เป๊ปป้ากับจอร์จกำลังเป่าฟองสบู่กัน!: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
383 คำ 151 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เปปป้าสอนจอร์จเป่าฟองสบู่ เมื่อส่วนผสมหมดคุณพ่อจึงทำขึ้นใหม่ แต่เหตุไม่คาดคิดทำให้กิจกรรมเปลี่ยนเป็นการกระโดดเล่นในแอ่งโคลนที่เต็มไปด้วยฟอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. First, / Then, — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การสังเกตและใช้คำบอกลำดับสองคำนี้เพื่ออธิบายวิธีทำอย่างชัดเจน เช่น บอกให้จุ่มไม้ลงในส่วนผสมก่อนแล้วจึงเป่า การจัดขั้นตอนเช่นนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามกระบวนการแต่ละช่วงได้โดยไม่สับสน 2. running out of breath. — กริยาวลี: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงเริ่มหมดแรงหายใจหรือหายใจไม่ทันจนทำกิจกรรมต่อได้ยาก ไม่ได้หมายถึงมีอากาศสำรองที่ถูกใช้หมดไปตามตัวอักษร และยังนำรูปแบบ run out of ไปใช้เมื่อเวลา เงิน วัตถุดิบ หรือทรัพยากรอื่นกำลังหมดได้ 3. I've spilled all my bubble mixture. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า present perfect เชื่อมการกระทำที่เพิ่งเกิดกับผลซึ่งยังเห็นอยู่ในปัจจุบันอย่างไร ในเรื่องนี้ส่วนผสมถูกทำหกลงพื้น จึงทำฟองต่อไม่ได้ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการรายงานเหตุการณ์ล่าสุดที่ผลของมันยังสำคัญต่อสถานการณ์ตอนนี้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:03

หนูชื่อเปปป้าพิก

This is my little brother George. การใช้คำ

0:05

นี่คือน้องชายตัวน้อยของหนู จอร์จ

การใช้คำ

little brother: น้องชายที่อายุน้อยกว่า

ในการแนะนำสมาชิกครอบครัวนี้ little brother หมายถึงพี่น้องผู้ชายที่อายุน้อยกว่าผู้พูด หรือ “น้องชาย” คำว่า little บอกความสัมพันธ์ด้านอายุ ไม่ได้บอกส่วนสูงหรือขนาดตัวของ George เมื่อใช้กับคำเรียกญาติสนิท little สามารถบอกว่าเป็นคนที่อายุน้อยกว่าได้ เช่น little sister การใช้แบบนี้มักฟังดูสนิทสนมและเป็นธรรมชาติในบทสนทนาทั่วไป

แบบฝึกหัด

ใน "Leo is my little brother," little brother มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. Leo เป็นพี่น้องผู้ชายที่ตัวเตี้ยของฉัน
  2. Leo เป็นลูกชายของฉัน
  3. Leo เป็นน้องชายของฉัน
ดูคำตอบ

Leo เป็นน้องชายของฉัน

This is Mummy Pig, and this is Daddy Pig.

0:08

นี่คือแม่หมู และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig

0:14

เปปป้าพิก

Bubbles

0:20

ฟองสบู่

Peppa and George are drinking orange juice.

0:26

เปปป้าและจอร์จกำลังดื่มน้ำส้ม

What noisy little piggies. ไวยากรณ์

0:32

เป็นลูกหมูที่เสียงดังจริง ๆ

ไวยากรณ์

What noisy little piggies: คำอุทานแบบ What + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์

ที่นี่ What ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แต่ใช้ขึ้นต้นประโยคอุทานเพื่อเน้นว่าลูกหมูเหล่านี้เสียงดังมาก รูปแบบคือ What + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ เช่น What noisy little piggies! ไม่ใช้ a หรือ an หน้าคำนามพหูพจน์ แม้คำบรรยายจะลงท้ายด้วยจุด แต่ประโยคนี้ยังทำหน้าที่เป็นคำอุทาน

แบบฝึกหัด

เติมคำอุทานที่ขึ้นต้นด้วย What เพื่อชมเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรหลายคน: ____ friendly neighbors!

ดูคำตอบ

What

George, look at all the tiny bubbles. วลี

0:36

จอร์จ ดูฟองอากาศเล็ก ๆ พวกนี้สิ

วลี

look at: บอกให้มองไปยังสิ่งที่ระบุ

look at + คนหรือสิ่งของ หมายถึงหันสายตาไปยังคนนั้นหรือสิ่งนั้น ในที่นี้ Look at ... เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ทำให้จอร์จสนใจฟองเหล่านั้น เมื่อระบุสิ่งที่จะมองไว้หลัง look ต้องใช้ at เช่น look at the bubbles คำว่า Look! ใช้เดี่ยว ๆ ในความหมายว่า “ดูสิ!” ได้ แต่ look the bubbles ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้บอกให้ใครมองไปยังสิ่งที่ระบุ: Look ____ the rainbow.

ดูคำตอบ

at

I can make bigger bubbles. วลี

0:41

พี่ทำฟองที่ใหญ่กว่านี้ได้นะ

วลี

make bigger bubbles: สร้างฟองที่ใหญ่กว่า

ใน make bigger bubbles คำว่า make หมายถึงสร้างหรือทำให้เกิด และ bigger bubbles บอกว่าสิ่งที่สร้างขึ้นคืออะไร Bigger อยู่หน้า bubbles และอธิบายฟองที่สร้างขึ้นใหม่ว่ามีขนาดใหญ่กว่าฟองอื่น ลำดับคำนี้ไม่ได้หมายถึงทำให้ฟองที่มีอยู่แล้วใหญ่ขึ้น หากต้องการสื่อความหมายนั้น ให้ใช้ make + สิ่งที่เปลี่ยน + คำคุณศัพท์ เช่น make the bubbles bigger

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตอนนี้เธอสามารถทำเค้กที่ใหญ่กว่าเค้กที่เคยทำมาก่อนได้

  1. She can make bigger cakes now.
  2. She can make the cakes bigger now.
  3. She can make more cakes now.
ดูคำตอบ

She can make bigger cakes now.

