อีโมจิทำให้ภาษาดีขึ้นหรือไม่? - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
927 คำ 160 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: แซมและนีลอธิบายว่าอีโมจิช่วยเติมสัญญาณทางอารมณ์ที่มักหายไปจากการสื่อสารด้วยตัวอักษรได้อย่างไร พร้อมพิจารณาคำวิจารณ์เรื่องการใช้อีโมจิ มุมมองของนักภาษาศาสตร์ที่เห็นว่าอีโมจิเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่มีประโยชน์ และงานวิจัยที่เชื่อมโยงการแสดงอารมณ์ได้ชัดเจนขึ้นกับความสำเร็จในการหาคู่ออนไลน์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. That's where emojis come in. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การใช้ประโยคเชื่อมนี้หลังจากกล่าวถึงปัญหาหรือสิ่งที่ขาดหายไป แล้วจึงแนะนำบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ ทำให้เรียบเรียงคำอธิบายต่อได้อย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องกล่าวปัญหาทั้งหมดซ้ำ 2. the grammar police — สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าเป็นคำเปรียบเทียบเชิงล้อเลียนและวิจารณ์คนที่ยึดติดกับความถูกต้องแบบเป็นทางการและชอบแก้การสะกดหรือไวยากรณ์ของผู้อื่น จึงไม่สับสนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง และจับน้ำเสียงเหน็บแนมบนอินเทอร์เน็ตได้ 3. better able to express — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ better able to ตามด้วยคำกริยาเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแสดงออกหรือกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นทางเลือกที่เป็นทางการและแม่นยำกว่า can โดยเฉพาะเมื่อต้องอธิบายว่าเครื่องมือหรือการเปลี่ยนแปลงช่วยพัฒนาความสามารถที่มีอยู่แล้วอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Sam.

0:11

ฉันคือ Sam

And I'm Neil.

0:11

และผมคือ Neil

It's nice to see you, Neil. น้ำเสียง/เจตนา

0:12

ดีใจที่ได้เจอกันนะ Neil

น้ำเสียง/เจตนา

nice to see you: คำทักทายที่เป็นมิตรเมื่อพบกัน

Nice to see you เป็นคำทักทายที่เป็นมิตร ใช้บอกว่าคุณดีใจที่ได้พบอีกฝ่าย ในที่นี้ see หมายถึง “พบหรือได้อยู่ด้วยกัน” ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตาเพียงอย่างเดียว มักใช้เริ่มบทสนทนากับคนที่คุณรู้จักอยู่แล้ว ประโยคเต็มคือ It's nice to see you แต่ผู้พูดก็มักพูดสั้น ๆ ว่า Nice to see you เช่นกัน

แบบฝึกหัด

หลังปิดเทอม คุณพบเพื่อนที่รู้จักอยู่แล้ว คำทักทายใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I can see you again.
  2. Nice to see you again.
  3. Nice to meet you for the first time.
ดูคำตอบ

Nice to see you again.

Smiley face, การใช้คำ

0:14

หน้ายิ้ม

การใช้คำ

smiley face: ชื่อของสัญลักษณ์หน้ายิ้ม

Smiley face คือรูปภาพ ไอคอน หรืออีโมจิแบบง่ายที่เป็นใบหน้ากำลังยิ้ม ในวลีนี้ smiley ขยายคำว่า face และสองคำนี้รวมกันเป็นชื่อของสัญลักษณ์ โดยทั่วไปวลีนี้ใช้เรียกสัญลักษณ์ที่วาดขึ้นหรืออยู่ในรูปดิจิทัล ไม่ได้หมายถึงใบหน้าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ไอคอนวงกลมแบบง่ายมีจุดสองจุดเป็นดวงตาและเส้นโค้งเป็นรอยยิ้ม ชื่อภาษาอังกฤษทั่วไปที่เหมาะสมคือข้อใด

  1. a face-to-face meeting
  2. a smiling child
  3. a smiley face
ดูคำตอบ

a smiley face

high five, การใช้คำ

0:15

แตะมือ

การใช้คำ

high five: ท่าทางที่ใช้ฝ่ามือที่กางออกมาแตะกัน

high five คือท่าทางที่คนสองคนยกมือที่กางออกแล้วตบฝ่ามือเข้าหากัน ใช้ฉลองความสำเร็จ ให้กำลังใจหรือแสดงความเห็นด้วย และใช้ทักทายอย่างเป็นมิตรได้ ให้เข้าใจ high five เป็นวลีคำนามหนึ่งชุด ในคำบรรยายนี้คำนี้เป็นชื่อของท่าทาง ส่วน five เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับเลขห้าตามปกติ รูปแบบที่พบบ่อยคือ give someone a high five

แบบฝึกหัด

เติมชื่อท่าทางเป้าหมายลงในประโยคภาษาอังกฤษ: Nina raised her open hand, and Omar slapped it with his palm. They gave each other a ____.

ดูคำตอบ

high five

fist bump. การใช้คำ

0:16

ชนหมัด

การใช้คำ

fist bump: ท่าทางที่ใช้กำปั้นมาแตะกัน

fist bump คือท่าทางที่คนสองคนนำกำปั้นมาแตะกันเบา ๆ โดยปกติให้ข้อนิ้วชนกัน ใช้ทักทาย ฉลอง ให้กำลังใจ หรือแสดงความเห็นด้วยได้ ให้เข้าใจ fist bump เป็นวลีคำนามหนึ่งชุด ในที่นี้ bump หมายถึงการสัมผัสทางสังคมอย่างตั้งใจและเบา ๆ ไม่ใช่การชนกันโดยบังเอิญ รูปแบบที่พบบ่อยคือ give someone a fist bump

แบบฝึกหัด

เติมชื่อท่าทางเป้าหมายลงในประโยคภาษาอังกฤษ: After scoring, the teammates gently touched their closed fists together. They celebrated with a ____.

ดูคำตอบ

fist bump

What is this, Sam?

0:17

นี่คืออะไรหรือ Sam?

Are you saying hello with emojis?

0:18

คุณกำลังทักทายด้วยอีโมจิใช่ไหม?

Yes, I am.

0:20

ใช่เลย

In this program,

0:21

ในรายการนี้

we're entering the world of emojis, ลำดับความ

0:22

เรากำลังเข้าสู่โลกของอีโมจิ

ลำดับความ

entering the world of emojis: นำเสนอหัวข้อให้เป็นโลกที่น่าสำรวจ

ในที่นี้ entering the world of emojis หมายถึงการเริ่มสำรวจเรื่องอีโมจิ ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินเข้าไปในสถานที่จริง แต่ใช้ world เปรียบกับขอบเขตความสนใจเรื่องหนึ่ง รูปแบบ enter the world of + หัวข้อ ทำให้หัวข้อนั้นดูเหมือนเป็นโลกที่ผู้ชมสำรวจได้ เมื่อใช้ตอนเปิดรายการ รูปแบบนี้จะบอกว่าส่วนถัดไปกำลังจะเน้นเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ entering the world of emojis ทำหน้าที่อะไร

  1. ผู้ดำเนินรายการเดินทางไปยังสถานที่ชื่อ Emojis
  2. รายการเริ่มสำรวจอีโมจิในฐานะหัวข้อหนึ่ง
  3. รายการยุติการพูดคุยเรื่องอีโมจิ
ดูคำตอบ

รายการเริ่มสำรวจอีโมจิในฐานะหัวข้อหนึ่ง

the small characters people use to show emotions ไวยากรณ์

0:25

ตัวอักษรเล็กๆ ที่ผู้คนใช้แสดงอารมณ์

in texts and emails.

0:28

ในข้อความและอีเมล

ไวยากรณ์

characters people use ...: การละคำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม

ส่วน people use to show emotions ขยายคำนาม characters เพื่อบอกว่าหมายถึง characters แบบใด ไม่ได้เริ่มประโยคหลักประโยคใหม่ รูปเต็มคือ characters that people use to show emotions คำสรรพนามเชื่อมความ that ทำหน้าที่เป็นกรรมของ use จึงละได้ในอนุประโยคขยายคำนามแบบจำกัดความ โครงสร้างสั้นแบบ “คำนาม + อนุประโยค” นี้พบบ่อยในคำนิยาม

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้โครงสร้าง “คำนาม + อนุประโยคขยายคำนามที่ละคำสรรพนามเชื่อมความซึ่งเป็นกรรม” เหมือน characters people use to show emotions

  1. the tools people use to open bottles
  2. people use the tools to open bottles
  3. the tools that open bottles
ดูคำตอบ

the tools people use to open bottles

Do you have a favorite emoji, Neil?

0:29

คุณมีอีโมจิที่ชอบไหม Neil?

Mine's the crying tears of laughter emoji. การใช้คำ

0:32

ของผมคืออีโมจิหน้าหัวเราะจนน้ำตาไหล

การใช้คำ

crying tears of laughter: หัวเราะจนน้ำตาไหล

ในที่นี้ crying tears of laughter หมายถึงหัวเราะหนักมากจนน้ำตาไหล คำว่า crying ไม่ได้สื่อถึงความเศร้า เพราะ of laughter บอกว่าน้ำตาเกิดจากอะไร ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำบรรยายหน้า emoji โดยระบุภาพจากการกระทำและอารมณ์ที่แสดงอยู่

แบบฝึกหัด

crying tears of laughter ในที่นี้บรรยายอะไร?

  1. ใบหน้าที่ร้องไห้เพราะเศร้ามาก
  2. ใบหน้าที่หัวเราะหนักมากจนน้ำตาไหล
  3. ใบหน้าที่ซ่อนรอยยิ้ม
ดูคำตอบ

ใบหน้าที่หัวเราะหนักมากจนน้ำตาไหล

I like the smiling face with hearts one. การใช้คำ

0:35

ฉันชอบอีโมจิหน้ายิ้มพร้อมหัวใจ

การใช้คำ

smiling face with hearts: with ใช้เพิ่มลักษณะที่มองเห็นได้

สิ่งหลักคือ smiling face ส่วน with hearts เพิ่มลักษณะที่มองเห็นได้บนใบหน้าหรือรอบใบหน้า วลีนี้จึงระบุอีโมจิจากรูปลักษณ์ รูปแบบ noun + with + feature ใช้บรรยายไอคอนหรือสิ่งของอื่นได้ ในประโยคนี้ one ใช้แทน emoji ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ใช้เพิ่มลักษณะที่มองเห็นได้: The icon is a smiling face ____ hearts.

