วิธีที่ดีที่สุดในการเก่งอะไรสักอย่างอาจทำให้คุณประหลาดใจ - เดวิด เอพสเตน (David Epstein): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
1,051 คำ 197 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การบรรยายนี้ตั้งคำถามต่อแนวคิดที่ว่า การเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่อายุยังน้อยและการฝึก 10,000 ชั่วโมงคือเส้นทางสากลสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้ตัวอย่างจากนักกีฬา นักดนตรี นักสร้างนวัตกรรม และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ต่างกัน เพื่อชี้ว่าการลองทำสิ่งที่หลากหลายช่วยให้คนปรับตัวและเชื่อมโยงแนวคิดได้ในโลกที่คาดเดายาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. poster child for this story — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจว่า poster child ใช้เรียกบุคคลที่เป็นตัวแทนของข้ออ้างหรือเรื่องเล่าหนึ่งได้อย่างเด่นชัดที่สุด จึงนำไปใช้เปิดตัวอย่างที่เป็นภาพแทนของแนวคิดได้ และยังช่วยให้สังเกตได้ว่าผู้พูดอาจกำลังเตรียมตั้งคำถามกับเรื่องราวที่สร้างขึ้นรอบบุคคลนั้น 2. combined some well-known technology from the calculator industry with some well-known technology from the credit card industry — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: คุณจะเรียนรู้โครงสร้าง combined ... with ... ซึ่งประยุกต์ใช้ได้กว้าง เพื่ออธิบายว่านวัตกรรมอาจเกิดจากการนำทรัพยากร วิธีการ หรือแนวคิดที่มีอยู่แล้วจากต่างสาขามารวมกัน โดยไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์ทุกองค์ประกอบขึ้นใหม่ 3. both birds and frogs. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะตีความอุปมาตอนสรุปที่เปรียบคนซึ่งมองภาพกว้างและบูรณาการความรู้กับคนที่สำรวจรายละเอียดอย่างลึกซึ้งได้ ภาพเปรียบนี้ช่วยให้คุณเข้าใจการใช้ภาพสั้นกระชับในข้อโต้แย้ง และสร้างความต่างอย่างสมดุลเพื่ออธิบายว่าทีมหรือระบบต้องการวิธีคิดที่เสริมกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Many of you here have probably heard of the 10,000 hours rule. โน้ต

0:07

หลายคนในที่นี้คงเคยได้ยินกฎ 10,000 ชั่วโมง

กริยาวลี

heard of: รู้ว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งมีอยู่

To hear of someone or something หมายถึง รู้ว่าบุคคลหรือสิ่งนั้นมีอยู่ เพราะเคยพบชื่อหรือแนวคิดนั้นมาก่อน ไม่ได้หมายถึงกำลังได้ยินเสียงอยู่ในขณะนี้ ใน have probably heard of คำว่า heard เป็นกริยาช่องสามใน present perfect ผู้พูดกำลังพูดถึงประสบการณ์ของผู้ฟังจนถึงตอนนี้ และคาดว่าหลายคนน่าจะคุ้นกับคำนี้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I've heard of that writer, but I haven't read her books,” คำว่า “heard of” หมายความว่าอะไร

  1. ตอนนี้ฉันได้ยินนักเขียนคนนั้นกำลังพูด
  2. ฉันรู้ว่ามีนักเขียนคนนี้อยู่
  3. ฉันรู้จักผลงานทั้งหมดของนักเขียนคนนั้นอย่างละเอียด
ดูคำตอบ

ฉันรู้ว่ามีนักเขียนคนนี้อยู่

วัฒนธรรม

the 10,000 hours rule: แนวคิดยอดนิยมเกี่ยวกับการฝึก

The 10,000 hours rule คือแนวคิดที่แพร่หลายว่า การจะมีความเชี่ยวชาญหรือผลงานระดับสูงมากในสาขาหนึ่งต้องใช้เวลาฝึกอย่างมีจุดมุ่งหมายประมาณ 10,000 ชั่วโมง ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณที่จำง่าย ไม่ใช่คำรับรองว่าเวลาจำนวนเท่ากันจะใช้ได้กับทุกคนหรือทุกทักษะ คำว่า rule ในที่นี้หมายถึงหลักคร่าว ๆ หรือแนวคิดที่ถูกกล่าวซ้ำอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่กฎหมายหรือข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ การกล่าวถึงสิ่งที่ผู้ฟังหลายคนอาจรู้จักอยู่แล้วเป็นการนำเสนอแนวคิดคุ้นเคยเพื่อให้ตรวจสอบหรือตั้งคำถามต่อไปได้ ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าผู้พูดเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “the 10,000 hours rule” ในประโยคมากที่สุด

  1. คำรับรองว่าทุกคนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทันทีเมื่อฝึกครบ 10,000 ชั่วโมงพอดี
  2. แนวคิดยอดนิยมที่ว่าผลงานระดับผู้เชี่ยวชาญต้องอาศัยการฝึกอย่างมีจุดมุ่งหมายประมาณ 10,000 ชั่วโมง
  3. กฎหมายอย่างเป็นทางการที่จำกัดจำนวนชั่วโมงที่บุคคลหนึ่งสามารถฝึกได้
ดูคำตอบ

แนวคิดยอดนิยมที่ว่าผลงานระดับผู้เชี่ยวชาญต้องอาศัยการฝึกอย่างมีจุดมุ่งหมายประมาณ 10,000 ชั่วโมง

It's the idea that to become great in anything takes 10,000 hours of focused practice, โน้ต

0:11

มันเป็นแนวคิดที่ว่าการจะเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งต้องใช้เวลา 10,000 ชั่วโมงในการฝึกฝนอย่างจดจ่อ

ลำดับความ

It's the idea that ...: จากคำเรียกไปสู่คำจำกัดความ

It's the idea that ... บอกผู้ฟังว่าอนุประโยคที่ตามมาจะให้เนื้อหาของแนวคิดหรือมโนทัศน์หนึ่ง ๆ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงแนวคิดที่กำลังอธิบาย และ that นำข้อความที่ใช้ให้คำจำกัดความแก่แนวคิดนั้น กรอบนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือบอกชื่อคำหรือแนวคิดก่อน แล้วจึงอธิบายความหมาย ในโครงสร้าง It's the idea that + อนุประโยคสมบูรณ์ คำว่า that เชื่อม idea เข้ากับเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง จึงไม่ใช่คำเติมที่ไม่มีหน้าที่

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า "What does growth mindset mean?" คำตอบใดใช้กรอบจากบทเรียนเพื่อบอกเนื้อหาของแนวคิดนี้?

  1. It's the idea that skills can improve through effort and practice.
  2. It's an example of skills improving through effort and practice.
  3. It's a question about whether skills can improve through effort and practice.
ดูคำตอบ

It's the idea that skills can improve through effort and practice.

ไวยากรณ์

to become great in anything takes ...: วลี infinitive ทำหน้าที่เป็นประธาน

To become great in anything เป็นวลี infinitive หนึ่งวลี และทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของ takes โดยหมายถึงกิจกรรมของการก้าวไปสู่ระดับที่สูงในด้านใดด้านหนึ่ง Anything อยู่ภายในวลีนี้หลังคำว่า in และไม่ใช่ประธานของ takes รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ To + คำกริยารูปพื้นฐาน ... takes + เวลา ความพยายาม หรือทรัพยากรอื่น เนื่องจากวลี infinitive นี้ถูกมองเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง take จึงอยู่ในรูปเอกพจน์ takes

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายว่า “การฝึกทักษะใหม่ให้เชี่ยวชาญต้องใช้ความอดทน” ได้อย่างถูกต้อง?

  1. To master a new skill takes patience.
  2. To mastering a new skill takes patience.
  3. To master a new skill take patience.
ดูคำตอบ

To master a new skill takes patience.

การใช้คำ

focused practice: การฝึกอย่างตั้งใจเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน

ในประโยคนี้ focused practice หมายถึงการฝึกโดยใช้สมาธิอย่างเต็มที่และมุ่งพัฒนาทักษะหรือจุดอ่อนที่เฉพาะเจาะจง focused บอกถึงคุณภาพของการฝึก ไม่ใช่เพียงระยะเวลาที่ใช้ฝึก วลีนี้มีความหมายเฉพาะกว่า practice เพียงคำเดียว การทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ หรือนับเวลาอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องเป็น focused practice ในสถานการณ์ใหม่ ให้มองหาเป้าหมายที่ชัดเจนและการจดจ่ออย่างตั้งใจ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของ focused practice?

  1. ลีโอเล่นเพลงทั้งเพลงไปพร้อมกับอ่านข้อความในโทรศัพท์
  2. ลีโอค่อย ๆ ฝึกห้องเพลงยากสี่ห้องและตรวจสอบข้อผิดพลาดทุกจุด
  3. ลีโอนับหนึ่งชั่วโมงที่ใช้จัดขาตั้งโน้ตเป็นเวลาฝึก
ดูคำตอบ

ลีโอค่อย ๆ ฝึกห้องเพลงยากสี่ห้องและตรวจสอบข้อผิดพลาดทุกจุด

so you'd better get started as early as possible. โน้ต

0:16

ดังนั้นคุณจึงควรเริ่มต้นให้เร็วที่สุด

ไวยากรณ์

you'd better get started: คำแนะนำที่เร่งด่วน

you'd better เป็นรูปย่อของ you had better ในประโยคนี้ใช้ให้คำแนะนำที่ค่อนข้างหนักแน่นว่าให้เริ่มตอนนี้ และสื่อว่าการรออาจทำให้เกิดปัญหาได้ get started หมายถึงเริ่มลงมือทำ คำว่า had ใน had better ไม่ได้ทำให้ประโยคเป็นอดีตกาล โครงสร้างคือ ประธาน + had better + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นใช้ get โดยไม่เติม to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำแนะนำเร่งด่วนอย่างถูกต้องตามไวยากรณ์ เพราะการล่าช้าอาจทำให้เกิดปัญหา?

  1. You'd better getting started on the download now, or it may not finish before class.
  2. You'd better to get started on the download now, or it may not finish before class.
  3. You'd better get started on the download now, or it may not finish before class.
ดูคำตอบ

You'd better get started on the download now, or it may not finish before class.

วลี

as early as possible: ในเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้จริง

as early as possible หมายถึง “ในเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้อ” ใช้โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + as possible เพื่อเพิ่มระดับของคุณสมบัติหรือการกระทำให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้จริง ในประโยคนี้ early เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย get started คำว่า as ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนของโครงสร้าง จึงละ as ตัวที่สองไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้จริง” ลงในประโยค: To avoid a last-minute rush, start your project ____.

ดูคำตอบ

as early as possible

The poster child for this story is Tiger Woods. สำนวน

0:18

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือ ไทเกอร์ วูดส์

สำนวน

poster child for this story: ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของเรื่องนี้

poster child for ... เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงบุคคลหรือสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนและเป็นตัวแทนอย่างมากของแนวคิด แนวโน้ม ความสำเร็จ หรือปัญหา ไม่ได้หมายถึงเด็กที่อยู่บนโปสเตอร์ตามตัวอักษร ในประโยคนี้ this story ย้อนกลับไปถึงเรื่องเล่าหรือข้อกล่าวอ้างที่กำลังพูดถึง การเรียก Tiger Woods ว่าเป็น poster child ของเรื่องนั้นคือการนำเสนอว่าเขาเป็นตัวอย่างที่เป็นที่รู้จักหรือชัดเจนที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ poster child for ในความหมายว่า “ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนอย่างมาก”?

  1. The clinic printed posters for children.
  2. The clinic became the poster child for efficient patient care.
  3. A child held a poster outside the clinic.
ดูคำตอบ

The clinic became the poster child for efficient patient care.

His father famously gave him a putter when he was seven months old.

0:22

เป็นที่รู้กันดีว่าพ่อของเขาให้ไม้พัตเตอร์แก่เขาตั้งแต่ตอนอายุเจ็ดเดือน

Fast forward to the age of 21, ลำดับความ

0:26

ข้ามมาดูตอนเขาอายุ 21 ปี

ลำดับความ

Fast forward to ...: ข้ามไปยังช่วงเวลาที่หลังจากนั้นในเรื่องเล่า

Fast forward to ... เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนเวลาในการเล่าเรื่อง โดยบอกผู้ฟังให้ข้ามเหตุการณ์ระหว่างทางแล้วไปยังช่วงเวลาที่หลังจากนั้นโดยตรง ในประโยคนี้ เรื่องข้ามไปตอนอายุ 21 ปี วลีนี้มาจากคำสั่งกรอไปข้างหน้าในสื่อ แต่ในการเล่าเรื่องจะใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เนื้อหาที่ตามมาจึงเป็นจุดใหม่ที่อยู่ภายหลังบนเส้นเวลา ไม่ใช่เหตุการณ์ในชั่วขณะถัดไปทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมการเล่าเรื่องจากบทเรียนนี้: ____ the following summer, and the garden is full of flowers.

ดูคำตอบ

Fast forward to

he's the greatest golfer in the world.

0:27

เขาเป็นนักกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

quintessential 10,000 hours story. การใช้คำ

0:29

นี่คือเรื่องราว 10,000 ชั่วโมงที่เป็นต้นแบบ

การใช้คำ

quintessential 10,000 hours story: ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนอย่างชัดเจน

Quintessential หมายถึงตัวอย่างที่ชัดเจนหรือเป็นแบบฉบับที่สุดของสิ่งประเภทหนึ่ง ในวลีนามนี้ คำดังกล่าวขยาย 10,000 hours story โดยนำเสนอเรื่องนี้เป็นตัวอย่างมาตรฐานของแนวคิดที่คุ้นเคยเรื่องการสร้างความเชี่ยวชาญด้วยการฝึกประมาณ 10,000 ชั่วโมง คำนี้บอกว่าตัวอย่างนั้นเป็นตัวแทนของประเภทได้มากเพียงใด ไม่ได้บอกว่าดี สนุก หรือประสบความสำเร็จเพียงใด พฤติกรรมเชิงลบ สถานการณ์น่าอึดอัด หรือรูปแบบการออกแบบก็มี quintessential example ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

วลี a quintessential success story หมายความว่าอย่างไร?

  1. เป็นเรื่องที่มีความสุขที่สุดเท่าที่เคยมีคนเล่า
  2. เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนและเป็นแบบฉบับที่สุดของเรื่องประเภทนั้น
  3. เป็นเรื่องที่ใช้เวลาเขียนครบ 10,000 ชั่วโมงพอดี
ดูคำตอบ

เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนและเป็นแบบฉบับที่สุดของเรื่องประเภทนั้น

Another is that of the three Polgar sisters, ไวยากรณ์

0:31

อีกตัวอย่างหนึ่งคือพี่น้องตระกูลพอลการ์สามคน

ไวยากรณ์

that of ที่ใช้แทนคำนามเอกพจน์

ใน that of คำว่า that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ที่เพิ่งกล่าวถึงหรือสามารถเข้าใจได้ง่ายจากบริบท ในที่นี้หมายถึงเรื่องราวหรือตัวอย่างที่เกี่ยวกับสามพี่น้องตระกูลโพลการ์ ส่วน of the three Polgar sisters ระบุว่าเป็นเรื่องราวหรือตัวอย่างของใคร โครงสร้างนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามซ้ำและทำให้การเชื่อมความกระชับขึ้น ให้เข้าใจเหมือนเติมว่า “อีก [เรื่องราว/ตัวอย่าง] หนึ่งคือ [เรื่องราว/ตัวอย่าง] ของ...” ไม่ใช่ that ที่ใช้ชี้สิ่งของไกลตัวในความหมายว่า “สิ่งนั้น”

แบบฝึกหัด

ใช้คำแทนคำนามเอกพจน์เพื่อไม่ให้กล่าว population ซ้ำ: The population of Lakeview is larger than ____ Pine Hill.

ดูคำตอบ

that of

whose father decided to teach them chess in a very technical manner from a very early age. โน้ต

0:33

ซึ่งพ่อของพวกเธอตัดสินใจสอนหมากรุกด้วยวิธีที่เน้นเทคนิคมากตั้งแต่ยังเด็กมาก

ไวยากรณ์

whose father เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบเจ้าของในอนุประโยคสัมพันธ์

whose father เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสามพี่น้องตระกูลโพลการ์ whose แสดงความสัมพันธ์ โดย father คือพ่อของพวกเธอ ดังนั้น whose ในที่นี้จึงมีความหมายเท่ากับ their ไม่ได้ใช้ถามว่า “ของใคร” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ คนหรือกลุ่ม + whose + คำนาม + คำกริยา เช่น a player whose father was a coach คำว่า whose เชื่อมคนหรือกลุ่มเข้ากับบุคคลหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ whose เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบเจ้าของได้ถูกต้อง

  1. I met a writer who's first novel won an award.
  2. I met a writer who first novel won an award.
  3. I met a writer whose first novel won an award.
ดูคำตอบ

I met a writer whose first novel won an award.

