เมื่อไหร่ที่ "ไม่ควร" ใช้ Article - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
423 คำ 150 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้อธิบายห้ากรณีที่ภาษาอังกฤษมักไม่ใช้ a หรือ an ได้แก่ หน้าชื่อฤดูกาลและมื้ออาหาร หลัง by เมื่อตามด้วยวิธีเดินทาง กับชื่อสถาบันที่ถูกใช้ตามหน้าที่ปกติ และในพาดหัวข่าวที่ต้องการความกระชับ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. have to go by train. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า have to สื่อถึงความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ และโครงสร้าง by + วิธีเดินทางไม่ใช้ a หรือ an ผู้เรียนจึงนำไปอธิบายการตัดสินใจเดินทางที่เกิดจากรถเสียหรือแผนที่เปลี่ยนไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. with institutions และ for their regular purposes. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตได้ว่าคำนามที่เป็นสถาบันอย่าง hospital อาจไม่ใช้คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ เมื่อบุคคลนั้นใช้สถานที่ตามหน้าที่ปกติ ช่วยให้แยกการอยู่โรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยออกจากการกล่าวถึงโรงพยาบาลในฐานะอาคารหรือสถานที่ทั่วไป 3. articles in news headlines — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เข้าใจว่าพาดหัวข่าวมักละคำนำหน้านามและคำไวยากรณ์สั้น ๆ เพื่อให้กระชับและดึงความสนใจ จึงไม่สับสนรูปแบบย่อเฉพาะของพาดหัวกับหลักไวยากรณ์ที่ควรใช้ในประโยคหรือบทสนทนาทั่วไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

When winter comes,

0:00

เมื่อฤดูหนาวมาถึง

I,

0:00

ฉัน

when a winter comes,

0:01

เมื่อ 'a winter' มาถึง

when the winter comes,

0:03

เมื่อ 'the winter' มาถึง

when winter comes?

0:04

เมื่อ 'winter' มาถึง?

Do you know when to use a or an? ไวยากรณ์

0:14

คุณรู้ไหมว่าเมื่อไหร่ควรใช้ a หรือ an?

ไวยากรณ์

when to use a or an: การถามสถานการณ์ที่เหมาะสม

when to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามเวลาหรือสถานการณ์ที่เหมาะสม รวมถึงเงื่อนไขในการทำบางอย่าง ในประโยคนี้ when to use ถามถึงกฎที่ช่วยตัดสินใจว่าจะเลือก a หรือ an ไม่ได้ถามว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นเมื่อไร ส่วน when to use a or an อยู่หลัง know และบอกข้อมูลที่คนหนึ่งอาจรู้หรือไม่รู้ก็ได้ โครงสร้างเดียวกันนี้พบได้ใน know when to stop และ learn when to ask for help

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองคำที่ใช้ถามเวลาหรือสถานการณ์ที่เหมาะสมให้สมบูรณ์: Do you know ____ press the emergency button?

ดูคำตอบ

when to

We use them before singular countable nouns. ไวยากรณ์

0:16

เราใช้มันหน้านามนับได้เอกพจน์

ไวยากรณ์

singular countable nouns: คำนามที่ตามหลัง a หรือ an ได้

singular countable noun คือคำนามนับได้เอกพจน์ ซึ่งใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่ หรือสิ่งของหนึ่งอย่างที่นับแยกได้ เช่น book, apple หรือ teacher คำว่า singular หมายถึงมีหนึ่ง และ countable หมายถึงสามารถนับแต่ละสิ่งแยกกันได้ ในที่นี้ them หมายถึง a และ an คำนำหน้านามสองคำนี้อยู่หน้ากลุ่มคำนามที่มีคำนามหลักเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ อาจมีคำคุณศัพท์คั่นกลางได้ เช่น an old book แต่คำนามหลักยังคงเป็น book

แบบฝึกหัด

วลีใดมีคำนามนับได้เอกพจน์และใช้คำนำหน้านามได้ถูกต้อง

  1. an apple
  2. some water
  3. two apples
ดูคำตอบ

an apple

For example, an apple. ไวยากรณ์

0:20

ตัวอย่างเช่น 'an apple' (แอปเปิ้ลหนึ่งผล)

ไวยากรณ์

an apple: เลือก an หน้าเสียงสระ

ใน an apple ใช้ an หน้า apple เพราะ apple เป็นคำนามนับได้เอกพจน์และขึ้นต้นด้วยเสียงสระ /æ/ ให้เลือก a หรือ an จากเสียงแรกของคำถัดไป: ใช้ an หน้าเสียงสระ และใช้ a หน้าเสียงพยัญชนะ ให้ดูที่การออกเสียง ไม่ใช่ดูเพียงตัวอักษรแรก

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึง “ส้มหนึ่งผล” ได้อย่างถูกต้อง

  1. an orange
  2. an banana
  3. a orange
ดูคำตอบ

an orange

But a bigger question,

0:22

แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ

do you know when not to use a or an? ไวยากรณ์

0:24

คุณรู้ไหมว่าเมื่อไหร่ที่ไม่ควรใช้ a หรือ an?

ไวยากรณ์

when not to use: รูปแบบ when not to + กริยา

ใน when not to use คำว่า not อยู่หน้า to use และทำให้การกระทำนั้นเป็นปฏิเสธ หมายถึง “ในสถานการณ์ใดที่ไม่ควรใช้บางสิ่ง” ในคำถามเต็ม do you know ยังเป็นข้อความบอกเล่า ส่วน not ปฏิเสธคำว่า use รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ when not to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามหรืออธิบายสถานการณ์ที่ควรหลีกเลี่ยงการกระทำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ press กับรูปแบบเป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The guide explains ____ this button.

