นกฮูก 🐷🦉 เปปป้าพิก | ช่องอย่างเป็นทางการ | การ์ตูนสำหรับครอบครัวและเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
457 คำ 129 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เปปป้ากับจอร์จค้างคืนที่บ้านของคุณตาคุณยาย และช่วยคุณตาหาที่ซ่อนในสวนเพื่อเฝ้าดูนกฮูกขี้อาย หลังจากการเลียนเสียงนกฮูกทำให้เกิดความเข้าใจผิดชวนขำ ทุกคนจึงเงียบและรอจนได้เห็นนกฮูกตัวจริง ก่อนบันทึกว่าการสังเกตครั้งนี้สำเร็จแล้ว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. are spending the night at — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วลีธรรมชาติที่หมายถึงการพักและนอนค้างหนึ่งคืน ณ สถานที่หนึ่ง เพื่อนำไปใช้พูดถึงการไปเยี่ยมญาติ ที่พัก หรือแผนการเดินทาง โดยไม่ตีความคำว่า spend แบบตรงตัว 2. what may I ask are you two doing here? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าการแทรก may I ask ในคำถามช่วยให้ความอยากรู้ฟังสุภาพขึ้นอย่างไร แล้วใช้รูปแบบนี้ถามอย่างมีชั้นเชิงเกี่ยวกับการกระทำ เหตุผล หรือการมาอยู่ ณ ที่นั้นของอีกฝ่าย 3. it's worth a go. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า a go หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง และใช้ทั้งสำนวนเพื่อบอกว่าแนวคิดหนึ่งน่าลอง โดยเฉพาะเมื่อตอบรับข้อเสนอทั้งที่ยังไม่แน่ใจเต็มที่ว่าจะได้ผลหรือไม่

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:03

หนูชื่อเปปป้าพิก

This is my little brother George.

0:05

นี่จอร์จ น้องชายตัวน้อยของหนู

This is Mummy Pig

0:08

นี่แม่หมู

and this is Daddy Pig.

0:10

และนี่พ่อหมู

Peppa Pig

0:14

เปปป้าพิก

The owl

0:17

นกฮูก

Peppa and George are spending the night at Granny and Grandpa Pig's house. วลี

0:19

เปปป้าและจอร์จกำลังจะค้างคืนที่บ้านของคุณตาคุณยายหมู

วลี

are spending the night at: ค้างคืนที่สถานที่หนึ่ง

spend the night at + สถานที่ หมายถึงค้างคืนที่สถานที่นั้น โดยทั่วไปคือไปนอนที่นั่น ในที่นี้ spend หมายถึงใช้ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ใช้เงิน ใน are spending the night at คำว่า are spending เป็นรูป present continuous ส่วน at ใช้นำหน้าสถานที่ที่ค้างคืน เช่น at a hotel, at a friend's house หรือ at home

แบบฝึกหัด

เติมแผนนี้ให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเป้าหมาย spend the night at: We plan to ____ the campsite on Friday.

ดูคำตอบ

spend the night at

Granny Pig!

0:23

คุณยายหมู!

Hello, my little ones.

0:26

สวัสดีจ้ะ หลานรัก

Where is Grandpa Pig?

0:28

คุณตาหมูอยู่ไหนคะ?

Oh, he's messing about at the bottom of the garden. โน้ต

0:30

อ๋อ เขาทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่ที่ท้ายสวนน่ะจ้ะ

กริยาวลี

he's messing about: กำลังเล่นหรือทำอะไรไปเรื่อย ๆ

mess about เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช ในที่นี้หมายถึงเล่นสนุกหรือทำอะไรไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนหรือจริงจัง น้ำเสียงค่อนข้างสบาย ๆ และไม่ได้หมายความว่าเขากำลังทำสวนให้รก he's เป็นรูปย่อของ he is ดังนั้น he's messing about จึงเป็นรูป present continuous ที่บอกว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: He's messing about at the bottom of the garden. เขาน่าจะกำลังทำอะไรอยู่?

  1. เขากำลังเล่นสนุกหรือทำอะไรไปเรื่อย ๆ
  2. เขากำลังจ่ายเงินค่าทำสวน
  3. เขากำลังตั้งใจทำให้สวนทั้งสวนรก
ดูคำตอบ

เขากำลังเล่นสนุกหรือทำอะไรไปเรื่อย ๆ

การใช้คำ

at the bottom of the garden: ที่ปลายสุดของสวน

ในประโยคนี้ at the bottom of the garden หมายถึง “ที่ปลายสุดของสวน” ซึ่งโดยทั่วไปคือด้านที่อยู่ไกลจากตัวบ้านที่สุด คำว่า bottom ในที่นี้หมายถึงปลายของพื้นที่ในแนวราบ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่อยู่ใต้สวน ในภาษาอังกฤษแบบบริติช garden มักหมายถึงพื้นที่กลางแจ้งรอบบ้านหรือหลังบ้าน ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าคนคนนั้นอยู่ที่ปลายสุดของพื้นที่ดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The children are playing at the bottom of the garden” เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน

  1. อยู่ที่ปลายสวนด้านที่ไกลที่สุด
  2. อยู่ใต้สวน
  3. อยู่ใกล้กลางสวน
ดูคำตอบ

อยู่ที่ปลายสวนด้านที่ไกลที่สุด

Here is Grandpa Pig.

0:33

นี่ไงคุณตาหมู

Grandpa Pig!

0:35

คุณตาหมู!

Hello, Peppa and George.

0:37

สวัสดี เปปป้าและจอร์จ

What are you doing?

0:39

คุณตากำลังทำอะไรอยู่คะ?

I'm building somewhere for me to hide. ไวยากรณ์

0:41

ตากำลังสร้างที่สำหรับให้ตาซ่อนตัว

ไวยากรณ์

somewhere for me to hide: สถานที่ + for + บุคคล + infinitive ที่มี to

Somewhere for me to hide หมายถึง “สถานที่ที่ฉันซ่อนได้” รูปแบบคือ คำบอกสถานที่ + for + บุคคล + infinitive ที่มี to ในที่นี้ for me ระบุว่าคนที่จะทำกริยา hide คือฉัน จึงเป็นประธานโดยนัยของ to hide รูปแบบนี้ใช้บรรยายสถานที่หรือสิ่งของตามผู้ที่จะใช้งานและการกระทำที่ต้องการได้ เช่น a chair for Grandma to sit on

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ คำบอกสถานที่ + for + บุคคล + infinitive ที่มี to ได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าลูกสุนัขจะใช้ที่ซ่อนนั้น

  1. We need somewhere for the puppy to hide.
  2. We need somewhere the puppy for hiding.
  3. We need somewhere for hide the puppy.
ดูคำตอบ

We need somewhere for the puppy to hide.

Why?

