ปริศนามังกรน้ำแข็งและไฟ - อองรี ปิชช็อตโต: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
762 คำ 156 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: นักทำแผนที่ในโลกแฟนตาซีต้องแบ่งดินแดนของสองทวีปที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เพื่อจัดพื้นที่ปลอดภัยให้มังกรน้ำแข็ง ไฟ และสายฟ้า โจทย์ระบายสีแผนที่แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มเส้นเขตแดนช่วยแก้ปัญหาพื้นที่ชนิดเดียวกันที่ติดกันอย่างไร ก่อนเชื่อมไปสู่ทฤษฎีบทสี่สี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. unless และ in which case — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การติดตามกฎที่มีสองช่วง โดย unless ใช้เปิดเงื่อนไขยกเว้นจากผลลัพธ์ตามปกติ ส่วน in which case ย้อนอ้างถึงสถานการณ์นั้นแล้วบอกผลที่จะตามมา ช่วยให้อ่านและสร้างคำอธิบายกฎยาว ๆ ได้โดยไม่สับสนระหว่างข้อยกเว้นกับผลของข้อยกเว้นนั้น 2. the key is drawing lines between points where multiple problematic regions touch. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า the key is ใช้เน้นหลักสำคัญของวิธีแก้หลังจากวิเคราะห์ปัญหาแล้ว นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้การใช้กริยาเติม -ing หลัง is เพื่อบอกสิ่งที่ต้องทำ และใช้อนุประโยค where เพื่อระบุตำแหน่งที่ต้องดำเนินการอย่างแม่นยำ 3. hitch a ride back home. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงการอาศัยพาหนะหรือขอติดรถผู้อื่นกลับบ้านแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการเกาะรถตามตัวอักษร สามารถใช้ hitch a ride ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการเดินทางฉุกละหุก การร่วมทาง หรือพาหนะที่ได้จากความช่วยเหลือของผู้อื่น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's your first day in your new job as Center Realm's official cartographer,

0:06

นี่เป็นวันแรกในงานใหม่ของคุณในฐานะนักทำแผนที่อย่างเป็นทางการของ Center Realm

and you've already got a big problem. วลี

0:12

และคุณก็มีปัญหาใหญ่ซะแล้ว

วลี

you've already got a big problem: ใช้ have got บอกสถานการณ์ปัจจุบัน

ในที่นี้ you've got เป็นรูปย่อของ you have got และ have got ในประโยคนี้มีความหมายเหมือน have คือบุคคลนั้นมีหรือกำลังเผชิญปัญหาใหญ่อยู่แล้ว คำว่า got ไม่ได้บอกว่า “ได้รับ” ปัญหานั้นมา Already แสดงว่าปัญหาเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ช่วงต้นมาก คือในวันแรก ทำให้ตอนเปิดเรื่องรู้สึกฉับไวและเร่งด่วน สามารถใช้ have/has got + คำนาม เพื่อบอกสิ่งที่มี ลักษณะ หรือสถานการณ์ในปัจจุบันได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดตรงกับความหมายของ “You've already got a big problem” มากที่สุด

  1. บุคคลนั้นกำลังจะได้รับรางวัล
  2. บุคคลนั้นกำลังเผชิญปัญหาร้ายแรงอยู่แล้ว
  3. บุคคลนั้นแก้ปัญหาร้ายแรงไปแล้ว
ดูคำตอบ

บุคคลนั้นกำลังเผชิญปัญหาร้ายแรงอยู่แล้ว

Center Realm is home to three elder dragons, วลี

0:14

Center Realm เป็นบ้านของมังกรอาวุโสสามตัว

วลี

is home to: แนะนำสิ่งที่อาศัยหรือมีอยู่ในสถานที่หนึ่ง

Be home to หมายถึง “เป็นสถานที่ที่คนหรือสิ่งใดอาศัยอยู่ มีอยู่ หรือตั้งอยู่” ในที่นี้ Center Realm เป็นสถานที่ที่มังกรอาวุโสสามตัวอาศัยอยู่ คำว่า home ไม่ได้หมายถึงบ้านหลังใดหลังหนึ่ง โครงสร้างคือ สถานที่ + be home to + คำนาม ใช้แนะนำผู้คน สัตว์ป่า องค์กร หรือลักษณะเด่น โดยยังคงให้สถานที่เป็นหัวข้อหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย is home to: This island ____ several rare birds.

ดูคำตอบ

is home to

two ice, one fire, and they've lived in harmony on the east coast for centuries. ไวยากรณ์

0:17

มังกรน้ำแข็งสองตัว มังกรไฟหนึ่งตัว และพวกมันอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนบนชายฝั่งตะวันออกมายาวนานหลายศตวรรษ

ไวยากรณ์

they've lived ... for centuries: ต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

"They've lived" เป็น present perfect ซึ่งประกอบด้วย they have + lived เมื่อใช้กับสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่องอย่าง "live in harmony" รูปนี้จะเชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตกับสถานการณ์ ณ เวลาปัจจุบันของเรื่อง "For centuries" บอกระยะเวลา ใช้โครงสร้าง have/has + past participle + for + ระยะเวลา เมื่อสถานการณ์เริ่มขึ้นในอดีตและยังเป็นจริงอยู่ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ live: Lena ____ in Taipei for five years, and she still lives there.

ดูคำตอบ

has lived

But scouts have sighted three fire dragons and five ice dragons flying across the western ocean. การใช้คำ

0:23

แต่หน่วยสอดแนมพบเห็นมังกรไฟสามตัวและมังกรน้ำแข็งห้าตัวกำลังบินข้ามมหาสมุทรตะวันตก

การใช้คำ

scouts have sighted: การรายงานการตรวจพบอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ sighted เป็นคำกริยาที่หมายถึง "สังเกตพบหรือค้นพบด้วยการมองเห็น" เนื่องจากหน่วยสอดแนมค้นหาเป้าหมายสำคัญ "scouts have sighted" จึงฟังเหมือนรายงานว่าตรวจพบมังกรแล้ว ไม่ใช่คำพูดทั่วไปว่าเห็นพวกมัน Present perfect ใน "have sighted" นำเสนอการพบเห็นนี้ว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อใดอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sighted ได้เป็นธรรมชาติที่สุดในความหมายแบบรายงานตามปกติ

  1. I sighted my best friend at lunch and said hello.
  2. The coast guard sighted a small boat near the island.
  3. We sighted a delicious sandwich in the fridge.
ดูคำตอบ

The coast guard sighted a small boat near the island.

You'll only have a few hours วลี

0:30

คุณมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

to assign them their designated regions before they'll arrive. การใช้คำ

0:32

เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ให้พวกมันก่อนที่พวกมันจะมาถึง

วลี

have a few hours to assign: เวลาที่มีสำหรับทำงาน

โครงสร้าง have + ระยะเวลา + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่ามีเวลาเท่าใดสำหรับทำงานหนึ่งอย่าง ในที่นี้ a few hours คือเวลาที่มีอยู่ และ to assign ระบุงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในเวลานั้น only เน้นว่าเวลามีน้อยและทำให้รู้สึกเร่งด่วน ต้องคงกริยา infinitive ที่มี to ไว้ เพราะส่วนนี้บอกว่าเวลานั้นมีไว้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง have + ระยะเวลา + to + กริยา ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่ามีเวลาจำกัดสำหรับทำงานหนึ่งอย่าง

  1. We only have thirty minutes to pack the equipment.
  2. We only take thirty minutes to pack the equipment.
  3. We only have thirty minutes for pack the equipment.
ดูคำตอบ

We only have thirty minutes to pack the equipment.

การใช้คำ

designated regions: พื้นที่ที่จัดสรรอย่างเป็นทางการ

designated เป็นรูป past participle ของ designate และใช้เป็นคำคุณศัพท์ในที่นี้ designated regions หมายถึงพื้นที่ที่ได้รับการเลือกหรือจัดสรรอย่างเป็นทางการให้บุคคล กลุ่ม หรือจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง คำนี้เพิ่มความหมายว่ามีการจัดการหรือมีผู้มีอำนาจกำหนดไว้ ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เหล่านั้นถูกออกแบบหรือสร้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ป้ายหนึ่งต้องการบอกว่าเจ้าหน้าที่ได้กำหนดพื้นที่รอแห่งหนึ่งไว้โดยเฉพาะ ประโยคใดตรงกับความหมายนี้

  1. Visitors must wait in the available area.
  2. Visitors must wait in the specially designed area.
  3. Visitors must wait in the designated area.
ดูคำตอบ

Visitors must wait in the designated area.

Elder dragons are extremely territorial. การใช้คำ

0:36

มังกรอาวุโสหวงถิ่นที่อยู่เป็นอย่างมาก

การใช้คำ

extremely territorial: ปกป้องอาณาเขตของตนอย่างมาก

Territorial หมายถึงการที่สัตว์ปกป้องพื้นที่ซึ่งมันถือว่าเป็นของตนและมีแนวโน้มจะต่อต้านผู้บุกรุก ส่วน extremely ในที่นี้เพิ่มระดับให้ลักษณะดังกล่าวรุนแรงมาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าทำไมมังกรสูงวัยจึงต้องมีพื้นที่แยกจากกัน ความหมายเน้นการครอบครองและป้องกันพื้นที่ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ “เกี่ยวข้องกับดินแดน”

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงได้ดีที่สุดว่าสัตว์ตัวหนึ่ง extremely territorial?

  1. แมวศึกษาหลายประเทศบนแผนที่
  2. แมวขู่ฟ่อและไล่สัตว์ทุกตัวที่เข้ามาในสนามของมัน
  3. แมวแบ่งที่นอนและอาหารให้สัตว์ทุกตัวที่มาเยือนอย่างสงบ
ดูคำตอบ

แมวขู่ฟ่อและไล่สัตว์ทุกตัวที่เข้ามาในสนามของมัน

Each must have its own officially acknowledged stomping ground. สำนวน

0:39

แต่ละตัวต้องมีอาณาเขตของตนเองที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ

สำนวน

officially acknowledged stomping ground: คำทางการคู่กับสำนวนไม่เป็นทางการ

Stomping ground เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงสถานที่ที่คน กลุ่มคน หรือสัตว์ไปอยู่หรือทำกิจกรรมบ่อยจนคุ้นเคยและรู้สึกว่าเป็นถิ่นของตน ไม่ได้หมายถึงพื้นสำหรับกระทืบเท้าจริง ๆ Officially acknowledged เป็นถ้อยคำทางการที่ฟังคล้ายภาษาราชการ เมื่อนำมาวางหน้าสำนวนกันเองนี้ จึงเกิดน้ำเสียงขำแบบทำเป็นทางการ ราวกับว่าสถานที่ประจำต้องผ่านการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ทำไม officially acknowledged stomping ground ในประโยคนี้จึงฟังดูขบขัน?

