"ไอน์สไตน์แห่งวอลล์สตรีท" เผยความสำเร็จและความล้มเหลวในฐานะเทรดเดอร์ที่โด่งดังที่สุดของ NYSE: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Business Insider
ภาพรวม: Peter Tuchman ย้อนมองสี่ทศวรรษในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก การปรับตัวต่อเทคโนโลยี และการควบคุมอารมณ์ในการซื้อขายรายวัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. open outcry - บริบทวัฒนธรรมและโลกจริง: เข้าใจระบบแบบเผชิญหน้าในอดีตที่ผู้ค้าตะโกนเสนอราคา จึงเห็นหน้าที่ของเสียงและท่าทางมือในพื้นที่ซื้อขายเก่า 2. bob and weave. - สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เข้าใจภาพการหลบหมัดในกีฬามวยว่าเป็นคำเปรียบถึงการปรับตัวอย่างยืดหยุ่น และใช้เมื่ออาชีพ ตลาด หรือแผนเปลี่ยนภายใต้แรงกดดัน 3. FOMO and hype. - ความหมายและระดับภาษา: แยกความกลัวว่าจะพลาดโอกาสออกจากความสนใจที่ถูกขยายเกินจริง และเข้าใจคำเตือนแบบไม่เป็นทางการต่อการตัดสินใจหุนหัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
the bull และ the bear ในฐานะทิศทางตลาด
ในภาษาตลาด the bull คือฝั่งที่เชื่อมโยงกับราคาที่สูงขึ้นและความเชื่อว่าตลาดจะปรับตัวขึ้น ส่วน the bear คือฝั่งที่เชื่อมโยงกับราคาที่ลดลงและการคาดว่าตลาดจะปรับตัวลง ในประโยคนี้ หัวและก้อยของเหรียญใช้แทนทิศทางตลาดที่ตรงข้ามกันสองด้าน คำนามทั้งสองสื่อถึงจุดยืนหรือมุมมองต่อตลาด ไม่ได้หมายถึงสัตว์จริงหรือจำเป็นต้องเป็นบุคคลสองคนโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตีความคำเรียกสองฝั่งของตลาดได้ถูกต้อง
- the bull หมายถึงราคาที่ลดลง และ the bear หมายถึงราคาที่สูงขึ้น
- the bull หมายถึงราคาที่สูงขึ้น และ the bear หมายถึงราคาที่ลดลง
- ทั้งสองคำหมายถึงสัตว์เท่านั้น
ดูคำตอบ
the bull หมายถึงราคาที่สูงขึ้น และ the bear หมายถึงราคาที่ลดลง
Peter Tuchman is one of the most famous traders
0:09Peter Tuchman เป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่โด่งดังที่สุด
ความหมายทางการเงินของ on the floor of the New York Stock Exchange
ในประโยคนี้ the floor หมายถึงพื้นที่ซื้อขายจริงภายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งนายหน้าและเทรดเดอร์ทำธุรกรรมกันแบบพบหน้า วลี on the floor of the New York Stock Exchange ระบุสถานที่ทำงานที่ทำให้ทัคแมนเป็นที่รู้จัก ไม่ได้หมายความว่าเขานอนอยู่บนพื้น และ floor ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงชั้นใดชั้นหนึ่งของอาคารเท่านั้น บริบททางการเงินทำให้ on the floor มีความหมายเฉพาะนี้
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ทางการเงินที่หมายถึงพื้นที่ซื้อขายจริงของตลาดหลักทรัพย์ให้สมบูรณ์: The reporter interviewed several brokers on the ____ of the New York Stock Exchange.
ดูคำตอบ
floor
“the Einstein of Wall Street” ในฐานะฉายาเชิงเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ “the Einstein of Wall Street” เป็นฉายาเชิงเปรียบเทียบ Einstein สื่อถึงสติปัญญาอันโดดเด่นหรือความเป็นอัจฉริยะ ส่วน “of Wall Street” ระบุวงการหรือกลุ่มที่ใช้การเปรียบเทียบนี้ ความหมายโดยประมาณคือ “ไอน์สไตน์แห่งวอลล์สตรีท” ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ รูปแบบ “the X of Y” ใช้เปรียบคนคนหนึ่งกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่จดจำในวงการใดวงการหนึ่งได้ ในที่นี้ ข้อความต่อท้าย “not just because of his looks” เปลี่ยนการเปรียบเทียบด้านสติปัญญาให้เป็นมุก โดยแฝงนัยอย่างขบขันว่ารูปลักษณ์อันโดดเด่นของเขาก็คล้าย Einstein เช่นกัน
แบบฝึกหัด
“the Einstein of Wall Street” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- ตำแหน่งทางการของนักวิจัยชั้นนำแห่งวอลล์สตรีท
- นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานให้บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ในวอลล์สตรีท
- บุคคลในวอลล์สตรีทที่ถูกเปรียบกับ Einstein เพราะมีสติปัญญาโดดเด่น
ดูคำตอบ
บุคคลในวอลล์สตรีทที่ถูกเปรียบกับ Einstein เพราะมีสติปัญญาโดดเด่น
We are the last human marketplace in the world.
0:22เราเป็นตลาดแห่งสุดท้ายในโลกที่ยังซื้อขายกันด้วยมนุษย์
give someone an edge over someone else: ทำให้คนหนึ่งได้เปรียบอีกคน
“Give someone an edge over someone else” หมายถึงทำให้คนหนึ่งมีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนืออีกคนหรืออีกกลุ่ม ในประโยคนี้ การมาที่ห้องซื้อขายถูกนำเสนอว่าเป็นที่มาของความได้เปรียบ “traders like him” คือผู้ที่ได้รับความได้เปรียบ และคนที่ซื้อขายจากบ้านคือกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ “give + person or group + an edge over + competitor” คำว่า “edge” ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงขอบทางกายภาพของสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย “give you an edge over”: Careful research can ____ other applicants.
ดูคำตอบ
give you an edge over
How you doing?: คำทักทายแบบกันเองที่ละ are
ในคำถามแบบกันเองนี้ How you doing? เป็นรูปย่อที่ไม่เป็นทางการของ How are you doing? โดยละกริยา are แต่ผู้ฟังเข้าใจคำถามเต็มได้จากรูปแบบคำทักทายที่คุ้นเคย โดยทั่วไปประโยคนี้ใช้เป็นคำทักทายสั้น ๆ ไม่ได้ขอให้เล่ารายละเอียด คำตอบสั้น ๆ เช่น “Good, thanks. You?” จึงฟังเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมคำทักทายแบบกันเองด้วยรูปย่อที่ละ are: “Hey, Maya! ____?”
ดูคำตอบ
How you doing
So I'll give you a little breakdown of what we do here. วลี
0:44ผมจะอธิบายคร่าว ๆ ว่าเราทำอะไรกันที่นี่
give you a little breakdown of สำหรับเกริ่นนำคำอธิบายอย่างเป็นระบบ
To give someone a breakdown of something หมายถึงการอธิบายเรื่องหนึ่งโดยแยกเป็นส่วน ขั้นตอน หรือรายละเอียดหลัก ในประโยคนี้ give you a breakdown of ใช้เกริ่นนำคำอธิบายอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสิ่งที่กลุ่มทำ Little ช่วยลดน้ำหนักของการเกริ่น ทำให้คำอธิบายที่จะตามมาฟังดูสั้น เข้าใจง่าย และไม่เป็นทางการ ไม่ได้บอกขนาดทางกายภาพของ breakdown
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสำหรับคำอธิบายสั้น ๆ ที่มีโครงสร้าง: “Before the tour, I’ll ____ the safety rules.”
ดูคำตอบ
give you a little breakdown of
This character was done of me back about seven years ago.