0:44

ทำไมล่ะคะ?

Well, you see, I really want to spot an owl and tick it off in my book. โน้ต

0:45

ก็แบบว่า ตาอยากจะเห็นนกฮูกจริงๆ แล้วก็ติ๊กมันลงในสมุดของตาน่ะสิ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Well, you see, เพื่อเกริ่นคำอธิบายอย่างนุ่มนวล

Well, you see เป็นคำเกริ่นในบทสนทนาที่วางไว้ก่อนบอกเหตุผลหรือข้อมูลเบื้องหลัง Well ช่วยให้ผู้พูดมีจังหวะเริ่มต้น ส่วน you see เป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีคำอธิบายตามมา ในที่นี้ you see ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายมองจริง ๆ เมื่อใช้รวมกันแล้ว คำตอบจะฟังนุ่มนวลและไม่ห้วนเกินไป

แบบฝึกหัด

อ่านคำตอบนี้: “Well, you see, the train has stopped running for the night.” “Well, you see” ทำหน้าที่อะไร?

  1. คำนี้บอกให้ผู้ฟังมองรถไฟ
  2. คำนี้หมายความว่าผู้พูดเคยเห็นรถไฟแล้ว
  3. คำนี้เกริ่นนำคำอธิบายอย่างนุ่มนวล
ดูคำตอบ

คำนี้เกริ่นนำคำอธิบายอย่างนุ่มนวล

การใช้คำ

spot an owl: มองเห็นเป้าหมายได้สำเร็จ

ใน spot an owl คำว่า spot เป็นคำกริยาที่หมายถึงสังเกตเห็นหรือมองเห็นนกฮูก คำนี้มักสื่อว่ากำลังตามหาเป้าหมายอยู่ เป้าหมายนั้นมองเห็นได้ยาก หรือต้องสังเกตอย่างตั้งใจจึงจะพบ วลีนี้เน้นช่วงเวลาที่พบเป้าหมายได้สำเร็จ ในที่นี้ spot ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “จุด” หรือ “สถานที่”

แบบฝึกหัด

ใน “After scanning the field for ten minutes, Ava finally spotted a deer.” คำว่า spotted บอกอะไรเรา?

  1. เธอมองเห็นกวางได้สำเร็จ
  2. เธอยังคงพยายามค้นหากวางต่อไป
  3. เธอเฝ้าดูกวางเป็นเวลานาน
ดูคำตอบ

เธอมองเห็นกวางได้สำเร็จ

กริยาวลี

tick it off in my book: ทำเครื่องหมายว่ารายการเสร็จแล้ว

ในประโยคนี้ tick it off in my book หมายถึงทำเครื่องหมายถูกข้างรายการนกฮูกในสมุด เพื่อแสดงว่าได้เห็นนกฮูกแล้ว สมุดเล่มนี้จึงทำหน้าที่เหมือนบันทึกหรือรายการตรวจสอบ tick off เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวาง it ระหว่างคำกริยากับ off โดยใช้ tick it off ไม่ใช่ tick off it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ tick off กับสรรพนาม it: The task is finished, so you can ____ on the checklist.

ดูคำตอบ

tick it off

Ah.

0:50

อ๋อ

I have spotted lots of different birds, but never an owl, ไวยากรณ์

0:51

ตาเคยเห็นนกมาหลายชนิดแล้ว แต่ไม่เคยเห็นนกฮูกเลย

ไวยากรณ์

have spotted ... but never an owl: เปรียบเทียบประสบการณ์ที่เคยมีและไม่เคยมี

have spotted เป็น present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + past participle ใช้สรุปประสบการณ์ของผู้พูดจนถึงตอนนี้ ไม่ได้ระบุเวลาใดเวลาหนึ่งที่สิ้นสุดไปแล้ว but never an owl เป็นรูปย่อที่ใช้แสดงความขัดแย้ง โดยละคำที่เข้าใจได้อยู่แล้ว รูปเต็มคือ but I have never spotted an owl โครงสร้างนี้เปรียบเทียบประสบการณ์ที่ผู้พูดเคยมีกับประสบการณ์หนึ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดแสดงความหมายเต็มของ but never an owl ในตัวอย่าง?

  1. but I never want to spot any bird.
  2. but I have never spotted an owl.
  3. but an owl has never spotted me.
ดูคำตอบ

but I have never spotted an owl.

because owls only come out at night and they are very shy. กริยาวลี

0:55

เพราะว่านกฮูกจะออกมาตอนกลางคืนเท่านั้นและพวกมันก็ขี้อายมาก

กริยาวลี

only come out at night: ปรากฏตัวหลังฟ้ามืด

ในประโยคนี้ come out หมายถึง “ออกจากที่ซ่อนแล้วปรากฏให้เห็นหรือเริ่มทำกิจกรรม” เมื่อใช้กับ at night จะบอกว่านกฮูกปรากฏตัวเมื่อใด ส่วน only จำกัดเวลา โดยตามคำอธิบายของผู้พูด เหตุการณ์นี้เกิดตอนกลางคืน ไม่ใช่ตอนกลางวัน ตรงนี้ควรเข้าใจ come out เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ความหมายมาจากบริบทเกี่ยวกับสัตว์ ไม่ได้หมายถึง “ถูกตีพิมพ์” หรือ “เปิดเผยบางอย่างต่อสาธารณะ”

แบบฝึกหัด

ใน “Owls only come out at night” วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกมันปรากฏตัวและเริ่มทำกิจกรรมเฉพาะตอนกลางคืน
  2. พวกมันถูกตีพิมพ์เฉพาะตอนกลางคืน
  3. พวกมันนอนเฉพาะตอนกลางคืน
ดูคำตอบ

พวกมันปรากฏตัวและเริ่มทำกิจกรรมเฉพาะตอนกลางคืน

Ooh.

1:00

โอ้

So, tonight, I will hide in here

1:02

ดังนั้น คืนนี้ ตาจะซ่อนตัวอยู่ในนี้

and when an owl comes, I will spot it. ไวยากรณ์

1:06

และเมื่อนกฮูกมา ตาจะได้เห็นมัน

ไวยากรณ์

when an owl comes, I will ...: อนุประโยคบอกเวลาที่กล่าวถึงอนาคต

when an owl comes, I will spot it หมายความว่านกฮูกมาก่อน แล้วผู้พูดจึงทำสิ่งที่วางแผนไว้เป็นลำดับถัดไป คือมองเห็นมัน เมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตหลัง when ภาษาอังกฤษมักใช้ simple present ในอนุประโยคบอกเวลา: when an owl comes ส่วนประโยคหลักใช้ will ได้: I will spot it โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ when + simple present, ... will + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ arrive ในอนุประโยคที่มี when และใช้ will + call ในประโยคหลัก: When Mia ____, I ____ you.

