ทำไมคำศัพท์ภาษาอังกฤษถึงไม่ได้ออกเสียงตามที่เขียนเสมอไป – มินิคลาสเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
432 คำ 149 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนสั้นนี้อธิบายว่าเหตุใดการสะกดคำจึงอาจทำให้ผู้เรียนออกเสียงพยางค์เกินในคำอังกฤษอย่าง temperature, restaurant, chocolate และ comfortable พร้อมแสดงให้เห็นว่าเสียงที่เบาและไม่ลงน้ำหนักตรงกลางคำอาจหายไป และเสนอวิธีฝึกพูดกับฟังเพื่อสังเกตปรากฏการณ์นี้ในภาษาพูดจริง ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. dropped syllables. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำศัพท์ด้านการออกเสียงที่หมายถึงพยางค์ซึ่งถูกละหรือเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดรูปเขียนจึงดูเหมือนมีพยางค์มากกว่ารูปที่พูดอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยให้จำแนวคิดเดียวกันได้เมื่อพบในบทเรียนการออกเสียงอื่น 2. It's not temperature, it's /ˈtemprətʃə(r)/. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างเปรียบต่าง “It’s not X, it’s Y” เพื่อแก้การออกเสียงอย่างชัดเจน ตัวอย่างนี้เปรียบการอ่านแบบสี่พยางค์กับรูปธรรมชาติที่มีสามพยางค์ และยังนำรูปแบบเดียวกันไปใช้แก้ชื่อ ข้อเท็จจริง ประเภท หรือรูปคำพูดอื่นได้ 3. listen out for — กริยาวลี: ใช้เมื่อต้องการบอกให้ตั้งใจฟังเสียงหรือรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง ทำให้การฝึกฟังมีเป้าหมายชัดเจน และช่วยสังเกตพยางค์เบาที่หายไปในคำพูดตามธรรมชาติ แทนที่จะฟังไปโดยไม่มีจุดสนใจ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The temperature is up to 20 degrees. วลี

0:00

อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 20 องศาแล้ว

วลี

up to + ตัวเลข: ขีดจำกัดสูงสุด

ใน up to 20 degrees คำว่า up to กำหนดให้ 20 องศาเป็นขีดจำกัดสูงสุด อุณหภูมิอาจต่ำกว่านี้หรืออาจขึ้นไปถึง 20 องศาก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิเท่ากับ 20 องศาพอดี ให้เข้าใจ up to + ตัวเลข เป็นสำนวนบอกขีดจำกัดหนึ่งชุด ไม่ใช่ความหมายของ up ที่บอกทิศทางว่า “ขึ้นด้านบน” โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกค่าสูงสุดของจำนวน ราคา เวลา หรือความจุได้

แบบฝึกหัด

คุณต้องการบอกว่า 20 คนคือจำนวนสูงสุด ประโยคใดถูกต้อง

  1. The room can hold up to 20 people.
  2. The room can hold at least 20 people.
  3. The room can hold exactly 20 people.
ดูคำตอบ

The room can hold up to 20 people.

I'm definitely going to a restaurant tonight.

0:03

คืนนี้ฉันต้องไปร้านอาหารให้ได้เลย

I'll order the chocolate mousse

0:07

ฉันจะสั่งช็อกโกแลตมูส

and I'll definitely reserve the most comfortable seat in the restaurant. วลี

0:10

และฉันจะต้องจองที่นั่งที่สบายที่สุดในร้านให้ได้

วลี

reserve the most comfortable seat: จองที่นั่งล่วงหน้า

ใน reserve the most comfortable seat คำว่า reserve หมายถึงจัดการล่วงหน้าเพื่อให้เก็บที่นั่งไว้สำหรับคุณ โดยมีสิ่งที่ต้องการจองเป็นกรรมโดยตรง เช่น reserve a seat, reserve a table หรือ reserve a room the most comfortable ระบุที่นั่งที่ผู้พูดชอบที่สุดในบรรดาที่นั่งที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

คุณกำลังโทรหาโรงละครก่อนการแสดง คำขอใดเป็นธรรมชาติ

  1. I'd like to order a seat near the stage for Saturday.
  2. I'd like to reserve a seat near the stage for Saturday.
  3. I'd like to reserve near the stage a seat for Saturday.
ดูคำตอบ

I'd like to reserve a seat near the stage for Saturday.

What was wrong with my pronunciation?

0:18

การออกเสียงของฉันมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?

Okay, forget about my strange accent for a moment. วลี

0:27

โอเค ลืมเรื่องสำเนียงแปลก ๆ ของฉันไปก่อนนะ

วลี

forget about ... for a moment: วางบางเรื่องไว้ก่อนชั่วคราว

ในที่นี้ forget about my strange accent for a moment หมายถึงอย่าเพิ่งสนใจสำเนียงนั้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังลบสำเนียงนั้นออกจากความทรงจำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ forget about + thing + for a moment ซึ่งใช้ย้ายความสนใจออกจากเรื่องหนึ่งชั่วคราว เพื่อให้ผู้พูดพูดเรื่องอื่นต่อได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ ผู้พูดขอให้ผู้ฟังทำอะไร

  1. ลบความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับสำเนียงนั้นไปตลอดกาล
  2. เลียนแบบสำเนียงนั้นอย่างละเอียดที่สุด
  3. อย่าเพิ่งสนใจสำเนียงชั่วครู่ แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่จะพูดต่อไป
ดูคำตอบ

อย่าเพิ่งสนใจสำเนียงชั่วครู่ แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่จะพูดต่อไป

The pronunciation was wrong because I said too many syllables.

