โคโซโวกลายเป็นประเทศได้อย่างไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Economist

ความยากในการเรียน
897 คำ 144 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: โคโซโวผ่านความขัดแย้งและการแทรกแซงของ NATO ไปสู่เอกราช แต่ความตึงเครียดกับเซอร์เบียยังคงอยู่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “play the nationalist card,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการใช้ความรู้สึกชาตินิยมเป็นกลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่การเล่นไพ่ตามตัวอักษร และมองเห็นน้ำเสียงวิจารณ์ของผู้พูด 2. “calling it what it was,” — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าที: สังเกตการตัดสินเชิงศีลธรรมอย่างตรงไปตรงมาที่ปฏิเสธถ้อยคำเลี่ยงและระบุเหตุการณ์อย่างหนักแน่น 3. “are to become EU member states,” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ be to แบบเป็นทางการในอนุประโยค if เพื่อบอกผลลัพธ์ในอนาคตที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นและเชื่อมไปยังผลตามมา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 2008,

0:06

ในปี 2008

Kosovo became Europe's newest country.

0:07

คอซอวอได้กลายเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของยุโรป

This small state of 1.8 million people

0:10

รัฐเล็กๆ ที่มีประชากร 1.8 ล้านคนแห่งนี้

emerged as a result of one of Europe's most brutal sectarian conflicts โน้ต

0:13

ถือกำเนิดขึ้นอันเป็นผลมาจากหนึ่งในความขัดแย้งทางนิกายที่โหดร้ายที่สุดของยุโรป

ไวยากรณ์

one of Europe's most brutal sectarian conflicts: หนึ่งในกลุ่มอันดับสูงสุด

โครงสร้าง one of + ขอบเขตที่ใช้เปรียบเทียบ + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงสิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีระดับสูงสุดของมาตรวัด Europe's กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบ most brutal ระบุอันดับ และ conflicts เป็นพหูพจน์เพราะเลือกความขัดแย้งหนึ่งครั้งจากหลายครั้ง นี่เป็นคำกล่าวที่หนักแน่นแต่มีขอบเขต หมายถึงความขัดแย้งนี้อยู่ในกลุ่มที่โหดร้ายที่สุดของยุโรป ไม่ได้อ้างว่าเป็นความขัดแย้งที่โหดร้ายที่สุดเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ conflict เติมประโยคให้สมบูรณ์: The war became one of the region's longest ____.

ดูคำตอบ

conflicts

การใช้คำ

sectarian conflicts: ความรุนแรงที่ขับเคลื่อนด้วยอัตลักษณ์ของกลุ่ม

ในประโยคนี้ sectarian conflicts หมายถึงการต่อสู้อย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มที่แบ่งแยกกันด้วยอัตลักษณ์ร่วมที่เข้มแข็ง ซึ่งมักเกี่ยวกับศาสนาหรือชาติพันธุ์ และบางครั้งเกี่ยวกับฝ่ายการเมือง sectarian อธิบายว่าอะไรเป็นแรงผลักดันความขัดแย้ง ไม่ได้เพียงบอกว่าการต่อสู้นั้นโหดร้าย วลีนี้เป็นภาษาทางการที่ใช้จัดประเภทความขัดแย้งในข่าวและงานเขียนทางประวัติศาสตร์ เมื่อพบวลีนี้ ให้มองหาการแบ่งแยกด้านอัตลักษณ์ระหว่างกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า sectarian conflict มากที่สุด

  1. กลุ่มติดอาวุธโจมตีกันเพราะสังกัดชุมชนศาสนาที่เป็นคู่แข่งกัน
  2. สองประเทศแข่งขันกันขายรถยนต์ให้ได้มากกว่าอีกฝ่าย
  3. เพื่อนร่วมงานสองคนไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงเรื่องตารางงาน
ดูคำตอบ

กลุ่มติดอาวุธโจมตีกันเพราะสังกัดชุมชนศาสนาที่เป็นคู่แข่งกัน

since the Second World War.

0:17

นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

วลี

emerged as a result of: ผลลัพธ์และสาเหตุ

ในที่นี้ emerged หมายถึง “ถือกำเนิดขึ้น” หรือ “ก่อตัวขึ้น” รัฐเป็นผลลัพธ์ ส่วนความขัดแย้งที่ตามหลัง of เป็นสาเหตุ รูปแบบ X emerged as a result of Y นำเสนอ X ว่าเป็นสิ่งที่พัฒนาหรือก่อตัวขึ้นเพราะ Y โดยมักเกิดผ่านกระบวนการมากกว่าการกระทำโดยเจตนาเพียงครั้งเดียว รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งในงานเขียนเชิงประวัติศาสตร์และเชิงวิเคราะห์ที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าแรงกดดันจากสาธารณชนทำให้นโยบายใหม่ถือกำเนิดขึ้น

  1. The new policy resulted in public pressure.
  2. The new policy emerged as a result of public pressure.
  3. Public pressure emerged as a result of the new policy.
ดูคำตอบ

The new policy emerged as a result of public pressure.

It was a conflict that pitted an authoritarian nationalist leader,

0:20

มันคือความขัดแย้งที่ทำให้ผู้นำชาตินิยมเผด็จการ

Slobodan Milošević,

0:24

สลอบอดัน มีลอเชวิช

when bombing stop,

0:26

'เมื่อการทิ้งระเบิดยุติลง'

then it will be very easy to continue political process.

0:27

'การสานต่อกระบวนการทางการเมืองก็จะง่ายดายขึ้นมาก'

against Western military power.

0:31

ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจทางทหารของชาติตะวันตก

We must not allow ethnic cleansing or genocide, การใช้คำ

0:33

เราต้องไม่ยอมให้มีการล้างเผ่าพันธุ์หรือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

การใช้คำ

ethnic cleansing: การบังคับขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์ออกจากพื้นที่

Ethnic cleansing คือการบังคับขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์ออกจากดินแดนแห่งหนึ่ง มักใช้การขับไล่ การข่มขู่ การควบคุมตัว หรือความรุนแรง ในที่นี้คำดังกล่าวระบุถึงความโหดร้ายครั้งใหญ่ที่ต้องป้องกัน ส่วน cleansing ไม่ได้หมายถึงสุขอนามัยหรือการทำความสะอาดทั่วไป วลีนี้เน้นการทำให้พื้นที่หนึ่งมีองค์ประกอบทางชาติพันธุ์แบบเดียวด้วยการขับไล่กลุ่มหนึ่งออกไป ความหมายอาจทับซ้อนกับ genocide ได้ แต่สองคำนี้ไม่ได้อธิบายการกระทำหรือข้อวินิจฉัยทางกฎหมายเดียวกันโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้ ethnic cleansing ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เมืองแห่งหนึ่งให้เงินสนับสนุนแก่ครอบครัวที่สมัครใจย้ายไปย่านอื่น
  2. กองทัพทำลายคลังทหารที่ว่างเปล่า
  3. ปฏิบัติการหนึ่งใช้การข่มขู่และความรุนแรงเพื่อบังคับให้ชุมชนชาติพันธุ์ออกจากภูมิภาค
ดูคำตอบ

ปฏิบัติการหนึ่งใช้การข่มขู่และความรุนแรงเพื่อบังคับให้ชุมชนชาติพันธุ์ออกจากภูมิภาค

particularly at the edge of Europe.

0:37

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ชายขอบของยุโรป

Today,

0:41

ทุกวันนี้

Kosovo is peaceful but poor.

0:41

คอซอวอมีความสงบสุขแต่ยากจน

Kosovo didn't only transition from war to peace. ลำดับความ

0:44

คอซอวอไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนผ่านจากสงครามสู่สันติภาพ

It was transition now from

0:46

แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านจาก

communist country to a capitalist one.

0:48

ประเทศคอมมิวนิสต์ไปสู่ประเทศทุนนิยม

ลำดับความ

from war to peace ... from communist country to a capitalist one: การเปลี่ยนแปลงแบบขนาน

กรอบ from ... to ... ที่ใช้ซ้ำแสดงสถานะเริ่มต้นและสถานะปลายทาง คู่แรกแสดงการเปลี่ยนจากความขัดแย้งไปสู่สันติภาพ ส่วนคู่ที่สองแสดงการเปลี่ยนจากระบบคอมมิวนิสต์ไปสู่ระบบทุนนิยม ในคู่ที่สอง one ใช้แทน country การใช้กรอบเดิมซ้ำทำให้เกิดโครงสร้างขนาน โดยนำการเปลี่ยนผ่านสองมิติมาวางเคียงกัน จึงช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบบอกทิศทางที่ซ้ำกันด้วย from และ to: The project expanded ____ a small pilot ____ a national program, and ____ one town ____ fifty cities.

ดูคำตอบ

from · to · from · to

From a ravaged countryside to the one being rebuilt.

0:50

จากชนบทที่ถูกทำลายล้างไปสู่ชนบทที่กำลังได้รับการฟื้นฟู

Kosovo was part of Serbia from 1912.

