ไนโตรเจนเหลวจะแช่แข็งผิวหนังของคุณเร็วแค่ไหน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TKOR

ความยากในการเรียน
861 คำ 277 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: การสาธิตด้วยไนโตรเจนเหลวทดสอบว่าการสัมผัสต่อเนื่องทำให้ผิวหนังเริ่มแข็งตัวได้เร็วเพียงใด จากนั้นอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ ความเจ็บปวด ความเสี่ยง และขั้นตอนรับมือที่กล่าวไว้ในวิดีโอ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ในหมวดไวยากรณ์และรูปแบบประโยค if we were to take ใช้สร้างสมมติฐานเชิงสำรวจที่เว้นระยะจากความจริง ช่วยให้เสนอการกระทำที่เป็นไปได้โดยไม่ทำให้ฟังเหมือนเป็นแผนที่ตัดสินใจแล้ว 2. ในฐานะกริยาวลี chickened out. หมายถึงหมดความกล้าและหยุดก่อนทำสิ่งที่เสี่ยงจนเสร็จ ช่วยให้ยอมรับอย่างไม่เป็นทางการว่าถอยเพราะกลัว 3. ในหมวดวลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม seek medical attention เป็นชุดคำทางการมาตรฐานสำหรับการรับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ เหมาะกับคำแนะนำด้านความปลอดภัยและสุขภาพ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

If we dumped a puddle of liquid nitrogen straight into the palm of our hand,

0:01

ถ้าเราเทไนโตรเจนเหลวลงบนฝ่ามือของเราโดยตรง

how long do you think it would take for the skin to cool down enough ไวยากรณ์

0:04

คุณคิดว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าผิวหนังจะเย็นตัวลงมากพอ

to where the nitrogen could latch on and bite it? สำนวน

0:07

จนไนโตรเจนสามารถเกาะติดและกัดผิวได้?

ไวยากรณ์

คำถามซ้อนใน how long do you think it would take

How long ใช้ถามระยะเวลา ส่วน do you think เป็นการชวนให้ผู้ฟังคาดคะเน เนื่องจากคำถามเรื่องเวลาถูกซ้อนไว้หลัง do you think อนุประโยคต่อมาจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it would take ไม่ใช่ would it take Would แสดงว่าสถานการณ์นี้เป็นการสมมุติ ในที่นี้ take หมายถึง “ใช้เวลาจำนวนหนึ่ง” และเหตุการณ์ที่กำลังวัดระยะเวลาคือ for the skin to cool down enough หรือการที่ผิวหนังเย็นลงมากพอ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ How long do you think it would take for X to Y?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย: “____ for the lake to freeze?” ให้ถือว่านี่เป็นสถานการณ์สมมุติ

ดูคำตอบ

How long do you think it would take

สำนวน

latch on and bite it ในฐานะอุปลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์

ผู้พูดทำให้ไนโตรเจนเหลวมีพฤติกรรมเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กัดได้ Latch on สื่อว่าไนโตรเจนสามารถสัมผัสกับผิวหนังต่อไปแทนที่จะเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วน bite it หมายถึงหลังจากนั้นมันสามารถทำอันตรายต่อผิวหนังด้วยความเย็นจัด โดย it หมายถึงผิวหนัง คำกริยาเหล่านี้เป็นการเปรียบเปรย ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรเกี่ยวกับสัตว์ อุปลักษณ์ด้านการกระทำนี้เปลี่ยนกระบวนการทางกายภาพที่มองไม่เห็นให้เป็นภาพในใจที่เข้าใจได้รวดเร็วว่า การสัมผัสต่อเนื่องอาจนำไปสู่การบาดเจ็บจากความเย็นจัด

แบบฝึกหัด

อุปลักษณ์ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “Once the protective layer was gone, the freezing liquid could latch on and bite the exposed surface.”

  1. มันสามารถกระเด้งออกไปโดยไม่ส่งผลต่อพื้นผิว
  2. มันสามารถงอกฟันและกัดจริง ๆ
  3. มันสามารถสัมผัสอยู่ต่อไปและเริ่มสร้างความเสียหายจากความเย็น
ดูคำตอบ

มันสามารถสัมผัสอยู่ต่อไปและเริ่มสร้างความเสียหายจากความเย็น

Now, in previous videos,

0:09

ในวิดีโอก่อนหน้านี้

I've showed you that you can take liquid nitrogen and splash it in your face

0:10

ผมได้แสดงให้คุณเห็นว่าคุณสามารถนำไนโตรเจนเหลวมาสาดใส่หน้า

or roll it off your hands with little to no effect. วลี

0:13

หรือกลิ้งมันออกจากมือโดยที่แทบจะไม่มีผลอะไรเลย

วลี

little to no effect: ช่วงที่ใกล้ศูนย์

little to no effect หมายถึงผลลัพธ์อยู่ในช่วงตั้งแต่น้อยมากไปจนถึงไม่มีเลย สำนวนนี้จงใจเปิดไว้เป็นช่วง จึงไม่เด็ดขาดเท่ากับการกล่าวแบบสมบูรณ์ว่า no effect โครงสร้าง little to no + คำนามนับไม่ได้ ใช้ย่อความหมายของช่วงที่ใกล้ศูนย์นี้ ในที่นี้ effect หมายถึงผลลัพธ์ที่สังเกตได้ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่า ในสถานการณ์ที่อธิบายไว้ การสัมผัสช่วงสั้น ๆ แทบไม่ก่อให้เกิดผลที่สังเกตเห็นได้

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งทดสอบการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง การทดสอบบางครั้งดีขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ส่วนบางครั้งไม่ดีขึ้นเลย ประโยคใดรายงานผลได้ดีที่สุด

  1. The change had a strong effect.
  2. The change had no effect in every trial.
  3. The change had little to no effect.
ดูคำตอบ

The change had little to no effect.

