รถไฟโมโนเรลทรงตัวอัตโนมัติ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Primal Space
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอจำลองรถไฟรางเดี่ยวของหลุยส์ เบรนแนนที่เปิดตัวในปี 1910 อธิบายว่าไจโรสโคปกับระบบลมรักษารถให้ตั้งตรงได้อย่างไร และเหตุใดต้นแบบที่สำเร็จจึงเสียแรงสนับสนุนจากนักลงทุน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. by design — กลุ่มคำตายตัวและคำปรากฏร่วม: แยกคุณลักษณะที่ตั้งใจออกแบบจากผลที่เกิดโดยบังเอิญ และใช้อธิบายพฤติกรรมของผลิตภัณฑ์หรือระบบที่วางแผนไว้ 2. got canceled out. — กริยาวลี: เข้าใจว่าแรงตรงข้ามหักล้างกัน และใช้ cancel out กับเสียง ตัวเลข ความเสี่ยง หรือข้อดี ไม่ใช่แค่การยกเลิกแผน 3. The key here is that — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: จับจังหวะที่คำอธิบายเปลี่ยนจากรายละเอียดกลไกไปสู่หลักการสำคัญ และใช้เน้นเหตุชี้ขาดในรายงานหรืองานนำเสนอ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
ความหมายเชิงเกินจริงของ defy the laws of physics
ในที่นี้ defy หมายถึงดูเหมือนต่อต้านหรือขัดกับบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงการทำผิดกฎหมาย สำนวนนี้มีน้ำเสียงเกินจริงเพื่อเพิ่มความน่าตื่นเต้น กล่าวคือ รถไฟดูราวกับว่ากฎฟิสิกส์ตามปกติใช้กับมันไม่ได้ คำว่า seemed มีความสำคัญ เพราะบอกว่านี่เป็นเพียงภาพที่เห็นหรือความรู้สึก ไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ เครื่องจักรที่แปลกตาอาจดูเป็นไปไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วยังทำงานตามกฎฟิสิกส์อยู่
แบบฝึกหัด
seemed to defy the laws of physics ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- มันดูเหมือนทำงานในลักษณะที่เป็นไปไม่ได้ตามหลักฟิสิกส์
- มันหยุดทำงานเพราะไม่มีแรงทางฟิสิกส์ใดกระทำต่อมัน
- มันถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการว่าทำผิดกฎหมาย
ดูคำตอบ
มันดูเหมือนทำงานในลักษณะที่เป็นไปไม่ได้ตามหลักฟิสิกส์
but it mysteriously leaned into corners without any driver input. วลี
0:10แต่มันยังเอนเข้าโค้งได้อย่างน่าฉงนโดยไม่ต้องใช้คนขับ
การสลับตำแหน่งใน Not only did ... but ...
เมื่อ Not only อยู่หน้าประโยคย่อยสมบูรณ์ที่เป็นอดีตกาล จะเกิดการสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย did จะอยู่หน้า it ส่วน keep ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เพราะ did เป็นตัวแสดงอดีตกาลแล้ว ประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วย but เพิ่มข้อเท็จจริงอย่างที่สอง ซึ่งมักสำคัญเท่ากันหรือน่าประหลาดใจกว่าเดิม สามารถเติม also หลัง but ได้ แต่ก็ละได้เหมือนในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Not only did ... but ...: ____ Leo solve the puzzle, ____ he also explained it to the class.
ดูคำตอบ
Not only did · but
leaned into corners: เอียงเข้าด้านในของโค้ง
ในประโยคนี้ leaned into corners หมายถึงยานพาหนะเอียงเข้าหาด้านในของแต่ละโค้งขณะเลี้ยว คำว่า corners ในที่นี้หมายถึงโค้งบนถนนหรือราง ไม่ใช่มุมห้อง โครงสร้าง lean into a corner บอกทิศทางของการเอียง มักใช้กับผู้ขับขี่หรือยานพาหนะเมื่อการเอียงเป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยวหรือการรักษาสมดุล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่มีความหมายว่า “เอียงเข้าด้านในของโค้ง”: As the cyclist turned, she ____ to stay balanced.
ดูคำตอบ
leaned into the corner
unveiled to the public: เปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ
Unveiled to the public หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกนำมาแสดงหรือประกาศต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในที่นี้ สิ่งประดิษฐ์ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนในปี 1910 Unveil อาจหมายถึงการเปิดผ้าหรือสิ่งที่คลุมวัตถุออก แต่ในรายงานข่าวมักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แบบออกแบบ แผนงาน งานศิลปะ หรือโครงการ โครงสร้างกรรมวาจก be unveiled to the public เน้นสิ่งที่ถูกนำมาเปิดตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกริยาช่องสามของ unveil ตามด้วย to the public: The new playground design was ____ at the town meeting.
ดูคำตอบ
unveiled to the public
would make trains faster and railways cheaper to build.
0:24จะทำให้รถไฟวิ่งได้เร็วขึ้นและสร้างทางรถไฟได้ถูกลง
Using ... instead of ... ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
“Using a single rail instead of two” เป็นวลี gerund ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของ “would make” จึงใช้ระบุวิธีที่คาดว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามมา ภายในวลี “instead of two” แสดงการแทนที่ คือเลือกหนึ่งรางแทนสองราง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “using/doing A instead of B” โดย B อาจเป็นวลีนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย “instead of” และรูปที่ถูกต้องของ “drive”: Using public transport ____ to work can save money.
ดูคำตอบ
instead of driving
take corners at greater speeds: สมรรถนะการเข้าโค้งของยานพาหนะ
“Take corners” เป็นกลุ่มคำที่ใช้ทั่วไปกับยานพาหนะ หมายถึงการผ่านทางโค้ง ในที่นี้ “at greater speeds” หมายถึงด้วยความเร็วที่สูงกว่ารถไฟหรือการออกแบบแบบอื่น และใช้ขยายว่ารถไฟเข้าโค้งอย่างไร ดังนั้น วลีนี้จึงหมายความว่ารถไฟสามารถเข้าโค้งได้เร็วกว่าเดิม “Take” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงนำหรือถือไป และ “corners” หมายถึงทางโค้งของราง ไม่ใช่มุมภายในห้อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกความสามารถโดยรวมของยานพาหนะในการเข้าโค้งได้เร็วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- The new bus can take corners at greater speeds.
- The new bus can take the passengers to the corner.
- The new bus can turn the corner near the station.
ดูคำตอบ
The new bus can take corners at greater speeds.
