การอาบน้ำนำไปสู่หลักการของอาร์คิมิดีสได้อย่างไร - Mark Salata: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
501 คำ 213 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: เรื่องราวของอาร์คิมิดีสอธิบายว่า ความสงสัยเมื่อน้ำล้นอ่างนำเขาไปสู่วิธีวัดปริมาตรมงกุฎทรงไม่สม่ำเสมอด้วยการแทนที่น้ำ เปรียบเทียบความหนาแน่นกับทองคำบริสุทธิ์ และเปิดโปงการโกงของช่างทองได้อย่างไร แนวคิดนี้ปัจจุบันเรียกว่าหลักการของอาร์คิมิดีส ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Some of the best opportunities to learn — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วลีเปิดเรื่องที่เป็นธรรมชาติสำหรับนำเสนอประสบการณ์ที่ชวนสับสนหรือเกินคาดว่าเป็นโอกาสอันมีค่าในการเรียนรู้ สามารถปรับกลุ่มคำนามนี้ไปใช้ในสุนทรพจน์ งานเขียน และการอภิปรายในชั้นเรียน เพื่อชี้ว่าทำไมความยากบางอย่างจึงควรได้รับการพิจารณาอย่างใกล้ชิด 2. if Archimedes could measure the mass of the crown first and then measure its volume, he could find out how dense it was. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจและใช้ประโยคเงื่อนไข if + could… could… เพื่ออธิบายวิธีการอย่างมีเหตุผลว่า หากทำขั้นตอนหนึ่งได้ ก็จะค้นหาผลลัพธ์ที่ต้องการได้ รูปแบบนี้เหมาะกับการอธิบายการทดลอง การแก้ปัญหา และการให้เหตุผลจากหลักฐาน 3. The next time you take a bath, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า The next time นำเข้าสู่สถานการณ์ในชีวิตประจำวันในอนาคต และเชื่อมคำอธิบายทางประวัติศาสตร์เข้ากับชีวิตของผู้ฟังได้อย่างไร ใช้รูปแบบนี้ปิดการนำเสนอเพื่อบอกว่าแนวคิดที่เรียนมาจะสังเกตเห็นหรือนำไปใช้ได้เมื่อใด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Some of the best opportunities to learn are the moments in which we are perplexed. โน้ต

0:14

หนึ่งในโอกาสที่ดีที่สุดในการเรียนรู้คือช่วงเวลาที่เราเกิดความสับสน

วลี

Some of the best opportunities to learn: บอกว่าโอกาสนั้นมีไว้เพื่ออะไร

Some of the best opportunities to learn เป็นวลีนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานทั้งหมดของประโยค Some of the best หมายถึง “บางส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุด” จึงเป็นการประเมินโอกาสเหล่านี้ในทางบวกอย่างมาก โดยไม่ได้บอกว่าครอบคลุมโอกาสดี ๆ ทุกอย่าง to learn อยู่หลัง opportunities และอธิบายว่าโอกาสเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร นั่นคือเป็นโอกาสสำหรับการเรียนรู้ รูปนี้เรียกว่า to-infinitive และไม่ได้บอกเวลาในอนาคต โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน a chance to improve และ an opportunity to ask questions

แบบฝึกหัด

ใน Some of the best opportunities to learn คำว่า to learn ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าโอกาสเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร
  2. หมายความว่าตัวโอกาสเองเป็นผู้เรียนรู้
  3. ทำให้ learn เป็นรูปอนาคต
ดูคำตอบ

บอกว่าโอกาสเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร

ไวยากรณ์

the moments in which...: อนุประโยคขยายคำนามแบบเป็นทางการ

คำว่า in which we are perplexed รวมกันเป็นอนุประโยคขยายคำนาม the moments โดย which ย้อนกลับไปหมายถึง moments และ in แสดงว่าอาการสับสนเกิดขึ้นในช่วงเวลาเหล่านั้น ในที่นี้ perplexed หมายถึง “สับสนหรือไม่แน่ใจ” ส่วน in which ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างในสิ่งของจริง ๆ เมื่อใช้กับคำนามบอกเวลาอย่าง moments รูป in which เป็นวิธีที่ค่อนข้างเป็นทางการในการแสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา ซึ่ง when มักสื่อได้สั้นกว่า โครงสร้างนี้ใช้หลังคำนามที่บอกสถานการณ์ได้ด้วย เช่น a situation in which the rules are unclear.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบเป็นทางการโดยใช้ in กับคำสรรพนามเชื่อมความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง: There are moments ____ patience matters most.

ดูคำตอบ

in which

Those moments in which you begin to wonder and question. วลี

0:18

ช่วงเวลาเหล่านั้นที่คุณเริ่มสงสัยและตั้งคำถาม

วลี

begin to wonder and question: จากความอยากรู้สู่การตรวจสอบอย่างจริงจัง

ใน begin to wonder and question คำว่า wonder และ question เป็นคำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมกันด้วย and ทั้งสองคำใช้ begin to ร่วมกัน ดังนั้นโครงสร้างเต็มจึงเทียบได้กับ begin to wonder and (begin) to question wonder หมายถึงเริ่มรู้สึกสงสัยใคร่รู้หรือคิดถึงสิ่งที่ยังไม่แน่นอน ส่วน question ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงสงสัย ท้าทาย หรือตั้งคำถามต่อแนวคิด ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “คำถาม” ประโยคไม่ได้ระบุกรรมตรง จึงมีความหมายกว้าง ๆ ว่าเริ่มตั้งคำถามต่อสิ่งต่าง ๆ หรือแนวคิดที่ยอมรับกันอยู่ คำกริยาทั้งสองแสดงให้เห็นว่าความอยากรู้พัฒนาไปสู่การตรวจสอบอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ begin to กับคำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The unusual result made the class begin to wondering and questioning.
  2. The unusual result made the class begin to wonder and question.
  3. The unusual result made the class begin wonder and question.
ดูคำตอบ

The unusual result made the class begin to wonder and question.

These moments have happened throughout history and have led to some truly amazing discoveries. ลำดับความ

0:21

ช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์และนำไปสู่การค้นพบที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง

ลำดับความ

throughout history ... have led to: จากรูปแบบที่เกิดซ้ำไปสู่ผลลัพธ์

throughout history ขยายกรอบเวลาจากช่วงเวลาแต่ละช่วงไปเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำตลอดอดีต ทำให้ช่วงเวลาเหล่านี้ดูเป็นมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อนุประโยค present perfect ที่เชื่อมกันคือ have happened ... และ have led to ... ใช้ประธานร่วมกันคือ These moments ส่วนแรกบอกว่ารูปแบบนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ส่วนที่สองเปลี่ยนไปกล่าวถึงผลลัพธ์ โดย lead to ใช้นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้น ทั้งสองส่วนร่วมกันเชื่อมแนวคิดหลักไปสู่การค้นพบทางประวัติศาสตร์ที่สนับสนุนแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

throughout history and have led to ... มีบทบาทอย่างไรในข้อโต้แย้งนี้

  1. ส่วนนี้ระบุวันที่แน่นอนของการค้นพบทุกอย่างโดยไม่แสดงผลลัพธ์
  2. ส่วนนี้ขัดจังหวะข้อโต้แย้งและนำเสนอหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ส่วนนี้นำเสนอช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำในประวัติศาสตร์และเชื่อมรูปแบบนั้นกับผลลัพธ์
ดูคำตอบ

ส่วนนี้นำเสนอช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำในประวัติศาสตร์และเชื่อมรูปแบบนั้นกับผลลัพธ์

Take this story for example. ลำดับความ

0:25

ยกตัวอย่างเช่นเรื่องนี้

ลำดับความ

Take this story for example: การเปลี่ยนไปสู่กรณีที่เป็นรูปธรรม

Take X for example เป็นวลีเชื่อมแบบตายตัว หมายถึงการเลือก X มาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนแล้วพิจารณาตัวอย่างนั้น ในประโยคนี้ X คือ this story และ take ไม่ได้หมายถึงการถือหรือขนสิ่งของจริง ๆ ประโยคคำสั่งสั้น ๆ นี้พาผู้ฟังจากแนวคิดทั่วไปไปสู่กรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณี สามารถใช้เป็นประโยคเดี่ยวก่อนอธิบายตัวอย่างได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเชื่อมให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างตายตัว Take X for example: Many school clubs teach useful skills. ____ the robotics club ____.