วลี

in a very technical manner: โครงสร้างทางการที่ใช้บอกวิธีการ

ในประโยคนี้ in a very technical manner หมายถึง “โดยใช้วิธีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะและเป็นระบบมาก” และอธิบายว่าพ่อสอนหมากรุกอย่างไร โครงสร้าง in a/an + adjective + manner เป็นวิธีที่ค่อนข้างเป็นทางการในการบอกว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร ในที่นี้ manner หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ “ความสุภาพ” ส่วน technical ใช้บอกลักษณะของวิธีนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่ตรงกับความหมายว่า “โดยใช้วิธีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะมาก”: The coach explained every move ____.

ดูคำตอบ

in a very technical manner

วลี

from a very early age: ระบุจุดเริ่มต้นตั้งแต่วัยเยาว์

from a very early age หมายถึง “เริ่มตั้งแต่ตอนที่คนคนหนึ่งยังเด็กมาก” คำบุพบท from ใช้ระบุจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการสอนหมากรุกเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปฐมวัย สำนวนนี้มักใช้กล่าวถึงทักษะ ความสนใจ นิสัย หรืออิทธิพลที่เริ่มต้นเร็วและดำเนินต่อไปหลังจากจุดเริ่มต้นนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากิจกรรมเริ่มต้นในช่วงปฐมวัยและดำเนินต่อไปหลังจากนั้น

  1. She played in one concert at a very early age.
  2. She first saw a violin when she was an adult.
  3. She played the violin from a very early age.
ดูคำตอบ

She played the violin from a very early age.

Two of his daughters went on to become grandmaster chess players. วลี

0:38

ลูกสาวสองคนของเขาเติบโตขึ้นจนกลายเป็นนักหมากรุกระดับแกรนด์มาสเตอร์

วลี

went on to become: บทบาทหรือผลลัพธ์ใหม่ในภายหลัง

ในประโยคนี้ went on to become หมายถึง “ต่อมาได้เป็น” โดยเชื่อมช่วงก่อนหน้าในชีวิตของลูกสาวเข้ากับผลในภายหลังที่พวกเธอได้เป็นนักหมากรุกระดับแกรนด์มาสเตอร์ ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอ “เดินต่อไป” จริง ๆ โครงสร้างคือ go on to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อเล่าเรื่องในอดีต go จะเปลี่ยนเป็น went จึงเป็น went on to become โครงสร้างนี้พบบ่อยในชีวประวัติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมช่วงแรกกับความสำเร็จในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้ went on to become เติมประโยคให้สมบูรณ์: After several years as a nurse, Elena ____ a hospital director.

ดูคำตอบ

went on to become

I got curious.

0:41

ผมเริ่มสงสัย

If this 10,000 hours rule's correct, ไวยากรณ์

0:42

ถ้ากฎ 10,000 ชั่วโมงนี้ถูกต้อง

then we should see that elite athletes get a head start in so-called deliberate practice. โน้ต

0:44

เราก็น่าจะเห็นว่านักกีฬาชั้นยอดได้เปรียบจากการเริ่มต้นสิ่งที่เรียกว่าการฝึกฝนอย่างจงใจตั้งแต่เนิ่นๆ

ไวยากรณ์

If ... is correct, then we should see ...: การคาดการณ์ตามเหตุผล

รูปแบบ If ... is correct, then we should see ... เปลี่ยนข้อกล่าวอ้างให้เป็นการคาดการณ์ อนุประโยค if ระบุข้อกล่าวอ้างที่กำลังทดสอบ ส่วนประโยคหลักระบุหลักฐานที่เราคาดว่าจะสังเกตเห็นหากข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นจริง should ในที่นี้หมายถึง “คาดหมายได้ตามเหตุผลว่า” ไม่ได้หมายถึง “มีหน้าที่ต้องทำ” then แสดงผลที่ตามมา และ see หมายถึงการสังเกตสิ่งหนึ่งในหลักฐานหรือข้อมูล ประโยคนี้คาดการณ์รูปแบบบางอย่าง ไม่ได้ให้คำแนะนำแก่ใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ should เพื่อแสดงการคาดการณ์ตามเหตุผลที่ได้จากสมมติฐาน?

  1. Athletes should follow the coach's safety rules.
  2. You should check the data before lunch.
  3. If the theory is correct, then we should see the same pattern in new data.
ดูคำตอบ

If the theory is correct, then we should see the same pattern in new data.

สำนวน

get a head start: เริ่มก่อนเพื่อให้ได้เปรียบ

get a head start หมายถึง เริ่มก่อนหรือเริ่มด้วยการเตรียมตัวที่ดีกว่า จึงอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกว่าคนอื่นหรือกว่าที่ตนเองจะเป็นหากไม่ได้เริ่มก่อน ในที่นี้หมายถึงนักกีฬาชั้นนำอาจเริ่มการฝึกอย่างมีเป้าหมายก่อนคนอื่น head start เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงส่วนหนึ่งของร่างกาย ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การเริ่ม แต่คือการเริ่มจากจุดที่ได้เปรียบกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get a head start ในรูปที่ถูกต้อง: Starting the research early will help us ____.

ดูคำตอบ

get a head start

การใช้คำ

so-called deliberate practice: การเว้นระยะห่างจากป้ายชื่อ

so-called วางไว้หน้าคำนามหรือกลุ่มคำนามโดยตรง เพื่อบอกว่านี่เป็นชื่อหรือป้ายชื่อที่คนอื่นใช้ ใน so-called deliberate practice ผู้พูดกำลังอ้างถึงคำว่า deliberate practice ไม่ได้ยอมรับป้ายชื่อนั้นโดยไม่ตั้งคำถาม so-called มักสร้างระยะห่าง ผู้พูดอาจระมัดระวัง สงสัย หรือประชดประชัน แต่ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดนั้นผิดโดยอัตโนมัติ ระดับความสงสัยต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

so-called ในประโยคตัวอย่างน่าจะสื่ออะไรได้มากที่สุด

  1. ผู้พูดบอกว่า deliberate practice ไม่มีชื่อ
  2. ผู้พูดพิสูจน์ว่า deliberate practice ผิดอย่างแน่นอน
  3. ผู้พูดใช้ป้ายชื่อ deliberate practice แต่ยังเว้นระยะห่างจากป้ายชื่อนั้นอยู่บ้าง
ดูคำตอบ

ผู้พูดใช้ป้ายชื่อ deliberate practice แต่ยังเว้นระยะห่างจากป้ายชื่อนั้นอยู่บ้าง

And in fact, ลำดับความ

0:48

และในความเป็นจริง

ลำดับความ

And in fact: จากการคาดการณ์ไปสู่หลักฐานจริง

ตรงนี้ And in fact เป็นคำเชื่อมที่พาข้อโต้แย้งจากสิ่งที่ทฤษฎีคาดการณ์ ไปสู่สิ่งที่การสังเกตหรืองานวิจัยแสดงให้เห็นจริง ๆ in fact ส่งสัญญาณว่าข้อมูลที่หนักแน่นกว่าและอิงข้อเท็จจริงกำลังจะตามมา And ที่อยู่ต้นประโยคเชื่อมหลักฐานนี้กับเหตุผลก่อนหน้า ไม่ได้เพียงเชื่อมสองสิ่งที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่แสดงว่าผู้พูดกำลังอธิบายต่อและทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

And in fact ในที่นี้ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. แสดงว่าผู้พูดกำลังจบข้อโต้แย้ง
  2. เริ่มรายการที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. พาข้อโต้แย้งจากการคาดการณ์ไปสู่หลักฐานจริง
ดูคำตอบ

พาข้อโต้แย้งจากการคาดการณ์ไปสู่หลักฐานจริง

when scientists study elite athletes,

0:49

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ศึกษานักกีฬาชั้นยอด

they see that they spend more time in deliberate practice. วลี

0:50

พวกเขาพบว่านักกีฬาเหล่านี้ใช้เวลาในการฝึกฝนอย่างจงใจมากกว่าจริงๆ

วลี

spend more time in deliberate practice: ใช้เวลากับกิจกรรมมากขึ้น

Spend more time in deliberate practice หมายถึง ใช้เวลามากขึ้นกับการฝึกที่มีเป้าหมายและมีการวางแผน เพื่อพัฒนาทักษะอย่างใดอย่างหนึ่ง โครงสร้างในที่นี้คือ spend + จำนวนเวลา + in + วลีที่เป็นกิจกรรม โดย in แสดงว่า deliberate practice คือกิจกรรมที่บุคคลนั้นกำลังทำอยู่ More แสดงการเปรียบเทียบกับกลุ่ม ช่วงเวลา หรือกิจกรรมอื่น แม้สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบจะกล่าวไว้ในส่วนอื่นก็ตาม จุดสำคัญคือจำนวนเวลาที่ใช้ ภาษาอังกฤษใช้ spend time เพื่อสื่อความหมายนี้อย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะนำ do กับ practice มาต่อกันตรง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: Compared with casual learners, expert musicians ____.

ดูคำตอบ

spend more time in deliberate practice

Not a big surprise.

0:53

ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรนัก

When they actually track athletes over the course of their development, วลี

0:55

แต่เมื่อพวกเขาติดตามพัฒนาการของนักกีฬาเหล่านั้นจริงๆ

วลี

over the course of their development: ตลอดกระบวนการพัฒนา

Over the course of + กลุ่มคำนาม หมายถึงในระหว่างช่วงเวลาหรือกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง โดยมักครอบคลุมหลายระยะ ในประโยคนี้ over the course of their development บอกว่ามีการติดตามนักกีฬาในหลายระยะของการพัฒนา ไม่ใช่วัดเพียงช่วงเวลาเดียว ในโครงสร้างนี้ course หมายถึงความคืบหน้าของกระบวนการ ไม่ใช่วิชาเรียน วลีนี้ใช้ได้เมื่อการสังเกต เหตุการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่มีความหมายว่า “ขณะที่กระบวนการดำเนินไป” ให้สมบูรณ์: The design changed several times ____ the project.

ดูคำตอบ

over the course of

the pattern looks like this.

0:58

รูปแบบกลับออกมาเป็นแบบนี้

The future elites tend to have what scientists call a sampling period, โน้ต

0:59

กลุ่มคนที่กลายเป็นยอดฝีมือในอนาคตมักจะมีสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่าช่วงเวลาลองผิดลองถูก

ไวยากรณ์

tend to have: แนวโน้มที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่ความแน่นอน

Tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นหรือมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น โดยยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ใน tend to have คำว่า have เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ประโยคนี้บอกว่านักกีฬาระดับแนวหน้าในอนาคตมักมีช่วงลองทำหลายอย่าง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมีช่วงนี้ Tend to บอกแนวโน้ม ไม่ใช่ความตั้งใจ จึงช่วยให้การสรุปผลวิจัยแม่นยำขึ้น เพราะไม่หนักแน่นเท่า always หรือ must

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวสรุปอย่างระมัดระวังโดยยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น?

  1. Children who read often tend to have larger vocabularies.
  2. Children who read often always have larger vocabularies.
  3. Children who read often intend to have larger vocabularies.
ดูคำตอบ

Children who read often tend to have larger vocabularies.

ลำดับความ

what scientists call: การเกริ่นชื่อที่ผู้เชี่ยวชาญใช้

อนุประโยค what scientists call ใช้เกริ่นชื่อที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งให้กับแนวคิดที่ตามมา ในประโยคนี้ what scientists call a sampling period เป็นหน่วยเดียวที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นกรรมของ have what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่หมายถึง “สิ่งที่…” ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้อย่าง what + people + call + term จึงช่วยเชื่อมจากแนวคิดไปสู่ชื่อที่คนกลุ่มหนึ่งใช้เรียกแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้เพื่อเกริ่นชื่อทางวิทยาศาสตร์: This early exploration stage is ____ a sampling period.

ดูคำตอบ

what scientists call

การใช้คำ

a sampling period: สำรวจก่อนเลือกเชี่ยวชาญ

ในคำบรรยายนี้ a sampling period หมายถึงช่วงเริ่มต้นที่คนคนหนึ่งลองทำกิจกรรมหลายอย่างแทนที่จะเลือกความเชี่ยวชาญเพียงด้านเดียวทันที เขาจึงได้สะสมประสบการณ์ที่หลากหลายและค่อยเลือกเชี่ยวชาญในภายหลัง sampling ในที่นี้หมายถึงการทดลองจากตัวเลือกหลายอย่าง แนวคิดสำคัญคือการสำรวจอย่างกว้างขวางก่อนฝึกแบบมุ่งเน้น ไม่ได้หมายถึงการชิมอาหาร

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ a sampling period ในการพัฒนาความสามารถ?

  1. เด็กคนหนึ่งลองว่ายน้ำ เทนนิส และเต้นรำ ก่อนเลือกหนึ่งอย่างที่จะมุ่งฝึก
  2. เด็กคนหนึ่งฝึกแต่เทนนิสเพียงอย่างเดียวตั้งแต่เริ่มต้น
  3. นักวิจัยบันทึกอุณหภูมิทุกสิบวินาที
ดูคำตอบ

เด็กคนหนึ่งลองว่ายน้ำ เทนนิส และเต้นรำ ก่อนเลือกหนึ่งอย่างที่จะมุ่งฝึก

where they try a variety of physical activities, วลี

1:03

ซึ่งพวกเขาจะได้ลองกิจกรรมทางกายที่หลากหลาย

วลี

a variety of physical activities: กิจกรรมทางกายหลากหลายประเภท

ใน a variety of physical activities วลี a variety of หมายถึง “หลายประเภทที่แตกต่างกัน” จึงเน้นความหลากหลาย ไม่ใช่เพียงจำนวนที่มาก ส่วน physical activities คือกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวหรือใช้ร่างกาย ใช้โครงสร้าง a variety of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a variety of games, methods หรือ activities ในที่นี้ให้เข้าใจ a variety of เป็นวลีบอกปริมาณที่สมบูรณ์ ไม่ควรแยก variety ไปตีความว่าเป็น “ชนิด” เพียงชนิดเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่หมายถึง “หลายประเภทที่แตกต่างกัน” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The recreation center offers ____ physical activities for families.

ดูคำตอบ

a variety of

they gain broad general skills, วลี

1:05

พวกเขาได้รับทักษะทั่วไปในวงกว้าง

วลี

gain broad general skills: พัฒนาทักษะทั่วไปที่ใช้ได้อย่างกว้างขวาง

ใน gain broad general skills คำว่า gain หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาหรือได้รับผ่านประสบการณ์ การฝึกฝน หรือเวลา Gain skills เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการพัฒนาความสามารถ ส่วน get skills อาจพบได้ในภาษาพูดแบบกันเอง แต่ในบริบทนี้ไม่ชัดเจนเท่า Broad general skills คือความสามารถที่ครอบคลุมหลายด้านและนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ไม่ใช่ทักษะเฉพาะทางที่แคบเพียงอย่างเดียว เมื่อรวมกัน วลีนี้สื่อถึงการสร้างพื้นฐานความสามารถที่กว้างและถ่ายโอนไปใช้ได้

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายทั้งหมดที่หมายถึง “พัฒนาความสามารถที่เป็นประโยชน์ในหลายด้าน” เติมประโยคให้สมบูรณ์: By rotating through several departments, interns can ____ before choosing a specialty.

ดูคำตอบ

gain broad general skills

and delay specializing until later than peers who plateau at lower levels. โน้ต

1:07

และชะลอการเจาะจงความถนัดออกไปช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกันที่พัฒนาการหยุดชะงักในระดับที่ต่ำกว่า

ไวยากรณ์

delay specializing until later than peers: delay + รูป -ing + until

ในประโยคนี้ delay specializing until later than peers หมายถึงเริ่มเชี่ยวชาญเฉพาะด้านช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน หลัง delay ต้องใช้รูป -ing ดังนั้นโครงสร้างคือ delay doing something ไม่ใช่ delay to do something Until บอกจุดเวลาที่เลื่อนการกระทำออกไป การเริ่มเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ช้ากว่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะสิ้นสุดลงตอนนั้น ส่วน later than peers เปรียบเทียบเวลาที่แต่ละคนเริ่มเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ specialize เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: They decided to delay ____ until they had explored several fields.