ดูคำตอบ

when not to press

Sometimes when you translate from your language,

0:28

บางครั้งเมื่อคุณแปลจากภาษาของคุณ

you might add a or an where English doesn't. ไวยากรณ์

0:31

คุณอาจเติม a หรือ an ในจุดที่ภาษาอังกฤษไม่ใช้

ไวยากรณ์

where English doesn't: where ที่ไม่ชี้สถานที่และการละการกระทำซ้ำ

ตรงนี้ where หมายถึง “ในกรณีหรือตำแหน่งที่...” ไม่ใช่สถานที่จริง where English doesn't จึงหมายถึง “ในกรณีที่ภาษาอังกฤษไม่เติม a หรือ an” และ English ในที่นี้หมายถึงการใช้ภาษาอังกฤษตามปกติ หลัง doesn't มีการละการกระทำ add a or an ที่กล่าวถึงไปแล้วเพราะเข้าใจได้จากบริบท การละเช่นนี้ช่วยไม่ให้พูดซ้ำ ดังนั้น English doesn't จึงเข้าใจเต็ม ๆ ได้ว่า English doesn't add a or an

แบบฝึกหัด

where English doesn't ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ภาษาอังกฤษไม่เติม a หรือ an ในกรณีเหล่านั้น และละการกระทำที่ซ้ำไว้
  2. ภาษาอังกฤษจะเติม a หรือ an ทุกครั้งที่ภาษาอื่นเติม
  3. ภาษาอังกฤษไม่มีอยู่ในสถานที่จริงเหล่านั้น
ดูคำตอบ

ภาษาอังกฤษไม่เติม a หรือ an ในกรณีเหล่านั้น และละการกระทำที่ซ้ำไว้

In today's mini English lesson,

0:35

ในบทเรียนภาษาอังกฤษขนาดสั้นวันนี้

we're going to look at five categories where you don't use indefinite articles. โน้ต

0:36

เราจะมาดูห้าหมวดหมู่ที่คุณไม่ต้องใช้คำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะ

ลำดับความ

we're going to look at: การเกริ่นหัวข้อถัดไป

we're going to look at ใช้เกริ่นว่าสิ่งที่ผู้พูดจะอธิบายต่อไปคืออะไร ในบทเรียนหรือการนำเสนอ วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทาง ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าส่วนถัดไปจะกล่าวถึงเรื่องใด ในที่นี้ be going to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงแผนที่จะทำต่อไป ส่วน look at หมายถึง “ตรวจดูหรืออภิปราย” ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใดหรือเพียงแค่มองด้วยตา

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนให้ประโยคเกริ่นการนำเสนอนี้สมบูรณ์: Today, ____ two ways to keep your account safe.

ดูคำตอบ

we're going to look at

การใช้คำ

indefinite articles: a และ an

วลี indefinite articles เป็นคำศัพท์ไวยากรณ์ที่หมายถึง a และ an ใช้นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์เมื่อไม่ได้คาดว่าผู้ฟังจะรู้ว่าเป็นคนหรือสิ่งใดโดยเฉพาะ เช่น a book หรือ an apple ในที่นี้ article หมายถึงคำทางไวยากรณ์ที่ใช้กับคำนาม ไม่ได้หมายถึงบทความในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร indefinite ตรงข้ามกับ definite โดย the เรียกว่า definite article

แบบฝึกหัด

คู่ใดคือ indefinite articles ในภาษาอังกฤษ?

  1. a and an
  2. the and this
  3. some and any
ดูคำตอบ

a and an

By the way, ลำดับความ

0:41

อ้อ

ลำดับความ

By the way: การเสริมข้อมูลแทรก

By the way เป็นคำบอกทิศทางของบทสนทนา ใช้บอกว่าผู้พูดกำลังจะแทรกข้อมูลเพิ่มเติม คำเตือน หรือประเด็นย่อยสั้น ๆ แทนที่จะพูดต่อจากประเด็นหลักโดยตรง เมื่ออยู่ต้นประโยค ในภาษาเขียนมักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค และในการพูดมักมีการเว้นช่วงสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงถนนหรือเส้นทางตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เสริมคำเตือนอีกเรื่องหนึ่งหลังจาก “I packed the snacks” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. For example, don't forget your water bottle.
  2. Therefore, don't forget your water bottle.
  3. By the way, don't forget your water bottle.
ดูคำตอบ

By the way, don't forget your water bottle.

that's a and an.

0:42

ซึ่งก็คือ a และ an

Category number one.

0:44

หมวดหมู่ที่หนึ่ง

We don't use indefinite articles before seasons. ไวยากรณ์

0:45

เราไม่ใช้คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะหน้าฤดูกาล

ไวยากรณ์

before seasons: ไม่ใช้ a/an เมื่อกล่าวถึงฤดูกาลโดยทั่วไป

ในที่นี้ before seasons หมายถึง “อยู่หน้าชื่อฤดูกาล” เมื่อชื่ออย่าง spring, summer, autumn หรือ winter กล่าวถึงฤดูกาลนั้นโดยทั่วไป ภาษาอังกฤษมักไม่ใช้คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ เช่น Winter is cold. กฎนี้กล่าวถึง a/an ไม่ได้หมายความว่าห้ามใช้คำนำหน้านามหรือตัวกำหนดนามทุกชนิดกับคำบอกฤดูกาล หากวลีกล่าวถึงช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะหรือระบุฤดูกาลที่ชัดเจน ก็อาจใช้คำนำหน้านามได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ winter เป็นชื่อฤดูกาลโดยทั่วไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Winter is one of the four seasons.
  2. An winter is one of the four seasons.
  3. A winter is one of the four seasons.
ดูคำตอบ

Winter is one of the four seasons.

