สมองของคุณเมื่อใช้ Adderall - ยาเพื่อการเรียน: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: ผลทางประสาทของ Adderall หลักฐานยาหลอกเรื่องประโยชน์การเรียนที่จำกัด การเสพติด และความเสี่ยงทางสังคม ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "a close relative of" (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจคำเครือญาติว่าเป็นอุปมาถึงความคล้ายทางเคมี และใช้เปรียบเทียบสารหรือแนวคิดที่เกี่ยวข้อง 2. "regardless of whether they had or not." (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): แสดงว่าผลลัพธ์เหมือนเดิมในทั้งสองเงื่อนไข และทางเลือกไม่เปลี่ยนข้อสรุป 3. "So much so that" (สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์): เชื่อมระดับที่หนักแน่นกับผลลัพธ์ จากปัญหาที่เพิ่มขึ้นไปสู่ชื่อ "Generation Adderall"
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Adderall is the brand name for a mixture of amphetamine salts วลี
0:00Adderall คือชื่อทางการค้าของส่วนผสมของเกลือแอมเฟตามีนหลายชนิด
brand name for: เชื่อมชื่อแบรนด์กับสิ่งที่ชื่อนั้นใช้เรียก
brand name for ใช้เชื่อมชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์เข้ากับสาร ผลิตภัณฑ์ หรือเทคโนโลยีที่ชื่อนั้นใช้เรียก ในประโยคนี้ Adderall คือชื่อแบรนด์ ส่วนส่วนผสมเกลือแอมเฟตามีนคือสิ่งที่ชื่อนั้นอ้างถึง รูปแบบคือ X is the brand name for Y โดย X ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อผู้ผลิตหรือบริษัท แต่เป็นชื่อที่ใช้ทำตลาด Y และคำบุพบท for เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการเชื่อมนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่เชื่อมแบรนด์กับผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์นั้นใช้เรียก: ClearView is the ____ the company's imaging platform.
ดูคำตอบ
brand name for
that was developed for treatment of attention deficit hyperactivity disorder วลี
0:03ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคสมาธิสั้น
developed for treatment of: ระบุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาทางการแพทย์
developed for treatment of แสดงวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ที่ตั้งใจไว้ด้วยโครงสร้างทางการที่เน้นคำนาม developed บอกว่ามีการออกแบบหรือปรับให้เหมาะอย่างตั้งใจ for นำเข้าสู่วัตถุประสงค์ และ treatment of ระบุภาวะที่เป็นเป้าหมายของการรักษา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be developed for treatment of + ภาวะหรือโรค โดยบอกการใช้งานหรือวัตถุประสงค์ในการออกแบบ แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้ยืนยันว่าการรักษานั้นได้ผลหรือได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษทางการสี่คำที่ระบุวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ที่ตั้งใจไว้: The implant was ____ severe hearing loss.
ดูคำตอบ
developed for treatment of
“aka” สำหรับระบุชื่ออื่น
“aka” เป็นคำย่อแบบไม่เป็นทางการของ “also known as” ใช้แนะนำชื่ออื่น นามแฝง ชื่อในวงการ หรือชื่อย่อของบุคคลหรือสิ่งเดียวกัน ใน “aka ADHD” คำว่า ADHD คือชื่อย่ออีกชื่อของภาวะที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ใช่ตัวอย่างของหมวดหมู่ที่กว้างกว่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ชื่อหรือคำอธิบาย + aka + ชื่ออื่น” โดยชื่อก่อนและหลัง aka ต้องหมายถึงสิ่งเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำย่อแบบตัวพิมพ์เล็กและไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนของ “also known as”: “The musician Abel Tesfaye, ____ The Weeknd, was born in Toronto.”
ดูคำตอบ
aka
“Since 2007, ... have doubled” สำหรับการเปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน
วลีบอกเวลา “Since 2007” ระบุจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ต่อเนื่องจากปี 2007 มาถึงปัจจุบันของผู้พูด ส่วน present perfect “have doubled” รายงานการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน กล่าวคือจำนวนในตอนนี้เป็นสองเท่าของระดับในปี 2007 รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “Since + จุดเริ่มต้น, ประธาน + have/has + past participle” ใช้บรรยายพัฒนาการที่วัดจากจุดหนึ่งในอดีตมาถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในเวลานั้นในอดีต
แบบฝึกหัด
เติม “Since 2020” และรูป present perfect ของ “triple” เพื่อบรรยายแนวโน้มที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้: “____, online orders ____.”
ดูคำตอบ
Since 2020 · have tripled
and even those who don't have a prescription are using. ไวยากรณ์
0:12และแม้แต่ผู้ที่ไม่มีใบสั่งยาก็ยังใช้ยานี้กัน
those who don't have a prescription: โครงสร้าง those who + อนุประโยค
those who + อนุประโยค หมายถึง “คนที่……” ในที่นี้ those เป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนคน และ who don't have a prescription ระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด จึงไม่จำเป็นต้องเติมคำนามอย่าง people หลัง those อีก ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวรวมคนที่ไม่มีใบสั่งยาไว้ในกลุ่มผู้ใช้ด้วย กรรมหลัง using ถูกละไว้ เพราะเข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้าว่าสิ่งที่ใช้คือ Adderall
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างแบบกระชับที่หมายถึง “คนที่……”:The scholarship is intended for ____ cannot afford the course fee.
ดูคำตอบ
those who
An estimated 30% of university students use Adderall at some point วลี
0:14คาดว่านักศึกษามหาวิทยาลัย 30% เคยใช้ Adderall
An estimated 30% of: การรายงานสัดส่วนโดยประมาณ
an estimated + ตัวเลข แสดงว่าตัวเลขนั้นเป็นค่าประมาณที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่ผลการนับที่แน่นอน ใน an estimated 30% คำว่า estimated ขยายเปอร์เซ็นต์ และ an นำหน้าสำนวนบอกจำนวนทั้งหมด วลีที่ตามหลังด้วย of ระบุกลุ่มที่นำมาวัด: 30% of university students รูปแบบนี้ช่วยให้รายงานบอกได้ทั้งสัดส่วนโดยประมาณและประชากรที่สัดส่วนนั้นอ้างถึง
แบบฝึกหัด
ใช้คำที่บอกว่าเปอร์เซ็นต์นี้เป็นค่าประมาณ: An ____ 25% of local businesses plan to hire more staff next year.
