ทำไมคุณถึงต้องการการนอนหลับที่ดี ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
924 คำ 167 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าเหตุใดการนอนจึงจำเป็น แม้จะทำให้มนุษย์อยู่ในภาวะเสี่ยงชั่วคราว เนื้อหากล่าวถึงบทบาทของการนอนต่อสมาธิ การจัดเก็บความจำระยะยาว และการแก้ปัญหา ตลอดจนเหตุผลที่การอดนอนเรื้อรังกระตุ้นความเครียดและส่งผลเสียต่อสุขภาพ พร้อมอธิบายว่าคนทั่วไปใช้เวลาประมาณหนึ่งในสามของชีวิตไปกับการนอน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. catching 40 winks, — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนกันเองนี้หมายถึงการงีบหลับสั้น ๆ ไม่ใช่การกะพริบตาสี่สิบครั้งตามความหมายตรงตัว และนำไปใช้พูดถึงการพักผ่อน การเคลิ้มหลับ หรือการงีบช่วงสั้น ๆ ในบทสนทนาสบาย ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. fits it in with — กริยาวลี: สังเกตว่า fit in with ในบริบทนี้บรรยายการที่สมองผสานข้อมูลใหม่เข้ากับความรู้ที่เก็บไว้แล้ว และใช้รูปแบบเดียวกันอธิบายว่าแนวคิด แผน หรือรายละเอียดใหม่เชื่อมโยงอย่างสอดคล้องกับระบบเดิมได้อย่างไร 3. Assuming you sleep 8 hours a day, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ Assuming + อนุประโยคเพื่อระบุสมมติฐานก่อนประมาณค่าหรือสรุปผล ช่วยให้ชัดเจนว่าตัวเลขที่คำนวณได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นจริงโดยไม่มีเงื่อนไข

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:00

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Georgie and we're ready to start,

0:11

ฉันชื่อ Georgie และเราพร้อมที่จะเริ่มกันแล้ว

Phil.

0:14

Phil

Phil?

0:15

Phil?

Sorry, Georgie.

0:18

ขอโทษที Georgie

I was uh just catching 40 winks, สำนวน

0:19

ฉันแค่เอ่อ กำลัง catching 40 winks (งีบหลับแป๊บนึง) น่ะ

you know?

0:22

คุณก็รู้?

สำนวน

catching 40 winks: งีบสั้น ๆ

Catch forty winks เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงนอนช่วงสั้น ๆ หรืองีบสักครู่ เลข forty ไม่ใช่จำนวนที่นับจริง และ winks ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงการกะพริบตาจริง ๆ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ใน I was just catching 40 winks คำว่า was catching เป็น past continuous ผู้พูดกำลังอธิบายแบบสบาย ๆ ว่าก่อนหน้านั้นแค่งีบไปครู่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past simple ของ catch forty winks: After lunch, I ____ on the sofa.

ดูคำตอบ

caught forty winks

Getting some shut eye, สำนวน

0:22

Getting some shut eye (พักสายตา),

สำนวน

Getting some shut eye: นอนสักหน่อย

Get some shut-eye เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงนอนสักหน่อย มักใช้เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือมีเวลาพักจำกัด shut-eye เป็นคำนามที่หมายถึงการนอน ไม่ใช่การหลับตาข้างหนึ่งจริง ๆ การสะกดที่พบตามปกติในพจนานุกรมคือ shut-eye ซึ่งมีเครื่องหมายขีดกลาง แต่ในคำบรรยายและงานเขียนแบบไม่เป็นทางการอาจพบ shut eye ได้ Getting เป็นรูป -ing ของ get และข้อความส่วนนี้หมายถึงการนอนสักหน่อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน get some shut-eye: I have an early start, so I need to ____.

ดูคำตอบ

get some shut-eye

dozing,

0:24

dozing (สัปหงก),

taking a nap. วลี

0:25

taking a nap (นอนกลางวัน)

วลี

taking a nap: กลุ่มคำ take a nap

Take a nap เป็นคำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึง “นอนเป็นเวลาสั้น ๆ” ในคำบรรยาย taking เป็นรูป -ing ของ take ดังนั้น taking a nap จึงหมายถึงกิจกรรมการงีบที่กำลังเกิดขึ้น A nap มักเป็นการนอนช่วงสั้น ๆ และมักเกิดขึ้นในเวลากลางวัน ให้จำ take a nap เป็นกลุ่มคำเดียวกัน ส่วน sleep a nap ไม่ใช่การใช้ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ขึ้นต้นด้วย take: I'm tired, so I'm going to ____ after lunch.

ดูคำตอบ

take a nap

I was sleeping.

0:26

ฉันกำลังหลับอยู่

Sleeping at work?

0:27

หลับในที่ทำงานเนี่ยนะ?

Phil,

0:29

Phil,

how could you? น้ำเสียง/เจตนา

0:29

คุณทำแบบนี้ได้ยังไง?

น้ำเสียง/เจตนา

How could you?: แสดงความตกใจและตำหนิ ไม่ได้ถามถึงวิธีทำ

How could you? ในประโยคนี้ไม่ได้ถามถึงวิธีทำ แต่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ตอบสนองต่อเรื่องที่รู้อยู่แล้ว และแสดงความตกใจพร้อมความไม่พอใจ มีความหมายประมาณว่า “ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะทำแบบนั้น” หรือ “คุณไม่น่าทำแบบนั้นเลย” คำถามนี้ย้อนกลับไปยังการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ Sleeping at work? เป็นส่วนที่ระบุการกระทำนั้น ผู้ฟังจึงไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าทำอย่างไร

แบบฝึกหัด

How could you? ในประโยคใดเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความตกใจและตำหนิ

  1. Could you help me carry this box?
  2. You broke your promise? How could you?
  3. How could you solve the puzzle so quickly? Show me your method.
ดูคำตอบ

You broke your promise? How could you?

I know,

0:30

ฉันรู้

I know.

0:31

ฉันรู้

Sorry, I didn't sleep well last night.

0:31

ขอโทษที เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับ

Uh I'll forgive you this time, น้ำเสียง/เจตนา

0:34

เอ่อ ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้คุณนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'll forgive you this time: การยกโทษที่มีขอบเขต

I'll forgive you this time หมายถึงผู้พูดตัดสินใจว่าจะไม่ถือโทษผู้ฟังจากความผิดครั้งนี้ต่อไป ในที่นี้ I'll สามารถสื่อถึงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้ this time จำกัดการยกโทษไว้เฉพาะครั้งนี้ และยังมีคำเตือนเบา ๆ ว่าพฤติกรรมแบบเดิมอาจไม่ได้รับการยกโทษในครั้งหน้า แม้ประโยคจะไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

แบบฝึกหัด

I'll forgive you this time สื่อความหมายใดได้ถูกต้องที่สุด?

  1. ยกโทษให้ความผิดครั้งนี้ แต่เตือนว่าครั้งต่อไปอาจไม่ได้รับการยกโทษ
  2. สัญญาว่าจะยกโทษให้ความผิดแบบเดิมทุกครั้ง
  3. บอกว่าไม่ได้มีความผิดเกิดขึ้นเลย
ดูคำตอบ

ยกโทษให้ความผิดครั้งนี้ แต่เตือนว่าครั้งต่อไปอาจไม่ได้รับการยกโทษ

but make sure you go to bed early tonight ไวยากรณ์

0:35

แต่คืนนี้ต้องแน่ใจว่าคุณเข้านอนเร็วล่ะ

ไวยากรณ์

make sure you go to bed early tonight: การย้ำเตือนอย่างจริงจัง

make sure + clause ใช้เพื่อบอกให้อีกฝ่ายดูแลให้บางสิ่งเกิดขึ้นจริง ใน make sure you go to bed early tonight อนุประโยคคือ you go to bed early tonight ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังย้ำอย่างจริงจังว่าอีกฝ่ายต้องเข้านอนเร็วในคืนนี้จริง ๆ โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึง “สร้างความแน่นอน” ตามตัวอักษร เมื่อเทียบกับ Go to bed early แล้ว Make sure... จะเน้นมากขึ้นว่าอย่าลืมและต้องทำให้สำเร็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วย make sure + ประธาน: Before you leave, ____ lock the back door.

ดูคำตอบ

make sure you

because getting a good night's sleep is incredibly important. วลี

0:37

เพราะการนอนหลับฝันดีในตอนกลางคืนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างเหลือเชื่อ

วลี

getting a good night's sleep: สำนวนธรรมชาติที่ใช้ get กับ sleep

สำนวนธรรมชาติ get a good night's sleep หมายถึง “นอนหลับสบายตลอดหนึ่งคืน” หรือ “ได้นอนเต็มอิ่มตลอดคืน” ใน a good night's sleep คำว่า night's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของ หมายถึงการนอนที่ได้จากหนึ่งคืน ส่วน get ในที่นี้หมายถึงได้พักผ่อนจริง ๆ ไม่ใช่การรับสิ่งของ ในประโยคนี้ get เปลี่ยนเป็น getting วลี -ing ทั้งหมด getting a good night's sleep ใช้เรียกการกระทำนี้เป็นหนึ่งเรื่อง และทำหน้าที่เป็นประธานของ is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ตรงกับความหมายว่า “นอนหลับสบายตลอดหนึ่งคืน”: Before the early flight, I need to get ____.

ดูคำตอบ

a good night's sleep

For example,

0:41

ตัวอย่างเช่น

did you know that people who get enough sleep โน้ต

0:42

คุณรู้หรือไม่ว่าคนที่นอนหลับเพียงพอ

ลำดับความ

did you know that...: ประโยคดึงความสนใจเพื่อเกริ่นข้อเท็จจริง

Did you know that... เป็นคำถามที่ใช้เป็นประโยคดึงความสนใจเพื่อเกริ่นข้อมูล โดยดึงความสนใจของผู้ฟังก่อน แล้วจึงนำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังอาจยังไม่รู้หรืออาจสนใจ ในที่นี้เป็นการเตรียมผู้ฟังให้รับข้อมูลเกี่ยวกับคนที่นอนหลับเพียงพอ หลัง that ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: Did you know that bees can dance? ไม่ใช่ Did you know that can bees dance? รูปอดีต did ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นเป็นเรื่องในอดีต แต่เป็นรูปที่ใช้ตามปกติในคำถามเกริ่นนำนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ประโยคดึงความสนใจนี้เพื่อเกริ่นข้อเท็จจริงได้ถูกต้อง?