For example, winter, spring, summer, autumn.

0:49

ตัวอย่างเช่น winter, spring, summer, autumn

In summer, all I really do is eat ice cream and complain about the weather. โน้ต

0:52

ในฤดูร้อน สิ่งที่ฉันทำจริงๆ คือกินไอศกรีมและบ่นเรื่องสภาพอากาศ

ไวยากรณ์

In summer: วลีบอกฤดูกาลที่ไม่ใช้คำนำหน้านาม

In summer เป็นวลีบอกเวลาที่หมายถึง “ในช่วงฤดูร้อน” ประโยคนี้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นในฤดูกาลนั้น ไม่ได้กล่าวถึงฤดูร้อนช่วงใดช่วงหนึ่ง จึงไม่ใช้ a/an หน้า summer รูปแบบ in + ชื่อฤดูกาล ใช้กำหนดเวลาที่เป็นช่วงทั่วไปหรือเกิดซ้ำได้ เช่น in spring, in summer, in autumn, in winter เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะบอกผู้ฟังก่อนว่าเนื้อหาที่ตามมามักเป็นจริงในเวลาใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับนิสัยทั่วไปในฤดูหนาวด้วย in + ชื่อฤดูกาล โดยไม่ใช้คำนำหน้านาม: We wear warm coats ____.

ดูคำตอบ

in winter

ไวยากรณ์

all I really do is eat: บอกว่าสิ่งที่ทำเป็นหลักคืออะไร

โครงสร้าง all I really do is + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่ากิจกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ผู้พูดทำเป็นหลัก หรือแทบจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำ อาจเป็นการสรุปตรง ๆ หรือพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ก็ได้ ในประโยคนี้ eat และ complain เป็นการกระทำสองอย่างที่วางขนานกันหลัง is จึงใช้คำกริยารูปพื้นฐานทั้งคู่ ใช้ all I really do is eat ไม่ใช่ all I really do is to eat

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง all I really do is + คำกริยารูปพื้นฐาน: On quiet weekends, ____ read and rest.

ดูคำตอบ

all I really do is

วลี

complain about the weather: ระบุหัวข้อที่บ่น

complain about + สิ่งหรือเรื่อง ใช้บอกว่าใครไม่พอใจเรื่องอะไร ใน complain about the weather คำว่า the weather คือหัวข้อของการบ่น และ about เชื่อมหัวข้อนั้นกับ complain ต้องคง about ไว้หน้าหัวข้อ Complain the weather ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำ complain about + สิ่งหรือเรื่อง: People often ____ heavy traffic.

ดูคำตอบ

complain about

Category number two.

0:58

หมวดหมู่ที่สอง

We don't use a or an before meals, like breakfast, lunch, or dinner. ไวยากรณ์

1:00

เราไม่ใช้ a หรือ an หน้ามื้ออาหาร เช่น อาหารเช้า อาหารกลางวัน หรืออาหารเย็น

ไวยากรณ์

before meals: ใช้ zero article กับชื่อมื้ออาหารทั่วไป

ในที่นี้ before meals หมายถึง “หน้าชื่อมื้ออาหาร” เมื่อ breakfast, lunch และ dinner หมายถึงมื้ออาหารทั่วไปในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการกินมื้อนั้น ภาษาอังกฤษมักไม่ใช้ a หรือ an เช่น have breakfast, after lunch และ for dinner การไม่ใช้คำนำหน้านามแบบนี้เรียกว่า zero article

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงกิจวัตรมื้อเช้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. We have a breakfast at seven every morning.
  2. We have breakfast at seven every morning.
  3. We have an breakfast at seven every morning.
ดูคำตอบ

We have breakfast at seven every morning.

Shall we go out for dinner tonight? วลี

1:05

คืนนี้เราออกไปทานอาหารเย็นกันไหม?

วลี

go out for dinner: ออกไปกินมื้อเย็นนอกบ้าน

Go out for dinner หมายถึงออกจากบ้านไปกินมื้อเย็นที่อื่น ซึ่งมักเป็นร้านอาหาร For dinner บอกจุดประสงค์ของการออกไป ส่วน dinner ไม่ใช้คำนำหน้านามเพราะเป็นชื่อมื้ออาหารทั่วไป วลีทั้งชุดเป็นกลุ่มคำธรรมชาติที่นำไปใช้ซ้ำได้เมื่อต้องการชวนหรือพูดคุยเรื่องแผน เช่น Shall we go out for dinner tonight?

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: Would you like to ____ with us tomorrow?

ดูคำตอบ

go out for dinner

I'm thinking pizza. น้ำเสียง/เจตนา

1:07

ฉันกำลังคิดถึงพิซซ่า

น้ำเสียง/เจตนา

I'm thinking pizza: เสนอตัวเลือกอย่างนุ่มนวล

ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ รูปแบบ I'm thinking + ตัวเลือก สามารถสื่อว่า “นี่คือตัวเลือกที่ฉันกำลังนึกไว้” ในประโยคนี้ I'm thinking pizza เป็นการเสนอว่าอาจเลือกหรือกินพิซซ่า ไม่ได้หมายถึงกำลังศึกษาความคิดเรื่องพิซซ่า การกระทำที่ละไว้ต้องเข้าใจจากสถานการณ์ เช่น กินหรือสั่งพิซซ่า เลือกสี หรือวางแผนกิจกรรม เนื่องจากประโยคนี้ฟังเหมือนความคิดในตอนนี้มากกว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้าย จึงเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบได้อย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอแบบไม่เป็นทางการโดยใช้ Thai food เป็นตัวเลือก และใช้รูปแบบ I'm thinking + ตัวเลือก ตามที่กำหนด: For dinner, ____.

