ทำไมการหาวถึงติดต่อกันได้?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
แนะนำวิดีโอ: Michael Stevens สำรวจเหตุผลที่คนและสัตว์หาว ตั้งแต่การลดอุณหภูมิสมองไปจนถึงการหาวที่ติดต่อกัน ความเห็นอกเห็นใจ และพฤติกรรมเฉพาะสายพันธุ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “How come” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้คำถามแบบสนทนานี้เพื่อถามเหตุผล โดยตามด้วยลำดับคำแบบบอกเล่า ไม่ใช่การสลับคำร่วมกับ do 2. “for the birds.” — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจความหมายว่า “ไร้ค่า” และมุกที่ทำให้ birds กลับมาหมายถึงนกจริงหลังการศึกษาเรื่องนกแก้วพาราคีต 3. “an ancient signal” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ดูว่าความคิดทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นอุปมาที่ชัดเจนและนำไปสู่บทสรุปเรื่องการอยู่รอดร่วมกันอย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
are going to talk about: บอกหัวข้อที่วางแผนจะพูด
ในประโยคเปิดนี้ are going to talk about ใช้บอกหัวข้อที่วางแผนจะพูดไว้แล้ว โดยผู้พูดกำลังบอกผู้ชมว่าต่อไปจะคุยเรื่องอะไร going to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางหรือเคลื่อนที่จริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be going to + talk about + หัวข้อ โดย be ต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับประธาน และ about ใช้นำหัวข้อที่จะพูดถึง: We are going to talk about yawning.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย be going to + talk about และเปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับ we: Today, we ____ renewable energy.
ดูคำตอบ
are going to talk about
or even think about it it makes me kind of want to yawn. น้ำเสียง/เจตนา
0:15หรือแม้แต่แค่คิดถึงมัน ผมก็ชักอยากหาวขึ้นมาบ้าง
How come + ประธาน + กริยา
How come ใช้ถามเหตุผลในภาษาอังกฤษแบบพูดที่ไม่เป็นทางการ คล้ายกับ why ในประโยคนี้ ผู้พูดแสดงความสงสัยว่าทำไมการเห็นคนอื่นหาวหรือคิดถึงการหาวจึงทำให้ตัวเองอยากหาวด้วย หลัง How come ปกติภาษาอังกฤษจะคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: How come + ประธาน + กริยา จึงพูดว่า How come she left? ไม่ใช่ How come did she leave? ลำดับคำนี้คือรูปแบบสำคัญที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ How come เพื่อถามเหตุผลได้ถูกต้อง?
- How come did she leave early?
- Why did she leave early?
- How come she left early?
ดูคำตอบ
How come she left early?
kind of ในฐานะคำช่วยลดความหนักแน่นในการสนทนา
ในประโยคนี้ kind of ขยาย want to โดยมีความหมายว่า “ค่อนข้าง” หรือ “เล็กน้อย” จึงสื่อว่าผู้พูดรู้สึกอยากหาวเพียงเบา ๆ และยังไม่แน่ชัดทั้งหมด kind of ในที่นี้เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นในการสนทนา ไม่ใช่สำนวนที่บอกประเภทหรือชนิด ใช้ทำให้ความรู้สึก ความคิดเห็น หรือคำกล่าวฟังดูอ่อนลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำช่วยลดความหนักแน่นในการสนทนาสองคำจากบทเรียนนี้: I ____ want to stay, but I am not completely sure.
ดูคำตอบ
kind of
First things first ในฐานะคำเปิดเพื่อกำหนดเรื่องสำคัญ
First things first เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ประกาศว่าต้องจัดการเรื่องที่สำคัญที่สุดหรือเป็นพื้นฐานก่อนเรื่องอื่น ในตัวอย่างนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยนำ definitions มาก่อนการอภิปรายส่วนต่อไป คำเหล่านี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่า “สิ่งที่มาก่อนย่อมมาก่อน” ทั้งสำนวนทำหน้าที่เปิดประเด็น และมักตามด้วยเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญทันที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ใช้ประกาศสิ่งสำคัญสูงสุด: ____, let's get everyone out of the building safely.
ดูคำตอบ
First things first
That's why + ผลลัพธ์
ในประโยคนี้ That's ย้อนกลับไปยังเหตุที่บอกไว้ก่อนหน้า คือการหาวทำให้แก้วหูยืด จากนั้น That's why จะนำเสนอผลที่เกิดขึ้น คือหูมีเสียงหรือความรู้สึกป๊อบ ใช้ That's why + ผลลัพธ์ เพื่อเชื่อมคำอธิบายกับผลที่ตามมา โครงสร้างนี้จัดข้อมูลโดยบอกเหตุก่อนแล้วจึงบอกผล พร้อมเชื่อมโยงกับข้อมูลก่อนหน้าอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ใช้เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ให้ประโยคสมบูรณ์: Yawning stretches your eardrums. ____ your ears pop.
ดูคำตอบ
That's why
pandiculation: หาวพร้อมกับเหยียดยืดทั้งร่างกาย
pandiculation เป็นศัพท์ทางการสำหรับการหาวพร้อมกับเหยียดยืดทั้งร่างกาย คำนี้เรียกการกระทำที่รวมทั้งสองอย่าง ไม่ได้หมายถึงการหาวธรรมดาหรือการยืดตัวเพียงอย่างเดียว ประโยคนี้อธิบายการกระทำในอนุประโยคที่มี if ก่อน แล้วจึงตั้งชื่อด้วยโครงสร้าง that is called + คำศัพท์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์เมื่อต้องแนะนำคำที่ไม่คุ้นเคย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดอธิบายด้วย pandiculation ได้อย่างถูกต้อง?