ดูคำตอบ
estimated
at some point: เวลาใดเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ
ในประโยคนี้ at some point หมายถึง “เวลาใดเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ” ในช่วงที่นักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัย สถิตินี้นับเพียงว่าเคยมีการใช้เกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อไรหรือมีการใช้ต่อเนื่อง ใช้ at some point เมื่อการมีอยู่ของช่วงเวลาหนึ่งสำคัญกว่าการระบุว่าเป็นเวลาใด กาลและกรอบเวลารอบ ๆ จะบอกว่าเวลาที่ไม่ระบุนั้นอยู่ในอดีตหรืออนาคต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่หมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ: “I don't remember exactly when, but ____ during college, I considered changing my major.”
ดูคำตอบ
at some point
But what happens to your brain on Adderall? การใช้คำ
0:19แต่เกิดอะไรขึ้นกับสมองของคุณเมื่อใช้ Adderall?
on Adderall: กำลังใช้ยาหรืออยู่ภายใต้ฤทธิ์ยา
ในที่นี้ on Adderall หมายถึงขณะที่กำลังใช้ Adderall หรือกำลังได้รับผลจากยา on บรรยายสภาวะที่เกี่ยวข้องกับยา ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ คำถามนี้ถามว่าสมองเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเมื่อ Adderall กำลังออกฤทธิ์ในร่างกาย ในบริบทอื่น be on a medication มักหมายถึงยานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาในปัจจุบันของบุคคลหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในคำถาม “What happens to your brain on Adderall?” คำว่า “on Adderall” หมายถึงอะไร?
- พูดถึง Adderall โดยไม่ได้ใช้ยา
- กำลังใช้ Adderall หรืออยู่ในช่วงที่ยากำลังออกฤทธิ์ต่อร่างกาย
- อยู่เหนือ Adderall ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
กำลังใช้ Adderall หรืออยู่ในช่วงที่ยากำลังออกฤทธิ์ต่อร่างกาย
a close relative of: คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันทุกประการ
ในที่นี้ a close relative of เป็นอุปมาที่หมายถึงสิ่งที่คล้ายกันมากหรือมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดภายในหมวดหมู่เดียวกัน ไม่ได้หมายถึงสมาชิกในครอบครัวจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่ามีความคล้ายคลึงทางเคมีกับเมทแอมเฟตามีน ไม่ได้หมายความว่าเป็นสารชนิดเดียวกันทั้งหมดหรือมีผลเหมือนกันทุกประการ โครงสร้าง a close relative of + คำนามช่วยให้การเปรียบเทียบเชิงเทคนิคกระชับและเห็นภาพชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a close relative of methamphetamine หมายถึงอะไร?
- เป็นสมาชิกของครอบครัวมนุษย์เดียวกับเมทแอมเฟตามีน
- เป็นอีกชื่อหนึ่งของเมทแอมเฟตามีน
- มีความคล้ายคลึงทางเคมีกับเมทแอมเฟตามีน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสารชนิดเดียวกัน
ดูคำตอบ
มีความคล้ายคลึงทางเคมีกับเมทแอมเฟตามีน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสารชนิดเดียวกัน
commonly known as: การแนะนำชื่อที่คุ้นเคย
Commonly known as ใช้แนะนำชื่อที่บุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือแนวคิดเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในที่นี้ meth คือชื่อย่อที่ผู้คนคุ้นเคยของ methamphetamine Commonly ขยายคำว่า known เพื่อบอกว่าชื่อนี้ใช้กันแพร่หลาย แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อทางการ โครงสร้าง X is commonly known as Y พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ข่าว และการแนะนำอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียน: Sodium chloride is ____ table salt.
ดูคำตอบ
commonly known as
takes effect: เริ่มออกฤทธิ์หรือเริ่มมีผล
ใน it takes effect วลี take effect หมายถึง “เริ่มทำงานหรือเริ่มมีผลบังคับใช้” ในที่นี้ it หมายถึง Adderall และ on the brain ระบุว่าการออกฤทธิ์เกิดขึ้นที่ใด วลีนี้เน้นจุดเริ่มต้นของผล จึงใช้คำบอกเวลาอย่าง within an hour เพื่อตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเริ่มเมื่อใด นอกจากนี้ยังใช้บรรยายการเริ่มมีผลของกฎ นโยบาย และมาตรการได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take effect: “The new safety rule will ____ at midnight.”
ดูคำตอบ
take effect
When Adderall is ingested: when + กรรมวาจกใน simple present
ใน When Adderall is ingested คำว่า when ใช้นำเหตุการณ์ที่กระตุ้นขั้นตอนถัดไป และ is ingested เป็นรูปกรรมวาจกของ simple present ตามโครงสร้าง be + past participle ประโยคจึงเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับยา ไม่ใช่ผู้ที่รับประทานยา รูปแบบนี้ใช้บรรยายกระบวนการทั่วไปหรือความสัมพันธ์ด้านเหตุและเวลาที่เกิดขึ้นเป็นประจำได้: When + present passive, ... present simple ความหมายคือ “ทุกครั้งที่หรือเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นตามปกติ” ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายกระบวนการด้วยรูปกรรมวาจก simple present ของ ingest: “When the tablet ____, its coating begins to dissolve.”
ดูคำตอบ
is ingested
Adderall affects neuroreceptors in the central nervous system
0:35Adderall ออกฤทธิ์ต่อตัวรับสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง
Genetic studies have indicated that: การรายงานหลักฐานอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ genetic studies have indicated that ใช้นำเสนอข้อสรุปที่อ้างอิงจากงานวิจัย โดย indicate ในที่นี้หมายถึง “แสดงหรือบ่งชี้ผ่านหลักฐาน” ไม่ได้หมายถึง “ชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งทางกายภาพ” รูป present perfect อย่าง have indicated นำเสนอผลดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วน indicated มีน้ำเสียงระมัดระวัง กล่าวคือ หลักฐานสนับสนุนข้อความที่ตามมา แต่ไม่ได้บอกว่างานวิจัยได้พิสูจน์ข้อความนั้นแล้ว และ may ที่ตามมายังลดระดับความแน่นอนลงอีก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ indicate ตามด้วย that: Several studies ____ short breaks can improve concentration.