0:46ตัวการ์ตูนรูปผมนี้ทำขึ้นเมื่อราวเจ็ดปีก่อน
Do you remember the emotion that you felt and what was it?
0:55คุณจำความรู้สึกตอนนั้นได้ไหม แล้วมันเป็นอย่างไร?
had gotten: การระบุเหตุการณ์อดีตที่เกิดก่อนหน้า
had gotten เป็น past perfect ซึ่งประกอบด้วย had + past participle gotten โดยระบุว่าการได้งานช่วงฤดูร้อนเกิดขึ้นก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต คือก่อนที่ผู้พูดจะมาถึงพื้นที่ซื้อขายเป็นครั้งแรก ใช้ past perfect เมื่อการเล่าเรื่องในอดีตจำเป็นต้องระบุเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้าให้ชัดเจน ในความหมายนี้ gotten เป็น past participle ของ get ที่ใช้โดยทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ตัว gotten เองไม่ได้เป็นเครื่องหมายอดีตเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ get: By the time I moved to Seattle, I ____ a job there.
ดูคำตอบ
had gotten
and I just said I I I found where I want to spend the rest of my life.
1:08แล้วผมก็พูดออกมาว่า ผมเจอที่ที่อยากใช้ชีวิตที่เหลือแล้ว
couldn't have been more clear: การเน้นระดับสูงสุด
couldn't have been more clear ใช้โครงสร้าง modal perfect รูปปฏิเสธเพื่อแสดงระดับสูงสุด หมายความว่าสถานการณ์ชัดเจนอย่างสมบูรณ์และไม่มีทางจะชัดเจนกว่านี้ได้อีก รูปแบบ couldn't have been more + adjective ใช้ตัดสินสภาวะ ปฏิกิริยา หรือผลลัพธ์ในอดีตอย่างหนักแน่นเมื่อมองย้อนกลับไป รูปปฏิเสธใช้กับความเป็นไปได้ที่จะมีระดับสูงกว่านี้ ไม่ได้ปฏิเสธ adjective ที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ "It couldn't have been more clear" หมายความว่าอย่างไร
- เรื่องนั้นชัดเจนหลังจากมีคนอธิบายเท่านั้น
- เรื่องนั้นค่อนข้างไม่ชัดเจน
- เรื่องนั้นชัดเจนอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ
เรื่องนั้นชัดเจนอย่างสมบูรณ์
I've been doing this for 40 years: present perfect continuous กับ for
'I've been doing' เป็น present perfect continuous ในโครงสร้าง have + been + -ing ซึ่งนำเสนองานนี้ว่าเป็นกิจกรรมที่เริ่มในอดีตและยังดำเนินต่ออยู่ในขณะที่พูด 'For 40 years' บอกระยะเวลา ใช้ subject + have/has been + -ing + for + ระยะเวลา เพื่อบอกว่างาน โครงการ หรือนิสัยหนึ่งดำเนินมานานเท่าใดแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ 'maintain': I started maintaining this garden in 2019 and still do it now. I've ____ this garden since 2019.
ดูคำตอบ
been maintaining
went on to be: ก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไป
ใน 'I went on to be a clerk' คำว่า 'went on to be' หมายถึงหลังจากบทบาทหรือช่วงก่อนหน้า ผู้พูดได้เป็นเสมียนในเวลาต่อมา โครงสร้างนี้บอกขั้นตอนถัดไปในลำดับ ไม่ใช่การทำกิจกรรมเดิมต่อไป รูปแบบคือ go on to + กริยารูปพื้นฐาน ในการเล่าเรื่องอดีต went on to + กริยา มักใช้กล่าวถึงตำแหน่ง ความสำเร็จ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ 'go on to be': Leo first worked as an assistant and later ____ the team leader.
ดูคำตอบ
went on to be
get butterflies in my stomach: ท้องไส้ปั่นป่วนเพราะประหม่าและตื่นเต้น
Get butterflies in my stomach เป็นสำนวนที่หมายถึงความรู้สึกปั่นป่วนหรือแน่นในท้องจากความประหม่า ความตื่นเต้น หรือทั้งสองอย่าง butterflies ในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ใช่ผีเสื้อจริง ๆ ในประโยคนี้ still และ every morning แสดงว่าความรู้สึกดังกล่าวยังคงเกิดขึ้น แม้ว่าการมาทำงานจะเป็นกิจวัตรแล้วก็ตาม คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคลได้ เช่น get butterflies in your, his, or her stomach
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่สื่อถึงความประหม่าและตื่นเต้น: Before every audition, I ____.
ดูคำตอบ
get butterflies in my stomach
like being in the Super Bowl: เหมือนได้ลงแข่งในซูเปอร์โบวล์
Like being in the Super Bowl สร้างการเปรียบเทียบ โดยผู้พูดบอกว่าประสบการณ์นั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับการเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ครั้งใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าเขาอยู่ที่นั่นจริง ๆ Super Bowl คือการแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอลอาชีพของสหรัฐฯ ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ภาพนี้จึงสื่อถึงความกดดัน ความตื่นเต้น การแข่งขัน และความรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นสำคัญ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It is like being in + สถานการณ์หรือสถานที่ที่เห็นภาพชัด
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: With alarms flashing and phones ringing, the control room was ____ the middle of a storm.
ดูคำตอบ
like being in
more relevant now than ever: ตอนนี้สำคัญกว่าที่เคย
ในประโยคนี้ more relevant now than ever หมายความว่าโบรกเกอร์มีความสำคัญในปัจจุบันมากกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านี้ than ever เปรียบเทียบกับทุกช่วงเวลาในอดีต ไม่ใช่เพียงช่วงใดช่วงหนึ่งที่ระบุไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ more + adjective + now than ever ซึ่งเน้นว่าคุณสมบัติหนึ่งอยู่ในระดับสูงสุดจนถึงปัจจุบัน เช่น บางสิ่งสำคัญ มีประโยชน์ จำเป็น หรือโดดเด่นกว่าที่เคย โครงสร้างนี้มักใช้สนับสนุนข้อโต้แย้งว่าความต้องการหรือคุณค่ากำลังเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าความสำคัญอยู่ในระดับสูงสุดจนถึงตอนนี้: Human judgment is ____ as software handles more routine tasks.
ดูคำตอบ
more relevant now than ever
get detached from: ค่อย ๆ สูญเสียความเชื่อมโยง
ในที่นี้ get detached from หมายถึงค่อย ๆ สูญเสียความรู้สึกเชื่อมโยงหรือการรับรู้ต่อบางสิ่ง สิ่งที่ตามหลัง from อาจเป็นความเป็นจริง ผู้คน อารมณ์ หรือประสบการณ์ตรง ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการถอดวัตถุออกทางกายภาพ Get บอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง กล่าวคือ คนเปลี่ยนจากการเชื่อมโยงอยู่ไปเป็นความห่างเหิน ส่วน from ระบุว่าพวกเขากำลังขาดการเชื่อมโยงกับอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ สูญเสียความเชื่อมโยงกับ”: When managers rely only on reports, they can ____ the daily reality of their staff.
ดูคำตอบ
get detached from
but the human element here is what made this place.