- เด็กคนหนึ่งหาวพร้อมกับเหยียดยืดทั้งร่างกาย
- เด็กคนหนึ่งยืดขาข้างหนึ่งหลังออกกำลังกายโดยไม่หาว
- เด็กคนหนึ่งหาวแต่ไม่ขยับร่างกาย
ดูคำตอบ
เด็กคนหนึ่งหาวพร้อมกับเหยียดยืดทั้งร่างกาย
ใช้ A common misconception about X is that ... เพื่อเกริ่นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
โครงสร้าง A common misconception about X is that ... ใช้เกริ่นถึงความเชื่อที่คนจำนวนมากมี แต่ผู้พูดเห็นว่าผิดหรือไม่ถูกต้อง ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามหลัง that คือเนื้อหาของความเข้าใจผิด ไม่ใช่ข้อสรุปของผู้พูด โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยใส่หัวข้อหลัง about บอกความเชื่อที่ผิดหลัง is that แล้วจึงให้ข้อมูลแก้ไขหรือหลักฐาน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: A common misconception about sharks is that they must keep swimming or die. โครงสร้างตอนต้นบอกอะไรเกี่ยวกับอนุประโยคที่ตามหลัง that?
- นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนพิสูจน์แล้ว
- นำเสนอความเชื่อที่ผู้เขียนเห็นว่าผิด
- นำเสนอแผนที่ผู้เขียนต้องการให้ฉลามทำตาม
ดูคำตอบ
นำเสนอความเชื่อที่ผู้เขียนเห็นว่าผิด
ใช้ Studies have shown that ... เพื่ออ้างหลักฐานจากงานวิจัย
Studies have shown ใช้เสนอผลการวิจัยเป็นหลักฐาน แทนที่จะเสนอเป็นความคิดเห็นส่วนตัว โดยทั่วไปจะตามด้วยอนุประโยคที่ใช้ that เพื่อบอกผลการวิจัย รูป present perfect ใน have shown เชื่อมงานวิจัยก่อนหน้านี้กับสิ่งที่ยังเกี่ยวข้องในปัจจุบัน และใช้สรุปหลักฐานที่สะสมมาจนถึงตอนนี้ได้
แบบฝึกหัด
คุณกำลังสรุปผลจากงานวิจัยในอดีตหลายชิ้นที่ยังสำคัญในปัจจุบัน ประโยคใดเหมาะสมที่สุด?
- Studies have shown that regular exercise can improve sleep.
- The 2010 study showed that regular exercise improved sleep.
- One researcher will show that regular exercise can improve sleep.
ดูคำตอบ
Studies have shown that regular exercise can improve sleep.
no matter how much + คำนามนับไม่ได้
no matter how much ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขว่า ปริมาณอาจเปลี่ยนไปได้ แต่ผลในประโยคหลักไม่เปลี่ยน ที่นี่ไม่ได้ใช้เพื่อถามคำถาม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter how much + คำนามนับไม่ได้ + ส่วนที่เหลือของอนุประโยค ในประโยคนี้ oxygen เป็นคำนามนับไม่ได้ วลีนี้จึงหมายถึงไม่ว่าปริมาณออกซิเจนจะมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย no matter และคำบอกปริมาณที่เหมาะกับคำนามนับไม่ได้ water: The plant will not grow faster, ____ water you give it.
ดูคำตอบ
no matter how much
do in fact + กริยารูปพื้นฐานเพื่อยืนยันอย่างหนักแน่น
ในอนุประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น เพื่อยืนยันว่าร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้นจริง ๆ ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม และต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน need in fact ทำให้การยืนยันนั้นหนักแน่นยิ่งขึ้น ผู้พูดยอมรับข้อเท็จจริงก่อนว่าการออกกำลังกายเพิ่มความต้องการออกซิเจนของร่างกาย แล้วจึงให้ผลที่ขัดแย้งกันว่าการหาวไม่ได้เพิ่มขึ้น รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อต้องการยืนยันสิ่งที่อาจถูกสงสัย หรือยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนนำเสนอความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นที่เรียนมา: I may sound uncertain, but I ____ understand the plan.
ดูคำตอบ
do in fact
The answer lies in being cool: โครงสร้าง lie in และสองความหมายของ cool
ในโครงสร้าง the answer lies in + คำนามหรือรูป -ing คำว่า lies in หมายถึง “อยู่ที่” “ขึ้นอยู่กับ” หรือ “เกิดจาก” ในประโยคนี้ คำตอบแรกถูกเสนอว่าอยู่ที่ being cool โดย lies ไม่ได้แปลว่า “โกหก” ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ being cool หมายหลักถึงการมีอุณหภูมิต่ำกว่า แต่ cool ยังหมายถึงทันสมัย น่าประทับใจ หรือดูมั่นใจในสังคมได้ด้วย จึงเกิดมุกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความหมายเรื่องอุณหภูมิเป็นใจความหลักของคำอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำที่ถูกต้องของ lie in: The solution ____ checking the facts first.
