ทุกคนมี "ยีนเกย์" หรือเปล่า?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้กล่าวถึงงานวิจัยพันธุกรรมและอีพิเจเนติกส์เรื่องรสนิยมทางเพศ สมมติฐานวิวัฒนาการ ข้อจำกัดของหลักฐาน และความเสี่ยงต่อชุมชนที่เคยถูกตีตรา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. คำถามเชิงวาทกรรม what does science say? เปลี่ยนจากทฤษฎีสังคมไปสู่หลักฐาน และใช้ถามข้อมูลจากแหล่งหนึ่งโดยไม่ถือว่าวิทยาศาสตร์มีคำตอบสุดท้ายเพียงคำตอบเดียว 2. สำนวน was able to predict และ with 70 percent accuracy, รายงานทั้งการทำนายที่ทำได้จริงและผลการวัด ช่วยแยกความแม่นยำ ข้อจำกัดของกลุ่มตัวอย่าง และเหตุผลเชิงสาเหตุ 3. "other" เป็นคำกริยาที่อ่อนไหว หมายถึงทำให้ชุมชนถูกมองว่าแตกต่างหรืออยู่นอกกลุ่มที่ยอมรับ เครื่องหมายคำพูดเน้นคำเตือนเรื่องการกีดกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
2 to 6 percent of people self-identify as having predominantly homosexual attractions การใช้คำ
0:00ผู้คนร้อยละ 2 ถึง 6 นิยามตนเองว่ารู้สึกดึงดูดทางเพศต่อคนเพศเดียวกันเป็นหลัก
การระบุว่าตนรู้สึกดึงดูดต่อเพศเดียวกันเป็นหลัก
ในถ้อยคำที่เป็นทางการนี้ self-identify as having หมายถึงบุคคลนั้นอธิบายด้วยตนเองว่าตนมีรูปแบบความรู้สึกดึงดูดแบบหนึ่ง ไม่ใช่การที่นักวิจัยกำหนดให้จากภายนอกหรือถือเป็นการวินิจฉัย predominantly หมายถึง “เป็นหลัก” ไม่ใช่ “เฉพาะเท่านั้น” ส่วน homosexual attractions ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกดึงดูดต่อคนเพศเดียวกัน ถ้อยคำนี้รายงานเรื่องความรู้สึกดึงดูด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงพฤติกรรมทางเพศหรือการใช้ป้ายอัตลักษณ์อย่าง gay หรือ lesbian
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความถ้อยคำที่เน้นไว้ได้ตรงที่สุด
- ถ้อยคำนี้รายงานว่าบุคคลอธิบายตนเองว่ารู้สึกดึงดูดต่อคนเพศเดียวกันเป็นหลัก แม้จะไม่จำเป็นต้องรู้สึกดึงดูดต่อเพศเดียวกันเท่านั้น
- ถ้อยคำนี้บอกว่าความรู้สึกดึงดูดพิสูจน์รูปแบบพฤติกรรมทางเพศอย่างใดอย่างหนึ่งโดยอัตโนมัติ
- ถ้อยคำนี้บอกว่านักวิจัยวินิจฉัยว่าบุคคลเหล่านั้นมีอัตลักษณ์ทางเพศที่ตายตัว
ดูคำตอบ
ถ้อยคำนี้รายงานว่าบุคคลอธิบายตนเองว่ารู้สึกดึงดูดต่อคนเพศเดียวกันเป็นหลัก แม้จะไม่จำเป็นต้องรู้สึกดึงดูดต่อเพศเดียวกันเท่านั้น
and while there are many social and political theories on why,
0:05และแม้จะมีทฤษฎีทางสังคมและการเมืองมากมายว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
What does science say? เพื่อเปลี่ยนไปกล่าวถึงแหล่งหลักฐาน
ในที่นี้ What does science say? ทำหน้าที่เป็นถ้อยคำเปลี่ยนประเด็น หลังจากกล่าวถึงทฤษฎีทางสังคมและการเมือง ผู้พูดเปลี่ยนคำถามหลักที่ใช้จัดระเบียบการอภิปรายไปเป็นว่างานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้อะไร โครงสร้าง What does X say? กล่าวถึงสาขาวิชา แหล่งข้อมูล ชุดข้อมูล หรือเอกสารราวกับว่าสิ่งนั้นพูดได้ โดยถามว่าแหล่งนั้นสนับสนุนข้อสรุปใด ไม่ได้ถามถึงคำพูดตามตัวอักษร และตัวคำถามเองก็ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานทั้งหมดสอดคล้องกันหรือเป็นข้อยุติแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง What does X say? โดยกำหนดให้ research เป็นแหล่งข้อมูล แล้วเติมส่วนเปลี่ยนประเด็นให้สมบูรณ์: People have many theories about the trend, but ____?
ดูคำตอบ
what does the research say
if so: การย้อนอ้างถึงความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ในคำถามนี้ if so หมายถึง “ถ้าเรื่องนั้นเป็นจริง” คำว่า so ใช้แทนข้อความทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า—คือการเป็นเกย์มีพื้นฐานทางพันธุกรรม—ไม่ได้ใช้บอกระดับหรือลักษณะวิธี รูปแบบที่กระชับนี้ช่วยเลี่ยงการกล่าวอนุประโยคเดิมซ้ำทั้งชุด โดยเริ่มจากการระบุหรือถามถึงความเป็นไปได้ แล้วใช้ if so เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์หรือคำถามต่อไปหากความเป็นไปได้นั้นเป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ถ้าเรื่องนั้นเป็นจริง”: “The test may reveal a genetic link. ____, what should researchers examine next?”
ดูคำตอบ
If so
the Human Genome Project: ชื่ออย่างเป็นทางการของโครงการวิจัย
The Human Genome Project เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของโครงการวิทยาศาสตร์นานาชาติขนาดใหญ่เพื่อทำแผนที่และหาลำดับ DNA ของมนุษย์ ในประโยคนี้ ชื่อดังกล่าวให้ภูมิหลังทางวิทยาศาสตร์แก่การศึกษาที่กำลังกล่าวถึง เนื่องจากเป็นชื่อเฉพาะ Project ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงงานในชั้นเรียนทั่วไปหรือโครงการวิจัยแบบกว้าง ๆ การรู้จักชื่อเต็มช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นโครงการทางประวัติศาสตร์โครงการหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่กิจกรรมประเภทหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง the Human Genome Project หมายถึงอะไร?
- งานวิจัยขนาดเล็กใด ๆ เกี่ยวกับลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- โครงการนานาชาติโครงการหนึ่งเพื่อทำแผนที่และหาลำดับ DNA ของมนุษย์
- งานในชั้นเรียนเกี่ยวกับชีววิทยามนุษย์
ดูคำตอบ
โครงการนานาชาติโครงการหนึ่งเพื่อทำแผนที่และหาลำดับ DNA ของมนุษย์
โครงสร้างเปรียบเทียบ a higher number of ... compared to
โครงสร้าง a higher number of + คำนามนับได้พหูพจน์ ระบุว่ากลุ่มหนึ่งมีจำนวนมากกว่า จากนั้น compared to + นามวลี จะบอกเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบข้อความนั้น ในที่นี้ higher ขยาย number ไม่ได้ขยาย relatives รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Group A has a higher number of X compared to Group B รูปแบบนี้รายงานความแตกต่างด้านจำนวน แต่ตัวโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าความแตกต่างมากเพียงใดหรือเกิดจากอะไร
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบแบบงานวิจัยให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมายสองวลี: The morning class submitted ____ assignments ____ the evening class.
ดูคำตอบ
a higher number of · compared to
and that gay siblings have similar linkages on their X chromosome
0:21และพี่น้องที่เป็นเกย์มีรูปแบบความเชื่อมโยงบนโครโมโซม X ที่คล้ายกัน
showing a high level of genetic heritability.
