วิธีใช้ Past Perfect Continuous – มินิคลาสเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนในชั้นเรียนที่ดำเนินอย่างสนุกสนานอธิบายวิธีสร้าง past perfect continuous การใช้เพื่อกล่าวถึงกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องจนถึงอีกจุดหนึ่งในอดีตหรือเป็นเหตุให้เกิดผลลัพธ์ในอดีต และความแตกต่างด้านจุดเน้นเมื่อเทียบกับ past perfect simple ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. had plus been plus the -ing form — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การสังเกตและสร้างโครงสร้างตายตัว had been + คำกริยารูป -ing เนื่องจาก had ไม่เปลี่ยนตามประธาน คุณจึงใช้รูปแบบเดียวกันได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อต้องการบรรยายกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ก่อนหน้าจุดหนึ่งในอดีต 2. because she had been jogging for 5 hours. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า because เชื่อมผลลัพธ์ในอดีต เช่น ความเหนื่อย เข้ากับกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องมาก่อนหน้าอย่างไร จึงสามารถใช้กาลนี้เพื่อสื่อความสัมพันธ์ของเหตุและผล ไม่ใช่บอกเพียงระยะเวลาเท่านั้น 3. refer to the completion of the event — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยก past perfect simple ซึ่งเน้นว่าเหตุการณ์เสร็จสิ้นแล้ว ออกจากรูป continuous ซึ่งเน้นตัวกิจกรรมและระยะเวลาที่ดำเนินต่อไป คุณจึงเลือกรูปกาลได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการให้น้ำหนักในการสื่อสาร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
so today we're going to talk about the past perfect continuous. ลำดับความ
0:01วันนี้เราจะมาพูดถึง Past Perfect Continuous กัน
we're going to talk about: เกริ่นหัวข้อถัดไป
We're going to talk about + หัวข้อ เป็นประโยคเปิดที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบอกผู้ฟังว่าต่อไปจะพูดเรื่องอะไร ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทางที่ช่วยจัดลำดับบทเรียนก่อนเริ่มอธิบาย ในที่นี้ be going to แสดงว่าการพูดคุยนั้นวางแผนไว้แล้ว ให้วางหัวข้อไว้หลัง about โดยอาจเป็นสิ่งของหรือเรื่องหนึ่ง เช่น volcanoes หรือเป็นคำถามที่จะสำรวจ เช่น how volcanoes form
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปิดบทเรียนนี้ด้วยสำนวนเป้าหมาย: Today, ____ how rainbows form.
ดูคำตอบ
we're going to talk about
We know the past continuous and we know the past perfect.
0:06เรารู้จัก Past Continuous แล้วเราก็รู้จัก Past Perfect
remix version?: คำเปรียบเทียบไวยากรณ์แบบขำ ๆ
ในทางดนตรี remix version คือเพลงเวอร์ชันใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยการเปลี่ยนหรือนำเสียงมาผสมกันใหม่ ในที่นี้ ผู้พูดพูดเล่นว่ารูป past perfect continuous เป็นเหมือนการรีมิกซ์ past continuous กับ past perfect คำถามนี้แสดงความประหลาดใจแบบขำ ๆ ไม่ได้ถามเกี่ยวกับดนตรีจริง ๆ
แบบฝึกหัด
remix version ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ชื่อเรียกแบบขำ ๆ สำหรับรูปไวยากรณ์ที่ดูเหมือนรวมรูปอื่นเข้าด้วยกัน
- เพลงจริงที่ถูกนำมารีมิกซ์ใหม่
- ชื่อทางการของ tense ใหม่ในภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ
ชื่อเรียกแบบขำ ๆ สำหรับรูปไวยากรณ์ที่ดูเหมือนรวมรูปอื่นเข้าด้วยกัน
Did they have to ...? เพื่อแสดงความไม่พอใจ
Did they have to + กริยารูปพื้นฐาน? สามารถใช้ถามตรง ๆ ได้ว่าในอดีตจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นหรือไม่ แต่ในประโยคนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดไม่ได้ต้องการข้อมูลจริง ๆ รูปนี้สื่อความรำคาญหรือไม่อยากเชื่อ และมีนัยว่า “เรื่องนั้นไม่จำเป็นเลย” ต้องดูบริบทและน้ำเสียง เพราะในสถานการณ์อื่นโครงสร้างเดียวกันอาจเป็นคำถามจริงได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ Did they have to ...? น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- ผู้พูดกำลังบ่นเพราะคิดว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็น
- ผู้พูดกำลังถามอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับหน้าที่ตามกฎหมาย
- ผู้พูดกำลังชื่นชมการกระทำนั้นอย่างยินดี
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังบ่นเพราะคิดว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็น
drop this collab: ปล่อยผลงานที่ทำร่วมกัน
ในบริบทของดนตรีและความบันเทิงออนไลน์ drop สามารถหมายถึง “ปล่อย” หรือ “เผยแพร่” ส่วน collab เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ collaboration โดย collab มักหมายถึงเพลง วิดีโอ สินค้า หรือโครงการอื่นที่ผู้สร้างหลายคนทำร่วมกัน ดังนั้น drop this collab จึงหมายถึง “ปล่อยผลงานที่ทำร่วมกันนี้” ไม่ใช่ทำให้บางอย่างตกลงมาจริง ๆ ในประโยคนี้ ภาษาของวงการสื่อสร้างมุกโดยพูดถึงกาลทางไวยากรณ์เหมือนเป็นศิลปินที่ปล่อยผลงานร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ drop ในความหมายว่า “ปล่อยผลงาน” และใช้ collab ในความหมายว่า “ผลงานสร้างสรรค์ร่วมกัน” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- The researchers began a formal collaboration.