ดูคำตอบ
lies in
Your brain is like a computer: การสร้างคำเปรียบเทียบ
ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง X is like Y เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ โดยอธิบายสิ่งที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซ้อนอย่างสมองผ่านสิ่งที่คุ้นเคยอย่างคอมพิวเตอร์ คำว่า But เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากประเด็นก่อนหน้ามาสู่การเปรียบเทียบนี้ การเปรียบเทียบถ่ายทอดเฉพาะคุณสมบัติร่วมที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ในบริบทนี้ ทั้งสองอย่างทำงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในสภาวะอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าสมองเป็นคอมพิวเตอร์จริง ๆ และ like ในที่นี้เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “คล้ายกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ”
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับการเปรียบเทียบใน “Your brain is like a computer” มากที่สุด
- สมองเป็นคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งตามความหมายตรงตัว
- สมองชอบใช้คอมพิวเตอร์
- สมองและคอมพิวเตอร์มีความคล้ายกันในด้านที่เกี่ยวข้องกับคำอธิบาย
ดูคำตอบ
สมองและคอมพิวเตอร์มีความคล้ายกันในด้านที่เกี่ยวข้องกับคำอธิบาย
It operates best at a very specific temperature.
1:12มันทำงานได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิหนึ่งซึ่งเฉพาะเจาะจงมาก
cool down: ลดอุณหภูมิ
ในประโยคนี้ cool down หมายถึง “ทำให้สมองร้อนน้อยลง” หรือ “ลดอุณหภูมิของสมอง” หลัง helps ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น helps cool down your brain Down เป็นส่วนประกอบของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนลง โดยทั่วไป cool down ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอุณหภูมิลดลง หรือคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งมีอุณหภูมิลดลงได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cool down ในความหมายเกี่ยวกับอุณหภูมิทางกายภาพเหมือนในตัวอย่าง
- Cool down and stop shouting at me.
- The ball rolled down the hill.
- Let the soup cool down before you taste it.
ดูคำตอบ
Let the soup cool down before you taste it.
within a very specific range of temperatures: ภายในช่วงอุณหภูมิที่เฉพาะเจาะจงมาก
Within a very specific range of temperatures หมายถึง “ภายในช่วงอุณหภูมิที่ถูกจำกัดไว้อย่างแคบ” รูปแบบ within + a/an + คำคุณศัพท์ + range of + คำนามพหูพจน์ ใช้กำหนดขอบเขตให้กับเงื่อนไขที่กำลังอธิบาย ในที่นี้ only ช่วยเน้นข้อจำกัดให้ชัดขึ้นว่า นกแก้วพาราคีตจะหาวเมื่ออุณหภูมิอยู่ภายในช่วงนั้น ไม่ใช่ทุกอุณหภูมิ Range หมายถึงช่วงต่อเนื่องช่วงเดียวที่มีขอบเขตล่างและบน ไม่ใช่อุณหภูมิหลายค่าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์ทำงานได้เฉพาะเมื่ออุณหภูมิอยู่ภายในขอบเขตที่ปลอดภัย
- The device measures a range of temperatures.
- The device lists temperatures between tests.
- The device works within a safe range of temperatures.
ดูคำตอบ
The device works within a safe range of temperatures.
Too cold ... and ... / Too hot ... and ... ในรูปเงื่อนไขแบบย่อ
ในทั้งสองประโยค Too + adjective บอกเงื่อนไขที่ไม่ได้กล่าวออกมาเต็ม ๆ และอนุประโยคหลัง and บอกผลลัพธ์ Too cold outside and ... สามารถขยายเป็น If it is too cold outside, ... ส่วน Too hot and ... หมายถึง If it is too hot, ... โครงสร้างคู่ขนานนี้วางเงื่อนไขที่ตรงข้ามกันไว้เคียงกัน ที่นี่ too หมายถึง “...เกินระดับที่เหมาะสม” ไม่ใช่เพียง “มาก” และ it ใน warm it up หมายถึง the brain
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่ใช้ในรูปแบบนี้เพื่อให้ประโยคเงื่อนไข—ผลลัพธ์แบบย่อสมบูรณ์: Too windy ____ the paper will blow away.
ดูคำตอบ
and
Perfect test subjects: คนหรือสัตว์ที่ถูกศึกษา
Test subjects หมายถึงคนหรือสัตว์ที่นักวิจัยสังเกต วัด หรือทำการทดลอง พวกเขาหรือพวกมันเป็นฝ่ายที่ถูกทดสอบ ไม่ใช่นักวิจัยหรือหัวข้อของงานวิจัย Perfect ในที่นี้หมายถึง “เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทดสอบเฉพาะนี้” ประโยคนี้บอกว่าลักษณะที่เกี่ยวข้องของนกพาราคีตทำให้ศึกษาผลนี้ได้ง่ายขึ้น ไม่ได้บอกว่านกเหล่านี้ไม่มีข้อบกพร่อง
แบบฝึกหัด
ในรายงานการวิจัย test subjects ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The test subjects were observed for three weeks.
- คนหรือสัตว์ที่กำลังถูกศึกษา
- นักวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการศึกษา
- วิชาเรียนที่ระบุไว้ในหลักสูตร
ดูคำตอบ
คนหรือสัตว์ที่กำลังถูกศึกษา
his or herself ในฐานะรูปสะท้อนกลับที่ครอบคลุมเพศ
ในที่นี้ his or herself ตั้งใจให้ย้อนกลับไปหา the person ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์ และให้ครอบคลุมทั้งผู้ชายและผู้หญิง วลีทั้งหมดตั้งใจทำหน้าที่เป็นรูปสะท้อนกลับเพียงรูปเดียว โดย his ไม่ได้ทำหน้าที่แสดงความเป็นเจ้าของแยกต่างหาก ปัจจุบัน ผู้พูดภาษาอังกฤษจำนวนมากรู้สึกว่ารูปผสมนี้ฟังดูขัดหรือเก่า เมื่อไม่ทราบเพศของคนหนึ่งคนหรือเพศไม่สำคัญ เอกพจน์ they มักใช้กับ themselves เช่น A person may find themselves yawning. ส่วน himself or herself ใช้ได้ แต่ยาวกว่าและเสนอเพียงสองตัวเลือกทางเพศ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษปัจจุบันที่เป็นกลางทางเพศ
- The viewer may find themselves yawning.