0:25ซึ่งบ่งชี้ว่าลักษณะนี้มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมในระดับสูง
A more recent study of 400 and nine gay siblings
0:27งานวิจัยที่ใหม่กว่าซึ่งศึกษาพี่น้องที่เป็นเกย์ 409 คน
in a specific region of the X chromosome labeled Xq28
0:31ในบริเวณเฉพาะของโครโมโซม X ที่เรียกว่า Xq28
found gay men are more likely to have gay brothers compared to straight men วลี
0:40พบว่าผู้ชายที่เป็นเกย์มีแนวโน้มจะมีพี่หรือน้องชายที่เป็นเกย์มากกว่าผู้ชายรักต่างเพศ
more likely to สำหรับความน่าจะเป็นเชิงสัมพัทธ์ที่สูงกว่า
more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดกับบุคคล กลุ่ม หรือเงื่อนไขหนึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับเกณฑ์อ้างอิง ในประโยคนี้ เกณฑ์อ้างอิงคือ straight men และ have คือคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to นี่เป็นข้อความเกี่ยวกับความน่าจะเป็นเชิงสัมพัทธ์ ไม่ใช่การทำนายว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กลุ่มหนึ่งอาจมีโอกาสประสบเหตุการณ์มากกว่าอีกกลุ่มได้ แม้เหตุการณ์นั้นจะพบไม่บ่อยในทั้งสองกลุ่มก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่แสดงความน่าจะเป็นเชิงสัมพัทธ์ที่สูงกว่า แต่ไม่ใช่ความแน่นอน: Customers who receive reminders are ____ renew on time than customers who do not.
ดูคำตอบ
more likely to
and lesbian women are more likely to have lesbian sisters
0:44และผู้หญิงที่เป็นเลสเบี้ยนมีแนวโน้มจะมีพี่หรือน้องสาวที่เป็นเลสเบี้ยนมากกว่า
further suggesting the traits are genetically linked and passed on. โน้ต
0:47ยิ่งบ่งชี้ว่าลักษณะเหล่านี้เชื่อมโยงกับพันธุกรรมและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้
further suggesting เพื่อเพิ่มหลักฐานสนับสนุนโดยยังไม่ฟันธง
ในประโยคนี้ further วางผลลัพธ์ดังกล่าวให้เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่เพิ่มจากสิ่งซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว อนุประโยค -ing อย่าง further suggesting เชื่อมผลลัพธ์นั้นย้อนกลับไปยังเนื้อหาก่อนหน้า และบอกผู้อ่านว่าผลลัพธ์นี้เสริมแนวการให้เหตุผลที่กำลังก่อตัวอย่างไร suggesting ทำให้ข้อสรุปยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ผลลัพธ์ชี้ไปยังแนวคิดว่าลักษณะเหล่านั้นเชื่อมโยงกันทางพันธุกรรมและสืบทอดได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าข้อสรุปนี้แน่นอน ดังนั้น further suggesting จึงหมายถึง “เพิ่มหลักฐานสนับสนุนข้อสันนิษฐานเดิม” ไม่ใช่ “ประกาศข้อเท็จจริงที่เพิ่งได้รับการพิสูจน์”
แบบฝึกหัด
further suggesting ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมได้รับการพิสูจน์อย่างเด็ดขาดแล้ว
- เปิดประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- นำเสนอผลลัพธ์ใหม่เป็นหลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติมต่อข้อสันนิษฐานที่มีอยู่
ดูคำตอบ
นำเสนอผลลัพธ์ใหม่เป็นหลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติมต่อข้อสันนิษฐานที่มีอยู่
passed on ในความหมายว่าถ่ายทอดระหว่างรุ่น
ในบริบททางพันธุกรรมนี้ passed on เป็นรูป past participle ของกริยาวลี pass on ซึ่งหมายถึง “ถูกถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นถัดไป” ในโครงสร้างกรรมวาจก the traits are ... passed on นั้น traits คือสิ่งที่ถูกถ่ายทอด ส่วนผู้ถ่ายทอดและผู้รับไม่ได้ระบุ เพราะบริบทบอกอยู่แล้วว่าเป็นคนรุ่นก่อนและคนรุ่นหลัง ความหมายขึ้นอยู่กับกรรมและบริบท pass on ยังใช้กับการส่งต่อข้อมูล ประเพณี หรือทรัพย์สินได้ ส่วนในบริบทอื่นอาจหมายถึงการปฏิเสธบางสิ่ง หรือใช้เป็นคำเลี่ยงเพื่อหมายถึงเสียชีวิต แต่ในที่นี้ไม่ได้ใช้ในความหมายเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่เน้นไว้และมีความหมายว่า “ถ่ายทอด”: Parents can ____ certain traits to their children.
ดูคำตอบ
pass on
การใช้ But if ..., doesn't this create a paradox? เพื่อเปลี่ยนทิศทางการให้เหตุผล
But บอกว่าการให้เหตุผลกำลังเปลี่ยนจากหลักฐานก่อนหน้าไปสู่ข้อขัดข้อง ประโยคเงื่อนไขที่ขึ้นต้นด้วย if ยอมรับ homosexuality is in fact genetic เป็นข้อสมมติชั่วคราว แล้วถามว่าจะมีอะไรตามมา ในบริบทนี้ ข้อย้อนแย้งที่ดูเหมือนเกิดขึ้นคือ เหตุใดลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและเชื่อมโยงกับการมีลูกน้อยกว่าจึงยังคงอยู่ได้ คำถามปฏิเสธ doesn't this create a paradox? นำเสนอข้อขัดข้องนี้เป็นสิ่งที่ผู้ฟังน่าจะมองเห็นเช่นกัน และชวนให้มีคำอธิบาย ตัวคำถามเองไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อสมมติหรือข้อย้อนแย้งนั้นเป็นจริง แต่จัดลำดับเหตุผลเป็นข้อสมมติ ปัญหาที่ดูเหมือนเกิดขึ้น และคำอธิบาย
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้“But if ..., doesn't this create a paradox?”เพื่อทำอะไร
- ละทิ้งหัวข้อก่อนหน้าและนำเสนอข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ยอมรับข้อสมมติไว้ชั่วคราวและยกข้อท้าทายที่ต้องมีคำอธิบาย
- ระบุว่าทั้งข้อสมมติและข้อย้อนแย้งได้รับการพิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ
ยอมรับข้อสมมติไว้ชั่วคราวและยกข้อท้าทายที่ต้องมีคำอธิบาย
overall they have 80 percent less children than heterosexuals. ไวยากรณ์
0:56แต่โดยรวมแล้ว พวกเขามีลูกน้อยกว่าคนรักต่างเพศถึงร้อยละ 80
80 percent less children: ความแตกต่างระหว่าง less กับ fewer
ในคำบรรยาย less ขยาย children ซึ่งเป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ รูปนี้พบได้ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเปอร์เซ็นต์ แต่ภาษาอังกฤษที่ผ่านการตรวจแก้และภาษาอังกฤษทางการมักใช้ fewer เป็น 80 percent fewer children ใช้ less กับปริมาณที่นับไม่ได้ เช่น less water, less time หรือ 20 percent less traffic เปอร์เซ็นต์ไม่ได้เปลี่ยนว่าคำนามนั้นนับได้หรือไม่ คำนามที่ถูกนำมาเปรียบเทียบเป็นตัวกำหนดว่ารูปมาตรฐานควรเป็น fewer หรือ less
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ตามภาษาอังกฤษเขียนแบบทางการ: After the redesign, the factory produced 30 percent ____ defective units.
ดูคำตอบ
fewer
wouldn't ... not ...: หลีกเลี่ยงการซ้อนคำปฏิเสธ
ใน “wouldn't the genes not be passed down” คำว่า wouldn't ทำให้ทั้งคำถามเป็นคำถามเชิงปฏิเสธ ส่วน not ก็ปฏิเสธ be passed down อีกชั้นหนึ่ง คำปฏิเสธทั้งสองทำงานคนละระดับ ไม่ได้หักล้างกันอย่างง่าย ๆ โดย wouldn't กำหนดกรอบคำตอบที่ผู้พูดคาดไว้ ส่วน not เป็นส่วนหนึ่งของข้อความเกี่ยวกับการถ่ายทอด เนื่องจากติดตามขอบเขตของคำปฏิเสธทั้งสองได้ยาก ถ้อยคำนี้จึงอาจทำให้ผู้ฟังตีความไปคนละทิศทาง หากต้องการถามว่าการไม่ถูกถ่ายทอดจะทำให้ยีนสูญหายหรือไม่ ควรใช้กรอบปฏิเสธที่ชัดเจนเพียงกรอบเดียว เช่น “Wouldn't the genes eventually die out?”
แบบฝึกหัด
ประโยคแก้ไขใดถามได้ชัดเจนที่สุดว่า การที่ยีนไม่ถูกถ่ายทอดจะทำให้ยีนสูญหายหรือไม่?
- Wouldn't the genes not be passed down and eventually die out?
- Would the genes fail to be passed down and eventually die out?
- Would the genes be passed down and continue to exist?