0:56

คอซอวอเคยเป็นส่วนหนึ่งของเซอร์เบียตั้งแต่ปี 1912

Then,

0:59

จากนั้น

in 1918,

1:00

ในปี 1918

Serbia became part of what would become Yugoslavia. ไวยากรณ์

1:01

เซอร์เบียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่จะกลายเป็นยูโกสลาเวียในเวลาต่อมา

ไวยากรณ์

what would become Yugoslavia: ผลลัพธ์ภายหลังที่มองจากอดีต

อนุประโยค what would become Yugoslavia หมายถึง “โครงสร้างที่ต่อมากลายเป็นยูโกสลาเวีย” ในที่นี้ what เป็นคำสัมพันธ์แบบรวมที่มีความหมายเท่ากับ the thing that ไม่ใช่คำแสดงคำถาม มุมมองของเรื่องอยู่ที่ช่วงเวลาในอดีตตอนที่เซอร์เบียเข้าร่วมโครงสร้างนั้น Would แสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังเมื่อมองจากจุดนั้นในอดีต ซึ่งมักเรียกว่า “อนาคตในอดีต” ดังนั้นในที่นี้จึงไม่ได้แสดงเหตุการณ์สมมติ

แบบฝึกหัด

พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งเปิดในปี 1920 ภายในอาคารที่ต่อมากลายเป็นห้องสมุดประจำเมือง ประโยคใดคงมุมมองไว้ที่ปี 1920 และมองไปข้างหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

  1. The museum opened in 1920 in what will become the city library.
  2. The museum opened in 1920 in what would become the city library.
  3. The museum opened in 1920 in what became the city library.
ดูคำตอบ

The museum opened in 1920 in what would become the city library.

Serbs considered and say that Kosovo is their Jerusalem. สำนวน

1:05

ชาวเซิร์บมองและกล่าวว่าคอซอวอคือเยรูซาเลมของพวกเขา

It was a sort of heart of Serbia.

1:09

มันเป็นเสมือนหัวใจของเซอร์เบีย

สำนวน

their Jerusalem ... sort of heart of Serbia: อุปลักษณ์สถานที่เชิงสัญลักษณ์

ในที่นี้ their Jerusalem เป็นอุปลักษณ์ โดยนำเสนอโคโซโวจากมุมมองที่กำลังถูกถ่ายทอดว่าเป็นสถานที่ที่มีความหมายลึกซึ้งด้านความศักดิ์สิทธิ์ ประวัติศาสตร์ และชาติ ไม่ได้หมายความว่าโคโซโวคือกรุงเยรูซาเล็มจริง ๆ วลี sort of heart of Serbia ใช้ heart ในความหมายว่าเป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์และความผูกพัน ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ส่วน sort of ช่วยลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบ และบอกว่านี่เป็นการอธิบายความสำคัญนั้นโดยประมาณ

แบบฝึกหัด

อุปลักษณ์ทั้งสองสื่อความหมายอะไรในบริบทนี้

  1. ทั้งสองวลีเสนอว่าโคโซโวเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งในเรื่องเล่าแห่งชาติของเซอร์เบีย
  2. ทั้งสองวลีกล่าวว่าโคโซโวอยู่ภายในกรุงเยรูซาเล็มทางภูมิศาสตร์ และอยู่ตรงศูนย์กลางทางกายภาพของเซอร์เบีย
  3. ทั้งสองวลีกล่าวว่าโคโซโวสำคัญเพียงเพราะปัจจุบันเป็นเมืองหลวงทางการบริหารของเซอร์เบีย
ดูคำตอบ

ทั้งสองวลีเสนอว่าโคโซโวเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งในเรื่องเล่าแห่งชาติของเซอร์เบีย

To this day, วลี

1:12

จนถึงทุกวันนี้

Kosovo is still divided along ethnic lines. วลี

1:13

คอซอวอยังคงถูกแบ่งแยกตามเชื้อชาติ

วลี

To this day: ความต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

To this day หมายถึงตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตมาจนถึงและรวมถึงปัจจุบัน โดยเน้นว่าสถานการณ์หนึ่งดำเนินมานานหรือยังคงเป็นจริงอยู่ ในประโยคนี้ still ย้ำแนวคิดเดียวกันให้ชัดขึ้น นั่นคือการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์ยังไม่สิ้นสุด ต่างจาก today เพราะ To this day มองย้อนกลับไปและเชื่อมสถานการณ์ในอดีตเข้ากับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง 'ตั้งแต่อดีตมาจนถึงและรวมถึงปัจจุบัน': The village has kept the tradition ____.

ดูคำตอบ

to this day

วลี

divided along ethnic lines: แบ่งแยกตามเส้นแบ่งทางชาติพันธุ์

ในประโยคนี้ divided along ethnic lines หมายถึงประชากรยังคงแบ่งแยกกันโดยมีอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์เป็นเส้นแบ่ง คำว่า lines ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงขอบเขตทางสังคมระหว่างกลุ่ม ไม่ใช่เส้นจริงบนพื้นหรือเส้นเขตแดนบนแผนที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be divided along + ประเภทของอัตลักษณ์หรือประเด็น + lines ใช้อธิบายความขัดแย้งหรือการแบ่งแยกที่เกิดตามหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง เช่น การเมือง ศาสนา หรือรุ่นอายุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความเห็นที่แตกต่างกันเกิดตามเส้นแบ่งระหว่างกลุ่มอายุ?

  1. The voters are divided along generational lines.
  2. The voters are divided into three age groups.
  3. The voters are standing along three lines.
ดูคำตอบ

The voters are divided along generational lines.

Over 90% of its population are ethnic Albanians,

1:18

กว่า 90% ของประชากรเป็นชาวแอลเบเนีย

who are mostly Muslim.

1:21

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

Serbs,

1:24

ชาวเซิร์บ

who are Orthodox Christians,

1:25

ซึ่งเป็นชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์

account for about 5%. วลี

1:26

คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5%

วลี

account for about 5%: คิดเป็นประมาณ 5%

ในที่นี้ account for about 5% หมายถึง “คิดเป็นประมาณ 5% ของทั้งหมด” ประธานบอกว่ากำลังนับกลุ่มใด และเปอร์เซ็นต์บอกสัดส่วนของกลุ่มนั้นในภาพรวม สามารถระบุภาพรวมด้วย of หรือไม่ระบุก็ได้หากบริบททำให้เข้าใจชัดเจน ใช้โครงสร้าง X accounts/account for + เปอร์เซ็นต์ + of Y เพื่ออธิบายข้อมูล ประธานเอกพจน์ใช้ accounts for ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ account for

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ account for: Online orders ____ 60% of all sales.

ดูคำตอบ

account for

This is the southern city of Pristina,

1:30

นี่คือเมืองพริสตีนาทางตอนใต้

capital of Kosovo province.

1:33

เมืองหลวงของมณฑลคอซอวอ

Throughout the 1980s,

1:35

ตลอดช่วงทศวรรษที่ 1980

Kosovo enjoyed autonomy within Serbia. การใช้คำ

1:36

คอซอวอได้รับสิทธิปกครองตนเองภายในเซอร์เบีย

การใช้คำ

enjoyed autonomy within Serbia: มีสิทธิปกครองตนเองภายในกรอบของเซอร์เบีย

ในที่นี้ enjoyed หมายถึง “มีหรือได้รับประโยชน์จาก” ไม่ใช่ “รู้สึกเพลิดเพลิน” ส่วน autonomy เป็นสถานะทางการเมือง หมายถึงอำนาจในการบริหารกิจการภายในบางเรื่องด้วยตนเอง Within Serbia กำหนดขอบเขตและกรอบของการปกครองตนเองนั้น กล่าวคือ สิทธิดังกล่าวดำเนินอยู่ภายในโครงสร้างรัฐของเซอร์เบีย ประโยคนี้จึงไม่ได้บอกว่าโคโซโวมีอำนาจอธิปไตยหรือเป็นเอกราช

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “enjoyed autonomy within Serbia” หมายความว่าอย่างไร

  1. โคโซโวมีสิทธิปกครองตนเองในระดับหนึ่งขณะที่ยังอยู่ในกรอบของเซอร์เบีย
  2. โคโซโวมีอำนาจอธิปไตยเต็มที่และเป็นเอกราชจากเซอร์เบีย
  3. โคโซโวรู้สึกเพลิดเพลินกับการเมืองของเซอร์เบีย
ดูคำตอบ

โคโซโวมีสิทธิปกครองตนเองในระดับหนึ่งขณะที่ยังอยู่ในกรอบของเซอร์เบีย

But the majority ethnic Albanian population wanted more political freedom.

1:39

แต่ประชากรส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวแอลเบเนียต้องการเสรีภาพทางการเมืองมากกว่านี้

Kosovo Albanian nationalism was growing.

1:44

ลัทธิชาตินิยมชาวแอลเบเนียในคอซอวอกำลังเติบโตขึ้น

There were demands that Kosovo become a republic. ไวยากรณ์

1:47

มีข้อเรียกร้องให้คอซอวอกลายเป็นสาธารณรัฐ

ไวยากรณ์

demands that ... become: โครงสร้าง mandative subjunctive

ใน demands that Kosovo become a republic คำว่า become ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน แม้ Kosovo จะเป็นประธานเอกพจน์ อนุประโยค that ระบุผลลัพธ์ที่ผู้คนเรียกร้องให้เกิดขึ้น โครงสร้างนี้เรียกว่า mandative subjunctive ใช้หลังคำที่แสดงข้อเรียกร้อง คำแนะนำ ความจำเป็น หรือแรงกดดันคล้ายกันให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในโครงสร้างนี้ กริยารูปพื้นฐานไม่แสดงกาลและไม่เติม -s สำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมกริยารูปพื้นฐานที่จำเป็นในประโยคทางการนี้: The committee demanded that the report ____ revised before publication.