ดูคำตอบ

specializing

การใช้คำ

plateau at lower levels: plateau ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน plateau at lower levels คำว่า plateau เป็นคำกริยา หมายถึงความก้าวหน้าหรือพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นก่อน แล้วจึงราบเรียบโดยแทบไม่ดีขึ้นต่อไป ส่วน at lower levels บอกว่าจุดที่หยุดพัฒนานั้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ คำนี้อธิบายความก้าวหน้าที่หยุดนิ่ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการลดลง ภาพเปรียบเทียบมาจากพื้นผิวราบของที่ราบสูง แต่ในที่นี้ใช้กล่าวถึงผลการทำงานหรือพัฒนาการในเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ plateau ในความหมายว่าความก้าวหน้าหยุดเพิ่มขึ้น?

  1. Her progress dropped sharply after the test.
  2. Her progress improved quickly at first but then plateaued.
  3. Her progress continued rising every week.
ดูคำตอบ

Her progress improved quickly at first but then plateaued.

That doesn't really comport with the 10,000 hours rule, การใช้คำ

1:11

นั่นไม่ค่อยตรงกับกฎ 10,000 ชั่วโมงเลย

การใช้คำ

doesn't really comport with: การแสดงความไม่สอดคล้องแบบเป็นทางการ

Comport with หมายถึง “สอดคล้องหรือเข้ากันได้กับ” ในที่นี้ doesn't really comport with บอกว่าสิ่งที่สังเกตได้นั้นไม่ค่อยเข้ากับกฎ 10,000 ชั่วโมง โครงสร้างคือ comport with + แนวคิด กฎ หลักฐาน หรือผลลัพธ์ คำว่า really ใน doesn't really ทำให้การชี้ความไม่สอดคล้องฟังดูไม่เด็ดขาดเท่ากับ does not comport with แบบตรง ๆ แต่ผู้พูดยังคงบอกว่ามีความไม่ตรงกันอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ comport with ได้ถูกต้องเพื่อแสดงความไม่สอดคล้องอย่างเป็นทางการ?

  1. The new evidence does not comport the original theory.
  2. The new evidence does not comport with the original theory.
  3. The new evidence does not comply with the original theory.
ดูคำตอบ

The new evidence does not comport with the original theory.

does it? น้ำเสียง/เจตนา

1:14

ใช่ไหมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

does it?: คำถามท้ายประโยคแบบบวกหลังข้อความปฏิเสธ

Does it? เป็นคำถามท้ายประโยคที่เติมหลังข้อความปฏิเสธ That doesn't... เนื่องจากประโยคหลักใช้ doesn't คำถามท้ายประโยคจึงเปลี่ยนเป็นกริยาช่วยรูปบวก does และแทนประธาน That ด้วย it ในที่นี้ ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะเห็นความไม่สอดคล้องแบบเดียวกันและชวนให้ยืนยัน คำถามท้ายประโยคนี้เพิ่มปฏิสัมพันธ์ ไม่ได้ถามข้อมูลแบบเปิดอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: This conclusion doesn't match the evidence, ____?

ดูคำตอบ

does it

So, I started to wonder about other domains that we associate with obligatory early specialization, โน้ต

1:15

ผมเลยเริ่มสงสัยเกี่ยวกับสายอาชีพอื่นที่เรามักมองว่าต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่เนิ่นๆ

วลี

other domains that we associate with: โครงสร้าง associate A with B

ในที่นี้ domains หมายถึงสาขาความรู้ งาน หรือกิจกรรม ไม่ใช่ชื่อโดเมนบนอินเทอร์เน็ต ส่วนที่เน้นหมายถึง “สาขาอื่น ๆ ที่เราเชื่อมโยงในความคิดกับการต้องเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่อายุยังน้อย” โครงสร้างพื้นฐานคือ associate A with B: we associate these domains with obligatory early specialization ในอนุประโยคขยายคำนาม that แทน these domains จึงได้รูป domains that we associate with B และคำบุพบท with ยังคงอยู่หลัง associate

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคขยายคำนามให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง associate A with B: Researchers studied domains that people ____ early specialization.

ดูคำตอบ

associate with

การใช้คำ

obligatory early specialization: การเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ ที่ถูกมองว่าจำเป็น

Early specialization หมายถึงการเลือกสาขาที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งสาขาและมุ่งฝึกฝนหรือศึกษาในสาขานั้นตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วน obligatory เพิ่มความหมายที่หนักแน่นขึ้นว่าแนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่เพียงเริ่มเร็วหรือพบได้ทั่วไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกล่าวถึงสมมติฐานที่ว่าความสำเร็จในบางสาขาต้องอาศัยการเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ การพูดว่า “I started to wonder” แสดงว่าผู้พูดกำลังพิจารณาสมมติฐานนี้ ไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ obligatory early specialization มากที่สุด?

  1. เด็ก ๆ ต้องเลือกหนึ่งสาขาและมุ่งเน้นสาขานั้นตั้งแต่อายุยังน้อย
  2. เด็ก ๆ สามารถสำรวจหลายสาขาก่อนเลือกหนึ่งสาขาในภายหลัง
  3. เด็กหลายคนเลือกหนึ่งสาขาตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น
ดูคำตอบ

เด็ก ๆ ต้องเลือกหนึ่งสาขาและมุ่งเน้นสาขานั้นตั้งแต่อายุยังน้อย

like music.

1:20

อย่างดนตรี

Turns out the pattern's often similar. ลำดับความ

1:21

ปรากฏว่ารูปแบบมักจะคล้ายกัน

ลำดับความ

Turns out: การเกริ่นสิ่งที่ค้นพบในภายหลัง

Turns out ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเพิ่งรู้หรือค้นพบหลังจากตรวจสอบ คิดทบทวน หรือผ่านประสบการณ์บางอย่าง ในประโยคนี้ วลีนี้ชี้ว่าความคล้ายกันคือข้อค้นพบที่ตอบคำถามก่อนหน้า วลีนี้เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดของ It turns out that... และตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ จึงไม่ควรตีความ turn ตามตัวอักษรว่าหมายถึงการหมุน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อแบบภาษาพูดสองคำของ It turns out that: ____ the shortcut took longer than the main road.

ดูคำตอบ

Turns out

The exceptional musicians didn't start spending more time in deliberate practice than the average musicians until their third instrument. ไวยากรณ์

1:23

นักดนตรีที่โดดเด่นไม่ได้เริ่มใช้เวลาฝึกฝนอย่างจงใจมากกว่านักดนตรีทั่วไปจนกว่าจะถึงเครื่องดนตรีชิ้นที่สาม

ไวยากรณ์

didn't start spending ... until: การเริ่มต้นที่เกิดขึ้นภายหลัง

รูปแบบ didn't start V-ing until X หมายถึงกิจกรรมนั้นยังไม่เริ่มก่อนถึง X และ X คือจุดที่กิจกรรมเริ่มขึ้นในที่สุด ดังนั้น until ในที่นี้จึงบอกขอบเขตของการเริ่มต้น ไม่ใช่เวลาสิ้นสุด ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดช้าคือการใช้เวลากับการฝึกอย่างมีเป้าหมายมากกว่านักดนตรีทั่วไป เวลาฝึกที่เพิ่มขึ้นนี้เพิ่งเริ่มเมื่อนักดนตรีที่โดดเด่นมาถึงเครื่องดนตรีชิ้นที่สาม

แบบฝึกหัด

ใช้ didn't และ until เติมรูปแบบที่แสดงการเริ่มต้นล่าช้า: The team ____ start using the new system ____ June.

ดูคำตอบ

didn't · until

They too tended to have a sampling period.

1:29

พวกเขาก็มักจะมีช่วงเวลาลองผิดลองถูกเช่นกัน

Even musicians we think of as famously precocious, วลี

1:31

แม้แต่นักดนตรีที่เรารู้จักกันดีว่าเก่งกาจมาตั้งแต่เด็ก

วลี

think of A as B: มองหรือจัด A ว่าเป็น B

think of A as B หมายถึงมองหรือจัด A ว่าเป็น B ในประโยคนี้ A คือ musicians และ B คือ famously precocious กล่าวคือ คนมองว่านักดนตรีเหล่านี้มีชื่อเสียงจากการแสดงความสามารถโดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อยมาก ข้อความ we think of as famously precocious เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย musicians โดยละกรรมสัมพันธ์ whom หรือ that ไว้: musicians (whom) we think of as famously precocious ต้องคง as ไว้ เพราะใช้เชื่อมไปยังคำบรรยายหรือประเภทที่กำหนดให้ A

แบบฝึกหัด

ใช้ think of A as B เติมประโยคให้สมบูรณ์: Many readers ____ the character ____ a hero.

ดูคำตอบ

think of · as

like Yo-Yo Ma.

1:34

อย่าง โยโย แม

So, this got me interested in exploring the developmental backgrounds of people whose work I had long admired. โน้ต

1:35

เรื่องนี้ทำให้ผมสนใจที่จะสำรวจภูมิหลังการพัฒนาของคนที่มีผลงานที่ผมชื่นชมมานาน

วลี

get someone interested in doing: ทำให้ใครบางคนเริ่มสนใจทำบางสิ่ง

ในที่นี้ this got me interested in exploring หมายถึงบางสิ่งทำให้ผู้พูดเริ่มสนใจที่จะสำรวจหัวข้อนั้น got เป็นคำกริยาเชิงสาเหตุที่หมายถึงทำให้เกิดหรือทำให้เป็น ไม่ได้หมายถึงได้รับ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + คน + interested in + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย exploring ในที่นี้ โครงสร้างนี้ชี้ให้เห็นเหตุการณ์ที่จุดประกายความสนใจ ไม่ใช่เพียงบอกว่าความสนใจนั้นมีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ got me interested in exploring เติมประโยคให้สมบูรณ์: A podcast about city design ____ how public spaces shape behavior.

ดูคำตอบ

got me interested in exploring

ไวยากรณ์

whose work I had long admired: ความเป็นเจ้าของและอดีตที่เกิดก่อนหน้า

Whose work I had long admired เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย people โดย whose แสดงความเป็นเจ้าของ กล่าวคือ work เป็นผลงานของคนเหล่านั้น และ work เป็นกรรมของ admired Had long admired เป็น past perfect ซึ่งวางช่วงเวลาที่ชื่นชมมาอย่างยาวนานไว้ก่อนจุดเวลาในอดีตที่ผู้พูดเริ่มสนใจสำรวจภูมิหลังของคนเหล่านั้น ในที่นี้ long เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “เป็นเวลานาน” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่ขยาย work

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างถูกต้องว่าเธอชื่นชมหนังสือของผู้เขียนมานานแล้วก่อนการสัมภาษณ์

  1. She interviewed an author who books she had long admired.
  2. She interviewed an author who's books she had long admired.
  3. She interviewed an author whose books she had long admired.
ดูคำตอบ

She interviewed an author whose books she had long admired.

Duke Ellington shunned music lessons as a kid to focus on baseball and painting and drawing. โน้ต

1:40

ดุค เอลลิงตัน หลบเลี่ยงการเรียนดนตรีตอนเด็กเพื่อไปจดจ่อกับเบสบอลและการวาดภาพ

การใช้คำ

shunned music lessons: จงใจและหนักแน่นที่จะหลีกเลี่ยงการเรียนดนตรี

ใน shunned music lessons คำว่า shunned หมายถึงจงใจหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธการเรียนดนตรี สื่อถึงการเลือกที่จะอยู่ห่าง ไม่ใช่แค่บังเอิญขาดเรียนหนึ่งครั้ง Shunned เป็นรูปอดีตของ shun คำนี้มีน้ำหนักมากกว่า avoid ที่เป็นกลาง เพราะมักสื่อถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจนหรือการเว้นระยะอย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shunned ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อถึงการหลีกเลี่ยงโดยเจตนาและต่อเนื่อง

  1. The writer shunned social media by posting updates every hour.
  2. The writer shunned social media and never opened an account.
  3. The writer shunned social media because her phone briefly lost its signal.
ดูคำตอบ

The writer shunned social media and never opened an account.

วลี

to focus on: บอกจุดประสงค์และมุ่งความสนใจ

ในที่นี้ to focus on บอกจุดประสงค์ของการหลีกเลี่ยงบทเรียนดนตรี คือเขาทำเช่นนั้นเพื่อทุ่มความสนใจและความพยายามให้กับเบสบอล จิตรกรรม และการวาดรูป โดย to นำหน้ารูปกริยา infinitive ที่ใช้บอกจุดประสงค์ ใช้ focus on + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของคำที่ใช้คู่กันตามปกติ เช่น focus on the game, focus on it หรือ focus on improving

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ focus ที่บอกจุดประสงค์และคำบุพบทที่มักใช้คู่กัน: Maya silenced her phone ____ her homework.

ดูคำตอบ

to focus on

Maryam Mirzakhani wasn't interested in math as a girl, วลี

1:45

มาร์ยาม มีร์ซาคานี ไม่ได้สนใจคณิตศาสตร์ตอนเป็นเด็กหญิง

วลี

wasn't interested in math: บอกว่าในอดีตไม่สนใจ

Wasn't interested in math เป็นรูปปฏิเสธในอดีตของ be interested in หมายความว่าในเวลานั้นคณิตศาสตร์ไม่ได้ดึงดูดความสนใจหรือความอยากรู้ของเธอ ใช้ be interested in + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing โดย interested บอกความรู้สึกของคน ส่วน in นำหน้าหัวข้อหรือกิจกรรมที่ความรู้สึกนั้นมุ่งไปหา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธในอดีตแบบย่อของ be interested และคำบุพบทที่มักใช้คู่กัน: At first, Leo ____ robotics.

ดูคำตอบ

wasn't interested in

dreamed of becoming a novelist, วลี

1:47

เธอใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเขียนนวนิยาย

วลี

dreamed of becoming a novelist: dream of + คำกริยารูป -ing

Dream of doing something หมายถึงหวังอย่างแรงกล้าหรือใฝ่ฝันว่าจะทำสิ่งนั้น ในที่นี้ dreamed of becoming a novelist บอกว่า “การเป็นนักเขียนนวนิยาย” คือความใฝ่ฝันของเธอในอดีต ในโครงสร้าง dream of + คำกริยา คำว่า of เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing: dreamed of becoming ไม่ใช้ to become หลัง dreamed of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ become หลัง dreamed of: When Maya was a child, she dreamed of ____ a doctor.

ดูคำตอบ

becoming

and went on to become the first and so far only woman to win the Fields Medal, โน้ต

1:49

แต่ต่อมาเธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวจนถึงตอนนี้ที่ได้รับรางวัลฟิลด์สเมดัล

ไวยากรณ์

the first and so far only woman to win: the first + คำนาม + to-infinitive

โครงสร้าง the first + คำนามที่เป็นคนหรือกลุ่ม + to-infinitive ใช้ระบุว่าใครทำบางสิ่งสำเร็จก่อนคนอื่น ในที่นี้ to win the Fields Medal ขยาย woman และบอกว่าความสำเร็จใดทำให้เธอเป็น “คนแรก” so far only จำกัดช่วงเวลาของข้อความว่า “จนถึงเวลาที่พูด” กล่าวคือ ณ ตอนนั้นยังไม่มีผู้หญิงคนอื่นได้รับรางวัลนี้ first เน้นลำดับ ส่วน only เน้นว่าเธอยังเป็นเพียงคนเดียวจนถึงตอนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ win ในโครงสร้าง the first + คำนาม + to-infinitive: Nora was the first scientist ____ the award.

ดูคำตอบ

to win

the most prestigious prize in the world in math.

1:52

รางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกด้านคณิตศาสตร์

วัฒนธรรม

the Fields Medal: รางวัลสำคัญด้านคณิตศาสตร์

เหรียญฟิลด์สเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่สำคัญสำหรับผลงานอันโดดเด่นด้านคณิตศาสตร์ ในประโยคนี้ การระบุชื่อรางวัลช่วยเน้นว่าความสำเร็จของผู้หญิงคนนี้พิเศษอย่างยิ่ง โดย Medal ไม่ได้หมายถึงเหรียญกีฬาทั่วไป ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคอธิบายความสำคัญของรางวัลให้ผู้ฟังที่อาจไม่รู้จักชื่อนี้เข้าใจได้ทันที

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the Fields Medal หมายถึงอะไร?