- The band will drop its new collab on Friday.
- Please don't drop the glass.
ดูคำตอบ
The band will drop its new collab on Friday.
y'all: รูปพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการของ you
Y'all เป็นรูปย่อของ you all ในประโยคนี้ใช้เรียกผู้ฟังมากกว่าหนึ่งคนโดยตรง จึงหมายถึง you ในรูปพหูพจน์ ไม่ได้หมายถึงทุกคนแบบกว้าง ๆ การใช้ y'all ทำให้การเรียกกลุ่มผู้ฟังฟังดูเป็นกันเองและเป็นภาษาสนทนา อีกทั้งยังช่วยลดความกำกวมของ you ว่าหมายถึงคนเดียวหรือหลายคน
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษให้ครบแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน สังเกตว่าผู้พูดเรียกกลุ่มคนด้วย y'all ที่มีหนึ่งพยางค์ หรือ you all ที่มีสองคำ
- Y'all can leave your coats by the door.
- Your friends can leave their coats by the door.
- You all can leave your coats by the door.
ดูคำตอบ
Y'all can leave your coats by the door.
doing too much: ทำเกินไป ไม่ใช่ทำงานหลายอย่างเสร็จ
ในประโยคนี้ doing too much เป็นการประเมินแบบไม่เป็นทางการว่าพฤติกรรม ปฏิกิริยา หรือการแสดงออกของใครบางคนเกินระดับที่สมเหตุสมผล หมายถึงทำเกินไปหรือแสดงออกเกินจริง ไม่ใช่เพียงทำงานจำนวนมากเสร็จ วลีนี้มักใช้เพื่อวิจารณ์หรือแซว กล่าวคือผู้พูดกำลังบอกให้คนกลุ่มนั้นลดระดับลงหน่อย
แบบฝึกหัด
เพื่อนนำกระเป๋าเดินทางมาห้าใบสำหรับทริปหนึ่งคืน ความคิดเห็น You're doing too much ในที่นี้หมายถึงอะไร
- พฤติกรรมของคุณเกินกว่าที่สถานการณ์ต้องการ
- คุณทำงานที่มีประโยชน์เสร็จไปหลายอย่าง
- คุณควรเตรียมตัวให้มากกว่านี้อีก
ดูคำตอบ
พฤติกรรมของคุณเกินกว่าที่สถานการณ์ต้องการ
so done with you: หมดความอดทนแล้ว
Be done with someone อาจหมายถึงหมดความอดทนกับใครบางคนและไม่อยากรับมือกับคนนั้นต่อไป ส่วน so ทำให้ความรู้สึกนี้แรงขึ้น ดังนั้น I'm so done with you จึงมีความหมายประมาณว่า “ฉันทนเธอไม่ไหวแล้วจริง ๆ” done ในที่นี้ไม่ใช่ความหมายทั่วไปว่า “ทำงานเสร็จแล้ว” ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง ประโยคนี้อาจเป็นการปฏิเสธอย่างจริงจัง หรือเป็นคำบ่นแบบล้อเล่นและพูดเกินจริงก็ได้
แบบฝึกหัด
"I'm so done with you" น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?
- ฉันหมดความอดทนกับเธออย่างสิ้นเชิงแล้ว
- ฉันกำลังจะพบเธอเป็นครั้งแรก
- ฉันทำงานชิ้นหนึ่งให้เธอเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ
ฉันหมดความอดทนกับเธออย่างสิ้นเชิงแล้ว
I swear to God: การยืนยันอย่างหนักแน่นหรือการเน้นอารมณ์
Swear to God ตามความหมายตรงตัวคือการอ้างพระเจ้าเป็นพยานว่าผู้พูดกำลังพูดความจริง ในบทสนทนา I swear to God ใช้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าคำพูดหนึ่งเป็นความจริง หรือใช้เพิ่มความแรงของความโกรธ ความตกใจ หรือความหงุดหงิดได้ ในที่นี้วลีนี้เป็นคำอุทานแสดงอารมณ์ ไม่ได้ใช้เพื่อรับรองข้อเท็จจริง จึงทำให้คำบ่นแบบเกินจริงของผู้พูดแรงขึ้น และไม่ใช่คำสาบานทางศาสนาอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ I swear to God ทำหน้าที่หลักอะไร?
- ออกคำสั่งอย่างใจเย็น
- ทำให้คำบ่นด้วยความหงุดหงิดของผู้พูดแรงขึ้น
- บอกชื่อพิธีกรรมทางศาสนาอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ทำให้คำบ่นด้วยความหงุดหงิดของผู้พูดแรงขึ้น
they're doing too much and I can't I can't I can't do it either.
0:19พวกนั้นทำเกินไปแล้ว และฉันก็ ฉันก็ ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน
hold on: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่
ในบทสนทนา hold on หมายถึง “รอก่อน” หรือ “หยุดสักครู่” โดยเป็นสำนวนที่ทำงานรวมกันทั้งวลี ผู้พูดขอให้อีกฝ่ายหยุดพูดหรือหยุดทำสิ่งใดชั่วครู่ มักเพื่อให้มีเวลาคิดหรือตรวจสอบบางอย่าง ในที่นี้ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “จับบางสิ่งไว้ต่อไป” บริบทจะบอกว่า hold on เป็นการขอให้รอหรือเป็นคำสั่งให้จับไว้แน่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “รอสักครู่”: ____, I need to check the address.