0:32

ที่ออกเสียงผิดก็เพราะฉันออกเสียงพยางค์มากเกินไป

I said temperature,

0:36

ฉันพูดว่า temperature

restaurant,

0:39

restaurant

chocolate,

0:41

chocolate

and comfortable.

0:42

และ comfortable

In today's mini English lesson, ลำดับความ

0:44

ในบทเรียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ วันนี้

ลำดับความ

In today's mini English lesson: วางกรอบให้เนื้อหาที่จะตามมา

In today's mini English lesson เป็นกรอบเปิดเรื่อง โดยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่ตามมาเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนสั้น ๆ นี้ และช่วยให้ผู้ฟังเตรียมพร้อมสำหรับหัวข้อของบทเรียน รูปแบบ In today's + event or program ใช้แนะนำบริบทก่อนข้อความหลักได้ เช่น In today's meeting, ... หรือ In today's video, ... วลีเปิดนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง โดยปกติจะมีประโยคหลักตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบเปิดนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแนะนำบทเรียนสั้น ๆ

  1. The leaves changed colour in yesterday's lesson.
  2. We'll today's mini science lesson why leaves change colour.
  3. In today's mini science lesson, we'll learn why leaves change colour.
ดูคำตอบ

In today's mini science lesson, we'll learn why leaves change colour.

I'm going to teach you about dropped syllables. การใช้คำ

0:45

ฉันจะมาสอนเรื่องการละพยางค์ (dropped syllables)

การใช้คำ

dropped syllables: พยางค์ที่ถูกละในการพูด

dropped syllables คือพยางค์ที่ถูกละออก หรือเบาลงจนไม่ได้ยินในรูปแบบการพูดที่ใช้กันทั่วไป ในที่นี้ dropped หมายถึง “ถูกละออก” ไม่ใช่ “ตกลงพื้น” ปรากฏการณ์นี้อธิบายว่าทำไมคำที่พูดออกมาอาจมีจังหวะพยางค์ที่ได้ยินน้อยกว่าที่ผู้เรียนคาดจากการสะกด คำนี้ใช้อธิบายการออกเสียง ไม่ใช่ตัวอักษรที่เขียนตกหล่น

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนการออกเสียง dropped syllables หมายถึงอะไร?

  1. พยางค์ที่ถูกละออกหรือเบาจนไม่ได้ยินในการพูด
  2. พยางค์ที่ได้รับการเน้นเสียงมากที่สุด
  3. ตัวอักษรที่เขียนตกหล่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
ดูคำตอบ

พยางค์ที่ถูกละออกหรือเบาจนไม่ได้ยินในการพูด

Many English learners read the words before they learn how to say them. ไวยากรณ์

0:48

ผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคนอ่านคำศัพท์ก่อนที่จะรู้วิธีออกเสียง

ไวยากรณ์

learn how to say: learn + how to + กริยารูปพื้นฐาน

learn how to say หมายถึงเรียนรู้ทักษะหรือวิธีพูดบางสิ่ง โครงสร้างคือ learn + how to + กริยารูปพื้นฐาน โดยในที่นี้ say เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ them หมายถึง the words how to say them เป็นเนื้อหาที่ตามหลัง learn ไม่ใช่คำถามโดยตรง ภายในประโยคบอกเล่านี้ต้องใช้ how to say ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามโดยตรง เช่น How do I say ...?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียน: I want to learn ____ this politely.

ดูคำตอบ

how to say

So they end up saying too many syllables in the word. กริยาวลี

0:52

เลยกลายเป็นว่าพวกเขาออกเสียงพยางค์ในคำนั้นมากเกินไป

กริยาวลี

end up saying: ใช้ end up + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย

end up saying หมายถึงสุดท้ายแล้วพูดหรือออกเสียงบางอย่างหลังจากสถานการณ์ดำเนินไป end up แสดงว่าการพูดพยางค์มากเกินไปเป็นผลลัพธ์สุดท้าย ซึ่งมักไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจไว้ และไม่ได้เกิดจากการนำความหมายตรงตัวของ end กับ up มารวมกัน โครงสร้างคือ end up + คำกริยารูป -ing เช่น end up saying และ end up waiting เมื่อใช้ในความหมายนี้ จะไม่ใช้ end up say หรือ end up to say

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ end up และ wait: We took the wrong train, so we ____ for another hour.

ดูคำตอบ

ended up waiting

When really one syllable should just disappear.

0:55

ทั้งที่จริง ๆ แล้วควรจะมีพยางค์นึงหายไป

This is because some words in English look like they have more syllables วลี

0:59

นี่เป็นเพราะคำในภาษาอังกฤษบางคำดูเหมือนจะมีพยางค์เยอะ

from the spelling than they actually do when we say them. ไวยากรณ์

1:03

เมื่อดูจากการสะกด มากกว่าเวลาที่เราพูดจริง ๆ

วลี

look like they have more syllables: look like + ประโยคย่อย

ใน look like they have more syllables คำว่า look like นำหน้าประโยคย่อยสมบูรณ์ they have more syllables โครงสร้างนี้แสดงความรู้สึกที่ได้จากการสะกด คือคำเหล่านั้นดูเหมือนมีพยางค์มากกว่า look like + ประโยคย่อย แสดงการคาดจากลักษณะหรือหลักฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ การเปรียบเทียบช่วงหลังแสดงว่ารูปที่ออกเสียงจริงมีพยางค์น้อยกว่าที่การสะกดทำให้คาดไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ look like + ประโยคย่อยสมบูรณ์ เพื่อตัดสินสถานการณ์จากลักษณะที่เห็น?