ดูคำตอบ

be

Kosovo Serbs began to complain,

1:49

ชาวเซิร์บในคอซอวอเริ่มร้องเรียน

saying that they were threatened.

1:51

โดยบอกว่าพวกเขาถูกคุกคาม

But there was one man standing in the way of Kosovo Albanians, สำนวน

1:54

แต่มีชายคนหนึ่งที่ยืนขวางทางชาวแอลเบเนียในคอซอวอ

สำนวน

standing in the way of Kosovo Albanians: ขัดขวางชาวแอลเบเนียในคอซอวอ

ในที่นี้ standing in the way of Kosovo Albanians หมายถึงขัดขวางไม่ให้ชาวแอลเบเนียในคอซอวอเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย ภาพเปรียบคือสิ่งกีดขวางที่ขวางทาง ไม่ได้หมายความว่าชายคนหนึ่งยืนอยู่บนถนนจริง ๆ โครงสร้างคือ stand in the way of + คำนามหรือรูป -ing ส่วนหลัง of ระบุคน กลุ่ม หรือการกระทำที่ถูกขัดขวาง ไม่ใช่ฝ่ายที่เป็นอุปสรรค

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ขัดขวางความคืบหน้า” ลงในประโยค โดยรูปไวยากรณ์ถูกกำหนดไว้แล้วในประโยค: The outdated rule continues to ____ reform.

ดูคำตอบ

stand in the way of

Slobodan Milošević,

1:58

สลอบอดัน มีลอเชวิช

the leader of the Serbian Communist Party.

2:00

ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เซอร์เบีย

Milošević wanted to keep Kosovo as part of Serbia.

2:03

มีลอเชวิชต้องการให้คอซอวอยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเซอร์เบีย

He rallied the minority Serb population and further divided Kosovo. การใช้คำ

2:07

เขารวบรวมประชากรชาวเซิร์บกลุ่มน้อยและทำให้คอซอวอแตกแยกยิ่งขึ้น

การใช้คำ

rallied the minority Serb population: ระดมประชากรชาวเซิร์บซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย

ในที่นี้ rallied เป็นคำกริยาสกรรมในบริบทการเมือง หมายถึงเขารวมประชากรชาวเซิร์บซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเข้าด้วยกัน และกระตุ้นให้พวกเขาสนับสนุนหรือดำเนินการเพื่อจุดยืนทางการเมืองร่วมกัน กลุ่มที่อยู่หลัง rallied คือกลุ่มที่ถูกระดม การใช้นี้เน้นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียว แรงผลักดัน หรือการสนับสนุน ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าผู้คนบังเอิญมารวมตัวกันในสถานที่เดียว และ rally ในประโยคนี้ก็ไม่ใช่คำนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rally เป็นคำกริยาสกรรมที่หมายถึง “รวมและระดมกลุ่มคน”

  1. The volunteers rallied around the campaign.
  2. The organiser held a rally for the campaign.
  3. The organiser rallied the volunteers behind the campaign.
ดูคำตอบ

The organiser rallied the volunteers behind the campaign.

Slobodan Milošević used the Kosovo Serb issue to take power and to play the nationalist card, สำนวน

2:12

สลอบอดัน มีลอเชวิช ใช้ประเด็นชาวเซิร์บในคอซอวอเพื่อยึดอำนาจและเล่นไพ่ชาตินิยม

which was to propel him to full power within Serbia. ไวยากรณ์

2:19

ซึ่งผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่อำนาจเบ็ดเสร็จในเซอร์เบีย

สำนวน

play the nationalist card: ใช้ประเด็นเป็นกลยุทธ์

ใน play the nationalist card คำว่า card เป็นคำเปรียบเทียบถึงกลยุทธ์ที่คนหนึ่งสามารถหยิบมาใช้ได้ ในที่นี้ มิโลเชวิชใช้ความรู้สึกชาตินิยมเกี่ยวกับชาวเซิร์บในโคโซโวอย่างมีกลยุทธ์เพื่อให้ได้แรงสนับสนุนทางการเมืองและอำนาจ โครงสร้าง play the X card มักสื่อว่าคนหนึ่งหยิบยกหรือใช้ประโยชน์จาก X เพื่อให้ตนได้เปรียบ และมักมีนัยว่าเป็นการฉวยโอกาส ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การพูดถึง X

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน play the ... card ที่หมายถึง “ใช้ความเห็นใจอย่างมีกลยุทธ์เพื่อให้ได้เปรียบ”: In the interview, he avoided the question and tried to ____.

ดูคำตอบ

play the sympathy card

ไวยากรณ์

was to propel: ผลลัพธ์ภายหลังที่มองจากอดีต

Was to + กริยารูปพื้นฐาน สามารถมองจากจุดหนึ่งในอดีตไปยังเหตุการณ์ภายหลังที่เกิดขึ้นจริงได้ ในที่นี้ which was to propel him... หมายความว่าการใช้ประเด็นดังกล่าวในเวลาต่อมาช่วยผลักดันให้เขามีอำนาจควบคุมทางการเมืองอย่างเต็มที่ในเซอร์เบีย ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์หรือชีวประวัติ โครงสร้างนี้มักทำให้ผลลัพธ์ในภายหลังดูสำคัญหรือเหมือนหลีกเลี่ยงไม่ได้ บริบทช่วยแยกการใช้แบบมองย้อนกลับนี้ออกจาก was to ที่หมายถึงการกระทำที่กำหนดไว้หรือจำเป็นต้องทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคเล่าประวัติศาสตร์ "The chance meeting was to change her career," คำว่า was to change น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ผู้คนกำหนดการพบกันครั้งนั้นอย่างเป็นทางการเพื่อเปลี่ยนอาชีพของเธอ
  2. อาชีพของเธอกำลังเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาเดียวกับที่พบกันพอดี
  3. การพบกันครั้งนั้นเปลี่ยนอาชีพของเธอในภายหลัง และผู้เล่าเน้นผลลัพธ์นี้
ดูคำตอบ

การพบกันครั้งนั้นเปลี่ยนอาชีพของเธอในภายหลัง และผู้เล่าเน้นผลลัพธ์นี้

In 1989,

2:26

ในปี 1989

Milošević became president of Serbia,

2:28

มีลอเชวิชได้เป็นประธานาธิบดีของเซอร์เบีย

and within weeks placed Kosovo back under the direct control of his Serbian government. วลี

2:30

และภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ก็นำคอซอวอกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของรัฐบาลเซอร์เบียของเขา

วลี

place X back under the direct control of Y: ทำให้ X กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของ Y

ในที่นี้ โครงสร้าง place + กรรม + under the control of + ผู้ควบคุม หมายถึงทำให้สิ่งนั้นอยู่ภายใต้การปกครองหรือการกำกับของผู้ควบคุมรายนั้น direct control หมายถึงผู้ควบคุมใช้อำนาจด้วยตนเอง โดยแทบไม่มีหรือไม่มีอิสระในการตัดสินใจของหน่วยงานระดับกลาง back แสดงการกลับสู่สถานะเดิม ก่อนหน้านั้นคอซอวอไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงเช่นนี้ และการกระทำดังกล่าวทำให้สถานะนั้นกลับคืนมา ดังนั้น place ในที่นี้จึงเป็นการใช้แบบแสดงเหตุและมีความเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปวางไว้ในสถานที่หนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าหน่วยงานกลับสู่สถานะที่สำนักงานใหญ่ควบคุมโดยตรง?

  1. The board placed the agency back under the direct control of headquarters.
  2. The board kept the agency under the direct control of headquarters.
  3. The board removed the agency from the direct control of headquarters.
ดูคำตอบ

The board placed the agency back under the direct control of headquarters.

Petrit Selimi was growing up in Kosovo at the time.

2:36

เปตริต เซลิมิ เติบโตในคอซอวอในช่วงเวลานั้น

He and his family belonged to the ethnic Albanian majority.

2:40

เขาและครอบครัวเป็นของกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวแอลเบเนีย

When Milošević came to power, วลี

2:45

เมื่อมีลอเชวิชขึ้นสู่อำนาจ

วลี

came to power: ขึ้นสู่อำนาจ

come to power เป็นสำนวนทางการเมืองแบบตายตัว หมายถึงการได้อำนาจควบคุมรัฐบาลหรือเริ่มปกครอง ใน came to power คำว่า came แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สถานะดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย When ใช้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นจุดอ้างอิงด้านเวลาสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สำนวนนี้ระบุจุดเริ่มต้นของการปกครอง ไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นอยู่ในอำนาจนานเท่าใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่ประกอบจาก come + to + power: After winning the election, the coalition ____ in 2012.

ดูคำตอบ

came to power

we lost our status,

2:46

เราสูญเสียสถานะของเรา

our political rights were lost, ลำดับความ

2:48

สิทธิทางการเมืองของเราสูญหาย

our economic freedoms were lost,

2:49

เสรีภาพทางเศรษฐกิจของเราสูญหาย

and our education rights were lost.