ดูคำตอบ
Hold on
The past perfect continuous gets a lot of hate and I won't stand for it. โน้ต
0:36Past Perfect Continuous โดนเกลียดเยอะมาก ซึ่งฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น
gets a lot of hate: ได้รับปฏิกิริยาเชิงลบอย่างรุนแรง
Gets a lot of hate หมายถึง “ได้รับความเป็นปรปักษ์ คำวิจารณ์รุนแรง หรือความไม่ชอบเป็นจำนวนมาก” ในที่นี้ hate เป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้น a lot of จึงบอกปริมาณของปฏิกิริยาเชิงลบ ไม่ได้หมายถึง “hates” หลายอย่างที่แยกออกจากกัน รูปแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงปฏิกิริยาจากสาธารณชนหรือบนอินเทอร์เน็ตที่มีต่อบุคคล แนวคิด ผลิตภัณฑ์ หรือผลงาน ในประโยคนี้ รูปไวยากรณ์ดังกล่าวถูกพูดถึงเหมือนเป็นสิ่งที่ผู้คนวิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม
แบบฝึกหัด
ใช้ get a lot of hate ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the trailer came out, the movie ____ online.
ดูคำตอบ
got a lot of hate
I won't stand for it: การปฏิเสธที่จะยอมทนอย่างหนักแน่น
ในประโยคนี้ I won't stand for it หมายถึง “ฉันจะไม่ยอมทนกับเรื่องนี้” คำว่า it ย้อนกลับไปถึงการวิจารณ์ past perfect continuous ส่วน stand for ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการยืน สำนวนนี้หนักแน่นกว่า I don't like it มาก เป็นการขีดเส้นชัดเจนว่าผู้พูดไม่ยอมรับสถานการณ์นี้
แบบฝึกหัด
I won't stand for it ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?
- ฉันสัญญาว่าจะอธิบายเรื่องนี้
- ฉันสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเปิดเผย
- ฉันปฏิเสธที่จะยอมทนกับเรื่องนี้
ดูคำตอบ
ฉันปฏิเสธที่จะยอมทนกับเรื่องนี้
literally the best: การเน้นแบบไม่เป็นทางการ
โดยทั่วไป literally หมายความว่าคำพูดนั้นเป็นจริงตามความหมายที่ตรงตัว ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบเทียบ แต่ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ ผู้คนยังใช้คำนี้เพื่อเพิ่มอารมณ์ให้หนักแน่นขึ้นเท่านั้น ในที่นี้ literally ทำให้คำชม the best ฟังดูกระตือรือร้นขึ้น ผู้พูดหมายความว่ามันยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้พิสูจน์ว่าการเปรียบเทียบอย่างเป็นกลางจัดให้มันอยู่อันดับหนึ่ง
แบบฝึกหัด
literally ทำหน้าที่อะไรใน It's literally the best?
- แยกความหมายตรงตัวกับความหมายเชิงเปรียบเทียบอย่างรอบคอบ
- ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้คำชมแบบไม่เป็นทางการ
- รายงานผลจากการจัดอันดับอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้คำชมแบบไม่เป็นทางการ
You don't even have to change the verb form based on the subject. โน้ต
0:41เธอไม่ต้องเปลี่ยนรูปกริยาตามประธานด้วยซ้ำ
don't even have to change: เน้นว่า “ไม่จำเป็นต้อง...ด้วยซ้ำ”
don't have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าไม่จำเป็นต้องทำการกระทำนั้น ในที่นี้ change เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง to even เพิ่มน้ำหนักว่า การเปลี่ยนรูปคำกริยาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่เป็นขั้นตอนที่ไม่จำเป็นต้องทำด้วยซ้ำ ความหมายนี้ไม่ได้บอกว่าห้ามเปลี่ยน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการพิมพ์ไม่จำเป็นอย่างที่อาจคาดไว้ ไม่ได้หมายความว่าถูกห้าม?
- You can't print the ticket.
- You mustn't print the ticket.
- You don't even have to print the ticket.
ดูคำตอบ
You don't even have to print the ticket.
based on the subject: ระบุเกณฑ์ที่ใช้
based on + กลุ่มคำนาม ใช้ระบุข้อมูล กฎ หรือเกณฑ์ที่นำมาใช้ในการตัดสินใจหรือการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ ประธานคือเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่าจะเปลี่ยนรูปคำกริยาหรือไม่ วลีนี้ใช้ขยายกลุ่มคำกริยาได้ เช่น choose based on price หรือใช้ร่วมกับ be ได้ เช่น The choice is based on price.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เน้นไว้ในบทเรียน ซึ่งหมายถึง “ใช้สิ่งนี้เป็นเกณฑ์”: Teams are formed ____ age.
ดูคำตอบ
based on
stays the same: คงเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง
stays the same หมายถึง “ยังคงเหมือนเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง” ในที่นี้ stay ทำหน้าที่เชื่อมประธานกับคำบอกสภาพ the same เมื่อประธานคือ it คำว่า stay จึงเติม -s เป็น stays โครงสร้างนี้ใช้บอกว่ากฎ ราคา รูปร่าง หรือสภาพอื่น ๆ ไม่เปลี่ยนไปตามเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดฤดูร้อน
- The museum fee stays the same throughout the summer.
- The museum fee stay the same throughout the summer.
- The museum fee stays same throughout the summer.
ดูคำตอบ
The museum fee stays the same throughout the summer.
