ทำไมมิตรภาพบางอย่างจึงยืนยาว — และบางอย่างถึงไม่ - อีโซลต์ กิลเลสปี (Iseult Gillespie): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
670 คำ 150 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่ามิตรภาพส่งผลต่อการรับรู้ ความเป็นอยู่ที่ดี และพัฒนาการของเราอย่างไร ก่อนพาไปดูตั้งแต่การพบผู้คนใหม่ การสร้างความใกล้ชิด ไปจนถึงการรับมือความขัดแย้งด้วยการสื่อสารที่จริงใจและไม่ตัดสินกัน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. the liking gap. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจศัพท์จิตวิทยาที่หมายถึงแนวโน้มในการประเมินต่ำกว่าความจริงว่าคนอื่นชอบใช้เวลากับเรามากเพียงใด และใช้แนวคิดนี้ติดตามเหตุผลว่าทำไมการคาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับจึงช่วยให้การพบปะผู้คนง่ายขึ้น 2. Simply telling a friend about your day or sharing your interests can help build closeness. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตวลีกริยาเติม -ing สองวลีที่วางขนานกันและทำหน้าที่เป็นประธาน พร้อมนำรูปแบบนี้ไปใช้อธิบายว่าการกระทำง่าย ๆ อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกได้อย่างไร 3. share how the situation is making you feel — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การบอกปฏิกิริยาทางอารมณ์ของตนในบทสนทนาที่ยากแทนการกล่าวโทษอีกฝ่าย เพื่อพูดถึงความขัดแย้งอย่างตรงไปตรงมา สร้างสรรค์ และไม่ตัดสินกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In a 2008 study, psychologists asked participants to rate the steepness of a hill. วลี

0:07

ในการศึกษาเมื่อปี 2008 นักจิตวิทยาขอให้ผู้เข้าร่วมประเมินความชันของเนินเขา

วลี

rate the steepness of a hill: ประเมินว่าเนินเขาดูชันเพียงใด

ในที่นี้ rate เป็นคำกริยา หมายถึงประเมินสิ่งหนึ่งโดยจัดไว้ในระดับหรือให้คะแนน to rate the steepness of a hill คือการตัดสินว่าเนินนั้นดูชันเพียงใด steepness คือระดับความชัน ไม่ใช่ความสูงของเนิน และ rate ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเร็ว ในงานวิจัยนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงงานให้คะแนนตามความรู้สึก ไม่ใช่การวัดด้วยเครื่องมือ

แบบฝึกหัด

นักวิจัยขอให้ผู้คนให้คะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 10 ว่าทางเดินดูชันเพียงใด คำสั่งใดตรงกับงานนี้มากที่สุด

  1. Measure the path's height above sea level.
  2. Rate the steepness of the path.
  3. Record how fast people walk on the path.
ดูคำตอบ

Rate the steepness of the path.

Those who were accompanied by a good friend judged the hill to be less steep than people who were alone. โน้ต

0:13

ผู้ที่มีเพื่อนสนิทไปด้วยจะตัดสินว่าเนินเขานั้นชันน้อยกว่าผู้ที่อยู่คนเดียว

วลี

were accompanied by a good friend: รูปกรรมวาจกแบบเป็นทางการที่บอกว่ามีใครไปด้วย

were accompanied by a good friend ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be accompanied by + บุคคล หมายความว่าเพื่อนสนิทไปด้วยหรืออยู่ด้วย โดยคำที่ตามหลัง by ระบุว่าใครเป็นผู้ติดตามไปด้วย รูปประโยคแบบกรรตุวาจกที่มีความหมายตรงกันคือ A good friend accompanied them.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกแบบเป็นทางการของ accompany: At yesterday's appointment, the patient ____ her father.

ดูคำตอบ

was accompanied by

ไวยากรณ์

judged the hill to be less steep than: judge + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม

ใน judged the hill to be less steep than... คำว่า judge ใช้โครงสร้าง judge + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม โดย the hill เป็นกรรมที่ถูกประเมิน และ less steep เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกผลการประเมิน ส่วนที่มี than เพิ่มการเปรียบเทียบ ในที่นี้ to be ไม่ได้บอกจุดประสงค์ แต่เชื่อมกรรมเข้ากับคุณลักษณะที่กำหนดให้กรรมนั้น ดังนั้น judged the hill to be less steep จึงหมายถึงพวกเขาประเมินว่าเนินเขาชันน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจากโครงสร้าง judge + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม เพื่อทำข้อความประเมินอย่างเป็นทางการให้สมบูรณ์: The inspectors judged the bridge ____ safe.

ดูคำตอบ

to be

This is just one of many ways friendships can change how we see and move through the world. โน้ต

0:20

นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ วิธีที่มิตรภาพสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีที่เรามองและดำเนินชีวิตไปบนโลกใบนี้

วลี

just one of many ways: วางตัวอย่างหนึ่งไว้ในกลุ่มที่ใหญ่กว่า

just one of many ways นำเสนอตัวอย่างปัจจุบันว่าเป็นเพียงสมาชิกหนึ่งในกลุ่มที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” ผู้พูดจึงไม่ได้อ้างว่าตัวอย่างนี้ครอบคลุมเรื่องทั้งหมด กรอบประโยคนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการเชื่อมตัวอย่างเฉพาะหนึ่งตัวอย่างเข้ากับประเด็นที่กว้างขึ้น ใน one of many ways คำว่า ways เป็นพหูพจน์ เพราะกำลังเลือกหนึ่งสิ่งจากหลายสิ่ง

แบบฝึกหัด

just one of many ways ในประโยค 'This is just one of many ways exercise can improve your mood.' สื่อความหมายใด?

  1. นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง และยังมีวิธีอื่นอีก
  2. นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่การออกกำลังกายจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้
  3. การออกกำลังกายช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้เพียงวิธีเดียวเท่านั้น
ดูคำตอบ

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง และยังมีวิธีอื่นอีก

สำนวน

move through the world ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงวิถีชีวิต

ในที่นี้ move through the world เป็นคำเปรียบเทียบถึงวิธีที่คนคนหนึ่งใช้ชีวิต ลงมือทำ ตัดสินใจ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และรับมือกับชีวิต ไม่ได้หมายถึงการเดินทางข้ามโลกจริง ๆ ประโยคนี้วาง see คู่กับ move through โดยมิตรภาพสามารถส่งผลทั้งต่อวิธีที่เราเข้าใจโลก และต่อวิธีที่เรากระทำและสัมผัสชีวิตอยู่ในโลกนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ move through the world หมายความว่าอย่างไร?

  1. วิธีที่ผู้คนทำให้โลกเคลื่อนที่
  2. วิธีที่ผู้คนใช้ชีวิต ลงมือทำ และตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว
  3. วิธีที่ผู้คนไปเยือนทุกประเทศบนโลก
ดูคำตอบ

วิธีที่ผู้คนใช้ชีวิต ลงมือทำ และตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว

Friendships can boost our academic performance, วลี

0:26

มิตรภาพสามารถเพิ่มผลการเรียนของเรา

วลี

can boost academic performance: สามารถช่วยยกระดับผลการเรียน

Boost our academic performance หมายถึงทำให้เราเรียนได้ดีขึ้น ในที่นี้ boost ใช้ในเชิงเปรียบเทียบและสื่อถึงการช่วยผลักดันผลลัพธ์ให้ดีขึ้น ส่วน academic performance ครอบคลุมคะแนน ผลการเรียนรู้ และผลงานด้านการเรียนโดยรวม Can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ประโยคนี้บอกว่ามิตรภาพอาจช่วยเรื่องผลการเรียน แต่ไม่ได้รับประกันว่ามิตรภาพทุกแบบจะทำให้ผลลัพธ์ของนักเรียนทุกคนดีขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: A quiet place to study can ____.

ดูคำตอบ

boost academic performance

help us deal with setbacks, and even improve our health. กริยาวลี

0:28

ช่วยให้เรารับมือกับความพ่ายแพ้ และแม้กระทั่งพัฒนาสุขภาพของเราได้

กริยาวลี

deal with setbacks: รับมือกับความยากลำบากที่ขัดขวางความก้าวหน้า

deal with setbacks หมายถึงการเผชิญและรับมือกับความยากลำบากที่ขัดขวางความก้าวหน้า ในที่นี้ deal with ทำหน้าที่เป็นวลีเดียวกัน และตามด้วยสิ่งที่ต้องรับมือ setback คือปัญหา ความล้มเหลว หรือการถอยหลังชั่วคราวของความก้าวหน้า วลีนี้เน้นการตอบสนองต่อความยากลำบาก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแก้ปัญหาได้ทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนนี้: A helpful coach teaches players to ____ after a loss.

ดูคำตอบ

deal with setbacks

And the relationships we form in our childhood and teenage years ไวยากรณ์

0:33

และความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น

can shape our beliefs, values, and emotional growth. การใช้คำ

0:36

สามารถหล่อหลอมความเชื่อ ค่านิยม และการเติบโตทางอารมณ์ของเราได้

ไวยากรณ์

the relationships we form ...: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

ใน the relationships we form in our childhood and teenage years ส่วน we form in our childhood and teenage years เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย relationships รูปเต็มคือ the relationships that we form in our childhood and teenage years that เป็นกรรมของ form จึงละได้ในภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ ให้อ่านคำทั้งหมดเป็นนามวลีเดียว โดย we เป็นประธาน form เป็นกริยา และ relationships คือสิ่งที่เราสร้างขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสามารถละ that ได้โดยที่ประโยคยังถูกต้องตามหลักไวยากรณ์?

  1. The friendships that we build can last for years.
  2. The friendships that matter most are often few.
  3. The friendships that grow slowly can become strong.
ดูคำตอบ

The friendships that we build can last for years.

การใช้คำ

shape our beliefs, values, and emotional growth: หล่อหลอมความเชื่อ ค่านิยม และการเติบโตทางอารมณ์ของเรา

ในที่นี้ shape เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มีอิทธิพลต่อวิธีที่บางสิ่งพัฒนาไปตามเวลา” กรรมของคำนี้เป็นรายการสิ่งที่เป็นนามธรรม ได้แก่ beliefs, values และ emotional growth จึงไม่ได้หมายถึงการทำให้วัตถุมีรูปร่างทางกายภาพ ประโยคนี้บอกว่าความสัมพันธ์ในวัยเด็กและวัยรุ่นมีส่วนช่วยหล่อหลอมว่าเราเชื่ออะไร ให้ความสำคัญกับอะไร และเติบโตทางอารมณ์อย่างไร Shape สื่อถึงอิทธิพลที่สำคัญและค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การควบคุมอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “มีอิทธิพลต่อวิธีที่บางสิ่งพัฒนาไปตามเวลา” ลงในประโยค: Early experiences can ____ a person's values.