2:52

และสิทธิในการศึกษาของเราก็สูญหาย

ลำดับความ

การซ้ำ were lost: สร้างน้ำหนักด้วยรายการที่มีโครงสร้างขนาน

การลงท้ายด้วย were lost ซ้ำกันทำให้เกิดอนุประโยคขนานสามส่วน ได้แก่ our political rights were lost, our economic freedoms were lost และ our education rights were lost การรักษารูปไวยากรณ์เดิมทำให้ความสูญเสียแต่ละอย่างเด่นขึ้นเป็นคนละประเด็น ช่วงเปิด we lost our status ใช้ประโยคกรรตุวาจก แล้วจึงเปลี่ยนเป็นอนุประโยคกรรมวาจก การใช้รูปกรรมวาจกซ้ำกันทำให้ความสนใจอยู่ที่สิ่งที่หายไป ไม่ใช่ผู้ที่ทำให้เกิดเหตุ และการสะสมรายการยังเพิ่มจังหวะและน้ำหนักให้ข้อความ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: 'The first match was postponed, the second match was postponed, and the final was postponed.' โครงสร้างที่ซ้ำกันมีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. แสดงว่าเหตุการณ์ทั้งสามเกิดขึ้นคนละเวลา
  2. แก้ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ในอนุประโยคแรก
  3. เพิ่มน้ำหนักด้วยการนำเสนอปัญหาแต่ละอย่างเป็นประเด็นขนานที่แยกจากกัน
ดูคำตอบ

เพิ่มน้ำหนักด้วยการนำเสนอปัญหาแต่ละอย่างเป็นประเด็นขนานที่แยกจากกัน

As communism collapsed across Central and Eastern Europe, ไวยากรณ์

2:55

ขณะที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลายทั่วทั้งยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก

Yugoslavia began to disintegrate.

2:59

ยูโกสลาเวียก็เริ่มล่มสลาย

ไวยากรณ์

As communism collapsed ...: อนุประโยค As ที่ให้ฉากหลังซึ่งเกิดทับซ้อนกัน

ในที่นี้ อนุประโยค As ที่ต้นประโยคทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้เหตุการณ์หลัก Yugoslavia began to disintegrate โดย As มีความหมายใกล้เคียงกับ “ขณะที่” หรือ “ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังพัฒนา” การล่มสลายทั่วทั้งภูมิภาคกับการแตกสลายของยูโกสลาเวียจึงถูกนำเสนอเป็นกระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่เกิดทับซ้อนกัน ถ้อยคำนี้อาจบอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้ยืนยันในตัวเองว่าเหตุการณ์แรกเป็นสาเหตุเดียวของเหตุการณ์ที่สอง ประโยคหลักนำเสนอเหตุการณ์สำคัญ ส่วนอนุประโยค As กำหนดช่วงเวลาและการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างที่เป็นฉากหลังของเหตุการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'As the city expanded, nearby villages began to change,' อนุประโยค As ที่ต้นประโยคทำหน้าที่ใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ระบุว่าการขยายตัวของเมืองเป็นสาเหตุเดียวอย่างแน่นอน
  2. แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านเสร็จสิ้นก่อนเมืองจะขยายตัว
  3. ให้ฉากหลังด้านเวลาที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเกิดทับซ้อนกับเหตุการณ์หลัก
ดูคำตอบ

ให้ฉากหลังด้านเวลาที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเกิดทับซ้อนกับเหตุการณ์หลัก

From 1991,

3:01

ตั้งแต่ปี 1991

its republics declared independence.

3:03

สาธารณรัฐต่างๆ ของตนได้ประกาศเอกราช

Wars broke out in Slovenia, กริยาวลี

3:06

สงครามปะทุขึ้นในสโลวีเนีย

กริยาวลี

Wars broke out: break out สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน

Break out หมายถึง “เริ่มขึ้นอย่างกะทันหัน” เมื่อประธานเป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สงคราม ไฟไหม้ การต่อสู้ หรือโรค ใน Wars broke out คำว่า broke เป็นรูปอดีตของ break แต่ทั้งวลีไม่ได้หมายความว่ามีใครทำสิ่งของแตกจริง ๆ สำนวนนี้เป็นอกรรมกริยา กล่าวคือเหตุการณ์เป็นประธาน และสามารถระบุสถานที่ด้วย in ได้ เช่น broke out in Slovenia

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมาย: Fighting ____ near the border overnight.

ดูคำตอบ

broke out

Croatia,

3:08

โครเอเชีย

and Bosnia

3:08

และบอสเนีย

as ethnic Serbs living in these new countries opposed independence.

3:09

เนื่องจากชาวเซิร์บที่อาศัยอยู่ในประเทศใหม่เหล่านี้ต่อต้านการประกาศเอกราช

Milošević wanted to carve a Greater Serbia out of the ruins. สำนวน

3:16

มีลอเชวิชต้องการสร้างเซอร์เบียที่ยิ่งใหญ่จากซากปรักหักพัง

สำนวน

carve a Greater Serbia out of the ruins: อุปมา carve X out of Y

carve X out of Y หมายถึงการสร้างหรือก่อตั้ง X โดยตัดแยกออกจาก Y หรือเอาบางส่วนของ Y มาใช้ เมื่อใช้เชิงเปรียบเทียบ carve ให้ความรู้สึกถึงการปรับรูปอย่างจงใจและใช้แรงกดดัน มากกว่าการก่อสร้างธรรมดา ในประโยคนี้ X คือ a Greater Serbia และ Y คือ the ruins ซึ่งหมายถึงสิ่งที่หลงเหลือทางการเมืองและดินแดนหลังยูโกสลาเวียแตกสลาย ไม่ใช่เศษซากอาคารจริง ๆ Greater Serbia เป็นชื่อโครงการทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับดินแดนนอกพรมแดนเดิมของเซอร์เบีย

แบบฝึกหัด

ข้อใดถ่ายทอดความหมายเชิงเปรียบเทียบของ carve a Greater Serbia out of the ruins ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. สร้างอาคารของเซอร์เบียด้วยหินจากซากปรักหักพังจริง ๆ
  2. สร้างเซอร์เบียที่ยิ่งใหญ่โดยนำดินแดนมาจากสิ่งที่หลงเหลือทางการเมืองของยูโกสลาเวีย
  3. ฟื้นฟูยูโกสลาเวียโดยไม่เปลี่ยนพรมแดนดินแดนใด ๆ
ดูคำตอบ

สร้างเซอร์เบียที่ยิ่งใหญ่โดยนำดินแดนมาจากสิ่งที่หลงเหลือทางการเมืองของยูโกสลาเวีย

So he sent his troops to support Serbs in these conflicts.

3:20

ดังนั้นเขาจึงส่งกองทหารไปสนับสนุนชาวเซิร์บในความขัดแย้งเหล่านี้

During this turbulent time,

3:26

ในช่วงเวลาที่วุ่นวายนี้

Kosovo's political leadership declared independence too,

3:28

ผู้นำทางการเมืองของคอซอวอก็ประกาศเอกราชเช่นกัน

but this was ignored by Serbia and the international community.

3:31

แต่สิ่งนี้ถูกมองข้ามโดยเซอร์เบียและประชาคมระหว่างประเทศ

In the late 1990s,

3:36

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990

a guerrilla group,

3:37

กลุ่มกองโจร

the Kosovo Liberation Army, วัฒนธรรม

3:38

กองทัพปลดปล่อยคอซอวอ

or KLA,

3:40

หรือ KLA

began to attack Serbian police units.

3:41

เริ่มโจมตีหน่วยตำรวจของเซอร์เบีย

วัฒนธรรม

the Kosovo Liberation Army, or KLA: ชื่อเต็มและคำย่อ

ชื่อเต็มกับ KLA หมายถึงองค์กรเดียวกัน ในที่นี้ or หมายถึง “หรือที่เรียกว่า” ไม่ได้ให้เลือกระหว่างสององค์กร เครื่องหมายจุลภาคทำให้ or KLA เป็นวลีแทรกที่บอกชื่ออีกแบบ รูปแบบนี้ใช้เมื่อกล่าวถึงเป็นครั้งแรก โดยให้ชื่อเต็มก่อนแล้วจึงแนะนำชื่อย่อ หลังจากนั้นสามารถใช้เพียง KLA โดยยังคงหมายถึงองค์กรเดิมได้

แบบฝึกหัด

ใน “The International Monetary Fund, or IMF, released a report,” คำว่า “or IMF” บอกอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. ผู้พูดกำลังแก้ IMF ให้เป็นชื่ออื่น
  2. อาจหมายถึงสององค์กรที่แตกต่างกัน
  3. คำย่อนี้หมายถึงองค์กรเดียวกัน
ดูคำตอบ

คำย่อนี้หมายถึงองค์กรเดียวกัน

Its aim was to win independence through force.

3:44

เป้าหมายของพวกเขาคือการชนะเอกราชด้วยกำลัง

It was a mixture of excitement

3:49

มันเป็นการผสมผสานระหว่างความตื่นเต้น

but fear that something big is about to unfold. ไวยากรณ์

3:51

แต่ก็มีความกลัวว่าบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

is about to + คำกริยารูปพื้นฐาน: กำลังจะเกิดขึ้น

Is about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคาดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานมาก จนเกือบถึงช่วงเวลานั้นแล้ว ในที่นี้ something big is about to unfold หมายถึงเหตุการณ์สำคัญดูเหมือนกำลังจะเริ่มต้นหรือคลี่คลาย ในโครงสร้างนี้ about ไม่ได้หมายถึง “ประมาณ” หรือ “เกี่ยวกับ” รูปแบบคือ be + about to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น am/is/are about to leave โดย be เปลี่ยนตามประธานและกาล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be about to: The lights have dimmed, and the film ____ begin.