1:43แต่องค์ประกอบความเป็นมนุษย์ที่นี่คือสิ่งที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา
การซื้อขาย on the close
ในที่นี้ close เป็นคำนามที่หมายถึงการสิ้นสุดช่วงเวลาซื้อขาย และเจาะจงยิ่งกว่านั้นคือกระบวนการปิดตลาดอย่างเป็นทางการ on the close หมายถึงกลยุทธ์นี้ดำเนินการซื้อขายในช่วงกระบวนการดังกล่าวหรือช่วงเวลาใกล้เคียง ซึ่งความไม่สมดุลของคำสั่งปิดตลาดอาจมีความสำคัญ ในภาษาการซื้อขาย on เชื่อมการกระทำเข้ากับเหตุการณ์ปิดตลาด ไม่ได้หมายถึงการอยู่บนสิ่งใดในเชิงกายภาพ และ close ก็ไม่ได้หมายถึง “ใกล้”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนการซื้อขายเฉพาะทางที่หมายถึงการดำเนินรายการซึ่งผูกกับการปิดตลาดอย่างเป็นทางการ: The desk executes large orders ____ to match the official closing price.
ดูคำตอบ
on the close
in a compliant way so that they're able to have some kind of an edge to trade the marketplace. การใช้คำ
2:06อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ เพื่อให้พวกเขามีข้อได้เปรียบบางอย่างในการซื้อขายในตลาด
ความหมายด้านกฎระเบียบของ in a compliant way
in a compliant way เป็นวลีบอกลักษณะวิธีการ โดยโครงสร้าง in a ... way เปลี่ยนคำคุณศัพท์ compliant ให้เป็นคำอธิบายว่าผู้พูดถ่ายทอดข้อมูลอย่างไร ในที่นี้ compliant หมายถึงการปฏิบัติตามกฎและมาตรการควบคุมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง วลีนี้ประเมินวิธีการสื่อสาร ไม่ใช่พฤติกรรมของลูกค้าหรือความเต็มใจเชื่อฟังของผู้พูด ในบริบทที่มีการกำกับดูแล ควรพิจารณาว่าการกระทำนั้นเป็นไปตามกฎหรือมาตรฐานใด แม้จะไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในลักษณะที่ปฏิบัติตามกฎที่ใช้บังคับ”: The analyst shared the information ____.
ดูคำตอบ
in a compliant way
Then there came a wave of selling that sent the 2,000 men ลำดับความ
2:10จากนั้นก็เกิดแรงขายระลอกหนึ่งที่ทำให้ชาย 2,000 คน
Then there came ...: นำเหตุการณ์ใหม่เข้าสู่เรื่อง
Then there came a wave of selling ใช้การสลับลำดับเพื่อเสนอข้อมูลใหม่ โดยวางกริยา came ไว้ก่อนประธานใหม่ a wave of selling ส่วน there ทำหน้าที่นำเสนอเหตุการณ์ใหม่นั้น ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง การวางประธานใหม่ไว้หลังกริยาช่วยชะลอข้อมูลสำคัญและทำให้การเปลี่ยนเข้าสู่เหตุการณ์ใหม่รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ a wave of selling ยังเปรียบคำสั่งขายจำนวนมากเป็นคลื่นลูกใหญ่ลูกเดียว ทำให้ความเคลื่อนไหวของตลาดดูฉับพลันและรุนแรง
แบบฝึกหัด
there ใน Then there came a wave of selling ทำหน้าที่อะไร?
- นำเสนอเหตุการณ์ใหม่โดยไม่ได้ระบุสถานที่
- หมายความว่าแรงขายเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นนานมาก
- ชี้ตำแหน่งจริงที่ผู้ซื้อขายอยู่
ดูคำตอบ
นำเสนอเหตุการณ์ใหม่โดยไม่ได้ระบุสถานที่
open outcry: การซื้อขายด้วยการตะโกนราคาและสัญญาณมือ
Open outcry คือวิธีซื้อขายแบบดั้งเดิมที่ผู้คนบนพื้นตลาดหลักทรัพย์ประกาศราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายต่อสาธารณะด้วยเสียงดัง พร้อมใช้สัญญาณมือ คำว่า open สื่อว่าคำสั่งถูกประกาศอย่างเปิดเผยระหว่างผู้เข้าร่วม ส่วน outcry หมายถึงเสียงตะโกนประกาศราคา ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าทำไมพื้นซื้อขายในอดีตจึงแออัดและเสียงดัง เพราะก่อนที่การซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์จะแพร่หลาย ผู้ซื้อขายต้องสื่อสารกันต่อหน้า นี่เป็นศัพท์ตลาดแบบตายตัว ไม่ได้หมายถึงเพียงเสียงตะโกนด้วยอารมณ์หรือการประท้วง
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์ตลาดแบบตายตัวให้สมบูรณ์: Before electronic trading, many exchange-floor orders were made through ____, with shouted bids and hand signals.
ดูคำตอบ
open outcry
If there was ever a discrepancy or an argument around a trade,
2:23หากมีข้อขัดแย้งหรือการโต้เถียงเกี่ยวกับการซื้อขาย
and a governor had what's called a flipping coin.
2:27และผู้กำกับดูแลจะมีสิ่งที่เรียกว่าเหรียญเสี่ยงทาย
called in a governor ในข้อพิพาทบนพื้นที่ซื้อขาย
ในที่นี้ called in หมายถึงขอให้ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีอำนาจเข้ามาแทรกแซง ส่วน a governor เป็นคำที่ผู้พูดใช้เรียกผู้มีอำนาจภายในพื้นที่ซื้อขายซึ่งช่วยยุติข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายได้ ไม่ได้หมายถึงผู้ว่าการรัฐของสหรัฐฯ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ call in + บุคคล ซึ่งหมายถึงเรียกผู้มีอำนาจ ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ช่วยที่เหมาะสมเข้ามาเมื่อจำเป็นต้องให้บุคคลนั้นช่วยจัดการ บทบาทเฉพาะที่เรียกว่า governor จำกัดอยู่ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับพื้นที่ซื้อขายนี้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ called in a governor หมายความว่าอย่างไร
- โทรศัพท์หาผู้ว่าการรัฐแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ
- ชวนผู้ซื้อขายอีกคนส่งคำสั่งซื้อขายใหม่
- ขอให้ผู้มีอำนาจประจำพื้นที่ซื้อขายที่ได้รับมอบหมายเข้ามาจัดการ
ดูคำตอบ
ขอให้ผู้มีอำนาจประจำพื้นที่ซื้อขายที่ได้รับมอบหมายเข้ามาจัดการ
โครงสร้าง Whether it was A, B, or whatever it was
อนุประโยค Whether ที่อยู่ต้นประโยคนำเสนอขนาดหรือรูปแบบของปัญหาที่เป็นไปได้หลายแบบ และแสดงว่าความแตกต่างเหล่านั้นไม่กระทบผลลัพธ์ นี่เป็นโครงสร้างแสดงการยอมรับข้อแตกต่าง กล่าวคือ ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นแบบใด กฎเดียวกันก็ยังใช้บังคับ นั่นคือต้องโยนเหรียญและยอมรับผลที่ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Whether + ทางเลือก A ทางเลือก B หรือคำที่ครอบคลุมกรณีอื่น + ประโยคหลัก ผู้พูดสามารถกล่าวถึงช่วงของความเป็นไปได้ก่อน แล้วจึงระบุการตัดสินใจ หลักการ หรือผลที่ใช้เหมือนกันทุกกรณี whether ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงว่าทั้งสองทางเลือกไม่กระทบกฎให้ประโยคสมบูรณ์: ____ it is a small order or a large one, the same safety check is required.
ดูคำตอบ
Whether
live by the solution: ยอมรับผลที่มีผลผูกมัด
ในประโยคนี้ live by the solution หมายถึงการยอมรับข้อยุติที่ได้จากการโยนเหรียญว่ามีผลผูกมัด และปฏิบัติตามแม้ว่าผลจะไม่เป็นคุณกับตนเองก็ตาม solution ในที่นี้หมายถึงวิธีที่ตกลงกันเพื่อยุติข้อพิพาท ไม่ใช่เพียงแนวคิดที่อาจใช้แก้ปัญหาได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ live by + กฎ หลักการ คำสัญญา หรือการตัดสินใจ ซึ่งหมายถึงยอมให้สิ่งนั้นกำกับพฤติกรรมของตน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ยอมรับผลลงคะแนนว่ามีผลผูกมัด”: The committee voted, and we all agreed to ____.
