ทำไมเมล็ดสนถึงราคาแพงมาก | แพงหูฉี่: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
849 คำ 186 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: เมล็ดสนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนผ่านจากการเก็บเกี่ยวที่เสี่ยงไปสู่การแปรรูป โดยผลผลิตต่ำ ค่าแรง และความต้องการช่วยอธิบายราคาที่สูง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. upwards of $117 (ความหมายและระดับภาษา): เข้าใจว่า upwards of คือค่าขั้นต่ำโดยประมาณ หมายถึง 117 ดอลลาร์หรือมากกว่า ต่างจาก up to ที่บอกค่าสูงสุด 2. Because of / because (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): ใช้นามวลีหลัง Because of และใช้อนุประโยคหลัง because เพื่อเชื่อมความเสี่ยงและงานที่ทำด้วยมือกับต้นทุนประกัน 3. driving the overall price of pine nuts up. (กริยาวลี): เข้าใจว่า drive ... up หมายถึงทำให้ราคาเพิ่ม และอนุประโยคผลลัพธ์รูป -ing แสดงว่าราคาสูงขึ้นเพราะอุปสงค์มากกว่าอุปทาน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the remote forests of northeastern China,

0:02

ในป่าห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

local harvesters climb trees as high as 100 ft to reach this region's most valuable product, ไวยากรณ์

0:04

คนเก็บผลผลิตในท้องถิ่นปีนต้นไม้สูงถึง 100 ฟุต เพื่อไปให้ถึงผลผลิตที่มีค่าที่สุดของภูมิภาคนี้

ไวยากรณ์

as high as 100 ft: ความสูงที่อาจไปถึงระดับน่าทึ่ง

ในที่นี้ as high as + ค่าการวัด หมายความว่าความสูงสามารถไปถึงระดับที่ระบุได้ ผู้เก็บเกี่ยวปีนต้นไม้ที่อาจสูงถึง 100 ฟุต โดยวลีนี้เน้นว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าสูงสุดที่น่าทึ่ง เมื่อใช้กับตัวเลขที่แน่นอน as high as มักเน้นว่าค่าที่เป็นไปได้นั้นสูงหรือน่าประหลาดใจเพียงใด แทนที่จะเพียงรายงานค่าการวัดอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as high as เพื่อเน้นความสูงสูงสุดที่อาจเป็นไปได้: The observation tower can be ____ 300 feet.

ดูคำตอบ

as high as

pine nuts.

0:13

นั่นคือเมล็ดสน

The job is dangerous,

0:17

งานนี้อันตราย

but the reward is high for people willing to risk their lives. วลี

0:19

แต่ผลตอบแทนสูงสำหรับคนที่ยอมเสี่ยงชีวิต

วลี

willing to risk their lives: พร้อมยอมรับอันตรายถึงชีวิต

Willing to + คำกริยา หมายถึงพร้อมหรือเต็มใจเลือกทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ to risk อยู่ภายใต้โครงสร้างของ willing กล่าวคือ คนเหล่านั้นยอมรับความเป็นไปได้ที่จะได้รับอันตรายร้ายแรงเพราะผลตอบแทน Risk their lives หมายถึงทำให้ชีวิตของตนตกอยู่ในอันตรายโดยมีโอกาสเสียชีวิตจริง Their ย้อนกลับไปหมายถึง people และเมื่อประธานเป็นเอกพจน์ คำแสดงความเป็นเจ้าของก็เปลี่ยนไป เช่น risk her life

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ willing to และ risk one's life พร้อมเปลี่ยนคำสรรพนามตามความจำเป็น: The firefighters were ____ to enter the collapsing building.

ดูคำตอบ

willing to risk their lives

In the US,

0:25

ในสหรัฐฯ

pine nuts, which are actually seeds,

0:26

เมล็ดสน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเมล็ดพืช

can sell for upwards of $117 a kilogram. การใช้คำ

0:29

ขายได้ในราคาสูงกว่า 117 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม

การใช้คำ

upwards of $117: ขอบเขตล่างโดยประมาณ

ในที่นี้ upwards of $117 หมายถึง 117 ดอลลาร์หรือมากกว่า เป็นการบอกขอบเขตล่างโดยประมาณ โดยราคาอาจเริ่มแถวจำนวนนี้และอาจสูงกว่านี้ได้ ใช้ upwards of หน้าตัวเลขหรือปริมาณเมื่อค่าที่แน่นอนไม่ชัดเจนหรือเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องการสื่อว่าค่านั้นอยู่ที่ระดับดังกล่าวเป็นอย่างน้อยโดยประมาณ ไม่ได้หมายถึงไม่เกิน 117 ดอลลาร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนบอกขอบเขตล่างจากบทเรียน ความหมายที่ต้องการคือสองล้านดอลลาร์หรือมากกว่า: Restoring the old theater could cost ____ two million dollars.

ดูคำตอบ

upwards of

Compare that to the price of pistachios, ลำดับความ

0:33

ลองเทียบกับราคาพิสตาชิโอ

which can sell for about $39 a kilogram.

0:36

ซึ่งขายได้ราว 39 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม

ลำดับความ

Compare that to: การนำเสนอสิ่งสำหรับเปรียบเทียบ

ใน Compare that to... คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึงตัวเลขหรือข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้บอกให้ผู้ฟังนำสิ่งนั้นไปเทียบกับตัวเลขถัดไป ซึ่งในประโยคนี้คือราคาพิสตาชิโอ นี่คือสัญญาณที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยเปลี่ยนข้อเท็จจริงสองอย่างที่แยกกันให้เป็นการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน และชี้ความสนใจไปยังความต่างระหว่างกัน ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เติมสัญญาณการเปรียบเทียบภาษาอังกฤษด้วยสำนวนจากบทเรียน: Last year the library had 8,000 visitors. ____ the 12,000 visitors it welcomed this year.

ดูคำตอบ

Compare that to

So, what makes pine nuts so special? ไวยากรณ์

0:40

แล้วอะไรทำให้เมล็ดสนพิเศษขนาดนั้น

And why are they so expensive?

0:43

และทำไมมันถึงแพงนัก

ไวยากรณ์

“What makes ... so special?” ในฐานะคำถามเชิงเหตุ

ในโครงสร้าง “what makes + กรรม + คำคุณศัพท์?” คำว่า make เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิด หมายถึง “ทำให้กรรมมีคุณสมบัตินั้น” ไม่ได้หมายถึง “สร้างหรือผลิต” ในประโยคนี้ special เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกลักษณะของ pine nuts คำถามนี้ถามว่าลักษณะหรือสาเหตุใดทำให้เมล็ดสนมีความพิเศษ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “What makes + คำนาม/คำสรรพนาม + คำคุณศัพท์?” ซึ่งใช้ถามว่าทำไมสิ่งหนึ่งจึงมีลักษณะบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามที่ถามถึงสาเหตุที่โทรศัพท์มีคุณสมบัตินี้ให้สมบูรณ์: “____ this phone so durable?”