ดูคำตอบ
have indicated that
it is theorized that the brain is constantly seeking out stimulants โน้ต
0:49จึงมีทฤษฎีว่าสมองคอยแสวงหาสิ่งกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา
It is theorized that: โครงสร้างไม่ระบุบุคคลสำหรับนำเสนอทฤษฎี
It is theorized that เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำที่ไม่ระบุบุคคล โดย it เป็นประธานเชิงรูปแบบที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใด ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นส่วนที่บรรจุแนวคิดซึ่งถูกเสนอจริง ๆ การไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เสนอทฤษฎีทำให้โครงสร้างนี้เน้นคำอธิบายมากกว่าแหล่งที่มา ส่วน theorized แสดงว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นทฤษฎี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างถูกกระทำแบบไม่ระบุบุคคลสำหรับคำอธิบายเชิงทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน: ____ dark matter helps hold galaxies together.
ดูคำตอบ
It is theorized that
seeking out ในวลี constantly seeking out stimulants
Seeking out หมายถึงการค้นหาบางสิ่งอย่างตั้งใจ และพยายามหาให้พบหรือได้สิ่งนั้นมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้เห็นว่าสมองกำลังค้นหาสิ่งกระตุ้นอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่แค่พบสิ่งกระตุ้นโดยบังเอิญ out เป็นส่วนหนึ่งของ phrasal verb ไม่ได้หมายความว่าสิ่งกระตุ้นอยู่ข้างนอก แต่ช่วยสื่อว่าการค้นหามุ่งไปยังเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ seeking out เน้นความหมายใด
- หยุดค้นหาเป้าหมาย
- ค้นหาอย่างตั้งใจและพยายามให้ได้เป้าหมาย
- พบสิ่งที่อยู่ข้างนอกโดยบังเอิญ
ดูคำตอบ
ค้นหาอย่างตั้งใจและพยายามให้ได้เป้าหมาย
resulting in the distractibility commonly seen in ADHD patients. ไวยากรณ์
0:52ส่งผลให้เกิดอาการวอกแวกที่พบได้ทั่วไปในผู้ป่วย ADHD
resulting in: การเชื่อมเหตุและผลไปสู่อาการวอกแวก
Resulting in เป็นวลี present participle ที่ใช้เพิ่มผลลัพธ์ของสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ วลีนี้เชื่อมการที่สมองค้นหาสิ่งกระตุ้นอยู่ตลอดเข้ากับอาการวอกแวกที่กล่าวถึงในวลีถัดไป หลัง resulting in ต้องตามด้วยกลุ่มคำนามหรือรูป -ing ในโครงสร้าง resulting in + ผลลัพธ์ โครงสร้างแบบย่อนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายหรือเชิงวิชาการแสดงเหตุและผลได้โดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่ด้วย so
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคให้สมบูรณ์และแสดงว่าไฟฟ้าดับทำให้เกิดความล่าช้า: The power cut lasted two hours, ___ major delays.
- resulting from
- result in
- resulting in
ดูคำตอบ
resulting in
dopamine and serotonin released by Adderall: อนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ
ในนามวลีที่เน้น released by Adderall เป็นอนุประโยคกริยาช่องที่สามที่ขยาย dopamine and serotonin โดยเป็นรูปย่อของ which are released by Adderall ดังนั้น dopamine and serotonin จึงเป็นสิ่งที่รับการกระทำของ release เนื่องจากละสรรพนามเชื่อมความและรูปของ be ไว้ released จึงไม่ใช่กริยาหลักของประโยค โครงสร้างกรรมวาจกแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในงานเขียนทางการและวิทยาศาสตร์ โดยมีรูปแบบเป็น คำนาม + วลีกริยาช่องที่สาม
แบบฝึกหัด
ย่อ that were collected ให้เป็นคำขยายรูปกริยาช่องที่สาม แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: The samples ____ yesterday are ready for testing.
ดูคำตอบ
collected
overcomes this deficit: เอาชนะหรือชดเชยภาวะขาดนี้
Overcomes this deficit หมายถึงการต้านหรือชดเชยภาวะขาดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้สำเร็จ ในที่นี้กรรมของ overcome คือความขาดแคลนที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่บุคคลหรือคู่ต่อสู้ ในรูปแบบ overcome + deficit คำว่า overcome เป็นสกรรมกริยาและรับ deficit เป็นกรรมโดยตรง เมื่อเทียบกับกริยาที่กว้างอย่าง fix คำนี้สื่อชัดกว่าว่ามาตรการนั้นลดช่องว่างหรือผลกระทบของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการฝึกอบรมชดเชยภาวะขาดทักษะได้สำเร็จ
- The training helps overcome the skills deficit.
- The training helps measure the skills deficit.
- The training helps identify the skills deficit.
ดูคำตอบ
The training helps overcome the skills deficit.
causing increased focus and making you feel less distracted. ไวยากรณ์
1:01ทำให้มีสมาธิมากขึ้นและรู้สึกวอกแวกน้อยลง
ผลลัพธ์แบบขนานด้วย causing ... and making you feel ...
“Causing increased focus” และ “making you feel less distracted” เป็นอนุประโยค -ing สองส่วนที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ทั้งสองส่วนเชื่อมต่อกับแนวคิดก่อนหน้าและบอกผลลัพธ์สองอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กริยาหลักที่แยกเป็นอิสระจากกัน อนุประโยคที่สองใช้โครงสร้างแสดงการก่อให้เกิด make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ making + you + feel ในโครงสร้างแบบกระทำนี้ feel หลัง make ต้องคงเป็นรูปพื้นฐานโดยไม่เติม to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ make เพื่อให้วลีบอกผลลัพธ์ทั้งสองวางขนานกัน: The new schedule reduces delays, saving time and ____ the team feel less rushed.