ดูคำตอบ

is about to

Milošević sent more Serbian security forces into Kosovo to defeat the KLA.

3:56

มีลอเชวิชส่งกองกำลังความมั่นคงของเซอร์เบียเข้าไปในคอซอวอมากขึ้นเพื่อเอาชนะ KLA

The Serbian security forces and the Yugoslav army were pretty brutal. การใช้คำ

4:03

กองกำลังความมั่นคงของเซอร์เบียและกองทัพยูโกสลาเวียนั้นค่อนข้างโหดร้าย

I mean,

4:07

ฉันหมายถึง

the KLA was quite brutal as well,

4:07

KLA ก็ค่อนข้างโหดร้ายเช่นกัน

การใช้คำ

การบอกระดับและการเพิ่มข้อมูลใน pretty brutal ... quite brutal as well

ในที่นี้ pretty และ quite เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย brutal ในการประเมินแบบภาษาพูดนี้ ทั้งสองคำหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “มาก” ไม่ได้หมายถึง “สวย” โดย pretty มีลักษณะไม่เป็นทางการ ส่วน quite พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบบริติช และระดับความเข้มขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท as well เพิ่ม KLA เข้าไปในการประเมินเดียวกัน ผู้พูดวิจารณ์ฝ่ายหนึ่งก่อน แล้วจึงบอกว่าอีกฝ่ายก็โหดร้ายด้วย ทำให้มุมมองฟังดูสมดุลขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายมีอำนาจหรือความรับผิดชอบเท่ากัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับข้อความที่เน้นมากที่สุด

  1. pretty และ quite บอกระดับ ส่วน as well เพิ่ม KLA เข้าไปในการวิจารณ์เดียวกัน
  2. quite ลบความหมายเชิงวิจารณ์ และ as well ใช้ KLA มาเปรียบต่างกับกองกำลังฝ่ายแรก
  3. pretty หมายถึง “สวย” และ as well บอกว่าทั้งสองฝ่ายมีอำนาจเท่ากันพอดี
ดูคำตอบ

pretty และ quite บอกระดับ ส่วน as well เพิ่ม KLA เข้าไปในการวิจารณ์เดียวกัน

but the overwhelming preponderance of force, การใช้คำ

4:08

แต่อำนาจกำลังทหารที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้น

of course,

4:11

แน่นอนว่า

was on the side of the Serbian security forces.

4:11

อยู่ฝ่ายกองกำลังความมั่นคงของเซอร์เบีย

การใช้คำ

ความได้เปรียบด้านกำลังอย่างท่วมท้น

An overwhelming preponderance of force หมายถึงความไม่สมดุลอย่างมากของกำลังทหารที่มีอยู่ กล่าวคือ ฝ่ายหนึ่งมีกำลังมากกว่าอีกฝ่ายมาก preponderance หมายถึงความเหนือกว่าในด้านปริมาณ น้ำหนัก หรืออิทธิพล ส่วน overwhelming เน้นว่าความได้เปรียบนั้นชี้ขาดเพียงใด ในโครงสร้าง the preponderance of X was on the side of Y นั้น X ระบุทรัพยากรที่มีมากกว่า และ Y ระบุฝ่ายที่ครอบครองความได้เปรียบดังกล่าว วลีนี้อธิบายการกระจายกำลังที่ไม่เท่าเทียม ไม่ได้หมายถึงเพียงความชอบหรือการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายว่าเป็น an overwhelming preponderance of force มากที่สุด

  1. ฝ่ายหนึ่งนำอาวุธมาแสดงชั่วครู่ระหว่างขบวนสวนสนาม
  2. ทั้งสองฝ่ายมีกำลังทหารเกือบเท่ากัน
  3. ฝ่ายหนึ่งมีกำลังพลและอาวุธมากกว่าอีกฝ่ายมาก
ดูคำตอบ

ฝ่ายหนึ่งมีกำลังพลและอาวุธมากกว่าอีกฝ่ายมาก

On January the 15th, 1999,

4:20

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 1999

Serb forces attacked the village of Račak,

4:24

กองกำลังเซิร์บโจมตีหมู่บ้านราซัค

killing 45 Kosovo Albanian civilians. ไวยากรณ์

4:27

สังหารพลเรือนชาวแอลเบเนียในคอซอวอไป 45 คน

ไวยากรณ์

อนุประโยค -ing ที่บอกผล: killing 45 Kosovo Albanian civilians

อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาคใน killing 45 Kosovo Albanian civilians บอกผลโดยตรงของการโจมตี โดยบอกว่าการโจมตีทำให้เกิดอะไรขึ้น ไม่ได้บอกเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ก่อนแล้วในเวลาเดียวกัน ผู้กระทำที่ละไว้ของ killing คือ Serb forces ซึ่งรับมาจากประโยคหลัก killing เป็นรูปกริยาไม่ผัน จึงต้องอาศัย attacked และไม่สามารถเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A storm hit the town, damaging several roofs,” ส่วน “damaging several roofs” ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้วก่อนพายุมา
  2. บอกผลของพายุด้วยอนุประโยค -ing ที่เป็นรูปไม่ผัน
  3. เริ่มประโยคสมบูรณ์อีกประโยคหนึ่งที่เป็นอิสระ
ดูคำตอบ

บอกผลของพายุด้วยอนุประโยค -ing ที่เป็นรูปไม่ผัน

Račak massacre was a turning point because as soon as the massacre unfolded, สำนวน

4:31

การสังหารหมู่ที่ราซัคถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะทันทีที่การสังหารหมู่เกิดขึ้น

สำนวน

a turning point: เหตุการณ์ที่เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง

ในประโยคนี้ a turning point หมายถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ทิศทางของสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสำคัญหลังจากนั้น เป็นอุปมาที่มาจากแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนทิศทาง ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวจริง ๆ วลีนี้เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง เหตุการณ์หนึ่งอาจสำคัญแต่ไม่ใช่ turning point ก็ได้ จะเรียกเช่นนี้เมื่อเหตุการณ์นั้นทำให้พัฒนาการต่อมาเปลี่ยนไปอีกทิศทางหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงเหตุการณ์ซึ่งเปลี่ยนทิศทางของโครงการให้สมบูรณ์: “The successful test was a ____ for the whole team.”

ดูคำตอบ

turning point

people were there,

4:37

ผู้คนก็อยู่ที่นั่น

Western journalists,

4:38

นักข่าวตะวันตก

observers,

4:39

ผู้สังเกตการณ์

seeing the dead bodies and calling it what it was, น้ำเสียง/เจตนา

4:40

ได้เห็นศพผู้เสียชีวิตและเรียกมันตามความเป็นจริงว่า

a crime against humanity. วัฒนธรรม

4:43

อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

น้ำเสียง/เจตนา

calling it what it was: เรียกสิ่งหนึ่งตามความเป็นจริงโดยตรง

ในที่นี้ calling หมายถึงการบรรยายหรือจัดประเภท ไม่ใช่การโทรศัพท์ calling it what it was หมายถึงการให้คำเรียกแก่เหตุการณ์ตามที่ผู้พูดเชื่อว่าถูกต้อง นั่นคืออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โครงสร้างนี้ปฏิเสธถ้อยคำที่ลดทอนความรุนแรง และเสนอคำเรียกนั้นว่าเป็นความจริงที่ชัดเจน จึงอาจฟังดูหนักแน่น มั่นใจในจุดยืนทางศีลธรรม และเผชิญหน้าได้ หากพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันจะใช้รูปที่เกี่ยวข้องคือ call it what it is ส่วน was สอดคล้องกับเหตุการณ์ในอดีตนี้

แบบฝึกหัด

calling it what it was ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้

  1. หลีกเลี่ยงการตัดสินเหตุการณ์ในทางศีลธรรม
  2. บอกว่ามีคนโทรศัพท์หาผู้จัดเหตุการณ์
  3. ให้คำเรียกแก่เหตุการณ์โดยตรงตามที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้อง
ดูคำตอบ

ให้คำเรียกแก่เหตุการณ์โดยตรงตามที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้อง

วัฒนธรรม

a crime against humanity: ศัพท์ทางกฎหมายที่มีความหมายเฉพาะ

อาชญากรรมต่อมนุษยชาติเป็นศัพท์ทางกฎหมาย ไม่ใช่เพียงคำพูดทั่วไปที่หมายถึงการกระทำอันโหดร้ายอย่างยิ่ง คำนี้หมายถึงการกระทำร้ายแรงที่กฎหมายระบุไว้ เช่น การฆาตกรรมหรือการประหัตประหาร ซึ่งกระทำโดยเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีประชากรพลเรือนอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ และผู้กระทำรู้ถึงการโจมตีนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวให้การจัดประเภทเหตุการณ์อย่างเป็นทางการทั้งทางกฎหมายและศีลธรรม คำนี้ใช้ได้ทั้งในช่วงสงครามและสันติภาพ ส่วนความรับผิดทางอาญาจะได้รับการวินิจฉัยโดยศาลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย a crime against humanity ได้อย่างถูกต้อง

  1. หมายถึงการกระทำใด ๆ ที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าโหดร้ายหรือน่ารังเกียจ
  2. อาจเกิดขึ้นในช่วงสงครามหรือสันติภาพ เมื่อการกระทำร้ายแรงที่กฎหมายระบุไว้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีพลเรือนอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ
  3. ต้องมีเจตนาทำลายกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองเสมอ
  4. มีเพียงทหารในสนามรบเท่านั้นที่สามารถกระทำได้
ดูคำตอบ

อาจเกิดขึ้นในช่วงสงครามหรือสันติภาพ เมื่อการกระทำร้ายแรงที่กฎหมายระบุไว้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีพลเรือนอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบ

As Serbian forces retook territory from the KLA,

4:45

ขณะที่กองกำลังเซิร์บยึดดินแดนคืนจาก KLA

thousands of Kosovo Albanians fled their homes.