  1. The shop looks like a library.
  2. The shop looks closed.
  3. It looks like the shop is closed.
ดูคำตอบ

It looks like the shop is closed.

ไวยากรณ์

than they actually do: ใช้ do เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ

ในส่วนเปรียบเทียบ than they actually do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยา have syllables เพื่อไม่ต้องพูดคำเดิมซ้ำ ในที่นี้ do ไม่ได้แปลว่า “ทำ” รูปของ do ต้องสอดคล้องกับประธานและกาล เช่น they do แต่ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ใช้ does และถ้าเป็นอดีตใช้ did เมื่ออ่านประโยคเปรียบเทียบ ให้ย้อนหาวลีกริยาที่ละไว้จากอนุประโยคก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วยรูปปัจจุบันของ do ที่ใช้แทน works: This old printer works faster than the new one ____.

ดูคำตอบ

does

The reason we drop syllables is because the syllable is weak, ไวยากรณ์

1:07

เหตุผลที่เราละพยางค์ก็เพราะว่าพยางค์นั้นออกเสียงเบา

so it's easier to say the word without that syllable. ไวยากรณ์

1:10

เลยทำให้พูดคำนั้นได้ง่ายกว่าถ้าตัดพยางค์นั้นทิ้งไป

ไวยากรณ์

The reason ... is because ...: โครงสร้างภาษาพูดสำหรับบอกเหตุ

โครงสร้าง The reason + อนุประโยค + is because + อนุประโยค จะบอกสถานการณ์ที่ต้องการคำอธิบายก่อน แล้วจึงให้เหตุผล ในตัวอย่าง we drop syllables คือสถานการณ์ที่ต้องอธิบาย และ the syllable is weak คือสาเหตุ การวาง The reason ... ไว้ข้างหน้าช่วยให้รู้ก่อนว่ากำลังอธิบายเรื่องอะไร แล้วจึงบอกเหตุผล ใจความพื้นฐานเดียวกันสามารถพูดให้ตรงกว่าได้ว่า We drop syllables because the syllable is weak.

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายภาษาพูดด้วยโครงสร้าง The reason ... is because ... ให้สมบูรณ์: The reason Maya took the bus ____ her bike had a flat tire.

ดูคำตอบ

is because

ไวยากรณ์

easier to say: easier + to-infinitive

ใน easier to say คำว่า easier เป็นรูปขั้นกว่าของ easy และ to say ระบุว่าการกระทำใดใช้ความพยายามน้อยกว่า โครงสร้างคือ easier + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น easier to remember และ easier to use ในประโยคนี้ เราเข้าใจสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบได้จากบริบท นั่นคือการพูดคำโดยไม่มีพยางค์เบาง่ายกว่าการพูดโดยมีพยางค์นั้น เมื่อความแตกต่างชัดเจนแล้ว สามารถละส่วนที่ขึ้นต้นด้วย than ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ easier + to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. The new password is more easy to remember.
  2. The new password is easier remembering.
  3. The new password is easier to remember.
ดูคำตอบ

The new password is easier to remember.

The process of omitting weak syllables happens in lots of languages. การใช้คำ

1:12

กระบวนการละพยางค์ที่ออกเสียงเบานี้เกิดขึ้นในหลายภาษา

การใช้คำ

weak syllables: พยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นและไม่เด่น

weak syllables คือพยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นและเด่นน้อยกว่าพยางค์ที่ลงเสียงเน้น ในเรื่องการออกเสียง weak ใช้อธิบายว่าพยางค์ฟังดูอย่างไร ไม่ได้หมายถึงอ่อนแอทางร่างกาย พยางค์เบามักสั้นกว่าและอาจมีสระลดรูป เช่น /ə/ พยางค์นั้นยังคงออกเสียงได้ ดังนั้น weak จึงไม่ได้หมายความว่าถูกละเสมอไป

แบบฝึกหัด

weak syllables หมายถึงอะไรในบทเรียนเรื่องการออกเสียง

  1. พยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นและไม่เด่น
  2. พยางค์ที่ต้องละเสมอ
  3. พยางค์ที่ออกเสียงด้วยเสียงเน้นที่แรงที่สุด
ดูคำตอบ

พยางค์ที่ไม่ลงเสียงเน้นและไม่เด่น

It's just that when something that wasn't important in the first place, วลี

1:16

มันก็แค่เหมือนกับว่าอะไรที่ไม่ได้สำคัญตั้งแต่แรก

gradually goes away. กริยาวลี

1:20

ก็ค่อย ๆ หายไป

วลี

in the first place: ตั้งแต่แรก

in the first place หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “แต่เดิม” ในประโยคนี้ wasn't important in the first place หมายความว่าสิ่งนั้นไม่สำคัญอยู่แล้วก่อนที่จะเริ่มหายไป วลีนี้มักย้อนกลับไปพูดถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุผลแรกเริ่ม เพื่ออธิบายผลลัพธ์หรือตั้งคำถามว่าทำไมเรื่องนั้นจึงเกิดขึ้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “สถานที่แรก” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ตั้งแต่แรก” ให้ประโยคสมบูรณ์: I never wanted to join the race ____.