ดูคำตอบ
making
สำนวนตายตัว fight or flight response
Fight or flight response เป็นชื่อของปฏิกิริยาความเครียดอัตโนมัติของร่างกายต่อภัยคุกคามที่รับรู้ Fight หมายถึงการเผชิญหน้ากับอันตราย ส่วน flight หมายถึงการหนีจากอันตราย แต่ทั้งวลีหมายถึงสภาวะทางสรีรวิทยาโดยรวม ไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นจะต่อสู้หรือวิ่งหนีจริง ๆ ในประโยคนี้ การกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกทำให้ปฏิกิริยานี้เริ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้ว คำนี้บ่งบอกว่าร่างกายกำลังเตรียมตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
fight or flight response ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ช่วงเวลาพักฟื้นทางร่างกายหลังจากอันตรายผ่านไป
- ปฏิกิริยาความเครียดทางสรีรวิทยาแบบอัตโนมัติต่อภัยคุกคามที่รับรู้
- แผนที่ตั้งใจไว้เพื่อเผชิญหน้าหรือหนีจากปัญหา
ดูคำตอบ
ปฏิกิริยาความเครียดทางสรีรวิทยาแบบอัตโนมัติต่อภัยคุกคามที่รับรู้
towards the major organs and away from your limbs and digestion
1:13ไปยังอวัยวะหลัก แทนที่จะส่งไปยังแขนขาและระบบย่อยอาหาร
researchers had 32 people without ADHD perform four cognitive tests. ไวยากรณ์
1:24นักวิจัยให้คน 32 คนที่ไม่มีภาวะ ADHD ทำแบบทดสอบความสามารถทางความคิดสี่แบบ
To investigate this: เชื่อมคำถามวิจัยไปสู่วิธีการศึกษา
To investigate this เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดย this ย้อนกลับไปยังคำถามก่อนหน้าว่ายาสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ที่ไม่มีภาวะ ADHD ได้หรือไม่ และวลีนี้บอกว่าเหตุใดนักวิจัยจึงทำการทดสอบ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะพาคำอธิบายจากคำถามวิจัยไปสู่วิธีการศึกษา โดยนำเสนอความพยายามที่จะตรวจสอบคำถาม ไม่ได้บอกผลลัพธ์หรือพิสูจน์ว่าได้ข้อสรุปแล้ว
แบบฝึกหัด
บทความหนึ่งเพิ่งตั้งคำถามว่าการนอนหลับช่วยเพิ่มความจำหรือไม่ ข้อความเชื่อมใดใช้แนะนำการทดลองที่ทำขึ้นเพื่อตรวจสอบคำถามนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Having proved this, the team recruited 80 volunteers.
- To investigate this, the team recruited 80 volunteers.
- Because this was true, the team recruited 80 volunteers.
ดูคำตอบ
To investigate this, the team recruited 80 volunteers.
had 32 people perform: have + คน + กริยารูปพื้นฐาน
ใน had 32 people ... perform คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have ที่ใช้ในความหมายเชิงก่อเหตุ โครงสร้าง have + คน + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการจัดให้ สั่ง หรือทำให้คนนั้นลงมือทำบางอย่าง ในที่นี้ 32 people เป็นประธานเชิงความหมายของ perform กริยาที่ตามหลังคนคงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่เติม to: had 32 people perform ประโยคนี้บอกสิ่งที่นักวิจัยจัดให้เกิดขึ้น โดย had ไม่ได้หมายถึง “ครอบครอง” และไม่ได้เป็นกริยาช่วยของ past perfect
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานของคำในวงเล็บ: The coordinator had all applicants ____ the form before the interview. (complete)
ดูคำตอบ
complete
เปลี่ยน was told เป็น were told เมื่อใช้กับ they ที่เป็นพหูพจน์
was told ที่เน้นไว้ไม่ถูกต้องในภาษาอังกฤษมาตรฐานสำหรับประโยคนี้ ประธานที่ละไว้หลัง and ยังคงเป็น they ซึ่งเป็นพหูพจน์ ดังนั้นกริยาช่วยในรูปถูกกระทำต้องเป็น were: they were given ... and were told ในอนุประโยคถูกกระทำที่เชื่อมกัน สามารถละประธานที่ซ้ำได้ แต่ความเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ของประธานไม่เปลี่ยน กริยาช่วยของรูปถูกกระทำแต่ละตัวต้องสอดคล้องกับประธานร่วมนี้
แบบฝึกหัด
เลือกรูปภาษาอังกฤษมาตรฐานเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The participants received the tablets and ___ that they might feel more alert.
- were tell
- were told
- was told
ดูคำตอบ
were told
a placebo: การรักษาเปรียบเทียบที่ไม่มีตัวยาออกฤทธิ์
placebo คือการรักษาที่ไม่มีตัวยาออกฤทธิ์และถูกออกแบบให้ดูเหมือนการรักษาจริง โดยไม่มีตัวยาออกฤทธิ์ที่กำลังทดสอบ ในประโยคนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับยาหลอกจริง แต่ได้รับแจ้งว่าเป็น Adderall การจัดการเช่นนี้ช่วยให้นักวิจัยแยกผลที่เกิดจากความคาดหวังออกจากผลที่เกิดจากตัวยาเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ placebo ได้ถูกต้อง
- The researchers called the new active medication a placebo.
- The control group received a placebo containing the full dose of the study drug.
- The control group received a placebo with no active study drug.
ดูคำตอบ
The control group received a placebo with no active study drug.
thought they had taken: การกระทำในอดีตที่เกิดก่อน
ในที่นี้ thought คือเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง โดยบอกว่าคนเหล่านั้นเชื่ออะไรในเวลานั้น ส่วน had taken ที่อยู่ภายในความเชื่อในอดีตเป็น past perfect (had + กริยาช่องที่ 3) ซึ่งวางการกินยาไว้ก่อนการคิด รูปนี้แสดงลำดับเชิงเวลาแบบสัมพันธ์กันของอดีตสองช่วง ไม่ได้หมายความว่าการกระทำยังดำเนินต่ออยู่ คนเหล่านั้นอาจเข้าใจผิดว่าตนกินอะไรไป แต่ไวยากรณ์เพียงนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดก่อนว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อของพวกเขา
แบบฝึกหัด
ใช้รูป past perfect ของ take เพื่อแสดงว่าการเดินทางด้วยรถไฟเกิดก่อนความเชื่อนั้น: They thought they ____ the wrong train.
ดูคำตอบ
had taken
regardless of whether they had or not. ไวยากรณ์
1:51ไม่ว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาจะได้รับยานี้หรือไม่ก็ตาม
regardless of whether ... or not: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง
Regardless of whether X or not หมายความว่าผลลัพธ์หลักยังคงเหมือนเดิมในทั้งสองกรณี คือ X เป็นจริงหรือ X ไม่เป็นจริง ในประโยคนี้ กลุ่มเหล่านั้นทำผลงานได้ดีไม่ว่าจะได้กิน Adderall จริงหรือไม่ได้กินก็ตาม ใน whether they had or not คำว่า had เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทน had taken Adderall ภาษาอังกฤษละคำที่ซ้ำออกเพราะความหมายชัดเจนอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบภาษาที่หมายความว่าแผนจะไม่เปลี่ยน: We will leave at eight ____ it rains or not.