ดูคำตอบ

What makes

Around the world,

0:47

ทั่วโลก

there are 30 species of pine trees that produce edible seeds,

0:48

มีต้นสน 30 สายพันธุ์ที่ให้เมล็ดซึ่งกินได้

yet only a handful are sold commercially. สำนวน

0:52

แต่มีเพียงไม่กี่สายพันธุ์ที่นำมาขายในเชิงพาณิชย์

สำนวน

“A handful” ในความหมายว่า “จำนวนน้อยมาก”

ในประโยคนี้ a handful หมายถึง “จำนวนน้อยมาก” โดยใช้เดี่ยว ๆ ได้เพราะเข้าใจคำนาม species จากอนุประโยคก่อนหน้าอยู่แล้ว กล่าวคือ มีเพียงไม่กี่สายพันธุ์ในกลุ่มนั้นที่วางขายในเชิงพาณิชย์ สำนวนนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงปริมาณจริงที่กำไว้ได้ในมือเดียว เมื่อใช้ร่วมกับ only จะเน้นว่ากลุ่มที่วางขายในเชิงพาณิชย์มีจำกัดมากเมื่อเทียบกับต้นสน 30 สายพันธุ์ที่ให้เมล็ดกินได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Thirty restaurants applied, but only a handful were selected,” คำว่า “a handful” หมายถึงอะไร

  1. ร้านอาหารทั้งหมด
  2. ร้านอาหารจำนวนน้อยมาก
  3. ร้านอาหารห้าแห่งพอดี
ดูคำตอบ

ร้านอาหารจำนวนน้อยมาก

Like Korean pine,

0:55

หนึ่งในนั้นคือสนเกาหลี

which grows here in northeastern China.

0:56

ซึ่งเติบโตที่นี่ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

It needs specific conditions to grow.

1:00

มันต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะในการเติบโต

And unlike almonds and pecans, ลำดับความ

1:02

และต่างจากอัลมอนด์กับพีแคน

which can be commercially grown on orchards and plantations,

1:04

ที่สามารถปลูกเชิงพาณิชย์ในสวนผลไม้และไร่ขนาดใหญ่ได้

most pine nuts come from natural forests.

1:07

เมล็ดสนส่วนใหญ่มาจากป่าธรรมชาติ

ลำดับความ

Unlike almonds and pecans: ตั้งประเด็นเปรียบต่าง

ประโยคเริ่มด้วย Unlike almonds and pecans เพื่อบอกก่อนว่าเมล็ดสนถูกนำไปเปรียบเทียบกับอะไร วลีบุพบทที่อยู่ต้นประโยคนี้หมายถึง “ต่างจากอัลมอนด์และพีแคน” และตั้งความแตกต่างไว้ก่อนข้อความหลัก อนุประโยคที่มี which และอยู่ระหว่างจุลภาคเป็นเพียงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัลมอนด์และพีแคน ข้อความหลักเริ่มต่ออีกครั้งที่ most pine nuts come from natural forests สามารถนำรูปแบบ Unlike + นามวลี, ประโยคหลัก ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติม unlike เพื่อวางสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบไว้หน้านามวลี: ____ weekday trains, weekend trains run only once an hour.

ดูคำตอบ

Unlike

The trees need to grow for at least 25 to 50 years

1:11

ต้นสนต้องเติบโตอย่างน้อย 25 ถึง 50 ปี

before they bear cones and seeds. การใช้คำ

1:15

ก่อนจะออกลูกสนและเมล็ด

การใช้คำ

Bear cones and seeds: bear ในความหมายว่าออกผล

bear ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ผลิต” หรือ “ออก” ประโยคนี้บอกว่าในที่สุดต้นไม้จะออกโคนสนและเมล็ดตามกระบวนการเติบโตตามธรรมชาติ ความหมายเกี่ยวกับพืชแบบเดียวกันพบได้ใน bear fruit, bear flowers และ bear crops ส่วนสำนวนเปรียบเทียบ bear fruit หมายถึง “ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประโยชน์” แต่ในประโยคต้นฉบับเป็นความหมายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After years of care, the cherry tree began to bear fruit,” คำว่า bear หมายถึงอะไร?

  1. ผลิตหรือออกผล
  2. อดทนโดยไม่บ่น
  3. ขนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

ผลิตหรือออกผล

Even after all this time,

1:18

แม้จะผ่านมานานขนาดนั้น

individual trees will only be ripe for picking once every 2 years. วลี

1:21

ต้นสนแต่ละต้นก็พร้อมให้เก็บเกี่ยวเพียงหนึ่งครั้งในทุกสองปี

วลี

ripe for picking: สุกพร้อมเก็บ

“Ripe for picking” หมายถึงผลไม้ เมล็ด หรือผลผลิตที่สุกถึงระยะซึ่งสามารถและควรเก็บเกี่ยวได้แล้ว ในที่นี้ picking หมายถึงการเก็บผลผลิตจากต้น ไม่ใช่การเลือกจากหลายตัวเลือก โครงสร้าง be ripe for + คำนามหรือวลี -ing ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย โดยหมายถึงสถานการณ์พัฒนามาถึงจุดที่เหมาะแก่การกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย ripe for และรูป -ing ของ pick: The peaches are ____.

ดูคำตอบ

ripe for picking

When the time comes, วลี

1:28

เมื่อถึงเวลา

วลี

When the time comes: เมื่อถึงเวลา

“When the time comes” หมายถึงเมื่อช่วงเวลาในอนาคตที่คาดไว้หรือเหมาะสมมาถึง โดยเข้าใจ the time จากบริบท ไม่ได้หมายถึงเวลาที่เจาะจงบนนาฬิกา วลีนี้เป็นอนุประโยคเวลาที่ขึ้นต้นด้วย when และวางกรอบว่าการกระทำหลักจะเกิดขึ้นเมื่อใด แม้จะพูดถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ comes ในรูปปัจจุบัน ไม่ใช้ will come ในอนุประโยคนี้ เช่น “When the time comes, we’ll act.”

แบบฝึกหัด

วันเกษียณของเพื่อนร่วมงานกำหนดไว้แน่นอนแล้ว แต่ยังเหลืออีกหลายปี ข้อใดขึ้นต้นประโยคและสื่อว่า “เมื่อถึงช่วงนั้นในอนาคต” ได้ดีที่สุด: ___, we'll organize a farewell event.

  1. If the time comes
  2. When the time comes
  3. When the time is right
ดูคำตอบ

When the time comes

local harvesters make their way into the forest วลี

1:30

คนเก็บผลผลิตในท้องถิ่นจะเดินทางเข้าไปในป่า

วลี

make their way into the forest: เดินทางเข้าไปในป่า

make their way into หมายถึง “เคลื่อนตัวไปยังสถานที่หนึ่งแล้วเข้าไปข้างใน” ในที่นี้ their สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ local harvesters รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ make + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way into + สถานที่ เช่น I make my way, she makes her way และ they make their way วลีนี้เน้นเส้นทางหรือความคืบหน้าของการเคลื่อนที่ และมักสื่อว่าต้องใช้เวลา ความระมัดระวัง หรือความพยายาม ไม่ได้หมายความว่าคนเก็บผลผลิตสร้างทางขึ้นมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make one's way into After a long walk through the canyon, the hikers finally ____ the quiet valley.

