ปัญหาทางจริยธรรมของรถยนต์ไร้คนขับ - Patrick Lin: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
603 คำ 164 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การทดลองทางความคิดเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับชี้ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีจะลดอุบัติเหตุได้ แต่ความรับผิดชอบทางจริยธรรมไม่ได้หายไป เพราะการตัดสินใจที่กำหนดไว้ก่อนเกิดการชนอาจเอื้อประโยชน์แก่คนบางกลุ่ม โปรแกรมเมอร์ บริษัท และรัฐบาลจึงต้องพิจารณาปัญหาเหล่านี้ก่อนนำเทคโนโลยีไปใช้จริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. thought experiment. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่านี่คือสถานการณ์สมมุติที่ใช้ทดสอบสัญชาตญาณและหลักการทางจริยธรรม ไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าทั่วไป จึงมองเห็นได้ว่าอุบัติเหตุในจินตนาการช่วยสร้างข้อถกเถียงอย่างจริงจังเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้อย่างไร 2. their outcomes may be determined months or years in advance by programmers or policy makers — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่ารูปประโยคกรรมวาจกย้ายจุดสนใจจากวินาทีที่เกิดอุบัติเหตุไปสู่ผลลัพธ์ซึ่งอาจถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ขั้นออกแบบหรือนโยบาย และนำโครงสร้างนี้ไปใช้อภิปรายความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ฝังอยู่ในระบบ 3. cruise confidently and conscientiously into our brave new future. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เห็นว่าภาพเปรียบเทียบเรื่องการขับรถย้อนกลับไปเชื่อมกับหัวข้อหลักและปิดการบรรยายอย่างไร โดย cruise into สื่อถึงการมุ่งสู่อนาคตอย่างราบรื่น ส่วนคำวิเศษณ์สองคำเน้นทั้งความมั่นใจและความรอบคอบทางจริยธรรม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is a thought experiment. วัฒนธรรม

0:07

นี่คือการทดลองทางความคิด

วัฒนธรรม

thought experiment: การให้เหตุผลด้วยกรณีสมมติ

thought experiment คือสถานการณ์สมมติที่ใช้พิจารณาแนวคิด สัญชาตญาณ หรือหลักการ เป็นคำศัพท์เฉพาะที่ใช้ในปรัชญา วิทยาศาสตร์ และจริยศาสตร์ ไม่ได้หมายถึง “การทดลองเกี่ยวกับความคิด” ตามความหมายตรงตัว ในที่นี้ คำนี้บอกให้เข้าใจว่าสถานการณ์ต่อไปเป็นเครื่องมือสำหรับการให้เหตุผลทางจริยธรรม ไม่ใช่รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

thought experiment ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. กรณีสมมติที่ใช้ทดสอบแนวคิดหรือหลักการ
  2. รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
  3. การทดสอบจริงที่ใช้อุปกรณ์และการวัด
ดูคำตอบ

กรณีสมมติที่ใช้ทดสอบแนวคิดหรือหลักการ

Let's say at some point in the not-so-distant future, โน้ต

0:09

สมมติว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้

ลำดับความ

Let's say: การเสนอเหตุการณ์สมมติ

Let's say ในที่นี้หมายถึง “สมมติว่า” หรือ “ลองจินตนาการว่า” ใช้เพื่อเสนอข้อสมมติชั่วคราว ไม่ใช่ขอให้ผู้คนพูดคำบางคำออกมาดัง ๆ เมื่อใช้เปิดประเด็น คำนี้จะบอกว่าข้อมูลต่อไปเป็นการวางฉากสำหรับตัวอย่างสมมติ และชวนให้ผู้ฟังยอมรับฉากนั้นชั่วคราวเพื่อให้การให้เหตุผลดำเนินต่อไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนเพื่อเสนอเหตุการณ์สมมติ: ____ the train is delayed by an hour. How would you get home?

ดูคำตอบ

Let's say

วลี

at some point in the not-so-distant future: ณ จุดหนึ่งในอนาคตอันไม่ไกลนัก

at some point ไม่ระบุเวลาที่แน่นอน และหมายถึง “ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง” ส่วน in the not-so-distant future วางช่วงเวลาที่ยังไม่แน่นอนนั้นไว้ในอนาคตที่ดูค่อนข้างใกล้หรือพอคาดการณ์ได้ เมื่อรวมกัน วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดคาดการณ์โดยไม่ต้องบอกวันที่ พร้อมบอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องรอนานมาก not-so-distant หมายถึง “ไม่ไกลนัก” ไม่ได้เลื่อนเหตุการณ์ไปไว้ในอนาคตอันไกลโพ้น

แบบฝึกหัด

วลีบอกเวลาที่เน้นไว้มีความหมายว่าอย่างไรในที่นี้

  1. ในเวลาที่แน่นอนซึ่งกำหนดไว้แล้วสำหรับวันพรุ่งนี้
  2. ในเวลาที่ยังไม่ทราบแน่ชัดของอนาคตอันไกลโพ้น
  3. ในเวลาที่ยังไม่ทราบแน่ชัดของอนาคตที่น่าจะไม่ไกลมาก
ดูคำตอบ

ในเวลาที่ยังไม่ทราบแน่ชัดของอนาคตที่น่าจะไม่ไกลมาก

you're barreling down the highway in your self-driving car โน้ต

0:11

คุณกำลังขับรถยนต์ไร้คนขับของคุณพุ่งไปตามทางหลวง

วลี

barreling down the highway: พุ่งไปตามทางหลวงด้วยความเร็วสูง

ในที่นี้ barreling เป็นรูป -ing ของคำกริยา barrel ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงถังขนาดใหญ่ to barrel down a road หมายถึงเคลื่อนไปตามถนนด้วยความเร็วสูงมากและมีแรงส่งมาก วลีนี้ทำให้การขับรถฟังดูเร่งด่วนและอาจเป็นอันตราย ราวกับว่าจะหยุดหรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วได้ยาก down ในที่นี้หมายถึง “ไปตามทางหลวง” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงลงเนิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ barreling ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The bus was barreling down the hill, and the driver could not stop it.
  2. The bus was parked quietly beside the station.
  3. The bus was moving slowly through a crowded parking lot.
ดูคำตอบ

The bus was barreling down the hill, and the driver could not stop it.

การใช้คำ

self-driving car: รถที่ควบคุมโดยระบบขับขี่ของตัวรถเอง

self-driving car หมายถึงรถที่สามารถทำงานด้านการขับขี่ได้ด้วยเซ็นเซอร์ ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมของตัวรถเอง ในคำคุณศัพท์ประสม self-driving คำว่า self หมายถึงตัวรถ และวลีที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ทั้งวลีทำหน้าที่ขยาย car ในประโยคนี้ ประเด็นสำคัญคือระบบของรถกำลังตัดสินใจเรื่องการขับขี่ ไม่ได้หมายความว่าคนคนหนึ่งกำลังขับรถด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ใช้คำเป้าหมายโดยวาง self-driving ไว้หน้า car เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The lab is testing a new ____ on public roads.

ดูคำตอบ

self-driving car

and you find yourself boxed in on all sides by other cars. กริยาวลี

0:15

และคุณพบว่าตัวเองถูกล้อมรอบด้วยรถคันอื่นจากทุกทิศทาง

กริยาวลี

find yourself boxed in: พบว่าตัวเองติดอยู่หรือถูกจำกัดอย่างไม่คาดคิด

โครงสร้าง find yourself + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงการตระหนักว่าตนเองอยู่ในสภาพหนึ่ง ซึ่งมักเป็นสภาพที่ไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ ในที่นี้ boxed in เป็นส่วนเติมเต็มรูปกริยาช่องสามที่อธิบายสภาพของคุณ To box someone in หมายถึงล้อมใครบางคนจนแทบไม่มีพื้นที่ให้ขยับ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย โดย find yourself boxed in อาจหมายถึงมีทางเลือกน้อยมากหรือไม่มีทางออกง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ find yourself boxed in ในความหมายว่า “มีทางเลือกน้อยมาก”?

  1. With no time and no extra money, we found ourselves boxed in.
  2. We gave ourselves plenty of options before deciding.
  3. We found several empty boxes in the storage room.
ดูคำตอบ

With no time and no extra money, we found ourselves boxed in.

Suddenly,

0:19

ทันใดนั้น

a large heavy object

0:20

วัตถุขนาดใหญ่และหนัก

falls off the truck in front of you. กริยาวลี

0:22

ก็ร่วงลงมาจากรถบรรทุกคันหน้าคุณ

กริยาวลี

falls off: ตกจากพื้นผิวที่รองรับ

ใน falls off the truck คำว่า fall off หมายถึงสิ่งของแยกออกจากยานพาหนะหรือพื้นผิวที่รองรับมันแล้วตกลงมา คำว่า off แสดงการเคลื่อนออกจากที่รองรับนั้น จึงมีความหมายเฉพาะกว่า fall เพียงคำเดียว ใช้โครงสร้าง fall off + คำนาม เพื่อบอกว่าตกมาจากที่ใด เช่น fall off a bike, fall off a shelf หรือ fall off a truck

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากระเป๋าเดินทางตกลงมาจากหลังคารถ

  1. A suitcase fell down inside the car.
  2. A suitcase fell off the roof of the car.
  3. A suitcase fell over beside the car.
ดูคำตอบ

A suitcase fell off the roof of the car.

Your car can't stop in time to avoid the collision, ไวยากรณ์

0:24

รถของคุณไม่สามารถหยุดได้ทันเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการพุ่งชน

ไวยากรณ์

can't stop in time to avoid: หยุดไม่ทันก่อนที่จะสายเกินไป

ใน can't stop in time to avoid the collision โครงสร้าง in time to + คำกริยา หมายถึงเร็วพอที่จะทำสิ่งนั้นก่อนเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ รูปปฏิเสธ can't แสดงว่าเหลือเวลาไม่พอที่จะหยุดก่อนเกิดการชน คำกริยารูป infinitive to avoid บอกสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จด้วยการหยุดให้ทันเวลา โครงสร้างนี้ยังใช้กับการกระทำอย่าง prevent, catch, save หรือ avoid ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้พูดมาถึงเร็วพอที่จะขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้าย

  1. We got to the station in time to catch the last train.
  2. We got to the station after the last train had left.
  3. We got to the station on time for our 8:00 meeting.
ดูคำตอบ

We got to the station in time to catch the last train.

so it needs to make a decision. วลี

0:27

ดังนั้นมันจึงต้องตัดสินใจ

วลี

needs to make a decision: จำเป็นต้องตัดสินใจ

ใน needs to make a decision คำว่า needs to แสดงความจำเป็น ส่วน make a decision เป็นกลุ่มคำที่ใช้เป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการตัดสินใจ ในที่นี้ประธาน it หมายถึงระบบ จึงสื่อว่าระบบต้องเลือกว่าจะทำอะไร ในสำนวนนี้ decision ใช้คู่กับ make เมื่อบุคคล กลุ่ม หรือระบบจำเป็นต้องเลือก ให้ใช้ need หรือ needs to make a decision ส่วน do a decision ไม่ใช่สำนวนภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ need to และกลุ่มคำ make a decision: The system ____ before it acts.