ดูคำตอบ

arrives · will call

Clever Grandpa.

1:09

คุณตาฉลาดจัง

First, I have to use twigs and leaves to completely cover my hiding place. โน้ต

1:11

ก่อนอื่น ตาต้องใช้กิ่งไม้และใบไม้มาปิดที่ซ่อนของตาให้มิดชิด

ลำดับความ

First ในฐานะคำบอกลำดับ

First ที่อยู่ต้นประโยคบอกว่าการกระทำนี้เป็นขั้นตอนแรกของลำดับ ช่วยจัดคำแนะนำให้ผู้ฟังทำตามลำดับได้ และทำให้คาดได้ว่าจะมีขั้นตอนต่อไป ซึ่งมักนำด้วย then, next หรือ finally ในที่นี้ First หมายถึง “เป็นขั้นตอนแรก” ไม่ใช่ “เป็นครั้งแรก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ First เพื่อจัดลำดับคำแนะนำที่มีสองขั้นตอน

  1. For the first time, switch off the power. Next, remove the cover.
  2. First, switch off the power. Next, remove the cover.
  3. At first, switch off the power. Next, remove the cover.
ดูคำตอบ

First, switch off the power. Next, remove the cover.

ไวยากรณ์

use twigs and leaves to completely cover: โครงสร้าง use + กรรม + to + กริยา

ในโครงสร้าง use + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน กรรมจะบอกเครื่องมือหรือวัสดุ ส่วนกริยา infinitive ที่มี to จะบอกจุดประสงค์ ในที่นี้ twigs and leaves คือวัสดุ และ to cover อธิบายว่าใช้วัสดุเหล่านี้ทำอะไร Completely ขยาย cover จึงหมายความว่าต้องคลุมที่ซ่อนทั้งหมด ไม่ใช่เพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย infinitive บอกจุดประสงค์ที่สร้างจาก seal: We used strong tape ____ the box.

ดูคำตอบ

to seal

We can help.

1:17

พวกเราช่วยได้ค่ะ

Peppa collects twigs.

1:19

เปปป้าเก็บกิ่งไม้

George collects leaves.

1:21

จอร์จเก็บใบไม้

Well done, Peppa and George. น้ำเสียง/เจตนา

1:28

ทำได้ดีมาก เปปป้าและจอร์จ

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: ใช้ชมเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี

Well done เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ชมคนที่ทำบางอย่างได้สำเร็จ หมายถึง “ทำได้ดีมาก!” คำว่า done ในที่นี้ไม่ใช่กริยารูปถูกกระทำที่บอกว่าบางสิ่งเสร็จแล้ว แต่ต้องเข้าใจทั้งวลีเป็นสำนวนเดียวกัน สามารถใช้เดี่ยว ๆ หรือเติมชื่อตามหลังเหมือนใน Well done, Peppa and George. เพื่อบอกว่ากำลังชมใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ชมเด็กที่ต่อจิ๊กซอว์เสร็จได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Well done! You finished the puzzle.
  2. Well made! You finished the puzzle.
  3. Very done! You finished the puzzle.
ดูคำตอบ

Well done! You finished the puzzle.

Look, I am completely invisible. วลี

1:33

ดูสิ ตาหายตัวไปอย่างสมบูรณ์เลย

วลี

completely invisible: มองไม่เห็นเลย

completely เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับ ซึ่งในที่นี้แสดงว่าสภาวะ invisible เป็นแบบสมบูรณ์ completely invisible หมายถึงไม่มีใครมองเห็นบุคคลนั้นเลย และมีความหมายแรงกว่าการบอกว่ามองเห็นได้ยาก invisible ในประโยคนี้หมายถึงมองไม่เห็นด้วยตา ไม่ใช่อยู่ตรงนั้นแต่ถูกมองข้าม สำหรับคำคุณศัพท์ที่บอกสภาวะสมบูรณ์ เช่น invisible การใช้ completely มักเป็นธรรมชาติและแม่นยำกว่า very

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เหมาะที่สุดตามบริบทภาษาอังกฤษ: The ink could not be seen at all on the dark paper. เติมประโยค The ink was ___.

  1. almost invisible
  2. completely invisible
  3. barely visible
ดูคำตอบ

completely invisible

Here are Mr. Stallion and Mrs. Corgi dressed as bushes. โน้ต

1:40

นี่คือคุณม้าและคุณนายคอร์กี้ที่แต่งตัวเป็นพุ่มไม้

ไวยากรณ์

Here are ...: การนำเสนอคนหรือสิ่งของหลายรายการ

Here are + นามวลีพหูพจน์เป็นโครงสร้างที่ใช้ชี้ให้ผู้ฟังสนใจคนหรือสิ่งของที่กำลังปรากฏ ถูกนำมาแสดง หรือถูกยื่นให้ ในประโยคนี้ here ไม่ได้บอกเพียงสถานที่ แต่ใช้แนะนำ Mr. Stallion และ Mrs. Corgi ใช้ are เพราะนามวลีที่นำเสนอหมายถึงคนสองคน ถ้าเป็นคนหรือสิ่งของหนึ่งอย่าง ให้ใช้ Here is + นามวลีเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างนำเสนอ Here + be ให้สมบูรณ์: ____ the two photos you wanted.

ดูคำตอบ

Here are

วลี

dressed as bushes: การสวมชุดหรือพรางตัวเป็นสิ่งอื่น

Be dressed as + บทบาท บุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ หมายถึงสวมเสื้อผ้าหรือใช้สิ่งพรางตัวเพื่อให้ดูเป็นบทบาทหรือสิ่งนั้น ในที่นี้ dressed as bushes หมายถึงตัวละครทั้งสองแต่งตัวให้ดูเป็นพุ่มไม้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายืนอยู่ข้างพุ่มไม้ เมื่อวางหลังชื่อทั้งสอง dressed as bushes เป็นอนุประโยคบรรยายแบบย่อ ซึ่งมีความหมายเท่ากับ Mr. Stallion and Mrs. Corgi, who are dressed as bushes.

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนเพื่อบอกบทบาทที่แสดงด้วยเครื่องแต่งกาย: For the parade, Mia was ____ a dragon.

ดูคำตอบ

dressed as

Hello.

1:46

สวัสดี

Have you seen Grandpa Pig anywhere? ไวยากรณ์

1:47

พวกคุณเห็นคุณตาหมูบ้างไหมครับ?