ดูคำตอบ

with

Ah.

0:37

อ่า

And with over 3,000 emojis to choose from, ไวยากรณ์

0:38

และด้วยอีโมจิที่มีให้เลือกกว่า 3,000 ตัว

there's one for every occasion. วลี

0:40

มันมีให้อย่างเหมาะสมสำหรับทุกโอกาส

ไวยากรณ์

with ... to choose from: บอกขอบเขตของตัวเลือก

วลีที่ขึ้นต้นด้วย with ให้ข้อมูลพื้นหลังก่อนใจความหลักว่า มีอีโมจิให้เลือกมากกว่า 3,000 แบบ จึงช่วยรองรับข้อความที่ว่ามีแบบที่เหมาะกับทุกโอกาส ใน over 3,000 emojis to choose from กลุ่มคำนามระบุชุดตัวเลือกที่มีอยู่ choose from หมายถึง “เลือกจากกลุ่มหนึ่ง” ดังนั้นต้องมี from แม้กลุ่มนั้นคือ emojis จะอยู่หน้า to choose from แล้วก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เลือกจากกลุ่มหนึ่ง”: With twelve flavours to ____, Leo took a moment to decide.

ดูคำตอบ

choose from

วลี

one for every occasion: ตัวเลือกที่เหมาะกับทุกสถานการณ์

one ใช้แทนคำนามเอกพจน์ emoji ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดคำนั้นซ้ำ there is one หมายความว่ามีอีโมจิที่ใช้ได้ตามจุดประสงค์ที่กล่าวถึง for every occasion หมายถึง “สำหรับสถานการณ์หรือเหตุการณ์แต่ละแบบ” occasion ในที่นี้มีความหมายกว้าง ไม่ได้หมายถึงพิธีที่เป็นทางการเท่านั้น ทั้งวลีเน้นว่ามีตัวเลือกหลากหลายพอสำหรับความต้องการหลายแบบ

แบบฝึกหัด

"there's one for every occasion" ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. อีโมจิใช้ได้เฉพาะในพิธีที่เป็นทางการ
  2. ต้องใช้อีโมจิแบบเดียวในทุกสถานการณ์
  3. มีอีโมจิที่เหมาะกับสถานการณ์แต่ละแบบ
ดูคำตอบ

มีอีโมจิที่เหมาะกับสถานการณ์แต่ละแบบ

It's one of the reasons why emojis have become so popular over the last 20 years. ไวยากรณ์

0:42

นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อีโมจิได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

ไวยากรณ์

one of the reasons why + อนุประโยค

one of the reasons why + อนุประโยค ใช้เสนอเหตุผลหนึ่งจากหลายเหตุผลของสถานการณ์หนึ่ง one of บอกว่ายังมีเหตุผลอื่นอีก ดังนั้น reasons จึงเป็นรูปพหูพจน์ หลัง why ให้ใช้อนุประโยคสมบูรณ์ตามลำดับประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา อนุประโยคนี้บอกสถานการณ์ที่กำลังอธิบาย เช่น why emojis have become so popular และไม่ใช่คำถามที่แยกออกมาต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: Its low cost is ____ the service is popular.

ดูคำตอบ

one of the reasons why

They let people put back some of the human emotion กริยาวลี

0:47

มันช่วยให้ผู้คนนำอารมณ์ของมนุษย์บางส่วนกลับมา

that's missing in written texts and emails.

0:50

ซึ่งขาดหายไปในข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษรและอีเมล

กริยาวลี

put back: ฟื้นคืนสิ่งที่ขาดหายไป

ในที่นี้ put back หมายถึงฟื้นคืนหรือเติมกลับเข้าไปอีกครั้ง กรรมของวลีคือ some of the human emotion ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการนำคุณสมบัติที่เป็นนามธรรมกลับสู่การสื่อสารด้วยตัวหนังสือ ไม่ใช่การย้ายสิ่งของจริง back สื่อว่าคุณสมบัตินั้นเคยมีอยู่ก่อน หรือปกติควรจะมี แต่ตอนนี้ขาดหายไป แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับความอบอุ่น รายละเอียด ความมั่นใจ หรือคุณสมบัติอื่นที่สูญหายไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put back ในความหมายว่าฟื้นคืนคุณสมบัติที่เป็นนามธรรม?

  1. They put the meeting back until Friday.
  2. Her joke put some warmth back into the tense meeting.
  3. She put the book back on the shelf.
ดูคำตอบ

Her joke put some warmth back into the tense meeting.

We'll be finding out more about emojis กริยาวลี

0:53

เราจะมาค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับอีโมจิให้มากขึ้น

and learning some related vocabulary soon,

0:55

และเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องในไม่ช้า

กริยาวลี

finding out more about: รับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง

ใน finding out more about emojis คำว่า find out หมายถึงการได้รับข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน ส่วน more about ใช้บอกหัวข้อของข้อมูลนั้น รูป be finding out ทำให้กิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่วางแผนไว้ว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ find out more about + หัวข้อ บุคคล หรือสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Before our trip, we watched a documentary to ____ life in Antarctica.

ดูคำตอบ

find out more about

but first I have a question for you, Neil. ลำดับความ

0:58

แต่ก่อนอื่นฉันมีคำถามสำหรับคุณ Neil

ลำดับความ

but first I have a question: ทำอีกสิ่งหนึ่งก่อนหัวข้อที่เกริ่นไว้

But first แสดงการเปลี่ยนลำดับ ไม่ได้แสดงความไม่เห็นด้วย ผู้พูดพักหัวข้อที่เพิ่งเกริ่นไว้ชั่วคราว แล้วนำคำถามเข้ามาก่อนจะกลับไปยังหัวข้อนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ but first + สิ่งที่จะทำตอนนี้ ช่วยให้ผู้ฟังติดตามลำดับได้ว่า หัวข้อก่อนหน้ายังจะพูดถึงอยู่ แต่มีอีกขั้นตอนที่ต้องทำก่อน

แบบฝึกหัด

but first ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงว่าทุกส่วนของรายการจบแล้ว
  2. เลื่อนหัวข้อที่เกริ่นไว้และนำคำถามที่จะจัดการก่อนเข้ามา
  3. ผู้พูดไม่เห็นด้วยกับนีลอย่างมาก
ดูคำตอบ

เลื่อนหัวข้อที่เกริ่นไว้และนำคำถามที่จะจัดการก่อนเข้ามา

It's about the word emoji itself,

1:01

มันเกี่ยวกับคำว่า emoji นั่นเอง

which was invented in 1999 in Japan

1:03

ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี 1999 ในประเทศญี่ปุ่น

for the first internet-enabled mobile phones. การใช้คำ

1:06

สำหรับโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเครื่องแรกๆ

การใช้คำ

internet-enabled mobile phones: รูปแบบ X-enabled

internet-enabled เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า mobile phones หมายถึงโทรศัพท์เหล่านั้นมีเทคโนโลยีหรือความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ในที่นี้ enabled หมายถึง “ทำให้สามารถใช้งานได้” ไม่ใช่ “ได้รับอนุญาต” รูปแบบ “เทคโนโลยีหรือคุณสมบัติ + -enabled” ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำงานได้เพราะมีเทคโนโลยีนั้นรองรับ เช่น AI-enabled tools เมื่อคำประสมนี้วางหน้าคำนาม โดยทั่วไปต้องใส่เครื่องหมายยัติภังค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้”: The clinic uses ____ devices to send data securely.

ดูคำตอบ

internet-enabled

The name emoji comes from the combination of two Japanese words, วลี

1:10

ชื่อ emoji มาจากการรวมกันของคำภาษาญี่ปุ่นสองคำ

but which words?

1:14

แต่คือคำว่าอะไรล่ะ?

วลี

comes from the combination of ...: การอธิบายที่มา

ในประโยคนี้ comes from หมายถึง “มีที่มาจาก” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่ง ประธานคือ The name emoji และวลีนี้บอกที่มาของชื่อนั้น the combination of two Japanese words ระบุส่วนประกอบที่นำมารวมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X comes from the combination of A and B ซึ่งใช้อธิบายว่าคำ ชื่อ หรือแนวคิดหนึ่งเกิดจากการนำองค์ประกอบหลายอย่างมารวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบบอกที่มาจากบทเรียนนี้ให้ครบถ้วน: The word smog ____ smoke and fog.

ดูคำตอบ

comes from the combination of

Is the word emoji a combination of

1:16

คำว่า emoji เป็นการรวมกันของคำว่า

A) face and emotion,

1:19

A) ใบหน้า และ อารมณ์

B) picture and character,

1:21

B) รูปภาพ และ ตัวอักษร

or C) message and image?

1:23

หรือ C) ข้อความ และ ภาพ?

I'll say it's A, face and emotion.

1:26

ผมขอตอบข้อ A ใบหน้าและอารมณ์

Okay, Neil.

1:29

เอาล่ะ Neil

We'll find out if your answer gets a thumbs up สำนวน

1:30

เราจะมาดูว่าคำตอบของคุณจะได้รับยอดกดไลก์หรือไม่

at the end of the program.

