รู้สาเหตุ คำถามใดใช้ถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- What's going on?
- What happens every morning?
- Where are you going?
ดูคำตอบ
What's going on?
ใช้ Not again เพื่อตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดซ้ำ
“Not again.” เป็นปฏิกิริยาทันทีเมื่อเรื่องที่ไม่ต้องการหรือเรื่องยุ่งยากเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง มีความหมายใกล้เคียงกับ “ไม่นะ เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว” และมักแสดงความหงุดหงิด ความเหนื่อยหน่าย หรือความกังวล นี่เป็นคำอุทานที่ละข้อความบางส่วนไว้ ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าอย่างเป็นกลางว่าบางสิ่งไม่ได้เกิดขึ้นอีก ความคิดที่ละไว้เข้าใจได้จากสถานการณ์ว่า “ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก”
แบบฝึกหัด
เครื่องพิมพ์กระดาษติดเป็นครั้งที่สามของวันนี้ เติมปฏิกิริยาทันทีด้วยสำนวนที่เรียนในบทนี้: Oh, ____!
ดูคำตอบ
not again
What are you doing here?: ถามว่าทำไมใครบางคนจึงมาอยู่ในที่ที่ไม่คาดคิด
ในฉากนี้ “What are you doing here?” ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าอีกฝ่ายกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ เพราะการปรากฏตัวของเขาเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด จึงมีความหมายว่า “ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่” หรือ “คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” คำถามนี้อาจสื่อถึงความประหลาดใจ ความสับสน หรือการท้าทาย น้ำเสียงและความสัมพันธ์เป็นตัวกำหนดว่าจะฟังเหมือนความประหลาดใจอย่างเป็นมิตร หรือเหมือนกล่าวหาว่าอีกฝ่ายไม่ควรอยู่ที่นั่น
แบบฝึกหัด
คุณบังเอิญพบเพื่อนบ้านที่สนามบินในอีกประเทศหนึ่ง ในบริบทนี้ “What are you doing here?” น่าจะถามอะไรเป็นหลัก?
- ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่?
- มือของคุณกำลังทำท่าอะไร?
- ทางออกที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน?
ดูคำตอบ
ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่?
you're about to go: การกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้มาก
โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคาดว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมักเป็นภายในอีกไม่กี่อึดใจ ใน “you're about to go” คำว่า are สอดคล้องกับประธาน you และ go ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง to ในที่นี้ about เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว be about to ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับ” โครงสร้างนี้แสดงว่าการกระทำใกล้จะเริ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตแบบทั่วไป
แบบฝึกหัด
ใช้ be about to ในรูปที่ถูกต้อง: The train ____ leave; the doors are closing.
ดูคำตอบ
is about to
We've come to stop you: การบอกจุดประสงค์หลังจากมาถึง
โครงสร้าง we've come to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่าผู้พูดมาที่นี่ทำไม We've come เป็น present perfect คือการเดินทางเกิดขึ้นก่อนตอนนี้ และผลที่สำคัญในปัจจุบันคือพวกเขามาถึงแล้ว คำกริยา infinitive ที่มี to ใน to stop you บอกจุดประสงค์ของการมา ในประโยคนี้ come มีความหมายตามจริงว่า “มา” และ to นำหน้าจุดประสงค์ ซึ่งต่างจาก come to understand ที่หมายถึง “ค่อย ๆ เริ่มเข้าใจ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง have come to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่ากลุ่มมาที่นี่ทำไม: We've ____ help with the cleanup.
ดูคำตอบ
come to
go in: เข้าไปในสถานที่ที่รู้อยู่แล้ว
Go in หมายถึง “เข้าไป” หรือ “เคลื่อนเข้าไปข้างใน” ในที่นี้ in ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์หรือ particle บอกทิศทาง และสามารถจบวลีได้โดยไม่ต้องมีกรรม ใช้รูปที่ไม่มีกรรมนี้เมื่อรู้จุดหมายชัดเจนอยู่แล้วจากสถานการณ์หรือคำพูดก่อนหน้า หากระบุสถานที่ ให้ใช้ go into + สถานที่ เช่น go into the room
แบบฝึกหัด
รู้อยู่แล้วว่าจะไปที่ไหน ประโยคใดใช้ go in เป็นวลีสมบูรณ์ที่ไม่มีกรรม?
- Let's go in.
- Let's go inside the museum.
- Let's go into the museum.
- Let's enter the museum.
ดูคำตอบ
Let's go in.