ดูคำตอบ
Would the genes fail to be passed down and eventually die out?
die out: ค่อย ๆ สูญหายไปอย่างสิ้นเชิง
Die out เป็นกริยาวลีอกรรมที่หมายถึงค่อย ๆ พบได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป และในที่สุดก็ไม่หลงเหลืออยู่เลย ในที่นี้ใช้บรรยายสมมติฐานว่ายีนจะสูญหายไปตลอดหลายชั่วรุ่น ไม่ใช่การตายของสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง ประธานของวลีนี้มักเป็นสายพันธุ์ เชื้อสาย ภาษา ธรรมเนียม ทักษะ หรือลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แนวคิดสำคัญคือการหายไปอย่างสิ้นเชิงในท้ายที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปมองว่าเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ค่อย ๆ สูญหายไปอย่างสิ้นเชิงตามเวลา”: If the seeds are never planted again, this rare variety may eventually ____.
ดูคำตอบ
die out
a recent UCLA study used epigenetics to propose that everyone has a gay gene, วลี
1:04งานวิจัยล่าสุดจาก UCLA ใช้แนวคิดด้านอีพีเจเนติกส์เพื่อเสนอว่าทุกคนมียีนเกย์
propose that: การเสนอข้ออ้างจากงานวิจัย
ในการรายงานเชิงวิชาการ propose that ใช้นำอนุประโยคที่บอกเนื้อหาของคำอธิบาย แบบจำลอง หรือสมมติฐานที่นักวิจัยเสนอให้พิจารณา ในที่นี้ วลีนี้ทำให้ข้ออ้างเรื่องยีนเกย์เป็นสิ่งที่งานวิจัยเสนอ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว โครงสร้างคือ propose that + อนุประโยค โครงสร้างนี้ใช้รายงานเนื้อหาของข้ออ้างโดยยังคงความไม่แน่นอนไว้ หลักฐานอาจเป็นที่มาของข้อเสนอนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าได้แสดงหรือพิสูจน์ข้ออ้างแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้ออ้างจากงานวิจัยระยะแรกได้ถูกต้อง โดยไม่ได้บอกว่าข้ออ้างนั้นได้รับการยืนยันแล้ว?
- The researchers demonstrate that the new material reduces heat loss.
- The researchers prove that the new material can never fail.
- The researchers propose that the new material could reduce heat loss.
ดูคำตอบ
The researchers propose that the new material could reduce heat loss.
whether or not: การระบุความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างชัดเจน
Whether or not ใช้นำคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ที่ฝังอยู่ในประโยค และเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ การเกาะของหมู่เมทิลถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นหรือไม่ได้ถูกกระตุ้น อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประเด็นที่กำลังพิจารณาในประโยค ให้มอง whether or not เป็นคำเชื่อมชุดเดียวที่หมายถึง “หรือไม่ โดยระบุทั้งสองทางเลือกไว้อย่างชัดเจน” ไม่ได้หมายถึง if not ซึ่งใช้ตั้งเงื่อนไขจากกรณีปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่แสดงทั้งสองความเป็นไปได้อย่างชัดเจน: The engineers need to determine ____ the backup system was activated.
ดูคำตอบ
whether or not
turns it on: ความหมายเชิงเปรียบเทียบของการเปิดใช้งานและตำแหน่งคำสรรพนาม
ในประโยคนี้ turns it on ใช้ภาพของการเปิดสวิตช์เพื่อสื่อว่าบางสิ่งทำให้ยีนหรือกลไกที่เกี่ยวข้องกับยีนเริ่มทำงาน คำสรรพนาม it หมายถึงกลไกนั้น ไม่ได้หมายถึง methyl group และไม่ได้กล่าวถึงการเปิดอุปกรณ์จริง Turn on เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้เมื่อมีกรรม หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างคำกริยากับอนุภาค เช่น turn it on หรือ turns it on ไม่ใช่ turn on it รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับคำสรรพนามอื่นได้ เช่น turn them on
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่ถูกต้องของ turn on และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: The backup system is inactive until the controller ____.
ดูคำตอบ
turns it on
Epigenetics is the study of how your environment can chemically modify your genes, การใช้คำ
1:15อีพีเจเนติกส์คือศาสตร์ที่ศึกษาว่าสิ่งแวดล้อมสามารถปรับเปลี่ยนยีนของคุณผ่านกระบวนการทางเคมีได้อย่างไร
Epigenetics: การทำงานของยีนโดยไม่มีการเปลี่ยนลำดับ DNA
Epigenetics หรืออีพีเจเนติกส์ คือสาขาที่ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของยีนซึ่งเกิดขึ้นได้โดยไม่เปลี่ยนลำดับ DNA พื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายทางเคมีบน DNA หรือโปรตีนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลต่อวิธีที่ยีนถูกใช้งาน คำจำกัดความในที่นี้เน้นว่าปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมสามารถส่งผลต่อการดัดแปลงทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยีนได้อย่างไร นี่เป็นคำอธิบายเบื้องต้นแบบย่อ สภาพแวดล้อมอาจมีอิทธิพลต่อการทำงานของยีน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเขียนลำดับยีนใหม่โดยตรงหรือสร้างยีนขึ้นมาอีกหนึ่งชุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยชื่อสาขาวิทยาศาสตร์: The study of regulatory changes that affect gene activity without changing the DNA sequence is called ____.
ดูคำตอบ
epigenetics
like how a queen ant's nutrition and pheromones can chemically alter an ant embryo
1:19เช่นเดียวกับที่โภชนาการและฟีโรโมนของมดราชินีสามารถเปลี่ยนแปลงตัวอ่อนของมดทางเคมี
either produce a soldier or worker ant: ทางเลือกที่มีโครงสร้างขนานกัน
Either ... or ... วางทางเลือกสองอย่างไว้ในตำแหน่งทางไวยากรณ์เดียวกัน ในที่นี้ผลลัพธ์แบบเต็มคือ produce a soldier ant และ produce a worker ant ประโยคนี้หลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำโดยใช้คำบางส่วนร่วมกันระหว่างสองทางเลือก โดยละ produce a ในทางเลือกที่สองไว้ให้เข้าใจ และ ant ใช้กับทั้ง soldier และ worker ควรรักษาโครงสร้างของสองทางเลือกให้ขนานกัน ส่วน either ไม่ได้บอกระดับของ produce
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ด้วย either และ or: The app can ____ save the file locally ____ upload it to the cloud.
ดูคำตอบ
either · or
The UCLA study used gay and straight male twins
1:27งานวิจัยของ UCLA ใช้ฝาแฝดชายที่เป็นเกย์และรักต่างเพศเป็นกลุ่มตัวอย่าง
and found that a specific methylation pattern was closely linked to sexual orientation.
1:30และพบว่ารูปแบบเมทิลเลชันเฉพาะแบบหนึ่งเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรสนิยมทางเพศ
The model was able to predict the sexuality of men with 70 percent accuracy, วลี
1:34แบบจำลองนี้ทำนายรสนิยมทางเพศของผู้ชายได้แม่นยำร้อยละ 70
was able to predict ... with 70 percent accuracy: ผลที่แสดงให้เห็นจริงและค่าความแม่นยำ
Was able to predict ใช้รายงานผลที่แสดงให้เห็นจริงในการศึกษาหรือการทดสอบที่เสร็จสิ้นแล้ว กล่าวคือ แบบจำลองได้ทำการทำนายจริง ไม่ใช่เพียงมีความสามารถในทางทฤษฎี With 70 percent accuracy เพิ่มตัวชี้วัดประสิทธิภาพ โดยหมายความว่าประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของการทำนายที่นำมาประเมินนั้นถูกต้องภายใต้เงื่อนไขของการศึกษานั้น ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล ความแน่นอนเกี่ยวกับแต่ละบุคคล หรือประสิทธิภาพที่เท่ากันในประชากรกลุ่มอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานได้ดีที่สุดว่าแบบจำลองทำนายสำเร็จในการทดสอบที่เสร็จสิ้นแล้ว และทำนายถูก 82 เปอร์เซ็นต์
- The model predicted all future equipment failures with certainty.
- The model was able to predict equipment failures with 82 percent accuracy.
- The model might predict equipment failures because of 82 percent accuracy.