ดูคำตอบ

I'm thinking Thai food

Category number three.

1:08

หมวดหมู่ที่สาม

We don't use a or an when we talk about forms of transportation ไวยากรณ์

1:10

เราไม่ใช้ a หรือ an เมื่อเราพูดถึงรูปแบบการเดินทาง

with the preposition by.

1:14

ที่ใช้กับคำบุพบท by

ไวยากรณ์

forms of transportation กับ by: ไม่ใช้ a หรือ an

คำที่เน้นกล่าวถึงรูปแบบไวยากรณ์ by + วิธีการเดินทาง เมื่อ by บอกว่าเดินทางด้วยวิธีใด คำนามที่เป็นพาหนะจะไม่ใช้ a หรือ an เช่น by train, by bus, by car การไม่ใช้คำนำหน้านามแบบนี้เรียกว่า zero article และเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ by ที่บอกวิธีการเดินทาง หากเปลี่ยนเป็น on a train, in a car หรือ take a bus พาหนะจะทำหน้าที่เป็นคำนามนับได้ตามปกติและต้องมีคำกำหนดที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ by + วิธีการเดินทางที่ตรงกับคำใบ้ train: We travelled ____ to Edinburgh.

ดูคำตอบ

by train

My car broke down and I really don't want us to miss that party, กริยาวลี

1:16

รถของฉันเสียและฉันไม่อยากให้เราพลาดปาร์ตี้นั้นเลย

กริยาวลี

broke down: ยานพาหนะหรือเครื่องจักรเกิดขัดข้อง

broke down เป็นรูปอดีตของกริยาวลี break down เมื่อ my car เป็นประธาน จึงหมายความว่ารถหยุดทำงานเพราะเกิดความขัดข้อง เมื่อใช้กับยานพาหนะ เครื่องจักร หรือระบบ คำนี้เป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม สิ่งที่ขัดข้องจะเป็นประธาน เช่น The lift broke down.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ break down เติมประโยคให้สมบูรณ์: The engine suddenly stopped working, so the car ____.

ดูคำตอบ

broke down

so we'll just have to go by train. ไวยากรณ์

1:20

ดังนั้นเราก็คงต้องไปโดยรถไฟ (by train)

ไวยากรณ์

have to go by train: ความจำเป็นและวิธีเดินทาง

have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความจำเป็น ในที่นี้รถมีปัญหาและไม่มีทางเลือกอื่นที่เหมาะสม ดังนั้น we’ll just have to go จึงหมายถึงจำเป็นต้องเลือกวิธีนี้เพราะสถานการณ์ ไม่ใช่เพียงเพราะชอบมากกว่า by train ใช้ระบุวิธีเดินทาง ในโครงสร้างนี้ใช้ by + ชื่อพาหนะโดยไม่ใส่คำนำหน้านาม เช่น by train, by bus หรือ by car

แบบฝึกหัด

ใช้ have to และ by train เติมประโยคให้สมบูรณ์: The road is closed, and the train is our only option, so we'll ____.

ดูคำตอบ

have to go by train

In that sentence, train is the form of transportation.

1:23

ในประโยคนั้น รถไฟคือรูปแบบการเดินทาง

It is preceded by the preposition by, การใช้คำ

1:27

มันถูกนำหน้าด้วยคำบุพบท by

การใช้คำ

X is preceded by Y: Y อยู่ก่อน X

X is preceded by Y หมายถึง Y อยู่ก่อน X ในลำดับ ชุดข้อมูล หรือข้อความ โครงสร้างนี้เป็นรูปถูกกระทำของ Y precedes X ดังนั้นคำนามหลัง by คือสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ในประโยคนี้ It หมายถึง train และ Y คือคำบุพบท by กล่าวคือ by อยู่หน้า train วลีนี้บอกตำแหน่ง ไม่ได้หมายถึงแค่ว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดก่อนในแง่เวลา

แบบฝึกหัด

ลำดับคือคำคุณศัพท์ก่อน แล้วจึงเป็นคำนาม ประโยคใดอธิบายลำดับนี้ได้ถูกต้อง

  1. The adjective is preceded by the noun.
  2. The noun is preceded by the adjective.
  3. The noun is followed by the adjective.
ดูคำตอบ

The noun is preceded by the adjective.

and therefore we don't have a in the middle. ลำดับความ

1:30

ดังนั้นเราจึงไม่มี a อยู่ตรงกลาง

ลำดับความ

therefore: แสดงผลหรือข้อสรุป

Therefore แสดงว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผลหรือข้อสรุปที่ได้จากเหตุผล ข้อเท็จจริง หรือกฎที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้คำนี้บอกว่าการไม่ใส่ a ตรงกลางเป็นผลจากกฎลำดับคำที่เพิ่งอธิบาย คำนี้ใช้จัดความเชื่อมโยงทางเหตุผลระหว่างแนวคิด ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มเล่าเหตุการณ์ถัดไปที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ therefore เพื่อแสดงผลที่สมเหตุสมผล

  1. The path was icy; however, the main road was clear.
  2. The path was icy; for example, the bridge was slippery.
  3. The path was icy; therefore, we walked slowly.
ดูคำตอบ

The path was icy; therefore, we walked slowly.

Category number four.

1:33

หมวดหมู่ที่สี่

We don't use a or an with institutions ไวยากรณ์

1:34

เราไม่ใช้ a หรือ an กับสถานที่ที่เป็นสถาบันต่างๆ

when we're using them for their regular purposes.

