สายพันธุ์รุกราน: ทำไมไม่จับกินซะเลยล่ะ? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
829 คำ 145 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการสำรวจโครงการในสหราชอาณาจักรและเบลีซที่ส่งเสริมให้ผู้คนกินพืชและสัตว์ต่างถิ่นที่สร้างความเสียหาย โดยอธิบายผลกระทบของปมญี่ปุ่นและปลาสิงโต บทบาทของแคมเปญอาหารในการควบคุมชนิดพันธุ์เหล่านี้ และเหตุผลที่ปลาสิงโตซึ่งขยายกระเพาะได้ถึง 30 เท่าเป็นภัยต่อปลาท้องถิ่น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. invasive species. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจคำศัพท์ทางนิเวศวิทยาที่เจาะจง ซึ่งหมายถึงพืชหรือสัตว์ที่ถูกนำเข้าสู่สภาพแวดล้อมใหม่แล้วก่อความเสียหาย ไม่ตีความ invasive เพียงว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว จึงช่วยให้ติดตามเนื้อหาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์ และการจัดการสัตว์ป่าได้แม่นยำขึ้น 2. One of the simplest ways to deal with invasive species is just to eat — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้าง One of the ... ways to ... is to ... เพื่อเสนอทางเลือกหนึ่งจากหลายวิธี พร้อมเชื่อมปัญหาเข้ากับการกระทำที่เสนอโดยตรง สามารถประยุกต์ใช้เมื่ออธิบายวิธีแก้ปัญหา ขั้นตอน หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติ 3. That might help to explain — การเรียบเรียงเรื่องและวาทศิลป์: สังเกตว่า might ช่วยทำให้การตีความเหตุและผลมีความระมัดระวังและไม่ฟันธง ใช้วลีนี้เพื่อเชื่อมหลักฐานกับคำอธิบายที่เป็นไปได้โดยไม่อ้างว่าหลักฐานพิสูจน์สาเหตุแล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับการอภิปรายเชิงวิทยาศาสตร์ วิชาการ หรือการวิเคราะห์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello,

0:08

สวัสดี

this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

นี่คือรายการ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Phil.

0:12

ผมฟิล

And I'm Beth.

0:12

และฉันเบธ

Today,

0:14

วันนี้

we're going to be talking about an interesting approach วลี

0:14

เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางที่น่าสนใจ

วลี

we're going to be talking about: การเกริ่นหัวข้อที่จะพูดต่อไป

We're going to be talking about + หัวข้อ ใช้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดวางแผนจะพูดเรื่องอะไรต่อไป ในประโยคนี้ be going to บอกแผนในอนาคต ส่วน going ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ รูปต่อเนื่อง be talking ทำให้การพูดคุยถูกมองเป็นกิจกรรมที่จะเกิดต่อจากนี้ จึงฟังเป็นคำเปิดแบบภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติสำหรับวิดีโอ ชั้นเรียน หรือการนำเสนอ

แบบฝึกหัด

we're going to be talking about มีหน้าที่หลักอะไรในคำเปิดนี้

  1. แนะนำหัวข้อที่จะพูดถึงต่อไป
  2. บอกว่าผู้พูดกำลังเดินทางไปที่ใดที่หนึ่ง
  3. ประกาศว่าการพูดคุยจบแล้ว
ดูคำตอบ

แนะนำหัวข้อที่จะพูดถึงต่อไป

to the problem

0:18

สำหรับปัญหา

of invasive species. การใช้คำ

0:18

ของสายพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน

วลี

approach to the problem of ...: วิธีจัดการปัญหา

approach ในที่นี้เป็นคำนามนับได้ หมายถึงวิธี แผน หรือแนวทางในการจัดการบางสิ่ง approach สามารถชี้แนวทางว่าควรจัดการปัญหาอย่างไร แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าปัญหานั้นได้รับการแก้แล้ว เมื่อเป็นคำนาม approach มักตามด้วย to โดยใช้โครงสร้าง an approach to + คำนามหรือรูป -ing ใน approach to the problem of invasive species ส่วน the problem of ใช้ระบุว่ากำลังจัดการปัญหาเรื่องใด

แบบฝึกหัด

ใช้ approach กับคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The team is testing a new ____ the problem of food waste.

ดูคำตอบ

approach to

การใช้คำ

invasive species: สิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่ก่อความเสียหาย

invasive species คือสิ่งมีชีวิตที่ถูกนำออกนอกถิ่นกำเนิด แล้วตั้งถิ่นฐานหรือแพร่กระจายและสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ ในประโยคนี้ invasive species เป็นชื่อของปัญหาทางนิเวศ ไม่ได้หมายถึงชนิดพันธุ์ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว แนวคิดนี้ใช้ได้กับพืช สัตว์ เห็ดรา และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ การเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ สิ่งมีชีวิตนั้นต้องตั้งถิ่นฐานหรือแพร่กระจายในแบบที่ก่อให้เกิดอันตรายด้วย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของ invasive species?

  1. สุนัขจิ้งจอกท้องถิ่นที่ล่ากระต่าย
  2. ต้นไม้ท้องถิ่นหายากที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
  3. พืชต่างถิ่นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและทำลายถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น
  4. ดอกไม้นำเข้าที่อยู่ในเรือนกระจกแห่งเดียวและไม่ก่ออันตราย
ดูคำตอบ

พืชต่างถิ่นที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและทำลายถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น

When animals or plants

0:20

เมื่อสัตว์หรือพืช

are introduced ไวยากรณ์

0:22

ถูกนำเข้ามา

to new areas,

0:23

ในพื้นที่ใหม่

they can be dangerous

0:24

พวกมันอาจเป็นอันตราย

for existing wildlife.

0:25

ต่อสัตว์ป่าที่มีอยู่เดิมได้

ไวยากรณ์

are introduced to new areas: รูปกรรมวาจก be introduced to + สถานที่

ใน are introduced to new areas นั้น are + introduced เป็นรูปกรรมวาจก สัตว์หรือพืชเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือมีคนหรือกิจกรรมของมนุษย์นำพวกมันไปยังสถานที่หนึ่ง แต่ประโยคไม่จำเป็นต้องระบุผู้กระทำ ในภาษาอังกฤษด้านสิ่งแวดล้อม introduce a species to an area หมายถึง “นำชนิดพันธุ์ไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านั้นมันไม่เคยอยู่” introduce ในที่นี้ไม่ใช่ความหมายทางสังคมว่า “ทำให้คนสองคนรู้จักกัน” กรรมวาจกช่วยเน้นที่ชนิดพันธุ์และการย้ายเข้าสู่สิ่งแวดล้อมใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ introduce และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The fish ____ the lake during a restocking project.

ดูคำตอบ

were introduced to

Tell me about it. น้ำเสียง/เจตนา

0:27

เห็นด้วยเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Tell me about it. ในความหมายว่า “เข้าใจเลย”

ในที่นี้ Tell me about it. เป็นคำตอบแบบสำนวน หมายถึง “ฉันเข้าใจที่คุณพูดดี” หรือ “ฉันก็เคยเจอปัญหาแบบเดียวกัน” เป็นการเห็นด้วยกับคำบ่น ไม่ได้ขอข้อมูลเพิ่ม ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท หลังจากอีกฝ่ายเล่าเรื่องน่ารำคาญที่คุ้นเคย ประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดรู้สึกหงุดหงิดเหมือนกัน แต่ถ้าอีกฝ่ายเพิ่งพูดถึงเรื่องที่ผู้พูดไม่รู้จริง ๆ คำเดียวกันนี้ก็อาจใช้ตามความหมายตรงตัวเพื่อขอรายละเอียดได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดว่า “The printer has jammed again.” คุณตอบว่า “Tell me about it.” คุณน่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. ฉันไม่เชื่อว่าเครื่องพิมพ์ติดขัด
  2. ช่วยเล่ารายละเอียดของปัญหาเพิ่มอีกหน่อย
  3. ฉันรู้ดีเลยว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน
  4. หยุดพูดเรื่องเครื่องพิมพ์เถอะ
ดูคำตอบ

ฉันรู้ดีเลยว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน

Every time I plant something ไวยากรณ์

0:28

ทุกครั้งที่ฉันปลูกอะไรสักอย่าง

in my garden,

0:30

ในสวนของฉัน

ไวยากรณ์

Every time + อนุประโยค สำหรับสถานการณ์ที่เกิดซ้ำ

Every time ใช้นำสถานการณ์ด้านเวลาที่เกิดซ้ำ และหมายถึง “ทุกครั้งที่” ในประโยคนี้ วลีนี้ทำให้การปลูกบางอย่างเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำและนำไปสู่ผลที่กล่าวในอนุประโยคถัดไปทุกครั้ง ใช้ every time + อนุประโยคที่สมบูรณ์ เช่น Every time I call, she is busy. ไม่ต้องเติม when หลัง every time สำหรับนิสัยหรือรูปแบบที่เกิดซ้ำ ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยคนี้ ไม่ใช้ will

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ทุกครั้ง”: ____ I charge this old phone, it gets hot.

ดูคำตอบ

Every time

squirrels dig it up. กริยาวลี

0:31

กระรอกจะขุดมันขึ้นมา

กริยาวลี

dig it up: ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์และตำแหน่งสรรพนาม

ในประโยคนี้ dig it up หมายถึงขุดเอาสิ่งที่ฝังอยู่ขึ้นมาจากดิน up เน้นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ คือสิ่งนั้นออกมาจากดินแล้ว ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นอย่างเดียว dig up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับ up: dig it up ไม่ใช่ dig up it แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง dig up the bulb และ dig the bulb up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปอดีตของ dig up และสรรพนาม it: The puppy remembered where the ball was buried and ____.

ดูคำตอบ

dug it up

I'm getting really fed up with them. สำนวน

0:34

ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวกับพวกมันแล้ว

สำนวน

getting really fed up with ...: ความรำคาญที่เพิ่มขึ้น

Get fed up with someone or something หมายถึงเริ่มรำคาญหรือเบื่อหน่ายคนหรือสิ่งนั้นมาก โดยมักเกิดจากปัญหาที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ fed up เป็นสำนวนตายตัวในที่นี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการถูกป้อนอาหาร ใน I'm getting... รูป -ing แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ จึงสื่อว่าความรำคาญกำลังเพิ่มขึ้น really ทำให้อารมณ์แรงขึ้น และ with them ระบุคนหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุของความรู้สึกนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าความล่าช้าที่เกิดซ้ำกำลังทำให้ผู้พูดรำคาญมากขึ้นเรื่อย ๆ

  1. I'm getting really feed up with these delays.
  2. I'm getting really fed up with these delays.
  3. I'm getting really fed up to these delays.
  4. I'm really feeding up with these delays.
ดูคำตอบ

I'm getting really fed up with these delays.