Peppa is blowing bubbles in her drink. วลี

0:45

เปปป้ากำลังเป่าฟองในเครื่องดื่มของเธอ

วลี

blowing bubbles: เป่าลมให้เกิดฟอง

blow bubbles เป็นคำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึงการเป่าลมเพื่อให้เกิดฟอง ส่วนรูปกำลังกระทำ is blowing bubbles บอกว่าการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ฟองถูกทำให้เกิดขึ้นในเครื่องดื่ม วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเป่าฟองที่มีอยู่แล้วให้ลอยออกไป หากต้องการความหมายนั้นต้องใช้ away เช่น blow the bubbles away

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่ตรงกับความหมายว่าเป่าลมเพื่อทำให้เกิดฟองลงในประโยค: The children used soap wands to ____.

ดูคำตอบ

blow bubbles

Bubble!

0:49

ฟองสบู่!

George wants to blow bubbles too.

0:50

จอร์จอยากเป่าฟองสบู่บ้าง

Peppa, George.

0:57

เปปป้า จอร์จ

You really shouldn't play with your food. ไวยากรณ์

0:58

ลูกไม่ควรเล่นของกินนะ

ไวยากรณ์

really shouldn't play with your food: แนะนำอย่างหนักแน่นว่าไม่ควรทำ

ในโครงสร้าง You really shouldn't + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า shouldn't ใช้ให้คำแนะนำว่าไม่ควรทำ เพราะผู้พูดเห็นว่าการกระทำนั้นไม่เหมาะสมหรือขัดกับกฎที่ควรปฏิบัติ really ช่วยเน้นคำแนะนำนี้ ทำให้คำเตือนฟังชัดเจนและมีน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าการกระทำนั้นจะไม่เกิดขึ้น play with your food หมายถึงการนำอาหารมาเล่นเหมือนเป็นของเล่นแทนที่จะกินให้เรียบร้อย ทั้งประโยคเป็นการตักเตือนพฤติกรรมบนโต๊ะอาหารอย่างชัดเจน แต่ shouldn't ยังไม่เด็ดขาดเท่าคำสั่งห้ามตรง ๆ เช่น mustn't

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำแนะนำอย่างหนักแน่นว่าไม่ควรทำ แทนที่จะเป็นการคาดการณ์หรือข้อห้ามเด็ดขาด

  1. You really shouldn't stay up all night before the exam.
  2. You really wouldn't stay up all night before the exam.
  3. You mustn't stay up all night before the exam.
ดูคำตอบ

You really shouldn't stay up all night before the exam.

Sorry, Daddy.

1:01

ขอโทษค่ะ พ่อ

Peppa, if you like bubbles, why don't you play with your bubble mixture? โน้ต

1:02

เปปป้า ถ้าลูกชอบฟองสบู่ ทำไมไม่ไปเล่นน้ำยาเป่าฟองของลูกล่ะ?

ไวยากรณ์

if you like bubbles: ใช้เงื่อนไขปัจจุบันเพื่อรองรับคำแนะนำ

ตรงนี้ if you like bubbles ปูเหตุผลให้กับคำแนะนำที่ตามมา ผู้พูดถือว่าการที่เป๊ปป้าชอบฟองสบู่เป็นสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีความชอบนี้ การเล่นน้ำยาทำฟองสบู่จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ในรูปแบบนี้ ใช้ if + present simple เพื่อบอกความชอบหรือสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วให้คำแนะนำในประโยคหลัก ตรงนี้ if ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดสงสัยจริง ๆ เสมอไป แต่ใช้เชื่อมเหตุผลกับสิ่งที่เสนอให้ทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if + present simple เพื่อเสนอแนะโดยอาศัยความชอบในปัจจุบัน?

  1. If you like mysteries, you tried this book yesterday.
  2. If you will like mysteries, you could try this book.
  3. If you like mysteries, you could try this book.
ดูคำตอบ

If you like mysteries, you could try this book.

น้ำเสียง/เจตนา

why don't you + คำกริยารูปพื้นฐาน: ใช้เสนอแนะ

Why don't you + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปแบบที่ใช้เสนอแนะกันทั่วไป ในประโยคนี้ Why don't you play...? หมายถึง “ฉันเสนอให้เธอเล่น...” ผู้พูดกำลังเสนอกิจกรรมอื่น ไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าทำไมเป๊ปป้าถึงไม่ทำอย่างนั้น คำกริยาที่ตามมาต้องเป็นรูปพื้นฐาน เช่น Why don't you try...? หรือ Why don't you ask...?

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมชั้นหาไฟล์การบ้านไม่เจอ ใช้รูปแบบการเสนอแนะที่เรียนมาเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ email the teacher?

ดูคำตอบ

Why don't you

Yes, my bubble mixture.

1:06

ใช่ น้ำยาเป่าฟองของหนู

George, let's blow bubbles in the garden. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

จอร์จ ไปเป่าฟองสบู่ในสวนกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

let's blow bubbles: ชวนให้ทำบางอย่างร่วมกัน

Let's เป็นรูปย่อของ let us ใน let's blow bubbles โครงสร้าง let's + คำกริยารูปพื้นฐาน blow ใช้ชวนให้ผู้พูดกับจอร์จทำกิจกรรมนั้นด้วยกัน ในที่นี้ let's ทำหน้าที่เป็นคำชวนหรือข้อเสนอว่า “มาทำด้วยกันเถอะ” ไม่ได้ใช้เพื่อขออนุญาตจากคนอื่น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้เสนอให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's to make a kite together.
  2. Let's making a kite together.
  3. Let's make a kite together.
ดูคำตอบ

Let's make a kite together.

Peppa is showing George how to blow bubbles. วลี

1:16

เปปป้ากำลังสอนจอร์จว่าเป่าฟองสบู่ยังไง

วลี

showing George how to blow bubbles: โครงสร้าง show someone how to...

Show someone how to do something หมายถึงสอนหรือสาธิตวิธีทำบางอย่างให้คนหนึ่งดู ใน showing George how to blow bubbles นั้น George คือผู้ที่ได้รับการสาธิต และ how to blow bubbles คือทักษะที่กำลังสาธิต โครงสร้างคือ show + คน + how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หลัง how to ใช้ blow ไม่ใช่ blowing หรือ blew

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง show + คน + how to + คำกริยารูปพื้นฐาน และคำว่า use เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya showed Leo ____ the printer.