ดูคำตอบ

made their way into

to do the most dangerous part of the job

1:32

เพื่อทำส่วนที่อันตรายที่สุดของงาน

the moment they arrive,

1:34

ทันทีที่ไปถึง

scaling those 100-ft trees to reach the cones and seeds. การใช้คำ

1:36

พวกเขาจะปีนต้นไม้สูง 100 ฟุตเพื่อเก็บลูกสนและเมล็ด

การใช้คำ

scaling those 100-ft trees: ปีนต้นไม้สูง 100 ฟุตเหล่านั้น

ในที่นี้ scaling เป็นคำกริยา scale ซึ่งหมายถึง “ปีนขึ้น” วัตถุที่สูงหรือชัน คนเก็บผลผลิตปีนต้นไม้เพื่อไปให้ถึงลูกสนและเมล็ด พวกเขาไม่ได้กำลังวัดต้นไม้หรือทำให้ต้นไม้ใหญ่ขึ้น Scaling เป็นรูปกริยา -ing ที่บอกว่าพวกเขาทำอะไรเมื่อมาถึง ความหมายว่า “ปีน” นี้มักใช้กับกำแพง หน้าผา ภูเขา และต้นไม้สูง และอาจทำให้การปีนนั้นฟังดูยากลำบาก

แบบฝึกหัด

scaled ในประโยคนี้หมายถึงอะไร The rescue team scaled the icy wall to reach the stranded hikers.

  1. ทำให้ใหญ่ขึ้น
  2. วัดอย่างละเอียด
  3. ปีนขึ้นไป
ดูคำตอบ

ปีนขึ้นไป

Those who are willing climb 20 to 30 trees each day,

1:41

คนที่ยอมเสี่ยงจะปีนต้นไม้วันละ 20 ถึง 30 ต้น

armed with long poles and spikes attached to their boots, การใช้คำ

1:53

พร้อมไม้ยาวและเหล็กแหลมที่ติดกับรองเท้าบูต

การใช้คำ

armed with: มีทรัพยากรพร้อมสำหรับทำภารกิจ

ใน armed with long poles and spikes attached to their boots คำว่า armed with หมายถึงมีอุปกรณ์หรือสิ่งที่ต้องใช้พร้อม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพกอาวุธ ข้อความนี้บอกว่าคนงานมีอะไรพร้อมใช้สำหรับงานนั้น โครงสร้าง be armed with + นามวลี ยังใช้กล่าวถึงเครื่องมือ ข้อมูล ทักษะ หรือหลักฐานว่าเป็นทรัพยากรที่ทำให้คนคนหนึ่งพร้อมลงมือทำได้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The researchers entered the meeting ____ fresh evidence.

ดูคำตอบ

armed with

which they use to knock the cones to the forest floor.

1:57

ซึ่งใช้ตีลูกสนให้ตกลงบนพื้นป่า

Because of the risk ไวยากรณ์

2:25

เพราะมีความเสี่ยง

and because this job can't be done by machines,

2:26

และงานนี้ไม่สามารถใช้เครื่องจักรทำได้

ไวยากรณ์

Because of + นามวลี ... because + อนุประโยค

Because of และ because ต่างก็ใช้บอกเหตุผล แต่ต้องตามด้วยองค์ประกอบทางไวยากรณ์ที่ต่างกัน Because of ตามด้วยนามวลี เช่น because of the risk ส่วน because ตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยา เช่น because this job can't be done by machines ในประโยคนี้ โครงสร้างทั้งสองเชื่อมคู่ขนานกันเพื่อนำเสนอเหตุผลสองข้อที่แยกจากกันและมีน้ำหนักเท่ากัน ให้เลือกโดยดูโครงสร้างไวยากรณ์หลังคำเชื่อม ไม่ใช่แปลเพียงแนวคิดกว้าง ๆ ว่าเป็นสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ because of และ because อย่างละหนึ่งครั้ง: The match was canceled ____ the heavy rain and ____ the field was unsafe.

ดูคำตอบ

because of · because

processors must also pay for accident insurance.

2:29

ผู้แปรรูปจึงต้องจ่ายค่าประกันอุบัติเหตุด้วย

It costs about 900 yuan,

2:32

ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 900 หยวน

or $139 per worker each month.

2:34

หรือ 139 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน

And insurance costs get even more expensive

2:38

และค่าประกันก็ยิ่งแพงขึ้น

for harvesting companies when paying for workers by the day. วลี

2:40

สำหรับบริษัทเก็บเกี่ยวที่จ่ายค่าจ้างคนงานเป็นรายวัน

วลี

by the day. — จ่ายค่าจ้างคนงานเป็นรายวัน

By the day หมายถึงการจัดการจ่ายเงินโดยใช้หนึ่งวันเป็นหน่วย ในประโยคนี้วลีนี้ขยายความ paying for workers หมายความว่าบริษัทเก็บเกี่ยวจ่ายค่าจ้างคนงานตามวันที่ทำงาน ไม่ใช่จ่ายเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือตามงาน วลีนี้บอกหลักเกณฑ์ที่ใช้คำนวณค่าจ้างหรือค่าใช้จ่าย ไม่ได้หมายความว่างานหรือประกันจะมีระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน

Now climbing up the mountain

2:46

ตอนนี้การขึ้นเขา

to get pine cones is done manually.

2:49

ไปเก็บลูกสนต้องทำด้วยแรงคน

We used to hire a truck to pull them for 500 yuan, ไวยากรณ์

2:52

เมื่อก่อนเราเช่ารถบรรทุกมาลากขนในราคา 500 หยวน

now it's 800.

2:55

ตอนนี้ขึ้นเป็น 800 หยวน

ไวยากรณ์

used to hire — การจ้างรถบรรทุกที่เคยทำในอดีต

Used to hire เป็นรูปแบบ used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำหรือรูปแบบที่เกิดซ้ำในอดีต แต่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้วหรือเปลี่ยนไป ในที่นี้ผู้พูดเคยจ้างรถบรรทุกเป็นประจำ และ now แสดงว่าสถานการณ์ โดยเฉพาะราคา ได้เปลี่ยนไปแล้ว รูปแบบนี้ต่างจาก be used to + -ing ซึ่งหมายถึง “เคยชินกับ” และต่างจาก be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งบอกจุดประสงค์ในโครงสร้างประโยคถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมในประโยคนี้เพื่อแสดงว่าเคยมีนิสัยจ้างรถบรรทุกในอดีต แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว “We ____ a truck, but we no longer do.”

  1. used to hire
  2. are used to hiring
  3. used for hiring
ดูคำตอบ

used to hire

Manpower used to be 300, 400,

2:56

เมื่อก่อนค่าแรงอยู่ที่ 300 หรือ 400 หยวน

now it's up to 900 up to the highest point.