ไวยากรณ์

Have you seen ... anywhere? สำหรับถามหาคนหรือสิ่งของ

Have you seen + คนหรือสิ่งของ + anywhere? เป็นคำถามที่ใช้บ่อยเมื่อกำลังตามหาใครหรืออะไรบางอย่าง รูป present perfect ใช้ถามว่าผู้ฟังเคยเห็นเป้าหมายตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้หรือไม่ เพราะข้อมูลที่เคยเห็นอาจช่วยในการค้นหาปัจจุบันได้ ในที่นี้ anywhere หมายถึง “ที่ไหนสักแห่ง” หรือ “ที่ใดก็ตาม” โดยไม่ได้ระบุสถานที่เฉพาะ ถ้าคำตอบคือ yes ผู้ฟังก็บอกต่อได้ว่าเห็นที่ไหน

แบบฝึกหัด

คุณยังคงตามหาสมุดอยู่ เติมคำถามด้วยรูป present perfect ของ see และคำที่หมายถึง “ที่ไหนสักแห่ง”: ____ my notebook ____?

ดูคำตอบ

Have you seen · anywhere

Boo!

1:50

แบร่!

Good hiding place, old chap. การใช้คำ

1:52

ที่ซ่อนตัวเยี่ยมไปเลย เพื่อนยาก

การใช้คำ

old chap: คำเรียกผู้ชายแบบบริติชที่เป็นมิตรและเก่าแก่

old chap เป็นคำเรียกผู้ชายแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช มีความหมายใกล้เคียงกับ “เพื่อน” หรือ “สหายเก่า” ในสำนวนนี้ old มักสื่อถึงความคุ้นเคยและรูปแบบการพูดที่เก่าแก่ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นสูงอายุเสมอไป ในประโยคนี้ คำเรียกดังกล่าวทำให้ความคิดเห็นฟังดูอบอุ่นและขี้เล่น อีกทั้งยังทำให้ผู้พูดมีน้ำเสียงแบบอังกฤษดั้งเดิมอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเรียกลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยว่า old chap ในการประชุมธุรกิจอย่างเป็นทางการ ข้อใดประเมินการใช้นี้ได้ถูกต้อง

  1. ฟังดูจงใจใช้ภาษาเก่าและไม่ใช่คำเรียกทั่วไปที่ปลอดภัยในบริบทธุรกิจ
  2. เป็นคำเรียกสมัยใหม่และเป็นกลางสำหรับผู้ชายสูงอายุทุกคน
ดูคำตอบ

ฟังดูจงใจใช้ภาษาเก่าและไม่ใช่คำเรียกทั่วไปที่ปลอดภัยในบริบทธุรกิจ

And what may I ask are you two doing here? น้ำเสียง/เจตนา

1:54

แล้วขอถามหน่อยได้ไหมว่าพวกคุณสองคนมาทำอะไรที่นี่?

น้ำเสียง/เจตนา

What, may I ask, are ...?: การใช้ may I ask เป็นข้อความแทรก

คำถามหลักคือ What are you two doing here? โดยแทรก may I ask ไว้กลางคำถามเพื่อให้ฟังสุภาพหรือแสดงความสงสัยใคร่รู้อย่างตั้งใจ ไม่ใช่คำถามอีกข้อหนึ่งที่แยกออกมา เมื่อตัดข้อความที่แทรกออก ลำดับคำของคำถามตรงยังคงเป็น What are you ...? ในงานเขียนที่พิถีพิถัน มักใช้จุลภาคคั่นข้อความแทรก: What, may I ask, are you two doing here?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ may I ask เป็นข้อความแทรกในคำถาม wh- แบบตรงได้ถูกต้อง?

  1. May what I ask are you looking for?
  2. What may I ask you are looking for?
  3. What, may I ask, are you looking for?
ดูคำตอบ

What, may I ask, are you looking for?

We are out for a bit of bird spotting. วลี

1:58

พวกเราออกมาส่องนกนิดหน่อยน่ะครับ

วลี

out for a bit of bird spotting: ออกมาดูนกสักพัก

ในที่นี้ be out for + นามวลี หมายถึงออกจากสถานที่ที่อยู่เป็นประจำเพื่อมาทำกิจกรรมบางอย่าง วลี for a bit of bird spotting บอกจุดประสงค์ว่า พวกเขาออกมาใช้เวลาสักพักเพื่อมองหาและสังเกตนก a bit of ทำให้กิจกรรมฟังดูสั้น ๆ เล็กน้อย และสบาย ๆ ไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอน ประโยคนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าพวกเขาอยู่กลางแจ้งเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคนกลุ่มนี้ออกจากสถานที่ที่อยู่เป็นประจำแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปเดินเล่น?

  1. We're up for a walk.
  2. We're out for a walk.
  3. We're ready for a walk.
ดูคำตอบ

We're out for a walk.

We are hoping to spot an owl tonight. ไวยากรณ์

2:00

เราหวังว่าจะเจอนกฮูกคืนนี้

ไวยากรณ์

are hoping to spot an owl: การแสดงความหวังอย่างนุ่มนวล

are hoping to spot an owl หมายถึงตอนนี้พวกเขาหวังว่าจะมองเห็นนกฮูกได้สำเร็จ ในที่นี้ spot เป็นคำกริยา หมายถึงสังเกตพบหรือมองเห็นจากการมองหา โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายนั้นหาได้ยาก โครงสร้างคือ be + hoping + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น are hoping to spot โครงสร้างนี้สื่อถึงผลลัพธ์ที่ต้องการแต่ยังไม่แน่นอน และมักฟังดูนุ่มนวลกว่า want to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be hoping to และ watch: We ____ the meteor shower tonight.

ดูคำตอบ

are hoping to watch

That's why we are pretending to be bushes. ลำดับความ

2:03

นั่นคือเหตุผลที่เราแกล้งทำเป็นพุ่มไม้

ลำดับความ

That's why: การเชื่อมจากเหตุผลไปสู่ผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้ that หมายถึงแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด คือความต้องการที่จะเห็นนกฮูก ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นเดียว รูปแบบการเรียงข้อมูลที่พบบ่อยคือ เหตุผล ตามด้วย That's why + ผลลัพธ์ ใช้เพื่อแสดงความเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผลอย่างชัดเจน และพาผู้ฟังจากเหตุที่รู้อยู่แล้วไปสู่ผลของเหตุนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลถูกต้อง: The bus was cancelled. ___ we walked home.

  1. That's why
  2. Even though
  3. That's because
ดูคำตอบ

That's why

Grandpa is going to spot an owl too.

2:06

คุณตาก็จะมาดูนกฮูกเหมือนกันค่ะ

Well, good luck, old chap.

2:10

งั้นก็ ขอให้โชคดีนะ เพื่อนยาก

May the best bird spotter win. สำนวน

2:12

ขอให้นักส่องนกที่เก่งที่สุดชนะนะ

สำนวน

May the best bird spotter win: คำอวยพรก่อนการแข่งขัน

May the best bird spotter win เป็นรูปประโยคตายตัวที่ใช้ก่อนการแข่งขันหรือการท้าทายแบบเป็นมิตร เป็นการอวยพรให้ผู้แข่งขันที่เก่งที่สุดชนะ และสื่อถึงการแข่งขันอย่างยุติธรรม May ในที่นี้ใช้บอกความปรารถนา โครงสร้างคือ May + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น win จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ May ไม่ใช่ชื่อเดือนและไม่ได้ใช้ขออนุญาต

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำอวยพรก่อนการแข่งขันให้สมบูรณ์: May the best team ____.