ดูคำตอบ
regardless of whether
does not make a difference: ไม่มีผลกระทบที่มีความหมาย
make a difference หมายถึงการเปลี่ยนผลลัพธ์ในแบบที่สังเกตได้หรือมีความหมาย ในที่นี้ does not make a difference หมายความว่า Adderall ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือเปลี่ยนแปลงผลการทำงานด้านการรับรู้ส่วนใหญ่ในแบบที่มีความหมาย วลีนี้ใช้ประเมินผลกระทบ ไม่ได้หมายถึงความสามารถในการแยกแยะวัตถุสองอย่าง โครงสร้างที่พบบ่อยคือ X makes/does not make a difference to Y หรือใช้ร่วมกับ in + ด้าน/สถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ไม่มีผลกระทบที่มีความหมาย”: Changing the font ____ to how fast the program runs.
ดูคำตอบ
does not make a difference
when it comes to: เมื่อพูดถึง...
when it comes to ใช้เกริ่นหัวข้อหรือขอบเขตที่ข้อความหนึ่งใช้ได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดข้อสรุปว่า การไม่มีความแตกต่างนั้นใช้กับงานด้านการรับรู้ส่วนใหญ่ โครงสร้างคือ when it comes to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing คำว่า comes ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ในที่นี้ ทั้งวลีหมายถึง “เมื่อพูดถึง” หรือ “ในเรื่องของ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ when it comes to เพื่อเกริ่นหัวข้อได้ถูกต้อง
- When it comes learning a language, regular practice helps.
- When it comes to learn a language, regular practice helps.
- When it comes to learning a language, regular practice helps.
ดูคำตอบ
When it comes to learning a language, regular practice helps.
because although: การยอมรับข้อเท็จจริงอีกด้านภายในเหตุผล
because นำเสนอเหตุผลของข้อความก่อนหน้า ภายในเหตุผลนั้น although เปิดส่วนที่ยอมรับข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง โดยผู้พูดยอมรับว่างานวิจัยบางชิ้นพบประโยชน์ที่มีขอบเขตจำกัด อย่างไรก็ตาม ใจความหลักหลัง although ยังคงมุ่งไปยังประเด็นตรงข้าม คือประโยชน์นั้นไม่ได้ครอบคลุมงานด้านการรับรู้ส่วนใหญ่หรือการเรียนรู้ที่ซับซ้อน ให้เข้าใจตรรกะเป็น “This is because [although A, B]” โดย A คือสิ่งที่ยอมรับ แต่ B คือข้อสรุปหลักของเหตุผล คำเชื่อมสองคำนี้ทำงานคนละระดับกัน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายตรรกะของ because although ในตัวอย่างได้ดีที่สุด
- although ให้ข้อสรุปหลัก ส่วน because เพียงกล่าวความขัดแย้งเดิมซ้ำ
- because นำเสนอเหตุผลทั้งหมด ส่วน although ยอมรับผลเชิงบวกที่มีขอบเขตจำกัดก่อนเข้าสู่ประเด็นเชิงลบหลักของเหตุผลนั้น
- คำทั้งสองนำเสนอเหตุผลคนละข้อที่สนับสนุนผลเชิงบวก
ดูคำตอบ
because นำเสนอเหตุผลทั้งหมด ส่วน although ยอมรับผลเชิงบวกที่มีขอบเขตจำกัดก่อนเข้าสู่ประเด็นเชิงลบหลักของเหตุผลนั้น
like those needed for an exam: เช่นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสอบ
like ใช้เกริ่นตัวอย่าง ส่วน those แทนกลุ่มคำนามพหูพจน์ complex learning techniques จึงหมายถึง “เทคนิค” ไม่ใช่คน และช่วยหลีกเลี่ยงการใช้คำนามซ้ำ needed for an exam ขยาย those โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูปแล้ว ดังนั้น those needed for an exam จึงหมายถึง those that are needed for an exam สิ่งที่ถูกมองว่าจำเป็นคือเทคนิคเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ those ได้ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามพหูพจน์ซ้ำ และตามด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูป
- We reviewed several proposals and selected those approved by the committee.
- We reviewed several proposals and selected them approved by the committee.
- We reviewed several proposals and selected that approved by the committee.
ดูคำตอบ
We reviewed several proposals and selected those approved by the committee.
may be from the fact that: เสนอเหตุที่เป็นไปได้
ในประโยคนี้ may be from the fact that ใช้เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้อย่างหนึ่งสำหรับการเพิ่มขึ้นที่กล่าวถึง คำว่า may ทำให้ความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลไม่แน่นอน กล่าวคือ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่านี่เป็นสาเหตุเดียว หรือกลไกนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว คำว่า the fact that จัดกรอบอนุประโยคที่ตามมา คือ the drug gives you energy ให้เป็นเหตุผลที่ถือว่าเป็นจริงในการให้เหตุผลนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ result + may be from the fact that + possible reason ซึ่งเหมาะเมื่อหลักฐานสนับสนุนเพียงคำอธิบายอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
may be from the fact that สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้?
- พิสูจน์ว่ายานี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ที่ซับซ้อนโดยตรง
- บอกว่าการเพิ่มขึ้นเกิดก่อนที่ยาจะทำให้ใครมีพลังงาน
- นำเสนอผลของยาที่ทำให้มีพลังงานเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้วหรือเป็นสาเหตุเดียว
ดูคำตอบ
นำเสนอผลของยาที่ทำให้มีพลังงานเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้วหรือเป็นสาเหตุเดียว
help keep you awake: help + keep + กรรม + คำคุณศัพท์
help keep you awake มีส่วนเติมเต็มกริยาซ้อนกันสองชั้น help ตามด้วยกริยารูปไม่ผันที่ไม่มี to คือ keep และ keep ตามด้วยกรรม you กับคำคุณศัพท์ awake: help + keep + object + adjective ในที่นี้ awake อธิบายสภาวะที่ถูกคงไว้ ไม่ใช่การกระทำ โครงสร้างนี้นำไปใช้กับชุดคำอย่าง help keep food fresh หรือ help keep prices stable ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ help + keep: Good insulation can ____ the house warm in winter.