ดูคำตอบ

needs to make a decision

Go straight and hit the object,

0:29

ขับตรงไปและชนเข้ากับวัตถุนั้น

swerve left into an SUV, วลี

0:31

หักเลี้ยวซ้ายไปชนรถ SUV

or swerve right into a motorcycle.

0:33

หรือหักเลี้ยวขวาไปชนรถมอเตอร์ไซค์

วลี

swerve left into ... / swerve right into ...: หักทิศกะทันหันเข้าหาบางสิ่ง

swerve หมายถึงเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ซึ่งมักเกิดจากการหลบสิ่งกีดขวางหรือเริ่มสูญเสียการควบคุม left หรือ right บอกทิศทาง ส่วน into นำหน้าสิ่งหรือบริเวณที่ยานพาหนะเคลื่อนเข้าไปหรือชน ในประโยคนี้ วลีที่เน้นทั้งสองวลีบรรยายการเคลื่อนออกด้านข้างอย่างกะทันหันและจบลงด้วยการชน การเลี้ยวตามปกติที่วางแผนไว้ไม่ค่อยใช้ swerve โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ swerve + ทิศทาง + into + วัตถุหรือสถานที่ ซึ่งเน้นว่าการเคลื่อนที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไปสิ้นสุดที่ใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายการเคลื่อนอย่างกะทันหันไปทางขวาและจบลงด้วยการชนยานพาหนะอีกคัน

  1. The driver turned right at the green light.
  2. The driver drove straight past a parked van.
  3. The driver swerved right into a parked van.
ดูคำตอบ

The driver swerved right into a parked van.

Should it prioritize your safety by hitting the motorcycle? วลี

0:36

มันควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคุณโดยการชนมอเตอร์ไซค์หรือไม่?

วลี

prioritize your safety: ให้ความปลอดภัยของคุณมาก่อนเป้าหมายที่แข่งขันกัน

prioritize + คำนาม หมายถึงการจัดให้สิ่งนั้นอยู่ในลำดับความสำคัญที่สูงกว่าเมื่อมีหลายเป้าหมายแข่งขันกัน ในที่นี้ prioritize your safety เป็นการถามว่าความปลอดภัยของคุณควรมีน้ำหนักมากกว่าอันตรายที่อาจเกิดกับผู้อื่นหรือไม่ คำนี้สื่อถึงการจัดลำดับหรือการชั่งน้ำหนักทางเลือก ไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันอันตรายได้แน่นอน คุณสามารถใช้ prioritize เมื่อพูดถึงความต้องการ งาน หรือคุณค่าใดที่ควรมาก่อน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความปลอดภัยมีลำดับความสำคัญสูงกว่าเป้าหมายอื่นที่แข่งขันกัน

  1. The organizers discuss safety and cost without ranking either one.
  2. The organizers protect students from the rain.
  3. The organizers prioritize student safety over saving money.
ดูคำตอบ

The organizers prioritize student safety over saving money.

Minimize danger to others by not swerving,

0:40

หรือลดอันตรายต่อผู้อื่นให้เหลือน้อยที่สุดโดยไม่หักหลบ

even if it means hitting the large object ไวยากรณ์

0:43

แม้ว่านั่นจะหมายถึงการชนกับวัตถุขนาดใหญ่

and sacrificing your life?

0:45

และสละชีวิตของคุณเอง?

ไวยากรณ์

even if it means: ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่อาจต้องแลก

even if ใช้เกริ่นถึงเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น แต่เงื่อนไขนั้นไม่เปลี่ยนการตัดสินใจในประโยคหลัก กล่าวคือ การตัดสินใจยังคงเดิมไม่ว่าสถานการณ์ที่ยากลำบากนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ในประโยคนี้ยังคงพิจารณาทางเลือกที่จะไม่หักหลบ แม้อาจมีผลร้ายแรงตามมา ในโครงสร้าง even if it means + คำนามหรือรูป -ing คำว่า means หมายถึง “ส่งผลให้เกิด” หรือ “ต้องแลกมาด้วย” ไม่ได้หมายถึง “ตั้งใจ” ในที่นี้ hitting และ sacrificing ระบุสิ่งที่อาจต้องแลก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อเกริ่นถึงสิ่งที่อาจต้องแลก: I'll tell the truth, ____ losing the competition.

ดูคำตอบ

even if it means

Or take the middle ground by hitting the SUV, สำนวน

0:47

หรือเลือกทางสายกลางโดยการชนรถ SUV

สำนวน

take the middle ground: เลือกทางประนีประนอมระหว่างสองขั้ว

take the middle ground หมายถึงการเลือกทางประนีประนอมหรือจุดยืนที่ไม่สุดโต่งระหว่างสองตัวเลือกที่ขัดแย้งกันหรืออยู่คนละขั้ว ในที่นี้ ground หมายถึงจุดยืนในการถกเถียงหรือตำแหน่งในช่วงของตัวเลือก ไม่ใช่พื้นดินจริง สำนวนนี้เพียงบอกว่าตัวเลือกหนึ่งอยู่ระหว่างสองขั้ว ไม่ได้หมายความโดยตัวมันเองว่าตัวเลือกนั้นปลอดภัยที่สุด ยุติธรรมที่สุด หรือถูกต้องทางศีลธรรม ในประโยคนี้ รถ SUV ถูกนำเสนอเป็นตัวเลือกที่อยู่ตรงกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึงการเลือกทางประนีประนอมระหว่างสองขั้ว: Instead of closing the park or leaving it open all night, the town decided to ____ and close it at 10 p.m.

ดูคำตอบ

take the middle ground

which has a high passenger safety rating? การใช้คำ

0:50

ซึ่งมีระดับความปลอดภัยของผู้โดยสารสูง?

การใช้คำ

high passenger safety rating: การประเมินความปลอดภัยตามมาตรฐาน

a high passenger safety rating หมายถึงคะแนนหรือระดับที่ดีเกี่ยวกับความสามารถของรถในการปกป้องผู้โดยสาร passenger safety ขยายคำว่า rating จึงบอกว่าสิ่งที่วัดคือด้านใด ในที่นี้ rating เป็นผลจากการทดสอบหรือการประเมินตามมาตรวัดหรือมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการ คำว่า high เป็นระดับสูงเมื่อเทียบภายในระบบการจัดอันดับนั้น และไม่ได้หมายความว่ารถจะปลอดภัยในอุบัติเหตุทุกแบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rating ในความหมายของการประเมินความปลอดภัยอย่างเป็นทางการได้ชัดเจนที่สุด?

  1. The car earned a high passenger safety rating after independent crash tests.
  2. The mechanic wrote a detailed report but assigned no score or grade.
  3. A passenger gave the car's color a personal rating.
ดูคำตอบ

The car earned a high passenger safety rating after independent crash tests.

So, what should the self-driving car do? ลำดับความ

0:52

แล้วรถยนต์ไร้คนขับควรทำอย่างไร?

ลำดับความ

So, what should the self-driving car do? ในฐานะคำถามที่รวบยอดเข้าสู่ประเด็นหลัก

ในที่นี้ So เป็นเครื่องหมายเชื่อมโยงวาทกรรม โดยรวบสถานการณ์และตัวเลือกที่เพิ่งกล่าวมา แล้วพาผู้ฟังไปสู่คำถามหลัก คำนี้ไม่ได้เพียงแสดงเหตุและผลแบบ therefore เท่านั้น ใน what should ... do? คำว่า should ถามถึงสิ่งที่ดีที่สุด ถูกต้อง หรือควรทำ ไม่ได้ทำนายว่ารถจะทำอะไรจริง ๆ รูปแบบคำถามนี้ใช้ปิดช่วงปูสถานการณ์และเปิดประเด็นที่จะอภิปรายได้

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของคำถามนี้ในวาทกรรมคืออะไร?

  1. เปลี่ยนไปเล่าเรื่องเกี่ยวกับรถที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
  2. สรุปภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนหน้าและนำเข้าสู่ประเด็นหลัก
  3. บอกว่ารถได้ตัดสินใจไปแล้ว
ดูคำตอบ

สรุปภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนหน้าและนำเข้าสู่ประเด็นหลัก

If we were driving that boxed in car in manual mode, โน้ต

0:56

หากเรากำลังขับรถที่ถูกล้อมกรอบคันนั้นในโหมดแมนนวล

whichever way we'd react

0:59

ไม่ว่าเราจะตอบสนองด้วยวิธีใด

การใช้คำ

in manual mode: อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของคน

ในที่นี้ in manual mode หมายถึงคนเป็นผู้ควบคุมรถโดยตรง แทนที่จะเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติ manual ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ซึ่งดำเนินการโดยคน” ไม่ใช่คำนาม manual ที่หมายถึง “คู่มือการใช้งาน” คำบุพบท in บอกสถานะการทำงานปัจจุบันของรถ รูปแบบนี้ใช้บ่อยกับอุปกรณ์และระบบ เช่น in airplane mode, in sleep mode และ in automatic mode

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in manual mode ในความหมายว่าคนเป็นผู้ควบคุมระบบโดยตรง

  1. The robot stayed fully autonomous and made every decision itself in manual mode.
  2. The operator read the manual mode before starting the robot.
  3. The operator put the robot in manual mode and guided it with a joystick.
ดูคำตอบ

The operator put the robot in manual mode and guided it with a joystick.

would be understood as just that, ลำดับความ

1:01

ก็จะถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงสิ่งนั้น

a reaction,

1:03

คือปฏิกิริยาตอบสนอง

not a deliberate decision.

1:04

ไม่ใช่การตัดสินใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ไวยากรณ์

If we were ... would be understood as ... สำหรับการประเมินในสถานการณ์สมมติ

If we were ... ใช้ตั้งสถานการณ์สมมติ ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ในประโยคนี้ การใช้รูปอดีต were ในอนุประโยค if ร่วมกับ would ในส่วนผลลัพธ์ทำให้สถานการณ์ห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ใน would be understood as ... โครงสร้างกรรมวาจก be understood as หมายถึง ถูกตีความหรือจัดว่าเป็น เมื่อนำมารวมกัน รูปแบบ If + ประธาน + รูปอดีต, ... would be understood as ... ใช้สมมติเงื่อนไขแล้วอธิบายว่าการกระทำหรือเหตุการณ์นั้นจะถูกตัดสินอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสมมติด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: If we ____ leading the project, the delay ____ as our responsibility.