  1. รางวัลระดับนานาชาติที่สำคัญด้านคณิตศาสตร์
  2. วุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรม
  3. เหรียญทั่วไปจากการแข่งขันกีฬา
ดูคำตอบ

รางวัลระดับนานาชาติที่สำคัญด้านคณิตศาสตร์

Vincent Van Gogh had five different careers before flaming out spectacularly, สำนวน

1:55

วินเซนต์ แวน โก๊ะ เคยทำงานมาห้าอาชีพที่ต่างกันก่อนจะล้มเหลวไม่เป็นท่า

สำนวน

flaming out spectacularly: ล้มเหลวอย่างรุนแรงและน่าตื่นตา

ใน flaming out spectacularly คำว่า flame out ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงอาชีพหรือกิจการจบลงด้วยความล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เกิดไฟไหม้จริง ๆ ส่วน flaming อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลัง before และนำเสนอความล้มเหลวว่าเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง spectacularly ทำให้น้ำเสียงประเมินรุนแรงขึ้น โดยบอกว่าความล้มเหลวนั้นน่าตื่นตาในเชิงลบและเป็นที่สังเกตอย่างมาก ในที่นี้ spectacularly ไม่ใช่คำชมว่าผลลัพธ์เป็นเรื่องดี

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ flamed out spectacularly หมายถึงอะไร? The startup attracted huge attention, then flamed out spectacularly within six months.

  1. พนักงานของสตาร์ตอัปหมดแรงจากความเครียดระยะยาว
  2. สตาร์ตอัปล้มเหลวอย่างรุนแรงและเป็นที่สังเกตอย่างมาก
  3. สตาร์ตอัปเกิดไฟไหม้ขึ้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

สตาร์ตอัปล้มเหลวอย่างรุนแรงและเป็นที่สังเกตอย่างมาก

and in his late 20s picked up a book called The Guide to the ABCs of Drawing. กริยาวลี

1:59

และในช่วงปลายวัย 20 เขาได้หยิบหนังสือที่ชื่อ The Guide to the ABCs of Drawing ขึ้นมา

กริยาวลี

picked up a book: ได้หนังสือมาและเริ่มอ่าน

ในบริบทชีวประวัตินี้ picked up a book หมายความว่าเขาได้หนังสือมาแล้วเริ่มอ่านหรือสำรวจเนื้อหา จุดสำคัญคือการเริ่มสัมผัสแนวคิดในหนังสือ ไม่ใช่เพียงการใช้มือยกหนังสือขึ้น วลีนี้ไม่ได้บอกว่าเขาอ่านหนังสือจบหรือเชี่ยวชาญการวาดภาพแล้ว

แบบฝึกหัด

ในบริบทชีวประวัตินี้ picked up a book น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เขาอ่านหนังสือทั้งเล่มจบและเชี่ยวชาญการวาดภาพ
  2. เขาเพียงยกหนังสือขึ้นเพื่อย้ายไปไว้อีกที่หนึ่ง
  3. เขาได้หนังสือมาแล้วเริ่มอ่านหรือสำรวจเนื้อหา
ดูคำตอบ

เขาได้หนังสือมาแล้วเริ่มอ่านหรือสำรวจเนื้อหา

Claude Shannon was an electrical engineer at the University of Michigan who took a philosophy course just to fulfill a requirement, วลี

2:04

โคลด แชนนอน เป็นวิศวกรไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนผู้ซึ่งลงเรียนวิชาปรัชญาเพียงเพื่อให้ครบตามข้อกำหนด

วลี

just to fulfill a requirement: บอกจุดประสงค์ที่เรียบง่ายหรือเป็นเหตุผลหลัก

just to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าใครทำสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร และนำเสนอจุดประสงค์นั้นเป็นเหตุผลง่าย ๆ หรือเหตุผลหลัก ในที่นี้ เขาเรียนวิชาปรัชญาเพราะต้องทำตามกฎข้อหนึ่ง ประโยคไม่ได้บอกว่าความสนใจด้านปรัชญาที่มีอยู่ก่อนแล้วคือเหตุผลของเขา fulfill a requirement เป็นกลุ่มคำที่ใช้ทั่วไป หมายถึงการทำให้ตรงตามเงื่อนไขที่โรงเรียน หลักสูตร งาน หรือระบบอื่นกำหนด requirement คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำหรือบรรลุ ไม่ใช่คำขอส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ใช้ fulfill a requirement เติมประโยคให้สมบูรณ์: I took one extra class just to ____ for graduation.

ดูคำตอบ

fulfill a requirement

and in it he learned about a near-century-old system of logic by which true and false statements could be coded as ones and zeros and solved like math problems. โน้ต

2:10

และในชั้นเรียนนั้นเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบตรรกะที่มีอายุเกือบศตวรรษ ซึ่งประโยคจริงและเท็จสามารถถูกเข้ารหัสเป็นหนึ่งและศูนย์ และถูกแก้ปัญหาได้เหมือนโจทย์คณิตศาสตร์

ไวยากรณ์

by which: แสดงเครื่องมือหรือวิธีในอนุประโยคสัมพันธ์

By which เป็นโครงสร้างที่ประกอบด้วยคำบุพบทและสรรพนามเชื่อมความ which ย้อนกลับไปหมายถึง a near-century-old system of logic ส่วน by แสดงว่าระบบนั้นเป็นเครื่องมือหรือวิธีที่ใช้ทำบางสิ่ง อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขึ้นต้นด้วย by which อธิบายว่าระบบนี้ทำให้อะไรเป็นไปได้ หากกล่าวแบบไม่ย่อมากนัก จะหมายความว่าเมื่อใช้ระบบนี้ ข้อความจริงและเท็จสามารถถูกเข้ารหัสและแก้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by which เพื่อแสดงว่าวิธีการเป็นเครื่องมือในการตรวจหาข้อผิดพลาด

  1. The researchers developed a method by which errors could be detected automatically.
  2. The researchers developed a method in which errors could be detected automatically.
  3. The researchers developed a method for which errors could be detected automatically.
ดูคำตอบ

The researchers developed a method by which errors could be detected automatically.

ไวยากรณ์

could be coded as ...: รูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยและป้ายกำกับผลลัพธ์

Could be coded เป็นรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยบอกภาวะ: could + be + กริยาช่องสาม ประธาน true and false statements เป็นผู้รับการกระทำ ไม่ใช่ผู้ทำ และ could แสดงว่าการเข้ารหัสเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรือทำได้ภายในระบบนั้น ในโครงสร้าง code A as B คำว่า as นำหน้าป้ายกำกับหรือรูปแทนที่เกิดจากการเข้ารหัส ในที่นี้ ones and zeros คือรูปที่กำหนดให้ข้อความ ส่วน as ไม่ได้หมายความว่า “คล้ายกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ code ที่ใช้กับคำกริยาช่วย และคำที่นำหน้าหมวดหมู่ผลลัพธ์: In this database, each response could ____ positive or negative.

ดูคำตอบ

be coded as

วลี

solved like math problems: ใช้ like เปรียบเทียบวิธีแก้

ใน solved like math problems คำว่า like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ด้วยวิธีเดียวกับ” โดยเปรียบเทียบวิธีแก้ประพจน์ทางตรรกะกับวิธีแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่คุ้นเคย ในที่นี้ like ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” solved เชื่อมขนานกับ coded หลัง could be นั่นคือ the statements could be coded ... and (could be) solved โครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้ร่วมกันแสดงว่าการกระทำทั้งสองเกิดขึ้นกับประพจน์เหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค The software solves each logic puzzle like a math problem คำว่า like สื่อถึงอะไร?

  1. ความชอบโจทย์คณิตศาสตร์
  2. วิธีแก้ที่คล้ายกัน
  3. ลำดับในการแก้โจทย์สองข้อ
ดูคำตอบ

วิธีแก้ที่คล้ายกัน

This led to the development of binary code, วลี

2:18

สิ่งนี้นำไปสู่การพัฒนาระบบเลขฐานสอง

วลี

This led to the development of ...: เชื่อมเหตุและผล

This ย้อนกลับไปหมายถึงแนวคิดหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง led to หมายถึง “ทำให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิด” จึงพาคำอธิบายจากสาเหตุที่เกิดก่อนหน้าไปยังผลลัพธ์ที่ตามมา คือ the development of binary code Led เป็นรูปอดีตของ lead ใน lead to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ตามด้วยนามวลี the development of binary code

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lead to: Yesterday, a faulty sensor ____ a delay in the launch.

ดูคำตอบ

led to

which underlies all of our digital computers today. การใช้คำ

2:20

ซึ่งเป็นรากฐานของคอมพิวเตอร์ดิจิทัลทั้งหมดของเราในปัจจุบัน

การใช้คำ

underlies ...: เป็นรากฐานของบางสิ่ง

ในที่นี้ underlies หมายถึง “เป็นหลักการพื้นฐานหรือรากฐานของ...” ประธานคือแนวคิดก่อนหน้าที่ which อ้างถึง ส่วน all of our digital computers today คือสิ่งที่อาศัยแนวคิดนั้นเป็นพื้นฐาน นี่เป็นการใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายความว่ามีบางสิ่งอยู่ใต้คอมพิวเตอร์จริง ๆ โดยทั่วไป X underlies Y หมายถึง X เป็นเหตุผล หลักการ หรือรากฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง Y

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ underlie ในความหมายว่า “เป็นรากฐานสำคัญของบางสิ่ง”

  1. Shared trust underlies a strong team.
  2. The team discussed trust after lunch.
  3. The basement lies under the office.
ดูคำตอบ

Shared trust underlies a strong team.

Frances Hesselbein took her first professional job at the age of 54, วลี

2:23

ฟรานเซส เฮสเซลเบน เริ่มทำงานระดับมืออาชีพครั้งแรกตอนอายุ 54

วลี

take a job: รับตำแหน่งที่มีผู้เสนอให้

ใน take a job คำว่า take หมายถึง “รับตำแหน่งและตกลงเริ่มทำงานนั้น” took เป็นรูปอดีตของ take ดังนั้น took her first professional job จึงหมายความว่าเธอรับและเริ่มทำงานวิชาชีพงานแรก กลุ่มคำนี้เน้นการตัดสินใจรับตำแหน่งที่มีอยู่ ไม่ได้หมายถึงการถือหรือเอาสิ่งของออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

Maya ได้รับข้อเสนองานแล้วและตัดสินใจตอบรับ ประโยคใดสื่อถึงการตัดสินใจนี้ได้ดีที่สุด

  1. Maya got a job at the library.
  2. Maya took the job at the library.
  3. Maya looked for a job at the library.
ดูคำตอบ

Maya took the job at the library.

วลี

at the age of 54: ระบุอายุที่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น

at the age of 54 หมายถึง “ตอนที่เธออายุ 54 ปี” รูปแบบ at the age of + ตัวเลข เป็นวลีบอกเวลาที่ระบุว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อบุคคลนั้นมีอายุเท่าไร ในชีวประวัติและเรื่องราวชีวิต รูปแบบนี้ใช้ระบุจุดหนึ่งที่ชัดเจนบนเส้นทางชีวิตของบุคคล ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย took her first professional job และบอกว่าเหตุการณ์ด้านอาชีพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบเต็ม at the age of และตัวเลข 16: The composer wrote her first symphony ____.

ดูคำตอบ

at the age of 16

and went on to become the CEO of the Girl Scouts.

2:27

และต่อมาได้เป็นซีอีโอของเกิร์ลสเกาต์ส

Here's an athlete I've followed. ลำดับความ

2:30

นี่คือนักกีฬาคนหนึ่งที่ผมติดตามอยู่

ลำดับความ

Here's an athlete I've followed: แนะนำตัวอย่างถัดไป

Here's เป็นรูปย่อของ here is ในประโยคนี้ใช้เพื่อนำเสนอบุคคลใหม่ โดยดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่นักกีฬาและส่งสัญญาณว่าบุคคลนี้จะเป็นตัวอย่างถัดไป ไม่ได้หมายความว่านักกีฬาต้องอยู่ใกล้ ๆ จริง I've followed ใช้อธิบายนักกีฬาและแสดงว่าผู้พูดติดตามผลงานของนักกีฬาคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งประโยคจึงช่วยเปลี่ยนเข้าสู่ตัวอย่างใหม่อย่างราบรื่นและทำให้ผู้ฟังอยากรู้ว่านักกีฬาคนนี้คือใคร

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย Here's an athlete I've followed. มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. เพื่อประกาศว่าการบรรยายกำลังจะจบ
  2. เพื่อแนะนำบุคคลใหม่เป็นตัวอย่างถัดไป
  3. เพื่อบอกว่านักกีฬายืนอยู่ใกล้ ๆ จริง
ดูคำตอบ

เพื่อแนะนำบุคคลใหม่เป็นตัวอย่างถัดไป

He tried some tennis, some skiing, wrestling.

2:32

เขาลองเล่นเทนนิส สกี มวยปล้ำ

His mother was actually a tennis coach,

2:34

ความจริงแล้วแม่ของเขาเป็นโค้ชเทนนิส

but she declined to coach him because he wouldn't return balls normally. การใช้คำ

2:36

แต่เธอปฏิเสธที่จะเป็นโค้ชให้เขา เพราะเขาไม่ยอมตีลูกกลับแบบปกติ

การใช้คำ

declined to coach him: การปฏิเสธที่เป็นทางการและสุขุม

decline to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเลือกที่จะไม่ทำบางสิ่ง โดยทั่วไปมีน้ำเสียงเป็นทางการหรือสุขุม ในที่นี้ declined to coach him หมายถึงเธอไม่รับหน้าที่เป็นโค้ชให้เขา decline ตามด้วย to coach จึงหมายถึง “ปฏิเสธ” ไม่ใช่ “ลดลง” โครงสร้างนี้ช่วยให้เข้าใจการปฏิเสธอย่างสุภาพหรือเป็นกลางในรายงาน ประกาศ และคำพูดที่เลือกใช้อย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ decline เติมประโยคปฏิเสธอย่างเป็นทางการให้สมบูรณ์: The spokesperson ____ comment on the private conversation.

ดูคำตอบ

declined to

การใช้คำ

return balls normally: ตีลูกที่เข้ามากลับไปในเทนนิส

ในกีฬาเทนนิส return a ball หมายถึงตีลูกที่พุ่งมาให้กลับไปทางคู่แข่ง ดังนั้น return balls normally จึงหมายถึงตีลูกกลับด้วยวิธีปกติหรือวิธีที่คาดไว้ในการเล่น ไม่ใช่นำลูกไปคืนในฐานะสิ่งของ normally ขยายวิธีที่ผู้เล่นตีลูกกลับ คำนี้บอกว่าวิธีตีลูกของผู้เล่นผิดไปจากปกติ ไม่ได้หมายความว่ามีการนำลูกไปคืนให้ใครจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทเทนนิส returned the serve ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The player returned the serve with a quick backhand.

  1. นำลูกเทนนิสที่ยืมมาไปคืน
  2. ตีลูกเสิร์ฟของคู่แข่งกลับ
  3. กลับไปที่เส้นเสิร์ฟ
ดูคำตอบ

ตีลูกเสิร์ฟของคู่แข่งกลับ

He kept trying more sports:

2:39

เขายังคงลองกีฬาอื่นๆ อีก:

handball, volleyball, soccer, badminton, skateboarding.

2:40

แฮนด์บอล วอลเลย์บอล ฟุตบอล แบดมินตัน สเก็ตบอร์ด

So, who is this dabbler? การใช้คำ

2:43

แล้วคนชอบลองไปเรื่อยคนนี้คือใคร?

การใช้คำ

this dabbler: คนที่ลองหลายอย่างโดยไม่ได้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

dabbler หมายถึงคนที่สนใจกิจกรรมหนึ่งอย่างหรือหลายอย่าง แต่ไม่ได้ทำอย่างจริงจังหรือลงลึกมากนัก ใน this dabbler คำว่า this ชี้กลับไปยังบุคคลที่เพิ่งถูกอธิบายไป คำถามนี้ใช้คำเรียกแบบหยอกเล็กน้อยเพื่อสร้างความสงสัยว่าบุคคลนั้นเป็นใคร จุดสำคัญคือการลองทำหลายอย่าง ไม่ใช่การกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าบุคคลนั้นไม่มีความสามารถ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ dabbler ในที่นี้มากที่สุด?