Have you tried eating them? ไวยากรณ์

0:36

คุณเคยลองกินพวกมันดูไหม?

ไวยากรณ์

Have you tried eating ...? สำหรับเสนอวิธีแก้ที่อาจได้ผล

Have you tried + -ing? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายเคยลองทำสิ่งหนึ่งเป็นวิธีแก้หรือไม่ และมักแฝงการเสนอว่านั่นอาจเป็นทางออกได้ ในประโยคนี้ eating them ถูกเสนอเป็นทางเลือกที่น่าลอง รูป present perfect ใน Have you tried...? มองย้อนถึงสิ่งที่เคยลองมาจนถึงตอนนี้ จึงทำให้คำแนะนำนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Eat them.

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา restart เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: The screen is frozen. Have you tried ____ the tablet?

ดูคำตอบ

restarting

Sorry, น้ำเสียง/เจตนา

0:38

ขอโทษนะ

what?

0:38

อะไรนะ?

Eat the squirrels?

0:39

กินกระรอกเนี่ยนะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Sorry, what? ...? สำหรับขอคำยืนยันด้วยความประหลาดใจ

Sorry, what? เป็นวลีที่ใช้หยุดและแก้ความเข้าใจในบทสนทนา ตรงนี้ Sorry ช่วยให้การขัดจังหวะฟังนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้เป็นการขอโทษเพราะทำผิด ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจและขอให้อีกฝ่ายยืนยันสิ่งที่เพิ่งได้ยิน Eat the squirrels? นำส่วนที่คาดไม่ถึงมาพูดซ้ำเป็นคำถามสะท้อน การพูดส่วนสั้น ๆ ของคำพูดอีกฝ่ายซ้ำด้วยน้ำเสียงคำถามอาจหมายถึง “พูดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดขึ้นมาทันทีว่า "We should cancel the whole trip." คำตอบใดแสดงความประหลาดใจและขอคำยืนยันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Sorry. I cancelled the whole trip.
  2. Sorry, what? Cancel the whole trip?
  3. That is exactly what I expected.
  4. What is a trip?
ดูคำตอบ

Sorry, what? Cancel the whole trip?

That's right.

0:41

ใช่แล้ว

One of the simplest ways ไวยากรณ์

0:42

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด

to deal with invasive species กริยาวลี

0:43

ในการจัดการกับสายพันธุ์รุกราน

is just to eat them.

0:45

ก็แค่กินพวกมันซะ

ไวยากรณ์

One of the simplest ways to ... is to ...: การเสนอวิธีการ

โครงสร้าง One of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ + to ... + is to ... ใช้เสนอหนึ่งในวิธีที่เป็นไปได้ วลี to ชุดแรกบอกเป้าหมายหรือปัญหา ส่วน is (just) to + กริยารูปพื้นฐานบอกการกระทำที่ควรทำ คำหลักของประธานคือ one จึงใช้กริยาเชื่อมเอกพจน์ is ขณะที่ ways ยังคงเป็นพหูพจน์หลัง one of ในประโยคนี้ just ทำให้การกระทำที่เสนอฟังดูตรงไปตรงมาหรือเรียบง่ายเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายโดยใช้คำกริยาในวงเล็บ: One of the easiest ways to remember a new word ____ it in a sentence. (use)

ดูคำตอบ

is to use

กริยาวลี

deal with invasive species: จัดการเรื่องที่ยุ่งยาก

ใน deal with invasive species คำว่า deal with หมายถึงลงมือรับมือหรือจัดการเรื่องที่ยุ่งยาก กรรมจะตามหลัง with เช่น deal with a problem, a situation หรือ a complaint ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการค้าขายกับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น และ deal with เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้บอกว่าปัญหาได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

แบบฝึกหัด

ลูกค้าร้องเรียนและทีมกำลังดำเนินการอยู่ แต่ยังจัดการไม่เสร็จ ประโยคใดตรงกับสถานการณ์มากที่สุด?

  1. The team has solved the problem.
  2. The team is dealing with the complaint.
  3. The team is trading with the complaint.
ดูคำตอบ

The team is dealing with the complaint.

In this programme,

0:47

ในรายการนี้

we'll be hearing about วลี

0:48

เราจะได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับ

initiatives

0:49

โครงการริเริ่ม

in the UK and Belize

0:50

ในสหราชอาณาจักรและเบลีซ

วลี

we'll be hearing about: เกริ่นสิ่งที่จะนำเสนอต่อไป

ในบทนำนี้ we'll be hearing about ใช้บอกผู้ฟังว่าจะมีการนำเสนอข้อมูลอะไรในภายหลัง Hear about หมายถึงการได้รับหรือรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเพียงการได้ยินเสียง รูปอนาคตกำลังกระทำ will be hearing นำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของรายการที่วางแผนไว้หรือประสบการณ์ร่วมกัน จึงมักฟังเหมือนการเกริ่นลำดับเนื้อหาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่คำสัญญาที่หนักแน่นหรือคำสั่ง

แบบฝึกหัด

ในบทนำของพอดแคสต์ we'll be hearing about มักทำหน้าที่อะไร

  1. สัญญาว่าจะไม่มีการพูดถึงหัวข้อนี้เลย
  2. ขอให้ผู้ฟังเพิ่มระดับเสียง
  3. บอกว่าผู้ฟังไม่ได้ยินบางอย่างในอดีต
  4. เกริ่นข้อมูลที่จะนำเสนอในภายหลัง
ดูคำตอบ

เกริ่นข้อมูลที่จะนำเสนอในภายหลัง

that are trying to get people ไวยากรณ์

0:52

ที่พยายามให้ผู้คน

to improve things

0:54

ปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น

ไวยากรณ์

trying to get people to improve things: ใช้ get someone to do เพื่อกระตุ้นให้ลงมือทำ

Trying to get people to improve things รวมโครงสร้างสองแบบเข้าด้วยกัน คือ try to do something และ get someone to do something ในที่นี้ get หมายถึงการโน้มน้าว สนับสนุน จัดการ หรือใช้วิธีอื่นเพื่อทำให้ผู้คนลงมือทำ โดย people เป็นกรรม และ to improve ระบุการกระทำ Trying to แสดงว่าการทำให้เกิดการตอบสนองนี้เป็นเป้าหมาย ไม่ได้หมายความว่าความพยายามสำเร็จแล้ว ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงอธิบายความพยายามที่จะโน้มน้าวผู้คนให้ลงมือปรับปรุง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง get + person + to + verb โดยใช้ residents และ save water: The campaign is trying to ____.

ดูคำตอบ

get residents to save water

using their stomachs. สำนวน

0:55

โดยใช้กระเพาะของพวกเขา

สำนวน

using their stomachs: วิธีพูดเชิงขำขันว่า “ด้วยการกิน”

ในประโยคนี้ using their stomachs เป็นวิธีพูดแบบขำ ๆ ว่า “ด้วยการกิน” แนวคิดคือผู้คนช่วยควบคุมชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานได้ด้วยการกินมัน ไม่ได้หมายถึงใช้กระเพาะเป็นเครื่องมือจริง ๆ ส่วนของร่างกายถูกใช้แทนการกระทำที่เกี่ยวข้อง ทำให้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมฟังดูเบาและจำง่ายขึ้น แต่บริบทต้องทำให้ชัดว่ากำลังหมายถึงการทำอะไร

แบบฝึกหัด

ในบริบทด้านสิ่งแวดล้อมนี้ using their stomachs หมายถึงอะไร

  1. ศึกษาโรคของกระเพาะอาหาร
  2. ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้นด้วยการออกกำลังกาย
  3. ช่วยด้วยการกินชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน
ดูคำตอบ

ช่วยด้วยการกินชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน

Okay,

0:57

โอเค

but before that,

0:57

แต่ก่อนหน้านั้น

I've got a question for you, Phil. วลี

0:59

ฉันมีคำถามมาถามคุณ ฟิล

วลี

I've got a question for you: การเกริ่นคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ

I've got a question for you หมายถึงผู้พูดมีคำถามที่ต้องการถามผู้ฟัง ในที่นี้ have got แสดงว่ามีบางสิ่งอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเพิ่งได้รับคำถามมา วลีทั้งชุดทำหน้าที่เป็นสัญญาณในการสนทนา ช่วยให้ผู้ฟังมีเวลาสั้น ๆ เพื่อหันมาสนใจ และบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่ากำลังจะมีคำถามตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเดียวกับที่เรียนให้ตรงทุกคำ: Before we finish, ____ about next week's trip.

ดูคำตอบ

I've got a question for you

Lionfish are aggressive predators, การใช้คำ

1:01

ปลาไลออนฟิชเป็นนักล่าที่ก้าวร้าว

which hunt over 50 different varieties of fish. ไวยากรณ์

1:03

ซึ่งล่าปลาอื่นๆ มากกว่า 50 ชนิด

การใช้คำ

aggressive predators: นักล่าที่ดุดันในระบบนิเวศ

ในประโยคนี้ aggressive predators บอกว่าปลาสิงโตเป็นสัตว์ที่ล่าสัตว์อื่นอย่างแข็งขันและรุนแรงเพื่อเป็นอาหาร คำว่า aggressive เน้นลักษณะการล่าของมันและสื่อว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก Predator เป็นชื่อบทบาทในห่วงโซ่อาหาร ไม่ใช่การตัดสินว่าสัตว์นั้น “เลว” ทางศีลธรรม สัตว์ที่ล่าคือ predator ส่วนสัตว์ที่ถูกล่าคือ prey

แบบฝึกหัด

Lionfish are aggressive predators หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. มันเป็นสัตว์ที่เลวทางศีลธรรม ไม่ว่าจะล่าหรือไม่ก็ตาม
  2. มันล่าสัตว์อื่นเพื่อเป็นอาหาร และ aggressive บรรยายพฤติกรรมการล่าที่รุนแรง
  3. มันต้องโจมตีคนทุกครั้งที่เห็น
  4. มันเป็น prey ไม่ใช่ผู้ล่า
ดูคำตอบ

มันล่าสัตว์อื่นเพื่อเป็นอาหาร และ aggressive บรรยายพฤติกรรมการล่าที่รุนแรง

ไวยากรณ์

which hunt ...: เพิ่มข้อมูลด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ

เครื่องหมายจุลภาคตามด้วย which ใช้เปิดอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ อนุประโยคนี้เพิ่มข้อมูลว่าปลาสิงโตซึ่งเป็นสิ่งที่ระบุชัดแล้วล่าปลากว่า 50 ชนิด หากตัดอนุประโยคนี้ออก Lionfish are aggressive predators ก็ยังเป็นประโยคหลักที่สมบูรณ์ ในที่นี้ which เป็นประธานของ hunt และในแง่ความหมายอ้างถึง lionfish ซึ่งเป็นพหูพจน์ในประโยคหลัก ดังนั้นจึงใช้ hunt ไม่ใช่ hunts และไม่ได้อ้างไปข้างหน้าถึง varieties of fish

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบไม่จำกัดความได้ถูกต้อง?