Being thrown off the tracks: ถูกเหวี่ยงออกจากราง
ในที่นี้ “thrown off” หมายถึงถูกแรงจากการเคลื่อนที่ของรถไฟหรือแรงทางกายภาพอื่นบังคับให้ออกจากราง เป็นการหลุดจากรางจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงความสับสนหรือการเสียสมาธิ รูปกรรมวาจก “being thrown off” แสดงว่ารถไฟเป็นฝ่ายรับแรงนั้น ในโครงสร้างกรรตุวาจก “throw something off a surface or route” กรรมคือคนหรือสิ่งของที่ถูกทำให้เคลื่อนออกไป และเมื่อเปลี่ยนเป็นกรรมวาจกจะเป็น “something is thrown off ...”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “thrown off” ในความหมายว่าถูกแรงบังคับให้ออกจากยานพาหนะหรือพื้นผิวจริง ๆ
- The unexpected question threw me off.
- The cyclist was thrown off the bike during the crash.
- She threw off her wet coat.
ดูคำตอบ
The cyclist was thrown off the bike during the crash.
and his railway only needed half the material.
0:32และทางรถไฟของเขาใช้ข้อต่อและวัสดุเพียงครึ่งเดียว
Brennan's monorail could run on existing tracks.
0:40รถไฟรางเดี่ยวของเบรนแนนสามารถวิ่งบนรางที่มีอยู่แล้วได้
A bit sketchy: ความกังวลแบบไม่เป็นทางการที่ลดความแรงลง
ในที่นี้ “sketchy” เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงบางสิ่งดูไม่ปลอดภัย ไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่น่าไว้วางใจอย่างเต็มที่ ผู้พูดกำลังบอกความรู้สึกที่เกิดจากรูปลักษณ์ของรถไฟ ไม่ได้พิสูจน์ว่าการออกแบบนั้นไม่ปลอดภัย “A bit” ช่วยลดความแรงของการประเมินเชิงลบ รถไฟจึงดูน่ากังวลอยู่บ้าง ไม่ใช่ดูอันตรายอย่างชัดเจน การนำไปเปรียบกับ “very stable” แสดงให้เห็นว่ารูปลักษณ์กับการออกแบบจริงอาจแตกต่างกันได้
แบบฝึกหัด
“it looks a bit sketchy” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- มีการพิสูจน์แล้วว่ามันไม่มั่นคงในเชิงกล
- มันให้ความรู้สึกว่าอาจไม่ปลอดภัยหรือไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง
- มันถูกวาดอย่างรวดเร็วด้วยเส้นเพียงไม่กี่เส้น
ดูคำตอบ
มันให้ความรู้สึกว่าอาจไม่ปลอดภัยหรือไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง
by design: ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้
by design หมายถึง “โดยตั้งใจ ในฐานะคุณลักษณะหรือผลลัพธ์ที่วางแผนไว้” ในประโยคนี้หมายความว่า ความมั่นคงของรถไฟถูกสร้างไว้ในระบบโดยเจตนา แม้ว่ารถไฟจะดูไม่ปลอดภัยก็ตาม วลีนี้อธิบายว่าเหตุใดบางสิ่งจึงเป็นเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึง “โดยดูจากแบบ” หรือ “ตามภาพแบบใดภาพหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The gap under the door is by design so air can circulate,” คำว่า by design หมายความว่าอย่างไร
- ทำตามภาพแบบที่วางไว้ใต้ประตู
- เกิดขึ้นเพราะไม่มีใครวางแผน
- เป็นคุณลักษณะที่ตั้งใจทำไว้
ดูคำตอบ
เป็นคุณลักษณะที่ตั้งใจทำไว้
At the heart of: ส่วนที่เป็นแกนกลางหรือสำคัญที่สุด
At the heart of ใช้กล่าวถึงส่วนที่เป็นแกนกลางหรือสำคัญที่สุดของระบบ องค์กร แนวคิด หรือปัญหา ในประโยคนี้ ไจโรสโคปคือกลไกหลักที่ทำให้รถไฟมีเสถียรภาพ heart ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ วลีนี้ชี้ถึงความสำคัญหรือหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงตำแหน่งตรงกลางทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
at the heart of ในประโยค “At the heart of the new safety plan is better training” หมายความว่าอย่างไร
- ห้องฝึกอบรมตั้งอยู่ตรงกลางทางกายภาพ
- แผนนี้เกี่ยวกับกายวิภาคของมนุษย์
- การฝึกอบรมที่ดีขึ้นเป็นองค์ประกอบหลักของแผน
ดูคำตอบ
การฝึกอบรมที่ดีขึ้นเป็นองค์ประกอบหลักของแผน
We modeled the entire thing and studied the original patents
1:00เราได้สร้างแบบจำลองของระบบทั้งหมดและศึกษาจากสิทธิบัตรดั้งเดิม
to show you how incredibly clever this design was.
1:03เพื่อแสดงให้คุณเห็นว่าการออกแบบนี้น่าทึ่งและชาญฉลาดเพียงใด
in order to understand: การบอกจุดประสงค์
“in order to + กริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกจุดประสงค์และตอบคำถามว่า “เพื่ออะไร” ในประโยคนี้ การรู้เรื่องไจโรสโคปเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น order ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “คำสั่ง” หรือ “ลำดับ” วลีเชื่อมทั้งชุดเป็นรูปที่ชัดเจนกว่าของ to ที่บอกจุดประสงค์ และประธานที่เข้าใจได้ของ understand เป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก คือ we
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We left early ____ avoid the traffic.
ดูคำตอบ
in order to
what's going on: การถามถึงสถานการณ์
“What’s going on?” หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” หรือ “สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอยู่หลัง understand และหมายถึงสถานการณ์หรือกลไกกำลังทำงานอย่างไร ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีปัญหา ในโครงสร้างอื่น go on อาจหมายถึง “ดำเนินต่อไป” แต่รูปแบบ what + be + going on ใช้ถามถึงเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือกระบวนการที่ยังไม่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The lights keep flashing, but nobody knows what's going on,” วลี “what's going on” หมายถึงอะไร?
- อะไรกำลังดำเนินต่อไป
- กำลังเกิดอะไรขึ้น
- อะไรถูกวางไว้ด้านบน
ดูคำตอบ
กำลังเกิดอะไรขึ้น
The basic principle is that if you spin a disc really quickly,
1:12หลักการพื้นฐานคือถ้าคุณหมุนแผ่นดิสก์อย่างรวดเร็ว
its angular momentum tries to keep it perfectly stable.
1:16โมเมนตัมเชิงมุมของมันจะพยายามรักษาสมดุลให้สมบูรณ์แบบ
This is called precession: การตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์
This is called + คำนาม เป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ตั้งชื่อให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งในรูปประโยคถูกกระทำ This หมายถึงปรากฏการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน precession คือคำศัพท์ที่ใช้เรียกปรากฏการณ์นั้น ในที่นี้ called หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์หา” ใช้รูปแบบนี้หลังจากแสดงหรืออธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะในบทเรียน การสาธิต หรือการอธิบาย เพื่อเชื่อมตัวอย่างที่สังเกตได้เข้ากับคำศัพท์ทางเทคนิค
แบบฝึกหัด
ในบทเรียน ครูเพิ่งแสดงรูปแบบการเจริญเติบโตแบบใหม่ของพืช และกำลังตั้งชื่อทางเทคนิคให้รูปแบบนั้น ประโยคใดแนะนำชื่อนั้นได้ถูกต้อง
- This called phototropism.