ดูคำตอบ
live by the decision
market's getting smacked: สแลงสำหรับการเทขายอย่างรุนแรง
Market's getting smacked ใช้โครงสร้าง get + smacked เพื่อเปรียบตลาดเหมือนกำลังโดนโจมตีอย่างรุนแรง ในภาษาพูดของเทรดเดอร์ หมายถึงราคากำลังร่วงหนักหรือมีการเทขายสินทรัพย์อย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงการถูกตีจริง ๆ No ที่ขึ้นต้นประโยคปฏิเสธแนวคิดว่าตลาดกำลังกลับทิศ ถ้อยคำที่เห็นภาพชัดนี้เพิ่มความเร่งด่วนและการประเมินตลาดในเชิงลบอย่างมาก
แบบฝึกหัด
ในความเห็นของเทรดเดอร์ 'The market's getting smacked' น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- ตลาดกำลังร่วงลงอย่างหนักภายใต้แรงขายรุนแรง
- ตลาดแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- ตลาดกำลังปรับขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมีข่าวดี
ดูคำตอบ
ตลาดกำลังร่วงลงอย่างหนักภายใต้แรงขายรุนแรง
reinvent myself: ปรับตัวด้วยการเปลี่ยนแปลงตนเองครั้งใหญ่
ในประโยคนี้ reinvent myself หมายถึงการตั้งใจปรับเปลี่ยนทักษะ บทบาท หรือวิธีทำงานของตัวเองใหม่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จภายใต้เงื่อนไขใหม่ ไม่ได้หมายถึงการประดิษฐ์คนคนใหม่ขึ้นมาตามตัวอักษร โครงสร้างคือ reinvent + สรรพนามสะท้อนกลับ เช่น I reinvent myself, she reinvents herself และ a company reinvents itself มักใช้กล่าวถึงการปรับตัวที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่เพียงการปรับเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการปรับเปลี่ยนบทบาท ทักษะ หรือแนวทางของตนเองครั้งใหญ่: After my industry changed, I had to ____.
ดูคำตอบ
reinvent myself
bob and weave: ปรับตัวพร้อมกับหลีกเลี่ยงแรงกดดัน
Bob and weave ตามความหมายตรงตัวใช้บรรยายท่าทางในการชกมวย โดย bob หมายถึงการก้มศีรษะและลำตัว ส่วน weave หมายถึงการเคลื่อนตัวไปด้านข้าง ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงผู้พูดปรับทิศทางซ้ำ ๆ และหลีกเลี่ยงความยากลำบากเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ประโยคถัดไป I had to be flexible ยืนยันความหมายเชิงเปรียบเทียบนี้ Sort of ช่วยลดความหนักแน่นของภาพเปรียบเทียบ ดังนั้นผู้พูดเพียงเปรียบวิธีรับมือของตนกับนักมวย ไม่ได้บอกว่าตนกำลังชกมวยจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด bob and weave เป็นคำบรรยายที่เป็นธรรมชาติที่สุด
- นักเรียนคนหนึ่งอ่านบทเดิมอย่างเงียบ ๆ ทุกเย็น
- บริษัทขนาดเล็กแห่งหนึ่งเปลี่ยนกลยุทธ์ซ้ำ ๆ เพื่อรับมือข้อจำกัดใหม่และก้าวนำคู่แข่ง
- ผู้จัดการคนหนึ่งยังคงทำตามแผนตายตัวเพียงแผนเดียวแม้แผนนั้นจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว
ดูคำตอบ
บริษัทขนาดเล็กแห่งหนึ่งเปลี่ยนกลยุทธ์ซ้ำ ๆ เพื่อรับมือข้อจำกัดใหม่และก้าวนำคู่แข่ง
started out: เริ่มต้นอาชีพหรือช่วงหนึ่งของชีวิต
ในประโยคนี้ started out หมายถึง “เริ่มต้นอาชีพหรือช่วงหนึ่งของประสบการณ์” ผู้พูดกำลังกล่าวถึงช่วงที่เขาเริ่มทำงานที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ไม่ได้หมายถึงการออกจากสถานที่หรือออกไปข้างนอกจริง ๆ สำนวนนี้มักใช้มองย้อนจากช่วงหลังกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยใช้ start out as + บทบาทแรก, start out in + สาขาหรือสถานที่ หรือ start out with + คนหรือทรัพยากรที่มีอยู่ในตอนเริ่มต้น ในที่นี้ who I started out here with หมายถึงเพื่อนร่วมงานที่เริ่มทำงานที่นั่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ start out: When Maya joined the company, she ____ as an intern before becoming a manager.
ดูคำตอบ
started out
Either they retired or they were not able to reinvent themselves. ไวยากรณ์
2:59บางคนเกษียณ หรือไม่ก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ได้
Either ... or ... สำหรับคำอธิบายทางเลือกสองข้อ
Either ... or ... ใช้นำเสนอทางเลือกสองอย่างภายใต้กรอบเดียวกัน ในที่นี้ ทางเลือกดังกล่าวคือคำอธิบายหลักสองข้อว่าเหตุใดอดีตเพื่อนร่วมงานจึงไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ได้แก่ บางคนเกษียณ ส่วนบางคนไม่สามารถปรับตัวด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ Either ไม่ได้หมายถึง “ก็ไม่เช่นกัน” แต่ใช้เปิดส่วนแรก และ or ใช้นำเข้าส่วนที่สอง เมื่อทำได้ ควรรักษาสองส่วนให้มีรูปไวยากรณ์ขนานกัน ได้แก่ either + อนุประโยค + or + อนุประโยค หรือ either + วลีนามหรือวลีกริยา + or + วลีนามหรือวลีกริยา วิธีนี้ช่วยให้ติดตามตัวเลือก สาเหตุ หรือผลลัพธ์แบบสองทางได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่สำหรับทางเลือกสองอย่างพอดี: To reach the airport on time, we can ____ take the train ____ call a taxi.
ดูคำตอบ
either · or
over the years of what a floor trader does.
3:05ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในเรื่องบทบาทของเทรดเดอร์บนฟลอร์
you know, they were trading stocks outside under the buttonwood tree. วัฒนธรรม
3:11ผู้คนซื้อขายหุ้นกันข้างนอกใต้ต้นบัตตันวูด
under the buttonwood tree: ภาพทางประวัติศาสตร์ของสถานที่ซื้อขายยุคแรก
ในประโยคนี้ under the buttonwood tree ระบุสถานที่ซื้อขายกลางแจ้งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของทิวทัศน์ วลีนี้ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาที่ผู้ซื้อขายมาพบกันต่อหน้ากลางแจ้งเพื่อซื้อขายหุ้น ใกล้กับบริเวณที่ต่อมาเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ การกล่าวถึงสถานที่นี้ทำให้ผู้พูดเชื่อมโยงการซื้อขายกลางแจ้งในอดีตเข้ากับตลาดหลักทรัพย์สมัยใหม่รอบตัวเขา ไม่จำเป็นต้องยึดปีที่ระบุไว้ในคำบรรยายเพื่อทำความเข้าใจความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์นี้
แบบฝึกหัด
under the buttonwood tree มีหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?