ดูคำตอบ

were · would be understood

ลำดับความ

just that, a reaction, not a deliberate decision: นิยาม X ด้วยการตัด Y ออก

just that ชี้กลับไปยังแนวคิดก่อนหน้าที่ว่าด้วยการตอบสนอง จากนั้นนามวลีที่ทำหน้าที่ขยายความ a reaction จะระบุอย่างชัดเจนว่าควรเข้าใจพฤติกรรมนั้นอย่างไร not a deliberate decision ตัดการตีความอีกแบบหนึ่งออก โครงสร้าง just that, X, not Y จะจัดสิ่งหนึ่งเป็น X ก่อน แล้วจึงระบุชัดว่าไม่ควรจัดเป็น Y ในที่นี้ พฤติกรรมดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตอบสนองทันที ไม่ใช่การกระทำที่เลือกอย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงทั้งความหมายและการจัดข้อมูลของ just that, a reaction, not a deliberate decision ได้ดีที่สุด

  1. It was neither a reaction nor a decision.
  2. It was simply a reaction, not an intentional decision.
  3. It was both a reaction and a carefully planned decision.
ดูคำตอบ

It was simply a reaction, not an intentional decision.

It would be an instinctual,

1:06

มันจะเป็นสัญชาตญาณ

panicked move with no forethought or malice. การใช้คำ

1:07

การเคลื่อนไหวด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่มีการวางแผนหรือเจตนาร้าย

การใช้คำ

no forethought or malice: ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าหรือเจตนาทำร้าย

ในประโยคนี้ no forethought or malice ตัดเจตนาสองแบบออกไป forethought หมายถึงการคิดหรือวางแผนก่อนลงมือ ส่วน malice หมายถึงความต้องการหรือเจตนาที่จะทำร้ายผู้อื่น เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้บอกว่าการเคลื่อนไหวนั้นไม่ได้วางแผนไว้และไม่ได้เกิดจากเจตนาทำร้าย ในการพูดถึงความรับผิด วลีนี้ช่วยแยกการกระทำชั่ววูบออกจากการกระทำที่จงใจทำร้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงความหมายของ no forethought or malice ได้ดีที่สุด

  1. The act was impulsive and was not intended to harm anyone.
  2. The act caused no damage, so nobody had to think about it.
  3. The act was carefully planned in order to hurt someone.
ดูคำตอบ

The act was impulsive and was not intended to harm anyone.

But if a programmer were to instruct the car ไวยากรณ์

1:10

แต่ถ้าโปรแกรมเมอร์เป็นผู้สั่งการให้รถ

to make the same move,

1:13

ทำการเคลื่อนไหวแบบเดียวกัน

ไวยากรณ์

if a programmer were to instruct: เงื่อนไขสมมติแบบเป็นทางการ

ในที่นี้ if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ตั้งเงื่อนไขสมมติแบบเป็นทางการ If a programmer were to instruct ชวนให้เราสมมติว่าโปรแกรมเมอร์ออกคำสั่ง ไม่ได้เล่าถึงคำสั่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต ส่วนที่เหลือของประโยคใช้โครงสร้าง instruct + กรรม + to-infinitive คือ instruct the car to make the same move โครงสร้างนี้ระบุว่าใครหรือสิ่งใดได้รับคำสั่ง และถูกสั่งให้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมสมมติฐานแบบเป็นทางการด้วยรูปที่ถูกต้องของ change: If the engineer ____ the safety rule, the system would behave differently.

ดูคำตอบ

were to change

given conditions it may sense in the future, ไวยากรณ์

1:14

โดยอ้างอิงจากเงื่อนไขที่มันอาจรับรู้ได้ในอนาคต

ไวยากรณ์

given conditions it may sense in the future: given + นามวลี

given ในที่นี้ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่เป็นพื้นฐานของการกระทำหรือข้อสรุปที่ตามมา มีความหมายว่า “เมื่อพิจารณาจาก” หรือ “ภายใต้เงื่อนไขนั้น” ไม่ได้หมายความว่ามีคนมอบเงื่อนไขให้ระบบ โครงสร้างคือ given + นามวลี ใน conditions it may sense in the future ส่วน it may sense in the future ระบุว่าหมายถึง conditions ใด โดยรูปเต็มคือ conditions that it may sense in the future

แบบฝึกหัด

ใช้ given + นามวลี เพื่อเกริ่นเงื่อนไขที่เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจนี้: ____ the current road conditions, we should leave early.

ดูคำตอบ

Given

that looks more like premeditated homicide. การใช้คำ

1:18

มันดูเหมือนการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมากกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

well, that looks more like...: เปลี่ยนไปสู่การตัดสินที่รุนแรงขึ้น

well ในที่นี้เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรม ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์นั้นดี คำนี้ช่วยให้ผู้พูดหยุดสั้น ๆ และส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนหรือแก้ไขการประเมิน That looks more like X เป็นการจัดประเภทสถานการณ์ใหม่ว่าใกล้เคียงกับ X มากกว่าคำอธิบายก่อนหน้า เมื่อใช้ well, that looks more like... ร่วมกัน จะเป็นคำเกริ่นสั้น ๆ ก่อนการตัดสินที่รุนแรงขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้เนื้อหาของการตัดสินนั้นอ่อนลง

แบบฝึกหัด

well, that looks more like... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ช่วยให้ช่วงเปลี่ยนฟังนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะจัดประเภทใหม่อย่างรุนแรงขึ้น
  2. ถอนการอภิปรายก่อนหน้าโดยไม่เสนอการประเมินใหม่
  3. บอกว่าสถานการณ์นั้นดีและไม่จำเป็นต้องตัดสินเพิ่มเติม
ดูคำตอบ

ช่วยให้ช่วงเปลี่ยนฟังนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะจัดประเภทใหม่อย่างรุนแรงขึ้น

การใช้คำ

premeditated homicide: การฆ่าที่วางแผนไว้ในภาษากฎหมาย

Premeditated homicide หมายถึงการทำให้บุคคลหนึ่งเสียชีวิตโดยมีการพิจารณาหรือวางแผนการกระทำนั้นไว้ล่วงหน้า คำว่า premeditated เพิ่มความหมายเรื่องการวางแผนก่อนลงมือ ส่วน homicide เป็นคำกฎหมายที่กว้างกว่า หมายถึงการที่บุคคลหนึ่งทำให้อีกบุคคลเสียชีวิต และคำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้หมายถึง murder เสมอไป ในประโยคนี้ looks more like ทำให้วลีดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบที่รุนแรง ไม่ใช่คำตัดสินของศาล ผู้พูดใช้ภาษากฎหมายเพื่อชี้ว่าการตัดสินใจล่วงหน้าว่าใครจะเสียชีวิตอาจนำมาซึ่งความรับผิดชอบทางศีลธรรมและกฎหมายอย่างร้ายแรง

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ premeditated homicide มากที่สุด

  1. การกระทำที่อันตรายแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
  2. การที่บุคคลหนึ่งทำให้อีกบุคคลเสียชีวิตหลังจากพิจารณาหรือวางแผนการกระทำไว้ล่วงหน้า
  3. การเสียชีวิตใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ดูคำตอบ

การที่บุคคลหนึ่งทำให้อีกบุคคลเสียชีวิตหลังจากพิจารณาหรือวางแผนการกระทำไว้ล่วงหน้า

Now, to be fair, น้ำเสียง/เจตนา

1:21

เอาล่ะ เพื่อความยุติธรรม

น้ำเสียง/เจตนา

Now, to be fair: การเกริ่นประเด็นเพื่อสร้างความสมดุล

To be fair เป็นคำเชื่อมวาทกรรมที่แสดงการยอมรับอีกด้านหนึ่ง หมายถึงการประเมินสถานการณ์อย่างเป็นธรรมหรือยอมรับมุมมองอีกด้าน วลีนี้บอกว่าประเด็นถัดไปจะช่วยลดความแรง จำกัดขอบเขต หรือสร้างความสมดุลให้กับสิ่งที่เพิ่งพูดไป Now ทำหน้าที่เปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่สร้างสมดุลนั้น ผู้พูดไม่จำเป็นต้องถอนคำกล่าวก่อนหน้า แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้กับหลักฐานโต้แย้งที่เกี่ยวข้องหรือข้อเท็จจริงด้านบวก

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งวิจารณ์ผลลัพธ์ แต่ตอนนี้ต้องการยอมรับข้อจำกัดด้านเวลา เติมวลีที่ใช้สร้างสมดุลให้ประโยคสมบูรณ์: Now, ____, the team had only two days to prepare.

ดูคำตอบ

to be fair

self-driving cars are predicted to dramatically reduce traffic accidents ไวยากรณ์

1:22

มีการคาดการณ์ว่ารถยนต์ไร้คนขับจะช่วยลดอุบัติเหตุจราจร

and fatalities by removing human error from the driving equation. สำนวน

1:26

และจำนวนผู้เสียชีวิตลงอย่างมากโดยการขจัดความผิดพลาดของมนุษย์ออกจากสมการการขับขี่

ไวยากรณ์

are predicted to dramatically reduce ...: การคาดการณ์ว่าจะลดลงอย่างมาก

be predicted to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้โครงสร้างกรรมวาจกเพื่อบอกผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเน้นรถยนต์ไร้คนขับและผลที่คาดไว้ มากกว่าระบุว่าใครเป็นผู้คาดการณ์ ในที่นี้ dramatically ขยาย reduce และหมายถึง “ในระดับที่มาก” ประโยคนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ได้บอกว่าผลนั้นเกิดขึ้นแล้วหรือได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคคาดการณ์โดยใช้ be predicted to และ dramatically reduce: The new safety system ____ workplace injuries.

ดูคำตอบ

is predicted to dramatically reduce

สำนวน

by removing human error from the driving equation: การตัดปัจจัยหนึ่งออก

ในประโยคนี้ by removing human error from the driving equation อธิบายวิธีที่จะทำให้เกิดการลดลงตามที่คาดการณ์ไว้ นั่นคือความผิดพลาดของมนุษย์จะไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการขับขี่อีกต่อไป Remove X from the equation เป็นการใช้เชิงอุปมา หมายถึงการกำจัด X ออกจากปัจจัยที่อาจกำหนดผลลัพธ์ The driving equation ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ แต่หมายถึงกลุ่มปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการขับขี่

แบบฝึกหัด

removing human error from the driving equation หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. คำนวณสมการที่แม่นยำสำหรับทุกการตัดสินใจขณะขับขี่
  2. กำจัดความผิดพลาดของมนุษย์ในฐานะปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ของการขับขี่
  3. ให้ผู้ขับขี่แก้สูตรคณิตศาสตร์ขณะขับรถ
ดูคำตอบ

กำจัดความผิดพลาดของมนุษย์ในฐานะปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ของการขับขี่

Plus, there may be all sorts of other benefits: วลี

1:31

นอกจากนี้ อาจมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย:

วลี

all sorts of other benefits: คำเกริ่นกว้าง ๆ ก่อนยกตัวอย่าง

วลี all sorts of หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ในที่นี้ other แสดงว่าประโยชน์เหล่านี้เป็นประโยชน์เพิ่มเติมจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ส่วน sorts เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึง “ชนิดต่าง ๆ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “จัดเรียง” เครื่องหมายทวิภาคทำให้วลีนี้เป็นคำเกริ่นนำ โดยเริ่มจากหมวดหมู่กว้าง ๆ ก่อน แล้วจึงตามด้วยตัวอย่างที่เจาะจง รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปสู่รายการได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ให้ประโยคสมบูรณ์: The community center offers ____ activities, from art classes to sports clubs.