ดูคำตอบ
The model was able to predict equipment failures with 82 percent accuracy.
but ... and ...: การเพิ่มข้อจำกัดของงานวิจัยสองอย่าง
ในประโยคนี้ but เปลี่ยนการพูดจากผลลัพธ์ที่ข้อมูลแสดงไปเป็นข้อจำกัดของผลลัพธ์นั้น ส่วนที่ตามหลัง but บอกว่าข้อมูลมาจากคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ดังนั้นผลลัพธ์อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรที่กว้างกว่านี้ จากนั้น and ก็เพิ่มข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่งที่แยกจากกัน นั่นคือ ตัวงานวิจัยเองยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ทั้งสองส่วนร่วมกันสร้างข้อสรุปที่สมดุล คือผลลัพธ์ก่อนหน้าอาจดูน่าประทับใจ แต่ไม่ควรถือว่าแน่นอนทั้งหมดหรือใช้สรุปกับคนกลุ่มใหญ่ได้โดยตรง
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งแสดงผลลัพธ์ที่น่าสนใจ แต่กลุ่มตัวอย่างมีขนาดเล็กและวิธีการก็ยังเป็นที่ถกเถียง โครงสร้างประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร
- พิสูจน์ว่าผลลัพธ์นั้นผิด
- เพิ่มข้อจำกัดสองอย่างที่ทำให้เราไม่ควรตีความผลลัพธ์อย่างมั่นใจเกินไป
- นำเสนอผลลัพธ์โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ
- เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นงานวิจัยคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อจำกัดสองอย่างที่ทำให้เราไม่ควรตีความผลลัพธ์อย่างมั่นใจเกินไป
has not been found: present perfect รูป passive
โครงสร้าง has not been found เป็น present perfect รูป passive: has + not + been + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้นำเสนอการที่ยังไม่ค้นพบว่าเป็นผลในปัจจุบันของช่วงการวิจัยที่ต่อเนื่องจากอดีตมาถึงจุดอ้างอิงปัจจุบัน โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ค้นหา ในประโยคนี้ ข้อกล่าวอ้างเป็นไปอย่างระมัดระวัง กล่าวคือ ยังไม่มีการค้นพบยีนที่เฉพาะเจาะจงจนถึงตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงการค้นหาครั้งหนึ่งในอดีตที่ไม่สำเร็จ และไม่ได้พิสูจน์ว่ายีนดังกล่าวไม่มีทางมีอยู่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธของ present perfect passive ของ find: Despite years of research, a definitive cause ____.
ดูคำตอบ
has not been found
Ultimately: การบอกข้อสรุปโดยรวม
Ultimately เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้กับทั้งประโยค เพื่อบอกข้อสรุปโดยรวมของผู้พูดหลังจากพิจารณาหลักฐานแล้ว ความหมายใกล้กับ “เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้ว” หรือ “ท้ายที่สุดในแง่ของข้อสรุป” ไม่ใช่ “ตอนสุดท้ายที่เหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น” ในที่นี้ คำนี้นำเข้าสู่ข้อสรุปสองส่วนที่ระมัดระวัง คือยังไม่พบยีนเกย์เพียงยีนเดียว แต่หลักฐานยังชี้ถึงความเชื่อมโยงอย่างมากกับพันธุกรรมและการควบคุมในระดับโมเลกุล คำนี้ทำให้ข้อความหลังจากนั้นเป็นการสรุปเหตุผลทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าคำถามนี้จะไม่มีวันถูกทบทวนอีก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ผู้เขียนใช้ Ultimately ตอนต้นเพราะเหตุใด
- เพิ่มตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้อง
- บอกเหตุการณ์สุดท้ายในเส้นเวลา
- นำเข้าสู่ข้อสรุปโดยรวมที่ได้จากหลักฐาน
- บอกว่าจะไม่มีวันพบยีนที่เฉพาะเจาะจง
ดูคำตอบ
นำเข้าสู่ข้อสรุปโดยรวมที่ได้จากหลักฐาน
does suggest: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ใน does suggest คำว่า does เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นความหมายในประโยคบอกเล่า กริยาหลักคงรูปพื้นฐานเป็น suggest ดังนั้นรูปแบบสำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามคือ does + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ does เน้นข้อความบอกเล่าหลังความขัดแย้งที่นำด้วย but กล่าวคือ แม้จะยังไม่พบยีนเพียงยีนเดียว แต่หลักฐานก็ชี้ไปยังความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมจริง ๆ การเน้นนี้เพิ่มน้ำหนักให้การยืนยันของผู้พูดว่ามีหลักฐานดังกล่าว แต่ไม่ได้เปลี่ยน suggest ให้กลายเป็น prove
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ suggest: The sample is small, but the result ____ a consistent pattern.
ดูคำตอบ
does suggest
at the molecular level: ในระดับโมเลกุล
ในประโยคนี้ at the molecular level จำกัดขอบเขตของ tightly regulated โดยบอกว่าการควบคุมนั้นอธิบายในแง่ของโมเลกุลและกลไกระดับโมเลกุล คำว่า level หมายถึงมาตราส่วนหรือชั้นของการวิเคราะห์ ไม่ใช่ความสูง ลำดับชั้น หรือระดับความชำนาญ รูปแบบ at the + คำคุณศัพท์/คำนาม + level สามารถนำไปใช้ต่อได้เพื่อบอกว่าผลกระทบ คำอธิบาย หรือการอภิปรายเกิดขึ้นในชั้นใด เช่น at the cellular level, at the policy level และ at the individual level
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ at the ... level เติมประโยคให้มีความหมายว่า “ในระดับเซลล์”: The damage can be seen ____.
ดูคำตอบ
at the cellular level
It's even been found that: ถึงขั้นมีการค้นพบว่า...
ในที่นี้ It's เป็นรูปย่อของ It has ไม่ใช่ It is ส่วน It เป็นประธานตามรูปไวยากรณ์ ขณะที่อนุประโยค that บรรจุข้อความจริง Has been found เป็นรูป present perfect แบบกรรมวาจก ซึ่งนำเสนอว่าข้อค้นพบนั้นได้รับการยืนยันมาจนถึงปัจจุบันและไม่ระบุผู้ที่ค้นพบ Even นำเสนอข้อค้นพบนี้ว่าเป็นผลเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจหรือหนักแน่นกว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อน โครงสร้างรายงานที่นำไปใช้ต่อได้ It has been found that ... ใช้เกริ่นผลการวิจัยหรือการทดสอบเมื่อข้อค้นพบสำคัญกว่าตัวผู้วิจัย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรรมวาจก present perfect แบบไม่ระบุผู้กระทำและ even เพื่อแสดงข้อค้นพบเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจ: ____ the redesigned lid prevents leaks.
ดูคำตอบ
It's even been found that
increases the odds of ... by 33 percent relative to the baseline population: เพิ่ม odds ขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับฐาน
โครงสร้าง “increase the odds of + ผลลัพธ์” หมายถึงทำให้ผลลัพธ์นั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้นเมื่อเทียบกับระดับอ้างอิง ในสถิติอย่างเป็นทางการ odds เปรียบเทียบโอกาสที่เหตุการณ์จะเกิดกับโอกาสที่เหตุการณ์จะไม่เกิด จึงไม่ควรถือว่า odds เหมือนกับ probability โดยอัตโนมัติ ในที่นี้ by 33 percent ระบุขนาดการเพิ่มขึ้นในเชิงสัดส่วน ส่วน relative to the baseline population ระบุมาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบ ข้อความนี้บอกว่า odds สูงกว่า odds ฐาน 33 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้บอกว่าความน่าจะเป็นแบบสัมบูรณ์ของลูกชายคนถัดไปคือ 33 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้น 33 จุดเปอร์เซ็นต์
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับถ้อยคำทางสถิติในตัวอย่างมากที่สุด
- ความน่าจะเป็นของลูกชายคนถัดไปเพิ่มขึ้น 33 จุดเปอร์เซ็นต์
- odds ของลูกชายคนถัดไปสูงกว่า odds ฐาน 33 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้ระบุว่าความน่าจะเป็นแบบสัมบูรณ์คือ 33 เปอร์เซ็นต์
- ความน่าจะเป็นแบบสัมบูรณ์ของลูกชายคนถัดไปคือ 33 เปอร์เซ็นต์พอดี
ดูคำตอบ
odds ของลูกชายคนถัดไปสูงกว่า odds ฐาน 33 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้ระบุว่าความน่าจะเป็นแบบสัมบูรณ์คือ 33 เปอร์เซ็นต์
ความหมายของ male pregnancy ในบริบทการวิจัยนี้
ในที่นี้ male pregnancy หมายถึงการตั้งครรภ์ที่ทารกในครรภ์เป็นเพศชาย ไม่ใช่การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลเพศชาย การกล่าวถึงการคลอดลูกต่อเนื่องกันของมารดาในภายหลังทำให้ตีความได้อย่างชัดเจนเช่นนี้ ในภาษาอังกฤษ การใช้คำนามขยายคำนามอีกคำอาจไม่ได้ระบุความสัมพันธ์ระหว่างคำนามทั้งสองอย่างชัดเจน ต้องอาศัยบริบทเพื่อดูว่า male หมายถึงทารกในครรภ์ ผู้ตั้งครรภ์ หรือสิ่งอื่น ในประโยคนี้หมายถึงทารกในครรภ์
แบบฝึกหัด
ในการศึกษามารดาและเพศของลูกที่เกิดตามกันมา male pregnancy น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลเพศชาย
- งานวิจัยที่ดำเนินการโดยนักวิจัยชายเท่านั้น
- การตั้งครรภ์ที่มีทารกในครรภ์เป็นเพศชาย
ดูคำตอบ
การตั้งครรภ์ที่มีทารกในครรภ์เป็นเพศชาย
has led some researchers to believe that: ทำให้นักวิจัยบางคนเชื่อว่า
“Has led some researchers to believe that” เชื่อมหลักฐานหรือข้อสังเกตก่อนหน้ากับข้อสรุปที่นักวิจัยเหล่านั้นยึดถือ โครงสร้างคือ lead + บุคคล + to believe + อนุประโยค that โดย lead ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ทำให้หรือมีอิทธิพลให้ใครสร้างมุมมองขึ้นมา” ไม่ใช่พาใครไปทางกายภาพ รูป present perfect has led นำเสนอข้ออนุมานนั้นว่าเป็นผลในปัจจุบันจากหลักฐานก่อนหน้า Some researchers จำกัดว่ามีใครบ้างที่ถือมุมมองนี้ และ believe แสดงว่าเป็นการตีความ ไม่ใช่กลไกที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากหลักฐานไปสู่ข้ออนุมานที่เรียนมา: Several matching timestamps have ____ investigators ____ the two incidents are connected.