ดูคำตอบ

in the first place

กริยาวลี

gradually goes away: ค่อย ๆ หายไป

ในที่นี้ go away หมายถึง “หายไป” หรือ “ไม่มีอยู่อีก” ไม่ได้หมายถึง “ไปยังที่อื่น” เสียง กลิ่น ความเจ็บปวด ความรู้สึก และปัญหาสามารถ go away ได้ gradually แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละน้อย ใช้ goes เพราะ something เป็นเอกพจน์ ส่วนรูปอดีตคือ went away

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย gradually และรูปอดีตของ go away: The strange smell ____ over the next hour.

ดูคำตอบ

gradually went away

And lots of learners have problems with this วลี

1:21

และผู้เรียนหลายคนก็มักจะมีปัญหากับเรื่องนี้

when they first start learning English.

1:23

ตอนที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ ๆ

วลี

have problems with: ประสบความยากลำบากกับบางสิ่ง

have problems with หมายถึง “มีปัญหาหรือประสบความยากลำบากกับ” บางสิ่ง หรือเจอปัญหาในเรื่องนั้นซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ this ระบุเรื่องที่ผู้เรียนรู้สึกว่ายาก ส่วน with ไม่ได้หมายถึงการมีปัญหาร่วมกับใครบางคน หลัง with ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือกริยารูป -ing เช่น have problems with pronunciation, have problems with this หรือ have problems with remembering names

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้ถูกต้อง: Many new learners ____ understanding fast speech.

ดูคำตอบ

have problems with

Let's take another look at the words I mispronounced at the beginning. วลี

1:25

มาดูคำที่ฉันออกเสียงผิดในตอนต้นกันอีกครั้ง

วลี

take another look at: กลับไปดูอีกครั้งเพื่อตรวจสอบ

take another look at หมายถึง “ดูบางสิ่งอีกครั้ง” มักใช้เมื่อต้องการตรวจสอบ ทบทวน หรือคิดใหม่ another แสดงว่าเคยดูมาก่อนแล้ว ส่วน at ใช้นำหน้าสิ่งที่จะกลับไปดู ในประโยคนี้ Let's ทำให้การกระทำเป็นคำชวนร่วมกัน ผู้พูดชวนทุกคนกลับไปดูคำเหล่านั้นและทบทวนด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้ถูกต้อง: Before we decide, let's ____ the schedule.

ดูคำตอบ

take another look at

It's not temperature, it's /ˈtemprətʃə(r)/. ไวยากรณ์

1:28

ไม่ใช่ temperature แต่มันคือ /ˈtemprətʃə(r)/

ไวยากรณ์

It's not X, it's Y: โครงสร้างสำหรับแก้ไขโดยตรง

It's not X, it's Y เป็นโครงสร้างสองส่วนสำหรับการแก้ไขโดยตรง ส่วนแรกปฏิเสธสิ่งที่ผิด และส่วนที่สองบอกสิ่งที่ถูกต้อง ในที่นี้โครงสร้างนี้เปรียบเทียบการออกเสียงสองแบบ โดยสัทอักษรสากลที่เขียนตามหลังคือการออกเสียงที่แก้ไขแล้ว ไม่ใช่คำที่ต้องท่องจำ X และ Y ควรเป็นข้อมูลประเภทเดียวกันที่ใช้แทนกันได้ เช่น ชื่อ วันที่ ตัวเลข ข้อเท็จจริง หรือการออกเสียงสองแบบ แบบนี้ผู้ฟังจะรู้ชัดว่ากำลังแก้ส่วนใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ไขโดยตรงให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง It's not X, it's Y: ____ Tuesday, ____ Thursday.

ดูคำตอบ

It's not · it's

Three syllables, not four.

1:32

สามพยางค์ ไม่ใช่สี่

The temperature in my hot yoga class this morning was so hot,

1:34

อุณหภูมิในคลาสโยคะร้อนของฉันเมื่อเช้านี้มันร้อนมาก

it felt more like a sauna in hell. สำนวน

1:38

จนรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องซาวน่าในนรกเลย

สำนวน

felt more like a sauna in hell: การกล่าวเกินจริงแบบขบขัน

ในโครงสร้าง felt more like + นามวลี คำว่า felt บอกว่าสิ่งนั้นให้ความรู้สึกอย่างไรแก่ผู้พูด ส่วน more like ใช้นำภาพที่ชัดเจนหรือรุนแรงกว่าเข้ามา a sauna in hell รวมภาพสองอย่างที่สื่อถึงความร้อนสุดขีด ผู้พูดจึงกำลังพูดติดตลกว่าสถานที่นั้นร้อนจนทนไม่ไหว นี่คือการกล่าวเกินจริง ซึ่งหมายถึงการตั้งใจพูดให้สุดโต่งเพื่อเพิ่มอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงซาวน่าหรือสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ต้องการสื่อความหมายจริง ๆ ว่าอะไรในบริบทนี้

  1. ผู้พูดรู้สึกว่าสถานที่นั้นร้อนจนทนไม่ไหว
  2. ผู้พูดคิดว่าห้องนั้นอุ่นสบาย
  3. ผู้พูดกำลังบอกตำแหน่งจริงของซาวน่า
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกว่าสถานที่นั้นร้อนจนทนไม่ไหว

And it's /ˈrestrɒnt/, not restaurant.