ดูคำตอบ

Take · for example

There once was a fellow named Archimedes. ลำดับความ

0:27

กาลครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งชื่ออาร์คิมิดีส

ลำดับความ

There once was ... named ...: การเริ่มเรื่องด้วยตัวละคร

There once was... เป็นรูปแบบการเล่าเรื่องของโครงสร้างบอกการมีอยู่ there was ใช้แนะนำบุคคลใหม่ก่อนที่เรื่องจะให้รายละเอียดเพิ่มเติม ในที่นี้ once หมายถึงเมื่อนานมาแล้วหรือช่วงหนึ่งในอดีต ไม่ได้หมายถึงจำนวนว่า “หนึ่งครั้ง” A fellow named Archimedes คือบุคคลใหม่ที่ถูกแนะนำ Named Archimedes หมายถึง “ชื่ออาร์คิมิดีส” ดังนั้นคำเปิดนี้จึงปูทางไปสู่เรื่องราวเกี่ยวกับเขา

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน ให้สังเกต once และตำแหน่งของคำนี้ในประโยค

  1. There was one baker who lived by the sea.
  2. There once was a baker who lived by the sea.
  3. There was a baker who once lived by the sea.
ดูคำตอบ

There once was a baker who lived by the sea.

He was born in 287 BC in the city of Syracuse in Sicily. วัฒนธรรม

0:29

เขาเกิดใน 287 ปีก่อนคริสตกาลในเมืองไซราคิวส์ ในเกาะซิซิลี

วัฒนธรรม

287 BC ... Syracuse in Sicily: ปีและสถานที่ในสมัยโบราณ

287 BC หมายถึงปี 287 ก่อนคริสตกาล โดย BC ย่อมาจาก Before Christ ตามแบบดั้งเดิม ใช้บอกปีที่อยู่ก่อน ค.ศ. 1 และในภาษาอังกฤษจะวางไว้หลังตัวเลขปี Syracuse หรือซีราคิวส์เป็นเมืองบนเกาะซิซิลี ในประโยคนี้ ซีราคิวส์อยู่ในโลกกรีกโบราณและเป็นเมืองกรีกที่สำคัญในเวลานั้น ปัจจุบันซิซิลีเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลี แต่ประโยคนี้กล่าวถึงบริบทกรีกโบราณ ไม่ใช่อิตาลีสมัยใหม่

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความบริบททางประวัติศาสตร์ของประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. บอกว่าบุคคลนั้นมีอายุ 287 ปี
  2. บอกว่าซีราคิวส์อยู่นอกเกาะซิซิลี
  3. หมายถึง 287 ปีก่อนคริสตกาลในซีราคิวส์โบราณ ซึ่งเป็นเมืองกรีกบนเกาะซิซิลี
  4. หมายถึง ค.ศ. 287 ในเมืองอิตาลีสมัยใหม่
ดูคำตอบ

หมายถึง 287 ปีก่อนคริสตกาลในซีราคิวส์โบราณ ซึ่งเป็นเมืองกรีกบนเกาะซิซิลี

He was a Greek mathematician, physicist, engineer,

0:33

เขาเป็นนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ วิศวกร

inventor, and astronomer.

0:35

นักประดิษฐ์ และนักดาราศาสตร์ชาวกรีก

One day,

0:38

วันหนึ่ง

Archimedes was summoned by the king of Sicily ไวยากรณ์

0:38

อาร์คิมิดีสถูกเรียกตัวโดยกษัตริย์แห่งซิซิลี

to investigate if he had been cheated by a goldsmith. ไวยากรณ์

0:40

เพื่อตรวจสอบว่าพระองค์ถูกช่างทองโกงหรือไม่

ไวยากรณ์

was summoned by the king: รูปถูกกระทำในอดีตและอำนาจอย่างเป็นทางการ

was summoned เป็นรูปถูกกระทำในอดีตแบบ simple past: was + กริยาช่องสาม summoned อาร์คิมิดีสเป็นผู้รับการกระทำจึงเป็นประธานของประโยค ส่วน by the king of Sicily บอกว่าใครเป็นผู้สั่งให้เขามา Summon มีน้ำเสียงหนักแน่นและเป็นทางการกว่า ask โดยปกติหมายถึงกษัตริย์ ศาล หรือผู้มีอำนาจอื่นสั่งให้ใครมาปรากฏตัวอย่างเป็นทางการ จึงแสดงให้เห็นความแตกต่างด้านอำนาจด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในอดีตแบบ simple past ของ summon: Yesterday, the witness ____ by the judge to answer questions.

ดูคำตอบ

was summoned

ไวยากรณ์

to investigate if ... had been cheated: จุดประสงค์และเหตุการณ์รูปถูกกระทำที่เกิดก่อน

วลี infinitive to investigate ... บอกจุดประสงค์ที่กษัตริย์เรียกอาร์คิมิดีสมา นั่นคือเรียกมาเพื่อให้สืบเรื่องนี้ ในที่นี้ if หมายถึง “ว่า...หรือไม่” และนำเข้าสู่คำถามแบบใช่หรือไม่ที่ต้องสืบ ไม่ได้หมายถึงเงื่อนไขว่า “ถ้า” had been cheated เป็น past perfect passive: had been + past participle รูปนี้แสดงว่าเหตุการณ์ที่อาจถูกหลอกเกิดก่อนการเรียกตัว และให้กษัตริย์ซึ่งแทนด้วย he เป็นผู้ได้รับผลจากการกระทำ ส่วน by a goldsmith ระบุผู้กระทำที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya ถูกส่งไปเพื่อหาคำตอบว่าเจ้าของร้านถูกหลอกมาก่อนแล้วหรือไม่

  1. Maya was sent to investigate if the shop owner had cheated a customer.
  2. Maya was sent to investigate if the shop owner had been cheated.
  3. Maya was sent only if the shop owner had been cheated.
ดูคำตอบ

Maya was sent to investigate if the shop owner had been cheated.

The king said he had given a goldsmith the exact amount of gold needed to make a crown. วลี

0:44

กษัตริย์ตรัสว่าพระองค์ได้มอบทองคำในปริมาณที่พอดีสำหรับทำมงกุฎให้กับช่างทองไป

วลี

given a goldsmith ... gold needed to make a crown: กรรมสองตัวและอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ

ในกริยาวลีที่สมบูรณ์กว่าอย่าง had given รูป past perfect แสดงว่าการมอบทองเกิดก่อนคำกล่าวของกษัตริย์ในภายหลัง ลำดับ given a goldsmith the exact amount of gold ใช้โครงสร้างกรรมสองตัว give + ผู้รับ + สิ่งของ โดย a goldsmith คือผู้รับ และ the exact amount of gold คือสิ่งที่ให้ needed to make a crown เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาและขยาย the exact amount of gold โดยมีความหมายเท่ากับ that was needed to make a crown วลีนี้บอกว่าต้องใช้ปริมาณเท่าใดเพื่อจุดประสงค์นั้น ไม่ได้หมายความว่าทองคำเอง “ต้องการ” ทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง give + ผู้รับ + สิ่งของ และให้ needed to build a model ขยายปริมาณของดินเหนียว

  1. The teacher gave the exact amount of clay to each group that needed to build a model.
  2. The teacher gave each group the exact amount of clay needed to build a model.
  3. The teacher gave each group a model made from the exact amount of clay.
ดูคำตอบ

The teacher gave each group the exact amount of clay needed to build a model.

However,

0:48

อย่างไรก็ตาม

when the crown was ready, ลำดับความ

0:48

เมื่อมงกุฎเสร็จเรียบร้อย

ลำดับความ

when the crown was ready: กำหนดจุดเวลาในเรื่องเล่า

when the crown was ready เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค โดยกำหนดให้เวลาที่มงกุฎทำเสร็จเป็นจุดเวลาของเหตุการณ์ในประโยคหลัก และพาเรื่องราวจากช่วงเตรียมการไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป เมื่อ ready ใช้กับสิ่งของอย่างมงกุฎ จะหมายถึงทำเสร็จแล้วหรือพร้อมใช้งาน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นเตรียมใจพร้อม อนุประโยคบอกเวลานี้อยู่ก่อนประโยคหลัก จึงมักมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคที่สมบูรณ์ อนุประโยคเปิด when the crown was ready จะทำหน้าที่อะไร?