And that's because the Leidenfrost effect basically vaporizes the nitrogen into a gas, วัฒนธรรม

0:15

และนั่นเป็นเพราะปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์ได้ระเหยไนโตรเจนให้กลายเป็นก๊าซ

which shields you from the intense cold of this liquid.

0:19

ซึ่งเป็นเกราะป้องกันคุณจากความเย็นจัดของของเหลวนี้

วัฒนธรรม

Leidenfrost effect: ชั้นไอที่เป็นฉนวน

Leidenfrost effect หรือปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์ เป็นชื่อของปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นเมื่อของเหลวสัมผัสพื้นผิวที่ร้อนพอจนเกิดชั้นไออยู่ใต้ของเหลว ชั้นนี้ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงและชะลอการถ่ายเทความร้อนได้ชั่วคราว ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอชื่อทางเทคนิคแล้วอธิบายหน้าที่ทันทีว่า ไนโตรเจนเปลี่ยนเป็นก๊าซ และก๊าซนั้นสร้างแนวกั้นชั่วคราวจากความเย็นจัดของของเหลว แนวกั้นนี้อยู่เพียงชั่วคราวและขึ้นอยู่กับสภาวะทางฟิสิกส์

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดง Leidenfrost effect หรือปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์ได้ดีที่สุด

  1. ไอน้ำควบแน่นบนหน้าต่างที่เย็น
  2. หยดน้ำลื่นไถลไปบนกระทะที่ร้อนจัดโดยมีชั้นไอรองอยู่
  3. ก้อนน้ำแข็งละลายช้า ๆ ในห้องที่เย็น
ดูคำตอบ

หยดน้ำลื่นไถลไปบนกระทะที่ร้อนจัดโดยมีชั้นไอรองอยู่

But what do you think would happen

0:22

แต่คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น

if we left the nitrogen in one place for a little bit too long?

0:23

ถ้าเราปล่อยไนโตรเจนทิ้งไว้ที่จุดเดียวนานเกินไปสักนิด?

For example, what if we poured this into our hands

0:26

ตัวอย่างเช่น จะเป็นอย่างไรถ้าเราเทมันลงบนมือ

and just let it sit?

0:28

แล้วปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ?

Now, if we were to take a little bit of this liquid ไวยากรณ์

0:30

เอาล่ะ ถ้าเราเอาของเหลวนี้มานิดหน่อย

and just pour it in the palm of our hand,

0:31

แล้วเทมันลงบนฝ่ามือของเรา

but we keep our hand moving fast enough,

0:33

แต่เราเคลื่อนไหวมือให้เร็วพอ

you can see the liquid doesn't actually do any damage.

0:35

คุณจะเห็นว่าของเหลวนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ เลย

ไวยากรณ์

if we were to take: การกระทำสมมติแบบหยั่งเชิง

ใน if we were to take โครงสร้างคือ if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน โดยนำเสนอการหยิบของเหลวว่าเป็นการกระทำที่กำลังพิจารณาหรือจินตนาการก่อนดูผลลัพธ์ were to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสมมติ ไม่ได้เลือกใช้เพียงเพราะ we เป็นพหูพจน์ รูปแบบนี้มักทำให้ข้อเสนอดูเป็นการหยั่งเชิงหรือห่างจากความเป็นจริงมากกว่า if we take แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าการกระทำนั้นเป็นไปไม่ได้หรือเกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสมมติแบบหยั่งเชิงโดยใช้ take: ____ a small sample, we could test it safely.

ดูคำตอบ

If we were to take

It just skittles around kind of like playing a game of air hockey การใช้คำ

0:38

มันแค่เลื่อนไปมาคล้ายๆ กับการเล่นแอร์ฮอกกี้

until the nitrogen completely evaporates.

0:40

จนกว่าไนโตรเจนจะระเหยไปจนหมด

การใช้คำ

skittles around: การเคลื่อนไหวแบบขี้เล่นและไม่สม่ำเสมอ

ตรงนี้ skittles ถูกนำมาใช้เป็นคำกริยาอย่างสร้างสรรค์ เมื่อใช้กับ around จะบรรยายว่าของเหลวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เบา และคาดเดาทิศทางไม่ได้บนมือ คล้ายลูกแอร์ฮอกกี้ ไม่ได้หมายถึงลูกอมหรือพินโบว์ลิง โครงสร้างคือ ประธาน + skittles around คำนามถูกเปลี่ยนให้เป็นคำกริยาบอกการเคลื่อนไหวที่เห็นภาพชัด ดังนั้นการเปรียบเทียบในบริบทจึงช่วยให้อนุมานความหมายที่ต้องการได้

แบบฝึกหัด

ใน “The droplet skittles around the plate,” การตีความใดตรงกับ skittles around มากที่สุด

  1. มันอยู่นิ่งที่เดิมแล้วค่อย ๆ หายไป
  2. มันชนพินโบว์ลิงที่เรียงกันจนล้ม
  3. มันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโดยเปลี่ยนทิศทางไปมา
ดูคำตอบ

มันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโดยเปลี่ยนทิศทางไปมา

But what would happen if we stopped moving our hand

0:43

แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราหยุดเคลื่อนไหวมือ

and let the liquid nitrogen settle down กริยาวลี

0:44

แล้วปล่อยให้ไนโตรเจนเหลวอยู่นิ่งๆ

and stay in one place for a little bit longer?

0:46

และค้างอยู่ที่จุดเดียวนานขึ้นอีกหน่อย?

