ช่วงเวลาของครอบครัว | คลิปโบนัส | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวหนึ่งช่วยกันดัดแปลงเรื่องซินเดอเรลลาให้เป็นฉบับขบขันที่แทรกมุกแบบออสเตรเลีย จากนั้นเล่นเกมพยายามทำหน้าจริงจังโดยไม่หัวเราะ และปิดท้ายด้วยการอัดเพลงกล่อมเด็กภาษาอังกฤษที่คุ้นเคยส่งให้คุณตา ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. Once upon a time, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่านี่คือสำนวนเปิดเรื่องตามแบบแผนที่ส่งสัญญาณว่านิทานและโลกสมมติกำลังเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงข้อความบอกเวลาในอดีต ผู้เรียนจึงนำไปใช้กำหนดประเภท บรรยากาศ และพาผู้ฟังเข้าสู่เรื่องได้ทันที 2. legs it out of there. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจสำนวนกันเองที่พบในอังกฤษและออสเตรเลียว่าแปลว่ารีบวิ่งหนีหรือออกจากสถานที่อย่างรวดเร็ว ไม่ได้กล่าวถึงขาตามตัวอักษร และใช้เล่าฉากที่ตัวละครจากไปอย่างกะทันหันและเร่งรีบให้มีชีวิตชีวาได้ 3. like a diamond in the sky. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: มองออกว่าเพลงเด็กใช้ like สร้างอุปมาโดยเปรียบดาวที่ส่องสว่างกับเพชรอย่างชัดเจน ความเข้าใจนี้ช่วยให้ตีความภาพพจน์เชิงกวี และสร้างคำเปรียบเทียบของตนเองเพื่อบรรยายรูปลักษณ์ ความสว่าง หรือรูปทรงได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
All right. ในฐานะสัญญาณให้ไปสู่ขั้นตอนถัดไป
ในประโยคนี้ All right. แสดงว่าผู้พูดพร้อมจะเริ่มหรือทำต่อ เป็นสัญญาณในการพูดเพื่อจัดลำดับการสนทนาหรือกิจกรรม ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างถูกต้อง ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อจบช่วงเตรียมตัวและพาทุกคนไปสู่การกระทำถัดไป คำแปลจึงควรสื่อหน้าที่ในการจัดลำดับนี้
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด All right. มีความหมายเหมือนในตัวอย่าง?
- ครูพูดเพื่อยืนยันว่าคำตอบทั้งหมดถูกต้อง
- มีคนใช้สำนวนนี้เพื่อถามว่าด้านขวาอยู่ตรงไหน
- ผู้นำกิจกรรมพูดหลังจากทุกคนพร้อมแล้ว จากนั้นจึงเริ่มกิจกรรม
ดูคำตอบ
ผู้นำกิจกรรมพูดหลังจากทุกคนพร้อมแล้ว จากนั้นจึงเริ่มกิจกรรม
Old MacDonald had a farm: ท่อนเปิดที่กำหนดไว้ของเพลงเด็ก
Old MacDonald had a farm เป็นท่อนเปิดที่กำหนดไว้ของเพลงเด็กภาษาอังกฤษดั้งเดิม Old MacDonald Had a Farm ในที่นี้ Old MacDonald หมายถึงตัวละครที่คุ้นเคยจากเพลง ประโยคนี้ไม่ได้เน้นบอกอายุของเขา เพลงนี้มักใช้รูปแบบท่อนเดิมซ้ำ แล้วเปลี่ยนชนิดสัตว์และเสียงร้องของสัตว์ การจำท่อนเปิดนี้ได้ช่วยอธิบายว่าทำไมฉบับต่อ ๆ มาจึงใส่ชื่อสัตว์ต่างกันได้
แบบฝึกหัด
ข้อมูลพื้นหลังข้อใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าทำไมหลัง Old MacDonald had a farm จึงตามด้วยชื่อสัตว์ต่าง ๆ ได้?
- มีจุดประสงค์หลักเพื่อบอกว่า MacDonald แก่มาก
- เป็นท่อนเปิดที่กำหนดไว้ของเพลงเด็กซึ่งใช้สัตว์ต่างชนิดในรูปแบบเดิมได้
- เป็นถ้อยคำทางการจากสัญญาซื้อฟาร์ม
ดูคำตอบ
เป็นท่อนเปิดที่กำหนดไว้ของเพลงเด็กซึ่งใช้สัตว์ต่างชนิดในรูปแบบเดิมได้
You ready? ในรูปย่อแบบไม่เป็นทางการ
You ready? เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการของ Are you ready? โดยละคำว่า are แต่ยังคงใช้ถามว่าอีกฝ่ายพร้อมหรือไม่ รูปนี้ใช้ได้เมื่อสถานการณ์ชัดเจนและน้ำเสียงคำถามบอกให้รู้ว่าเป็นคำถาม ประโยคเต็มในที่นี้คือ Are you ready?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นรูปเต็มมาตรฐานของ You ready?
- Do you ready?
- Have you ready?
- Are you ready?
ดูคำตอบ
Are you ready?
One more. เพื่อบอกว่าเพิ่มอีกหนึ่งหรืออีกหนึ่งรอบ
One more. เป็นสำนวนสั้นที่ต้องอาศัยบริบท โดยหมายถึงอีกหนึ่งชิ้น หรือเพิ่มอีกหนึ่งครั้งหรือหนึ่งรอบ คำนามอย่าง time, turn, song, try หรือ item ถูกละไว้ เพราะผู้ฟังเข้าใจได้จากสถานการณ์ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าจะทำกิจกรรมนั้นอีกครั้ง หากใช้น้ำเสียงคำถามและเขียนเป็น One more? ก็สามารถใช้ถามว่าอีกฝ่ายต้องการอีกหนึ่งชิ้นหรืออีกหนึ่งรอบไหม
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณอยากเล่นเพิ่มอีกหนึ่งรอบ เมื่อกิจกรรมนั้นชัดเจนอยู่แล้ว คำขอสั้น ๆ ข้อใดเป็นธรรมชาติ?
- One only, please.
- One less, please.
- One more, please.
ดูคำตอบ
One more, please.
make it funny: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน make it funny คำว่า make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งกลายเป็นสภาพหนึ่ง” โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย it เป็นกรรม และ funny บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ it หมายถึงเนื้อหาที่กำลังเล่าอยู่ จึงเป็นการขอให้ทำเนื้อหานั้นให้ตลกขึ้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ใน make it clear, make it easy และ make it safe
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดยใช้ it และคำคุณศัพท์ brighter: The picture is too dark. Please ____.
ดูคำตอบ
make it brighter
Once upon a time: วลีเปิดนิทาน
Once upon a time เป็นวลีตายตัวสำหรับเริ่มนิทาน มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “นานมาแล้ว” แต่หน้าที่หลักไม่ใช่การบอกวันที่ เมื่อวางไว้ตอนต้น วลีนี้จะส่งสัญญาณว่าเรื่องกำลังเริ่มขึ้น และเตรียมผู้ฟังเข้าสู่เรื่องเล่าแบบดั้งเดิมหรือเรื่องสมมติ ควรเรียนรู้เป็นวลีเดียวทั้งชุด ไม่ใช่แปลตามความหมายตรงตัวของแต่ละคำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปิดนิทานสี่คำจากบทเรียนนี้: ____, a young baker found a magic key.
ดูคำตอบ
Once upon a time
there was ... named ...: การแนะนำตัวละครใหม่
คำว่า there was a young girl นำตัวละครใหม่เข้ามาในเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต โครงสร้าง there was + นามวลีเอกพจน์ บอกว่าในตอนนั้นมีคนหรือสิ่งหนึ่งอยู่หรือปรากฏอยู่ named Cinderella วางไว้หลัง girl เพื่อบอกชื่อของเด็กสาว เป็นรูปย่อของ who was named Cinderella ในที่นี้ named ใช้ขยายเด็กสาว ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึงการตั้งชื่อให้ใคร
แบบฝึกหัด
เติมบทนำของเรื่องด้วย there was ... named ...: There ____ a boy ____ Leo.
ดูคำตอบ
was · named
made her do: make + คน + กริยารูปพื้นฐาน
made her do เป็นรูปอดีตของโครงสร้าง make + คน + กริยารูปพื้นฐาน ในเรื่องนี้หมายความว่าคนอื่นทำให้หรือกดดันให้เธอซักผ้า เธอจึงแทบไม่มีทางเลือก ในโครงสร้างกรรมวาจกนี้ กริยาหลังคนไม่ใช้ to โดยใช้ made + her + do ไม่ใช่ made her to do โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับกริยารูปพื้นฐานคำอื่นได้ เช่น made us wait
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ make และรูปพื้นฐานของ run เติมประโยคให้สมบูรณ์: The coach ____ us ____ one more lap.
ดูคำตอบ
made · run
do all the washing, and ironing, and cleaning up: ใช้ do เชื่อมรายการงานบ้าน
ในประโยคนี้ กริยา do เพียงคำเดียวครอบคลุมรายการงานบ้านที่เชื่อมกัน ได้แก่ the washing, ironing และ cleaning up ภาษาอังกฤษมักใช้ do กับงานประจำหรืองานบ้าน ดังนั้น do the washing และ do the ironing จึงเป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ Cleaning up หมายถึงการเก็บสถานที่ให้เรียบร้อยหรือจัดการสิ่งที่เลอะเทอะ การใช้ and ซ้ำทำให้รายการฟังเหมือนเพิ่มต่อเนื่อง ส่วน all แสดงว่างานทั้งชุดเป็นความรับผิดชอบของเธอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กลุ่มคำภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติสำหรับงานบ้านเหล่านี้
- I did the washing and ironing before lunch.