- สำนวนทั่วไปที่หมายความว่าการซื้อขายเป็นความลับ
- รายละเอียดตามตัวอักษรที่แสดงว่าผู้ซื้อขายต้องการร่มเงาเพราะสภาพอากาศ
- ภาพทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงการซื้อขายหุ้นกลางแจ้งในยุคแรกกับตลาดหลักทรัพย์สมัยใหม่
ดูคำตอบ
ภาพทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงการซื้อขายหุ้นกลางแจ้งในยุคแรกกับตลาดหลักทรัพย์สมัยใหม่
a plethora of: การเน้นจำนวนที่มากอย่างยิ่งด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
A plethora of หมายถึงจำนวนหรือปริมาณของบางสิ่งที่มากอย่างยิ่ง ในที่นี้ a plethora of human beings เน้นอย่างชัดเจนว่า แม้จะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ในพื้นที่ซื้อขายก็ยังมีคนจริง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับสำนวนในชีวิตประจำวันอย่าง a lot of แล้ว สำนวนนี้ฟังดูเป็นทางการและมีลูกเล่นทางภาษาเด่นกว่า ในบทสนทนาอาจฟังดูจงใจเกินจริงหรือมีอารมณ์ขัน น้ำเสียงที่โดดเด่นนี้ช่วยเน้นความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีกับการที่ผู้คนยังคงอยู่ในสถานที่นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เป็นทางการกว่าและหมายถึง “จำนวนที่มากอย่างยิ่ง”: The archive contains ____ historical photographs.
ดูคำตอบ
a plethora of
ใช้ deal with เพื่อจัดการอารมณ์ที่ยากลำบาก
ในคำถามนี้ deal with หมายถึงการเผชิญหน้าและจัดการกับอารมณ์ที่รับมือได้ยาก ผู้พูดกำลังถามว่าความรู้สึกใดสร้างความท้าทายมากที่สุดขณะทำการซื้อขาย โครงสร้างคือ deal with + คำนามหรือคำสรรพนาม เช่น deal with fear, deal with pressure หรือ deal with it โดยเน้นการรับมือกับปัญหาหรือสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงการทำธุรกรรมทางธุรกิจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: When deadlines overlap, I take a breath and ____ the most urgent problem first.
ดูคำตอบ
deal with
Get emotional about money: มีอารมณ์รุนแรงกับเรื่องเงิน
Get emotional about something หมายถึงการเริ่มตอบสนองต่อบางสิ่งด้วยความรู้สึกที่รุนแรง ในที่นี้ความกังวลคืออารมณ์เกี่ยวกับเงินอาจรุนแรงจนรบกวนการตัดสินใจอย่างชัดเจน โครงสร้างคือ get + คำคุณศัพท์ + about + หัวข้อ โดย get แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะทางอารมณ์ ส่วน about นำเข้าสิ่งกระตุ้นหรือหัวข้อ emotional ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงซาบซึ้งโดยเฉพาะ แต่อาจรวมถึงความกังวล ความโกรธ ความตื่นเต้น หรือความผูกพัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: During the debate, he started to ____ the criticism and could no longer respond calmly.
ดูคำตอบ
get emotional about
You make it, you lose it. — อนุประโยคขนานที่สมดุล
it ทั้งสองตำแหน่งย้อนกลับไปหมายถึง money ในที่นี้ make it หมายถึงหาเงินหรือได้เงินจำนวนนั้นมา ส่วน lose it หมายถึงไม่มีเงินจำนวนนั้นอีกต่อไป อนุประโยคสั้นทั้งสองใช้กรอบเดียวกันคือ You + คำกริยา + it การวางผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกันไว้ติดกันโดยไม่อธิบายเพิ่มทำให้เกิดจังหวะที่สั้นกระชับ และนำเสนอกำไรกับขาดทุนเป็นความเป็นไปได้สองด้านที่ขนานกันอย่างตรงไปตรงมา โครงสร้างขนานที่สมดุลเช่นนี้ทำให้ความแตกต่างฟังดูหนักแน่นและจดจำง่าย
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ โครงสร้างขนานมีหน้าที่หลักอย่างไร?
- Make it หมายถึงเพียง “เอาตัวรอดหรือประสบความสำเร็จ” ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่เกี่ยวกับเงิน
- อนุประโยคที่มีโครงสร้างเหมือนกันวางการหาเงินและการเสียเงินไว้คู่กัน ทำให้ประโยคมีจังหวะสงบแต่หนักแน่น
- ประโยคนี้บรรยายลำดับตายตัวว่าเงินจำนวนเดิมต้องถูกหามาได้ก่อนแล้วจึงเสียไปเสมอ
ดูคำตอบ
อนุประโยคที่มีโครงสร้างเหมือนกันวางการหาเงินและการเสียเงินไว้คู่กัน ทำให้ประโยคมีจังหวะสงบแต่หนักแน่น
What was the biggest failure that you learned the most from? ไวยากรณ์
3:48ความล้มเหลวครั้งไหนใหญ่ที่สุดและสอนบทเรียนคุณมากที่สุด?
failure that you learned the most from? — วาง from ไว้ท้ายอนุประโยคขยายคำนาม
อนุประโยคขยายคำนาม that you learned the most from ขยาย failure ภายในอนุประโยคนี้ that แทน failure นั้น กล่าวคือ you learned the most from that failure From จำเป็นเพราะความสัมพันธ์ในสำนวน learn from something ในโครงสร้างภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไปนี้ บุพบทจะอยู่ท้ายประโยค ส่วนกรรมที่เข้าใจกันของบุพบทจะปรากฏก่อนหน้าในรูปคำนามที่ถูกขยาย รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ในวลีอย่าง a person you can rely on และ a topic we talked about
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่ทำให้อนุประโยคขยายคำนามถูกต้องตามไวยากรณ์: Tell me about the mistake that you learned the most ____.
ดูคำตอบ
from
spent 2 years not making any money: โครงสร้าง spend + เวลา + not doing
Spend + ระยะเวลา + รูป -ing ใช้บอกว่าบุคคลหนึ่งทำอะไร หรือมีสภาวะใดดำเนินต่อเนื่องอยู่ในช่วงเวลานั้น ในที่นี้ spent 2 years กำหนดระยะเวลา ส่วน making any money ระบุผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น การวาง not ไว้หน้ารูป -ing ทำให้กิจกรรมหรือผลลัพธ์นั้นเป็นปฏิเสธ: not making any money ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายถึงไม่ได้หาเงินเลยตลอดช่วงสองปี ไม่ได้หมายถึงผู้พูดใช้เวลาสองปีนั้นไปเหมือนกับการใช้เงิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ปฏิเสธตามโครงสร้างที่เน้นไว้: We spent a year ____ any money from the app.
ดูคำตอบ
not making
a struggle to find customers, to find business: infinitive ที่วางขนานกัน
รูปแบบนาม a struggle to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการทำหรือบรรลุบางสิ่งเป็นเรื่องยากและต้องใช้ความพยายาม ใน it was really a struggle คำว่า really เน้นระดับความยาก ส่วน to find customers ระบุว่าสิ่งที่ยากคืออะไร วลี infinitive ที่ซ้ำกันคือ to find customers และ to find business มีโครงสร้างขนานกันและแจกแจงความท้าทายสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ในบริบทธุรกิจนี้ find business หมายถึงการได้งานที่มีค่าตอบแทนหรือโอกาสทางธุรกิจ ไม่ได้หมายถึงการค้นหาที่ตั้งของบริษัท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบนามที่เน้นไว้: During the first month of the campaign, it was ____ enough volunteers.
ดูคำตอบ
a struggle to find
You really had to go out there and fight for the business.