กริยาวลี

settle down เมื่อของเหลวค่อย ๆ นิ่ง

ในที่นี้ settle down หมายถึงการเคลื่อนไหวของของเหลวค่อย ๆ ลดลงจนของเหลวค่อนข้างนิ่งและเสถียร ประธานคือของเหลว จึงกล่าวถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ไม่ใช่อารมณ์ ในความหมายที่กว้างขึ้น settle down ใช้บรรยายคน สาร หรือสถานการณ์ที่เคลื่อนไหวน้อยลง ปั่นป่วนน้อยลง หรือเปลี่ยนแปลงน้อยลงได้ ให้ดูประธานและบริบทเพื่อพิจารณาว่าหมายถึงความมั่นคงแบบใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคใด settle down หมายถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพค่อย ๆ หยุดและเข้าสู่สภาพเสถียร?

  1. The coach told the angry players to settle down.
  2. After we shook the jar, the liquid slowly settled down.
  3. They settled down in a quiet town.
ดูคำตอบ

After we shook the jar, the liquid slowly settled down.

Okay, so this is where I start getting a little bit more nervous. ลำดับความ

0:49

โอเค นี่คือตอนที่ผมเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

ลำดับความ

this is where ที่ใช้ทำเครื่องหมายจุดเปลี่ยน

ในที่นี้ this is where ชี้ไปยังช่วงของการทดลองที่ผู้พูดเริ่มรู้สึกกังวล Where ช่วยจัดลำดับเรื่องโดยทำเครื่องหมายจุดสำคัญในกระบวนการที่กำลังดำเนินไป และไม่จำเป็นต้องระบุสถานที่จริง โครงสร้าง this is where + อนุประโยค มักใช้แนะนำขั้นตอนที่บางสิ่งเปลี่ยนแปลง เริ่มยากขึ้น หรือนำไปสู่ผลลัพธ์ เมื่อไม่ได้กล่าวถึงสถานที่ ให้เข้าใจว่าเป็น “ณ จุดนี้” หรือ “ในขั้นตอนนี้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างสามคำในบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย This และใช้ทำเครื่องหมายขั้นตอนของกระบวนการ: ____ the instructions start to become difficult.

ดูคำตอบ

This is where

I don't want to stop moving my hand

0:52

ผมไม่อยากหยุดขยับมือเลย

because I know what's going to happen.

0:53

เพราะผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

But watch this.

0:54

แต่ดูนี่สิ

If I do stop for a second, watch right there.

0:55

ถ้าผมหยุดแค่แป๊บเดียว ดูตรงนั้นนะ

You can see it actually instantly frostbites the skin.

0:57

คุณจะเห็นว่ามันกัดผิวหนังให้ไหม้ด้วยความเย็นในทันที

Let's do that again with a little bit more liquid.

1:00

เรามาลองทำแบบนั้นอีกครั้งด้วยของเหลวที่มากขึ้นหน่อย

That's quite a bit.

1:03

นี่ก็ค่อนข้างเยอะเลย

I'm just going to

1:04

ผมแค่จะ

Whoa!

1:04

โว้ว!

You can see immediately it starts frostbiting me.

1:05

คุณจะเห็นได้ในทันทีว่ามันเริ่มกัดผิวผมด้วยความเย็น

And, uh, as it warms up,

1:07

และ เอ่อ พอผิวอุ่นขึ้น

it disappears as quickly as it came. ไวยากรณ์

1:09

มันก็หายไปเร็วพอๆ กับตอนที่มา

ไวยากรณ์

as quickly as it came: เร็วพอ ๆ กับตอนที่มันปรากฏขึ้น

โครงสร้าง as + คำวิเศษณ์ + as ใช้เปรียบเทียบการกระทำสองอย่างและบอกว่ามีระดับเท่ากัน ในที่นี้ as quickly as it came หมายถึงรอยนั้นหายไปด้วยความเร็วเท่ากับตอนที่มันปรากฏขึ้น โดย came หมายถึง “ปรากฏขึ้น” ไม่ใช่การเคลื่อนที่เข้ามาจริง ๆ โครงสร้างนี้ช่วยให้การอธิบายกระบวนการกระชับขึ้น โดย as ตัวแรกนำหน้าระดับ และ as ตัวที่สองนำหน้าการกระทำที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยการเปรียบเทียบแบบเท่ากันโดยใช้ quickly: The stain vanished ____ it appeared.

ดูคำตอบ

as quickly as

Now, to me this feels like a little bit of a bee sting.

1:11

ตอนนี้สำหรับผม รู้สึกเหมือนโดนผึ้งต่อยนิดหน่อย

Almost like I got stung,

1:13

เกือบจะเหมือนผมโดนต่อย

and the pain lingers for about 10 to 20 seconds.

1:14

และความเจ็บปวดก็ค้างอยู่ประมาณ 10 ถึง 20 วินาที

You can see the skin is turning a little bit red there.

1:17

คุณจะเห็นว่าผิวหนังตรงนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงนิดหน่อย

It's not to the point of where it'll be a first degree burn just yet.

1:19

มันยังไม่ถึงจุดที่จะเป็นแผลไหม้ระดับแรก

But it would be if we left it exposed a little bit longer.

1:22

แต่มันจะเป็นแน่ถ้าเราปล่อยให้สัมผัสนานกว่านี้อีกนิด

Let's try a smaller bead here.

1:25

เรามาลองหยดที่เล็กลงตรงนี้ดู

Let that settle down.

1:27

ปล่อยให้มันอยู่นิ่งๆ

Boom!

1:28

ตู้ม!

Ooh!

1:28

อูย!