  1. กำหนดให้เวลาที่มงกุฎทำเสร็จเป็นเวลาของเหตุการณ์ถัดไป
  2. นำเสนอการทำมงกุฎเสร็จเป็นบทสรุปสุดท้ายของเรื่อง
  3. บอกว่ามงกุฎตัดสินใจลงมือทำบางอย่าง
ดูคำตอบ

กำหนดให้เวลาที่มงกุฎทำเสร็จเป็นเวลาของเหตุการณ์ถัดไป

the king suspected that the goldsmith cheated การใช้คำ

0:49

กษัตริย์ทรงสงสัยว่าช่างทองเล่นตุกติก

and slipped some silver into the crown, วลี

0:52

และแอบผสมเงินเข้าไปในมงกุฎ

keeping some of the gold for himself. ไวยากรณ์

0:54

แล้วเก็บทองคำบางส่วนไว้เอง

การใช้คำ

suspected that the goldsmith cheated: มองว่าข้อกล่าวหาอาจเป็นจริง

ในวลี the king suspected that the goldsmith cheated คำว่า suspect ตามด้วยอนุประโยค that ซึ่งระบุสิ่งที่กษัตริย์คิดว่าอาจเป็นความจริง การตัดสินของพระองค์โน้มไปทางว่าการโกงอาจเกิดขึ้นจริง ไม่ได้แสดงว่าไม่เชื่อข้อกล่าวหา รูปแบบนี้มักใช้แสดงความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เกี่ยวกับการกระทำผิดที่ซ่อนอยู่หรือสาเหตุของปัญหา เป็นการแสดงความสงสัย ไม่ใช่หลักฐานยืนยัน

แบบฝึกหัด

Nora พบว่าตราผนึกขาดและคิดว่าเพื่อนร่วมงานอาจเปิดกล่อง ข้อใดแสดงความคิดของเธอได้ดีที่สุด?

  1. She proved that a coworker had opened the box.
  2. She doubted that a coworker had opened the box.
  3. She suspected that a coworker had opened the box.
ดูคำตอบ

She suspected that a coworker had opened the box.

วลี

slipped some silver into the crown: แอบใส่บางสิ่งเข้าไป

ใน slipped some silver into the crown คำว่า slip เป็นสกรรมกริยาในโครงสร้าง slip + กรรม + into + สถานที่หรือสิ่งของ หมายถึงนำหรือผสมโลหะเงินเข้าไปในมงกุฎอย่างรวดเร็วและไม่ให้ใครสังเกตเห็น เนื่องจากประโยคยังใช้คำว่า cheated ด้วย slipped จึงสื่อถึงการกระทำที่ปกปิดและไม่ซื่อสัตย์ ในที่นี้ slip ไม่ได้หมายถึงการลื่นล้ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ slip: Without anyone noticing, Leo ____ a note into the teacher's folder.

ดูคำตอบ

slipped

ไวยากรณ์

keeping some of the gold for himself: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์เพิ่มเติม

Keeping some of the gold for himself เป็นวลี participle รูป -ing ที่เชื่อมกับอนุประโยคก่อนหน้า โดยบอกเพิ่มเติมว่าเกิดอะไรขึ้นจากการโกงของช่างทอง นั่นคือเขาสามารถเก็บทองบางส่วนไว้เป็นผลประโยชน์ของตนเอง Keeping ไม่ใช่กริยาสมบูรณ์อีกตัวที่มีประธานใหม่ ประธานที่เข้าใจได้คือ the goldsmith ซึ่งเป็นคนเดียวกับผู้ที่โกงและผสมโลหะเงิน ส่วน for himself เน้นว่าเขาเก็บทองไว้ให้ตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + วลี -ing ได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการกระทำของคนคนเดียวกัน

  1. The clerk changed the total, the extra money was kept for himself.
  2. Keeping the extra money for himself, the total was changed by the clerk.
  3. The clerk changed the total, and he kept the extra money for himself.
  4. The clerk changed the total, keeping the extra money for himself.
ดูคำตอบ

The clerk changed the total, keeping the extra money for himself.

The king asked Archimedes to solve the problem,

0:56

กษัตริย์ทรงขอให้อาร์คิมิดีสแก้ปัญหานี้

but there was a catch. สำนวน

0:59

แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง

สำนวน

but there was a catch: มีปัญหาหรือเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่

ในประโยคนี้ but there was a catch หมายความว่า คำขอของกษัตริย์มีปัญหาหรือเงื่อนไขจำกัดที่ซ่อนอยู่ catch ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของ รูปแบบ but there was a catch ใช้ but เพื่อหักมุมก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปจะอธิบายว่าเหตุใดสถานการณ์จึงยากกว่าหรือน่าสนใจน้อยกว่าที่เห็นในตอนแรก

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้เกริ่นถึงข้อเสียที่ซ่อนอยู่ให้สมบูรณ์: The job sounded ideal, but there was ____: it required weekend work.

ดูคำตอบ

a catch

He couldn't do any damage to the crown. วลี

1:00

เขาต้องไม่ทำความเสียหายใด ๆ ต่อมงกุฎ

วลี

couldn't do any damage to...: ห้ามทำให้เสียหายแม้แต่น้อย

ใน couldn't do any damage to the crown คำว่า damage เป็นคำนามนับไม่ได้ รูปแบบ do damage to + thing หมายถึงทำอันตรายหรือทำให้สิ่งนั้นเสียหายทางกายภาพ โดย to ใช้นำหน้าสิ่งที่ได้รับผลกระทบ couldn't ในที่นี้แสดงข้อจำกัดของงาน คือเขาต้องหลีกเลี่ยงการทำให้มงกุฎเสียหาย ส่วน any เน้นความหมายเชิงปฏิเสธ จึงไม่อนุญาตให้เกิดความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ do, any, damage และ to: The museum lights are safe and won't ____ the paintings.

ดูคำตอบ

do any damage to

One day,

1:04

วันหนึ่ง

while taking his bath, ไวยากรณ์

1:05

ขณะที่เขากำลังอาบน้ำ

Archimedes noticed that the water level in the bathtub rose วลี

1:06

อาร์คิมิดีสสังเกตเห็นว่าระดับน้ำในอ่างสูงขึ้น

and overflowed as he immersed himself into the tub. ไวยากรณ์

1:09

และล้นออกมาเมื่อเขาหย่อนตัวลงไปในอ่าง

ไวยากรณ์

while taking his bath: ใช้ while + -ing บอกการกระทำพื้นหลัง

while taking his bath เป็นรูปย่อของ while he was taking his bath โครงสร้าง while + -ing ใช้ให้การอาบน้ำเป็นการกระทำพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก คือการสังเกตเห็น ประธานที่ละไว้ของ taking ต้องเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ Archimedes เป็นทั้งคนที่อาบน้ำและคนที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง take a bath เป็นสำนวนตายตัวที่แปลว่า “อาบน้ำ” ไม่ได้แปลว่า “ถือหรือเอาอ่างอาบน้ำไป”

แบบฝึกหัด

พิจารณาว่ารูปย่อ while + -ing ในประโยคนี้เป็นธรรมชาติหรือไม่: While walking home, the rain started.

  1. เป็นธรรมชาติ
  2. ไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

ไม่เป็นธรรมชาติ

วลี

noticed that the water level ... rose: รายงานการเพิ่มขึ้นที่สังเกตเห็น

noticed that นำหน้าอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของสิ่งที่สังเกตเห็น ในที่นี้ Archimedes เป็นผู้สังเกต และอนุประโยคที่มี that บอกสิ่งที่เขาพบ นั่นคือระดับน้ำในอ่างสูงขึ้น รูปแบบ notice that + อนุประโยค ใช้ได้ทั้งกับการสังเกตในชีวิตประจำวันและผลทางวิทยาศาสตร์ ในอนุประโยคนี้ the water level เป็นประธาน และ rose เป็นรูปอดีตของอกรรมกริยา rise หมายถึง “สูงขึ้น” ส่วน rose ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงดอกกุหลาบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ rise: The researcher noticed that the temperature ____ quickly.