  1. นำภาษาการอนุมัติแบบเป็นทางการมารวมกับสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงสถานที่คุ้นเคย
  2. เป็นศัพท์กฎหมายที่แม่นยำสำหรับเขตแดนซึ่งบันทึกเป็นหน่วยเมตร
  3. บรรยายเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อมีคนกระทืบเท้าบนที่ดินซึ่งมีเจ้าของอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

นำภาษาการอนุมัติแบบเป็นทางการมารวมกับสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงสถานที่คุ้นเคย

They'll peacefully roost there,

0:43

พวกมันจะทำรังอยู่ที่นั่นอย่างสงบสุข

unless their region borders another dragon of the same type, ไวยากรณ์

0:45

เว้นแต่ว่าอาณาเขตของพวกมันจะติดกับมังกรตัวอื่นที่มีชนิดเดียวกัน

in which case the matching dragons will go on a rampage. สำนวน

0:49

ในกรณีนั้น มังกรที่ชนิดเหมือนกันจะออกอาละวาด

ไวยากรณ์

unless ... in which case: เชื่อมเงื่อนไขยกเว้นกับผลที่ตามมา

unless ใช้นำเสนอเงื่อนไขยกเว้นที่เปลี่ยนผลลัพธ์ตามปกติ ในประโยคนี้ ผลลัพธ์ตามปกติคือมังกรเกาะพักอย่างสงบ ส่วนเงื่อนไขยกเว้นคือเขตของมันติดกับเขตของมังกรชนิดเดียวกันอีกตัว in which case หมายความว่า หากสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้านี้เกิดขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะเกิดขึ้นด้วย โดย which อ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่สถานที่ วลีนี้เชื่อมผลที่ตามมาเข้ากับเงื่อนไขยกเว้นโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเงื่อนไขยกเว้นและผลลัพธ์ด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียน: The game will continue ____ it starts to rain, ____ we'll move indoors.

ดูคำตอบ

unless · in which case

สำนวน

will go on a rampage: อาละวาดอย่างควบคุมไม่ได้และสร้างความเสียหาย

go on a rampage หมายถึงการสูญเสียการควบคุมแล้วออกไปโจมตี ทำลายสิ่งของ หรือก่อความวุ่นวายอย่างรุนแรง ความหมายแรงกว่าและมีการกระทำมากกว่าเพียงแค่โกรธ ในประโยคนี้ will go on a rampage คาดการณ์พฤติกรรมทำลายล้างที่จะเกิดขึ้นเมื่อมังกรชนิดเดียวกันมีเขตอยู่ติดกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go on a rampage: In the movie, the giant ____ and smashed several empty houses.

ดูคำตอบ

went on a rampage

However,

0:53

อย่างไรก็ตาม

fire and ice dragons can border each other, การใช้คำ

0:54

มังกรไฟและมังกรน้ำแข็งสามารถอยู่ติดกันได้

การใช้คำ

border each other: border ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในที่นี้ border เป็นคำกริยาที่หมายถึงมีเขตแดนร่วมกับอีกพื้นที่หนึ่ง ใน border each other คำว่า each other แสดงว่าความสัมพันธ์นี้เป็นไปทั้งสองฝ่าย กล่าวคือแต่ละพื้นที่มีเขตแดนติดกับอีกพื้นที่หนึ่ง ความหมายนี้คือพื้นที่สัมผัสกันตามแนวเขตแดนบางส่วน ไม่ใช่สัมผัสกันแค่ที่มุมเดียว ประธานทางไวยากรณ์ของประโยคคือ dragons แต่กฎของแผนที่นี้กล่าวถึงพื้นที่ที่มังกรเหล่านั้นครอบครอง

แบบฝึกหัด

ใช้ border เป็นคำกริยาและใส่ each other เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The two farms ____ along the river.

ดูคำตอบ

border each other

and matching regions can touch at corners. วลี

0:57

และอาณาเขตชนิดเดียวกันสามารถสัมผัสกันได้ที่มุม

วลี

touch at corners: สัมผัสกันที่จุดโดยไม่มีด้านร่วมกัน

Touch at corners หมายถึงพื้นที่สองแห่งพบกันเฉพาะที่จุดมุมหนึ่งจุดหรือหลายจุด พื้นที่เหล่านั้นไม่ทับซ้อนกันและไม่ได้มีด้านหรือส่วนของเส้นเขตแดนร่วมกัน คำบุพบท at ระบุตำแหน่งว่าการสัมผัสเกิดขึ้นที่มุม ในกฎเกี่ยวกับแผนที่ แผ่นชิ้นส่วน และเรขาคณิต สำนวนนี้ใช้แยกการสัมผัสที่จุดออกจากการสัมผัสตามแนวด้าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแผ่นสีแดงสองแผ่นพบกันที่จุดหนึ่ง แต่ไม่มีด้านร่วมกัน?

  1. The red tiles touch at corners.
  2. The red tiles overlap.
  3. The red tiles share an edge.
ดูคำตอบ

The red tiles touch at corners.

You'll soon have 11 dragons

1:02

คุณกำลังจะมีมังกร 11 ตัว

and just eight regions.

1:04

แต่มีเพียงแปดเขตพื้นที่

Fortunately,

1:06

โชคดีที่

you have enough political capital to create three new regions, สำนวน

1:07

คุณมีต้นทุนทางการเมืองเพียงพอที่จะสร้างเขตพื้นที่ใหม่สามเขต

สำนวน

enough political capital: อิทธิพลที่มากพอจะผลักดันการตัดสินใจ

ในประโยคนี้ enough political capital หมายถึงการมีอิทธิพล ความไว้วางใจ แรงสนับสนุน หรือความนิยมที่สั่งสมไว้มากพอที่จะทำให้การสร้างเขตใหม่สามเขตได้รับการยอมรับ เป็นพลังที่สามารถใช้ผลักดันการตัดสินใจให้เกิดขึ้นได้ คำว่า capital ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยมองอิทธิพลเป็นทรัพยากรที่สร้างขึ้น ใช้ไป หรือหมดลงได้ ไม่ได้หมายถึงเงินจริงหรืองบประมาณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ political capital ในความหมายว่าอิทธิพลที่ช่วยให้ได้รับความเห็นชอบ?

  1. The mayor put her political capital in a bank account to earn interest.
  2. The mayor used her political capital to persuade the council to support the plan.
  3. The mayor used political capital to measure the length of the bridge.
ดูคำตอบ

The mayor used her political capital to persuade the council to support the plan.

each of which must be completely enclosed spaces. ไวยากรณ์

1:11

ซึ่งแต่ละเขตจะต้องเป็นพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมอย่างสมบูรณ์

ไวยากรณ์

each of which must be: ใช้ข้อกำหนดกับแต่ละรายการ

Each of which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มพหูพจน์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้า ในที่นี้ which ย้อนกลับไปหา the three new regions และ each บอกว่าข้อกำหนดนี้ใช้กับแต่ละเขตแยกกัน Must be แสดงข้อบังคับ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนามพหูพจน์ + เครื่องหมายจุลภาค + each of which must be + ส่วนเติมเต็ม ซึ่งช่วยให้คำแนะนำอย่างเป็นทางการใช้กฎเดียวกันกับทุกรายการในกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ each of which must be: The zoo has three indoor habitats, ____ inspected every morning.

ดูคำตอบ

each of which must be

Add more or otherwise mess this up, โน้ต

1:15

หากเพิ่มมากกว่านี้ หรือทำผิดพลาดในขั้นตอนใด

and you'll lose your job สำนวน

1:17

คุณจะตกงาน

and your head.

1:19

และหัวหลุดจากบ่า

ไวยากรณ์

Add more ..., and you'll lose your job: รูปคำสั่ง + and ที่ใช้เป็นเงื่อนไข

รูปคำสั่งตอนต้น Add more or otherwise mess this up นำเสนอการกระทำที่อาจเกิดขึ้นในฐานะเงื่อนไข ไม่ใช่คำสั่งที่คาดว่าผู้ฟังจะทำตามจริง ๆ ส่วน and นำเข้าสู่ผลลัพธ์ว่า you'll lose your job โครงสร้าง รูปคำสั่ง + and + ผลลัพธ์ มักหมายถึง “ถ้าคุณทำ X แล้ว Y จะเกิดขึ้น” ผลลัพธ์ที่ไม่ดีทำให้เป็นคำเตือนโดยตรง ส่วนผลลัพธ์ที่ดีอาจทำให้โครงสร้างเดียวกันเป็นคำแนะนำหรือคำให้กำลังใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ทำให้อนุประโยคแรกเป็นเงื่อนไขเพื่อให้คำเตือนสมบูรณ์: Touch that pan without gloves, ____ you'll burn your hand.

ดูคำตอบ

and

กริยาวลี

mess this up: ทำให้บางอย่างผิดพลาด

mess something up เป็น phrasal verb แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงทำผิดจนทำให้งาน แผน สิ่งของ หรือสถานการณ์เกิดปัญหา ในที่นี้ this หมายถึงงานที่กำลังจัดการอยู่ ดังนั้น mess this up จึงหมายถึง “จัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีจนทำให้ล้มเหลว” phrasal verb นี้แยกคำได้ คำนามที่เป็นกรรมสามารถอยู่หลัง up หรืออยู่ระหว่าง mess กับ up แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง เช่น mess it up ไม่ใช่ mess up it ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เห็นใน mess this up

แบบฝึกหัด

ใช้ mess ... up ร่วมกับคำสรรพนาม them เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Please check the numbers; I don't want to ____.

ดูคำตอบ

mess them up

สำนวน

lose your job and your head: คำขู่ตรงตัวที่ทวีความรุนแรง

ในประโยคนี้ lose your job มีความหมายตรงตัวว่าเสียงาน เนื่องจากคำขู่นี้เกิดขึ้นในโลกแฟนตาซียุคกลาง and your head จึงหมายถึงการถูกตัดหัวจริง ๆ ไม่ใช่แค่สับสนหรือตื่นตระหนก การวาง job และ head ไว้คู่กันทำให้ผลที่ตามมารุนแรงขึ้นจากการถูกไล่ออกไปจนถึงความตาย จึงเกิดอารมณ์ขันแบบมืด ในบริบทอื่น lose your head มักหมายถึงตื่นตระหนกหรือควบคุมตัวเองไม่ได้ ดังนั้นต้องดูสถานการณ์ประกอบ

แบบฝึกหัด

ในคำขู่จากโลกแฟนตาซีนี้ lose your job and your head มีความหมายหลักว่าอะไร

  1. ผู้ฟังจะสับสนเพียงชั่วครู่แต่ยังรักษางานไว้ได้
  2. ผู้ฟังอาจถูกไล่ออกแล้วถูกตัดหัวเพราะทำงานล้มเหลว
  3. ผู้ฟังจะทำหมวกหายตอนออกจากที่ทำงาน
ดูคำตอบ

ผู้ฟังอาจถูกไล่ออกแล้วถูกตัดหัวเพราะทำงานล้มเหลว

Where do you draw lines

1:20

คุณจะลากเส้นตรงไหน

and place the new dragons?