- This is called phototropism.
- This is called for phototropism.
- This is calling phototropism.
ดูคำตอบ
This is called phototropism.
it actually tilts the disc in the opposite direction.
1:29มันจะทำให้แผ่นดิสก์เอียงไปในทิศทางตรงกันข้าม
find its way back to equilibrium:描述逐漸恢復平衡
Find its way back to + คำนาม หมายถึงการค่อย ๆ กลับไปยังสถานที่ เงื่อนไข หรือสภาวะหนึ่งผ่านกระบวนการบางอย่าง ในประโยคนี้ gyro ถูกทำให้มีลักษณะเหมือนมนุษย์ ราวกับว่าสามารถหาทางกลับได้เอง ไม่ได้หมายความว่ากำลังค้นหาเส้นทางจริง ๆ equilibrium คือสภาวะที่สมดุลและมั่นคงซึ่งมันกำลังกลับไปหา สำนวนนี้เน้นกระบวนการฟื้นตัวหรือการปรับตัวเองให้ถูกต้อง ส่วน back แสดงการกลับไปสู่สภาวะเดิมหรือสภาวะปกติ สำนวนนี้ใช้บรรยายคน สิ่งของ ทีม หรือระบบอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ find its way back to ... เพื่อแสดงการค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาวะที่มั่นคง
- After the shock, the market may find back its way to equilibrium.
- After the shock, the market may find its way equilibrium back to.
- After the shock, the market may find its equilibrium way back.
- After the shock, the market may find its way back to equilibrium.
ดูคำตอบ
After the shock, the market may find its way back to equilibrium.
Brennan saw this as the key to keeping his train balanced, วลี
1:38เบรนแนนมองว่าสิ่งนี้คือกุญแจสำคัญในการรักษาสมดุลของรถไฟ
saw this as the key to keeping...: มองว่าสิ่งหนึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา...
ในโครงสร้าง see A as B ผู้พูดมองว่า A มีบทบาทหรือความหมายตาม B ในประโยคนี้ เบรนแนนเห็นว่าคุณสมบัตินี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้รถไฟทรงตัวได้ นี่คือการประเมินของเขา ไม่ใช่การ “มองเห็น” ด้วยตาตามความหมายตรงตัว ในโครงสร้าง the key to + คำนาม/-ing คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย keeping ไม่ใช่ keep เมื่อรวมกัน see A as the key to doing something หมายถึง “มองว่า A เป็นวิธีหรือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำให้เกิดผลนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ see A as B และ the key to + -ing: The coach ____ teamwork ____ the key ____ winning.
ดูคำตอบ
saw · as · to
in a model train and hooking it up to an electric motor. กริยาวลี
1:44ไว้ในรถไฟจำลองแล้วเชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้า
hooking it up to: เชื่อมต่อมันเข้ากับ...
Hook something up to something หมายถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเข้ากับอุปกรณ์อื่น แหล่งจ่ายไฟ หรือระบบ เพื่อให้มันทำงานได้ ในประโยคนี้ it หมายถึงล้อช่วยแรงขนาดเล็กที่เบรนแนนเชื่อมต่อเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า Hook up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง hook กับ up เช่น hook it up to the motor ส่วน to ตัวสุดท้ายใช้นำหน้าอุปกรณ์หรือระบบที่เป็นปลายทางของการเชื่อมต่อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ hook ... up to และคำสรรพนาม it: The camera needs power, so please ____ the battery.
ดูคำตอบ
hook it up to
The problem was that ...: การเกริ่นปัญหาหลัก
The problem was that ใช้นำอนุประโยคที่บอกปัญหาหลัก ในที่นี้ that เป็นคำสันธานที่เชื่อม was เข้ากับคำอธิบายทั้งหมดที่ตามมา ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่ใช้ชี้สิ่งของ ในฐานะกรอบจัดลำดับข้อมูล สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่าเรื่องกำลังเปลี่ยนจากความสำเร็จก่อนหน้าไปสู่สิ่งที่ผิดพลาด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ The problem was that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำที่ใช้เกริ่นปัญหาหลัก: The test looked successful at first. ____ the battery lasted only ten minutes.
ดูคำตอบ
The problem was that
From the train's point of view: กรอบอ้างอิงในการสังเกต
From the train's point of view หมายถึง “เมื่อสังเกตโดยใช้รถไฟเป็นจุดอ้างอิง” เนื่องจากรถไฟไม่มีความคิดเห็น point of view ในที่นี้จึงหมายถึงจุดอ้างอิงในการสังเกต ไม่ใช่ความเชื่อส่วนตัว วลีนี้กำหนดกรอบให้ข้อมูลที่ตามมา แม้ไจโรสโคปพยายามรักษาทิศทางในอวกาศ แต่เมื่อเทียบกับรถไฟที่กำลังเลี้ยว มันดูเหมือนกำลังหมุนควง ดังนั้นรูปแบบ from X's point of view จึงใช้ได้ทั้งกับมุมมองของบุคคลและสิ่งที่มองเห็นเมื่อเทียบกับ X ในบริบททางเทคนิค
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางเทคนิค วลีเปิดประโยคหมายถึงอะไร? From the satellite's point of view, Earth rotates beneath it.
- บอกว่าผู้พูดยืนอยู่ภายในดาวเทียม
- บอกความคิดเห็นส่วนตัวของดาวเทียม
- อธิบายสิ่งที่สังเกตเห็นเมื่อเทียบกับดาวเทียม
ดูคำตอบ
อธิบายสิ่งที่สังเกตเห็นเมื่อเทียบกับดาวเทียม
Brennan put a second gyro in the train and made it spin in the opposite direction.
2:09เบรนแนนได้ใส่ไจโรตัวที่สองลงในรถไฟและให้มันหมุนไปในทิศทางตรงกันข้าม
the other would precess in the exact opposite direction.