4:49

ชาวแอลเบเนียในคอซอวอหลายพันคนต้องหลบหนีออกจากบ้านเรือน

The images shocked the world.

4:53

ภาพเหล่านั้นสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

At a peace conference in France,

4:57

ในการประชุมสันติภาพที่ประเทศฝรั่งเศส

Western powers gave Serbia and Kosovo Albanians an ultimatum. วลี

4:59

มหาอำนาจตะวันตกได้ยื่นคำขาดต่อเซอร์เบียและชาวแอลเบเนียในคอซอวอ

วลี

give someone an ultimatum: ยื่นคำขาดต่อใครบางคน

ในโครงสร้าง give someone an ultimatum คนหรือกลุ่มที่อยู่หลัง give คือผู้รับข้อเรียกร้อง ส่วน ultimatum หมายถึงข้อเรียกร้องครั้งสุดท้ายหรือคำขาด ในประโยคนี้ใช้โครงสร้าง give Serbia and Kosovo Albanians an ultimatum Ultimatum ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป แต่เป็นการตั้งเงื่อนไขและบอกชัดว่าการปฏิเสธจะนำไปสู่ผลร้ายแรง มักใช้เมื่อการเจรจามาถึงขั้นสุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ give someone an ultimatum: After three missed deadlines, the editor ____: submit the article by noon or lose the assignment.

ดูคำตอบ

gave the writer an ultimatum

Accept a peace deal or face military action. น้ำเสียง/เจตนา

5:03

ยอมรับข้อตกลงสันติภาพหรือเผชิญกับการใช้กำลังทหาร

น้ำเสียง/เจตนา

Accept ... or face ...: “ยอมรับ... มิฉะนั้นต้องเผชิญ...”

คำกริยาคำสั่ง Accept และ face เชื่อมกันด้วย or โดยมีประธาน you ที่ละไว้ ความหมายคือให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญปฏิบัติการทางทหาร or ในที่นี้ไม่ได้เสนอสองทางเลือกที่น่าพอใจเท่ากัน แต่สร้างคำเตือนแบบมีเงื่อนไขว่าให้ทำสิ่งแรก มิฉะนั้นผลลบในส่วนที่สองอาจตามมา

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Accept a peace deal or face military action” น่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. หากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ อาจมีปฏิบัติการทางทหารตามมา
  2. ทั้งสองทางเลือกน่าพอใจเท่ากันและไม่มีผลตามมา
  3. ปฏิบัติการทางทหารเริ่มขึ้นแล้วเพราะมีการยอมรับข้อตกลง
ดูคำตอบ

หากไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ อาจมีปฏิบัติการทางทหารตามมา

We're not interested in a partial agreement. ลำดับความ

5:06

เราไม่สนใจข้อตกลงเพียงบางส่วน

We're interested in a settlement that works.

5:09

เราสนใจข้อตกลงที่ใช้การได้จริง

ลำดับความ

เราไม่ยอมรับ X เราต้องการ Y

รูปแบบซ้ำ “We're not interested in X. We're interested in Y.” ใช้ปฏิเสธผลลัพธ์หนึ่ง แล้วแทนที่ทันทีด้วยผลลัพธ์ที่ผู้พูดยอมรับได้ ในประโยคนี้ ข้อตกลงเพียงบางส่วนถูกมองว่าไม่เพียงพอ ส่วนข้อยุติที่ใช้ได้จริงกลายเป็นมาตรฐานที่ต้องการ การใช้โครงสร้างประโยคเดิมซ้ำทำให้ติดตามความแตกต่างได้ง่าย และเน้นส่วนที่เปลี่ยนไปคือ X กับ Y มากที่สุด ในภาษาการเจรจาแบบนี้ interested in หมายถึงพร้อมพิจารณาหรือยอมรับ ไม่ใช่ความสนใจหรือความอยากรู้ส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมกรอบเปรียบต่างที่ซ้ำกันด้วยสำนวนเป้าหมาย: “We're ____ another temporary fix. We're ____ a solution that will last.”

ดูคำตอบ

not interested in · interested in

The Serbs rejected the deal.

5:11

ชาวเซิร์บปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าว

We are not talking to Albanians.

5:14

เราไม่ได้กำลังคุยกับชาวแอลเบเนีย

We are talking to Americans,

5:16

เรากำลังคุยกับชาวอเมริกัน

who would like to take our territory for themselves and for NATO.

5:18

ที่ต้องการยึดดินแดนของเราไปเป็นของตนเองและเพื่อนาโต้

And Albanians were just excuse for them.

5:23

และชาวแอลเบเนียก็เป็นเพียงข้ออ้างสำหรับพวกเขา

NATO resolved to punish Milošević and his army and began air strikes on Serb military targets in Kosovo and throughout Serbia itself. การใช้คำ

5:26

นาโต้ตัดสินใจลงโทษมีลอเชวิชและกองทัพของเขา และเริ่มการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของเซิร์บในคอซอวอและทั่วประเทศเซอร์เบีย

การใช้คำ

resolved to punish: resolve to + กริยา

ใน “NATO resolved to punish” โครงสร้าง resolved to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำสิ่งนั้น โครงสร้างนี้นำเสนอการตัดสินใจว่าเกิดจากการไตร่ตรองและมีความมุ่งมั่น ส่วนการกระทำที่ตามมาในประโยคแสดงว่าการตัดสินใจนั้นถูกนำไปปฏิบัติ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ resolve to do something ซึ่งพบได้บ่อยในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการและการเล่าประวัติศาสตร์ ส่วนการตัดสินใจทั่วไปในชีวิตประจำวันมักใช้ decide to เป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการที่หมายถึง “ตัดสินใจอย่างแน่วแน่”: After a long debate, the council ____ protect the historic building.

ดูคำตอบ

resolved to

It is about creating the kind of world ไวยากรณ์

5:36

มันเป็นเรื่องของการสร้างโลกในแบบที่

where an innocent people are not singled out for repression, โน้ต

5:39

ผู้บริสุทธิ์จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติเพื่อถูกปราบปราม

ไวยากรณ์

โครงสร้าง the kind of world where ...

วลี the kind of world หมายถึงสังคมหรือสภาพแวดล้อมประเภทหนึ่งที่มีคุณลักษณะเฉพาะ ในที่นี้ where นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ใช้กำหนดคุณลักษณะเหล่านั้น กล่าวคือ ในโลกนั้น ชนชาติผู้บริสุทธิ์จะไม่ตกเป็นเป้าของการกดขี่ โครงสร้างนี้กล่าวถึงสภาพแวดล้อมกว้าง ๆ ก่อน แล้วจึงบอกเงื่อนไขที่นิยามสภาพแวดล้อมนั้น: the kind of + สถานที่หรือสภาพแวดล้อม + where + ประธาน + กริยา แม้ world จะเป็นแนวคิดนามธรรมก็ใช้ where ได้ เพราะหมายถึงในโลกนั้น ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ classroom ในโครงสร้าง the kind of ... where: We want to create ____ everyone feels welcome.

ดูคำตอบ

the kind of classroom where

กริยาวลี

ความหมายและโครงสร้างของ singled out for repression

To single someone out หมายถึงการเลือกบุคคลหรือกลุ่มหนึ่งออกมาจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า เพื่อให้ความสนใจหรือปฏิบัติต่อเป็นพิเศษ ในโครงสร้างกรรมวาจก be singled out for + คำนาม บุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับการปฏิบัตินั้นจะอยู่ข้างหน้า ในที่นี้ for repression ระบุการปฏิบัติที่เป็นอันตรายซึ่งกลุ่มที่ถูกเลือกจะต้องเผชิญ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการถูกจงใจเลือกเป็นเป้าหมายของการกดขี่ ไม่ใช่เพียงถูกสังเกตเห็นหรือแยกออกมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ single out และคำบุพบทที่จำเป็น: Because of her excellent work, Lena was ____ praise.