2:57

ตอนนี้ขึ้นไปถึง 900 หยวนสำหรับจุดที่สูงที่สุด

Another unpredictable element of harvesting pine nuts

3:01

อีกปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ในการเก็บเมล็ดสน

is just how much time harvesters have to collect the pine cones each season. ไวยากรณ์

3:04

คือแต่ละฤดู คนเก็บเกี่ยวมีเวลาเก็บลูกสนนานแค่ไหน

ไวยากรณ์

just how much time: การเน้นภายในอนุประโยค

just how much time เน้นความหมายของ how much time ให้ชัดขึ้นว่า ปริมาณเวลาที่แน่นอนนั้นยังไม่แน่นอนและเป็นเรื่องสำคัญ ในที่นี้ just หมายถึง “อย่างแน่ชัด” หรือ “กันแน่” ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” อนุประโยคทั้งส่วน just how much time harvesters have ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is เพื่อบอกว่าปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้อีกอย่างคืออะไร เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่อยู่ภายในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า harvesters have ไม่ใช่ do harvesters have

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเน้นย้ำที่มี just และอยู่ภายในประโยค: We need to find out ____ we have before the doors close.

ดูคำตอบ

just how much time

For example,

3:09

ตัวอย่างเช่น

the Korean pine season typically starts on September 1st

3:10

ฤดูเก็บเกี่ยวสนเกาหลีมักเริ่มในวันที่ 1 กันยายน

and can last as long as 2 months ไวยากรณ์

3:14

และอาจยาวนานถึงสองเดือน

or be as short as 20 days.

3:16

หรือสั้นเพียง 20 วัน

ไวยากรณ์

as long as ... or as short as สำหรับระยะเวลาสองขั้ว

as long as 2 months และ as short as 20 days แสดงปลายขอบเขตที่เป็นไปได้สองด้านซึ่งตรงข้ามกันของระยะเวลาฤดูเก็บเกี่ยว long และ short บอกความยาวของเวลา ส่วนรูปแบบ as ... as แสดงค่าปลายสุดที่ฤดูหนึ่งอาจไปถึงได้ โครงสร้างคู่ขนาน can last ... or be ... ทำให้เห็นช่วงอย่างชัดเจนว่า บางฤดูอาจยาวนานสองเดือน แต่อีกบางฤดูอาจสิ้นสุดหลังจากเพียง 20 วัน ในที่นี้ as long as หมายถึง “ยาวนานได้ถึงระยะเวลานี้” ไม่ได้หมายถึง “ตราบใดที่” ซึ่งเป็นเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนคู่ที่บอกระยะเวลายาวที่สุดและสั้นที่สุดที่เป็นไปได้: The battery life can be ____ twelve hours or ____ two hours in extreme cold.

ดูคำตอบ

as long as · as short as

This brief window of time สำนวน

3:19

ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้

means laborers have to collect as many cones as possible ไวยากรณ์

3:20

ทำให้คนงานต้องเก็บลูกสนให้ได้มากที่สุด

into their large burlap sacks.

3:23

ใส่กระสอบป่านใบใหญ่

สำนวน

brief window of time: โอกาสสั้น ๆ ในการลงมือทำ

ในประโยคนี้ brief window of time หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มีขอบเขตจำกัดและสามารถทำงานได้ คำว่า window เป็นการเปรียบเทียบ โดยมองช่วงเวลานี้เหมือนช่องเปิดที่กำลังจะปิดลง วลีนี้มักเน้นโอกาสในการลงมือทำ ไม่ใช่แค่ความยาวของเวลา เพราะเวลาที่มีอยู่นั้นสั้น คนงานจึงต้องรีบลงมือก่อนที่โอกาสจะหมดไป

แบบฝึกหัด

brief window of time หมายถึงอะไรในประโยคนี้: “There is a brief window of time to submit the form before the site closes”?

  1. ช่วงเวลาสั้น ๆ และจำกัดที่ยังส่งแบบฟอร์มได้
  2. ช่วงเวลายาวนานที่ไม่มีกำหนดเวลา
  3. ช่องเปิดจริงที่อยู่ข้างเว็บไซต์
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาสั้น ๆ และจำกัดที่ยังส่งแบบฟอร์มได้

ไวยากรณ์

as many cones as possible: การทำให้จำนวนสิ่งที่นับได้มากที่สุด

โครงสร้าง as many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + as possible หมายถึงจำนวนมากที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้อ ในประโยคนี้ cones เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ จึงใช้ many เพื่อบอกจำนวน โครงสร้างนี้ตั้งเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน สิ่งที่เป็นไปได้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดจริง เช่น เวลา พื้นที่ หรือความสามารถ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่แสดงจำนวนมากที่สุดของสิ่งที่นับได้: “Pack as ____ flashlights as ____ into the van.”

ดูคำตอบ

many · possible

On average,

3:26

โดยเฉลี่ยแล้ว

they can fill 4 to 6 bags a day,

3:27

พวกเขาบรรจุได้วันละสี่ถึงหกกระสอบ

with a single sack often weighing as much as 142 lb.

3:29

และกระสอบหนึ่งใบมักหนักได้ถึง 142 ปอนด์

They get paid by processors in two ways.

3:36

ผู้แปรรูปจ่ายเงินให้พวกเขาสองแบบ

First, ลำดับความ

3:38

แบบแรก

they earn a day rate, การใช้คำ

3:39

พวกเขาได้ค่าจ้างรายวัน

which is around $123 a day.

3:40

ซึ่งอยู่ที่ประมาณวันละ 123 ดอลลาร์

การใช้คำ

a day rate: ค่าจ้างสำหรับหนึ่งวันทำงาน

“A day rate” คือจำนวนเงินคงที่ที่คนทำงานหรือผู้รับจ้างได้รับ หรือที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ สำหรับการทำงานหนึ่งวัน ในประโยคนี้ ประมาณ 123 ดอลลาร์ต่อวันเป็นเกณฑ์แบบแรกที่ใช้คำนวณค่าจ้างของคนงาน วลีนี้ระบุหน่วยที่ใช้คำนวณการจ่ายเงิน ไม่ได้หมายถึงรายได้ทั้งหมดของบุคคลนั้น และไม่ได้แปลว่างานจะใช้เวลาเพียงวันเดียวเสมอไป

แบบฝึกหัด

นักออกแบบคนหนึ่งเรียกเก็บเงินคงที่ 400 ดอลลาร์สำหรับการทำงานเต็มวันแต่ละวัน เงิน 400 ดอลลาร์นี้หมายถึงอะไร

  1. the designer's day rate
  2. the designer's total salary
  3. the designer's hourly rate
ดูคำตอบ

the designer's day rate

And second,

3:43

และแบบที่สอง

they get paid by how much they harvest. วลี

3:43

พวกเขาได้รับเงินตามปริมาณที่เก็บได้

ลำดับความ

ใช้ First, ... And second, เพื่อบอกลำดับหัวข้อ

“First,” ใช้บอกว่ากำลังเริ่มหัวข้อแรก และ “And second,” ใช้บอกว่ากำลังเริ่มหัวข้อที่สอง ในที่นี้ second เป็นเลขลำดับที่หมายถึง “หัวข้อที่สอง” ไม่ใช่หน่วยเวลา คำบอกลำดับคู่นี้แบ่งวิธีจ่ายค่าจ้างสองแบบที่อยู่ในระดับเดียวกันให้ชัดเจน และ And ยังเชื่อมหัวข้อที่สองเข้ากับหัวข้อแรกในรายการเดียวกัน ทำให้ติดตามคำอธิบายที่ยาวขึ้นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

คำบอกลำดับคู่ใดแบ่งวิธีจ่ายค่าจ้างสองแบบได้ชัดเจนที่สุด

  1. First, they receive a fixed fee. After a second, they earn a bonus.
  2. First, they receive a fixed fee. And second, they earn a bonus.
  3. At first, they receive a fixed fee. In a second, they earn a bonus.
ดูคำตอบ

First, they receive a fixed fee. And second, they earn a bonus.

