วิธีที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการทำลายจักรวาล – สูญญากาศเทียม: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
แนะนำวิดีโอ: การเปรียบเทียบระดับพลังงานแสดงว่าสนามฮิกส์กึ่งเสถียรอาจก่อการสลายตัวของสุญญากาศ เปลี่ยนฟิสิกส์ในฟองที่ขยายตัว แต่ยังเป็นภัยระดับจักรวาลที่ไม่แน่นอน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “What if” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ตั้งสถานการณ์สมมติที่ซับซ้อนและชวนผู้ฟังติดตามผล โดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริง 2. “has nothing to do with” — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกชัดว่าแนวคิดสองอย่างที่สับสนง่ายไม่เกี่ยวกัน ใช้ได้ดีในการอธิบายหรือแก้ความเข้าใจผิด 3. “So while vacuum decay is fascinatingly scary,” — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการยอมรับความน่ากลัวก่อนหันไปสู่ภัยที่ใกล้ตัวและรับมือได้มากกว่า
คำอธิบายในบทเรียนนี้
What if our universe comes with a self-destruct button โน้ต
0:01จะเกิดอะไรขึ้นถ้าจักรวาลของเรามีปุ่มทำลายตัวเอง
a self-destruct button ในฐานะคำเปรียบเทียบ
ตามความหมายตรงตัว a self-destruct button หมายถึงส่วนควบคุมที่ทำให้อุปกรณ์ทำลายตัวเอง แต่ในประโยคนี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยนำกลไกธรรมชาติที่เป็นนามธรรมมาเปรียบเป็นปุ่มที่คุ้นเคย ทำให้อันตรายที่ซับซ้อนจินตนาการได้ง่ายขึ้น วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลมีปุ่มกลไกจริง เมื่อวิทยาศาสตร์หรือสื่อใช้ภาพเปรียบนี้ ให้มองหากระบวนการจริงที่อธิบายอยู่ในบริบท
แบบฝึกหัด
บทความวิทยาศาสตร์เรียกปฏิกิริยาหนึ่งว่า “the cell's self-destruct button.” วลีนี้น่าจะหมายถึงอะไร?
- เครื่องมือที่ทำความสะอาดเซลล์โดยไม่เปลี่ยนแปลงมัน
- ปุ่มจริงที่ติดอยู่กับเซลล์
- กลไกที่สามารถทำให้เซลล์ทำลายตัวเอง
ดูคำตอบ
กลไกที่สามารถทำให้เซลล์ทำลายตัวเอง
that every single physical thing would just stop existing
0:06จนทำให้สิ่งที่เป็นกายภาพทุกอย่างหยุดมีอยู่ไปเลย
so cleanly and efficiently that: โครงสร้างบอกผล so ... that
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that เชื่อมระดับหรือลักษณะของการกระทำเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so ขยายคำวิเศษณ์ที่วางคู่กันคือ cleanly และ efficiently ส่วน that นำหน้าประโยคย่อยที่บอกผลลัพธ์ ในบริบทนี้ cleanly หมายถึงอย่างหมดจดโดยไม่เหลือสิ่งใดไว้ ไม่ได้หมายถึงสะอาดตามหลักสุขอนามัย วลีทั้งหมดบอกว่าการกำจัดเกิดขึ้นอย่างหมดจดและมีประสิทธิภาพมากจนทุกสิ่งที่เป็นวัตถุหยุดมีอยู่ ที่นี่ that เป็นคำเชื่อมที่นำหน้าประโยคบอกผล ไม่ใช่คำสรรพนามที่ชี้กลับไปยังสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกผล so + คำวิเศษณ์ + that ให้สมบูรณ์: The robot moved ____ quietly ____ no one heard it.
ดูคำตอบ
so · that
What if + อนุประโยค เพื่อเสนอความเป็นไปได้ที่สมมติขึ้น
What if ใช้เสนอเหตุการณ์ที่สมมติขึ้น ไม่แน่นอน หรือยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ในที่นี้เป็นการเริ่มการทดลองทางความคิด ไม่ได้ยืนยันว่าจักรวาลมีกลไกเช่นนั้นจริง อนุประโยคหลัง What if ระบุความเป็นไปได้ แล้วส่วนที่เหลือของคำถามจึงสำรวจผลที่อาจเกิดขึ้น รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อพูดถึงความเสี่ยง แผนการ และการทดลองทางความคิด
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สมมติขึ้นด้วยวลีที่ประกอบจาก what + if: “____ our school held classes outdoors for a day?”
ดูคำตอบ
What if
To explain how our universe could destroy itself,
0:27เพื่ออธิบายว่าจักรวาลของเราจะทำลายตัวเองได้อย่างไร
A core idea in physics is that everything has an energy level.
0:36แนวคิดหลักในวิชาฟิสิกส์คือทุกสิ่งมีระดับพลังงาน
a process that releases the chemical energy stored in its molecular bonds
0:46ซึ่งเป็นกระบวนการปลดปล่อยพลังงานเคมีที่สะสมอยู่ในพันธะโมเลกุล
turns it into heat: โครงสร้าง turn A into B
turn A into B หมายถึงทำให้ A กลายเป็น B หรือเปลี่ยน A จากรูปแบบหรือสภาวะหนึ่งเป็นอีกรูปแบบหรือสภาวะหนึ่ง โดย A อยู่ต่อจาก turn โดยตรง และ B อยู่หลัง into ในที่นี้ it หมายถึง chemical energy กล่าวคือ กระบวนการนี้เปลี่ยนพลังงานเคมีที่สะสมไว้ให้เป็นความร้อน into จึงบอกผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ turn A into B เติมประโยคให้สมบูรณ์: This machine ____ old paper ____ new boxes.