- I worked the washing and ironing before lunch.
- I made the washing and ironing before lunch.
ดูคำตอบ
I did the washing and ironing before lunch.
never lifted a finger to help: ไม่พยายามช่วยเลยแม้แต่น้อย
Never lifted a finger to help เป็นสำนวนที่หมายถึงไม่ได้พยายามช่วยเลย ไม่ได้พูดถึงการขยับนิ้วจริง ๆ แต่ใช้การกระทำที่เล็กมากแทนความพยายามแม้เพียงน้อยนิด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ not/never lift a finger to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยปกติใช้ตำหนิคนที่ไม่ลงมือทำอะไรขณะที่คนอื่นกำลังทำงาน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่ได้พยายามช่วยเลย” ให้สมบูรณ์: Everyone else packed the boxes, but Leo never ____ to help.
ดูคำตอบ
lifted a finger
that sounds familiar: บอกว่าตนเองเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน
ในที่นี้ that หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งเล่ามา That sounds familiar หมายความว่าผู้พูดมองออกว่าเป็นสถานการณ์แบบที่คุ้นเคย เพราะเคยเจอเรื่องคล้ายกัน ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเคยได้ยินคำพูดหรือเรื่องเดียวกันมาก่อน นี่เป็นวิธีบอกทางอ้อมว่ามีประสบการณ์ร่วมกัน เมื่อใช้กับ Ah, well น้ำเสียงอาจสื่อถึงความเข้าใจ ความขำเล็กน้อย หรือความเหนื่อยใจและปลง ๆ ได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I always end up doing all the cleaning alone.” คำว่า “That sounds familiar” สื่อความหมายใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- ผู้พูดเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน
- ผู้พูดได้ยินคำบ่นไม่ชัดเจน
- ผู้พูดจำคำพูดของเพื่อนได้ทุกคำจากหนังสือเล่มหนึ่ง
ดูคำตอบ
ผู้พูดเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน
a royal ball: งานเต้นรำอย่างเป็นทางการของราชสำนัก
ใน a royal ball คำว่า ball หมายถึงงานเต้นรำขนาดใหญ่ที่เป็นทางการ ไม่ใช่ลูกบอลทรงกลมที่ใช้เล่นกีฬา ส่วน royal แสดงว่างานนี้เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ ราชินี หรือราชวงศ์ ในเรื่องซินเดอเรลลาแบบดั้งเดิม นี่คืองานที่พระราชวังซึ่งซินเดอเรลลาได้พบเจ้าชาย ภูมิหลังนี้ทำให้การประกาศจัดงานกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเรื่อง
แบบฝึกหัด
“The king announced a royal ball” หมายความว่าอย่างไร
- มีผู้พบวัตถุทรงกลมที่มีมูลค่า
- สมาชิกราชวงศ์จะเล่นกีฬาที่ใช้ลูกบอล
- จะมีการจัดงานเต้นรำอย่างเป็นทางการสำหรับราชสำนัก
ดูคำตอบ
จะมีการจัดงานเต้นรำอย่างเป็นทางการสำหรับราชสำนัก
Call him Leroy: โครงสร้าง call + คน + ชื่อ
ใน Call him Leroy. คำว่า call หมายถึง “เรียกใครคนหนึ่งด้วยชื่อหนึ่ง” ไม่ใช่ “โทรหา” โครงสร้างคือ call + คน + ชื่อ โดย him คือคนที่ถูกเรียก และ Leroy คือชื่อที่ใช้เรียกเขา ประโยคคำสั่ง Call ... บอกผู้เล่าเรื่องโดยตรงว่าควรใช้ชื่ออะไร โครงสร้างนี้ยังใช้บอกชื่อที่คนทั่วไปเรียกหรือชื่อเล่นของใครสักคนได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง call + คน + ชื่อ: Her full name is Gabriella, but we ____ Gabby.
ดูคำตอบ
call her
would so like to go: ใช้ so เน้นความต้องการอย่างมาก
would like to + คำกริยา ใช้แสดงความต้องการอย่างนุ่มนวลและสุภาพกว่า want to ใน would so like to go คำว่า so อยู่หน้า like เพื่อเน้นระดับ ทำให้ความต้องการนั้นแรงขึ้นมาก หมายถึง “อยากจริง ๆ หรืออยากมาก” so ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” การเน้นอย่างมากทำให้ประโยคมีอารมณ์ชัด ฟังดูเหมือนการแสดงเล็กน้อย และมีบรรยากาศแบบนิทาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างที่เน้นไว้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงความต้องการอย่างมาก?
- I would so like to visit the castle.
- I so would like visit the castle.
- I would like so to visit the castle.
ดูคำตอบ
I would so like to visit the castle.
Do your funny voice: do ในความหมายว่าแสดงเสียง
ใน Do your funny voice คำว่า do หมายถึงแสดงหรือเลียนแบบ ไม่ได้หมายถึงสร้างหรือผลิต ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายพูดด้วยเสียงตลกที่ทำเป็นอยู่แล้วและทุกคนในบทสนทนารู้ว่าเป็นเสียงไหน รูปแบบ do + a/the/คำแสดงความเป็นเจ้าของ + voice ใช้บอกการทำเสียงตัวละคร ส่วน Do an accent ใช้ do ในความหมายของการแสดงเช่นเดียวกัน แต่ voice มีความหมายกว้างกว่าและไม่จำเป็นต้องหมายถึงสำเนียงของภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายทำเสียงหุ่นยนต์ที่คุ้นเคยได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Finish your robot voice for us.
- Build your robot voice for us.
- Do your robot voice for us.
ดูคำตอบ
Do your robot voice for us.
Suddenly, สัญญาณของจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิดในเรื่อง
Suddenly บอกว่าการปรากฏตัวของนางฟ้าแม่ทูนหัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเหนือความคาดหมาย เมื่ออยู่ต้นประโยคเล่าเรื่อง Suddenly, ยังช่วยจัดลำดับเรื่องด้วย โดยตัดจากสถานการณ์ก่อนหน้าและดึงความสนใจไปยังเหตุการณ์ใหม่ เครื่องหมายจุลภาคแยกคำวิเศษณ์ต้นประโยคออกจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เรื่องราวเพิ่งบรรยายถึงห้องที่เงียบสงบ ประโยคถัดไปข้อใดบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดได้ชัดเจนที่สุด
- Usually, the lights went out at ten.
- Suddenly, the lights went out.
- Gradually, the room became darker.
ดูคำตอบ
Suddenly, the lights went out.
fairy godmother: ผู้ช่วยที่มีเวทมนตร์ในนิทาน
fairy godmother เป็นบทบาทตัวละครที่พบได้บ่อยในนิทาน หมายถึงผู้ช่วยที่มีเวทมนตร์และใจดี ซึ่งจะปรากฏตัวเมื่อตัวละครเอกตกอยู่ในความลำบาก ในที่นี้คำนี้หมายถึงตัวละครประเภทหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงบทบาท godmother ในชีวิตจริงตามธรรมเนียมครอบครัวหรือศาสนาเท่านั้น ในเรื่องซินเดอเรลลา ตัวละครนี้ใช้เวทมนตร์ทำให้ซินเดอเรลลาไปงานเต้นรำได้ ดังนั้นการปรากฏตัวของเธอจึงเป็นสัญญาณว่าความช่วยเหลือจากเวทมนตร์กำลังจะเปลี่ยนสถานการณ์ของซินเดอเรลลา
แบบฝึกหัด
ในนิทานแบบดั้งเดิม fairy godmother เป็นตัวละครแบบใด
- ผู้ช่วยที่มีเวทมนตร์ซึ่งช่วยตัวละครเอก
- ครูธรรมดาที่ไม่มีบทบาทเกี่ยวกับเวทมนตร์
- สมาชิกวงดนตรีของราชสำนัก
ดูคำตอบ
ผู้ช่วยที่มีเวทมนตร์ซึ่งช่วยตัวละครเอก
Good day, darling: น้ำเสียงตัวละครที่อบอุ่นและจงใจให้ดูเก่า
ในบทสนทนาสมัยใหม่ Good day เป็นคำทักทายที่เป็นทางการและดั้งเดิมกว่า Hello ส่วน darling เป็นคำเรียกอย่างเอ็นดู ใช้กับคู่รัก คนในครอบครัว เด็ก หรือคนที่ยินดีกับถ้อยคำแสดงความรักใคร่ได้ จึงไม่ได้หมายถึงคู่รักเชิงโรแมนติกเสมอไป เมื่อใช้คำทักทายกับคำเรียกนี้ร่วมกัน ประโยคจะฟังดูอบอุ่น สุภาพประณีต และจงใจให้มีกลิ่นอายเก่า ๆ ในฉากแบบนิทาน การผสมนี้ช่วยสร้างน้ำเสียงตัวละครที่เหมือนกำลังแสดงละคร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ "Good day, darling." สร้างความรู้สึกแบบใด
- เป็นคำสั่งทางเทคนิคที่เป็นกลาง
- ฟังดูอบอุ่นและจงใจให้มีกลิ่นอายเก่า ๆ
- เป็นคำทักทายแบบไม่เป็นส่วนตัวที่คนแปลกหน้าใช้กันตามปกติ
ดูคำตอบ
ฟังดูอบอุ่นและจงใจให้มีกลิ่นอายเก่า ๆ
Let's get you ready for: โครงสร้าง get + คน + ready for
Let's get you ready for ... ประกอบด้วย Let's และโครงสร้าง get + คน + ready for + เหตุการณ์หรือสถานการณ์ ในที่นี้ get หมายถึง “ทำให้เข้าสู่สภาพหนึ่ง” ดังนั้น get you ready คือช่วยให้คุณอยู่ในสภาพพร้อม ไม่ได้หมายถึง “ได้ตัวคุณมา” Let's ทำให้การกระทำนี้เป็นสิ่งที่ผู้พูดจะช่วย จัดการ หรือเริ่มทำด้วยกัน แม้คนที่ต้องเตรียมพร้อมจริง ๆ จะเป็นอีกฝ่าย โครงสร้างนี้นำไปใช้กับโรงเรียน การเดินทาง การแสดง หรือการสอบได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ get someone ready for: The school bus arrives in ten minutes. Let's ____ school.