Okay, I chickened out. กริยาวลี

1:29

เอาล่ะ ผมปอดแหกซะแล้ว

กริยาวลี

chickened out: กลัวจนถอย

Chicken out เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงการเลิกทำสิ่งที่ตั้งใจไว้เพราะเกิดความกลัวหรือหมดความกล้า ใน I chickened out คำว่า chickened เป็นรูปอดีต ผู้พูดจึงกำลังบอกถึงการถอยที่เกิดขึ้นไปแล้ว สำนวนนี้ไม่เกี่ยวกับไก่จริง ๆ ในที่นี้ผู้พูดยอมรับว่าความกลัวทำให้ตนหยุดแทนที่จะทำตามแผนต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ chicken out ซึ่งหมายถึง “หมดความกล้าและไม่ได้ทำ”: I wanted to speak onstage, but when I saw the crowd, I ____.

ดูคำตอบ

chickened out

I don't really want to keep this going much longer.

1:30

ผมไม่อยากให้มันนานไปกว่านี้แล้วจริงๆ

I'm going to try one little bead

1:32

ผมจะลองทดสอบกับหยดเล็กๆ แค่หยดเดียว

and see if I can make it all the way through. สำนวน

1:33

และดูว่าผมจะทนไปจนจบได้ไหม

สำนวน

make it all the way through: ทำสำเร็จจนจบ

ในประโยคนี้ make it หมายถึง “ทำสำเร็จ” ไม่ใช่ “สร้างบางสิ่ง” ส่วน through ทำให้กิจกรรมนี้ถูกมองเป็นกระบวนการที่มีจุดจบ และ all the way เน้นว่าไปถึงจุดจบนั้นจริง ๆ สำนวนทั้งหมดหมายถึงการพยายามต่อไปจนสำเร็จและผ่านประสบการณ์หรืองานยาก ๆ ไปได้จนจบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำต่อไปได้สำเร็จจนกระบวนการทั้งหมดจบลง”: The treatment was difficult, but she was determined to ____.

ดูคำตอบ

make it all the way through

This may not be the smartest idea,

1:35

นี่อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดที่สุด

but I'm doing this for you.

1:37

แต่ผมทำเพื่อพวกคุณเลยนะ

There we go.

1:38

เอาล่ะ

There's a nice little bead.

1:39

ได้หยดเล็กๆ ที่สวยงามมาแล้ว

We'll let it settle down and

1:40

เราจะปล่อยให้มันนิ่งและ

Oh, man, that kind of actually hurt. น้ำเสียง/เจตนา

1:43

โอ้โห แอบเจ็บจริงๆ นะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

kind of actually hurt: ยอมรับอย่างลังเลว่าเจ็บจริง

kind of ช่วยลดน้ำหนักของคำพูด ผู้พูดไม่ได้บอกว่าเจ็บอย่างหนักแน่นหรือตายตัว ส่วน actually เป็นการยอมรับต่อมาว่าความเจ็บนั้นเกิดขึ้นจริงและเกินความคาดหมาย เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองคำแสดงการแก้ความคิดของตัวเองอย่างลังเล แม้ผู้พูดพยายามพูดให้ดูไม่รุนแรง แต่ก็ยอมรับว่าเจ็บจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I laughed at first, but the comment kind of actually hurt,” คำว่า kind of actually สื่ออะไร

  1. ผู้พูดแน่ใจว่าความคิดเห็นนั้นไม่ได้ทำให้เจ็บเลย
  2. ผู้พูดยอมรับอย่างลังเลว่าความคิดเห็นนั้นทำให้เจ็บจริง ๆ
  3. ผู้พูดกำลังระบุชื่อการบาดเจ็บทางร่างกายชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมรับอย่างลังเลว่าความคิดเห็นนั้นทำให้เจ็บจริง ๆ

So, you can see it's turned my skin completely white.

1:45

ดังนั้น คุณจะเห็นว่ามันทำให้ผิวของผมเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเลย

As it warms back up, though,

1:47

อย่างไรก็ตาม พอมันกลับมาอุ่นขึ้น

it starts to fade.

1:49

มันก็เริ่มจางลง

You can see this is taking about 10 to 15 seconds.

1:50

คุณจะเห็นว่านี่ใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 15 วินาที

Now, I do feel a little bit of pain there.

1:52

ตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บนิดหน่อยตรงนั้น

It is a lingering sensation

1:55

มันเป็นความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่

that feels like after you got stung by a bee.

1:56

ซึ่งรู้สึกเหมือนตอนที่คุณโดนผึ้งต่อย

And you can see the coloration in the hand is a little bit more red.

1:58

และคุณจะเห็นว่าสีบนมือมันแดงขึ้นมาอีกนิด

But even at this point,

2:01

แต่ถึงจะเป็นแบบนี้

I wouldn't consider that a first degree burn.

2:02

ผมก็ยังไม่ถือว่านั่นเป็นแผลไหม้ระดับแรกนะ

It might be an extreme case of frostnip, การใช้คำ

2:04

มันอาจจะเป็นภาวะผิวหนังโดนความเย็นจัดขั้นรุนแรง

but I wouldn't expect that to blister up. กริยาวลี

2:06

แต่ผมไม่คิดว่ามันจะถึงขั้นพุพอง

การใช้คำ

frostnip: การบาดเจ็บจากความเย็นระดับตื้นและไม่รุนแรง

Frostnip คือการบาดเจ็บจากความเย็นระดับตื้นและไม่รุนแรง ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของความเสียหายจากความเย็น ผิวอาจซีด แดง ชา หรือรู้สึกยิบ ๆ แต่เนื้อเยื่อไม่ได้แข็งตัวลึกและมักฟื้นตัวหลังให้ความอบอุ่น ในที่นี้ แม้จะเป็น “frostnip ที่รุนแรง” ก็ยังถือว่าเบากว่า frostbite คำพูดที่ว่าไม่น่าจะเกิดตุ่มน้ำช่วยบอกขอบเขตนี้ เพราะการเกิดตุ่มน้ำอาจหมายถึงการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่า Frostnip เป็นคำศัพท์ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่การสะกด frostbite ผิด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ frostnip ในบริบทนี้มากที่สุด