ดูคำตอบ
turns · into
The ash left over is at a lower energy level than the wood before. โน้ต
0:51เถ้าถ่านที่เหลืออยู่จะมีระดับพลังงานต่ำกว่าไม้ในตอนแรก
left over หลังคำนาม
วลี left over หมายถึง “ที่ยังเหลืออยู่หลังจากบางสิ่งถูกใช้หรือเปลี่ยนแปลง” ในประโยคนี้ วลีอยู่หลังคำนาม ash และขยายความว่าเป็นเถ้าที่เหลือหลังไม้ไหม้ รูปเต็มอาจเป็น the ash that is left over ใน left over คำว่า left เป็นรูป past participle ของ leave ไม่ได้หมายถึงทิศทางที่ตรงข้ามกับ right
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ยังเหลืออยู่” ให้สมบูรณ์: We froze the soup ____ after dinner.
ดูคำตอบ
left over
การเปรียบเทียบด้วย at a lower energy level than
โครงสร้าง at a lower energy level than วางสิ่งหนึ่งไว้ต่ำกว่าอีกสิ่งหนึ่งบนมาตรวัดพลังงาน Lower ขยาย energy level และ than นำสิ่งที่ใช้เป็นจุดเปรียบเทียบเข้ามา ในที่นี้ เถ้าถูกเปรียบเทียบกับไม้ในสภาพก่อนเผา Lower หมายถึงระดับหรือค่าที่น้อยกว่า ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพที่ต่ำกว่า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be at a lower + measured level + than + comparison target
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง at a lower ... than ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบสภาวะที่วัดได้
- After cooling, the water is at a lower temperature from the air.
- After cooling, the water is at a less temperature than the air.
- After cooling, the water is at a lower temperature than the air.
ดูคำตอบ
After cooling, the water is at a lower temperature than the air.
Everything in our universe tries to move towards its ground state,
1:00ทุกสิ่งในจักรวาลของเราพยายามเคลื่อนเข้าสู่สถานะพื้น (Ground state)
as little energy as possible: การลดปริมาณให้เหลือน้อยที่สุด
โครงสร้าง as little + คำนามนับไม่ได้ + as possible หมายถึง “ปริมาณน้อยที่สุดที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง” ในที่นี้ energy เป็นคำนามนับไม่ได้ ประโยคจึงบอกว่าสภาวะนั้นมีพลังงานในปริมาณต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นี่ไม่ใช่การเปรียบเทียบแบบเท่ากันทั่วไประหว่างสองสิ่ง แต่เป็นการบอกเป้าหมายหรือขีดจำกัด คือทำให้ปริมาณหนึ่งลดลงมากที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย
แบบฝึกหัด
เติม little หรือ few ให้ประโยคมีความหมายว่า “ใช้ในปริมาณน้อยที่สุด”: Use as ____ water as possible.
ดูคำตอบ
little
When disturbed: อนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว
When disturbed เป็นรูปย่อของ when it is disturbed โดยประธานและรูปของ be ที่ถูกละไว้สามารถเข้าใจได้จากประโยคหลัก ซึ่งมี it เป็นประธาน Disturbed ในที่นี้เป็นความหมายแบบถูกกระทำ คือมีบางสิ่งทำให้วัตถุเปลี่ยนสภาพหรือผลักวัตถุเบา ๆ ไม่ได้หมายความว่าวัตถุนั้นรู้สึกกังวล
แบบฝึกหัด
ย่ออนุประโยคบอกเวลาโดยตัดเฉพาะประธานที่เข้าใจได้และรูปของ be ออก และคง When ไว้ ประโยคเดิม: When the device is switched off, it uses no power. รูปย่อ: ____, it uses no power.
ดูคำตอบ
When switched off
in the process: เพิ่มผลที่เกิดขึ้นระหว่างการกระทำ
“in the process” หมายความว่ามีอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่การกระทำซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้ากำลังดำเนินอยู่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการสูญเสียพลังงานศักย์เป็นผลที่เกิดขึ้นขณะลูกบอลกลิ้งลงไปในหุบเขา “process” ในที่นี้หมายถึงการดำเนินไปของการกระทำเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นขั้นตอนอย่างเป็นทางการ วลีนี้มักใช้เพิ่มผลที่เกิดขึ้นควบคู่กับการกระทำที่กล่าวไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการค้นพบเกิดขึ้นระหว่างการกระทำหลัก: “Nora cleaned out the closet and found her old camera ____.”
ดูคำตอบ
in the process
Everything in our universe follows these two principles.
1:23ทุกสิ่งในจักรวาลของเราทำตามหลักการสองข้อนี้
it's unstable and wants to get rid of it กริยาวลี
1:27มันก็จะไม่เสถียรและต้องการกำจัดพลังงานนั้นออกไป
get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ
“get rid of” หมายถึงกำจัด ทิ้ง หรือทำให้ตัวเองพ้นจากสิ่งที่ไม่ต้องการ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวในโครงสร้าง get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม จึงห้ามตัด “of” ออก ในประโยคนี้ “it” หมายถึงพลังงานศักย์ส่วนเกินของระบบ การบอกว่าระบบที่ไม่เสถียร “ต้องการ” กำจัดพลังงานเป็นการทำให้แนวโน้มทางฟิสิกส์มีลักษณะเหมือนมนุษย์ ระบบไม่ได้มีความต้องการจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ”: “These old files are taking up space, so I need to ____ them.”