1:22

และวางมังกรตัวใหม่ไว้ที่ใด?

It isn't difficult to create three new regions.

1:32

การสร้างเขตใหม่สามเขตไม่ใช่เรื่องยาก

What is more challenging ไวยากรณ์

1:35

สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่า

is to make sure the result

1:36

คือการทำให้แน่ใจว่าผลลัพธ์

will keep each dragon away from its own kind. วลี

1:38

จะทำให้มังกรแต่ละตัวอยู่ห่างจากชนิดของมันเอง

ไวยากรณ์

What is more challenging is to make sure: เน้นความยากที่แท้จริง

คำว่า What is more challenging รวมกันเป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ในที่นี้ what มีความหมายเท่ากับ “the thing that” ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงเป็นประธานของ is ตัวถัดไป นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม รูปแบบ What is more challenging is ... ชี้ไปที่ส่วนที่ยากกว่าก่อน แล้วจึงบอกหลัง is ว่าส่วนนั้นคืออะไร ในประโยคนี้ to make sure... ระบุภารกิจที่แท้จริงและย้ายจุดสนใจจากการสร้างเขตซึ่งง่ายกว่าไปยังจุดยากนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ What is more challenging is to make sure ตามนี้ทุกคำ: Choosing a route is easy. ____ everyone understands the safety rules.

ดูคำตอบ

What is more challenging is to make sure

วลี

keep each dragon away from its own kind: ทำให้มันอยู่ห่างจากสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกัน

โครงสร้าง keep + กรรม + away from + บุคคลหรือสิ่งของ หมายถึงทำให้กรรมนั้นอยู่ห่าง หรือป้องกันไม่ให้เข้าใกล้ ในที่นี้ each dragon เป็นกรรมที่ถูกแยกออก และ its own kind หมายถึงมังกรตัวอื่นที่เป็นชนิดเดียวกัน ใน own kind คำว่า kind เป็นคำนามที่หมายถึงชนิดหรือพวกเดียวกัน ไม่ใช่คำคุณศัพท์ kind ที่หมายถึงใจดีหรือมีน้ำใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ away from และ own kind: Until the spell wears off, the wizard keeps the blue griffins ____.

ดูคำตอบ

away from their own kind

For instance, ลำดับความ

1:41

ยกตัวอย่างเช่น

this can be neither ice nor fire ไวยากรณ์

1:42

ตรงนี้จะเป็นทั้งน้ำแข็งหรือไฟไม่ได้

because it borders both. การใช้คำ

1:44

เพราะมันติดกับทั้งสองอย่าง

ลำดับความ

For instance: ส่งสัญญาณว่าตัวอย่างเฉพาะกำลังจะตามมา

For instance เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่ากำลังจะมีตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวพาข้อมูลจากกฎทั่วไปที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่กรณีที่เป็นรูปธรรมหนึ่งกรณี ไม่ได้เพิ่มส่วนใหม่ให้กับตัวกฎเอง เมื่ออ่านหรือฟัง ให้มองคำนี้เป็นเหมือนป้ายบอกทาง ข้อมูลที่ตามมาควรเป็นตัวอย่างที่ช่วยอธิบายแนวคิดที่กว้างกว่าซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ For instance เพื่อนำเสนอตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของข้อความทั่วไป

  1. Some animals are active at night. For instance, owls often hunt after dark.
  2. Some animals are active at night. For instance, all animals need sleep.
  3. No animals are active at night. For instance, owls often hunt after dark.
ดูคำตอบ

Some animals are active at night. For instance, owls often hunt after dark.

ไวยากรณ์

neither ice nor fire: ตัดตัวเลือกทั้งสองออก

Neither A nor B หมายความว่า A ไม่เป็นจริง และ B ก็ไม่เป็นจริงเช่นกัน ในประโยคนี้ โครงสร้างนี้ตัดทั้ง ice และ fire ออกจากประเภทที่เป็นไปได้ของบริเวณนี้ Neither และ nor ใช้เป็นคู่เพื่อเชื่อมตัวเลือกสองอย่างที่ถูกปฏิเสธ ตรงนี้ nor ไม่ใช่ or ธรรมดา เพราะโครงสร้างทั้งหมดปฏิเสธตัวเลือกทั้งสองพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคู่ที่ใช้ตัดทั้งสองตัวเลือกออก: The mystery animal is ____ a cat ____ a dog.

ดูคำตอบ

neither · nor

การใช้คำ

borders both: border ที่เป็นคำกริยาและ both ที่เป็นคำสรรพนาม

border ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึง “มีขอบหรือเขตร่วมกับสิ่งหนึ่ง” เนื่องจากประธาน this เป็นเอกพจน์ คำกริยาในรูปปัจจุบันจึงเติม -s เป็น borders both เป็นกรรมของ borders และย้อนกลับไปหมายถึงสองประเภทที่กล่าวก่อนหน้า คือ ice และ fire จึงหมายความว่าบริเวณนี้อยู่ติดกับแต่ละประเภท ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีพื้นที่เฉพาะอยู่สองแห่งพอดี

แบบฝึกหัด

borders both ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. บริเวณนี้อยู่ภายในพื้นที่เฉพาะสองแห่ง
  2. บริเวณนี้มีเขตสองด้านที่เป็นประเภทเดียวกัน
  3. บริเวณนี้อยู่ติดกับทั้งสองประเภท คือ น้ำแข็งและไฟ
ดูคำตอบ

บริเวณนี้อยู่ติดกับทั้งสองประเภท คือ น้ำแข็งและไฟ

However,

1:46

อย่างไรก็ตาม

create a new region like this, ไวยากรณ์

1:47

หากสร้างเขตใหม่แบบนี้

and suddenly there are viable options. วลี

1:49

จู่ๆ ก็มีตัวเลือกที่เป็นไปได้ขึ้นมา

ไวยากรณ์

create ..., and suddenly ...: การกระทำที่นำไปสู่ผลลัพธ์

คำสั่งตอนต้น create a new region like this ตามด้วย and และอนุประโยคที่บอกผล รูปแบบ “Do X, and Y happens” หมายถึง “ถ้าทำ X แล้ว Y จะเกิดขึ้น” ในที่นี้ suddenly เป็นส่วนหนึ่งของอนุประโยคบอกผล โดยแสดงว่าตัวเลือกที่ใช้ได้จริงปรากฏขึ้นทันทีหลังจากทำสิ่งนั้น ไม่ได้เป็นการเพิ่มเหตุการณ์อีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ “Do X, and Y happens”: Turn the key, ____ the engine will start.

ดูคำตอบ

and

วลี

viable options: ตัวเลือกที่ใช้ได้จริง

ใน viable options คำว่า viable หมายถึงสามารถใช้ได้จริงภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน คำนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าตัวเลือกนั้นอาจมีอยู่ แต่ยังสื่อว่าตัวเลือกนั้นสมเหตุสมผลและสามารถนำไปใช้หรือทำให้สำเร็จได้ วลีนี้มักใช้เมื่อประเมินแผน วิธีแก้ปัญหา วิธีการ และตัวเลือกต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

แผนหนึ่งตรงตามงบประมาณ กำหนดเวลา และกฎด้านความปลอดภัย คำใดบอกได้ดีที่สุดว่าแผนนี้ใช้ได้จริง?

  1. available
  2. viable
  3. possible
ดูคำตอบ

viable

Why did that work? ลำดับความ

1:52

ทำไมถึงได้ผลล่ะ?

ลำดับความ

Why did that work?: คำถามเชื่อมจากผลลัพธ์ไปสู่เหตุผล

ในการอธิบายนี้ Why did that work? เป็นคำถามที่ช่วยนำลำดับความคิด โดยเปลี่ยนความสนใจจากผลลัพธ์ที่สำเร็จไปสู่เหตุผลเบื้องหลัง และปูทางให้คำอธิบายถัดไป การใช้รูปประโยคคำถามไม่ได้หมายความว่าผู้พูดต้องการความช่วยเหลือ ผู้พูดอาจตั้งคำถามแล้วตอบเองเพื่อจัดลำดับข้อมูลให้ผู้ฟังเข้าใจได้

แบบฝึกหัด

หลังจากการสาธิตที่สำเร็จ Why did that work? มีหน้าที่หลักอย่างไรในการอธิบาย

  1. ขอให้ผู้ฟังทำการสาธิตซ้ำ
  2. เปลี่ยนความสนใจจากผลลัพธ์ไปสู่เหตุผล
  3. ประกาศว่าการสาธิตล้มเหลว
ดูคำตอบ

เปลี่ยนความสนใจจากผลลัพธ์ไปสู่เหตุผล

Look at the point

1:53

ดูที่จุด

where these four regions meet. ไวยากรณ์

1:54

ซึ่งทั้งสี่พื้นที่นี้มาบรรจบกัน

ไวยากรณ์

where these four regions meet: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายสถานที่

อนุประโยค where these four regions meet ขยายคำนาม point และระบุว่าต้องดูจุดใด ซึ่งก็คือจุดที่พื้นที่ทั้งสี่มาบรรจบกัน ในที่นี้ where เป็นคำวิเศษณ์สัมพันธ์ที่บอกสถานที่ ไม่ใช่คำถามที่ใช้ถามตำแหน่ง ในการใช้เกี่ยวกับพื้นที่นี้ meet หมายถึงพื้นที่ต่าง ๆ สัมผัสกันหรือมีจุดเขตแดนร่วมกัน อนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติคือ these four regions meet

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where ขยายคำนามที่บอกสถานที่เหมือนในตัวอย่าง

  1. Where do the two lines cross?
  2. Mark the spot where the two lines cross.
  3. I cannot remember where the two lines cross.
ดูคำตอบ

Mark the spot where the two lines cross.

If you go around it, ไวยากรณ์

1:56

หากคุณวนรอบๆ มัน

it alternates between fire and ice. วลี

1:57

มันจะสลับกันระหว่างไฟและน้ำแข็ง

ไวยากรณ์

If you go around it: การกำหนดเงื่อนไขในการสังเกต

อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขหรือวิธีตรวจสอบรูปแบบ โดยให้ไล่ดูพื้นที่ต่าง ๆ ตามลำดับรอบจุดนั้น เวลาอธิบายกฎ If you ... มักใช้บอกการกระทำที่จะทำให้สังเกตเห็นผลลัพธ์ในประโยคหลักได้ ในที่นี้ go around it มีความหมายเกี่ยวกับตำแหน่ง คือวนรอบจุดนั้นหรือไล่ดูรอบ ๆ ตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงเดินไปมาอย่างไร้ทิศทาง ส่วน it หมายถึงจุดที่พื้นที่ทั้งสี่มาบรรจบกัน

แบบฝึกหัด

ในแผนภาพ “If you go around the marked point” บอกให้คุณทำอะไร?