ดูคำตอบ
get you ready for
I'll skip all this stuff: การข้ามรายละเอียดในการเล่าเรื่อง
ใน I'll skip all this stuff. คำว่า skip รับเนื้อหาที่จะละไว้เป็นกรรมโดยตรง หมายถึง “ไม่กล่าวถึงแล้วไปต่อ” ไม่ใช่การกระโดดด้วยร่างกาย ส่วน all this stuff ใช้รวมรายละเอียดที่ผู้พูดกำลังชี้ถึงหรือเพิ่งเล่ามาถึงแบบกว้าง ๆ ในฐานะวิธีจัดลำดับคำพูด ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดตั้งใจเร่งเรื่องให้เร็วขึ้น เหตุการณ์ที่ละไว้ยังเกิดขึ้นจริง เพียงแต่ผู้พูดตัดสินใจว่าไม่สำคัญพอที่จะเล่ารายละเอียด
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอต้องการข้ามรายละเอียดเกริ่นนำเล็กน้อยแล้วไปที่บทสรุป ควรพูดประโยคใด?
- I'll skip to the setup details and explain them one by one.
- I'll skip the conclusion and stay with the setup details.
- I'll skip the setup details and go straight to the conclusion.
ดูคำตอบ
I'll skip the setup details and go straight to the conclusion.
It's getting late: be getting + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลง
be getting + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าสภาพหนึ่งกำลังเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ getting หมายถึง “กำลังกลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” โดยเวลาค่อย ๆ ล่วงเลยและดึกขึ้น เมื่อเทียบกับ It's late แล้ว It's getting late จะเน้นกระบวนการเปลี่ยนแปลง และมักใช้เตือนอย่างสุภาพว่าอาจถึงเวลาต้องรีบ กลับ หรือทำสิ่งที่กำลังทำให้เสร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย be getting + คำคุณศัพท์ เพื่อสื่อว่าอากาศกำลังหนาวขึ้น: The weather ____ as winter approaches.
ดูคำตอบ
is getting colder
a bunch of: สำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ a bunch of เป็นสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “มาก” หรือ “ตั้งเยอะ” ใช้บอกจำนวนมากแต่ไม่เจาะจง ทำให้ผู้พูดสามารถรวบรายละเอียดเกี่ยวกับเวทมนตร์ไว้ด้วยกันโดยไม่ต้องแจกแจงทีละอย่าง bunch อาจมีความหมายตรงตัวว่าเป็นกลุ่มหรือมัด แต่ใน a bunch of magic stuff ไม่ได้หมายความว่าเวทมนตร์ถูกมัดรวมกันจริง ๆ ทั้งวลีเพียงหมายถึงสิ่งของหรือการกระทำหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียน: We took ____ photos at the festival.
ดูคำตอบ
a bunch of
soon enough: พาเรื่องดำเนินไปข้างหน้า
ตรงนี้ soon enough หมายถึง “ไม่นานหลังจากนั้น” หรือ “ไม่นานนัก” วลีนี้ข้ามขั้นตอนระหว่างกลางที่ไม่ได้เล่า และพาผู้ฟังไปยังช่วงถัดไปของเรื่องทันที ในการใช้นี้ ให้เข้าใจ soon enough เป็นวลีบอกเวลาทั้งชุด ไม่ได้หมายถึง “เร็วเพียงพอ” และไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
soon enough ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- บอกว่าซินเดอเรลลาเคลื่อนที่เร็วเพียงพอ
- อธิบายอย่างแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงใช้เวลานานเท่าใด
- พาเรื่องไปยังเหตุการณ์ถัดไปหลังจากผ่านไปไม่นาน
ดูคำตอบ
พาเรื่องไปยังเหตุการณ์ถัดไปหลังจากผ่านไปไม่นาน
she saw Leroy cutting it up on the dance floor. สำนวน
2:17เธอก็เห็นลีรอยกำลังวาดลวดลายอยู่บนฟลอร์เต้นรำ
when suddenly: จากฉากหลังสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน
when suddenly เชื่อมสถานการณ์พื้นหลังที่เล่าไว้แล้วเข้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่วนแรกวางฉากไว้ แล้วอนุประโยคหลัง when suddenly ก็พาเข้าสู่จุดเปลี่ยนฉับพลัน รูปแบบที่นำไปใช้เล่าเรื่องได้คือ “สถานการณ์พื้นหลัง + when suddenly + เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด” ตรงนี้ when ไม่ได้เพียงระบุเวลา แต่เมื่อใช้คู่กับ suddenly จะทำให้การเปลี่ยนเหตุการณ์รู้สึกกะทันหัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทนี้ที่ใช้พาเข้าสู่เหตุการณ์ไม่คาดคิด: We were walking home ____ a dog ran out of the gate.
ดูคำตอบ
when suddenly
cutting it up: เต้นอย่างสุดเหวี่ยง
ในบริบทของฟลอร์เต้นรำ cutting it up หมายถึงการเต้นอย่างมีพลังและโชว์ลีลาของตัวเอง เป็นการใช้วลีแบบไม่ตรงตามตัวอักษรที่ให้ภาพคึกคัก ในที่นี้ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ และ cutting ก็ไม่ได้หมายถึงการใช้มีดตัด คำว่า on the dance floor ให้บริบทที่ทำให้รู้ชัดว่ากำลังพูดถึงการเต้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ cutting it up ในความหมายว่าเต้นอย่างมีพลัง?
- At the party, Nina was cutting it up on the dance floor.
- After the song ended, Nina quietly left the empty dance floor.
- At dinner, Nina was cutting the pizza into six slices.
ดูคำตอบ
At the party, Nina was cutting it up on the dance floor.
So, Cheryl shimmies up and busts a few moves of her own. โน้ต
2:28เชอริลก็เลยส่ายเอวเข้าไปโชว์สเต็ปของเธอเองบ้าง
shimmies up: ขยับตัวส่ายไปมาแล้วเข้าไปใกล้
Shimmies up หมายถึงการเข้าไปใกล้พร้อมกับขยับไหล่หรือร่างกายส่ายไปมาอย่างรวดเร็ว ในฉากเต้นรำนี้ Cheryl เข้าไปใกล้ด้วยท่าทางขี้เล่นคล้ายการเต้น ไม่ใช่เพียงเดินเข้าไปตามปกติ Up ช่วยสื่อความหมายของการเข้าไปใกล้ เช่นเดียวกับใน walks up หรือ comes up ในที่นี้ไม่ได้เน้นการเคลื่อนที่ขึ้นในแนวดิ่ง Shimmies เป็นรูปปัจจุบันกาลบุรุษที่สามเอกพจน์ของ shimmy
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดที่สุดว่าคนคนหนึ่งขยับร่างกายไปด้านข้างอย่างขี้เล่นพร้อมกับเข้าไปใกล้?
- Leah walked straight up the stairs without turning.
- Leah stood still beside the microphone.
- Leah shimmied up to the microphone with a playful sway.
ดูคำตอบ
Leah shimmied up to the microphone with a playful sway.
busts a few moves: โชว์ท่าเต้นสั้น ๆ อย่างมีชีวิตชีวา
bust a few moves เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการเต้นหรือโชว์ท่าเต้นสักสองสามท่า ตรงนี้ busts ไม่ได้มีความหมายตามปกติว่า “ทำให้แตก” ส่วน moves หมายถึงท่าเต้น เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่า dances สำนวนนี้ทำให้เห็นภาพว่า Cheryl เข้ามาร่วมเต้นและโชว์ท่าสั้น ๆ อย่างมีชีวิตชีวา
แบบฝึกหัด
ใช้ bust a few moves ในรูป simple present เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Every time his favourite song comes on, Max ____.
ดูคำตอบ
busts a few moves
of her own: เน้นว่าท่าเต้นเหล่านั้นเป็นของเธอเอง
ใน a few moves of her own วลี of her own อยู่หลังนามวลี a few moves โดยหมายความว่าท่าเต้นเหล่านั้นเป็นของ Cheryl เอง และเน้นว่าเธอนำสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองมาแสดง ไม่ได้เพียงเลียนแบบคนอื่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + of + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + own เช่น a room of my own หรือ ideas of their own ต้องเปลี่ยนรูปแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล โครงสร้างนี้ใช้เน้นการเป็นเจ้าของอย่างเป็นอิสระ การเลือกเอง หรือการสร้างขึ้นเองได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง of + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + own เติมประโยคให้สมบูรณ์: After sharing with his brother for years, Leo finally has a room ____.
ดูคำตอบ
of his own
What's cooking, good looking?: คำทักทายจีบแบบคล้องจอง
What's cooking, good looking? เป็นคำทักทายที่จงใจให้คล้องจองกัน ในที่นี้ What's cooking? มีความหมายประมาณว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?” หรือ “มีอะไรใหม่?” ส่วน good looking เป็นคำชมรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายโดยตรง ผู้พูดไม่ได้ถามเรื่องอาหาร สัมผัสคล้องจองของ cooking กับ looking ทำให้ประโยคฟังดูขี้เล่นและมีนัยจีบ มักให้ความรู้สึกเชย เลี่ยน หรือโอเวอร์แบบขำ ๆ
แบบฝึกหัด
การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ในการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ ผู้สมัครทักทายผู้สัมภาษณ์ว่า "What's cooking, good looking?"