  1. Did you know that are dolphins mammals?
  2. Did you know dolphins that are mammals?
  3. Did you know that dolphins are mammals?
ดูคำตอบ

Did you know that dolphins are mammals?

live about 5 years longer ไวยากรณ์

0:45

มีอายุยืนยาวกว่าประมาณ 5 ปี

than people who don't?

0:47

เมื่อเทียบกับคนที่นอนไม่พอ?

ไวยากรณ์

people who get enough sleep: ใช้ who เพื่อระบุกลุ่มคน

ใน people who get enough sleep คำว่า people เป็นคำนามหลัก ส่วน who get enough sleep บอกว่าหมายถึงคนกลุ่มไหน โครงสร้างนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพัทธ์แบบจำกัดความ who แทน people และทำหน้าที่เป็นประธานของ get อยู่แล้ว จึงไม่เติม they หลัง who วลี people who get enough sleep ทั้งวลีเป็นประธานของ live ในประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยคสัมพัทธ์กับ who ได้ถูกต้อง

  1. People who they exercise regularly often feel more energetic.
  2. People which exercise regularly often feel more energetic.
  3. People who exercise regularly often feel more energetic.
ดูคำตอบ

People who exercise regularly often feel more energetic.

ไวยากรณ์

about 5 years longer than: บอกความแตกต่างโดยประมาณ

รูปแบบ about + จำนวน + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ใช้บอกขนาดของความแตกต่างโดยประมาณ ในที่นี้ 5 years บอกว่าคนกลุ่มหนึ่งมีชีวิตนานกว่าอีกกลุ่มเท่าไร และ about บอกว่าห้าปีไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน than นำหน้าคนอีกกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบ ประโยคนี้เปรียบเทียบอายุขัยของคนสองกลุ่ม ไม่ได้เปรียบเทียบคนกับห้าปี และไม่ได้หมายความว่าใครมีชีวิตอยู่เพียงห้าปี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าสะพานนี้ยาวกว่าสะพานเก่าประมาณ 200 เมตร

  1. This bridge is longer about 200 metres from the old one.
  2. This bridge is about 200 metres long than the old one.
  3. This bridge is about 200 metres longer than the old one.
ดูคำตอบ

This bridge is about 200 metres longer than the old one.

Wow.

0:48

ว้าว

So, a good night's sleep

0:49

ดังนั้น การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่

can lengthen your life. การใช้คำ

0:50

สามารถยืดอายุขัยของคุณได้

การใช้คำ

lengthen your life: ใช้ lengthen ในความหมายว่า “ทำให้ยาวขึ้น”

Lengthen เป็นคำกริยาที่แปลว่า “ทำให้บางสิ่งยาวขึ้น” ใน lengthen your life นั้น your life เป็นกรรมตรงที่มีระยะเวลายาวขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ช่วยให้คุณมีชีวิตอยู่นานขึ้น” คำนี้ประกอบจาก length + -en โดยส่วนท้าย -en เปลี่ยนแนวคิดเรื่องความยาวให้เป็นการกระทำที่ทำให้บางสิ่งยาวขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lengthen เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้ยาวขึ้น” ได้ถูกต้อง

  1. The treatment may long patients' lives.
  2. The treatment may length patients' lives.
  3. The treatment may lengthen patients' lives.
ดูคำตอบ

The treatment may lengthen patients' lives.

In this program,

0:52

ในรายการนี้

we'll be finding out more about the benefits of sleep ลำดับความ

0:52

เราจะมาค้นหาประโยชน์ของการนอนหลับให้มากขึ้น

ลำดับความ

we'll be finding out more about...: เกริ่นหัวข้อที่จะสำรวจต่อไป

โครงสร้าง we'll be finding out more about + หัวข้อ ใช้บอกผู้ฟังว่าส่วนถัดไปของรายการ บทเรียน หรือการนำเสนอจะสำรวจเรื่องอะไร คำว่า more แสดงว่าผู้ฟังจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ใช่แค่ได้ยินชื่อหัวข้อเท่านั้น รูปอนาคตกำลังกระทำ we'll be finding out นำเสนอการสำรวจนั้นเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตลอดส่วนถัดไป จึงช่วยจัดลำดับรายการด้วยการบอกล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น และชวนให้ผู้ฟังติดตามการค้นพบไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างการเกริ่นจากบทเรียนนี้ตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: In today's lesson, ____ how bees communicate.

ดูคำตอบ

we'll be finding out more about

and as usual, วลี

0:55

และตามปกติ

learning some useful new vocabulary as well.

0:56

ก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย

วลี

as usual: ครั้งนี้เป็นไปตามแบบปกติ

as usual หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ตรงกับนิสัยหรือแบบแผนที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการเรียนคำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์เป็นส่วนหนึ่งของรายการที่ทำเป็นประจำ วลีนี้ให้ข้อมูลต่อใจความทั้งประโยค ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก วางได้ที่ต้นประโยค ท้ายประโยค หรือแทรกกลางประโยค และเมื่อแทรกกลางประโยคก็มักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการตรวจประตูของ Leo ในครั้งนี้เป็นไปตามนิสัยปกติของเขา

  1. Leo checked the doors in an unusual way before leaving.
  2. As usual, Leo checked the doors before leaving.
  3. Leo usually checks the doors before leaving.
ดูคำตอบ

As usual, Leo checked the doors before leaving.

But first, now that you've woken up, โน้ต

0:59

แต่ก่อนอื่น ในเมื่อคุณตื่นแล้ว

ไวยากรณ์

now that you've woken up: ใช้ข้อเท็จจริงใหม่เป็นเหตุผล

Now that + อนุประโยค หมายถึง “เพราะตอนนี้สถานการณ์นี้เป็นจริงแล้ว” โครงสร้างนี้นำข้อเท็จจริงที่เป็นจริงในตอนนี้หรือเพิ่งมีความสำคัญมาใช้เป็นเหตุผลหรือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะพูดต่อไป ใน you've woken up คำว่า you've หมายถึง you have และ woken เป็นรูป past participle ของ wake ส่วน present perfect แสดงว่าการตื่นได้เกิดขึ้นแล้วและผลของมันสำคัญในตอนนี้ นั่นคือคนคนนั้นตื่นอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่แสดงว่าฝนหยุดเป็นทั้งข้อเท็จจริงและเหตุผล: ____ the rain has stopped, we can play outside.

ดูคำตอบ

Now that

I have a question for you.

1:02

ฉันมีคำถามจะถามคุณ

ลำดับความ

But first: หยุดชั่วครู่เพื่อทำขั้นตอนก่อนหน้า

But first เป็นสัญญาณว่าลำดับที่วางแผนไว้จะเปลี่ยนไปชั่วครู่ ผู้พูดพักหัวข้อหรือกิจกรรมหลักไว้ก่อน เพื่อแนะนำสิ่งที่ต้องทำก่อนหน้านั้น ในที่นี้ but ใช้บอกการเปลี่ยนเรื่อง ไม่ได้แสดงความขัดแย้ง และ first ชี้ขั้นตอนที่ต้องทำก่อน วลีนี้ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าหัวข้อหลักยังจะตามมา จึงมีประโยชน์ในบทเรียน การพูด และรายการต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

คุณยังวางแผนจะเริ่มภาพยนตร์ แต่ต้องการให้ปิดไฟก่อนภาพยนตร์เริ่ม ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์นี้

  1. We'll start the movie soon. But first, please turn off the lights.
  2. We'll start the movie soon. But instead, let's cancel it.
  3. We'll start the movie soon. After that, please turn off the lights.
ดูคำตอบ

We'll start the movie soon. But first, please turn off the lights.

Do you know how much of the average person's life is spent asleep? ไวยากรณ์

1:04

คุณรู้ไหมว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนเราใช้เวลาไปกับการนอนหลับเท่าไหร่?

ไวยากรณ์

how much of ... is spent asleep: คำถาม wh ที่ซ้อนอยู่ในประโยค

How much of + กลุ่มคำนาม ใช้ถามปริมาณหรือสัดส่วนของสิ่งหนึ่งจากทั้งหมด ในที่นี้สิ่งทั้งหมดคือ the average person's life หรือชีวิตของคนทั่วไป อนุประโยคทั้งหมดอยู่หลัง Do you know จึงเป็นคำถาม wh ที่ซ้อนอยู่ในประโยค How much of the average person's life ทำหน้าที่เป็นประธานและตามด้วยรูปถูกกระทำ is spent ทันที โดยไม่เติม does และไม่สลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วยเพิ่มเติม Is spent asleep หมายถึงชีวิตส่วนนั้นผ่านไปในขณะที่บุคคลนั้นหลับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสร้างคำถาม wh แบบซ้อนและใช้กริยารูปถูกกระทำได้ถูกต้อง

  1. Do you know how much is the school day spent outdoors?
  2. Do you know how much of the school day is spent outdoors?
  3. Do you know how much of the school day does it spend outdoors?
ดูคำตอบ

Do you know how much of the school day is spent outdoors?

Is it A, a half,

1:08

A ครึ่งหนึ่ง

B, a quarter,

1:10

B หนึ่งในสี่

or C, a third?

1:11

หรือ C หนึ่งในสาม?

Hmm,

1:13

อืม

I think we spend about a third of our lives sleeping. ไวยากรณ์

1:14

ฉันคิดว่าเราใช้เวลาประมาณหนึ่งในสามของชีวิตไปกับการนอนนะ

ไวยากรณ์

about a third of our lives sleeping: การบอกสัดส่วนด้วย spend + เวลา + -ing

about a third หมายถึงประมาณหนึ่งส่วนจากทั้งหมดสามส่วนที่เท่ากัน ใน about a third of our lives คำว่า about บอกว่าเป็นค่าประมาณ และ of our lives บอกว่าสิ่งที่ถูกแบ่งคือช่วงชีวิตทั้งหมดของเรา โครงสร้างเต็มคือ spend + ระยะเวลา + -ing ในที่นี้ sleeping บอกว่าเราใช้ช่วงชีวิตส่วนนั้นทำอะไร สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้บอกว่าส่วนหนึ่งของวัน ปี หรือทั้งชีวิตถูกใช้ไปกับกิจกรรมใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าเธอใช้เวลาประมาณหนึ่งในสามของวันทำงานไปกับการตอบอีเมล

  1. She spends about a third of her working day to answer emails.
  2. She spends about a third of her working day answering emails.
  3. She spends about a third her working day answering emails.
ดูคำตอบ

She spends about a third of her working day answering emails.