  1. เคลื่อนจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่งแบบสุ่ม
  2. ไม่สนใจจุดนั้นแล้วไปตรวจดูอย่างอื่น
  3. ตรวจดูพื้นที่รอบจุดตามลำดับ
ดูคำตอบ

ตรวจดูพื้นที่รอบจุดตามลำดับ

วลี

alternates between fire and ice: การสลับซ้ำระหว่างสองสถานะ

Alternate between A and B หมายถึงเปลี่ยนจาก A ไปเป็น B แล้วกลับมาเป็น A ซ้ำ ๆ หรือให้ A กับ B ปรากฏสลับกัน ในประโยคนี้ พื้นที่รอบจุดเรียงเป็นรูปแบบ ไฟ น้ำแข็ง ไฟ น้ำแข็ง alternates เป็นกริยารูปเอกพจน์บุรุษที่สาม เพราะประธานคือ it คำนี้บอกถึงการสลับซ้ำ ๆ ไม่ใช่การแทนที่ไฟด้วยน้ำแข็งเพียงครั้งเดียวอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่แสดงการสลับซ้ำ ๆ: The screen ____ blue and gold.

ดูคำตอบ

alternates between

Before the new line was added, ไวยากรณ์

2:00

ก่อนที่จะมีการเพิ่มเส้นใหม่

that wouldn't have worked, ไวยากรณ์

2:02

นั่นจะไม่ได้ผล

ไวยากรณ์

Before ... was added: การกำหนดฉากเวลาในอดีตด้วยรูปถูกกระทำ

Before the new line was added เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่กำหนดฉากไว้ในอดีต โดยชี้ให้เรานึกถึงสถานการณ์ก่อนช่วงเวลาที่เพิ่มเส้นนั้น การวางอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย before ไว้ก่อนจะกำหนดกรอบเวลาให้ข้อความหลักที่ตามมา was added เป็นรูป simple past แบบถูกกระทำ มีโครงสร้าง was + past participle โดย the new line เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ไม่ใช่สิ่งที่ไปเพิ่มอะไร ผู้ที่เพิ่มเส้นนั้นไม่สำคัญหรือเข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป simple past แบบถูกกระทำของ add: Before the safety rail ____, the stairs were dangerous.

ดูคำตอบ

was added

nor would five or seven regions. ไวยากรณ์

2:04

และไม่สามารถใช้ได้กับห้าหรือเจ็ดพื้นที่ด้วย

ไวยากรณ์

wouldn't have worked: ผลลัพธ์เชิงลบในสมมติฐานเกี่ยวกับอดีต

Wouldn't have worked มีโครงสร้าง would not have + past participle ใช้บอกผลลัพธ์เชิงลบของสถานการณ์ในอดีตที่สมมติขึ้น กล่าวคือ ภายใต้เงื่อนไขก่อนหน้านั้น แนวคิดนี้คงไม่สามารถใช้ได้ผล would ในที่นี้ไม่ได้บอกอนาคต เมื่อใช้ would + have + worked ร่วมกัน จะเป็นการมองย้อนกลับไปและประเมินความเป็นไปได้ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นหรือไม่ได้ทดลอง

แบบฝึกหัด

การทดสอบสำเร็จเพราะมีแบตเตอรี่สำรอง ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าผลลัพธ์ในอดีตจะเป็นอย่างไรหากไม่มีแบตเตอรี่นั้น

  1. Without the backup battery, the test wouldn't work tomorrow.
  2. Without the backup battery, the test wouldn't have worked.
  3. Without the backup battery, the test didn't work.
ดูคำตอบ

Without the backup battery, the test wouldn't have worked.

ไวยากรณ์

nor would five or seven: เพิ่มข้อความปฏิเสธด้วยการสลับตำแหน่ง

หลังอนุประโยคปฏิเสธ nor ใช้เพิ่มประธานอีกตัวที่มีผลเป็นปฏิเสธเหมือนกัน ในที่นี้ nor would five or seven หมายถึง “five or seven would not have worked either” เมื่อ nor นำอนุประโยคที่เพิ่มเข้ามา ต้องใช้การสลับตำแหน่งเป็น nor + กริยาช่วยหรือกริยาช่วยแสดงท่าที + ประธาน ดังนั้น would จึงอยู่หน้า five or seven ส่วน have worked ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากอนุประโยคแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย nor และ was ที่สลับตำแหน่งอย่างถูกต้อง: The first route wasn't safe, ____ the second.

ดูคำตอบ

nor was

Six and eight, ไวยากรณ์

2:06

หกและแปด

however,

2:07

อย่างไรก็ตาม

both do.

2:08

ทั้งคู่ใช้ได้

ไวยากรณ์

Six and eight ... both do: ใช้ do แทน work

ในที่นี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนภาคแสดง work ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท both do หมายถึง “six and eight both work” โดย do ไม่ได้หมายถึง “ทำการกระทำบางอย่าง” both ใช้กับทั้ง six และ eight ส่วน however แสดงความแตกต่างจากกรณีที่ใช้ไม่ได้ การใช้คำแทนแบบนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดวลีกริยาที่ชัดเจนอยู่แล้วซ้ำ รูปของ do ต้องสอดคล้องกับประธานใหม่และเวลา ประธานพหูพจน์ six and eight ใช้ do ประธานเอกพจน์ในปัจจุบันใช้ does และอดีตใช้ did

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ do แทน fit: Some keys don't fit, but these two both ____.

ดูคำตอบ

do

The pattern is ลำดับความ

2:10

รูปแบบก็คือ

that points where lines meet

2:11

จุดที่เส้นมาบรรจบกัน

must be surrounded by an even number of regions. ไวยากรณ์

2:13

จะต้องถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่เป็นจำนวนคู่

ลำดับความ

The pattern is that: การบอกกฎทั่วไป

The pattern is that ใช้เกริ่นกฎทั่วไปที่สรุปจากตัวอย่างหรือการสังเกตหลายครั้ง อนุประโยคสมบูรณ์หลัง that จะบอกเนื้อหาของกฎนั้น ในที่นี้ pattern หมายถึงความสัมพันธ์หรือแบบแผนที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงลวดลายที่มองเห็นเท่านั้น กรอบประโยคนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากกรณีเฉพาะไปสู่กฎที่ใช้ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ The pattern is that ... เพื่อสรุปกฎทั่วไปจากสิ่งที่สังเกตเห็นซ้ำ ๆ

  1. The pattern is on the blue curtain.
  2. Can you draw the pattern on this page?
  3. The pattern is that buses arrive later during rush hour.
ดูคำตอบ

The pattern is that buses arrive later during rush hour.

ไวยากรณ์

must be surrounded by an even number of regions: กฎที่ใช้รูปถูกกระทำ

must be surrounded by ใช้โครงสร้าง must + be + กริยาช่องที่ 3 เพื่อบอกข้อกำหนดด้วยรูปถูกกระทำ ประธานซึ่งก็คือจุดที่เส้นมาบรรจบกันเป็นสิ่งที่ต้องมีบริเวณล้อมอยู่รอบ ๆ an even number of regions คือเงื่อนไขด้านจำนวน หมายถึงบริเวณ 2, 4, 6 แห่ง เป็นต้น ทั้ง must และ even สำคัญ หากเปลี่ยนคำใดคำหนึ่ง กฎก็จะเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมกฎให้สมบูรณ์โดยใช้ must รูปถูกกระทำของ surround และวลีบอกจำนวนที่หมายถึง 2, 4, 6 เป็นต้น: Each table ____ ____ chairs.

ดูคำตอบ

must be surrounded by · an even number of

As long as that's true, ไวยากรณ์

2:17

ตราบใดที่เป็นเช่นนั้น

you can color the map in two colors วลี

2:18

คุณสามารถระบายสีแผนที่ด้วยสองสี

by alternating them around those points. ไวยากรณ์

2:21

โดยสลับสีรอบๆ จุดเหล่านั้น

ไวยากรณ์

As long as that's true: การบอกเงื่อนไข

ในประโยคนี้ As long as that's true หมายถึง “ขอเพียงเงื่อนไขนี้เป็นจริง” วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ผลในประโยคหลักเป็นไปได้ โดย that อ้างกลับไปถึงข้อความก่อนหน้าที่ว่า รอบจุดตัดแต่ละจุดมีบริเวณอยู่เป็นจำนวนคู่ ในการใช้นี้ ให้มอง as long as เป็นคำเชื่อมแสดงเงื่อนไขหนึ่งชุด คำว่า long ไม่ได้บอกระยะเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ As long as + เงื่อนไข, ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ขอเพียง”: ____ you wear a helmet, you can ride the bike.

ดูคำตอบ

As long as

วลี

color the map in two colors: color ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในที่นี้ color เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เติมหรือกำหนดสีให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ส่วน the map เป็นกรรมของคำกริยา ดังนั้น color the map จึงหมายถึงการใส่สีให้แผนที่ in two colors บอกชุดสีหรือผลลัพธ์ว่าใช้เพียงสองสีเท่านั้น in ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ color + กรรม + in + สีหนึ่งสีหรือจำนวนสี

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้ color เป็นคำกริยาและใช้ in เพื่อบอกชุดสี: ____ the diagram ____ three colors.

ดูคำตอบ

Color · in

ไวยากรณ์

by alternating them: บอกวิธีด้วย by + กริยาเติม -ing

ใน by alternating them ... คำว่า by ใช้บอกวิธีที่ใช้ระบายสีแผนที่ หลังบุพบท by คำว่า alternate เปลี่ยนเป็นรูป -ing คือ alternating โครงสร้าง การกระทำหรือผลลัพธ์ + by + กริยาเติม -ing ตอบคำถามว่า “ทำอย่างไร” them หมายถึงสีสองสีที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน around those points บอกว่าสีสลับกันตรงไหน ในที่นี้ by ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง ๆ”

แบบฝึกหัด

นำ use a template มาใช้ในโครงสร้าง by + กริยาเติม -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: You can save time ____.

ดูคำตอบ

by using a template

In our initial arrangement,

2:24

ในการจัดเรียงเริ่มแรกของเรา

there were six such meeting points.

2:26

มีจุดตัดดังกล่าวอยู่หกจุด

So what we want to do ไวยากรณ์

2:28

ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการทำ

is connect those to each other.

2:29

คือเชื่อมต่อพวกมันเข้าด้วยกัน

ไวยากรณ์

what we want to do is connect ...: บอกการกระทำที่เป็นเป้าหมาย

What we want to do หมายถึง “สิ่งที่เราต้องการทำ” และทั้งอนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นประธานของ is ดังนั้นจึงเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม หลัง is คำว่า connect ระบุการกระทำที่ถูกนำเสนอเป็นเป้าหมาย โครงสร้าง What we want to do is + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแผน ขั้นตอนถัดไป หรือวิธีแก้ปัญหาได้ ในที่นี้ those หมายถึงจุดที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ each other แสดงว่าจุดเหล่านั้นเชื่อมเข้าหากัน

แบบฝึกหัด

ใช้ check every answer เป็นการกระทำที่เป็นเป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: What we need to do is ____.