ดูคำตอบ
get rid of
then the universe gets its properties from quantum fields.
1:41จักรวาลก็ได้รับคุณสมบัติต่างๆ มาจากสนามควอนตัม
ใช้ If ..., then ... เพื่อแสดงข้อสรุปที่มีเงื่อนไข
โครงสร้าง If ..., then ... แยกเงื่อนไขออกจากข้อสรุปที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น ในประโยคนี้ If our current understanding of physics is correct จำกัดขอบเขตของคำกล่าว ส่วน then นำเข้าสู่ผลที่ตามมาจากสมมติฐานนั้น Current understanding ยังทำให้คำกล่าวมีความระมัดระวังอย่างเหมาะสม โดยพูดถึงผลจากทฤษฎีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ในประโยคเงื่อนไขภาษาอังกฤษ สามารถละ then ได้ แต่การใส่ไว้ช่วยให้ติดตามเหตุผลได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเงื่อนไข-ผลลัพธ์ If ..., then ... แบบชัดเจน: ____ the backup battery is charged, ____ the lights will stay on.
ดูคำตอบ
If · then
We explained them in detail in another video.
1:45เราได้อธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดในอีกวิดีโอหนึ่งแล้ว
They tell particles how to behave and interact.
1:51มันคอยบอกอนุภาคว่าต้องประพฤติตัวและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร
ใช้ imagine them as the rules of the universe เพื่อสร้างการเปรียบเทียบ
imagine A as B เป็นการขอให้ผู้ฟังใช้ B เป็นแบบจำลองทางความคิดชั่วคราวเพื่อทำความเข้าใจ A ในประโยคนี้ them หมายถึง quantum fields และแนวคิดที่คุ้นเคยอย่าง rules of the universe ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายต่อไปว่าอนุภาคทำงานและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร โครงสร้างนี้เสนอการเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำนิยามที่เคร่งครัด กล่าวคือ มอง A ผ่าน B เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง เมื่อภาพที่คุ้นเคยช่วยให้เข้าใจแนวคิดนามธรรมได้ง่ายขึ้น สามารถนำโครงสร้าง imagine + กรรม + as + บทบาทหรือแบบจำลองไปใช้ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ imagine A as B เพื่อนำเสนอแบบจำลองชั่วคราว: To explain data flow, ____ the network ____ a system of roads.
ดูคำตอบ
imagine · as
they want to be in the lowest energy level possible,
1:56มันต้องการอยู่ในระดับพลังงานที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
has nothing to do with: การปฏิเสธความเชื่อมโยง
ใน “has nothing to do with” โครงสร้าง have ... to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “มีส่วนร่วมใน” เมื่อเติม nothing ความเชื่อมโยงนั้นจะถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ในประโยคนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสุญญากาศในอวกาศ ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนไม่มีอะไรทำ ใช้โครงสร้าง ประธาน + have/has/had nothing to do with + คำนามหรือรูป -ing เพื่อปฏิเสธความเชื่อมโยงที่คนเข้าใจว่ามีอยู่อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่เกี่ยวข้องกันเลย”: The color of the folder ____ its contents.
ดูคำตอบ
has nothing to do with
We think all the fields reached their vacuum state,
2:10เราเชื่อว่าสนามทั้งหมดได้เข้าสู่สถานะสุญญากาศของพวกมันแล้ว
It's possible that the Higgs field is not stable,
2:15เป็นไปได้ว่าสนามฮิกส์ (Higgs field) อาจไม่ได้เสถียร
metastable: คงอยู่ได้นานแต่ไม่ได้เสถียรอย่างสมบูรณ์
Metastable ใช้อธิบายสถานะที่คงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงได้นาน แม้ว่าจะมีอีกสถานะหนึ่งซึ่งมีพลังงานต่ำกว่าและเสถียรกว่า การรบกวน ความผันผวน หรือเวลาที่นานพออาจทำให้เกิดการเปลี่ยนไปสู่สถานะนั้นได้ ใน “not stable, but metastable” คำว่า but แก้คำอธิบายกว้าง ๆ ว่า stable และแทนที่ด้วยคำที่แม่นยำกว่า Metastable ไม่ได้หมายความว่าสถานะนั้นกำลังเปลี่ยนอยู่แล้วหรือจะเปลี่ยนทันที
แบบฝึกหัด
วัสดุชนิดหนึ่งคงอยู่ในสถานะเดิมได้นานหลายปี แต่การรบกวนอาจทำให้มันเปลี่ยนไปสู่สถานะพลังงานต่ำกว่า คำใดอธิบายวัสดุนี้ได้ดีที่สุด?
- stable
- metastable
- unstable
ดูคำตอบ
metastable
a fancy way of saying: การเกริ่นคำอธิบายที่ง่ายกว่า
ในประโยคนี้ a fancy way of saying ใช้เกริ่นคำอธิบายแบบง่ายของคำวิชาการ metastable คำว่า fancy บอกว่าสำนวนแรกฟังดูเฉพาะทาง ซับซ้อน หรือดูน่าประทับใจ ไม่ได้หมายความว่าสำนวนนี้สวยงาม ใช้โครงสร้าง X is a fancy way of saying Y เพื่ออธิบายคำที่ดูยากด้วยภาษาที่ง่ายขึ้น และมักแฝงอารมณ์ขันเบา ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a fancy way of saying เพื่อเกริ่นคำอธิบายที่ง่ายกว่า
- She found a fancy way of saying thank you, with flowers and a song.