ดูคำตอบ

shape

It's clear that friendships are important,

0:40

เห็นได้ชัดว่ามิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญ

but making and maintaining friends isn't always easy. โน้ต

0:43

แต่การผูกมิตรและรักษามิตรภาพนั้นไม่ได้ง่ายเสมอไป

วลี

making and maintaining friends: การหาเพื่อนใหม่และรักษามิตรภาพ

ใน making and maintaining friends คำว่า making หมายถึงการสร้างมิตรภาพใหม่ ส่วน maintaining หมายถึงการทำให้มิตรภาพที่มีอยู่ดำเนินต่อไป รูป -ing ทั้งสองคำวางขนานกันและใช้กรรม friends ร่วมกัน วลี -ing ที่เชื่อมกันทั้งกลุ่มทำหน้าที่เป็นประธานของ isn't always easy ในที่นี้ผู้พูดมองการเริ่มต้นและรักษามิตรภาพเป็นความท้าทายโดยรวมหนึ่งอย่าง จึงใช้รูปเอกพจน์ isn't ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยารูป -ing สองคำจากบทเรียนลงในประโยค: ____ and ____ friendships takes time and care.

ดูคำตอบ

Making · maintaining

น้ำเสียง/เจตนา

isn't always easy: ยอมรับความยากโดยไม่พูดแบบเด็ดขาด

ใน isn't always easy คำว่า not จำกัดความหมายของ always ประโยคนี้จึงบอกว่าสิ่งหนึ่งไม่ได้ง่ายในทุกสถานการณ์ และยังเปิดโอกาสว่าบางครั้งอาจง่ายอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้หมายถึง never easy สำนวนนี้ยอมรับอย่างนุ่มนวลว่ามีความยากอยู่จริง แต่ไม่เหมารวมเกินไป เมื่อเทียบกับ is hard จะฟังดูระมัดระวังกว่าและเปิดไว้ว่าแต่ละคนหรือแต่ละสถานการณ์อาจต่างกัน

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายประโยค Making friends isn't always easy ได้ถูกต้องที่สุด

  1. บางครั้งอาจเป็นเรื่องยาก
  2. ไม่มีทางเป็นไปได้เลย
  3. เป็นเรื่องยากทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

บางครั้งอาจเป็นเรื่องยาก

Let's start at the beginning. ลำดับความ

0:47

มาเริ่มกันที่จุดเริ่มต้น

ลำดับความ

Let's start at the beginning: จัดคำอธิบายโดยเริ่มจากช่วงแรก

Let's start at the beginning เป็นประโยคเปลี่ยนช่วงที่ใช้จัดลำดับส่วนถัดไปของคำอธิบาย โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดจะย้อนหรือย้ายไปยังช่วงแรกสุดหรือเหตุการณ์แรก แล้วอธิบายต่อจากจุดนั้น ในที่นี้ Let's เป็นวิธีชวนผู้ฟังให้ติดตามการพูดไปด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นการขอให้ทุกคนเริ่มทำกิจกรรมจริง ๆ ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในการพูด Let's start at the beginning มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. สั่งให้ผู้ฟังเริ่มทำงานจริงทันที
  2. บอกว่าผู้พูดจะอธิบายช่วงแรกสุดก่อน
  3. ประกาศว่าคำอธิบายจบแล้ว
ดูคำตอบ

บอกว่าผู้พูดจะอธิบายช่วงแรกสุดก่อน

If you struggle with approaching new people, วลี

0:48

หากคุณรู้สึกลำบากในการเข้าหาคนใหม่ๆ

you are far from alone. สำนวน

0:51

คุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็นแบบนั้น

วลี

struggle with approaching: struggle with + -ing เพื่อบอกว่าทำสิ่งหนึ่งได้ยาก

โครงสร้าง struggle with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงรู้สึกยากหรือลำบากกับกิจกรรมหรือปัญหาหนึ่ง ๆ ในที่นี้ approaching new people หมายถึงการเข้าไปหาคนที่ยังไม่รู้จัก แล้วเริ่มทำความรู้จักหรือพูดคุย เนื่องจาก with เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องใช้รูป -ing เมื่อต้องการพูดถึงการกระทำนี้ ให้ใช้ struggle with approaching ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน approach

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ approach เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina struggles with ____ people she does not know at camp.

ดูคำตอบ

approaching

สำนวน

far from alone: ไม่ได้มีเพียงคุณคนเดียวอย่างแน่นอน

ใน far from alone คำว่า far from ไม่ได้บอกระยะทางทางกายภาพ โครงสร้าง far from + คำคุณศัพท์ หมายถึงไม่ตรงกับลักษณะนั้นเลย ดังนั้น far from alone จึงหมายความว่ามีคนอื่นอีกมากที่เจอประสบการณ์แบบเดียวกัน วลีนี้ใช้ปลอบใจและช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกว่าความยากลำบากนั้นเป็นเรื่องปกติ โดยเน้นมากกว่าการพูดเพียง not alone

แบบฝึกหัด

เมื่อมีคนใช้ “you are far from alone” เพื่อปลอบใจคุณเกี่ยวกับความยากลำบาก วลีนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คุณยืนอยู่ห่างจากคนอื่นทุกคนมาก
  2. คนอื่นอีกหลายคนก็มีความยากลำบากแบบเดียวกัน
  3. ไม่มีใครคนอื่นมีความยากลำบากแบบนี้
ดูคำตอบ

คนอื่นอีกหลายคนก็มีความยากลำบากแบบเดียวกัน

In a series of studies, วลี

0:52

ในชุดการศึกษาหลายชิ้น

วลี

a series of studies: หลักฐานจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกันหลายชิ้น

a series of studies หมายถึงงานวิจัยหลายชิ้นที่เกี่ยวข้องกันและทำขึ้นเพื่อสำรวจคำถามเดียวกัน ในการรายงานงานวิจัย วลีนี้บอกว่าข้อสรุปอาศัยงานวิจัยมากกว่าหนึ่งชิ้น ไม่ใช่การทดสอบเพียงครั้งเดียว โครงสร้างคือ a series of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ คำหลัก series ที่ตามหลัง a เป็นเอกพจน์ ดังนั้นในภาษาอังกฤษทางการที่เคร่งครัดจึงใช้กริยาเอกพจน์ เช่น A series of studies was conducted.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าหลักฐานมาจากงานวิจัยหลายชิ้นที่เกี่ยวข้องกัน?

  1. The result was based on one study only.
  2. The result was supported by a series of related studies.
  3. The result appeared in a television series.
ดูคำตอบ

The result was supported by a series of related studies.

participants had conversations of varying lengths with strangers. การใช้คำ

0:54

ผู้เข้าร่วมได้สนทนากับคนแปลกหน้าด้วยระยะเวลาที่แตกต่างกันไป

การใช้คำ

of varying lengths: ระยะเวลาที่แตกต่างกันภายในกลุ่ม

of varying lengths ขยาย conversations และหมายความว่าการสนทนาแต่ละครั้งไม่ได้ใช้เวลาเท่ากัน ในที่นี้ length หมายถึงระยะเวลา ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพ ในโครงสร้าง of varying + คำนามพหูพจน์ varying บอกถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งต่าง ๆ ภายในกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าระยะเวลาของการสนทนาแต่ละครั้งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ขณะกำลังสนทนา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ากิจกรรมฝึกอบรมแต่ละครั้งไม่ได้ใช้เวลาเท่ากัน?

  1. All the training sessions lasted exactly thirty minutes.
  2. The training sessions were of varying lengths.
  3. One training session became longer after the schedule changed.
ดูคำตอบ

The training sessions were of varying lengths.

Afterwards,

0:58

หลังจากนั้น

they were asked to estimate how much they thought each stranger liked them. ไวยากรณ์

0:59

พวกเขาถูกขอให้ประเมินว่าพวกเขาคิดว่าคนแปลกหน้าแต่ละคนชอบพวกเขามากแค่ไหน

ไวยากรณ์

estimate how much they thought ...: ลำดับคำของคำถามอ้อมแบบซ้อน

หลัง estimate คำว่า how much ใช้เปิดคำถามอ้อมเกี่ยวกับระดับ เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคอื่น คำหลัง how much จึงเรียงแบบประโยคบอกเล่า: they thought each stranger liked them ไม่ใช่ did they think each stranger liked them โครงสร้างนี้มีสองชั้น คือ they thought นำเสนอความเชื่อ และ each stranger liked them คือสถานการณ์ที่อยู่ในความเชื่อนั้น ดังนั้นจึงหมายถึงการประเมินว่า ในมุมมองของผู้เข้าร่วมเอง คนแปลกหน้าแต่ละคนชอบพวกเขามากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามอ้อมได้ถูกต้อง

  1. She tried to estimate how much did she think the repairs would cost.
  2. She tried to estimate how much she thought the repairs would cost.
  3. She tried to estimate how much she thought would the repairs cost.
ดูคำตอบ

She tried to estimate how much she thought the repairs would cost.