1:41

และนี่คือ /ˈrestrɒnt/ ไม่ใช่ restaurant

Oh, there's the owner of that famous restaurant.

1:45

โอ้ นั่นเจ้าของร้านอาหารดังร้านนั้นนี่นา

Hi Ella.

1:48

สวัสดี Ella

You see, it's /ˈrestrɒnt/, น้ำเสียง/เจตนา

1:50

เห็นไหม มันคือ /ˈrestrɒnt/

two syllables, not restaurant, three syllables.

1:52

สองพยางค์ ไม่ใช่ restaurant สามพยางค์

น้ำเสียง/เจตนา

You see, เพื่อเกริ่นคำอธิบาย

ในประโยคนี้ You see เป็นคำที่ช่วยจัดลำดับการพูด ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังกำลังมองเห็นบางอย่างจริง ๆ แต่เป็นสัญญาณว่า “ต่อไปนี้คือประเด็นที่อยากให้เข้าใจ” เมื่อวางไว้ก่อนการแก้การออกเสียง ข้อมูลต่อมาจะฟังเหมือนเป็นคำอธิบายหรือการชี้แจง วลีนี้ยังใช้เกริ่นเหตุผลหรือรายละเอียดที่ช่วยให้ผู้ฟังตามความคิดของผู้พูดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

You see ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “You see, the road is closed for repairs.”

  1. ใช้เกริ่นคำอธิบายที่จะตามมา
  2. บอกให้ใครสักคนมองถนน
  3. หมายความว่าผู้พูดเคยเห็นถนนแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นคำอธิบายที่จะตามมา

And it's /ˈtʃɒklət/, not chocolate.

1:56

และนี่คือ /ˈtʃɒklət/ ไม่ใช่ chocolate

Uh,

2:00

เอ่อ

I ate so much chocolate yesterday,

2:01

เมื่อวานฉันกินช็อกโกแลตเยอะมาก

I almost turned into Augustus Gloop. โน้ต

2:04

จนเกือบจะกลายเป็น Augustus Gloop อยู่แล้ว

กริยาวลี

turned into: เปลี่ยนและกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

Turn into + กลุ่มคำนาม หมายความว่าประธานเกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นบุคคล สิ่งของ หรือประเภทนั้น ในที่นี้ turned เป็นรูปอดีต ส่วน almost แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกือบเกิดขึ้นแล้ว ผู้พูดกำลังพูดเกินจริง ไม่ได้บอกว่าตนเองแปลงร่างจริง ๆ ออกัสตัส กลูปเป็นเด็กชายในเรื่องแต่งที่ขึ้นชื่อว่ากินช็อกโกแลตจำนวนมาก การเปรียบเทียบนี้จึงเป็นวิธีพูดอย่างขบขันว่า “ฉันกินเยอะมหาศาล”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn into: During the cold night, the puddle ____ ice.

ดูคำตอบ

turned into

วัฒนธรรม

Augustus Gloop: มุกเปรียบเทียบเรื่องกินมากเกินไป

Augustus Gloop เป็นเด็กในเรื่องแต่ง Charlie and the Chocolate Factory ของ Roald Dahl เขาเป็นที่รู้จักจากการกินอย่างตะกละ โดยเฉพาะช็อกโกแลต เมื่อผู้พูดบอกว่าตัวเองเกือบกลายเป็น Augustus Gloop ผู้พูดกำลังพูดเกินจริงอย่างขบขันว่ากินช็อกโกแลตไปมากแค่ไหน นี่เป็นการเปรียบเทียบกับตัวละคร ไม่ใช่การแปลงร่างจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ทำไมผู้พูดจึงเอ่ยถึง Augustus Gloop?

  1. เพื่อบอกว่าเมื่อวานได้พบ Augustus Gloop
  2. เพื่ออธิบายว่า Augustus Gloop เป็นคนทำช็อกโกแลตที่ตัวเองกิน
  3. เพื่อพูดเกินจริงว่าตัวเองกินช็อกโกแลตไปมากมหาศาล
ดูคำตอบ

เพื่อพูดเกินจริงว่าตัวเองกินช็อกโกแลตไปมากมหาศาล

And finally, this word, comfortable.

2:09

และสุดท้าย คำนี้ comfortable

Not comfortable, but /ˈkʌmftəbl/.

2:13

ไม่ใช่ comfortable แต่เป็น /ˈkʌmftəbl/

Oh, my new shoes are so comfortable,

2:17

โอ้ รองเท้าคู่ใหม่ของฉันใส่สบายมาก

they feel like clouds on my feet. สำนวน

2:21

รู้สึกเหมือนเหยียบอยู่บนเมฆเลย

สำนวน

feel like clouds on my feet: การเปรียบเทียบความรู้สึกทางร่างกาย

ในรูปแบบ feel like + กลุ่มคำนาม คำว่า feel ใช้บอกความรู้สึกหรือสัมผัสที่สิ่งหนึ่งมอบให้ ในที่นี้ they หมายถึงรองเท้า และ clouds on my feet คือภาพที่ใช้เปรียบเทียบ รองเท้าไม่ได้เป็นเมฆจริง ๆ ภาพนี้สื่อว่ารองเท้านุ่ม เบา และสบายมาก สามารถนำรูปแบบ X feels like Y ไปใช้เปรียบเทียบสัมผัสหรือความรู้สึกทางร่างกายให้เห็นภาพได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ feel like: These slippers are so soft; they ____ pillows on my feet.