  1. การบาดเจ็บจากความเย็นที่เบาและตื้นซึ่งโดยทั่วไปไม่เกิดตุ่มน้ำ
  2. ผื่นผิวหนังชนิดใดก็ตามที่เกิดจากอากาศร้อน
  3. การบาดเจ็บจากการแข็งตัวระดับลึกที่มักทำลายเนื้อเยื่ออย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

การบาดเจ็บจากความเย็นที่เบาและตื้นซึ่งโดยทั่วไปไม่เกิดตุ่มน้ำ

กริยาวลี

blister up: เกิดตุ่มน้ำ

Blister ใช้เป็นคำกริยาได้ด้วย Blister up หมายถึงผิวหนังหรือพื้นผิวอื่นเกิดตุ่มน้ำหรือฟองนูนที่มีของเหลวอยู่ข้างใน ในประโยคนี้ ผิวบริเวณที่บาดเจ็บคือสิ่งที่อาจ blister up Up ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ แต่เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ คือมีตุ่มน้ำเกิดขึ้นและมองเห็นได้ จะใช้ blister เพียงคำเดียวก็ได้ แต่ blister up เป็นสำนวนสนทนาที่เป็นธรรมชาติและเน้นการเปลี่ยนแปลงนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ blister up ในความหมายว่าผิวหนังเกิดตุ่มน้ำ

  1. The nurse pointed to a blister near his heel.
  2. Before the hike, he covered the blister up with a bandage.
  3. After the long hike, the skin on his heel began to blister up.
ดูคำตอบ

After the long hike, the skin on his heel began to blister up.

You can see it only takes a fraction of a second วลี

2:08

คุณจะเห็นได้ว่ามันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที

for nitrogen to actually grab onto your skin and start burning it.

2:10

ในการที่ไนโตรเจนจะเกาะติดผิวหนังคุณและเริ่มเผาไหม้มัน

วลี

a fraction of a second: ช่วงเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งวินาทีมาก

ในประโยคนี้ a fraction of a second หมายถึงช่วงเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งวินาทีมาก คำว่า fraction ไม่ได้ระบุว่าเป็นครึ่งหนึ่ง หนึ่งในสี่ หรือค่าทศนิยมที่แน่นอน แต่เน้นว่าการไหม้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โครงสร้างทั่วไป it takes + ระยะเวลา + for + คนหรือสิ่งของ + to + คำกริยา ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งใช้เวลานานเท่าใด การเติม only ทำให้ช่วงเวลาที่สั้นนั้นดูน่าทึ่งเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “สั้นกว่าหนึ่งวินาทีมาก”: The safety lock engages in ____.

ดูคำตอบ

a fraction of a second

And the reason I say burn is because frostbite is actually very similar ไวยากรณ์

2:13

และเหตุผลที่ผมพูดว่าเผาไหม้ ก็เพราะแผลจากความเย็นจัดนั้นคล้ายคลึงกันมาก

to first, second, and third degree burns, วัฒนธรรม

2:16

กับแผลไหม้ระดับแรก ระดับสอง และระดับสาม

depending on how long you're exposed.

2:18

ขึ้นอยู่กับว่าคุณสัมผัสมันนานแค่ไหน

ไวยากรณ์

the reason I say burn is because: บอกถ้อยคำก่อนแล้วอธิบายเหตุผล

โครงสร้าง the reason I say X is because Y เริ่มจากดึงความสนใจไปที่ถ้อยคำ X แล้วจึงให้เหตุผล Y ว่าทำไมจึงเลือกใช้ถ้อยคำนั้น ในประโยคนี้ X คือ burn และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because อธิบายว่าทำไมคำนี้จึงเหมาะกับอาการบาดเจ็บจากความเย็นจัด ใช้โครงสร้างนี้เมื่อคำหรือป้ายกำกับหนึ่งอาจฟังดูน่าแปลกใจ และต้องการแสดงว่าเลือกคำนั้นอย่างตั้งใจ โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็น “ถ้อยคำก่อน เหตุผลสนับสนุนทีหลัง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้ชี้แจงการเลือกถ้อยคำ โดยใช้ the rule is unfair เป็น X: ____ the same two people always get chosen.

ดูคำตอบ

The reason I say the rule is unfair is because

วัฒนธรรม

แผลไหม้ระดับหนึ่ง สอง และสาม: degree หมายถึงระดับการบาดเจ็บ

ใน first, second, and third degree burns คำว่า degree ใช้บอกระดับการบาดเจ็บจากแผลไหม้ ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิหรือวุฒิการศึกษา ตัวเลขที่สูงขึ้นบ่งบอกว่าความเสียหายของเนื้อเยื่อลึกและรุนแรงขึ้น โดยแผลไหม้ระดับหนึ่งตื้นกว่า ส่วนระดับสองและระดับสามมีความเสียหายลึกกว่า ผู้พูดใช้ระดับของแผลไหม้เหล่านี้มาเปรียบเทียบกับการบาดเจ็บจากความเย็นจัด ประเด็นคือการสัมผัสความเย็นนานขึ้นอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายคล้ายแผลไหม้ในระดับต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: The doctor treated a second-degree burn. second-degree บอกอะไร?

  1. อุณหภูมิที่แน่นอนซึ่งทำให้เกิดแผลไหม้
  2. จำนวนชั่วโมงที่ผ่านไปนับจากเกิดการบาดเจ็บ
  3. การจัดระดับแผลไหม้ตามความลึกและความรุนแรง
ดูคำตอบ

การจัดระดับแผลไหม้ตามความลึกและความรุนแรง

I wanted to show you this reaction

2:19

ผมอยากแสดงปฏิกิริยานี้ให้คุณดู

because I've done a lot of experiments with liquid nitrogen,

2:21

เพราะผมทำการทดลองกับไนโตรเจนเหลวมาเยอะมาก

and I didn't want you to get the impression วลี

2:23

และผมไม่อยากให้คุณมีความรู้สึก

that it was super safe stuff to play with.