Across the board, สำนวน

1:03

โดยรวมแล้ว

participants rated their own likeability much lower than others had actually rated them. ไวยากรณ์

1:04

ผู้เข้าร่วมให้คะแนนความน่าคบหาของตัวเองต่ำกว่าที่คนอื่นให้คะแนนพวกเขาจริงๆ มาก

สำนวน

Across the board: ครอบคลุมทุกกลุ่มหรือทุกด้านที่เกี่ยวข้อง

Across the board เป็นสำนวนที่หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีผลครอบคลุมทุกกลุ่ม หมวดหมู่ หรือด้านที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการให้คะแนนตนเองต่ำเป็นแนวโน้มที่กว้างและสม่ำเสมอในหมู่ผู้เข้าร่วม ไม่ใช่ผลที่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มย่อยเดียว วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายที่ต้นประโยคเพื่อกำหนดขอบเขตของข้อความตามมา คำว่า board ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกระดานจริงหรือคณะกรรมการ แต่คำทั้งหมดรวมกันเป็นสำนวนเดียว

แบบฝึกหัด

“The fees increased across the board” หมายความว่าอย่างไร

  1. ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นในทุกหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
  2. ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเฉพาะกรณีพิเศษเพียงกรณีเดียว
  3. ค่าธรรมเนียมถูกเขียนไว้บนกระดานจริง
ดูคำตอบ

ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นในทุกหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ไวยากรณ์

much lower than ... had actually rated them: การเปรียบเทียบที่เน้นความต่างและการประเมินก่อนหน้า

much lower than หมายความว่าคะแนนที่ผู้เข้าร่วมให้ตนเองไม่ได้ต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย โดย much ขยายคำขั้นกว่า lower เพื่อแสดงว่าต่างกันมาก ใช้ much กับคำขั้นกว่า ไม่ใช้ very lower ใน others had actually rated them คำว่า them หมายถึง participants รูป past perfect อย่าง had rated แสดงว่าการให้คะแนนของคนอื่นเสร็จสิ้นไปแล้ว ณ จุดหนึ่งในอดีตที่กำลังกล่าวถึง actually เน้นความต่างระหว่างคะแนนจริงเหล่านั้นกับคะแนนที่ผู้เข้าร่วมให้ตนเองซึ่งต่ำกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ much + รูปขั้นกว่าของ low และรูป past perfect ของ rate: Lina rated her performance ____ than the coach ____ it.

ดูคำตอบ

much lower · had rated

Scientists dubbed this tendency to underestimate how much others enjoy our company วลี

1:11

นักวิทยาศาสตร์เรียกแนวโน้มที่จะประเมินความชื่นชอบที่ผู้อื่นมีต่อเราต่ำกว่าความเป็นจริงนี้ว่า

as the liking gap. วัฒนธรรม

1:16

"ช่องว่างแห่งความชื่นชอบ" (liking gap)

วลี

underestimate how much others enjoy our company: ประเมินต่ำไปว่าคนอื่นชอบอยู่กับเรามากเพียงใด

underestimate how much... หมายถึงการประเมินระดับของบางสิ่งต่ำกว่าความเป็นจริง หลัง underestimate คำว่า how much นำอนุประโยคที่ซ้อนอยู่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how much others enjoy... ไม่ใช่ how much do others enjoy... ใน enjoy our company คำว่า company หมายถึงการมีเราอยู่ด้วยหรือการใช้เวลาร่วมกับเรา ไม่ใช่บริษัท วลีทั้งหมดบอกว่าคนอื่นอาจชอบใช้เวลากับเรามากกว่าที่เรารู้ตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “ประเมินต่ำเกินไป”: People sometimes ____ how much their friends enjoy their company.

ดูคำตอบ

underestimate

วัฒนธรรม

the liking gap: การประเมินต่ำไปว่าคนอื่นชอบเรามากเพียงใด

the liking gap คือแนวโน้มที่เราประเมินต่ำไปว่าคนอื่นชอบเรามากเพียงใดหลังจากมีปฏิสัมพันธ์กัน คำว่า gap คือความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เราคาดคิดกับความประทับใจจริงของอีกฝ่ายซึ่งมักจะเป็นบวกมากกว่า ไม่ใช่ช่องว่างทางกายภาพ ทิศทางของความแตกต่างนี้สำคัญ ผู้คนมักคิดว่าอีกฝ่ายชอบตนน้อยกว่าความเป็นจริง ในประโยคนี้ นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่ออคตินี้ว่า the liking gap

แบบฝึกหัด

the liking gap ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ผู้คนมักชอบคนจำนวนน้อยกว่าที่คาดไว้
  2. ผู้คนมักคิดว่าคนอื่นชอบตนน้อยกว่าความเป็นจริง
  3. ระยะห่างทางกายภาพที่ผู้คนเว้นไว้เมื่อพบกันครั้งแรก
ดูคำตอบ

ผู้คนมักคิดว่าคนอื่นชอบตนน้อยกว่าความเป็นจริง

So before meeting new people,

1:17

ดังนั้นก่อนที่จะพบปะผู้คนใหม่ๆ

it may be helpful to psych yourself up กริยาวลี

1:19

อาจมีประโยชน์หากคุณให้กำลังใจตัวเอง

and remember that others like you more than you think. วลี

1:22

และจำไว้ว่าคนอื่นชอบคุณมากกว่าที่คุณคิด

กริยาวลี

psych yourself up: สร้างความมั่นใจก่อนเผชิญความท้าทาย

psych yourself up หมายถึงทำให้ตัวเองมั่นใจ มีพลัง หรือพร้อมทางใจก่อนทำสิ่งที่ยากหรือทำให้เครียด ในที่นี้ ผู้พูดแนะนำให้ปรับตัวเองให้อยู่ในสภาวะที่เป็นบวกก่อนพบคนใหม่ ๆ ไม่ได้หมายถึงทำให้ตัวเองเสียสติ โครงสร้างคือ psych + คน + up เมื่อต้องการให้กำลังใจตัวเอง ให้ใช้คำสรรพนามสะท้อนกลับ เช่น psych myself up, psych yourself up หรือ psych herself up และยังใช้ psych yourself up for an event หรือ psych yourself up to do something ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย psych ... up และคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: Before the race, Leo played his favorite song to ____.

ดูคำตอบ

psych himself up

วลี

more than you think: ความจริงมากกว่าที่คุณประเมินไว้

more than you think บอกว่าปริมาณหรือระดับที่เป็นจริงมากกว่าที่ผู้ฟังคาดไว้ ในประโยคนี้ วลีนี้ขยายระดับที่คนอื่นชอบคุณ คือจริง ๆ แล้วพวกเขาชอบคุณมากกว่าที่คุณเชื่อ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือความเป็นจริงกับสิ่งที่คุณคิด ไม่ใช่การเปรียบเทียบคุณกับคนอื่น รูปแบบนี้มักใช้เพื่อปรับความคาดหมายอย่างนุ่มนวล ให้กำลังใจ หรือเน้นความสำคัญที่อาจมองไม่เห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในระดับที่มากกว่าที่คุณตระหนัก”: Your support matters ____.

ดูคำตอบ

more than you think

You may even want to enter these conversations

1:26

คุณอาจจะอยากเข้าสู่บทสนทนาเหล่านี้

assuming that the other person will like you. ไวยากรณ์

1:28

โดยสมมติว่าอีกฝ่ายจะชอบคุณ

ไวยากรณ์

assuming that ...: ลงมือทำโดยยึดสมมติฐานชั่วคราว

assuming that the other person will like you เป็นอนุประโยคกริยารูป present participle ที่อธิบายกรอบความคิดขณะเริ่มบทสนทนา หมายถึง “โดยยึดสมมติฐานชั่วคราวว่าอีกฝ่ายจะชอบคุณ” หลัง assuming that ต้องตามด้วยอนุประโยคเต็มที่มีประธานและกริยา โครงสร้างนี้นำเสนอความคิดหนึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการกระทำ ไม่ได้บอกว่าความคิดนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วหรือแน่นอน ในที่นี้ สมมติฐานดังกล่าวคือความคาดหวังเชิงบวกที่ช่วยได้ ไม่ใช่การด่วนสรุปอย่างหยิ่งผยอง

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Nina joined the discussion assuming that everyone would listen respectfully.

  1. เธอเข้าร่วมหลังจากทุกคนพิสูจน์แล้วเท่านั้นว่าจะฟังอย่างสุภาพ
  2. เธอออกไปเพราะไม่มีใครเต็มใจฟัง
  3. เธอเข้าร่วมโดยคาดไว้ชั่วคราวว่าทุกคนจะฟังอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

เธอเข้าร่วมโดยคาดไว้ชั่วคราวว่าทุกคนจะฟังอย่างสุภาพ

Known as the acceptance prophecy, วัฒนธรรม

1:31

สิ่งนี้รู้จักกันในชื่อ "คำทำนายการยอมรับ" (acceptance prophecy)

psychologists find that when people expect to be well liked, วลี

1:34

นักจิตวิทยาพบว่าเมื่อผู้คนคาดหวังว่าตนเองจะเป็นที่ชื่นชอบ

วัฒนธรรม

the acceptance prophecy: ความคาดหวังที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ทางสังคม

the acceptance prophecy เป็นชื่อเรียกทางจิตวิทยาสังคมของรูปแบบที่อาจทำให้ความคาดหวังเป็นจริงขึ้นมาได้ การคาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับอาจเปลี่ยนพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง และทำให้มีโอกาสได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้อื่นมากขึ้น prophecy ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคำพยากรณ์ทางศาสนาหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่หมายถึงความคาดหวังที่ช่วยทำให้ผลลัพธ์ตามที่คาดเกิดขึ้น โดยไม่ได้รับประกันว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ the acceptance prophecy อธิบายปรากฏการณ์ใด?

  1. หมายถึงนักจิตวิทยาสามารถทำนายได้อย่างแม่นยำว่าใครจะเป็นเพื่อนกัน
  2. หมายถึงการคาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับสามารถส่งผลต่อพฤติกรรม และทำให้มีโอกาสได้รับการยอมรับมากขึ้น
  3. หมายถึงการได้รับการยอมรับขึ้นอยู่กับโชคเท่านั้น
ดูคำตอบ

หมายถึงการคาดหวังว่าจะได้รับการยอมรับสามารถส่งผลต่อพฤติกรรม และทำให้มีโอกาสได้รับการยอมรับมากขึ้น

วลี

expect to be well liked: คาดหวังว่าคนอื่นจะชอบตนเอง

expect to be well liked หมายถึง “เชื่อหรือคิดว่าคนอื่นจะชอบตนเอง” โครงสร้างคือ expect + to be + past participle ประธานเป็นฝ่ายที่ได้รับความชอบ ดังนั้น be liked จึงมีความหมายแบบถูกกระทำ well ทำให้ความหมายของ liked เข้มขึ้น และเกิดเป็นคำบรรยายทั่วไปว่า well liked ซึ่งหมายถึง “เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมาก” หรือ “เป็นที่นิยมโดยทั่วไป” liked ในที่นี้บอกสภาพ ไม่ได้เน้นการกระทำในอดีตที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและจบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: Maya has been welcoming to everyone and expects to ____ by her new classmates.