2:18อีกตัวหนึ่งก็จะหมุนควงในทิศทางตรงกันข้ามอย่างแม่นยำ
both gyros wanted to keep facing the same way,
2:23ไจโรทั้งสองต้องการรักษาหน้าให้หันไปในทิศทางเดียวกัน
And so both gyros were forced to rotate with the train,
2:28ดังนั้นไจโรทั้งสองจึงถูกบังคับให้หมุนไปพร้อมกับรถไฟ
and this unwanted precession got canceled out. กริยาวลี
2:31และการหมุนควงที่ไม่ต้องการนี้ก็จะถูกหักล้างไป
got canceled out: ผลที่ตรงข้ามกันหักล้างกัน
ในที่นี้ cancel out หมายถึงผลที่ตรงข้ามกันสร้างสมดุลจนเหลือผลสุทธิน้อยมากหรือไม่เหลือเลย ไจโรสโคปทั้งสองทำให้เกิดการหมุนควงที่ไม่ต้องการในทิศทางตรงข้ามกัน ผลที่ไม่ต้องการโดยรวมจึงหายไป got canceled out เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้ get โดยนำเสนอ precession ว่าเป็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบและเน้นการเปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ได้หมายความว่ามีคนยกเลิกแผนหรืองานกิจกรรม
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดหมายถึงผลทั้งสองสร้างสมดุลกันจนไม่เหลือผลสุทธิ เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The equal forces acted in opposite directions, so they ____.
- canceled the test
- canceled out
- were delayed
ดูคำตอบ
canceled out
he started working on the full-sized prototype that he could test with real passengers.
2:36เขาจึงเริ่มสร้างรถต้นแบบขนาดเท่าของจริงที่เขาสามารถทดสอบกับผู้โดยสารจริงได้
With another problem solved: with + คำนาม + กริยาช่องที่สาม
with + คำนาม + กริยาช่องที่สาม นำเสนอสภาวะที่เสร็จสมบูรณ์หรือสภาวะอันเป็นผลลัพธ์ให้เป็นพื้นหลังของประโยคหลัก another problem คือสิ่งที่ได้รับผลจากการ solve ส่วน solved อธิบายสภาวะของมัน ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค ในที่นี้ วลีเปิดมีความหมายเท่ากับ once another problem had been solved และช่วยให้เรื่องราวเดินหน้าไปยังเหตุการณ์ถัดไปอย่างรวดเร็ว โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อผลลัพธ์สำคัญกว่าผู้ที่ทำให้เกิดผลนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ with + คำนาม + กริยาช่องที่สาม เพื่อนำเสนอสภาวะพื้นหลังที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
- With the door locked, we knew the room was secure.
- With Maya locking the door, we waited outside.
- After Maya locked the door, we went inside.
ดูคำตอบ
With the door locked, we knew the room was secure.
22-ton vehicle with two massive gyros spinning at 3,500 rpm.
2:43หนัก 22 ตัน พร้อมไจโรขนาดใหญ่สองตัวที่หมุนด้วยความเร็ว 3,500 รอบต่อนาที
But scaling up his design uncovered a massive problem. กริยาวลี
2:50แต่การขยายขนาดการออกแบบของเขาเผยให้เห็นปัญหาใหญ่
scaling up: ขยายแบบไปสู่ขนาดที่ใหญ่ขึ้น
Scale up หมายถึงการเพิ่มสิ่งที่เริ่มจากการทดสอบ แบบจำลอง หรือการดำเนินงานขนาดเล็ก ให้เป็นขนาดที่ใช้งานจริงหรือมีกำลังรองรับมากขึ้นมาก ในที่นี้ scaling up his design หมายถึงการเปลี่ยนแบบให้เป็นรุ่นขนาดจริงที่หนักกว่ามาก กริยาวลีนี้เน้นการทำให้แบบ กระบวนการ หรือการดำเนินงานทำงานได้ในระดับที่ใหญ่ขึ้น ไม่ได้หมายถึงการชั่งน้ำหนักแบบหรือเพียงเปลี่ยนมาตราส่วนที่แสดงบนแบบวาด
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึงเพิ่มการดำเนินงานให้มีกำลังรองรับมากขึ้นมาก: The factory needs to ____ production before summer.
ดูคำตอบ
scale up
the gyros weren't only fighting against their own rotation,
2:55ไจโรไม่เพียงแต่ต้องต่อสู้กับการหมุนของพวกมันเอง
but also the force of gravity trying to pull down the train.
2:58แต่ยังรวมถึงแรงโน้มถ่วงที่พยายามดึงรถไฟให้ล้มลง
Now that: ใช้สถานการณ์ใหม่เป็นเหตุผล
Now that ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว และนำสถานการณ์นั้นมาเป็นเหตุผลของสิ่งที่ตามมา มีความหมายใกล้กับ เพราะตอนนี้สิ่งนี้เป็นจริง หรือ เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ในที่นี้ การเปลี่ยนไปใช้แบบขนาดจริงที่หนักกว่ามากทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ คือมีน้ำหนักมากเข้ามาเกี่ยวข้อง ประโยคหลักบอกผลที่ตามมา ในการเล่าเรื่องอดีต now อาจบอกว่าเรื่องเข้าสู่ช่วงใหม่ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเวลาปัจจุบันของผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำที่นำการเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นจริงแล้วมาเป็นเหตุผลของผลลัพธ์: ____ the library has reopened, we can return the books in person.
ดูคำตอบ
Now that
This was much easier to overcome in Brennan's smaller model,
3:02สิ่งนี้เอาชนะได้ง่ายกว่ามากในโมเดลขนาดเล็กของเบรนแนน
but with 22 tons now trying to pull the train over,
3:06แต่ตอนนี้น้ำหนัก 22 ตันพยายามจะดึงรถไฟให้คว่ำลง
a letter arrived that would have the key to the solution.
3:14จดหมายฉบับหนึ่งก็มาถึงซึ่งจะเป็นกุญแจสู่การแก้ปัญหา
saying that he had a large amount of money for Brennan.
3:19ที่บอกว่าเขามีเงินก้อนใหญ่สำหรับเบรนแนน
Brennan could have asked Incogni today's sponsor to stop it. ไวยากรณ์
3:26เบรนแนนคงขอให้ Incogni ผู้สนับสนุนในวันนี้ช่วยหยุดยั้งมันได้
could have asked สำหรับตัวเลือกในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น
ในประโยคนี้ could have asked หมายความว่า การขอให้ Incogni ช่วยเป็นการกระทำที่สามารถเลือกได้ในสถานการณ์อดีตที่สมมติขึ้น ข้อความก่อนหน้าว่า this never happened และเงื่อนไข if it did ทำให้ชัดเจนว่า Brennan ไม่ได้ขอจริง ๆ โครงสร้าง could have + past participle ใช้มองย้อนกลับไปยังการกระทำในอดีตว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรือเลือกทำได้ในเวลานั้น ต้องอาศัยบริบทเพื่อดูว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และในที่นี้สถานการณ์สมมติที่ตรงข้ามกับความจริงเป็นตัวบอก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการขอเป็นตัวเลือกที่ทำได้ในสถานการณ์อดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง โดยไม่ได้ตัดสินว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ
- If I had seen Nina, I could have asked her for directions.