  1. คนที่เชี่ยวชาญด้านเดียวในระดับผู้เชี่ยวชาญ
  2. คนที่ลองทำกิจกรรมหลายอย่างโดยไม่ได้เชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง
  3. คนที่หลีกเลี่ยงการลองกิจกรรมที่ไม่คุ้นเคย
ดูคำตอบ

คนที่ลองทำกิจกรรมหลายอย่างโดยไม่ได้เชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง

This is Roger Federer,

2:46

เขาคือ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์

every bit as famous as an adult as Tiger Woods, ไวยากรณ์

2:47

ผู้ซึ่งโด่งดังในวัยผู้ใหญ่ไม่แพ้ไทเกอร์ วูดส์

ไวยากรณ์

every bit as famous ... as Tiger Woods: เน้นว่ามีชื่อเสียงเท่ากันอย่างสมบูรณ์

โครงสร้าง every bit as + คำคุณศัพท์ + as หมายถึง “...เท่ากันอย่างสมบูรณ์” และเน้นว่าระดับเท่ากัน ในที่นี้หมายความว่าเมื่อเป็นผู้ใหญ่ บุคคลนั้นมีชื่อเสียงไม่ด้อยกว่า Tiger Woods เลย ในประโยคนี้ as an adult เป็นวลีบอกช่วงชีวิตที่แทรกอยู่ในโครงสร้างเปรียบเทียบ as ตัวแรกเริ่มส่วน as famous ส่วน as ตัวสุดท้ายใช้บอกคู่เปรียบเทียบคือ Tiger Woods และ every bit ทำหน้าที่เน้นความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย every bit as ... as เพื่อเน้นว่าระดับเท่ากันอย่างสมบูรณ์: The smaller museum is ____ interesting ____ the famous one.

ดูคำตอบ

every bit as · as

and yet even tennis enthusiasts don't usually know anything about his developmental story. ลำดับความ

2:51

แต่ถึงกระนั้น แม้แต่แฟนตัวยงของเทนนิสก็มักไม่ค่อยรู้เรื่องราวพัฒนาการของเขาเลย

ลำดับความ

and yet even: พลิกความคาดหมายและเน้นกลุ่มที่น่าประหลาดใจที่สุด

and yet บอกว่าข้อมูลถัดไปขัดกับสิ่งที่คาดไว้จากข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ yet หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” หรือ “ถึงอย่างนั้น” ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้ยัง...” even เน้นความสนใจไปที่ tennis enthusiasts ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจะรู้มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นการบอกว่าแม้แต่พวกเขาก็ไม่รู้จึงทำให้ข้อเท็จจริงนี้น่าประหลาดใจยิ่งขึ้น เมื่อใช้ร่วมกัน and yet even จะพลิกความคาดหมายก่อน แล้วจึงเน้นกลุ่มที่คาดไม่ถึงที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ and yet even เพื่อพลิกความคาดหมายและเน้นกลุ่มที่น่าประหลาดใจที่สุด

  1. The route is clearly marked, and yet even local hikers sometimes get lost.
  2. The route is clearly marked, and even local hikers know the area well.
  3. The route is clearly marked because even local hikers never get lost.
ดูคำตอบ

The route is clearly marked, and yet even local hikers sometimes get lost.

Why is that?

2:55

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

Well,

2:57

อืม

I think it's partly because the Tiger story is very dramatic, ลำดับความ

2:57

ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องราวของไทเกอร์มันดูมีสีสันมาก

but also because it seems like this tidy narrative that we can extrapolate to anything that we want to be good at in our own lives. การใช้คำ

2:59

แต่ก็เป็นเพราะมันดูเหมือนเป็นเรื่องราวที่ลงตัวที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอะไรก็ตามที่เราอยากเก่งในชีวิตเราเองได้ด้วย

ลำดับความ

it's partly because ... but also because: จัดคำอธิบายด้วยเหตุผลสองข้อ

โครงสร้าง it's partly because ... but also because ... แบ่งคำอธิบายออกเป็นสองเหตุผลที่มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ partly บอกว่าเหตุผลแรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบาย ส่วน but also because เพิ่มเหตุผลที่สอง but ในที่นี้ไม่ได้ลบล้างหรือขัดแย้งกับเหตุผลแรก แต่ช่วยเน้นเหตุผลที่เพิ่มเข้ามา และการกล่าว because ซ้ำทำให้เหตุผลทั้งสองมีโครงสร้างขนานกันและติดตามได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย partly because ... but also because ...: The event succeeded ____ the plan was clear, ____ everyone communicated well.

ดูคำตอบ

partly because · but also because

การใช้คำ

this tidy narrative: เรื่องเล่าที่เป็นระเบียบแต่เรียบง่ายเกินจริง

ในที่นี้ tidy อธิบายวิธีจัดโครงเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นสะอาด this tidy narrative คือเรื่องเล่าหรือคำอธิบายที่แต่ละส่วนเชื่อมกันอย่างเป็นระเบียบ จึงเล่าได้ง่ายและทำให้เชื่อได้ง่าย ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวมีน้ำเสียงสงสัย เพราะความจริงมักซับซ้อนกว่า และเรื่องที่ลงตัวเกินไปอาจละเว้นข้อยกเว้น ความไม่แน่นอน หรือรายละเอียดที่ไม่สะดวกจะกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ this tidy narrative สื่อถึงอะไร?

  1. เรื่องที่สั้นมากและไม่มีบทสรุป
  2. เรื่องที่ลื่นไหลและน่าเชื่อ แต่อาจทำให้ความจริงเรียบง่ายเกินไป
  3. เรื่องเกี่ยวกับการทำความสะอาดและจัดห้อง
ดูคำตอบ

เรื่องที่ลื่นไหลและน่าเชื่อ แต่อาจทำให้ความจริงเรียบง่ายเกินไป

การใช้คำ

can extrapolate to anything: ขยายรูปแบบที่จำกัดออกไปไกลเกินไป

Extrapolate หมายถึงการใช้ตัวอย่าง รูปแบบ หรือชุดข้อมูลที่มีจำกัด เพื่ออนุมานว่าสิ่งใดอาจเป็นจริงนอกขอบเขตที่สังเกตไว้ ในประโยคนี้ narrative เป็นกรรมที่เข้าใจได้จากบริบท โดย can extrapolate to anything หมายถึงผู้คนรู้สึกว่าสามารถขยายบทเรียนจากเรื่องเล่านั้นไปยังแทบทุกทักษะที่ตนอยากพัฒนาได้ นี่เป็นมากกว่าการนำวิธีหนึ่งไปใช้ เพราะเป็นการอนุมานให้กว้างขึ้นจากหลักฐานที่จำกัด และขอบเขตที่กว้างมากของ anything ยังบอกเป็นนัยว่าการเหมารวมอาจไปไกลเกินไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ extrapolating?

  1. ย้ายสินค้าจากคลังหนึ่งไปยังอีกคลังหนึ่ง
  2. ทำตามคู่มือเพื่อใช้งานเครื่องจักร
  3. ใช้ยอดขายเดือนแรกของร้านหนึ่งเพื่อประมาณยอดขายตลอดทั้งปี
ดูคำตอบ

ใช้ยอดขายเดือนแรกของร้านหนึ่งเพื่อประมาณยอดขายตลอดทั้งปี

But it turns out that in many ways golf is a uniquely horrible model of almost everything that humans want to learn. โน้ต

3:06

แต่กลับกลายเป็นว่าในหลายๆ ด้าน กอล์ฟเป็นแบบจำลองที่แย่มากเป็นพิเศษสำหรับเกือบทุกสิ่งที่มนุษย์อยากจะเรียนรู้

ลำดับความ

it turns out that: เกริ่นสิ่งที่ค้นพบภายหลัง

it turns out that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งชัดเจนหลังจากคิดเพิ่มเติม ได้หลักฐาน หรือมีประสบการณ์จริง เนื้อหาข้อเท็จจริงอยู่ในอนุประโยคที่ตามหลัง that และวลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหมุนจริง ๆ ในประโยคนี้ But แสดงความขัดแย้ง ส่วน it turns out that เปลี่ยนจากมุมมองที่คาดไว้ไปเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดค้นพบภายหลังหรือแม่นยำกว่า โครงสร้างนี้จัดลำดับเหตุผลเป็น “ความเข้าใจแรกเริ่ม → ข้อค้นพบที่แก้ไขแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้เกริ่นสิ่งที่ค้นพบภายหลังและไม่คาดคิดให้สมบูรณ์: I expected the museum to be closed, but ____ it stays open until nine.

ดูคำตอบ

it turns out that

การใช้คำ

uniquely horrible model of: ตัวอย่างอ้างอิงที่แย่มากเป็นพิเศษ

ในโครงสร้าง a model of X คำว่า model หมายถึงตัวอย่างหรือกรอบที่ใช้แทน X และใช้คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับ X ผู้พูดกำลังประเมินว่ากอล์ฟเหมาะจะเป็นตัวอย่างอ้างอิงสำหรับทำความเข้าใจการเรียนรู้โดยทั่วไปหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงแบบจำลองย่อส่วนหรือนายแบบนางแบบ Uniquely horrible เป็นการประเมินที่หนักแน่น กอล์ฟไม่ได้เพียงแค่มีข้อบกพร่อง แต่ไม่เหมาะกับบทบาทนี้เป็นพิเศษ ดังนั้นวลีนี้จึงวิจารณ์ว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวชวนให้เข้าใจผิด ไม่ได้เพียงบอกว่ากอล์ฟไม่น่าพอใจ

แบบฝึกหัด

ในข้อโต้แย้งลักษณะนี้ a uniquely horrible model of learning หมายความว่าอย่างไร?

  1. เป็นนายแบบหรือนางแบบที่มีนิสัยไม่น่าพอใจเป็นพิเศษ
  2. เป็นตัวอย่างที่แย่เป็นพิเศษสำหรับใช้คิดว่าผู้คนเรียนรู้อย่างไร
  3. เป็นแบบจำลองย่อส่วนที่ทำขึ้นอย่างแย่ของสิ่งที่ผู้คนต้องการเรียนรู้
ดูคำตอบ

เป็นตัวอย่างที่แย่เป็นพิเศษสำหรับใช้คิดว่าผู้คนเรียนรู้อย่างไร

Golf is the epitome of what the psychologist Robin Hogarth called a kind learning environment. โน้ต

3:11

กอล์ฟคือตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งที่นักจิตวิทยา โรบิน โฮการ์ท เรียกว่า สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เป็นมิตร

การใช้คำ

the epitome of: สิ่งที่สะท้อนได้ชัดเจนและเป็นแบบฉบับที่สุด

The epitome of something หมายถึงคนหรือสิ่งที่แสดงคุณลักษณะสำคัญของบางอย่างได้อย่างครบถ้วนเป็นพิเศษ กล่าวคือเป็น “สิ่งที่สะท้อนลักษณะนั้นได้ชัดเจนหรือเป็นแบบฉบับที่สุด” ไม่ใช่แค่หนึ่งในหลายตัวอย่าง ในประโยคนี้ กอล์ฟถูกนำเสนอว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเป็นพิเศษของ a kind learning environment โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the epitome of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “สิ่งที่สะท้อนได้ชัดเจนและเป็นแบบฉบับที่สุด” ลงในประโยค: Her calm leadership made her ____ professionalism.

ดูคำตอบ

the epitome of

ลำดับความ

what ... called ...: ระบุแหล่งที่มาของคำเรียก

อนุประโยค what the psychologist Robin Hogarth called a kind learning environment ทำหน้าที่เป็นกลุ่มคำนาม ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งหรือประเภทที่...” และ called หมายถึง “อธิบายด้วยชื่อนี้” ไม่ได้หมายถึง “โทรหา” หรือ “ตะโกนเรียก” โครงสร้าง what + แหล่งที่มา + call/called + ชื่อเรียก ใช้ชื่อเรียกเพื่อระบุแนวคิด พร้อมทั้งบอกผู้ฟังว่าถ้อยคำนี้เป็นของใคร โครงสร้างนี้เชื่อมโยงชื่อเรียกกับ Robin Hogarth แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเขาเป็นผู้คิดคำนี้ขึ้นมาเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำคำว่า decision fatigue ได้อย่างถูกต้องและเชื่อมโยงชื่อเรียกนี้กับนักวิจัย?

  1. This is what researchers are called decision fatigue.
  2. This is what call researchers decision fatigue.
  3. This is what researchers call decision fatigue.
ดูคำตอบ

This is what researchers call decision fatigue.

วัฒนธรรม

a kind learning environment: รูปแบบและข้อมูลป้อนกลับที่เชื่อถือได้

ในการจำแนกประเภทนี้ a kind learning environment คือสภาพแวดล้อมที่รูปแบบต่าง ๆ ค่อนข้างคงที่ และการกระทำทำให้ได้รับข้อมูลป้อนกลับที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ การฝึกในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ช่วยให้เห็นว่าอะไรได้ผลและปรับปรุงการลองครั้งต่อไปได้ kind ในที่นี้หมายถึงเอื้อต่อการเรียนรู้ ไม่ได้หมายถึงใจดีหรืออ่อนโยนในเชิงศีลธรรม งานนั้นอาจยังยากอยู่ แต่ประเด็นสำคัญคือประสบการณ์ให้บทเรียนที่เชื่อถือได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของ a kind learning environment?

  1. กฎเปลี่ยนโดยไม่มีการเตือน และต้องรอหลายเดือนจึงจะเห็นผล
  2. กฎยังคงเดิม และทุกครั้งที่ลองจะได้รับข้อมูลป้อนกลับที่รวดเร็วและแม่นยำ
  3. โค้ชเป็นคนใจดี แต่ผู้เล่นไม่เคยรู้ว่าตัวเลือกของตนได้ผลหรือไม่
ดูคำตอบ

กฎยังคงเดิม และทุกครั้งที่ลองจะได้รับข้อมูลป้อนกลับที่รวดเร็วและแม่นยำ

Next steps and goals are clear,

3:15

ก้าวต่อไปและเป้าหมายนั้นชัดเจน

rules are clear and never change.

3:17

กฎก็ชัดเจนและไม่มีวันเปลี่ยน

When you do something,

3:20

เมื่อคุณทำอะไรบางอย่าง

you get feedback that is quick and accurate.

3:21

คุณจะได้รับผลตอบรับที่รวดเร็วและแม่นยำ

Chess also a kind learning environment.

3:24

หมากรุกก็เป็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เป็นมิตรเช่นกัน

On the other end of the spectrum are wicked learning environments, โน้ต

3:26

ในอีกขั้วหนึ่งคือ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่โหดร้าย

ลำดับความ

On the other end of the spectrum: แนะนำขั้วตรงข้าม

On the other end of the spectrum ใช้ย้ายการอภิปรายจากด้านหนึ่งของมาตรวัดเชิงนามธรรมไปยังด้านที่ตรงข้ามกัน spectrum ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสเปกตรัมของแสงตามตัวอักษร แต่หมายถึงช่วงที่ใช้เปรียบเทียบกรณีต่าง ๆ ตามมิติเดียวกันได้ ในตัวอย่าง ผู้พูดวางวลีบอกตำแหน่งไว้ข้างหน้าและใช้การสลับตำแหน่งประธานกับกริยา โดย are อยู่ก่อนประธาน wicked learning environments การเรียงแบบนี้ทำให้หมวดหมู่ที่เพิ่งนำเสนออยู่ท้ายประโยคและกลายเป็นจุดเน้นของข้อมูล

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งเริ่มจากอธิบายโรงเรียนที่มีตารางเวลาตายตัวทั้งหมด ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับแนะนำโรงเรียนที่อยู่ขั้วตรงข้ามบนมาตรวัดความยืดหยุ่นเดียวกัน?

  1. On the other hand, some teachers enjoy planning lessons.
  2. On the other end of the spectrum are schools that let learners plan most of their day.
  3. For example, some schools begin at eight o'clock.
ดูคำตอบ

On the other end of the spectrum are schools that let learners plan most of their day.