I have to: การละการกระทำที่รู้อยู่แล้ว
ในประโยคนี้ have to หมายถึง “ต้อง” หรือ “จำเป็นต้อง” ส่วน have ไม่ได้หมายถึง “มี” หรือ “ครอบครอง” ความหมายเต็มคือ I have to go in. การกระทำ go in ชัดเจนจากสถานการณ์อยู่แล้ว ผู้พูดจึงละออกและคง to ไว้ รูปแบบนี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ แต่ยังสื่อถึงความจำเป็นหรือหน้าที่
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ คำตอบหมายความว่าอย่างไร? “Do you really need to leave now?” — “I have to.”
- ฉันมีสิ่งของบางอย่างที่เป็นของฉัน
- ฉันต้องออกไปตอนนี้ โดยเข้าใจ leave ได้จากบริบทและไม่ต้องพูดซ้ำ
- ฉันออกไปแล้ว
- ฉันต้องการให้อีกคนออกไป
ดูคำตอบ
ฉันต้องออกไปตอนนี้ โดยเข้าใจ leave ได้จากบริบทและไม่ต้องพูดซ้ำ
'Cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because
'Cause เป็นรูปย่อแบบกันเองของ because ใช้นำหน้าเหตุผล และเครื่องหมายอะพอสทรอฟีด้านหน้าแสดงว่าตัวอักษร be ใน because ถูกละไป ในประโยคนี้ คำนี้บอกเหตุผลที่ผู้พูดรู้สึกว่าตนมีหน้าที่ต้องลงมือทำ ไม่ใช่คำนาม cause ที่หมายถึง “สาเหตุ” หรือคำกริยา cause ที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะกับรายงานทางการมากที่สุด?
- Cause the road was closed, the event was delayed.
- Because the road was closed, the event was delayed.
- 'Cause the road was closed, the event was delayed.
ดูคำตอบ
Because the road was closed, the event was delayed.
It's my job to + กริยารูปพื้นฐาน: บอกความรับผิดชอบของตน
“It's my job to + กริยารูปพื้นฐาน” หมายความว่าการกระทำนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงแค่ชื่ออาชีพของผู้พูด ในประโยคนี้ “to figure everything out” บอกว่าความรับผิดชอบนั้นคืออะไร กริยา infinitive หลัง to บอกเนื้อหาของงานหรือหน้าที่ เราสามารถเปลี่ยนการกระทำแล้วใช้โครงสร้างเดิมได้ เช่น “It's my job to check the results.”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกความรับผิดชอบที่เรียนมา: ____ check every exit before we open.
ดูคำตอบ
It's my job to
figure everything out: ทำความเข้าใจหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด
Figure something out หมายถึงการเข้าใจบางสิ่งหรือหาคำตอบด้วยการคิด สืบค้น หรือลองทำ ในประโยคนี้ figure everything out หมายถึงการทำให้รายละเอียดที่ยังไม่รู้ทั้งหมดกระจ่างชัด Figure out เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ นามวลีวางระหว่าง figure กับ out หรือหลัง out ก็ได้ และ everything ก็อยู่ได้ทั้งสองตำแหน่ง: figure the problem out หรือ figure out the problem; figure everything out หรือ figure out everything แต่สรรพนามบุรุษอย่าง it ต้องอยู่ตรงกลาง: figure it out ไม่ใช่ figure out it
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ figure out โดยมี it เป็นกรรมเพื่อเติมประโยค: After comparing all the clues, Lena finally ____.
ดูคำตอบ
figured it out
we're coming with you: การประกาศว่าจะไปเป็นเพื่อนใครสักคน
We're coming with you หมายถึงผู้พูดตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมไปกับอีกฝ่ายในสิ่งที่จะทำต่อไป รูป present continuous ตรงนี้ทำให้การกระทำในอนาคตอันใกล้ฟังดูเป็นเรื่องที่ตัดสินใจแน่นอนแล้ว ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดกำลังเดินทางมาหาผู้ฟังในขณะนั้น นอกจากนี้ยังเป็นการประกาศว่าจะสนับสนุนและไปด้วยอย่างหนักแน่น ไม่ใช่คำถามเพื่อขออนุญาต
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าต้องเดินกลับบ้านคนเดียว ประโยคใดประกาศได้ชัดเจนที่สุดว่ากลุ่มของคุณตัดสินใจจะไปเป็นเพื่อน?
- We're coming with you.
- We come with you every Friday.
- Can you come with us?
- We're coming to see you.
ดูคำตอบ
We're coming with you.
too dangerous: อันตรายเกินขีดจำกัดที่ปลอดภัยหรือยอมรับได้
โครงสร้าง too + adjective หมายถึงคุณสมบัติบางอย่างมีระดับเกินขีดจำกัดที่ยอมรับได้ ใช้งานได้ หรือปลอดภัย ในที่นี้ too dangerous หมายถึงอันตรายมากจนการกระทำที่ตั้งใจไว้ไม่ควรทำหรือไม่สามารถทำได้ ผลที่ตามมาอาจปล่อยให้เข้าใจจากบริบทเหมือนใน It's too dangerous หรือระบุชัดด้วย too dangerous to + คำกริยา เช่น It's too dangerous to enter
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง too + adjective ให้สมบูรณ์: The path may collapse, so it is ____ dangerous to use.