ดูคำตอบ

singled out for

for expulsion,

5:43

เพื่อถูกขับไล่

for destruction,

5:45

เพื่อถูกทำลายล้าง

ลำดับความ

for repression, for expulsion, for destruction: โครงสร้างขนานด้วย for ที่ซ้ำกัน

วลี for + คำนามทั้งสามชุดต่างเติมโครงสร้าง singled out for ให้สมบูรณ์ กล่าวคือ ประชาชนถูกเลือกให้ต้องเผชิญกับการกดขี่ การขับไล่ และการทำลายล้าง ในที่นี้ for ระบุสิ่งที่ถูกกระทำต่อพวกเขา ไม่ได้แสดงจุดประสงค์หรือผู้รับประโยชน์ การใช้คำบุพบทเดิมซ้ำทำให้เกิดรายการแบบขนานสามส่วน รูปไวยากรณ์คงที่ ขณะที่ผลลัพธ์ทวีความรุนแรงจากการกดขี่ไปสู่การขับไล่และการทำลายล้าง จึงเพิ่มทั้งจังหวะและน้ำหนักให้ประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำบุพบทซ้ำเพื่อให้วลีคำนามทั้งสามขนานกัน: The policy was criticized ____ its cost, ____ its complexity, and ____ its unfairness.

ดูคำตอบ

for · for · for

just because of their religious and ethnic heritage.

5:47

เพียงเพราะมรดกทางศาสนาและชาติพันธุ์ของพวกเขา

During the war,

5:53

ในช่วงสงคราม

my parents,

5:53

พ่อแม่ของฉัน

my brother fled the neighborhood.

5:54

พี่ชายของฉันหลบหนีออกจากละแวกนั้น

We were kicked out by paramilitaries. กริยาวลี

5:57

เราถูกไล่ออกโดยกองกำลังกึ่งทหาร

กริยาวลี

kicked out: การถูกขับไล่ในรูปกรรมวาจก

Kick someone out หมายถึงบังคับให้ใครออกจากสถานที่ บ้าน กลุ่ม หรือองค์กร คำนี้เป็นกริยาวลี ดังนั้นในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงการใช้เท้าเตะจริง ๆ ประโยคนี้เป็นรูปกรรมวาจก: We were kicked out วางผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำไว้ก่อน ส่วน by paramilitaries ระบุว่าใครเป็นผู้บังคับให้พวกเขาออกไป ถ้าเปลี่ยนเป็นรูปประธานกระทำจะเป็น paramilitaries kicked us out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย kick out โดยเรียงคำให้ถูกต้อง: After repeatedly breaking the club's safety rules, the committee decided to ____ him ____.

ดูคำตอบ

kick · out

They were hiding in the forest.

5:59

พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในป่า

I didn't know for several days are they alive or not. ไวยากรณ์

6:00

ฉันไม่รู้เลยหลายวันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ไวยากรณ์

ลำดับคำถามทางอ้อมใน I didn't know ... whether they were alive or not

ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน คำถามที่ซ้อนอยู่หลัง know จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช้การสลับคำแบบคำถามตรง ดังนั้น are they alive ในที่นี้ควรเป็น whether they were alive: I didn't know for several days whether they were alive or not. ผู้พูดกำลังมองย้อนจาก didn't know ไปยังช่วงเวลาเดียวกันในอดีต จึงใช้ were ได้เป็นธรรมชาติ ส่วน whether ... or not แสดงสองความเป็นไปได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมแบบมาตรฐานเมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ในอดีต

  1. For several days, I didn't know whether were they alive or not.
  2. For several days, I didn't know were they alive or not.
  3. For several days, I didn't know whether they were alive or not.
ดูคำตอบ

For several days, I didn't know whether they were alive or not.

After 78 days of bombing and hundreds of civilian deaths,

6:04

หลังจากการทิ้งระเบิด 78 วันและมีพลเรือนเสียชีวิตหลายร้อยคน

Serbia capitulated.

6:08

เซอร์เบียก็ยอมจำนน

Milošević withdrew his forces from Kosovo. วลี

6:10

มีลอเชวิชถอนกำลังออกจากคอซอวอ

วลี

withdrew his forces from Kosovo: ถอนกำลังออกจากสถานที่หนึ่ง

Withdrew เป็นรูปอดีตของ withdraw ใน withdrew his forces from Kosovo ประธานเป็นผู้ทำให้กองกำลังที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนออกจากคอซอวอ รูปแบบที่ใช้ในการรายงานข่าวคือ withdraw + คำกำหนด + forces + from + สถานที่ โดย forces ในที่นี้หมายถึงกำลังพลหรือหน่วยทหาร ไม่ใช่แรงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้ withdraw + forces + from เติมประโยคข่าวให้สมบูรณ์: The government agreed to ____ the border region.

ดูคำตอบ

withdraw its forces from

NATO tanks rolled in and Petrit was reunited with his family. โน้ต

6:13

รถถังของนาโต้เคลื่อนตัวเข้ามา และเปตริตก็ได้กลับมาพบกับครอบครัวของเขาอีกครั้ง

กริยาวลี

rolled in: ยานพาหนะหรือกองกำลังเคลื่อนเข้ามาเป็นกลุ่ม

ในประโยคนี้ rolled in หมายถึงรถถังของนาโตเข้ามาหรือมาถึงพื้นที่นั้น โดยน่าจะเคลื่อนเข้ามาพร้อมกันในฐานะกองกำลัง วลีนี้ยังคงให้ภาพทางกายภาพของยานพาหนะหนักที่เคลื่อนไปข้างหน้า แต่หน้าที่หลักคือทำให้การมาถึงหรือการเข้าสู่พื้นที่ดูชัดเจนและมีชีวิตชีวา roll in เป็นอกรรมกริยาในที่นี้ กล่าวคือรถถังเป็นสิ่งที่เคลื่อนเข้ามาเอง ในข่าวและการเล่าเรื่อง โครงสร้างนี้เปลี่ยนข้อเท็จจริงธรรมดาเรื่องการมาถึงให้กลายเป็นภาพการเคลื่อนเข้าสู่สถานที่อย่างเด่นชัด

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb แบบอกรรมกริยาที่ให้ภาพชัดเจนจากบทเรียนนี้: At dawn, a convoy of rescue vehicles ____.

ดูคำตอบ

rolled in

วลี

was reunited with his family: ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวหลังการพลัดพราก

was reunited with his family หมายถึงเพทริตได้กลับมาอยู่ร่วมกับครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่ต้องแยกจากกัน reunite มีความหมายของการพบกันอีกครั้งอยู่แล้ว ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงการกลับมาติดต่อและอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่การพบปะของครอบครัวตามปกติ โครงสร้าง be reunited with + บุคคลหรือกลุ่ม เป็นรูปถูกกระทำ โดยนำผู้ที่ได้กลับมาพบกันมาเป็นประธาน ส่วนบุคคลหรือเหตุการณ์ที่ทำให้การพบกันเกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องระบุ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนรูปถูกกระทำจากบทเรียนนี้: After months apart, the rescued sailor ____ his family.

ดูคำตอบ

was reunited with

As Kosovo Albanians returned,

6:19

ขณะที่ชาวแอลเบเนียในคอซอวอเดินทางกลับมา

tens of thousands of ethnic Serbs fled north to Serbia. ไวยากรณ์

6:22

ชาวเซิร์บหลายหมื่นคนก็อพยพหนีขึ้นเหนือไปยังเซอร์เบีย

ไวยากรณ์

tens of thousands of: จำนวนโดยประมาณในระดับหลายหมื่น

“Tens of thousands of” หมายถึงจำนวนที่ไม่ระบุแน่นอนในระดับหลายหมื่น โดยทั่วไปคืออย่างน้อย 20,000 แต่ไม่ได้อ้างว่าเป็นยอดรวมที่แม่นยำ ในประโยคนี้ใช้เน้นว่าชาวเซิร์บที่หลบหนีมีจำนวนมาก โครงสร้างคือ tens of thousands of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ ทั้ง tens และ thousands เป็นรูปพหูพจน์ เพราะจำนวนนี้ไม่ใช่จำนวนเท่าที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีบอกจำนวนโดยประมาณได้ถูกต้อง

  1. Ten of thousands of volunteers helped with the cleanup.
  2. Tens of thousand of volunteers helped with the cleanup.
  3. Tens of thousands of volunteers helped with the cleanup.
ดูคำตอบ

Tens of thousands of volunteers helped with the cleanup.

It would be another nine years before Kosovo finally declared independence. ไวยากรณ์

6:28

ต้องใช้เวลาอีกเก้าปีกว่าที่คอซอวอจะประกาศเอกราชในที่สุด

ไวยากรณ์

It would be another nine years before ...: มองไปข้างหน้าจากอดีต

“It would be another nine years before ...” มองไปข้างหน้าจากจุดหนึ่งในอดีต และบอกว่าเหตุการณ์ภายหลังเกิดขึ้นเมื่อผ่านไปอีกเก้าปีแล้ว ในที่นี้ การประกาศเอกราชของคอซอวอเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบว่าเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่ความเป็นไปได้เชิงสมมติ โครงสร้างคือ It would be + another + ช่วงเวลา + before + เหตุการณ์รูปอดีต โครงสร้างนี้สรุปเส้นเวลาอย่างกระชับพร้อมเน้นว่าต้องรอเป็นเวลานาน

แบบฝึกหัด

เติมเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ด้วยโครงสร้างอนาคตเมื่อมองจากอดีตในบทเรียน: The museum closed in 2012. It ____ another eight years ____ it reopened.

ดูคำตอบ

would be · before

Today,

6:34

ทุกวันนี้

Kosovo has a rough-and-ready democracy and a growing economy, การใช้คำ

6:35

คอซอวอมีประชาธิปไตยแบบพื้นๆ แต่ก็ใช้งานได้ และมีเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต

but unemployment is high at 33%.