วัฒนธรรม

wicked learning environments: กฎและข้อเสนอแนะที่ไม่น่าเชื่อถือ

wicked learning environment คือสภาพแวดล้อมที่กฎ เป้าหมาย หรือความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลที่สำคัญอาจเปลี่ยนไป ส่วนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อาจมาช้า ไม่มีให้ หรือทำให้เข้าใจผิด ดังนั้น การมีประสบการณ์ซ้ำ ๆ จึงไม่ได้ทำให้เรียนรู้บทเรียนที่เชื่อถือได้เสมอไป wicked ในที่นี้หมายถึง “ซับซ้อนและเรียนรู้จากประสบการณ์ได้ยาก” ไม่ได้หมายถึงชั่วร้ายในเชิงศีลธรรม วลีนี้อยู่คนละด้านกับ kind learning environment ซึ่งมีรูปแบบที่คงที่และข้อเสนอแนะที่รวดเร็วแม่นยำ จึงเรียนรู้ได้ง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ wicked learning environment ที่ชัดเจนที่สุด

  1. ตลาดที่สภาพการณ์เปลี่ยนอยู่เสมอและผลของการตัดสินใจอาจไม่ชัดเจนไปอีกหลายปี
  2. ปริศนาที่มีกฎตายตัวและแสดงคำตอบหลังจากลองทุกครั้ง
  3. กีฬาที่มีกฎคงที่และได้รับคำแนะนำทันทีหลังฝึกทุกครั้ง
ดูคำตอบ

ตลาดที่สภาพการณ์เปลี่ยนอยู่เสมอและผลของการตัดสินใจอาจไม่ชัดเจนไปอีกหลายปี

where next steps and goals may not be clear,

3:29

ซึ่งก้าวต่อไปและเป้าหมายอาจไม่ชัดเจน

rules may change,

3:32

กฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้

you may or may not get feedback when you do something, ไวยากรณ์

3:34

คุณอาจจะได้รับหรือไม่ได้รับผลตอบรับเมื่อทำอะไรลงไป

ไวยากรณ์

may or may not get feedback: เปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้

may or may not + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบโดยไม่ระบุว่าแบบใดจะเกิดขึ้น ใน may or may not get feedback คำว่า get ใช้ร่วมกับทั้ง may และ may not กล่าวคือ ข้อเสนอแนะอาจมาหรืออาจไม่มาก็ได้ โครงสร้างนี้แสดงความไม่แน่นอน ไม่ได้แสดงการอนุญาต และไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ทั้งสองมีโอกาสเกิดเท่ากันพอดี

แบบฝึกหัด

ใช้ may or may not และกริยา receive เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The company cannot promise a reply, so you ____ an email after you apply.

ดูคำตอบ

may or may not receive

it may be delayed,

3:36

มันอาจจะล่าช้า

it may be inaccurate.

3:37

มันอาจจะไม่แม่นยำ

Which one of these sounds like the world we're increasingly living in? ลำดับความ

3:38

อันไหนที่ฟังดูเหมือนโลกที่เรากำลังอาศัยอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ?

ลำดับความ

Which one of these sounds like... ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ชี้นำ

Which one of these ทำให้ทางเลือกที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากลายเป็นคำถามที่ต้องเลือกอย่างชัดเจน ในที่นี้ sounds like หมายถึง “ดูคล้ายเมื่อพิจารณาจากคำบรรยาย” ไม่ได้หมายถึงมีเสียงเหมือนกันจริง ๆ คำถามนี้โดยหลักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ชี้นำผู้ฟัง ผู้พูดให้ผู้ฟังนำการเปรียบเทียบก่อนหน้าไปใช้กับโลกจริง แล้วใช้คำตอบที่ผู้ฟังอนุมานได้เพื่อเดินหน้าข้อโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

คำถามนี้มีหน้าที่หลักอะไรในข้อโต้แย้ง

  1. ชี้นำให้ผู้ฟังนำการเปรียบเทียบก่อนหน้าไปใช้กับโลกจริง
  2. ขอคำจำกัดความอย่างเป็นทางการของแต่ละตัวเลือก
  3. ถามว่าตัวเลือกใดทำให้เกิดเสียงจริง
ดูคำตอบ

ชี้นำให้ผู้ฟังนำการเปรียบเทียบก่อนหน้าไปใช้กับโลกจริง

So,

3:41

ดังนั้น

if hyperspecialization isn't always the trick in a wicked world, โน้ต

3:41

หากการเชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบสุดโต่งไม่ใช่เคล็ดลับเสมอไปในโลกที่โหดร้าย

การใช้คำ

hyperspecialization isn't always the trick: ข้อความที่จำกัดขอบเขต

Hyperspecialization หมายถึงการจำกัดความเชี่ยวชาญของตนไว้ในสาขาที่แคบมาก the trick เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงวิธีการหรือแนวคิดสำคัญที่ทำให้สิ่งหนึ่งสำเร็จ ไม่ได้หมายถึงการแสดงมายากล isn't always วางการปฏิเสธไว้ที่ always หมายความว่าการเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างสุดขั้วอาจได้ผลในบางครั้ง แต่ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องในทุกสถานการณ์ที่ยากหรือคาดเดาไม่ได้ และไม่ได้หมายถึง never works

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ “hyperspecialization isn't always the trick” ได้ดีที่สุด

  1. Hyperspecialization fails in every possible situation.
  2. Hyperspecialization can help in some cases, but it is not the best approach in every case.
  3. Hyperspecialization is a magic performance done by experts.
ดูคำตอบ

Hyperspecialization can help in some cases, but it is not the best approach in every case.

วัฒนธรรม

in a wicked world: ความซับซ้อน ไม่ใช่ความชั่วร้ายทางศีลธรรม

ในการอภิปรายนี้ in a wicked world ขยายแนวคิดเรื่องสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบ “wicked” ไปสู่ชีวิตจริงนอกบริบทการฝึกฝน คำนี้บรรยายโลกที่กฎอาจเปลี่ยนไป ข้อมูลป้อนกลับอาจล่าช้าหรือไม่น่าเชื่อถือ และผลลัพธ์คาดเดาได้ยาก ในที่นี้ wicked เป็นคำเรียกเชิงวิชาการหรือเชิงเปรียบเทียบสำหรับสภาพแวดล้อมที่จับแบบแผนได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าโลกหรือผู้คนในโลกชั่วร้ายทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายนี้ in a wicked world หมายความว่าอย่างไร?

  1. สถานที่ที่ผู้คนปฏิเสธการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  2. โลกแฟนตาซีที่ทุกคนเป็นคนชั่ว
  3. สภาพแวดล้อมในชีวิตจริงที่กฎเปลี่ยนแปลง ข้อมูลป้อนกลับไม่น่าเชื่อถือ และผลลัพธ์คาดเดาไม่ได้
ดูคำตอบ

สภาพแวดล้อมในชีวิตจริงที่กฎเปลี่ยนแปลง ข้อมูลป้อนกลับไม่น่าเชื่อถือ และผลลัพธ์คาดเดาไม่ได้

what is?

3:44

แล้วอะไรล่ะคือเคล็ดลับ?

That can be difficult to talk about วลี

3:46

เรื่องนั้นอาจจะพูดถึงได้ยาก

วลี

can be difficult to talk about: หัวข้อที่พูดถึงได้ยาก

That can be difficult to talk about หมายถึง “การพูดถึงเรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องยาก” ประธาน That ระบุหัวข้อ และ about ที่อยู่ท้ายประโยคชี้กลับไปยังหัวข้อเดียวกัน โครงสร้างคือ หัวข้อ + can be difficult + to talk about ต้องคง about ไว้ เพราะ talk about หมายถึง “พูดถึง” ส่วน can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าหัวข้อนั้นยากเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตัวหัวข้อเองอาจพูดถึงได้ยาก?

  1. The experience can be difficult to talk about.
  2. The coach can be difficult to talk to.
  3. After the surgery, he can find it difficult to talk.
ดูคำตอบ

The experience can be difficult to talk about.

because sometimes it looks like meandering or zigzagging or keeping a broader view. สำนวน

3:47

เพราะบางครั้งมันดูเหมือนการเดินเตร็ดเตร่ การไปแบบคดเคี้ยว หรือการรักษามุมมองที่กว้างขึ้นไว้

สำนวน

it looks like meandering or zigzagging: อุปมาของเส้นทางที่ไม่เป็นเส้นตรง

meandering และ zigzagging ตามความหมายตรงตัวบรรยายการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ไม่ตรงหรือเปลี่ยนทิศทางซ้ำ ๆ ในที่นี้ทั้งสองคำเป็นอุปมาเรื่องเส้นทาง ใช้บรรยายการเรียน การทำงาน หรือการพัฒนาตนเองที่ไม่ได้เดินหน้าเป็นเส้นตรงเพียงเส้นเดียว it looks like ทำให้ข้อความนี้เป็นเพียงภาพที่เห็นหรือการตัดสินของคนอื่น การสำรวจหลายทางอาจดูเหมือนไร้ทิศทางหรือเปลี่ยนไปมาบ่อย แม้จริง ๆ แล้วจะมีจุดมุ่งหมายก็ตาม

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายเชิงอุปมาของ meandering or zigzagging มากที่สุด

  1. คนเดินเท้าคนหนึ่งใช้ถนนเส้นตรงเส้นเดิมกลับบ้านทุกวัน
  2. ผู้เรียนคนหนึ่งทำตามแผนเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ
  3. ผู้เรียนคนหนึ่งสำรวจหลายวิชาก่อนเลือกหนึ่งวิชา จึงทำให้เส้นทางดูไม่ตรง
ดูคำตอบ

ผู้เรียนคนหนึ่งสำรวจหลายวิชาก่อนเลือกหนึ่งวิชา จึงทำให้เส้นทางดูไม่ตรง

It can look like getting behind. การใช้คำ

3:51

มันอาจดูเหมือนการตามหลังคนอื่น

การใช้คำ

getting behind: เริ่มตามหลังด้านความก้าวหน้า

getting behind ในที่นี้หมายถึงการเริ่มมีความก้าวหน้าช้ากว่ากำหนด ความเร็วที่คาดไว้ หรือคนอื่น behind เป็นตำแหน่งเชิงนามธรรมของความก้าวหน้า ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ get เน้นการเปลี่ยนสภาวะ คือจากที่ตามทันกลายเป็นเริ่มตามไม่ทัน it can look like แสดงว่าการตามหลังนี้อาจเป็นเพียงภาพที่เห็นหรือการตีความ ไม่ใช่การยืนยันว่าคนนั้นจะตามหลังตลอดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ getting behind ในความหมายว่าความก้าวหน้าเริ่มตามหลัง

  1. After missing two lessons, Maya started getting behind in math.
  2. The players are getting behind their new captain.
  3. Maya is getting behind the curtain for the photo.
ดูคำตอบ

After missing two lessons, Maya started getting behind in math.

But if we look at research on technological innovation, ลำดับความ

3:53

แต่ถ้าเราดูงานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

ลำดับความ

if we look at research on...: เปลี่ยนไปใช้หลักฐานการวิจัย

ในประโยคนี้ if we look at research on... หมายถึง “ถ้าเราตรวจสอบหรืออ้างอิงงานวิจัยเกี่ยวกับ...” ตรงนี้ look at ไม่ได้หมายถึงการมองผ่าน ๆ แต่หมายถึงการพิจารณาหลักฐานจากงานวิจัยที่มีอยู่ กรอบประโยคนี้ช่วยจัดลำดับการให้เหตุผล โดยพาผู้ฟังจากความรู้สึกหรือกรณีตัวอย่างไปสู่หลักฐานการวิจัยอย่างเป็นระบบ และเตรียมให้พร้อมรับใจความหลักที่บอกว่างานวิจัยพบอะไร หัวข้อวิจัยวางหลัง on

แบบฝึกหัด

ในประโยค “If we look at research on sleep, we find a clear pattern,” กรอบช่วงต้นทำหน้าที่อะไร?

  1. จบการให้เหตุผลโดยไม่บอกผลการวิจัยใด ๆ
  2. อธิบายการมองคำที่พิมพ์อยู่ในงานวิจัยเพียงครู่เดียว
  3. เปลี่ยนการอภิปรายจากความรู้สึกไปสู่หลักฐานการวิจัย
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการอภิปรายจากความรู้สึกไปสู่หลักฐานการวิจัย

it shows that increasingly the most impactful patents are authored by teams that include individuals who have worked across a large number of different technology classes โน้ต

3:55

มันแสดงให้เห็นว่าสิทธิบัตรที่ส่งผลกระทบมากที่สุดในปัจจุบัน มักถูกคิดค้นโดยทีมงานที่มีบุคคลผู้เคยทำงานข้ามสายเทคโนโลยีมาแล้วหลากหลายรูปแบบ

ลำดับความ

it shows that: เชื่อมหลักฐานเข้ากับข้อค้นพบ

ตรงนี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงงานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน shows that ใช้นำเสนอข้อค้นพบที่งานวิจัยนั้นสนับสนุน ดังนั้น it จึงไม่ใช่คำสรรพนามที่ไม่มีสิ่งอ้างอิงหรือไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร โครงสร้างนี้เชื่อมแหล่งหลักฐานเข้ากับข้อสรุป โดยกล่าวถึงแหล่งที่มาก่อน แล้วใช้ it shows that + อนุประโยคเพื่อบอกผล ผู้อ่านหรือผู้ฟังควรระบุได้ชัดเจนว่า it หมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

The report summarizes 500 responses. ข้อความใดต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อรายงานข้อค้นพบของรายงาน?

  1. It shows to most respondents want shorter meetings.
  2. It shows that most respondents want shorter meetings.
  3. It shows most respondents that want shorter meetings.
ดูคำตอบ

It shows that most respondents want shorter meetings.

วลี

have worked across ... technology classes: ประสบการณ์ที่ครอบคลุมหลายหมวดหมู่

เมื่อใช้ work across กับกลุ่มสาขาหรือหมวดหมู่ จะหมายถึงการมีประสบการณ์ทำงานที่ครอบคลุมหลายด้าน แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงด้านเดียว ในที่นี้ a large number of different technology classes หมายถึงหมวดหมู่การจำแนกเทคโนโลยีสิทธิบัตรที่แตกต่างกันจำนวนมาก ไม่ใช่วิชาเทคโนโลยีในโรงเรียน Have worked เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมประสบการณ์ที่สะสมในอดีตเข้ากับบทบาทปัจจุบันของบุคคลเหล่านี้ในทีม

แบบฝึกหัด

ใช้ work across ในรูป present perfect เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya ____ several areas of renewable energy, so she understands both design and policy.

ดูคำตอบ

has worked across

and often merge things from different domains. วลี

4:03

และมักจะผสานสิ่งต่างๆ จากหลากหลายแขนงเข้าด้วยกัน

วลี

merge things from different domains: ผสานสิ่งจากต่างสาขา

Merge things from different domains หมายถึงการนำแนวคิด วิธีการ เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีจากสาขาที่แยกกันมารวมกันจนเกิดเป็นองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันได้ Merge สื่อถึงการผสานอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่วางส่วนต่าง ๆ ไว้ข้างกัน From different domains บอกว่าสิ่งเหล่านั้นมาจากที่ใด ไม่ได้ทำให้ merge from กลายเป็น phrasal verb ในบริบทของนวัตกรรมนี้ domains หมายถึงสาขาความรู้หรือการทำงาน ไม่ใช่ชื่อโดเมนบนอินเทอร์เน็ต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเวิร์กช็อปนำแนวคิดจากสองสาขามาผสานกัน

  1. The workshop asks us to list ideas from art and engineering.
  2. The workshop asks us to keep ideas from art and engineering separate.
  3. The workshop asks us to merge ideas from art and engineering.
ดูคำตอบ

The workshop asks us to merge ideas from art and engineering.

Someone whose work I've admired

4:06

คนหนึ่งที่ผมชื่นชมผลงานของเขา

who was sort of on the forefront of this, วลี

4:08

ผู้ซึ่งเป็นเหมือนผู้นำในเรื่องนี้

วลี

sort of on the forefront of this: กล่าวแบบไม่ฟันธงว่าอยู่ในแนวหน้า

ในที่นี้ on the forefront of this กล่าวถึงบุคคลนั้นว่าอยู่ใกล้แนวหน้าของพัฒนาการที่กำลังพูดถึง คือเป็นหนึ่งในคนที่เริ่มสำรวจ ใช้ หรือผลักดันสิ่งนั้นตั้งแต่ช่วงแรก sort of เป็นคำช่วยลดความหนักแน่น หมายถึง “ในแง่หนึ่ง” หรือ “ในระดับหนึ่ง” จึงทำให้ข้อความเป็นการประเมินโดยประมาณ ไม่ใช่คำยืนยันอย่างเด็ดขาดว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บุกเบิกชั้นนำอย่างไม่มีข้อสงสัย

แบบฝึกหัด

การตีความใดรักษาทั้งความหมายเชิงเปรียบเทียบและน้ำเสียงที่ลดความหนักแน่นของ sort of on the forefront of this ได้ดีที่สุด

  1. บุคคลนั้นเป็นผู้นำเพียงคนเดียวของพัฒนาการดังกล่าวอย่างไม่มีข้อสงสัย
  2. อาจมองได้อย่างสมเหตุสมผลว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ใกล้แนวหน้าของพัฒนาการดังกล่าว
  3. บุคคลนั้นยืนอยู่หน้าสุดของแถวจริง ๆ
ดูคำตอบ

อาจมองได้อย่างสมเหตุสมผลว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ใกล้แนวหน้าของพัฒนาการดังกล่าว

is a Japanese man named Gunpei Yokoi.