ดูคำตอบ
led · to believe that
homosexual men have more older brothers than heterosexual men.
2:15ผู้ชายรักเพศเดียวกันมีจำนวนพี่ชายมากกว่าผู้ชายรักต่างเพศ
ความหมายของ meta-analysis
meta-analysis ใช้วิธีการทางสถิติเพื่อรวมผลเชิงปริมาณที่เปรียบเทียบกันได้จากงานวิจัยเดิมหลายชิ้น วิธีนี้ให้ค่าประมาณรวม หรือพิจารณารูปแบบโดยรวมของงานวิจัยเหล่านั้น จึงเป็นหลักฐานที่สังเคราะห์แล้ว ไม่ใช่ผลจากงานวิจัยทั่วไปชิ้นใหม่เพียงชิ้นเดียว คำนี้อธิบายวิธีรวมผลการศึกษา ไม่ได้รับประกันว่าข้อสรุปจะเป็นจริง ข้อสรุปยังคงขึ้นอยู่กับคุณภาพ ความเข้ากันได้ และการคัดเลือกงานวิจัยที่นำมารวม
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งรวมค่าขนาดอิทธิพลจากงานวิจัยก่อนหน้า 18 ชิ้นด้วยวิธีทางสถิติ เพื่อประมาณผลโดยรวมหนึ่งค่า วิธีนี้เรียกว่าอะไร?
- A meta-analysis
- An informal literature summary
- An individual study
ดูคำตอบ
A meta-analysis
exposed to high levels of
ใน women exposed to high levels of testosterone คำว่า exposed เป็นกริยาช่องสามที่สร้างอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อจาก women who were exposed โดย women เป็นฝ่ายที่ได้รับการสัมผัส ส่วน testosterone คือปัจจัยที่พวกเธอสัมผัส be exposed to หมายถึงสัมผัสกับบางสิ่งหรือได้รับผลกระทบจากสิ่งนั้น ส่วน high levels of ระบุว่าปริมาณหรือความเข้มข้นอยู่ในระดับสูง รูปแบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายสภาวะด้านสิ่งแวดล้อม การแพทย์ หรืองานวิจัย และไม่ได้หมายถึง “ความลับถูกเปิดเผย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในปริมาณมาก”: The technicians were ____ radiation during the test.
ดูคำตอบ
exposed to high levels of
in utero
in utero เป็นสำนวนทางการแพทย์และงานวิจัยที่มาจากภาษาละติน หมายถึง “ภายในมดลูก” หรือ “ก่อนคลอดในขณะที่กำลังพัฒนาอยู่ในครรภ์” สำนวนนี้กล่าวถึงช่วงก่อนคลอด ไม่ใช่วัยทารกหรือวัยเด็กหลังคลอด ในประโยคนี้ in utero ขยาย exposed และบอกว่าการได้รับสารเกิดขึ้นเมื่อใด กล่าวคือ ผู้หญิงเหล่านั้นได้รับเทสโทสเตอโรนขณะที่ยังพัฒนาอยู่ก่อนคลอด
แบบฝึกหัด
ใน “The fetus was exposed to the medication in utero,” คำว่า in utero หมายถึงอะไร?
- หลังคลอดในช่วงปฐมวัย
- เฉพาะระหว่างการคลอด
- ขณะกำลังพัฒนาภายในมดลูกก่อนคลอด
ดูคำตอบ
ขณะกำลังพัฒนาภายในมดลูกก่อนคลอด
not straight: คำอธิบายกว้าง ๆ เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ
ในที่นี้ not straight หมายความว่า ผู้หญิงไม่ได้มีความสนใจเฉพาะต่อเพศตรงข้ามเท่านั้น เป็นคำอธิบายกว้าง ๆ เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศหรือความรู้สึกดึงดูด ไม่ใช่ชื่อของอัตลักษณ์ใดอัตลักษณ์หนึ่งโดยเฉพาะ ในบทสรุปงานวิจัยนี้ ถ้อยคำดังกล่าวรวมอัตลักษณ์ที่เป็นไปได้หลายแบบไว้ในกลุ่มเดียวกัน โดยไม่ได้บอกว่าแต่ละคนเป็นเลสเบียน ไบเซ็กชวล หรือใช้คำเรียกอื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ not straight บอกอะไรเรา
- not straight หมายความว่าพวกเธอไม่ได้เป็นคนรักต่างเพศเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ระบุอัตลักษณ์ใดอัตลักษณ์หนึ่ง
- ทุกคนระบุตนเองอย่างชัดเจนว่าเป็นเลสเบียน
- พวกเธอไม่สามารถตั้งลำตัวให้ตรงได้
ดูคำตอบ
not straight หมายความว่าพวกเธอไม่ได้เป็นคนรักต่างเพศเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ระบุอัตลักษณ์ใดอัตลักษณ์หนึ่ง
suggests that gay members of a family that don't reproduce
2:28เสนอว่าสมาชิกครอบครัวที่เป็นเกย์และไม่มีลูก
still increase the prevalence of their family's genes
2:31ยังคงช่วยให้ยีนของครอบครัวแพร่หลายมากขึ้น
by helping to provide resources for offspring that they're related to.
2:35ด้วยการช่วยจัดหาทรัพยากรให้ลูกหลานที่มีสายเลือดร่วมกับตน
gay uncle hypothesis(สมมติฐานลุงที่เป็นเกย์)
gay uncle hypothesis เป็นคำอธิบายเชิงวิวัฒนาการที่ถูกเสนอขึ้น สมมติฐานนี้เสนอว่า สมาชิกครอบครัวที่เป็นเกย์และไม่มีลูกของตนเองอาจยังช่วยให้ยีนที่สมาชิกร่วมกันมีอยู่สืบต่อไปได้ ด้วยการช่วยญาติใกล้ชิดเลี้ยงลูก นี่คือเหตุผลที่ประโยคเชื่อมชื่อสมมติฐานเข้ากับทรัพยากร ลูกหลานที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ และคนรุ่นต่อไป ผลประโยชน์ที่เสนอไว้นั้นเกิดขึ้นทางอ้อมผ่านญาติ ไม่ใช่ผ่านลูกของบุคคลนั้นเอง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย gay uncle hypothesis ได้ถูกต้องที่สุด
- เสนอว่าการช่วยลูกของญาติอาจสนับสนุนยีนที่สมาชิกครอบครัวมีร่วมกันได้ทางอ้อม
- พิสูจน์ว่าผู้ชายที่เป็นเกย์ทุกคนจะเลี้ยงลูกของพี่น้องตนเอง
- กล่าวว่ามีเพียงลุงเท่านั้นที่ส่งต่อยีนไปยังคนรุ่นต่อไปได้
ดูคำตอบ
เสนอว่าการช่วยลูกของญาติอาจสนับสนุนยีนที่สมาชิกครอบครัวมีร่วมกันได้ทางอ้อม
After all, ในฐานะเครื่องหมายวาทกรรมที่เกริ่นเหตุผลสนับสนุน
After all ในที่นี้ไม่ได้บอกลำดับเวลา แต่ใช้เกริ่นเหตุผลที่ผู้พูดคาดว่าจะทำให้คำอธิบายก่อนหน้าดูสมเหตุสมผลหรือน่าเชื่อถือขึ้น สำนวนนี้มักมีนัยอ่อน ๆ ว่า “อย่าลืมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องนี้” โดยข้อกล่าวเรื่องระดับครอบครัวที่ตามมาถูกนำเสนอเป็นเหตุผลสนับสนุนข้อโต้แย้งก่อนหน้า จึงช่วยพาจากข้ออ้างไปสู่ข้อพิจารณาที่สนับสนุนข้ออ้างนั้น
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นเหตุผลที่ทำให้ประโยคแรกสมเหตุสมผล? “We should take a jacket. ___ the temperature drops quickly after sunset.”