ดูคำตอบ

be well liked

they often unknowingly come across as warmer and friendlier. กริยาวลี

1:38

พวกเขามักจะแสดงออกถึงความอบอุ่นและเป็นมิตรมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

กริยาวลี

come across as warmer and friendlier: ดูอบอุ่นและเป็นมิตรมากขึ้น

come across as + คำคุณศัพท์หรือนามวลี หมายถึง “ทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกหรือความประทับใจแบบหนึ่ง” ในที่นี้ come across as warmer and friendlier หมายถึงคนอื่นมองว่าพวกเขาอบอุ่นและเป็นมิตรมากขึ้น ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ สำนวนนี้เน้นว่าคนคนหนึ่งดูเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น ซึ่งอาจไม่ตรงกับเจตนาหรือนิสัยที่แท้จริงของเขา คำว่า unknowingly แสดงว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจสร้างความประทับใจนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่า Maya ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเธอสุขุมและไว้ใจได้

  1. Maya comes across as calm and reliable.
  2. Maya comes across calm and reliable.
  3. Maya comes as across calmly and reliably.
ดูคำตอบ

Maya comes across as calm and reliable.

And the more new people you meet, ไวยากรณ์

1:42

และยิ่งคุณพบปะผู้คนใหม่ๆ มากขึ้น

the more confident you'll likely feel.

1:44

คุณก็มีแนวโน้มที่จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

ไวยากรณ์

the more..., the more...: โครงสร้าง “ยิ่ง… ก็ยิ่ง…”

โครงสร้าง the + comparative..., the + comparative... เชื่อมปริมาณหรือระดับสองอย่างที่เปลี่ยนแปลง หมายความว่าเมื่ออย่างแรกเปลี่ยน อย่างที่สองก็เปลี่ยนตามอย่างสัมพันธ์กัน ในที่นี้ การพบคนใหม่มากขึ้นสัมพันธ์กับการรู้สึกมั่นใจมากขึ้น the ทั้งสองคำเป็นส่วนตายตัวของโครงสร้างเปรียบเทียบนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะตามปกติ โครงสร้างนี้ใช้คำเปรียบเทียบอื่นนอกจาก more ได้ เช่น earlier, easier, less และ better คำว่า likely ในประโยคต้นฉบับบอกว่าผลลัพธ์มีแนวโน้มเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า ยิ่งฝึกพูดมากก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น: ____ you practice speaking, ____ confident you become.

ดูคำตอบ

The more · the more

In one study,

1:47

ในการศึกษาชิ้นหนึ่ง

people who talked to just one new person each day for a week

1:48

ผู้ที่พูดคุยกับคนใหม่เพียงวันละหนึ่งคนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

reported feeling less afraid of rejection, วลี

1:52

รายงานว่ารู้สึกกลัวการถูกปฏิเสธน้อยลง

วลี

feeling less afraid of rejection: afraid of + คำนาม

Feeling less afraid of rejection หมายถึงรู้สึกกลัวการถูกปฏิเสธในระดับที่ลดลง less ขยาย afraid จึงหมายความว่าความกลัวลดลง แต่ไม่ได้แปลว่าหายไปทั้งหมดเสมอไป Afraid of ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ที่บอกสิ่งที่กลัว ในที่นี้ rejection หมายถึงการไม่ได้รับการยอมรับหรือการเข้าหาผู้อื่นแล้วถูกปฏิเสธโดยทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะการถูกปฏิเสธคำขออย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ใช้ afraid กับคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After making new friends, Maya felt less ____ rejection.

ดูคำตอบ

afraid of

more secure in their conversational skills, วลี

1:55

มั่นใจในทักษะการสนทนาของตนมากขึ้น

วลี

more secure in their conversational skills: secure in + ความสามารถ

More secure in their conversational skills หมายถึงรู้สึกมั่นใจและสบายใจมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการพูดคุยกับผู้อื่น secure ในที่นี้บอกความรู้สึกมั่นคงทางใจ ไม่ใช่การได้รับการปกป้องทางกายภาพ Secure in + นามวลี ใช้ระบุความสามารถ อัตลักษณ์ หรือความเชื่อที่คนหนึ่งรู้สึกมั่นใจ more เปรียบเทียบความมั่นใจภายในนี้กับระดับก่อนหน้าหรือระดับที่ต่ำกว่า แต่ไม่ได้พิสูจน์เสมอไปว่าทักษะจริงพัฒนาขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ secure ในความหมายว่า “มั่นใจในความสามารถอย่างหนึ่ง”?

  1. After weeks of rehearsal, Nia felt more secure from her speaking skills.
  2. After weeks of rehearsal, Nia felt more secure in her speaking skills.
  3. After weeks of rehearsal, Nia felt more secure at her speaking skills.
ดูคำตอบ

After weeks of rehearsal, Nia felt more secure in her speaking skills.

and more excited to meet new people overall. วลี

1:57

และตื่นเต้นที่จะได้พบปะผู้คนใหม่ๆ โดยรวมมากขึ้น

วลี

more excited to meet new people: excited to + คำกริยารูปพื้นฐาน

excited to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าคนคนหนึ่งรู้สึกตื่นเต้นและเฝ้ารออย่างมีความสุขที่จะทำบางอย่าง ใน more excited to meet new people วลี to meet new people ระบุกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์ที่หมายถึงไปพบคนอื่นเพื่อทำให้ตัวเองตื่นเต้น คำเปรียบเทียบ more เพิ่มระดับความตื่นเต้นเมื่อเทียบกับเวลา สถานการณ์ หรือกลุ่มอื่นที่มีอยู่ในบริบท โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be excited to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ more excited to และคำกริยา see: After the plan was confirmed, Nora felt ____ her cousins than before.

ดูคำตอบ

more excited to see

Next,

2:01

ต่อไป

what's happening when relationships grow from casual acquaintances to confidants? วลี

2:02

เกิดอะไรขึ้นเมื่อความสัมพันธ์พัฒนาจากแค่คนรู้จักกลายมาเป็นคนที่ไว้ใจได้?

วลี

grow from casual acquaintances to confidants: ขั้นของความไว้วางใจ

grow from A to B แสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากสถานะเริ่มต้นไปสู่สถานะสุดท้าย ในที่นี้ความสัมพันธ์เริ่มจากการที่คนสองคนเป็น casual acquaintances หรือเพียงคนรู้จักทั่วไป แล้วพัฒนาไปจนเป็น confidants acquaintance คือคนที่เรารู้จักแต่ไม่ได้สนิท ส่วน confidant คือคนที่เราไว้วางใจอย่างลึกซึ้งและสามารถเล่าความคิดส่วนตัวหรือความลับให้ฟังได้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงนี้จึงหมายถึงความสนิทและความไว้วางใจที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ติดต่อกันบ่อยขึ้น

แบบฝึกหัด

เมื่อใช้กับคนสองคน grow from casual acquaintances to confidants หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาไว้วางใจกันมากพอที่จะแบ่งปันความคิดส่วนตัว
  2. พวกเขามั่นใจมากขึ้นเมื่อพูดคุยกับคนแปลกหน้า
  3. พวกเขาจำกันได้แต่ยังคงห่างเหินกันทางความรู้สึก
ดูคำตอบ

พวกเขาไว้วางใจกันมากพอที่จะแบ่งปันความคิดส่วนตัว

Psychologists have identified two key features of more intimate friendships, วลี

2:07

นักจิตวิทยาได้ระบุคุณลักษณะสำคัญสองประการของมิตรภาพที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

วลี

ลักษณะสำคัญสองประการของมิตรภาพที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นามวลี two key features of more intimate friendships ใช้ระบุคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดสองประการซึ่งนักจิตวิทยาจะอธิบายต่อไป key features หมายถึงลักษณะที่บ่งบอกความเป็นสิ่งนั้นหรือมีความสำคัญเป็นพิเศษ ส่วน of นำเข้าสู่หัวข้อที่ลักษณะเหล่านั้นเกี่ยวข้อง ในที่นี้ more intimate ขยาย friendships และหมายถึงมิตรภาพที่ใกล้ชิดขึ้น มีความไว้วางใจกันมากขึ้น และมีความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งขึ้น ตัวคำนี้เองไม่ได้หมายถึงความใกล้ชิดเชิงรักใคร่หรือทางกายเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ key features of ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อกล่าวถึงลักษณะที่สำคัญที่สุดของหัวข้อหนึ่ง

  1. The report identifies two key features of a reliable password.
  2. The report identifies two feature keys of a reliable password.
  3. The report identifies two keys feature for a reliable password.
ดูคำตอบ

The report identifies two key features of a reliable password.

companionship, and closeness.

2:12

นั่นคือความผูกพัน (companionship) และความใกล้ชิด (closeness)

Companionship is defined as the rapport or understanding โน้ต

2:14

ความผูกพันถูกนิยามว่าเป็นความสัมพันธ์ที่กลมเกลียวหรือความเข้าใจกัน

วลี

is defined as: การให้นิยามคำศัพท์อย่างเป็นทางการ

is defined as เป็นโครงสร้าง passive ที่ใช้บอกความหมายของคำศัพท์ คำศัพท์ที่กำลังอธิบายทำหน้าที่เป็นประธาน และคำนิยามตามหลัง as: X is defined as Y โครงสร้างนี้นำเสนอ Y ในฐานะคำนิยามที่กำหนดไว้ ไม่ใช่เพียงลักษณะทั่วไปหรือความรู้สึกของใครคนหนึ่ง พบได้บ่อยในหนังสือเรียน อภิธานศัพท์ งานวิจัย และงานเขียนเชิงอธิบายอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี passive แบบเป็นทางการสำหรับให้นิยาม: In this glossary, empathy ____ the ability to understand another person's feelings.

ดูคำตอบ

is defined as

การใช้คำ

rapport or understanding: ความเชื่อมโยงระหว่างบุคคล

ในที่นี้ rapport หมายถึงความสัมพันธ์ที่สบายใจและเป็นบวกซึ่งทำให้สื่อสารกันได้ง่าย ส่วน understanding หมายถึงการที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจความรู้สึก มุมมอง หรือเจตนาของกันและกัน คำว่า or นำเสนอวิธีสัมผัสความเป็นเพื่อนสองแบบที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แนวคิดสองอย่างที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง วลีนี้กล่าวถึงสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่ใช่เพียงการเข้าใจข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายที่หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่สบายใจลงในประโยค: The counselor tried to build ____ with the quiet child.

ดูคำตอบ

rapport

that blooms between people with similar hobbies, สำนวน

2:18

ซึ่งเบ่งบานขึ้นระหว่างผู้ที่มีงานอดิเรก

interests, or values.