4:09

คือชายชาวญี่ปุ่นชื่อ กุนเป โยโคอิ

Yokoi didn't score well in his electronics exams at school,

4:11

โยโคอิทำคะแนนสอบวิชาอิเล็กทรอนิกส์ที่โรงเรียนได้ไม่ดีนัก

so he had to settle for a low-tier job as a machine maintenance worker at a playing card company in Kyoto. โน้ต

4:14

เขาเลยต้องจำใจทำงานระดับล่างเป็นพนักงานซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่บริษัทไพ่แห่งหนึ่งในเกียวโต

วลี

had to settle for a low-tier job: ต้องยอมรับงานที่น่าพอใจน้อยกว่า

settle for something หมายถึงยอมรับสิ่งหนึ่งเพราะตัวเลือกที่ต้องการหรือคาดหวังไว้ไม่มีให้เลือก แม้ว่าผลที่ได้จะน่าพอใจน้อยกว่า วลีนี้มีความหมายของการยอมประนีประนอม ไม่ใช่เพียงการเลือกอย่างเป็นกลาง ใน had to settle for a low-tier job คำว่า had to เพิ่มความหมายว่ามีแรงกดดันจากภายนอกหรือไม่มีทางเลือก ส่วน low-tier บอกว่างานนั้นมีสถานะหรือระดับต่ำกว่า ในโครงสร้างนี้ settle ไม่ได้หมายถึง “ตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ยอมรับตัวเลือกที่น่าพอใจน้อยกว่า”: The hotel had no double rooms left, so we had to ____ a twin room.

ดูคำตอบ

settle for

วัฒนธรรม

playing card company: ธุรกิจยุคแรกของ Nintendo

playing card company คือบริษัทที่ผลิตหรือจำหน่ายไพ่จริงที่ใช้เล่นเกม ในเรื่องนี้ วลีดังกล่าวบอกถึงธุรกิจในยุคแรกของ Nintendo ไม่ใช่บริษัทที่ออกบัตรเครดิต และไม่ใช่บริษัทที่มุ่งเน้นวิดีโอเกมสมัยใหม่อยู่แล้ว ข้อมูลพื้นหลังนี้ช่วยปูให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง การขยับจากไพ่ไปสู่ของเล่นและเกมรูปแบบใหม่ถือเป็นการเปลี่ยนธุรกิจครั้งใหญ่

แบบฝึกหัด

playing card company หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. บริษัทที่ผลิตหรือจำหน่ายไพ่จริงที่ใช้เล่นเกม
  2. ธนาคารที่ออกบัตรเครดิต
  3. บริษัทที่ผลิตแต่เครื่องเล่นวิดีโอเกมสมัยใหม่
ดูคำตอบ

บริษัทที่ผลิตหรือจำหน่ายไพ่จริงที่ใช้เล่นเกม

He combined some well-known technology from the calculator industry with some well-known technology from the credit card industry and made handheld games. โน้ต

4:19

เขาได้ผสมผสานเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมเครื่องคิดเลขเข้ากับเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมบัตรเครดิตและสร้างเครื่องเล่นเกมแบบพกพาขึ้นมา

วลี

combined ... with ...: โครงสร้าง combine A with B

โครงสร้าง combine A with B หมายถึงการนำ A และ B มารวมกันเพื่อให้ทำงานร่วมกันหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ A คือเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมเครื่องคิดเลข และ B คือเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมบัตรเครดิต ส่วนที่ตามหลัง with คือองค์ประกอบที่สองของการผสมผสาน ไม่ใช่ข้อมูลเสริม โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายนวัตกรรม เพราะองค์ประกอบที่เป็นที่รู้จักจากต่างสาขาสามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ได้ Combined เป็นรูปอดีต และ and made handheld games บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง combine A with B ในรูปอดีต: The engineer ____ solar technology ____ a simple filtration system to create a low-cost water pump.

ดูคำตอบ

combined · with

การใช้คำ

made handheld games: handheld ในฐานะคำคุณศัพท์บอกลักษณะผลิตภัณฑ์

ใน made handheld games คำว่า made หมายถึง “ผลิต” ส่วน handheld ใช้ขยาย games ในบริบททางเทคโนโลยีและธุรกิจนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงเขาผลิตเกมอิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้ถือไว้ในมือขณะเล่น handheld ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้าคำนาม เช่น handheld console หรือ handheld scanner ไม่ใช่โครงสร้างประโยคแบบถูกกระทำที่หมายถึงมีคนจับมือไว้

แบบฝึกหัด

made handheld games ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผลิตเกมแบบพกพาที่ออกแบบมาให้ถือไว้ขณะเล่น
  2. ถือเกมหลายเกมไว้ในมือ
  3. ทำให้เกมใช้ได้เฉพาะบนโทรศัพท์มือถือ
ดูคำตอบ

ผลิตเกมแบบพกพาที่ออกแบบมาให้ถือไว้ขณะเล่น

And it turned this playing card company, วลี

4:26

และนั่นได้พลิกโฉมบริษัทไพ่แห่งนี้

which was founded in a wooden storefront in the 19th century,

4:28

ซึ่งก่อตั้งขึ้นในร้านห้องแถวไม้เมื่อศตวรรษที่ 19

into a toy and game operation.

4:32

ให้กลายเป็นธุรกิจของเล่นและเกม

วลี

turned ... into a toy and game operation: turn A into B ที่ถูกคั่นด้วยอนุประโยคขยาย

Turn A into B หมายถึง “ทำให้ A กลายเป็น B” ในประโยคนี้ A คือ this playing card company และ B คือ a toy and game operation ดังนั้นประโยคจึงกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจของบริษัท อนุประโยคขยาย which was founded in a wooden storefront in the 19th century ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ A เมื่อตัดส่วนนี้ออกชั่วคราว จะเห็นโครงสร้างหลักว่า it turned this playing card company into a toy and game operation โดย operation ในที่นี้หมายถึงบริษัทหรือกิจการทางธุรกิจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้าง turn A into B: The renovation ____ the old station ____ a community center.

ดูคำตอบ

turned · into

You may have heard of it,

4:33

คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้

it's called Nintendo.

4:34

มันชื่อว่า นินเทนโด

His magnum opus was the Game Boy. การใช้คำ

4:35

ผลงานชิ้นเอกของเขาคือ เกมบอย

การใช้คำ

magnum opus: ผลงานที่เป็นตัวแทนสูงสุดของผู้สร้างสรรค์

magnum opus เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงผลงานที่สำคัญที่สุดหรือเป็นตัวแทนมากที่สุดในอาชีพหรือผลงานทั้งหมดของบุคคลหนึ่ง ในประโยคนี้ Game Boy ถูกนำเสนอว่าเป็นผลงานเด่นที่นิยามเส้นทางอาชีพของเขา ไม่ใช่แค่โครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ ให้เข้าใจสองคำนี้เป็นสำนวนเดียวที่หมายถึงผลงานชิ้นเอกหรือผลงานที่สำคัญที่สุด ไม่ควรเดาความหมายจากภาษาละตินทีละคำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ magnum opus ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I finished three small chores, and each one is my magnum opus.
  2. Please put the magnum opus next to the forks.
  3. The symphony is widely regarded as the composer's magnum opus.
ดูคำตอบ

The symphony is widely regarded as the composer's magnum opus.

We probably don't make as many of those people as we could ไวยากรณ์

4:38

เราอาจไม่ได้สร้างคนแบบนั้นออกมามากเท่าที่เราจะทำได้

ไวยากรณ์

make as many of those people as we could: พัฒนาคนแบบนั้นให้ได้มากที่สุด

ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึงผลิตมนุษย์ แต่หมายถึงช่วยหล่อหลอมหรือพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะที่ those people ได้กล่าวถึงไว้แล้ว บริบทต้องบอกให้รู้ว่าหมายถึงคนประเภทใด โครงสร้าง as many + คำนามนับได้พหูพจน์ + as we could กำหนดจำนวนสูงสุดที่เป็นไปได้ เพราะประโยคมี probably don't จึงหมายความว่าจำนวนจริงน่าจะต่ำกว่าจำนวนที่พวกเขามีความสามารถหรือโอกาสจะพัฒนาได้ หลัง could ละคำกริยา make ที่ซ้ำออกไป รูปเต็มคือ as we could make

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกปริมาณ as ... as ให้สมบูรณ์: The program tries to train ____ volunteers ____ it can before summer.

ดูคำตอบ

as many · as

because we don't tend to incentivize anything that doesn't look like a head start or specialization. ไวยากรณ์

4:41

เพราะเรามักจะไม่ให้รางวัลตอบแทนกับสิ่งใดก็ตามที่ดูไม่เหมือนการเริ่มต้นที่เร็วกว่าหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ไวยากรณ์

don't tend to incentivize anything that doesn't look like ...: อธิบายสิ่งที่ระบบมักให้รางวัล

Don't tend to หมายถึง “โดยทั่วไปมักไม่ทำ” จึงบอกแนวโน้มโดยรวมที่ยังมีข้อยกเว้นได้ Incentivize หมายถึงทำให้พฤติกรรมหรือทางเลือกน่าสนใจขึ้นด้วยรางวัล ผลประโยชน์ หรือการออกแบบระบบ Anything that doesn't look like X หมายถึงสิ่งใดก็ตามที่ดูไม่เข้ากับหรือไม่เหมือนรูปแบบ X ที่ได้รับการยอมรับ ในที่นี้ look like หมายถึงความคล้ายกับรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก โดยรวมแล้ว ระบบมักไม่ให้รางวัลแก่เส้นทางที่ไม่เหมือนการได้เปรียบตั้งแต่ต้นหรือการมุ่งเฉพาะทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความระบบที่อธิบายด้วย don't tend to incentivize anything that doesn't look like ... ได้ดีที่สุด

  1. ระบบมักไม่ให้รางวัลแก่แนวทางที่อยู่นอกรูปแบบที่ระบบคุ้นเคย
  2. ระบบห้ามแนวทางที่แตกต่างทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
  3. ระบบไม่สามารถมองเห็นแนวทางใด ๆ ด้วยสายตา
ดูคำตอบ

ระบบมักไม่ให้รางวัลแก่แนวทางที่อยู่นอกรูปแบบที่ระบบคุ้นเคย

And naturally,

4:46

และแน่นอน

I think there are as many ways to succeed as there are people, ไวยากรณ์

4:47

ผมคิดว่าหนทางสู่ความสำเร็จมีมากพอๆ กับจำนวนผู้คน

ไวยากรณ์

there are as many ways to succeed as there are people: เน้นความหลากหลาย

โครงสร้าง there are as many A as there are B ใช้เปรียบเทียบจำนวนของ A กับจำนวนของ B โดย there are แรกนำเสนอ ways และ there are ที่สองนำเสนอกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบคือ people จึงไม่ใช่การพูดซ้ำที่ไม่จำเป็น ในประโยคนี้ การเปรียบเทียบเป็นการเน้นเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การนับอย่างแม่นยำ ความสำเร็จอาจมีรูปแบบต่างกันสำหรับแต่ละคน สามารถนำโครงสร้าง There are as many X as there are Y ไปใช้เพื่อเน้นความหลากหลายอย่างชัดเจนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบที่เน้นความหลากหลายให้สมบูรณ์: There are ____ approaches to the problem ____ there are people in the room.

ดูคำตอบ

as many · as

but I think we tend to only incentivize and encourage the Tiger path, สำนวน

4:50

แต่ผมคิดว่าเรามักจะให้รางวัลและส่งเสริมแต่เส้นทางแบบไทเกอร์

สำนวน

the Tiger path: อุปมาแทนการเชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ

ในประโยคนี้ the Tiger path เป็นป้ายชื่อเชิงอุปมาที่สร้างจากเรื่องของ Tiger Woods หมายถึงเส้นทางการพัฒนาที่คนคนหนึ่งเริ่มตั้งแต่อายุน้อยมาก เลือกสาขาหลักตั้งแต่เนิ่น ๆ และฝึกฝนในสาขานั้นอย่างเข้มข้น คำว่า path ในที่นี้หมายถึงเส้นทางชีวิตหรืออาชีพ ไม่ใช่ทางเดินจริง ๆ ป้ายชื่อสั้น ๆ นี้ย่อเรื่องของ Tiger Woods ที่เล่าก่อนหน้าให้เป็นรูปแบบที่จำง่าย ผู้พูดบอกว่าสังคมมักให้รางวัลและส่งเสริมเฉพาะรูปแบบนี้

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยายนี้ the Tiger path หมายถึงอะไร

  1. เดินตามทางจริงที่เสือใช้
  2. เริ่มตั้งแต่อายุน้อยมากและเชี่ยวชาญสาขาหนึ่งตั้งแต่เนิ่น ๆ
  3. ลองหลายสาขาก่อนแล้วจึงเชี่ยวชาญในภายหลัง
ดูคำตอบ

เริ่มตั้งแต่อายุน้อยมากและเชี่ยวชาญสาขาหนึ่งตั้งแต่เนิ่น ๆ

when increasingly in a wicked world,

4:54

ทั้งที่ในโลกที่โหดร้ายขึ้นทุกวัน

we need people who travel the Roger path as well. สำนวน

4:55

เราต้องการคนที่เดินในเส้นทางแบบโรเจอร์ด้วยเช่นกัน

สำนวน

the Roger path: สำรวจอย่างกว้างขวางก่อนเชี่ยวชาญเฉพาะทางในภายหลัง

ในประโยคนี้ the Roger path เป็นป้ายชื่อเชิงอุปมาที่สร้างจากเรื่องของ Roger Federer หมายถึงเส้นทางการพัฒนาที่คนคนหนึ่งลองทำกิจกรรมหรือสำรวจหลายสาขาก่อน แล้วจึงเลือกเชี่ยวชาญเฉพาะทางในภายหลัง คำว่า path ในที่นี้หมายถึงเส้นทางชีวิตหรืออาชีพ ส่วน travel the ... path หมายถึงการทำตามหรือผ่านกระบวนการพัฒนาแบบนั้น คำว่า as well นำรูปแบบนี้มาเพิ่มไว้ข้าง the Tiger path ซึ่งเน้นการเชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่น ๆ แสดงว่าผู้พูดเชื่อว่าสังคมต้องการคนทั้งสองแบบ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย the Roger path ได้ดีที่สุด

  1. สำรวจหลายกิจกรรมหรือหลายสาขาก่อนเชี่ยวชาญเฉพาะทางในภายหลัง
  2. เดินตามเส้นทางจริงที่ Roger เคยใช้
  3. เชี่ยวชาญในสาขาหนึ่งตั้งแต่อายุน้อยมาก
ดูคำตอบ

สำรวจหลายกิจกรรมหรือหลายสาขาก่อนเชี่ยวชาญเฉพาะทางในภายหลัง

Or as the eminent physicist and mathematician and writer Freeman Dyson put it, ลำดับความ

4:58

หรือดังที่นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ และนักเขียนผู้มีชื่อเสียง ฟรีแมน ไดสัน ได้กล่าวไว้ว่า

ลำดับความ

Or as ... put it: การเกริ่นถ้อยคำของผู้อื่น

Or as X put it หมายถึง “หรือถ้าพูดด้วยคำของ X” ในที่นี้ put it หมายถึง “ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ได้หมายถึง “วางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง” โครงสร้างนี้จัดให้ข้อความถัดไปเป็นอีกวิธีหนึ่งในการกล่าวความคิดก่อนหน้า การเอ่ยชื่อ Freeman Dyson พร้อมคุณวุฒิช่วยเพิ่มน้ำหนักให้คำอ้างและเสริมประเด็นของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ตอนนี้ผู้พูดอ้างคำของ Maya เพื่อกล่าวประเด็นเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบ จงเติมประโยคด้วยโครงสร้างอ้างคำพูด Or as ... put it: ____, "A clear plan saves time."