1:33

ในตอนท้ายของรายการ

สำนวน

gets a thumbs up: ได้รับการยอมรับ

วลี get a thumbs up มาจากท่าทางชูนิ้วโป้ง เมื่อใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จะหมายถึงการได้รับการยอมรับ การสนับสนุน หรือการประเมินในทางบวก ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคำตอบได้รับนิ้วโป้งจริง ๆ แต่รายการจะเฉลยว่าคำตอบนั้นได้รับการยอมรับว่าถูกต้องหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ 'your answer gets a thumbs up' หมายความว่าอะไร

  1. คำตอบของคุณได้รับรูปภาพมือ
  2. คำตอบของคุณได้รับการยอมรับว่าถูกต้อง
  3. คำตอบของคุณถูกซ่อนไว้จนถึงรายการตอนถัดไป
ดูคำตอบ

คำตอบของคุณได้รับการยอมรับว่าถูกต้อง

When we talk with someone face-to-face, วลี

1:34

เมื่อเราพูดคุยกับใครบางคนแบบเผชิญหน้า

วลี

talk with someone face-to-face: พูดคุยกับใครสักคนแบบต่อหน้า

ใน talk with someone face-to-face คำว่า face-to-face บอกว่าการพูดคุยเกิดขึ้นอย่างไร คือผู้คนอยู่ในสถานที่เดียวกันและสื่อสารกันโดยตรง แทนที่จะใช้ข้อความหรือช่องทางทางไกลอื่น ๆ คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์หลัง talk และรูปที่มีเครื่องหมายยัติภังค์แบบเดียวกันยังวางไว้หน้าคำนามเพื่อทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ได้ เช่น a face-to-face meeting

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียน: We need to discuss this ____ rather than by email.

ดูคำตอบ

face-to-face

we use physical gestures like smiling,

1:37

เราใช้ท่าทางทางกายภาพเช่นการยิ้ม

laughing, or nodding

1:39

หัวเราะ หรือการพยักหน้า

to show the other person how we feel. ไวยากรณ์

1:41

เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเรารู้สึกอย่างไร

ไวยากรณ์

show the other person how we feel: โครงสร้าง show + คน + อนุประโยค how

show the other person how we feel หมายถึง ทำให้อีกฝ่ายเห็นหรือเข้าใจความรู้สึกของเรา ในโครงสร้าง show + คน + เนื้อหา นั้น the other person คือผู้รับข้อมูล และ how we feel คือเนื้อหาที่แสดงให้รู้ how we feel เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงเรียงคำแบบประโยคบอกเล่าเป็น how we feel ไม่ใช่ how do we feel ส่วน to show บอกจุดประสงค์ของการใช้ท่าทางเหล่านี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง show + คน + อนุประโยค how ได้ถูกต้อง

  1. Her smile showed us how was she happy.
  2. Her smile showed us how happy she was.
  3. Her smile showed how happy she was us.
ดูคำตอบ

Her smile showed us how happy she was.

But these gestures get lost in written communication. สำนวน

1:44

แต่ท่าทางเหล่านี้จะสูญหายไปในการสื่อสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร

สำนวน

get lost in written communication: ข้อมูลถ่ายทอดไปไม่ถึง

ในประโยคนี้ get lost หมายถึง “ไม่สามารถถ่ายทอดหรือรักษาไว้ได้” ไม่ได้หมายถึง “หลงทาง” เวลาเจอกันต่อหน้า เรามองเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการพยักหน้าได้ แต่ความรู้สึกที่ท่าทางเหล่านี้สื่ออาจไม่ปรากฏในข้อความที่เขียน การใช้แบบนามธรรมนี้มักพบกับคำอย่าง meaning, tone, humour, detail หรือ nuance โครงสร้าง something gets lost in กระบวนการหรือสื่อบางอย่าง หมายถึงข้อมูลหรือผลบางอย่างหายไประหว่างการถ่ายทอด

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Some of the warmth can get lost in an email," คำว่า get lost หมายถึงอะไร

  1. ผู้เขียนต้องลบคำพูดที่เป็นมิตรออกทั้งหมด
  2. อีเมลถูกวางผิดที่จริง ๆ
  3. อีเมลอาจถ่ายทอดความอบอุ่นได้ไม่ครบทั้งหมด
ดูคำตอบ

อีเมลอาจถ่ายทอดความอบอุ่นได้ไม่ครบทั้งหมด

That's where emojis come in. ลำดับความ

1:47

นั่นคือที่มาของอีโมจิ

ลำดับความ

That's where X comes in: เกริ่นถึงคนหรือสิ่งที่จะเข้ามามีบทบาท

โครงสร้าง "That's where X comes in" เชื่อมความต้องการหรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึงเข้ากับคนหรือสิ่งที่สามารถช่วยได้ ในที่นี้ where หมายถึง “ในสถานการณ์นั้นหรือในจุดนั้นของคำอธิบาย” ไม่ใช่สถานที่จริง come in ในที่นี้หมายถึง “เริ่มมีประโยชน์” หรือ “เข้ามามีบทบาท” ไม่ได้หมายถึงการเข้ามาตามตัวอักษร คำกริยาต้องสอดคล้องกับจำนวนของ X โดย emojis ซึ่งเป็นพหูพจน์ใช้ come ส่วนคำนามเอกพจน์ใช้ comes

แบบฝึกหัด

A small shop needs an easy way to accept card payments. เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง "That's where X comes in": ____ a portable card reader ____.

ดูคำตอบ

That's where · comes in

They add feeling and emotion to online messages,

1:49

พวกมันเพิ่มความรู้สึกและอารมณ์ให้กับข้อความออนไลน์

but not everyone is an emoji fan. ไวยากรณ์

1:52

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแฟนของอีโมจิ

ไวยากรณ์

not everyone: การปฏิเสธเพียงบางส่วน

ใน "not everyone is an emoji fan" วลี not everyone เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน โดยปฏิเสธแนวคิดที่ว่าทุกคนเป็นแฟนอีโมจิ ประโยคนี้ยืนยันได้ว่าอย่างน้อยหนึ่งคนไม่ใช่แฟน แต่ยังไม่ระบุว่ามีบางคนเป็นแฟนหรือไม่ และไม่ได้หมายถึง "no one is an emoji fan."

แบบฝึกหัด

จากประโยค "Not everyone at the picnic ate cake" ข้อใดเป็นข้อสรุปที่แน่นอนได้

  1. ไม่มีใครในงานปิกนิกกินเค้ก
  2. อย่างน้อยหนึ่งคนในงานปิกนิกไม่ได้กินเค้ก
  3. มีบางคนในงานปิกนิกกินเค้กอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

อย่างน้อยหนึ่งคนในงานปิกนิกไม่ได้กินเค้ก

Some people believe that carefully chosen words วลี

1:54

บางคนเชื่อว่าคำพูดที่ถูกเลือกสรรมาอย่างดี

are the best way of expressing yourself,

1:57

เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแสดงออก

วลี

carefully chosen words: ถ้อยคำที่เลือกอย่างรอบคอบ

carefully chosen words หมายถึง “ถ้อยคำที่ผ่านการเลือกอย่างรอบคอบ” carefully ขยาย chosen และ chosen เป็นรูป past participle ของ choose ในที่นี้ carefully chosen เป็นส่วนขยายที่อยู่หน้า words โดย words เป็นสิ่งที่ “ถูกเลือก” ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค วลีนี้เน้นว่าผู้พูดหรือผู้เขียนคิดเลือกถ้อยคำมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อการใช้คำที่ตรงและเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ choose เติมวลีให้สมบูรณ์: The speaker answered with carefully ____ words.

ดูคำตอบ

chosen

and that emojis are affecting our ability

1:59

และอีโมจิกำลังส่งผลกระทบต่อความสามารถของเรา

to put feelings into words. วลี

2:02

ในการถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูด

วลี

put feelings into words: ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูด

To put feelings into words หมายถึงการถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียน โครงสร้าง put ... into words ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปใส่ไว้ที่ไหนจริง ๆ แต่หมายถึงการเปลี่ยนความรู้สึก ความคิด หรือประสบการณ์ภายในให้เป็นภาษา ในประโยคนี้ to put ตามหลัง ability: our ability to put feelings into words โครงสร้างเดียวกันใช้กับเนื้อหาอื่นได้ เช่น put a thought into words หรือ put an experience into words

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง put + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + feelings + into words ให้ถูกต้อง: Maya knew how she felt, but she could not ____.

ดูคำตอบ

put her feelings into words

Here's cognitive linguist Professor Vyv Evans, การใช้คำ

2:04

นี่คือศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ปริชาน Vyv Evans

author of a book about the language of emojis,

2:07

ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับภาษาของอีโมจิ

การใช้คำ

cognitive linguist: ชื่อตำแหน่งที่บอกสาขาของผู้เชี่ยวชาญ

cognitive linguist คือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาที่ศึกษาว่าภาษาเชื่อมโยงกับความคิด ความหมาย และวิธีที่ผู้คนเข้าใจโลกอย่างไร ภาษาไทยอาจเรียกว่า “นักภาษาศาสตร์ด้านการรู้คิด” ในที่นี้ cognitive ขยายคำว่า linguist โครงสร้าง “สาขาที่ศึกษา + อาชีพ” ใช้บอกความเชี่ยวชาญของศาสตราจารย์ ไม่ได้หมายเพียงว่าเขามีความสามารถในการคิด

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The university hired a cognitive linguist to study how people describe time," มหาวิทยาลัยจ้างคนประเภทใด

  1. ครูที่ฝึกให้ผู้คนพูดเสียงดังขึ้น
  2. แพทย์ที่รักษาอาการสูญเสียความทรงจำ
  3. ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างภาษากับความคิด
ดูคำตอบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างภาษากับความคิด

explaining more to BBC Radio 4's

2:10

กำลังอธิบายเพิ่มเติมในรายการ

Word of Mouth. วัฒนธรรม

2:13

Word of Mouth ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4

วัฒนธรรม

Word of Mouth: ชื่อรายการของ BBC และการเล่นคำ

ในประโยคนี้ Word of Mouth เป็นชื่อรายการของ BBC Radio 4 รูปแสดงความเป็นเจ้าของ BBC Radio 4's เชื่อมชื่อรายการเข้ากับสถานี และการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ช่วยบอกว่าเป็นชื่อเฉพาะ ชื่อรายการนี้นำสำนวนที่ใช้กันทั่วไปว่า word of mouth มาใช้ ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่ส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งผ่านการพูดคุยหรือการแนะนำส่วนตัว ไม่ได้หมายถึงคำที่อยู่ในปากตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