  1. The research boat which, arrived yesterday, is ready to leave.
  2. The research boat, that arrived yesterday, is ready to leave.
  3. The research boat, which arrived yesterday, is ready to leave.
  4. The research boat, which arrive yesterday, is ready to leave.
ดูคำตอบ

The research boat, which arrived yesterday, is ready to leave.

To help them do this,

1:07

เพื่อช่วยให้พวกมันทำแบบนี้ได้

their stomachs can expand.

1:08

กระเพาะของพวกมันสามารถขยายตัวได้

But by how much? วลี

1:11

แต่ขยายได้เท่าไหร่ล่ะ?

วลี

ถามขนาดของการเปลี่ยนแปลงด้วย by how much

by how much ใช้ถามขนาดของการเปลี่ยนแปลงหรือความแตกต่างที่ทราบอยู่แล้ว คำบุพบท by ทำให้เน้นช่องว่างระหว่างค่าสองค่า ไม่ใช่ค่าผลลัพธ์สุดท้าย ในที่นี้ But by how much? เป็นคำถามต่อเนื่องแบบละคำที่เข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น อาจใช้แทนคำถามเต็มว่า But by how much did it decrease?

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งบอกว่าแบตเตอรี่ใหม่ใช้งานได้นานกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าต่างกันเท่าไร คำถามต่อเนื่องข้อใดถามถึงความแตกต่างนั้นได้ชัดเจนที่สุด?

  1. But at how much?
  2. But what much?
  3. But by how much?
  4. But how many?
ดูคำตอบ

But by how much?

Is it A,

1:13

ข้อ A

10 times its original size?

1:14

10 เท่าของขนาดเดิม?

B,

1:17

ข้อ B

30 times?

1:17

30 เท่า?

Or C,

1:19

หรือข้อ C

50 times?

1:20

50 เท่า?

Wow,

1:21

ว้าว

those numbers all seem incredibly big.

1:22

ตัวเลขเหล่านั้นดูใหญ่โตมากอย่างไม่น่าเชื่อ

I mean, น้ำเสียง/เจตนา

1:24

ฉันหมายถึง

can't be more than 10 times, ไวยากรณ์

1:25

มันไม่น่าจะเกิน 10 เท่าได้

can it?

1:27

ใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

I mean ในฐานะสัญญาณของการชี้แจง

ในประโยคนี้ I mean เป็นเครื่องหมายเชื่อมความคิดในภาษาพูด โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะทำให้ประเด็นชัดขึ้นและเสนอการคาดคะเนที่หนักแน่นกว่าเดิม นั่นคือ มันไม่น่าจะมากกว่าสิบเท่า I mean ไม่ใช่ข้อมูลข้อเท็จจริงหลักและอาจไม่จำเป็นต้องแปลตรงตัวทุกคำ เมื่อได้ยิน ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่าต่อไปจะมีคำชี้แจง การแก้ไข หรือการตัดสินที่หนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน “I mean, we need a safer plan,” คำว่า I mean ทำหน้าที่อะไร?

  1. ถามความหมายของ mean ในพจนานุกรม
  2. แสดงว่าผู้พูดพูดจบแล้ว
  3. ระบุว่าผลลัพธ์มาจากการคำนวณที่แม่นยำ
  4. ใช้เกริ่นคำชี้แจงหรือการกล่าวซ้ำที่หนักแน่นขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นคำชี้แจงหรือการกล่าวซ้ำที่หนักแน่นขึ้น

ไวยากรณ์

can't be more than ..., can it?: การขอคำยืนยันต่อข้อสรุปเชิงปฏิเสธ

ในประโยคนี้ can't be more than 10 times บอกขีดจำกัดสูงสุดที่ผู้พูดคาดไว้ กล่าวคือ ผู้พูดเชื่อว่าจำนวนครั้งไม่เกินสิบครั้ง คำถามพ่วงรูปบอกเล่า can it? ใช้ตรวจสอบข้อสรุปเชิงปฏิเสธนั้น ไม่ใช่คำถามใหม่เพื่อถามจำนวนครั้ง ประโยคปฏิเสธที่มี can't โดยปกติจะตามด้วยคำถามพ่วงรูปบอกเล่า can it? ซึ่งใช้กริยาช่วยเดิมและสรรพนามที่สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ถูกต้องในคำถามพ่วง: The ticket can't cost more than £20, ____?

ดูคำตอบ

can it

Well,

1:28

เอาล่ะ

I will reveal the answer later in the programme. วลี

1:28

ผมจะเฉลยคำตอบในภายหลังของรายการ

วลี

will reveal the answer: การบอกว่าจะเฉลยคำตอบในภายหลัง

Reveal the answer หมายถึงการทำให้คำตอบที่เคยถูกซ่อน เก็บไว้ก่อน หรือยังไม่มีใครรู้ กลายเป็นที่รับรู้ Will reveal เป็นการบอกล่วงหน้าว่าจะเปิดเผยคำตอบในภายหลัง ในรายการ คำนี้สร้างความคาดหวังด้วยการสัญญาว่าผู้ชมจะได้รู้คำตอบในเวลาที่กำหนดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากคำอธิบายนี้: The quiz host will ____ after the final question.

ดูคำตอบ

reveal the answer

Before that, ลำดับความ

1:32

ก่อนหน้านั้น

let's get back to your squirrel problem.

1:33

กลับมาที่ปัญหากระรอกของคุณก่อน

ลำดับความ

Before that, let's get back to: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

Before that วางเหตุการณ์หรือขั้นตอนที่เพิ่งกล่าวถึงไว้ทีหลังในลำดับ หมายความว่าผู้พูดจะทำอย่างอื่นก่อน ส่วน Let's get back to พาบทสนทนากลับไปยังหัวข้อที่เคยพูดถึงแล้ว เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองส่วนเป็นคำเปลี่ยนเรื่องที่ช่วยจัดลำดับความคาดหมายของผู้ฟัง ในประโยคนี้ ขั้นตอนถัดไปที่เพิ่งบอกไว้ถูกเลื่อนไว้ทีหลัง ขณะที่ผู้พูดกลับมาที่ปัญหาเรื่องกระรอก

แบบฝึกหัด

คำเปลี่ยนเรื่องนี้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. ผู้พูดกำลังเปิดหัวข้อใหม่ทั้งหมดที่ไม่เชื่อมโยงกับเรื่องก่อนหน้า
  2. ผู้พูดกำลังจบการสนทนาทันที
  3. ผู้พูดจะกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า ก่อนทำสิ่งถัดไป
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า ก่อนทำสิ่งถัดไป

There's a restaurant in London

1:36

มีร้านอาหารแห่งหนึ่งในลอนดอน

that offers squirrel kebabs.

1:37

ที่ขายเคบับกระรอก

They specialize in food โน้ต

1:40

พวกเขาเชี่ยวชาญด้านอาหาร

made from invasive species.

1:41

ที่ทำมาจากสายพันธุ์รุกราน

วลี

specialize in: การบอกสาขาที่เชี่ยวชาญ

Specialize in หมายถึงการมุ่งทักษะ ความรู้ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการทางวิชาชีพไปที่สาขาเฉพาะ ในประโยคนี้หมายความว่าอาหารหลักที่พวกเขานำเสนอคืออาหารที่ทำจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน หลัง in ใช้นามวลีหรือรูป -ing เช่น specialize in seafood และ specialize in repairing clocks

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ specialize และบุพบทที่จำเป็น: This clinic ____ treating sports injuries.

ดูคำตอบ

specializes in

ไวยากรณ์

food made from invasive species: วลีรูป past participle หลังคำนาม

ใน food made from invasive species วลี made from invasive species เป็นวลีรูป past participle ที่วางหลัง food วลีนี้ระบุว่าหมายถึงอาหารชนิดใด และสามารถขยายเป็น food that is made from invasive species ได้ ภายในวลี made from ใช้บอกแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กล่าวคือ มีการนำสิ่งมีชีวิตที่จัดเป็นชนิดพันธุ์รุกรานมาผลิตอาหาร โครงสร้าง “คำนาม + past participle” เป็นวิธีอธิบายสินค้าอย่างกระชับที่พบได้ในเมนู ฉลาก และงานเขียนให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีรูป past participle หลังคำนามเพื่อระบุว่าเป็นขนมปังชนิดใด

  1. The shop made bread from local rye.
  2. The bread comes with local rye.
  3. The shop sells bread made from local rye.
ดูคำตอบ

The shop sells bread made from local rye.

So,

1:44

ดังนั้น

if that's not to your taste, สำนวน

1:44

หากนั่นไม่ถูกปากคุณ

สำนวน

if that's not to your taste: ความชอบและทางเลือกที่สุภาพ

Be to someone's taste หมายถึง “ตรงกับความชอบของใครบางคน” ในที่นี้ that's not to your taste หมายความว่าตัวเลือกก่อนหน้าอาจไม่ถูกใจผู้ฟัง Taste ใช้พูดถึงรสชาติได้ แต่ก็หมายถึงความชอบส่วนตัวได้เช่นกัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เปิดพื้นที่ให้ความชอบที่แตกต่างอย่างนุ่มนวล และโดยทั่วไปเป็นการเตรียมเสนออีกตัวเลือกหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้ taste และหมายถึง “ตรงกับความชอบของคุณ”: If jazz isn't ____, we can listen to pop instead.

ดูคำตอบ

to your taste

you could try Japanese knotweed beer. โน้ต

1:46

คุณอาจลองเบียร์จากวัชพืชญี่ปุ่นดู

น้ำเสียง/เจตนา

You could try ...: เสนอทางเลือกอย่างนุ่มนวล

You could try ... ใช้ could เพื่อทำให้คำแนะนำนุ่มนวลลง ในที่นี้ could ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต แต่เสนอการกระทำหรือสิ่งหนึ่งเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้ รูปแบบคือ You could try + คำนามหรือรูป -ing ผู้ฟังยังเป็นคนตัดสินใจ จึงกดดันน้อยกว่าคำสั่งตรง ๆ หรือคำแนะนำที่หนักแน่นกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวลและยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกเอง?

  1. You could try drawing the plan first.
  2. You must draw the plan first.
  3. You should draw the plan first.
ดูคำตอบ

You could try drawing the plan first.