- The viewer may find theirselves yawning.
- The viewer may find his or herself yawning.
ดูคำตอบ
The viewer may find themselves yawning.
unless you put ... ในความหมายว่า “เว้นแต่”
unless ใช้นำหน้าเงื่อนไขที่จะหยุดหรือเปลี่ยนผลที่คาดไว้ ในประโยคนี้ คนที่ดูก็น่าจะหาว เว้นแต่จะวางถุงน้ำแข็งบนหน้าผากของคนนั้น unless ที่ตามด้วยอนุประโยคบอกเล่ามักมีความหมายเท่ากับ if ... not เช่น unless you put an ice pack หมายถึง if you do not put an ice pack รูปนี้ช่วยให้ผู้พูดบอกผลทั่วไปก่อน แล้วจึงเติมข้อยกเว้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่หมายถึง “เว้นแต่”: The outdoor class will continue ____ it starts to rain.
ดูคำตอบ
unless
keeping their brain cooler: ผลลัพธ์ที่แสดงด้วยวลี -ing
หลังเครื่องหมายจุลภาค keeping their brain cooler เป็นวลีรูป -ing ที่บอกผลต่อเนื่องจากการวางถุงน้ำแข็งบนหน้าผากของคนนั้น กล่าวคือ การกระทำนั้นทำให้สมองของอีกฝ่ายเย็นกว่าเดิม Keeping ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่แสดงกาล และไม่ได้หมายความว่าสมองทำให้ตัวเองเย็น ผู้กระทำที่เข้าใจโดยนัยคือ you ซึ่งเชื่อมกับการวางถุงน้ำแข็งก่อนหน้า การวาง “จุลภาค + วลี -ing” หลังอนุประโยคช่วยเสริมผลหรือสภาพที่เกิดร่วมกับการกระทำแรกได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ keep: The insulated bag blocks outside heat, ____ the drinks cooler for longer.
ดูคำตอบ
keeping
for the birds: สำนวนที่ใช้เป็นการเล่นคำ
สำนวนตายตัว for the birds โดยทั่วไปหมายถึง “ไร้ค่า ไร้สาระ หรือไม่ควรจริงจังด้วย” แต่ประโยคนี้อยู่หลังการพูดถึงนกและใช้ isn't just for the birds จึงทำให้ความหมายตามตัวอักษรว่า “สำหรับนกเท่านั้น” กลับมามีบทบาทด้วย ใจความหลักของผู้พูดคือ การหาวเพื่อทำให้สมองเย็นลงอาจใช้ได้กับมนุษย์เช่นกัน ไม่ใช่แค่นก สำนวนที่คุ้นเคยเพิ่มความหมายชั้นที่สองอย่างขบขันและทำให้เกิดการเล่นคำ ไม่ได้บอกว่าการหาวไม่มีประโยชน์
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ isn't just for the birds หมายความว่าอะไร?
- การหาวเพื่อทำให้สมองเย็นลงอาจใช้ได้ทั้งกับมนุษย์และนก
- การหาวเป็นเรื่องไร้สาระและไม่มีประโยชน์
- มีเพียงนกเท่านั้นที่ต้องทำให้สมองเย็นลง
ดูคำตอบ
การหาวเพื่อทำให้สมองเย็นลงอาจใช้ได้ทั้งกับมนุษย์และนก
when it comes to: การเกริ่นหัวข้อ
when it comes to ใช้เกริ่นหัวข้อหรือสถานการณ์เฉพาะที่ผู้พูดกำลังจะกล่าวถึง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตการพูดไว้ที่ฝูงสัตว์ที่เป็นเหยื่อ โดย comes ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือการมาถึงจริง ๆ โครงสร้างทั่วไปคือ when it comes to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม วลีนี้ช่วยจัดระเบียบความคิดเห็นถัดไปได้ชัดเจนกว่าการเติม about เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเกริ่นหัวข้อจากบทเรียนนี้: ____ planning family trips, my sister always checks the train times first.
ดูคำตอบ
When it comes to
prey animals: สัตว์ที่ถูกผู้ล่าล่า
Prey animals คือสัตว์ที่ถูกสัตว์อื่นล่าและกิน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุฝ่ายที่เปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่ากับเหยื่อ จึงช่วยอธิบายว่าทำไมการเฝ้าระวังร่วมกันจึงเป็นประโยชน์ต่อฝูง ในที่นี้ prey เป็นคำนามที่วางหน้า animals เพื่อจำแนกประเภท ไม่ใช่กริยาที่ใช้ใน prey on เมื่อกล่าวถึงหมวดหมู่ทั่วไป prey มักมีความหมายแบบรวมหมู่และโดยปกติไม่เติม -s เพื่อทำเป็นพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ในวลี prey animals คำว่า prey บอกอะไรเกี่ยวกับสัตว์เหล่านั้น?
- พวกมันล่าและกินสัตว์อื่นทั้งหมด
- พวกมันถูกสัตว์อื่นล่าและกิน
- พวกมันกำลังขอพรทางศาสนา
ดูคำตอบ
พวกมันถูกสัตว์อื่นล่าและกิน
การซ้ำ together ใน a herd that yawns together stays alert together
ในที่นี้ a herd that yawns together เป็นประธาน และ stays alert together เป็นภาคแสดง การวาง together ไว้หลังการกระทำทั้งสองทำให้เกิดจังหวะคู่ขนานที่สมดุล และเชื่อมการหาวร่วมกันของฝูงเข้ากับการตื่นตัวร่วมกัน การซ้ำคำนี้เปลี่ยนคำอธิบายให้เป็นข้อสรุปคล้ายคำขวัญที่จดจำง่าย ประโยคนี้สรุปเหตุผลของทฤษฎี แต่ตัวมันเองไม่ใช่สุภาษิตที่เป็นที่ยอมรับหรือกฎทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมข้อสรุปคล้ายคำขวัญให้สมบูรณ์โดยซ้ำคำที่เชื่อมการกระทำของกลุ่มทั้งสองอย่าง: A team that plans ____ succeeds ____.