1:37

เมื่อเราใช้สิ่งเหล่านั้นตามวัตถุประสงค์ปกติ

ไวยากรณ์

with institutions ... for their regular purposes: zero article เมื่อกล่าวถึงหน้าที่ของสถาบัน

ในประโยคนี้ institutions หมายถึงสถานที่ที่มีบทบาททางสังคมชัดเจน เช่น school, prison, church และ hospital ส่วน for their regular purposes หมายถึงบุคคลนั้นกำลังทำกิจกรรมที่สถานที่นั้นมีไว้ตามปกติ เช่น เรียนที่ school หรือรับการรักษาที่ hospital ในสำนวนที่ใช้กันเป็นแบบแผนบางสำนวน ภาษาอังกฤษจะไม่ใส่คำนำหน้านามเมื่อสื่อความหมายด้านหน้าที่นี้ เรียกว่า zero article แต่กฎนี้ไม่ได้ใช้กับคำนามที่เป็นสถาบันทุกคำ เพราะต้องดูทั้งคำนาม ความหมายที่ต้องการ และรูปแบบภาษาอังกฤษด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำนามที่เป็นสถาบันโดยไม่มีคำนำหน้านาม เพราะสถาบันนั้นทำหน้าที่ทางสังคมตามปกติ

  1. The guide showed us the prison near the river.
  2. The man was sent to prison after the trial.
  3. The visitor took photos of a prison from the road.
ดูคำตอบ

The man was sent to prison after the trial.

For example, he had a really bad accident, วลี

1:40

ตัวอย่างเช่น เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรงมาก

but luckily he's now recovering in hospital. ไวยากรณ์

1:43

แต่โชคดีที่ตอนนี้เขากำลังพักฟื้นในโรงพยาบาล (in hospital)

วลี

had a really bad accident: โครงสร้าง have an accident

have an accident เป็นสำนวนที่ใช้ทั่วไป หมายถึงประสบอุบัติเหตุ ในที่นี้ had เป็นรูปอดีตของ have ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าของสิ่งใด ในที่นี้ accident เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงต้องมีคำนำหน้านาม สามารถวางคำคุณศัพท์ระหว่างคำนำหน้านามกับคำนามได้ เช่น a really bad accident โดย really ขยาย bad และ really bad ทั้งกลุ่มขยาย accident

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ have an accident เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the race, Ben ____, so the medics came to help.

ดูคำตอบ

had an accident

ไวยากรณ์

recovering in hospital: การไม่ใช้คำนำหน้านามแบบบริติช

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช recovering in hospital หมายถึงกำลังฟื้นตัวขณะเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วย คำว่า hospital ไม่ใช้คำนำหน้านาม เพราะหมายถึงสถาบันที่ทำหน้าที่ทางการแพทย์ตามปกติ ไม่ได้หมายถึงเพียงตัวอาคารหรือสถานที่ที่ไม่ได้ระบุแห่งใดแห่งหนึ่ง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับ be, stay และ recover ได้ ผู้ที่กำลังรับการรักษาในโรงพยาบาลจึงอาจใช้ be in hospital, stay in hospital หรือ recover in hospital

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช ประโยคใดบอกได้ตรงที่สุดว่า Leo เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยและกำลังพักฟื้นหลังการผ่าตัด

  1. Leo is filming in a hospital for a documentary.
  2. Leo is waiting outside the hospital for a taxi.
  3. Leo is recovering in hospital after surgery.
ดูคำตอบ

Leo is recovering in hospital after surgery.

We didn't use a or an here because he's in the hospital recovering.

1:46

เราไม่ใช้ a หรือ an ที่นี่เพราะเขาอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้น

He's not visiting.

1:51

เขาไม่ได้มาเยี่ยม

He's not a doctor.

1:52

เขาไม่ใช่หมอ

If the institution is not being used for its purpose, ไวยากรณ์

1:53

หากสถานที่นั้นไม่ได้ถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ของมัน

you would add a or an before it.

1:57

คุณต้องเติม a หรือ an ไว้ข้างหน้า

ไวยากรณ์

If ... you would add ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if กำหนดเงื่อนไขว่า สถาบันนั้นไม่ได้ทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ปกติ ส่วนประโยคหลัก you would add a or an บอกผลลัพธ์หรือทางเลือกที่จะตามมาเมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น would ในที่นี้ไม่ได้เป็นเครื่องหมายของอดีตกาล แต่ทำให้ผลลัพธ์อยู่ในสถานการณ์สมมติ และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน add โครงสร้าง If ... would ... ใช้อธิบายว่าคนคนหนึ่งจะทำอะไรเมื่อเงื่อนไขสมมตินั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ If ... would ... ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายผลลัพธ์ของเงื่อนไขสมมติ

  1. If the label were unclear, you would add a short note.
  2. If the label were unclear, you would adding a short note.
  3. If the label would be unclear, you added a short note.
ดูคำตอบ

If the label were unclear, you would add a short note.

For example,

2:00

ตัวอย่างเช่น

did you know that this car chase scene was shot in a hospital? การใช้คำ

2:01

คุณรู้ไหมว่าฉากขับรถไล่ล่านี้ถ่ายทำในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง (in a hospital)?

การใช้คำ

was shot in a hospital: shoot ในความหมายว่า “ถ่ายทำ”

ในที่นี้ was shot หมายถึง “ถูกถ่ายทำ” เป็นรูปถูกกระทำของ shoot ซึ่งในบริบทการผลิตภาพยนตร์และวิดีโอหมายถึง “บันทึกด้วยกล้อง” ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงการยิงปืน in a hospital บอกสถานที่ที่ถ่ายทำ ส่วน a แสดงว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ระบุเจาะจง เนื่องจากประธานคือ scene โรงพยาบาลจึงเป็นเพียงสถานที่ถ่ายทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shot ในความหมายว่า “ถูกถ่ายทำด้วยกล้อง”?