วัฒนธรรม

Japanese knotweed beer: ชื่อพืชในคำประสม

Japanese knotweed เป็นชื่อเต็มของพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกได้ว่าต้นนอตวีดญี่ปุ่น ใน Japanese knotweed beer การแบ่งกลุ่มคือ [Japanese knotweed] + beer จึงหมายถึงเบียร์ที่ทำจากพืชชนิดนี้ ไม่ใช่เบียร์ทั่วไปจากญี่ปุ่น ในสหราชอาณาจักร ต้นนอตวีดญี่ปุ่นเป็นพืชรุกราน ในที่นี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการนำสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นรุกรานมาทำเป็นของที่ผู้คนบริโภคได้

แบบฝึกหัด

Japanese knotweed beer ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เบียร์ธรรมดาชนิดใดก็ได้ที่ผลิตในญี่ปุ่น
  2. เบียร์ที่เสิร์ฟข้างวัชพืชเท่านั้น
  3. เบียร์ที่ทำจากพืชชื่อ Japanese knotweed
ดูคำตอบ

เบียร์ที่ทำจากพืชชื่อ Japanese knotweed

This invasive plant

1:49

พืชรุกรานชนิดนี้

has caused a lot of problems in the UK, วลี

1:51

สร้างปัญหามากมายในสหราชอาณาจักร

but just why is it so damaging?

1:54

แต่ทำไมมันถึงสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้?

วลี

has caused a lot of problems: present perfect กับผลกระทบในปัจจุบัน

Has caused เป็นรูป present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + กริยาช่องสาม caused รูปนี้บอกว่าปัญหาเกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ พร้อมกับนำเสนอว่าปัญหานั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน Cause a lot of problems เป็นรูปคำกริยากับกรรมที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง “ก่อให้เกิดความยุ่งยากมากมาย” ประโยคนี้ไม่ได้ระบุช่วงเวลาในอดีตที่จบไปแล้ว แต่สรุปผลกระทบของพืชจนถึงปัจจุบันก่อนถามว่าเหตุใดมันจึงสร้างความเสียหายมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ present perfect ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเชื่อมความเสียหายก่อนหน้านี้กับผลที่ยังเป็นจริงในปัจจุบัน

  1. The storm will cause serious damage, but the roads reopened yesterday.
  2. The storm caused serious damage last Tuesday, and all repairs finished that evening.
  3. The storm has caused serious damage, and several roads are still closed.
ดูคำตอบ

The storm has caused serious damage, and several roads are still closed.

Host of BBC World Service program

1:58

พิธีกรรายการของ BBC World Service

People Fixing the World,

2:00

ที่ชื่อ People Fixing the World

Myra Anubi explains.

2:01

ไมรา อานูบี อธิบายว่า

Japanese knotweed is an extremely invasive plant วัฒนธรรม

2:04

วัชพืชญี่ปุ่นเป็นพืชที่รุกรานอย่างรุนแรง

that arrived in Europe

2:08

ที่มาถึงยุโรป

from Japan over a century ago.

2:09

จากญี่ปุ่นเมื่อกว่าศตวรรษที่แล้ว

วัฒนธรรม

Japanese knotweed is an extremely invasive plant: Japanese knotweed เป็นพืชรุกรานอย่างรุนแรง

Japanese knotweed เป็นชื่อสามัญภาษาอังกฤษของพืชชนิดนี้ การเรียกว่า an extremely invasive plant หมายความว่า เมื่ออยู่นอกเขตถิ่นกำเนิด พืชนี้สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงในสภาพแวดล้อมใหม่ นี่คือข้อมูลพื้นฐานขั้นต่ำที่ต้องใช้เพื่อเข้าใจเนื้อหา พืชชนิดนี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องควบคุม ไม่ใช่เพียงพืชที่มาจากญี่ปุ่น Extremely เพิ่มระดับความหมายของ invasive ไม่ได้หมายความเพียงว่าพืชชนิดนี้เติบโตได้ดี

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ an extremely invasive plant มากที่สุด

  1. มันมาจากอีกภูมิภาคหนึ่ง แต่ไม่แพร่กระจายหรือก่อให้เกิดความเสียหาย
  2. มันคือพืชชนิดใดก็ตามที่เติบโตสูงผิดปกติ
  3. มันแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดความเสียหายในสภาพแวดล้อมใหม่
ดูคำตอบ

มันแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดความเสียหายในสภาพแวดล้อมใหม่

This super weed doesn't just grow fast. ลำดับความ

2:12

สุดยอดวัชพืชนี้ไม่เพียงแต่โตเร็วเท่านั้น

ลำดับความ

doesn't just grow fast: ส่งสัญญาณว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม

ใน doesn't just grow fast คำว่า doesn't just ไม่ได้ปฏิเสธว่าวัชพืชโตเร็ว แต่ปฏิเสธแนวคิดที่ว่า การโตเร็วเป็นข้อเท็จจริงสำคัญเพียงอย่างเดียว โครงสร้าง doesn't just X ใช้ปูทางไปสู่ข้อมูลข้อที่สอง ซึ่งมักตามด้วย it also Y หรืออยู่ในประโยคถัดไป โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังให้คาดว่าจะมีข้อมูลที่เสริม X หรืออาจสำคัญกว่า X

แบบฝึกหัด

“The app doesn't just save time; it also reduces mistakes” สื่ออะไรกับผู้ฟัง?

  1. การประหยัดเวลาเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวของแอป
  2. แอปไม่ได้ช่วยประหยัดเวลา
  3. แอปช่วยประหยัดเวลาและยังมีข้อดีอีกอย่าง
ดูคำตอบ

แอปช่วยประหยัดเวลาและยังมีข้อดีอีกอย่าง

It has root systems การใช้คำ

2:15

มันยังมีระบบราก

การใช้คำ

root systems: โครงสร้างสมบูรณ์ที่เกิดจากรากของพืช

root system คือรากทั้งหมดของพืชและการจัดเรียงของรากที่ทำงานร่วมกันเป็นโครงสร้างเดียว ในคำนามประสม root systems คำว่า root เป็นคำขยายรูปเอกพจน์ ส่วน systems เป็นคำนามหลักรูปพหูพจน์ ในที่นี้ root systems เน้นโครงสร้างใต้ดินทั้งหมด แทนที่จะเน้นรากแต่ละเส้น มุมมองนี้มีประโยชน์เมื่ออธิบายว่าพืชแพร่กระจาย ดูดน้ำ ยึดติดกับดิน หรือต้านทานการกำจัดได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงโครงสร้างรากใต้ดินที่สมบูรณ์ของพืชหลายต้น?

  1. individual roots
  2. root tips
  3. root systems
ดูคำตอบ

root systems

that are so strong and resilient โน้ต

2:16

ที่แข็งแรงและทนทานมาก

that they can withstand molten lava, การใช้คำ

2:18

จนสามารถทนต่อลาวาหลอมเหลว

ไวยากรณ์

so strong and resilient that ...: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับของลักษณะเข้ากับผลที่เกิดขึ้น so strong and resilient บอกว่ามีลักษณะนั้นในระดับสูงมาก ส่วน that they can withstand molten lava บอกผลจากระดับดังกล่าว ระหว่าง so กับ that สามารถวางคำคุณศัพท์ได้มากกว่าหนึ่งคำ ในประโยคเต็ม that ตัวแรกนำอนุประโยคที่ขยาย root systems ส่วน that หลัง resilient นำอนุประโยคแสดงผล

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแสดงผลด้วย so ... that: The suitcase was ____ heavy ____ Mia could not lift it.

ดูคำตอบ

so · that

การใช้คำ

withstand molten lava: ทนต่อความร้อนรุนแรงโดยไม่เสียหาย

ในประโยคนี้ withstand หมายถึงการยังคงแข็งแรงหรือใช้งานได้เมื่อเผชิญกับสิ่งที่สร้างความเสียหาย รากสามารถทนต่อความร้อนและพลังรุนแรงของลาวาหลอมเหลวได้โดยไม่ถูกทำลาย Withstand เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม จึงตามด้วยแรงหรือสภาพที่ต้องทนโดยตรง เช่น withstand heat, pressure, impact หรือ attack จุดสำคัญคือการผ่านบททดสอบที่รุนแรงได้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ withstand ได้ถูกต้อง

  1. The emergency shelter can withstand strong winds.
  2. The emergency shelter can withstand to strong winds.
  3. The emergency shelter can withstand against strong winds.
ดูคำตอบ

The emergency shelter can withstand strong winds.

การใช้คำ

resilient: ทนต่อการหยุดชะงักและฟื้นตัว

resilient ใช้บรรยายคนหรือสิ่งที่รับมือกับแรงกดดัน ความเสียหาย หรือการหยุดชะงักได้ และยังทำงานต่อหรือฟื้นตัวได้ ในที่นี้หมายความว่าระบบรากไม่ถูกสภาพแวดล้อมสุดขั้วทำลายได้ง่าย ลักษณะของความยืดหยุ่นและการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับคำนามที่ขยาย คนสามารถฟื้นจากความยากลำบาก ชุมชนสามารถสร้างขึ้นใหม่ ระบบสามารถทำงานต่อหรือฟื้นกลับมา และวัสดุสามารถคืนรูปหลังจากถูกงอ

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด: The backup system kept working during the outage and recovered quickly afterward. It was highly ___.

  1. strong
  2. resilient
  3. resistant
ดูคำตอบ

resilient

choke out surrounding plants, กริยาวลี

2:21

แย่งอากาศพืชรอบข้าง

กริยาวลี

choke out surrounding plants: กดการเติบโตของพืชด้วยการแข่งขัน

ในที่นี้ choke out หมายถึงการแย่งพื้นที่ แสง น้ำ หรือสารอาหารจากพืชใกล้เคียงจนพืชเหล่านั้นเติบโตตามปกติไม่ได้ เป็นการบอกผลของการแข่งขันที่รุนแรง ไม่ใช่การทำให้สำลักตามความหมายตรงตัว คำว่า out เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ คือพืชรอบข้างถูกเบียดออกไปหรือถูกกำจัด ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงการกดทับอย่างรุนแรง ซึ่งมักจบลงด้วยการตายหรือหายไป

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางนิเวศวิทยา ประโยคใดแสดงความหมายของ choke out ได้ดีที่สุด

  1. Dense ivy choked out the seedlings by blocking their light.
  2. Dense ivy protected the seedlings from strong sunlight.
  3. Dense ivy decorated the fence beside the seedlings.
ดูคำตอบ

Dense ivy choked out the seedlings by blocking their light.

and cause a lot of damage to buildings. วลี

2:22

และสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอาคาร

วลี

cause a lot of damage to buildings: สร้างความเสียหายอย่างมากต่ออาคาร

cause damage to + คำนาม หมายถึงทำให้บุคคล สถานที่ หรือสิ่งของที่อยู่หลัง to ได้รับอันตรายหรือความเสียหาย ในที่นี้ cause เป็นคำกริยา damage เป็นคำนามที่โดยปกตินับไม่ได้ และ buildings ระบุสิ่งที่ได้รับความเสียหาย A lot of บอกปริมาณของความเสียหาย วลีนี้สื่อว่ามีความเสียหายมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าอาคารถูกทำลายทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำที่เข้าคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติและใช้ damage เป็นคำนามนับไม่ได้

  1. The storm made serious damage to the bridge.
  2. The storm caused many damages to the bridge.
  3. The storm caused serious damage to the bridge.
ดูคำตอบ

The storm caused serious damage to the bridge.