ดูคำตอบ
together · together
Under this theory ในฐานะวลีกำหนดกรอบ
Under this theory เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดกรอบให้ข้อกล่าวอ้างทั้งหมดที่ตามมา Under ในที่นี้หมายถึง “ภายในสมมติฐานหรือกรอบคำอธิบายของ” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ข้างล่าง ส่วน this อ้างกลับไปถึงทฤษฎีที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้จำกัดระดับความแน่นอนของข้อกล่าวอ้าง กล่าวคือ คำอธิบายสมเหตุสมผลหากยอมรับทฤษฎีนั้น แต่ผู้พูดไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว จึงมีประโยชน์สำหรับภาษาวิเคราะห์ที่ระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดแสดงว่าข้อกล่าวอ้างขึ้นอยู่กับทฤษฎีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โดยไม่ได้บอกว่าทฤษฎีนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว
- In theory, the dog barks to warn the family.
- Under this theory, the dog barks to warn the family.
- This theory proves that the dog barks to warn the family.
ดูคำตอบ
Under this theory, the dog barks to warn the family.
acts as a sort of reminder: ทำหน้าที่คล้ายเครื่องเตือนบางอย่าง
act as + นามวลี หมายถึง “ทำหน้าที่หรือมีบทบาทเป็น” ในที่นี้ การหาวครั้งแรกมีผลช่วยเตือนให้ฝูงสัตว์เตรียมพร้อมอยู่เสมอ สัตว์ตัวนั้นไม่ได้ตั้งใจส่งข้อความ a sort of ทำให้คำว่า reminder เป็นเพียงคำเรียกโดยประมาณ ผู้พูดจึงเปรียบผลของการหาวกับเครื่องเตือน โดยไม่ได้ยืนยันว่ามันเป็นเครื่องเตือนตามตัวอักษรหรือเกิดขึ้นโดยเจตนา
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าสิ่งของนั้นทำหน้าที่คล้ายเครื่องเตือน ไม่ใช่เป็นเครื่องเตือนตามตัวอักษร: The ribbon on my bag ____ to check my keys.
ดูคำตอบ
acts as a sort of reminder
But of course, when we say that yawning is contagious, น้ำเสียง/เจตนา
2:57แต่แน่นอนว่า เมื่อเราบอกว่าการหาวติดต่อกันได้
When we say X, we don't mean Y: เมื่อเราพูดว่า X เราไม่ได้หมายถึง Y
โครงสร้าง when we say X, we don't mean Y เริ่มจากยกคำพูดหรือข้อความหนึ่งขึ้นมา แล้วป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น โครงสร้างนี้ช่วยชี้แจงว่าผู้พูดต้องการสื่ออะไรด้วยคำหรือข้อกล่าวนั้น โดยไม่ถอนข้อกล่าวทั้งหมด ในที่นี้ contagious หมายถึงการเห็นคนอื่นหาวอาจกระตุ้นให้เกิดการหาวอีกครั้ง ส่วน like a disease ระบุความหมายตามตัวอักษรที่ผู้พูดกำลังตัดออก กล่าวคือไม่ได้อ้างว่ามีโรคหรือการแพร่เชื้อโรค
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างชี้แจงความหมายในประโยคภาษาอังกฤษนี้ให้สมบูรณ์: ____ the app is smart, ____ that it thinks like a person.
ดูคำตอบ
When we say · we don't mean
Instead, it's a bit more closely related to empathy. วลี
3:01แต่มันเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความเข้าอกเข้าใจมากกว่า
a bit more closely related to: เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดกว่าเล็กน้อย
ในประโยคนี้ closely related to หมายถึงมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะที่สำคัญหรือโดยตรง ส่วน more closely ใช้เปรียบเทียบระดับความแน่นแฟ้นของความเชื่อมโยง และ a bit ช่วยทำให้การเปรียบเทียบไม่เด็ดขาดเกินไป ผู้พูดจึงบอกเพียงว่าความเชื่อมโยงนั้นแน่นแฟ้นกว่าเล็กน้อย ไม่ได้ยืนยันแบบตายตัว related to บอกว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ไม่ได้หมายถึง caused by หรือ the same as โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบอย่างระมัดระวังได้ว่าแนวคิด เหตุการณ์ หรือคุณลักษณะสองอย่างมีความเชื่อมโยงกันมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นกว่าเล็กน้อย” ให้สมบูรณ์: The second study is ____ our question than the first study.
ดูคำตอบ
a bit more closely related to
better off: อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบกว่า
ในประโยคนี้ better off หมายถึง “อยู่ในสถานการณ์โดยรวมที่ได้เปรียบหรือดีกว่า” อาจกล่าวถึงการเงิน สุขภาพ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย หรือสภาพชีวิตทั่วไปของใครบางคน โดย off เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึง “ปิด” หรือ “จากไป” โครงสร้างที่พบบ่อยคือ be + better off ใน wish someone was better off ผู้พูดต้องการให้สถานการณ์ของคนนั้นดีขึ้น ส่วน wish แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นต่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบกว่า: After moving closer to the hospital, her grandparents were much better ____.