- In the end,
- After all,
- Finally,
ดูคำตอบ
After all,
โครงสร้าง not just X, but Y เพื่อขยายประเด็น
โครงสร้าง not just X, but Y ยืนยันว่า X ยังเป็นจริง และเพิ่ม Y เป็นจุดเน้นที่กว้างกว่าหรือสำคัญกว่า ในที่นี้ไม่ได้ปฏิเสธความเหมาะสมของปัจเจก แต่ขยายข้อกล่าวจากปัจเจกที่เหมาะสมที่สุดไปสู่ครอบครัวที่เหมาะสมที่สุด X และ Y ควรมีหน้าที่ทางไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในคำบรรยาย ส่วนที่สองละคำซ้ำ survival of ไว้ ผู้อ่านจึงเติมความหมายเต็มได้ว่า “not just survival of the fittest individual, but survival of the fittest family.”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง not just ... but ...: “A good editor needs ____ accuracy, ____ good judgment.”
ดูคำตอบ
not just · but
Survival of the fittest: การปรับตัวและการเปลี่ยนมุมมองสู่ระดับครอบครัว
Survival of the fittest เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในการอภิปรายเรื่องวิวัฒนาการ ในที่นี้ fittest หมายถึงปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด ไม่ใช่แข็งแรงที่สุดทางร่างกาย สำนวนนี้หมายความว่าสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมาะกับสภาพแวดล้อมของตนมากกว่ามีโอกาสอยู่รอดและสืบพันธุ์มากกว่า ประโยคนี้ดัดแปลงสำนวนที่คุ้นเคยด้วยโครงสร้าง not just ... individual, but ... family ทำให้หน่วยที่กำลังกล่าวถึงเปลี่ยนจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวไปเป็นครอบครัว และนำเสนอความเหมาะสมในระดับครอบครัวเป็นประเด็นหลักของผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนมาตรฐานเกี่ยวกับวิวัฒนาการในประโยคนี้ให้สมบูรณ์: Evolution is often summarized as ____.
ดูคำตอบ
survival of the fittest
Studies also show that there are lower levels of hostility
2:43งานวิจัยยังพบว่า ผู้ชายที่เป็นเกย์มีความเป็นปรปักษ์ในระดับต่ำกว่า
which may also increase altruism and survival in human groups. ไวยากรณ์
2:51ซึ่งอาจเพิ่มความเอื้ออาทรและโอกาสอยู่รอดของกลุ่มมนุษย์ด้วย
Emotional intelligence: การเข้าใจและจัดการอารมณ์
Emotional intelligence หมายถึงความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และควบคุมอารมณ์ของตนเอง รวมทั้งรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นและตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ intelligence ในที่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความรู้ทางวิชาการหรือความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ ในประโยคนี้ emotional intelligence เป็นหนึ่งในรายการที่อยู่ร่วมกับ compassion และ cooperation ข้อความนี้อธิบายรูปแบบทางสถิติในระดับกลุ่มที่งานวิจัยรายงาน ไม่ใช่ข้อสรุปเกี่ยวกับผู้ชายเกย์ทุกคนเป็นรายบุคคล
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ emotional intelligence มากที่สุด?
- แนวโน้มที่จะแสดงทุกอารมณ์ออกมาทันที
- ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น
- ความสามารถในการแก้ปัญหาตรรกะเชิงนามธรรมอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น
may also increase: ความเป็นไปได้และผลเพิ่มเติม
ใน may also increase คำว่า may ทำให้ข้ออ้างเชิงเหตุและผลมีความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยนำเสนอลักษณะที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่าอาจมีส่วนช่วยเพิ่มความเอื้อเฟื้อเพื่อผู้อื่นและการอยู่รอด ไม่ได้หมายความว่าจะรับประกันผลดังกล่าว also แสดงว่านี่เป็นผลอีกประการหนึ่งที่เสนอเพิ่มเข้ามาในการอภิปราย โครงสร้าง may also + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งนำไปใช้ต่อได้ หมายถึง “นี่ก็เป็นอีกผลลัพธ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้น” และพบได้บ่อยในงานเขียนวิจัยที่ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
การตีความใดคงน้ำหนักความหมายของ may also increase ได้ดีที่สุด
- ข้อความนี้บอกว่าความเอื้อเฟื้อเพื่อผู้อื่นและการอยู่รอดเป็นผลเพียงสองอย่างเดียวที่กำลังกล่าวถึง
- ข้อความนี้นำเสนอการเพิ่มขึ้นของความเอื้อเฟื้อเพื่อผู้อื่นและการอยู่รอดว่าเป็นผลอีกประการหนึ่งที่อาจเกิดขึ้น
- ข้อความนี้ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของความเอื้อเฟื้อเพื่อผู้อื่นและการอยู่รอดเป็นผลที่พิสูจน์แล้วและต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
ข้อความนี้นำเสนอการเพิ่มขึ้นของความเอื้อเฟื้อเพื่อผู้อื่นและการอยู่รอดว่าเป็นผลอีกประการหนึ่งที่อาจเกิดขึ้น
meaning female relatives of gay men who share this same gene
2:59หมายความว่า ญาติฝ่ายหญิงที่มียีนเดียวกันกับผู้ชายที่เป็นเกย์
coding for attraction: ความหมายทางพันธุศาสตร์ของ code for
ในทางพันธุศาสตร์ code for หมายถึง “มีคำสั่งทางชีววิทยาสำหรับ” ผลผลิตหรือลักษณะบางอย่าง ในที่นี้ coding for attraction นำเสนอสมมติฐานว่าปัจจัยทางพันธุกรรมที่มีร่วมกันนั้นท้ายที่สุดแล้วเกี่ยวข้องกับแรงดึงดูด ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ เนื่องจากแรงดึงดูดเป็นลักษณะที่ซับซ้อน ถ้อยคำนี้จึงเป็นคำอธิบายสมมติฐานแบบย่อ รูปกำลังกระทำ are coding ไม่ได้ทำให้ยีนมีเจตนา แต่ใช้บรรยายหน้าที่หรือผลทางชีววิทยาที่สมมติฐานเสนอไว้
แบบฝึกหัด
ในบริบททางพันธุศาสตร์นี้ coding for attraction หมายถึงอะไร
- ยีนเหล่านี้ถูกอธิบายว่ามีข้อมูลทางชีววิทยาที่เกี่ยวข้องกับแรงดึงดูด
- ยีนเหล่านี้กำลังถูกใช้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับแรงดึงดูด
- ยีนเหล่านี้เลือกอย่างมีสติว่าบุคคลหนึ่งควรรู้สึกว่าใครมีเสน่ห์
ดูคำตอบ
ยีนเหล่านี้ถูกอธิบายว่ามีข้อมูลทางชีววิทยาที่เกี่ยวข้องกับแรงดึงดูด
evolutionary advantage (ข้อได้เปรียบทางวิวัฒนาการ)
evolutionary advantage คือการที่ลักษณะหนึ่งมีส่วนช่วยต่อการอยู่รอดหรือการสืบพันธุ์เมื่อเทียบกับลักษณะอื่น ทำให้ลักษณะนั้นมีแนวโน้มคงอยู่ข้ามรุ่นมากขึ้น ในประโยคนี้ ข้อได้เปรียบที่เสนอเป็นเรื่องการสืบพันธุ์: หากญาติผู้หญิงที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมกันมีลูกมากกว่าโดยเฉลี่ย สิ่งนี้อาจช่วยให้ยีนเหล่านั้นคงอยู่ในประชากร คำนี้จึงอธิบายผลระดับประชากรภายในแบบจำลองวิวัฒนาการ ไม่ใช่คำตัดสินทางศีลธรรมต่อการรักเพศเดียวกันหรือชีวิตของบุคคลใด
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายด้านชีววิทยาวิวัฒนาการ evolutionary advantage มีความหมายที่แม่นยำที่สุดว่าอะไร
- ลักษณะหนึ่งเพิ่มความสำเร็จในการอยู่รอดหรือการสืบพันธุ์เมื่อเทียบกับลักษณะอื่น จึงช่วยให้ลักษณะนั้นคงอยู่ข้ามรุ่น
- ทุกคนที่มีลักษณะนั้นมีชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีกว่า
- ลักษณะหนึ่งดีกว่าลักษณะอื่นในทางศีลธรรม
ดูคำตอบ
ลักษณะหนึ่งเพิ่มความสำเร็จในการอยู่รอดหรือการสืบพันธุ์เมื่อเทียบกับลักษณะอื่น จึงช่วยให้ลักษณะนั้นคงอยู่ข้ามรุ่น
on average (โดยเฉลี่ย)
on average ใช้ค่าเฉลี่ยเพื่อสรุปชุดข้อมูล โดยแสดงว่าข้อความนั้นกล่าวถึงแนวโน้มทางสถิติ ไม่ใช่ข้ออ้างที่ใช้ได้กับสมาชิกทุกคน ในที่นี้ ข้อความกล่าวถึงจำนวนลูกเฉลี่ยของผู้หญิงที่อยู่ในการศึกษา ผู้หญิงบางคนอาจมีลูกมากกว่า น้อยกว่า หรือไม่มีลูกเลย วลีนี้ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์เดียวกันเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางสถิติสองคำที่หมายความว่า 6 คือค่าเฉลี่ยของกลุ่ม: Students read six books ____ this term.