ดูคำตอบ

win

Toodle pip. การใช้คำ

2:14

ลาก่อนนะ

การใช้คำ

Toodle pip: คำกล่าวลาแบบอังกฤษที่เก่าและขี้เล่น

Toodle pip เป็นคำกล่าวลาแบบอังกฤษที่เป็นสำนวนตายตัว มีความหมายว่า goodbye หรือ bye อย่าแยกตีความ toodle และ pip เป็นคนละคำ ในการพูดสมัยใหม่ สำนวนนี้จงใจฟังดูเก่า ร่าเริง และตลก ตัวละครอาจใช้เพื่อสร้างบุคลิกแบบอังกฤษที่เกินจริงหรือขี้เล่น แทนที่จะใช้เป็นคำกล่าวลาในชีวิตประจำวันที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้นี้: มีคนใช้ Toodle pip เป็นคำลงท้ายในอีเมลธุรกิจทางการทั่วไป เพราะคิดว่าฟังดูเป็นมืออาชีพและเป็นกลาง

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Bye, Grandpa Pig.

2:15

บ๊ายบายค่ะ คุณตาหมู

Let's try out our hiding place on Granny. กริยาวลี

2:19

เรามาลองที่ซ่อนของเรากับคุณยายกันเถอะ

กริยาวลี

try out ... on someone: นำบางอย่างไปลองกับคน

ในประโยคนี้ try out หมายถึงทดลองใช้บางอย่างเพื่อดูว่าได้ผลหรือไม่ ผู้พูดต้องการดูว่าที่ซ่อนจะใช้ได้ผลตอนที่คุณยายตามหาพวกเขาหรือไม่ on Granny ระบุคนที่ปฏิกิริยาของเขาจะช่วยบอกว่าสิ่งนั้นได้ผลหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่บนตัวคุณยาย try out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง try out the plan และ try the plan out แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง try กับ out เช่น try it out เมื่อเติม on + คน จะบอกว่าแนวคิด วิธีการ หรือมุกนั้นถูกนำไปลองกับใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง try ... out on someone และคำสรรพนาม it: I made a new card game, and I want to ____ my cousins tonight.

ดูคำตอบ

try it out on

Peppa?

2:26

เปปป้า?

George?

2:27

จอร์จ?

Grandpa?

2:28

ตาแก่?

Hello, Granny.

2:29

สวัสดีค่ะ คุณยาย

We're here.

2:30

พวกเราอยู่นี่

Where?

2:32

ที่ไหนจ๊ะ?

We are hiding.

2:33

พวกเรากำลังซ่อนตัวอยู่ค่ะ

Are you over here?

2:35

พวกหลานอยู่ทางนี้หรือเปล่า?

You're getting colder. สำนวน

2:36

คุณยายกำลังทายผิดทางแล้วค่ะ

สำนวน

getting colder: คำใบ้ว่าไกลจากเป้าหมายขึ้นในเกมทาย

ในเกมทายหรือเกมค้นหา You're getting colder หมายถึงผู้เล่นกำลังเคลื่อนห่างจากสิ่งของที่ซ่อนอยู่ ตำแหน่งที่ถูกต้อง หรือคำตอบที่ถูกต้อง colder ในที่นี้เป็นคำใบ้ในเกม ไม่ใช่การบอกว่าอุณหภูมิลดลง โครงสร้าง get + comparative บอกการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ในที่นี้ getting colder หมายถึงยิ่งอยู่ห่างจากเป้าหมาย ส่วนคำใบ้ตรงข้ามคือ getting warmer ซึ่งหมายถึงกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย

แบบฝึกหัด

ระหว่างการล่าขุมทรัพย์ Mia เดินห่างจากกล่องที่ซ่อนไว้มากขึ้น เพื่อนควรพูดประโยคใดเพื่อเป็นคำใบ้ในเกม

  1. The weather is getting colder.
  2. You're getting colder.
  3. You're getting warmer.
ดูคำตอบ

You're getting colder.

But I can't see you anywhere.

2:39

แต่ยายมองไม่เห็นพวกหลานที่ไหนเลยนะ

Here we are. วลี

2:41

พวกเราอยู่นี่ไง

วลี

Here we are: ประกาศการมาถึงหรือการปรากฏตัว

Here we are เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในจังหวะที่กลุ่มคนมาถึง ปรากฏตัว หรือเผยว่าตนอยู่ที่ไหน ในฉากนี้ผู้พูดออกมาจากที่ซ่อน จึงหมายถึง “ดูสิ เราอยู่นี่ไง!” ไม่ใช่แค่บอกข้อมูลเรื่องตำแหน่ง การวาง here ไว้ข้างหน้าทำให้ประโยคมีความรู้สึกเหมือนกำลังนำเสนอหรือประกาศ ใช้รูปประโยคนี้ทั้งชุดเมื่อต้องการให้คนอื่นสังเกตว่าคุณกับกลุ่มมาถึงหรือปรากฏตัวแล้ว

แบบฝึกหัด

คุณมาถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกับครอบครัว ประโยคใดประกาศอย่างเป็นธรรมชาติว่าทุกคนมาถึงแล้ว

  1. Here we are!
  2. We are usually here on Saturdays.
  3. Here you are!
ดูคำตอบ

Here we are!

Oh, my goodness.

2:43

โอ้ คุณพระช่วย

That is a good hiding place.

2:44

นั่นเป็นที่ซ่อนที่ดีมากเลย

Oh, yes.

2:46

โอ้ ใช่แล้ว

Peppa and George are helping me get ready to spot an owl. วลี

2:48

เปปป้าและจอร์จกำลังช่วยตาเตรียมตัวส่องนกฮูก

วลี

get ready to spot: เตรียมพร้อมสำหรับการกระทำต่อไป

get ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเตรียมตัวสำหรับการกระทำที่จะเกิดขึ้นต่อไป ใน get ready to spot an owl คำว่า spot เป็นคำกริยารูปพื้นฐานและหมายถึงสังเกตเห็นหรือมองเห็นนกฮูก ดังนั้นจึงเป็นการเตรียมตัวเพื่อเฝ้ามองหานกฮูก get เน้นการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพที่พร้อม ไม่ใช่เพียงแค่อยู่ในสภาพพร้อมแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ get ready to do something เช่น get ready to leave หรือ get ready to listen

แบบฝึกหัด

ใช้ get ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน เติมประโยคให้สมบูรณ์: The show begins in one minute. ____ go on stage.