4:10คุณต้องออกไปสู้เพื่อให้ได้งานมาจริง ๆ
การใช้ And yet เพื่อเปิดความขัดแย้งที่คาดไม่ถึง
“And yet” เชื่อมสถานการณ์ยากลำบากที่เพิ่งกล่าวถึงเข้ากับผลลัพธ์ที่สวนทางกับสิ่งที่สถานการณ์นั้นทำให้คาดไว้ การต้องต่อสู้เพื่อให้ได้งานมาอาจทำให้คาดว่าผู้พูดจะท้อใจหรือไม่ลงมือทำ แต่ประโยคถัดไปกลับบอกว่าผู้พูดยังคงตื่นขึ้นมาทุกเช้า เมื่ออยู่ต้นประโยคใหม่ “And” ยังคงเชื่อมกับความคิดก่อนหน้า ส่วน “yet” ทำหน้าที่ชี้ความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ ในที่นี้ “yet” หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้”
แบบฝึกหัด
“And yet” ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้?
- เพิ่มความยากลำบากอีกอย่างโดยไม่มีความขัดแย้ง
- บอกว่าในตอนนั้นผู้พูดยังไม่ได้เริ่มออกไปหางาน
- ใช้เปิดว่าผู้พูดยังคงลงมือทำต่อไปแม้มีความยากลำบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
ใช้เปิดว่าผู้พูดยังคงลงมือทำต่อไปแม้มีความยากลำบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ
การทำให้ opportunity was not going to find me มีลักษณะเหมือนบุคคล
“Opportunity was not going to find me” ทำให้โอกาสมีลักษณะเหมือนบุคคลที่สามารถออกตามหาและมาพบผู้พูดได้ ความหมายที่ต้องการสื่อคือโอกาสที่มีคุณค่าจะไม่ปรากฏขึ้นเองโดยอัตโนมัติ วลีนี้ยังสื่อข้อสรุปของผู้พูดเกี่ยวกับอนาคตด้วยว่า การรออยู่เฉย ๆ จะไม่ทำให้เกิดโอกาส จึงจำเป็นต้องลงมือทำ รูปแบบนี้สามารถทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น ความสำเร็จ แรงบันดาลใจ หรือโชค มีลักษณะเหมือนบุคคล เพื่อเน้นว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่มาถึงเอง
แบบฝึกหัด
ข้อใดถอดความ “opportunity was not going to find me” ได้ตรงที่สุด?
- ฉันเข้าใจว่าโอกาสที่มีคุณค่าจะไม่ปรากฏขึ้นเองสำหรับฉัน
- ฉันคาดว่าจะมีใครสักคนออกค้นหาตัวฉันจริง ๆ
- ฉันเชื่อว่าโอกาสหนึ่งลืมว่าฉันอาศัยอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ
ฉันเข้าใจว่าโอกาสที่มีคุณค่าจะไม่ปรากฏขึ้นเองสำหรับฉัน
Feeling sorry for myself: การสงสารตัวเอง
ใน feeling sorry for myself คำว่า sorry ไม่ได้หมายถึงการขอโทษ คำสรรพนามสะท้อนกลับทำให้ความรู้สึกนั้นย้อนกลับมาที่ผู้พูดเอง คือผู้พูดมองว่าสถานการณ์ของตนน่าสงสารเป็นพิเศษและหมกมุ่นอยู่กับความคิดนั้น สำนวนนี้มักมีนัยวิจารณ์การสงสารตัวเอง ไม่ได้หมายถึงแค่ความเศร้า ในประโยคนี้ การนอนอยู่บนเตียงและจดจ่อกับปัญหาของตัวเองถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งตรงข้ามกับการลุกขึ้นมาลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “หมกมุ่นกับการสงสารตัวเอง”: After the rejection, I spent an hour ____, then started revising my application.
ดูคำตอบ
feeling sorry for myself
Did you ever have doubt that you weren't going to make it? สำนวน
4:25คุณเคยสงสัยไหมว่าตัวเองอาจไปไม่รอด?
Make it ในความหมายว่าประสบความสำเร็จหรือผ่านพ้นไปได้
make it ในที่นี้เป็นสำนวนที่หมายถึงประสบความสำเร็จหรือผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งของ แต่หมายถึงการทำงานในเส้นทางอาชีพต่อไปแม้จะเจออุปสรรค ผลลัพธ์ที่เจาะจงต้องดูจากบริบท ในประโยคอื่น make it อาจหมายถึงไปถึงได้ แต่คำถามที่ว่าคนคนหนึ่งจะทำงานในอาชีพต่อไปได้หรือไม่ทำให้สำนวนนี้มีความหมายว่า “ประสบความสำเร็จ” หรือ “ผ่านมันไปได้”
แบบฝึกหัด
ใน "The first year was brutal, but the company made it," คำว่า "made it" หมายความว่าอะไร?
- บริษัทรอดมาได้หรือประสบความสำเร็จ
- บริษัทผลิตสิ่งของชิ้นหนึ่ง
- บริษัทไปถึงจุดหมายที่เฉพาะเจาะจง
ดูคำตอบ
บริษัทรอดมาได้หรือประสบความสำเร็จ
My parents are Holocaust survivors. วัฒนธรรม
4:28พ่อแม่ของผมเป็นผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฮอโลคอสต์
“Holocaust survivors” หมายถึงผู้ที่ผ่านและรอดชีวิตจากการข่มเหงและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีในช่วงเหตุการณ์ฮอโลคอสต์ โดยเฉพาะการสังหารชาวยิวหกล้านคนอย่างเป็นระบบในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวให้บริบททางประวัติศาสตร์ที่จำเป็นต่อเรื่องราวครอบครัวของผู้พูด และช่วยอธิบายว่าเหตุใดการได้พบความปลอดภัย ความรัก และชีวิตใหม่ในอเมริกาของพ่อแม่ในเวลาต่อมาจึงมีน้ำหนักทางอารมณ์เป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
“Holocaust survivors” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ผู้ที่ย้ายไปอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
- ผู้ที่ผ่านและรอดชีวิตจากการข่มเหงและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีในช่วงฮอโลคอสต์
- ผู้ที่รอดชีวิตจากช่วงเวลายากลำบากใด ๆ ในประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
ผู้ที่ผ่านและรอดชีวิตจากการข่มเหงและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีในช่วงฮอโลคอสต์
ความฝันแบบอเมริกันของพวกเขา
“American dream” คืออุดมคติทางวัฒนธรรมที่เชื่อว่าผู้คนสามารถสร้างชีวิตที่ดีขึ้นและมั่นคงขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้ด้วยโอกาส ความพยายาม และการเลื่อนสถานะทางสังคม นี่เป็นความมุ่งหวัง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น คำแสดงความเป็นเจ้าของ “their” ทำให้แนวคิดนี้มีความเป็นส่วนตัว ผู้พูดนำเสนอการย้ายถิ่น ความสัมพันธ์ และชีวิตใหม่ของพ่อแม่ว่าเป็นอุดมคติในแบบของพวกเขาเอง ในสำนวนที่เป็นมาตรฐานกว่า มักพูดว่า “achieved the American dream” หรือ “lived the American dream” ส่วน “got their American dream” เป็นภาษาสนทนาและเน้นว่าพวกเขาได้รับชีวิตที่หวังไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนทางวัฒนธรรมที่เป็นที่ยอมรับ: Many newcomers hoped that hard work would help them achieve ____.