Let's start with an example: เปลี่ยนจากแนวคิดไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
Let's start with an example เป็นวลีบอกลำดับที่ช่วยจัดโครงสร้างคำอธิบาย วลีนี้บอกผู้ฟังว่าขั้นแรกจะเริ่มจากตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ก่อนจะไปต่อที่กฎหรือแนวคิด Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในขั้นตอนถัดไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Let's start with + คำนาม เช่น Let's start with the main question
แบบฝึกหัด
คุณกำลังพาผู้ฟังจากบทนำเข้าสู่ตัวอย่างแรก วลีเชื่อมใดเป็นธรรมชาติ
- Let's start from with a quick example.
- Let's start with a quick example.
- Let's starting with a quick example.
ดูคำตอบ
Let's start with a quick example.
had been working ... for 5 years: ต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งในอดีต
had been working เป็น past perfect continuous มีโครงสร้าง had + been + กริยา-ing โดยมองย้อนกลับจากจุดหนึ่งในอดีต และแสดงว่ากิจกรรมดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงจุดนั้น for 5 years บอกระยะเวลา ในที่นี้การได้เลื่อนตำแหน่งคือจุดที่เกิดขึ้นภายหลังในอดีต และการทำงานห้าปีดำเนินมาถึงจุดนั้น ประโยคไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นหยุดทำงานหลังได้เลื่อนตำแหน่งหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past perfect continuous ของ wait: By the time the bus arrived, we ____ for forty minutes.
ดูคำตอบ
had been waiting
before I got the promotion: ระบุเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดภายหลัง
before I got the promotion ระบุเหตุการณ์ที่เกิดภายหลังบนเส้นเวลาในอดีตนี้ การทำงานสะสมครบห้าปีแล้ว จากนั้นจึงเกิดการเลื่อนตำแหน่ง อนุประโยคที่มี before ใช้ simple past คือ got เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เป็นจุดอ้างอิง ส่วนกิจกรรมที่เริ่มก่อนและดำเนินต่อเนื่องแยกแสดงด้วย had been working จึงเห็นลำดับชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำงานหยุดลงหลังจากได้เลื่อนตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เส้นเวลาใดตรงกับประโยคนี้?
- บุคคลนั้นได้เลื่อนตำแหน่งก่อนเริ่มทำงานเป็นเวลาห้าปี
- การทำงานห้าปีและการเลื่อนตำแหน่งต้องเริ่มในเวลาเดียวกัน
- เมื่อเกิดการเลื่อนตำแหน่ง บุคคลนั้นทำงานที่บริษัทมาแล้วห้าปี
ดูคำตอบ
เมื่อเกิดการเลื่อนตำแหน่ง บุคคลนั้นทำงานที่บริษัทมาแล้วห้าปี
take a look at the form: ชวนให้ทุกคนหันมาสนใจร่วมกัน
take a look at + คำนาม หมายถึง “มองหรือพิจารณาบางสิ่งสั้น ๆ” ในประโยคนี้ Let's ทำให้วลีนี้เป็นคำชวนอย่างเป็นมิตร เพื่อพาความสนใจของทุกคนไปยังรูปแบบไวยากรณ์ ในที่นี้ look เป็นคำนามในโครงสร้าง take a look และ at ใช้นำหน้าสิ่งที่จะดู โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Let's take a look at + คำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เรียนด้านบน: Let's ____ the schedule before we begin.
ดูคำตอบ
take a look at
it's had plus been plus the -ing form of the verb. ไวยากรณ์
0:55มันคือ had บวก been บวกรูป -ing ของคำกริยา
had plus been plus the -ing form: โครงสร้าง past perfect continuous
had plus been plus the -ing form แสดงลำดับคำของ past perfect continuous คือ had + been + คำกริยาหลักรูป -ing ในคำอธิบายแบบพูด plus หมายถึง “ตามด้วย” เหมือนเครื่องหมายบวกที่เชื่อมส่วนต่าง ๆ ของสูตร had และ been คงรูปเดิมไม่ว่าประธานจะเป็นอะไร เพียงเลือกคำกริยาหลักแล้วเปลี่ยนเป็นรูป -ing เช่น I had been reading, she had been reading และ they had been reading
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past perfect continuous ของ study: Before lunch, Mia ____ for three hours.
ดูคำตอบ
had been studying
The past perfect continuous is used to highlight or describe events or actions ไวยากรณ์
1:01Past Perfect Continuous ใช้เพื่อเน้นหรืออธิบายเหตุการณ์หรือการกระทำ
is used to highlight or describe: การบอกจุดประสงค์
“is used to highlight or describe” หมายถึง “มีจุดประสงค์เพื่อเน้นหรือบรรยาย” วลีนี้ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be used to + กริยารูปพื้นฐาน โดย highlight และ describe เป็นกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมกันด้วย or ประธานคือ past perfect continuous ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่ากาลนี้ใช้เพื่ออะไร ในที่นี้ used to ไม่ได้หมายถึง “เคยทำบางสิ่งเป็นประจำในอดีต”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย be used to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกจุดประสงค์: A dictionary ____ check the meanings of words.
ดูคำตอบ
is used to
were ongoing ... continued up to another point in the past: ดำเนินต่อไปถึงอีกช่วงหนึ่งในอดีต
“were ongoing in the past” แสดงว่าเหตุการณ์หรือการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่แล้วในช่วงเวลาหนึ่งของอดีต ส่วน “continued up to another point in the past” เพิ่มช่วงเวลาที่เกิดภายหลังแต่ยังอยู่ในอดีต ซึ่งกิจกรรมนั้นดำเนินต่อไปจนถึงจุดนั้น เมื่อรวมกัน สองวลีนี้อธิบายกิจกรรมที่เริ่มก่อนและดำเนินต่อไปถึงช่วงเวลาที่มาทีหลัง โดยเวลาทั้งสองอยู่ในอดีต ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนั้นต้องดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่ากิจกรรมกำลังดำเนินอยู่ในอดีตและดำเนินต่อไปจนถึงอีกจุดหนึ่งในอดีต?