วลี

get paid by how much they harvest: ค่าจ้างตามปริมาณผลงาน

Get paid หมายถึงได้รับเงินตอบแทนจากการทำงาน ใน get paid by how much they harvest คำว่า by ใช้บอกเกณฑ์ที่นำมาคำนวณค่าจ้างของคนงาน ซึ่งก็คือปริมาณที่พวกเขาเก็บเกี่ยวได้ ในที่นี้ไม่ได้ใช้ระบุผู้จ่ายเงิน How much they harvest เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมและเป็นกรรมของ by โดยใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า they harvest ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ ได้แก่ get paid by the hour และ get paid by how many units you complete

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการคำนวณค่าจ้างจากบทเรียน: At this farm, seasonal workers ____ how much fruit they collect.

ดูคำตอบ

get paid by

As of September 2021, วลี

3:46

ณ เดือนกันยายน 2021

a processor will pay $720 for four full bags of cones.

3:47

ผู้แปรรูปจะจ่าย 720 ดอลลาร์สำหรับลูกสนเต็มสี่กระสอบ

วลี

As of September 2021: การระบุวันที่อ้างอิง

As of September 2021 กำหนดให้เดือนกันยายน 2021 เป็นจุดอ้างอิงของราคาที่ตามมา ในประโยคนี้หมายความว่า 720 ดอลลาร์คือราคาที่ผู้แปรรูปเสนอโดยอิงจากข้อมูลที่ใช้ได้ในเวลานั้น วลีนี้จึงผูกตัวเลขไว้กับวันที่ ไม่ได้นำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง As of อาจบอกสถานะ ณ วันที่หนึ่ง หรือบอกจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่มีผลตั้งแต่วันนั้นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อความ ประโยคนี้เน้นภาพรวม ณ ช่วงเวลาหนึ่ง จึงไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่าราคายังคงเป็น 720 ดอลลาร์หลังจากนั้นหรือยังเป็นราคานี้ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานค่าธรรมเนียมว่าเป็นสถานะ ณ วันที่อ้างอิง โดยไม่ได้บอกว่าดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่นั้นหรือจำเป็นต้องไปถึงค่านั้นภายในวันดังกล่าว

  1. As of July 1, 2024, the fee is $20.
  2. By July 1, 2024, the fee will be $20.
  3. Since July 1, 2024, the fee has been $20.
ดูคำตอบ

As of July 1, 2024, the fee is $20.

These bags then go to a processing facility

3:53

จากนั้นกระสอบเหล่านี้จะถูกส่งไปยังโรงงานแปรรูป

where the cones are opened and crushed ไวยากรณ์

3:57

ที่ซึ่งลูกสนจะถูกเปิดและบด

to reveal the pine nut shells inside.

3:59

เพื่อเผยให้เห็นเมล็ดสนที่ยังมีเปลือกอยู่ข้างใน

ไวยากรณ์

are opened and crushed: การกระทำแบบกรรมวาจกที่วางขนานกัน

ใน are opened and crushed โคนสนเป็นสิ่งที่รับการกระทำสองอย่าง กริยาช่วย are ที่ใช้ร่วมกันกับกริยาช่องสาม opened และ crushed ทำให้เกิดโครงสร้างกรรมวาจกแบบขนาน ซึ่งเท่ากับ are opened and are crushed โครงสร้างนี้เน้นที่วัสดุและขั้นตอนการแปรรูป ผู้ที่ทำงานหรือเครื่องจักรไม่จำเป็นต้องถูกกล่าวถึงเมื่อไม่ทราบหรือไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเป็นใครหรือสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคขั้นตอนให้สมบูรณ์ด้วยรูปกรรมวาจกแบบขนานของ wash และ slice: The apples ____ before they are dried.

ดูคำตอบ

are washed and sliced

Cones that are sold to processors

4:05

ลูกสนที่ขายให้ผู้แปรรูป

often come in green and unripened

4:06

มักยังเป็นสีเขียวและไม่สุก

and need additional processing.

4:09

จึงต้องผ่านการแปรรูปเพิ่มเติม

If it's early on,

4:12

หากเป็นช่วงต้นฤดู

because this is too light,

4:12

เพราะลูกนี้เบาเกินไป

it hasn't opened

4:14

มันจึงยังไม่เปิด

yet. It has to be let to ferment

4:15

ต้องปล่อยให้มันหมัก

with a cloth to let it heat up.

4:18

โดยคลุมผ้าไว้เพื่อให้เกิดความร้อน

It will open up like this.

4:22

แล้วมันจะเปิดออกแบบนี้

It's easier to work with the machine that I just bought.

4:33

ใช้เครื่องที่ผมเพิ่งซื้อมาทำงานได้ง่ายกว่า

On September 1st,

4:40

วันที่ 1 กันยายน

I have to wait until the 15th or the 10th

4:41

ผมต้องรอถึงวันที่ 10 หรือ 15

to work with them.

4:43

จึงจะนำมันมาแปรรูปได้

But after the 15th of September,

4:46

แต่หลังวันที่ 15 กันยายน

it's not necessary to do

4:47

ก็ไม่จำเป็นต้องทำ

that. I can work with them the same day.

4:49

แบบนั้นแล้ว ผมแปรรูปได้เลยในวันนั้น

Knowing exactly when a pine cone needs to be threshed โน้ต

4:52

การรู้เวลาที่แน่ชัดว่าควรนวดแยกเมล็ดจากลูกสนเมื่อใด

is an important part of the process,

4:55

เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ

ไวยากรณ์

Knowing exactly when ... is: อนุประโยค gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

อนุประโยค -ing ทั้งหมด Knowing exactly when a pine cone needs to be threshed ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค Knowing เป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม และอนุประโยค when ช่วยเติมความหมายโดยระบุให้ชัดว่าต้องรู้อะไร เพราะประธานนี้หมายถึงกิจกรรมหรือความรู้หนึ่งเรื่อง กริยาหลักจึงเป็นเอกพจน์คือ is ภายในอนุประโยค when ที่ซ้อนอยู่ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า—when a pine cone needs to be threshed—ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค knowing เป็นประธานได้ถูกต้อง และยังคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค when ที่ซ้อนอยู่?

  1. Knowing exactly when the bread needs to come out is an important part of baking.
  2. Knowing exactly when does the bread need to come out is an important part of baking.
  3. Knowing exactly when the bread needs to come out are an important part of baking.
ดูคำตอบ

Knowing exactly when the bread needs to come out is an important part of baking.