6:39

แต่การว่างงานนั้นสูงถึง 33%

การใช้คำ

rough-and-ready democracy: ใช้งานได้แต่ยังไม่สมบูรณ์

Rough-and-ready หมายถึงสิ่งที่ยังเป็นพื้นฐาน ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ได้ขัดเกลาอย่างละเอียด แต่ยังทำหน้าที่ของมันได้ ไม่ได้หมายถึง “หยาบและพร้อม” ในที่นี้ rough-and-ready democracy เป็นการประเมินที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ กล่าวคือ โคโซโวมีระบบประชาธิปไตยที่ใช้งานได้ แต่ระบบยังพัฒนาไม่เต็มที่และมีข้อจำกัดชัดเจน สำนวนนี้ยังใช้บรรยายวิธีการ ระบบ หรือทางแก้ที่แม้จะหยาบแต่ยังใช้ได้

แบบฝึกหัด

rough-and-ready democracy ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ระบบที่รุนแรงและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับความขัดแย้ง
  2. ระบบประชาธิปไตยที่ขัดเกลาอย่างดีและพัฒนาอย่างมาก
  3. ระบบประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานที่ไม่สมบูรณ์แต่ยังทำงานได้
ดูคำตอบ

ระบบประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานที่ไม่สมบูรณ์แต่ยังทำงานได้

In recent years,

6:44

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

clashes caused by ethnic tension have erupted on occasions. ไวยากรณ์

6:45

การปะทะกันอันเกิดจากความตึงเครียดทางเชื้อชาติก็ปะทุขึ้นในบางโอกาส

ไวยากรณ์

In recent years ... have erupted on occasions: present perfect สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดเป็นครั้งคราว

In recent years กำหนดช่วงเวลาที่ยังไม่สิ้นสุดและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน จึงใช้ have erupted ซึ่งเป็น present perfect เพื่อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดภายในช่วงนั้น On occasions หมายถึง “บางครั้ง” หรือ “ในหลายช่วงเวลาที่แยกจากกัน” จึงจำกัดข้อความว่าการปะทะเกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่ได้เกิดต่อเนื่อง เมื่อรวมกันแล้ว ข้อความนี้รายงานปัญหาที่เกิดซ้ำในช่วงที่ผ่านมาโดยไม่ให้วันที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ erupt: In recent years, clashes ____ on occasions.

ดูคำตอบ

have erupted

Today,

6:50

ทุกวันนี้

most Kosovo Serbs consider themselves citizens of Serbia. ไวยากรณ์

6:50

ชาวเซิร์บในคอซอวอส่วนใหญ่มองว่าตนเองเป็นพลเมืองของเซอร์เบีย

ไวยากรณ์

มองว่าตนเองเป็นพลเมืองเซอร์เบีย

ใน consider themselves citizens of Serbia คำว่า themselves เป็นกรรมของ consider ส่วน citizens of Serbia เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกว่าพวกเขาคิดว่าตนเองเป็นอะไร วลีนี้หมายความว่าพวกเขามองว่าตนเองเป็นพลเมืองเซอร์เบีย สรรพนามสะท้อนต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I consider myself, she considers herself และ they consider themselves โครงสร้างนี้ใช้บอกอัตลักษณ์ บทบาท หรือการเป็นสมาชิกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย consider และสรรพนามสะท้อนที่ถูกต้อง: Even without official titles, the volunteers ____ members of the rescue team.

ดูคำตอบ

consider themselves

They don't recognize the Kosovo state and they don't feel a part of it.

6:54

พวกเขาไม่ยอมรับรัฐคอซอวอและไม่รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของมัน

External pressure could improve those strained relations. วลี

6:59

แรงกดดันจากภายนอกอาจช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดเหล่านั้นได้

วลี

strained relations: ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด

ใน strained relations คำว่า strained เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงตึงเครียดหรือมีปัญหาเนื่องจากความขัดแย้ง แรงกดดัน หรือความไม่ไว้วางใจ ส่วน relations หมายถึงการติดต่อหรือความเชื่อมโยงที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างแต่ละฝ่าย คำที่ใช้คู่กันนี้เจาะจงกว่า bad relations ซึ่งมีความหมายกว้าง โดยสื่อว่าความสัมพันธ์กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน แต่ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นสิ้นสุดแล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

วลีใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด? After months of public accusations, the neighboring governments still communicate, but their ties are tense.

  1. severed relations
  2. strained relations
  3. friendly relations
ดูคำตอบ

strained relations

Both Kosovo and Serbia are working to join the European Union.

7:03

ทั้งคอซอวอและเซอร์เบียต่างกำลังพยายามเข้าร่วมสหภาพยุโรป

I don't think either of us will be able to join the European family

7:09

ฉันไม่คิดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสามารถเข้าร่วมครอบครัวยุโรปได้

until we sort out the issues with each other. กริยาวลี

7:12

จนกว่าเราจะจัดการปัญหาที่มีต่อกันให้เรียบร้อย

กริยาวลี

sort out the issues with each other: แก้ปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่าย

ใน sort out the issues with each other คำกริยาวลี sort out หมายถึงจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนจนเข้าใจชัดเจนและแก้ไขได้ คำนี้เน้นกระบวนการคลี่คลายสถานการณ์ที่ยุ่งยาก ไม่ใช่แค่การแบ่งปัญหาออกเป็นหมวดหมู่ with each other ระบุว่ามีสองฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายและต้องร่วมกันจัดการ ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอว่าการแก้ข้อขัดแย้งเป็นเงื่อนไขก่อนที่จะเดินหน้าต่อได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ sort out the issues with each other หมายความว่าอย่างไร

  1. แก้ปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่าย
  2. ปล่อยให้ความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไข
  3. แบ่งปัญหาออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ
  4. เลือกว่าฝ่ายใดถูกต้อง
ดูคำตอบ

แก้ปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่าย

Dialogue is the only way we can move forward. ลำดับความ

7:15

การเจรจาเป็นหนทางเดียวที่เราจะก้าวไปข้างหน้าได้

ลำดับความ

การพูดคุยคือหนทางเดียวที่เราจะก้าวต่อไปได้

การวาง Dialogue ไว้ในตำแหน่งประธานทำให้คำนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นทางออกที่เสนอขึ้นมา โครงสร้าง X is the only way ... นำเสนอ X ว่าเป็นเส้นทางที่จำเป็น ไม่ใช่เพียงทางเลือกหนึ่ง ในที่นี้ move forward เป็นสำนวนที่หมายถึงการมีความคืบหน้าไปสู่การแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบาก ดังนั้นประโยคนี้จึงยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการพูดคุยอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นต่อความคืบหน้า ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างหนักแน่นที่สุดว่าการพูดคุยเป็นสิ่งจำเป็นต่อความคืบหน้า

  1. Dialogue may help us make progress.
  2. Dialogue is the only way we can move forward.
  3. Dialogue is important as we make progress.
  4. Dialogue is one way we can make progress.
ดูคำตอบ

Dialogue is the only way we can move forward.

If Kosovo and Serbia are to become EU member states, ไวยากรณ์

7:19

หากคอซอวอและเซอร์เบียต้องการเป็นรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป

ไวยากรณ์

are to become EU member states: การเข้าเป็นรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป

ในอนุประโยค if คำว่า are to become หมายถึง “ถูกคาดหมายหรือตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็น” พร้อมนัยว่าเป้าหมายในอนาคตนี้ขึ้นอยู่กับการทำตามเงื่อนไขบางอย่าง โครงสร้างคือ if + ประธาน + be to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปถูกนำเสนอเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรือรับประกันแล้ว และเป็นการเกริ่นว่าต่อไปโคโซโวกับเซอร์เบียจะต้องทำอะไรเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง be to แบบเป็นทางการ: If the two regions ____ full partners, they must first resolve the dispute.

ดูคำตอบ

are to become

their governments and peoples will have to work together and bury their bloody past. สำนวน

7:24

รัฐบาลและประชาชนของพวกเขาจะต้องทำงานร่วมกันและฝังอดีตอันนองเลือดของพวกเขาไว้เบื้องหลัง

สำนวน

bury their bloody past: ฝังอดีตอันนองเลือดของพวกเขา

bury their bloody past เป็นอุปมา หมายถึงการหยุดปล่อยให้ประวัติศาสตร์แห่งความขัดแย้งรุนแรงควบคุมปัจจุบัน และก้าวไปสู่การปรองดอง Bloody ทำให้ถ้อยคำมีน้ำหนักจริงจัง เพราะอดีตนั้นมีการนองเลือด ไม่ใช่แค่ความเห็นไม่ตรงกันทั่วไป การ “ฝัง” อดีตไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธหรือลืมประวัติศาสตร์ แต่หมายถึงการยุติวงจรความเป็นศัตรู

แบบฝึกหัด

ในสุนทรพจน์เพื่อการปรองดอง “bury a bloody past” มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. หยุดปล่อยให้ประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรงควบคุมความสัมพันธ์ในปัจจุบัน
  2. มองความขัดแย้งว่าเป็นเพียงความเห็นต่างเล็กน้อยที่ไม่สำคัญ
  3. ซ่อนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ให้ใครค้นพบ
ดูคำตอบ

หยุดปล่อยให้ประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรงควบคุมความสัมพันธ์ในปัจจุบัน