Word of Mouth ในตัวอย่างคืออะไร

  1. คำบรรยายตามตัวอักษรว่ามีคำอยู่ในปากของใครบางคน
  2. ชื่อรายการหนึ่งของ BBC Radio 4
  3. ชื่อหนังสือของศาสตราจารย์ Evans
ดูคำตอบ

ชื่อรายการหนึ่งของ BBC Radio 4

A lot of people,

2:15

ผู้คนมากมาย

you know, language mavens, การใช้คำ

2:16

คุณรู้ไหม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา

การใช้คำ

language mavens: คำเรียกผู้รู้ด้านภาษาที่มีน้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย

maven คือคนที่มีความรู้มากในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในที่นี้ language mavens หมายถึงคนที่ถูกมองว่าเป็นผู้รู้หรือผู้มีอำนาจตัดสินเรื่องภาษาและกฎของภาษา ในบริบทนี้ ผู้พูดจัดคนกลุ่มนี้ไว้กับผู้ที่คอยบังคับใช้กฎอย่างเคร่งครัด คำเรียกนี้จึงมีน้ำเสียงหยอกล้อหรือวิจารณ์เล็กน้อย และไม่ได้หมายถึงนักภาษาศาสตร์ที่ผ่านการฝึกอบรมเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ language mavens สื่อถึงคนแบบใด?

  1. ล่ามมืออาชีพที่ทำงานให้ตำรวจ
  2. คนที่กำลังเรียนรู้ภาษาแรกของตน
  3. คนที่ถูกมองว่าเป็นผู้รู้ด้านภาษาและถูกกล่าวถึงด้วยน้ำเสียงประชดเล็กน้อย
ดูคำตอบ

คนที่ถูกมองว่าเป็นผู้รู้ด้านภาษาและถูกกล่าวถึงด้วยน้ำเสียงประชดเล็กน้อย

the grammar police and so on, สำนวน

2:17

ตำรวจไวยากรณ์ และอื่นๆ

สำนวน

the grammar police: คำเรียกเชิงหยอกล้อสำหรับคนที่คอยแก้ภาษาอย่างเคร่งครัด

the grammar police เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงคนที่คอยแก้ไวยากรณ์ การสะกด หรือการใช้ภาษาของผู้อื่นอยู่เสมอ การเรียกคนเหล่านี้ว่า police สื่อว่าพวกเขาทำตัวราวกับเป็นผู้บังคับใช้กฎภาษา ในที่นี้ คำเรียกดังกล่าวมีน้ำเสียงหยอกล้อและวิจารณ์ โดยทำให้ผู้ที่คอยแก้ภาษาดูเคร่งครัดเกินไปหรือกระตือรือร้นที่จะหาข้อผิดพลาดมากเกินไป ไม่ใช่หน่วยตำรวจจริงหรือตำแหน่งงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเรียกแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนนี้: Leo corrects every tiny spelling mistake. His friends jokingly call him the ____.

ดูคำตอบ

grammar police

will say have this sort of jaundiced prejudiced view about emoji

2:19

จะพูดหรือมีมุมมองที่เต็มไปด้วยอคติต่ออีโมจิ

that's taking us back to the Dark Ages of illiteracy. สำนวน

2:23

ว่ามันกำลังพาเรากลับไปสู่ยุคมืดของการไม่รู้หนังสือ

สำนวน

taking us back to the Dark Ages of illiteracy: คำเปรียบเทียบถึงความถดถอย

ในประโยคนี้ taking us back to the Dark Ages เป็นคำเปรียบเทียบแบบกล่าวเกินจริง หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งจะทำให้สังคมหรือการสื่อสารถดถอยลงอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครเดินทางกลับไปในอดีตจริง ๆ of illiteracy ทำให้สภาพที่ถดถอยนั้นดูเหมือนเป็นสภาพที่ผู้คนอ่านหรือเขียนได้ไม่ดี จึงยิ่งเน้นความกลัวของฝ่ายคัดค้านว่าความสามารถในการอ่านเขียนจะลดลง นี่เป็นการถ่ายทอดคำวิจารณ์ที่รุนแรง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. การเปลี่ยนแปลงนั้นจะทำให้การสื่อสารและความสามารถในการอ่านเขียนถดถอยอย่างรุนแรง
  2. ผู้คนจะเดินทางไปยังยุคหนึ่งในอดีตจริง ๆ
  3. การเปลี่ยนแปลงนั้นจะทำให้ทุกคนเรียนประวัติศาสตร์ยุคกลาง
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงนั้นจะทำให้การสื่อสารและความสามารถในการอ่านเขียนถดถอยอย่างรุนแรง

Bring back Shakespeare น้ำเสียง/เจตนา

2:26

ให้นำเชกสเปียร์กลับมา

น้ำเสียง/เจตนา

Bring back Shakespeare: คำขวัญเรียกร้องให้นำภาษาอังกฤษคลาสสิกกลับมา

Bring back Shakespeare เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ฟังดูเหมือนคำขวัญ รูปแบบ bring back + คำนาม หมายถึง “ทำให้สิ่งนั้นกลับคืนมา” หรือ “ทำให้กลับมาเป็นที่นิยมหรือหาได้อีกครั้ง” ในที่นี้ Shakespeare เป็นตัวแทนของภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมและเชิงวรรณกรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงตัวบุคคล ประโยคนี้แสดงความปรารถนาแบบโหยหาอดีตและกล่าวเกินจริงที่อยากย้อนการเปลี่ยนแปลงของภาษาสมัยใหม่

แบบฝึกหัด

คำขวัญนี้กำลังเรียกร้องอะไรในบริบทนี้

  1. การทำให้เชกสเปียร์เองฟื้นคืนชีพ
  2. การให้ใครสักคนนำหนังสือของเชกสเปียร์กลับเข้ามาในห้อง
  3. การกลับไปใช้ภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมและเชิงวรรณกรรม
ดูคำตอบ

การกลับไปใช้ภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมและเชิงวรรณกรรม

and stick to the language of Shakespeare กริยาวลี

2:27

และยึดมั่นในภาษาของเชกสเปียร์

กริยาวลี

stick to the language of Shakespeare: ใช้ภาษาแบบนั้นต่อไป

ในประโยคนี้ stick to หมายถึง “ใช้หรือทำตามสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปโดยไม่เปลี่ยนไปจากเดิม” ผู้พูดกำลังพูดถึงการคงใช้ภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมที่เชื่อมโยงกับเชกสเปียร์ ไม่ได้หมายถึงการติดอยู่กับสิ่งใดจริง ๆ ใช้ stick to หน้าคำนามหรือรูป -ing เช่น stick to the plan, stick to the rules หรือ stick to using simple words ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ทำตามต่อไป” ให้สมบูรณ์: We chose three rules for the game, and now we need to ____ them.

ดูคำตอบ

stick to

and all the rest of it. วลี

2:29

และอะไรทำนองนั้น

วลี

and all the rest of it: ละสิ่งอื่นที่คล้ายกันไว้โดยไม่กล่าวออกมา

And all the rest of it เป็นคำลงท้ายแบบไม่เป็นทางการในภาษาพูด หมายถึง “รวมถึงสิ่ง ความคิด หรือรายละเอียดอื่น ๆ ที่คล้ายกันซึ่งฉันไม่ได้ไล่บอก” โดยคาดว่าผู้ฟังจะเข้าใจได้ว่าเนื้อหาที่ละไว้นั้นเป็นเรื่องประเภทใด ในที่นี้ it ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของชิ้นเดียว วลีนี้รวบคำกล่าวอื่น ๆ ที่คล้ายกันไว้ในคำลงท้ายกว้าง ๆ และอาจสื่อว่าผู้พูดเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแจกแจงทีละข้อ

แบบฝึกหัด

and all the rest of it ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้ละคำกล่าวอื่น ๆ ที่คล้ายกันไว้ เพราะผู้ฟังสามารถคาดเดาได้
  2. วลีนี้ชี้ถึงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่มีชื่อว่า it
  3. วลีนี้บอกว่าไม่มีคำกล่าวอื่นอีก
ดูคำตอบ

วลีนี้ละคำกล่าวอื่น ๆ ที่คล้ายกันไว้ เพราะผู้ฟังสามารถคาดเดาได้

But that fundamentally misunderstands the nature of communication. ลำดับความ

2:30

แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดในธรรมชาติของการสื่อสารอย่างสิ้นเชิง

ลำดับความ

fundamentally misunderstands ...: โต้แย้งว่ามุมมองหนึ่งผิดตั้งแต่รากฐาน

ใน “But that ...” คำว่า that ย้อนกลับไปยังข้ออ้างก่อนหน้า และ But บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการนำเสนอมุมมองนั้นมาเป็นการโต้แย้ง “Fundamentally misunderstands the nature of communication” หมายความว่ามุมมองนั้นผิดในระดับความเข้าใจพื้นฐาน ไม่ใช่แค่ผิดรายละเอียดจุดเดียว ในการให้เหตุผล ถ้อยคำนี้ส่งสัญญาณถึงการปฏิเสธรากฐานของมุมมองนั้นอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผล?

  1. ประโยคนี้ปฏิเสธว่ามุมมองก่อนหน้าผิดในระดับพื้นฐาน
  2. ประโยคนี้เห็นด้วยกับมุมมองก่อนหน้าและให้เหตุผลสนับสนุนเพิ่ม
  3. ประโยคนี้เพิ่มตัวอย่างที่เป็นกลางโดยไม่ตัดสินมุมมองก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ปฏิเสธว่ามุมมองก่อนหน้าผิดในระดับพื้นฐาน

Emoji is important.