การใช้คำ

threshed: แยกเมล็ดด้วยการแปรรูป

ในที่นี้ threshed คือรูป past participle ของ thresh ที่ใช้ในโครงสร้างกรรมวาจก หมายถึงการตี กลิ้ง หรือใช้เครื่องจักรแปรรูปลูกสน เพื่อให้เมล็ดแยกออกจากวัสดุที่ยึดเมล็ดไว้ ใจความสำคัญคือการแยก ไม่ใช่เพียงการตีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในคำอธิบายกระบวนการ thresh ระบุขั้นตอนการนำเมล็ดออก และใช้กับสิ่งอื่นนอกเหนือจากธัญพืชแบบดั้งเดิมได้เมื่อมีการใช้แรงเชิงกลคล้ายกันเพื่อปล่อยเมล็ดออกมา

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับการแปรรูปลูกสน threshed หมายถึงอะไร

  1. ถูกเก็บไว้จนกว่าเมล็ดจะมีราคาแพงขึ้น
  2. ผ่านการตีหรือใช้แรงเชิงกลเพื่อให้เมล็ดแยกออกจากลูกสน
  3. ถูกวัดเพื่อหาขนาดที่แน่นอนของลูกสน
ดูคำตอบ

ผ่านการตีหรือใช้แรงเชิงกลเพื่อให้เมล็ดแยกออกจากลูกสน

as it can determine the quality of the seeds inside

4:57

เพราะอาจเป็นตัวกำหนดคุณภาพของเมล็ดข้างใน

and ultimately the final price they can be sold for. ไวยากรณ์

5:00

และท้ายที่สุดคือราคาที่จะขายได้

ไวยากรณ์

the final price they can be sold for: that ที่ถูกละและ for ท้ายประโยค

ในที่นี้ they หมายถึง seeds ส่วน they can be sold for เป็นอนุประโยคขยายคำนาม price สรรพนามเชื่อมความที่ถูกละไว้สามารถเติมกลับเป็น that ได้: the price that they can be sold for โดยละ that ได้เพราะทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุพบท for ที่อยู่ท้ายอนุประโยค for ที่อยู่ท้ายประโยคเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ sell something for a price ในความหมายพื้นฐาน they can be sold for that price คำว่า for นำหน้าจำนวนเงินที่ได้รับจากการขาย ไม่ได้บอกจุดประสงค์และไม่ใช่คำส่วนเกินที่ไม่จำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่ sell for a price ต้องใช้: This is the lowest price the laptop can be sold ____.

ดูคำตอบ

for

If you don't process them quickly,

5:04

หากไม่รีบแปรรูป

they will ferment and go bad. วลี

5:06

มันจะหมักและเน่าเสีย

วลี

go bad สำหรับบอกว่าอาหารเสีย

ในประโยคนี้ go bad หมายถึงเมล็ดสนจะเปลี่ยนจากอาหารที่ยังใช้ได้เป็นอาหารที่เสีย เพราะถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้แปรรูป คำว่า bad บอกสภาพของอาหาร ไม่ได้พูดถึงศีลธรรมหรือผลงานของมัน ในโครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ คำว่า go แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม go bad เป็นสำนวนทั่วไปในชีวิตประจำวันที่หมายความว่าสิ่งนั้นไม่สดหรือไม่เหมาะจะใช้อีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ go bad: The milk smells sour, so it has ____.

ดูคำตอบ

gone bad

It will affect the color of the pine nuts,

5:09

ซึ่งจะส่งผลต่อสีของเมล็ดสน

and the quality and the taste.

5:11

รวมถึงคุณภาพและรสชาติ

But we will process them quickly

5:16

แต่เราจะรีบแปรรูป

and not let them sit for too long. ไวยากรณ์

5:20

และไม่ปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป

ไวยากรณ์

Let them sit: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการยอมให้กรรมทำบางสิ่งหรือคงอยู่ในสภาพหนึ่ง ดังนั้น let them sit จึงใช้ sit ไม่ใช่ to sit ในที่นี้ sit ไม่ได้หมายถึงคนนั่ง แต่หมายถึงวัสดุยังคงอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้รับการแปรรูป คำว่า not ในบริบทปฏิเสธ let กล่าวคือผู้พูดจะป้องกันไม่ให้สภาพที่ยังไม่ได้แปรรูปนั้นดำเนินอยู่นานเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ sit หลัง let: Don't let the wet towels ____ in the basket overnight.

ดูคำตอบ

sit

It's only after the pine cone scales are opened ไวยากรณ์

5:29

ต้องรอให้เกล็ดของลูกสนเปิดออกก่อน

that the pine nuts can be extracted.

5:31

จึงจะนำเมล็ดสนออกมาได้

ไวยากรณ์

โครงสร้างเน้น It's only after ... that ...

ในโครงสร้างเน้น It is only after X that Y คำว่า only มีขอบเขตอยู่ที่ after X ประโยคจึงเสนอว่า X เป็นเงื่อนไขก่อนหน้าที่จำเป็น กล่าวคือ Y จะเกิดขึ้นไม่ได้จนกว่า X จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อเทียบกับอนุประโยค after แบบธรรมดา โครงสร้างนี้เน้นความสัมพันธ์แบบพึ่งพาและลำดับขั้นมากกว่า ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือการที่เกล็ดเปิดออก ไม่ได้หมายความว่า “นำออกมาเฉพาะเมล็ดสนเท่านั้น” ส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนรวมกันเป็นกรอบประโยคเดียวที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างเน้น: ____ the final safety check ____ the doors can be opened.

ดูคำตอบ

It's only after · that

And even then, ลำดับความ

5:33

และถึงอย่างนั้น

the cones don't yield many seeds. การใช้คำ

5:34

ลูกสนก็ให้เมล็ดไม่มาก

ลำดับความ

even then ในฐานะคำเชื่อมเชิงยอมรับข้อเท็จจริง

Even then เชื่อมข้อความถัดไปเข้ากับขั้นหรือเงื่อนไขที่เพิ่งกล่าวถึง พร้อมเพิ่มความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริง กล่าวคือ แม้จะมาถึงจุดที่เอื้ออำนวยนั้นแล้ว ผลลัพธ์ที่คาดหวังก็ยังมีข้อจำกัด ในที่นี้ then ย้อนกลับไปถึงขั้นที่ลูกสนเปิดกว้างพอให้นำเมล็ดออกมาได้ ส่วน even บอกว่าข้อเท็จจริงถัดไปนั้นน่าประหลาดใจหรือน่าผิดหวัง สำนวนนี้จัดลำดับเหตุผลเป็น “เงื่อนไขสำเร็จแล้ว → ยังมีอุปสรรคเพิ่ม” ไม่ใช่เพียง “เหตุการณ์ A → เหตุการณ์ B”

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งได้ขยายเส้นตายแล้ว แต่งานก็อาจยังไม่เสร็จ ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าขั้นตอนที่ดูเป็นผลดีนั้นอาจยังแก้ปัญหาไม่ได้

  1. At first, we might not finish the work.
  2. Even then, we might not finish the work.
  3. Then, we might not finish the work.
ดูคำตอบ

Even then, we might not finish the work.