2:24

ว่ามันเป็นสิ่งที่ปลอดภัยสุดๆ ที่จะเอามาเล่น

วลี

Get the impression that: สร้างความเชื่อจากสิ่งที่สังเกตเห็น

get the impression that + อนุประโยค หมายถึงเริ่มเชื่อหรือรู้สึกบางอย่างจากสิ่งที่เห็น ได้ยิน หรือประสบ โดยมักยังไม่มีหลักฐานครบถ้วน impression ในที่นี้คือข้อสรุปในใจ ไม่ใช่รอยทางกายภาพ ใน I didn't want you to get the impression that... ผู้พูดกำลังพยายามป้องกันความเข้าใจผิด การทดลองก่อนหน้านี้อาจทำให้ไนโตรเจนเหลวดูไม่มีอันตราย แต่ผู้พูดไม่ต้องการให้ผู้ชมสรุปว่ามันปลอดภัยสำหรับเอามาเล่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นว่า Maya เริ่มก่อรูปความเชื่อจากสิ่งที่เธอเห็น?

  1. Maya was under the impression that the shop was closed.
  2. Maya got the impression that the shop was closed.
  3. The dark windows gave the impression that the shop was closed.
ดูคำตอบ

Maya got the impression that the shop was closed.

You can see that it will burn you,

2:26

คุณจะเห็นว่ามันสามารถกัดผิวคุณจนไหม้ได้

and it'll burn you very quickly.

2:27

และมันจะไหม้เร็วมากๆ ด้วย

And it does hurt.

2:29

และมันก็เจ็บจริงๆ

It leaves a mark.

2:29

มันทิ้งรอยเอาไว้

And you might be wondering what this feels like,

2:30

และคุณอาจจะสงสัยว่ามันรู้สึกอย่างไร

and right now I have lingering sensations all over my hands

2:32

ซึ่งตอนนี้ผมมีความรู้สึกค้างอยู่ทั่วทั้งมือ

as if I was stung by bees multiple times. ไวยากรณ์

2:34

ราวกับว่าผมโดนผึ้งต่อยหลายๆ ครั้ง

ไวยากรณ์

การใช้ as if เพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

as if ใช้นำการเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น ผู้พูดอาศัยความรู้สึกที่คุ้นเคยจากการถูกผึ้งต่อยเพื่อช่วยให้นึกภาพความรู้สึกที่ยังคงอยู่ได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่าถูกผึ้งต่อยจริง ๆ โครงสร้างทั่วไปคือ คำบรรยายหลัก + as if + อนุประโยค โครงสร้างนี้มีประโยชน์มากเมื่อความรู้สึก ลักษณะภายนอก หรือพฤติกรรมอธิบายตรง ๆ ได้ยาก

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่แสดงการเปรียบเทียบกับสิ่งที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่สาเหตุจริง: The new gloves made my hands feel ___ tiny sparks were jumping across my skin.

  1. even though
  2. because
  3. as if
ดูคำตอบ

as if

There is a lingering pain in that part of my hand,

2:37

มันมีความเจ็บปวดที่หลงเหลืออยู่ในส่วนนั้นของมือ

almost like somebody's taking a nail and pressing it down into my skin.

2:39

แทบจะเหมือนมีคนเอาตะปูมากดลงบนผิวหนังของผม

I get an itchy, tingling sensation that makes me want to scratch it. การใช้คำ

2:42

ผมรู้สึกคันและยิบๆ ซึ่งทำให้ผมอยากจะเกามัน

การใช้คำ

itchy, tingling sensation: ความรู้สึกคันและยิบ ๆ พร้อมกัน

ในที่นี้ itchy หมายถึงผิวหนังรู้สึกคันจนอยากเกา ส่วน tingling หมายถึงความรู้สึกยิบ ๆ เหมือนถูกเข็มทิ่มเบา ๆ คำคุณศัพท์ทั้งสองคำขยายคำนามเดียวกันคือ sensation ดังนั้นวลีนี้จึงบอกลักษณะของความรู้สึกสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน การใช้สองคำร่วมกันมีประโยชน์เมื่อคำกว้าง ๆ อย่าง pain คลุมเครือเกินไป Tingling ยังเป็นความรู้สึกที่รับรู้ได้ จึงไม่ได้หมายถึงการสูญเสียความรู้สึกทั้งหมดในตัวเอง

แบบฝึกหัด

ครีมทาผิวชนิดใหม่ทำให้แขนของคุณรู้สึกอยากเกาและยังรู้สึกยิบ ๆ เหมือนเข็มทิ่ม คำบรรยายใดแม่นยำที่สุด?

  1. an itchy, tingling sensation
  2. a burning sensation
  3. numbness
ดูคำตอบ

an itchy, tingling sensation

So, if you do happen to get frostbitten, ไวยากรณ์

2:45

ดังนั้น หากคุณบังเอิญโดนหิมะกัดหรือความเย็นกัด

this is the way that you want to treat it.

2:46

นี่คือวิธีที่คุณควรใช้รักษามัน

ไวยากรณ์

happen to get frostbitten: ความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

ใน “if you do happen to get frostbitten” โครงสร้าง happen to + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการได้รับบาดเจ็บจากความเย็นจัดว่าเป็นความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือไม่คาดคิด ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้ ในที่นี้ get frostbitten หมายถึงได้รับบาดเจ็บจากความเย็นจัด ในอนุประโยค if คำว่า happen to ทำให้สถานการณ์เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ รูปแบบคือ if + ประธาน + happen(s) to + กริยารูปพื้นฐาน ส่วน do ที่เพิ่มเข้ามาใช้เน้นย้ำ ขณะที่ความหมายเรื่องความบังเอิญมาจาก happen to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่นำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ไม่คาดคิด: If you ____ miss the last bus, call me.