2:33

อีโมจิเป็นสิ่งสำคัญ

In fact, it makes us more effective communicators ไวยากรณ์

2:35

ความจริงแล้ว มันทำให้เราเป็นนักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

in the digital age. วลี

2:38

ในยุคดิจิทัล

ไวยากรณ์

makes us more effective communicators: make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

“makes us more effective communicators” ใช้โครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็มของกรรม โดย us เป็นกรรม ส่วน more effective communicators เป็นนามวลีที่บอกว่าผลที่เกิดขึ้นทำให้เรากลายเป็นอะไร ส่วนเติมเต็มอาจเป็นคำคุณศัพท์ก็ได้ เช่น “Practice makes us more confident.” ในโครงสร้างนี้ไม่ต้องเติม to be หลัง make

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเปลี่ยนรูปและเรียงคำในวงเล็บให้ถูกต้อง: Regular feedback ____. (make / us / more careful writers)

ดูคำตอบ

makes us more careful writers

วลี

in the digital age: ระบุบริบทของเทคโนโลยีสมัยใหม่

in the digital age หมายถึง “ในช่วงเวลาสมัยใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และการสื่อสารดิจิทัล” วลีนี้ใช้บอกพื้นหลังด้านเวลาเมื่อพูดถึงการดำเนินชีวิตหรือสังคมในปัจจุบัน ในที่นี้ age หมายถึงยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่อายุของบุคคล ส่วนบุพบท in แสดงว่ายุคดิจิทัลเป็นช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี in the digital age: Protecting personal information is essential ____.

ดูคำตอบ

in the digital age

Vyv Evans describes people who don't approve of emojis ไวยากรณ์

2:40

Vyv Evans บรรยายถึงผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้อีโมจิ

as the grammar police,

2:44

ว่าเป็น ตำรวจไวยากรณ์ (grammar police)

ไวยากรณ์

describe A as B: บรรยาย A ว่าเป็น B

โครงสร้าง describe A as B หมายถึงการนำเสนอ A ด้วยคำอธิบาย ประเภท หรือชื่อเรียก B ในประโยคนี้ A คือ people who don't approve of emojis และ B คือ the grammar police คำว่า as ใช้นำคำอธิบาย ไม่ได้แปลว่า “เพราะ” ส่วน the grammar police ในที่นี้เป็นชื่อเรียกที่มีความหมายเชิงตำหนิเล็กน้อย ไม่ใช่ตำรวจจริง ๆ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย who เป็นส่วนหนึ่งของ A และระบุว่ากำลังพูดถึงคนกลุ่มใด โครงสร้างนี้ใช้รายงานได้ว่าใครบางคนมองบุคคล กลุ่ม สิ่งของ หรือสถานการณ์อย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง describe A as B ในรูปปัจจุบันเพื่อเติมประโยค: The article ____ the new design ____ a major improvement.

ดูคำตอบ

describes · as

a slang term referring to people วลี

2:46

ซึ่งเป็นคำแสลงที่ใช้เรียกบุคคล

who want to see formal language and grammar,

2:48

ที่ต้องการเห็นภาษาและไวยากรณ์ที่เป็นทางการ

วลี

a slang term referring to ...: อธิบายว่าคำศัพท์หมายถึงอะไร

ใน a slang term referring to people ... คำว่า referring to ใช้นำเข้าสู่กลุ่มคนที่คำศัพท์นั้นอธิบายหรือใช้เรียก ส่วน slang บอกว่าคำศัพท์นี้เป็นภาษาที่ไม่เป็นทางการ วลี -ing referring to ... ทำหน้าที่ขยาย term ในประโยคคำจำกัดความ a term referring to X มักเข้าใจได้ว่าเป็น a term that refers to X ในที่นี้ refer to หมายถึง “ใช้เรียกหรืออธิบาย” ไม่ใช่เพียง “กล่าวถึง”

แบบฝึกหัด

เติมคำจำกัดความด้วยรูป -ing ของ refer to: A "night owl" is a term ____ people who stay up late.

ดูคำตอบ

referring to

what they call correct English, written online. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

หรือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ถูกเขียนลงบนโลกออนไลน์

น้ำเสียง/เจตนา

what they call correct English: ระบุว่าป้ายชื่อมาจากผู้อื่น

what they call correct English หมายถึง “ภาษาอังกฤษที่พวกเขาอธิบายหรือติดป้ายว่าถูกต้อง” อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนนามวลี โดย what หมายถึง “สิ่งที่...” และ call เชื่อมสิ่งนั้นกับป้ายชื่อ correct English they call ทำให้ผู้พูดระบุว่าป้ายชื่อนี้มาจากคนกลุ่มนั้น แทนที่จะนำเสนอโดยตรงว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องตั้งคำถาม วิธีนี้อาจสร้างระยะห่างเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงการประชดหรือปฏิเสธเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The guide promotes what its authors call correct English," วลี what its authors call แสดงอะไร?

  1. วลีนี้ระบุว่า correct English เป็นป้ายชื่อที่ผู้เขียนใช้ โดยผู้พูดไม่จำเป็นต้องยอมรับป้ายชื่อนี้อย่างเต็มที่
  2. วลีนี้พิสูจน์ว่าภาษาอังกฤษรูปแบบอื่นทั้งหมดไม่ถูกต้อง
  3. วลีนี้หมายความว่าผู้เขียนกำลังโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ

วลีนี้ระบุว่า correct English เป็นป้ายชื่อที่ผู้เขียนใช้ โดยผู้พูดไม่จำเป็นต้องยอมรับป้ายชื่อนี้อย่างเต็มที่

The grammar police criticize modern styles of English

2:54

ตำรวจไวยากรณ์มักจะวิจารณ์รูปแบบภาษาอังกฤษสมัยใหม่

and like to correct other people's mistakes วลี

2:58

และชอบแก้ไขข้อผิดพลาดของผู้อื่น

in spelling and grammar.

3:00

ในเรื่องการสะกดคำและไวยากรณ์

วลี

correct other people's mistakes: แก้ไขข้อผิดพลาดของคนอื่น

ใน correct other people's mistakes คำว่า correct เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สังเกตสิ่งที่ผิดแล้วแก้ให้ถูกต้อง” ภาษาอังกฤษใช้ correct + someone's mistakes เป็นคำที่เข้าคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน change someone's mistakes ไม่ใช่รูปที่ใช้กันตามปกติ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ other people's บอกว่าใครเป็นคนทำผิด ส่วน in spelling and grammar บอกว่าข้อผิดพลาดอยู่ในด้านใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำภาษาอังกฤษที่เข้าคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อถึงการแก้ข้อผิดพลาด

  1. The teacher changed my spelling mistakes.
  2. The teacher made my spelling mistakes correct.
  3. The teacher corrected my spelling mistakes.
ดูคำตอบ

The teacher corrected my spelling mistakes.

According to Professor Evans,

3:02

ตามที่ศาสตราจารย์ Evans กล่าว

the grammar police have a jaundiced view of emojis. การใช้คำ

3:03

ตำรวจไวยากรณ์มีมุมมองที่มีอคติต่ออีโมจิ (jaundiced view)

การใช้คำ

a jaundiced view of: มุมมองเชิงลบที่มีอคติต่อ

a jaundiced view of something หมายถึงมุมมองเชิงลบอย่างมากที่เกิดจากอคติ ความไม่ไว้วางใจ หรือประสบการณ์ที่น่าผิดหวัง โครงสร้างคือ a jaundiced view of + คนหรือสิ่งที่ถูกตัดสิน คำว่า jaundiced ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่าสายตามองเห็นเป็นสีอะไร แต่บอกว่าการตัดสินนั้นไม่เป็นกลางและมักเอนเอียงไปทางด้านลบ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ a jaundiced view of something มากที่สุด

  1. มุมมองอย่างละเอียดที่สังเกตทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน
  2. มุมมองที่เป็นกลางและอ้างอิงหลักฐานจากทุกด้าน
  3. มุมมองเชิงลบอย่างมากที่ได้รับอิทธิพลจากอคติหรือความคิดเยาะหยัน
ดูคำตอบ

มุมมองเชิงลบอย่างมากที่ได้รับอิทธิพลจากอคติหรือความคิดเยาะหยัน

They only see the negative side of them

3:07

พวกเขามองเห็นแต่ด้านลบของมัน

because of their own ideas and experiences.

3:10

เนื่องจากความคิดและประสบการณ์ของพวกเขาเอง

What's more, they think emojis are taking us back ลำดับความ

3:12

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาคิดว่าอีโมจิกำลังพาเรากลับไป

ลำดับความ

What's more: ใช้เพิ่มอีกหนึ่งประเด็น

What's more เป็นคำเชื่อมประโยคที่ใช้เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ คำนี้เพิ่มความเห็นเชิงลบอีกข้อของคนกลุ่มเดิมและทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น แม้รูปคำจะดูคล้ายคำถาม แต่ What's more ในการใช้นี้ไม่ได้ถามว่า “มีอะไรอีก” เมื่ออยู่ต้นประโยค โดยปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง What's more ทำหน้าที่อะไร

  1. ถามว่าเกิดอะไรขึ้นอีก
  2. แก้ไขข้อความก่อนหน้า
  3. เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นที่สนับสนุนความคิดเดิม
ดูคำตอบ

เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นที่สนับสนุนความคิดเดิม

to the Dark Ages of illiteracy,

3:15

สู่ยุคมืดของการไม่รู้หนังสือ (Dark Ages)

when most people couldn't read or write.

3:18

ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

If someone refers to the Dark Ages, วลี

3:20

หากใครบางคนอ้างถึง ยุคมืด

วลี

refers to the Dark Ages: กล่าวถึงคำศัพท์หนึ่งคำ

ในโครงสร้าง refer to + นามวลี คำว่า refer to หมายถึง “กล่าวถึงหรือพูดถึง” ในที่นี้ refers to นำหน้า the Dark Ages ซึ่งเป็นสำนวนที่ผู้พูดกล่าวถึง คำบุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ ให้วางกรรมต่อจาก to โดยตรง เช่น refer to the Dark Ages ไม่ใช่ refer about the Dark Ages หรือ refer to about the Dark Ages

แบบฝึกหัด

ใช้ refer to ในรูปปัจจุบันกาลที่ถูกต้องเพื่อแสดงว่าบทความกล่าวถึงงานวิจัยนั้น: The article ____ the study several times.