ดูคำตอบ
on average
The same would be true of + กรณีใหม่
The same ย้อนกลับไปอ้างถึงความสัมพันธ์หรือรูปแบบที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน be true of + นามวลี หมายความว่ารูปแบบนั้นใช้ได้กับบุคคล กลุ่ม หรือกรณีนั้น ในประโยคนี้จึงเป็นการขยายแนวคิดก่อนหน้าไปยังเลสเบียนและญาติผู้ชายที่เป็นคนรักต่างเพศของพวกเธอ would ทำให้การขยายความนี้ยังอยู่ในกรอบของการให้เหตุผลแบบไม่ยืนยันหรือแบบสมมติ ไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ The same would be true of + บุคคล กลุ่ม หรือกรณีใหม่
แบบฝึกหัด
ผู้พูดได้กล่าวอย่างไม่ยืนยันเกี่ยวกับพนักงานออฟฟิศ ประโยคต่อไปข้อใดขยายข้อกล่าวอ้างนั้นไปยังพนักงานที่ทำงานทางไกลโดยยังคงน้ำเสียงแบบไม่ยืนยันไว้
- Remote workers have proven the claim to be true.
- The same would be true of remote workers.
- The claim would be made by remote workers.
ดูคำตอบ
The same would be true of remote workers.
การพลิกความหมายใน A society that condemns ... condemns itself
อนุประโยคขยาย that condemns homosexuality ระบุก่อนว่ากำลังพูดถึงสังคมแบบใด จากนั้นประโยคหลักใช้ condemns ซ้ำ แต่เปลี่ยนกรรมจาก homosexuality เป็น itself โดย itself ย้อนกลับไปหมายถึง society ไม่ใช่ homosexuality โครงสร้างที่ซ้ำกันนี้สร้างการพลิกความหมายเชิงวาทศิลป์ กล่าวคือ การโจมตีของสังคมถูกนำเสนอว่าเป็นการโจมตีสังคมนั้นเอง การซ้ำอย่างสมดุลทำให้ข้อกล่าวอ้างทางศีลธรรมสั้นและหนักแน่น แต่ประโยคนี้เป็นข้อโต้แย้งหรือคำคม ไม่ใช่หลักฐานจากการทดลอง
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้เกิดการพลิกความหมายเชิงวาทศิลป์ในประโยคนี้
- อนุประโยคขยายให้ข้อมูลจากการทดลอง ส่วนประโยคหลักให้บทสรุปที่เป็นกลาง
- คำว่า itself อ้างถึง homosexuality จึงเป็นการระบุกรรมเดิมสองครั้ง
- ใช้กริยา condemns ซ้ำ แต่เปลี่ยนกรรมจาก homosexuality เป็น itself ซึ่งอ้างถึง society
ดูคำตอบ
ใช้กริยา condemns ซ้ำ แต่เปลี่ยนกรรมจาก homosexuality เป็น itself ซึ่งอ้างถึง society
science has not been kind to the queer community. โน้ต
3:23วงการวิทยาศาสตร์ไม่ได้ปฏิบัติต่อชุมชนเควียร์อย่างเป็นธรรม
ความหมายเชิงวิจารณ์ทางประวัติศาสตร์ของ “has not been kind to”
ในที่นี้ has not been kind to ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “ไม่แสดงความเป็นมิตร” แต่เป็นการพูดอ้อม ๆ ว่าเคยปฏิบัติต่อกลุ่มหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรมหรือทำให้กลุ่มนั้นได้รับความเสียหาย ไม่ได้กล่าวถึงท่าทีของนักวิทยาศาสตร์เพียงคนเดียวเท่านั้น has not been kind to ในรูปปัจจุบันสมบูรณ์แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มนี้ต่อเนื่องจากอดีตมาถึงปัจจุบันของผู้พูด ส่วน science ใช้แทนสถาบันทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และแนวคิดที่เกี่ยวข้องโดยรวม สำนวนนี้ทำให้การวิจารณ์ที่รุนแรงฟังดูรอบคอบขึ้น แต่ไม่ได้ลบการวิจารณ์นั้นออกไป
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The old hiring system has not been kind to parents who need flexible hours.” has not been kind to หมายความว่าอย่างไร
- ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมหรือสร้างความยากลำบากให้พวกเขา
- เชิญพวกเขาให้ทำงานน้อยลง
- พูดกับพวกเขาอย่างอบอุ่นและเป็นมิตร
ดูคำตอบ
ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมหรือสร้างความยากลำบากให้พวกเขา
“queer community” ในฐานะคำเรียกกลุ่มที่ครอบคลุม
Queer community เป็นคำเรียกกลุ่มคนแบบกว้าง ๆ สำหรับผู้ที่มีรสนิยมทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศอยู่นอกกรอบบรรทัดฐานของคนรักต่างเพศและซิสเจนเดอร์แบบดั้งเดิม ในประโยคนี้หมายถึงผู้คน LGBTQ+ โดยรวม ไม่ได้หมายถึงอัตลักษณ์ใดอัตลักษณ์หนึ่งเท่านั้น ในอดีต queer เคยถูกใช้เป็นคำดูหมิ่น และหลายคนได้นำคำนี้กลับมาใช้เป็นคำเรียกของตนเอง แต่การยอมรับคำนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน บริบทที่สนับสนุนไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะชอบให้เรียกด้วยคำนี้
แบบฝึกหัด
พิจารณาประโยคนี้: “The center asked members of the queer community what services they wanted.”
- เหมาะสมในบริบทนี้
- ไม่เหมาะสมในบริบทนี้
ดูคำตอบ
เหมาะสมในบริบทนี้
ความแตกต่างระหว่าง was generally accepted กับ were presumed to be
ในประโยคนี้ was generally accepted ใช้รายงานว่าคนจำนวนมากในเวลานั้นถือว่าความเห็นหนึ่งเป็นเรื่องจริง accepted ในที่นี้หมายถึง “ถูกมองว่าถูกต้อง” ไม่ใช่ “ได้รับการต้อนรับ” หรือ “ได้รับการยอมรับทางสังคม” Were presumed to be นำเสนอข้อสันนิษฐานที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสมองและร่างกาย Presumed ชี้ว่าเป็นข้อสรุปที่เกิดขึ้นก่อนจะมีหลักฐานเพียงพอ รูปถูกกระทำทั้งสองแบบทำให้เกิดน้ำเสียงเชิงวิชาการในการรายงานประวัติศาสตร์ และกรอบเวลาในอดีตช่วยให้ผู้พูดบรรยายคำกล่าวอ้างเก่าโดยไม่รับรองว่าถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้สื่อความแตกต่างอย่างไรด้วยการใช้ accepted ก่อน แล้วจึงใช้ presumed?