ดูคำตอบ

happen to

Get yourself a bowl of lukewarm water. การใช้คำ

2:48

หาน้ำอุ่นมาสักชาม

การใช้คำ

lukewarm water: น้ำที่อุ่นเพียงเล็กน้อย

Lukewarm water คือน้ำที่อุ่นเพียงเล็กน้อย ไม่ร้อนหรือเย็นอย่างชัดเจน ในคำแนะนำนี้ lukewarm ระบุช่วงอุณหภูมิที่แคบและเจาะจงกว่าคำว่า warm ซึ่งมีความหมายกว้างกว่า ความหมายของ lukewarm อาจเป็นอุณหภูมิใกล้เคียงอุณหภูมิห้องหรืออุ่นกว่าเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับบริบท คำนี้บอกช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นหากต้องการความแม่นยำ ให้ทำตามอุณหภูมิที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

คำแนะนำใดขอให้ใช้น้ำที่อุ่นเพียงเล็กน้อย ไม่ร้อนหรือเย็นอย่างชัดเจน ได้แม่นยำที่สุด?

  1. Use lukewarm water.
  2. Use hot water.
  3. Use warm water.
ดูคำตอบ

Use lukewarm water.

You do not want it to be hot,

2:50

คุณไม่ควรใช้น้ำร้อน

and you don't want it to be cold.

2:51

และคุณก็ไม่ควรใช้น้ำเย็น

Just lukewarm or room temperature,

2:52

แค่น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องก็พอ

and just soak the area for a couple of minutes วลี

2:54

แล้วก็แช่บริเวณนั้นไว้สักสองสามนาที

until it starts to feel better.

2:56

จนกว่าจะเริ่มรู้สึกดีขึ้น

วลี

Soak the area: แช่บริเวณนั้น

ในที่นี้ soak the area หมายถึงการแช่ส่วนของร่างกายที่ได้รับผลกระทบไว้ในของเหลวช่วงหนึ่ง soak สื่อถึงการกระทำที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ทำให้เปียกหรือล้างผ่านอย่างรวดเร็ว the area หมายถึงส่วนที่ต้องได้รับการดูแล นี่เป็นคำสั่งแบบกริยา-กรรมที่เป็นธรรมชาติ และสามารถตามด้วยของเหลว ระยะเวลา หรือเงื่อนไขในการหยุดได้ เช่น soak the area in water, for ten minutes หรือ until it feels better

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งทำความสะอาดด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ให้ส่วนนั้นอยู่ในของเหลว”: '____ in soapy water for ten minutes.'

ดูคำตอบ

Soak the area

Then take a warm, dry cloth

2:57

จากนั้นเอาผ้าแห้งอุ่นๆ

and press it to the affected area

2:58

มากดไว้ตรงบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

and just hold it

3:00

แล้วก็ค้างไว้แบบนั้น

until it starts to warm back up.

3:01

จนกว่ามันจะเริ่มอุ่นกลับขึ้นมา

Now, depending on the severity, วลี

3:02

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง

you might want to go seek medical attention วลี

3:04

คุณอาจจะต้องไปพบแพทย์

and see what your doctor has to say.

3:05

และดูว่าหมอของคุณจะว่าอย่างไร

วลี

Depending on the severity: ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง

Depending on the severity เป็นกรอบเงื่อนไขที่วางไว้ต้นประโยค หมายความว่าคำแนะนำที่ตามมาอาจเปลี่ยนไปตามระดับความรุนแรงของปัญหา โครงสร้างคือ depending on + นามวลี การวางไว้ข้างหน้าบอกผู้ฟังว่าควรตีความคำแนะนำทั้งหมดอย่างไร กล่าวคือ คำแนะนำนี้มีเงื่อนไขและไม่ได้เหมือนกันทุกกรณี

แบบฝึกหัด

วลีเปิดประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: 'Depending on the severity, the clinic may recommend different treatments.'

  1. การรักษาทำให้อาการรุนแรงขึ้น
  2. อาการรุนแรงในทุกกรณี
  3. คำแนะนำอาจเปลี่ยนไปตามความรุนแรงของอาการ
ดูคำตอบ

คำแนะนำอาจเปลี่ยนไปตามความรุนแรงของอาการ

วลี

seek medical attention: ไปพบแพทย์เพื่อรับการดูแล

seek medical attention หมายถึงการเข้ารับการประเมินหรือการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ seek หมายถึงพยายามขอหรือให้ได้มา ส่วน medical attention หมายถึงความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ไม่ได้หมายถึงเพียงการให้ความสนใจกับปัญหาทางการแพทย์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวคือการกระทำที่แนะนำเมื่อสถานการณ์อาจร้ายแรง วลีนี้มีความหมายกว้าง ไม่ได้ระบุว่าต้องไปหาแพทย์ คลินิก หรือบริการฉุกเฉินใดโดยเฉพาะ และไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าสถานการณ์นั้นเป็นเหตุฉุกเฉิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนทางการมาตรฐานที่หมายถึงการขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์?

  1. If your symptoms get worse, seek medical notice.
  2. If your symptoms get worse, see medical attention.
  3. If your symptoms get worse, seek medical attention.
ดูคำตอบ

If your symptoms get worse, seek medical attention.

So, how long does it take for liquid nitrogen to freeze your skin?

3:07

สรุปแล้ว ไนโตรเจนเหลวใช้เวลานานแค่ไหนในการแช่แข็งผิวหนังของคุณ?

Well, according to my experiments, วลี

3:10

ก็ จากการทดลองของผม

it only takes a fraction of a second.