ดูคำตอบ
the American dream
live in faith ... live in victim mode ... live in gratitude: ทางเลือกแบบขนาน
การใช้กรอบ “you can live in ...” ซ้ำทำให้ทัศนคติแต่ละอย่างอยู่ในรูปไวยากรณ์เดียวกัน การจับคู่ fear กับ faith และ victim mode กับ gratitude ทำให้ผู้พูดเปลี่ยนสารเชิงนามธรรมให้เป็นทางเลือกที่ชัดเจนสองชุด พร้อมสร้างจังหวะและทำให้จดจำได้ง่าย “live in” ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการใช้ชีวิตโดยยึดกรอบความคิดบางอย่างเป็นประจำหรือคงอยู่ในสภาพจิตใจนั้น ไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่ในสถานที่จริง การใช้กรอบเดิมซ้ำช่วยให้ผู้ฟังสนใจคำที่บอกทัศนคติซึ่งเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรักษาโครงสร้างขนานที่จงใจใช้ใน “you can live in ... or you can live in ...” ได้ดีที่สุด
- We can choose doubt, or we can live in hope.
- We can live in doubt, or we can live in hope.
- We can live in doubt, or hope can guide us.
ดูคำตอบ
We can live in doubt, or we can live in hope.
What is your favorite indicator or indicators on a chart?
4:48อินดิเคเตอร์บนกราฟที่คุณชอบที่สุดมีอะไรบ้าง?
a basket of 500 stocks: ความหมายทางการเงินของ basket
ในบริบทการเงิน “a basket of stocks” หมายถึงกลุ่มหุ้นที่ถูกมองเป็นชุดเดียวเพื่อการติดตาม เปรียบเทียบ หรือซื้อขาย “Basket” เป็นคำเปรียบเทียบเฉพาะสาขาการเงิน ไม่ใช่ภาชนะจริง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าดัชนีตลาดที่กล่าวถึงประกอบด้วยอะไร นั่นคือหุ้นองค์ประกอบ 500 ตัวที่ถูกมองรวมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “a basket of + สินทรัพย์รูปพหูพจน์” เช่น หุ้น สกุลเงิน หรือหลักทรัพย์
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนทางการเงินจากบทเรียนที่หมายถึงกลุ่มหุ้นซึ่งถูกมองเป็นชุดเดียวเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The fund tracks ____ from several industries.
ดูคำตอบ
a basket of stocks
Track the movement of the market: ติดตามและสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาด
ในประโยคนี้ track หมายถึง “เปลี่ยนแปลงตามและสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสิ่งหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงการไล่ติดตามสิ่งของจริง ๆ ความเคลื่อนไหวของดัชนี S&P 500 ช่วยบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร โครงสร้าง track the movement of + คำนาม ใช้อธิบายดัชนี ราคา กราฟ หรือชุดข้อมูลที่เปลี่ยนไปพร้อมแนวโน้มที่กว้างกว่าได้ โครงสร้างนี้สื่อถึงความสอดคล้องกันตามเวลา ไม่ได้หมายความว่าตัวชี้วัดนั้นเท่ากับทุกสิ่งที่มันเป็นตัวแทน หรือสามารถทำนายอนาคตได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The number of support requests often tracks changes in website traffic,” คำว่า track หมายถึงอะไร
- ไล่ตามบางสิ่งทางกายภาพ
- ทำนายระดับในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
- เปลี่ยนแปลงตามและสะท้อนแนวโน้มโดยรวมเดียวกัน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนแปลงตามและสะท้อนแนวโน้มโดยรวมเดียวกัน
whether it's the RSI relative strength index. วัฒนธรรม
5:11หรือ RSI ซึ่งเป็นดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์
ใช้ whether it's ... whether it's ... เพื่อแจกแจงตัวอย่าง
กลุ่มคำ whether it's ... ที่พูดซ้ำทำหน้าที่จัดตัวอย่างหลายรายการไว้ใต้หมวด multiple indices ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า การพูดซ้ำแต่ละครั้งเปิดรายการใหม่ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล จุดพิวอต และ RSI ทำให้ผู้ฟังติดตามรายการได้และเข้าใจว่าทั้งหมดอยู่ในกลุ่มใหญ่เดียวกัน whether ในที่นี้ไม่ได้เปิดเงื่อนไขจริงหรือทางเลือกที่ต้องตัดสิน ในการอธิบายแบบสนทนา whether it's A, whether it's B, whether it's C อาจหมายถึง “ตัวอย่างเช่น A, B หรือ C” พร้อมให้น้ำหนักทางจังหวะแก่แต่ละตัวอย่างเท่า ๆ กัน
แบบฝึกหัด
เติมกรอบการแจกแจงที่พูดซ้ำให้สมบูรณ์ โดยใส่วลีภาษาอังกฤษสองคำเดียวกันในแต่ละช่องว่าง: The improvement might come from several sources, ____ a quieter room, ____ a regular bedtime, or ____ less screen time.
ดูคำตอบ
whether it's · whether it's · whether it's
RSI: ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์
RSI เป็นอักษรย่อมาตรฐานของ Relative Strength Index ซึ่งเป็นชื่อของตัวชี้วัดโมเมนตัมในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ข้อความนี้วางอักษรย่อไว้ข้างชื่อเต็มเพื่อให้ผู้ฟังเชื่อมโยงทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันได้ ในการสนทนาต่อจากนี้ การกล่าวถึงภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไปอาจเป็นการตีความค่า RSI ในที่นี้ Relative Strength Index เป็นชื่อเฉพาะของตัวชี้วัด ไม่ใช่คำเรียกทั่วไปของความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ทุกชนิด
แบบฝึกหัด
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค RSI หมายถึงอะไร?
- การเปรียบเทียบราคาของสินทรัพย์สองชนิดแบบไม่เป็นทางการ
- Relative Strength Index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดโมเมนตัม
- ค่าที่ใช้วัดรายได้จากการขายทั้งหมดของบริษัท
ดูคำตอบ
Relative Strength Index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดโมเมนตัม
I would say moving averages and the RSI are the most important น้ำเสียง/เจตนา
5:15ผมว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่กับ RSI สำคัญที่สุด
I would say: ทำให้การประเมินส่วนตัวนุ่มนวลลง
ใน I would say คำว่า would ไม่ได้ระบุว่าข้อความอยู่ในอดีต และไม่ได้กล่าวถึงอนาคตเมื่อมองจากอดีต วลีนี้ทำให้เนื้อหาที่ตามมาถูกนำเสนอเป็นการประเมินส่วนตัวของผู้พูด เมื่อเทียบกับการยืนยันตรง ๆ วลีนี้เปิดพื้นที่เล็กน้อยให้กับความเห็นต่างหรือความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันก็ยังฟังดูค่อนข้างมั่นใจ จึงใช้ได้ดีกับคำแนะนำ การจัดอันดับ การประมาณการ และความคิดเห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำเต็มจากบทเรียน ซึ่งทำให้การประมาณการเป็นความเห็นส่วนตัวแทนที่จะเป็นข้อสรุปเด็ดขาด: “____ the repair will take about two hours.”
ดูคำตอบ
I would say
support และ resistance ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค
ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค support คือโซนราคาที่แรงซื้ออาจช่วยชะลอหรือหยุดการปรับตัวลง ส่วน resistance คือโซนที่แรงขายอาจช่วยชะลอหรือหยุดการปรับตัวขึ้น ในประโยคนี้ represent หมายถึงผู้พูดตีความว่าอินดิเคเตอร์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้แสดงโซนดังกล่าว โซนเหล่านี้เป็นบริเวณที่ราคาอาจตอบสนอง ไม่ใช่ขีดจำกัดราคาที่รับประกันได้
แบบฝึกหัด
เทรดเดอร์คนหนึ่งพูดว่า “The stock keeps bouncing near $40.” การตีความใดใช้ support และ resistance ได้เหมาะสมที่สุด
- $40 อาจกำลังทำหน้าที่เป็น support
- $40 ต้องเป็น resistance เพียงเพราะราคาอยู่ใกล้ระดับนั้น
- $40 รับประกันว่าหุ้นจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับนั้น
ดูคำตอบ
$40 อาจกำลังทำหน้าที่เป็น support
They represent oversold and overbought conditions. วัฒนธรรม
5:23ทั้งสองแสดงถึงภาวะขายมากเกินไปและซื้อมากเกินไป
ภาวะ oversold และ overbought ในการวิเคราะห์ตลาด
Oversold หมายถึงอินดิเคเตอร์บ่งชี้ว่าแรงขายรุนแรงผิดปกติ ส่วน overbought หมายถึงแรงซื้อรุนแรงผิดปกติ คำเหล่านี้อธิบายภาวะตลาดเมื่อเทียบกับเกณฑ์ทางเทคนิค ไม่ได้หมายถึงธุรกรรมซื้อหรือขายที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ในที่นี้ conditions คือภาวะที่อินดิเคเตอร์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้แสดงออกมา ภาวะดังกล่าวบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวอาจไปไกลเกินไป แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าราคาจะกลับทิศหรือจะกลับเมื่อใด
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายด้วยคำศัพท์ทางเทคนิคที่เป็นคู่กัน: After prolonged selling, the indicator may show an ____ condition; after prolonged buying, it may show an ____ condition.