2:20

ความสนใจ หรือค่านิยมที่คล้ายคลึงกัน

สำนวน

that blooms between people: การเติบโตของความสัมพันธ์ในเชิงอุปมา

ในอนุประโยคนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง rapport or understanding ส่วน blooms ใช้ภาพของดอกไม้ที่ผลิบานเพื่อแสดงว่าสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนเริ่มต้นและเติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ อุปมานี้ทำให้การพัฒนาดูค่อยเป็นค่อยไป เป็นบวก และอบอุ่น ไม่ได้กล่าวถึงดอกไม้จริง ๆ แต่เปรียบความสัมพันธ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้

แบบฝึกหัด

ประโยค "A friendship bloomed between the two neighbors" หมายความว่าอย่างไร?

  1. มิตรภาพของพวกเขาจบลงอย่างกะทันหัน
  2. มิตรภาพค่อย ๆ เริ่มต้นและเติบโตขึ้นระหว่างพวกเขา
  3. พวกเขาปลูกดอกไม้ด้วยกัน
ดูคำตอบ

มิตรภาพค่อย ๆ เริ่มต้นและเติบโตขึ้นระหว่างพวกเขา

Sometimes just being in the same class or team ไวยากรณ์

2:22

บางครั้งการได้เรียนห้องเดียวกันหรืออยู่ทีมเดียวกัน

is enough to build this connection.

2:25

ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างสายสัมพันธ์นี้

ไวยากรณ์

Just being ... is enough to ...: แค่…ก็เพียงพอที่จะ…

Just being in the same class or team เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค โดยมองสถานการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องเดียว จึงใช้กริยาเอกพจน์ is Be enough to + คำกริยา หมายถึงไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอื่นเพิ่มก็สามารถทำให้เกิดผลที่กล่าวไว้ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Just + วลี -ing + is enough to + คำกริยา เพื่อบอกว่าเพียงการกระทำหรือสถานการณ์นั้นอย่างเดียวก็อาจทำให้เกิดผลได้

แบบฝึกหัด

ใช้สามคำเพื่อเติมประโยคปัจจุบันนี้ให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ be enough to: Just sharing one honest story ____ build trust.

ดูคำตอบ

is enough to

And companionship has many benefits.

2:27

และความผูกพันก็มีประโยชน์มากมาย

It's been shown to improve self-esteem ไวยากรณ์

2:30

มีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มความภาคภูมิใจในตนเอง

ไวยากรณ์

It's been shown to improve ...: มีหลักฐานแสดงว่า…ช่วยปรับปรุง…

ในประโยคนี้ It's เป็นรูปย่อของ It has ไม่ใช่ It is โดย It หมายถึงสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ และ has been shown to improve ใช้รูป present perfect แบบ passive ของ show รูปแบบ X has been shown to + คำกริยา ใช้บอกว่างานวิจัยหรือหลักฐานที่มีอยู่จนถึงตอนนี้สนับสนุนผลบางอย่าง รูปแบบนี้ไม่ระบุผู้วิจัย และนำเสนอข้อความว่าอ้างอิงหลักฐาน แทนที่จะกล่าวตรง ๆ ว่า X improves Y

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบที่ระมัดระวังสำหรับสรุปหลักฐานจากงานวิจัยที่มีอยู่ได้ถูกต้อง

  1. Regular exercise will improve everyone's sleep tonight.
  2. Regular exercise has been shown to improve sleep quality.
  3. A researcher showed the class how to exercise before bed.
ดูคำตอบ

Regular exercise has been shown to improve sleep quality.

and increase our resilience to stress. วลี

2:33

และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับความเครียดของเรา

วลี

increase our resilience to stress: เพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวจากความเครียด

ในประโยคนี้ increase our resilience to stress หมายถึงการเสริมความสามารถในการรับมือกับแรงกดดัน ฟื้นตัวหลังพบความยากลำบาก และดำเนินชีวิตต่อไปได้ resilience ไม่ได้หมายถึงเพียงการต้านทาน แต่รวมถึงการปรับตัวและกลับมาฟื้นตัวหลังเผชิญความเครียดด้วย รูปแบบ resilience to + แหล่งของแรงกดดัน ใช้ระบุว่าบุคคลสามารถทนและฟื้นตัวจากสิ่งใด รูปแบบนี้พบได้บ่อยในเรื่องสุขภาพจิต การเรียน การทำงาน และการพัฒนาตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยนามวลีเป้าหมาย: Good sleep can increase our ____ stress.

ดูคำตอบ

resilience to

Closeness, on the other hand, ลำดับความ

2:36

ในทางกลับกัน ความใกล้ชิด

looks different for every relationship. วลี

2:38

ดูแตกต่างกันไปในแต่ละความสัมพันธ์

ลำดับความ

on the other hand: นำเสนออีกด้านหนึ่ง

On the other hand เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนไปพูดถึงอีกด้านของหัวข้อซึ่งตัดกันหรือช่วยสร้างความสมดุล ในประโยคนี้ คำนี้ย้ายความสนใจจากแง่มุมหนึ่งของความสัมพันธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปยังความสนิทสนม และบอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบสองด้านนั้น ประเด็นที่สองไม่จำเป็นต้องตรงข้ามกับประเด็นแรกโดยสิ้นเชิง แต่อาจเป็นอีกด้านหนึ่งที่เปลี่ยนหรือสร้างสมดุลให้กับความเข้าใจหัวข้อโดยรวม

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ On the other hand เพื่อนำเสนอความแตกต่างที่ช่วยสร้างความสมดุลได้อย่างถูกต้อง

  1. Online classes are convenient. On the other hand, many students use laptops.
  2. Online classes are convenient. On the other hand, they save travel time.
  3. Online classes are convenient. On the other hand, they can feel less social.
ดูคำตอบ

Online classes are convenient. On the other hand, they can feel less social.

วลี

looks different for every relationship: มีรูปแบบต่างกันในแต่ละความสัมพันธ์

ในที่นี้ looks เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ different คำว่า looks different หมายถึง “ปรากฏในรูปแบบที่ต่างกัน” หรือ “มีลักษณะการทำงานจริงที่ต่างกัน” ไม่ได้หมายถึงเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่ต่างกันเท่านั้น วลีที่ขึ้นต้นด้วย for ระบุว่ากำลังพิจารณาประสบการณ์ของคน กลุ่ม หรือสถานการณ์ใด โครงสร้าง something looks different for each/every... ใช้บอกได้ว่าแนวคิดเดียวกันอาจมีรูปแบบต่างกันในแต่ละกรณี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย look different for โดยเปลี่ยนเฉพาะรูปกริยาเมื่อจำเป็น: A helpful study routine ____ every learner.

ดูคำตอบ

looks different for

It might mean supporting each other through difficult times, วลี

2:40

มันอาจหมายถึงการสนับสนุนซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

วลี

supporting each other through difficult times: สนับสนุนกันตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบาก

Support each other หมายถึงทั้งสองฝ่ายให้ความช่วยเหลือ ความใส่ใจ หรือกำลังใจแก่กัน each other ทำให้เห็นว่าการสนับสนุนนั้นเป็นแบบซึ่งกันและกัน Through difficult times มองความยากลำบากเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายประสบและผ่านไปด้วยกัน วลีนี้สื่อถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องระหว่างที่เผชิญและก้าวผ่านความยากลำบาก ไม่ใช่การช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทเป้าหมายที่ทำให้ความยากลำบากเป็นช่วงเวลาที่ร่วมกันประสบ: Good teammates support each other ____ difficult times.

ดูคำตอบ

through

or feeling comfortable sharing your thoughts and feelings. วลี

2:44

หรือการรู้สึกสบายใจที่จะแบ่งปันความคิดและความรู้สึกของคุณ

วลี

feel comfortable sharing: โครงสร้าง comfortable + -ing

Feel comfortable doing something หมายถึง รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัย หรือไม่กังวลขณะทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ sharing your thoughts and feelings คือการกระทำที่ผู้พูดรู้สึกสบายใจที่จะทำ ในโครงสร้างนี้ หลัง comfortable ใช้รูป -ing: feel comfortable sharing และนำไปใช้กับการกระทำอื่นได้ เช่น asking, speaking หรือ saying no

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ share หลัง comfortable: I feel comfortable ____ my ideas with the team.

ดูคำตอบ

sharing

But not every friendship has to get deeply personal, วลี

2:47

แต่มิตรภาพไม่จำเป็นต้องลึกซึ้งเป็นเรื่องส่วนตัวไปเสียทุกความสัมพันธ์

especially at first.

2:50

โดยเฉพาะในช่วงแรก

วลี

has to get deeply personal: เข้าสู่เรื่องส่วนตัวอย่างมาก

Has to แสดงความจำเป็น ส่วน get + adjective อธิบายการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ดังนั้น get deeply personal จึงหมายถึงการเปลี่ยนจากการพูดคุยทั่วไปไปสู่ความรู้สึก ประสบการณ์ หรือรายละเอียดที่เป็นส่วนตัวมาก ใน not every friendship has to... ความจำเป็นนี้ไม่ได้ใช้กับมิตรภาพทุกความสัมพันธ์ หมายความว่ามิตรภาพบางอย่างอาจไม่ต้องสนิทกันมาก ไม่ได้หมายความว่าไม่มีมิตรภาพใดสนิทกันได้

แบบฝึกหัด

ประโยค “Not every friendship has to get deeply personal” หมายความว่าอย่างไร?

  1. มิตรภาพทุกความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นส่วนตัวมาก
  2. มิตรภาพไม่ควรมีการพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวเลย
  3. มิตรภาพทุกความสัมพันธ์ต้องกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นส่วนตัวมากอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

มิตรภาพทุกความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นส่วนตัวมาก

Simply telling a friend about your day ไวยากรณ์

2:52

แค่เล่าให้เพื่อนฟังเกี่ยวกับวันของคุณ

or sharing your interests can help build closeness.

2:54

หรือแบ่งปันสิ่งที่คุณสนใจก็สามารถช่วยสร้างความใกล้ชิดได้

ไวยากรณ์

Simply telling... or sharing... can help...: ประธานรูป -ing ที่วางขนานกัน

Telling a friend about your day และ sharing your interests เป็นวลีรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ทั้งสองวลีเชื่อมกันด้วย or และรวมกันเป็นประธานของประโยค หมายความว่าการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์นั้นได้ ภาคแสดงคือ can help build closeness ส่วน Simply สื่อว่าแม้จะเป็นเพียงการกระทำง่าย ๆ เหล่านี้ก็อาจช่วยได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Doing A or doing B can help (someone) do C

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ tell และ share: Simply ____ a friend about your day or ____ your interests can help build closeness.