ดูคำตอบ
help keep
as we said earlier: การอ้างกลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า
ในประโยคนี้ as we said earlier เป็นข้อความแทรกที่เตือนว่าผู้พูดได้กล่าวประเด็นที่เกี่ยวข้องไปแล้ว วลีนี้เชื่อมข้อมูลเดิมกับคำอธิบายปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับเหตุผลได้ as ในที่นี้หมายถึง “ดังที่” หรือ “อย่างที่” ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” วลีนี้ทำหน้าที่แสดงความคิดเห็นประกอบข้อความรอบข้าง ไม่ใช่เหตุผลที่ because ตัวแรกนำเข้ามา
แบบฝึกหัด
as we said earlier ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- อ้างกลับไปยังข้อมูลที่ได้กล่าวไว้แล้ว
- แสดงความขัดแย้งกับคำอธิบายก่อนหน้า
- กล่าวว่าการพูดก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความคล้ายกันทางเคมี
ดูคำตอบ
อ้างกลับไปยังข้อมูลที่ได้กล่าวไว้แล้ว
similar in ... to: การระบุมิติของการเปรียบเทียบ
โครงสร้าง “X is similar in A to Y” ระบุทั้งมิติที่คล้ายกัน (A) และสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ (Y) ในประโยคนี้ chemical structure คือมิติ และ meth ซึ่งเป็นคำย่อของ methamphetamine คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ Similar หมายถึงคล้ายกันในด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงเหมือนกันทุกประการ การระบุมิติทำให้การเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์หรือทางเทคนิคแม่นยำกว่าการพูดเพียงว่า X is similar to Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง similar in ... to: “The two phones are ____ size ____ each other, although their cameras differ.”
ดูคำตอบ
similar in · to
in academic circles: ชุมชนในวงการวิชาการ
in academic circles เป็นวลีบุพบทเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ในหมู่ผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงวิชาการ” คำว่า circles มองวงการวิชาการเป็นชุมชนทางสังคมหรือวิชาชีพที่เชื่อมโยงกัน ไม่ได้หมายถึงรูปวงกลมจริง ๆ วลีนี้ระบุว่าความคิดเห็นหรือการถกเถียงอยู่ภายในชุมชนใดชุมชนหนึ่ง รูปแบบ in + คำคุณศัพท์บอกสาขา + circles ยังพบได้ในสำนวนที่ใช้กันเป็นปกติอย่าง in political circles และ in literary circles
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ในหมู่ผู้คนในชุมชนวิชาการ”: The finding is receiving serious attention ____, especially among researchers.
ดูคำตอบ
in academic circles
up for debate: ยังไม่มีข้อยุติ
up for debate หมายถึงเรื่องนั้นยังไม่มีข้อยุติและยังเปิดให้มีความเห็นต่างหรือการอภิปรายเพิ่มเติม ในตัวอย่างนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าประโยชน์ที่กล่าวอ้างยังไม่แน่นอน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ ประธาน + be + up for debate และมักใช้ร่วมกับ still วลีนี้บอกสถานะของข้ออ้างหรือคำถาม ไม่ได้ประกาศว่ามีการกำหนดการโต้วาทีอย่างเป็นทางการไว้แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ยังไม่มีข้อยุติและเปิดให้มีความเห็นต่าง”: Whether the rule will improve safety is still ____.
ดูคำตอบ
up for debate
but the long-term detrimental effects of Adderall abuse are clear.
2:23แต่ผลเสียระยะยาวจากการใช้ Adderall ในทางที่ผิดนั้นชัดเจน
causes the brain to stop producing them naturally over time. ไวยากรณ์
2:29ทำให้สมองค่อย ๆ หยุดผลิตสารเหล่านี้เองตามธรรมชาติ
cause + กรรม + to-infinitive: causes the brain to stop producing
โครงสร้างคือ cause + กรรม + to-infinitive ในที่นี้ consistent release คือสาเหตุ the brain คือกรรมที่ได้รับผล และ to stop producing บอกผลลัพธ์ ภายใน infinitive สามารถมีวลีกริยาที่ยาวขึ้นได้ ใน to stop producing them naturally คำว่า them หมายถึง serotonin and dopamine ส่วน over time บอกว่าผลลัพธ์ค่อย ๆ เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ cause และคำว่า the baby / wake up เติมประโยคให้สมบูรณ์: The sudden noise ____.
ดูคำตอบ
caused the baby to wake up
stop + -ing: stop producing
ใน stop producing คำว่า stop ตามด้วย gerund producing หมายถึงการยุติกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ กล่าวคือ ในที่สุดสมองจะไม่ผลิตเซโรโทนินและโดพามีนเองตามธรรมชาติอีก
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ produce เติมประโยคให้สมบูรณ์: Because demand has disappeared, the factory will stop ____ this model next month.
ดูคำตอบ
producing
keep taking: ใช้ keep + -ing เพื่อแสดงการกระทำที่ต่อเนื่อง
ใน keep taking คำว่า keep ตามด้วย taking ซึ่งเป็นรูป -ing โครงสร้าง keep + คำกริยา-ing หมายถึงการกระทำที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ๆ ในที่นี้ taking หมายถึงการกินยา ไม่ใช่การถือหรือเก็บยาไว้ วลีนี้นำเสนอพฤติกรรมว่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ บุคคลนั้นต้องกินยาต่อไป ไม่ใช่กินเพียงครั้งเดียว รูปแบบเดียวกันพบได้ใน keep working, keep asking และ keep changing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ keep + คำกริยารูป -ing ที่หมายถึง “cut”: During the storm, the phone signal ____ out.
ดูคำตอบ
kept cutting
more and more: การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การใช้รูปเปรียบเทียบซ้ำใน more and more แสดงว่าปริมาณหรือระดับเพิ่มขึ้นตามเวลา ในที่นี้หมายถึงปริมาณ Adderall ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ปริมาณหนึ่งมากกว่าอีกปริมาณหนึ่ง รูปแบบนี้วางหน้าคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ได้ เช่น more and more requests หรือ more and more time และยังใช้เพิ่มระดับของคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ที่ยาวได้ เช่น more and more difficult
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง: As the festival grew, ____ visitors came each year.
ดูคำตอบ
more and more
develop an inability to + คำกริยารูปพื้นฐาน
Develop an inability to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้หมายความว่า ผู้ที่ใช้ Adderall เป็นเวลานานอาจไม่สามารถรู้สึกยินดีได้หากไม่มีสารกระตุ้น develop แสดงให้เห็นว่าการสูญเสียความสามารถเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ใช่เพียงสภาวะอย่างหนึ่ง หลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น develop an inability to feel
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการทำบางสิ่ง”: With repeated exposure, workers may ____ notice the warning smell.