ดูคำตอบ
oversold · overbought
ความแตกต่างระหว่าง get your most out of ... กับ get the most out of ...
ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน รูปแบบตายตัวคือ get the most out of + คำนาม ซึ่งหมายถึง “ได้รับประโยชน์ คุณค่า หรือผลลัพธ์จากสิ่งหนึ่งให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ในประโยคนี้หมายถึงการได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการซื้อขายหนึ่งครั้ง ถ้อยคำในต้นฉบับ get your most out of เป็นการผสมรูปแบบอย่างไม่ถูกต้อง ต้องใช้ the ไม่ใช่คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ: get the most out of a trade
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวมาตรฐานให้สมบูรณ์: Careful planning helps you get ____ most out of each meeting.
ดูคำตอบ
the
don't make decisions based on economic data and earnings. วลี
5:35อย่าตัดสินใจโดยอิงข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการ
make decisions based on + นามวลี
โครงสร้าง make a decision/decisions based on + นามวลี ใช้ระบุข้อมูล หลักฐาน หรือหลักการที่นำมาเป็นพื้นฐานในการเลือก Based on ขยาย decision และตอบคำถามว่า “การตัดสินใจนั้นมีอะไรเป็นพื้นฐาน” ในประโยคนี้ economic data and earnings ถูกเสนอให้เป็นข้อมูลที่อาจนำมาใช้ในการตัดสินใจซื้อขาย ถ้อยคำนี้เป็นคำแนะนำส่วนตัวของผู้พูด ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกกรณี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความคิดเห็นของลูกค้าเป็นหลักฐานที่ใช้ในการตัดสินใจ
- The team made its decision despite customer feedback.
- The team made its decision based on customer feedback.
- The team made its decision about customer feedback.
ดูคำตอบ
The team made its decision based on customer feedback.
FOMO และ hype ในการตัดสินใจซื้อขาย
ในที่นี้ FOMO ย่อมาจาก fear of missing out หรือความกลัวว่าจะพลาดโอกาส เทรดเดอร์รู้สึกกังวลว่าคนอื่นจะได้กำไรจากโอกาสนั้นก่อน ส่วน hype คือความสนใจอย่างรุนแรงและมักถูกกล่าวเกินจริงที่รายล้อมสินทรัพย์หนึ่ง คำเตือนนี้แยกแรงกดดันจากภายในออกจากอิทธิพลภายนอก trade on FOMO and hype หมายถึงการตัดสินใจซื้อขายโดยอาศัยความกลัวและความตื่นเต้นนั้นแทนการวิเคราะห์
แบบฝึกหัด
เทรดเดอร์คนหนึ่งซื้อเพราะทุกคนในอินเทอร์เน็ตกำลังชื่นชมเหรียญหนึ่ง และเธอกลัวว่าจะพลาด ข้อใดระบุแรงทั้งสองอย่างได้ถูกต้องที่สุด
- ทั้งสองคำหมายถึงการวิจัยตลาดอย่างรอบคอบเท่านั้น
- ความกลัวคือ hype ส่วนความตื่นเต้นในอินเทอร์เน็ตคือ FOMO
- ความกลัวคือ FOMO ส่วนความตื่นเต้นในอินเทอร์เน็ตคือ hype
ดูคำตอบ
ความกลัวคือ FOMO ส่วนความตื่นเต้นในอินเทอร์เน็ตคือ hype
used to run: การบรรยายอาชีพในอดีต
used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บรรยายสภาวะหรือกิจกรรมที่ทำซ้ำในอดีตซึ่งปัจจุบันไม่เป็นจริงหรือไม่เกิดขึ้นแล้ว ใน used to run คำว่า run คือกริยารูปพื้นฐานที่ต้องตามหลัง used to ในที่นี้ run a record store หมายถึงบริหารหรือดำเนินธุรกิจร้าน ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว วลีนี้จึงนำเสนอการบริหารร้านว่าเป็นอาชีพในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงบทบาทการบริหารในอดีต: I ____ a neighborhood bookstore.
ดูคำตอบ
used to run
I love to inspire and mentor young artists as well.
5:55ผมยังชอบสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพี่เลี้ยงให้ศิลปินรุ่นใหม่
I am the ambassador of the stock exchange in so many ways.
6:00ผมเป็นเหมือนทูตของตลาดหลักทรัพย์ในหลาย ๆ ด้าน
I eat, drink, sleep the stock market: การกล่าวเกินจริงเพื่อสื่อว่าทุ่มเททั้งชีวิต
คำกริยา eat, drink และ sleep เป็นกิจกรรมพื้นฐานที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ในที่นี้ผู้พูดนำทั้งสามคำมาเรียงกันเพื่อกล่าวเกินจริงอย่างตั้งใจ โดยหมายความว่าตลาดหุ้นครอบครองความสนใจของเขาแทบตลอดเวลาและเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ไม่ได้หมายความว่าตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่เขากิน ดื่ม หรือ “นอน” จริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้ the stock market อย่างสร้างสรรค์เสมือนเป็นจุดสนใจร่วมของคำกริยาทั้งสาม การเรียงกิจกรรมในชีวิตประจำวันในลักษณะนี้สามารถสื่อว่าคนคนหนึ่งทุ่มเทให้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในการแนะนำตัวที่ต้องการความโดดเด่น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “During tournament season, Nina eats, drinks, and sleeps tennis,” รายการสามส่วนนี้หมายความว่าอย่างไร
- Nina กินอุปกรณ์เทนนิสเป็นอาหารและเครื่องดื่มจริง ๆ
- เทนนิสครอบครองชีวิตและความสนใจของ Nina แทบทุกส่วน
- Nina คิดถึงเทนนิสเฉพาะตอนกินอาหารและเข้านอน
ดูคำตอบ
เทนนิสครอบครองชีวิตและความสนใจของ Nina แทบทุกส่วน
let you in: การให้เข้าไปจริงและเข้าถึงโลกภายใน
Let someone in ตามตัวอักษรหมายถึงอนุญาตให้ใครสักคนเข้าไปในสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวจงใจมีทั้งความหมายทางกายภาพและเชิงเปรียบเทียบ ผู้ชมได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ซื้อขาย และยังได้รับโอกาสให้เห็นโลกของคนวงในที่ปกติไม่ค่อยเปิดเผยอีกด้วย แนวคิดที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือการให้สิทธิ์เข้าถึง บริบทจะกำหนดว่าเป็นการเข้าถึงสถานที่จริง หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ความรู้สึก ประสบการณ์ หรือความรู้เบื้องหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ let someone in: “I'm outside the locked gate. Could you ____, please?”
ดูคำตอบ
let me in