ดูคำตอบ

telling · sharing

While every friendship develops on its own timeline, สำนวน

2:58

ในขณะที่มิตรภาพแต่ละครั้งพัฒนาไปตามช่วงเวลาของมันเอง

สำนวน

develops on its own timeline: พัฒนาไปตามจังหวะของตัวเอง

ใน friendship develops on its own timeline คำว่า timeline ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงมิตรภาพค่อย ๆ สนิทกันผ่านหลายช่วงและด้วยความเร็วที่อาจแตกต่างจากมิตรภาพอื่น ไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพทำตามตารางเวลาที่เขียนไว้จริง ๆ On its own เน้นว่ามิตรภาพแต่ละความสัมพันธ์มีจังหวะของตัวเอง โครงสร้าง X develops on its own timeline ยังใช้บรรยายการเติบโตส่วนบุคคล การฟื้นตัว หรือกระบวนการอื่นที่ไม่สามารถบังคับให้ก้าวหน้าตามตารางเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

Recovery happens on its own timeline มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. ไม่สามารถดีขึ้นได้หากไม่มีการเขียนตารางเวลา
  2. ดำเนินไปตามปฏิทินตายตัวที่ทุกคนใช้ร่วมกัน
  3. ดำเนินไปด้วยความเร็วที่อาจแตกต่างกันในแต่ละคน
ดูคำตอบ

ดำเนินไปด้วยความเร็วที่อาจแตกต่างกันในแต่ละคน

consistency can help,

3:00

ความสม่ำเสมอสามารถช่วยได้

which can include sticking to plans, กริยาวลี

3:02

ซึ่งอาจรวมถึงการทำตามแผนที่วางไว้

กริยาวลี

sticking to plans: ทำตามแผนที่ตกลงกันไว้

ใน sticking to plans คำว่า stick to หมายถึงทำตามแผนที่ตกลงกันไว้ แทนที่จะเปลี่ยนหรือยกเลิกตามใจ ในที่นี้ stick เป็นส่วนหนึ่งของวลี stick to ไม่ได้หมายถึงการติดหรือเหนียวทางกายภาพ ใช้รูป sticking เพราะ include สามารถตามด้วยกิจกรรมในรูป -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ stick to + แผน กฎ ตารางเวลา หรือการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: We agreed on every step, so let's ____ the plan.

ดูคำตอบ

stick to

chatting regularly,

3:05

การพูดคุยกันเป็นประจำ

and remembering the things that are important to each other.

3:06

และจดจำสิ่งสำคัญที่มีความหมายต่อกันและกัน

This holds true even for long-distance friendships. โน้ต

3:09

สิ่งนี้เป็นจริงแม้กระทั่งกับมิตรภาพทางไกล

สำนวน

This holds true: ขยายประเด็นเดิมไปสู่อีกกรณีหนึ่ง

This อ้างกลับไปถึงข้อความหรือหลักการที่เพิ่งกล่าวไป holds true หมายถึงข้อความนั้นยังคงถูกต้องหรือใช้ได้ ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงนำประเด็นก่อนหน้าไปใช้กับอีกกรณีหนึ่ง even for นำเสนอกรณีที่อาจดูเหมือนเป็นข้อยกเว้น ประโยคนี้บอกว่ามิตรภาพระยะไกลก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นจากประเด็นก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใน “This holds true even for small teams” คำว่า “This holds true” หมายความว่าอย่างไร

  1. ข้อความก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้องสำหรับทีมขนาดเล็กอีกต่อไป
  2. ทีมขนาดเล็กกำลังพูดความจริง
  3. ข้อความก่อนหน้านี้ใช้ได้กับทีมขนาดเล็กด้วย
ดูคำตอบ

ข้อความก่อนหน้านี้ใช้ได้กับทีมขนาดเล็กด้วย

การใช้คำ

long-distance friendships: มิตรภาพของคนที่อยู่ห่างกันทางภูมิศาสตร์

Long-distance friendships หมายถึงมิตรภาพระหว่างคนที่อยู่ห่างไกลกันแต่ยังคงติดต่อกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุประเภทของมิตรภาพ ไม่ได้สื่อว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงรักใคร่ Long-distance เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย friendships คำนามที่ตามมาจะบอกว่าความสัมพันธ์หรือกิจกรรมชนิดใดมีระยะทางมาเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

Maya และ Noor เป็นเพื่อนสนิทที่อาศัยอยู่คนละประเทศ วลีใดอธิบายมิตรภาพของทั้งคู่ได้ตรงที่สุด?

  1. a distant friendship
  2. a long-distance friendship
  3. a long-distance relationship
ดูคำตอบ

a long-distance friendship

Chatting and texting can keep these relationships strong,

3:12

การแชทและการส่งข้อความสามารถรักษาความสัมพันธ์เหล่านี้ให้แข็งแกร่งได้

as long as they remain intimate, ไวยากรณ์

3:16

ตราบใดที่ยังคงมีความสนิทสนม

trusting, and consistent.

3:18

ความไว้วางใจ และความสม่ำเสมอ

ไวยากรณ์

as long as ...: การนำเสนอเงื่อนไข

ในที่นี้ as long as ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความในประโยคหลักเป็นจริง มีความหมายว่า “ตราบใดที่” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” การพูดคุยและส่งข้อความจะช่วยให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นได้เมื่อคุณลักษณะเหล่านั้นยังคงอยู่ โครงสร้างคือ ผลลัพธ์ + as long as + เงื่อนไข คำว่า Remain เชื่อม they เข้ากับคุณลักษณะสามอย่างที่ยังคงอยู่ ได้แก่ intimate, trusting และ consistent ในประโยคนี้ as long as ไม่ได้บอกระยะเวลา

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “โดยมีเงื่อนไขว่า” เติมประโยคให้สมบูรณ์: You may use the art room ____ you clean up afterward.

ดูคำตอบ

as long as

Yet even the closest friendships hit rough patches. สำนวน

3:21

แต่ถึงกระนั้น มิตรภาพที่ใกล้ชิดที่สุดก็ยังเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก

สำนวน

hit rough patches: เผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก

hit a rough patch หมายถึงการเข้าสู่หรือเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ส่วนรูปพหูพจน์ hit rough patches สื่อว่าช่วงเวลายากลำบากอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ต่างกัน ไม่ใช่ช่วงที่แย่เพียงครั้งเดียวโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายความว่าแม้แต่มิตรภาพที่สนิทมากก็อาจมีปัญหาชั่วคราว ไม่ได้หมายถึงวัสดุที่มีผิวหยาบตามตัวอักษร และตัววลีเองก็ไม่ได้แปลว่ามิตรภาพนั้นจบลงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ประสบช่วงเวลาที่ยากลำบาก”: Even strong teams sometimes ____ when deadlines pile up.

ดูคำตอบ

hit rough patches

This is especially true for teenage friendships,

3:24

สิ่งนี้เป็นจริงโดยเฉพาะกับมิตรภาพในวัยรุ่น

when people often navigate different types of challenges for the first time. การใช้คำ

3:27

เมื่อผู้คนมักจะเผชิญกับความท้าทายประเภทต่างๆ เป็นครั้งแรก

การใช้คำ

often navigate different types of challenges: มักหาทางรับมือกับความยากลำบากที่ซับซ้อนหลายประเภท

ใน often navigate different types of challenges คำว่า navigate ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการหาวิธีที่ใช้ได้จริงเพื่อผ่านความยากลำบากที่ซับซ้อนหรือไม่คุ้นเคย โดยตัดสินใจไปทีละขั้น ไม่ได้หมายถึงการควบคุมยานพาหนะหรือเดินทางตามแผนที่ วลีนี้เน้นกระบวนการรับมือกับความยากลำบากหลายประเภท ไม่ได้รับประกันว่าทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ ส่วน often บอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อย ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ navigate ในความหมายเชิงนามธรรมแบบเดียวกับ navigate different types of challenges?

  1. New team leaders must learn to navigate difficult conversations.
  2. The captain used the stars to navigate across the ocean.
  3. Tap the arrow to navigate to the next page.
ดูคำตอบ

New team leaders must learn to navigate difficult conversations.

For example,

3:31

ตัวอย่างเช่น

there might be a situation that puts two friends in competition, วลี

3:32

อาจมีสถานการณ์ที่ทำให้เพื่อนสองคนต้องแข่งขันกัน

วลี

puts two friends in competition: ทำให้เพื่อนสองคนแข่งขันกัน

ในที่นี้ puts หมายถึง “ทำให้เข้าสู่สถานการณ์หนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงการนำคนไปวางไว้ในสถานที่จริง ๆ โครงสร้าง put + คนหรือกลุ่ม + in + สถานการณ์ ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่บุคคลนั้นเผชิญ puts two friends in competition หมายถึงสถานการณ์หนึ่งทำให้เพื่อนสองคนต้องแข่งขันกัน โดยทั่วไปมักเป็นการแย่งโอกาส รางวัล หรือทรัพยากรเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put ... in competition เพื่อหมายความว่าสถานการณ์หนึ่งทำให้คนหรือกลุ่มสองฝ่ายแข่งขันกัน

  1. The two teams put the ranking system beside the field.
  2. The new ranking system put the two teams in competition with each other.
  3. The coach entered the two teams in a competition on Saturday.
ดูคำตอบ

The new ranking system put the two teams in competition with each other.

like applying to the same college.