ดูคำตอบ
too
I'll go in alone: การประกาศการตัดสินใจทันทีว่าจะเข้าไปคนเดียว
ในที่นี้ “I’ll go in alone” เป็นการประกาศการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้นว่า ผู้พูดจะเข้าไปโดยไม่มีคนอื่นไปด้วย “I’ll” ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคตแบบเป็นกลาง แต่แสดงการกระทำขั้นต่อไปที่ผู้พูดเลือกจะทำ “Alone” ระบุว่าไม่มีใครร่วมไปด้วย ในสถานการณ์ที่อันตรายนี้ การเลือกดังกล่าวยังสื่อว่าผู้พูดจะรับความเสี่ยงด้วยตนเองและกันคนอื่นให้อยู่ห่างจากอันตราย ความหมายเรื่องการปกป้องนี้มาจากสถานการณ์ ส่วนตัวประโยคบอกโดยตรงถึงการตัดสินใจว่าจะเข้าไปคนเดียว
แบบฝึกหัด
หลังจากได้ยินว่าสถานที่หนึ่งอันตราย ผู้พูดพูดว่า “I'll go in alone.” ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้
- รายงานว่าผู้พูดเข้าไปแล้ว
- บรรยายสิ่งที่ผู้พูดทำเป็นประจำทุกวัน
- ประกาศการตัดสินใจว่าจะเข้าไปโดยไม่มีคนอื่นร่วมไปด้วย
- คาดการณ์ว่าจะมีคนอื่นเข้าไป
ดูคำตอบ
ประกาศการตัดสินใจว่าจะเข้าไปโดยไม่มีคนอื่นร่วมไปด้วย
You're just going to ...?: การใช้ just ทักท้วงแผนของอีกฝ่าย
ใน “You’re just going to let him go?” โครงสร้าง “be going to” นำเสนอสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแผนของผู้ฟัง ตรงนี้ “just” หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “โดยไม่ทำอะไรเพิ่ม” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ในคำถามนี้ “just” เปลี่ยนคำถามขอข้อมูลแบบเป็นกลางให้กลายเป็นการทักท้วง ผู้พูดรู้สึกแปลกใจหรือไม่พอใจที่ผู้ฟังดูเหมือนจะยอมปล่อยเขาไป และสื่อว่าควรทำอย่างอื่น
แบบฝึกหัด
“just” มีผลหลักอย่างไรใน “You're just going to let him go?”
- ทำให้คำถามเป็นการสอบถามกำหนดการแบบเป็นกลาง
- หมายความว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ออกไปได้และคนอื่นออกไปไม่ได้
- ทำให้คำถามทักท้วงแผนที่ดูไม่เหมาะสม
- บอกว่าบุคคลนั้นเพิ่งได้รับอนุญาตให้ออกไป
ดูคำตอบ
ทำให้คำถามทักท้วงแผนที่ดูไม่เหมาะสม
let him go: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to
ในที่นี้ โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to หมายถึงการอนุญาตให้ใครบางคนทำสิ่งหนึ่ง ใน let him go คำว่า him คือผู้ที่ได้รับอนุญาต และ go คือการกระทำที่ได้รับอนุญาต หลัง let ให้ใช้รูปกรรม เช่น me, him หรือ them แล้วตามด้วยกริยารูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to จึงต้องพูดว่า let him go ไม่ใช่ let him to go
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างถูกต้องว่าโค้ชอนุญาตให้เขาลองอีกครั้ง
- The coach let him tried again.
- The coach let him try again.
- The coach let him to try again.
- The coach let he try again.
ดูคำตอบ
The coach let him try again.
It's what he wants to play: what หมายถึง “the thing that”
What he wants to play ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวคล้ายคำนาม และหมายถึง “สิ่ง เกม หรือบทบาทที่เขาอยากเล่น” คำว่า what มีความหมายของ “the thing that” อยู่แล้ว จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถามในที่นี้ It's what ... ย้อนกลับไปชี้ถึงทางเลือกหรือการกระทำที่พูดถึงก่อนหน้านี้ และระบุว่านั่นคือสิ่งที่ใครบางคนต้องการพอดี ภายในอนุประโยค what ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า he wants ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม does he want
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำหนึ่งคำที่หมายถึง “the thing that”: This is ____ I wanted to show you.
ดูคำตอบ
what