ดูคำตอบ

all sorts of

eased road congestion, วลี

1:33

บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด

decreased harmful emissions,

1:35

ลดการปล่อยมลพิษที่เป็นอันตราย

and minimized unproductive and stressful driving time.

1:36

และลดเวลาการขับขี่ที่เปล่าประโยชน์และตึงเครียด

วลี

eased..., decreased... และ minimized... ในรายการที่มีโครงสร้างขนานกัน

ข้อความนี้นำเสนอประโยชน์สามข้อในรายการที่มีโครงสร้างขนานกัน แต่ละข้อมีรูปแบบเดียวกัน คือคำขยายที่เป็น past participle ตามด้วยวลีนาม ได้แก่ eased road congestion, decreased harmful emissions และ minimized ... driving time โครงสร้างขนานนี้ทำให้แต่ละข้ออยู่ในระดับเดียวกันและช่วยให้ติดตามรายการแบบเป็นทางการได้ง่าย คำกริยาแต่ละคำถูกเลือกตามลักษณะของการเปลี่ยนแปลง: ease ทำให้ปัญหารุนแรงน้อยลง decrease ลดปริมาณที่วัดได้ และ minimize ลดบางสิ่งให้ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้ในทางปฏิบัติ จึงทำให้แต่ละคำเข้าคู่กับคำนามในบริบทนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติถึงการทำให้ความแออัดรุนแรงน้อยลง การลดปริมาณการปล่อยมลพิษที่วัดได้ และการรักษาเวลาเดินทางที่สูญเปล่าให้ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้

  1. The project could ease congestion, decrease emissions, and minimize wasted travel time.
  2. The project could decrease congestion, minimize emissions, and ease wasted travel time.
  3. The project could minimize congestion, ease emissions, and decrease wasted travel time.
ดูคำตอบ

The project could ease congestion, decrease emissions, and minimize wasted travel time.

But accidents can and will still happen, ไวยากรณ์

1:41

แต่อุบัติเหตุก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นต่อไป

ไวยากรณ์

can and will still happen: ความเป็นไปได้พร้อมการคาดการณ์อย่างหนักแน่น

ในประโยคนี้ can และ will ใช้คำกริยา happen ร่วมกัน can บอกว่าอุบัติเหตุยังมีโอกาสเกิดขึ้น ส่วน will เพิ่มการคาดการณ์อย่างหนักแน่นของผู้พูดว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นจริง การใช้ can and will ร่วมกันมีน้ำหนักมากกว่าการใช้ can เพียงคำเดียว still เน้นความขัดแย้งว่าแม้สถานการณ์จะดีขึ้น ความเสี่ยงก็ไม่ได้หายไป

แบบฝึกหัด

can and will ในประโยค Even with safeguards, accidents can and will still happen. เน้นความหมายใด

  1. อุบัติเหตุได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้น
  2. อุบัติเหตุมีโอกาสเกิดขึ้น และผู้พูดคาดอย่างหนักแน่นว่าจะมีบางเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง
  3. อุบัติเหตุเกิดขึ้นเฉพาะในอดีตเท่านั้น
ดูคำตอบ

อุบัติเหตุมีโอกาสเกิดขึ้น และผู้พูดคาดอย่างหนักแน่นว่าจะมีบางเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง

and when they do, ไวยากรณ์

1:43

และเมื่อมันเกิดขึ้น

their outcomes may be determined ไวยากรณ์

1:44

ผลลัพธ์ของมันอาจถูกกำหนดไว้แล้ว

ไวยากรณ์

when they do: do ใช้แทน happen

ในที่นี้ they หมายถึง accidents และ do ใช้แทนคำกริยา happen ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้น when they do จึงหมายถึง when accidents happen การใช้ do แบบนี้เป็นการใช้กริยาแทน ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดคำกริยาหรือกลุ่มคำกริยาซ้ำ และเชื่อมประโยคกลับไปยังการกระทำก่อนหน้า เมื่อได้ยิน do ในรูปแบบนี้ ให้ย้อนกลับไปหาการกระทำที่มันใช้แทน

แบบฝึกหัด

ในประโยค The alarms sometimes fail, and when they do, technicians inspect them. คำว่า do ใช้แทนคำใด

  1. fail
  2. inspect them
  3. sometimes
ดูคำตอบ

fail

months or years in advance

1:46

ล่วงหน้าเป็นเดือนหรือเป็นปี

by programmers or policy makers

1:48

โดยโปรแกรมเมอร์หรือผู้กำหนดนโยบาย

ไวยากรณ์

may be determined ... in advance by ...: อาจถูกกำหนดล่วงหน้าโดย...

โครงสร้างแสดงความเป็นไปได้แบบถูกกระทำ may be determined หมายความว่า ผลลัพธ์อาจถูกกำหนดหรือได้รับอิทธิพลจากผู้อื่น รูปถูกกระทำทำให้ their outcomes เป็นจุดเน้นของข้อมูล ส่วน by programmers or policy makers ระบุผู้ที่การตัดสินใจก่อนหน้านี้อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ดังกล่าว months or years in advance หมายถึงอิทธิพลนั้นอาจถูกกำหนดไว้เป็นเดือนหรือเป็นปีก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น โดย in advance แปลว่า “ล่วงหน้า” ไม่ใช่ “เคลื่อนไปข้างหน้า” โครงสร้างนี้ย้ายความสนใจจากช่วงที่ผลลัพธ์เกิดขึ้นไปยังการตัดสินใจด้านการเขียนโปรแกรมหรือนโยบายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ may และรูปถูกกระทำของ determine: The route ____ weeks in advance by the event organizers.

ดูคำตอบ

may be determined

And they'll have some difficult decisions to make. วลี

1:51

และพวกเขาจะต้องทำการตัดสินใจที่ยากลำบากบางอย่าง

วลี

some difficult decisions to make: การตัดสินใจที่ยากซึ่งยังต้องทำ

ใน some difficult decisions to make คำกริยารูป infinitive อย่าง to make วางหลัง decisions เพื่ออธิบายว่ายังมีอะไรที่ต้องทำ วลีนี้หมายถึง “การตัดสินใจที่ยากบางอย่างซึ่งพวกเขาต้องทำ” โดย infinitive ตรงนี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ ภาษาอังกฤษใช้คำที่มักอยู่คู่กันว่า make a decision ไม่ใช่ do a decision โดยทั่วไป have + คำนาม + infinitive ใช้นำเสนอสิ่งหนึ่งในฐานะงานที่ยังรอให้ทำ เช่น have work to finish

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติซึ่งใช้ decision และ make: Before launch, the committee has several difficult ____.

ดูคำตอบ

decisions to make

It's tempting to offer up general decision-making principles like โน้ต

1:54

เป็นเรื่องน่าดึงดูดใจที่จะเสนอหลักการตัดสินใจทั่วไปเช่น

ไวยากรณ์

It's tempting to: ยอมรับความคิดแรกที่ดูน่าดึงดูด

It's tempting to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหรือแนวคิดหนึ่งดูน่าดึงดูดและทำให้อยากเลือกได้ง่าย ในที่นี้ การเสนอหลักการกว้าง ๆ อาจดูเป็นวิธีที่เรียบง่ายและน่าสนใจ คำว่า tempting ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งล่อลวงที่ผิดศีลธรรม ในการให้เหตุผล โครงสร้างนี้มักใช้ยอมรับก่อนว่าความคิดแรกดูน่าสนใจ แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัดหรือตั้งคำถามกับความคิดนั้น กริยาหลัง to ระบุการกระทำที่กำลังพิจารณา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปย่อที่เรียนมา: ____ skip the safety check, but that could cause problems.

ดูคำตอบ

It's tempting to

minimize harm, วลี

1:57

การลดอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด

กริยาวลี

offer up: เสนอแนวคิดให้พิจารณา

ในประโยคนี้ offer up หมายถึงเสนอหรือนำบางสิ่งออกมาให้พิจารณา กรรมของวลีนี้คือ general decision-making principles ดังนั้นผู้พูดกำลังนำหลักการเหล่านี้เข้าสู่การอภิปรายในฐานะแนวทางที่อาจใช้ได้ up เป็นส่วนประกอบของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง เมื่อใช้กับกรรมที่เป็นนามธรรม เช่น ideas, explanations หรือ solutions วลี offer up มักสื่อถึงการนำบางสิ่งมาให้ผู้อื่นตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่เรียนมา: At the meeting, each team will ____ one solution for the group to consider.

ดูคำตอบ

offer up

but even that quickly leads to morally murky decisions. การใช้คำ

1:58

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนำไปสู่การตัดสินใจที่คลุมเครือทางศีลธรรมอย่างรวดเร็ว

วลี

minimize harm: ลดอันตรายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

ใน minimize harm คำว่า minimize หมายถึงการลดปริมาณ ความรุนแรง หรือโอกาสที่จะเกิดอันตรายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เป้าหมายคือทำให้อันตรายน้อยลง ไม่ได้สัญญาว่าอันตรายจะหายไปทั้งหมด สำนวนนี้มักใช้เมื่อทุกทางเลือกที่มีล้วนมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ในประโยคนี้ ฟังดูเหมือนเป็นหลักตัดสินใจง่าย ๆ แต่ส่วนที่เหลือเตือนว่าการใช้หลักนี้ยังอาจทำให้ต้องเลือกระหว่างคุณค่าทางศีลธรรมที่ตัดสินได้ยาก

แบบฝึกหัด

แผนความปลอดภัยหนึ่งไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงทั้งหมดได้ หากแผนนี้มีเป้าหมายเพื่อ minimize harm หมายความว่าอย่างไร

  1. แผนนี้ยอมรับอันตรายทั้งหมดโดยไม่พยายามลดอันตราย
  2. แผนนี้รับประกันว่าจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้นเลย
  3. แผนนี้พยายามลดอันตรายให้มากที่สุด แม้อาจยังมีอันตรายหลงเหลืออยู่
ดูคำตอบ

แผนนี้พยายามลดอันตรายให้มากที่สุด แม้อาจยังมีอันตรายหลงเหลืออยู่

การใช้คำ

morally murky decisions: ทางเลือกที่ยากจะตัดสินในทางศีลธรรม

ในที่นี้ murky เป็นคำเปรียบเทียบ เช่นเดียวกับที่มองผ่านน้ำขุ่นได้ยาก a morally murky decision ก็คือการตัดสินใจที่ยากจะชี้ชัดว่าถูกหรือผิดในทางศีลธรรม วลีนี้สื่อถึงความไม่แน่นอนหรือคุณค่าที่ขัดแย้งกัน ไม่ใช่ข้อสรุปชัดเจนว่าการตัดสินใจนั้น immoral ในประโยคนี้ หมายความว่าแม้แต่หลักการที่ฟังดูสมเหตุสมผลก็อาจนำไปสู่ทางเลือกที่ไม่มีคำตอบทางศีลธรรมซึ่งถูกต้องอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับ a morally murky decision มากที่สุด