  1. The player shot the ball toward the goal.
  2. The documentary was shot on a small island.
  3. The rocket shot into the sky.
ดูคำตอบ

The documentary was shot on a small island.

Category number five.

2:05

หมวดหมู่ที่ห้า

We don't use articles in news headlines วัฒนธรรม

2:07

เราไม่ใช้คำนำหน้านามในพาดหัวข่าว

because they want to grab your attention, วลี

2:10

เพราะพวกเขาต้องการดึงดูดความสนใจของคุณ

วัฒนธรรม

articles in news headlines: การละคำนำหน้านามในพาดหัวข่าว

ในที่นี้ articles หมายถึงคำว่า a, an และ the ภาษาพาดหัวข่าวมักละคำสั้น ๆ เหล่านี้ เพื่อให้บุคคล สิ่งของ และการกระทำหลักเด่นขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เป็นวิธีย่อที่พบบ่อยในพาดหัว ไม่ใช่กฎว่าห้ามมีคำนำหน้านามเด็ดขาด พาดหัวอาจคงคำนำหน้านามไว้เมื่อจำเป็นต่อความชัดเจน ส่วนประโยคทั่วไปและเนื้อข่าวยังคงใช้กฎคำนำหน้านามตามปกติ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเขียนด้วยรูปแบบพาดหัวข่าวที่กระชับ?

  1. The dog is rescuing a child from the river.
  2. A dog rescued a child from the river.
  3. Dog Rescues Child from River
ดูคำตอบ

Dog Rescues Child from River

วลี

grab your attention: ทำให้ใครบางคนสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว

grab someone's attention หมายถึงทำให้คนคนนั้นสังเกตเห็นบางสิ่งอย่างรวดเร็วและชัดเจน ในที่นี้ grab ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับความสนใจจริง ๆ พาดหัวมักใช้คำสั้น ๆ ที่สะดุดตา เพราะต้องการให้ผู้อ่านสังเกตเห็นทันที โครงสร้างคือ grab + คำแสดงความเป็นเจ้าของหรือกลุ่มคำนาม + attention เช่น grab my attention หรือ grab the audience's attention

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าโปสเตอร์ทำให้คุณสังเกตเห็นมันทันที

  1. I immediately paid attention to the poster.
  2. The poster immediately grabbed my attention.
  3. The poster kept my attention throughout the whole talk.
ดูคำตอบ

The poster immediately grabbed my attention.

and when there's too many words, it can feel cluttered. ไวยากรณ์

2:13

และเมื่อมีคำมากเกินไป มันอาจจะรู้สึกรกตาได้

ไวยากรณ์

too many words: too many + คำนามนับได้พหูพจน์

too many + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงจำนวนมากกว่าที่ต้องการหรือจำเป็น และมักทำให้เกิดปัญหา words สามารถนับทีละคำได้และเป็นพหูพจน์ ดังนั้น too many words จึงเป็นรูปที่ถูกต้อง too เพิ่มความหมายว่ามากเกินไป many words บอกเพียงว่ามีจำนวนมาก แต่ too many words บอกว่าจำนวนนั้นทำให้เกิดปัญหา เช่น ทำให้หน้ากระดาษดูรก

แบบฝึกหัด

เติม too many หรือ too much: There are ____ chairs in this small room, so nobody can walk through.

ดูคำตอบ

too many

Cat sneaks into luggage, travels across country. โน้ต

2:16

แมวแอบเข้าไปในกระเป๋าเดินทาง เดินทางข้ามประเทศ

วัฒนธรรม

Cat sneaks into luggage: การใช้คำนำหน้านามในพาดหัวข่าว

Cat sneaks into luggage เขียนในรูปแบบพาดหัวข่าวที่ย่อให้กระชับ พาดหัวข่าวมักละคำนำหน้านามที่จำเป็นในประโยคทั่วไป ดังนั้น Cat ในที่นี้จึงแทน A cat ได้ การไม่มีคำนำหน้านามหน้า luggage ต้องพิจารณาแยกกัน Luggage เป็นคำนามนับไม่ได้ เมื่อกล่าวถึงสัมภาระโดยทั่วไปจึงไม่ต้องมีคำนำหน้านามแม้ในภาษาอังกฤษปกติ แต่หากหมายถึงสัมภาระที่เฉพาะเจาะจง พาดหัวอาจละ the ที่จะใช้ในเนื้อความแบบเต็ม เมื่อต้องขยายพาดหัวเป็นประโยค ให้เติมคำนำหน้านามเฉพาะเมื่อความหมายและไวยากรณ์ของคำนามต้องการจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นภาษาเขียนทั่วไปที่เป็นธรรมชาติ เมื่อกล่าวถึงแมวหนึ่งตัวและกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบที่ยังไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน

  1. Cat sneaked into suitcase before the trip.
  2. A cat sneaked into a suitcase before the trip.
  3. A cat sneaked into a luggage before the trip.
ดูคำตอบ

A cat sneaked into a suitcase before the trip.

กริยาวลี

sneaks into: เข้าไปข้างในโดยไม่ให้ใครเห็น

Sneaks into หมายถึงเข้าไปในสถานที่อย่างเงียบ ๆ หรืออย่างลับ ๆ โดยปกติเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น sneaks บอกลักษณะการเคลื่อนไหวที่ปกปิด ส่วน into บอกทิศทางจากข้างนอกเข้าไปข้างใน ใช้โครงสร้าง sneak into + สถานที่หรือพื้นที่ปิด วลีนี้รวมจุดหมายที่เข้าไปด้วย ในพาดหัวนี้ luggage คือสิ่งที่แมวเข้าไปอยู่ข้างใน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย sneak และคำบอกทิศทางที่หมายถึงการเคลื่อนจากข้างนอกเข้าไปข้างใน: The fox was outside and tried to ____ the shed without being noticed.