ดูคำตอบ

rose

ไวยากรณ์

as he immersed himself into the tub: การกระทำและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดพร้อมกัน

ในประโยคนี้ as หมายถึง “ในขณะที่” หรือ “ในเวลาเดียวกับที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as เชื่อมการเคลื่อนตัวลงไปในน้ำของอาร์คิมิดีสเข้ากับการที่ระดับน้ำสูงขึ้นและล้นออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน ในบริบทนี้ ความพร้อมกันยังช่วยให้เห็นว่าการที่ร่างกายลงไปในน้ำเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง immersed himself ในที่นี้หมายถึง “นำร่างกายของตนลงไปแช่ในน้ำ” as แบบนี้ใช้เชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดทับซ้อนกันและเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด ไม่ได้หมายถึง “ในแบบเดียวกับ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อนำเสนอการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้อง

  1. As Nina turned the handle, the gate slowly opened.
  2. Because Nina was tired, she went home.
  3. Nina is as tall as her brother.
  4. Nina works as an engineer.
ดูคำตอบ

As Nina turned the handle, the gate slowly opened.

He suddenly realized that how much water was displaced ไวยากรณ์

1:13

เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่าปริมาณน้ำที่ล้นออกมานั้น

depended on how much of his body was immersed. วลี

1:15

ขึ้นอยู่กับว่าส่วนของร่างกายของเขาจมลงไปมากแค่ไหน

ไวยากรณ์

how much water was displaced: อนุประโยคบอกปริมาณในรูปถูกกระทำ

กลุ่มคำ how much water was displaced ทั้งกลุ่มกล่าวถึงปริมาณที่ยังไม่ทราบ และทำหน้าที่เป็นประธานของ depended ภายในอนุประโยคที่มี that ในทางไวยากรณ์ นี่คืออนุประโยคคำถามแบบฝังที่ใช้ how much โดยหมายถึง “ปริมาณน้ำที่ถูกแทนที่” ดังนั้นข้อความที่ใหญ่กว่าจึงบอกว่าปริมาณนี้ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของเขาอยู่ใต้น้ำมากเพียงใด รูปแบบคือ how much + คำนามนับไม่ได้ + กริยารูปถูกกระทำ: how much + water + was displaced ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ displace หมายถึงการที่วัตถุเข้าไปกินพื้นที่และดันน้ำออกไปด้านข้าง ไม่ได้หมายความว่าน้ำทั้งหมดล้นออกมา และไม่ใช่ความหมายเกี่ยวกับคนว่า “บังคับให้ผู้คนต้องออกจากบ้าน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย how much water และรูปอดีตแบบถูกกระทำของ displace: The engineers measured ____ by the model boat.

ดูคำตอบ

how much water was displaced

วลี

depend on how much...: ขึ้นอยู่กับปริมาณหนึ่ง

depend on หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกกำหนดโดยอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ปริมาณน้ำที่ถูกแทนที่จะเปลี่ยนไปตามสัดส่วนของร่างกายที่อยู่ใต้น้ำ รูปแบบคือ A depends/depended on + อนุประโยค wh โดย how much of his body was immersed เป็นอนุประโยคคำนามที่ตามหลัง on ต้องคง on ไว้ เพราะในความหมายนี้ depend ไม่สามารถตามด้วยอนุประโยคนี้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ depend on: The amount of paint needed ____ how large the wall is.

ดูคำตอบ

depends on

This discovery excited him so much that he jumped out of the tub โน้ต

1:18

การค้นพบนี้ทำให้เขาตื่นเต้นมากจนเขากระโดดออกจากอ่าง

ไวยากรณ์

excited him so much that: ระดับที่รุนแรงจนเกิดผล

excited him so much that เชื่อมระดับความแรงของปฏิกิริยาเข้ากับผลที่เกิดขึ้น so much แสดงว่าการค้นพบนี้ส่งผลต่อเขามากเพียงใด ส่วนอนุประโยค that บอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะปฏิกิริยาที่รุนแรงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + กริยา + กรรม + so much that + อนุประโยคบอกผล ในที่นี้ that ใช้เปิดผลลัพธ์ ไม่ได้เปิดอนุประโยคที่เป็นกรรมของ excited

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบบอกผลสามคำจากบทเรียน: The magic trick amazed Luis ____ he asked to see it again.

ดูคำตอบ

so much that

and ran through the streets naked shouting,

1:21

และวิ่งแก้ผ้าไปตามถนนพร้อมกับตะโกนว่า

กริยาวลี

jumped out of the tub: กระโดดจากในอ่างอาบน้ำออกมาข้างนอก

ใน jumped out of the tub คำว่า jumped บอกการกระทำ ส่วน out of บอกการเคลื่อนที่จากด้านในอ่างอาบน้ำออกไปด้านนอก อ่างอาบน้ำจึงเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและภาชนะที่เขาออกมา รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ jump out of + สถานที่ปิดล้อมหรือยานพาหนะ ใช้ jumped เมื่อกล่าวถึงการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ jumped out of: When the lid opened, the rabbit ____ the box.

ดูคำตอบ

jumped out of

"Eureka!" วัฒนธรรม

1:23

"ยูเรก้า!"

which comes from the ancient Greek meaning,

1:24

ซึ่งมาจากภาษากรีกโบราณมีความหมายว่า

"I have found it."

1:26

"ฉันพบแล้ว"

วัฒนธรรม

Eureka!: “ฉันค้นพบแล้ว”

Eureka! มาจากภาษากรีกโบราณและหมายความว่า “ฉันค้นพบแล้ว” ในภาษาอังกฤษ คำนี้เป็นคำอุทานที่ใช้เมื่อใครบางคนพบคำตอบ วิธีแก้ปัญหา หรือแนวคิดสำคัญอย่างกะทันหัน ในที่นี้ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือชื่อสถานที่ อนุประโยคขยาย which comes from the ancient Greek meaning, “I have found it” บอกที่มาและความหมายของคำที่ยกมา จึงช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจคำอุทานที่ไม่คุ้นเคยได้ทันที

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า ตัวละครตะโกนว่า “Eureka!” หลังจากแก้ปัญหาที่ยากได้ คำอุทานนี้สื่อถึงอะไร

  1. มีคนกำลังถามว่าสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ที่ไหน
  2. มีคนพบวิธีแก้ปัญหาอย่างกะทันหัน
  3. มีคนทำสิ่งของสำคัญหาย
ดูคำตอบ

มีคนพบวิธีแก้ปัญหาอย่างกะทันหัน

What did he find? ลำดับความ

1:27

เขาพบอะไรล่ะ?

Well, ลำดับความ

1:29

เอาล่ะ

he found a way to solve the king's problem.

1:29

เขาพบวิธีแก้ปัญหาของกษัตริย์แล้ว

ลำดับความ

ใช้ What did he find? เพื่อปูทางสู่คำตอบ

ในช่วงนี้ What did he find? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ผู้พูดตั้งขึ้นแล้วตอบเองทันที ไม่ได้ถามเพื่อให้ผู้ฟังบอกข้อมูลที่ผู้พูดยังไม่รู้ คำถามนี้สร้างความสงสัยชั่วครู่และดึงความสนใจไปยังสิ่งสำคัญที่เขาค้นพบ รูปแบบถามแล้วตอบช่วยจัดลำดับเรื่องราวหรือคำอธิบาย ทำให้ประเด็นหลักถัดไปเด่นชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดว่า "Why did the bridge fail? The metal had weakened over time." ประโยคแรกทำหน้าที่อะไร?

  1. ดึงความสนใจไปยังคำอธิบายที่ผู้นำเสนอจะให้ต่อไป
  2. แสดงว่าผู้นำเสนอไม่รู้สาเหตุ
  3. ขอให้ผู้ฟังไปค้นหาสาเหตุก่อนจะพูดต่อ
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจไปยังคำอธิบายที่ผู้นำเสนอจะให้ต่อไป

ลำดับความ

ใช้ Well, ... เพื่อเริ่มคำตอบ

Well, ที่ต้นประโยคนี้เป็นคำบอกจังหวะในการสนทนา ไม่ได้บอกว่าสิ่งใด “ดี” หรือ “มีสุขภาพดี” แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเริ่มตอบ ในที่นี้ Well เชื่อมคำถามก่อนหน้ากับคำตอบ ทำให้การเปลี่ยนเข้าสู่คำตอบฟังเป็นภาษาพูดและไม่ห้วนเกินไป ข้อมูลสำคัญของคำตอบเริ่มที่ he found... ส่วน Well ช่วยจัดจังหวะและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Well เป็นคำบอกจังหวะในการสนทนาเพื่อเริ่มคำตอบ?