  1. การเลือกระหว่างสองการกระทำซึ่งแต่ละทางช่วยปกป้องคนหนึ่ง แต่อาจทำร้ายอีกคนหนึ่ง
  2. การตัดสินใจที่ทุกคนเห็นพ้องว่าซื่อสัตย์และไม่ก่ออันตรายอย่างชัดเจน
  3. การกระทำที่ถูกตัดสินแล้วว่าจงใจโหดร้ายและผิดทางศีลธรรม
ดูคำตอบ

การเลือกระหว่างสองการกระทำซึ่งแต่ละทางช่วยปกป้องคนหนึ่ง แต่อาจทำร้ายอีกคนหนึ่ง

For example,

2:02

ตัวอย่างเช่น

let's say we have the same initial setup, วลี

2:03

สมมติว่าเรามีสถานการณ์เริ่มต้นแบบเดียวกัน

วลี

the same initial setup: คงเงื่อนไขเริ่มต้นไว้เหมือนเดิม

ในประโยคนี้ setup เป็นคำนามที่หมายถึงการจัดองค์ประกอบของสถานการณ์สมมติ เช่น เงื่อนไขเริ่มต้น ผู้ที่เกี่ยวข้อง และข้อเท็จจริงสำคัญ ไม่ได้หมายถึงการติดตั้งอุปกรณ์ the same initial setup บอกว่าผู้พูดยังคงกรอบเริ่มต้นเดิมไว้ก่อนจะพิจารณาความเปลี่ยนแปลงใหม่ จึงเปรียบเทียบสถานการณ์ต่าง ๆ ได้โดยมุ่งดูว่าส่วนใดเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

the same initial setup ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. วิธีติดตั้งเครื่องจักรที่เหมือนกัน
  2. เงื่อนไขเริ่มต้นและการจัดองค์ประกอบที่เหมือนกัน
  3. ผลลัพธ์สุดท้ายที่เหมือนกัน
ดูคำตอบ

เงื่อนไขเริ่มต้นและการจัดองค์ประกอบที่เหมือนกัน

but now there's a motorcyclist

2:05

แต่ตอนนี้มีคนขี่มอเตอร์ไซค์

wearing a helmet to your left

2:07

สวมหมวกกันน็อกอยู่ทางซ้ายของคุณ

and another one without a helmet to your right.

2:08

และอีกคนไม่สวมหมวกกันน็อกอยู่ทางขวาของคุณ

Which one should your robot car crash into? วลี

2:11

รถหุ่นยนต์ของคุณควรพุ่งชนคันไหน?

วลี

crash into: ระบุสิ่งที่ถูกชนในการปะทะ

crash into + คนหรือสิ่งของ หมายถึงชนคนหรือสิ่งนั้นในการปะทะ into ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งของที่ถูกชนโดยเฉพาะ หากไม่ระบุว่าชนอะไร ก็ใช้ crash เพียงคำเดียวได้ ใน Which one should your robot car crash into? คำว่า which one ย้ายไปไว้ต้นประโยคเพื่อสร้างคำถาม แต่ into ยังคงอยู่หลัง crash ที่ท้ายประโยค การวางบุพบทไว้ตรงนี้เป็นธรรมชาติทั้งในภาษาอังกฤษทั่วไปและภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึงชนวัตถุที่ระบุชัดในการปะทะ: The driver braked before the truck could ____ the barrier.

ดูคำตอบ

crash into

If you say the biker with the helmet

2:14

หากคุณบอกว่าพุ่งชนคนขี่ที่สวมหมวกกันน็อก

because she's more likely to survive, ไวยากรณ์

2:16

เพราะเธอมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า

ไวยากรณ์

more likely to survive: การเปรียบเทียบโอกาส

โครงสร้าง be more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าบุคคลหรือสถานการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดผลลัพธ์บางอย่างมากกว่าอีกบุคคลหรือสถานการณ์หนึ่ง ในที่นี้ more likely to survive บอกว่าโอกาสที่เธอจะรอดชีวิตสูงกว่าผู้ขี่มอเตอร์ไซค์อีกคน more likely เป็นการเปรียบเทียบโอกาส ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน likely เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกความเป็นไปได้ และไม่เกี่ยวกับคำกริยา like ที่แปลว่า «ชอบ»

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be more likely to: Drivers who slow down in heavy rain ____ avoid an accident.

ดูคำตอบ

are more likely to

then aren't you penalizing the responsible motorist? โน้ต

2:18

ถ้างั้นคุณไม่ได้กำลังลงโทษผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบหรอกหรือ?

น้ำเสียง/เจตนา

then aren't you penalizing the responsible motorist?: การท้าทายด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

then เชื่อมอนุประโยค if เข้ากับผลที่ตามมา โดยสื่อว่า “ถ้าคุณเลือกแบบนั้น ผลนี้ก็จะตามมา” aren't you penalizing...? มีรูปเป็นคำถามปฏิเสธที่ตอบ yes หรือ no แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อท้าทายความคิด ผู้พูดคาดหวังให้ผู้ฟังยอมรับว่าโดยแท้จริงแล้วคำตอบคือ yes penalizing ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการปรับหรือการลงโทษอย่างเป็นทางการ แต่หมายถึงการทำให้ผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบต้องเสียเปรียบเพราะเลือกทำสิ่งที่รับผิดชอบ คำถามนี้ชี้ให้เห็นผลที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ได้ถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

then aren't you penalizing the responsible motorist? มีหน้าที่หลักอะไรในการโต้แย้งนี้?

  1. ถามอย่างเป็นกลางว่ามีการลงโทษอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง
  2. ชมผู้ขับขี่ที่เลือกทำสิ่งที่มีความรับผิดชอบ
  3. ท้าทายตัวเลือกนั้นด้วยการชี้ว่าคนที่มีความรับผิดชอบต้องเสียเปรียบ
ดูคำตอบ

ท้าทายตัวเลือกนั้นด้วยการชี้ว่าคนที่มีความรับผิดชอบต้องเสียเปรียบ

การใช้คำ

penalizing the responsible motorist: ทำให้ผู้ขับขี่ที่ปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเสียเปรียบ

ในที่นี้ penalizing หมายถึงการทำให้ใครบางคนได้รับโทษหรือเสียเปรียบจากวิธีที่กฎหรือการตัดสินใจทำงาน ไม่จำเป็นต้องเป็นการลงโทษทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ The responsible motorist หมายถึงผู้ขับขี่ที่ระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย ไม่ใช่ผู้ขับขี่ที่ต้องรับผิดทางกฎหมายต่ออุบัติเหตุ คำถามนี้ชี้ว่าทางเลือกดังกล่าวไม่ยุติธรรม เพราะผู้ที่ปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบกลับเป็นฝ่ายเสียประโยชน์

แบบฝึกหัด

penalizing the responsible motorist ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ทำให้ผู้ขับขี่ที่ใส่ใจความปลอดภัยเสียเปรียบ
  2. แสดงว่าผู้ขับขี่ต้องรับผิดทางกฎหมายต่ออุบัติเหตุ
  3. ให้รางวัลผู้ขับขี่ที่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย
ดูคำตอบ

ทำให้ผู้ขับขี่ที่ใส่ใจความปลอดภัยเสียเปรียบ

If instead, ลำดับความ

2:21

หากคุณเลือกที่จะ

you save the biker without the helmet

2:22

ช่วยคนขี่ที่ไม่สวมหมวกกันน็อกแทน

because he's acting irresponsibly,

2:24

เพราะเขากำลังทำตัวไร้ความรับผิดชอบ

ลำดับความ

If instead: เปิดแขนงเงื่อนไขที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

If ใช้เปิดเงื่อนไขสมมติ ส่วน instead บอกผู้ฟังให้เปลี่ยนจากตัวเลือกที่กล่าวถึงก่อนหน้าไปเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เมื่อใช้ร่วมกัน If instead จึงเป็นสัญญาณว่าเหตุผลกำลังเข้าสู่แขนงที่สองซึ่งต่างจากแขนงแรก เมื่อพบรูปแบบนี้ ให้เข้าใจส่วนที่เหลือของอนุประโยค if ว่าเป็นการกระทำอีกทางเลือกหนึ่ง หากไม่มี instead ประโยคยังคงแสดงเงื่อนไข แต่จะไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่ากำลังเปลี่ยนจากตัวเลือกก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปิดแขนงเงื่อนไขที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ชัดเจนที่สุด

  1. If the old computer breaks, we can borrow one.
  2. If instead we repair the old computer, we can save money.
  3. In other words, we repaired the old computer.
ดูคำตอบ

If instead we repair the old computer, we can save money.

then you've gone way beyond the initial design principle วลี

2:26

นั่นแปลว่าคุณได้หลุดกรอบไปไกลจากหลักการออกแบบเบื้องต้น

about minimizing harm,

2:29

เกี่ยวกับการลดอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด

วลี

go way beyond the initial design principle: เกินหลักการออกแบบตั้งต้นไปไกลมาก

go beyond หมายถึงเกินขีดจำกัด ขอบเขต หรือหลักการ ในประโยคนี้ขอบเขตเป็นนามธรรม กล่าวคือพฤติกรรมที่เสนอนั้นไม่สอดคล้องกับหลักการออกแบบตั้งต้นอีกต่อไป way ทำให้ beyond มีระดับความหมายแรงขึ้น จึงสื่อว่าเกินขอบเขตไปมาก you've gone เป็นรูป present perfect ของ go ซึ่งนำเสนอการข้ามขอบเขตว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นแล้วและยังเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ go way beyond: The policy ____ its original purpose.

ดูคำตอบ

has gone way beyond

and the robot car is now meting out street justice. สำนวน

2:30

และรถหุ่นยนต์กำลังทำตัวเป็นศาลเตี้ยริมถนน

สำนวน

meting out street justice: ลงโทษแบบศาลเตี้ย

mete out หมายถึงการกำหนดหรือมอบบางสิ่งให้ โดยเฉพาะการลงโทษหรือการปฏิบัติอย่างรุนแรง street justice คือการลงโทษที่เกิดขึ้นนอกกระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ และมักมีลักษณะเป็นการแก้แค้น เมื่อใช้ meting out street justice ร่วมกัน รถหุ่นยนต์ถูกทำให้เหมือนผู้บังคับใช้กฎที่ตัดสินว่าใครสมควรถูกลงโทษ ถ้อยคำนี้มีนัยวิจารณ์อย่างแรง เพราะระบบได้เปลี่ยนจากการลดอันตรายไปเป็นการลงโทษพฤติกรรมที่มองว่าผิด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดอธิบายได้อย่างถูกต้องว่าเป็น meting out street justice?