ดูคำตอบ

Get ready to

I see.

2:53

ยายเข้าใจแล้ว

Okay.

2:54

เอาล่ะ

Time to spot an owl. ไวยากรณ์

2:55

ได้เวลาส่องนกฮูกแล้ว

ไวยากรณ์

Time to spot an owl: Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Time to spot an owl เป็นรูปพูดแบบสั้นของ It's time to spot an owl ใช้บอกว่าการเตรียมพร้อมจบแล้วและถึงเวลาเริ่มลงมือ โครงสร้าง Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้สำหรับการเตือนสั้น ๆ หรือการเปลี่ยนกิจกรรมได้ เช่น Time to go, Time to eat หรือ Time to start

แบบฝึกหัด

ทุกคนในกลุ่มพร้อมออกเดินทางแล้ว เติมคำเตือนสั้น ๆ ด้วยคำกริยา go: Time to ____.

ดูคำตอบ

go

Now, a boy owl makes a sound like this: วลี

2:59

เอาล่ะ นกฮูกตัวผู้จะทำเสียงแบบนี้:

วลี

makes a sound like this: ชี้ไปยังการสาธิตที่จะตามมา

ใน makes a sound like this คำว่า like this ชี้ไปยังเสียงที่ผู้พูดกำลังจะสาธิตต่อจากนี้ เครื่องหมายทวิภาคก็เป็นสัญญาณว่าตัวอย่างจะตามมาทันที โครงสร้าง X makes a sound like this ใช้บอกสิ่งที่ส่งเสียงก่อน แล้วจึงเลียนแบบหรือเปิดเสียงนั้นทันที การใช้ like this เพื่อชี้ไปยังสิ่งที่จะตามมายังใช้เกริ่นนำท่าทางหรือวิธีการที่จะสาธิตทันทีได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้นำชมกำลังจะเลียนเสียงสัญญาณเตือน ประโยคใดเกริ่นนำเสียงที่จะตามมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The alarm made that sound again during the test.
  2. The alarm makes a sound like this: beep-beep.
  3. The alarm sounds like a warning because it is loud.
ดูคำตอบ

The alarm makes a sound like this: beep-beep.

Toot toot toot.

3:03

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

Hopefully, a girl owl will hear my call and answer back. โน้ต

3:06

หวังว่านกฮูกตัวเมียจะได้ยินเสียงเรียกของตาแล้วตอบกลับนะ

ลำดับความ

Hopefully: เกริ่นผลลัพธ์ที่หวังไว้แต่ยังไม่แน่นอน

Hopefully ที่ต้นประโยคเป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยค โดยแสดงท่าทีของผู้พูดต่อผลลัพธ์ทั้งหมดที่ตามมา ผู้พูดหวังว่านกฮูกตัวเมียจะได้ยินเสียงเรียกและร้องตอบ ไม่ได้ใช้ hopefully เพื่อบอกว่านกฮูกได้ยินด้วยท่าทีแบบใด คำนี้ยังบอกด้วยว่าผลลัพธ์นั้นเป็นสิ่งที่ผู้พูดต้องการแต่ยังไม่แน่นอน ไม่ใช่การคาดการณ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น เมื่อวางไว้ต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นจากข้อความที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอผลลัพธ์ในอนาคตว่าเป็นสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นแต่ยังไม่แน่นอน

  1. Definitely, the weather will improve before the picnic.
  2. Hopefully, the weather will improve before the picnic.
  3. Fortunately, the weather improved before the picnic.
ดูคำตอบ

Hopefully, the weather will improve before the picnic.

กริยาวลี

answer back: ร้องตอบกลับ ไม่ใช่เถียงอย่างไม่สุภาพ

answer back ในที่นี้หมายถึงส่งเสียงตอบเสียงเรียกที่ดังมาก่อน back แสดงทิศทางของการตอบกลับในการโต้ตอบ คือมีนกฮูกตัวหนึ่งร้องเรียก แล้วอีกตัวร้องตอบ ในบริบทของเสียงแบบนี้ วลีนี้มีความหมายเป็นกลาง เมื่อใช้กับคน answer back มักหมายถึงตอบโต้อย่างไม่สุภาพ โดยเฉพาะกับพ่อแม่ ครู หรือผู้มีอำนาจคนอื่น คำว่า girl owl และ call ที่อยู่ใกล้กันชี้ว่าในประโยคนี้หมายถึงร้องตอบกลับอย่างเป็นกลาง ไม่ใช่พูดจาหยาบคาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค "One owl hooted, and another owl answered back from the trees," answered back หมายความว่าอย่างไร

  1. มันตอบโต้อย่างไม่สุภาพ
  2. มันตอบคำถาม
  3. มันส่งเสียงร้องตอบกลับ
ดูคำตอบ

มันส่งเสียงร้องตอบกลับ

Toot toot toot.

3:11

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

Grandpa, did you hear that?

3:15

คุณตาคะ ได้ยินนั่นไหมคะ?

I certainly did. ไวยากรณ์

3:18

ตาได้ยินแน่นอน

ไวยากรณ์

I certainly did: คำตอบสั้นแบบเน้นย้ำสำหรับคำถามอดีต

Did ใช้แทนวลีกริยาอดีต hear that ทำให้คุณปู่ตอบได้โดยไม่ต้องพูด I heard that ซ้ำทั้งหมด Certainly ช่วยเน้นการยืนยัน ดังนั้น I certainly did จึงเป็นคำตอบรับที่หนักแน่นว่า “ได้ยินแน่นอน” ในโครงสร้างนี้ ต้องเลือกกริยาช่วยให้ตรงกับกาลและชนิดของกริยาในคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ถูกต้องเพื่อให้คำตอบสั้นมีน้ำเสียงยืนยันหนักแน่น Did you lock the door? I certainly ____.

ดูคำตอบ

did

It's a girl owl.

3:20

มันคือนกฮูกตัวเมีย

This girl owl sounds like she's getting closer. ไวยากรณ์

3:31

เสียงนกฮูกตัวเมียตัวนี้ฟังดูเหมือนเธอกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

ไวยากรณ์

sounds like she's getting closer: การอนุมานจากเสียง

ในประโยคนี้ sounds like นำเข้าสู่ข้อสรุปจากสิ่งที่ผู้พูดได้ยิน นั่นคือนกฮูกดูเหมือนกำลังเข้ามาใกล้ เป็นการอนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างคือ ประธาน + sound(s) like + อนุประโยค ในที่นี้ she's หมายถึง she is และ she's getting closer เป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกสถานการณ์ซึ่งอนุมานได้

แบบฝึกหัด

คุณได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ข้างนอก แต่มองไม่เห็นใคร ประโยคใดแสดงการอนุมานจากเสียงได้ถูกต้อง?