ดูคำตอบ

check every answer

Each line adds a single new region

2:31

แต่ละเส้นจะเพิ่มอาณาเขตใหม่หนึ่งแห่ง

that touches both meeting points.

2:34

ที่สัมผัสกับจุดตัดทั้งสองจุด

There are several ways to do this

2:36

มีหลายวิธีในการทำเช่นนี้

to accommodate all eight new dragons. การใช้คำ

2:38

เพื่อรองรับมังกรใหม่ทั้งแปดตัว

การใช้คำ

to accommodate all eight new dragons: จัดพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับมังกรใหม่ทั้งแปดตัว

ในที่นี้ accommodate หมายถึง “มีหรือจัดพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับ” มังกรใหม่ทั้งแปดตัว ส่วน to-infinitive บอกจุดประสงค์ของวิธีต่าง ๆ คือใช้วิธีเหล่านั้นเพื่อให้มังกรใหม่ทุกตัวมีที่อยู่ได้ accommodate ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความหมายว่าให้ที่พักแก่ใครบางคน แต่ยังใช้บอกการจัดพื้นที่ให้เพียงพอ หรือการปรับทรัพยากรและแผนให้เหมาะกับความต้องการได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ accommodate ในความหมายว่า “มีพื้นที่เพียงพอสำหรับ”

  1. The manager accommodated her request for a later meeting.
  2. The hotel will accommodate the travelers overnight.
  3. The hall can accommodate up to five hundred guests.
ดูคำตอบ

The hall can accommodate up to five hundred guests.

You've done such a great job ไวยากรณ์

2:42

คุณทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก

that your boss puts you in a ship

2:43

จนเจ้านายจับคุณขึ้นเรือ

ไวยากรณ์

such a great job that: เชื่อมระดับความมากกับผลลัพธ์

Such a great job that ... ใช้โครงสร้าง such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โครงสร้างนี้บอกว่างานนั้นดีมากจนทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามหลัง that ในที่นี้ such ไม่ได้หมายถึงเพียง “ประเภทนี้” แต่ทำงานร่วมกับ that เพื่อเชื่อมระดับความมากเข้ากับผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ such ... that และคำว่า a funny story: He told ____ everyone laughed.

ดูคำตอบ

such a funny story that

and sends you out across the western sea กริยาวลี

2:45

และส่งคุณข้ามทะเลตะวันตก

to investigate ไวยากรณ์

2:48

เพื่อไปสืบดูว่า

where these new dragons are coming from.

2:49

มังกรตัวใหม่เหล่านี้มาจากไหน

กริยาวลี

sends you out: ส่งใครออกไปทำภารกิจ

ในประโยคนี้ sends you out หมายถึง “มอบหมายให้คุณออกจากที่เดิมไปทำภารกิจ” คำสรรพนาม you คือคนที่ถูกส่งไป ส่วน out เพิ่มความหมายว่าต้องออกจากสถานที่ปัจจุบันเพื่อไปทำงาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ send + คน + out + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to บอกภารกิจหรือจุดประสงค์ ซึ่งในที่นี้คือการสืบสวน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าบรรณาธิการมอบหมายให้นักข่าวออกไปทำข่าวกิจกรรมในท้องถิ่น

  1. The editor sent a reporter out to cover the parade.
  2. The editor went out with a reporter to cover the parade.
  3. The editor sent the reporter a story about the parade.
ดูคำตอบ

The editor sent a reporter out to cover the parade.

ไวยากรณ์

to investigate where ... are coming from: ลำดับคำในคำถามแฝง

คำกริยารูป infinitive to investigate บอกจุดประสงค์ของการถูกส่งไป ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where บอกคำถามที่จะต้องสืบ ซึ่งก็คือแหล่งที่มาของมังกรใหม่ เนื่องจาก where these new dragons are coming from เป็นคำถามแฝงที่อยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า คือ where + ประธาน + กริยา ต้องใช้ where these new dragons are coming from ไม่ใช่ลำดับแบบคำถามตรง where are these new dragons coming from

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามแฝงที่ขึ้นต้นด้วย where หลัง investigate ได้ถูกต้อง

  1. We need to investigate where does the water come from.
  2. We need to investigate where the water is coming from.
  3. We need to investigate where is the water coming from.
ดูคำตอบ

We need to investigate where the water is coming from.

There,

2:51

ที่นั่น

you're met with a civilization วลี

2:52

คุณได้พบกับอารยธรรม

in disarray. วลี

2:53

ที่กำลังวุ่นวาย

วลี

be met with: พบเจอหรือเผชิญกับสภาพการณ์หรือปฏิกิริยา

ในโครงสร้าง “you’re met with + นามวลี” คำว่า be met with หมายถึงการพบเจอหรือต้องเผชิญกับสิ่งที่ตามหลัง with ในประโยคนี้ เมื่อไปถึงก็พบอารยธรรมที่อยู่ในสภาพไร้ระเบียบอยู่แล้ว รูปถูกกระทำนี้เน้นภาพ สภาพ หรือปฏิกิริยาที่ปรากฏต่อหน้า ไม่ได้หมายถึงการนัดพบทางสังคมตามปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ met with ในความหมายว่าพบเจอสภาพการณ์หรืออุปสรรค

  1. At the station, the hikers were met by their guide.
  2. At the end of the trail, the hikers were met with a locked gate.
  3. At the station, the hikers met with their guide.
ดูคำตอบ

At the end of the trail, the hikers were met with a locked gate.

วลี

in disarray: อยู่ในสภาพสับสนและไร้ระเบียบ

“In disarray” หมายถึงอยู่ในสภาพสับสนและไร้ระเบียบ ในประโยคนี้ใช้บรรยายอารยธรรมที่ระเบียบตามปกติพังทลายลงแล้ว In ใช้บอกสภาพเหมือนใน in trouble ส่วน disarray เป็นคำนามนามธรรม ไม่ใช่สถานที่ วลีนี้ใช้บรรยายได้ทั้งการจัดวางสิ่งของ แผนงาน องค์กร หรือสังคม

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้ให้ตรงตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the move, the office was ____.

ดูคำตอบ

in disarray

Their 17 elder dragons

2:54

มังกรอาวุโส 17 ตัวของพวกเขา

are ravaging the countryside, การใช้คำ

2:56

กำลังทำลายล้างชนบท

wiping out the peasants, กริยาวลี

2:58

กวาดล้างชาวนา

devastating all the people

2:59

ทำลายล้างผู้คนทั้งหมด

and their thatch-roofed cottages. วัฒนธรรม

3:01

รวมถึงกระท่อมมุงหลังคาของพวกเขา

การใช้คำ

are ravaging the countryside: กำลังทำลายชนบทอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง

ในประโยคนี้ are ravaging the countryside หมายถึง “กำลังสร้างความเสียหายรุนแรงเป็นวงกว้างทั่วพื้นที่ชนบท” ravage มีน้ำหนักแรงกว่า damage มาก และไม่ได้หมายถึงการเดินทางหรือเพียงทำกิจกรรมอยู่ในชนบท รูป present progressive are ravaging แสดงว่าการทำลายยังดำเนินอยู่ ravage เป็นกริยาสกรรม จึงวางสถานที่ที่ได้รับผลกระทบต่อท้ายโดยตรง เช่น ravage the countryside

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ravage ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อถึงการทำลายที่รุนแรงและเป็นวงกว้าง

  1. A light pencil mark ravaged the corner of the page.
  2. The wildfire ravaged several mountain villages.
  3. The gentle breeze ravaged the open window.
ดูคำตอบ

The wildfire ravaged several mountain villages.

กริยาวลี

wiping out: ทำลายทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด

ในที่นี้ wiping out หมายถึงการฆ่าหรือทำลายสมาชิกทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดของกลุ่มหนึ่ง คำนี้อธิบายผลร้ายแรงจากการโจมตี ไม่ใช่การใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดตามปกติ wipe out ทำหน้าที่รวมกันเป็น phrasal verb เดียว วลี -ing wiping out the peasants เพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกับการทำลายล้างชนบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงโรคชนิดหนึ่งเกือบทำลายประชากรนกทั้งหมด

  1. The disease nearly wiped out the island's bird population.
  2. The keeper wiped the cages after feeding the birds.
  3. The keeper sent the birds out after the storm.
ดูคำตอบ

The disease nearly wiped out the island's bird population.

วัฒนธรรม

thatch-roofed cottages: กระท่อมที่มีหลังคามุงด้วยพืชแห้ง

Thatch-roofed cottages คือบ้านชนบทขนาดเล็กที่หลังคาคลุมด้วย thatch ซึ่งเป็นมัดวัสดุจากพืชแห้ง เช่น ฟางหรือกก thatch-roofed เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์และขยาย cottages ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสร้างภาพชนบทแบบเก่าในยุคก่อนสมัยใหม่ เมื่อใช้ร่วมกับ countryside และ peasants จึงชวนให้นึกถึงฉากยุคกลางหรือเทพนิยาย ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ทั่วไป

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย thatch-roofed cottage ได้ตรงที่สุด

  1. ที่อยู่อาศัยใต้ดินที่ไม่มีหลังคา
  2. บ้านชนบทขนาดเล็กที่มีหลังคาทำจากวัสดุพืชแห้ง
  3. อาคารอพาร์ตเมนต์สมัยใหม่ที่มีหลังคากระจก
ดูคำตอบ

บ้านชนบทขนาดเล็กที่มีหลังคาทำจากวัสดุพืชแห้ง

And here

3:03

และที่นี่

there aren't just ice and fire dragons, ไวยากรณ์

3:04

ไม่ได้มีแค่มังกรน้ำแข็งและมังกรไฟเท่านั้น

but lightning dragons too.

3:06

แต่ยังมีมังกรสายฟ้าอีกด้วย

ไวยากรณ์

there aren't just A, but B too: ไม่ได้มีแค่ A แต่ยังมี B ด้วย

รูปแบบ there aren't just A, but B too หมายความว่า A มีอยู่ และ B เป็นอีกประเภทที่เพิ่มเข้ามา รูปปฏิเสธไม่ได้บอกว่าไม่มี A แต่ปฏิเสธความคิดที่ว่า A คือรายการทั้งหมด ในประโยคนี้ A คือ ice and fire dragons และ B คือ lightning dragons คำว่า just ระบุรายการที่เคยถูกมองว่าครบแล้ว ส่วน but ... too เพิ่มข้อมูลใหม่ ใช้ there isn't เมื่อ A เป็นเอกพจน์ และใช้ there aren't เมื่อ A เป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ but ... too เพื่อเพิ่มประติมากรรมเป็นอีกประเภทหนึ่ง: There aren't just paintings in the museum, ____.