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
I mean, ...: การแก้คำพูดของตนเองทันที
ในที่นี้ I mean เป็นสัญญาณว่าผู้พูดแก้คำพูดของตนเองทันที ผู้พูดเพิ่งเอ่ยชื่อผิดและใช้ I mean เพื่อนำเข้าสู่ชื่อที่ถูกต้องแทน คือ Cheryl ในการพูดตามธรรมชาติ I mean ไม่จำเป็นต้องตามด้วยคำอธิบายที่สมบูรณ์เสมอไป สามารถวางไว้ตรงหน้าคำเดียวหรือวลีสั้น ๆ ที่ใช้แทนสิ่งที่เพิ่งพูดไปได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ I mean เพื่อแก้ข้อมูลที่เพิ่งพูดทันที
- I'll call you on Monday—I mean, Tuesday.
- I mean that Tuesday is more convenient.
- What does Tuesday mean?
ดูคำตอบ
I'll call you on Monday—I mean, Tuesday.
Not much, dude: คำตอบรับคำทักทายแบบกันเองมาก
ในบทสนทนานี้ Not much ใช้ตอบคำทักทายแบบกันเอง เช่น What's up? หรือ What's going on? โดยหมายถึง “ไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่นับได้มีจำนวนน้อย dude เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรงที่เพิ่มน้ำเสียงเป็นกันเองและสนิทสนมมาก แต่ไม่ได้เปลี่ยนความหมายหลักของคำตอบ
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “What's up?” คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น
- Not much. I'm just relaxing at home.
- Not many. I'm just relaxing at home.
- No much. I'm just relaxing at home.
ดูคำตอบ
Not much. I'm just relaxing at home.
Cheryl's all like: การใช้ be like เพื่อถ่ายทอดปฏิกิริยาอย่างมีสีสัน
ใน Cheryl's all like นั้น 's เป็นรูปย่อของ is และ be like เป็นโครงสร้างภาษาพูดที่ใช้เกริ่นคำพูดหรือปฏิกิริยาของ Cheryl ตรงนี้ทำหน้าที่นำเข้าสู่คำพูดที่ตามมา การเติม all ทำให้การเล่าดูมีชีวิตชีวาขึ้น ราวกับผู้เล่ากำลังเลียนแบบน้ำเสียงหรือท่าทีของ Cheryl คำพูดที่ยกมาอาจถ่ายทอดเพียงใจความ ไม่จำเป็นต้องตรงทุกคำ และ like ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” หรือ “คล้าย”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be all like อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อถ่ายทอดปฏิกิริยาของใครบางคนในเรื่องเล่าแบบกันเอง
- After I showed Mia the surprise, she was all similar, "This is amazing!"
- After I showed Mia the surprise, she all liked, "This is amazing!"
- After I showed Mia the surprise, she was all like, "This is amazing!"
ดูคำตอบ
After I showed Mia the surprise, she was all like, "This is amazing!"
How good's this music? ในฐานะคำชมอย่างตื่นเต้น
Good's เป็นรูปย่อที่ใช้ในการพูดของ good is ดังนั้นรูปเต็มคือ How good is this music? ในที่นี้ how + คำคุณศัพท์ดูเหมือนคำถาม แต่บริบทที่ตื่นเต้นทำให้เป็นคำชมอย่างมาก ผู้พูดหมายความว่าเพลงนี้ดีมากและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย ไม่ได้ขอให้ประเมินเป็นคะแนนอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ในงานเลี้ยงที่สนุกสนาน มีคนยิ้มแล้วพูดว่า “How good's this music?” เขาน่าจะหมายความว่าอะไร?
- ผู้พูดต้องการคะแนนที่แน่นอนให้เพลงนี้
- ผู้พูดไม่ได้ยินเสียงเพลงเลย
- เพลงนี้ยอดเยี่ยมมาก
ดูคำตอบ
เพลงนี้ยอดเยี่ยมมาก
hang on เพื่อขอหยุดชั่วครู่
Hang on เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงให้รอหรือหยุดชั่วครู่ ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว ผู้พูดสามารถใช้กับอีกคนเพื่อขอให้รอ หรือใช้เหมือนในประโยคนี้เพื่อขัดจังหวะเรื่องที่ตัวเองกำลังเล่า เมื่อนึกได้ว่ามีบางอย่างต้องเสริม
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเล่าเรื่องแล้วจู่ ๆ ก็นึกตอนจบขึ้นได้ ประโยคใดใช้หยุดเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อให้คุณเสริมตอนจบ?
- Hang up—I will call back later.
- Hang on—I forgot to tell you how it ended.
- Go on—I want to hear how it ended.
ดูคำตอบ
Hang on—I forgot to tell you how it ended.
I missed the bit where Madge said something about midnight. โน้ต
2:43พ่อข้ามตอนที่แมดจ์พูดเรื่องเที่ยงคืนไปซะสนิท
the bit where: ชี้ช่วงหนึ่งด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น
ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ bit อาจหมายถึงส่วนหนึ่งของเรื่องราว ภาพยนตร์ บทสนทนา หรือเหตุการณ์ ในที่นี้ the bit คือช่วงที่ผู้พูดพลาดไป where Madge said something about midnight ระบุช่วงนั้นด้วยการบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงดังกล่าว ในโครงสร้างนี้ where สามารถนำหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งได้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The funniest bit was where the lights went out," คำว่า bit หมายถึงอะไร
- เลขฐานสองหนึ่งหลัก
- ชิ้นเล็ก ๆ ของวัตถุ
- ส่วนหนึ่งของเรื่องราวหรือเหตุการณ์
ดูคำตอบ
ส่วนหนึ่งของเรื่องราวหรือเหตุการณ์
something about midnight: เล่าหัวข้ออย่างคลุมเครือ
ใน said something about midnight คำว่า something คือเนื้อหาที่ไม่ได้ระบุชัด ส่วน about midnight บอกหัวข้อของเนื้อหานั้น ผู้พูดจำหรือเล่าเพียงว่า Madge กล่าวถึงเที่ยงคืน ไม่ได้จำหรือให้คำพูดและรายละเอียดที่แน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ say, mention หรือ hear something about + หัวข้อ รูปแบบนี้อาจแสดงว่าจำได้ไม่ครบ ได้ยินไม่ครบ หรือเลือกที่จะไม่บอกรายละเอียด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ something about เพื่อเล่าเพียงหัวข้อโดยรวม
- She said something about changing the train schedule, but I missed the details.
- She explained exactly how and when the train schedule would change.
- She changed something at midnight without telling us.
ดูคำตอบ
She said something about changing the train schedule, but I missed the details.
wing it from here: ด้นสดต่อจากจุดนี้
wing it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงทำต่อไปทั้งที่ไม่มีแผนที่ครบถ้วน การเตรียมตัวที่เพียงพอ หรือรายละเอียดที่เชื่อถือได้ โดยอาศัยการตัดสินใจเฉพาะหน้า คำว่า it กล่าวถึงงานหรือการแสดงโดยรวม ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง from here ระบุจุดปัจจุบันของเรื่องราวหรือกิจกรรม หมายความว่าผู้พูดจะด้นสดต่อจากจุดนี้ คำว่า wing ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับปีกหรือการบิน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ wing it from here ในความหมายว่า “ด้นสดต่อจากจุดปัจจุบัน”
- I'm tired, so I'll take a break here and continue tomorrow.
- My notes end here, so I'll have to wing it from here.
- I've prepared every detail, so I'll stick to the script from here.
ดูคำตอบ
My notes end here, so I'll have to wing it from here.
Anyway: จบเรื่องนอกประเด็นแล้วกลับสู่ประเด็นหลัก
Anyway ที่ต้นประโยคนี้ใช้ปิดความคิดเห็นนอกเรื่องหรือช่วงที่ขัดจังหวะ แล้วพาผู้ฟังกลับเข้าสู่เรื่องหลัก มีหน้าที่คล้ายกับการพูดว่า “พักเรื่องนั้นไว้ก่อน แล้วเล่าต่อกัน” ในที่นี้คำนี้ช่วยจัดทิศทางของบทสนทนา ไม่ได้แสดงความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้งอย่างชัดเจนแบบ “ถึงอย่างนั้นก็ตาม”
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งเล่าเรื่องนอกประเด็นสั้น ๆ จบและต้องการกลับไปยังแผนการเดินทาง คำขึ้นต้นใดเหมาะสมที่สุด
- Anyway, back to the travel plan: what time should we leave?
- By the way, did you see the match last night?
- For example, trains can be crowded.
ดูคำตอบ
Anyway, back to the travel plan: what time should we leave?
had a great time: สนุกกับประสบการณ์หนึ่ง
Have a great time เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงสนุกกับกิจกรรมหรือประสบการณ์หนึ่งมาก ๆ ในตัวอย่างนี้ had เป็นรูปอดีตของ have ดังนั้น had a great time จึงเป็นการย้อนเล่าถึงประสบการณ์ที่สนุก คำว่า time ตรงนี้หมายถึงช่วงเวลาหรือประสบการณ์ที่ใช้ทำบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงเวลาบนนาฬิกา และ great ก็ไม่ได้หมายถึง “ยิ่งใหญ่” สำนวนนี้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงงานเลี้ยง การเดินทาง หรือกิจกรรมอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have a great time: After the school concert, Mia said, “I ____ tonight.”