Myra tells us that Japanese knotweed is resilient.

2:26

ไมราบอกเราว่าวัชพืชญี่ปุ่นมีความทนทาน (resilient)

If something or someone is resilient, ลำดับความ

2:30

หากสิ่งใดหรือใครสักคนมีความยืดหยุ่นทนทาน

then it means that it or they can resist attempts to stop them.

2:33

นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถต้านทานความพยายามที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้

ลำดับความ

If something or someone is ..., then ... ในฐานะกรอบการให้คำนิยาม

ในกรอบการอธิบายนี้ อนุประโยคที่มี if จะกล่าวถึงบุคคลหรือสิ่งของที่มีคุณสมบัติบางอย่างก่อน จากนั้นอนุประโยคหลัง then จะอธิบายว่าคุณสมบัตินั้นหมายถึงอะไรหรือสังเกตได้อย่างไร ในประโยคนี้ resilient ถูกนำเสนอขึ้นมาก่อน แล้วส่วนที่เหลือของประโยคจึงให้คำนิยาม ดังนั้น if ... then ... จัดข้อมูลในรูปแบบที่มีคำศัพท์ก่อนแล้วตามด้วยคำอธิบาย ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการทำนายเหตุการณ์ในอนาคต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ If ... then ... เพื่อนิยามคำศัพท์ แทนที่จะบอกเหตุการณ์และผลลัพธ์

  1. If it rains tomorrow, then the match will be cancelled.
  2. If a material is biodegradable, then it can break down naturally.
  3. If you finish early, then call me.
ดูคำตอบ

If a material is biodegradable, then it can break down naturally.

And another word for resist is withstand.

2:37

และอีกคำหนึ่งของคำว่า resist (ต้านทาน) ก็คือ withstand (ทนทาน)

If you can withstand an attack or damage,

2:41

ถ้าคุณสามารถทนทานต่อการโจมตีหรือความเสียหายได้

then you don't let it affect you.

2:43

คุณก็จะไม่ปล่อยให้มันส่งผลกระทบต่อคุณ

We heard that Japanese knotweed's roots

2:46

เราได้ยินมาว่ารากของวัชพืชญี่ปุ่น

can withstand lava

2:48

สามารถทนต่อลาวา

from a volcano.

2:50

จากภูเขาไฟได้

We also heard that Japanese knotweed

2:52

เรายังได้ยินอีกว่าวัชพืชญี่ปุ่น

can choke out other plants.

2:54

สามารถแย่งพื้นที่ (choke out) พืชชนิดอื่นได้

By this, ลำดับความ

2:57

ในความหมายนี้

we mean that it takes the space

2:57

หมายความว่ามันแย่งพื้นที่

and the resources such as light ลำดับความ

2:59

และทรัพยากร เช่น แสงสว่าง

and water

3:01

และน้ำ

that they need to survive.

3:01

ที่พืชอื่นต้องใช้เพื่อความอยู่รอด

ลำดับความ

By this, we mean that: สัญญาณว่ากำลังจะอธิบายให้ชัดเจน

By this ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดหรือข้อความที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน we mean that ใช้นำคำอธิบายที่เจาะจงของแนวคิดนั้น เมื่อรวมกัน By this, we mean that เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่บอกว่าสิ่งที่ตามมาคือการชี้แจง ไม่ใช่หัวข้อใหม่ ในประโยคนี้ อนุประโยคหลัง that อธิบายอย่างชัดเจนว่าข้อความก่อนหน้าหมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

By this, we mean that ... ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ผู้พูดจะอธิบายแนวคิดก่อนหน้าให้ชัดเจนขึ้น
  2. ผู้พูดจะเลิกพยายามอธิบาย
  3. ผู้พูดจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะอธิบายแนวคิดก่อนหน้าให้ชัดเจนขึ้น

ลำดับความ

such as light and water: การยกตัวอย่าง

Such as ใช้นำตัวอย่างจากหมวดหมู่ที่กว้างกว่า ในที่นี้ resources คือหมวดหมู่ ส่วน light and water คือตัวอย่างของทรัพยากร ตัวอย่างเหล่านี้มักไม่ใช่รายการทั้งหมด วลีนี้ช่วยพาจากแนวคิดทั่วไปไปยังสมาชิกที่เจาะจงในกลุ่มนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้แนะนำตัวอย่าง: The museum displays ancient tools, ____ knives and farming equipment.

ดูคำตอบ

such as

And knotweed is not the only invasive species problem

3:03

และวัชพืชญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ปัญหาของสายพันธุ์รุกรานเพียงอย่างเดียว

with a tasty solution. สำนวน

3:07

ที่มีวิธีแก้ปัญหาที่แสนอร่อย

สำนวน

with a tasty solution: วิธีแก้แบบขบขันที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

with a tasty solution ขยายกลุ่มคำนามที่อยู่ข้างหน้า คือ an invasive species problem ในที่นี้ solution หมายถึงวิธีจัดการปัญหา ส่วน tasty บอกเป็นนัยว่าสามารถนำชนิดพันธุ์รุกรานนั้นมากินได้ เนื่องจากวิธีแก้ปัญหาไม่ใช่อาหารตามความหมายตรงตัว การนำ tasty มาใช้กับ solution จึงเกิดเป็นการเล่นคำแบบเบา ๆ ในพาดหัวลักษณะคล้ายกัน ให้มองหาการกระทำที่เป็นทั้งวิธีรับมือที่ใช้ได้จริงและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนกินได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a tasty solution แบบขบขันเพื่อกล่าวถึงวิธีแก้ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

  1. The town found a tasty solution to its apple surplus: it baked the apples into pies.
  2. The town called the correct answer to a maths problem a tasty solution because it was accurate.
  3. The town called a new parking rule a tasty solution, although no food was involved.
ดูคำตอบ

The town found a tasty solution to its apple surplus: it baked the apples into pies.

In Belize,

3:09

ในเบลีซ

since 2008,

3:10

ตั้งแต่ปี 2008

lionfish have had a massive impact วลี

3:12

ปลาไลออนฟิชได้ส่งผลกระทบอย่างหนัก

on coral reefs

3:15

ต่อแนวปะการัง

and native wildlife. การใช้คำ

3:16

และสัตว์ป่าพื้นเมือง

วลี

have had a massive impact on: ผลกระทบขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

have had a massive impact on หมายถึงได้ส่งผลต่อบางสิ่งอย่างมาก โดยรูปคำที่ใช้คู่กันเป็นหลักคือ have an impact on และ massive ทำให้ระดับของผลกระทบรุนแรงขึ้น ส่วน impact อาจเป็นผลดีหรือผลเสียก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท since 2008 ระบุจุดเริ่มต้นที่ต่อเนื่องมาถึงช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง จึงใช้ present perfect รูป have had และเมื่อ lionfish เป็นประธานพหูพจน์ ต้องใช้ have ไม่ใช่ has

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ทุกคำ เพื่อบอกถึงผลกระทบที่ใหญ่มากและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2020: Since 2020, the new bus routes ____ local traffic.

ดูคำตอบ

have had a massive impact on

การใช้คำ

native wildlife: สัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในพื้นที่หนึ่ง

ในที่นี้ native หมายถึงการเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่หรือระบบนิเวศหนึ่งตามธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกนำเข้ามาจากที่อื่น Native wildlife จึงหมายถึงสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในเบลีซ wildlife เป็นคำนามรวมที่โดยทั่วไปนับไม่ได้ ใช้เรียกสัตว์ป่าโดยรวม วลีนี้บอกถึงถิ่นกำเนิดทางนิเวศ ไม่ได้หมายถึงสัญชาติของคน

แบบฝึกหัด

ในรายงานด้านนิเวศวิทยา "native wildlife" หมายถึงอะไร

  1. สัตว์ป่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่นั้น
  2. สัตว์ป่าที่เพิ่งถูกนำเข้ามาในพื้นที่นั้น
  3. คนที่เกิดในประเทศนั้น
ดูคำตอบ

สัตว์ป่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่นั้น

They can eat four times as much as native species. ไวยากรณ์

3:18

พวกมันกินได้มากกว่าสายพันธุ์พื้นเมืองถึงสี่เท่า

ไวยากรณ์

four times as much as: การเปรียบเทียบปริมาณ

โครงสร้าง ตัวเลข + times + as much + (คำนามนับไม่ได้) + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณ Four times as much as หมายความว่าปริมาณหนึ่งเป็นสี่เท่าของอีกปริมาณหนึ่ง ในประโยคนี้ สิ่งที่เปรียบเทียบคือปริมาณอาหารที่กิน ไม่ใช่จำนวนสัตว์ หลัง native species มีการละวลีกริยาที่ซ้ำกันคือ can eat รูปเต็มที่เข้าใจได้คือ They can eat four times as much as native species can eat. ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำเมื่อความสัมพันธ์ในการเปรียบเทียบยังชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อบอกว่าเครื่องทำความร้อนเครื่องใหม่ใช้ไฟฟ้าเป็นสี่เท่า: The new heater uses ____ electricity as the old one.

ดูคำตอบ

four times as much

BBC World Service program

3:22

รายการของ BBC World Service

People Fixing the World

3:24

ที่ชื่อ People Fixing the World

went to investigate.

3:26

ได้ไปสืบสวนเรื่องนี้

Here's Marisol Amaya

3:27

นี่คือมาริซอล อมายา

talking to Celso Sho from Marine Conservation NGO Blue Ventures วัฒนธรรม

3:29

กำลังพูดคุยกับ เซลโซ โช จากองค์กรเอ็นจีโอด้านการอนุรักษ์ทางทะเล Blue Ventures

วัฒนธรรม

Marine Conservation NGO ในฐานะประเภทขององค์กร

marine conservation หมายถึงการปกป้องถิ่นอาศัย สัตว์ป่า และระบบนิเวศในทะเล ส่วน NGO ย่อมาจาก non-governmental organisation ซึ่งหมายถึงองค์กรพัฒนาเอกชน เมื่อรวมกัน Marine Conservation NGO จึงบอกว่า Blue Ventures เป็นองค์กรประเภทใด ในที่นี้ Blue Ventures คือชื่อองค์กร ส่วน Marine Conservation NGO เป็นคำอธิบายประเภทองค์กรที่วางไว้หน้าชื่อ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อองค์กรและไม่ใช่ชื่อตำแหน่งของ Celso Sho

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Marine Conservation NGO บอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ Blue Ventures?