ดูคำตอบ
develop an inability to
effects can linger: ผลกระทบที่ยังคงอยู่ภายหลัง
Effects can linger หมายถึงผลกระทบอาจดำเนินอยู่นานกว่าที่คาดไว้ แม้สาเหตุหรือกิจกรรมนั้นจะสิ้นสุดแล้ว linger มักสื่อถึงการคงอยู่แบบช้า ๆ สังเกตได้ หรือไม่เป็นที่ต้องการ แทนที่จะจบลงอย่างชัดเจน ในที่นี้ linger เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม โดย effects เป็นสิ่งที่ยังคงอยู่เอง อนุประโยค after ระบุจุดสิ้นสุดที่ผลกระทบยังคงดำเนินต่อไปเกินกว่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The smell can linger after the fire is out,” คำว่า linger หมายความว่าอะไร
- กลิ่นอาจยังคงอยู่หลังจากแหล่งกำเนิดหมดไปแล้ว
- กลิ่นแรงขึ้นทันที
- กลิ่นกำลังรออยู่ในสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
กลิ่นอาจยังคงอยู่หลังจากแหล่งกำเนิดหมดไปแล้ว
So much so that: เชื่อมระดับความรุนแรงเข้ากับผลลัพธ์
“So much so that” ย้อนกลับไปอ้างถึงระดับความรุนแรงของข้อความก่อนหน้าทั้งประโยค ในที่นี้หมายความว่าปัญหา Adderall แพร่หลายมากจนชื่อเรียก “Generation Adderall” ที่ตามมาสามารถใช้เป็นหลักฐานว่าปัญหานี้ร้ายแรงเพียงใด โครงสร้างคือ ข้อความ + so much so that + ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา แต่แสดงว่าข้อความแรกเป็นจริงในระดับมากเพียงใด ผู้เขียนอาจขึ้นประโยคใหม่ด้วย “So much so that ...” หลังเครื่องหมายจุดเพื่อเน้นความหมาย แม้ว่าในเชิงความหมายจะยังต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าอยู่ก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่ทำให้ผลลัพธ์เป็นหลักฐานของระดับที่สูงมากในประโยคแรก: The cafe became an overnight success. ____ it ran out of food before noon every day.
ดูคำตอบ
So much so that
have been referred to as: การระบุป้ายชื่อด้วย present perfect แบบ passive
“Have been referred to as” หมายถึง “เคยถูกหรือได้ถูกเรียกหรืออธิบายด้วยชื่อเฉพาะชื่อหนึ่ง” ในประโยคนี้ millennials เป็นฝ่ายที่ได้รับป้ายชื่อ “Generation Adderall” ส่วนผู้ที่ใช้ป้ายชื่อนี้ไม่ใช่จุดเน้น โครงสร้างคือ have/has + been + referred to as + ชื่อหรือประเภท เป็น present perfect แบบ passive กล่าวคือ การตั้งชื่อเกิดขึ้นก่อนปัจจุบันและยังเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในตอนนี้ โครงสร้างนี้แสดงว่ามีการใช้ป้ายชื่อนั้นมาแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเป็นชื่อทางการหรือทุกคนยอมรับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน present perfect แบบ passive ที่หมายถึง “have been called”: These small neighborhood parks ____ the city's green rooms.
ดูคำตอบ
have been referred to as
Generation Adderall ในฐานะป้ายเรียกคนรุ่นเชิงวาทศิลป์
ในประโยคนี้ Generation Adderall เป็นป้ายเรียกที่สื่อสร้างขึ้นตามรูปแบบ Generation + คำสำคัญที่ใช้บ่งบอกลักษณะของคนรุ่นหนึ่ง ชื่อแบรนด์ Adderall ถูกใช้เป็นคำย่อเพื่อสื่อถึงข้อกังวลทางสังคมเกี่ยวกับการใช้สารกระตุ้นในหมู่คนรุ่นมิลเลนเนียล ป้ายเรียกนี้เป็นสำนวนเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่หมวดหมู่ทางประชากรศาสตร์อย่างเป็นทางการ โดยเน้นแนวโน้มที่ผู้คนมองเห็น ไม่ได้กล่าวอ้างว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลทุกคนใช้หรือใช้ Adderall ในทางที่ผิด
แบบฝึกหัด
ในพาดหัวข่าว ป้ายเรียก Generation Adderall น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?
- ป้ายนี้ระบุยา Adderall รุ่นใหม่
- ป้ายนี้เชื่อมโยงคนรุ่นหนึ่งกับปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับ Adderall ในเชิงวาทศิลป์
- ป้ายนี้ตั้งชื่อกลุ่มประชากรอย่างเป็นทางการซึ่งสมาชิกทุกคนใช้ Adderall
ดูคำตอบ
ป้ายนี้เชื่อมโยงคนรุ่นหนึ่งกับปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับ Adderall ในเชิงวาทศิลป์
การใช้ follow a similar pattern to เพื่อเปรียบเทียบเส้นทางการพัฒนา
Following a similar pattern to หมายถึงกระบวนการหนึ่งพัฒนาหรือดำเนินไปในลักษณะที่คล้ายกับรูปแบบของอีกกระบวนการหนึ่ง ในที่นี้ following อธิบายเส้นทางการดำเนินไปของปัญหาการใช้ยาในทางที่ผิด ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ตามหลังสิ่งใดจริง ๆ สิ่งที่เปรียบเทียบคือแนวทางการพัฒนาหรือลักษณะที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่รายละเอียดทุกอย่าง โครงสร้างคือ X + follow a similar pattern to + Y โดยเปลี่ยนรูป follow ให้สอดคล้องกับกาลที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “พัฒนาไปในลักษณะที่เทียบเคียงกันได้”: This year's website traffic is ____ last year's traffic.