ดูคำตอบ

but sculptures too

Their people

3:08

ผู้คนของพวกเขา

will only allow the creation การใช้คำ

3:09

จะอนุญาตให้สร้าง

of two new regions.

3:11

อาณาเขตใหม่ได้เพียงสองแห่งเท่านั้น

การใช้คำ

allow the creation of ... สำหรับการอนุญาตแบบเป็นทางการ

allow the creation of + คำนาม หมายถึง “อนุญาตให้มีการสร้างหรือจัดตั้งบางสิ่ง” creation เปลี่ยน create ให้เป็นคำนาม จึงเน้นการกระทำที่ได้รับอนุญาตมากกว่าผู้ที่ลงมือทำ only จำกัดการอนุญาตไว้ที่ภูมิภาคใหม่สองแห่ง ในบริบทนี้ creation หมายถึงการจัดตั้งภูมิภาค ไม่ใช่การสร้างโลกทั้งใบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างคำนามแบบเป็นทางการได้ถูกต้องเพื่ออธิบายการอนุญาตในนโยบาย

  1. The policy will allow the creation two new community centers.
  2. The policy will allow the creation of two new community centers.
  3. The policy will allow to create two new community centers.
ดูคำตอบ

The policy will allow the creation of two new community centers.

Where do you create new regions

3:13

คุณจะสร้างอาณาเขตใหม่ที่ไหน

and place all the dragons?

3:15

และจัดวางมังกรทั้งหมดอย่างไร?

Unfortunately,

3:24

น่าเสียดาย

our meeting point trick

3:25

เคล็ดลับจุดตัดของเรา

won't suffice now ไวยากรณ์

3:27

ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว

that there are three dragon types.

3:28

เนื่องจากมีมังกรถึงสามประเภท

ไวยากรณ์

won't suffice now that ... เมื่อสถานการณ์ใหม่ทำให้บางสิ่งไม่เพียงพอ

won't suffice หมายถึง “จะไม่เพียงพอต่อความต้องการ” suffice เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่มีความหมายว่า be enough อยู่แล้ว ดังนั้น suffice enough จึงไม่ถูกต้อง now that ใช้นำหน้าสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้ว และอธิบายผลที่เกิดจากสถานการณ์นั้น ในที่นี้ การมีมังกรสามประเภทเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ทำให้กลยุทธ์จุดนัดพบเดิมไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “จะไม่เพียงพอเพราะสถานการณ์ปัจจุบันนี้เป็นจริงแล้ว”: One battery ____ the device uses more power.

ดูคำตอบ

won't suffice now that

So we need to find another method

3:30

ดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีอื่น

to identify problem areas.

3:32

ในการระบุพื้นที่ที่มีปัญหา

A great way to do so ไวยากรณ์

3:34

วิธีที่ดีเยี่ยมในการทำเช่นนั้น

is to experiment.

3:36

คือการทดลอง

ไวยากรณ์

A great way to do so is to...: การแนะนำวิธีเพื่อบรรลุเป้าหมาย

โครงสร้าง A great way to do so is to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แนะนำวิธีที่ดีในการบรรลุเป้าหมายที่กล่าวถึงไปแล้ว ในประโยคนี้ do so ย้อนกลับไปหมายถึงการระบุบริเวณที่มีปัญหา ส่วน to experiment บอกวิธีที่แนะนำ do so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปก่อนหน้า ไม่ได้เสนอการกระทำใหม่อีกอย่างหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A great way to do so is to + กริยารูปพื้นฐาน โดยระบุเป้าหมายก่อน แล้วจึงใช้โครงสร้างนี้บอกวิธี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง A great way to do so is to: We want to save energy. ____ turn off unused lights.

ดูคำตอบ

A great way to do so is to

Focus on one area

3:37

มุ่งเน้นไปที่พื้นที่เดียว

and start coloring

3:39

และเริ่มระบายสี

until we run out of possibilities. กริยาวลี

3:40

จนกว่าเราจะหมดทางเลือก

กริยาวลี

run out of possibilities: ไม่มีทางเลือกเหลืออยู่

Run out of possibilities หมายถึงไปถึงจุดที่ไม่เหลือทางเลือกหรือแนวทางที่เป็นไปได้เลย ในประโยคนี้ กลุ่มยังคงลองใช้สีต่าง ๆ จนไม่มีสิ่งอื่นให้ลองอีก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + run out of + สิ่งที่หมดไป Possibilities คือสิ่งที่ถูกใช้จนหมด และ run ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบ simple past ของ run out of: During the puzzle, we tried every key and then ____ possibilities.

ดูคำตอบ

ran out of

Take this section.

3:42

ลองดูส่วนนี้

These three regions all border each other,

3:43

พื้นที่ทั้งสามนี้ต่างก็อยู่ติดกันหมด

so they need to be different colors, ไวยากรณ์

3:46

ดังนั้นจึงต้องเป็นสีที่ต่างกัน

ไวยากรณ์

need to be different colors: สภาวะที่กฎกำหนด

ใน they need to be different colors คำว่า need to แสดงความจำเป็นที่เกิดจากกฎการระบายสี ไม่ใช่สิ่งที่พื้นที่เหล่านั้นต้องการ เนื่องจากพื้นที่ทั้งสามติดกันทั้งหมด แต่ละพื้นที่จึงต้องใช้สีที่ต่างจากอีกสองพื้นที่ โครงสร้างคือ ประธาน + need to be + สภาวะหรือคุณสมบัติ ใช้บอกเงื่อนไขที่คนหรือสิ่งของต้องเป็นไปตามนั้น ไม่ใช่การกระทำที่ประธานเลือกทำเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียนที่แสดงสภาวะที่จำเป็น: The three status lights ____ different colors.

ดูคำตอบ

need to be

but they also all touch this giant territory,

3:48

แต่พวกมันทั้งหมดก็สัมผัสกับอาณาเขตขนาดใหญ่นี้เช่นกัน

which we now can't color.

3:51

ซึ่งตอนนี้เราไม่สามารถระบายสีได้

To generalize the issue, ลำดับความ

3:53

หากจะสรุปปัญหาโดยทั่วไป

when there are four regions that all border each other, ไวยากรณ์

3:55

เมื่อมีสี่อาณาเขตที่อยู่ติดกันทั้งหมด

it's impossible to color them

3:58

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะระบายสี

with three colors.

4:00

ด้วยสามสี

ลำดับความ

To generalize the issue: เปลี่ยนจากตัวอย่างไปสู่กฎที่กว้างขึ้น

To generalize the issue เป็นวลีบอกจุดประสงค์ที่อยู่ต้นประโยคและช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อมูลต่อไปจะจัดลำดับอย่างไร กล่าวคือ ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากกรณีเฉพาะไปสู่ข้อความที่มีขอบเขตกว้างขึ้น ในที่นี้ generalize หมายถึงการสร้างรูปแบบของปัญหาที่กว้างขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมกรณีหลายกรณี ไม่ได้หมายถึงการพูดอย่างคลุมเครือ อนุประโยค when ที่ตามมาแสดงเงื่อนไขที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

คำเชื่อม To generalize the issue บอกให้ผู้ฟังคาดหวังอะไรต่อไป?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากตัวอย่างเฉพาะหนึ่งตัวอย่างไปสู่กฎที่กว้างขึ้น
  3. ผู้พูดกำลังเพิ่มรายละเอียดอีกอย่างเกี่ยวกับกรณีเฉพาะเดิม
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากตัวอย่างเฉพาะหนึ่งตัวอย่างไปสู่กฎที่กว้างขึ้น

ไวยากรณ์

When ..., it's impossible to ... สำหรับเงื่อนไขทั่วไปและผลลัพธ์

ในประโยคนี้ when ใช้เกริ่นเงื่อนไขทั่วไป ไม่ได้หมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ กล่าวคือ เมื่อพื้นที่สี่แห่งมีพรมแดนติดกันทั้งหมด ผลที่กล่าวไว้ก็จะเป็นจริง อนุประโยคหลักใช้ it is impossible to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าไม่สามารถทำการกระทำนั้นได้ภายใต้เงื่อนไขนี้ โครงสร้าง When + เงื่อนไขในรูปปัจจุบัน, it is impossible to + คำกริยา เหมาะสำหรับอธิบายข้อจำกัดทางคณิตศาสตร์หรือตรรกะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when เพื่อบอกเงื่อนไขทั่วไป และใช้ it's impossible to + คำกริยา เพื่อบอกผลที่เป็นไปไม่ได้

  1. When every seat was occupied yesterday, we waited outside.
  2. When every seat is occupied, it's impossible to seat another passenger.
  3. When every seat is occupied, it impossible seating another passenger.
ดูคำตอบ

When every seat is occupied, it's impossible to seat another passenger.

The map

4:01

แผนที่

has two other such areas.

4:02

มีพื้นที่แบบนี้อีกสองแห่ง

So what you need to do ไวยากรณ์

4:04

ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ

is break them up.

4:06

คือแยกพวกมันออกจากกัน

ไวยากรณ์

What you need to do is break them up เพื่อเน้นการกระทำที่จำเป็น

What you need to do is ... เป็นโครงสร้างที่ใช้เน้นการกระทำที่จำเป็น อนุประโยค what ทำหน้าที่เป็นประธาน และคำหลัง is ระบุว่าต้องทำอะไร เนื่องจากอนุประโยค what มี do อยู่แล้ว หลัง is จึงมักใช้คำกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to เช่น What you need to do is wait ส่วนรูปที่มี to อย่าง What you need to do is to wait ก็ใช้ได้เช่นกัน ในที่นี้ break them up หมายถึงแบ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหาออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ไม่ได้หมายถึงยุติความสัมพันธ์แบบคู่รัก ในความหมายนี้ break up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ ดังนั้นเมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามจึงต้องวางไว้ระหว่าง break กับ up โดยใช้ break them up ไม่ใช่ break up them

แบบฝึกหัด

การ์ดกองรวมกันเป็นกองใหญ่ ประโยคใดเน้นการกระทำที่จำเป็นได้อย่างเป็นธรรมชาติและวางคำสรรพนามได้ถูกต้อง

  1. The cards are in one large pile. What you need to do is break up them into smaller groups.
  2. The cards are in one large pile. What you need to do is break them up into smaller groups.
  3. The cards are in one large pile. What do you need to do is break them up into smaller groups.
ดูคำตอบ

The cards are in one large pile. What you need to do is break them up into smaller groups.

And once again,

4:07

และอีกครั้ง

the key is drawing lines ลำดับความ

4:08

กุญแจสำคัญคือการลากเส้น

between points

4:10

ระหว่างจุด

where multiple problematic regions touch.