Okay.

1:17

โอเค

Well, I'll reveal the correct answer วลี

1:18

เอาล่ะ ฉันจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง

at the end of the program.

1:20

ในช่วงท้ายของรายการ

วลี

reveal the correct answer at the end of the program: เฉลยคำตอบในช่วงท้ายรายการ

reveal the correct answer หมายถึงการเฉลยคำตอบที่เก็บไว้และยังไม่ได้เปิดเผย คำว่า reveal เน้นการเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่เพียงแค่พูดบางอย่างออกมา at the end of the program ระบุว่าการเปิดเผยนี้จะเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของรายการ ผู้พูดใช้ I'll เพื่อสัญญาว่าจะประกาศในภายหลังและให้ผู้ชมรอฟังคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย reveal และ at the end of โดยใช้แต่ละสำนวนหนึ่งครั้ง: The host will ____ the correct answer ____ the show.

ดูคำตอบ

reveal · at the end of

The question of why humans sleep ไวยากรณ์

1:22

คำถามที่ว่าทำไมมนุษย์ถึงต้องนอนหลับนั้น

is not easy to answer.

1:24

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตอบ

ไวยากรณ์

The question of why humans sleep: การใช้คำถามแบบฝังเป็นประธาน

คำนามหลักคือ question ส่วนคำถามแบบฝัง why humans sleep ที่ตามหลัง of ระบุว่าหมายถึงคำถามใด ดังนั้นวลีทั้งหมด The question of why humans sleep จึงเป็นประธานของ is not easy to answer เนื่องจาก why humans sleep เป็นคำถามแบบฝัง ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า humans sleep ภายในนามวลีนี้ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามโดยตรง why do humans sleep

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยน Why did the machine stop? ให้เป็นคำถามที่ตั้งขึ้นเพื่ออภิปรายได้อย่างถูกต้อง

  1. The question of why did the machine stop remains unanswered.
  2. Why did the machine stop remains unanswered.
  3. The question of why the machine stopped remains unanswered.
ดูคำตอบ

The question of why the machine stopped remains unanswered.

In terms of evolution, ลำดับความ

1:26

ในแง่ของวิวัฒนาการ

ลำดับความ

In terms of evolution: การกำหนดมุมมองของการอภิปราย

in terms of + นามวลี ใช้ระบุแง่มุมหรือเกณฑ์ที่จะใช้กับประเด็นถัดไป ในที่นี้ In terms of evolution วางกรอบคำอธิบายจากมุมมองด้านวิวัฒนาการ ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าวิวัฒนาการเป็นสาเหตุของสิ่งใด เมื่อวางกรอบนี้ไว้ก่อนข้อความหลัก จะช่วยจำกัดขอบเขตการอภิปรายและช่วยให้ผู้ฟังจัดระเบียบข้อมูลได้ หัวข้อเดียวกันอาจพิจารณาต่อจากแง่ของต้นทุน ความปลอดภัย หรือประวัติศาสตร์ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสำหรับกำหนดมุมมองจากบทเรียนนี้: ____ safety, this route is the better choice.

ดูคำตอบ

In terms of

why would it make sense to go unconscious วลี

1:27

มันสมเหตุสมผลอย่างไรที่จะหมดสติไป

every night,

1:29

ในทุก ๆ คืน

leaving yourself vulnerable to danger? ไวยากรณ์

1:30

และปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอต่ออันตราย?

วลี

make sense to go unconscious: พิจารณาว่าการกระทำนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่

ในที่นี้ make sense to + คำกริยา หมายถึง “การทำสิ่งนั้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือมีเหตุผล” คำว่า it ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ส่วน to go unconscious คือการกระทำที่กำลังถูกพิจารณา why would it make sense to...? ในที่นี้ไม่ได้ถามเหตุผลแบบเป็นกลาง แต่ตั้งคำถามว่าการกระทำนั้นจะสมเหตุสมผลได้อย่างไร สามารถนำรูปแบบ It makes sense to..., Does it make sense to...? และ Why would it make sense to...? ไปใช้ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make sense เพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นสมเหตุสมผล: It ____ to check the map before the hike.

ดูคำตอบ

makes sense

ไวยากรณ์

leaving yourself vulnerable to danger: เพิ่มผลลัพธ์ของการกระทำ

หลังเครื่องหมายจุลภาค leaving yourself vulnerable to danger เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลของการกระทำก่อนหน้า หมายความว่าการหมดสติทำให้คุณอยู่ในสภาพที่ได้รับการปกป้องน้อยลง ไม่ใช่การกระทำหลักอีกอย่างหนึ่งที่แยกออกมา ในโครงสร้าง leave + กรรม + คำคุณศัพท์ คำว่า leave หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งของอยู่ในสภาพหนึ่ง” ตรงนี้ yourself เป็นกรรม และ vulnerable บอกลักษณะของสภาพนั้น Vulnerable to danger หมายถึงถูกทำร้ายหรือโจมตีได้ง่าย ไม่ใช่การเลือกเผชิญอันตรายด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + อนุประโยค -ing อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงผลของการกระทำแรก

  1. Leo shared his login details, leaving himself vulnerable to fraud.
  2. Leo shared his login details because he was vulnerable to fraud.
  3. Leo shared his login details to make the account easier to access.
ดูคำตอบ

Leo shared his login details, leaving himself vulnerable to fraud.

It can only mean that the benefits โน้ต

1:33

นั่นอาจหมายความได้เพียงอย่างเดียวว่าประโยชน์

gained from sleep are huge.

1:35

ที่ได้รับจากการนอนหลับนั้นยิ่งใหญ่มาก

ลำดับความ

It can only mean that...: ข้อสรุปเดียวที่สมเหตุสมผล

It can only mean that + อนุประโยค เชื่อมหลักฐานก่อนหน้ากับข้อสรุปที่ผู้พูดมองว่าเป็นคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล It อ้างถึงสถานการณ์ที่กล่าวไปแล้ว และอนุประโยคหลัง that บอกข้อสรุป ในที่นี้ only จำกัดความหมายหรือคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงปริมาณน้อย โครงสร้างนี้ทำให้การเชื่อมจากหลักฐานไปสู่ข้อสรุปหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

นีน่าเดินทางด้วยรถบัสเสมอ ตอนนี้เธออยู่ที่โรงเรียนแล้ว และมีเพียงรถบัสรอบเช้าที่มาถึง ประโยคใดบอกว่ารถบัสรอบเช้าเป็นคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล

  1. It may mean that Nina took the early bus.
  2. It can only mean that Nina took the early bus.
  3. It cannot mean that Nina took the early bus.
ดูคำตอบ

It can only mean that Nina took the early bus.

ไวยากรณ์

the benefits gained from sleep: ส่วนขยายด้วย past participle

ในนามวลี the benefits gained from sleep ส่วน gained from sleep อยู่หลัง benefits และบอกว่าหมายถึงประโยชน์ใด gained เป็นคำกริยารูป past participle ที่มีความหมายแบบถูกกระทำ คือประโยชน์เหล่านั้นได้รับจากการนอนหลับ นี่คือ relative clause แบบ passive ที่ย่อแล้ว รูปเต็มคือ the benefits that are gained from sleep การตัด that are ออกทำให้คำอธิบายกระชับขึ้นโดยไม่เปลี่ยนความหมายหลัก

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน relative clause ให้เป็นส่วนขยายด้วย past participle: The packages that were delivered this morning are in the hall. เติมรูปย่อให้สมบูรณ์: The packages ____ are in the hall.

ดูคำตอบ

delivered this morning

Here, science journalist Ginny Smith

1:37

ในที่นี้ Ginny Smith นักข่าวสายวิทยาศาสตร์

explains some of these benefits

1:40

อธิบายประโยชน์เหล่านี้บางส่วน

to BBC Radio 4 program

1:41

ให้กับรายการของ BBC Radio 4

Inside Science.

1:43

ชื่อ Inside Science

So, we've probably all experienced this ลำดับความ

1:45

เราทุกคนคงเคยมีประสบการณ์แบบนี้กันมาบ้างแล้ว

ลำดับความ

So, we've probably all experienced this: การเกริ่นด้วยประสบการณ์ร่วม

วลี we've probably all experienced this ชวนผู้ฟังให้นึกถึงประสบการณ์ที่ผู้พูดคาดว่าหลายคนน่าจะมีร่วมกัน probably ช่วยลดความเหมารวมของ all ส่วน this ชี้ไปยังสถานการณ์เฉพาะที่จะอธิบายต่อไป เมื่อใช้เปิดเรื่อง ประโยคนี้จะสร้างจุดร่วมก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายรายละเอียด So ยังแสดงด้วยว่านี่คือขั้นต่อไปของการพูดคุย ซึ่งเป็นวิธีจัดข้อมูลที่พบบ่อยในการบรรยายและการสัมภาษณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเริ่มคำอธิบาย โดยชวนผู้ฟังให้นึกถึงประสบการณ์ร่วมอย่างนุ่มนวล?

  1. I opened an app yesterday and forgot what I meant to do.
  2. We've probably all had this happen: you open an app and forget what you meant to do.
  3. Every single person has definitely had exactly the same experience.
ดูคำตอบ

We've probably all had this happen: you open an app and forget what you meant to do.

that if you've had a bad night's sleep ไวยากรณ์

1:46

ว่าถ้าคืนไหนคุณนอนหลับไม่สนิท

and then you try and do some work, การใช้คำ

1:48

แล้วพยายามจะทำงานบางอย่าง

การใช้คำ

try and do: วิธีพูดอย่างไม่เป็นทางการว่า “พยายามทำ”

ในประโยคนี้ try and do ทำหน้าที่เป็นรูปแบบกริยาไม่เป็นทางการหนึ่งชุด มีความหมายเหมือน “try to do” หรือ “พยายามทำบางอย่าง” คำว่า and ไม่ได้แยกการลองกับการทำออกเป็นสองขั้นตอนที่เป็นอิสระจากกัน รูปแบบคือ try and + กริยารูปพื้นฐาน เช่น try and do, try and call, try and finish ให้เข้าใจกริยาหลัง and ว่าเป็นการกระทำที่กำลังพยายามทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบไม่เป็นทางการ try and + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อหมายถึง “พยายามโทรพรุ่งนี้”

  1. I'll try and calling tomorrow.
  2. I'll try calling tomorrow to see whether the number works.
  3. I'll try and call tomorrow.
ดูคำตอบ

I'll try and call tomorrow.

you just can't concentrate.