ดูคำตอบ
had a great time
moonwalk: ท่าเต้นที่เลื่อนไปข้างหลัง
moonwalk ในที่นี้เป็นชื่อท่าเต้นที่นักเต้นดูเหมือนกำลังเดินไปข้างหน้า แต่ตัวกลับเลื่อนไปข้างหลัง ท่านี้เชื่อมโยงอย่างมากกับการแสดงบนเวทีของ Michael Jackson จึงให้ภาพจำแบบวัฒนธรรมป๊อปที่เด่นชัด Leroy did his moonwalk หมายถึง Leroy แสดงท่าเต้นนี้ ในบริบทของฟลอร์เต้นรำไม่ได้หมายความว่าเขาเดินอยู่บนดวงจันทร์จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ moonwalk เป็นชื่อท่าเต้นที่เลื่อนไปข้างหลัง?
- After sunset, Ben walked under the moon beside the lake.
- At the talent show, Ben did the moonwalk across the stage.
- During the lunar mission, the astronaut began a moonwalk to collect rock samples.
ดูคำตอบ
At the talent show, Ben did the moonwalk across the stage.
few party tricks: ทักษะเล็ก ๆ ที่แสดงเพื่อความสนุก
party trick คือทักษะสั้น ๆ หรือการแสดงเล็ก ๆ ที่นำมาโชว์ในงานสังคมเพื่อให้คนอื่นสนุกหรือประหลาดใจ ในประโยคนี้ tricks หมายถึงสิ่งที่ Cheryl สามารถแสดงให้ดูได้ ไม่ใช่การแกล้งหลอกใคร วลีเต็ม a few party tricks หมายถึงการแสดงแบบนี้หลายอย่าง และใช้ร่วมกับ do, perform และ show someone a party trick ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงทักษะเล็ก ๆ หลายอย่างซึ่งแสดงเพื่อให้คนอื่นสนุก: At the reunion, Ben entertained everyone by doing ____.
ดูคำตอบ
a few party tricks
pop her shoulder out of its socket: หัวไหล่หลุดอย่างฉับพลัน
ในที่นี้ pop เป็นคำกริยาแบบทำให้เกิดผล หมายถึงเธอทำให้หัวไหล่เคลื่อนออกจากเบ้าข้ออย่างฉับพลัน socket คือส่วนเว้าของข้อต่อที่รองรับปลายกระดูก ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงเธอสามารถทำให้หัวไหล่หลุดได้ โครงสร้าง pop + กรรม + out of + ตำแหน่ง ทำให้การเคลื่อนไหวดูฉับพลันและเห็นภาพชัด และยังใช้บรรยายวัตถุที่ถูกแรงดันให้ออกจากจุดที่มันประกอบอยู่ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เห็นภาพและมีความหมายว่า “ทำให้หัวไหล่ของเขาหลุด”: The hard landing ____.
ดูคำตอบ
popped his shoulder out of its socket
was all going well: ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี
be going well หมายถึงเหตุการณ์ แผน หรือสถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ในประโยคนี้ going บอกว่าสิ่งต่าง ๆ พัฒนาไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการเดิน ส่วน all เน้นว่าภาพรวมทั้งหมดไม่มีปัญหา รูปอดีต was ... going well แสดงสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในเรื่องเล่า มักใช้ปูทางไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ตามหลัง but หรือ until แต่ตัวสำนวนเองบอกเพียงว่าสิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปด้วยดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ going well ในความหมายว่าสถานการณ์กำลังดำเนินไปด้วยดี
- The bus was going slowly through traffic.
- The event was all going well until the fire alarm rang.
- Nora was going home after the event.
ดูคำตอบ
The event was all going well until the fire alarm rang.
I've had a great time: การสรุปประสบการณ์ที่สนุก
I've had a great time หมายถึง “ฉันมีความสุขกับเวลาที่ได้อยู่ที่นี่” have a great time เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้บอกว่าสนุกกับกิจกรรมหรือการไปเยี่ยม ส่วน have had ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของเวลา I've เป็นรูปย่อของ I have Present perfect เชื่อมประสบการณ์ที่เริ่มก่อนหน้านี้เข้ากับขณะที่พูด จึงเป็นวิธีสรุปประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติเมื่อกำลังจะจากไป
แบบฝึกหัด
คุณยืนอยู่ที่ประตูและกำลังกล่าวลาหลังงานเลี้ยง ประโยคใดสรุปประสบการณ์จนถึงตอนนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- I've had a great time.
- I had a great time at last year's party.
- I'm having a great time, so I'm not leaving yet.
ดูคำตอบ
I've had a great time.
you go all right: คำชมแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษออสเตรเลีย
ในการใช้แบบไม่เป็นทางการของชาวออสเตรเลีย you go all right เป็นคำชมที่ไม่เน้นมาก หมายถึง “คุณทำได้ค่อนข้างดี” หรือ “คุณก็เก่งนะ” ผู้พูดกำลังประเมินความสามารถหรือเสน่ห์ของอีกฝ่ายในทางบวก ตรงนี้ go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ส่วน all right ทำให้คำชมเป็นบวกแต่ฟังสบาย ๆ และมีระดับพอประมาณ ไม่ได้ชื่นชมแรงเท่า amazing
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “you go all right” หมายความว่าอะไร?
- คุณทำได้ค่อนข้างดี
- คุณกำลังเดินอย่างถูกวิธี
- ตอนนี้คุณไปได้แล้ว
ดูคำตอบ
คุณทำได้ค่อนข้างดี
asks Cheryl if she wants to do: การรายงานคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่
โครงสร้าง ask + คน + if + อนุประโยค ใช้เล่าคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่โดยไม่ต้องยกคำพูดเดิมทั้งหมด ตรงนี้ Cheryl คือผู้ถูกถาม และ if she wants to do ... คือเนื้อหาของคำถาม ส่วน if หมายถึง “หรือไม่” ไม่ใช่ “ถ้า” ที่บอกเงื่อนไข อนุประโยคหลัง if ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ she wants ไม่ใช่ does she want คำถามตรงที่สอดคล้องกันคือ “Do you want to do ...?”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานคำถาม “Do you want to join the game?” ได้ถูกต้องโดยใช้ ask + คน + if + อนุประโยค?
- He asked Mia if she wanted to join the game.
- He asked Mia if did she want to join the game.
- He asked if Mia did want she to join the game.
ดูคำตอบ
He asked Mia if she wanted to join the game.
do some circle work: สแลงวัฒนธรรมรถยนต์ออสเตรเลีย
ในภาษาพูดเกี่ยวกับวัฒนธรรมรถยนต์ของออสเตรเลีย do some circle work หมายถึงการขับรถวนเป็นวงกลมซ้ำ ๆ โดยมักทำให้ล้อหมุนฟรี รถไถล และฝุ่นฟุ้ง วลีทั้งหมดเป็นชื่อของกิจกรรมนี้ คำว่า work ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงงานหรืออาชีพ ในประโยคนี้ เลอรอยกำลังถามเชอริลว่าอยากร่วมขับรถแบบหวือหวานี้ด้วย ute ของเขาหรือไม่ เมื่อวลีนี้ปรากฏร่วมกับยานพาหนะ ให้เข้าใจว่าเป็นการขับรถแบบผาดโผน ไม่ใช่งานที่เกี่ยวกับวงกลมตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
do some circle work ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ซ่อมชิ้นส่วนทรงกลมในอู่
- ขับรถวนเป็นวงกลมและมักทำให้รถไถล
- ทำงานขณะที่ทุกคนยืนล้อมเป็นวงกลม
ดูคำตอบ
ขับรถวนเป็นวงกลมและมักทำให้รถไถล
ute: คำเรียกรถในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย
Ute เป็นคำนามที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย โดยย่อมาจาก utility vehicle ปกติหมายถึงรถขนาดเล็กที่มีห้องโดยสารด้านหน้าและพื้นที่บรรทุกของแบบเปิดด้านหลัง ซึ่งโดยรวมคล้ายกับ pickup หรือ pickup truck ใน his new ute คำว่า ute เป็นคำนามนับได้ทั่วไปที่หมายถึงรถคันนั้น คำนี้ออกเสียงเป็นคำเดียว ไม่ได้อ่านชื่ออักษร U-T-E แยกกัน
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตเสียงท้ายของคำที่อยู่หลัง The
- I can see the ewe by the gate.
- I can see the ute by the gate.
- I can see the youth by the gate.
ดูคำตอบ
I can see the ute by the gate.
something about a pumpkin: การสื่อถึงเรื่องซินเดอเรลลา
วลี something about ... แสดงว่าเชอริลจำได้เพียงรายละเอียดที่คลุมเครือ ไม่ได้จำคำอธิบายทั้งหมด ในที่นี้รายละเอียดนั้นคือฟักทอง ซึ่งสื่อถึงเรื่องซินเดอเรลลาโดยอ้อม ในนิทานดั้งเดิม ฟักทองถูกเปลี่ยนเป็นรถม้าของซินเดอเรลลา และเวทมนตร์จะสิ้นสุดลงตอนเที่ยงคืน ดังนั้นการนึกถึงฟักทองจึงทำให้นึกถึงเส้นตายตอนเที่ยงคืน ไม่ใช่ผักธรรมดา
แบบฝึกหัด
something about a pumpkin สื่อถึงอะไรในประโยคนี้?
- เชอริลนึกถึงเรื่องซินเดอเรลลาและเส้นตายตอนเที่ยงคืนได้อย่างเลือนราง
- เชอริลนึกถึงสูตรอาหารที่อยากทำ
- เชอริลวางแผนจะไปซื้อผัก
ดูคำตอบ
เชอริลนึกถึงเรื่องซินเดอเรลลาและเส้นตายตอนเที่ยงคืนได้อย่างเลือนราง
legs it out of there: รีบออกไปอย่างรวดเร็ว
Leg it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึง “วิ่งหนี” หรือ “ออกไปอย่างรวดเร็ว” ใน legs it คำว่า leg ทำหน้าที่เป็นคำกริยาและเติม -s เพราะประธานคือ she Out of there บอกทิศทางของการหนี สำนวนนี้ต้องเข้าใจเป็นคำชุดเดียวกัน โดย it ไม่ได้แทนสิ่งของใด ดังนั้นการแปล legs และ it แยกทีละคำจึงไม่สมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leg it: When the alarm sounded, everyone ____ out of the building.
ดูคำตอบ
legged it
Oi: คำเรียกเพื่อดึงความสนใจอย่างหนักแน่น
Oi เป็นคำอุทานที่ใช้เรียกใครสักคนและดึงความสนใจ ในประโยคนี้ Leroy ใช้คำนี้เรียกคนที่กำลังเดินจากไปให้หยุด ก่อนจะถามว่าเธอกำลังจะไปไหน คำนี้ไม่ใช่คำทักทายกลาง ๆ แบบ hello ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ คำนี้อาจฟังดูหยอกล้อเมื่อใช้ระหว่างคนที่รู้จักกัน แต่ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงห้วน อาจฟังดูรำคาญ หาเรื่อง หรือหยาบคาย
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: คุณต้องเรียกลูกค้าที่ไม่รู้จักให้กลับมาอย่างสุภาพ การพูดว่า “Oi, come back here!” เหมาะสมหรือไม่?
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
where you going?: การละ are ในภาษาพูดแบบกันเอง
Where you going? เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการและไม่เป็นมาตรฐานของ Where are you going? โดยละ are ซึ่งเป็นรูปของ be ที่ทำหน้าที่กริยาช่วย แต่ where, you และกริยารูป -ing ยังช่วยให้เข้าใจคำถามที่ต้องการถามได้ง่าย ควรจำรูปนี้ให้ได้เมื่อพบในบทสนทนาที่กันเองมาก ๆ และภาษาถิ่นบางแบบ สำหรับการพูดและเขียนภาษาอังกฤษมาตรฐาน ให้คง are ไว้: Where are you going?
แบบฝึกหัด
เติมคำถามมาตรฐานให้สมบูรณ์: Where ____ you going?
ดูคำตอบ
are
was off into the night: ออกเดินทางและหายลับไปในความมืด
ในที่นี้ was off หมายถึง “ออกไปแล้ว” หรือ “ออกเดินทางไปแล้ว” คำว่า off บอกถึงการออกเดินทาง ไม่ได้หมายถึงการปิดเครื่องจักร into the night เพิ่มทิศทางและภาพที่ชัดเจนว่าเธอขี่จากไปในความมืดและออกจากฉาก เมื่อรวมกัน was off into the night จึงถ่ายทอดการจากไปได้เห็นภาพและมีลักษณะเป็นเรื่องเล่ามากกว่าการพูดเพียงว่า she left
แบบฝึกหัด
was off into the night ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- เธอตัดสินใจรอจนถึงกลางคืนแล้วค่อยออกเดินทาง
- เธอดับเครื่องมอเตอร์ไซค์วิบากหลังจากฟ้ามืด
- เธอออกไปแล้วและกำลังขี่หายเข้าไปในความมืด
ดูคำตอบ
เธอออกไปแล้วและกำลังขี่หายเข้าไปในความมืด
Bedtime, remember?: เตือนถึงกฎที่รู้อยู่แล้ว
Bedtime เป็นรูปย่อของ It’s bedtime โดยบอกสิ่งที่ควรทำต่อไปโดยไม่ต้องใช้ประโยคเต็ม ส่วน remember? ที่เติมท้ายหมายถึง “อย่าลืมสิ่งที่เราตกลงกันไว้หรือเคยบอกเธอแล้ว” นี่ไม่ใช่การทดสอบความจำจริง ๆ remember? ทำให้ Bedtime กลายเป็นคำเตือนความจำ และในบริบทครอบครัวนี้ยังย้ำขอบเขตเรื่องเวลาเข้านอนอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
remember? ใน Bedtime, remember? ทำหน้าที่หลักอะไร?
- ทดสอบว่าผู้ฟังจำเรื่องยาว ๆ ได้หรือไม่
- ให้ข้อมูลใหม่ทั้งหมดเกี่ยวกับเวลาเข้านอนแก่ผู้ฟัง
- เตือนผู้ฟังถึงกฎเวลาเข้านอนที่รู้อยู่แล้ว
ดูคำตอบ
เตือนผู้ฟังถึงกฎเวลาเข้านอนที่รู้อยู่แล้ว
left behind: จากไปโดยไม่ได้เอาสิ่งของติดตัวไป
Left behind เป็นรูป past participle ของ leave behind ในที่นี้หมายถึงเธอจากไปโดยไม่ได้เอารองเท้าแก้วไปด้วย รองเท้าจึงยังอยู่ที่นั่น บริบทบอกว่าเธอทิ้งไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ leave behind เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงใช้ได้ทั้ง leave a bag behind และ leave behind a bag ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น leave it behind ใน she'd left ตัว 'd หมายถึง had ดังนั้น left จึงเป็น past participle
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ leave behind: Maya got home and realized she'd ____ her umbrella ____ at the café.
ดูคำตอบ
left · behind
glass slipper: เบาะแสที่ใช้ยืนยันตัวซินเดอเรลลา
glass slipper คือรองเท้าที่มีชื่อเสียงซึ่งซินเดอเรลลาทำหล่นตอนออกจากงานเต้นรำ ในเรื่องแบบดั้งเดิม เจ้าชายใช้รองเท้านี้ตามหาคนที่เคยสวมมัน ในบริบทนี้ slipper หมายถึงรองเท้าในเทพนิยายคู่นี้ ไม่ได้เน้นความหมายทั่วไปว่าเป็นรองเท้าสวมในบ้าน ผู้ชมรู้จักรองเท้าแก้วว่าเป็นเบาะแสสำคัญจากเรื่องซินเดอเรลลา ดังนั้น การเปลี่ยนรองเท้านี้เป็นรองเท้าชนิดอื่นที่แตกต่างมากจึงเป็นการดัดแปลงเรื่องที่คุ้นเคยให้ดูขบขัน
แบบฝึกหัด
glass slipper มีบทบาทอย่างไรในเรื่องซินเดอเรลลาแบบดั้งเดิม?
- ช่วยให้เจ้าชายยืนยันตัวและตามหาซินเดอเรลลา
- เตือนซินเดอเรลลาว่าใกล้ถึงเที่ยงคืนแล้ว
- ใช้ซ่อมรถม้าฟักทอง
ดูคำตอบ
ช่วยให้เจ้าชายยืนยันตัวและตามหาซินเดอเรลลา
Any ideas?: คำถามสั้น ๆ เพื่อขอข้อเสนอแนะ
Any ideas? เป็นคำถามสั้น ๆ ในภาษาพูดที่ใช้ถามว่าอีกฝ่ายเสนอแผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหาได้หรือไม่ รูปเต็มคือ Do you have any ideas? ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนให้อีกฝ่ายเสนอความคิดที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้ถามเชิงนามธรรมว่าความคิดมีอยู่หรือไม่
แบบฝึกหัด
ใช้คำถามสั้น ๆ จากบทเรียนนี้เพื่อขอข้อเสนอแนะ: The printer still won't connect. ____?
ดูคำตอบ
Any ideas
went from house to house: ไปตามบ้านทีละหลัง
went from house to house หมายถึงเลอรอยไปเยี่ยมบ้านทีละหลังต่อเนื่องกัน ไม่ได้หมายถึงการเดินทางระหว่างบ้านที่ระบุไว้เพียงสองหลัง โครงสร้าง from + คำนามเอกพจน์ + to + คำนามเอกพจน์คำเดิม แสดงการเคลื่อนที่ซ้ำ ๆ ผ่านสถานที่ประเภทเดียวกันหลายแห่ง โดยปกติจะไม่ใช้คำนำหน้านามในวลีอย่าง from door to door, from room to room และ from village to village
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการไปตามบ้านทีละหลัง: The volunteers went ____ delivering leaflets.
ดูคำตอบ
from house to house
trying the roller skate on all the ladies กริยาวลี
3:35เพื่อให้สาวๆ ทุกคนลองใส่รองเท้าโรลเลอร์สเก็ต
trying the roller skate on: กริยาวลี try on ที่แยกคำได้
ในที่นี้ trying the roller skate on หมายถึงการให้ใครบางคนสวมโรลเลอร์สเกตไว้ชั่วครู่เพื่อดูว่าพอดีหรือไม่ ส่วน all the ladies ที่ตามมาระบุคนที่ถูกลองสวมให้ทีละคน try on เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะพูดว่า try on the roller skate หรือ try the roller skate on ก็ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น try it on ไม่ใช่ try on it
แบบฝึกหัด
ใช้ try on และคำสรรพนาม them เติมประโยคให้สมบูรณ์: These boots might fit, so please ____.
ดูคำตอบ
try them on
put them on: ตำแหน่งคำสรรพนามใน put on
put them on หมายถึงการนำสิ่งของที่สวมใส่ได้ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้มาสวมบนร่างกาย หรือเริ่มสวมสิ่งเหล่านั้น วลีนี้เน้นการสวม ไม่ใช่สภาพที่สวมอยู่แล้ว put on แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถวางหลัง on หรือระหว่าง put กับ on ได้ เช่น put on your shoes หรือ put your shoes on แต่คำสรรพนามต้องวางตรงกลาง จึงใช้ put them on ไม่ใช่ put on them
แบบฝึกหัด
ใช้ put on และคำสรรพนาม them เติมประโยคให้สมบูรณ์: Your gloves are by the door. It is cold, so ____ before you leave.
ดูคำตอบ
put them on
they fit: มีขนาดและรูปทรงพอดี
ใน they fit คำว่า fit เป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “มีขนาดและรูปทรงพอดี” โดย they หมายถึงสิ่งของที่เธอสวม และไม่ต้องมีกรรมตามหลัง fit สามารถระบุผู้สวมได้ด้วย: These shoes fit หมายถึงรองเท้ามีขนาดพอดี ส่วน These shoes fit me บอกด้วยว่าพอดีกับใคร คำกริยาเดียวกันนี้ยังใช้กับชิ้นส่วนหรือภาชนะที่มีขนาดเข้ากันได้
แบบฝึกหัด
เลือกกริยาที่กล่าวถึงขนาดโดยเฉพาะ: These shoes don't ___ me. They're two sizes too small.
- fit
- suit
- match
ดูคำตอบ
fit
Choice!: สแลงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่หมายถึง “ยอดเยี่ยม”
ในที่นี้ Choice เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่แสดงความชื่นชม หมายถึง “ยอดเยี่ยม!” หรือ “ดีมาก!” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงตัวเลือกหรือการเลือก การใช้แบบสแลงนี้เชื่อมโยงกับภาษาอังกฤษนิวซีแลนด์เป็นพิเศษ และพบในภาษาอังกฤษออสเตรเลียด้วย เมื่อใช้เป็นคำตอบคำเดียว จะทำให้ประโยคฟังดูสบาย ๆ และมีลักษณะเฉพาะของภูมิภาค
แบบฝึกหัด
ในประโยค And she was like, “Choice.” คำว่า Choice แสดงความหมายอะไร?
- เธอคิดว่าผลลัพธ์นั้นยอดเยี่ยม
- เธอเชื่อว่ามีเพียงตัวเลือกเดียว
- เธอต้องการให้ใครบางคนเลือก
ดูคำตอบ
เธอคิดว่าผลลัพธ์นั้นยอดเยี่ยม
“The end.”: วลีตายตัวสำหรับจบเรื่อง
The end. เป็นวลีปิดเรื่องแบบตายตัวที่ใช้เป็นประโยคเดี่ยวหลังเล่าเรื่องจบ วลีนี้บอกผู้ฟังว่าเรื่องราวทั้งหมดสิ้นสุดแล้ว ไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดทั่วไปจุดหนึ่ง วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกตอนจบและสร้างขอบเขตที่ชัดเจน ทุกอย่างก่อนหน้านั้นเป็นส่วนของเรื่อง และหลังจากนั้นไม่ควรมีเนื้อเรื่องต่ออีก
แบบฝึกหัด
เติมวลีปิดเรื่องแบบตายตัวให้สมบูรณ์: They all reached home safely. ____.
ดูคำตอบ
The end
“Let's do this.”: คำชวนอย่างกระตือรือร้นให้เริ่มลงมือ
Let's do this. เป็นคำชวนแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ตอนจะเริ่มงาน ความท้าทาย หรือการแสดง นอกจากเสนอให้ลงมือแล้ว ยังช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้พูดหรือกลุ่มอย่างรวดเร็วด้วย Let's เป็นรูปย่อที่ใช้ในบทสนทนาของ let us จึงมักรวมผู้พูดไว้ด้วย ส่วน this หมายถึงกิจกรรมทั้งหมดที่กำลังจะเริ่ม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
คุณกับเพื่อนร่วมทีมกำลังจะเริ่มความท้าทายที่ยาก ประโยคใดใช้ให้กำลังใจกลุ่มให้เริ่มลงมือได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- We did it yesterday.
- Let's do this.
- You do this alone.
ดูคำตอบ
Let's do this.
Try and make me laugh: try and + คำกริยา ในภาษาพูดไม่เป็นทางการ
ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ โครงสร้าง try and + คำกริยารูปพื้นฐาน มักมีความหมายเหมือน try to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ Try and make me laugh เป็นคำท้าที่ขอให้อีกฝ่ายพยายามทำให้ผู้พูดหัวเราะ คำกริยาสองคำนี้ไม่ได้บอกการกระทำสองอย่างที่แยกจากกันและเกิดตามลำดับ and เชื่อม try กับการกระทำที่ตั้งใจจะลองทำ และคำกริยาหลัง and ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน คือ make
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถ่ายทอดความหมายของ “Try and make me laugh” ได้ดีที่สุดโดยไม่เปลี่ยนความหมาย?
- Try first, and then I will make you laugh.
- Make me laugh without trying.
- Try to make me laugh.
ดูคำตอบ
Try to make me laugh.
not going to happen: มั่นใจว่าจะไม่เกิดขึ้นหรือปฏิเสธอย่างหนักแน่น
Not going to happen บอกว่าผู้พูดมั่นใจว่าเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่คาดไว้นั้นจะไม่เกิดขึ้น ในที่นี้หมายความว่าความพยายามทำให้ผู้พูดหัวเราะจะล้มเหลว Going to บอกอนาคตหรือผลลัพธ์ที่คาดไว้ ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ เมื่อ it หรือ that อ้างถึงข้อเสนอหรือคำขอ It's/That's not going to happen ยังใช้เป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นได้ด้วย ต้องดูบริบทว่าผู้พูดกำลังคาดการณ์ผลลัพธ์หรือปฏิเสธแนวคิด
แบบฝึกหัด
มีคนถามว่า “Can I use your password?” คำตอบใดเป็นการปฏิเสธโดยตรงและหนักแน่น?
- That's not going to happen.
- I'm not sure what happened.
- I'm going there later.
ดูคำตอบ
That's not going to happen.
impossible to make laugh: ประธานคือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำ
ใน I am impossible to make laugh คำว่า I คือคนที่ผู้อื่นพยายามทำให้หัวเราะ กรรมที่ละไว้หลัง make หมายถึงประธานของประโยค ลองเทียบกับ It is impossible to make me laugh โครงสร้าง adjective + to-infinitive ใช้บอกว่าการทำบางอย่างต่อประธานนั้นยากเพียงใด make ในที่นี้เป็นกริยาแสดงการทำให้เกิดการกระทำ โดยใช้โครงสร้าง make + คน + กริยารูปพื้นฐาน เช่น make me laugh ในโครงสร้างเดิม เรารู้อยู่แล้วว่าคนนั้นคือ I จึงไม่กล่าวซ้ำ และ laugh ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานโดยไม่มี to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย make + กริยารูปพื้นฐาน ให้มีความหมายเหมือน 'It is easy to make our coach laugh': Our coach is easy to ____.
ดูคำตอบ
make laugh
serious face: สีหน้าจริงจัง
ใน serious face คำว่า face หมายถึงสีหน้าที่ปรากฏบนใบหน้าของคน ไม่ได้หมายถึงอวัยวะเพียงอย่างเดียว a serious face คือสีหน้าที่ดูจริงจัง จดจ่อ หรือไม่รู้สึกขบขัน รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ใน a happy face และ a sad face ใน Let me get my serious face คำว่า get สื่อถึงการเตรียมหรือทำสีหน้าแบบนั้น สำนวนนี้เป็นกันเองและมีน้ำเสียงเล่น ๆ คือผู้พูดกำลังเตรียมทำให้ตัวเองดูจริงจัง
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับบรรยายสีหน้าที่โดยทั่วไปดูจริงจัง โดยไม่เน้นเป็นพิเศษถึงความพยายามกลั้นหัวเราะ
- a serious face
- a straight face
ดูคำตอบ
a serious face
I wasn't ready for that: การตอบสนองต่อเรื่องไม่คาดคิด
I wasn't ready for that หมายถึง “สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้ฉันประหลาดใจจนตั้งตัวไม่ทัน” ในที่นี้ that หมายถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งของที่อยู่ไกลออกไป รูปอดีต wasn't มองย้อนกลับไปยังช่วงก่อนหรือขณะที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด ผู้พูดไม่มีเวลาเตรียมตัว น้ำเสียงสามารถสื่อว่าตกใจ รู้สึกขำ หรือทั้งสองอย่างได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งกระโดดออกมาจากหลังประตูอย่างกะทันหัน คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณไม่ทันตั้งตัวกับเรื่องนั้น?
- I'm looking forward to that.
- I was ready for that.
- I wasn't ready for that.
ดูคำตอบ
I wasn't ready for that.
are bananas: คำสแลงไม่เป็นทางการที่แปลว่าบ้าสุด ๆ หรือไร้เหตุผล
ใน You kids are bananas. วลี are bananas เป็นคำสแลงแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “บ้าสุด ๆ วุ่นวาย หรือไร้เหตุผล” คำว่า bananas ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์หลัง are และไม่ได้หมายถึงผลไม้ เมื่อพูดพร้อมเสียงหัวเราะหรือด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ประโยคนี้อาจเป็นคำชมแบบขำ ๆ หรือการหยอก เพราะเด็ก ๆ กำลังทำอะไรเปิ่นและตลกมาก แต่ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ คำเดิมอาจเป็นการตำหนิพฤติกรรมว่าไร้เหตุผล ดังนั้นต้องดูบริบทและน้ำเสียงว่าเป็นมิตรมากน้อยเพียงใด
แบบฝึกหัด
ในงานปาร์ตี้ มีคนหัวเราะแล้วพูดว่า “Your dance moves are bananas!” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- ท่าเต้นของคุณได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบ
- ท่าเต้นของคุณสุดเหวี่ยงและตลก
- ท่าเต้นของคุณมีรูปร่างเหมือนผลไม้
ดูคำตอบ
ท่าเต้นของคุณสุดเหวี่ยงและตลก
Give me another go: ขอให้ได้ลองอีกครั้ง
ใน Give me another go คำว่า go เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” หรือ “หนึ่งรอบ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ไปหรือออกไป” ส่วน another go หมายถึงการลองอีกหนึ่งครั้ง give + บุคคล + another go เป็นโครงสร้างที่ใช้ขอให้ใครสักคนอนุญาตให้บุคคลนั้นลองอีกครั้ง ในที่นี้ me ระบุว่าผู้พูดเป็นคนที่ต้องการรอบเพิ่ม
แบบฝึกหัด
คุณลองไปแล้วหนึ่งครั้งและต้องการให้อีกฝ่ายอนุญาตให้ลองใหม่ เติมคำขอแบบกันเองในภาษาอังกฤษแบบบริติชโดยใช้ go: Give me ____.