- They began waiting after the bus arrived.
- They had been waiting for an hour when the bus arrived.
- They have been waiting for an hour, and the bus has not arrived yet.
ดูคำตอบ
They had been waiting for an hour when the bus arrived.
continued up to another point: การระบุจุดสิ้นสุด
ใน continued up to another point คำว่า up to ระบุจุดสิ้นสุดที่การกระทำหรือสภาวะซึ่งดำเนินอยู่ช่วงหนึ่งไปถึง วลีนี้หมายความว่าสิ่งนั้นดำเนินต่อไปจนถึงจุดที่อยู่ภายหลังในอดีต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ continue up to + เวลาหรือช่วง เช่น The roadworks continued up to Friday. ส่วนที่อยู่หลัง up to ตอบคำถามว่า “ดำเนินต่อไปจนถึงจุดใดในเวลา”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าดนตรีเล่นต่อเนื่องจนถึงเที่ยงคืน
- The music continued up to midnight.
- The music continued from midnight.
- The music had started by midnight.
ดูคำตอบ
The music continued up to midnight.
which is when I got promoted: การอธิบายเวลาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ใน which is when I got promoted คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึงเวลาหรือช่วงที่กล่าวไว้ก่อนอนุประโยคนี้ ส่วน is when ระบุเวลานั้นให้ชัดด้วยการบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ใช้รูปแบบ ข้อมูลเวลา, which is when + อนุประโยค เพื่อเชื่อมวันที่ ช่วงเวลา หรือจุดเปลี่ยนที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับเหตุการณ์หนึ่งโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ which is when เพื่อเชื่อมเวลาที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น
- I moved to Bristol, which is where I started college.
- I moved there in 2020, which is when I started college.
- I moved to be closer to campus, which is why I started college.
ดูคำตอบ
I moved there in 2020, which is when I started college.
It is also used to show cause and effect in the past. การใช้คำ
1:23มันยังใช้เพื่อแสดงเหตุและผลในอดีตได้ด้วย
show cause and effect: แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล
“Cause and effect” เป็นกลุ่มคำนามที่ใช้คู่กันเป็นสำนวนตายตัว หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นกับผลที่ตามมา ใน “show cause and effect” คำว่า show หมายถึงการทำให้ความสัมพันธ์นั้นชัดเจน สำนวนนี้ใช้ได้เมื่ออธิบายเหตุการณ์ การทดลอง เรื่องราว หรือการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุกับผลที่เกิดขึ้น: The chart helps us understand ____.
ดูคำตอบ
cause and effect
because she had been jogging for 5 hours: ใช้กิจกรรมต่อเนื่องอธิบายผลลัพธ์ในอดีต
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because บอกสาเหตุของผลลัพธ์ในอดีต she was tired ส่วน Had been jogging เป็นรูป past perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง had been + กริยา-ing และ For 5 hours บอกว่ากิจกรรมนั้นดำเนินมานานเท่าไร รูปนี้วางกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องไว้ก่อนจุดหนึ่งในอดีต และแสดงว่ากิจกรรมนั้นทำให้เกิดหรือใช้อธิบายสภาพที่ตามมา ในที่นี้ การวิ่งจ็อกกิงเกิดขึ้นก่อนที่จะสังเกตเห็นความเหนื่อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past perfect continuous ของ work: Mia was sleepy because she ____ on her project all night.
ดูคำตอบ
had been working
Teacher, teacher, teacher, teacher: การเรียกซ้ำเพื่อแสดงความเร่งด่วน
การพูด Teacher ซ้ำหลายครั้งเป็นวิธีเรียกให้ครูหันมาสนใจอย่างรวดเร็ว ในที่นี้ การพูดซ้ำแสดงว่าผู้พูดรีบแทรกหรืออยากได้โอกาสพูด ไม่ได้หมายถึงกำลังเรียกครูสี่คน ในการสนทนา การพูดชื่อหรือคำเรียกของคนคนหนึ่งซ้ำ ๆ อาจทำให้การเรียกร้องความสนใจฟังดูเร่งด่วน ตื่นเต้น หรือไม่อดทนมากขึ้น ต้องดูน้ำเสียงและสถานการณ์ว่าต้องการสื่อความรู้สึกใด
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในการประชุมอย่างเป็นทางการ การพูด Chair, Chair, Chair, Chair มักเป็นวิธีขอพูดที่สุภาพและเป็นกลาง
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
it sounds really similar to the past perfect simple. วลี
1:33มันฟังดูเหมือน Past Perfect Simple มากๆ เลยนะคะ
sounds really similar to: บอกว่าสองสิ่งให้ความรู้สึกคล้ายกันมาก
sounds really similar to หมายถึงสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกคล้ายกับอีกสิ่งหนึ่งมากเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อม จึงตามด้วยคำคุณศัพท์ similar ส่วน to ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ really เพิ่มระดับความหมายของ similar ให้แรงขึ้น สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบเสียงจริงได้ และยังใช้เปรียบเทียบไวยากรณ์ ความคิด คำอธิบาย หรือแผนจากความรู้สึกที่สิ่งเหล่านั้นให้ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง sound + similar + to ได้ถูกต้อง
- Your idea sounds very similar to mine.
- Your idea sounds very similarly to mine.
- Your idea sounds very similar with mine.
ดูคำตอบ
Your idea sounds very similar to mine.