3:36

เช่น การสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัยเดียวกัน

One might betray the other's confidence วลี

3:38

คนหนึ่งอาจทรยศต่อความไว้วางใจของอีกคน

วลี

betray the other's confidence: ทรยศความไว้วางใจเรื่องความลับของอีกฝ่าย

betray someone's confidence หมายถึงการทำลายความไว้วางใจที่อีกฝ่ายมอบให้ โดยเฉพาะการเปิดเผยเรื่องที่อีกฝ่ายคาดว่าจะถูกเก็บเป็นความลับ ในที่นี้ confidence หมายถึงความไว้วางใจเรื่องการรักษาความลับหรือข้อมูลส่วนตัวที่ฝากไว้ ไม่ใช่ความมั่นใจในตนเอง the other's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของเอกพจน์ หมายถึง “ของอีกคนหนึ่ง” เมื่อพูดถึงเพื่อนสองคน ประโยคนี้บอกว่าคนหนึ่งอาจทำลายความไว้วางใจของอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใน “Maya betrayed Leo's confidence by sharing his private message,” วลี betrayed Leo's confidence หมายถึงอะไร

  1. เธอทำให้ Leo มั่นใจในความสามารถของตนเองน้อยลง
  2. เธอมีความมั่นใจมากกว่า Leo
  3. เธอทำลายความไว้วางใจของ Leo ด้วยการเปิดเผยเรื่องส่วนตัว
ดูคำตอบ

เธอทำลายความไว้วางใจของ Leo ด้วยการเปิดเผยเรื่องส่วนตัว

or make a hurtful comment. วลี

3:40

หรือพูดจาทำร้ายจิตใจ

วลี

make a hurtful comment: พูดสิ่งที่ทำร้ายจิตใจ

ในวลีที่ใช้กันทั่วไปว่า make a comment คำว่า make หมายถึง “พูดหรือแสดงความคิดเห็น” ไม่ได้หมายถึงสร้างสิ่งของที่จับต้องได้ ส่วน hurtful ใช้บรรยายคำพูดที่ทำให้ใครบางคนเสียใจหรือเจ็บปวดทางความรู้สึก ดังนั้น make a hurtful comment จึงหมายถึงพูดสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกคนหนึ่ง อาจเป็นได้ทั้งคำดูถูกที่ตั้งใจพูดและคำพูดที่หลุดออกมาโดยไม่ทันคิด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ make a hurtful comment เติมประโยคให้สมบูรณ์: He apologized because he ____ about her accent.

ดูคำตอบ

made a hurtful comment

And these relationships can also falter การใช้คำ

3:43

และความสัมพันธ์เหล่านี้อาจสั่นคลอนได้เช่นกัน

when one person feels unable or unwilling to support the other ไวยากรณ์

3:45

เมื่อคนใดคนหนึ่งรู้สึกไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะสนับสนุนอีกคน

การใช้คำ

falter: เริ่มอ่อนแอลงหรือไม่มั่นคง

ในที่นี้ falter หมายถึงความสัมพันธ์เริ่มสูญเสียความแข็งแรง ความมั่นคง หรือแรงขับเคลื่อน คำนี้บรรยายกระบวนการที่ค่อย ๆ อ่อนแอลง ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์จบลงอย่างสิ้นเชิงเสมอไป ในที่นี้ falter เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม กล่าวคือ ตัวความสัมพันธ์เองเป็นสิ่งที่สั่นคลอน ผู้พูดจึงบรรยายปัญหาได้โดยไม่ต้องยืนยันว่าความสัมพันธ์นั้นล้มเหลวไปแล้ว

แบบฝึกหัด

โครงการหนึ่งสูญเสียแรงขับเคลื่อน แต่ยังอาจฟื้นตัวได้ ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The project is beginning to falter.
  2. The project is moving ahead smoothly.
  3. The project has failed completely.
ดูคำตอบ

The project is beginning to falter.

through challenging situations,

3:49

ผ่านสถานการณ์ที่ท้าทาย

ไวยากรณ์

unable or unwilling to support: ความสามารถกับความเต็มใจ

unable และ unwilling ชี้ถึงปัญหาคนละอย่างที่ทำให้การกระทำไม่เกิดขึ้น unable หมายถึงความสามารถ โอกาส หรือสถานการณ์ขัดขวางการกระทำ ส่วน unwilling หมายถึงบุคคลนั้นไม่ต้องการหรือไม่ยอมทำ บุคคลหนึ่งอาจเป็นทั้ง unable และ unwilling พร้อมกันได้ ดังนั้น unwilling เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีความสามารถทำได้ ใน unable or unwilling to support the other คำว่า or เปิดไว้ทั้งสองคำอธิบาย และ to-infinitive ที่ใช้ร่วมกันคือ to support the other ทำหน้าที่เติมความหมายให้คำคุณศัพท์ทั้งสอง รูปแบบนี้แยกข้อจำกัดด้านความสามารถหรือสถานการณ์ออกจากการขาดความเต็มใจ

แบบฝึกหัด

คุณไม่รู้ว่า Sam ไม่มีความสามารถช่วย หรือเพียงไม่ต้องการช่วย ประโยคใดเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้

  1. Sam is unable to help.
  2. Sam is unwilling to help.
  3. Sam may be unable or unwilling to help.
ดูคำตอบ

Sam may be unable or unwilling to help.

like breakups,

3:51

เช่น การเลิกรา

illnesses, or personal tragedies.

3:52

อาการป่วย หรือโศกนาฏกรรมส่วนตัว

The most sure-fire way to deal with rifts โน้ต

3:55

วิธีที่ได้ผลที่สุดในการจัดการกับรอยร้าว

สำนวน

sure-fire way: วิธีที่คาดว่าจะได้ผล

sure-fire เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึงน่าเชื่อถือมากหรือเกือบจะแน่นอนว่าจะให้ผลตามที่ต้องการ ใน sure-fire way คำนี้ขยายวิธีการ ส่วน fire ไม่ได้ใช้ในความหมายตรงตัวว่า “ไฟ” The most sure-fire way นำเสนอทางเลือกหนึ่งว่าเป็นวิธีที่มีโอกาสสำเร็จสูงที่สุด วลีนี้แสดงความมั่นใจอย่างมาก แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีทางล้มเหลว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sure-fire way ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. One random guess is a sure-fire way to answer every question correctly.
  2. She put the sure-fire way beside the fire alarm.
  3. Daily practice is a sure-fire way to improve your piano skills.
ดูคำตอบ

Daily practice is a sure-fire way to improve your piano skills.

is to talk about them.

3:58

คือการพูดคุยกันเรื่องนั้น

วลี

deal with rifts: จัดการความแตกแยกรุนแรงในความสัมพันธ์

ในประโยคนี้ deal with rifts หมายถึงการเผชิญและจัดการกับความแตกแยกที่รุนแรงในความสัมพันธ์ พร้อมพยายามซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่เสียหาย deal with หมายถึง “ลงมือจัดการ” ส่วน rifts หมายถึงรอยร้าวหรือระยะห่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างคนหรือกลุ่มคน ในที่นี้ rifts ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงรอยแยกทางธรณีวิทยา วลีนี้สื่อมากกว่าการรับรู้ว่ามีความแตกต่าง เพราะความสัมพันธ์ที่เสียหายต้องได้รับการใส่ใจและแก้ไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ deal with rifts ในความหมายว่า “จัดการความแตกแยกที่รุนแรงระหว่างผู้คน”?

  1. The club members chose different lunches and remained friendly.
  2. The club held a meeting to deal with rifts that had divided its members.
  3. The geologists mapped rifts on the ocean floor.
ดูคำตอบ

The club held a meeting to deal with rifts that had divided its members.

These conversations can be tough and awkward,

4:00

บทสนทนาเหล่านี้อาจจะยากและน่าอึดอัด

but if they're approached in the right way, ไวยากรณ์

4:03

แต่ถ้าเข้าหาด้วยวิธีที่ถูกต้อง

they can strengthen friendships in the long run. สำนวน

4:05

ก็สามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับมิตรภาพในระยะยาวได้

ไวยากรณ์

if they're approached in the right way: เงื่อนไขรูปถูกกระทำ

ในที่นี้ they อ้างถึง these conversations และ approach หมายถึง “จัดการบางสิ่งด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง” ไม่ใช่การเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ ประโยคย่อยนี้บอกว่าการสนทนาอาจช่วยได้ หากผู้คนจัดการอย่างเหมาะสม If they're approached เป็นเงื่อนไขรูปถูกกระทำ: if + ประธาน + be + กริยาช่องที่ 3 รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่การสนทนาและวิธีจัดการ ไม่ใช่ผู้ที่จัดการ

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาช่องที่ 3 ของ approach เพื่อเติมเงื่อนไขรูปถูกกระทำให้สมบูรณ์: If the problem is ____ calmly, it may be easier to solve.

ดูคำตอบ

approached

สำนวน

in the long run: การประเมินผลลัพธ์ระยะยาว

“In the long run” หมายถึง “เมื่อพิจารณาผลลัพธ์หลังจากผ่านไประยะเวลานาน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่ามิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้นเป็นผลระยะยาว ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นทันที “run” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง วลีตายตัวทั้งวลีช่วยให้มุมมองด้านเวลาในการประเมินผลลัพธ์ และมักอยู่ต้นหรือท้ายอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาผลลัพธ์หลังจากผ่านไประยะเวลานาน”: Regular exercise takes effort, but it benefits your health ____.

ดูคำตอบ

in the long run

Before these difficult conversations,

4:09

ก่อนเริ่มบทสนทนาที่ยากลำบากเหล่านี้

try to remind yourselves to show up without judgment. น้ำเสียง/เจตนา

4:11

พยายามเตือนตัวเองให้เผชิญหน้าโดยไม่ด่วนตัดสิน

น้ำเสียง/เจตนา

show up without judgment: มีส่วนร่วมด้วยใจที่เปิดกว้าง

“show up” ในที่นี้มีความหมายมากกว่าการมาถึงสถานที่จริง ๆ โดยหมายถึงการเข้าสู่การสนทนาที่ยาก มีสมาธิอยู่กับการสนทนา และมีส่วนร่วมอย่างจริงใจ ส่วน “without judgment” อธิบายวิธีมีส่วนร่วม คือฟังก่อนตัดสินว่าใครถูก ผิด หรือควรถูกตำหนิ วลีทั้งหมดขอให้มีส่วนร่วมด้วยใจที่เปิดกว้างและใส่ใจ ไม่ได้หมายความว่าต้องเห็นด้วยกับทุกอย่าง แต่หมายถึงชะลอการด่วนสรุปไว้นานพอที่จะเข้าใจอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายของ “show up without judgment” ในการสนทนาที่ยากได้ดีที่สุด

  1. I'll show up without judgment, listen carefully, and respond after I understand.
  2. I'll join the conversation and decide immediately who is wrong.
  3. I'll skip the conversation so that no one can judge me.
ดูคำตอบ

I'll show up without judgment, listen carefully, and respond after I understand.