  1. It looks like someone is coming.
  2. It sounds like someone is coming.
  3. It sounds someone like is coming.
ดูคำตอบ

It sounds like someone is coming.

Yes, she wants to meet me, the boy owl.

3:34

ใช่ เธออยากจะมาเจอตา นกฮูกตัวผู้นี่นา

Oh, it was just you and me doing owl calls. วลี

3:45

อ้าว มันมีแค่คุณกับผมที่ทำเสียงนกฮูก

วลี

doing owl calls: เลียนเสียงนกฮูก

ในที่นี้ doing owl calls หมายถึงการทำหรือเลียนเสียงที่นกฮูกร้อง คำว่า calls หมายถึงเสียงร้องหรือเสียงส่งสัญญาณของสัตว์ ไม่ใช่การโทรศัพท์ เมื่อผู้ทำเป็นคน โครงสร้าง do + animal calls ใช้บอกการเลียนเสียงเล่น ๆ หรือการแสดงได้

แบบฝึกหัด

ข้างกองไฟ Maya พูดว่า “I can do owl calls.” เธอหมายความว่าอย่างไร

  1. She can name several kinds of owls.
  2. She can make telephone calls for owls.
  3. She can imitate the sounds owls make.
ดูคำตอบ

She can imitate the sounds owls make.

I thought you were a boy owl. ไวยากรณ์

3:50

ผมคิดว่าคุณเป็นนกฮูกตัวผู้ซะอีก

ไวยากรณ์

I thought you were...: แก้ไขความเชื่อก่อนหน้านี้

I thought you were... ใช้บอกสิ่งที่ผู้พูดเคยเชื่อก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ ตอนนี้ผู้พูดรู้แล้วว่าความเชื่อนั้นไม่ถูกต้อง จึงใช้วลีนี้อธิบายความเข้าใจผิดที่เพิ่งเกิดขึ้น thought เป็นรูปอดีตของ think ส่วน were ทำให้คำบรรยายอยู่ในความคิดก่อนหน้านั้น ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ผู้พูดยังเชื่อเช่นเดิม

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งรู้ว่าคนที่อยู่ข้างประตูไม่ใช่ Alex ประโยคใดอธิบายความเข้าใจผิดก่อนหน้านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I think you are Alex.
  2. I knew you were Alex.
  3. I thought you were Alex.
ดูคำตอบ

I thought you were Alex.

And I thought you were a girl owl.

3:52

และฉันก็คิดว่าคุณเป็นนกฮูกตัวเมียค่ะ

Yes. Well, moving quickly on, น้ำเสียง/เจตนา

3:55

ใช่ เอาล่ะ เปลี่ยนเรื่องเร็วๆ เข้า

น้ำเสียง/เจตนา

moving quickly on: รีบเปลี่ยนไปคุยเรื่องใหม่

moving quickly on เป็นคำเชื่อมในการพูดที่ใช้จบหัวข้อปัจจุบันและเริ่มหัวข้อใหม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการรีบผ่านช่วงเวลาที่น่าอึดอัดไป โดยมักมีน้ำเสียงสบาย ๆ หรือขบขันเล็กน้อย move on ตรงนี้หมายถึงการที่บทสนทนาเปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป ไม่ใช่การที่ใครเคลื่อนที่ไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ส่วน quickly ทำให้ความต้องการเปลี่ยนเรื่องทันทีชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ moving quickly on อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อผ่านหัวข้อที่น่าอึดอัดและเริ่มหัวข้อใหม่?

  1. Moving the chairs quickly, we cleared the room.
  2. The cyclist was moving quickly on the road.
  3. Moving quickly on, what should we make for dinner?
ดูคำตอบ

Moving quickly on, what should we make for dinner?

maybe there's another way to spot a real owl. ไวยากรณ์

3:57

บางทีอาจจะมีวิธีอื่นที่จะเจอนกฮูกตัวจริง

ไวยากรณ์

there's another way to...: เสนอวิธีอื่น

ในวลี there's another way to spot a real owl คำว่า there's ใช้บอกว่ามีวิธีอื่นอยู่ ส่วน another หมายถึงมีอีกหนึ่งวิธีหรือมีวิธีที่ต่างจากวิธีที่ลองไปแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ There is another way to + คำกริยารูปพื้นฐาน infinitive ที่มี to จะอธิบายว่าวิธีนั้นใช้ทำอะไร ดังนั้น to spot a real owl จึงหมายถึงวิธีสำหรับมองหานกฮูกตัวจริง ไม่ได้บอกทิศทางหรือจุดหมาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ There is another way to + คำกริยา เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: There ____ open the jar.

ดูคำตอบ

is another way to

Like what? น้ำเสียง/เจตนา

3:59

วิธีไหนคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Like what? สำหรับถามหาตัวอย่างที่เจาะจง

“Like what?” เป็นคำถามต่อสั้น ๆ ที่ใช้ขอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหรือตัวเลือกที่เจาะจง หลังจากอีกฝ่ายพูดถึงแนวคิดกว้าง ๆ ในที่นี้คือถามว่า “วิธีอื่น” นั้นอาจเป็นวิธีไหน หมวดหมู่ที่ละไว้เข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า คำถามเดียวกันนี้จึงใช้ถามถึงวิธี กิจกรรม สิ่งของ หรือตัวอย่างที่เจาะจงอื่น ๆ ได้ตามบริบท

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า “We could try a different outdoor activity.” คำตอบใดเป็นการขอตัวอย่างที่เจาะจง?

  1. Like what?
  2. What do you like?
  3. What is it like?
ดูคำตอบ

Like what?

You said that owls are very shy.

4:00

คุณตาบอกว่านกฮูกขี้อายมากๆ

Yes.

4:02

ใช่

Well, maybe all this calling is scaring the owls away. โน้ต

4:03

บางทีเสียงเรียกพวกนี้อาจจะทำให้นกฮูกกลัวจนหนีไปหมด

ไวยากรณ์

all this calling: มองการกระทำซ้ำเป็นกิจกรรมหนึ่งโดยรวม

ใน “all this calling” คำว่า calling เป็นรูป -ing ที่ใช้เป็นชื่อกิจกรรมแบบนับไม่ได้สำหรับการกระทำที่เกิดซ้ำ ในที่นี้หมายถึงทุกคนส่งเสียงคล้ายเสียงนกฮูกอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ โครงสร้าง all this + คำนามนับไม่ได้หรือคำนามกิจกรรม จะรวมปริมาณมากหรือกิจกรรมต่อเนื่องให้เป็นสถานการณ์เดียว เช่น all this waiting เนื่องจากมองกิจกรรมนั้นเป็นภาพรวมหนึ่งเดียว จึงใช้ this และกริยาเอกพจน์ is วลีนี้มักสื่อว่าปริมาณมากเกินไปหรือกำลังก่อปัญหา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมอง waiting เป็นกิจกรรมต่อเนื่องหนึ่งกิจกรรมที่นับไม่ได้?