- If I had seen Nina, I should have asked her for directions.
- If I see Nina, I could ask her for directions.
ดูคำตอบ
If I had seen Nina, I could have asked her for directions.
get bombarded with เมื่อมีสิ่งต่าง ๆ ถาโถมเข้ามามากเกินไป
Get bombarded with เป็นโครงสร้างถูกกระทำที่ใช้ get โดยประธานเป็นฝ่ายรับ bombarded เป็น past participle และ with ใช้นำหน้าสิ่งที่เข้ามา เช่น อีเมลหรือสายโทรศัพท์ ในที่นี้ bombarded ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการได้รับสิ่งต่าง ๆ ในปริมาณมหาศาลหรือซ้ำ ๆ จนรู้สึกถูกรบกวนหรือรับมือไม่ไหว จึงมีน้ำเสียงแรงและเป็นลบกว่าการพูดเพียงว่า receive many
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get bombarded with เพื่อแสดงปริมาณที่มากจนรับมือไม่ไหว: After the announcement, our team ____ calls from reporters.
ดูคำตอบ
got bombarded with
data brokers: บริษัทที่ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล
นายหน้าข้อมูลคือบริษัทที่รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากหลายแหล่ง นำมารวมเป็นโปรไฟล์ แล้วขายหรือมอบข้อมูลนั้นให้องค์กรอื่น ในประโยคนี้ นายหน้าข้อมูลเป็นจุดแรกในสายการส่งต่อข้อมูล โดยส่งข้อมูลให้บริษัทการตลาด คำว่า broker ในที่นี้หมายถึงตัวกลางในการซื้อขายข้อมูล ไม่ได้หมายถึงนายหน้าซื้อขายหุ้นโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ data brokers ในประโยคนี้มากที่สุด
- บริษัทที่รวบรวมและขายข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ที่ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
- บริษัทที่สร้างโฆษณาให้ลูกค้า
ดูคำตอบ
บริษัทที่รวบรวมและขายข้อมูลส่วนบุคคล
can quite easily be leaked or stolen by criminals.
3:48สามารถถูกอาชญากรขโมยหรือรั่วไหลได้อย่างง่ายดาย
The good thing is that you have the right to protect yourself.
3:51ข้อดีคือคุณมีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง
reaches out to: เป็นฝ่ายติดต่อก่อน
Reach out to หมายถึงการพยายามติดต่อบุคคลหรือองค์กรด้วยตัวเอง มักมีจุดประสงค์เพื่อสอบถาม เสนอ จัดการนัดหมาย หรือแก้ปัญหาบางอย่าง ในที่นี้ reaches เปลี่ยนรูปให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ Incogni และหลัง out to คือบริษัทที่ได้รับการติดต่อ วลีนี้กล่าวถึงการสื่อสาร ไม่ใช่การเอื้อมมือไปจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “เป็นฝ่ายติดต่อก่อน”:I will ____ the landlord to ask about the repair.
ดูคำตอบ
reach out to
on your behalf: การดำเนินการในฐานะตัวแทนของใครบางคน
on your behalf หมายความว่า Incogni ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคุณ โดยติดต่อบริษัทต่าง ๆ แทนคุณและเพื่อผลประโยชน์ของคุณ วลีนี้ใช้โครงสร้าง on + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + behalf เช่น on my behalf หรือ on Maya's behalf ความหมายนี้มากกว่าแค่ “เพื่อประโยชน์ของคุณ” เพราะเน้นว่าคนอื่นเป็นผู้ลงมือแทนคุณ โดยมักมีสิทธิ์หรือหน้าที่ในการเป็นตัวแทนของคุณ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง on + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + behalf ให้สมบูรณ์: Nina was ill, so I called the school ____.
ดูคำตอบ
on her behalf
โครงสร้าง get + กรรม + to-infinitive ใน gets them to delete
ใน gets them to delete คำว่า get ใช้โครงสร้าง get + กรรม + to-infinitive โดย Them หมายถึงบริษัทต่าง ๆ และ to delete คือการกระทำที่ Incogni ทำให้หรือโน้มน้าวให้บริษัทเหล่านั้นทำ Incogni ไม่ได้ลบข้อมูลเอง โครงสร้างนี้แสดงว่า Incogni ทำให้เกิดผลลัพธ์ด้วยการผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ลงมือ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง get + กรรม + to-infinitive โดยใช้ fix: We got the technician ____ the printer.
ดูคำตอบ
to fix
These are all the companies that no longer have my data.
4:07นี่คือบริษัททั้งหมดที่ไม่มีข้อมูลของฉันอีกต่อไป
get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ
get rid of หมายถึงเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปหรือทำให้มันหายไป ในประโยคนี้หมายถึงการหยุดไม่ให้สแปมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอีกต่อไป ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียว: get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม อย่าแปล get, rid และ of แยกกันแล้วนำความหมายมารวมกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่ขึ้นต้นด้วย get และหมายถึง “กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ”: I blocked the number to ____ the spam calls.
ดูคำตอบ
get rid of
In order for Brennan's monorail to keep itself perfectly balanced,
4:22เพื่อให้รถไฟรางเดี่ยวของเบรนแนนสามารถรักษาสมดุลได้อย่างสมบูรณ์
which was constantly trying to pull the vehicle over.
4:28ซึ่งพยายามดึงตัวยานพาหนะให้คว่ำลงอย่างต่อเนื่อง
The natural precession wasn't strong or quick enough to keep the train stable.
4:36การหมุนควงตามธรรมชาติไม่แรงหรือเร็วพอที่จะรักษารถไฟให้เสถียร
came up with: คิดวิธีแก้ปัญหาขึ้นมา
come up with หมายถึงคิดหรือสร้างแนวคิด แผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหา ในประโยคนี้ Brennan คิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ขึ้นมา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างคือ come up with + แนวคิดหรือวิธีแก้ปัญหาที่คิดขึ้นมา came เป็นรูปอดีต ดังนั้น came up with จึงบอกว่าแนวคิดนั้นเกิดขึ้นในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำรูปอดีตที่ขึ้นต้นด้วย came และหมายถึง “คิดขึ้นมา”: Leo ____ a clever answer during the quiz.
ดูคำตอบ
came up with
a stronger force would be put into righting the vehicle.