1:49

คุณก็แค่ไม่สามารถจดจ่อได้

ไวยากรณ์

if you've had a bad night's sleep: present perfect สำหรับผลในปัจจุบัน

if you've had เป็นรูปย่อของ if you have had โดย present perfect แสดงว่าการนอนไม่ดีเป็นประสบการณ์ก่อนหน้าที่จบไปแล้ว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการมีสมาธิยากในเวลาต่อมาหรือตอนนี้ ในอนุประโยค if รูปนี้ให้เงื่อนไขที่เกิดขึ้นก่อนผลลัพธ์ อนุประโยค if ไม่จำเป็นต้องใช้ present perfect เสมอไป ที่นี่เลือกใช้เพราะต้องการเชื่อมประสบการณ์ก่อนหน้ากับผลในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมรูป present perfect แบบย่อของ have ให้สมบูรณ์: If ____ a bad night's sleep, take extra care on the road.

ดูคำตอบ

you've had

Your brain isn't in the right state วลี

1:51

สมองของคุณไม่ได้อยู่ในสถานะที่เหมาะสม

to take in new information. กริยาวลี

1:52

ที่จะ take in (รับ) ข้อมูลใหม่ ๆ

วลี

in the right state to: อยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการกระทำ

be in the right state to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีสภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ หรือเงื่อนไขในทางปฏิบัติที่จำเป็นต่อการทำสิ่งหนึ่ง ที่นี่ right หมายถึง “เหมาะสม” ไม่ใช่ “อยู่ทางขวา” รูปปฏิเสธ isn't in the right state to take in บอกว่าสมองยังไม่พร้อมหรือไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีพอสำหรับการรับข้อมูลใหม่ กริยาหลัง to ระบุการกระทำที่สภาพนั้นเอื้อให้ทำได้

แบบฝึกหัด

ใช้ in the right state to เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่า Maya พร้อมทางจิตใจ: After a short break, Maya was ____ answer questions calmly.

ดูคำตอบ

in the right state to

กริยาวลี

take in new information: เข้าใจและซึมซับข้อมูลใหม่

ในที่นี้ take in หมายถึงรับข้อมูลเข้ามาในความคิดและทำความเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงนำสิ่งของเข้าไปข้างในจริง ๆ ประโยคนี้บอกว่าสมองยังไม่พร้อมจะซึมซับและประมวลผลข้อมูลใหม่ เมื่อใช้ในความหมายนี้ take in มักตามด้วยเนื้อหา เช่น information, details หรือ an explanation นอกจากนี้ยังใช้พูดถึงการเข้าใจสิ่งที่เห็นหรือได้ยินได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึงเข้าใจและซึมซับ: The teacher explained it slowly so everyone could ____ the new idea.

ดูคำตอบ

take in

But we also need to sleep after we've learnt new things

1:54

แต่เราก็จำเป็นต้องนอนหลับหลังจากที่เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วย

because that's when our brain consolidates the information, โน้ต

1:57

เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่สมองของเรารวบรวมข้อมูล

ไวยากรณ์

because that's when: เชื่อมเหตุผลเข้ากับช่วงเวลา

ใน because that's when คำว่า because ใช้บอกเหตุผล ส่วน that's when ย้อนกลับไปกล่าวถึงเวลาหรือช่วงที่พูดไว้แล้ว ในที่นี้ that หมายถึงช่วงนอนหลับหลังเรียนรู้ที่เพิ่งกล่าวถึง และ when นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น คือสมองทำให้ข้อมูลฝังแน่น ใช้ because that's when + อนุประโยคเพื่ออธิบายว่าเหตุใดเวลาหรือช่วงหนึ่งจึงสำคัญ โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุผลกับเหตุการณ์หรือสภาวะที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเชื่อมเวลาที่เน้นไว้: We call Grandma after dinner because ____ she is usually home.

ดูคำตอบ

that's when

การใช้คำ

consolidates the information: ทำให้สิ่งที่เพิ่งเรียนคงอยู่ในความทรงจำ

ในประโยคนี้ consolidates the information หมายถึงการทำให้ข้อมูลที่เพิ่งเรียนมีความมั่นคงและคงอยู่ในความทรงจำมากขึ้น เป็นการบอกว่าสมองเสริมความแข็งแรงและจัดระเบียบสิ่งที่เรียนเพื่อให้เก็บไว้ได้นานขึ้น ไม่ใช่แค่รวบรวมข้อมูลเท่านั้น รูป consolidates มี -s เพราะประธาน our brain เป็นเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนวิทยาศาสตร์ ประโยคใดหมายถึงการนอนทำให้ความทรงจำใหม่มั่นคงและคงอยู่มากขึ้น

  1. Sleep helps the brain describe new memories.
  2. Sleep helps the brain consolidate new memories.
  3. Sleep helps the brain recall new memories.
ดูคำตอบ

Sleep helps the brain consolidate new memories.

takes it from short-term storage ลำดับความ

2:00

นำจากหน่วยความจำระยะสั้น

to long-term storage,

2:02

ไปยังหน่วยความจำระยะยาว

ลำดับความ

takes it from ... to ...: แสดงเส้นทางของการเปลี่ยนแปลง

Take + กรรม + from A to B แสดงว่าสิ่งหนึ่งเริ่มจากที่ใดและไปสิ้นสุดที่ใดหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการย้าย ในที่นี้ it หมายถึงข้อมูล โดย short-term storage เป็นจุดเริ่มต้น และ long-term storage เป็นจุดปลายทาง โครงสร้างนี้จัดกระบวนการให้เป็นเส้นทางที่ชัดเจนจากสถานที่ ระดับ หรือสภาวะหนึ่งไปสู่อีกอย่างหนึ่ง จึงช่วยให้ผู้ฟังตามทิศทางของการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมเส้นทางให้สมบูรณ์ด้วย from ... to ...: The training takes new staff ____ basic tasks ____ independent work.

ดูคำตอบ

from · to

fits it in with other things we already know. กริยาวลี

2:03

และเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งอื่น ๆ ที่เรารู้อยู่แล้ว

กริยาวลี

fits it in with: ผสานข้อมูลใหม่เข้ากับความรู้เดิม

ในประโยคนี้ fit it in with หมายถึง “เชื่อมข้อมูลใหม่เข้ากับความรู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอยู่แล้ว” โครงสร้างคือ fit + กรรม + in with + เนื้อหาที่มีอยู่ โดย it คือข้อมูลที่นำมาเพิ่ม และ other things we already know คือความรู้เดิมที่ข้อมูลนั้นถูกนำไปรวมด้วย วลีนี้สื่อถึงการนำข้อมูลมาผสานกันอย่างตั้งใจ ไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งหนึ่ง “เหมาะสม” เมื่อใช้สรรพนาม ต้องวาง it ระหว่าง fit กับ in เป็น fit it in with... ไม่ใช่ fit in it with...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ผสานแนวคิดใหม่เข้ากับความรู้เดิม”

  1. We need to fit in the new idea with what we already know.
  2. The new idea needs to fit it in with what we already know.
  3. We need to fit the new idea in with what we already know.
ดูคำตอบ

We need to fit the new idea in with what we already know.

That old adage of การใช้คำ

2:06

สุภาษิตโบราณที่ว่า

if you've got a problem,

2:07

หากคุณมีปัญหา

sleep on it. สำนวน

2:08

sleep on it (เก็บไปคิดทบทวนดูสักคืน)

การใช้คำ

That old adage of: ใช้เกริ่นคำกล่าวเก่าแก่ที่คุ้นเคย

adage คือคำกล่าวที่คนรู้จักและพูดสืบต่อกันมานาน ซึ่งมักสื่อถึงข้อคิดที่ใช้ได้จริง That old adage ชี้ไปยังคำกล่าวที่คาดว่าผู้ฟังน่าจะคุ้นเคย คือ “if you've got a problem, sleep on it.” ในวลีภาษาพูดนี้ of ใช้เกริ่นเนื้อหาของคำกล่าว ความหมายโดยรวมใกล้เคียงกับ “คำกล่าวเก่า ๆ ที่ว่า...” ในงานเขียนที่ขัดเกลามากกว่า มักใช้ the old adage that... หรือ as the old adage goes... ได้ลื่นไหลกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ old adage ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. “The meeting starts at three” is an old adage.
  2. “Buy one, get one free” is an old adage.
  3. “Practice makes perfect” is an old adage.
ดูคำตอบ

“Practice makes perfect” is an old adage.

สำนวน

sleep on it: รอถึงวันพรุ่งนี้ก่อนตัดสินใจ

sleep on it เป็นสำนวนที่หมายถึงเลื่อนการตัดสินใจหรือข้อสรุปออกไปจนกว่าจะได้นอนพักหนึ่งคืน ในประโยคนี้ it หมายถึงปัญหาและสิ่งที่ควรทำกับปัญหานั้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจริง ๆ สำนวนนี้สื่อว่าเวลาและการพักผ่อนอาจช่วยให้คิดได้ชัดเจนขึ้น ใช้แนะนำผู้อื่นเหมือนในประโยคนี้ หรือใช้บอกแผนของตนเองก็ได้: I'll sleep on it.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “รอถึงวันพรุ่งนี้ก่อนตัดสินใจ”: You do not have to decide tonight. ____, and tell me tomorrow.

ดูคำตอบ

Sleep on it

Your brain does actually work on things ไวยากรณ์

2:08

สมองของคุณทำงานกับสิ่งต่าง ๆ จริง ๆ

ไวยากรณ์

does actually work: does แบบเน้น + คำกริยารูปพื้นฐาน

ในประโยคบอกเล่า does สามารถวางหน้าคำกริยาเพื่อเน้นข้อความให้หนักแน่นขึ้น โดยมีความหมายว่า “เรื่องนี้เป็นความจริงจริง ๆ” ประธาน Your brain เป็นเอกพจน์ จึงใช้ does หลัง does ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน work ไม่ใช่ works ในที่นี้ work on things หมายถึงประมวลผลปัญหาหรือความคิด actually เพิ่มการเน้นให้มากขึ้นและชี้ว่าสิ่งนี้อาจทำให้ผู้ฟังแปลกใจ ดังนั้น does actually work on things จึงฟังเหมือนการแก้ความเข้าใจหรือการยืนยันให้มั่นใจ ไม่ใช่เพียงการบอกข้อเท็จจริงแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ does แบบเน้นได้ถูกต้องเพื่อยืนยันกับผู้อื่นว่าที่ชาร์จใช้งานได้จริง?

  1. The charger actually working.
  2. The charger does actually work.
  3. The charger does actually works.
ดูคำตอบ

The charger does actually work.

during the night and you can often

2:10

ในช่วงเวลากลางคืน และบ่อยครั้งที่คุณมักจะ

wake up and have solved the problem in your sleep. ไวยากรณ์

2:12

ตื่นขึ้นมาและได้แก้ปัญหานั้นไปแล้วในขณะที่คุณหลับ

ไวยากรณ์

have solved the problem: ผลลัพธ์ที่เสร็จแล้วเมื่อตื่น

have solved เป็นรูป perfect ที่สร้างด้วย have + past participle solved รูปนี้มองว่าการแก้ปัญหาเสร็จแล้ว และผลลัพธ์มีอยู่แล้วเมื่อถึงเวลาภายหลังที่กล่าวถึง ซึ่งในประโยคนี้คือเมื่อตื่นขึ้นมา in your sleep บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะหลับ จุดสำคัญคือผลลัพธ์ที่มีแล้วเมื่อตื่น ไม่ใช่ขั้นตอนในการแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป have + past participle ของ solve: After thinking overnight, you may wake up and realize that you ____ the problem in your sleep.

ดูคำตอบ

have solved

When we sleep,

2:14

เมื่อเรานอนหลับ

our brains refresh,

2:15

สมองของเราจะสดชื่นขึ้น

leaving us feeling rested in the morning. ไวยากรณ์

2:17

ทำให้เรารู้สึกได้รับการพักผ่อนในตอนเช้า

ไวยากรณ์

leaving us feeling rested: เพิ่มผลลัพธ์ของเหตุการณ์

ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย leaving หลังเครื่องหมายจุลภาคใช้รูป -ing เพื่อบอกผลลัพธ์ของประโยคก่อนหน้า คือสมองฟื้นตัว และผลก็คือเรารู้สึกว่าได้พักผ่อนเต็มที่ ภายในส่วนนี้ โครงสร้าง leave + กรรม + feeling + คำคุณศัพท์ ใช้บอกสภาวะที่เกิดขึ้นกับใครบางคน us เป็นกรรม ส่วน rested เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงฟื้นตัวหลังจากพักผ่อนเพียงพอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างผลลัพธ์แบบ -ing และสรรพนาม her: The kind note lifted Mia's mood, ____ hopeful.

ดูคำตอบ

leaving her feeling

But after a bad night's sleep,

2:19

แต่หลังจากคืนที่นอนหลับไม่สนิท

it's more difficult to concentrate.

2:21

การมุ่งสมาธิจะทำได้ยากขึ้น

We can't take in or understand new information.

2:23

เราไม่สามารถรับหรือทำความเข้าใจข้อมูลใหม่ ๆ ได้

We also have the saying,

2:27

เรายังมีคำกล่าวที่ว่า

if you've got a problem,

2:28

หากคุณมีปัญหา

sleep on it.

2:29

sleep on it

To sleep on it means to delay making a decision

2:31

To sleep on it หมายถึง การชะลอการตัดสินใจ

until you've had time to think about it.

2:33

จนกว่าคุณจะมีเวลาคิดเกี่ยวกับมัน

But that also turns out to be true scientifically speaking. โน้ต

2:36

แต่นั่นก็กลายเป็นเรื่องจริงในทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน

กริยาวลี

turns out to be true: ภายหลังพบว่าเป็นความจริง

Turns out to be true หมายถึง หลักฐาน การสังเกต หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังแสดงให้เห็นว่าบางสิ่งเป็นความจริง สำนวนนี้มองย้อนกลับจากจุดที่คำตอบชัดเจนแล้ว จึงอาจสื่อว่าก่อนหน้านั้นเคยมีความสงสัยหรือความไม่แน่นอน โครงสร้างคือ turn out + to be + ส่วนเติมเต็ม ในที่นี้ true เป็นส่วนเติมเต็ม และ turns สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ that สำนวนนี้บอกผลที่ค้นพบในท้ายที่สุด ไม่ได้ใช้ turn ในความหมายตรงตัวว่า “หมุน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn out to be: The report seemed doubtful at first, but it ____ true.

ดูคำตอบ

turned out to be

วลี

scientifically speaking: จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์

Scientifically speaking หมายถึง “จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์” หรือ “เมื่อตัดสินตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์” เป็นวลีที่บอกมุมมอง โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความนั้นใช้มาตรฐานใดในการตัดสิน ไม่ได้หมายถึงวิธีพูดแบบพิเศษ รูปแบบที่กว้างกว่าคือ คำวิเศษณ์ + speaking ซึ่งใช้วางกรอบข้อความจากมุมมองที่เลือก ในประโยคนี้วลีอยู่ท้ายประโยคและจำกัดคำกล่าวที่ว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริงให้อยู่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ วลีนี้วางต้นประโยคได้เช่นกัน และโดยปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์”: ____, this small study does not provide enough evidence for the claim.

ดูคำตอบ

Scientifically speaking

During sleep, your brain really can work out problems กริยาวลี

2:39

ในระหว่างการนอนหลับ สมองของคุณสามารถแก้ปัญหา

and find solutions.

2:42

และค้นหาวิธีแก้ไขได้จริง ๆ

กริยาวลี

work out problems: แก้ปัญหาด้วยการคิด

ในประโยคนี้ work out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “แก้” หรือ “หาคำตอบ” ด้วยการคิด ดังนั้น work out problems จึงหมายถึงการทำความเข้าใจปัญหาและหาทางแก้ ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย กรรมที่ตามมาช่วยบอกความหมายได้ เมื่อ work out ตามด้วย problem, puzzle หรือ answer มักเน้นการหาคำตอบจนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ work out: After trying three ideas, Maya finally ____ the puzzle.

ดูคำตอบ

worked out

But what about the other side of the story? สำนวน

2:44

แล้วในอีกมุมหนึ่งของเรื่องล่ะ?

สำนวน

the other side of the story: มุมมองอีกด้านที่แตกต่าง

the other side of the story เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงมุมมองอีกแบบ มุมมองที่ตรงกันข้าม หรือมุมมองที่ยังไม่ได้กล่าวถึงของสถานการณ์เดียวกัน อาจหมายถึงคำบอกเล่าของอีกคนหรือผลที่ถูกมองข้าม ไม่ได้หมายถึงด้านทางกายภาพของเรื่องราว ในที่นี้ But what about...? เปลี่ยนทิศทางการสนทนา โดยบอกว่ามีการพิจารณามุมมองหนึ่งแล้ว และชวนผู้ฟังให้คิดถึงอีกมุมมองหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มุมมองที่ยังขาดอยู่”: The first report sounds convincing, but before we decide, we need to hear ____.

ดูคำตอบ

the other side of the story

What happens when you get too little sleep วลี

2:46

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณนอนหลับน้อยเกินไป

or none at all?

2:49

หรือไม่นอนเลย?

วลี

too little sleep or none at all: จากนอนไม่พอไปจนถึงไม่ได้นอนเลย

Too little sleep หมายถึงนอนน้อยกว่าปริมาณที่ต้องการ none ใช้แทน sleep และหมายถึงไม่ได้นอนเลย ส่วน at all ช่วยเน้นการไม่มีเลยนั้น or แสดงระดับการขาดสองแบบที่เป็นไปได้ คือมีไม่เพียงพอหรือไม่มีการนอนเลย ในที่นี้ sleep เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ little ไม่ใช่ few

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง too little + คำนามนับไม่ได้ + or none at all เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Depending on when the warning arrives, we may have ____ to make a careful plan.

ดูคำตอบ

too little time or none at all

Here's Ginny Smith again,

2:50

นี่คือ Ginny Smith อีกครั้ง

talking to BBC Radio 4 program Inside Science.

2:52

กำลังพูดคุยในรายการ Inside Science ของ BBC Radio 4

Sleep deprivation is a form of stress โน้ต

2:56

การอดนอน (sleep deprivation) เป็นความเครียดรูปแบบหนึ่ง

การใช้คำ

Sleep deprivation: การนอนหลับไม่เพียงพอ

Sleep deprivation คือภาวะที่นอนหลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจเกิดขึ้นเพียงคืนเดียวหรือต่อเนื่องเป็นเวลานานก็ได้ และไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีคนอื่นจงใจขัดขวางไม่ให้คุณนอน ในประโยคนี้ นามวลี Sleep deprivation เรียกชื่อภาวะที่ถูกอธิบายว่าเป็นความเครียดรูปแบบหนึ่ง deprivation หมายถึงการขาดสิ่งที่จำเป็นหรือสำคัญ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ sleep deprivation มากกว่า insomnia?

  1. คนหนึ่งนอนเพียงสามชั่วโมงเพราะอยู่ดึกเพื่อทำงานให้เสร็จ
  2. คนหนึ่งงีบสั้น ๆ หลังจากนอนเต็มอิ่มมาตลอดคืน
  3. คนหนึ่งมีเวลานอนเพียงพอ แต่กลับหลับไม่ลงซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

คนหนึ่งนอนเพียงสามชั่วโมงเพราะอยู่ดึกเพื่อทำงานให้เสร็จ

วลี

is a form of stress: การจัดสิ่งหนึ่งให้อยู่ในหมวดหมู่

A is a form of B เป็นโครงสร้างที่ใช้จัดประเภท โดยบอกว่า A อยู่ในหมวด B ที่กว้างกว่า ในประโยคนี้ sleep deprivation ถูกจัดว่าเป็น stress ในโครงสร้างนี้ form หมายถึง “ประเภท” หรือ “รูปแบบเฉพาะอย่างหนึ่ง” ไม่ใช่รูปร่างภายนอกของวัตถุ ให้วางสิ่งที่เฉพาะเจาะจงไว้หน้า is a form of และวางหมวดที่กว้างกว่าไว้ข้างหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจัดประเภทที่เน้นไว้: Sign language is ____ communication.

ดูคำตอบ

a form of

and we know that when you are stressed,

2:58

และเรารู้ว่าเมื่อคุณเครียด

your sort of fight or flight response is activated โน้ต

3:01

การตอบสนองแบบสู้หรือหนี (fight or flight) จะถูกกระตุ้นขึ้น

น้ำเสียง/เจตนา

sort of: ทำให้คำอธิบายไม่เจาะจงเกินไป

ในประโยคนี้ sort of เป็นคำลดน้ำหนักแบบไม่เป็นทางการ โดยบอกว่า fight or flight response เป็นชื่อเรียกแบบคร่าว ๆ ที่ช่วยให้เข้าใจได้ แต่ไม่ใช่คำอธิบายที่แม่นยำทั้งหมด คำนี้ทำให้คำอธิบายฟังไม่ฟันธงเกินไป ในที่นี้ sort of ไม่ได้สร้างปฏิกิริยาชนิดใหม่ แต่บอกว่าชื่อที่ผู้พูดใช้นั้นแม่นยำเพียงใด

แบบฝึกหัด

sort of แสดงความหมายอะไรในประโยคนี้: “The new schedule sort of works.”

  1. มันใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน
  2. มันใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่คำกล่าวนี้ไม่ได้หนักแน่นหรือแม่นยำมากนัก
  3. มันเป็นตารางประเภทหนึ่งอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

มันใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่คำกล่าวนี้ไม่ได้หนักแน่นหรือแม่นยำมากนัก

วัฒนธรรม

fight or flight response: ปฏิกิริยาของร่างกายเมื่อเผชิญภัยคุกคาม

fight or flight response คือปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายเมื่อรับรู้ถึงอันตรายหรือความเครียดรุนแรง ร่างกายจะเตรียมตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเผชิญอันตราย ซึ่งก็คือ fight หรือหนีออกจากอันตราย ซึ่งก็คือ flight ในประโยคนี้ วลีนี้หมายถึงปฏิกิริยาเพื่อเอาตัวรอด ไม่ใช่การคิดอย่างใจเย็นแล้ววางแผนเลือกหนึ่งในสองทาง การเข้าใจคำนี้ช่วยให้อธิบายได้ว่าทำไมความเครียดจึงส่งผลต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกาย

แบบฝึกหัด

fight or flight response ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การที่ร่างกายเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติเพื่อเผชิญหรือหนีจากภัยคุกคาม
  2. การวางแผนตัดสินใจว่าจะโต้เถียงหรือเดินทาง
  3. ช่วงพักหลังออกกำลังกาย
ดูคำตอบ

การที่ร่างกายเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติเพื่อเผชิญหรือหนีจากภัยคุกคาม

ไวยากรณ์

is activated: รูปถูกกระทำใน present simple

is activated เป็นรูปถูกกระทำใน present simple ประกอบด้วย is + กริยาช่องที่ 3 activated หมายความว่าปฏิกิริยาถูกกระตุ้นและเริ่มทำงาน รูปถูกกระทำเน้นที่ปฏิกิริยาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับมัน ไม่จำเป็นต้องบอกสิ่งที่กระตุ้น หากผู้ฟังเข้าใจอยู่แล้วหรือสิ่งนั้นไม่สำคัญ ซึ่งพบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำใน present simple ของ activate: The safety system ____ when smoke is detected.

ดูคำตอบ

is activated

and that causes all these changes in your body

3:03

และนั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ในร่างกายของคุณ

that focus on immediate survival over long-term health. ไวยากรณ์

3:05

ที่มุ่งเน้นไปที่การเอาชีวิตรอดในทันทีมากกว่าสุขภาพในระยะยาว

ไวยากรณ์

focus on A over B: ให้ความสำคัญกับ A มากกว่า B

focus on A over B หมายถึงให้ความสนใจกับ A มากกว่า หรือมองว่า A สำคัญกว่า B ในประโยคนี้ การเอาชีวิตรอดในทันทีถูกมองว่าเร่งด่วนกว่าสุขภาพในระยะยาว ในโครงสร้างนี้ over แสดงการเลือกระหว่างสิ่งที่สำคัญ ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้านบน” ในเชิงตำแหน่ง ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าเป้าหมายใดได้รับความสนใจมากกว่าเมื่อสองเป้าหมายแข่งขันกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างด้วยคำที่แสดงว่าความน่าเชื่อถือสำคัญกว่า: During the launch, the team focused on reliability ____ speed.

ดูคำตอบ

over

But if we are chronically stressed, การใช้คำ

3:09

แต่หากเรามีความเครียดเรื้อรัง

การใช้คำ

chronically stressed: ความเครียดที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

chronically stressed หมายถึงรู้สึกเครียดเป็นเวลานาน หรือเครียดซ้ำ ๆ ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน chronically บอกระยะเวลาของความเครียด ไม่ได้บอกเพียงว่าความเครียดรุนแรงแค่ไหน ความเครียดช่วงสั้น ๆ อาจรุนแรงมากได้โดยไม่ใช่ความเครียดเรื้อรัง ใช้วลีนี้เมื่อใจความสำคัญคือสภาพที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่ความเครียดช่วงสั้นเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าความเครียดดำเนินมาเป็นเวลานาน?

  1. Maya felt startled for a moment.
  2. Maya was extremely stressed during one short test.
  3. Maya has been chronically stressed for several months.
ดูคำตอบ

Maya has been chronically stressed for several months.

money worries or a stressful job วลี

3:12

ความกังวลเรื่องเงิน หรือหน้าที่การงานที่ตึงเครียด

วลี

money worries: ความกังวลเรื่องการเงิน

money worries เป็นวลีที่เป็นธรรมชาติ หมายถึงความกังวลเกี่ยวกับรายได้ บิล หนี้สิน หรือความมั่นคงทางการเงินในอนาคต ในที่นี้ money บอกว่า worries นั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร วลีนี้เน้นความรู้สึกกังวลของคน ปัญหาทางการเงินจริงอาจทำให้เกิดความกังวลนี้ได้ แต่ money worries ไม่ได้แปลว่าคนนั้นมีปัญหาทางการเงินร้ายแรงอยู่แล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงความหมายของ money worries ได้ดีที่สุด

  1. ครอบครัวหนึ่งกังวลเรื่องบิลของเดือนหน้า แม้ว่ายังจ่ายบิลของเดือนนี้ไหว
  2. คนคนหนึ่งเรียนรู้วิธีใช้ตู้เอทีเอ็ม
  3. เด็กคนหนึ่งแยกเหรียญตามขนาดเพื่อทำงานของโรงเรียน
ดูคำตอบ

ครอบครัวหนึ่งกังวลเรื่องบิลของเดือนหน้า แม้ว่ายังจ่ายบิลของเดือนนี้ไหว

or something that's going on forever, กริยาวลี

3:14

หรือบางสิ่งที่ดำเนินอยู่ตลอดไป

กริยาวลี

going on forever: ดำเนินต่อไปนานจนเหมือนไม่มีวันจบ

ใน is going on คำว่า go on หมายถึงดำเนินต่อไปหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง รูป -ing แสดงว่าสถานการณ์นั้นกำลังดำเนินอยู่ going on forever มักใช้ forever เป็นคำพูดเกินจริงในชีวิตประจำวัน คือเหตุการณ์นั้นดำเนินมานานเกินไปจนรู้สึกเหมือนไม่มีวันจบ วลีนี้มักแสดงความหงุดหงิด ความเหนื่อย หรือความใจร้อน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าจะไม่มีวันจบจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน go on เป็นรูป -ing แล้วเติม forever เพื่อทำประโยคให้สมบูรณ์: The wait feels as if it is ____.

ดูคำตอบ

going on forever

or life in general.

3:16

หรือชีวิตโดยทั่วไป

Chronic sleep deprivation that's causing that level of stress,

3:18

การอดนอนเรื้อรังที่ทำให้เกิดความเครียดในระดับนั้น

then you might constantly have a damped down immune system การใช้คำ

3:20

คุณอาจมีระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

การใช้คำ

a damped down immune system: การทำงานของภูมิคุ้มกันที่ลดลง

ในที่นี้ damped down หมายถึงความรุนแรงหรือการทำงานที่ลดลง เมื่อใช้บรรยายระบบภูมิคุ้มกัน หมายความว่าระบบยังคงทำงานอยู่ แต่การตอบสนองต่ำกว่าระดับปกติ วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดย damp down อาจหมายถึงทำให้บางสิ่งเบาลง ดังนั้น damped ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เปียก”

แบบฝึกหัด

“a damped down immune system” ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ระบบภูมิคุ้มกันที่เปียกจริง ๆ
  2. ระบบภูมิคุ้มกันที่หายไปแล้ว
  3. ระบบภูมิคุ้มกันที่มีการตอบสนองลดลง
ดูคำตอบ

ระบบภูมิคุ้มกันที่มีการตอบสนองลดลง

which can then lead to all these knock-on problems. สำนวน

3:23

ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหา knock-on (เป็นลูกโซ่) เหล่านี้ทั้งหมด

สำนวน

knock-on problems: ปัญหาที่เกิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

Knock-on problems คือปัญหาที่เกิดตามมาซึ่งมีสาเหตุทางอ้อมจากเหตุการณ์หรือผลกระทบก่อนหน้า การเปลี่ยนแปลงหนึ่งทำให้เกิดอีกการเปลี่ยนแปลง และผลใหม่นั้นก็ก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม คำคุณศัพท์ knock-on วางหน้าคำนาม แนวคิดสำคัญคือการมีสายโซ่ของเหตุและผล ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเกิดขึ้นในภายหลัง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง knock-on problems

  1. ปัญหาสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันเกิดขึ้นคนละวัน
  2. รถไฟล่าช้าทำให้ผู้โดยสารพลาดขบวนเชื่อมต่อเที่ยวต่อไป
  3. มีคนเคาะประตู
ดูคำตอบ

รถไฟล่าช้าทำให้ผู้โดยสารพลาดขบวนเชื่อมต่อเที่ยวต่อไป

Having none or too little of something important

3:27

การไม่มี หรือมีบางสิ่งที่สำคัญน้อยเกินไป

is known as deprivation. วลี

3:29

เป็นที่รู้จักกันในชื่อ deprivation (การถูกลิดรอน/การขาดแคลน)

วลี

is known as deprivation: ใช้ is known as เพื่อนิยามคำศัพท์

A is known as B หมายถึง “A เรียกว่า B” เป็นโครงสร้างกรรมวาจกแบบเป็นกลาง ใช้บอกชื่อที่เป็นที่ยอมรับของสภาวะ กระบวนการ สิ่งของ หรือแนวคิด ในประโยคนี้ สภาวะที่ไม่มีสิ่งสำคัญเลยหรือมีน้อยเกินไปมีชื่อว่า deprivation โครงสร้างนี้เน้นที่ชื่อ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนตั้งชื่อ ต้องคง as ไว้หน้าชื่อเสมอ: A is known as B

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ be known as: A long period with little or no rain ____ a drought.