ดูคำตอบ

how to use

First, dip the stick in the mixture. โน้ต

1:18

ก่อนอื่น จุ่มไม้ลงในน้ำยา

วลี

dip the stick in the mixture: dip + สิ่งของ + in/into + ของเหลว

ในที่นี้ dip the stick in the mixture หมายถึงการนำแท่งจุ่มลงในของเหลวชั่วครู่ โดยปกติเพื่อให้ของเหลวเคลือบแท่ง แล้วจึงยกขึ้นมา ในฉากนี้ the mixture หมายถึงน้ำยาทำฟองที่ผสมเตรียมไว้แล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ dip + สิ่งของ + in/into + ของเหลว ทั้ง in และ into ใช้ตามหลัง dip ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ into จะเน้นการเคลื่อนเข้าไปในของเหลวมากกว่าเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายว่าให้นำพู่กันจุ่มลงในสีชั่วครู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Dip the brush in the paint.
  2. Dip the paint on the brush.
  3. Dip in the brush the paint.
ดูคำตอบ

Dip the brush in the paint.

Then, take a big breath and blow. วลี

1:23

จากนั้น หายใจเข้าลึก ๆ แล้วเป่า

ลำดับความ

First, ... Then, ...: เรียงลำดับขั้นตอนในคำแนะนำ

First และ Then เป็นคำบอกลำดับ First ใช้เริ่มขั้นตอนแรก ส่วน Then พาผู้ฟังไปยังขั้นตอนถัดไป ในคำแนะนำ สูตรอาหาร และการบอกทาง คำเหล่านี้ช่วยจัดการกระทำตามลำดับเวลา ไม่ใช่คำเติมที่ไม่มีความหมาย แต่บอกผู้ฟังว่าต้องทำอะไรก่อนและทำอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งสองขั้นตอนให้สมบูรณ์ด้วย First และ Then: ____, wash your hands. ____, put on the gloves.

ดูคำตอบ

First · Then

วลี

take a big breath: สูดอากาศเข้าไปมาก ๆ

Take a big breath หมายถึงสูดอากาศเข้าไปมาก ๆ ในภาษาอังกฤษ take + a breath เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน big บอกปริมาณอากาศที่สูดเข้าไป ไม่ได้บอกว่าลมหายใจมีขนาดทางกายภาพ วลีนี้มักใช้เตรียมให้ใครสักคนทำกิจกรรมต่อ เช่น การเป่า Take a deep breath ก็ใช้บ่อยเช่นกัน และเน้นการหายใจเข้าให้ลึก

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: Before you blow out the candles, ____. ใช้ big breath ในคำตอบ

ดูคำตอบ

take a big breath

Bubble!

1:31

ฟองสบู่!

George, now it's your turn. วลี

1:34

จอร์จ คราวนี้ตาเธอแล้ว

วลี

now it's your turn: ส่งต่อคิวให้คนถัดไป

It's your turn หมายความว่าโอกาสหรือการกระทำถัดไปเป็นของคนที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย ในที่นี้ turn หมายถึงลำดับที่แต่ละคนได้รับ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง Now บอกว่ามีการส่งต่อคิว: คนอื่นทำเสร็จแล้ว จึงถึงเวลาที่ผู้ฟังต้องทำต่อ หากต้องการระบุการกระทำ ให้ใช้ It's your turn to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น It's your turn to read

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ส่งต่อคิวถัดไปให้ Ben: Ava has finished reading. Ben, now it's ____ to read.

ดูคำตอบ

your turn

Dip the stick in the mixture.

1:38

จุ่มไม้ลงในน้ำยา

Hold it up. กริยาวลี

1:41

ถือมันขึ้นมา

กริยาวลี

Hold it up: ยกขึ้นแล้วถือค้างไว้

ในคำสั่งนี้ hold it up หมายถึงยกก้านเป่าฟองสบู่ขึ้นและถือค้างไว้ในตำแหน่งที่สูงกว่า hold เน้นการจับและรักษาตำแหน่ง ส่วน up บอกว่าตำแหน่งนั้นอยู่สูงขึ้น เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง hold กับ up: ใช้ hold it up ไม่ใช่ hold up it นี่คือลำดับคำเมื่อใช้คำสรรพนามกับกริยาวลีแบบแยกได้ บริบทนี้เป็นการสั่งให้ทำกิริยาทางกายภาพ ดังนั้น hold up จึงไม่ได้แปลว่า “ทำให้ล่าช้า” หรือ “ปล้น” ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกให้อีกฝ่ายยกโปสเตอร์ขึ้นและถือชูค้างไว้เพื่อให้ทุกคนมองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Hold it up so everyone can see it.
  2. Hold up it so everyone can see it.
  3. Pick it up and put it on the table.
ดูคำตอบ

Hold it up so everyone can see it.

Take a big breath.

1:43

หายใจเข้าลึก ๆ

And blow.

1:46

แล้วเป่า

George is trying really hard, but he is running out of breath. โน้ต

1:49

จอร์จพยายามอย่างหนัก แต่เขาก็หมดลมหายใจซะก่อน

วลี

trying really hard: พยายามอย่างหนักมาก

trying really hard หมายถึงทุ่มความพยายามอย่างมากเพื่อทำบางอย่าง hard ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยาย trying และ really เพิ่มระดับความหมายของ hard ในที่นี้ hard ไม่ได้หมายถึง “แข็ง” และไม่ได้บอกตรง ๆ ว่างานนั้นยาก แต่บอกว่าจอร์จใช้ความพยายามมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ทุ่มความพยายามอย่างมากเพื่อแก้ปริศนา

  1. Maya hardly tried to solve the puzzle.
  2. Maya tried really hard to solve the puzzle.
  3. Maya found the puzzle really hard.
ดูคำตอบ

Maya tried really hard to solve the puzzle.