3:11

มันใช้เวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น

วลี

according to my experiments: จากการทดลองของฉัน

according to my experiments ใช้บอกแหล่งที่มาซึ่งเป็นพื้นฐานของข้อสรุป ในที่นี้ วลีดังกล่าวบอกผู้ฟังว่าคำตอบมาจากการทดลองที่ผู้พูดทำเอง ไม่ได้เสนอเป็นเพียงความคิดเห็นที่ไม่มีหลักฐานรองรับหรือเป็นข้อเท็จจริงทั่วไปที่ไม่อาจโต้แย้งได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ according to + แหล่งข้อมูลหรือหลักฐาน เมื่อวางไว้ต้นประโยค เครื่องหมายจุลภาคจะปิดวลีบอกแหล่งข้อมูลก่อนเข้าสู่ข้อสรุปหลัก

แบบฝึกหัด

รายงานต้องแสดงว่าข้อสรุปมาจากการทดลองที่ผู้เขียนทำเอง ควรใช้วลีใดขึ้นต้น?

  1. According to my experiments, this material cools faster.
  2. In my experience, this material cools faster.
  3. In my opinion, this material cools faster.
ดูคำตอบ

According to my experiments, this material cools faster.

If you leave your skin exposed any longer than that,

3:13

ถ้าคุณปล่อยให้ผิวหนังสัมผัสกับมันนานกว่านั้น

it's going to start freezing the muscles,

3:15

มันก็จะเริ่มแช่แข็งกล้ามเนื้อ

freezing the tendons,

3:16

แช่แข็งเส้นเอ็น

and you could actually get to the point วลี

3:17

และคุณอาจไปถึงจุดที่

where you freeze your entire hand solid. ไวยากรณ์

3:18

มือทั้งข้างของคุณถูกแช่แข็งจนแข็งเป๊กเลยก็ได้

วลี

get to the point where: ไปถึงขั้นที่...

Get to the point where หมายถึง “ดำเนินไปจนถึงขั้นที่บางอย่างเกิดขึ้น” สำนวนนี้แสดงว่ากระบวนการดำเนินต่อไปจนถึงจุดเปลี่ยนหนึ่ง โดยอนุประโยคหลัง where บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในขั้นนั้น ในประโยคนี้ การสัมผัสอากาศนานขึ้นทำให้อาการแข็งจากความเย็นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนมือทั้งข้างอาจแข็งสนิทได้ point ในที่นี้หมายถึงขั้นหรือระดับ ไม่ใช่สถานที่หรือประเด็นหนึ่งประเด็น

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: After weeks of delays, the project ___ we had to change the launch date.

  1. got to the point of
  2. got to the point where
  3. got to the point
ดูคำตอบ

got to the point where

ไวยากรณ์

freeze your entire hand solid: กริยา + กรรม + คำคุณศัพท์บอกผลลัพธ์

Freeze + กรรม + solid เป็นโครงสร้างส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ Freeze ระบุการกระทำ your entire hand เป็นกรรมที่ได้รับผล และ solid เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพซึ่งเกิดจากการกระทำนั้น Entire แสดงว่าผลกระทบครอบคลุมมือทั้งข้าง Solid อยู่หลังกรรมเพราะบอกผลลัพธ์ เช่นเดียวกับ paint it red หรือ wipe it clean ไม่ใช่เพียงคำคุณศัพท์ทั่วไปที่วางหน้า hand

แบบฝึกหัด

solid หมายถึงอะไรในประโยค The overnight cold froze the pond solid.?

  1. อธิบายสภาพแข็งที่สระน้ำกลายเป็นเนื่องจากการแข็งตัว
  2. หมายความว่าความหนาวสัมผัสเพียงผิวหน้าของสระน้ำ
  3. อธิบายประเภทของสระน้ำก่อนเริ่มแข็งตัว
ดูคำตอบ

อธิบายสภาพแข็งที่สระน้ำกลายเป็นเนื่องจากการแข็งตัว

And that would not be a very good day. สำนวน

3:20

และนั่นก็คงไม่ใช่วันที่ดีเท่าไหร่นัก

สำนวน

การกล่าวให้น้ำหนักเบาลงใน “not be a very good day”

ในประโยคนี้ not be a very good day ฟังดูไม่รุนแรง แต่จริง ๆ แล้วชี้ถึงผลลัพธ์ที่ร้ายแรง คือมือทั้งข้างแข็งค้างเพราะถูกแช่แข็ง ผู้พูดหมายความว่านี่จะเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายและอันตรายมาก ไม่ใช่แค่วันที่ไม่ค่อยราบรื่นเล็กน้อย นี่คือการกล่าวให้น้ำหนักเบาลง หรือ understatement คือใช้รูปปฏิเสธที่ฟังดูเบากว่าเพื่อสื่อการประเมินเชิงลบอย่างรุนแรง ผู้พูดภาษาอังกฤษมักใช้รูปอย่าง not very good หรือ not ideal เพื่อให้น้ำเสียงสงบ เรียบแห้ง หรือมีอารมณ์ขัน โดยอาศัยบริบทบอกระดับความรุนแรงที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “that would not be a very good day” สื่อความหมายจริง ๆ ว่าอะไร

  1. มันจะเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายมาก แต่จงใจพูดด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเบา
  2. วันนั้นน่าจะดีขึ้นในภายหลัง
  3. วันนั้นคงน่าผิดหวังเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

มันจะเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายมาก แต่จงใจพูดด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเบา

That's all I got for this experiment.

3:22

นั่นคือทั้งหมดที่ผมมีสำหรับการทดลองนี้

I'll see you in the next video.

3:23

ไว้เจอกันใหม่ในวิดีโอหน้า

Talk to you then.

3:25

แล้วคุยกันครับ