ดูคำตอบ
another go
I give up: หยุดพยายามหรือยอมแพ้
I give up เป็นสำนวนกริยาวลีตายตัวที่หมายถึง “ฉันจะหยุดพยายาม” หรือ “ฉันยอมรับความพ่ายแพ้” ในเกม ปริศนา การทาย หรือการท้าทาย ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ากำลังทำอะไร จึงไม่ต้องมีกรรม ในสถานการณ์ที่กำลังทาย สำนวนนี้ยังอาจเป็นการบอกให้อีกฝ่ายเฉลยคำตอบได้ด้วย ให้เข้าใจ give up เป็นหน่วยเดียว ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของขึ้นไป
แบบฝึกหัด
หลังจากลองรหัสที่เป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว คุณตัดสินใจหยุด เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: I ____.
ดูคำตอบ
give up
Humpty Dumpty: ตัวละครจากกลอนเด็กอังกฤษ
Humpty Dumpty เป็นชื่อตัวละครในกลอนเด็กอังกฤษแบบดั้งเดิม ในกลอน เขานั่งอยู่บนกำแพงแล้วตกลงมา ดังนั้นเนื้อหาช่วงต่อไปจึงกล่าวถึงกำแพง การตก และม้ากับคนของพระราชาที่พยายามช่วยเขา ให้เข้าใจ Humpty Dumpty ว่าเป็นชื่อเฉพาะชื่อเดียว ไม่ใช่วลีทั่วไปที่แปลแยกทีละคำ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Humpty Dumpty คืออะไร
- กำแพงชนิดหนึ่ง
- คำสั่งให้นั่งบนกำแพง
- ชื่อของตัวละครในกลอนเด็ก
ดูคำตอบ
ชื่อของตัวละครในกลอนเด็ก
had a great fall: great หมายถึง “ใหญ่หรือรุนแรง”
ใน had a great fall คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have และ have a fall หมายถึง “หกล้ม” หรือ “ตกลงมา” ส่วน great บอกขนาดหรือความรุนแรงของการตก ในที่นี้ great ไม่ได้ชมว่าการตกนั้นดี และไม่ได้หมายถึง “ยอดเยี่ยม” เนื้อเพลงบอกว่า Humpty Dumpty ประสบกับการตกครั้งใหญ่และรุนแรง
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายที่ตรงกับเนื้อเพลงนี้มากที่สุด: Humpty Dumpty had a great fall.
- Humpty Dumpty มีวันที่น่ารื่นรมย์
- Humpty Dumpty ตกลงมาอย่างแรง
- การตกของ Humpty Dumpty เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม
ดูคำตอบ
Humpty Dumpty ตกลงมาอย่างแรง
And the horses couldn't put Humpty together again...
5:15และม้าทั้งหลายก็ไม่สามารถต่อฮัมป์ตี้ให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้...
All the king's horses ... all the king's men: เนื้อร้องท่อนมาตรฐานใน Humpty Dumpty
นี่คือเนื้อร้องท่อนมาตรฐานจากเพลงกล่อมเด็กภาษาอังกฤษ Humpty Dumpty ในเพลงนี้ ม้าและคนของพระราชาหมายถึงความช่วยเหลือและกำลังทั้งหมดที่พระราชาส่งมาได้ รูปแบบ All the king's ... ที่ซ้ำกันเน้นว่าใช้กำลังทุกอย่างที่มีแล้ว และปูไปสู่ท่อนถัดไปว่า แม้มีความช่วยเหลือทั้งหมดนั้นก็ยังซ่อม Humpty ไม่ได้ นี่เป็นภาพที่กล่าวเกินจริงในเพลงเด็ก ไม่ใช่รายงานเหตุการณ์ทางทหารจริง
แบบฝึกหัด
เนื้อร้องท่อนมาตรฐานนี้สื่อถึงอะไร?
- ท่อนนี้กล่าวถึงความช่วยเหลือและกำลังทั้งหมดที่พระราชาส่งมาได้
- ท่อนนี้ขอให้เด็ก ๆ เลือกม้าหนึ่งตัว
- ท่อนนี้รายงานขบวนสวนสนามทางทหารที่เกิดขึ้นจริง
ดูคำตอบ
ท่อนนี้กล่าวถึงความช่วยเหลือและกำลังทั้งหมดที่พระราชาส่งมาได้
couldn't couldn't put Humpty together again. กริยาวลี
5:37ก็ไม่สามารถ ไม่สามารถต่อฮัมป์ตี้ให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้
put Humpty together again: ประกอบกลับให้เป็นชิ้นสมบูรณ์
ใน put Humpty together again วลี put ... together หมายถึงการนำชิ้นส่วนที่แยกออกจากกันหรือแตกหักมาประกอบเป็นสิ่งเดียวที่สมบูรณ์ Humpty เป็นกรรมที่อยู่ระหว่าง put กับ together โดย together ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้เวลาอยู่กับใครสักคน Again เพิ่มความหมายของการคืนสู่สภาพเดิม เป้าหมายคือทำให้ Humpty กลับมาสมบูรณ์เหมือนก่อน หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค เช่น put it together หรือ put him together ไม่ใช่ put together it หรือ put together him
แบบฝึกหัด
ใช้ put ... together again โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: I took the toy apart, but I couldn't ____.
ดูคำตอบ
put it together again
love ในฐานะคำเรียกอย่างอบอุ่น
ในที่นี้ love เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ฟังโดยตรง ผู้ใหญ่กำลังชมและให้กำลังใจเด็กอย่างอ่อนโยน ดังนั้น love จึงมีความหมายใกล้กับ dear หรือ sweetheart ไม่ใช่คำนามนามธรรมที่หมายถึงความรัก การใช้แบบนี้ไม่ได้บ่งบอกความรักเชิงชู้สาวด้วยตัวมันเอง ความหมายขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ น้ำเสียง และธรรมเนียมของแต่ละพื้นที่ เมื่อ love อยู่หลังประโยคส่วนที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะหลังเครื่องหมายจุลภาค ให้ดูว่าใช้เป็นคำเรียกผู้ฟังหรือไม่
แบบฝึกหัด
love ใน “That was good, love.” ทำหน้าที่อะไร?
- ใช้เรียกและให้กำลังใจผู้ฟังอย่างอบอุ่น
- บอกชื่อเพลงที่กำลังร้อง
- ประกาศความรักเชิงชู้สาวอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ใช้เรียกและให้กำลังใจผู้ฟังอย่างอบอุ่น
Twinkle, Twinkle ในฐานะท่อนเปิดของเพลงเด็ก
Twinkle, Twinkle เป็นท่อนเปิดที่คุ้นเคยของเพลงเด็กภาษาอังกฤษ Twinkle, Twinkle, Little Star ผู้คนยังใช้สองคำแรกนี้เป็นชื่อสั้น ๆ ของเพลงได้ด้วย ในที่นี้ผู้พูดกำลังชวนร้องเพลงนี้ ไม่ได้ขอให้ใครหรือสิ่งใดกะพริบแสงสองครั้ง เมื่อเป็นคำกริยา twinkle หมายถึงส่องแสงเป็นประกายเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนไปมา การจำท่อนเปิดที่ซ้ำกันนี้ได้ช่วยให้รู้ว่าเป็นเพลงอะไร และคาดได้ว่าจะได้ยินเนื้อร้องที่คุ้นเคย เช่น How I wonder what you are และ Like a diamond in the sky
แบบฝึกหัด
ใน “Let's try Twinkle, Twinkle.” คำว่า Twinkle, Twinkle หมายถึงอะไรเป็นหลัก?
- คำเปิดและชื่อย่อของเพลงเด็ก
- ชื่อของคนคนหนึ่ง
- คำสั่งให้บางสิ่งกะพริบแสงสองครั้ง
ดูคำตอบ
คำเปิดและชื่อย่อของเพลงเด็ก
How I wonder what you are: คำอุทานเชิงกวีและคำถามทางอ้อม
ในที่นี้ How ทำให้ I wonder เป็นคำอุทานที่เน้นระดับ ความหมายคือ “ฉันสงสัยมากเหลือเกิน” เป็นสำนวนเชิงกวี ไม่ใช่คำถามว่าผู้พูดสงสัยด้วยวิธีใด what you are คือเนื้อหาที่สงสัยหลัง wonder และเป็นคำถามทางอ้อม จึงคงลำดับแบบประโยคบอกเล่า what + ประธาน + กริยา เป็น what you are ไม่ใช่ what are you
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำอุทานเชิงกวีและลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง
- How I wonder where the river goes.
- How do I wonder where does the river go?
- How I wonder where does the river go.
ดูคำตอบ
How I wonder where the river goes.
like a diamond in the sky: อุปมาที่ใช้ like
like a diamond in the sky เป็นอุปมา โดย like นำสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบเข้ามา ดาวถูกเปรียบกับเพชรเพราะทั้งสองดูสว่างและเป็นประกาย ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “คล้ายกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + look หรือ shine + like + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมอุปมาด้วยคำที่หมายถึง “คล้ายกับ”: The wet sand sparkled ____ gold in the sun.
ดูคำตอบ
like