  1. The old well is behind the house.
  2. Well, we need to check the map again.
  3. She explained the plan well.
ดูคำตอบ

Well, we need to check the map again.

You see, น้ำเสียง/เจตนา

1:31

เห็นไหมล่ะ

Archimedes needed to check the crown's density ไวยากรณ์

1:32

อาร์คิมิดีสจำเป็นต้องตรวจสอบความหนาแน่นของมงกุฎ

to see if it was the same as the density of pure gold.

1:34

เพื่อดูว่ามันเหมือนกับความหนาแน่นของทองคำบริสุทธิ์หรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

You see: ใช้เกริ่นคำอธิบาย

เมื่ออยู่ต้นประโยค You see เป็นคำเชื่อมในภาษาพูด มีความหมายใกล้เคียงกับ “คือว่า” หรือ “ประเด็นก็คือ” ใช้บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีข้อมูลพื้นหลัง เหตุผล หรือคำอธิบายตามมา ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นจริง ๆ ในที่นี้ สำนวนนี้พาผู้ฟังจากเรื่องเล่าไปสู่เหตุผลที่ต้องตรวจสอบมงกุฎ หากตัดออก ข้อเท็จจริงยังเหมือนเดิม แต่คำอธิบายจะเริ่มแบบตรงขึ้น

แบบฝึกหัด

You see ทำหน้าที่อะไรในประโยค “You see, this material expands when heated”?

  1. ใช้เกริ่นข้อมูลพื้นหลังหรือคำอธิบาย
  2. สั่งให้มองวัสดุนั้น
  3. ถามว่าผู้ฟังมองเห็นชัดหรือไม่
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อมูลพื้นหลังหรือคำอธิบาย

ไวยากรณ์

needed to check ... to see if ...: งานที่ต้องทำและจุดประสงค์

needed to check บอกงานที่จำเป็นต้องทำในอดีต ส่วน to see if บอกจุดประสงค์ของงานนั้น คือเพื่อตรวจให้รู้ว่าความหนาแน่นของมงกุฎเท่ากับของทองคำบริสุทธิ์หรือไม่ ในที่นี้ see if หมายถึง “ตรวจดูว่า...หรือไม่” ไม่ใช่การมองเห็นตามตัวอักษร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ need to + การกระทำ + to see if + ประธานและกริยา to ตัวแรกอยู่กับ need และนำหน้าการกระทำที่จำเป็น ส่วน to ตัวที่สองนำหน้าจุดประสงค์ จึงไม่ใช่คำซ้ำที่เกินมา

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง need to + การกระทำ + to see if ให้สมบูรณ์: We need to test the doorbell ____ it is working.

ดูคำตอบ

to see if

Density is a measure of an object's mass ไวยากรณ์

1:37

ความหนาแน่นคือการวัดมวลของวัตถุ

divided by its volume.

1:39

หารด้วยปริมาตรของมัน

ไวยากรณ์

A is a measure of B divided by C: การนิยามปริมาณด้วยการคำนวณ

โครงสร้าง A is a measure of B divided by C ใช้นิยามปริมาณโดยบอกวิธีคำนวณ ในที่นี้ A คือความหนาแน่น B คือมวลของวัตถุ และ C คือปริมาตรของวัตถุนั้น วลี divided by its volume ทำให้ความสัมพันธ์ในการคำนวณหลัง a measure of สมบูรณ์ กล่าวคือ นำมวลหารด้วยปริมาตร วลีนี้ไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่ง และถ้าสลับ B กับ C ก็จะกลายเป็นการนิยามปริมาณคนละอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันได้ถูกต้องเพื่อนิยามอัตราเร็วว่าเป็นระยะทาง ÷ เวลา

  1. Speed is a measure of distance multiplied by time.
  2. Speed is a measure of time divided by distance.
  3. Speed is a measure of distance divided by time.
ดูคำตอบ

Speed is a measure of distance divided by time.

Pure gold is very dense,

1:40

ทองคำบริสุทธิ์มีความหนาแน่นมาก

while silver is less dense. ลำดับความ

1:42

ในขณะที่เงินมีความหนาแน่นน้อยกว่า

ลำดับความ

while silver is less dense: while ที่ใช้แสดงความแตกต่าง

ในที่นี้ while หมายถึง “ส่วน” หรือ “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” โดยนำข้อเท็จจริงสองอย่างมาวางเทียบกัน คือ ทองคำบริสุทธิ์มีความหนาแน่นสูงมาก ส่วนเงินมีความหนาแน่นต่ำกว่า while ที่ใช้แสดงความแตกต่างมักเชื่อมอนุประโยคที่มีโครงสร้างขนานกัน เพื่อให้ผู้อ่านเปรียบเทียบสิ่งหรือคุณสมบัติสองอย่างได้ เครื่องหมายจุลภาคหน้า while ยังช่วยบอกการเปลี่ยนไปสู่อนุประโยคที่เป็นข้อมูลตรงข้าม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อแสดงความแตกต่างเหมือนกับในตัวอย่าง

  1. I read a book while I waited for the bus.
  2. The first box is heavy, while the second is light.
  3. While the machine was running, the light stayed on.
ดูคำตอบ

The first box is heavy, while the second is light.

So,

1:43

ดังนั้น

if there was silver in the crown, ไวยากรณ์

1:44

หากมีเงินอยู่ในมงกุฎ

it would be less dense than if it were made of pure gold.

1:45

มันก็จะมีความหนาแน่นน้อยกว่าการทำจากทองคำบริสุทธิ์

ไวยากรณ์

if ..., would ... than if ...: การเปรียบเทียบเงื่อนไขสมมติสองแบบ

อนุประโยค if แรกกำหนดกรณีสมมติแรกว่า มงกุฎมีเงินผสมอยู่ ประโยคหลักบอกผลที่คาดไว้ ส่วน than if นำเข้ากรณีสมมติที่สองเพื่อใช้เป็นจุดเปรียบเทียบ ดังนั้น ประโยคนี้จึงเปรียบเทียบความหนาแน่นของมงกุฎภายใต้องค์ประกอบวัสดุสองแบบที่เป็นไปได้ ใน if it were made of pure gold คำว่า were บอกเงื่อนไขที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ได้หมายความว่าเรารู้อยู่แล้วว่ามงกุฎทำจากทองคำบริสุทธิ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ if + เงื่อนไขสมมติ, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน ... than if + เงื่อนไขสมมติที่สอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปรียบเทียบเงื่อนไขสมมติเกี่ยวกับวัสดุสองแบบได้ถูกต้อง

  1. If the case were made of aluminum, it will be lighter than if it were made of steel.
  2. If the case were made of aluminum, it would be lighter than if it were made of steel.
  3. If the case would be made of aluminum, it were lighter than if it was made of steel.
ดูคำตอบ

If the case were made of aluminum, it would be lighter than if it were made of steel.

But no matter what it was made of, ไวยากรณ์

1:48

แต่ไม่ว่ามันจะทำมาจากอะไร

the crown would be the same shape,

1:49

มงกุฎก็จะมีรูปร่างเหมือนเดิม

which means the same volume. ลำดับความ

1:51

ซึ่งหมายความว่ามีปริมาตรเท่าเดิม

ไวยากรณ์

no matter what it was made of: ผลลัพธ์ยังคงเดิม

No matter what it was made of หมายถึง 'ไม่ว่าจะใช้วัสดุอะไรทำสิ่งนั้น' โดย No matter what ทำหน้าที่เป็นสำนวนแสดงการยอมรับเงื่อนไขเพียงชุดเดียว และ what ครอบคลุมวัสดุทุกชนิดที่เป็นไปได้ อนุประโยคนี้เปิดให้วัสดุเปลี่ยนไปได้ แต่แสดงว่าผลในประโยคหลักยังคงเดิม โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ no matter what + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก กล่าวคือ คำตอบทุกแบบที่เป็นไปได้ของ what จะนำไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ no matter what เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: ____ you choose, explain your reason.