ดูคำตอบ

refers to

they mean a past time in history

3:22

พวกเขาหมายถึงช่วงเวลาในอดีตทางประวัติศาสตร์

considered uncivilized and characterized by ignorance. วลี

3:24

ถูกมองว่าไร้อารยธรรมและมีลักษณะของความไม่รู้

วลี

characterized by ignorance: การบอกลักษณะสำคัญ

be characterized by + คำนาม หมายถึง “มีสิ่งนั้นเป็นลักษณะเด่นหรือลักษณะสำคัญ” ในที่นี้ characterized by ignorance หมายความว่า ความไม่รู้ถูกมองว่าเป็นลักษณะสำคัญของยุคนั้น ในโครงสร้างกรรมวาจกนี้ by ใช้บอกลักษณะ ไม่ได้บอกบุคคลที่เป็นผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: The decade was ____ rapid change.

ดูคำตอบ

characterized by

But luckily for emoji fans,

3:28

แต่โชคดีสำหรับแฟนอิโมจิ

the grammar police are in the minority. วลี

3:30

ตำรวจไวยากรณ์เป็นคนส่วนน้อย

วลี

in the minority: อยู่ฝ่ายที่มีจำนวนน้อยกว่า

be in the minority หมายถึง “อยู่ในกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่า” มักใช้เมื่อมีคนจำนวนน้อยกว่าที่มีความคิดเห็นหรือทางเลือกแบบเดียวกัน ในที่นี้ กลุ่มที่เรียกว่า grammar police เป็นกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่า minority ในประโยคนี้เกี่ยวกับจำนวนคนหรือการกระจายของความคิดเห็น ไม่ได้หมายถึงชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ ศาสนา หรือสังคมโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: Only four of the twenty members agreed, so they were ____.

ดูคำตอบ

in the minority

Over 6 billion emoji messages are sent around the world every day,

3:32

ทุกวันมีการส่งข้อความอีโมจิมากกว่า 6 พันล้านข้อความทั่วโลก

with about 70% containing emotion-based characters like smiley face ไวยากรณ์

3:37

โดยประมาณ 70% มีตัวอักษรที่อิงตามอารมณ์ เช่น หน้าติดยิ้ม

ไวยากรณ์

with about 70% containing...: การเพิ่มรายละเอียดทางสถิติ

วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค with about 70% containing... เพิ่มรายละเอียดทางสถิติให้ประโยคหลักที่สมบูรณ์อยู่แล้ว about 70% หมายถึงประมาณ 70% ของข้อความอีโมจิ และสัดส่วนนี้เป็นประธานในความหมายของ containing ไม่ใช่ world รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อความหลัก, with + จำนวนหรือร้อยละ + รูป -ing โดยบอกข้อเท็จจริงโดยรวมก่อน แล้วจึงอธิบายว่ากลุ่มที่เกี่ยวข้องหรือส่วนหนึ่งของกลุ่มทำอะไรหรือมีอะไรอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + ร้อยละ + -ing เพื่อเพิ่มรายละเอียดทางสถิติได้ถูกต้อง?

  1. The survey included 500 families, and 60% choosing the cheaper option.
  2. The survey included 500 families, with 60% chose the cheaper option.
  3. The survey included 500 families, with 60% choosing the cheaper option.
ดูคำตอบ

The survey included 500 families, with 60% choosing the cheaper option.

and blowing kisses. วลี

3:42

และส่งจูบ

วลี

blowing kisses: การทำท่าส่งจูบ

blow a kiss เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงทำท่าหรือส่งจูบไปให้ใคร มักทำโดยขยับมือออกจากริมฝีปาก เมื่อใช้กรรมเป็นพหูพจน์ blow kisses หมายถึงส่งจูบ และ blowing kisses เป็นรูป -ing ของสำนวนนี้ ในรายการนี้ blowing kisses ใช้บรรยายสัญลักษณ์ที่แสดงท่าทางรักใคร่นี้ ตรงนี้ blow ไม่ได้หมายถึงเป่าลมหรือเป่าไฟให้ดับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ blow a kiss: When the train left, Ella ____ to her family.

ดูคำตอบ

blew a kiss

According to Professor Evans,

3:44

ตามที่ศาสตราจารย์ Evans กล่าว

emoji users are more expressive,

3:46

ผู้ใช้อีโมจิสามารถแสดงออกได้มากกว่า

more effective communicators.

3:48

และเป็นนักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

So could that be an advantage

3:51

ดังนั้นนั่นอาจเป็นข้อได้เปรียบ

for someone looking for love online? วลี

3:52

สำหรับคนที่กำลังมองหาความรักทางออนไลน์ได้ไหม?

วลี

looking for love online: มองหาคู่รักทางออนไลน์

ในบริบทการหาคู่ looking for love หมายถึงการพยายามหาคู่รักหรือความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก love ในที่นี้ไม่ใช่สิ่งของที่ต้องออกไปค้นหา และไม่ได้หมายถึงความรักโดยทั่วไป online บอกว่าการค้นหานี้เกิดขึ้นที่ใด เช่น ในแอปหรือเว็บไซต์หาคู่ วลีทั้งชุดจึงบรรยายคนที่ต้องการพบความรักผ่านอินเทอร์เน็ต

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ looking for love online มากที่สุด

  1. กำลังใช้แอปหาคู่เพื่อหาคู่รัก
  2. กำลังค้นหาเพลงที่มีคำว่า love อยู่ในชื่อบนเว็บไซต์
  3. กำลังคุยเรื่องการบ้านกับเพื่อนร่วมชั้นทางออนไลน์
ดูคำตอบ

กำลังใช้แอปหาคู่เพื่อหาคู่รัก

That's what Michael Rosen,

3:55

นั่นคือสิ่งที่ Michael Rosen

presenter of BBC Radio 4's Word of Mouth,

3:56

ผู้ดำเนินรายการ Word of Mouth ของสถานีวิทยุ BBC Radio 4

wanted to find out.

3:59

ต้องการค้นหาคำตอบ

Is it possible to start a relationship using emoji? วลี

4:02

เป็นไปได้ไหมที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการใช้อีโมจิ?

วลี

start a relationship: เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่

start a relationship หมายถึงการเริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับใครสักคน ในบริบทการหาคู่นี้ relationship ถูกเข้าใจว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก ดังนั้นคำถามจึงถามว่าอีโมจิช่วยให้คนสองคนเริ่มคบกันได้หรือไม่ relationship ในที่นี้เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงต้องมี a เป็น start a relationship ในบริบทอื่น สามารถเติมคำขยายเพื่อบอกประเภทได้ เช่น start a business relationship หรือ start a working relationship

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าบริษัทสองแห่งเริ่มมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกัน

  1. The two companies started relationship business.
  2. The two companies started a business relationship.
  3. The two companies started business love.
ดูคำตอบ

The two companies started a business relationship.

Well, there is research that's been conducted by Match.com, ไวยากรณ์

4:05

เอาล่ะ มีงานวิจัยที่ดำเนินการโดย Match.com

ไวยากรณ์

research that's been conducted by...: อนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำของ present perfect

that’s been conducted by Match.com เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย research ตรงนี้ that’s ย่อมาจาก that has และ has been conducted เป็นรูปถูกกระทำของ present perfect ส่วน conduct research หมายถึง “ทำวิจัย” และ by Match.com ระบุองค์กรที่ทำวิจัยนี้ รูปถูกกระทำทำให้ research ยังคงเป็นประเด็นหลัก และนำเสนอ Match.com ในฐานะแหล่งที่มาของงานวิจัย โครงสร้างนี้พบบ่อยเมื่อรายงานนำเสนอหลักฐานและเน้นตัวงานวิจัยมากกว่าผู้ดำเนินการ

แบบฝึกหัด

ใช้ past participle ของ conduct เติมอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำของ present perfect ให้สมบูรณ์: This is research that's been ____ by an independent team.

ดูคำตอบ

conducted

the American-based dating site. การใช้คำ

4:09

เว็บไซต์หาคู่ที่ตั้งอยู่ในอเมริกา

การใช้คำ

American-based dating site: ใช้ -based บอกที่ตั้ง

American-based ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้า dating site ตรงนี้ -based ระบุสถานที่หลักหรือฐานดำเนินงานขององค์กร โดยในบริบทนี้หมายถึงมีฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ส่วน dating site คือบริการออนไลน์สำหรับพบคนที่อาจพัฒนาเป็นคู่รัก นามวลีทั้งหมดใช้เรียก Match.com อีกแบบหนึ่งและบอกว่าเป็นองค์กรประเภทใด ตรงนี้ based บอกสถานที่ ไม่ได้หมายถึงหลักฐานหรือหลักการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “ตั้งอยู่ในลอนดอน” ให้สมบูรณ์: She works for a ____ technology company.

ดูคำตอบ

London-based

And what they found, ไวยากรณ์

4:12

และสิ่งที่พวกเขาค้นพบ

based on their research,

4:13

จากผลการวิจัย

is that the people that use more emojis

4:14

คือผู้คนที่ใช้อีโมจิมากกว่า

ไวยากรณ์

what they found ... is that: การนำเสนอผลการค้นพบ

ในโครงสร้างนี้ what they found หมายถึง “สิ่งหรือผลลัพธ์ที่พวกเขาค้นพบ” เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนามและเป็นประธานของประโยค ไม่ใช่คำถาม ส่วน is that ใช้นำหน้าอนุประโยคที่บอกผลการค้นพบ วลี based on their research แทรกอยู่ระหว่างประธานกับกริยาหลัก เมื่อตัดออกจะเหลือโครง What they found is that + ผลการค้นพบ โครงนี้วางผลลัพธ์ไว้ช่วงท้ายให้เป็นจุดเน้นหลัก

แบบฝึกหัด

เติมรายงานโดยใช้โครงสร้าง What the researchers found ... is that ให้ครบถ้วน: ____ after six weeks ____ the shorter lessons were easier to remember.