ดูคำตอบ

is known as

Sleep deprivation is stressful for the body.

3:32

การอดนอนทำให้ร่างกายเกิดความเครียด

So stressful that it activates a fight or flight response. ไวยากรณ์

3:35

เครียดมากจนไปกระตุ้นการตอบสนองแบบสู้หรือหนี

ไวยากรณ์

So stressful that it activates: ใช้ so ... that เพื่อบอกระดับและผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค แสดงว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งมีระดับสูงจนทำให้เกิดผลตามมา so stressful บอกระดับความเครียด ส่วน that it activates... นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้น ข้อความในคำบรรยายนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ต่อจากแนวคิดก่อนหน้า หากเขียนเป็นประโยคสมบูรณ์ที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องเพิ่มประธานและรูปของ be เช่น It is so stressful that it activates a fight-or-flight response.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย so ... that: The music was ____ loud ____ we could not hear each other.

ดูคำตอบ

so · that

Changes in the human body in response to a life-threatening situation โน้ต

3:39

การเปลี่ยนแปลงในร่างกายมนุษย์เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่คุกคามชีวิต

วลี

in response to: แสดงการตอบสนองหรือสิ่งกระตุ้น

in response to หมายถึง “เพื่อเป็นการตอบสนองต่อ……” ในกลุ่มคำนามนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมการเปลี่ยนแปลงในร่างกายมนุษย์เข้ากับสถานการณ์อันตรายที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น วลีทั้งหมดเป็นวลีบุพบท โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยกลุ่มคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น in response to the warning, in response to it หรือ in response to hearing the alarm

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้: The museum added evening hours ____ visitor requests.

ดูคำตอบ

in response to

การใช้คำ

a life-threatening situation: คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายขีดกลาง

life-threatening หมายถึง “สามารถทำให้เสียชีวิตได้” ในที่นี้คำนี้ขยาย situation ดังนั้น a life-threatening situation จึงหมายถึงสถานการณ์ที่ชีวิตของใครบางคนตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง life และ threatening ทำงานร่วมกันเป็นคำคุณศัพท์ประสมคำเดียว เครื่องหมายขีดกลางแสดงว่าสองคำนี้รวมกันเป็นส่วนขยายเดียวที่อยู่หน้าคำนาม situation

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่มีขีดกลางซึ่งหมายถึง “สามารถทำให้เสียชีวิตได้”: A severe allergic reaction can become a ____ emergency.

ดูคำตอบ

life-threatening

which make us either stay and fight the threat ไวยากรณ์

3:43

ซึ่งทำให้เราต้องเลือกที่จะอยู่และต่อสู้กับภัยคุกคามนั้น

or run away from it.

3:46

หรือวิ่งหนีไปจากมัน

ไวยากรณ์

either stay and fight the threat or run away from it: ทางเลือกสองทาง

either ... or ... ใช้เสนอทางเลือกสองทาง ในประโยคนี้ ทางเลือกแรกคือ stay and fight the threat และทางเลือกที่สองคือ run away from it วาง either ไว้หน้าทางเลือกแรก และวาง or ไว้หน้าทางเลือกที่สอง ทั้งสองส่วนควรมีโครงสร้างขนานกัน ในที่นี้ทั้งคู่เป็นวลีกริยาที่ตามหลัง make us แม้ว่าส่วนแรกจะมีการกระทำสองอย่างที่เชื่อมกัน คือ stay และ fight

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย either ... or: You can ____ take the bus ____ walk to school.

ดูคำตอบ

either · or

As well as a fight or flight response, วลี

3:48

เช่นเดียวกับการตอบสนองแบบสู้หรือหนี

วลี

As well as: การเพิ่มข้อมูลพื้นหลัง

As well as ในที่นี้หมายถึง “นอกเหนือจาก” วลีเปิด As well as a fight or flight response นำเสนอการตอบสนองนี้เป็นข้อมูลพื้นหลัง แล้วประโยคหลักที่ตามมาจะเพิ่มการตอบสนองอีกอย่างหนึ่ง หลัง as well as ใช้นามวลีหรือรูป -ing ในที่นี้ตามด้วยนามวลี a fight or flight response วลีเปิดนี้ยังไม่เป็นประโยคที่สมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย As well as: ____ playing football, Sam enjoys swimming.

ดูคำตอบ

As well as

the stress of not getting enough sleep over a longer period

3:50

ความเครียดจากการนอนหลับไม่เพียงพอในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

also creates problems including heart disease and a weakened immune system. การใช้คำ

3:54

ยังก่อให้เกิดปัญหารวมถึงโรคหัวใจและระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง

การใช้คำ

a weakened immune system: ระบบภูมิคุ้มกันที่ปกป้องร่างกายได้น้อยลง

ใน a weakened immune system คำว่า weakened หมายถึงความสามารถของร่างกายในการป้องกันการติดเชื้อลดลง เป็นการบอกว่าการทำงานอ่อนแอลง ไม่ได้หมายความว่าระบบหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง ในทางไวยากรณ์ weakened เป็นรูป past participle ของ weaken ที่ใช้เป็นคำคุณศัพท์หน้า immune system โดยบอกสภาพหลังจากมีบางสิ่งทำให้ระบบอ่อนแอลง

แบบฝึกหัด

a weakened immune system ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ระบบภูมิคุ้มกันปกป้องร่างกายได้น้อยลง
  2. ระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำให้โรคอ่อนแอลง
  3. ระบบภูมิคุ้มกันหายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
ดูคำตอบ

ระบบภูมิคุ้มกันปกป้องร่างกายได้น้อยลง

Lack of sleep has these knock-on effects.

3:59

การอดนอนมี knock-on effects (ผลกระทบเป็นลูกโซ่) เหล่านี้

It causes other things to happen,

4:02

มันเป็นสาเหตุให้สิ่งอื่น ๆ เกิดขึ้นตามมา

but not directly.

4:03

แต่ไม่ได้เกิดจากมันโดยตรง

Now do you see why it's so important น้ำเสียง/เจตนา

4:05

ตอนนี้คุณเห็นหรือยังว่าทำไมมันถึงสำคัญมาก

to get a good night's sleep, Phil?

4:07

ที่จะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ, Phil?

น้ำเสียง/เจตนา

Now do you see why...?: ชักนำผู้ฟังไปสู่ข้อสรุป

ใน Now do you see why...? คำว่า see หมายถึง “เข้าใจ” และ now ชี้ถึงตอนนี้หลังจากได้ฟังคำอธิบายก่อนหน้า คำถามนี้ตรวจว่าผู้ฟังเชื่อมเหตุผลเหล่านั้นเข้ากับข้อสรุปที่ตามหลัง why ได้หรือไม่ มักไม่ได้ใช้เพื่อขอข้อมูลเท่านั้น ผู้พูดคาดว่าคำอธิบายก่อนหน้าได้ทำให้ข้อสรุปชัดเจนแล้ว และค่อย ๆ ชักนำให้ผู้ฟังยอมรับข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดใช้ Now do you see why...? เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?

  1. ถามว่าผู้ฟังมองเห็นบางสิ่งด้วยตาจริง ๆ หรือไม่
  2. ขอให้ผู้ฟังบอกเหตุผลที่ผู้พูดยังไม่รู้
  3. ตรวจความเข้าใจและชักนำให้ผู้ฟังยอมรับข้อสรุปหลังจากได้ฟังเหตุผล
ดูคำตอบ

ตรวจความเข้าใจและชักนำให้ผู้ฟังยอมรับข้อสรุปหลังจากได้ฟังเหตุผล

Plus, it will stop you sleeping at work again. ไวยากรณ์

4:09

นอกจากนี้ มันจะช่วยหยุดคุณไม่ให้แอบหลับในที่ทำงานอีกด้วย

ไวยากรณ์

stop you sleeping: stop + กรรม + -ing

ใน stop you sleeping หลัง stop จะเป็นผู้ที่ได้รับผลคือ you แล้วตามด้วยการกระทำรูป -ing คือ sleeping โดย you เป็นกรรม และ sleeping เป็นการกระทำที่ถูกขัดขวาง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ stop + กรรม + -ing ซึ่งหมายถึง “ขัดขวางไม่ให้ใครทำบางอย่าง” รูปนี้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วน stop + กรรม + from + -ing ก็ถูกต้องและมีความหมายพื้นฐานเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่าเสียงเพลงดังทำให้ผู้พูดนอนไม่ได้ โดยใช้ stop + กรรม + -ing: The loud music ____ during the film.

ดูคำตอบ

stopped me sleeping

Right, I think it's time to reveal the answer to my question. วลี

4:12

เอาล่ะ ฉันคิดว่าถึงเวลาที่จะเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของฉันแล้ว

วลี

it's time to reveal the answer: การประกาศเข้าสู่ช่วงเฉลยคำตอบ

It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะจะเริ่มทำบางอย่าง ส่วน reveal the answer หมายถึงการแสดงหรือบอกคำตอบที่เก็บไว้จนถึงตอนนี้ ในที่นี้ วลีนี้พารายการไปสู่ช่วงถัดไป โดยช่วงคำถามหรือการพูดคุยจบลงและเริ่มประกาศคำตอบ วลีนี้ใช้จัดลำดับเนื้อหา ไม่ได้หมายถึงกำหนดเวลาที่ตายตัว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “It's time to reveal the answer”?

  1. เปลี่ยนจากช่วงคำถามไปสู่ช่วงประกาศคำตอบ
  2. บอกว่าคำตอบถูกเปิดเผยโดยบังเอิญ
  3. เลื่อนการตอบออกไปเป็นวันอื่น
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากช่วงคำถามไปสู่ช่วงประกาศคำตอบ

Yes, you asked me how much of the average person's life is spent asleep

4:16

ใช่ คุณถามฉันว่าคนทั่วไปใช้เวลาไปกับการนอนหลับมากแค่ไหนในชีวิต

and I said it was about a third.

4:21

และฉันตอบไปว่าประมาณหนึ่งในสาม

Which was the correct answer.