Well, yeah, kind of. กับการเห็นด้วยแบบมีข้อสงวน
“Well, yeah, kind of.” เป็นการเห็นด้วยแบบมีข้อสงวน yeah แสดงว่าเห็นด้วยในเบื้องต้น ส่วน well บอกถึงการหยุดคิดหรือการปรับคำตอบ และ kind of หมายถึง “ในระดับหนึ่ง” ผู้พูดจึงไม่ได้ยืนยันอย่างเต็มที่ คำตอบนี้มักเตรียมให้ผู้ฟังรู้ว่าจะมีการแก้ไข การแยกความแตกต่าง หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมตามมา ให้เข้าใจว่า “ประมาณว่าใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด” ไม่ใช่คำตอบ yes ที่หนักแน่น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับท่าทีของผู้พูดมากที่สุด
- ผู้พูดเห็นด้วยอย่างสมบูรณ์และไม่มีอะไรจะเพิ่มเติม
- ผู้พูดปฏิเสธความคิดนั้นโดยสิ้นเชิง
- ผู้พูดเห็นด้วยเพียงบางส่วนและอาจเพิ่มข้อจำกัด
ดูคำตอบ
ผู้พูดเห็นด้วยเพียงบางส่วนและอาจเพิ่มข้อจำกัด
But we use the past perfect simple to just refer to the completion of the event ไวยากรณ์
1:38แต่เราใช้ Past Perfect Simple เพื่ออ้างอิงถึงความเสร็จสมบูรณ์ของเหตุการณ์เท่านั้น
refer to the completion of the event: เน้นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์
ในที่นี้ refer to หมายถึง “ชี้ไปที่” หรือ “นำเสนอให้เป็นจุดสนใจหลัก” กลุ่มคำนาม the completion of the event หมายถึงข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์นั้นสิ้นสุดแล้ว ในการเปรียบเทียบนี้ past perfect simple นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้าเป็นสิ่งที่เสร็จสมบูรณ์แล้วก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีต จุดสนใจอยู่ที่ผลลัพธ์หรือข้อเท็จจริงที่เสร็จแล้ว ไม่ใช่กิจกรรมที่ดำเนินไปตามเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นผลลัพธ์ที่เสร็จแล้วก่อนกำหนดเวลาในอดีตได้ชัดเจนที่สุด
- At noon, Ava was writing the report.
- By noon, Ava had been writing the report.
- By noon, Ava had written the report.
ดูคำตอบ
By noon, Ava had written the report.
focus on the activity and how long it goes on for: เน้นกระบวนการและระยะเวลา
วลีนี้บอกว่า past perfect continuous เน้นสิ่งใดเป็นหลัก นั่นคือมองกิจกรรมเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่และเน้นระยะเวลาของกิจกรรมนั้น ใช้การเน้นแบบนี้เมื่อกิจกรรมดำเนินอยู่ก่อนจุดอ้างอิงหนึ่งในอดีต และมักต่อเนื่องมาจนถึงจุดนั้น โดยสิ่งสำคัญคือมีอะไรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นนานเท่าใด ไม่ใช่เพียงว่าสิ่งนั้นเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่ากิจกรรมหนึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนจุดอ้างอิงในอดีต
- Before dinner, Leo had practised the song once.
- After dinner, Leo practised the piano once.
- Before dinner, Leo had been practising the piano for two hours.
ดูคำตอบ
Before dinner, Leo had been practising the piano for two hours.
goes on for: การบอกระยะเวลา
ใน goes on for คำว่า go on หมายถึงดำเนินต่อหรือกินเวลา ส่วน for ใช้นำหน้าช่วงเวลา ดังนั้น how long it goes on for จึงใช้ถามหรือบอกว่ากิจกรรมนั้นกินเวลานานเท่าใด เมื่อประธานใน present tense เป็นเอกพจน์ เช่น it ให้ใช้ goes: The lesson goes on for an hour. รูปกริยาอาจเปลี่ยนตามประธานหรือเวลา แต่ on for ยังคงอยู่หน้าระยะเวลา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ go on for เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The course ____ three hours.
ดูคำตอบ
goes on for
You know what?: เกริ่นการตัดสินใจใหม่
ในที่นี้ You know what? ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้อะไรหรือไม่ แต่เป็นคำเกริ่นในการสนทนาที่ส่งสัญญาณว่า “เพิ่งนึกอะไรออก” วลีนี้ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะพูดต่อ ซึ่งมักเป็นการตัดสินใจใหม่ ข้อเสนอ หรือการเปลี่ยนแผน โดยปกติผู้พูดจะพูดต่อทันทีแทนที่จะรอคำตอบว่าใช่หรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ You know what? เพื่อเกริ่นการตัดสินใจที่เพิ่งเกิดขึ้น?
- You know the route to the station.
- You know what? Let's leave before it starts raining.
- Do you know what time the shop closes?
ดูคำตอบ
You know what? Let's leave before it starts raining.
Let's go back to the previous example: กลับไปยังเนื้อหาก่อนหน้า
Let's go back to the previous example ใช้นำความสนใจของกลุ่มกลับไปยังเนื้อหาที่พูดถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งมักเป็นตัวอย่างที่อยู่ก่อนตัวอย่างปัจจุบันทันที เป็นวลีบอกทิศทางของเนื้อหาที่ใช้ในการอธิบาย การนำเสนอ และการอภิปราย โครงสร้างคือ let’s + กริยารูปพื้นฐาน และในที่นี้ตามด้วย go back to + หัวข้อหรือเนื้อหา คำว่า go back ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องมีใครเคลื่อนที่กลับไปจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย go back และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Let's ____ the previous slide.