4:12

ที่หลายพื้นที่ที่มีปัญหาสัมผัสกัน

ลำดับความ

the key is drawing ...: ระบุการกระทำที่เป็นหัวใจสำคัญ

กรอบ the key is ... บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาคือส่วนที่สำคัญที่สุดของวิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งขั้นตอน ในที่นี้ key หมายถึงหลักสำคัญ ไม่ใช่กุญแจจริงที่ใช้เปิดล็อก Drawing lines between points where multiple problematic regions touch เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is วลีนี้ระบุว่าการลากเส้นคือการกระทำสำคัญ ส่วน between points where multiple problematic regions touch ระบุว่าควรลากเส้นระหว่างจุดใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ check หลัง the key is: Many steps can help, but the key is ____ each measurement twice.

ดูคำตอบ

checking

No matter how you do it, ไวยากรณ์

4:15

ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไร

you'll effectively subdivide the giant territory การใช้คำ

4:17

คุณจะแบ่งดินแดนขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

into smaller ones.

4:20

ให้เป็นดินแดนที่เล็กลง

ไวยากรณ์

No matter how you do it: วิธีเปลี่ยนได้แต่ผลไม่เปลี่ยน

No matter how you do it เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับความแตกต่างของวิธีทำ กล่าวคือ วิธีอาจเปลี่ยนได้ แต่ผลในประโยคหลักยังเป็นจริงในทุกกรณี ในประโยคนี้ ไม่ว่าจะลากเส้นแบบใด ก็ยังทำให้พื้นที่ถูกแบ่งย่อยในลักษณะเดียวกัน หลัง no matter how ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา เช่น how you do it ส่วนนี้ไม่ใช่คำถามตรง ๆ จึงไม่ใช้ลำดับ how do you do it ภายในอนุประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ no matter how ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าผลไม่เปลี่ยนตามวิธี

  1. No matter you arrange the tiles how, the picture will stay the same.
  2. No matter how do you arrange the tiles, the picture will stay the same.
  3. No matter how you arrange the tiles, the picture will stay the same.
ดูคำตอบ

No matter how you arrange the tiles, the picture will stay the same.

การใช้คำ

effectively subdivide A into smaller ones: ผลที่เกิดขึ้นคือแบ่ง A เป็นส่วนที่เล็กกว่า

ในประโยคนี้ effectively หมายถึง “ในทางปฏิบัติ” หรือ “เมื่อดูจากผลที่เกิดขึ้นจริง” ไม่ได้หมายถึง “อย่างมีประสิทธิภาพ” ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ผลลัพธ์ก็คือพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกแบ่งย่อยลงไปอีก โครงสร้าง subdivide A into B หมายถึง “แบ่ง A ออกเป็น B ที่เล็กกว่า” ส่วน ones ใน smaller ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่กล่าวไปแล้ว เช่น territories หรือ regions เพื่อไม่ให้พูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ effectively ในความหมายว่า “เมื่อดูจากผลที่เกิดขึ้นจริง” และใช้ subdivide A into B ได้ถูกต้อง

  1. The crew efficiently subdivides the hall into smaller rooms.
  2. The new walls effectively subdivide the hall into smaller rooms.
  3. The new walls effectively separate the hall from the lobby.
ดูคำตอบ

The new walls effectively subdivide the hall into smaller rooms.

Now coloring the map becomes a logic puzzle,

4:21

ตอนนี้การระบายสีแผนที่กลายเป็นปริศนาตรรกะ

so long as you approach it systematically ไวยากรณ์

4:24

ตราบใดที่คุณเข้าถึงมันอย่างเป็นระบบ

ไวยากรณ์

so long as you approach it systematically: ขอเพียงคุณจัดการอย่างเป็นระบบ

so long as ใช้บอกเงื่อนไขและมีความหมายว่า “ขอเพียงว่า” หรือ “ถ้า” ผู้พูดกำลังบอกว่าการระบายสีแผนที่จะเป็นเหมือนโจทย์ตรรกะได้ภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง คือ ต้องจัดการงานนั้นอย่างเป็นระเบียบ ในที่นี้ approach เป็นกริยาที่หมายถึง “จัดการ” หรือ “เริ่มลงมือทำ” ไม่ได้หมายถึง “เข้าไปใกล้” ส่วน approach it systematically หมายถึงใช้วิธีที่ชัดเจนและทำตามลำดับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so long as เพื่อบอกเงื่อนไข และใช้ approach ในความหมายว่า “จัดการงาน”

  1. The assignment is manageable so long as you approach it systematically.
  2. The assignment is as long as the textbook, so approach it carefully.
  3. You can approach the building so long as the gate is open.
ดูคำตอบ

The assignment is manageable so long as you approach it systematically.

by starting in one area วลี

4:26

โดยเริ่มต้นในพื้นที่เดียว

and radiating out,

4:28

และแผ่ขยายออกไป

วลี

by starting in one area and radiating out: วิธีขยายออกจากจุดหนึ่ง

โครงสร้าง by + คำกริยารูป -ing ใช้อธิบายวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ในที่นี้ starting และ radiating เป็นการกระทำที่เชื่อมกัน คือเริ่มจากพื้นที่หนึ่งแล้วค่อยเคลื่อนออกไปด้านนอกจากจุดนั้น radiate out หมายถึง “แผ่หรือเคลื่อนออกจากจุดศูนย์กลาง” ในประโยคนี้ใช้บอกลำดับการจัดการพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงรังสีทางกายภาพที่เป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดใช้วิธีที่อธิบายด้วย “starting in one area and radiating out”?

  1. เริ่มจากขอบด้านนอก แล้วเคลื่อนเข้าหาศูนย์กลาง
  2. เริ่มพร้อมกันจากหลายพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. เริ่มจากพื้นที่หนึ่ง แล้วเคลื่อนออกไปด้านนอกจากตรงนั้น
ดูคำตอบ

เริ่มจากพื้นที่หนึ่ง แล้วเคลื่อนออกไปด้านนอกจากตรงนั้น

you'll reach an arrangement

4:29

คุณจะสามารถจัดรูปแบบ

that you can fit all your dragons into, วลี

4:30

ที่คุณสามารถใส่มังกรทั้งหมดเข้าไปได้

วลี

can fit all your dragons into: จัดให้มีที่สำหรับทุกสิ่งในรูปแบบการจัดวาง

โครงสร้าง fit + กรรม + into + พื้นที่ ช่วงเวลา หรือแผน หมายถึง “จัดให้มีที่สำหรับสิ่งนั้นอยู่ข้างใน” ในประโยคนี้รูปแบบการจัดวางสามารถรองรับมังกรทั้งหมดได้ โดย fit ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้ามีขนาดพอดีตัว โครงสร้างเต็มคือ an arrangement that you can fit all your dragons into คำว่า that ย้อนกลับไปหา arrangement ส่วน into อยู่ท้ายอนุประโยคขยายคำนามได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

ใช้ fit ... into เติมประโยคให้สมบูรณ์: We can ____ all three interviews ____ Friday afternoon.

ดูคำตอบ

fit · into

shifting the colors as needed.

4:33

โดยการสลับสีตามต้องการ

Just assign this region last

4:35

เพียงแค่กำหนดอาณาเขตนี้เป็นลำดับสุดท้าย

because it'll have two options.

4:37

เพราะมันจะมีสองทางเลือก

You've saved not one, ไวยากรณ์

4:40

คุณไม่ได้ช่วยชีวิตแค่ทวีปเดียว

but two continents

4:42

แต่ถึงสองทวีป

from certain ruin. วลี

4:43

จากความพินาศที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ไวยากรณ์

not one, but two: การเพิ่มจำนวนเพื่อเน้นย้ำ

ใน not one, but two continents ผู้พูดเริ่มจากความคาดหมายที่น้อยกว่า คือ one แล้วแก้เป็นจำนวนที่มากกว่า คือ two ความหมายคือ “ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่เป็นสอง” ดังนั้น but จึงทำหน้าที่เพิ่มข้อมูลเพื่อเน้นย้ำ ไม่ใช่แสดงความขัดแย้งทั่วไป โครงสร้าง not X, but Y ใช้เมื่อ X และ Y เป็นตัวเลือกที่มีรูปแบบขนานกัน ข้อมูลสำคัญอยู่ที่ Y และมักทำให้ผลลัพธ์ฟังดูน่าประทับใจหรือเกินคาดมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นว่าจำนวนคือสาม ไม่ใช่แค่หนึ่ง?

  1. One repair may have been enough.
  2. Not one, but three repairs were needed.
  3. Three repairs were not needed.
ดูคำตอบ

Not one, but three repairs were needed.

วลี

from certain ruin: certain หมายถึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

Save A from B หมายถึงป้องกันไม่ให้ B ทำอันตรายหรือทำลาย A ตรงนี้ from นำไปสู่ผลลัพธ์ร้ายแรงที่ถูกหลีกเลี่ยง ใน certain ruin คำว่า certain หมายถึง “แน่นอน” หรือ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” ไม่ได้หมายถึง “บางชนิดที่ไม่ได้ระบุ” ใจความคือ หากไม่มีการช่วยเหลือ ความพินาศก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The climbers were rescued from certain death.' คำว่า certain หมายถึงอะไร?

  1. เฉพาะเจาะจงแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร
  2. ไม่น่าจะเกิดขึ้น
  3. จะเกิดขึ้นแน่นอนหากไม่มีการช่วยเหลือ
ดูคำตอบ

จะเกิดขึ้นแน่นอนหากไม่มีการช่วยเหลือ

Now to

4:45

เอาล่ะ ตอนนี้

see if you can find a giant eagle

4:45

มาดูกันว่าคุณจะหานกอินทรีขนาดยักษ์

and hitch a ride back home. สำนวน

4:47

แล้วขอติดรถกลับบ้านได้ไหม

สำนวน

hitch a ride back home: อาศัยพาหนะของคนอื่นกลับบ้าน

hitch a ride หมายถึงการเดินทางโดยอาศัยพาหนะที่คนอื่นหรือสิ่งอื่นจัดให้ โดยทั่วไปไม่ได้สื่อถึงการซื้อตั๋วหรือจองอย่างเป็นทางการ ส่วน back home บอกว่าปลายทางคือบ้าน และ back แสดงว่าเป็นการเดินทางกลับ ในประโยคนี้ “พาหนะ” คือนกอินทรียักษ์ การใช้สำนวนเดินทางในชีวิตประจำวันจึงทำให้คำสั่งในโลกจินตนาการฟังดูสนุก ในสำนวนนี้ hitch ไม่ได้หมายถึงปัญหาทางเทคนิคหรือการเกี่ยวสิ่งของเข้าด้วยกันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย hitch a ride: Since Maya was driving downtown, I decided to ____ with her.