4:53จะทำให้เกิดแรงที่แข็งแกร่งขึ้นในการตั้งยานพาหนะให้ตรง
By purposely precessing them: บอกวิธีด้วย by + กริยาเติม -ing
By purposely precessing them อธิบายว่าจะสร้างแรงที่มากขึ้นเพื่อดันยานพาหนะให้กลับมาตั้งตรงได้อย่างไร ในที่นี้ by หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” และ purposely แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยตั้งใจ รูปแบบคือ by + กริยาเติม -ing ซึ่งเชื่อมการกระทำหรือกระบวนการเข้ากับผลที่เกิดขึ้น จึงมีประโยชน์เป็นพิเศษในคำแนะนำและคำอธิบายทางเทคนิค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้คำทั้งหมดในวงเล็บและเปลี่ยนรูปกริยาตามความจำเป็น: ____, Lena made the presentation file smaller. (by / compress / the images)
ดูคำตอบ
By compressing the images
and encased them in vacuum-sealed casings to reduce friction.
4:59และหุ้มมันไว้ในปลอกหุ้มสูญญากาศเพื่อลดแรงเสียดทาน
Even if the power ran out: เงื่อนไขสมมติที่รุนแรง
Even if the power ran out นำเสนอเงื่อนไขเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ คือไฟฟ้าอาจหมด ประโยคหลักบอกว่าไจโรจะยังคงหมุนต่อไป ดังนั้นเงื่อนไขนี้จึงไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป Even if หมายความว่า “ไม่ว่าเงื่อนไขที่เป็นไปได้นี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ ใจความหลักก็ยังคงเป็นจริง” ran และ would keep ในที่นี้นำเสนอสถานการณ์สมมติ ไม่ได้รายงานว่าเกิดไฟฟ้าดับขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ถือว่าไฟฟ้าดับเป็นเพียงความเป็นไปได้ และบอกว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
- If the power goes out, the backup light will turn off.
- Even though the power went out, the backup light stayed on.
- Even if the power goes out, the backup light will stay on.
ดูคำตอบ
Even if the power goes out, the backup light will stay on.
ran out: ทรัพยากรหมดลง
ในประโยคนี้ ran out หมายถึงสิ่งหนึ่งหมดลงหรือไม่เหลืออยู่แล้ว ประธานคือ the power ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ไม่มีให้ใช้อีกต่อไป ส่วน run ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง โครงสร้างคือ ทรัพยากร + run out โดย ran เป็นรูปอดีตของ run และโครงสร้างอกรรมกริยานี้ไม่มีกรรมตามหลัง out
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ run out เติมประโยคให้สมบูรณ์: The emergency light stopped working because its battery ____.
ดูคำตอบ
ran out
that allowed the whole system to rotate on the train's roll axis.
5:12ซึ่งช่วยให้ระบบทั้งหมดสามารถหมุนบนแกนหมุนของรถไฟได้
and sat between two guide plates that were attached to the train's chassis.
5:19และอยู่ระหว่างแผ่นนำทางสองแผ่นที่ติดอยู่กับแชสซีของรถไฟ
and friction would cause them to roll over like a wheel on the ground. ลำดับความ
5:27และแรงเสียดทานจะทำให้พวกมันกลิ้งไปเหมือนล้อบนพื้น
make contact with: การสัมผัสทางกายภาพระหว่างชิ้นส่วน
ในประโยคนี้ make contact with หมายถึงสัมผัสกันทางกายภาพ เมื่อรถไฟเอียง เพลาก็จะเคลื่อนมาแตะกับแผ่นหนึ่ง โครงสร้างคือ make contact with + สิ่งของ สำนวนนี้พบบ่อยในคำอธิบายเชิงเทคนิค เพราะบอกจังหวะที่ชิ้นส่วนสองชิ้นสัมผัสกัน โดยไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเกิดการกระแทกรุนแรง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนเติมคำอธิบายเชิงเทคนิคนี้ให้สมบูรณ์: When the lid closes, the sensor must ____ the metal strip.
ดูคำตอบ
make contact with
like a wheel on the ground: การเปรียบเทียบเพื่ออธิบาย
วลี like a wheel on the ground ใช้ภาพที่ผู้ฟังคุ้นเคยเพื่อช่วยให้เข้าใจว่าเพลากลิ้งอย่างไรหลังจากสัมผัสแผ่นนำทาง ในที่นี้ like หมายถึง “ด้วยวิธีที่คล้ายกับ” และวลีทั้งหมดอธิบายลักษณะของการ roll over นี่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวกัน เพราะเพลาไม่ใช่ล้อธรรมดา ในคำอธิบายเชิงเทคนิค like + นามวลี สามารถเชื่อมโยงกระบวนการที่ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่คุ้นเคยได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบหนึ่งคำที่ใช้หน้านามวลีให้สมบูรณ์: The blades spin ____ a wheel.
ดูคำตอบ
like
This would cause the gyros to precess much quicker than the previous design,
5:31นี่จะทำให้ไจโรหมุนควงเร็วกว่าการออกแบบก่อนหน้ามาก
pushing the entire train back to equilibrium: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์
วลี -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค pushing the entire train back to equilibrium เพิ่มผลลัพธ์ของกระบวนการในประโยคหลัก การหมุนควงที่เร็วขึ้นทำให้เกิดแรง และผลนั้นทำให้รถไฟทั้งขบวนกลับสู่ภาวะสมดุล วลีนี้ไม่ได้บอกว่ามีอีกคนตั้งใจผลักรถไฟ โครงสร้างแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในคำอธิบาย โดยประโยคสมบูรณ์จะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แล้ววลี -ing จะบอกผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ใน “The heater warmed the air, raising the room temperature,” วลี -ing แสดงอะไร?
- ผลจากการทำให้อากาศอุ่นขึ้น
- การเปรียบต่างกับการทำให้อากาศอุ่นขึ้น
- การกระทำอีกอย่างที่บุคคลหนึ่งวางแผนไว้
ดูคำตอบ
ผลจากการทำให้อากาศอุ่นขึ้น
vibrations would cause the gyros to bounce on the guide plates,
5:40การสั่นสะเทือนจะทำให้ไจโรกระเด้งบนแผ่นนำทาง
and they never produced a smooth and proportional force on the train.
5:44และมันไม่เคยสร้างแรงที่ราบรื่นและเป็นสัดส่วนต่อรถไฟได้เลย
fix A to B: ยึด A เข้ากับ B อย่างแน่นหนา
ใน fixed the gyros to the train's chassis คำว่า fixed หมายถึง “ยึดหรือติดตั้งให้แน่น” ไม่ใช่ “ซ่อม” ไจโรสโคปถูกติดตั้งบนโครงรถเพื่อให้เคลื่อนที่ไปพร้อมกับโครงรถ โครงสร้างคือ fix + กรรม + to + ฐานรองหรือพื้นผิว ในคำอธิบายทางเทคนิค โครงสร้างนี้บอกว่าชิ้นส่วนถูกยึดไว้ที่ใด: fix A to B
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ fix ในความหมายว่า “ยึดให้แน่น”: The technician ____ the sensor ____ the metal frame.
ดูคำตอบ
fixed · to
the gyros did their usual thing and started to precess naturally.