ดูคำตอบ
go back to
Let's switch it to ...: เปลี่ยนเป็นรูปแบบใหม่
“Let's switch it to ...” หมายถึง “มาเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นรูปแบบหรือการตั้งค่าอื่นกัน” ในประโยคนี้ it หมายถึงประโยคหรือรูปกริยาที่กำลังพูดถึง และวลีหลัง to บอกชื่อรูปแบบใหม่ คือ past perfect simple โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ switch + กรรม + to + รูปแบบ โหมด ภาษา เวอร์ชัน หรือแผนใหม่ ส่วน Let's ทำให้การเปลี่ยนนี้เป็นข้อเสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ switch + กรรม + to + การตั้งค่าใหม่ได้ถูกต้อง
- Let's switch the app to dark mode.
- Let's switch dark mode to the app.
- Let's switch the app with dark mode.
ดูคำตอบ
Let's switch the app to dark mode.
had worked ... for 5 years: ข้อเท็จจริงก่อนเหตุการณ์ในอดีต
Had worked เป็น past perfect simple มีโครงสร้าง had + กริยาช่องที่ 3 worked รูปนี้วางช่วงเวลาห้าปีไว้ก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง คือ got the promotion ส่วน For 5 years บอกว่ามีประสบการณ์สะสมมานานเท่าใดจนถึงจุดนั้น รูป simple นำเสนอช่วงห้าปีนั้นเป็นข้อเท็จจริงโดยรวมที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวรูปนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเลิกทำงานที่บริษัทหลังจากได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ had worked ในตัวอย่างมากที่สุด
- อธิบายงานที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
- นำเสนอการทำงานห้าปีเป็นข้อเท็จจริงที่สะสมขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง
- บอกว่าการทำงานห้าปีจะเกิดขึ้นหลังจากได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
ดูคำตอบ
นำเสนอการทำงานห้าปีเป็นข้อเท็จจริงที่สะสมขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง
we're just mentioning that we had worked there for 5 years. ลำดับความ
1:58เราแค่พูดถึงว่าเราทำงานที่นั่นมา 5 ปีแล้ว
just mentioning: จำกัดข้อความให้เป็นเพียงการกล่าวถึง
ใน just mentioning คำว่า just จำกัดสิ่งที่ผู้พูดกำลังทำ หมายถึงผู้พูดเพียงยกข้อเท็จจริงขึ้นมากล่าว ไม่ได้ทำให้เป็นประเด็นหลักหรือเน้นตัวกิจกรรมนั้น การใช้ just แบบนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลในคำอธิบาย โดยบอกผู้ฟังให้รับข้อมูลที่ตามมาเป็นเพียงข้อเท็จจริง และไม่ตีความว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
just ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ทำให้ข้อเท็จจริงนี้ฟังดูสำคัญเป็นพิเศษ
- บอกว่าข้อเท็จจริงนี้เพิ่งถูกกล่าวถึงเมื่อสักครู่
- จำกัดข้อความให้เป็นเพียงการยกข้อเท็จจริงขึ้นมากล่าว
ดูคำตอบ
จำกัดข้อความให้เป็นเพียงการยกข้อเท็จจริงขึ้นมากล่าว
We're not really focusing on the activity or highlighting its importance น้ำเสียง/เจตนา
2:02เราไม่ได้เน้นไปที่กิจกรรม หรือชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของมันจริงๆ
not really focusing on: การปฏิเสธแบบนุ่มนวล
ใน not really focusing on ลำดับคำ not really ทำให้การปฏิเสธนุ่มนวลขึ้น หมายความว่ากิจกรรมนั้นไม่ใช่จุดสนใจหลัก แต่อาจยังได้รับความสนใจอยู่บ้าง รูปนี้ไม่เด็ดขาดเท่ากับการพูดว่า not focusing on ... at all
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างนุ่มนวลว่าความเร็วไม่ใช่จุดสนใจหลัก แต่ยังเปิดช่องว่าอาจให้ความสนใจอยู่บ้าง?
- We're really not focusing on speed at all.
- We're focusing mainly on speed.
- We're not really focusing on speed yet.
ดูคำตอบ
We're not really focusing on speed yet.
and we're not saying that it got us the promotion. ไวยากรณ์
2:07และเราไม่ได้บอกว่ามันทำให้เราได้เลื่อนตำแหน่ง
got us the promotion: โครงสร้าง get + คน + สิ่งของ
ใน got us the promotion คำว่า get หมายถึงบางสิ่งทำให้หรือช่วยให้เราได้รับการเลื่อนตำแหน่ง วลีนี้ใช้โครงสร้างกรรมสองตัว get + คน + สิ่งของ โดย get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสิ่งของจริง ๆ ทั้งประโยคบอกว่าผู้พูดไม่ได้อ้างว่าสิ่งนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว โครงสร้างนี้ยังใช้กับสิ่งของหรือโอกาสที่ใครคนหนึ่งได้รับได้ เช่น get someone a job หรือ get someone an interview
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ get + her + the job เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Her excellent interview ____.
ดูคำตอบ
got her the job
Whereas: เกริ่นอีกด้านหนึ่งของข้อเปรียบต่าง
Whereas เป็นสัญญาณว่าควรนำอนุประโยคนี้ไปเปรียบเทียบกับข้อความก่อนหน้า คำนี้ใช้เกริ่นอีกด้านหนึ่งที่แตกต่างหรือตรงกันข้าม คล้ายกับคำว่า “ในทางตรงกันข้าม” หน้าที่ของมันคือจัดแนวคิดสองอย่างให้เป็นข้อเปรียบต่าง ไม่ใช่บอกเหตุหรือผล ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Whereas คือด้านที่สองของการเปรียบเทียบที่เริ่มไว้ในบริบทก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบอย่างชัดเจนว่าแผนหนึ่งราคาถูกกว่า แต่อีกแผนหนึ่งเร็วกว่า?