- He has a fancy way of saying hello to every guest.
- ‘Nocturnal’ is a fancy way of saying ‘active at night.’
ดูคำตอบ
‘Nocturnal’ is a fancy way of saying ‘active at night.’
false vacuum: สถานะที่คงอยู่นานแต่ไม่ใช่พลังงานต่ำที่สุด
ในที่นี้ false vacuum เป็นศัพท์ฟิสิกส์อนุภาค หมายถึงสถานะของสนามควอนตัมที่อาจคงอยู่ได้นานมากและดูเหมือนเสถียร ทั้งที่ไม่ใช่สถานะพลังงานต่ำที่สุดที่เป็นไปได้ vacuum ในที่นี้หมายถึงสถานะทางกายภาพของสนาม ไม่ใช่เพียงห้องหรือพื้นที่ว่าง ส่วน false หมายถึงไม่ใช่สุญญากาศแท้ที่มีพลังงานต่ำที่สุด ไม่ได้หมายถึงข้อมูลเท็จ
แบบฝึกหัด
ในบริบททางฟิสิกส์นี้ false vacuum คืออะไร
- สถานะของสนามที่คงอยู่ได้นาน แต่ไม่ได้มีพลังงานต่ำที่สุดที่เป็นไปได้
- ห้องธรรมดาที่นำอากาศทั้งหมดออกไปแล้ว
- ข้อกล่าวอ้างทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ซื่อสัตย์
ดูคำตอบ
สถานะของสนามที่คงอยู่ได้นาน แต่ไม่ได้มีพลังงานต่ำที่สุดที่เป็นไปได้
which rules how almost everything in the universe interacts.
2:30ซึ่งกำหนดวิธีการที่เกือบทุกสิ่งในจักรวาลมีปฏิสัมพันธ์กัน
be responsible for + -ing เพื่อบอกสาเหตุและหน้าที่
โครงสร้าง be responsible for + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกว่าสิ่งใดเป็นสาเหตุของผลลัพธ์หรือทำหน้าที่อะไร ในที่นี้ สนามฮิกส์ทำให้อนุภาคมีมวล ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ responsible ไม่ได้สื่อถึงการตำหนิหรือความรับผิดชอบทางศีลธรรม แต่เป็นการบอกอย่างเป็นกลางว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดผลบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ใช้ be responsible for ในรูปที่ถูกต้อง: “A software bug ____ deleting the saved settings.”
ดูคำตอบ
is responsible for
What would happen if the Higgs field is in a false vacuum?
2:34จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสนามฮิกส์อยู่ในสถานะสุญญากาศลวง?
The valley might not be the lowest energy state for the Higgs field.
2:42หุบเขานั้นอาจไม่ใช่สถานะพลังงานที่ต่ำที่สุดสำหรับสนามฮิกส์
This would mean that the Higgs field has a lot of potential energy
2:48นี่หมายความว่าสนามฮิกส์มีพลังงานศักย์อยู่มากมาย
waiting to be + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกผลที่ยังรอให้เกิดขึ้น
ใน “potential energy waiting to be released” ส่วน waiting to be released อยู่หลังวลีนามและบรรยายสถานะปัจจุบันของวลีนั้น เป็นรูปย่อของ “potential energy that is waiting to be released” waiting ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ พลังงานไม่ได้มีเจตนาที่จะรอ วลีนี้หมายความว่าพลังงานมีอยู่และอาจถูกปลดปล่อยได้ แต่การปลดปล่อยยังไม่เกิดขึ้น รูป infinitive แบบถูกกระทำ to be released แสดงว่าพลังงานเป็นฝ่ายรับการกระทำ
แบบฝึกหัด
ใช้ waiting to be + รูปกริยาช่อง 3 ของ approve: “Three travel requests are ____.”
ดูคำตอบ
waiting to be approved
drenched in gasoline: ชุ่มไปด้วยน้ำมันเบนซิน
be drenched in + ของเหลว หมายถึงเปียกโชกหรืออิ่มตัวด้วยของเหลวนั้นอย่างทั่วถึง มีความหมายรุนแรงกว่า be wet มาก และ in เป็นคำบุพบทที่ใช้เป็นธรรมชาติในรูปแบบนี้ ในประโยคนี้ drenched in gasoline ขยายท่อนไม้ที่จินตนาการขึ้น ภาพนี้สื่อว่าน้ำมันซึมอยู่ทั่วเนื้อไม้และอาจติดไฟได้ง่าย จึงทำให้อันตรายทางวิทยาศาสตร์ดูใกล้ตัวและฉับพลัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย drenched และคำบุพบทที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ: When she came inside from the storm, her coat was ____ rainwater.
ดูคำตอบ
drenched in
set the universe on fire: จุดไฟเผาทั้งจักรวาล
set + กรรม + on fire เป็นโครงสร้างแสดงการทำให้เกิดผล หมายถึงทำให้กรรมเริ่มไหม้ โดยวางกรรมไว้ระหว่าง set กับ on fire ในประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าจักรวาลกำลังไหม้ด้วยเปลวไฟธรรมดาจริง ๆ วลีนี้ต่อยอดภาพน้ำมันเบนซินกับไม้ เพื่อถ่ายทอดปฏิกิริยาลูกโซ่ทางฟิสิกส์ให้เป็นภาพการทำลายล้างที่เกิดขึ้นฉับพลันและแผ่ขยายออกไป
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง set + กรรม + on fire เติมประโยคให้สมบูรณ์: One small spark could ____ the dry leaves ____.