ดูคำตอบ
off
Empathy is the ability to recognize and share
3:12ความเข้าอกเข้าใจคือความสามารถในการรับรู้และมีอารมณ์ร่วมกับ
ความแตกต่างระหว่าง Sympathy กับ Empathy
ในที่นี้ sympathy หมายถึงการห่วงใยใครบางคนและอยากให้สถานการณ์ของคนนั้นดีขึ้น ส่วน empathy หมายถึงการรับรู้อารมณ์ของอีกคน และในแง่หนึ่งก็คือการร่วมรู้สึกหรือเข้าใจอารมณ์นั้นจากมุมมองของเขา คำจำกัดความนี้สร้างความแตกต่างที่นำไปใช้ได้จริง sympathy เน้นการใส่ใจสิ่งที่อีกคนกำลังเผชิญ ส่วน empathy เน้นการเข้าใจทางอารมณ์ว่าคนนั้นรู้สึกอย่างไร ความหมายเหล่านี้เป็นการอธิบายแบบย่อที่เหมาะกับเนื้อหานี้ และการใช้ในชีวิตประจำวันหรือในงานวิชาการอาจทับซ้อนกันได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “I know how frightening that must feel because I have been through it too.” คำใดอธิบายการเน้นรับรู้และร่วมรู้สึกถึงอารมณ์นั้นได้ดีที่สุด?
- Sympathy
- Agreement
- Empathy
ดูคำตอบ
Empathy
Emotional contagion: อารมณ์ที่แพร่กระจายในสังคม
Emotional contagion คือการที่อารมณ์แพร่จากคนหรือกลุ่มหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ซึ่งมักเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ การเห็นหรือได้ยินสีหน้า น้ำเสียง หรือพฤติกรรมของผู้อื่นอาจเปลี่ยนความรู้สึกของคุณได้ แม้ไม่มีใครบอกให้คุณรู้สึกเช่นนั้นอย่างชัดเจน contagion ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้มีโรคใดแพร่กระจาย ประโยคใช้ Emotional contagion is when ... เพื่อแนะนำคำศัพท์ แล้วอธิบายกระบวนการทางสังคมนี้ด้วยภาษาทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงอารมณ์แพร่จากคนรอบตัว: When the crowd's excitement begins to change your own mood, that is ____.
ดูคำตอบ
emotional contagion
without you even having to ...: โดยที่คุณไม่จำเป็นต้อง...ด้วยซ้ำ
ใน without you even having to ... คำว่า without นำอนุประโยค -ing แบบไม่ผันที่บอกถึงการกระทำซึ่งไม่จำเป็นต้องทำ You คือผู้กระทำตามความหมายของ having to และ having to หมายถึงการถูกกำหนดให้ต้องทำบางสิ่ง Even เพิ่มการเน้นว่า ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้โดยใช้ความพยายามน้อยอย่างน่าประหลาดใจหรือโดยไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขนั้น หลัง without ให้ใช้ you having to ไม่ใช่รูปกริยาผัน you have to
แบบฝึกหัด
จัด you, even, have และ to ให้อยู่ในโครงสร้าง -ing เป้าหมายเพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The door opens automatically without ____ touch it.
ดูคำตอบ
you even having to
lift someone's spirits: ทำให้ใครบางคนมีกำลังใจขึ้น
ใน lift someone's spirits คำว่า lift หมายถึงทำให้ใครบางคนรู้สึกมีความสุข มีความหวัง หรือมีกำลังใจมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่คนนั้นรู้สึกเศร้าหรือท้อแท้ ในประโยคนี้ การอยู่ใกล้คนที่มีความสุขส่งผลเชิงบวกเช่นนั้นต่ออารมณ์ของคุณ Spirits เป็นคำนามพหูพจน์ที่ใช้เป็นรูปตายตัวในสำนวนนี้ และหมายถึงสภาวะทางอารมณ์ของบุคคล ไม่ใช่ผีหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปลี่ยน your เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่เหมาะสมได้ เช่น my, his, her, our หรือ their spirits
แบบฝึกหัด
ใช้ lift, her และ spirits ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Yesterday, the good news ____ after a difficult week.
ดูคำตอบ
lifted her spirits
or how anger and fear can lead to mob mentality. การใช้คำ
3:31หรือความโกรธและความกลัวอาจนำไปสู่จิตวิทยาฝูงชน
mob mentality: ทำตามฝูงชนแทนการใช้วิจารณญาณของตนเอง
ในประโยคนี้ mob mentality หมายถึงภาวะที่คนในกลุ่มถูกอารมณ์ของกลุ่มชักนำและเลียนแบบพฤติกรรมของกลุ่มแทนที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง คำว่า mob ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงฝูงชนที่ใช้ความรุนแรง ประเด็นสำคัญคือความโกรธ ความกลัว ความตื่นเต้น หรือแรงกดดันทางสังคมสามารถแพร่ไปทั่วกลุ่มและทำให้วิจารณญาณของแต่ละคนอ่อนลงได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ mob mentality ได้ดีที่สุด
- ทีมหนึ่งแบ่งงานที่ต่างกันหลังจากหารือกันอย่างรอบคอบ
- ฝูงชนที่กำลังหวาดกลัวเลียนแบบกันและหยุดพิจารณาสถานการณ์ด้วยตนเอง
- คนคนหนึ่งเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งอย่างใจเย็นก่อนตัดสินใจ
ดูคำตอบ
ฝูงชนที่กำลังหวาดกลัวเลียนแบบกันและหยุดพิจารณาสถานการณ์ด้วยตนเอง
brought in: เชิญหรือรับสมัครคนให้เข้าร่วม
ในที่นี้ brought in หมายถึงเชิญหรือรับสมัครผู้เข้าร่วมให้มาร่วมงานวิจัย ไม่ได้เน้นความหมายว่าพาใครหรือสิ่งใดเข้าไปในสถานที่หนึ่งทางกายภาพ Brought เป็นรูปอดีตของ bring ในโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง bring in + person องค์กรจะจัดให้คนหนึ่งเข้าร่วม ทำงาน หรือให้ความช่วยเหลือ เช่น bring in participants, experts หรือ consultants
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงเชิญหรือรับสมัครใครสักคนให้เข้าร่วมหรือช่วยเหลือ: The project needed specialist advice, so the manager decided to ____ an outside consultant.