  1. เป็นหน่วยงานรัฐบาลที่ขายอาหารทะเล
  2. เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเพื่อปกป้องทะเล
  3. เป็นส่วนหนึ่งของชื่อตำแหน่งของ Celso Sho
ดูคำตอบ

เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเพื่อปกป้องทะเล

about attempts by the Belizean government ไวยากรณ์

3:34

เกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลเบลีซ

to get people to eat lionfish.

3:37

ในการโน้มน้าวให้คนกินปลาไลออนฟิช

ไวยากรณ์

attempts by ... to get people to ...: ผู้กระทำและเป้าหมาย

นามวลี attempts by X to do Y หมายถึง “ความพยายามที่ X ทำโดยมีเป้าหมายเพื่อทำ Y” ในที่นี้ by the Belizean government ระบุผู้กระทำ ส่วน to get people to eat lionfish ระบุเป้าหมาย โครงสร้างที่ใช้คำนามนี้ทำให้การกระทำกลายเป็นหัวข้อ จึงพบได้บ่อยในข่าวและรายงานที่เป็นทางการ Get people to eat ใช้โครงสร้าง get + บุคคล + to-infinitive ในที่นี้หมายถึงการโน้มน้าวหรือส่งเสริมให้ผู้คนกินปลาสิงโต ตัวโครงสร้างเองไม่ได้หมายถึงการบังคับเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการรายงานแบบเป็นทางการ attempts by X to do Y ให้สมบูรณ์: The report describes attempts ____ the council ____ get residents to recycle.

ดูคำตอบ

by · to

With a big campaign slogan ลำดับความ

3:40

ด้วยสโลแกนรณรงค์ขนาดใหญ่

Eat the Lion,

3:42

Eat the Lion (กินสิงโต)

ลำดับความ

campaign slogan Eat the Lion: คำชวนให้ลงมือทำที่จดจำง่าย

คำว่า campaign slogan บอกว่า Eat the Lion เป็นคำชวนให้ลงมือทำของแคมเปญที่สั้นและจดจำง่าย คำขวัญจะย่อสารให้อยู่ในประโยคสั้น ๆ เพื่อให้ผู้คนจำได้ทันทีว่าแคมเปญต้องการให้ทำอะไร ในที่นี้ Lion เป็นการเล่นคำที่สื่อถึง lionfish แคมเปญกำลังชวนให้ผู้คนกินปลาสิงโต ไม่ใช่สิงโตจริง ๆ รูปคำสั่ง Eat... ทำให้ข้อความตรงประเด็นและเน้นการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

Eat the Lion ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?

  1. บอกให้ผู้คนล่าและกินสิงโตจริง ๆ
  2. เป็นคำชวนที่จดจำง่ายให้ผู้คนกินปลาสิงโต
  3. เป็นชื่อขององค์กรที่ปกป้องสิงโต
ดูคำตอบ

เป็นคำชวนที่จดจำง่ายให้ผู้คนกินปลาสิงโต

they got renowned chefs to prepare in exotic ways การใช้คำ

3:43

พวกเขาให้เชฟชื่อดังมาทำอาหารในวิธีที่แปลกใหม่

การใช้คำ

renowned chefs: เชฟที่เป็นที่รู้จักและได้รับความเคารพจากความสำเร็จ

renowned chefs หมายถึงเชฟที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้รับความเคารพ โดยทั่วไปเป็นเพราะทักษะหรือความสำเร็จ renowned เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย chefs และสื่อถึงชื่อเสียงที่ดีซึ่งสั่งสมมาแล้ว ในประโยคนี้ การกล่าวถึงเชฟเช่นนี้ทำให้แนวคิดด้านอาหารของแคมเปญฟังดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับคำแนะนำตัวแบบเป็นทางการที่เน้นความสำเร็จทางวิชาชีพของกรรมการ?

  1. The award will be judged by famous chefs.
  2. The award will be judged by popular food influencers.
  3. The award will be judged by renowned chefs.
ดูคำตอบ

The award will be judged by renowned chefs.

to raise awareness วลี

3:47

เพื่อสร้างความตระหนักรู้

that eating lionfish was both tasty ไวยากรณ์

3:48

ว่าการกินปลาไลออนฟิชนั้นทั้งอร่อย

and helping the environment.

3:51

และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

วลี

to raise awareness: บอกจุดประสงค์และเพิ่มความตระหนักของสาธารณชน

to raise awareness ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ คือทำให้คนจำนวนมากขึ้นสังเกต เข้าใจ หรือใส่ใจประเด็นหนึ่ง ในประโยคนี้ that-clause ที่ตามมาระบุข้อเท็จจริงที่ต้องการให้คนรับรู้ raise awareness เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันเป็นปกติ awareness คือความตระหนักที่เพิ่มขึ้น ส่วน raise เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม โดยมี awareness เป็นกรรม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายเพื่อบอกจุดประสงค์ของโครงการรณรงค์: The posters were designed ____ of water pollution.

ดูคำตอบ

to raise awareness

ไวยากรณ์

both tasty and helping the environment: รวมข้อดีสองอย่างเข้าด้วยกัน

คำคู่ both ... and ... แสดงว่าข้อดีสองอย่างเป็นจริงพร้อมกัน คือการกินปลาสิงโตให้ความเพลิดเพลินเพราะมีรสชาติดี และการกินปลาชนิดนี้ยังช่วยสิ่งแวดล้อมด้วย helping the environment อธิบายผลของการกินปลา ไม่ใช่คุณสมบัติของตัวปลาเอง ความหมายเข้าใจได้ชัดเจน แต่สองส่วนไม่ขนานกันอย่างสมบูรณ์ tasty เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน helping the environment เป็นวลี -ing ในงานเขียนที่รอบคอบควรใช้รูปแบบที่ตรงกัน เช่น both tasty and good for the environment

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ both ... and ... โดยมีโครงสร้างขนานที่ชัดเจน

  1. The new school lunch is both affordable and saving families money.
  2. The new school lunch is both affordable and nutritious.
  3. The new school lunch both is affordable and nutrition.
ดูคำตอบ

The new school lunch is both affordable and nutritious.

We have developed awareness

3:53

เราได้สร้างความตระหนักรู้

for the restaurants

3:55

ให้กับร้านอาหาร

to purchase it.

3:55

เพื่อรับซื้อปลาชนิดนี้

I think we had a lot of outreach

3:56

ฉันคิดว่าเรามีการลงพื้นที่ให้ความรู้มากมาย

trying to um show fisheries,

3:59

เพื่อพยายาม อืม แสดงให้อุตสาหกรรมประมง

the general public, การใช้คำ

4:02

และประชาชนทั่วไปเห็น

how to remove the spine. ไวยากรณ์

4:03

ถึงวิธีกำจัดหนามของมัน

การใช้คำ

the general public: ประชาชนทั่วไปในฐานะกลุ่มผู้รับสารวงกว้าง

the general public หมายถึงคนทั่วไปเมื่อมองรวมกันเป็นกลุ่มผู้รับสารวงกว้าง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ คนในอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ หรือกลุ่มเฉพาะอื่น ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวถูกวางคู่กับ fisheries เพื่อบอกว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของงานเผยแพร่ความรู้ วลีนี้เป็นกลุ่มคำนามที่ใช้คงรูป: general เน้นคนกลุ่มกว้างที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ public มีความหมายเป็นกลุ่ม และโดยปกติ the เป็นส่วนหนึ่งของวลี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคู่มือสุขภาพจัดทำขึ้นสำหรับคนทั่วไปในฐานะกลุ่มผู้อ่านวงกว้าง?

  1. The health guide is written for public officials.
  2. The health guide is written for one member of the public.
  3. The health guide is written for the general public.
ดูคำตอบ

The health guide is written for the general public.

ไวยากรณ์

how to remove the spine: how to + คำกริยารูปพื้นฐาน

how to remove the spine ใช้โครงสร้าง how to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกวิธีหรือทักษะ ซึ่งหมายถึง “วิธีเอาเงี่ยงออก” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นเนื้อหาของ show คือสิ่งที่งานเผยแพร่ความรู้กำลังสอนผู้คน โครงสร้างนี้วางหลังคำกริยาอย่าง show, teach, learn, know และ explain ได้ วลีนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามหรือกริยาช่วย do

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย how to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อสื่อถึงวิธีเปลี่ยนยางจักรยาน: The instructor showed us ____.

ดูคำตอบ

how to change a bicycle tire

Then that allows them to actually eat the meat ไวยากรณ์

4:05

จากนั้นนั่นก็ทำให้พวกเขาได้กินเนื้อจริงๆ

from the fish.

4:07

จากตัวปลา

ไวยากรณ์

allow someone to do ใน allows them to actually eat the meat

โครงสร้าง allow + someone + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ให้อนุญาตใครบางคน หรือทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้ ในประโยคนี้ allows them to ... อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้กินเนื้อปลาได้ ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตอย่างเป็นทางการ actually เน้นผลที่เกิดขึ้นจริง กล่าวคือหลังจากขั้นตอนก่อนหน้าแล้ว พวกเขาสามารถกินเนื้อปลาได้จริง คำนี้เป็นคำวิเศษณ์ในวลี infinitive ที่มี to และไม่ใช่ส่วนที่จำเป็นของโครงสร้าง allow

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ allow และคำบอก infinitive ที่หายไป: The ramp ____ wheelchair users ____ enter the library safely.

ดูคำตอบ

allows · to

We heard that the Belizean government

4:09

เราได้ยินมาว่ารัฐบาลเบลีซ

asked renowned chefs

4:11

ขอให้เชฟที่มีชื่อเสียง (renowned)

to prepare lionfish dishes.

4:13

ทำเมนูปลาไลออนฟิช

Renowned means to be well known

4:15

Renowned แปลว่า เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี

for being very good at something.

4:17

เนื่องจากเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ

Celso Show talked about outreach work.

4:20

เซลโซ โช พูดถึงงานลงพื้นที่ (outreach)

Outreach is where an organisation การใช้คำ

4:23

Outreach คือการที่องค์กร

brings their work to people วลี

4:25

นำงานของตนไปสู่ประชาชน

through events or publicity.