ดูคำตอบ

feel like

Comfortable.

2:23

Comfortable

Three syllables, not comfortable, not four.

2:26

สามพยางค์ ไม่ใช่ comfortable ไม่ใช่สี่

Three.

2:30

สามพยางค์

Here are a few more examples of words ลำดับความ

2:31

นี่คือตัวอย่างคำเพิ่มเติม

that people often have this problem with.

2:33

ที่คนมักจะมีปัญหากันบ่อย ๆ

ลำดับความ

Here are a few more examples: การเกริ่นเข้าสู่ตัวอย่างอีกชุดหนึ่ง

วลี Here are a few more examples บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากคำอธิบายหรือกลุ่มตัวอย่างก่อนหน้าไปสู่อีกกลุ่มหนึ่ง Here are ชวนให้สนใจสิ่งที่จะตามมา ส่วน a few more บอกว่าได้ยกตัวอย่างไปแล้วบางส่วนและกำลังจะเพิ่มอีก ใช้รูปแบบ Here are + a few more + คำนามพหูพจน์ ได้ในการสอน การนำเสนอ และงานเขียนอธิบาย หน้าที่หลักในที่นี้คือช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ใช่บอกตำแหน่งจริงของสิ่งของ

แบบฝึกหัด

คุณได้ยกตัวอย่างไปแล้วหนึ่งตัวอย่าง จงเติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมาย: ____ of animals that are active at night.

ดูคำตอบ

Here are a few more examples

/ˈfeɪvərɪt/, not favorite.

2:35

/ˈfeɪvərɪt/ ไม่ใช่ favorite

I'm going to have dinner วลี

2:38

คืนนี้ฉันจะไปทานมื้อค่ำ

with George Clooney and Timothée Chalamet, วัฒนธรรม

2:39

กับ George Clooney และ Timothée Chalamet

my favorite film stars tonight.

2:42

ดาราภาพยนตร์คนโปรดของฉัน

วลี

have dinner with: กินมื้อเย็นกับใครสักคน

ใน have dinner with someone คำว่า have หมายถึงกินหรือร่วมมื้อนั้น ไม่ได้หมายถึงครอบครอง ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย with บอกว่าเรากินอาหารร่วมกับใคร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have + มื้ออาหาร + with + คน เช่น have breakfast with Dad, have lunch with a friend หรือ have dinner with our neighbours เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติในการพูดถึงแผนการพบปะกับผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมแผนนี้ด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงกินมื้อเย็นด้วยกัน: We're going to ____ our new neighbours tonight.

ดูคำตอบ

have dinner with

วัฒนธรรม

George Clooney และ Timothée Chalamet: ดาราภาพยนตร์ชื่อดัง

George Clooney และ Timothée Chalamet ต่างก็เป็นนักแสดงภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง คำว่า my favorite film stars บอกว่าผู้พูดมองทั้งสองคนอย่างไร เพราะทั้งคู่เป็นคนดัง ไม่ใช่คนรู้จักทั่วไปของผู้พูด การบอกว่าจะอยู่กับพวกเขาในคืนนี้จึงทำให้ความคิดนี้ฟังดูเหมือนเรื่องเพ้อฝัน ภูมิหลังนี้ปูทางให้ประโยคถัดไป in my dreams กลายเป็นมุกตลก

แบบฝึกหัด

เหตุใดการเอ่ยชื่อ George Clooney และ Timothée Chalamet จึงช่วยปูทางให้มุกตลกนี้?

  1. พวกเขาเป็นนักแสดงภาพยนตร์ชื่อดัง ดังนั้นการใช้เวลาช่วงค่ำกับพวกเขาอย่างเป็นกันเองจึงฟังดูไม่น่าเป็นไปได้
  2. พวกเขาเป็นตัวละครสมมติที่ปรากฏเฉพาะในความฝัน
  3. พวกเขาเป็นญาติของผู้พูด แผนนี้จึงฟังดูธรรมดา
ดูคำตอบ

พวกเขาเป็นนักแสดงภาพยนตร์ชื่อดัง ดังนั้นการใช้เวลาช่วงค่ำกับพวกเขาอย่างเป็นกันเองจึงฟังดูไม่น่าเป็นไปได้

Yeah,

2:45

ใช่แล้ว

in my dreams. สำนวน

2:46

ในความฝันน่ะนะ

สำนวน

in my dreams: ความปรารถนาที่ไม่น่าเป็นจริง

ในที่นี้ in my dreams หมายถึง “เกิดขึ้นได้แค่ในจินตนาการ ไม่ใช่ในชีวิตจริง” วลีนี้ย้อนกลับไปยังคำพูดก่อนหน้าและยอมรับว่าความคิดนั้นไม่เป็นจริง เมื่อใช้เป็นคำเสริมสั้น ๆ วลีนี้จะสร้างการหักมุมแบบขบขัน โดยผู้พูดพูดถึงความปรารถนาราวกับว่ามันเป็นไปได้ก่อน แล้วจึงเผยว่าตนไม่ได้คาดหวังให้มันเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้: “Will I own a private island someday? Only ____.”