- ผู้คนต้อนรับคนรักเพศเดียวกัน แต่ไม่ชอบพฤติกรรมของพวกเขา
- ความเห็นหนึ่งถูกถือว่าจริงอย่างแพร่หลาย ขณะที่ข้อวินิจฉัยเฉพาะอีกอย่างหนึ่งถูกสันนิษฐานโดยไม่มีหลักฐาน
- คำกล่าวอ้างทั้งสองได้รับการพิสูจน์อย่างเด็ดขาดแล้ว
ดูคำตอบ
ความเห็นหนึ่งถูกถือว่าจริงอย่างแพร่หลาย ขณะที่ข้อวินิจฉัยเฉพาะอีกอย่างหนึ่งถูกสันนิษฐานโดยไม่มีหลักฐาน
defective development ในฐานะภาษาประวัติศาสตร์ที่สร้างตราบาป
Defective development เป็นการตีตราว่าพัฒนาการมีข้อบกพร่องหรือเสียหาย ในการพูดถึงการรักเพศเดียวกันในอดีต ถ้อยคำนี้ทำให้ความดึงดูดต่อเพศเดียวกันถูกมองเป็นพยาธิสภาพ โดยวางกรอบว่าเป็นความล้มเหลวด้านพัฒนาการ จึงเป็นถ้อยคำที่สร้างตราบาป ไม่ใช่คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่เป็นกลาง ในที่นี้ วลีดังกล่าวเป็นเนื้อหาของ popular belief และกรอบประวัติศาสตร์ในอดีตกำลังรายงานความเชื่อนั้นอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ได้นำเสนอป้ายกำกับนี้เป็นการตัดสินของผู้บรรยายเอง
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้นี้: The article explains, 'Earlier writers wrongly described homosexuality as defective development,' and then rejects that claim.
- เหมาะสม เพราะระบุที่มาและวิจารณ์ถ้อยคำดังกล่าวอย่างชัดเจน
- ไม่เหมาะสม เพราะวลีนี้ไม่อาจถูกยกมาอ้างในการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ได้เลย
ดูคำตอบ
เหมาะสม เพราะระบุที่มาและวิจารณ์ถ้อยคำดังกล่าวอย่างชัดเจน
LGBTQ2S และความหมายของ 2S
LGBTQ2S เป็นอักษรย่อแบบครอบคลุม ซึ่งในที่นี้หมายถึงเลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานส์เจนเดอร์ เควียร์หรือผู้ที่กำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของตน และคน Two-Spirit โดย “2S” ย่อมาจาก “Two-Spirit” Two-Spirit เป็นคำครอบคลุมภาษาอังกฤษที่ชนพื้นเมืองบางกลุ่มในอเมริกาเหนือใช้เรียกอัตลักษณ์หรือบทบาทที่มีความหมายเฉพาะทางวัฒนธรรมและเกี่ยวข้องกับเพศ เพศวิถี และ/หรือจิตวิญญาณ ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงป้ายกำกับรสนิยมทางเพศแบบตะวันตกที่ใช้ได้กับทุกคน รูปแบบของอักษรย่อนี้แตกต่างกันตามชุมชนและภูมิภาค ดังนั้น LGBTQ2S จึงเป็นรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่มาตรฐานตายตัวเพียงรูปแบบเดียว
แบบฝึกหัด
ใน LGBTQ2S คำว่า “2S” หมายถึงอะไร?
- สถานะที่สอง
- รสนิยมทางเพศสองแบบ
- Two-Spirit (สองจิตวิญญาณ)
- สองชุมชนที่แยกจากกัน
ดูคำตอบ
Two-Spirit (สองจิตวิญญาณ)
"other" ในฐานะคำกริยา: ปฏิบัติต่อกลุ่มหนึ่งเหมือนเป็นคนนอก
ในที่นี้ other เป็นคำกริยา มี the community เป็นกรรม และหมายถึงการนำเสนอหรือปฏิบัติต่อชุมชนนั้นว่าแตกต่างโดยพื้นฐานจาก “พวกเรา” ที่ถูกสมมติขึ้น ในการวิเคราะห์ทางสังคม othering ไม่ใช่การจัดประเภทอย่างเป็นกลาง แต่เป็นการผลักผู้คนออกไปอยู่นอกกลุ่มที่มีอำนาจในเชิงสัญลักษณ์ และอาจทำให้การมองว่าด้อยกว่า การกีดกัน หรือการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมดูมีเหตุผล เครื่องหมายอัญประกาศเน้นว่าคำนี้มีการใช้เฉพาะเชิงวิพากษ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “other” ในความหมายเชิงวิพากษ์แบบเดียวกับในคำบรรยาย?
- We should compare the other two reports.
- Please pass me the other report on the desk.
- The article was criticized for othering refugees as dangerous outsiders.
- The two reports differ in other ways.
ดูคำตอบ
The article was criticized for othering refugees as dangerous outsiders.
ขอบเขตจำกัดของ only focus on gay men and neglect other groups
ในที่นี้ only จำกัดขอบเขตของ most studies focus on หมายความว่างานวิจัยเหล่านี้มุ่งสนใจเฉพาะผู้ชายเกย์ ไม่ใช่กลุ่มที่กว้างกว่านั้น ส่วน neglect other groups เป็นวลีคำกริยาที่วางขนานกับ focus on และชี้ให้เห็นว่าสิ่งใดถูกละเลยจากการมุ่งเน้นที่แคบนี้ เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน ประโยคไม่ได้เพียงอธิบายกลุ่มตัวอย่าง แต่ยังวิจารณ์ฐานหลักฐานด้วยว่า งานวิจัยที่มีอยู่อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของทุกคน
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมในประโยคนี้ เพื่อแสดงขอบเขตการวิจัยที่แคบและกลุ่มที่ถูกละเลย The studies ______.
- only focus on gay men and neglect other groups (มุ่งเน้นเฉพาะผู้ชายเกย์และละเลยกลุ่มอื่น)
- mostly focus on gay men but include other groups (มุ่งเน้นผู้ชายเกย์เป็นหลัก แต่รวมกลุ่มอื่นด้วย)
- focus equally on gay men and other groups (มุ่งเน้นผู้ชายเกย์และกลุ่มอื่นอย่างเท่าเทียมกัน)
ดูคำตอบ
only focus on gay men and neglect other groups (มุ่งเน้นเฉพาะผู้ชายเกย์และละเลยกลุ่มอื่น)
will decrease homophobic laws around the world
3:53จะช่วยให้กฎหมายต่อต้านคนรักเพศเดียวกันทั่วโลกลดลง
genetically get rid of homosexuality? กริยาวลี
3:59ใช้วิธีทางพันธุกรรมกำจัดการรักเพศเดียวกันได้หรือไม่?
ความหมายรุนแรงของ get rid of ในการกำจัดบางสิ่ง
Get rid of เป็นกริยาวลีที่หมายถึงกำจัดบางสิ่งหรือไม่ต้องมีสิ่งนั้นอีกต่อไป ในคำถามนี้ homosexuality ถูกวางให้เป็นสิ่งที่สามารถกำจัดได้ตามหลักไวยากรณ์ ดังนั้นถ้อยคำจึงมีการตัดสินที่รุนแรงและนำเสนอการรักเพศเดียวกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ คำถามนี้อาจกำลังเสนอสมมติฐานที่น่ากังวล ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังแสดงจุดยืนของตนเองเสมอไป อย่างไรก็ตาม วลีนี้ไม่เป็นกลางเมื่อใช้กับอัตลักษณ์ของมนุษย์ ในการใช้ทั่วไป ควรใช้กับสิ่งของ นิสัย ปัญหา หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการและอยากกำจัด
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ get rid of เพื่อหมายถึงการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ โดยไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลหรืออัตลักษณ์
- get rid of a minority group (ปฏิบัติต่อกลุ่มชนกลุ่มน้อยเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องกำจัด)
- get rid of a broken chair (กำจัดเก้าอี้ที่พัง)
- get away from a crowded station (ออกห่างจากสถานีที่มีคนพลุกพล่าน)
ดูคำตอบ
get rid of a broken chair (กำจัดเก้าอี้ที่พัง)