4:26

ผ่านกิจกรรมหรืองานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

การใช้คำ

Outreach: การนำงานขององค์กรไปสู่ผู้คน

Outreach คืองานที่องค์กรทำเพื่อเข้าถึงผู้คนภายนอกสถานที่ทำงานตามปกติ โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจไม่ได้รับข้อมูล การศึกษา การสนับสนุน หรือบริการจากองค์กรด้วยวิธีอื่น ในคำจำกัดความนี้ กิจกรรมหรือการประชาสัมพันธ์เป็นวิธีที่องค์กรนำงานของตนไปสู่ผู้คน แนวคิดสำคัญคือการติดต่อและมีส่วนร่วมกับสาธารณชนหรือชุมชนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการขายสินค้า

แบบฝึกหัด

กิจกรรมใดเหมาะที่จะเรียกว่า outreach มากที่สุด

  1. ร้านค้าเปลี่ยนสีป้ายราคา
  2. บริษัทรองเท้าจ่ายเงินซื้อโฆษณาออนไลน์สำหรับรองเท้ากีฬารุ่นใหม่ล่าสุด
  3. ทีม outreach ของคลินิกเดินทางไปหมู่บ้านชนบทเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพฟรี
ดูคำตอบ

ทีม outreach ของคลินิกเดินทางไปหมู่บ้านชนบทเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพฟรี

วลี

brings their work to people: ทำให้ผู้คนเข้าถึงงานขององค์กร

ในประโยคนี้ brings their work to people หมายถึงองค์กรทำให้ผู้คนเข้าถึงกิจกรรม ข้อมูล หรือบริการขององค์กรได้อย่าง主动 ไม่ได้หมายถึงการขนย้ายงานที่เป็นสิ่งของจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โครงสร้าง bring something to someone เน้นทิศทาง คือองค์กรเป็นฝ่ายเข้าหาผู้คน แทนที่จะรอให้ผู้คนมาหาองค์กร

แบบฝึกหัด

ใช้ bring ... to ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The mobile clinic ____ basic healthcare ____ people in remote villages.

ดูคำตอบ

brings · to

Fisheries are either the businesses โน้ต

4:29

Fisheries คือธุรกิจ

that breed and catch fish

4:31

ที่เพาะพันธุ์และจับปลา

to sell or the places

4:33

เพื่อขาย หรือสถานที่

where that happens.

4:35

ที่เกิดกิจกรรมนั้นขึ้น

การใช้คำ

Fisheries: ธุรกิจ อุตสาหกรรม หรือพื้นที่ประมง

fisheries เป็นรูปพหูพจน์ของ fishery ในประโยคนี้มีความหมายที่เกี่ยวข้องกันสองอย่าง คือธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เพาะเลี้ยงหรือจับปลาเพื่อขาย และสถานที่หรือแหล่งน้ำที่ดำเนินงานเหล่านั้น คำนี้ไม่ได้หมายถึงปลาหลายตัว แต่เน้นการประมงหรือการเพาะเลี้ยงปลาที่จัดทำเป็นกิจการ รวมถึงสถานที่ที่เกี่ยวข้อง จึงมักพบในเรื่องการผลิตอาหาร มหาสมุทร และนโยบาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง Fisheries หมายถึงอะไร

  1. ธุรกิจหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงและจับปลาเพื่อขาย
  2. ปลาแต่ละตัวหลายตัว
  3. กิจกรรมยามว่างที่พยายามจับปลา
ดูคำตอบ

ธุรกิจหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงและจับปลาเพื่อขาย

ไวยากรณ์

either ... or ... เพื่อบอกคำนิยามที่เป็นไปได้สองแบบ

either A or B ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง ในคำนิยามนี้ A หมายถึงธุรกิจที่เพาะเลี้ยงและจับปลาเพื่อนำไปขาย ส่วน B หมายถึงสถานที่ที่มีกิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น วาง either ไว้หน้าส่วนขนานส่วนแรก และวาง or ไว้หน้าส่วนที่สอง ในที่นี้ทั้งสองทางเลือกเป็นนามวลี ผู้อ่านจึงเห็นได้ชัดว่าคำว่า fisheries มีความหมายที่เป็นไปได้สองแบบ

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วย either ... or: The word bank can mean ____ a financial institution ____ the land beside a river.

ดูคำตอบ

either · or

So,

4:37

ดังนั้น

in Belize,

4:37

ในเบลีซ

people are being shown attractive ways ไวยากรณ์

4:38

ผู้คนกำลังได้เห็นวิธีที่น่าดึงดูด

to eat lionfish.

4:41

ในการกินปลาไลออนฟิช

ไวยากรณ์

people are being shown: present continuous รูป passive

people are being shown ใช้รูป passive ของ present continuous โดยมีโครงสร้าง am/is/are + being + past participle รูปนี้บอกว่ากิจกรรมการสาธิตหรือการสอนกำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบัน รูป passive ทำให้ people ซึ่งเป็นผู้รับข้อมูลกลายเป็นจุดเน้น และไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เสนอแนวคิดเหล่านั้น show someone ways to do something หมายถึงแนะนำวิธีที่เป็นไปได้ให้ใครบางคน ในที่นี้วิธีเหล่านั้นมีเป้าหมายเพื่อทำให้การกินปลาสิงโตดูน่าสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ของ present continuous ของ show: Right now, new volunteers ____ how to check the safety equipment.

ดูคำตอบ

are being shown

And speaking of lionfish and eating, ลำดับความ

4:42

และเมื่อพูดถึงปลาไลออนฟิชและการกิน

ลำดับความ

And speaking of ... เพื่อเปลี่ยนไปยังเรื่องที่เกี่ยวข้อง

Speaking of + คำนาม วลีนาม หรือรูป -ing หมายถึง “เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ขอเปลี่ยนไปยังประเด็นที่เกี่ยวข้อง” ในประโยคนี้ lionfish and eating ทำหน้าที่เป็นสะพานไปสู่เรื่องถัดไป And ที่ขึ้นต้นช่วยเชื่อมการเปลี่ยนเรื่องเข้ากับบทสนทนาก่อนหน้าอย่างลื่นไหล วลีนี้ใช้จัดลำดับบทสนทนา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับปลาสิงโต

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด Speaking of ... เป็นคำเปลี่ยนเรื่องที่เป็นธรรมชาติ

  1. ผู้พูดเชื่อมการสนทนาเรื่องแผนวันหยุดสุดสัปดาห์ไปยังคำถามเรื่องตั๋วรถไฟ
  2. ผู้เขียนแนะนำส่วนแรกของรายงานวิจัยที่เป็นทางการ
  3. ผู้พูดเปลี่ยนจากข้อสอบคณิตศาสตร์ไปเป็นเรื่องวันหยุดโดยไม่มีความเชื่อมโยง
ดูคำตอบ

ผู้พูดเชื่อมการสนทนาเรื่องแผนวันหยุดสุดสัปดาห์ไปยังคำถามเรื่องตั๋วรถไฟ

I think it's time ไวยากรณ์

4:46

ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้ว

I revealed the answer

4:47

ที่ผมจะเฉลยคำตอบ

ไวยากรณ์

it's time I revealed ...: รูปอดีตที่มีความหมายถึงปัจจุบัน

ในโครงสร้าง it's time + ประธาน + past simple รูปอดีตไม่ได้วางเหตุการณ์ไว้ในอดีต แต่บอกว่าเวลาที่เหมาะสมคือขณะนี้ แม้ว่าการกระทำนั้นยังไม่เกิดขึ้น ในที่นี้ I revealed หมายถึงผู้พูดกำลังจะเฉลยคำตอบ นี่เป็นการใช้รูปอดีตแบบไม่อ้างถึงอดีตจริงหรือใช้เชิงท่าที รูปนี้สร้างระยะห่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน และมักสื่อว่าถึงเวลาต้องทำแล้ว หรืออาจเลยเวลาที่ควรทำไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ leave เติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: It's time we ____ home.

ดูคำตอบ

left

to our quiz,

4:48

สำหรับควิซของเรา

Phil.

4:49

ฟิล

I asked you by how much

4:50

ผมถามคุณว่า

can a lionfish expand

4:51

ปลาไลออนฟิชสามารถขยายขนาด

its stomach to eat more?

4:53

กระเพาะของมันเพื่อกินเพิ่มได้เท่าไหร่?

And I thought it was 10 times.

4:55

และฉันคิดว่ามันคือ 10 เท่า

But you were wrong, น้ำเสียง/เจตนา

4:58

แต่คุณเดาผิด

unfortunately.

4:59

น่าเสียดายจัง

น้ำเสียง/เจตนา

But you were wrong, unfortunately: ทำให้การแก้ไขโดยตรงนุ่มนวลขึ้น

But you were wrong บอกตรง ๆ ว่าคำตอบหรือการตัดสินของอีกฝ่ายผิด ส่วน But แสดงว่าข้อความนี้ขัดกับสิ่งที่อีกฝ่ายคาดไว้หรือพูดไว้ก่อนหน้านี้ unfortunately ที่อยู่ท้ายประโยคแสดงความเสียดายต่อผลลัพธ์ที่ไม่ดี จึงทำให้การแก้ไขฟังดูตรงน้อยลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้แปลว่าผู้พูดไม่แน่ใจ และไม่ได้ยกเลิกการแก้ไขนั้น

แบบฝึกหัด

unfortunately ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงความเสียดายและช่วยให้การแก้ไขที่ชัดเจนฟังดูนุ่มลงเล็กน้อย
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าคำตอบผิดหรือไม่
  3. ขอโทษสำหรับความผิดพลาดของผู้พูดเอง
ดูคำตอบ

แสดงความเสียดายและช่วยให้การแก้ไขที่ชัดเจนฟังดูนุ่มลงเล็กน้อย

A lionfish can actually make ไวยากรณ์

5:00

ปลาไลออนฟิชสามารถทำได้จริง

its stomach 30 times bigger.

5:02

ทำให้กระเพาะใหญ่ขึ้น 30 เท่า

ไวยากรณ์

can actually make its stomach 30 times bigger: make + กรรม + คำคุณศัพท์บอกผลลัพธ์

ใน can actually make its stomach 30 times bigger คำว่า make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเปลี่ยนเป็นสภาพหนึ่ง” its stomach เป็นกรรม และ 30 times bigger เป็นวลีคำคุณศัพท์ที่บอกผลลัพธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ เช่น make the room brighter หรือ make the trip shorter 30 times บอกระดับของการเพิ่มขนาด ส่วน bigger บอกผลของการเปลี่ยนแปลง หลัง make ที่ใช้ในความหมายว่า “ทำให้” ให้วางคำคุณศัพท์ต่อจากกรรมโดยตรง และไม่เติม to be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make, the app และ faster อย่างละหนึ่งครั้ง: This update can ____.

ดูคำตอบ

make the app faster

That might help to explain ลำดับความ

5:05

นั่นอาจช่วยอธิบายได้

why they are such a danger ไวยากรณ์

5:07

ว่าทำไมพวกมันถึงเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

to native Belizean fish.