  1. ศาลปฏิบัติตามกระบวนการอันชอบธรรมก่อนกำหนดโทษตามกฎหมาย
  2. กลุ่มศาลเตี้ยลงโทษผู้ต้องสงสัยว่าขโมยของโดยไม่มีการพิจารณาคดี
  3. เพื่อนบ้านประชุมกันเพื่อหารือวิธีปรับปรุงความปลอดภัยในพื้นที่
ดูคำตอบ

กลุ่มศาลเตี้ยลงโทษผู้ต้องสงสัยว่าขโมยของโดยไม่มีการพิจารณาคดี

The ethical considerations get more complicated here. วลี

2:35

ข้อควรพิจารณาทางจริยธรรมจะยิ่งซับซ้อนขึ้นที่นี่

วลี

ethical considerations get more complicated here: ประเด็นทางจริยธรรมซับซ้อนขึ้น

ในประโยคนี้ ethical considerations หมายถึงปัจจัยทางศีลธรรมและผลที่อาจตามมาซึ่งต้องชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินว่าอะไรถูกต้อง considerations ในที่นี้หมายถึงปัจจัยที่ต้องนำมาคิด ไม่ใช่ความมีน้ำใจหรือความใส่ใจผู้อื่น get more complicated บอกว่าปัจจัยเหล่านั้นสมดุลกันได้ยากขึ้น ส่วน here หมายถึงจุดนี้ของการอภิปรายหรือประเด็นเฉพาะนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ethical considerations get more complicated here ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ปัจจัยทางศีลธรรมที่ต้องชั่งน้ำหนักเริ่มแยกแยะได้ยากขึ้น ณ จุดนี้
  2. ผู้คนในสถานที่นี้มีน้ำใจต่อกันมากขึ้น
  3. บทลงโทษทางกฎหมายได้รับการตัดสินแล้ว
ดูคำตอบ

ปัจจัยทางศีลธรรมที่ต้องชั่งน้ำหนักเริ่มแยกแยะได้ยากขึ้น ณ จุดนี้

In both of our scenarios, ลำดับความ

2:38

ในทั้งสองสถานการณ์สมมติของเรา

the underlying design is functioning as a targeting algorithm of sorts. วลี

2:39

การออกแบบพื้นฐานกำลังทำงานเป็นเหมือนอัลกอริทึมในการกำหนดเป้าหมาย

ลำดับความ

In both of our scenarios: ข้อสรุปเดียวที่ครอบคลุมสองกรณี

วลีเปิด In both of our scenarios กำหนดขอบเขตของข้อความที่ตามมา โดยบอกว่าข้อความนั้นใช้ได้กับแต่ละสถานการณ์จากสองสถานการณ์ที่กล่าวถึงแล้ว both ไม่ได้ให้เพียงข้อมูลว่ามีสองกรณี แต่ยังบอกผู้ฟังว่าข้อสรุปต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ทั้งสองกรณีมีร่วมกัน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะรวมตัวอย่างที่แยกกันเข้าไว้ในกรอบการวิเคราะห์เดียว และช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากการอธิบายแต่ละกรณีไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน

แบบฝึกหัด

In both of our scenarios ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไร

  1. บอกว่าต่อจากนี้จะพูดถึงเพียงกรณีเดียว
  2. บอกว่าข้อความถัดไปใช้ได้กับแต่ละกรณีจากสองกรณีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
  3. นำเสนอกรณีที่สามซึ่งยังไม่เคยกล่าวถึง
ดูคำตอบ

บอกว่าข้อความถัดไปใช้ได้กับแต่ละกรณีจากสองกรณีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

วลี

function as ... of sorts: ทำหน้าที่แบบใกล้เคียง

function as + กลุ่มคำนาม หมายถึงทำหน้าที่หรือมีบทบาทเหมือนสิ่งนั้นจริง ๆ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกออกแบบ ตั้งชื่อ หรือจัดประเภทอย่างเป็นทางการไว้เช่นนั้น ในประโยคนี้ การออกแบบพื้นฐานมีผลเป็นการเลือกว่าจะชนวัตถุประเภทใด จึงทำงานคล้ายอัลกอริทึมเลือกเป้าหมาย of sorts วางหลังกลุ่มคำนามเพื่อบอกว่าชื่อเรียกนั้นเป็นเพียงการจัดประเภทแบบคร่าว ๆ กล่าวคือ มันคล้ายอัลกอริทึมเลือกเป้าหมาย แต่ไม่ใช่อัลกอริทึมแบบมาตรฐานหรือตามความหมายตรงตัว เมื่อใช้สองสำนวนร่วมกัน ผู้พูดจึงอธิบายผลที่เกิดขึ้นจริงโดยไม่จัดประเภทอย่างเจาะจงเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ function as และวลี of sorts: During the move, this box ____ a desk ____.

ดูคำตอบ

functions as · of sorts

In other words, ลำดับความ

2:44

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ

it's systematically favoring or discriminating against a certain type of object การใช้คำ

2:45

มันกำลังเอื้อประโยชน์หรือเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบต่อวัตถุบางประเภท

การใช้คำ

systematically favoring or discriminating against a certain type of object: การให้ประโยชน์หรือเลือกปฏิบัติต่อวัตถุบางประเภทอย่างเป็นระบบ

ในที่นี้ systematically หมายความว่าผลลัพธ์เกิดจากรูปแบบ กฎ หรือกลไกที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญเพียงครั้งเดียว การ favoring วัตถุประเภทหนึ่งหมายถึงการทำให้ประเภทนั้นได้เปรียบในการตัดสินใจหรือผลลัพธ์ ไม่ใช่ความรู้สึกชอบส่วนตัว ส่วน discriminating against หมายถึงการทำให้ประเภทนั้นเสียเปรียบเพราะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่นั้น วลีกรรมร่วม a certain type of object ใช้กับกริยาทั้งสองตัว คือ favor a certain type of object และ discriminate against a certain type of object เมื่อรวมกันแล้ว ข้อความนี้อธิบายการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมตามหมวดหมู่ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายอคติระดับระบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ได้อย่างชัดเจน

  1. I favor the blue design because I like its color.
  2. The program made one random error yesterday.
  3. The screening algorithm systematically favors graduates of a few schools and discriminates against everyone else.
ดูคำตอบ

The screening algorithm systematically favors graduates of a few schools and discriminates against everyone else.

to crash into.

2:50

ในการพุ่งชน

ลำดับความ

In other words: กล่าวใจความเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

In other words เป็นคำเชื่อมที่บอกว่ากำลังจะกล่าวความเดิมใหม่ โดยแจ้งให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านรู้ว่าส่วนถัดไปจะแสดงใจความหลักเดิมให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา หรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในที่นี้ ประโยคที่สองขยายความวลีเชิงนามธรรม targeting algorithm ด้วยการอธิบายรูปแบบที่มันก่อให้เกิดขึ้น จึงควรเข้าใจสองประโยคนี้ว่าเป็นการกล่าวข้ออ้างเดียวกันสองแบบ ไม่ใช่ข้ออ้างคนละเรื่องหรือการเปลี่ยนหัวข้อ

แบบฝึกหัด

In other words สื่อถึงอะไรในข้อความนี้?

  1. ผู้พูดกำลังนำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดกำลังกล่าวใจความเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น
  3. ผู้พูดกำลังถอนข้ออ้างก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังกล่าวใจความเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

And the owners of the target vehicles

2:51

และเจ้าของยานพาหนะที่เป็นเป้าหมาย

will suffer the negative consequences

2:53

จะต้องรับผลกระทบเชิงลบ

of this algorithm through no fault of their own. วลี

2:55

จากอัลกอริทึมนี้โดยที่พวกเขาไม่มีความผิดใด ๆ เลย

วลี

through no fault of their own: ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเอง

Through no fault of their own เป็นสำนวนตายตัว หมายความว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหาและไม่ควรถูกตำหนิสำหรับผลลัพธ์ที่ไม่ดี ในที่นี้ their ย้อนกลับไปหมายถึง owners ส่วน own เน้นย้ำว่าความผิดนั้นไม่ใช่ของพวกเขา สำนวนนี้วางหลังเหตุการณ์เชิงลบได้เหมือนในประโยคนี้ หรือวางไว้ต้นประโยคก็ได้ เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล เช่น through no fault of my own, his own หรือ our own

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึง “แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา”: The residents lost internet access ____.

ดูคำตอบ

through no fault of their own

Our new technologies are opening up many other novel ethical dilemmas. โน้ต

2:59

เทคโนโลยีใหม่ของเรากำลังเปิดเผยปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางจริยธรรมที่แปลกใหม่อีกมากมาย

กริยาวลี

opening up: ก่อให้เกิดปัญหาหรือความเป็นไปได้ใหม่

ในที่นี้ open up ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้ความเป็นไปได้ ขอบเขต หรือปัญหาใหม่ ๆ เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเปิดวัตถุจริง ๆ ใน opening up ... dilemmas เทคโนโลยีทำให้ความขัดแย้งทางจริยธรรมใหม่เกิดขึ้นหรือกลายเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง และไม่ได้หมายความว่าปัญหานั้นได้รับการแก้แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ open up ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงบางสิ่งทำให้เกิดปัญหาหรือขอบเขตการอภิปรายใหม่

  1. The new medical technology opened up a difficult ethical debate.
  2. Leah opened up the cupboard to get a glass.
  3. The committee ended the ethical debate immediately.
ดูคำตอบ

The new medical technology opened up a difficult ethical debate.

การใช้คำ

novel ethical dilemmas: ความขัดแย้งทางศีลธรรมรูปแบบใหม่

ใน novel ethical dilemmas คำว่า novel เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงใหม่ แปลกใหม่ หรือไม่เคยมีมาก่อน โดยขยาย ethical dilemmas ไม่ใช่คำนาม novel ที่หมายถึงงานเขียนบันเทิงคดีขนาดยาว ethical dilemma คือสถานการณ์ที่คุณค่าหรือหน้าที่ทางศีลธรรมขัดแย้งกัน และไม่มีตัวเลือกที่ง่ายและถูกต้องอย่างชัดเจน ทั้งวลีจึงหมายถึงความขัดแย้งทางศีลธรรมรูปแบบใหม่ที่เกิดจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น เทคโนโลยีใหม่

แบบฝึกหัด

ใน “The researchers proposed a novel way to store energy,” คำว่า novel หมายถึงอะไร

  1. วิธีที่เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
  2. หนังสือบันเทิงคดีเกี่ยวกับพลังงาน
  3. วิธีที่ใหม่และมีความริเริ่ม
ดูคำตอบ

วิธีที่ใหม่และมีความริเริ่ม

For instance,

3:03

ตัวอย่างเช่น

if you had to choose between a car that would always save as many lives as possible ไวยากรณ์

3:04

หากคุณต้องเลือกระหว่างรถที่จะช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสมอ

in an accident

3:08

ในอุบัติเหตุ

ไวยากรณ์

would always save as many lives as possible:จะช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุดเสมอ

As many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + as possible หมายถึงจำนวนสูงสุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย ในที่นี้ as many lives as possible หมายความว่ารถจะเพิ่มจำนวนชีวิตที่ช่วยไว้จากอุบัติเหตุให้มากที่สุด Would save บอกว่ารถจะทำอะไรในสถานการณ์สมมติ และ always บอกว่านี่จะเป็นกฎที่รถทำตามอย่างสม่ำเสมอ Possible เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่บอกจำนวนสูงสุด ไม่ได้หมายความว่ารถอาจช่วยคนหรืออาจไม่ช่วย

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง as many ... as possible เติมประโยคให้สมบูรณ์: The shelter wants to protect ____ during the storm.