ดูคำตอบ

in my dreams

It's /ˈdɪfrəns/, not difference.

2:47

มันคือ /ˈdɪfrəns/ ไม่ใช่ difference

Difference.

2:52

Difference

I don't see any difference วลี

2:53

ฉันไม่เห็นความแตกต่างเลย

between the taste of Coca-Cola and Pepsi.

2:55

ระหว่างรสชาติของ Coca-Cola กับ Pepsi

วลี

don't see any difference between A and B: มองไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง A กับ B

โครงสร้าง don't see any difference between A and B หมายถึงผู้พูดไม่สามารถสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างสองสิ่งได้ ในที่นี้ see หมายถึง “สังเกตเห็น” หรือ “แยกแยะได้” ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองด้วยตา” ใช้ between เพื่อนำเข้าสองสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โดยอาจระบุเป็น A and B หรือกล่าวรวมด้วยรูปพหูพจน์ เช่น the two plans หรือ them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: I've looked at both pictures carefully, but I ____ them.

ดูคำตอบ

don't see any difference between

They're both gross. การใช้คำ

2:57

รสชาติแย่ทั้งคู่

การใช้คำ

gross: วิธีพูดว่า “น่าขยะแขยง” แบบไม่เป็นทางการและมีอารมณ์แรง

ใน They're both gross. คำว่า gross หมายถึง “น่าขยะแขยง” หรือ “ไม่น่าพอใจอย่างมาก” เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่สื่อความรู้สึกเชิงลบอย่างแรง ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าเครื่องดื่มทั้งสองชนิดมีรสชาติแย่มาก ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท ในวลีทางการอย่าง gross weight หรือ gross income คำว่า gross หมายถึง “ทั้งหมด” ไม่ใช่ “น่าขยะแขยง”

แบบฝึกหัด

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เจ้าภาพถามว่าคุณชอบอาหารหรือไม่ คำตอบนี้เหมาะสมหรือไม่? This food is gross.

  1. ไม่เหมาะสม คำตอบนี้ตรงและดูหมิ่นเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
  2. เหมาะสม เป็นคำตอบที่สุภาพและเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม คำตอบนี้ตรงและดูหมิ่นเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้

It's just my opinion. น้ำเสียง/เจตนา

2:59

นั่นเป็นแค่ความเห็นของฉันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

It's just my opinion เพื่อทำให้ความคิดเห็นนุ่มนวลลง

It's just my opinion ระบุว่าการตัดสินนั้นเป็นมุมมองของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” และช่วยลดความหนักแน่นของคำพูด ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” เมื่อใช้หลังความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาหรือเป็นแง่ลบ ประโยคนี้จะเปิดโอกาสให้คนอื่นไม่เห็นด้วยได้ ช่วยให้น้ำเสียงนุ่มนวลลง แต่ไม่ได้ถอนความคิดเห็นนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเพื่อทำให้ความคิดเห็นนี้นุ่มนวลลง: I didn't enjoy the film, but ____.

ดูคำตอบ

it's just my opinion

It's just my opinion.

3:00

เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของฉัน

Remember that dropped syllables

3:02

จำไว้ว่าพยางค์ที่ถูกละทิ้งไป

is a sound that's not important in the word.

3:04

คือเสียงที่ไม่ได้มีความสำคัญในคำนั้น

And here's a trick to help you see if there's a dropped syllable ลำดับความ

3:07

และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณดูว่ามีการละพยางค์

in the word.

3:09

ในคำนั้นหรือไม่

ลำดับความ

Here's a trick to help you see if... ในฐานะวลีชี้นำการสอน

Here's a trick to help you see if... ใช้เกริ่นวิธีที่นำไปใช้ได้จริง และบอกว่าวิธีนั้นจะช่วยให้ผู้ฟังตรวจสอบเรื่องใด ในที่นี้ trick หมายถึง “เคล็ดลับที่มีประโยชน์” ไม่ใช่การหลอกลวง ส่วน see if หมายถึง “ตรวจดูว่า...หรือไม่” ไม่ได้หมายถึงเพียงมองด้วยตา ในการสอนหรือการอธิบาย วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำชี้นำ โดยเปลี่ยนจากการพูดถึงปัญหาไปสู่ขั้นตอนที่ผู้ฟังสามารถลองทำได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ใหม่ได้คือ Here's a trick to help you see if + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อเกริ่นวิธีตรวจสอบที่ทำได้จริง: ____ the plant needs water: touch the soil.

ดูคำตอบ

Here's a trick to help you see if

It's never the stressed syllables, การใช้คำ

3:10

มันจะไม่ใช่พยางค์ที่เน้นเสียงหนักเลย

and it's always in the middle.

3:12

และมักจะอยู่ตรงกลางเสมอ

การใช้คำ

stressed syllables: พยางค์ที่เด่นในคำ

พยางค์ที่ลงเสียงเน้นคือส่วนของคำที่ฟังเด่นที่สุด โดยทั่วไปจะฟังชัดกว่าและมักยาวกว่า หรือมีการเปลี่ยนระดับเสียงที่สังเกตได้ คำว่า stressed ในที่นี้เป็นศัพท์ด้านการออกเสียง ไม่ได้หมายถึงกังวลหรืออยู่ภายใต้ความกดดัน ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าพยางค์ที่หายไปไม่ใช่พยางค์เด่นเหล่านี้ จึงช่วยให้คาดได้ว่าการลดรูปเสียงมีแนวโน้มเกิดในพยางค์ไม่เน้นที่เบากว่า

แบบฝึกหัด

ในคำว่า table พยางค์แรกฟังยาวและชัดกว่า พยางค์ใดเป็นพยางค์ที่ลงเสียงเน้น?