5:08

ต่อปลาพื้นเมืองของเบลีซ

ลำดับความ

That might help to explain: เชื่อมหลักฐานเข้ากับคำอธิบายที่เป็นไปได้

That ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และแสดงว่าข้อเท็จจริงนั้นเกี่ยวข้องกับคำอธิบายที่ตามมา ดังนั้น วลีนี้จึงเชื่อมหลักฐานก่อนหน้ากับประเด็นที่ขึ้นต้นด้วย why Might ทำให้ความเชื่อมโยงนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน และ help to explain บอกเป็นนัยว่าข้อเท็จจริงนั้นอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบาย การใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังแบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการอภิปราย เมื่อหลักฐานยังไม่พอที่จะยืนยันเหตุและผลอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

นักวิทยาศาสตร์พบปัจจัยหนึ่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่สาเหตุยังไม่แน่นอน ประโยคใดใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังได้เหมาะสม

  1. This might help to explain why the lake level changed.
  2. This fully explains why the lake level changed.
  3. This proves that there can be no other cause of the lake-level change.
ดูคำตอบ

This might help to explain why the lake level changed.

ไวยากรณ์

why they are ...: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค why

อนุประโยค why they are such a danger ... ให้เนื้อหาหลัง explain โดยระบุว่าสิ่งใดต้องได้รับการอธิบาย แม้จะขึ้นต้นด้วย why แต่อนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า ไม่ได้เป็นการถามโดยตรง อนุประโยค why ที่อยู่ในประโยคใหญ่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ why + ประธาน + กริยา ดังนั้น why they are จึงถูกต้อง ส่วนคำถามตรงใช้ลำดับคำแบบคำถาม คือ Why are they ...?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค why หลัง explain ได้ถูกต้อง

  1. Can you explain why the water is rising?
  2. Can you explain why is the water rising?
  3. Can you explain why does the water rise?
ดูคำตอบ

Can you explain why the water is rising?

Okay,

5:11

เอาล่ะ

now let's recap the vocabulary ลำดับความ

5:11

ตอนนี้เรามาทบทวนคำศัพท์

that we've looked at today.

5:13

ที่เราได้ดูกันในวันนี้

ลำดับความ

Now let's recap ... that we've looked at today: เข้าสู่ช่วงทบทวนสั้น ๆ

Now let's recap ... เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากส่วนหลักไปสู่การทบทวนสั้น ๆ คำว่า now บอกถึงช่วงใหม่ let's ชวนผู้ฟังให้มีส่วนร่วม และ recap หมายถึงการสรุปประเด็นสำคัญอีกครั้งอย่างกระชับ ไม่ใช่สอนทุกอย่างใหม่โดยละเอียด that we've looked at today ขยาย the vocabulary และระบุว่าจะทบทวนคำศัพท์ชุดใด ในที่นี้ look at หมายถึงเรียน พูดคุย หรือพิจารณา ไม่ได้หมายถึงใช้ตามองเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Now let's recap ... ส่งสัญญาณว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดกำลังเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปทบทวนเนื้อหาก่อนหน้านี้อย่างสั้น ๆ
  3. ผู้พูดกำลังขอให้ทุกคนกลับไปเรียนเนื้อหาทั้งหมดใหม่อย่างละเอียดตั้งแต่ต้น
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปทบทวนเนื้อหาก่อนหน้านี้อย่างสั้น ๆ

If something is resilient,

5:15

หากสิ่งใด resilient (ทนทาน)

then it's very hard to damage.

5:17

สิ่งนั้นก็จะถูกทำลายได้ยากมาก

Yes,

5:19

ใช่

you could say that it could withstand

5:20

คุณอาจพูดได้ว่ามันสามารถ withstand (ต้านทาน)

a lot of damage.

5:22

ต่อความเสียหายอย่างมาก

It can cope with it. กริยาวลี

5:23

มันสามารถรับมือกับสิ่งนั้นได้

กริยาวลี

can cope with it: สามารถรับมือกับความยากได้

cope with ตามด้วยคำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึงสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ยาก ความกดดัน หรือการเปลี่ยนแปลงได้ดีพอที่จะดำเนินต่อไป ในประโยคนี้ can แสดงความสามารถ และ it หลัง with แทนความยากหรือสถานการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า cope with ไม่ได้หมายความว่าปัญหาหายไปเสมอไป แต่เน้นการอดทน ปรับตัว หรือทำงานต่อได้ เมื่อมีกรรมที่ระบุความยาก ต้องคง with ไว้ โดยพูดว่า cope with it ไม่ใช่ cope it

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นลงในประโยค: The clinic can cope ____ the extra demand this winter.

ดูคำตอบ

with

If one plant chokes out another,

5:25

หากพืชชนิดหนึ่ง chokes out (แย่งการเจริญเติบโต) พืชอีกชนิด

then it takes away กริยาวลี

5:27

มันก็จะแย่งชิง

the resources needed to live.

5:28

ทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตไป

กริยาวลี

takes away: ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งสูญเสียทรัพยากร

ในประโยคนี้ takes away หมายถึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบางสิ่งได้อีก หรือทำให้ใครบางคนสูญเสียสิ่งนั้น พืชชนิดหนึ่งใช้หรือขัดขวางทรัพยากร จนพืชอีกชนิดไม่มีสิ่งที่ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิต โครงสร้างคือ take away + สิ่งที่ถูกเอาไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถเติมด้วย from ได้ เช่น take resources away from another plant เมื่อกรรมเป็น resources, rights, opportunities หรือ support คำว่า take away มักเน้นความสูญเสียของอีกฝ่าย ไม่ใช่การถือสิ่งของออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่มีความหมายว่าเอาโอกาสไปจากเด็ก ๆ ให้สมบูรณ์: Canceling the trip would ____ a valuable learning opportunity from the children.

ดูคำตอบ

take away

If you are renowned for something,

5:30

หากคุณ renowned (มีชื่อเสียง) ในเรื่องบางอย่าง

then you're famous for what you do.

5:33

คุณก็จะมีชื่อเสียงในสิ่งที่คุณทำ

Outreach is how organizations

5:36

Outreach (การเข้าถึงชุมชน) คือวิธีที่องค์กรต่างๆ

bring their work to people.

5:38

นำผลงานไปเผยแพร่ต่อประชาชน

Fisheries are the companies

5:41

Fisheries (การประมง) คือบริษัท

that catch and sell fish

5:42

ที่จับปลาและขายปลา

or the places

5:44

หรือสถานที่

where they do it.

5:45

ที่พวกเขาดำเนินกิจการนั้น

That's all we've got time for today. ลำดับความ

5:46

นั่นคือเวลาทั้งหมดที่เรามีสำหรับวันนี้

ลำดับความ

That's all we've got time for today: ปิดรายการเมื่อหมดเวลา

ประโยคนี้หมายความว่าเวลาที่มีในวันนี้ทำให้ผู้พูดนำเสนอเนื้อหาได้เพียงเท่านี้ That's all ย้อนกลับไปกล่าวถึงเนื้อหาที่เพิ่งจบไป ส่วน we've got time for แสดงว่าเวลาที่จำกัดคือเหตุผลที่ต้องหยุด ประโยคนี้ยังช่วยจัดลำดับการพูด โดยส่งสัญญาณว่าเนื้อหาหลักจบแล้ว และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำลา คำขอบคุณ หรือประกาศสุดท้าย ในที่นี้ we've got หมายถึง we have ไม่ได้หมายถึงได้รับบางสิ่งมา

แบบฝึกหัด

พิธีกรต้องจบการสนทนาสดเพราะหมดเวลาตามกำหนด ประโยคปิดใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. We've got plenty of time to discuss one more question.
  2. That's all we've got time for today.
  3. Let's move on to our next topic.
ดูคำตอบ

That's all we've got time for today.

Maybe you might want to see น้ำเสียง/เจตนา

5:48

บางทีคุณอาจอยากลองไปดู

if there are any invasive species

5:50

ว่ามีสายพันธุ์รุกรานอะไรบ้าง

near you that you might want to eat.

5:52

ใกล้ๆ คุณ ที่คุณอาจอยากนำมากิน

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe you might want to see: การลดความหนักแน่นหลายชั้นเพื่อเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

Maybe และ might want to ต่างก็ช่วยลดความหนักแน่นของคำแนะนำ เมื่อนำมารวมกันเป็น Maybe you might want to see... จะฟังดูเกรงใจและไม่ยืนยันอย่างมาก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ฟังเลือกว่าจะทำหรือไม่ ที่นี่ might want to เป็นการเสนอแนะอย่างสุภาพ ไม่ใช่การยืนยันว่าผู้ฟังต้องการทำสิ่งนั้นจริง ๆ เมื่อ see ตามด้วยอนุประโยค if จะหมายถึง “ตรวจดูหรือหาคำตอบว่า...หรือไม่” ผู้พูดกำลังแนะนำอย่างนุ่มนวลให้ผู้ฟังตรวจดูว่ามีชนิดพันธุ์รุกรานอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มองดู

แบบฝึกหัด

ตัดสินคำสั่งนี้: ในการอพยพหนีไฟ "Maybe you might want to leave the building now" เป็นคำสั่งหลักที่ชัดเจนและเหมาะสม

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

See you next time.

5:55

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า

Bye.

5:56

ลาก่อน

If you like 6 Minute English,

5:57

ถ้าคุณชอบ 6 Minute English

why not try our News Review podcast, น้ำเสียง/เจตนา

5:59

ทำไมไม่ลองพอดแคสต์ News Review ของเราล่ะ

where you can learn English

6:02

ที่คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษ

from the latest news headlines.

6:03

จากพาดหัวข่าวล่าสุดได้

น้ำเสียง/เจตนา

why not try: การเสนอแนะอย่างเป็นมิตรด้วย Why not + กริยารูปพื้นฐาน

Why not try... ดูเหมือนคำถามที่ถามหาเหตุผล แต่ที่นี่ใช้เสนอแนะอย่างเป็นมิตรให้ลองทำบางสิ่ง มักใช้เมื่อแนะนำกิจกรรม บริการ หรือวิธีแก้ปัญหา โครงสร้างคือ Why not + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น try จึงถูกต้อง ในโครงสร้างการเสนอแนะนี้ไม่เติม to และไม่ใช้รูป -ing

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งอยากลองกิจกรรมใหม่ เติมคำแนะนำโดยใช้ why not และกริยา try: ____ the beginner class this Saturday?

ดูคำตอบ

Why not try

6 Minute English

6:07

6 Minute English

from bbclearningenglish.com.

6:08

จาก bbclearningenglish.com