ดูคำตอบ
set · on fire
A random spark like quantum tunneling
2:59ประกายไฟแบบสุ่มๆ อย่างการทะลุผ่านทางควอนตัม (Quantum tunneling)
could release the potential energy of the Higgs field.
3:02สามารถปลดปล่อยพลังงานศักย์ของสนามฮิกส์ได้
This could happen at any time and without warning. วลี
3:05สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและไม่มีการเตือนล่วงหน้า
at any time and without warning: ได้ทุกเมื่อโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
At any time หมายถึงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใด ส่วน without warning หมายถึงเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณหรือการแจ้งเตือนล่วงหน้า and เชื่อมสองวลีนี้เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความไม่แน่นอนสองอย่าง คือไม่รู้เวลาเกิดและอาจไม่มีการเตือนล่วงหน้า เมื่อใช้กับ could ประโยคนี้บอกถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่ทำให้ข้อความเตือนความเสี่ยงนี้สื่อทั้งความหมายว่า “เมื่อใดก็ได้” และ “ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า”: The fault could occur ____.
- at any time and without warning
- at the same time and with advance notice
- for any length of time after a warning
ดูคำตอบ
at any time and without warning
If at any point in space this so-called vacuum decay starts, การใช้คำ
3:08หากจุดใดจุดหนึ่งในอวกาศเริ่มเกิดสิ่งที่เรียกว่าการเสื่อมสลายของสุญญากาศนี้ขึ้น
so-called หน้าชื่อทางเทคนิค
So-called ใช้แนะนำชื่อที่ผู้คนเรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใด ในที่นี้ so-called vacuum decay หมายถึง “ปรากฏการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ vacuum decay” คือเป็นการบอกชื่อศัพท์ ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดนั้น ในบริบทอื่น so-called อาจแสดงความสงสัย การเว้นระยะห่าง หรือการประชดได้ จึงต้องดูน้ำเสียงของผู้พูดและบริบท ไม่ควรคิดว่าคำนี้มีความหมายเชิงลบเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค “If at any point in space this so-called vacuum decay starts,” คำว่า so-called ทำหน้าที่หลักอย่างไร?
- เป็นการแนะนำชื่อที่ใช้เรียกปรากฏการณ์นี้กันทั่วไป
- เป็นการพิสูจน์ว่าผู้บรรยายคิดว่าปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องปลอม
- เป็นการบอกว่าปรากฏการณ์นี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ตามกฎหมาย
ดูคำตอบ
เป็นการแนะนำชื่อที่ใช้เรียกปรากฏการณ์นี้กันทั่วไป
There Is No Turning Back: ไม่มีทางย้อนกลับ
ในประโยคนี้ there is no turning back หมายความว่าเมื่อกระบวนการเริ่มขึ้นแล้ว จะหยุดหรือย้อนกลับไม่ได้ และไม่สามารถคืนสู่สภาพเดิมได้ ไม่ได้หมายถึงการหันตัวกลับจริง ๆ ใช้สำนวนตายตัวนี้เมื่อการตัดสินใจหรือกระบวนการได้ผ่านจุดที่ไม่สามารถกลับไปสู่สถานการณ์เดิมได้แล้ว
แบบฝึกหัด
there is no turning back หมายความว่าอย่างไรในบริบทนี้?
- กระบวนการนี้จะช้าลง
- กระบวนการนี้ไม่สามารถย้อนกลับหรือคืนสู่สภาพเดิมได้
- ทุกคนต้องหันตัวและกลับไป
ดูคำตอบ
กระบวนการนี้ไม่สามารถย้อนกลับหรือคืนสู่สภาพเดิมได้
As the Higgs field crashes into the lower energy state,
3:14เมื่อสนามฮิกส์ตกลงสู่สถานะพลังงานที่ต่ำกว่า
This energy pushes the space around it over the barrier,
3:20พลังงานนี้จะผลักดันอวกาศรอบๆ ให้ข้ามกำแพงกั้นไป
A sphere of the new stable Higgs field or true vacuum
3:26ทรงกลมของสนามฮิกส์ที่เสถียรแบบใหม่หรือสุญญากาศแท้ (True vacuum)
At the Speed of Light: ด้วยความเร็วแสง
At the speed of light หมายถึงการเคลื่อนที่หรือแผ่ขยายด้วยอัตราเร็วเท่ากับแสง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าทรงกลมขยายตัวเร็วเพียงใด ใช้ at เพื่อบอกอัตราเร็ว โดยมีโครงสร้าง at the speed of + สิ่งหรือเกณฑ์อ้างอิงที่รู้จัก ในที่นี้ the speed of light คือเกณฑ์อ้างอิง ส่วน in the speed of light ไม่ใช่รูปแบบภาษาอังกฤษมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่บอกว่าสัญญาณเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วเท่ากับแสงพอดี: The signal travels ____.
ดูคำตอบ
at the speed of light
come into contact with: สัมผัสกับ
ในประโยคนี้ comes into contact with หมายถึง “แตะ” หรือ “สัมผัสกันทางกายภาพ” ภายในอนุประโยคสัมพันธ์ it comes into contact with คำว่า it หมายถึงเปลือกพลังงาน และ everything ทำหน้าที่เป็นกรรมที่เว้นไว้หลัง with รูปแบบเต็มคือ come into contact with + คำนาม ใช้พูดถึงการสัมผัสทางกายภาพ การสัมผัสสารบางอย่าง หรือการพบเจอผู้คนได้ จึงต้องคงทั้ง into และ with ไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนความปลอดภัยด้วยวลีทางการที่หมายถึง “สัมผัส”: If the powder ____ your eyes, rinse them with water.