  1. พยางค์แรก ta-
  2. พยางค์ที่สอง -ble
  3. ทั้งสองพยางค์เน้นเท่ากัน
ดูคำตอบ

พยางค์แรก ta-

So, try saying the word fast ไวยากรณ์

3:14

ดังนั้น ลองพูดคำนั้นเร็ว ๆ ดู

and see if the sound just disappears.

3:16

แล้วดูว่าเสียงนั้นหายไปเองหรือเปล่า

ไวยากรณ์

try saying: ทดลองวิธีด้วย try + -ing

try saying ใช้โครงสร้าง try + รูป -ing หมายถึงให้ทำสิ่งนั้นเหมือนเป็นการทดลอง แล้วสังเกตผลลัพธ์ ในที่นี้ผู้พูดขอให้พูดคำนั้นอย่างรวดเร็วและตรวจดูว่าเสียงหนึ่งหายไปหรือไม่ ใช้รูปแบบนี้เพื่อเสนอวิธีหนึ่งได้ คือ try doing something แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น ใจความหลักไม่ได้สื่อว่าการทำสิ่งนั้นให้สำเร็จเป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำโดยใช้ try + รูป -ing ของ turn: The door is stuck. Try ____ the handle slowly and see if it opens.

ดูคำตอบ

turning

And remember to listen out for them กริยาวลี

3:18

และอย่าลืมคอยฟังเสียงพวกนี้ด้วย

when you're listening to people speaking in English too.

3:20

เวลาที่คุณฟังคนอื่นพูดภาษาอังกฤษ

กริยาวลี

listen out for: คอยฟังเสียงเฉพาะอย่างตั้งใจ

Listen out for + เป้าหมาย หมายถึงตั้งใจรอฟังเพื่อให้สังเกตเห็นเสียงหรือข้อมูลเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นปรากฏขึ้น จึงมีเป้าหมายชัดเจนกว่าการฟังทั่วไป ในประโยคนี้ them หมายถึงพยางค์ที่ถูกละซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ผู้พูดแนะนำให้จับลักษณะเหล่านี้ในภาษาอังกฤษที่คนใช้พูดจริง ไม่ใช่เพียงฟังภาษาอังกฤษโดยไม่มีเป้าหมายเฉพาะ

แบบฝึกหัด

พยาบาลอาจเรียกชื่อคุณในไม่ช้า เติมคำสั่งด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้: Please ____ your name.

ดูคำตอบ

listen out for

Now it's time for me ไวยากรณ์

3:23

ตอนนี้ถึงเวลาที่ฉัน

to make like a dropped syllable สำนวน

3:24

จะต้องทำตัวเหมือนพยางค์ที่ถูกละ

and disappear.

3:26

แล้วหายตัวไปสักที

ไวยากรณ์

it's time for me to + คำกริยา: บอกการกระทำต่อไปของตนเอง

It's time for me to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงถึงเวลาที่เหมาะสมที่ผู้พูดจะทำบางสิ่ง For me ระบุว่าใครเป็นผู้ลงมือทำ และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ผู้พูดมักใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกขั้นตอนต่อไป การเปลี่ยนกิจกรรม หรือการจบสิ่งที่กำลังทำ ในที่นี้เป็นการเริ่มพูดแบบขำ ๆ ว่าผู้พูดกำลังจะจากไปและจบวิดีโอ

แบบฝึกหัด

เริ่มดึกแล้ว และคุณกำลังบอกการกระทำต่อไปของตนเอง เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: ____ go home.

ดูคำตอบ

It's time for me to

สำนวน

การใช้ make like a dropped syllable and disappear เป็นคำลาแบบขำ ๆ

ในรูปแบบเชิงขำขัน make like X and Y คำว่า make like หมายถึง “ทำตัวเหมือน X” หรือ “เลียนแบบ X” ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” ในที่นี้ผู้พูดเปรียบตัวเองกับพยางค์ที่ถูกตัดออก และบอกว่าจะทำสิ่งที่พยางค์นั้นดูเหมือนทำ นั่นคือหายไป พยางค์ที่ถูกตัดออกจะไม่ได้ยินเมื่อพูด จึงดูเหมือนว่ามันหายไป ผู้พูดนำแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนนี้มาทำเป็นมุก และจริง ๆ แล้วหมายถึง “ฉันจะไปแล้ว”

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการสื่ออะไรจริง ๆ ด้วย make like a dropped syllable and disappear?

  1. ผู้พูดเปรียบตัวเองกับพยางค์ที่ถูกตัดออกแบบขำ ๆ และบอกว่ากำลังจะไป
  2. ผู้พูดต้องการให้ทุกคนออกเสียงทุกพยางค์ให้ดังขึ้น
  3. ผู้พูดกำลังจะสร้างพยางค์ใหม่ที่ออกเสียงคล้ายกัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดเปรียบตัวเองกับพยางค์ที่ถูกตัดออกแบบขำ ๆ และบอกว่ากำลังจะไป