- The first plan is cheaper, so the second is faster.
- The first plan is cheaper because the second is faster.
- The first plan is cheaper, whereas the second is faster.
ดูคำตอบ
The first plan is cheaper, whereas the second is faster.
I'm really highlighting all the work that I'd done there for 5 years ไวยากรณ์
2:14ฉันกำลังเน้นย้ำถึงงานทั้งหมดที่ฉันทำที่นั่นมาตลอด 5 ปีจริงๆ
that I'd done there for 5 years: I'd หมายถึง I had
ใน that I'd done there for 5 years คำว่า that เริ่มอนุประโยคขยายที่อธิบาย all the work ส่วน I'd done เป็นรูปย่อของ I had done นี่คือ past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + กริยาช่องสาม Past perfect ใช้มองย้อนกลับจากจุดหนึ่งในอดีตที่เกิดทีหลัง งานตลอดห้าปีได้สะสมไว้ก่อนการเลื่อนตำแหน่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ส่วน for 5 years บอกระยะเวลาของช่วงการทำงานนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปย่อของ I had และกริยาช่องสามของ finish เติมลงในช่องว่าง: Before the guests arrived, ____ all the preparations.
ดูคำตอบ
I'd finished
and the fact that I got the promotion because of it. โน้ต
2:18รวมถึงความจริงที่ว่าฉันได้เลื่อนตำแหน่งก็เพราะเหตุนี้
the fact that: กล่าวถึงอนุประโยคสมบูรณ์ในฐานะข้อเท็จจริง
the fact that ตามด้วยข้อความที่สมบูรณ์หรืออนุประโยคบอกเล่า ในที่นี้ I got the promotion because of it บอกอย่างชัดเจนว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร ในทางไวยากรณ์ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ให้เนื้อหาของคำนาม fact โครงสร้างทั้งหมดช่วยให้ผู้พูดกล่าวถึงสถานการณ์ทั้งเรื่องในฐานะข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเชื่อมคู่กับ all the work และเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้พูดกำลังเน้น
แบบฝึกหัด
นำคำว่า the, fact และ that มาเรียงในช่องว่างให้ถูกต้อง: We can't ignore ____ the pool is closed today.
ดูคำตอบ
the fact that
because of it: ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่รู้แล้ว
because of it หมายถึง “เนื่องจากสิ่งหรือเรื่องนั้น” โดย it ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลที่รู้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องพูดเหตุผลนั้นซ้ำ because of ประกอบกับคำนามหรือคำสรรพนามที่ตามหลังเพื่อสร้างวลีบุพบท ในประโยคนี้ because of it บอกเหตุผลที่ผู้พูดได้เลื่อนตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย because of + คำสรรพนาม it: The road was closed. We had to turn back ____.
ดูคำตอบ
because of it
doesn't suck now: คำชมแบบไม่เป็นทางการและตรงไปตรงมาหลังจากดีขึ้น
suck ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “ดูด” ตามความหมายตรงตัว ในภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นทางการมาก something sucks หมายถึงบางสิ่งแย่มากหรือน่าผิดหวัง ส่วน It doesn't suck หมายถึงมันไม่ได้แย่ และมักเป็นคำชมแบบไม่เต็มที่มากกว่าการชมอย่างชัดเจน now สื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้มันอาจจะแย่ แต่ตอนนี้ผู้พูดคิดว่าพอใช้ได้หรือดีขึ้น
แบบฝึกหัด
ตัดสินสถานการณ์: ในการประเมินโครงการอย่างเป็นทางการ เหมาะสมหรือไม่ที่จะพูดว่า "The new system doesn't suck now"?
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
like the past perfect's sister: อุปมาความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์ด้วยครอบครัว
ใน like the past perfect's sister คำว่า like ใช้เปิดการเปรียบเทียบ ส่วน sister เป็นคำเปรียบ ไม่ได้หมายถึงสมาชิกครอบครัวจริง ๆ ผู้พูดทำให้กาลที่กำลังอธิบายดูเหมือนเป็นคน และนำเสนอว่าเป็นญาติใกล้ชิดของ past perfect อุปมานี้สื่อว่ากาลทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดและมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน แต่ยังคงแตกต่างกันอยู่ เป็นวิธีอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดนามธรรมแบบไม่เป็นทางการและจดจำง่าย
แบบฝึกหัด
อุปมา the past perfect's sister ในที่นี้ต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก?
- กาลนี้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ past perfect แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
- กาลนี้ใช้แทน past perfect ได้ทุกครั้ง
- past perfect เป็นของผู้หญิงจริง ๆ คนหนึ่ง
ดูคำตอบ
กาลนี้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ past perfect แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
be appreciated for all of her hard work: บอกเหตุผลที่ได้รับการยอมรับ
be appreciated for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงได้รับคำขอบคุณ การยอมรับ หรือการเห็นคุณค่าเพราะเหตุผลนั้น เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยคนหรือสิ่งที่ได้รับการเห็นคุณค่าเป็นประธาน และ for ใช้นำเหตุผล ในที่นี้ her สานต่อการทำให้ past perfect continuous ดูเหมือนเป็นคน ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงจริง ๆ ส่วน all of her hard work ทำให้กาลนี้ดูราวกับว่าได้ทำงานหนักจริง ๆ ในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ได้รับการยอมรับเพราะ”: Noor was ____ her careful work.
ดูคำตอบ
appreciated for