ดูคำตอบ

sneak into

Parrot orders pizza, surprises owners.

2:20

นกแก้วสั่งพิซซ่า ทำให้เจ้าของประหลาดใจ

So there you go. ลำดับความ

2:24

ก็ตามนั้นเลย

ลำดับความ

there you go ในฐานะสัญญาณปิดท้ายคำพูด

ในประโยคนี้ there you go เป็นคำพูดที่ใช้ส่งสัญญาณว่ากำลังปิดท้าย ผู้พูดใช้บอกผู้ฟังว่าการอธิบายหรือการสาธิตเสร็จแล้ว มีความหมายใกล้กับ “แค่นี้เอง” หรือ “ทำแบบนี้” ไม่ได้สั่งให้ใครไปยังสถานที่หนึ่ง So เชื่อมวลีกับสิ่งที่เพิ่งอธิบายและเน้นความรู้สึกสรุป เมื่อได้ยินหลังขั้นตอนสุดท้ายหรือข้อสรุป ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจบช่วงนั้น

แบบฝึกหัด

เติมการสาธิตให้สมบูรณ์ด้วยวลีปิดท้ายแบบภาษาพูดจากบทเรียนนี้: Click Create, and ____—your account is ready.

ดูคำตอบ

there you go

Those are five categories where we don't use a or an

2:25

นั่นคือห้าหมวดหมู่ที่เราไม่ใช้ a หรือ an

seasons,

2:28

ฤดูกาล

meals,

2:30

มื้ออาหาร

transport with the preposition by,

2:30

การเดินทางที่ใช้ร่วมกับคำบุพบท by

institutions when they're used for their purposes,

2:33

สถานที่สถาบันต่างๆ เมื่อถูกใช้ตามวัตถุประสงค์

and news headlines.

2:36

และพาดหัวข่าว

We've just had some breaking news. วลี

2:39

เราเพิ่งได้รับข่าวด่วน

วลี

breaking news สำหรับความคืบหน้าสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้น

Breaking news เป็นวลีตายตัวในสื่อ หมายถึงข่าวสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้น เพิ่งเป็นที่รับรู้ หรือยังคงมีความคืบหน้าอยู่ breaking ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “แตก” แต่บอกว่าเรื่องกำลังเกิดขึ้นและถูกรายงานอย่างรวดเร็ว ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน news เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ some breaking news, a piece of breaking news หรือพูดเพียง Breaking news ไม่ใช้ a breaking news ในตัวอย่างนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนรูปแบบการพูดให้เหมือนการประกาศข่าวด่วน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฟังเป็นธรรมชาติในการรายงานข่าว?

  1. We have a breaking news from the city centre.
  2. We have some broken news from the city centre.
  3. We have some breaking news from the city centre.
ดูคำตอบ

We have some breaking news from the city centre.

Here's Shereen Magdy with a live update. วัฒนธรรม

2:41

นี่คือ Shereen Magdy พร้อมรายงานสด

วัฒนธรรม

with a live update: การเกริ่นเข้าสู่รายงานสด

ในการส่งต่อช่วงข่าวนี้ with a live update บอกผู้ชมว่า Shereen กำลังจะนำเสนออะไรต่อไป นั่นคือข้อมูลล่าสุดที่รายงานแบบเรียลไทม์ขณะที่รายการกำลังดำเนินอยู่ โครงสร้าง Here's + บุคคล + with + รายงานหรือเนื้อหา ใช้แนะนำผู้รายงานคนถัดไปพร้อมหน้าที่ของเขา live ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ที่ถ่ายทอดหรือรายงานแบบเรียลไทม์” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “อาศัยอยู่”

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียงสระของ live ที่อยู่หน้า update

  1. Our reporter lives up the road from London.
  2. Here's our reporter with the latest update from London.
  3. Here's our reporter with a live update from London.
ดูคำตอบ

Here's our reporter with a live update from London.

Shereen, over to you. น้ำเสียง/เจตนา

2:44

Shereen เชิญคุณเลย

น้ำเสียง/เจตนา

over to you: การส่งต่อคิวพูดให้อีกฝ่าย

Over to you เป็นสำนวนตายตัวสำหรับส่งต่อหน้าที่ หมายถึง “ตอนนี้ถึงตาคุณพูดหรือรับช่วงต่อแล้ว” ในประโยคนี้ ผู้ดำเนินรายการส่งต่อคิวพูดหรือภาพจากกล้องให้ Shereen โดยไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด สามารถวางชื่อไว้หน้าหรือหลังสำนวนเพื่อระบุผู้รับช่วงได้ เช่น Shereen, over to you หรือ Over to you, Shereen

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ตอนนี้ถึงตาคุณพูดแล้ว” เพื่อให้การส่งต่อสมบูรณ์: That's all from me. ____, Sam.

ดูคำตอบ

Over to you

Uh thank you, Nishma.