4:23

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Assuming you sleep 8 hours a day, ไวยากรณ์

4:27

สมมติว่าคุณนอนวันละ 8 ชั่วโมง

ไวยากรณ์

Assuming you sleep 8 hours a day: การตั้งข้อสมมติ

Assuming you sleep 8 hours a day หมายถึงการใช้ข้อมูลว่าคุณนอนวันละ 8 ชั่วโมงเป็นข้อสมมติเริ่มต้น โดยเป็นการบอกเงื่อนไขตั้งต้นที่ใช้ในการคำนวณต่อไป Assuming สามารถตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์และวางไว้ก่อนผลลัพธ์หลักในรูป Assuming X, Y ได้ ประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่า X เป็นจริงแน่นอน แต่ขอให้ผู้ฟังยอมรับ X ชั่วคราวเพื่อใช้คำนวณหรือคาดการณ์ Y

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการให้คุณยอมรับราคาตั๋วชั่วคราวเพื่อคำนวณราคารวม ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Assuming each ticket costs ten pounds, five tickets will cost fifty pounds.
  2. We paid fifty pounds after buying five tickets.
  3. Each ticket definitely costs ten pounds, so five tickets cost fifty pounds.
ดูคำตอบ

Assuming each ticket costs ten pounds, five tickets will cost fifty pounds.

the average person will sleep for 229,961 hours

4:29

คนทั่วไปจะนอนหลับเป็นเวลา 229,961 ชั่วโมง

in their lifetime or around 1/3 of their life. วลี

4:35

ตลอดช่วงชีวิต หรือคิดเป็น 1/3 ของชีวิต

วลี

in their lifetime: ช่วงเวลาตลอดทั้งชีวิต

in their lifetime หมายถึงตลอดช่วงชีวิตทั้งหมดของบุคคลนั้น ในประโยคนี้วลีดังกล่าวกำหนดช่วงเวลาของจำนวนชั่วโมงทั้งหมดที่คนทั่วไปใช้ในการนอน their อ้างกลับไปถึงวลีเอกพจน์ the average person ภาษาอังกฤษมักใช้ they/their แบบเอกพจน์เมื่อไม่ทราบหรือไม่จำเป็นต้องระบุเพศของบุคคล ดังนั้น their ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าประโยคกำลังพูดถึงหลายคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงเหตุการณ์ที่สะสมตลอดชีวิตของบุคคลหนึ่งคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. An average worker may change jobs several times in their lifetime.
  2. An average worker may change jobs several times at their lifetime.
  3. An average worker may change jobs several times on their lifetime.
ดูคำตอบ

An average worker may change jobs several times in their lifetime.

Okay, let's recap the vocabulary we've learnt ลำดับความ

4:39

โอเค มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กันเถอะ

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary: เริ่มการทบทวนสั้น ๆ

Let's recap the vocabulary เป็นการบอกว่าจะทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปแล้วแบบสั้น ๆ Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ส่วน recap หมายถึงการกล่าวย้ำประเด็นสำคัญอย่างกระชับ ในฐานะวลีจัดลำดับเนื้อหา วลีนี้ส่งสัญญาณว่าจะหยุดให้ข้อมูลใหม่และเข้าสู่ช่วงสรุป สามารถนำรูป Let's recap + คำนาม ไปใช้เพื่อช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับของบทเรียน การประชุม หรือการพูดได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะจบบทเรียนและต้องการทบทวนประเด็นสำคัญสั้น ๆ ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Let's recap the key points.
  2. Let's start a completely new topic.
  3. Let's repeat every word exactly.
ดูคำตอบ

Let's recap the key points.

starting with the phrases

4:42

เริ่มจากวลี

catch 40 winks, get some shut eye,

4:44

catch 40 winks, get some shut eye,

doze, and take a nap,

4:46

doze, และ take a nap

all of which mean to sleep. ไวยากรณ์

4:48

ซึ่งทั้งหมดนี้แปลว่านอนหลับ

ไวยากรณ์

all of which mean to sleep: ย้อนกลับไปแทนทุกรายการ

All of which ใช้เพิ่มข้อมูลหลังเครื่องหมายจุลภาค Which ย้อนกลับไปแทนสำนวนต่าง ๆ ในรายการ และ all แสดงว่า mean to sleep ใช้ได้กับทุกสำนวนในรายการนั้น เนื่องจากวลีนี้แทนหลายสำนวน จึงใช้กริยาพหูพจน์ mean ไม่ใช่ means รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ รายการพหูพจน์, all of which + กริยาพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมวลีสัมพันธ์สามคำที่ขึ้นต้นด้วย all และย้อนกลับไปแทนหนังสือทุกเล่ม: Maya borrowed three books, ____ were full of colourful pictures.

ดูคำตอบ

all of which

When someone takes in information,

4:50

เมื่อมีใครสักคน takes in (รับ) ข้อมูล

they understand it.

4:53

พวกเขาก็จะเข้าใจมัน

If you have a problem and you sleep on it,

4:54

หากคุณมีปัญหาและคุณ sleep on it

you delay making a decision

4:57

คุณกำลังชะลอการตัดสินใจเอาไว้

until you've had time to think about it.

4:58

จนกว่าคุณจะมีเวลาคิดเกี่ยวกับมัน

Deprivation is an absence or too little of something important

5:00

Deprivation (การขาดแคลน) คือการไม่มี หรือมีบางสิ่งที่สำคัญน้อยเกินไป

such as food or sleep. วลี

5:04

เช่น อาหาร หรือการนอนหลับ

วลี

such as food or sleep: การยกตัวอย่าง

such as ใช้ยกตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างจากหมวดที่กว้างกว่า ในประโยคนี้ food และ sleep เป็นตัวอย่างของ something important รูปแบบทั่วไปคือ หมวดทั่วไป + such as + ตัวอย่าง ตัวอย่างเหล่านี้เป็นสมาชิกของหมวดนั้น แต่โดยปกติไม่ได้หมายถึงรายการทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ such as อย่างถูกต้องเพื่อยกตัวอย่างของหมวดทั่วไป

  1. Outdoor activities such as you walk every day can improve your health.
  2. Outdoor activities such as walking and cycling can improve your health.
  3. Outdoor activities such as because they are relaxing can improve your health.
ดูคำตอบ

Outdoor activities such as walking and cycling can improve your health.

The fight or flight response describes changes in the human body

5:06

fight or flight response (การตอบสนองแบบสู้หรือหนี) อธิบายการเปลี่ยนแปลงในร่างกายมนุษย์

in response to a dangerous situation

5:10

ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์อันตราย

which make us either stay and fight the threat

5:13

ซึ่งทำให้เราต้องเลือกว่าจะอยู่และต่อสู้กับภัยคุกคามนั้น

or run away from it.

5:15

หรือวิ่งหนีไปจากมัน

And finally, if something has a knock-on effect,

5:17

และสุดท้าย หากบางสิ่งมี knock-on effect (ผลกระทบเป็นลูกโซ่)

it causes other results indirectly.

5:20

สิ่งนั้นจะทำให้เกิดผลลัพธ์อื่น ๆ ตามมาทางอ้อม

Once again, our 6 minutes are up, วลี

5:24

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงอีกแล้ว

วลี

our 6 minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว

ในสำนวนเกี่ยวกับเวลานี้ be up หมายถึงช่วงเวลาที่อนุญาตได้สิ้นสุดลงแล้ว Our 6 minutes are up บอกผู้ฟังว่าช่วงเวลา 6 นาทีจบลงแล้ว โดย up ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน ในที่นี้ minutes ถูกมองเป็นพหูพจน์ จึงใช้ are หากใช้คำนามทั่วไปที่เป็นเอกพจน์อย่าง time รูปที่พบบ่อยคือ Time is up หรือ Time's up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้สำนวน be up ที่บอกว่าเวลาหมด: The timer rings. Our five minutes ____, so we must stop.

ดูคำตอบ

are up

but remember to join us again next time วลี

5:25

แต่อย่าลืมกลับมาร่วมกับเราใหม่ในครั้งหน้า

วลี

remember to join us again next time: ชวนผู้ชมให้กลับมาอีก

Remember to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกใครสักคนว่าอย่าลืมทำสิ่งหนึ่งในอนาคต ในที่นี้ remember to join us เป็นการเตือนอย่างเป็นมิตรให้กลับมาอีกภายหลัง ในคำปิดรายการ join us again next time หมายถึงกลับมาฟัง ดู หรือเข้าร่วมรายการครั้งต่อไป โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการต้องการเตือนผู้ชมให้กลับมาดูตอนต่อไป คำปิดใดเหมาะสมที่สุด

  1. I remember joining you last time.
  2. Join our club today.
  3. Remember to join us again next time.
ดูคำตอบ

Remember to join us again next time.

for more trending topics and useful vocabulary

5:28

สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นกระแสและคำศัพท์ที่มีประโยชน์เพิ่มเติม

here at 6 Minute English.

5:31

ได้ที่นี่ ที่ 6 Minute English

Goodbye for now. วลี

5:33

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

วลี

Goodbye for now: การบอกลาชั่วคราว

Goodbye for now หมายถึงการบอกลาในตอนนี้ พร้อมกับสื่อว่าอาจได้ติดต่อกันหรือมีรายการต่อในภายหลัง For now จำกัดการบอกลาไว้เพียงช่วงเวลาปัจจุบัน คำนี้ทำให้ความหมายว่าเป็นการลาชั่วคราวชัดกว่าการพูดเพียง Goodbye แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะพบหรือพูดคุยกันอีกเมื่อใด

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการกำลังจบตอนของวันนี้ แต่คาดว่าผู้ชมจะกลับมาอีก คำปิดใดเหมาะสมที่สุด

  1. Goodbye forever.
  2. Welcome back.
  3. Goodbye for now.
ดูคำตอบ

Goodbye for now.

Bye.

5:34

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

5:35

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Learn English from the news with BBC Learning English.

5:43

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าวกับ BBC Learning English

One big story every week,

5:49

หนึ่งเรื่องราวใหญ่ทุกสัปดาห์

three news headlines

5:51

พาดหัวข่าวสามหัวข้อ

and all the vocabulary you need to understand the story in English.

5:53

และคำศัพท์ทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องใช้เพื่อทำความเข้าใจข่าวเป็นภาษาอังกฤษ

Plus, you can download a free worksheet

5:58

นอกจากนี้ คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฝึกหัดได้ฟรี

on our website for every episode.

6:01

บนเว็บไซต์ของเราสำหรับทุกตอน

Search Learning English from the news

6:04

ค้นหา Learning English from the news

on your podcast app or visit bbclearningenglish.com.

6:06

บนแอปพอดแคสต์ของคุณ หรือไปที่ bbclearningenglish.com