ดูคำตอบ

no matter what

ลำดับความ

which means ...: อ้างกลับไปยังใจความทั้งหมดก่อนหน้า

ในที่นี้ which อ้างกลับไปยังใจความทั้งหมดที่ว่ามงกุฎจะมีรูปร่างเหมือนกัน ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนาม shape จากนั้น which means จึงนำเสนอผลที่ตามมา คือปริมาตรก็จะเท่ากัน รูปแบบ ข้อเท็จจริง, which means ผลลัพธ์ จัดข้อมูลเป็นสองขั้น: บอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วอธิบายว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดนั้นหมายความว่าอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยค The last train has left, which means we need to take a taxi. คำว่า which อ้างถึงอะไร?

  1. ข้อเท็จจริงทั้งหมดใน The last train has left
  2. เฉพาะคำกริยา left
  3. เฉพาะคำนาม train
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงทั้งหมดใน The last train has left

So,

1:53

ดังนั้น

if Archimedes could measure the mass of the crown first ไวยากรณ์

1:53

หากอาร์คิมิดีสสามารถวัดมวลของมงกุฎได้ก่อน

and then measure its volume,

1:56

แล้วจึงวัดปริมาตรของมัน

he could find out how dense it was. กริยาวลี

1:57

เขาก็จะทราบว่ามันมีความหนาแน่นเท่าใด

ไวยากรณ์

If ... could ..., ... could ...: เชื่อมวิธีที่อาจทำได้กับผลลัพธ์

อนุประโยค if เสนอวิธีที่อาจทำได้ คือให้อาร์คิมิดีสวัดมวลและปริมาตรของมงกุฎ ส่วนประโยคหลักบอกว่าวิธีนั้นจะทำให้อะไรเป็นไปได้ คือการหาความหนาแน่น could + คำกริยารูปพื้นฐาน ในทั้งสองอนุประโยคแสดงความเป็นไปได้ของแผนสมมุติ ไม่ได้เพียงบอกความสามารถที่เขามีในอดีต first and then เรียงลำดับการวัดสองอย่างภายในเงื่อนไข รูปแบบ If ... could ทำ A, ... could ทำ B เชื่อมวิธีที่อาจทำได้เข้ากับผลที่วิธีนั้นจะทำให้เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ If ... could ..., ... could ... เพื่อแสดงว่าขั้นตอนหนึ่งที่อาจทำได้จะทำให้ผลลัพธ์หนึ่งเป็นไปได้?

  1. Because we mapped the cave yesterday, we chose a safer route.
  2. We could map the cave, but we could not choose a safer route.
  3. If we could map the cave, we could choose a safer route.
ดูคำตอบ

If we could map the cave, we could choose a safer route.

กริยาวลี

find out how dense it was: ค้นหาข้อมูลที่ยังไม่รู้

ในประโยคนี้ find out หมายถึงการค้นหาคำตอบหรือรู้คำตอบจากการตรวจสอบ วัด คำนวณ หรือสอบถาม ข้อมูลที่ต้องการรู้คือ how dense it was จึงไม่ได้หมายถึงการหาเจอสิ่งของจริง ๆ หลัง find out วลี how dense it was เป็นคำถามทางอ้อม และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how dense + it + was ไม่ใช่ how dense was it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเราต้องตรวจสอบและหาสาเหตุที่เครื่องหยุดทำงาน?

  1. We need to find out why the machine stopped.
  2. We need to find out why did the machine stop.
  3. We need to find the stopped machine.
ดูคำตอบ

We need to find out why the machine stopped.

But it is not easy to measure a crown's volume. ไวยากรณ์

1:59

แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะวัดปริมาตรของมงกุฎ

ไวยากรณ์

It is not easy to measure...: ประเมินความยากของงาน

ใน It is not easy to measure... โครงสร้าง It is + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา ใช้ประเมินการกระทำหนึ่งอย่าง โดย it เป็นประธานแทน ส่วนการกระทำที่ถูกประเมินจริง ๆ คือ to measure a crown's volume not easy หมายถึงงานนั้นยาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ เราสามารถใช้โครงสร้างเดิมประเมินการกระทำอื่นได้โดยเปลี่ยนคำคุณศัพท์หรือคำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ของ measure: It is not easy ____ the volume of an irregular object.

ดูคำตอบ

to measure

It has an irregular shape

2:01

มันมีรูปร่างที่ไม่แน่นอน

that's different from a simple box or ball. วลี

2:02

ซึ่งแตกต่างจากกล่องหรือลูกบอลธรรมดา

วลี

different from: การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่ง

ในที่นี้ different from หมายถึง “ไม่เหมือนกับ” อนุประโยค that's different from ... อธิบายรูปร่างที่ไม่สม่ำเสมอโดยเปรียบเทียบกับกล่องหรือลูกบอลแบบเรียบง่าย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A is different from B โดย from ใช้เชื่อมไปยังสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบนี้เพื่อเปรียบเทียบงานออกแบบสองแบบได้ถูกต้อง

  1. This design different from the old one.
  2. This design is different with the old one.
  3. This design is different from the old one.
ดูคำตอบ

This design is different from the old one.

You can't measure its size and multiply ไวยากรณ์

2:05

คุณไม่สามารถวัดขนาดของมันแล้วนำมาคูณกัน

like you might for other shapes.

2:07

เหมือนที่คุณทำกับรูปร่างอื่น ๆ ได้

ไวยากรณ์

You can't ...: บอกว่าวิธีหนึ่งใช้ไม่ได้

ในที่นี้ You can't ... หมายความว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังไม่มีทักษะหรือไม่ได้รับอนุญาต You ใช้กล่าวถึงคนทั่วไป คือใครก็ตามที่ลองคำนวณแบบนี้ ถ้อยคำ measure its size and multiply ย่อขั้นตอนการคำนวณตามปกติ โดยเข้าใจกรรมของ multiply ได้จากบริบทว่าให้นำมิติหรือค่าที่วัดได้มาคูณกัน ภาษาอังกฤษมักละกรรมเมื่อความหมายชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You can't measure the sides and multiply” คำว่า can't หมายความว่าอย่างไร

  1. วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับวัตถุชิ้นนี้
  2. กฎห้ามวัดวัตถุชิ้นนี้
  3. ผู้ฟังยังไม่ได้เรียนการคูณ
ดูคำตอบ

วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับวัตถุชิ้นนี้

The solution, ลำดับความ

2:09

วิธีแก้ปัญหา

Archimedes realized,

2:10

ที่อาร์คิมิดีสตระหนักได้

was to give the crown a bath. สำนวน

2:11

คือการนำมงกุฎไปอาบน้ำ

ลำดับความ

The solution, Archimedes realized, was ...: การแทรกช่วงเวลาที่คิดออก

โครงหลักของประโยคคือ The solution was ... ซึ่งใช้บอกวิธีแก้ปัญหา ส่วน Archimedes realized เป็นอนุประโยคแทรกที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคสองตัว เมื่อตัดส่วนนี้ออก ประโยคก็ยังสมบูรณ์: The solution was to give the crown a bath. การเรียงแบบนี้เริ่มด้วยกรอบสำหรับบอกวิธีแก้ แทรกสั้น ๆ ว่าใครเป็นผู้คิดออก แล้วกลับมาที่ was เพื่อเปิดเผยวิธีแก้ จึงยังเน้นข้อมูลใหม่เรื่องวิธีแก้ พร้อมกับเพิ่มช่วงเวลาที่เกิดการค้นพบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Maya realized เป็นคำอธิบายแทรกในโครง The answer was ... ได้ถูกต้อง?

  1. The answer, Maya realized, was hidden in the final paragraph.
  2. The answer was, Maya realized hidden in the final paragraph.
  3. The answer Maya, realized was, hidden in the final paragraph.
ดูคำตอบ

The answer, Maya realized, was hidden in the final paragraph.

สำนวน

to give the crown a bath: การทำให้มงกุฎดูเหมือนคนอย่างขบขัน

ในที่นี้ to give the crown a bath เป็นคำพูดสนุก ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงตามตัวอักษร แต่หมายถึงการนำมงกุฎไปใส่ในน้ำ เพื่อให้อาร์คิมิดีสใช้ปริมาณน้ำที่ถูกแทนที่มาคำนวณปริมาตรของมงกุฎ จุดประสงค์ไม่ใช่การทำความสะอาด คำพูดนี้ยืมรูปแบบจาก give someone a bath และพูดถึงมงกุฎเหมือนเป็นคนหรือสัตว์ การทำให้สิ่งของมีลักษณะเหมือนคนแบบนี้ช่วยให้เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์มีชีวิตชีวาและตลกมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในเรื่องราววิทยาศาสตร์นี้ to give the crown a bath หมายถึงอะไร?