การใช้คำ

yield many seeds: yield ในฐานะสกรรมกริยาที่หมายถึงการให้ผลผลิต

ในที่นี้ yield เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึง “ผลิตสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมาเป็นปริมาณหรือผลลัพธ์” โดย the cones เป็นแหล่งที่ให้ผลผลิต ส่วน many seeds คือสิ่งที่ผลิตได้และปริมาณของมัน เนื่องจากคำนี้อยู่ใน don't yield many seeds ประโยคจึงหมายความว่าโคนสนให้เมล็ดน้อย ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้เมล็ดเลย ความหมายด้านการให้ผลผลิตนี้ใช้บรรยายผลผลิตจากพืช วัตถุดิบ กระบวนการ หรือการลงทุนได้

แบบฝึกหัด

ใช้ yield ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคในรายงานให้สมบูรณ์: In a good year, one hectare can ____ three tons of wheat.

ดูคำตอบ

yield

A single pine cone can produce 2 kg on average.

5:38

ลูกสนหนึ่งลูกให้ผลผลิตได้เฉลี่ย 2 กิโลกรัม

So,

5:41

ดังนั้น

some of them can weigh 1 kg.

5:43

บางลูกอาจหนักถึง 1 กิโลกรัม

This means that 250 kg of pine cones ลำดับความ

5:46

นั่นหมายความว่าลูกสน 250 กิโลกรัม

yields only 50 kg of pine nuts.

5:49

ให้เมล็ดสนเพียง 50 กิโลกรัม

ลำดับความ

This means that: เชื่อมจากหลักฐานไปสู่ข้อสรุป

This means that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไปและนำเข้าสู่ข้อสรุปหรือสิ่งที่อนุมานได้จากข้อมูลนั้น ในที่นี้ This หมายถึงตัวเลขน้ำหนักและปริมาณผลผลิตที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าตัวเลขเหล่านั้นแสดงอะไรเกี่ยวกับผลผลิตที่ต่ำ วลีนี้จัดคำอธิบายเป็นสองขั้นตอน คือเสนอข้อเท็จจริงหรือการคำนวณก่อน แล้วจึงระบุการตีความที่ตามมา ดังนั้น mean ในที่นี้จึงหมายถึง “บ่งชี้” หรือ “หมายความว่า” ไม่ใช่เพียง “ให้คำจำกัดความของคำหรือสำนวน”

แบบฝึกหัด

อ่าน: The road is flooded. This means that the school bus cannot get through. This means that ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. ให้คำจำกัดความของคำว่า school bus
  2. นำเข้าสู่ผลที่อนุมานจากข้อเท็จจริงที่ว่าถนนถูกน้ำท่วม
  3. บอกสาเหตุที่ทำให้ถนนถูกน้ำท่วม
ดูคำตอบ

นำเข้าสู่ผลที่อนุมานจากข้อเท็จจริงที่ว่าถนนถูกน้ำท่วม

Because a majority of pine trees grow in natural forests,

5:53

เนื่องจากต้นสนส่วนใหญ่เติบโตในป่าธรรมชาติ

there are large variations in the yield from year to year. วลี

5:56

ผลผลิตในแต่ละปีจึงแตกต่างกันมาก

วลี

from year to year: ความเปลี่ยนแปลงระหว่างปีต่าง ๆ

from year to year หมายถึง “จากปีหนึ่งไปสู่อีกปีหนึ่งตลอดช่วงเวลาหลายปี” ในประโยคนี้ใช้เพื่อแสดงว่าผลผลิตอาจแตกต่างกันมากในแต่ละปี สำนวนนี้เน้นความเปลี่ยนแปลงระหว่างปี ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นปีละครั้งหรือเกิดเป็นประจำทุกปี

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ตลอดหลายปีที่แตกต่างกัน” ลงในประโยค: The team's performance can vary greatly ____.

ดูคำตอบ

from year to year

This causes demand to often outweigh supply, การใช้คำ

6:00

ทำให้ความต้องการมักมีมากกว่าอุปทาน

การใช้คำ

outweigh supply: ความต้องการมากกว่าอุปทาน

outweigh ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าความต้องการมีมากกว่าอุปทาน โครงสร้าง A outweighs B หมายถึง A มีน้ำหนัก ความสำคัญ คุณค่า ผลกระทบ หรืออิทธิพลมากกว่า B ประธานคือฝ่ายที่เหนือกว่าในการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ demand เป็นประธานและ supply เป็นกรรม ดังนั้นหากสลับกัน ความหมายก็จะกลับกัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ outweigh ลงในประโยค: For this role, practical experience ____ formal qualifications.

ดูคำตอบ

outweighs

driving the overall price of pine nuts up. กริยาวลี

6:03

และดันราคาเมล็ดสนโดยรวมให้สูงขึ้น

กริยาวลี

drive the overall price of pine nuts up: ผลักดันให้ราคาโดยรวมของเมล็ดสนสูงขึ้น

ใน “driving the overall price of pine nuts up” คำว่า drive ... up หมายถึงทำให้บางสิ่งเพิ่มขึ้น กลุ่มคำนาม the overall price of pine nuts เป็นกรรมที่อยู่ระหว่าง drive กับ up จึงมีรูปแบบเป็น drive + กรรม + up อนุประโยค -ing driving ... up แสดงว่าราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทาน โครงสร้างนี้ใช้เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้ drive มีความหมายว่า “ทำให้เพิ่มขึ้น”: A cocoa shortage can drive chocolate prices ____.

ดูคำตอบ

up

But the price of each pine nut

6:06

แต่ราคาของเมล็ดสนแต่ละเมล็ด

also depends on its size.

6:08

ยังขึ้นอยู่กับขนาดด้วย

It's 28 to 30 for big ones,

6:10

เมล็ดใหญ่จะอยู่ที่ 28 ถึง 30

30 to 32 for big ones.

6:13

เมล็ดใหญ่จะอยู่ที่ 30 ถึง 32

$5 to $6.

6:17

5 ถึง 6 ดอลลาร์

That's a big difference,

6:20

นับว่าต่างกันมาก

because the high-end stuff is still more valuable. การใช้คำ

6:22

เพราะของเกรดสูงยังมีมูลค่ามากกว่า

การใช้คำ

high-end stuff: สินค้าระดับไฮเอนด์

ใน “high-end stuff” คำว่า high-end ใช้บรรยายสิ่งที่มีราคาแพง มีคุณภาพสูง หรืออยู่ในระดับบนของตลาด ส่วน stuff เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสินค้าที่กำลังพูดถึงแบบกว้าง ๆ ในที่นี้หมายถึงเมล็ดสนที่มีมูลค่าสูงกว่าเพราะอยู่ในระดับคุณภาพที่สูงกว่าหรือมีขนาดใหญ่กว่า Stuff เป็นคำนามนับไม่ได้เมื่อใช้ในความหมายนี้ จึงใช้ไวยากรณ์เอกพจน์ เช่น high-end stuff is ไม่ใช่ high-end stuffs are การใช้คำขยายที่ค่อนข้างเฉพาะอย่าง high-end คู่กับคำนามกว้าง ๆ อย่าง stuff ฟังเป็นธรรมชาติในการสนทนา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นธรรมชาติในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ เมื่อทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงสินค้าประเภทใด?