กริยาวลี

running out of breath: ลมหายใจที่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ

ในที่นี้ is running out of breath หมายถึงจอร์จมีลมหายใจเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ สำหรับเป่าต่อไป run out of ไม่ได้หมายถึงวิ่งออกไปข้างนอก แต่หมายถึงใช้สิ่งที่มีจำกัดจนเหลือน้อยมากหรือหมดไป รูปกำลังกระทำ running out of แสดงว่าปริมาณนั้นกำลังลดลงในขณะนี้ รูปแบบนี้ใช้กับทรัพยากรที่มีจำกัดอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น run out of time, money, milk หรือ paper

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ run out of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The deadline is close, and we are ____ time.

ดูคำตอบ

running out of

Achoo!

1:54

ฮัดชิ้ว!

George, you didn't blow hard enough. ไวยากรณ์

1:57

จอร์จ เธอเป่าไม่แรงพอ

ไวยากรณ์

hard enough: enough อยู่หลังคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์

ใน hard enough คำว่า hard เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่บอกว่าจอร์จเป่าแรงแค่ไหน เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ จะวางไว้หลังคำนั้น เช่น hard enough, warm enough, quickly enough รูปปฏิเสธ didn't blow hard enough หมายความว่าเขาได้เป่าแล้ว แต่แรงยังไม่ถึงระดับที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยวาง enough ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The music isn't loud ____ for us to hear.

ดูคำตอบ

enough

I know a way George can make bubbles. ไวยากรณ์

2:02

พี่รู้วิธีที่จะให้จอร์จทำฟองสบู่ได้

ไวยากรณ์

a way George can make bubbles: a way + ประธาน + can + คำกริยา

ในประโยคนี้ a way George can make bubbles หมายถึง “วิธีที่จอร์จสามารถใช้ทำฟองสบู่ได้” George เป็นประธานของอนุประโยคที่ตามมา ส่วน can make bubbles บอกว่าวิธีนี้ทำให้สิ่งใดเป็นไปได้ ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา way สามารถตามด้วยอนุประโยคในรูป ประธาน + can + คำกริยา ได้โดยตรง อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงใช้ George can ไม่ใช่ can George

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง a way + person + can + verb เพื่อสื่อความหมายว่า “เรารู้วิธีที่ Lina สามารถใช้ขนกล่องได้” We know a way ____.

ดูคำตอบ

Lina can carry the boxes

Dip the stick in the mixture.

2:05

จุ่มไม้ลงในน้ำยา

Then, lift it up. กริยาวลี

2:08

แล้วก็ยกมันขึ้นมา

กริยาวลี

lift it up: ตำแหน่งคำสรรพนามใน lift ... up

Lift it up หมายถึง “ยกมันขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงกว่า” it หมายถึงสิ่งของที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นอะไร ส่วน up แสดงทิศทางการเคลื่อนไหวขึ้นด้านบน ในที่นี้ lift ... up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เนื่องจากกรรมเป็นคำสรรพนาม it จึงต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำช่วยกริยา: ใช้ lift it up ไม่ใช่ lift up it

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า lift, it และ up อย่างละหนึ่งครั้ง แล้วเรียงให้ถูกต้อง: The bag is on the floor. ____ carefully.

ดูคำตอบ

Lift it up

And wave it around. กริยาวลี

2:09

แล้วแกว่งไปรอบ ๆ

กริยาวลี

wave it around: โบกไปในทิศทางต่าง ๆ

โครงสร้าง wave + กรรม + around หมายถึงขยับสิ่งของซ้ำ ๆ ในอากาศไปในทิศทางต่าง ๆ ในประโยคนี้ it คือสิ่งของที่ถูกขยับ และ around บอกว่าทิศทางของการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในโครงสร้างนี้ around แสดงการเคลื่อนไหว ไม่ได้บอกตำแหน่งคงที่ที่อยู่รอบสิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำจากบทเรียนให้ถูกต้อง: Hold the ribbon by one end and ____.

ดูคำตอบ

wave it around

Bubble!

2:13

ฟองสบู่!

It's even better if you run along. ไวยากรณ์

2:17

มันจะดียิ่งกว่าเดิมถ้าเธอวิ่งไปด้วย

ไวยากรณ์

It's even better if: เงื่อนไขทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

โครงสร้าง It's even better if + อนุประโยค ใช้บอกว่าเงื่อนไขหนึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ดีกว่าสถานการณ์ปัจจุบันหรือตัวเลือกที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ if ใช้นำเงื่อนไข ส่วน even เน้นคำเปรียบเทียบ better ให้หมายถึงว่าผลลัพธ์จะดียิ่งขึ้น อนุประโยคหลัง if เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินนี้ โดยอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงใดทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ไม่ใช่การเสนอคำแนะนำอีกข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ It's even better if... ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าเงื่อนไขหนึ่งทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น?

  1. The soup tastes good, but it's even better if you add fresh herbs.
  2. The soup tastes good, even if you don't add fresh herbs.
  3. If the soup tastes good, you can add fresh herbs.
ดูคำตอบ

The soup tastes good, but it's even better if you add fresh herbs.

Wait for me. น้ำเสียง/เจตนา

2:24

รอพี่ด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

Wait for me: ใช้ wait for + คน เพื่อบอกว่า “รอใคร”

Wait for me เป็นคำขอทั่วไปที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายหยุดหรือเดินช้าลง เพื่อให้เราตามทัน เมื่อระบุคนหรือสิ่งที่รอหลัง wait ให้ใช้ wait for + คำนามหรือคำสรรพนาม เช่น wait for me ไม่วางกรรมไว้หลัง wait โดยตรง

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังเดินอยู่ข้างหน้า เติมคำที่เชื่อม wait กับคนที่รอให้ประโยคสมบูรณ์: Wait ____ me!

ดูคำตอบ

for

George is having fun making bubbles. วลี

2:27

จอร์จกำลังสนุกกับการทำฟองสบู่

วลี

having fun making bubbles: โครงสร้าง have fun + กริยา-ing

Have fun doing something หมายถึงสนุกหรือเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ making bubbles คือกิจกรรมที่จอร์จกำลังสนุกอยู่ หลัง have fun ให้ใช้รูปกริยา -ing เพื่อบอกกิจกรรม เช่น have fun making ไม่ใช้รูป infinitive ส่วน is having แสดงว่าความสนุกกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ build หลัง had fun เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์: We had fun ____ a sandcastle.