ดูคำตอบ
comes into contact with
Whatever it touches is eliminated from existence. ไวยากรณ์
3:43ไม่ว่ามันจะแตะต้องสิ่งใด สิ่งนั้นจะถูกลบออกจากการมีอยู่
Whatever it touches ในฐานะอนุประโยคสัมพันธ์อิสระ
Whatever it touches เป็นอนุประโยคสัมพันธ์อิสระ อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ is eliminated และหมายถึง “สิ่งใดก็ตามที่มันสัมผัส” Whatever มีความหมายของสิ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดอยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีคำนามแยกต่างหากอยู่ก่อนหรือหลังอนุประโยค ใช้ whatever + ประธาน + คำกริยา เมื่อสิ่งนั้นไม่ได้ถูกจำกัดหรือระบุไว้ ในที่นี้ it เป็นประธานภายในอนุประโยค ส่วน whatever แทนกรรมของ touches
แบบฝึกหัด
เติมกฎด้วยคำสัมพันธ์อิสระที่หมายถึง “สิ่งใดก็ตามที่” โดยไม่จำกัดชุดตัวเลือก: ____ the robot picks up will be scanned.
ดูคำตอบ
Whatever
There is no way to be warned: การแสดงความเป็นไปไม่ได้ด้วยรูปถูกกระทำ
There is no way to + คำกริยา หมายถึงไม่มีวิธีใดที่เป็นไปได้ หรือผลลัพธ์นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้หมายความว่าผู้คนไม่สามารถได้รับคำเตือนก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น to be warned เป็นกริยา infinitive แบบถูกกระทำ จุดสนใจอยู่ที่ผู้รับคำเตือน ส่วนผู้ที่หรือสิ่งที่อาจส่งคำเตือนไม่ได้ถูกระบุ ใช้รูปถูกกระทำเมื่อต้องการเน้นผู้รับการกระทำ
แบบฝึกหัด
ใช้ no way to และรูปถูกกระทำของ warn เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The sensors cannot detect the gas, so there is ____ in time.
ดูคำตอบ
no way to be warned
In a fraction of a second: แทบจะทันที
In a fraction of a second เป็นวลีวิเศษณ์บอกเวลา หมายถึงภายในช่วงเวลาที่เป็นเพียงส่วนเล็กมากของหนึ่งวินาที หรือแทบจะทันที fraction ในที่นี้ไม่ได้ระบุสัดส่วนที่แน่นอน แต่เน้นความเร็วอย่างมาก เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาให้กับผลลัพธ์ทั้งหมด in แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงจะเสร็จสิ้นภายในช่วงเวลาสั้นมากนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการกระทำเสร็จสิ้นแทบจะทันที?
- The doors opened after a fraction of a second.
- The warning light stayed on for a fraction of a second.
- The automatic lock secured the door in a fraction of a second.
ดูคำตอบ
The automatic lock secured the door in a fraction of a second.
superseded by different physics that we don't know.
4:14แล้วถูกแทนที่ด้วยฟิสิกส์แบบอื่นที่เราไม่รู้จัก
won't just ..., it will ...: เพิ่มระดับจากผลกระทบเล็กไปสู่ผลที่ลึกกว่า
โครงสร้าง “won't just X, it will Y” แก้การประเมินผลกระทบที่แคบเกินไปก่อน แล้วจึงนำเสนอ Y ว่าเป็นผลที่กว้างกว่าหรือเป็นพื้นฐานมากกว่า โครงสร้างนี้พาความสนใจของผู้ฟังจากข้อความที่เล็กกว่าไปสู่ข้อความที่หนักแน่นกว่า ในที่นี้ การทำลายตัวเคมีเองถูกนำเสนอว่าเป็นผลที่ลึกกว่าการทำลายชีวิต เพราะเคมีรองรับกระบวนการที่ชีวิตต้องพึ่งพา “Just” จำกัดเฉพาะขอบเขตของข้อความแรก ประโยคนี้ยังคงบอกว่าชีวิตจะถูกทำลาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแก้การประเมินที่เล็กเกินไปก่อน แล้วจึงบอกผลที่กว้างกว่า?
- This decision will affect one team, so it will not reshape the whole company.
- This decision won't affect one team; it will reshape the whole company.
- This decision won't just affect one team; it will reshape the whole company.
ดูคำตอบ
This decision won't just affect one team; it will reshape the whole company.
making life as we know it impossible. วลี
4:29ทำให้สิ่งมีชีวิตในแบบที่เรารู้จักไม่สามารถเกิดขึ้นได้
as we know it: รูปแบบปัจจุบันที่เราคุ้นเคย
As we know it หมายถึง “ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน” คำสรรพนาม it ย้อนกลับไปหา life ดังนั้นวลีนี้จึงจำกัดข้อความไว้ที่รูปแบบของชีวิตที่มนุษย์รู้จักและเข้าใจอยู่ในตอนนี้ สำนวนนี้ยังเปิดโอกาสให้รูปแบบที่แตกต่างอย่างมากอาจมีอยู่ได้ มักใช้เมื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจทำให้ระบบ สถานที่ หรือวิถีชีวิตที่คุ้นเคยสิ้นสุดลงหรือเปลี่ยนรูปไป
แบบฝึกหัด
ใช้วลีตายตัวที่หมายถึง “ในรูปแบบปัจจุบันที่คุ้นเคย” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the new law, public transport ____ could change completely.