ดูคำตอบ

Or as Maya put it

"For a healthy ecosystem, สำนวน

5:03

"เพื่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์แข็งแรง

we need both birds and frogs. สำนวน

5:04

เราต้องการทั้งนกและกบ

สำนวน

a healthy ecosystem: คำเปรียบเทียบถึงระบบที่หลากหลายและสมดุล

ตามความหมายตรง ecosystem คือชุมชนของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของพวกมัน ในคำอ้างนี้ a healthy ecosystem เป็นคำเปรียบเทียบถึงสาขาหรือชุมชนที่ประกอบด้วยผู้คนและบทบาทหลากหลายแบบ healthy หมายความว่าส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นสามารถอยู่ร่วมกันและช่วยพยุงระบบทั้งหมดได้ ภาพของนกและกบที่ตามมาทำให้แนวคิดนามธรรมเป็นรูปธรรม กล่าวคือ ระบบที่แข็งแรงต้องการความหลากหลาย ไม่ใช่เพียงประเภทเดียว

แบบฝึกหัด

a healthy ecosystem ในคำอ้างนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าอย่างไร?

  1. ชุมชนที่แข็งแรงขึ้นจากผู้คนหลากหลายแบบซึ่งช่วยเติมเต็มกัน
  2. กลุ่มที่ทุกคนคิดและทำงานเหมือนกันทุกอย่าง
  3. ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่มีเพียงนกและกบ
ดูคำตอบ

ชุมชนที่แข็งแรงขึ้นจากผู้คนหลากหลายแบบซึ่งช่วยเติมเต็มกัน

สำนวน

both birds and frogs: บทบาทการคิดสองแบบที่เสริมกัน

ในที่นี้ birds และ frogs เป็นชื่อเชิงเปรียบเทียบแทนวิธีคิดสองแบบที่เสริมกัน Birds หมายถึงคนที่มองภาพรวมจากมุมสูงและเชื่อมโยงข้อมูล ส่วน frogs หมายถึงคนที่อยู่ใกล้งานจริงและสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงสัตว์จริง ๆ โครงสร้าง both A and B เน้นว่าต้องรวมทั้งสองฝ่าย ผู้พูดกำลังบอกว่ากลุ่มหนึ่งต้องการคนคิดทั้งสองแบบ ไม่ใช่ให้แบบหนึ่งมาแทนอีกแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในอุปมานี้ we need both birds and frogs หมายความว่าอะไร?

  1. เราควรเลือกคนที่ใส่ใจรายละเอียดแทนคนที่มองภาพรวม
  2. เราต้องการทั้งคนที่มองภาพรวมและคนที่ใส่ใจรายละเอียด
  3. เราต้องดูแลสัตว์สองชนิด
ดูคำตอบ

เราต้องการทั้งคนที่มองภาพรวมและคนที่ใส่ใจรายละเอียด

Frogs are down in the mud seeing all the granular details. โน้ต

5:06

กบอยู่เบื้องล่างในโคลนตมมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมด

สำนวน

down in the mud: มุมมองระยะใกล้ต่อรายละเอียด

down in the mud สร้างภาพกบที่อยู่ในตำแหน่งต่ำและมองสิ่งต่าง ๆ จากระยะใกล้ ในข้อความนี้ ภาพดังกล่าวแทนการอยู่ใกล้งานจริงและมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่การบรรยายเรื่องโคลนตามตัวอักษร ตำแหน่งนี้ยังช่วยสร้างความต่างจากมุมมองที่สูงกว่าของ birds กบมองเห็นรายละเอียดที่อยู่ใกล้ได้ชัดเจน แต่จากตำแหน่งนั้นอาจมองภาพรวมได้ยากกว่า

แบบฝึกหัด

ในอุปมาของประโยคนี้ down in the mud บอกอะไรเกี่ยวกับ frogs?

  1. พวกมันเป็นสัตว์ที่ติดอยู่ในโคลนหลังฝนตกจริง ๆ
  2. พวกมันหลีกเลี่ยงข้อมูลจริงและคาดเดาแบบกว้าง ๆ เท่านั้น
  3. พวกมันอยู่ใกล้งานจริงและสังเกตรายละเอียดเล็กมากได้
ดูคำตอบ

พวกมันอยู่ใกล้งานจริงและสังเกตรายละเอียดเล็กมากได้

การใช้คำ

“granular details”: ข้อมูลในระดับที่ละเอียดมาก

เดิมที granular เกี่ยวข้องกับเมล็ดหรืออนุภาคขนาดเล็กมาก เมื่อใช้ขยายข้อมูล ชุดข้อมูล หรือการวิเคราะห์ คำนี้หมายถึงเนื้อหาที่แบ่งออกเป็นหน่วยย่อยที่เล็กและเฉพาะเจาะจงมาก ดังนั้น granular details จึงหมายถึงรายละเอียดในระดับย่อย ไม่ใช่อนุภาคจริง ๆ ในประโยคนี้ ตำแหน่งของกบที่อยู่ใกล้โคลนสื่อถึงการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะจุดซึ่งมุมมองกว้างอาจมองข้ามไป แนวคิดที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ granular บอกว่าข้อมูลถูกแบ่งย่อยละเอียดเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์เป้าหมายซึ่งมีความหมายเชิงเปรียบเทียบมาจากเมล็ดเล็ก ๆ: The budget gives a ____ breakdown of spending by team and month.

ดูคำตอบ

granular

The birds are soaring up above not seeing those details, สำนวน

5:09

นกบินทะยานอยู่เบื้องบนไม่เห็นรายละเอียดเหล่านั้น

สำนวน

“soaring up above”: มุมมองจากที่สูงในฐานะอุปมา

ตามความหมายตรง soaring หมายถึงการบินสูงอย่างราบรื่น ส่วน up above วางตำแหน่งนกไว้สูงเหนือฉาก ในประโยคนี้ ภาพดังกล่าวไม่ได้เพียงบรรยายการเคลื่อนไหว แต่ยังสร้างมุมมองจากที่สูงด้วย เมื่อเทียบกับกบที่อยู่ในโคลน นกเป็นตัวแทนของมุมมองกว้างในระดับภาพรวม มุมมองนี้ช่วยให้เห็นรูปแบบโดยรวม แต่ not seeing those details ก็ชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้วยว่าอาจพลาดข้อมูลปลีกย่อย

แบบฝึกหัด

ในการเปรียบเทียบระหว่างกบกับนก soaring up above สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. มุมมองกว้างในระดับภาพรวมที่อาจพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ
  2. การตรวจดูรายละเอียดเล็ก ๆ ทุกอย่างในโคลนอย่างใกล้ชิด
  3. สำนวนทางธุรกิจตายตัวที่หมายถึงราคากำลังสูงขึ้น
ดูคำตอบ

มุมมองกว้างในระดับภาพรวมที่อาจพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ

but integrating the knowledge of the frogs. วลี

5:12

แต่สามารถรวบรวมความรู้จากกบเข้าด้วยกัน

วลี

integrating the knowledge of the frogs: การบูรณาการความรู้ของเหล่า “กบ”

ในที่นี้ integrating the knowledge หมายถึงการเชื่อมโยงข้อสังเกตและแนวคิดที่แยกจากกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์มากขึ้น Integrating จึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมข้อเท็จจริง คำว่า frogs เป็นอุปมาถึงผู้สังเกตที่เน้นรายละเอียด ส่วน the knowledge of the frogs หมายถึงความรู้ที่คนเหล่านี้มีหรือมอบให้ ไม่ใช่ความรู้ทางชีววิทยาเกี่ยวกับกบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าความรู้ถูกบูรณาการ ไม่ใช่แค่ถูกรวบรวมไว้?

  1. The team integrated knowledge from engineers and residents into one safety plan.
  2. The team stored the engineers' and residents' reports without comparing them.
  3. The team ignored both groups and guessed at a plan.
ดูคำตอบ

The team integrated knowledge from engineers and residents into one safety plan.

And we need both.

5:14

และเราต้องการทั้งสองอย่าง

The problem, Dyson, said, ลำดับความ

5:15

ปัญหาคือ ไดสันกล่าว

is that we're telling everyone to become frogs." สำนวน

5:17

เรากำลังบอกให้ทุกคนกลายเป็นกบ"

ลำดับความ

The problem ... is that: การแทรกข้อความระบุผู้พูด

The problem is that + อนุประโยค เป็นกรอบประโยคที่ใช้ประกาศปัญหาหลัก อนุประโยคหลัง that จะบอกว่าปัญหาคืออะไร กรอบนี้จึงช่วยให้ผู้ฟังสังเกตได้ว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากการอภิปรายไปสู่ประเด็นวิจารณ์หลัก ในประโยคนี้ Dyson said เป็นข้อความแทรกที่ระบุว่าใครเป็นผู้พูด เมื่อตัดออก โครงสร้างหลักยังคงเป็น The problem is that we're telling everyone to become frogs ข้อความระบุผู้พูดแทรกอยู่กลางกรอบ แต่ไม่ได้เปลี่ยนไวยากรณ์ของกรอบนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยกรอบ The problem ... is that ที่มีข้อความระบุผู้พูดแทรกอยู่: The ____, the coach said, is ____ the team stops communicating under pressure.

ดูคำตอบ

problem · that

สำนวน

we're telling everyone to become frogs: กำหนดบทบาทเดียวให้ทุกคน

ในประโยคนี้ become frogs เป็นคำเปรียบเทียบ กบแทนบทบาทแบบเดียวที่ถูกกำหนดไว้ ดังนั้นใจความคือผู้คนกำลังถูกผลักหรือชี้นำให้กลายเป็นคนแบบเดียวกัน แทนที่จะได้พัฒนาไปในแบบที่แตกต่างกัน โครงสร้าง tell + คน + to + คำกริยา หมายถึงสั่งหรือกระตุ้นให้ใครทำบางอย่าง คำว่า everyone ทำให้น้ำเสียงวิจารณ์ชัดขึ้น เพราะความคาดหวังแบบเดียวกำลังถูกนำไปใช้กับทุกคน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ คำเปรียบเทียบ we're telling everyone to become frogs วิจารณ์เรื่องใด?

  1. สอนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกบให้ทุกคน
  2. ชี้นำทุกคนไปสู่บทบาทตายตัวแบบเดียวกัน
  3. ปล่อยให้แต่ละคนเลือกเส้นทางที่แตกต่างกัน
ดูคำตอบ

ชี้นำทุกคนไปสู่บทบาทตายตัวแบบเดียวกัน

And I think in a wicked world,

5:20

และผมคิดว่าในโลกที่โหดร้าย

that's increasingly shortsighted. การใช้คำ

5:21

นั่นเป็นมุมมองที่คับแคบมากขึ้นเรื่อยๆ

การใช้คำ

increasingly shortsighted: มองแต่ระยะสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่นี้ shortsighted ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยบรรยายการเลือกหรือวิธีคิดที่สนใจผลลัพธ์ตรงหน้า แต่ไม่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว ไม่ได้หมายถึงสายตา increasingly หมายถึง “มากขึ้นเรื่อย ๆ” เมื่อรวมเป็น increasingly shortsighted จึงหมายความว่าแนวทางนั้นกำลังเหมาะสมน้อยลงในฐานะคำตอบระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อโลกซับซ้อนและคาดเดาได้ยากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “มุ่งแต่ระยะสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ” ให้สมบูรณ์: The plan saves money now but ignores future costs, so it is becoming ____.

ดูคำตอบ

increasingly shortsighted

Education is the ultimate idea worth spreading. สำนวน

5:25

การศึกษาคือแนวคิดขั้นสุดยอดที่ควรค่าแก่การเผยแพร่

สำนวน

ultimate idea worth spreading: โครงสร้าง worth + -ing

ใน an idea worth spreading วลี worth spreading วางไว้หลัง idea เพื่อขยายความว่าแนวคิดนั้นควรค่าแก่การเผยแพร่ เมื่อ worth ตามด้วยการกระทำ ต้องใช้รูป -ing จึงพูดว่า worth spreading ไม่ใช่ worth to spread Ideas worth spreading เป็นคำขวัญที่รู้จักกันดีของ TED การเรียกการศึกษาว่า the ultimate idea worth spreading เป็นการยกย่องอย่างหนักแน่นว่า การศึกษาคือแนวคิดที่สำคัญที่สุดหรือเป็นรากฐานที่สุดที่ควรแบ่งปัน โดย ultimate ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ spread เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This is an idea worth ____.

ดูคำตอบ

spreading

That's why we have a channel dedicated exclusively วลี

5:28

นั่นเป็นเหตุผลที่เรามีช่องทางที่อุทิศให้โดยเฉพาะ

to celebrating and elevating the ideas of educators. วลี

5:31

เพื่อยกย่องและยกระดับแนวคิดของนักการศึกษา

วลี

dedicated exclusively to: จุดประสงค์เดียวที่ชัดเจน

dedicated exclusively to ใช้บอกจุดประสงค์ของช่อง dedicated to หมายถึงมุ่งมั่นต่อเป้าหมายหรือจัดไว้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง ส่วน exclusively เน้นเพิ่มว่าเป็นไปเพื่อจุดประสงค์นั้นเพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ dedicated exclusively to celebrating and elevating the ideas of educators อยู่หลัง a channel เพื่อขยายคำนั้น และเป็นรูปย่อของ a channel that is dedicated exclusively to those activities คำว่า to ใน dedicated to เป็นคำบุพบท ดังนั้นหากตามด้วยการกระทำ ต้องใช้รูป -ing เช่น dedicated to celebrating ไม่ใช่ dedicated to celebrate

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ provide เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This program is dedicated exclusively to ____ free books for children.

ดูคำตอบ

providing

วลี

celebrating and elevating: ยกย่องและเพิ่มการมองเห็น

ในประโยคนี้ celebrating หมายถึงการยอมรับและชื่นชมแนวคิดของนักการศึกษาอย่างเปิดเผย ส่วน elevating ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือทำให้แนวคิดเหล่านั้นมีสถานะ เป็นที่มองเห็น หรือมีอิทธิพลมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงการยกขึ้นจริง ๆ รูป -ing ทั้งสองเชื่อมด้วย and และต่างก็เติมเต็มโครงสร้าง dedicated ... to เมื่อนำมาใช้คู่กันจึงแสดงภารกิจสองส่วน คือให้คุณค่ากับแนวคิดและช่วยให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมองเห็นหรือให้ความสำคัญกับแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงความหมายทั้งสองส่วนของ celebrating and elevating ได้ดีที่สุด

  1. โครงการนี้เพียงเก็บแนวคิดของนักการศึกษาไว้ในหอจดหมายเหตุ
  2. โครงการนี้ชื่นชมแนวคิดของนักการศึกษาและช่วยให้แนวคิดเหล่านั้นเป็นที่มองเห็นมากขึ้น
  3. โครงการนี้ยกตัวนักการศึกษาขึ้นไปบนเวทีเพื่อจัดงานฉลอง
ดูคำตอบ

โครงการนี้ชื่นชมแนวคิดของนักการศึกษาและช่วยให้แนวคิดเหล่านั้นเป็นที่มองเห็นมากขึ้น

Visit our Educator Talks channel where you can also learn more about our educator programs

5:36

เยี่ยมชมช่อง Educator Talks ของเรา ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการสำหรับนักการศึกษาของเรา

or watch the unabridged version of this talk here. การใช้คำ

5:42

หรือรับชมการบรรยายนี้แบบเต็มฉบับได้ที่นี่

การใช้คำ

unabridged version: ฉบับสมบูรณ์ที่ไม่มีเนื้อหาถูกตัดออก

unabridged version คือฉบับที่ไม่ได้ตัดเนื้อหาออกเพื่อทำให้สั้นลง คำว่า abridge หมายถึงการย่อผลงานโดยละบางส่วนออก และคำนำหน้า un- ทำให้ความหมายนั้นเป็นปฏิเสธ คำนี้ใช้บ่อยกับหนังสือ หนังสือเสียง การบรรยาย บทสัมภาษณ์ และสื่ออื่นที่บันทึกหรือเผยแพร่แล้ว โดยบอกว่าเนื้อหาครบถ้วน แต่ไม่ได้รับประกันเสมอไปว่าไม่มีการแก้ไขเสียง รูปแบบ หรือข้อผิดพลาดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

หนังสือเสียงเล่มหนึ่งมีทุกบทและทุกตอนจากหนังสือต้นฉบับ ชื่อภาษาอังกฤษใดแม่นยำที่สุด

  1. the unabridged version
  2. the abridged version
  3. the revised edition
ดูคำตอบ

the unabridged version