2:45

เอ่อ ขอบคุณ Nishma

British Council's mini English Lessons

2:47

บทเรียนภาษาอังกฤษขนาดสั้นของ British Council

hit 1 billion subscribers on YouTube this week. การใช้คำ

2:49

มีผู้ติดตามบน YouTube ถึง 1 พันล้านคนแล้วในสัปดาห์นี้

การใช้คำ

hit 1 billion subscribers: ไปถึงหลักสำคัญที่เป็นตัวเลข

ในบริบทของตัวเลขและความสำเร็จ hit หมายถึง “ไปถึง” ในที่นี้ hit 1 billion subscribers หมายความว่าจำนวนผู้ติดตามไปถึงหลักสำคัญ ไม่ได้หมายถึงการตีหรือโจมตีผู้ติดตาม รูปแบบคือ hit + ตัวเลข ระดับ หรือหลักสำคัญ มักพบในรายงานสั้น ๆ เกี่ยวกับยอดวิว ยอดขาย ราคา อุณหภูมิ และผลลัพธ์อื่น ๆ ที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hit ในความหมายว่า “ไปถึงหลักที่เป็นตัวเลข”

  1. The podcast hit at one million downloads this month.
  2. The host hit the desk with a pencil.
  3. The podcast hit one million downloads this month.
ดูคำตอบ

The podcast hit one million downloads this month.

Hold on, please. น้ำเสียง/เจตนา

2:53

กรุณารอสักครู่

น้ำเสียง/เจตนา

Hold on, please.: ขอให้อีกฝ่ายรออย่างสุภาพ

Hold on, please. หมายถึง “กรุณารอสักครู่” ผู้พูดหยุดการสนทนาชั่วคราวเพื่อตรวจสอบบางอย่างหรือจัดการกับเหตุขัดจังหวะสั้น ๆ แล้วคาดว่าจะกลับมาสนทนาต่อ ในที่นี้ hold on เป็นสำนวนพูดแบบตายตัว ไม่ใช่คำสั่งให้จับสิ่งของ ส่วน please ทำให้คำขอสั้น ๆ นี้สุภาพขึ้น

แบบฝึกหัด

ระหว่างคุยโทรศัพท์ คุณต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบที่อยู่ คำขอใดเป็นธรรมชาติและสุภาพที่สุด

  1. Hold the phone in your hand, please.
  2. Leave now, please, while I check the address.
  3. Hold on, please, while I check the address.
ดูคำตอบ

Hold on, please, while I check the address.

I'm getting updates.

2:54

ฉันกำลังได้รับการอัปเดต

We're getting hundreds more after the what is it?

2:55

เรากำลังได้เพิ่มมาอีกหลายร้อยคนหลังจาก... มันคืออะไรนะ?

The indefinite article mini English lessons episode.

2:59

ตอนบทเรียนภาษาอังกฤษขนาดสั้นเรื่องคำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะ

Well done. น้ำเสียง/เจตนา

3:04

ทำได้ดีมาก

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: คำชมสำหรับความสำเร็จ

Well done เป็นคำชมสั้น ๆ ที่หมายถึง “คุณทำสำเร็จ” หรือ “คุณทำได้ดี” สามารถใช้เดี่ยว ๆ เหมือนในประโยคนี้ หรือระบุผลงานที่ชมด้วย Well done on + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้เป็นการชมผลลัพธ์ของคนคนหนึ่ง เมื่อ well-done ใช้ขยายเนื้อสัตว์ จะหมายถึง “สุกทั่ว” ซึ่งเป็นอีกความหมายหนึ่งที่เกี่ยวกับอาหาร

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมเพิ่งนำเสนองานที่ยากเสร็จ ประโยคใดเป็นคำชมที่เป็นธรรมชาติ

  1. Please finish the presentation before lunch.
  2. Well done—that was clear and confident.
  3. The presentation will begin in ten minutes.
ดูคำตอบ

Well done—that was clear and confident.

I'll be back in a couple of minutes with an updated count. วลี

3:05

ฉันจะกลับมาในอีกไม่กี่นาทีพร้อมกับยอดนับที่อัปเดตแล้ว

วลี

in a couple of minutes: อีกไม่กี่นาทีจากตอนนี้

In + ระยะเวลา ใช้บอกว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยนับจากตอนนี้ ดังนั้น in a couple of minutes จึงหมายถึงหลังจากรอช่วงสั้น ๆ ไม่กี่นาที เมื่อใช้กับ I’ll be back จะเป็นการสัญญาว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ a couple of อาจหมายถึงสองอย่างพอดี แต่ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการมักหมายถึงประมาณสองหรือจำนวนเล็กน้อย ดังนั้นวลีนี้จึงมักบอกเวลาโดยประมาณ เว้นแต่ผู้พูดจะระบุเวลาให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ in และ a couple of minutes: The host will return ____ with the final score.

ดูคำตอบ

in a couple of minutes

It's going crazy. สำนวน

3:08

มันกำลังพุ่งทะลุปรอทไปเลย

สำนวน

going crazy: การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและแทบควบคุมไม่ได้

ในที่นี้ going crazy เป็นคำพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงตัวเลขหรือกิจกรรมเพิ่มขึ้นเร็วมากจนรู้สึกว่าแทบควบคุมไม่ได้ ในบริบทนี้คือยอดผู้ติดตามกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้พูดถึงสุขภาพจิตของใคร โครงสร้าง go + adjective แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพใหม่ และ is going แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นกำลังเกิดขึ้น เมื่อนำ going crazy ไปใช้กับตัวเลข ราคา ปริมาณการใช้งานออนไลน์ หรือกิจกรรมของผู้ชม จึงสามารถหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วหรือรุนแรงผิดปกติได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ going crazy เป็นคำพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ เพื่อบอกว่ากิจกรรมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

  1. The group chat has been archived, so nobody can post.
  2. The group chat is going crazy—hundreds of messages are arriving every minute.
  3. The group chat is quiet because everyone has gone to bed.
ดูคำตอบ

The group chat is going crazy—hundreds of messages are arriving every minute.