ดูคำตอบ

as many residents as possible

or one that would save you at any cost, สำนวน

3:09

หรือรถที่จะปกป้องคุณไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม

สำนวน

would save you at any cost: ช่วยคุณไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ในประโยคนี้ would save you บรรยายรถสมมุติประเภทหนึ่งที่มีหลักการว่าต้องปกป้องคุณ ส่วน at any cost หมายถึงต้องทำให้เป้าหมายสำเร็จ ไม่ว่าจะต้องเสียสละอะไรหรือเกิดผลร้ายแรงเพียงใด cost ในที่นี้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเงิน แต่อาจรวมถึงการทำให้ผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย การยอมละทิ้งหลักศีลธรรม หรือผลร้ายแรงอื่น ๆ ดังนั้นวลีนี้จึงทำให้การช่วยคุณเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดโดยไม่มีเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at any cost เพื่อสื่อว่าไม่มีผลลัพธ์ใดถูกมองว่าเป็นข้อจำกัด?

  1. The team will continue only if the cost stays within its budget.
  2. The team will continue at any cost, even if the plan puts people in danger.
  3. The team will continue after calculating the ticket price.
ดูคำตอบ

The team will continue at any cost, even if the plan puts people in danger.

which would you buy?

3:12

คุณจะซื้อคันไหน?

ไวยากรณ์

If you had to choose between ... or ..., which would you buy?:การสมมติให้เลือกระหว่างสองตัวเลือก

If you had to choose between A or B สร้างสถานการณ์สมมติที่มีตัวเลือกอยู่เพียงสองอย่าง รูปอดีต had to ในที่นี้ช่วยสร้างระยะห่างเชิงสมมติ ไม่ได้หมายความว่าการเลือกเกิดขึ้นแล้วในอดีต Or ใช้แนะนำตัวเลือกที่สอง และ which would you buy? ใช้ถามว่าจะตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์สมมตินั้น คุณสามารถนำกรอบนี้ไปใช้เป็น If you had to choose between A or B, which would you choose? และเปลี่ยนคำกริยาสุดท้ายให้เหมาะกับตัวเลือกได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามอย่างเป็นธรรมชาติให้อีกฝ่ายจินตนาการว่าต้องเลือกระหว่างรูปแบบการทำงานสองแบบ

  1. If you had to choose between working from home or working in an office, which would you choose?
  2. If you chose working from home between working in an office, which you would choose?
  3. You had to choose from working at home, or which office would you choose?
ดูคำตอบ

If you had to choose between working from home or working in an office, which would you choose?

What happens if the cars start analyzing and factoring in the passengers of the cars กริยาวลี

3:14

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารถยนต์เริ่มวิเคราะห์และนำผู้โดยสารของรถยนต์

and the particulars of their lives? การใช้คำ

3:18

และรายละเอียดเฉพาะในชีวิตของพวกเขามาเป็นปัจจัยร่วมด้วย?

กริยาวลี

start analyzing and factoring in: เริ่มวิเคราะห์และนำมาพิจารณา

start ตามด้วยรูป -ing สองคำที่เชื่อมกันด้วย and ได้แก่ analyzing และ factoring in โดย analyze หมายถึงตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ส่วน factor in หมายถึงนำบางสิ่งมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการคำนวณ แผน หรือการตัดสินใจ กลุ่มคำนามที่ตามหลังกริยาคู่นี้ระบุว่ารถจะตรวจสอบอะไรและจะยอมให้อะไรมีผลต่อการตัดสินใจของรถ ซึ่งก็คือผู้โดยสารและรายละเอียดชีวิตของพวกเขา ในที่นี้ factor in เป็นกริยาวลีที่หมายถึงนำมาพิจารณา ไม่ใช่กริยา factor ในทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงนำมาเป็นปัจจัยพิจารณา: Before setting the budget, we need to ____ shipping costs.

ดูคำตอบ

factor in

การใช้คำ

the particulars of their lives: ข้อเท็จจริงส่วนบุคคลที่เฉพาะเจาะจง

ในที่นี้ particulars หมายถึงข้อเท็จจริงหรือข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับชีวิตของผู้โดยสาร เช่น ตัวตน ประวัติ หรือสภาพการณ์ส่วนตัว วลีนี้ไม่ได้บอกว่าคนเหล่านั้น particular หรือ “พิเศษ” ถ้อยคำที่เป็นทางการนี้ทำให้ชีวิตของคนหนึ่งคนดูเหมือนเป็นชุดข้อเท็จจริงที่แน่นอนซึ่งสามารถบันทึกหรือประเมินได้ โดยทั่วไป the particulars of something หมายถึงรายละเอียดที่แน่ชัดของสิ่งนั้น โดยเฉพาะเมื่อรายละเอียดเหล่านั้นมีผลต่อการตัดสินใจหรือคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The investigator recorded the particulars of each witness's account," คำว่า particulars หมายถึงอะไร?

  1. ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้สืบสวน
  2. คนที่ถือว่าพิเศษอย่างมาก
  3. ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่แน่ชัด
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่แน่ชัด

Could it be the case that a random decision โน้ต

3:21

เป็นไปได้ไหมว่าการตัดสินใจแบบสุ่ม

is still better than a predetermined one

3:23

ก็ยังดีกว่าการตัดสินใจที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

การใช้คำ

a random decision ... a predetermined one: การตัดสินใจแบบสุ่มกับการตัดสินใจที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

a random decision คือการตัดสินใจที่เกิดจากโอกาสหรือกระบวนการสุ่ม ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ส่วน a predetermined one คือการตัดสินใจที่ผลลัพธ์หรือตัวเลือกหลักถูกกำหนดไว้ก่อนถึงเวลาที่เกี่ยวข้อง โดย predetermined มีความหมายมากกว่าแค่ตัดสินใจแล้ว แต่คือกำหนดไว้ก่อนแล้ว one ใช้แทน decision เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ ประโยคนี้เปรียบเทียบวิธีสร้างการตัดสินใจสองแบบ คือแบบอาศัยโอกาสกับแบบกำหนดไว้ล่วงหน้า และ still แสดงว่าผู้พูดมองว่าแบบสุ่มดีกว่า แม้เรื่องนี้อาจฟังดูน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

ระบบหนึ่งเลือกชื่อด้วยการจับสลาก อีกระบบใช้ตัวเลือกที่กำหนดไว้ก่อนเหตุการณ์ คำอธิบายใดถูกต้อง

  1. The first decision is predetermined, and the second is random.
  2. Both decisions are random.
  3. The first decision is random, and the second is predetermined.
ดูคำตอบ

The first decision is random, and the second is predetermined.

designed to minimize harm? ไวยากรณ์

3:26

ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด?

ไวยากรณ์

Could it be the case that ...?: การตรวจสอบความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

Could it be the case that + อนุประโยค ใช้ถามว่าความคิดหนึ่งอาจเป็นจริงหรือไม่ ใน be the case คำว่า case หมายถึงสถานการณ์จริงหรือข้อเท็จจริง ไม่ใช่คดีความ Could ทำให้คำถามตรงน้อยลงและแสดงความแน่ใจน้อยลง ในประโยคต้นฉบับ ผู้พูดเชิญให้ผู้ฟังพิจารณาความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจ แทนที่จะยืนยันว่าการตัดสินใจแบบสุ่มดีกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำถามที่เป็นทางการและระมัดระวังด้วยโครงสร้างเต็มจากบทเรียน: "____ the delay was caused by a software error?"

ดูคำตอบ

Could it be the case that

ไวยากรณ์

designed to minimize harm: บอกจุดประสงค์เพื่อลดอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด

designed to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ของระบบ นโยบาย เครื่องมือ หรือแผน ในที่นี้ designed เป็นคำกริยาช่องสามที่ขยาย one ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า โดยถามถึงการตัดสินใจที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและมีจุดประสงค์เพื่อลดอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด minimize harm หมายถึงลดอันตรายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ได้หมายถึงรับประกันว่าจะไม่มีอันตรายเลย โครงสร้างนี้บอกเป้าหมายในการออกแบบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป้าหมายนั้นจะสำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย be designed to: This helmet is ____ reduce the risk of head injury.

ดูคำตอบ

designed to

And who should be making all of these decisions anyhow? น้ำเสียง/เจตนา

3:28

และใครควรเป็นคนตัดสินใจเรื่องทั้งหมดนี้กันล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

anyhow ท้ายคำถามที่เน้นย้ำ

ในที่นี้ anyhow ที่อยู่ท้ายประโยคเพิ่มความหมายประมาณว่า “เมื่อกลับมาที่ประเด็นพื้นฐาน” หรือ “กันแน่” ให้กับคำถาม ผู้พูดไม่ได้ถามว่าควรตัดสินใจด้วยวิธีใด แต่กำลังย้ำถามว่าใครควรมีอำนาจและรับผิดชอบเรื่องนี้ เมื่อวาง anyhow หลังคำถาม คำนี้สามารถดึงการสนทนาจากรายละเอียดกลับมาสู่ประเด็นหลักที่ยังไม่ได้ข้อสรุปได้ แม้ตัดคำนี้ออก คำถามก็ยังถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่จะฟังเป็นกลางและย้ำถามน้อยลง

แบบฝึกหัด

anyhow ที่ท้ายประโยคตัวอย่างทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ถามว่าควรตัดสินใจด้วยวิธีใด
  2. แสดงว่าผู้พูดคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ
  3. ดึงการสนทนากลับมาที่คำถามพื้นฐานเรื่องความรับผิดชอบ
ดูคำตอบ

ดึงการสนทนากลับมาที่คำถามพื้นฐานเรื่องความรับผิดชอบ

Programmers, ลำดับความ

3:30

โปรแกรมเมอร์

companies,

3:31

บริษัท

governments?

3:32

หรือรัฐบาล?