ดูคำตอบ
bring in
การกลับลำดับใน amongst them was one person
ใน amongst them was one person บุพบทวลี amongst them ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค จากนั้นอนุประโยคใช้การกลับลำดับแบบนำสถานที่ขึ้นก่อน โดย was อยู่หน้าประธานทางไวยากรณ์ one person ลำดับคำนี้นำความสนใจจากกลุ่มที่ทราบอยู่แล้วคือ them ไปยังบุคคลหนึ่งที่เพิ่งถูกเปิดเผย ความสัมพันธ์เหมือนกับ one person was amongst them แต่เก็บบุคคลนั้นไว้ท้ายประโยคในฐานะข้อมูลใหม่ที่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ใน amongst them was one person ข้อใดวิเคราะห์ได้ถูกต้อง
- one person เป็นประธานของ was และวลีที่นำขึ้นหน้าวางกลุ่มไว้ก่อนเปิดเผยบุคคลนั้น
- ลำดับคำนี้เปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นคำถาม
- them เป็นประธานของ was และ one person เป็นกรรมของมัน
ดูคำตอบ
one person เป็นประธานของ was และวลีที่นำขึ้นหน้าวางกลุ่มไว้ก่อนเปิดเผยบุคคลนั้น
wound up + -ing เพื่อบอกผลสุดท้าย
ในที่นี้ wound up เป็นรูปอดีตของกริยาวลี wind up และหมายถึงการลงเอยด้วยผลบางอย่าง คำนี้ตามด้วย scoring ดังนั้น wound up scoring จึงหมายความว่า scoring คือผลที่เกิดขึ้นหลังผ่านกระบวนการนั้น รูปปัจจุบันหรือรูปพื้นฐานคือ wind up + -ing ส่วนรูปอดีตคือ wound up + -ing ในประโยคนี้ wound ไม่ใช่คำที่หมายถึงบาดแผลหรือทำให้บาดเจ็บ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ wind up: After trying three routes, we ____ taking the train.
ดูคำตอบ
wound up
โครงสร้าง What fascinates me so much is that ...
ในประโยคนี้ What fascinates me so much เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ทั้งส่วนหมายถึง “สิ่งที่ทำให้ฉันทึ่งมาก” และทำหน้าที่เป็นประธาน What ใช้นำอนุประโยคนี้ ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม กริยาเชื่อม is เชื่อมประธานดังกล่าวกับอนุประโยค that ซึ่งบอกข้อเท็จจริงที่น่าทึ่ง โครงสร้าง What fascinates me so much is that ... เน้นปฏิกิริยาของผู้พูดก่อน แล้วจึงวางข้อสังเกตสำคัญไว้หลัง is that
แบบฝึกหัด
ใช้ส่วนเปิดที่เน้นไว้เพื่อเติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์: ____ bees can recognize complex patterns.
ดูคำตอบ
What fascinates me so much is that
do so ที่ใช้แทน yawn
ในประโยคนี้ do so ใช้แทนวลีกริยา yawn ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้น animals all yawn, but they do so for different reasons จึงหมายความว่าสัตว์เหล่านั้นทำการกระทำเดียวกัน แต่ทำด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน do แสดงกาลและความสอดคล้องกับประธาน ส่วน so รับเนื้อหาของการกระทำมาจากบริบท วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าววลีกริยาทั้งหมดซ้ำ และเชื่อมกลับไปยังการกระทำก่อนหน้าอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
แทน silence their phones ด้วยสำนวนกระชับจากบทเรียน: The guide asks visitors to silence their phones, and those who ____ may stay for the talk.
ดูคำตอบ
do so
to attract mates: จุดประสงค์และความหมายทางชีววิทยา
ในที่นี้ to attract mates เป็นโครงสร้าง to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยตอบว่าทำไมเพนกวินบางตัวจึงหาว ในงานเขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์ attract mates หมายถึง “ดึงดูดความสนใจของตัวที่อาจเป็นคู่สืบพันธุ์” ในบริบทนี้ mates หมายถึงคู่ผสมพันธุ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เพื่อน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์ที่ตรงกับความหมาย “เพื่อดึงดูดตัวที่อาจเป็นคู่สืบพันธุ์”: During breeding season, male frogs call ____.
ดูคำตอบ
to attract mates
it seems to be about realigning their jaws น้ำเสียง/เจตนา
4:51ดูเหมือนว่ามันทำไปเพื่อจัดแนวขากรรไกรใหม่
it seems to be about: คำอธิบายอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ it หมายถึงพฤติกรรมการหาวของงู ส่วน seems แสดงว่าคำอธิบายนี้เป็นข้ออนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว be about + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ มีส่วนประกอบเป็น หรือมีคำอธิบายหลักว่า” ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวนำเข้าสิ่งที่คาดว่าเกี่ยวข้อง ได้แก่ การจัดแนวขากรรไกรใหม่และการเปิดหลอดลม ไม่ได้หมายถึง “ประมาณ” และไม่ใช่ be about to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนออย่างระมัดระวังว่าปัญหาซอฟต์แวร์น่าจะเกี่ยวข้องกับสิทธิ์การเข้าถึง โดยไม่ยืนยันว่าสาเหตุนั้นแน่นอนและไม่บอกการกระทำที่ใกล้จะเกิดขึ้น
- It seems to be about to change the permissions.