  1. สร้างอ่างอาบน้ำที่มีรูปร่างเหมือนมงกุฎ
  2. ใช้สบู่ล้างสิ่งสกปรกออกจากมงกุฎ
  3. นำมงกุฎไปใส่ในน้ำเพื่อให้วัดปริมาตรได้
ดูคำตอบ

นำมงกุฎไปใส่ในน้ำเพื่อให้วัดปริมาตรได้

By placing it in water and seeing how much water was displaced, ไวยากรณ์

2:13

โดยการนำมันไปใส่ในน้ำและดูว่ามีน้ำล้นออกมามากแค่ไหน

he could measure the volume.

2:16

เขาสามารถวัดปริมาตรได้

ไวยากรณ์

By placing ... and seeing ...: by + -ing เพื่อบอกวิธีการ

by + คำกริยา-ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ ที่นี่ by placing ... and seeing ... อธิบายว่าเขาวัดปริมาตรได้อย่างไร โดย by หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” ไม่ใช่ “ข้าง ๆ” placing และ seeing เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and เมื่อวิธีหนึ่งมีสองขั้นตอน ให้ใช้รูป -ing กับคำกริยาทั้งสองหลัง by

แบบฝึกหัด

จงเติมประโยคโดยใช้ compare ในโครงสร้าง by + -ing เพื่อบอกวิธีการ: ____ the two records, Maya found the mistake.

ดูคำตอบ

By comparing

And he'd calculate the density of the crown. ไวยากรณ์

2:18

และเขาก็จะคำนวณความหนาแน่นของมงกุฎได้

ไวยากรณ์

he'd calculate: คือ he would ไม่ใช่ he had

ใน he'd calculate นั้น 'd ย่อมาจาก would เพราะ calculate เป็นกริยารูปพื้นฐาน หาก 'd หมายถึง had คำที่ตามมาต้องเป็นกริยาช่องที่ 3: he'd calculated ในที่นี้ would แสดงผลลัพธ์ขั้นถัดไปตามลำดับเหตุผล เมื่อมีค่าที่วัดได้ตามต้องการ ขั้นต่อไปก็คือการคำนวณความหนาแน่น ไม่ได้บอกว่าเขาเคยทำสิ่งนี้ซ้ำ ๆ ในอดีต

แบบฝึกหัด

he'd ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: “With those measurements, he'd calculate the density.”

  1. he had
  2. he would
  3. he did
ดูคำตอบ

he would

If the crown was less dense than pure gold, ไวยากรณ์

2:20

หากมงกุฎมีความหนาแน่นน้อยกว่าทองคำบริสุทธิ์

then the goldsmith most definitely cheated the king. วลี

2:22

นั่นหมายความว่าช่างทองโกงกษัตริย์อย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

If ..., then ...: เชื่อมเงื่อนไขกับข้อสรุป

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ให้เงื่อนไขหรือหลักฐานว่า มงกุฎมีความหนาแน่นน้อยกว่าทองคำบริสุทธิ์ ส่วนอนุประโยคหลัง then ให้ข้อสรุปที่จะตามมาหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริงว่า ช่างทองหลอกกษัตริย์ ในที่นี้ then หมายถึง “ในกรณีนั้น” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น” คำนี้ช่วยทำให้ความเชื่อมโยงในการให้เหตุผลชัดเจน แม้ในภาษาอังกฤษทั่วไปมักละได้ก็ตาม ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่าเงื่อนไขในส่วน if ได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมการให้เหตุผลแบบมีเงื่อนไขให้สมบูรณ์ด้วย if และ then: ____ a number is even, ____ it can be divided by two with no remainder.

ดูคำตอบ

If · then

วลี

most definitely cheated: แสดงความมั่นใจอย่างมาก

most definitely เป็นวลีวิเศษณ์ที่ใช้เน้นความหมายและวางไว้หน้า cheated โดยหมายความว่าผู้พูดมั่นใจอย่างยิ่งว่าการหลอกลวงเกิดขึ้นจริง ในที่นี้ most ใช้เพิ่มน้ำหนักให้ definitely ไม่ได้หมายถึง “ปริมาณมากที่สุด” หรือ “อย่างมากที่สุด” ถ้อยคำนี้นำเสนอข้อกล่าวหาเป็นข้อสรุปที่หนักแน่น ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ใน “the goldsmith most definitely cheated the king” คำว่า most definitely แสดงอะไร?

  1. ผู้พูดคิดว่าช่างทองอาจหลอกกษัตริย์
  2. ผู้พูดมั่นใจอย่างยิ่งว่าช่างทองหลอกกษัตริย์
  3. ผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีใครหลอกลวงหรือไม่
ดูคำตอบ

ผู้พูดมั่นใจอย่างยิ่งว่าช่างทองหลอกกษัตริย์

When Archimedes went back to the king and did his test, ลำดับความ

2:27

เมื่ออาร์คิมิดีสกลับไปเข้าเฝ้ากษัตริย์และทำการทดสอบ

the story says, ลำดับความ

2:29

เรื่องราวเล่าว่า

ลำดับความ

When Archimedes went back to the king and did his test: การจัดฉากการทดสอบ

อนุประโยค When ที่ขึ้นต้นประโยคบอกเวลาและสถานการณ์ของเหตุการณ์หลักที่จะตามมา คืออาร์คิมิดีสกลับไปเฝ้ากษัตริย์และทำการทดสอบ เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่ต้องพึ่งประโยคหลัก จึงทำหน้าที่จัดฉากแทนที่จะบอกผลลัพธ์ด้วยตัวเอง ในภาพรวมของเรื่อง อนุประโยคนี้พาผู้ฟังจากคำอธิบายวิธีการกลับไปสู่เหตุการณ์ที่มีการนำวิธีนั้นมาทดสอบ went back to the king หมายถึงกลับไปหากษัตริย์หรือไปพบพระองค์อีกครั้ง ส่วน back เน้นการกลับไปหาบุคคลและสถานการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

อนุประโยค When ที่ขึ้นต้นประโยคทำหน้าที่อะไรในเรื่องนี้?

  1. บอกผลลัพธ์สุดท้ายของการทดสอบได้ด้วยตัวเอง
  2. เริ่มเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำอธิบายก่อนหน้านี้
  3. กำหนดเวลาและฉากของการทดสอบก่อนจะบอกผลลัพธ์หลัก
ดูคำตอบ

กำหนดเวลาและฉากของการทดสอบก่อนจะบอกผลลัพธ์หลัก

ลำดับความ

the story says: ระบุว่าแหล่งข้อมูลคือเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา

the story says เป็นวลีที่บอกกรอบของแหล่งข้อมูล โดยยกสิ่งที่จะกล่าวต่อไปให้เป็นคำบอกเล่าหรือเกร็ดเรื่องราวที่สืบต่อกันมา แทนที่จะนำเสนอว่าผู้พูดยืนยันรายละเอียดทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ในที่นี้ story หมายถึงเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ไม่ใช่ชื่อหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง วลีนี้ช่วยให้เล่าเรื่องต่อได้ พร้อมกับเว้นระยะจากความแน่นอนทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

the story says แสดงท่าทีอย่างไรในที่นี้?

  1. นำเสนอคำกล่าวนั้นในฐานะส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้วอย่างสมบูรณ์
  2. พิสูจน์ว่ารายละเอียดทุกอย่างแน่นอนในทางประวัติศาสตร์
  3. หมายความว่าหนังสือเล่มหนึ่งกำลังพูดออกมาจริง ๆ
ดูคำตอบ

นำเสนอคำกล่าวนั้นในฐานะส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้วอย่างสมบูรณ์

he found that the goldsmith had indeed cheated the king การใช้คำ

2:30

เขาพบว่าช่างทองโกงกษัตริย์จริง ๆ

and slipped some silver in. วลี

2:32

และแอบใส่เงินเข้าไป

การใช้คำ

had indeed cheated: การยืนยันข้อสงสัยก่อนหน้า

indeed ในที่นี้ใช้ยืนยันข้อสงสัยที่มีมาก่อน หลักฐานที่พบภายหลังแสดงว่าช่างทองโกงกษัตริย์จริง คำนี้เชื่อมคำถามที่เกิดขึ้นก่อนหน้ากับข้อสรุปของเรื่อง ไม่ได้เพียงบอกว่าการโกงนั้นเป็นเรื่อง "จริง" เท่านั้น ใน had indeed cheated ส่วน had cheated เป็นโครงสร้าง past perfect จึงบอกว่าการโกงเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะรู้ความจริง indeed อยู่หลังคำกริยาช่วย had และอยู่หน้าคำกริยาช่อง past participle คือ cheated โดยเพิ่มความหมายยืนยันแต่ไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์ด้านเวลา

แบบฝึกหัด

การทดสอบพิสูจน์ว่าข้อสงสัยก่อนหน้านี้ของ Maya ถูกต้อง ประโยคใดแสดงการยืนยันนี้ได้ดีที่สุด

  1. Maya had indeed hidden the key.
  2. Maya might have hidden the key.
  3. Maya had already hidden the key.
ดูคำตอบ

Maya had indeed hidden the key.