ดูคำตอบ

building

Peppa is having fun popping them. การใช้คำ

2:31

เปปป้ากำลังสนุกกับการจิ้มมันให้แตก

การใช้คำ

popping them: pop ในความหมายว่า “ทำให้ฟองแตก”

ในที่นี้ pop เป็นคำกริยาแสดงการกระทำ หมายถึงทำให้ฟองแตก โดยปกติจะใช้การแตะหรือจิ้มฟองนั้น popping them หมายถึง “ทำให้ฟองเหล่านั้นแตก” โดย them หมายถึง bubbles ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ การใช้แบบนี้ยังใช้กับสิ่งของอย่างลูกโป่งได้ด้วย และไม่เกี่ยวกับ pop ในคำว่า pop music

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ pop เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Lina touched the soap bubble, and she ____ it.

ดูคำตอบ

popped

I love bubbles.

2:34

หนูรักฟองสบู่

Oh dear, the bubble mixture is all used up. โน้ต

2:39

ตายจริง น้ำยาเป่าฟองหมดเกลี้ยงเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Oh dear: ปฏิกิริยาเบา ๆ ต่อปัญหาเล็กน้อย

Oh dear เป็นคำอุทานที่มีน้ำเสียงไม่รุนแรง ใช้เมื่อมีเรื่องเล็กน้อยผิดพลาด หรือเมื่อรู้สึกกังวล ผิดหวัง หรือเสียดายเล็กน้อย ในประโยคนี้ใช้ตอบสนองอย่างนุ่มนวลเมื่อน้ำยาทำฟองสบู่หมด วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นปฏิกิริยาหนึ่งชุด dear ในที่นี้ไม่ใช่คำเรียกบุคคล และไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังเรียกใครว่า “ที่รัก”

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะใช้ Oh dear เป็นปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติและไม่รุนแรง?

  1. คุณกำลังฉลองที่ได้รับรางวัล
  2. คุณเห็นใครบางคนตกอยู่ในอันตรายเร่งด่วน
  3. คุณสังเกตว่าตัวเองทำน้ำหกเล็กน้อย
ดูคำตอบ

คุณสังเกตว่าตัวเองทำน้ำหกเล็กน้อย

กริยาวลี

all used ใน all used up: ถูกใช้จนหมด

ในประโยคนี้ ต้องเข้าใจ all used ร่วมกับคำถัดไปคือ up โดยวลีเต็มคือ all used up คำว่า be used up หมายถึงของที่มีอยู่ถูกใช้ไปจนหมดและไม่เหลือเลย ส่วน all ช่วยเน้นว่าหมดอย่างสิ้นเชิง used ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “มือสอง” แต่ used up บอกสภาพหลังจากใช้สิ่งนั้นจนหมดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ถูกใช้จนหมด”: We cannot finish the wall because the paint is ____.

ดูคำตอบ

all used up

Daddy, Mummy, there's no more bubble mixture. ไวยากรณ์

2:43

พ่อจ๋า แม่จ๋า น้ำยาเป่าฟองไม่เหลือแล้ว

ไวยากรณ์

there's no more + คำนาม: ไม่มีเหลือแล้ว

โครงสร้าง There's no more + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งนั้นไม่เหลือหรือไม่มีให้ใช้อีกแล้ว ในประโยคนี้ no more ขยาย bubble mixture โดยตรง จึงหมายความว่าน้ำยาทำฟองหมดแล้ว ในโครงสร้างนี้ให้เข้าใจ no more เป็นหน่วยเดียวที่แปลว่า “ไม่เหลือแล้ว” There's เป็นรูปย่อของ there is ถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้ ใช้ There's no more water. แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้พหูพจน์ รูปมาตรฐานคือ There are no more tickets.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของโครงสร้างเป้าหมายเพื่อบอกว่าในขวดไม่มีน้ำผลไม้เหลืออยู่: ____ juice in the bottle.

ดูคำตอบ

There's no more

Don't worry, Peppa. น้ำเสียง/เจตนา

2:48

ไม่ต้องห่วงนะเปปป้า

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry: ปลอบใจก่อนเสนอความช่วยเหลือ

Don't worry เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ ในประโยคนี้หมายถึง “ไม่ต้องกังวล ฉันคิดว่าเรื่องนี้จัดการได้” มักใช้ก่อนคำรับรอง คำอธิบาย หรือทางแก้ จุดประสงค์คือปลอบให้ Peppa ใจเย็นลง ไม่ใช่ตำหนิที่เธอกังวล

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกังวลเพราะหาสมุดไม่เจอ จงเติมคำตอบด้วยสำนวนปลอบใจจากบทเรียน: “____. I'll help you look for it.”

ดูคำตอบ

Don't worry

I have an idea. วลี

2:50

พ่อมีไอเดีย

วลี

I have an idea: เกริ่นนำแผนที่คิดขึ้น

I have an idea ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่ามีความคิดหนึ่งอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าผู้พูดคิดแผนที่อาจทำได้ออกแล้วและกำลังจะอธิบายแผนนั้น หลังประโยคเกริ่นนี้ ผู้พูดภาษาอังกฤษมักบอกแผนด้วยประโยคอย่าง Let's... หรือ We could...

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งคิดแผนหนึ่งออก จงเติมประโยคเกริ่นด้วยสำนวนจากบทเรียน: “____. Let's make a list first.”

ดูคำตอบ

I have an idea

Mummy Pig, bring me a bucket, please. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

แม่หมู ช่วยเอาถังน้ำมาให้ผมหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

bring me a bucket, please: bring + ผู้รับ + สิ่งของ

ใน bring me a bucket คำว่า bring ตามด้วยกรรมสองตัว โดย me ระบุผู้รับ และ a bucket ระบุสิ่งของที่ถูกนำมา รูปแบบ bring + คน + สิ่งของ เขียนอีกแบบได้เป็น bring + สิ่งของ + to + คน: bring a bucket to me ในประโยคนี้ bring แสดงว่าถังเคลื่อนมาทางผู้พูดหรือผู้รับ ส่วน please ช่วยลดความแข็งของประโยคคำสั่งและทำให้เป็นคำขอที่สุภาพ แม้ในทางไวยากรณ์จะยังเป็นรูปคำสั่งโดยตรงอยู่ก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วย bring + ผู้รับ + สิ่งของ คุณนั่งอยู่ที่โต๊ะและต้องการให้มีคนนำน้ำหนึ่งแก้วมาให้คุณ: Please ____.

ดูคำตอบ

bring me a glass of water

Yes, Daddy Pig.

2:55

ได้ค่ะ พ่อหมู

Peppa, bring me some soap.

2:56

เปปป้า เอาสบู่มาให้พ่อหน่อย

Yes, Daddy Pig.

2:59

ได้ค่ะ พ่อหมู

George, bring me my old racket.

3:01

จอร์จ เอาไม้เทนนิสเก่าของพ่อมาให้หน่อย

A bucket, some soap, a tennis racket.

3:05

ถังน้ำ สบู่ และไม้เทนนิส

What is Daddy Pig doing?

3:09

พ่อหมูจะทำอะไรนะ?

First, I need some water.

3:11

ก่อนอื่น พ่อต้องการน้ำ

Then the soap. ไวยากรณ์

3:18

ต่อมาก็สบู่

And now, the tennis racket, please.

3:22

และทีนี้ ขอไม้เทนนิสด้วย

ไวยากรณ์

Then the soap: การละคำในลำดับขั้นตอน

Then the soap. เป็นขั้นตอนแบบละคำ โดยไม่พูดคำที่เข้าใจได้อยู่แล้วจาก First, I need some water ซ้ำอีก ในบริบทนี้ ผู้ฟังอาจเข้าใจความหมายประมาณ Then I need the soap และอาจรู้การกระทำจากสิ่งที่ผู้พูดกำลังทำอยู่ด้วย Then บอกว่านี่คือขั้นตอนถัดไป ส่วน the soap ให้ข้อมูลใหม่ การเหลือไว้เพียงคำบอกลำดับและกลุ่มคำนามสำคัญทำให้คำอธิบายด้วยเสียงสั้นและเป็นจังหวะมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมรายการจัดของให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ Then + สิ่งของชิ้นถัดไป โดยสิ่งของชิ้นถัดไปคือไฟฉาย: First, the map. ____.

ดูคำตอบ

Then the flashlight

Thank you.

3:25

ขอบใจจ้ะ

Now, watch this. น้ำเสียง/เจตนา

3:26

เอาล่ะ ดูนี่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

Watch this: ใช้เรียกความสนใจก่อนสาธิต

Watch this เป็นคำพูดตรง ๆ ที่ใช้เรียกความสนใจของอีกฝ่ายก่อนผู้พูดจะทำหรือสาธิตบางอย่าง ในที่นี้ this หมายถึงการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ มักมีความหมายว่า “ดูว่าฉันจะทำอะไรต่อ” หรือ “ดูให้ดีนะ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เรียกความสนใจของอีกฝ่ายก่อนการสาธิตสดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Watch this. I can balance the spoon on my nose.
  2. Look at this spoon. It has a blue handle.
  3. I watched a spoon trick yesterday.
ดูคำตอบ

Watch this. I can balance the spoon on my nose.

Ooh!

3:32

โอ้!

Wow!

3:33

ว้าว!

Daddy Pig has made his own bubble mixture. ไวยากรณ์

3:36

พ่อหมูทำน้ำยาเป่าฟองขึ้นมาเอง

ไวยากรณ์

Has made his own ...: เน้นผลที่มีอยู่ในปัจจุบัน

Has made เป็น present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + คำกริยาช่องที่สาม made รูปนี้แสดงว่าการทำเสร็จสมบูรณ์แล้วและเชื่อมผลกับปัจจุบัน คือส่วนผสมสำหรับเป่าฟองของเขาพร้อมใช้แล้ว ประโยคไม่ได้บอกว่าทำขึ้นเมื่อใด จุดสำคัญคือผลที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดในเวลาหนึ่งของอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ present perfect เพื่อเน้นผลที่ทำเสร็จและมีอยู่ในตอนนี้

  1. Leo made a paper boat yesterday and gave it away.
  2. Leo was making a paper boat at six.
  3. Leo has made a paper boat, and it is floating in the sink now.
ดูคำตอบ

Leo has made a paper boat, and it is floating in the sink now.

Come on, everyone. น้ำเสียง/เจตนา

3:40

มาสิ ทุกคน

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: การชวนคนทั้งกลุ่มให้เริ่มลงมือ

ในที่นี้ Come on เป็นคำชวนแบบเป็นกันเองให้ทุกคนเริ่มทำหรือเข้าร่วมกิจกรรม มีความหมายใกล้กับ “ไปกันเถอะ” หรือ “เริ่มกันเถอะ” ไม่ได้ขอให้ทุกคนเดินมาหาผู้พูดตามความหมายตรงตัว วลีเดียวกันนี้ยังใช้ให้กำลังใจหรือเร่งให้ใครทำเร็วขึ้นได้ หน้าที่ที่ตั้งใจสื่อขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียง ส่วน everyone ในประโยคนี้ทำให้ชัดว่าเป็นการเรียกคนทั้งกลุ่ม

แบบฝึกหัด

โค้ชต้องการเรียกสมาชิกทั้งทีมมารวมกันเพื่อเริ่มฝึก ประโยคใดใช้ Come on ได้อย่างเป็นธรรมชาติตามจุดประสงค์นี้

  1. Come back, everyone. Practice is over.
  2. Come on, everyone. Let's get started.
  3. Come in, everyone. The gym door is open.
ดูคำตอบ

Come on, everyone. Let's get started.

Be careful, Daddy Pig. น้ำเสียง/เจตนา

3:43

ระวังนะ พ่อหมู

น้ำเสียง/เจตนา

Be careful: การใช้ be + คำคุณศัพท์เพื่อเตือน

Be careful เป็นคำเตือนโดยตรงที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบอกให้อีกฝ่ายสังเกตอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและทำสิ่งต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง careful เป็นคำคุณศัพท์ ในประโยคคำสั่งนี้ be เชื่อมผู้ฟังเข้ากับสภาวะนั้น จึงเป็นโครงสร้าง be + careful ห้ามใช้ carefully หลัง be เพราะ carefully เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่บอกลักษณะการกระทำ เช่น Walk carefully.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อเตือนให้ใครสักคนระวังพื้นเปียก

  1. Be carefully! The floor is wet.
  2. Be careful! The floor is wet.
  3. Do careful! The floor is wet.
ดูคำตอบ

Be careful! The floor is wet.