  1. All this waits are making everyone tired.
  2. All these waiting are making everyone tired.
  3. All this waiting is making everyone tired.
ดูคำตอบ

All this waiting is making everyone tired.

กริยาวลี

scare ... away: ทำให้คนหรือสิ่งใดกลัวจนหนีไป

ใน scare someone or something away คำว่า scare บอกสาเหตุ ส่วน away บอกผลลัพธ์ คือคนหรือสัตว์จากไป ถอยห่าง หรือไม่เข้ามาใกล้เพราะกลัว ในประโยคนี้ เสียงเรียกอาจทำให้นกฮูกไม่กล้าเข้ามาใกล้ โครงสร้างคือ scare + กรรม + away ดังนั้น away จึงบอกผลของการกระทำ ไม่ใช่สถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ scare ... away: The barking dog is ____ the deer ____, so they are moving farther into the woods.

ดูคำตอบ

scaring · away

Let's hide again, but be very quiet.

4:08

เรามาซ่อนตัวกันอีกครั้ง แต่ต้องเงียบมากๆ นะ

Brilliant.

4:12

ฉลาดมาก

I suppose it's worth a go. โน้ต

4:13

ตาว่ามันก็คุ้มที่จะลองนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I suppose: การเห็นด้วยแบบสงวนท่าทีหรือไม่ค่อยเต็มใจ

I suppose ในที่นี้เป็นคำที่บอกท่าทีในการสนทนา มีความหมายใกล้เคียงกับ “ฉันคิดว่า” หรือ “ฉันว่าอย่างนั้นนะ” แสดงว่าผู้พูดยอมรับความคิดนั้น แต่ไม่ได้มั่นใจหรือตื่นเต้นมาก ไม่ใช่คำสั่งอย่างเป็นทางการให้ตั้งสมมติฐาน เมื่อวาง I suppose ไว้ต้นคำตอบ จะช่วยลดความหนักแน่นของการเห็นด้วย ทำให้ฟังดูสงวนท่าทีหรือไม่ค่อยเต็มใจเล็กน้อย ต้องดูบริบทและน้ำเสียงว่าเป็นเพียงความไม่แน่ใจหรือไม่ค่อยอยากทำจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “I suppose we could try again,” คำว่า I suppose น่าจะแสดงท่าทีแบบใดมากที่สุด

  1. ผู้พูดยินดีจะลอง แต่ฟังดูยังไม่ค่อยแน่ใจ
  2. ผู้พูดมั่นใจเต็มที่ว่าแผนนี้จะได้ผล
  3. ผู้พูดปฏิเสธที่จะลองอย่างหนักแน่น
ดูคำตอบ

ผู้พูดยินดีจะลอง แต่ฟังดูยังไม่ค่อยแน่ใจ

สำนวน

it's worth a go: บอกว่าสิ่งหนึ่งควรค่าแก่การลอง

“It's worth a go” หมายความว่าแนวคิดหรือวิธีนั้นมีประโยชน์ที่เป็นไปได้มากพอที่จะคุ้มกับการลอง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ ในที่นี้ “a go” เป็นวลีนามที่หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be worth + คำนามหรือรูป -ing: It's worth a go; It's worth trying.

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีคำว่า go และหมายถึง “ควรค่าแก่การลอง” ให้สมบูรณ์: The free trial costs nothing, so it's ____.

ดูคำตอบ

worth a go

I heard something.

4:18

ตาได้ยินอะไรบางอย่าง

Look.

4:21

ดูสิ

It is a real owl.

4:23

มันคือนกฮูกตัวจริง

Now, I've spotted an owl, ไวยากรณ์

4:26

ตอนนี้ ตาเห็นนกฮูกแล้ว

I can tick it off in my book.

4:29

ตาก็ติ๊กมันลงในสมุดของตาได้แล้ว

ไวยากรณ์

Now ... I can ...: เชื่อมสถานการณ์ใหม่กับผลลัพธ์

ในที่นี้ Now นำเข้าสถานการณ์ที่เพิ่งกลายเป็นจริง คือผู้พูดเห็นนกฮูกแล้ว โดยทำหน้าที่เกือบเหมือน Now that ดังนั้นอนุประโยคแรกจึงเป็นเหตุผลหรือเงื่อนไขของขั้นตอนถัดไป คือ I can tick it off รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Now (that) + สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว, + ผลลัพธ์ รูปแบบนี้จัดข้อมูลตามความสัมพันธ์ว่า “ตอนนี้เรื่องนี้เป็นจริงแล้ว ดังนั้นเรื่องถัดไปจึงเกิดขึ้นได้” ไม่ได้เพียงระบุเวลาปัจจุบันเท่านั้น

แบบฝึกหัด

Now ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? Now I've finished the report, I can take a break.

  1. นำเข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและทำให้ขั้นตอนถัดไปเป็นไปได้
  2. สั่งให้อีกคนทำรายงานให้เสร็จทันที
  3. บอกว่ารายงานจะเสร็จในอนาคตเท่านั้น
ดูคำตอบ

นำเข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและทำให้ขั้นตอนถัดไปเป็นไปได้

And me.

4:32

หนูด้วย

And me.

4:34

ผมด้วย

Wow.

4:36

ว้าว

Owls are the best. วลี

4:38

นกฮูกนี่เจ๋งที่สุดเลย

วลี

Owls are the best: การชมอย่างกระตือรือร้นด้วย X + be + the best

ในประโยคนี้ the best เป็นคำชมที่กระตือรือร้นและเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ผู้พูดชอบนกฮูกมากและคิดว่านกฮูกยอดเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องหมายความว่านกฮูกได้อันดับหนึ่งจากการจัดอันดับอย่างจริงจังที่มีหลักฐานรองรับ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ X + be + the best ใช้ is กับประธานเอกพจน์ และ are กับประธานพหูพจน์ ใช้ชมคน สิ่งของ สัตว์ หรือกิจกรรมได้

แบบฝึกหัด

Mia ลองชิมคุกกี้ที่เธอชอบมากแล้วพูดว่า “These cookies are the best!” เธอน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอพิสูจน์แล้วว่าคุกกี้ได้อันดับหนึ่งตามเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
  2. เธอหมายความว่าคุกกี้หมดแล้วทั้งหมด
  3. เธอกำลังชมคุกกี้อย่างกระตือรือร้น
ดูคำตอบ

เธอกำลังชมคุกกี้อย่างกระตือรือร้น

Peppa loves owls.

4:40

เปปป้ารักนกฮูก

Everyone loves owls.

4:42

ทุกๆ คนรักนกฮูก