ลำดับความ

Programmers, companies, governments? ในรูปแบบรายการตัวเลือกที่ละข้อความ

นี่คือรายการแบบละข้อความบางส่วน คำนามเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นคำตอบที่เป็นไปได้ของคำถามก่อนหน้าว่าใครควรเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนที่ละไว้สามารถเข้าใจได้ว่า “Should it be programmers, companies, or governments?” ดังนั้นข้อความที่ไม่เป็นประโยคเต็มนี้จึงเป็นการใช้โดยตั้งใจ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ การระบุเพียงคำนามสำคัญช่วยให้การพูดกระชับและเร็วขึ้น พร้อมให้น้ำหนักเป็นจังหวะแก่ผู้ที่อาจเป็นผู้ตัดสินใจแต่ละกลุ่ม เครื่องหมายคำถามแสดงว่าตัวเลือกเหล่านี้ยังเปิดให้เปรียบเทียบ ไม่ใช่คำตอบที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องแล้ว

แบบฝึกหัด

“Programmers, companies, governments?” ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไรในที่นี้

  1. อธิบายหน้าที่ของแต่ละกลุ่ม
  2. เสนอคำตอบที่เป็นไปได้ของคำถามก่อนหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้เปรียบเทียบ
  3. รายงานว่าทั้งสามกลุ่มได้ตกลงกันแล้ว
ดูคำตอบ

เสนอคำตอบที่เป็นไปได้ของคำถามก่อนหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อให้เปรียบเทียบ

Reality may not play out exactly like our thought experiments, กริยาวลี

3:34

ความเป็นจริงอาจไม่ได้ดำเนินไปเหมือนการทดลองทางความคิดของเราเป๊ะ ๆ

กริยาวลี

play out: เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างไร

ในที่นี้ play out หมายถึง “ค่อย ๆ ดำเนินไปหรือคลี่คลายตามเวลา” สิ่งที่กำลังดำเนินไปคือ Reality ดังนั้นผู้พูดหมายความว่าเหตุการณ์จริงอาจเกิดขึ้นต่างจากสถานการณ์ที่จินตนาการไว้ในการทดลองทางความคิด ใช้ play out เมื่อเน้นว่าสถานการณ์ กระบวนการ หรือเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ไม่ได้หมายถึง “ออกไปเล่น”

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคธรรมชาติที่หมายความว่าไม่มีใครรู้ว่าการเจรจาจะดำเนินไปอย่างไร

  1. The team will carry out the safety review tomorrow.
  2. The children will play outside after lunch.
  3. No one knows how the talks will play out.
ดูคำตอบ

No one knows how the talks will play out.

but that's not the point. ลำดับความ

3:37

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

ลำดับความ

That's not the point: ดึงการสนทนากลับมาที่ประเด็นหลัก

That's not the point หมายถึง “นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่กำลังพูดถึง” ในที่นี้ that อ้างถึงข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวไปว่า ความเป็นจริงอาจแตกต่างจากการทดลองทางความคิด ผู้พูดไม่ได้จำเป็นต้องปฏิเสธข้อเท็จจริงนั้น แต่กำลังบอกว่ามันไม่ได้ตอบคำถามหลัก วลีนี้ช่วยจัดทิศทางการสนทนา โดยพักประเด็นรองไว้แล้วดึงความสนใจกลับมาที่ข้อโต้แย้งหลัก point ในที่นี้หมายถึง “ใจความหรือประเด็นหลัก” ไม่ใช่คะแนนหรือจุดที่เป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดทำอะไรด้วยการพูดว่า “but that's not the point” ในที่นี้

  1. ผู้พูดให้คะแนนแก่ใครบางคนในการแข่งขัน
  2. ผู้พูดยอมรับรายละเอียดนั้น แต่ดึงความสนใจกลับมาที่ประเด็นหลัก
  3. ผู้พูดบอกว่าการสนทนาทั้งหมดจบลงแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมรับรายละเอียดนั้น แต่ดึงความสนใจกลับมาที่ประเด็นหลัก

They're designed to isolate and stress test our intuitions on ethics, การใช้คำ

3:39

พวกมันถูกออกแบบมาเพื่อแยกแยะและทดสอบความกดดันสัญชาตญาณด้านจริยธรรมของเรา

การใช้คำ

isolate and stress test our intuitions on ethics: แยกสัญชาตญาณทางจริยธรรมและทดสอบจนถึงขีดจำกัด

ในที่นี้ isolate หมายถึงการแยกสัญชาตญาณทางจริยธรรมข้อหนึ่งออกจากปัจจัยมากมายในชีวิตจริง เพื่อให้พิจารณาได้ชัดเจน ส่วน stress test ยืมมาจากศัพท์ด้านวิศวกรรมและการเงิน หมายถึงการนำบางสิ่งไปอยู่ในเงื่อนไขที่ยากหรือสุดขั้วกว่าปกติ เพื่อดูว่ายังรับมือไหวหรือไม่ คำกริยา isolate และ stress test เชื่อมแบบขนานกันและใช้กรรมร่วมกันคือ our intuitions on ethics เมื่อรวมกันจึงอธิบายกระบวนการสองขั้น: จดจ่อกับการตัดสินหนึ่งก่อน แล้วจึงผลักไปทดสอบจนถึงขีดจำกัด

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ "isolate and stress test an ethical intuition" หมายความว่าอย่างไร?

  1. แยกออกจากปัจจัยอื่น แล้วทดสอบด้วยกรณีที่ยาก
  2. ตัดเรื่องจริยธรรมออกจากการอภิปรายเพื่อไม่ต้องตัดสินอะไร
  3. ทำให้คนรู้สึกกังวลจนสัญชาตญาณนั้นหายไป
ดูคำตอบ

แยกออกจากปัจจัยอื่น แล้วทดสอบด้วยกรณีที่ยาก

just like science experiments do for the physical world. ลำดับความ

3:43

เช่นเดียวกับที่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ทำกับโลกทางกายภาพ

ลำดับความ

just like ... do for ...: การใช้ do เพื่อทำอุปมาให้สมบูรณ์

just like ใช้เริ่มการเปรียบเทียบแบบอุปมา: บทบาทของการทดลองทางความคิดต่อสัญชาตญาณทางจริยธรรมเทียบได้กับบทบาทของการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่อโลกทางกายภาพ กรณีหลังที่คุ้นเคยกว่าช่วยอธิบายกรณีแรกที่เป็นนามธรรมกว่า do เป็นคำกริยาที่ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้ว ซึ่งในที่นี้คือ isolate and stress test เพื่อไม่ให้ผู้พูดต้องพูดภาคแสดงทั้งหมดซ้ำ เนื่องจาก science experiments เป็นพหูพจน์ จึงใช้ do ไม่ใช่ does

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Regular checkups reveal health risks for adults, just like school screenings do for children," คำว่า do แทนอะไร?

  1. แทน "reveal health risks"
  2. อ้างถึง "regular checkups"
  3. หมายถึง "teach children at school"
ดูคำตอบ

แทน "reveal health risks"

Spotting these moral hairpin turns now สำนวน

3:47

การมองเห็นจุดหักเลี้ยวทางศีลธรรมเหล่านี้ตั้งแต่ตอนนี้

สำนวน

these moral hairpin turns: การเปลี่ยนแปลงทางจริยธรรมอย่างฉับพลันที่เปรียบเหมือนโค้งหักศอก

hairpin turn คือโค้งถนนที่หักกลับอย่างรุนแรงจนเกือบไปในทิศตรงข้าม ใน these moral hairpin turns คำว่า moral ระบุว่าเป็นการ “เลี้ยว” ทางจริยธรรม วลีนี้เปรียบการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและรับมือยากในการตัดสินทางจริยธรรมกับโค้งอันตรายบนถนน อุปมานี้เน้นว่าประเด็นหนึ่งอาจเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว จึงต้องมองเห็นล่วงหน้า ใช้ความระมัดระวัง และปรับตัวให้ทัน ไม่ได้หมายถึงเครื่องประดับผม

แบบฝึกหัด

moral hairpin turn หมายถึงอะไรในอุปมานี้?

  1. เส้นทางที่ราบรื่นและคาดเดาได้โดยไม่มีตัวเลือกที่ยาก
  2. การเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลันและยากลำบากในการตัดสินทางจริยธรรม
  3. กิ๊บติดผมประดับที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ทางศีลธรรม
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลันและยากลำบากในการตัดสินทางจริยธรรม

will help us maneuver the unfamiliar road of technology ethics สำนวน

3:50

จะช่วยให้เราสามารถบังคับเลี้ยวไปบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยของจริยธรรมทางเทคโนโลยี

สำนวน

maneuver the unfamiliar road of technology ethics: อุปมาเรื่องการนำทางผ่านจริยธรรมเทคโนโลยี

Maneuver หมายถึงการเคลื่อนหรือควบคุมบางสิ่งอย่างชำนาญเมื่อเส้นทางยาก ในที่นี้ the unfamiliar road of technology ethics ไม่ใช่ถนนจริง แต่เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่แน่นอนในการตัดสินว่าเทคโนโลยีใหม่ควรหรือไม่ควรทำอะไร ทั้งวลีสานต่ออุปมาเรื่องการขับรถ การมองเห็นความเสี่ยงทางจริยธรรมล่วงหน้าช่วยให้ผู้คนผ่านการตัดสินใจที่ไม่คุ้นเคยอย่างระมัดระวังและปรับทิศทางเมื่อจำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย maneuver และคำบุพบทที่สื่อถึงการเคลื่อนผ่านอุปสรรคเชิงนามธรรมอย่างเป็นธรรมชาติ: The committee had to ____ a maze of new privacy rules.

ดูคำตอบ

maneuver through

and allow us to cruise confidently and conscientiously สำนวน

3:53

และช่วยให้เราสามารถแล่นไปได้อย่างมั่นใจและมีมโนธรรม

into our brave new future.

3:57

สู่อนาคตใหม่ที่กล้าหาญของเรา

สำนวน

cruise confidently and conscientiously into our brave new future: มุ่งสู่อนาคตด้วยความมั่นใจและความรับผิดชอบ

วลีกริยา cruise into เปลี่ยนการก้าวไปสู่อนาคตให้เป็นภาพของการขับรถ Cruise สื่อถึงการเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างราบรื่นและควบคุมได้ จึงต่อยอดภาษาที่เกี่ยวกับถนนและการขับรถในวิดีโอให้กลายเป็นสารที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี confidently และ conscientiously วางเงื่อนไขสองอย่างให้การก้าวไปข้างหน้า นั่นคือให้ทำด้วยความมั่นใจ แต่ก็ต้องมีความระมัดระวัง สำนึกทางศีลธรรม และความรับผิดชอบด้วย brave new future มีน้ำเสียงสูงส่งและเป็นวรรณศิลป์ อีกทั้งอาจชวนให้นึกถึงชื่อ Brave New World จึงเพิ่มความระแวดระวังเข้ามาควบคู่กับความตื่นเต้น บทสรุปนี้จึงมีความหวัง แต่ไม่ได้มองโลกในแง่ดีอย่างไร้การไตร่ตรอง

แบบฝึกหัด

วลีปิดท้ายที่เน้นไว้แสดงท่าทีแบบใด

  1. ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพราะอนาคตจะต้องอันตรายแน่นอน
  2. รีบก้าวไปสู่อนาคตโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา
  3. ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้วยความมั่นใจและความรับผิดชอบ
ดูคำตอบ

ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้วยความมั่นใจและความรับผิดชอบ