Don't slip and fall. วลี

3:44

อย่าลื่นล้มนะ

วลี

slip and fall: ลำดับอุบัติเหตุสองขั้นจากลื่นไปสู่ล้ม

slip and fall เชื่อมการกระทำสองอย่างให้เป็นลำดับเหตุการณ์ของอุบัติเหตุเดียวกัน slip หมายถึงเท้าลื่นหรือเสียหลักโดยไม่ตั้งใจ ส่วน fall บอกว่าจากนั้นล้มลง การลื่นไม่ได้จบด้วยการล้มเสมอไป เมื่อเติม and fall ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้น ทำให้เข้าใจทั้งว่าอุบัติเหตุเริ่มอย่างไรและเกิดอะไรขึ้นต่อมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ slip และ fall เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด: On the icy path, Nora ____, but she was not hurt.

ดูคำตอบ

slipped and fell

I'll be fine. น้ำเสียง/เจตนา

3:46

ผมไม่เป็นไรหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

I'll be fine: บอกให้อีกฝ่ายสบายใจว่าต่อไปจะไม่เป็นไร

I'll be fine เป็นคำตอบอย่างมั่นใจเมื่อมีคนเป็นห่วง หมายความว่าอีกฝ่ายไม่ต้องกังวล เพราะคุณคาดว่าตัวเองจะไม่เป็นไรหรือรับมือกับสถานการณ์ได้ I'll เป็นรูปย่อของ I will ในที่นี้ will แสดงการคาดการณ์อย่างมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างหน้าและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ใช่เพียงการกล่าวถึงอนาคตอันไกลแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เพื่อนเป็นห่วงที่คุณจะเดินกลับบ้าน ใช้ fine และรูปย่อของ I will เติมคำตอบเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ: Don't worry. ____. The streets are well lit.

ดูคำตอบ

I'll be fine

Are you okay, Daddy Pig? น้ำเสียง/เจตนา

3:56

พ่อโอเคไหมคะ พ่อหมู?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you okay?: ถามว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรใช่ไหม

Are you okay? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหรือรู้สึกไม่เป็นไรหรือไม่ ในประโยคนี้เป็นการแสดงความเป็นห่วงหลังจากเกิดเหตุไม่คาดคิด โดย okay หมายถึงสภาพร่างกายหรืออารมณ์ของอีกฝ่าย ไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วย โครงสร้างนี้ต้องใช้กริยา be: Are + you + okay? เป็นคำถามแบบตอบว่าใช่หรือไม่ใช่เกี่ยวกับสภาพของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งล้มอย่างแรง ประโยคใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าเขาบาดเจ็บหรือไม่?

  1. Are you agree? That was a hard fall.
  2. Are you okay? That was a hard fall.
  3. Do you okay? That was a hard fall.
ดูคำตอบ

Are you okay? That was a hard fall.

Yes. I'm fine.

3:58

ใช่ พ่อสบายดี

Wow!

4:02

ว้าว!

Daddy Pig has made the biggest bubble ever. ไวยากรณ์

4:04

พ่อหมูทำฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ไวยากรณ์

the biggest bubble ever: ever หลังคำขั้นสูงสุด

ใน the biggest bubble ever คำว่า biggest เป็นรูปขั้นสูงสุดของ big โดย the อยู่หน้ากลุ่มคำนามที่เป็นขั้นสูงสุด และ ever อยู่หลังกลุ่มคำนั้น เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายความว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีใครทำฟองสบู่ที่ใหญ่กว่านี้ในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ ever ใช้เน้นคำขั้นสูงสุด ไม่ได้หมายถึงเพียง “ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ the + คำขั้นสูงสุด + คำนาม + ever

แบบฝึกหัด

ใช้ funny, show และ ever เติมวลีขั้นสูงสุดให้สมบูรณ์: That was ____.

ดูคำตอบ

the funniest show ever

Oh dear, I've spilled all my bubble mixture. ไวยากรณ์

4:09

ตายจริง พ่อทำน้ำยาเป่าฟองหกหมดเลย

ไวยากรณ์

I've spilled ...: present perfect ที่แสดงผลในปัจจุบัน

I've spilled เป็นโครงสร้าง present perfect โดย I've หมายถึง I have และ spilled เป็นกริยาช่อง past participle การทำหกเกิดขึ้นก่อนตอนนี้ แต่ผู้พูดนำเสนอเหตุการณ์นั้นว่าเชื่อมโยงกับปัจจุบัน all my bubble mixture แสดงผลที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือไม่มีน้ำสบู่เหลือให้ใช้แล้ว การใช้แบบนี้เน้นสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้เน้นว่าทำหกในอดีตเมื่อใดแน่

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งทำน้ำผลไม้ทั้งหมดหกและตอนนี้พื้นเปียก ประโยคใดเน้นผลในปัจจุบันได้ดีที่สุดโดยไม่ระบุเวลาอดีตที่จบไปแล้ว

  1. I've spilled all the juice, so the floor is wet.
  2. I spill juice every morning.
  3. I spilled all the juice yesterday.
ดูคำตอบ

I've spilled all the juice, so the floor is wet.

Now we can't make any more bubbles. ไวยากรณ์

4:13

ทีนี้เราก็ทำฟองสบู่เพิ่มไม่ได้แล้ว

ไวยากรณ์

can't make any more bubbles: ทำฟองเพิ่มอีกไม่ได้

ใน can't make any more bubbles คำว่า can't แสดงว่าตอนนี้ไม่สามารถทำได้ ส่วน any more bubbles หมายถึงฟองเพิ่มเติมจากฟองที่ทำไปแล้ว เมื่อรวมกันจึงหมายความว่าไม่สามารถทำฟองเพิ่มได้อีกแม้แต่ฟองเดียว เมื่อทำฟองเพิ่มไม่ได้ กิจกรรมนี้ก็ทำต่อไม่ได้ ให้เข้าใจวลีปฏิเสธทั้งวลีว่าไม่มีฟองเพิ่มเติม แทนที่จะแปล any และ more แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

เครื่องพิมพ์หมึกหมดแล้ว ใช้ any more และ pages เติมประโยคให้สมบูรณ์: We can't print ____.