Avoid getting too defensive วลี

4:15

หลีกเลี่ยงการปกป้องตัวเองมากเกินไป

วลี

Getting too defensive: ตอบสนองต่อคำวิจารณ์แบบตั้งรับมากเกินไป

get + adjective หมายถึงการกลายเป็นหรือเริ่มอยู่ในสภาพหนึ่ง ดังนั้น getting defensive จึงหมายถึงการเริ่มตอบสนองราวกับว่ากำลังถูกโจมตี too บอกว่าปฏิกิริยานั้นรุนแรงเกินกว่าที่สถานการณ์ควรจะเป็น คนคนนั้นอาจรีบปฏิเสธ โต้เถียง หรือแก้ตัวแทนที่จะฟัง ในที่นี้ defensive หมายถึงปฏิกิริยาปกป้องตนเองในการสนทนา ไม่ใช่ตำแหน่งฝ่ายรับในกีฬา หลัง avoid คำกริยาใช้รูป -ing จึงเป็น avoid getting too defensive

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ too defensive ในความหมายว่าแสดงปฏิกิริยาต่อคำวิจารณ์มากเกินไป

  1. After Leo heard one suggestion, he got too defensive and blamed everyone else.
  2. Leo moved to a defensive position during the soccer game.
  3. Leo listened to the feedback and asked for an example.
ดูคำตอบ

After Leo heard one suggestion, he got too defensive and blamed everyone else.

or making accusations. วลี

4:16

หรือการกล่าวหา

วลี

Making accusations: กล่าวโทษอีกฝ่ายโดยตรง

To make an accusation หมายถึงการกล่าวว่ามีคนทำสิ่งที่ผิดและโยนความผิดให้คนนั้น making accusations ใช้คำกริยากับคำนามที่จับคู่กันตามธรรมชาติว่า make + accusations โดยปกติภาษาอังกฤษไม่พูดว่า do accusations ในการสนทนาที่ยากลำบาก accusations มีน้ำเสียงแรงและเป็นปฏิปักษ์มากกว่าการบอกความรู้สึกหรือแสดงความกังวลเฉย ๆ ข้อกล่าวหานั้นอาจได้รับการพิสูจน์แล้วหรือยังไม่ได้รับการพิสูจน์ก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการกล่าวหาอย่างชัดเจนที่สุด

  1. I'm worried that the report may be incomplete.
  2. The report arrived after the deadline.
  3. Could we check the report one more time?
  4. You deliberately hid the report from us.
ดูคำตอบ

You deliberately hid the report from us.

Instead,

4:18

แต่ให้

share how the situation is making you feel น้ำเสียง/เจตนา

4:19

แบ่งปันว่าสถานการณ์นั้นทำให้คุณรู้สึกอย่างไร

น้ำเสียง/เจตนา

share how the situation is making you feel: บอกผลกระทบทางอารมณ์จากสถานการณ์

ในที่นี้ share how the situation is making you feel หมายถึงการบอกอารมณ์ที่สถานการณ์หนึ่งทำให้คุณรู้สึก แทนที่จะเล่าแต่ข้อเท็จจริงหรือกล่าวโทษอีกฝ่าย อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how คือเนื้อหาที่ share ส่วน make someone feel หมายถึงทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกถึงอารมณ์บางอย่าง รูปปัจจุบันกำลังดำเนิน is making แสดงว่าผลทางอารมณ์กำลังเกิดขึ้นหรือยังคงดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าสถานการณ์หนึ่งทำให้ผู้พูดรู้สึกอย่างไรโดยไม่กล่าวโทษใคร?

  1. Everyone knows this problem is your fault.
  2. You always ruin everything because you are selfish.
  3. When plans change without warning, I feel left out and confused.
  4. Stop making bad decisions and listen to me.
ดูคำตอบ

When plans change without warning, I feel left out and confused.

and invite them to do the same. น้ำเสียง/เจตนา

4:23

และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทำแบบเดียวกัน

น้ำเสียง/เจตนา

invite them to do the same: เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดอย่างสุภาพ

ในโครงสร้าง invite someone to do something คำว่า invite อาจหมายถึงการชวนอย่างสุภาพให้ใครทำบางอย่างหรือเปิดโอกาสให้เขามีส่วนร่วม ไม่ได้หมายถึงการเชิญไปร่วมงานเท่านั้น ในที่นี้ การกระทำคือการแบ่งปันความรู้สึกหรือความคิดเห็น do the same ใช้แทนการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ ความหมายที่แน่นอนต้องดูจากบริบทก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ invite them to do the same: I shared my concerns with my teammates and ____.

ดูคำตอบ

invited them to do the same

Some friendships naturally come to an end. สำนวน

4:25

มิตรภาพบางอย่างจบลงตามธรรมชาติ

สำนวน

come to an end: มาถึงจุดสิ้นสุด

Come to an end เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงสิ่งที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึงจุดสิ้นสุดแล้วหยุดลง ในประโยคนี้ มิตรภาพเป็นสิ่งที่ไม่ดำเนินต่อไปเองตามธรรมชาติ สำนวนนี้ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่จริง ๆ เมื่อเทียบกับกริยาสั้น ๆ อย่าง end แล้ว come to an end เน้นการมาถึงจุดสิ้นสุดหลังจากผ่านช่วงเวลาหนึ่งมากกว่าเล็กน้อย จึงอาจฟังสงบและไม่ห้วนเท่า แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้หมายความว่าการสิ้นสุดนั้นเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว”: After three hours of discussion, the meeting finally ____.

ดูคำตอบ

came to an end

Others change,

4:28

บางอย่างก็เปลี่ยนไป

whether new buddies or lifelong pals, การใช้คำ

4:30

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่หรือเพื่อนแท้ตลอดชีวิต

การใช้คำ

new buddies or lifelong pals: คำเรียกเพื่อนแบบไม่เป็นทางการ

Buddy และ pal เป็นคำนามนับได้แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เพื่อน” ในที่นี้ new buddies คือคนที่เพิ่งรู้จักและสนิทกัน ส่วน lifelong pals คือเพื่อนที่ความสัมพันธ์ดำเนินมายาวนานหรือคาดว่าจะดำเนินไปตลอดชีวิต การเลือกคำเหล่านี้ทำให้วลีฟังอบอุ่นและเป็นภาษาสนทนา ความหมายที่เน้นระยะเวลายาวนานมาจาก lifelong ส่วน pal เพียงคำเดียวไม่ได้หมายถึงเพื่อนตลอดชีวิตหรือเพื่อนที่สนิทมากโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ในงานโรงเรียนที่เป็นทางการ ประโยคแนะนำใดเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

  1. I'd like to introduce my friend and project partner, Maya.
  2. I'd like to introduce my buddy and project partner, Maya.
  3. I'd like to introduce my pal and project partner, Maya.
ดูคำตอบ

I'd like to introduce my friend and project partner, Maya.

all friendships can benefit from building healthy habits. วลี

4:33

มิตรภาพทั้งหมดสามารถได้รับประโยชน์จากการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ

วลี

benefit from building healthy habits: ได้ประโยชน์จากการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ

benefit from หมายถึง “ได้รับประโยชน์เพราะบางสิ่ง” ในประโยคนี้ friendships คือสิ่งที่ดีขึ้น ส่วน building healthy habits บอกที่มาของการเปลี่ยนแปลงที่ดีนั้น from เป็นคำบุพบท ดังนั้นหากตามด้วยการกระทำ คำกริยาต้องอยู่ในรูป -ing ตามโครงสร้าง benefit from doing something จึงใช้ building ไม่ใช่ build

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ benefit from + share: Small teams can ____ ideas openly.

ดูคำตอบ

benefit from sharing

And it's never too late to make a new friend. วลี

4:37

และไม่เคยสายเกินไปที่จะสร้างเพื่อนใหม่

วลี

never too late to make a new friend: ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะหาเพื่อนใหม่

รูปแบบ It's never too late to do something ใช้ให้กำลังใจ โดยหมายความว่าการเริ่มตอนนี้ยังเป็นไปได้หรือยังคุ้มค่าที่จะทำ too late to do ปกติหมายถึงโอกาสผ่านไปแล้ว ส่วน never ปฏิเสธแนวคิดนั้น และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน การกระทำในประโยคนี้คือ make a new friend ซึ่งหมายถึงการพบใครสักคนและสร้างมิตรภาพ ไม่ได้หมายถึงการ “สร้างคน” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วย never too late to และคำกริยา learn: It's ____ a new skill.

ดูคำตอบ

never too late to learn

In fact,

4:42

อันที่จริง

it's good for you.

4:42

มันดีสำหรับตัวคุณด้วย

Learn how friendship affects your brain with this video, การใช้คำ

4:44

เรียนรู้ว่ามิตรภาพส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไรด้วยวิดีโอนี้

การใช้คำ

affects your brain: การใช้ affect เป็นคำกริยา

ในที่นี้ affect เป็นคำกริยา หมายถึงส่งผลต่อหรือทำให้บางสิ่งเปลี่ยนแปลง friendship เป็นประธานเอกพจน์ กริยาใน present simple จึงเติม -s เป็น affects ส่วน your brain เป็นกรรมที่ได้รับผลกระทบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A affects B หมายถึง A ส่งผลต่อ B

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ affect เป็นคำกริยาที่หมายถึงส่งผลต่อได้ถูกต้อง

  1. Regular sleep affects your ability to concentrate.
  2. Regular sleep has affect on your ability to concentrate.
  3. Regular sleep affect your ability to concentrate.
ดูคำตอบ

Regular sleep affects your ability to concentrate.

or explore the science of adolescence วัฒนธรรม

4:48

หรือสำรวจวิทยาศาสตร์ของวัยรุ่น

วัฒนธรรม

the science of adolescence: การศึกษาพัฒนาการในช่วงวัยรุ่น

the science of X หมายถึงงานวิจัย หลักฐาน และความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ X ในที่นี้วลีดังกล่าวหมายถึงการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ว่าคนเราพัฒนาอย่างไรในช่วง adolescence adolescence คือช่วงพัฒนาการระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย อารมณ์ ความคิด และสังคม จึงกว้างกว่าการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในช่วง puberty เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย adolescence ได้ดีที่สุด

  1. Adolescence means only the physical changes of puberty.
  2. Adolescence includes physical, emotional, cognitive, and social development.
  3. Adolescence is the stage before childhood.
ดูคำตอบ

Adolescence includes physical, emotional, cognitive, and social development.

at ed.ted.com/building-connections.

4:50

ที่ ed.ted.com/building-connections