ดูคำตอบ
following a similar pattern to
“the current opioid crisis” ในฐานะคำอ้างถึงวิกฤตสาธารณสุข
ในประโยคนี้ “the current opioid crisis” หมายถึงภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับการติดโอปิออยด์ การใช้ในทางที่ผิด การใช้ยาเกินขนาด และการเสียชีวิต opioid เป็นชื่อเรียกประเภทของยา ไม่ได้หมายถึงยาชนิดใดชนิดหนึ่ง และวิกฤตนี้ไม่ใช่เหตุการณ์สั้น ๆ หรือคดีเดียว สำนวนนี้ทำให้การเปรียบเทียบดูร้ายแรง ผู้พูดกำลังบอกว่าการใช้ Adderall ในทางที่ผิดอาจกำลังพัฒนาไปตามรูปแบบทางสังคมที่คล้ายกัน แต่ไม่ได้อ้างว่าวิกฤตทั้งสองมีขนาด สาเหตุ หรือผลกระทบทางการแพทย์เหมือนกัน
แบบฝึกหัด
“the current opioid crisis” หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- การขาดแคลนยาแก้ปวดชั่วคราว
- ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในวงกว้างและต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการติดโอปิออยด์และการใช้ยาเกินขนาด
- เหตุการณ์สั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับใบสั่งยาเพียงใบเดียว
ดูคำตอบ
ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในวงกว้างและต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการติดโอปิออยด์และการใช้ยาเกินขนาด
“put measures in place”: กำหนดและนำมาตรการไปใช้
Put measures in place หมายถึงการกำหนดและเริ่มใช้การดำเนินการ กฎ หรือมาตรการป้องกันที่วางแผนไว้ ในที่นี้ measures คือขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้คน ส่วน in place หมายถึงได้รับการจัดเตรียมและเริ่มใช้งานแล้ว ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปวางในสถานที่หนึ่ง โครงสร้างคือ put + measures + in place และมักตามด้วย to + คำกริยาเพื่อบอกวัตถุประสงค์ เช่น put measures in place to protect people
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “กำหนดและเริ่มใช้มาตรการป้องกันที่วางแผนไว้”: The hospital will ____ to reduce medication errors.
ดูคำตอบ
put measures in place
Thanks to Sal ... for narrating: กล่าวขอบคุณและให้เครดิตต่อสาธารณะ
ในประโยคนี้ Thanks to Sal ... for narrating เป็นการกล่าวขอบคุณต่อสาธารณะและให้เครดิตแก่ Sal โดย Sal คือผู้ที่ได้รับคำขอบคุณ ส่วน our editor บอกบทบาทของ Sal และ for narrating ระบุผลงานที่ทำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Thanks to + บุคคลหรือกลุ่ม + for + รูป -ing หรือคำนาม ในที่นี้ thanks to แสดงความขอบคุณ ไม่ได้หมายถึง “เนื่องจาก” ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย for ทำให้เหตุผลของการขอบคุณชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำขอบคุณโดยใช้รูปแบบ Thanks to + บุคคล + for + -ing: ____ Leo ____ designing the poster.
ดูคำตอบ
Thanks to · for
Turns out: เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบภายหลัง
Turns out เป็นรูปย่อในภาษาสนทนาของ It turns out that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเพิ่งได้รู้ ยืนยัน หรือตระหนักหลังจากที่ยังไม่แน่ใจอยู่ช่วงหนึ่ง ในที่นี้ความแรงของ Adderall ถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งตระหนักและค่อนข้างน่าประหลาดใจ ใช้ Turns out + อนุประโยค เพื่อเปิดเผยข้อมูลใหม่หรือข้อมูลที่ผิดจากคาดเล็กน้อย มักใช้หลังจากแก้ไขข้อสันนิษฐานเดิม วลีนี้จัดให้อนุประโยคถัดไปเป็นสิ่งที่เพิ่งค้นพบ ไม่ได้หมายถึงการหมุนสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ Turns out the meeting was moved to Friday มากที่สุด
- เรามารู้ภายหลังว่าการประชุมถูกย้ายไปวันศุกร์แล้ว
- เราเพียงกำลังเดาว่าการประชุมอาจย้ายไปวันศุกร์
- เราเป็นผู้ทำให้การประชุมย้ายไปวันศุกร์
ดูคำตอบ
เรามารู้ภายหลังว่าการประชุมถูกย้ายไปวันศุกร์แล้ว
pretty intense: pretty ในฐานะคำบอกระดับ
pretty ในที่นี้เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยใช้ปรับระดับความแรงของคำคุณศัพท์ intense ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดสวย intense หมายถึงมีผลรุนแรงมากพอที่จะรับมือได้ยากหรืออาจมีความเสี่ยง ดังนั้น pretty intense จึงเป็นการประเมินที่ค่อนข้างแรงในภาษาสนทนา แต่ pretty เพียงคำเดียวไม่ได้บอกว่าเป็นระดับสูงสุดเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The hike was pretty intense,” คำว่า “pretty” หมายถึงอะไร?
- อย่างสมบูรณ์และโดยสิ้นเชิง
- ค่อนข้างหรือทีเดียว
- สวยหรือน่าดึงดูด
ดูคำตอบ
ค่อนข้างหรือทีเดียว
But if you do need help with your exams or school, ไวยากรณ์
3:06แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือเรื่องการสอบหรือการเรียนจริง ๆ
do need: do แบบเน้นในประโยคบอกเล่า
ในอนุประโยค if แบบบอกเล่านี้ do ใช้เน้น need ดังนั้น do need จึงหมายถึง “จำเป็นจริง ๆ” หรือ “ต้องการจริง ๆ” รูปนี้ยืนยันว่าความจำเป็นนั้นอาจมีอยู่จริง โดยเฉพาะหลังการเตือน ความสงสัย หรือการเปรียบต่าง โครงสร้างคือ do/does/did + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I do need, she does need, they did need คำกริยาหลักต้องคงรูปพื้นฐาน จึงไม่ใช้ do needs
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปบอกเล่าแบบเน้นของ need: “I know you seem fine, but you ____ help right now.”
ดูคำตอบ
do need
we have some scientific study tips and other advice
3:08เรามีเคล็ดลับการเรียนตามหลักวิทยาศาสตร์และคำแนะนำอื่น ๆ
a bunch of: วลีบอกจำนวนแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ a bunch of หมายถึง “จำนวนมาก” หรือ “กลุ่มหนึ่ง” วลีนี้บอกว่ามีวิดีโอหลายคลิปโดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน และไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่มัดรวมกันเป็นกำตามตัวอักษร โครงสร้างที่ใช้ได้ในที่นี้คือ a bunch of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a bunch of videos วลีนี้นำเสนอสิ่งต่าง ๆ เป็นกลุ่มที่ไม่ได้กำหนดขอบเขตชัดเจนด้วยน้ำเสียงแบบไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bunch of ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- The laboratory report documents a bunch of statistically significant deviations.
- Please specify the exact total by writing a bunch of.
- I saved a bunch of funny clips to show you later.
ดูคำตอบ
I saved a bunch of funny clips to show you later.
Make sure you're subscribed for a new video next Thursday.
3:16อย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอใหม่ในวันพฤหัสบดีหน้า