ดูคำตอบ
as we know it
We simply have no idea what it would be like inside. ไวยากรณ์
4:32เราไม่มีทางรู้เลยว่าข้างในนั้นจะเป็นอย่างไร
โครงสร้างคำถามทางอ้อม have no idea what it would be like inside
Have no idea มีน้ำหนักมากกว่า do not know โดยสื่อว่าผู้พูดไม่รู้คำตอบเลย ส่วนอนุประโยค wh ที่ตามมาระบุสิ่งที่ไม่รู้ นั่นคือข้างในจะเป็นอย่างไร เนื่องจากส่วนนี้เป็นคำถามทางอ้อมหลัง have no idea จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what it would be like ไม่ใช่ what would it be like คำว่า would นำเสนอสิ่งที่อยู่ข้างในในฐานะสถานการณ์สมมติหรือสถานการณ์ที่จินตนาการไว้ และ inside หมายถึงภายในบริเวณที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำหลัง have no idea ได้ถูกต้อง
- What life would be like there, we have no idea?
- We have no idea what would life be like there.
- We have no idea what life would be like there.
ดูคำตอบ
We have no idea what life would be like there.
false vacuum is speculation based on our current understanding of particle physics,
4:47สุญญากาศลวงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่อิงจากความเข้าใจในฟิสิกส์อนุภาคปัจจุบันของเรา
It's kind of like using a ruler to measure a continent. วลี
4:53มันก็คล้ายกับการใช้ไม้บรรทัดเพื่อวัดทวีป
kind of like สำหรับการเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ
Kind of like ใช้นำการเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ ในภาษาพูด มีความหมายว่า “คล้ายกันประมาณหนึ่ง” โดยสื่อว่าสองสิ่งมีลักษณะร่วมที่นำมาเปรียบเทียบได้ แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง ในที่นี้ ภาพของการใช้ไม้บรรทัดวัดทวีปช่วยอธิบายว่าขนาดหรือมาตราส่วนไม่สอดคล้องกัน Kind of ทำให้ like มีน้ำเสียงไม่ฟันธง และในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึง “ชนิดหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ kind of like อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อนำการเปรียบเทียบแบบคร่าว ๆ
- Saving a huge file on a tiny drive is a kind of like packing a bicycle into a lunchbox.
- Saving a huge file on a tiny drive is kind of like packing a bicycle into a lunchbox.
- Saving a huge file on a tiny drive is exactly kind of like packing a bicycle into a lunchbox.
ดูคำตอบ
Saving a huge file on a tiny drive is kind of like packing a bicycle into a lunchbox.
be off by quite a bit: คลาดเคลื่อนมากโดยไม่ระบุตัวเลข
ในประโยคนี้ be off by หมายถึง “แตกต่างจากค่าที่ถูกต้องอยู่…” คำหลัง by บอกขนาดของความคลาดเคลื่อน quite a bit เป็นคำบอกปริมาณแบบไม่เจาะจง หมายถึง “ค่อนข้างมาก” เนื่องจากไม่มีตัวเลข be off by quite a bit จึงบอกว่าผลลัพธ์สุดท้ายอาจคลาดเคลื่อนมากโดยไม่ได้ระบุว่าต่างกันเท่าไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be off by เพื่อบอกขนาดของความคลาดเคลื่อนได้ถูกต้อง
- The old thermometer may be off quite a bit by.
- The old thermometer may off by quite a bit.
- The old thermometer may be off by quite a bit.
ดูคำตอบ
The old thermometer may be off by quite a bit.
Right now, no one can say if vacuum decay is a thing that's real
5:03ตอนนี้ไม่มีใครบอกได้ว่าการเสื่อมสลายของสุญญากาศเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
even if: ผลลัพธ์ยังคงเดิมภายใต้เงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น
even if ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น และบอกว่าผลในประโยคหลักยังคงเป็นจริงได้แม้เงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น ในประโยคนี้ การขยายตัวอาจเริ่มขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนความเป็นไปได้ที่พวกมันอาจใช้เวลาหลายพันล้านปีกว่าจะมาถึงเรา ใช้ even if เมื่อต้องการยอมรับความเป็นไปได้ที่ยากหรือคาดไม่ถึง แต่ยังคงยืนยันใจความหลักไว้ โครงสร้างนี้เพิ่มความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้งซึ่ง if ธรรมดาไม่มี
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำที่แสดงว่าผลลัพธ์จะยังคงเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น: “____ the power goes out, the emergency lights will stay on.”
ดูคำตอบ
Even if
far enough away: คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + enough
ใน far enough away คำว่า enough อยู่หลัง far วลีนี้หมายถึงระยะทางไกลถึงเกณฑ์ที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลบางอย่าง ส่วน away ทำให้สำนวนบอกระยะทางสมบูรณ์ โครงสร้าง “คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + enough” ใช้บอกระดับที่เพียงพอให้สิ่งอื่นเกิดขึ้น ต้องใช้ far enough ไม่ใช่ enough far
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยเรียง far และ enough ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The cabin is ____ away from the highway that we cannot hear the traffic.