  1. The high-end stuff is more expensive.
  2. The stuff high-end is more expensive.
  3. The high-end stuff are more expensive.
  4. The high-end stuffs are more expensive.
ดูคำตอบ

The high-end stuff is more expensive.

Once processed, ไวยากรณ์

6:26

เมื่อแปรรูปแล้ว

some seeds are sold as they are now,

6:27

เมล็ดบางส่วนจะขายในสภาพที่เห็นอยู่นี้

ไวยากรณ์

Once processed: klausa waktu pasif yang dipendekkan

Once processed เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป โดยขยายกลับได้เป็น once the seeds are processed ซึ่ง once ระบุช่วงเวลาหลังจากการแปรรูปเสร็จสิ้น ส่วน processed แสดงว่าเมล็ดเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ประธานที่เข้าใจได้ของ processed คือ some seeds ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก การย่อแบบนี้ช่วยให้คำอธิบายขั้นตอนกระชับเมื่อทั้งสองอนุประโยคกล่าวถึงสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ย่อ "once the forms are approved" เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: "____, the forms are filed automatically."

ดูคำตอบ

Once approved

in their shells.

6:29

คือยังมีเปลือกอยู่

Others are sold

6:31

ส่วนเมล็ดอื่น ๆ จะขาย

as the white nuts you see in dishes like pesto.

6:32

ในรูปเมล็ดสีขาวที่เห็นในอาหารอย่างเพสโต

They are the same nuts,

6:35

ทั้งหมดเป็นเมล็ดชนิดเดียวกัน

just with the outer shell removed. ไวยากรณ์

6:36

เพียงแค่เอาเปลือกนอกออก

ไวยากรณ์

just with the outer shell removed: with + คำนาม + กริยาช่องสาม

ใน just with the outer shell removed คำว่า with ใช้นำเข้าสภาวะผลลัพธ์ที่มาพร้อมกับประโยคหลัก โดยนามวลี the outer shell ตามด้วยกริยาช่องสาม removed แสดงว่าเปลือกเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำและตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว just ในที่นี้หมายถึง “เพียงแค่” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการเอาเปลือกออกเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียว ส่วนตัวถั่วยังเหมือนเดิมในด้านอื่น ๆ Removed ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วย just + with + นาม + กริยาช่องสาม: "It is the same jacket, ____." The zipper has been replaced.

ดูคำตอบ

just with the zipper replaced

The two largest producers of pine nuts

6:39

แหล่งผลิตเมล็ดสนรายใหญ่ที่สุดสองแห่ง

are East Asia and the Mediterranean.

6:41

คือเอเชียตะวันออกและแถบเมดิเตอร์เรเนียน

Korean pine,

6:44

สนเกาหลี

which is the most common species to grow in China,

6:45

ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในจีน

makes up 59% of the world's global supply. กริยาวลี

6:47

คิดเป็น 59% ของอุปทานทั่วโลก

กริยาวลี

makes up + เปอร์เซ็นต์: บอกสัดส่วนของทั้งหมด

ในประโยคนี้ makes up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “คิดเป็น” Korean pine ถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของยอดรวมที่ใหญ่กว่า และ 59% บอกขนาดของส่วนนั้นภายในอุปทานทั่วโลก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A makes up X% of B โดย A เป็นส่วนย่อยและ B เป็นทั้งหมด make up ในที่นี้หมายถึง “ประกอบเป็น” ไม่ใช่ความหมายว่า “แต่งเรื่อง” “แต่งหน้า” หรือ “คืนดีกัน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายในรูปที่ถูกต้อง: In this survey, first-time buyers ____ 38% of all customers.

ดูคำตอบ

make up

By 2025,

6:52

ภายในปี 2025

the pine nut market is expected to grow by $332 million. ไวยากรณ์

6:53

คาดว่าตลาดเมล็ดสนจะเติบโตขึ้น 332 ล้านดอลลาร์

ไวยากรณ์

is expected to grow: รายงานการคาดการณ์

is expected to grow ใช้โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ be + expected + to-infinitive โดยนำเสนอการเติบโตว่าเป็นการคาดการณ์จากแหล่งข้อมูลที่ไม่ได้ระบุหรือไม่จำเป็นต้องระบุ ไม่ใช่คำสัญญาส่วนตัวของผู้พูด โครงสร้างนี้แสดงความคาดหมายที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วหรือการรับประกัน ในที่นี้ By 2025 ระบุเวลาเป้าหมายของการคาดการณ์ และ grow by $332 million หมายถึงเพิ่มขึ้น 332 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่มูลค่าตลาดสุดท้ายเท่ากับ 332 ล้านดอลลาร์

แบบฝึกหัด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเติบโต แต่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้มากที่สุด?

  1. The market grew last year.
  2. The market is expected to grow next year.
  3. The market is guaranteed to grow next year.
ดูคำตอบ

The market is expected to grow next year.

And with a growing demand for foods like pesto and hummus, ไวยากรณ์

6:59

และเมื่อความต้องการอาหารอย่างเพสโตและฮัมมุสเพิ่มขึ้น

it's likely that the price you pay for pine nuts ไวยากรณ์

7:03

ราคาเมล็ดสนที่คุณต้องจ่าย

will only continue to rise.

7:05

ก็น่าจะสูงขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

with a growing demand: วางภูมิหลังเพื่อเชื่อมไปสู่ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ with a growing demand นำเสนอสถานการณ์เบื้องหลังที่ช่วยอธิบายการคาดการณ์ราคาในประโยคหลัก ตรงนี้ with นำหน้ากลุ่มคำนาม ไม่ได้สื่อถึงการครอบครองหรือการอยู่ร่วมกับใคร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ with + กลุ่มคำนาม ตามด้วยประโยคหลักที่ระบุผลลัพธ์หรือการประเมิน รูปแบบนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงวิเคราะห์นำเสนอแนวโน้ม เงื่อนไข หรือสถานการณ์อย่างกระชับ ก่อนอธิบายผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำสี่คำจากบทเรียน เพื่อให้ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นภูมิหลัง: ____ for home batteries, factories are increasing output.

ดูคำตอบ

With a growing demand

ไวยากรณ์

it's likely that: คาดการณ์อย่างระมัดระวัง

It's likely that นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์และนำเสนอเนื้อหาว่ามีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน ในประโยคนี้ การที่ราคาจะสูงขึ้นต่อไปถูกนำเสนอเป็นการคาดการณ์ที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่รับประกันแล้ว รูปแบบ it is likely that + ประโยคย่อย เป็นวิธีแสดงการประเมินแบบไม่ระบุผู้ประเมิน ช่วยให้ผู้พูดหรือผู้เขียนคาดการณ์หรืออนุมานอย่างระมัดระวังโดยไม่ต้องบอกว่าใครเป็นผู้มีความเห็นนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคาดการณ์อย่างระมัดระวังว่าผลลัพธ์มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น โดยไม่ระบุว่าแน่นอน?

  1. It's possible that the train will be delayed.
  2. The train will definitely be delayed.
  3. It's likely that the train will be delayed.
ดูคำตอบ

It's likely that the train will be delayed.