ดูคำตอบ

hitch a ride

Fun fact, ลำดับความ

4:49

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

it's impossible to draw a map on a plane ไวยากรณ์

4:51

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะวาดแผนที่บนระนาบ

that requires more than four different colors

4:53

ที่ต้องใช้มากกว่าสี่สี

to shade in. กริยาวลี

4:56

เพื่อแรเงา

ลำดับความ

Fun fact: เกริ่นข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ

Fun fact เป็นคำเกริ่นที่วางไว้หน้าข้อความ เพื่อบอกว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ และช่วยเปลี่ยนจากคำอธิบายหลักไปสู่ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ในที่นี้ คำดังกล่าวใช้เกริ่นเรื่องการระบายสีแผนที่ในฐานะข้อเท็จจริงเสริม fun หมายถึงน่าสนใจหรือน่าประหลาดใจ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงตลก คำเกริ่นนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อมูลนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

Fun fact ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: Fun fact: sea otters hold hands while they sleep

  1. ใช้เกริ่นข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ
  2. ระบุว่าข้อความนั้นเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดของผู้พูด
  3. เตือนว่าข้อความนั้นเป็นเพียงเรื่องตลก
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อมูลเสริมที่น่าสนใจ

ไวยากรณ์

it's impossible to ... that ...: it ที่เป็นประธานรูปแบบและอนุประโยคสัมพัทธ์

ใน it's impossible to draw... คำว่า it ไม่ได้แทนบุคคลหรือสิ่งของ แต่เป็นประธานรูปแบบ (dummy subject) ส่วน infinitive ที่มี to คือ to draw a map... บอกการกระทำที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ โครงสร้างนี้ทำให้ภาษาอังกฤษบอกคำตัดสินก่อน โดยไม่ต้องเริ่มด้วยวลีกริยาที่ยาว อนุประโยคสัมพัทธ์ that requires... ขยาย a map ไม่ใช่ a plane ในที่นี้ on a plane หมายถึง «บนพื้นผิวราบทางเรขาคณิต» ไม่ใช่ «บนเครื่องบิน» และ to shade in หมายถึงระบายสีลงในพื้นที่ต่าง ๆ ของแผนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปย่อ it's impossible to: With no key or open window, ____ enter the locked room.

ดูคำตอบ

it's impossible to

กริยาวลี

to shade in: ระบายสีด้านในของพื้นที่ที่มีขอบเขต

Shade in เป็น phrasal verb ที่หมายถึงใช้ดินสอ สีเทียน หรือสีชนิดอื่นเติมด้านในของรูปทรงหรือพื้นที่ที่มีขอบเขต ในประโยคนี้หมายถึงระบายสีพื้นที่ต่าง ๆ ของแผนที่ ไม่ใช่เพียงวาดเงา ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า shade in the circle หรือ shade the circle in ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำประกอบกริยา จึงใช้ shade it in ไม่ใช่ shade in it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยจัด shade in และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The star is empty, so please ____ before you cut it out.

ดูคำตอบ

shade it in

That's easy to say, ไวยากรณ์

4:57

นั่นพูดง่าย

but remarkably difficult to prove.

4:58

แต่พิสูจน์ได้ยากมาก

ไวยากรณ์

easy to say, but remarkably difficult to prove: การเปรียบต่างระดับความยากอย่างชัดเจน

ในประโยคนี้ that ย้อนถึงแนวคิดหรือข้อความที่กล่าวมาก่อน สิ่งเดียวกันถูกประเมินในสองด้านที่ตรงข้ามกัน คือ พูดได้ง่าย แต่พิสูจน์ได้ยากมาก ช่วงหลังไม่ได้พูด that is ซ้ำ ดังนั้น but จึงเชื่อมโครงสร้างคู่ขนานแบบคำคุณศัพท์ + to-infinitive สองชุด ใช้ easy to + คำกริยา, but difficult to + คำกริยา เพื่อเปรียบเทียบความยากของการกระทำสองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน remarkably เน้น difficult ให้แรงขึ้น และบอกว่าระดับความยากนั้นเด่นชัดหรือเกินคาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบต่าง easy to..., but remarkably difficult to... ได้ถูกต้อง?

  1. The rule is easy to explain, and remarkably difficult to apply.
  2. The rule is easy to explain, but remarkably difficult to apply.
  3. The rule is easy explaining, but remarkably difficult to apply.
ดูคำตอบ

The rule is easy to explain, but remarkably difficult to apply.

So if you're looking for a way ไวยากรณ์

5:00

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาวิธี

to build mastery over proofs วลี

5:02

ในการสร้างความเชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์

and logical thinking,

5:04

และการคิดเชิงตรรกะ

we recommend

5:06

เราขอแนะนำ

that you check out Brilliant. กริยาวลี

5:06

ให้คุณลองเข้าไปดู Brilliant

ไวยากรณ์

if you're looking for a way to...: ระบุความต้องการก่อนให้คำแนะนำ

ในที่นี้ if you're looking for a way to... ใช้ระบุกลุ่มคนที่มีเป้าหมายบางอย่าง จากนั้นประโยคหลักจึงให้คำแนะนำแก่คนกลุ่มนั้น ผู้พูดไม่ได้เน้นตั้งข้อสงสัยว่าความต้องการนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ใช้เงื่อนไขเพื่อพูดอย่างสุภาพกับผู้ชมส่วนที่มีความต้องการดังกล่าว ใน a way to build... คำกริยาแบบ to-infinitive อธิบายว่าวิธีนั้นมีไว้ช่วยให้คนทำอะไร ดังนั้น If you're looking for a way to + คำกริยา จึงเป็นประโยคเปิดที่นำไปใช้ซ้ำได้เมื่อต้องการแนะนำวิธี เครื่องมือ หลักสูตร หรือบริการที่เป็นประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยประโยคเปิดแบบมีเงื่อนไขจากบทเรียน: ____ improve your writing, try these short daily lessons.

ดูคำตอบ

If you're looking for a way to

วลี

build mastery over proofs and logical thinking: พัฒนาทักษะระดับสูงเมื่อเวลาผ่านไป

ในประโยคนี้ build mastery over proofs and logical thinking หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาความสามารถระดับสูงในการเข้าใจและใช้วิธีการพิสูจน์กับการให้เหตุผลเชิงตรรกะ คำว่า build แสดงว่า mastery เป็นสิ่งที่สะสมขึ้นตามเวลาจากการเรียนและการฝึกฝน ตรงนี้ over ใช้นำหน้าขอบเขตที่ต้องการฝึกให้เชี่ยวชาญ mastery หมายถึงทักษะและความสามารถในการควบคุมสิ่งที่ทำ ไม่ใช่อำนาจเหนือคนอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “ค่อย ๆ พัฒนาทักษะระดับสูง”: Months of guided practice can help you ____ proof-writing.

ดูคำตอบ

build mastery over

กริยาวลี

check out Brilliant: สำรวจแหล่งข้อมูลที่ได้รับการแนะนำ

ตรงนี้ check out Brilliant หมายถึงเข้าไปดูหรือสำรวจ Brilliant เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ในการแนะนำสิ่งต่าง ๆ รูปแบบ check out + แหล่งข้อมูล สถานที่ ผลิตภัณฑ์ หรือกิจกรรม เป็นการชวนให้อีกฝ่ายลองดูว่าสนใจหรือไม่ ในความหมายนี้ check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง โดยพูดว่า check it out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “เข้าไปดูหรือสำรวจ”: If you enjoy astronomy, you should ____ this new science channel.

ดูคำตอบ

check out

Brilliant's Mathematical Fundamentals course

5:09

หลักสูตร Mathematical Fundamentals ของ Brilliant

teaches logical skills and techniques

5:12

สอนทักษะและเทคนิคเชิงตรรกะ

through interactives

5:14

ผ่านบทเรียนแบบอินเทอร์แอกทีฟ

where you'll hunt for treasure,

5:15

ที่คุณจะได้ตามล่าหาสมบัติ

identify werewolves,

5:17

ระบุตัวตนของมนุษย์หมาป่า

and repair broken machines.

5:18

และซ่อมแซมเครื่องจักรที่พัง

You can try it out กริยาวลี

5:20

คุณสามารถลองเรียนได้

at brilliant.org/teded.

5:21

ที่ brilliant.org/teded

กริยาวลี

try it out: ทดลองใช้จากประสบการณ์จริง

try something out หมายถึงการใช้หรือทดสอบบางสิ่งด้วยตนเองเพื่อดูว่าใช้งานได้ดีเพียงใด ในประโยคนี้ it หมายถึง Brilliant และผู้พูดกำลังชวนผู้ชมให้ลองสัมผัสบริการนี้ด้วยตนเอง try out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางไว้ระหว่าง try กับ out จึงใช้ try it out ไม่ใช่ try out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย try ... out โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: This camera looks useful, so I'll ____ before buying one.

ดูคำตอบ

try it out

And as a bonus,

5:24

และเป็นโบนัส

the first 833 of you ไวยากรณ์

5:26

833 ท่านแรก

to use that link

5:28

ที่ใช้ลิงก์นั้น

will receive 20% off การใช้คำ

5:29

จะได้รับส่วนลด 20%

ไวยากรณ์

the first 833 of you to use that link: 833 คนแรกในกลุ่มผู้ฟังที่ใช้ลิงก์นั้น

โครงสร้าง the first + number + of you + to + verb ใช้ระบุคนจำนวนหนึ่งจากกลุ่มที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย โดยดูว่าใครทำการกระทำนั้นก่อน ในประโยคนี้หมายถึงผู้ชม 833 คนที่ใช้ลิงก์นั้นก่อนคนอื่น รูป infinitive to use that link ขยาย the first 833 of you ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของคนเหล่านั้น นามวลีทั้งหมดเป็นประธานของ will receive ซึ่งส่วนต่อมาจะบอกว่าคนกลุ่มนี้ได้รับอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า “สิบคนในกลุ่มนี้ที่ตอบก่อนคนอื่น”: The ____ to answer will get a prize.

ดูคำตอบ

first ten of you

the annual premium subscription fee.

5:30

สำหรับค่าสมัครสมาชิกพรีเมียมรายปี

การใช้คำ

receive 20% off: ได้รับส่วนลด 20%

ในที่นี้ receive 20% off หมายถึงได้รับส่วนลดเท่ากับ 20% ของค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีแบบพรีเมียม หากค่าธรรมเนียมเดิมคือ $100 ลูกค้าจะจ่าย $80 ในบริบทของราคา โครงสร้าง percentage + off บอกว่าหักออกจากราคาเดิมเท่าไร receive นำเข้าสู่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนคำหลัง off ระบุว่ารายการใดได้รับส่วนลด

แบบฝึกหัด

แพ็กรายปีราคาปกติ $100 ข้อเสนอระบุว่า you will receive 20% off คุณต้องจ่ายเท่าไร?

  1. $120
  2. $20
  3. $80
ดูคำตอบ

$80