วลี

slipped some silver in: การแอบใส่บางสิ่งเข้าไป

ในโครงสร้าง slip + กรรม + in คำว่า slip หมายถึงใส่หรือเพิ่มบางสิ่งอย่างรวดเร็วและไม่ให้เป็นที่สังเกต ในที่นี้ some silver เป็นกรรม ดังนั้น slipped some silver in จึงหมายถึงช่างทองแอบเติมเงินลงไป ไม่ได้หมายความว่าเงินเลื่อนเข้าไปเอง in เป็นคำอนุภาค และสามารถละสถานที่ปลายทางได้เมื่อบริบททำให้เข้าใจชัดเจน ในที่นี้หมายถึงใส่เข้าไปในมงกุฎหรือในวัสดุที่ใช้ทำมงกุฎ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ slip ... in เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the inspection, someone ____ a fake label ____.

ดูคำตอบ

slipped · in

These days, ลำดับความ

2:35

ในปัจจุบัน

using the way an object displaces water to measure volume ไวยากรณ์

2:35

การใช้วิธีที่วัตถุแทนที่น้ำเพื่อวัดปริมาตร

is called Archimedes' principle. วัฒนธรรม

2:38

เรียกว่าหลักการของอาร์คิมิดีส

ลำดับความ

These days: เปลี่ยนจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน

ในประโยคนี้ These days หมายถึง “ทุกวันนี้” หรือ “ในยุคปัจจุบัน” โดยกำหนดกรอบเวลาปัจจุบันแบบกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงเพียงช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยเปลี่ยนจากเรื่องราวในสมัยโบราณมาสู่ชื่อที่ใช้ในการอธิบายปัจจุบัน นอกจากนี้ยังใช้เปรียบเทียบสภาพหรือพฤติกรรมในปัจจุบันกับอดีตได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: People once relied on paper maps. ____, most drivers use digital maps.

ดูคำตอบ

These days

ไวยากรณ์

using the way ... to measure volume ทำหน้าที่เป็นประธาน

ส่วนทั้งหมดตั้งแต่ using จนถึง volume เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วยกริยา -ing และทำหน้าที่เป็นประธาน โดยกล่าวถึงวิธีการหนึ่งอย่างครบถ้วน using ไม่ใช่คำสั่ง และกริยาหลักจะอยู่ด้านหลัง คือ is called ภายในประธาน to measure volume บอกจุดประสงค์ของการใช้วิธีนั้น เนื่องจากวิธีทั้งหมดถูกมองเป็นกิจกรรมเดียว จึงใช้กริยาเอกพจน์ is

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing เป็นประธานและใช้รูปกริยาได้ถูกต้อง?

  1. Measuring small objects accurately requires patience.
  2. Measuring small objects accurately require patience.
  3. Measure small objects accurately requires patience.
ดูคำตอบ

Measuring small objects accurately requires patience.

วัฒนธรรม

Archimedes' principle ในฐานะศัพท์วิทยาศาสตร์ที่มีความหมายเฉพาะ

Archimedes' principle เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้กันอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่วลีทั่วไปที่หมายถึงกฎส่วนตัวของอาร์คิมิดีส ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เรียกแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการที่วัตถุแทนที่น้ำ หากกล่าวให้แม่นยำ หลักการนี้ระบุว่าแรงลอยตัวที่กระทำต่อวัตถุในของไหลเท่ากับน้ำหนักของของไหลที่วัตถุนั้นแทนที่ การใช้น้ำที่ถูกแทนที่เพื่อหาปริมาตรของวัตถุเป็นการประยุกต์ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและเป็นจุดเน้นของประโยคนี้

แบบฝึกหัด

Archimedes' principle ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. คำแนะนำว่าควรอาบน้ำเมื่อใด
  2. กฎส่วนตัวที่อาร์คิมิดีสปฏิบัติตามในชีวิตประจำวัน
  3. หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเฉพาะและเกี่ยวข้องกับของไหลที่ถูกแทนที่กับแรงลอยตัว
ดูคำตอบ

หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเฉพาะและเกี่ยวข้องกับของไหลที่ถูกแทนที่กับแรงลอยตัว

The next time you take a bath, ลำดับความ

2:40

ครั้งต่อไปที่คุณอาบน้ำ

you can see Archimedes' principle in action. สำนวน

2:42

คุณจะเห็นหลักการของอาร์คิมิดีสในชีวิตจริง

ลำดับความ

The next time you take a bath เพื่อกำหนดโอกาสครั้งถัดไปในอนาคต

The next time + ประธาน + simple present ใช้เกริ่นถึงโอกาสครั้งถัดไปในอนาคตที่บางสิ่งจะเกิดขึ้น ในที่นี้ The next time you take a bath กำหนดกรอบเวลา แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าจะสังเกตเห็นอะไรได้ในตอนนั้น The next time ทำหน้าที่เชื่อมเวลาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม when แม้จะกล่าวถึงโอกาสในอนาคต แต่อนุประโยคบอกเวลานี้ใช้ simple present โดยพูดว่า The next time you take ไม่ใช่ The next time you will take

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี The next time ตามที่กำหนด: ____ you use the telescope, check the lens first.

ดูคำตอบ

The next time

สำนวน

see ... in action: เห็นบางสิ่งทำงานจริง

โครงสร้าง see + สิ่งหนึ่ง + in action หมายถึงการสังเกตว่าสิ่งนั้นกำลังทำงาน ถูกนำมาใช้ หรือก่อให้เกิดผลจริง ๆ ในประโยคนี้ การอาบน้ำทำให้มองเห็นผลทางกายภาพจริงของหลักการอาร์คิมิดีส แทนที่จะเพียงอ่านคำนิยาม in action ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างในการกระทำ” ตามตัวอักษร เราใช้กับหลักการ เครื่องจักร ระบบ ทักษะ หรือบุคคลได้ เมื่อเห็นด้วยตนเองว่าสิ่งนั้นทำอะไรได้จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้คนได้สังเกตเห็นระบบหนึ่งทำงานจริงด้วยตนเอง

  1. At the open house, we saw the new recycling system in action.
  2. At the open house, we read the name of the new recycling system.
  3. At the open house, we put the new recycling system in motion.
ดูคำตอบ

At the open house, we saw the new recycling system in action.

And maybe you'll have a genius idea of your own. ลำดับความ

2:45

และบางทีคุณอาจจะมีความคิดอัจฉริยะของตัวเองขึ้นมาก็ได้

ลำดับความ

maybe you'll have ... of your own: ตอนจบที่ให้กำลังใจ

Maybe + you'll have นำเสนอความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ใช่คำรับรองว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน การใช้ you พูดกับผู้ชมโดยตรงในช่วงท้าย ทำให้จุดสนใจเปลี่ยนจากการค้นพบของคนอื่นมาเป็นสิ่งที่ผู้ชมอาจค้นพบได้ในอนาคต of your own วางไว้หลังคำนาม และหมายถึงสิ่งที่เป็นของคุณหรือสร้างขึ้นโดยคุณเอง ในที่นี้เน้นไอเดียดั้งเดิมจากผู้ชม ทำให้ประโยคสุดท้ายเป็นการชวนให้ผู้ชมสังเกต คิด และมีส่วนร่วม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเป็นตอนจบที่ให้กำลังใจและชวนให้ผู้ชมค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง

  1. Only experts can find solutions.
  2. You will definitely repeat someone else's answer.
  3. Maybe you'll discover a solution of your own.
ดูคำตอบ

Maybe you'll discover a solution of your own.