ดูคำตอบ
far enough
might not ever be able to: ความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอนตลอดอนาคต
วลีนี้รวมความหมายสี่ส่วนเข้าด้วยกัน ได้แก่ might แสดงความเป็นไปได้ not ทำให้เป็นปฏิเสธ ever ครอบคลุมทุกช่วงเวลา และ be able to หมายถึงมีความสามารถหรือโอกาส เมื่อรวมกันจึงหมายความว่า พวกมันอาจไม่มีวันมาถึงเราได้ เพราะ might แสดงความไม่แน่นอน นี่จึงไม่ใช่การคาดการณ์ที่ฟันธง ส่วน not ever ขยายการปฏิเสธให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่ยาวมาก ไม่ได้หมายความเพียงว่าตอนนี้พวกมันมาถึงเราไม่ได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “They might not ever be able to reach us” ได้ตรงที่สุด
- เป็นที่แน่นอนว่าพวกมันจะไม่มีวันพยายามมาถึงเรา
- มีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะไม่มีวันมาถึงเราได้
- ตอนนี้พวกมันมาถึงเราไม่ได้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
มีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะไม่มีวันมาถึงเราได้
The speed of light is not that fast on the scale of the universe. วลี
5:23ความเร็วแสงไม่ได้เร็วขนาดนั้นเมื่อเทียบกับสเกลของจักรวาล
on the scale of the universe: กำหนดกรอบการตัดสินด้วยมาตราส่วน
on the scale of X หมายถึง “เมื่อพิจารณาเทียบกับขนาด ระยะทาง ช่วงเวลา หรือขอบเขตของ X” วลีนี้กำหนดกรอบสำหรับการประเมิน แทนที่จะกล่าวแบบตายตัว ในประโยคนี้ กรอบที่ใช้คือขนาดอันมหาศาลของเอกภพ แสงเดินทางเร็วมากเมื่อเทียบกับสิ่งทั่วไป แต่การข้ามระยะทางระดับจักรวาลยังคงใช้เวลานานมาก ดังนั้น not that fast จึงเป็นการประเมินแบบสัมพัทธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ on the scale of ได้ถูกต้องเพื่อกำหนดขอบเขตสำหรับการประเมิน
- On a scale of Earth's history, a century is very short.
- On the scale of Earth's history, a century is very short.
- To scale Earth's history, a century is very short.
ดูคำตอบ
On the scale of Earth's history, a century is very short.
right now there are other things we should be more afraid of.
5:30แต่ตอนนี้มีสิ่งอื่นๆ ที่เราควรจะกลัวมากกว่า
So while A, B: ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนจัดลำดับความสำคัญใหม่
So บอกว่าประโยคนี้เป็นข้อสรุปจากการอภิปรายก่อนหน้า และส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังจะสรุปประเด็นที่นำไปใช้ได้จริง ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ยอมรับว่าการสลายตัวของสุญญากาศทั้งน่าทึ่งและน่ากลัว จากนั้นประโยคหลักจึงเปลี่ยนความสนใจไปยังอันตรายที่สำคัญกว่าในตอนนี้ โครงสร้าง So while A, B ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้จะยังคงยอมรับประเด็น A แต่ทำให้ B เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า
แบบฝึกหัด
ใน “So while the plan is exciting, we should solve the safety problem first,” คำว่า while ทำหน้าที่อะไร
- ยอมรับว่าแผนนั้นน่าตื่นเต้นก่อนจะนำเสนอข้อกังวลที่เร่งด่วนกว่า
- บอกว่าแผนนั้นน่าตื่นเต้นเฉพาะในช่วงเวลาที่มีปัญหาด้านความปลอดภัยเท่านั้น
- ให้เหตุผลว่าทำไมจึงควรเพิกเฉยต่อปัญหาด้านความปลอดภัย
ดูคำตอบ
ยอมรับว่าแผนนั้นน่าตื่นเต้นก่อนจะนำเสนอข้อกังวลที่เร่งด่วนกว่า
we have the power to prepare for most of them. วลี
5:35เรามีอำนาจในการเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านั้นส่วนใหญ่ได้
in contrast to + นามวลีที่เป็นสิ่งเปรียบเทียบ
in contrast to ใช้ชี้ความแตกต่างระหว่างสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน ในที่นี้ใช้เปรียบเทียบการสลายตัวของสุญญากาศกับความเสี่ยงอื่นที่ผู้คนเตรียมรับมือได้ โครงสร้างคือ in contrast to + คำนามหรือนามวลี โดย to เป็นส่วนหนึ่งของคำเชื่อมและใช้แนะนำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกทิศทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in contrast to: ____ the noisy hallway, the study room was calm.
ดูคำตอบ
In contrast to
have the power to + คำกริยารูปพื้นฐาน
have the power to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความสามารถ อิทธิพล หรือโอกาสจริงที่จะลงมือทำ ในที่นี้หมายความว่าผู้คนเตรียมรับมือกับความเสี่ยงอื่นส่วนใหญ่ได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะหยุดความเสี่ยงทุกอย่างได้ วลีนี้เน้นว่าผู้คนมีพลังในการลงมือทำ พวกเขาไม่ได้ไร้ทางสู้และสามารถทำบางอย่างที่อาจส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ power หมายถึงความสามารถ ไม่ใช่ไฟฟ้าหรืออำนาจทางการเมือง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย have the power to: Together, we ____ make our school safer.
ดูคำตอบ
have the power to
if you'd like to learn more about the destruction of everything.
5:45หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
We tried to destroy the universe at least once every few months,
5:50เราพยายามจะทำลายจักรวาลอย่างน้อยทุกๆ สองสามเดือน
if you have doomsday scenarios you would like us to cover.
5:54หากคุณมีสถานการณ์วันสิ้นโลกที่คุณอยากให้เรานำเสนอ