ดูคำตอบ

any more pages

But we can play jumping in muddy puddles. โน้ต

4:18

แต่เราเล่นกระโดดในบ่อโคลนได้นะ

ลำดับความ

But we can: เปลี่ยนจากข้อจำกัดไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่

But ใช้เชื่อมความคิดถัดไปให้ขัดแย้งกับปัญหาหรือข้อจำกัดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า จากนั้น we can จะแนะนำสิ่งที่ยังทำได้ เมื่อใช้รวมกัน But we can ... จะเปลี่ยนจุดสนใจจากสิ่งที่ทำไม่ได้ไปยังทางเลือกที่ทำได้จริง จึงช่วยให้เรื่องราวหรือบทสนทนาเปลี่ยนไปในทางบวก และไม่จำเป็นต้องหมายถึงการโต้เถียง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ But we can เพื่อเปลี่ยนจากข้อจำกัดไปสู่ทางเลือกอื่น?

  1. We can't use the playground, but we can play indoors.
  2. We can't use the playground, so let's go home.
  3. We can use the playground, and we can play indoors.
ดูคำตอบ

We can't use the playground, but we can play indoors.

วลี

jumping in muddy puddles: in บอกสถานที่ของกิจกรรม

Jumping ใช้เรียกการกระโดดว่าเป็นกิจกรรม ส่วน in muddy puddles บอกว่ากิจกรรมนี้เกิดขึ้นที่ไหน Muddy หมายถึงมีโคลนติดอยู่หรือมีโคลนปนอยู่ และ puddles คือแอ่งน้ำขนาดเล็ก ในที่นี้ in แสดงว่าแอ่งน้ำเป็นสถานที่ที่มีการกระโดดซ้ำ ๆ ไม่ได้เน้นการเคลื่อนที่ครั้งเดียวจากนอกแอ่งเข้าไปข้างใน

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งยืนอยู่ในแอ่งแล้วและกระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ ประโยคใดอธิบายกิจกรรมนี้ได้ดีที่สุด?

  1. The child is jumping over a muddy puddle.
  2. The child is jumping into a muddy puddle.
  3. The child is jumping in a muddy puddle.
ดูคำตอบ

The child is jumping in a muddy puddle.

Look. Daddy Pig's bubble mixture has made a big muddy puddle.

4:21

ดูสิ น้ำยาเป่าฟองของพ่อหมูทำให้เกิดบ่อโคลนขนาดใหญ่

Peppa loves jumping up and down in muddy puddles. วลี

4:28

เปปป้าชอบกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลน

วลี

jumping up and down: การเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ

Jumping up and down หมายถึงการกระโดดขึ้นและลงซ้ำ ๆ โดย up and down ทำหน้าที่เป็นวลีบอกทิศทางหนึ่งชุดที่แสดงการเคลื่อนไปมาระหว่างสองทิศทางที่ตรงข้ามกัน วลีเดียวกันนี้ใช้ตามหลังคำกริยาแสดงการเคลื่อนไหวอื่นได้ เช่น move up and down ให้เข้าใจว่าเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ แบบหนึ่ง ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกทิศทางที่แสดงการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ ให้สมบูรณ์: The child was so excited that she kept jumping ____.

ดูคำตอบ

up and down

Look, the bubble mixture has made the puddle all bubbly. ไวยากรณ์

4:31

ดูสิ น้ำยาเป่าฟองทำให้บ่อโคลนเต็มไปด้วยฟอง

ไวยากรณ์

has made the puddle all bubbly: make + กรรม + คำคุณศัพท์

รูปแบบหลักคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย make หมายถึงทำให้บางสิ่งกลายเป็นสภาพหนึ่ง the puddle คือกรรมที่ได้รับผล และ bubbly คือคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพหลังการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ has made บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วและยังเห็นผลได้ในตอนนี้ ส่วน all เน้นความหมายของ bubbly ทำให้เห็นภาพว่าแอ่งน้ำเต็มไปด้วยฟองอย่างทั่วถึงหรือเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงว่าสิ่งที่มีอยู่แล้วเปลี่ยนสภาพไป?

  1. The carpenter made a wooden table.
  2. The spilled juice made the floor sticky.
  3. The funny story made everyone laugh.
ดูคำตอบ

The spilled juice made the floor sticky.

Peppa loves jumping up and down in muddy bubbly puddles. การใช้คำ

4:37

เปปป้าชอบกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลนที่มีฟองสบู่

การใช้คำ

muddy bubbly puddles: การเรียงคำคุณศัพท์และจังหวะสนุกสนาน

ในวลี muddy bubbly puddles คำว่า muddy และ bubbly วางอยู่หน้า puddles และบอกลักษณะสองอย่างพร้อมกัน คือแอ่งน้ำมีโคลนและมีฟองอยู่ในน้ำหรือบนผิวน้ำ ในที่นี้ bubbly หมายถึง 'มีฟองมาก' ไม่ได้หมายถึง 'ร่าเริงและมีชีวิตชีวา' การวางคำคุณศัพท์สั้น ๆ ที่ลงท้ายด้วย -y สองคำติดกันทำให้เห็นภาพชัดขึ้น เสียงที่คล้ายกันและจังหวะเน้นที่พยางค์แรกยังทำให้วลีฟังดูกระเด้งและสนุกสนาน คำเหล่านี้มีเสียงรับกัน แต่ไม่ได้สัมผัสกันอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bubbly ในความหมายว่า 'มีฟองมาก' และวางคำคุณศัพท์ทั้งสองคำหน้าคำนามได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The children splashed in muddy, bubbly water.
  2. The children watched bubbles float over muddy water.
  3. The muddy children laughed with their bubbly friend.
ดูคำตอบ

The children splashed in muddy, bubbly water.

Everyone loves jumping up and down in muddy bubbly puddles.

4:41

ทุกคนชอบกระโดดโลดเต้นในบ่อโคลนที่มีฟองสบู่