- It is definitely caused by access permissions.
- It seems to be about access permissions.
ดูคำตอบ
It seems to be about access permissions.
คำประสมเชิงขบขัน body-disfiguring
ในที่นี้ body-disfiguring เป็นคำคุณศัพท์เชิงขบขันที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับสถานการณ์นี้ หมายถึงการเปลี่ยนรูปร่างภายนอกของร่างกาย มื้อใหญ่ทำให้ลำตัวของงูโป่งออก ดังนั้น disfiguring จึงเป็นการพูดเกินจริงเพื่อความตลก ไม่ได้หมายถึงการบาดเจ็บถาวรหรือภาวะทางการแพทย์ เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม body กับรูป -ing คือ disfiguring และคำประสมทั้งหมดขยาย meal ในโครงสร้างนี้ คำนามคำแรกระบุสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำในรูป -ing ดังนั้น body-disfiguring จึงหมายถึง disfiguring the body
แบบฝึกหัด
ความหมายใดเหมาะกับ body-disfiguring ในที่นี้มากที่สุด
- มื้อที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกายอย่างรุนแรงและถาวร
- มื้อที่ทำจากสัตว์ซึ่งมีรูปร่างผิดแปลก
- มื้อที่ใหญ่จนกล่าวอย่างขบขันว่าทำให้รูปร่างของงูเปลี่ยนไป
ดูคำตอบ
มื้อที่ใหญ่จนกล่าวอย่างขบขันว่าทำให้รูปร่างของงูเปลี่ยนไป
a behavior shared across all kinds of animals: อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว
ใน a behavior shared across all kinds of animals นั้น shared across all kinds of animals เป็นวลี past participle ที่วางหลัง behavior และเป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ a behavior that is shared across all kinds of animals Behavior เป็นสิ่งที่ได้รับความหมายของการมีร่วมกัน ไม่ได้เป็นฝ่ายแบ่งปันบางอย่างด้วยตัวเอง ในที่นี้ shared หมายถึงเป็นสิ่งที่สัตว์หลายกลุ่มมีร่วมกัน โครงสร้างกระชับแบบคำนาม + past participle นี้พบบ่อยในคำอธิบาย เช่น a feature found in birds หมายถึง a feature that is found in birds
แบบฝึกหัด
ย่ออนุประโยคสัมพันธ์ให้เป็นวลี past participle: 'Echolocation is a skill that is found in several animal groups.' เติมให้สมบูรณ์: Echolocation is a skill ____.
ดูคำตอบ
found in several animal groups
an ancient signal ในฐานะอุปมาในการเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์
ในที่นี้ an ancient signal เปลี่ยนแนวคิดทางวิวัฒนาการที่ซับซ้อนให้เป็นภาพง่าย ๆ คำว่า signal ทำให้การหาวดูเหมือนสัญญาณที่ส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้มนุษย์คนอื่น ส่วน ancient วางพฤติกรรมนี้ไว้ในอดีตอันไกลโพ้นของประวัติวิวัฒนาการมนุษย์ ถ้อยคำนี้เป็นการเปรียบเปรย ไม่มีใครสร้างหรือส่งข้อความอย่างตั้งใจ ผู้พูดจัดระเบียบคำอธิบายโดยนำหน้าที่ที่อาจเกี่ยวข้องกับการตื่นตัวของกลุ่มหรือการอยู่รอดมาห่อหุ้มเป็นข้อความที่จำง่าย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ an ancient signal ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย?
- ระบุสัญญาณที่บันทึกไว้ในอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ
- บอกว่ามนุษย์ยุคแรกตั้งใจประดิษฐ์ข้อความพูดขึ้นมา
- สรุปว่าการหาวเป็นสัญญาณสำหรับกลุ่มที่เก่าแก่มากในทางวิวัฒนาการ
ดูคำตอบ
สรุปว่าการหาวเป็นสัญญาณสำหรับกลุ่มที่เก่าแก่มากในทางวิวัฒนาการ
“let's do this. Let's survive.” ในฐานะคำปลุกใจให้ร่วมมือกัน
Let's เป็นโครงสร้างคำสั่งหรือคำชวนในรูปบุรุษที่หนึ่งพหูพจน์ โดยรวมผู้พูดไว้ด้วยและชวนผู้ฟังหนึ่งคนหรือหลายคนให้ทำสิ่งเดียวกัน ในที่นี้ Let's do this เป็นมากกว่าคำแนะนำเบา ๆ เพราะฟังเหมือนคำปลุกใจที่มั่นใจ ส่วน Let's survive บอกเป้าหมายร่วมกันด้วยความเร่งด่วน ประโยคสั้นสองประโยคนี้เป็นคำพูดที่ผู้บรรยายจินตนาการให้สัญญาณเก่าแก่ ไม่ใช่คำพูดที่การหาวสร้างขึ้นจริง ๆ การพูด Let's ซ้ำทำให้สัญญาณมีลักษณะเหมือนบุคคล และสร้างแรงผลักดัน ความเป็นหนึ่งเดียว และความมุ่งมั่นร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำเรียกร้องร่วมกันด้วยรูปย่อที่หมายถึง let us: “____ survive.”
ดูคำตอบ
Let's