5:59ไจโรก็จะทำหน้าที่ตามปกติและเริ่มหมุนควงตามธรรมชาติ
either end of: ปลายด้านใดด้านหนึ่งจากสองด้าน
ใน either end of a large tube ท่อขนาดใหญ่มีปลายสองด้าน และ either end หมายถึงปลายด้านหนึ่งหรืออีกด้านหนึ่ง เมื่อมีท่อสองท่อที่แยกกันเชื่อมต่อ วลีนี้จึงหมายความโดยธรรมชาติว่าท่อทั้งสองเข้าไปที่ปลายตรงข้ามกัน โดยมีหนึ่งท่อต่อหนึ่งด้าน either ในที่นี้กำหนดคู่ที่มีสองสิ่ง บริบทจะบอกว่าประโยคมุ่งเน้นปลายด้านใดด้านหนึ่งที่เป็นไปได้ หรือกระจายสิ่งที่เข้าคู่กันไปยังปลายทั้งสองด้าน
แบบฝึกหัด
A bridge has a lamp at either end. ประโยคนี้มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- มีโคมไฟหนึ่งดวงที่ปลายสะพานแต่ละด้าน
- โคมไฟอาจอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งจากหลายจุดบนสะพาน
- โคมไฟทั้งสองดวงอยู่ที่ปลายด้านเดียวกันของสะพาน
ดูคำตอบ
มีโคมไฟหนึ่งดวงที่ปลายสะพานแต่ละด้าน
Back and forth: การเคลื่อนไปมาในทิศทางตรงข้าม
Back and forth หมายถึงการเคลื่อนไปในทิศทางหนึ่งแล้วกลับไปในทิศทางตรงข้ามซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ เฟืองสะพานเลื่อนสลับไปยังปลายทั้งสองด้านของท่อ ทำให้ไจโรสโคปหมุน วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนขยายกริยาเพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งเคลื่อนที่อย่างไร และยังใช้กับการโต้ตอบซ้ำไปมาระหว่างสองฝ่าย เช่น ข้อความหรือการอภิปราย ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเคลื่อนที่จริง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่แสดงการเคลื่อนไปมาในทิศทางตรงข้ามกัน: The wind pushed the curtain back and ____.
ดูคำตอบ
forth
and the clever actuator arm would activate the valves.
6:31และแขนแอคทูเอเตอร์อันชาญฉลาดจะเปิดใช้งานวาล์ว
Closing off: การปิดกั้นเส้นทางหรือการไหล
Closing off เป็นรูป -ing ของกริยาวลี close off ซึ่งหมายถึงการปิดกั้นหรือปิดผนึกเส้นทางเพื่อไม่ให้คน อากาศ หรือของเหลวผ่านไปได้ ในประโยคนี้ การปิดวาล์วหนึ่งตัวจะกั้นทางเดินอากาศเส้นหนึ่งและบังคับให้อากาศอัดไหลผ่านอีกท่อหนึ่ง ใน By closing off... โครงสร้าง by + -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ close off ในความหมายว่า “ปิดกั้นการเข้าถึงหรือทางผ่าน”
- The crew closed off the tunnel after water began to enter.
- The café closed at six because it was Sunday.
- The cabin is close to the lake.
ดูคำตอบ
The crew closed off the tunnel after water began to enter.
pushing the gear rack and forcing the gyros to precess in the opposite direction
6:42ดันแร็คเกียร์และบังคับให้ไจโรหมุนควงในทิศทางตรงกันข้าม
and the gyros would react before the train ever got too unbalanced.
6:51และไจโรจะตอบสนองก่อนที่รถไฟจะเสียสมดุลมากเกินไป
allowing the smaller force to produce a much bigger force.
6:58ช่วยให้แรงที่น้อยกว่าสามารถสร้างแรงที่ใหญ่กว่าได้มาก
The key here is that: การเน้นประเด็นหลัก
วลี “The key here is that ...” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะกล่าวถึงแนวคิดที่สำคัญที่สุดในคำอธิบายนี้ ในที่นี้ key หมายถึง “ประเด็นสำคัญ” ไม่ใช่กุญแจจริง วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยพาจากรายละเอียดไปสู่ข้อสรุปหลัก อนุประโยคหลัง that คือข้อสรุปที่ต้องเน้น: อากาศอัดทำให้แรงที่น้อยกว่าสร้างแรงที่มากกว่ามากได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้เน้นข้อสรุปหลัก: “____ the backup file is stored safely off-site.”
ดูคำตอบ
The key here is that
acted as: การทำหน้าที่บางอย่าง
Acted as หมายถึง “ทำหน้าที่เป็น” หรือ “ใช้แทนได้ในฐานะ” ในประโยคนี้ อากาศอัดทำหน้าที่เป็นระบบนิวแมติกภายในอุปกรณ์ วลีนี้อธิบายหน้าที่ที่มันทำ ไม่ได้หมายถึงการแสดง และไม่ได้บอกว่าอากาศนั้นเป็นระบบที่สมบูรณ์และแยกออกมาอย่างแท้จริง รูปแบบคือ act as + บทบาทหรือหน้าที่ ประธานอาจเป็นคน วัตถุ วัสดุ หรือกระบวนการก็ได้ และรูปของ act จะเปลี่ยนตามเวลา โดย acted as ใช้กล่าวถึงอดีต
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเมื่อไฟฉายของโทรศัพท์ทำหน้าที่เป็นไฟฉุกเฉิน? “During the power cut, the phone's flashlight ___ an emergency lamp.”
- acted like
- acted as
- acted out
ดูคำตอบ
acted as
The force of the compressed air gets sent equally through the air in the tube.
7:02แรงของอากาศอัดถูกส่งไปอย่างเท่าเทียมกันผ่านอากาศในท่อ
Once + อนุประโยค: จุดกระตุ้นของกระบวนการ
ในที่นี้ once เป็นคำเชื่อมบอกเวลา หมายถึง “เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว” หรือ “หลังจากสิ่งนี้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once ระบุจุดที่กระตุ้นขั้นต่อไปของกระบวนการ ส่วนประโยคหลักบอกผลที่ตามมา กล่าวคือ หลังจากแรงหรือความดันไปถึงลูกสูบที่ใหญ่กว่า แรงจะถูกเพิ่มทวีบนพื้นที่ที่กว้างขึ้น โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายขั้นตอนและผลที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าการที่ความดันไปถึงห้องด้านบนเป็นจุดกระตุ้นที่คาดไว้ให้วาล์วเปิด?
- If the pressure reaches the upper chamber, the valve opens.
- Once the pressure reaches the upper chamber, the valve opens.
- Before the pressure reaches the upper chamber, the valve opens.
ดูคำตอบ
Once the pressure reaches the upper chamber, the valve opens.