ดูคำตอบ

What the researchers found · is that

tend to be luckier in love. โน้ต

4:17

มีแนวโน้มที่จะโชคดีในเรื่องความรักมากกว่า

ไวยากรณ์

tend to be: การบอกแนวโน้มทั่วไป

tend to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นหรือสิ่งที่โดยทั่วไปมีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น ไม่ได้บอกความตั้งใจ ใน tend to be luckier คำว่า be เชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์ขั้นกว่า luckier ในที่นี้ tend to be ทำให้ข้อสรุปจากงานวิจัยฟังดูระมัดระวังขึ้น แนวโน้มนี้อาจพบได้บ่อย แต่ไม่ได้เป็นจริงกับทุกคน หากใช้ are luckier จะฟังดูตรงและเป็นข้อสรุปตายตัวมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติม tend to be เพื่อบอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว: Electric cars ____ quieter at low speeds.

ดูคำตอบ

tend to be

สำนวน

luckier in love: โชคดีกว่าในความสัมพันธ์เชิงรัก

be lucky in love เป็นสำนวนที่หมายถึงโชคดีเรื่องการออกเดตหรือความสัมพันธ์เชิงรัก ส่วนรูปเปรียบเทียบ luckier in love หมายถึงโชคดีกว่าในด้านนี้เมื่อเทียบกับคนอื่นหรือกับเมื่อก่อน love ในที่นี้จำกัดความหมายอยู่ที่ความรักเชิงโรแมนติก ไม่ได้หมายถึงความรักในครอบครัว มิตรภาพ หรือเพียงแค่การเป็นคนที่เปี่ยมด้วยความรัก

แบบฝึกหัด

'Nora has been luckier in love lately' หมายความว่าอย่างไร

  1. ช่วงนี้ความสัมพันธ์เชิงรักของเธอเป็นไปได้ดีกว่าเดิม
  2. ช่วงนี้เธอกลายเป็นคนที่แสดงความรักต่อทุกคนมากขึ้น
  3. ช่วงนี้ครอบครัวแสดงความรักต่อเธอมากขึ้น
ดูคำตอบ

ช่วงนี้ความสัมพันธ์เชิงรักของเธอเป็นไปได้ดีกว่าเดิม

They have more success in terms of dating. วลี

4:19

พวกเขามีความสำเร็จมากขึ้นในเรื่องของการออกเดท

วลี

in terms of dating: จำกัดข้อความไว้ที่ด้านเดียว

in terms of หมายถึง “เมื่อพิจารณาในด้านนี้โดยเฉพาะ” ในประโยคนี้ in terms of dating แสดงว่า more success หมายถึงความสำเร็จเฉพาะด้านการออกเดต ไม่ใช่ความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต ใช้ in terms of + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุขอบเขตของการประเมิน การเปรียบเทียบ หรือข้อกล่าว วิธีนี้ทำให้ข้อความกว้าง ๆ ชัดเจนและแม่นยำขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in terms of ได้ถูกต้องเพื่อจำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่

  1. According to battery life, this phone is better than the older model.
  2. In terms of battery life, this phone is better than the older model.
  3. In term of battery life, this phone is better than the older model.
ดูคำตอบ

In terms of battery life, this phone is better than the older model.

In the digital age,

4:22

ในยุคดิจิทัล

using emoji makes us more effective communicators.

4:23

การใช้อีโมจิทำให้เราเป็นนักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

More expressive.

4:25

แสดงออกได้มากขึ้น

And more expressive.

4:26

และแสดงออกได้มากขึ้น

We're better able to express our emotional selves. ไวยากรณ์

4:27

เราสามารถแสดงตัวตนทางอารมณ์ของเราได้ดีขึ้น

ไวยากรณ์

better able to express: เปรียบเทียบความสามารถ ไม่ใช่คุณภาพของการกระทำ

Be better able to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีความสามารถทำบางสิ่งได้มากกว่าเดิม มากกว่าคนอื่น หรือทำได้ดีขึ้นเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป ในประโยคนี้ better ขยาย able จึงเป็นการเปรียบเทียบความสามารถในการแสดงตัวตนด้านอารมณ์ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่แสดงออกได้ดีกว่าเดิม โครงสร้างคือ be + better able + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย be เปลี่ยนตามประธานและเวลา เช่น we are better able to express และ she was better able to explain รูปนี้แสดงการเปรียบเทียบความสามารถอย่างชัดเจน และมักฟังดูเป็นการอธิบายและเป็นทางการกว่าใช้ can เพียงอย่างเดียวเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ better able to กับกริยา explain: After the workshop, Noah was ____ his ideas clearly.

ดูคำตอบ

better able to explain

And people, therefore, it stands to reason, สำนวน

4:30

และผู้คน ดังนั้น มันสมเหตุสมผล

if you use more emojis,

4:32

ว่าถ้าคุณใช้อีโมจิมากขึ้น

you're going to get more dates. การใช้คำ

4:33

คุณก็จะได้ออกเดทมากขึ้น

สำนวน

it stands to reason: ใช้เกริ่นข้อสรุปที่สมเหตุสมผล

It stands to reason เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เสนอข้อสรุปว่าเป็นผลตามเหตุผลจากข้อมูลที่รู้อยู่แล้ว ในที่นี้ผู้พูดมองว่า การมีโอกาสออกเดตมากขึ้นเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลจากแนวคิดที่ว่าผู้ใช้อีโมจิแสดงอารมณ์ได้ง่ายกว่า คำว่า stand ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการยืนจริง ๆ และสำนวนนี้บอกว่าข้อสรุปดูสมเหตุสมผล ไม่ได้หมายความว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว รูปที่ชัดเจนและใช้บ่อยคือ It stands to reason that + อนุประโยค ในการพูดแบบเป็นธรรมชาติ อาจแทรกสำนวนนี้เป็นความเห็นสั้น ๆ ก่อนข้อสรุปได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายความว่าข้อสรุปนั้นสมเหตุสมผล: ____ that a team with more time to practise will perform more confidently.

ดูคำตอบ

It stands to reason

การใช้คำ

get more dates: มีโอกาสออกเดตเชิงความรักมากขึ้น

ในที่นี้ get more dates หมายถึงมีโอกาสออกเดตเชิงความรักมากขึ้น โดยมักสื่อว่ามีคนยอมพบคุณมากขึ้น get หมายถึง “ได้รับ” และ more แสดงว่าจำนวนเพิ่มขึ้น ในบริบทนี้ date คือการนัดพบเชิงความรักที่วางแผนไว้ ไม่ใช่วันที่ในปฏิทิน หัวข้อเรื่องการออกเดตช่วยบอกว่าต้องใช้ความหมายใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get more dates ในความหมายว่า “มีโอกาสออกเดตเชิงความรักมากขึ้น”

  1. A friendly profile can help you get more dates.
  2. The historian checked the records to get more dates for the timeline.
  3. The organizer called the theater to get more dates for the show.
ดูคำตอบ

A friendly profile can help you get more dates.

For people who are dating or starting a romantic relationship วลี

4:36

สำหรับคนที่กำลังออกเดทหรือเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบโรแมนติก

with someone,

4:39

กับใครบางคน

วลี

starting a romantic relationship with someone: เริ่มความสัมพันธ์เชิงรักกับใครสักคน

Starting a romantic relationship with someone หมายถึงการเริ่มเป็นคู่รักของคนนั้น โครงสร้างคือ start + a romantic relationship + with + อีกฝ่ายหนึ่ง with ใช้บอกอีกฝ่ายที่อยู่ในความสัมพันธ์ ไม่ได้ใช้บอกเครื่องมือหรือวิธีการ ในประโยคนี้ starting ใช้ขนานกับ dating หลัง people who are ความหมายเต็มคือ people who are dating or people who are starting a romantic relationship รูป -ing ทั้งสองคำตามหลัง are

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้วลี start a romantic relationship และชื่อ Alex: Jordan decided to ____.

ดูคำตอบ

start a romantic relationship with Alex

it seems that using emojis

4:40

ดูเหมือนว่าการใช้อีโมจิ

helps them be lucky in love,

4:42

จะช่วยให้พวกเขาโชคดีในความรัก (lucky in love)

an expression meaning lucky in finding a romantic partner.

4:44

ซึ่งเป็นสำนวนที่หมายถึงโชคดีในการหาคู่รัก

Emojis let us show our true personality. วลี

4:48

อีโมจิช่วยให้เราแสดงบุคลิกที่แท้จริงของเราออกมา

วลี

true personality: บุคลิกที่แท้จริง

true personality หมายถึงลักษณะนิสัยที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติของคนคนหนึ่ง ในประโยคนี้ true หมายถึง “แท้จริงและไม่ได้ปิดบัง” ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้องตามข้อเท็จจริง” ทั้งวลีใช้บอกว่าคนคนนั้นเป็นคนอย่างไรจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเพื่อนสนิทมักมองเห็นนิสัยที่แท้จริงของคนคนหนึ่ง?

  1. Close friends often see your factual personality.
  2. Close friends often see your correct personality.
  3. Close friends often see your true personality.
ดูคำตอบ

Close friends often see your true personality.

So Professor Evans says,

4:50

ดังนั้น ศาสตราจารย์ Evans จึงกล่าวว่า

it stands to reason,

4:52

มันสมเหตุสมผล (it stands to reason)

in other words, it seems likely to be true, ลำดับความ

4:54

อีกนัยหนึ่งคือ ดูเหมือนว่ามันน่าจะเป็นเรื่องจริง

ลำดับความ

in other words: กล่าวความคิดเดิมด้วยคำอีกแบบ

in other words บอกผู้ฟังว่าส่วนต่อไปจะกล่าวซ้ำหรืออธิบายความคิดเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบ ในที่นี้ it seems likely to be true ใช้อธิบาย it stands to reason ไม่ได้เพิ่มประเด็นใหม่ โดยทั่วไปวลีนี้จะอยู่หน้าข้อความที่กล่าวซ้ำและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค เมื่ออ่านหรือได้ยิน ให้มองว่าเป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีคำอธิบายที่ชัดเจนหรือง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่ขึ้นต้นด้วย in ลงท้ายด้วย words และใช้กล่าวความคิดเดิมอีกแบบ: The shop is cashless. ____, you must pay by card or phone.

ดูคำตอบ

In other words

that emoji users get more dates.

4:56

ที่ผู้ใช้อีโมจิจะได้คู่เดทมากขึ้น

And that's a big thumbs up from me.

4:59

และนั่นก็คือการกดไลก์รัวๆ จากฉันเลย

Uh what about our question, Sam?

5:01

เอ่อ แล้วคำถามของเราล่ะ Sam?

Did my answer get a thumbs up, too?

5:03

คำตอบของผมได้รับการกดไลก์ด้วยไหม?

In my question, I asked you which words

5:06

ในคำถามของฉัน ฉันถามคุณว่าคำใด

combine to make up the Japanese word emoji. กริยาวลี

5:08

ที่รวมกันเพื่อสร้างเป็นคำภาษาญี่ปุ่นว่า emoji

กริยาวลี

make up the Japanese word emoji: make up ที่แปลว่า “ประกอบเป็น”

ในประโยคนี้ make up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “รวมกันเป็น” สิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้าเป็นส่วนประกอบ ส่วนคำภาษาญี่ปุ่น emoji คือสิ่งทั้งหมดที่ส่วนเหล่านั้นประกอบขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แต่งหน้า” หรือ “แต่งเรื่อง” ใช้รูปแบบ ส่วนประกอบ + make up + สิ่งทั้งหมด: A and B make up C. ประธานบอกส่วนประกอบ และกรรมบอกสิ่งที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make up: Seven days ____ a week.

ดูคำตอบ

make up

And I guessed it was A, face and emotion.

5:11

และผมเดาว่ามันคือ A ใบหน้าและอารมณ์

Which was sad face,

5:14

ซึ่งเป็นหน้าเศร้า

the wrong answer, I'm afraid. น้ำเสียง/เจตนา

5:16

เพราะมันเป็นคำตอบที่ผิด ฉันเกรงว่าจะเป็นอย่างนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid: คำพูดสุภาพที่ช่วยให้ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ I'm afraid เป็นคำพูดสุภาพที่ช่วยให้ข้อความฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดกำลังบอกข้อมูลเชิงลบว่าคำตอบผิด วลีนี้จึงทำให้การแก้ไขฟังไม่ตรงหรือแข็งเกินไป ไม่ได้สื่อว่าผู้พูดรู้สึกกลัว I'm afraid วางไว้ก่อนข่าวร้ายได้ เช่น I'm afraid that's wrong หรือวางไว้หลังข่าวร้ายได้ เช่น That's wrong, I'm afraid ในการใช้แบบนี้มักมีความหมายว่า “น่าเสียดาย” หรือ “ขอโทษที่ต้องบอกว่า”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ I'm afraid เพื่อทำให้ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลขึ้น ไม่ใช่เพื่อบอกว่ากลัว

  1. I'm afraid of the dark.
  2. I'm afraid the library is closed today.
  3. Loud thunder makes me afraid.
ดูคำตอบ

I'm afraid the library is closed today.

In fact, emoji combines the words for

5:18

ในความเป็นจริง emoji ผสมคำในภาษาญี่ปุ่นของคำว่า

picture and character in Japanese.

5:21

รูปภาพ และ ตัวอักษร

Okay, let's recap the vocabulary we've learned about emojis, ลำดับความ

5:24

โอเค มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับอีโมจิกัน

ลำดับความ

Let's recap: การบอกว่าจะเข้าสู่ช่วงทบทวน

Let's recap หมายถึง “มาทบทวนสิ่งที่เราเรียนไปแล้วแบบสั้น ๆ กัน” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังว่าบทเรียนจะเปลี่ยนจากเนื้อหาใหม่ไปสู่การทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับอีโมจิ Let's เป็นรูปที่ใช้ทั่วไปในการพูดของ let us และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน recap โครงสร้าง Let's recap + หัวข้อ ช่วยจัดลำดับบทเรียน การประชุม หรือรายการ โดยนำเข้าสู่การสรุปสั้น ๆ ของเนื้อหาก่อนหน้า ในที่นี้ recap หมายถึง “ทบทวนสั้น ๆ” ไม่ใช่ “สวมหมวกอีกครั้ง”

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดเปลี่ยนช่วงของครูด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่ใช้ชวนทุกคนทบทวน: We have finished this topic. Now ____ the three key words.

ดูคำตอบ

let's recap

starting with the grammar police,

5:27

เริ่มจาก grammar police (ตำรวจไวยากรณ์)

people who want correct spelling and grammar online

5:30

ผู้ที่ต้องการการสะกดและไวยากรณ์ออนไลน์ที่ถูกต้อง

and criticize those who don't. ไวยากรณ์

5:33

และวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ไม่ทำตาม

ไวยากรณ์

those who don't: การกล่าวถึงคนโดยไม่พูดการกระทำซ้ำ

Those who don't หมายถึง “คนที่ไม่ทำเช่นนั้น” those เป็นคำสรรพนามพหูพจน์ที่ใช้แทนคน และ who don't เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด วลีทั้งหมดเป็นกรรมของ criticize Don't ใช้แทนวลีกริยาปฏิเสธที่เข้าใจได้ชัดเจนจากบริบทก่อนหน้า ในที่นี้แทน don't want correct spelling and grammar online การคงไว้เพียงกริยาช่วย don't ช่วยไม่ให้ต้องพูดการกระทำทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคเหล่านี้ those who don't หมายถึงอะไร? Some runners train every day. The coach gives extra support to those who don't.

  1. นักวิ่งที่ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม
  2. นักวิ่งที่ไม่ได้ฝึกทุกวัน
  3. คนที่ไม่ใช่นักวิ่ง
ดูคำตอบ

นักวิ่งที่ไม่ได้ฝึกทุกวัน

If you have a jaundiced view of something,

5:34

หากคุณมี jaundiced view (มุมมองที่มีอคติ) ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

you only see the negative side because of your own bad experience with it.

5:37

คุณจะเห็นเพียงด้านลบเพราะประสบการณ์แย่ๆ ของคุณเองกับสิ่งนั้น

The Dark Ages describes a period in history

5:42

Dark Ages (ยุคมืด) อธิบายถึงช่วงเวลาในประวัติศาสตร์

characterized by ignorance and a lack of progress.

5:45

ที่มีลักษณะเด่นคือความไม่รู้และการขาดความก้าวหน้า

If you are dating someone, you are spending time with them romantically, การใช้คำ

5:48

หากคุณกำลัง dating (ออกเดท) กับใครสักคน คุณกำลังใช้เวลาอย่างโรแมนติกกับพวกเขา

การใช้คำ

spending time with them romantically: ใช้เวลาร่วมกันในฐานะคนรัก ไม่ใช่แค่อยู่ด้วยกัน

spending time with them romantically หมายถึงการพบและใช้เวลากับคนนั้นในฐานะคนรักหรือคนที่อาจพัฒนาเป็นคนรัก ไม่ใช่แค่อยู่ด้วยกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้อธิบายความหมายของ dating someone romantically ขยาย spending time with them และเพิ่มความหมายเรื่องการออกเดตหรือความรัก หากไม่มีคำนี้หรือเบาะแสด้านความรักอย่างอื่น spend time with someone จะมีความหมายเป็นกลาง และอาจหมายถึงการใช้เวลากับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าคนสองคนกำลังใช้เวลาร่วมกันในฐานะคนรัก?

  1. Noah and Maya are visiting their grandparents together.
  2. Noah and Maya are spending time together romantically, not just as friends.
  3. Noah and Maya are working together on a science project.
ดูคำตอบ

Noah and Maya are spending time together romantically, not just as friends.

which means you are lucky in love,

5:52

ซึ่งหมายความว่าคุณ lucky in love (โชคดีในความรัก)

an expression meaning lucky in finding a romantic partner.

5:54

เป็นสำนวนที่หมายถึงโชคดีในการหาคู่รัก

And finally, the phrase "it stands to reason"

5:58

และสุดท้าย วลี it stands to reason (มันสมเหตุสมผล)

means that something seems likely to be true or it makes sense. วลี

6:01

หมายถึงว่าบางสิ่งดูเหมือนมีแนวโน้มที่จะเป็นความจริงหรือสมเหตุสมผล

วลี

makes sense: มีเหตุผลหรือสมเหตุสมผล

ในที่นี้ makes sense หมายถึง “ดูมีเหตุผลหรือสมเหตุสมผล” ประโยคนี้ใช้วลีดังกล่าวอธิบาย it stands to reason กล่าวคือ สิ่งที่เรารู้อยู่ทำให้ข้อสรุปนั้นดูมีแนวโน้มว่าจะเป็นจริง รูปแบบที่พบบ่อยคือ something makes sense ส่วนรูปปฏิเสธคือ something does not make sense ในที่นี้ sense เกี่ยวกับตรรกะและความเข้าใจ ไม่ใช่การมองเห็น การได้ยิน หรือประสาทสัมผัสทางร่างกายอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “มีเหตุผล”: The plan ____ because every step is clear.

ดูคำตอบ

makes sense

Once again, our 6 minutes are up.

6:05

หมดเวลา 6 นาทีของเราอีกครั้งแล้ว

Bye for now.

6:08

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:08

ลาก่อน

Six Minute English from the BBC.

6:10

Six Minute English จาก BBC