And so this piston is moved with much greater force
7:11ดังนั้นลูกสูบนี้จึงถูกขับเคลื่อนด้วยแรงที่มากกว่ามาก
This genius system took the force of the train tipping over
7:16ระบบอัจฉริยะนี้นำแรงจากการที่รถไฟเอียงล้มลง
and multiplied it against itself to create a train that always wanted to stay level.
7:19และทวีคูณแรงนั้นเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างรถไฟที่ต้องการรักษาระดับให้ตั้งตรงเสมอ
so strong that ... even if ... would stay: ระดับ ผลลัพธ์ และสมมติฐาน
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + ผลลัพธ์ แสดงว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับสูงพอที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ ในที่นี้ so strong that เชื่อมความแข็งแรงของรถไฟเข้ากับความสามารถในการรักษาสมดุล ภายในอนุประโยคผลลัพธ์ even if นำเสนอการทดสอบสุดขั้วที่สมมติขึ้น รูปอดีต stood และ would stay ทำงานร่วมกันเพื่อแสดงสถานการณ์สมมติ ไม่ได้รายงานว่าผู้โดยสารทุกคนไปยืนอยู่ด้านเดียวจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่สร้างโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์: The safe was ____ heavy ____ even if two people pushed it, it would not move.
ดูคำตอบ
so · that
and at the time, it really did seem like the future. ไวยากรณ์
7:35และในเวลานั้น มันดูเหมือนอนาคตจริงๆ
การเน้นใน really did seem
ในประโยคบอกเล่าอดีตกาล did สามารถใช้เน้นความหมายได้ ในที่นี้ really did seem บอกว่า ณ เวลานั้น ความรู้สึกดังกล่าวดูจริงและชัดเจนมาก แม้เหตุการณ์ภายหลังจะแสดงผลที่ต่างออกไป หลัง did ที่ใช้เน้น กริยาหลักต้องอยู่ในรูปพื้นฐาน: did seem ไม่ใช่ did seemed โครงสร้างนี้มักใช้ยืนยันบางสิ่งหรือโต้ความสงสัยที่คาดว่าผู้ฟังอาจมี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย really, กริยาช่วย did ที่ใช้เน้น และรูปพื้นฐานของ seem: At first, the plan ____ possible, although it later failed.
ดูคำตอบ
really did seem
But, unfortunately, investors weren't confident in the design.
7:38แต่น่าเสียดาย ที่นักลงทุนขาดความมั่นใจในดีไซน์นี้
Two-railed trains were already well-established at the time,
7:42รถไฟแบบสองรางได้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายแล้วในตอนนั้น
the fact that ... brought: ประธานยาวและกริยาหลัก
นามวลีทั้งชุด the fact that every train carriage would need its own gyroscope ทำหน้าที่เป็นประธาน ภายในวลีนี้ that นำเนื้อหาของ fact ส่วน would need บอกความจำเป็นที่คาดไว้เมื่อมองจากจุดเวลาในอดีตนั้น กริยาหลักคือ brought และ brought the project to an end หมายถึงทำให้โครงการยุติลง เมื่อประโยคขึ้นต้นด้วย the fact that ให้อ่านไปจนจบอนุประโยคเนื้อหาก่อน แล้วจึงหาภาคแสดงหลัก
แบบฝึกหัด
ในประโยคด้านล่าง ตัวเลือกใดระบุประธานแบบเต็มและกริยาหลักได้ถูกต้อง The fact that every train carriage would need its own gyroscope brought the project to an end.
- ประธานแบบเต็ม: its own gyroscope; กริยาหลัก: brought
- ประธานแบบเต็ม: the fact that every train carriage would need its own gyroscope; กริยาหลัก: brought
- ประธานแบบเต็ม: every train carriage; กริยาหลัก: would need
ดูคำตอบ
ประธานแบบเต็ม: the fact that every train carriage would need its own gyroscope; กริยาหลัก: brought
brought the project to an end: ทำให้โครงการยุติลง
ใน bring something to an end คำว่า bring หมายถึงทำให้เกิด ไม่ใช่ถือหรือเคลื่อนย้าย โครงสร้างคือ bring + สิ่งหรือกระบวนการ + to an end ซึ่งหมายถึงทำให้สิ่งหรือกระบวนการนั้นหยุดลง ในประโยคนี้ ความจำเป็นที่ตู้รถไฟทุกตู้ต้องมีไจโรสโคปทำให้โครงการยุติลง Brought เป็นรูปอดีตของ bring
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง bring ... to an end ในรูปอดีตให้สมบูรณ์: The final whistle ____ the match ____.
ดูคำตอบ
brought · to an end
and appreciate the geniuses behind their creation.
7:55และชื่นชมความอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ของพวกเขา
Either way: ข้อสรุปเดียวหลังความเป็นไปได้สองอย่าง
Either way ย้อนกลับไปกล่าวถึงความเป็นไปได้สองอย่างที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ หมายความว่าไม่ว่าความเป็นไปได้ใดจะเป็นจริง ข้อความถัดไปก็ยังคงเหมือนเดิม ในประโยคนี้ ผู้พูดวางความเป็นไปได้ก่อนหน้าไว้ข้างหนึ่ง แล้วไปสู่ข้อสรุปร่วมกันว่า สิ่งประดิษฐ์และผู้สร้างยังคงควรค่าแก่การชื่นชม ไม่ได้ขอให้ใครเลือกเส้นทางจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำที่แสดงว่าผลลัพธ์เหมือนกันในทั้งสองกรณี: It may rain, or it may stay dry. ____, the picnic will be indoors.
ดูคำตอบ
Either way
And now, time for the Primal Space giveaway.
7:59และตอนนี้ ก็ถึงเวลาสำหรับการแจกของรางวัลจาก Primal Space แล้ว
giving away: แจกของรางวัลฟรี
ในที่นี้ giving away หมายถึงการมอบสิ่งของฟรีเป็นรางวัลแทนที่จะขาย Give away ใช้สิ่งของที่มอบเป็นกรรม ดังนั้นโปสเตอร์จึงเป็นสิ่งของที่นำมาเป็นรางวัล บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย give away ยังอาจหมายถึงการเปิดเผยความลับหรือทำให้รู้ตัวตนได้ แต่ one lucky winner และโปสเตอร์ทำให้ชัดเจนว่าในที่นี้หมายถึงการให้รางวัลฟรี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มอบเป็นรางวัลฟรี”: A bookshop will ____ three signed novels to lucky customers.
ดูคำตอบ
give away
All you need to do is sign up at the link below,
8:13สิ่งที่คุณต้องทำคือสมัครสมาชิกตามลิงก์ด้านล่าง
like the video, and leave a comment saying what you think about Brennan's design.
8:15กดไลก์วิดีโอ และแสดงความคิดเห็นว่าคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับการออกแบบของเบรนแนน