ของเล่นเยอะเกินไปแล้ว! 🧸 💙 🎁 | ไฮไลต์บลูอี้ ซีซั่น 2 - คุณลิงมังกี้จ็อกส์ 🐵 | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
แนะนำวิดีโอ: เมื่อพ่อให้คัดของเล่นเพื่อบริจาค Bluey กับ Bingo ยืนยันว่าของเล่นแทบทุกชิ้นล้วนพิเศษ ทั้งคู่จึงปฏิบัติต่อ Mr. Monkeyjocks เป็นแขกคนสำคัญในมื้อเช้าเพื่อช่วยไม่ให้มันถูกทิ้ง และทำให้พ่อต้องเจอกับผลจากคำท้าของตัวเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. having a chuck out. — กริยาวลี: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการซึ่งพบเด่นในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย ใช้เรียกการจัดของครั้งใหญ่เพื่อกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว ผู้เรียนจะเชื่อม chuck out เข้ากับการคัดแยกของเล่นของครอบครัว และติดตามความต่างระหว่างของที่จะเก็บกับของที่จะทิ้งได้ 2. we're off to a great start. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เรียนรู้ว่า be off to a great start ตามปกติใช้ประเมินว่าสิ่งหนึ่งเริ่มต้นได้ดี แต่สามารถพูดประชดได้เมื่อเหตุการณ์จริงตรงกันข้าม ในฉากนี้ตะกร้าของที่จะทิ้งแทบว่างเปล่า จึงช่วยให้จับน้ำเสียงหงุดหงิดแบบขำ ๆ ของพ่อได้ แทนที่จะเข้าใจว่าเป็นคำชมจริงใจ 3. Don't mind if I do. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: รู้จักคำตอบตายตัวที่ใช้รับสิ่งซึ่งอีกฝ่ายเสนอให้ เช่น อาหารหรือเครื่องดื่ม ด้วยน้ำเสียงขี้เล่นหรือออกแนวแสดงบทบาทเล็กน้อย จึงตามการเล่นสมมติเป็น Mr. Monkeyjocks ในมื้อเช้าได้ และนำไปใช้ตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่แปลตรงตัวเพียงว่า “ไม่รังเกียจ”
คำอธิบายในบทเรียนนี้
I'm bored: บอกว่าตัวเองรู้สึกเบื่อ
I'm bored. หมายความว่าผู้พูดกำลังรู้สึกไม่สนใจอะไรหรือไม่มีอะไรน่าสนุกให้ทำ ประโยคนี้บอกความรู้สึกของผู้พูด ไม่ได้บอกว่าผู้พูดเป็นคนแบบไหน ในประโยคที่สมบูรณ์ bored เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำกริยา be โดยมีโครงสร้าง I + am + bored ส่วน I am ย่อเป็น I'm ดังนั้นทั้งประธานและคำกริยา be ยังอยู่ในประโยค
แบบฝึกหัด
คุณไม่มีอะไรน่าสนใจให้ทำและต้องการบอกความรู้สึกของตัวเอง ประโยคใดเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์?
- I bored.
- I'm bored.
- I'm boring.
ดูคำตอบ
I'm bored.
How can you be bored when you've got this many toys? ไวยากรณ์
0:01ลูกจะเบื่อได้ยังไงในเมื่อมีของเล่นเยอะขนาดนี้?
How can you ... when ...?: ถามกลับเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่
How can you ... when ...? ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอวิธีทำอะไร อนุประโยคที่มี when ให้ข้อเท็จจริงที่ทำให้สถานการณ์ก่อนหน้าดูไม่น่าเชื่อ กล่าวคือ การมีของเล่นมากถูกยกเป็นเหตุผลว่าทำไมการรู้สึกเบื่อจึงน่าประหลาดใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ How can + ประธาน + ... when + ข้อเท็จจริง ...? ผู้พูดใช้ชี้ให้เห็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่ และแสดงความประหลาดใจ ความสงสัย หรือการทักท้วงได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าเหนื่อยหลังจากนอนมาสิบชั่วโมง คำตอบใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อถามกลับเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่?
- How do you sleep when you are tired?
- How can you be tired when you've slept for ten hours?
- How tired are you after sleeping for ten hours?
ดูคำตอบ
How can you be tired when you've slept for ten hours?
this many toys: ชี้จำนวนที่มองเห็นหรือระบุไว้แล้ว
ใน this many toys คำว่า this ไม่ได้หมายถึง “ชิ้นนี้” แบบใน this toy แต่ชี้ไปที่จำนวน คือจำนวนของเล่นที่มองเห็นหรือกำลังพูดถึง และในบริบทนี้ยังเข้าใจได้ด้วยว่าจำนวนนั้นมาก ใช้ this many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เมื่อมองเห็น มีการแสดง หรือรู้จำนวนกันอยู่แล้ว หลัง many ต้องเป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น toys หรือ people
แบบฝึกหัด
ผู้พูดชี้ไปที่กองกล่องยี่สิบใบ ประโยคใดเน้นจำนวนที่กำลังแสดงอยู่?
- Do we need this many boxes?
- Do we need so many boxes?
- Do we need these boxes?
ดูคำตอบ
Do we need this many boxes?
Can you buy me this ...?: คำขอด้วยโครงสร้าง buy + คน + สิ่งของ
Can you buy me this ...? ใช้ขอให้ใครสักคนซื้อสิ่งของชิ้นหนึ่งให้ผู้พูด ในที่นี้ Can you ...? ทำหน้าที่เป็นคำขอ ไม่ได้เพียงถามว่าผู้ฟังมีความสามารถทำได้หรือไม่ ลำดับคือ buy + ผู้รับ + สิ่งของ โดย me คือคนที่จะได้รับของหรือได้รับประโยชน์จากการซื้อ ส่วน this ... คือสิ่งของที่ซื้อ ความสัมพันธ์เดียวกันนี้พูดได้ว่า buy this ... for me
แบบฝึกหัด
เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง buy + คน + สิ่งของ: Mum, can you ____ this jacket for winter?
ดูคำตอบ
buy me
We've hardly got any: แทบไม่มี
ในประโยคนี้ hardly any หมายถึง “แทบไม่มี” หรือ “มีอยู่น้อยมาก” คำว่า hardly มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว ประโยคนี้จึงใช้โต้แย้งความคิดที่ว่าพวกเรามีของเล่นมากอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่า “ได้บางอย่างมาอย่างยากลำบาก” We've got มีความหมายเท่ากับ we have และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาพูดแบบอังกฤษ คำว่า any ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่พูดถึงไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ
แบบฝึกหัด
hardly any ใน We've hardly got any มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- มีมาก
- แทบไม่มี
- มีครึ่งหนึ่งพอดี
ดูคำตอบ
แทบไม่มี
That's it: ยุติการโต้เถียง
ในที่นี้ That's it. เป็นสัญญาณปิดการสนทนา หมายถึง “พอแล้ว การโต้เถียงจบลง และตอนนี้จะทำตามที่ตัดสินใจไว้” ผู้พูดกำลังบอกว่าจะไม่เถียงต่อ ในบริบทอื่น คำเดียวกันนี้อาจใช้ชี้ว่าสิ่งไหนถูกต้องหรือบอกว่างานเสร็จแล้วก็ได้ ต้องดูการกระทำที่ตามมาและน้ำเสียงของผู้พูดเพื่อ判断ความหมายที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
หลังจากโต้เถียงกัน ผู้ปกครองพูดว่า 'That's it. We're leaving now.' ในที่นี้ That's it ทำหน้าที่อะไร
- ใช้ยุติการโต้เถียงและประกาศการตัดสินใจ
- ใช้ขอข้อมูลเพิ่ม
- ใช้ชี้สิ่งของที่อยู่ไกล
ดูคำตอบ
ใช้ยุติการโต้เถียงและประกาศการตัดสินใจ
having a chuck out: การคัดของทิ้งแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ having a chuck out หมายถึงการจัดของหนึ่งรอบ โดยคัดสิ่งของและกำจัดของที่ไม่ต้องการแล้ว ในที่นี้ chuck out หมายถึง “ทิ้ง” หรือ “กำจัด” ไม่ได้หมายถึงเพียงโยนของหนึ่งครั้ง โครงสร้าง have a + คำนามที่เป็นชื่อกิจกรรม ทำให้การจัดของถูกมองเป็นกิจกรรมหนึ่งรอบที่เป็นเรื่องเป็นราว ในสำนวนไม่เป็นทางการนี้ chuck out ถูกใช้เป็นชื่อของกิจกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We're having a chuck out this weekend,” พวกเขาวางแผนจะทำอะไร?
- เล่นเกมโยนสิ่งของ
- ซื้อ корз้าเก็บของใหม่
- คัดของของตนและทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว
ดูคำตอบ
คัดของของตนและทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว
One basket for keeping and one basket for chucking. ไวยากรณ์
0:22ตะกร้าหนึ่งสำหรับเก็บไว้ และอีกตะกร้าสำหรับทิ้ง
for keeping ... for chucking: ใช้ for + -ing บอกวัตถุประสงค์
ในที่นี้ for + รูป -ing บอกว่าตะกร้าแต่ละใบใช้ทำอะไร for keeping หมายถึงตะกร้าสำหรับของที่จะเก็บไว้ ส่วน for chucking หมายถึงตะกร้าสำหรับของที่จะทิ้ง keeping และ chucking เป็นคำกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ได้เป็นส่วนของกาลที่บอกว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้น หลังคำบุพบท for ให้ใช้รูป -ing เช่น for storing, for recycling, for washing
แบบฝึกหัด
เติมป้ายให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ store: This box is for ____ old photos.
ดูคำตอบ
storing
go in the bin: ถูกนำไปทิ้ง
ในบริบทการคัดของในบ้านนี้ be going in the bin หมายถึง “จะถูกเอาไปทิ้ง” สิ่งของเป็นประธานทางไวยากรณ์ แต่ไม่ได้เคลื่อนที่เอง วลีนี้บอกว่าคนอื่นจะจัดการกับมันอย่างไร Nothing's going in the bin หมายถึงผู้พูดยืนยันว่าจะไม่มีสิ่งของชิ้นใดถูกทิ้ง รูป present continuous ทำให้การทิ้งของเป็นขั้นตอนถัดไปที่คาดไว้หรือวางแผนไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้: This broken cup is ____. ประโยคต้องหมายความว่าถ้วยใบนั้นจะถูกทิ้ง
ดูคำตอบ
going in the bin
needy kids ... spoilt kids: ความขาดแคลนจริงกับการถูกตามใจมากเกินไป
Needy kids โดยทั่วไปหมายถึงเด็กที่ขาดเงิน สิ่งจำเป็น การดูแล หรือความช่วยเหลือด้านอื่น จึงต้องการความช่วยเหลือ ในคำตอบของเด็ก มีการขยายความหมายของ needy โดยตั้งใจให้หมายถึง “พวกเราก็ต้องการหรืออยากได้ของเล่นเหมือนกัน” You're spoilt kids เป็นการปฏิเสธการเล่นคำนั้น Spoilt หมายถึงถูกตามใจมากเกินไป เด็ก ๆ ถูกตำหนิเพราะมีของมากอยู่แล้วแต่ยังอยากได้เพิ่ม มุกนี้เปรียบเทียบความลำบากที่แท้จริงกับการอยากได้ของเพิ่ม
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงความแตกต่างได้ถูกต้อง
- needy kids: ขาดทรัพยากร; spoilt kids: ถูกตำหนิว่าได้รับการตามใจมากเกินไป
- needy kids และ spoilt kids: ทั้งสองหมายถึงเด็กที่แค่อยากได้บางอย่าง
- needy kids: ได้รับการตามใจมากเกินไป; spoilt kids: ขาดทรัพยากร
ดูคำตอบ
needy kids: ขาดทรัพยากร; spoilt kids: ถูกตำหนิว่าได้รับการตามใจมากเกินไป
What does that mean? สำหรับถามความหมายของสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง
“What does that mean?” ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายคำ วลี หรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึงคำว่า “spoilt” ไม่ได้ชี้ไปยังสิ่งของที่อยู่ไกลออกไป คำถามนี้มีโครงสร้าง What + does + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน: What does that mean? เนื่องจาก does แสดงกาลปัจจุบันอยู่แล้ว mean จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เพื่อนใช้คำว่า frugal ซึ่งคุณไม่รู้จัก และคุณต้องการรู้คำจำกัดความของคำนั้น ไม่ใช่เจตนาของผู้พูด คำถามใดเหมาะสมที่สุด
- What does that mean?
- What do you mean?
- What is that mean?
ดูคำตอบ
What does that mean?
The bottle fairy ในฐานะตัวละครในจินตนาการที่ครอบครัวสร้างขึ้น
“The bottle fairy” เป็นตัวละครในจินตนาการที่ครอบครัวสร้างขึ้นอย่างสนุกสนานโดยเลียนแบบ tooth fairy หรือนางฟ้าฟัน ครอบครัวอาจเล่าว่าเมื่อลูกเลิกใช้ขวดนม นางฟ้าตนนี้จะนำขวดนมไปและนำของขวัญมาให้แทน ตัวละครนี้ไม่ใช่ตัวละครพื้นบ้านมาตรฐานที่ผู้พูดภาษาอังกฤษทุกคนรู้จัก ในประโยคนี้ เรื่องดังกล่าวอธิบายว่าเด็กได้ของเล่นที่ him อ้างถึงมาอย่างไร ของเล่นชิ้นนี้เป็นเครื่องหมายของช่วงที่เด็กเลิกใช้ขวดนม จึงมีคุณค่าทางใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The bottle fairy brought me him.” คำว่า the bottle fairy น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด
- ตัวละครพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จักและควบคุมขวดนมทั้งหมด
- ตัวละครในจินตนาการของพิธีในครอบครัวที่นำของขวัญมาให้เมื่อเด็กเลิกใช้ขวดนม
- พนักงานร้านค้าที่ผลิตขวดนม
ดูคำตอบ
ตัวละครในจินตนาการของพิธีในครอบครัวที่นำของขวัญมาให้เมื่อเด็กเลิกใช้ขวดนม
Not everything ...: การปฏิเสธบางส่วนเพื่อสื่อว่า “ไม่ใช่ทั้งหมด”
Not everything ... เป็นรูปแบบการปฏิเสธบางส่วนที่ใช้ทั่วไป โดยปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกอย่างในกลุ่มมีคุณสมบัตินั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้บางอย่างมีคุณสมบัตินั้นได้ ที่นี่ not ปฏิเสธข้อความทั้งหมดใน everything can be special กล่าวคือ มีบางสิ่งที่นับว่า special ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรเป็น special ได้เลย
แบบฝึกหัด
“Not every plan will succeed.” หมายความว่าอย่างไร?
- ไม่มีแผนใดจะสำเร็จ
- ทุกแผนจะสำเร็จ
- อย่างน้อยหนึ่งแผนจะไม่สำเร็จ แม้ว่าบางแผนอาจสำเร็จได้
ดูคำตอบ
อย่างน้อยหนึ่งแผนจะไม่สำเร็จ แม้ว่าบางแผนอาจสำเร็จได้
That's not how that word works: การแก้การใช้คำ
ใน “how that word works” คำว่า work หมายถึง “ทำหน้าที่ตามกฎหรือวิธีใช้ตามปกติ” โดยพูดถึงว่าคำหนึ่งสามารถใช้แบบนั้นได้หรือไม่ ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรกำลังทำงานหรือคนกำลังทำงาน ทั้งประโยคปฏิเสธการใช้คำที่ผิดหรือขยายความหมายกว้างเกินไป น้ำเสียงมักฟังเหมือนขำเล็กน้อยหรือเหนื่อยใจ กล่าวคือ ผู้พูดชี้ให้เห็นปัญหา แต่ยังไม่ได้อธิบายวิธีใช้ที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะพูดว่า “That's not how that word works.”?
- เครื่องพิมพ์หยุดทำงาน
- เพื่อนใช้ “borrow” ทั้งที่หมายถึง “lend” และคุณแก้การเลือกใช้คำของเขา
- คุณถามว่า “borrow” สะกดอย่างไร
ดูคำตอบ
เพื่อนใช้ “borrow” ทั้งที่หมายถึง “lend” และคุณแก้การเลือกใช้คำของเขา
we're off to a great start: ชมอย่างจริงใจหรือประชด
To be off to a great start หมายถึงการเริ่มกิจกรรมหรือกระบวนการได้ดีมาก ตรงนี้ off to บอกว่าสิ่งนั้นเริ่มต้นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการออกเดินทางไปที่ใด ในฉากนี้ การคัดแยกดำเนินไปได้ไม่ดี คำพูดเชิงบวกจึงเป็นการประชด ผู้พูดต้องการสื่อจริง ๆ ว่าเริ่มต้นได้แย่ โดยมีน้ำเสียงล้อเล่นปนหงุดหงิด หากต้องการสังเกตการใช้แบบนี้ ให้เปรียบเทียบคำชมที่พูดออกมากับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งเพิ่งพบว่าเปิดไฟล์งานนำเสนอไม่ได้ มีคนพูดว่า “We're off to a great start.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร
- พวกเขาคิดอย่างจริงใจว่าการนำเสนอเริ่มต้นได้ดี
- พวกเขากำลังบอกว่าจะออกเดินทาง
- พวกเขาพูดล้อว่าจริง ๆ แล้วเริ่มต้นได้แย่
ดูคำตอบ
พวกเขาพูดล้อว่าจริง ๆ แล้วเริ่มต้นได้แย่
In the ... basket is ...: การกลับลำดับโดยวางสถานที่ไว้ก่อน
รูปแบบ in + สถานที่หรือภาชนะ + be + สิ่งที่อยู่ข้างใน จะวางสถานที่ไว้ก่อน แล้ววางประธานทางไวยากรณ์ไว้หลังคำกริยา เช่น In the keep basket is everything. ประธานคือ everything และ a monkey wearing jocks ไม่ใช่ basket การกลับลำดับโดยวางสถานที่ไว้ก่อนนี้ช่วยจัดข้อมูลตามภาชนะ โดยบอกสถานที่ก่อนแล้วจึงเผยว่าข้างในมีอะไร คำกริยาต้องสอดคล้องกับประธานที่ตามหลัง ดังนั้นใช้ is กับ everything หรือลิงหนึ่งตัว แต่ใช้ are กับสิ่งของพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การกลับลำดับโดยวางสถานที่ก่อนอย่างเป็นธรรมชาติ และมีความสอดคล้องระหว่างประธานกับคำกริยาที่ถูกต้อง
- On the top shelf are three blue boxes.
- Three blue boxes are on the top shelf.
- On the top shelf is three blue boxes.
ดูคำตอบ
On the top shelf are three blue boxes.
jocks: “กางเกงในผู้ชาย” แบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ คำนามพหูพจน์ jocks อาจหมายถึงกางเกงในของผู้ชายหรือเด็กผู้ชาย ในประโยคนี้ ลิงกำลังใส่กางเกงใน โดย jocks ไม่ได้หมายถึงนักกีฬา ความหมายเฉพาะถิ่นนี้ยังทำให้ชื่อ Mr. Monkeyjocks เป็นการเล่นคำด้วย โดยทั่วไป ให้ดูทั้งภูมิภาคที่ใช้ภาษาอังกฤษและบริบทเรื่องเสื้อผ้าเพื่อตัดสินว่า jocks หมายถึงกางเกงในหรือนักกีฬา
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ "A toy monkey is wearing jocks," คำว่า jocks หมายถึงอะไร
- กางเกงในผู้ชาย
- นักกีฬา
- รองเท้ากีฬา
ดูคำตอบ
กางเกงในผู้ชาย
Well, you better show me he's special if you want to keep him. ไวยากรณ์
1:22เอาล่ะ ถ้าลูกอยากเก็บเขาไว้ ก็ต้องทำให้พ่อเห็นว่าเขาพิเศษยังไง
you better + คำกริยารูปพื้นฐาน: คำเตือนแบบไม่เป็นทางการ
ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ you better + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปย่อที่พบได้บ่อยของ you'd better + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าผู้ฟังควรลงมือทำ แต่โดยทั่วไปจะเป็นคำเตือนหรือคำย้ำที่หนักแน่นกว่าคำแนะนำทั่วไป เพราะสื่อว่าอาจเกิดผลเสียหากผู้ฟังไม่ทำ ในประโยคนี้ show เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และเงื่อนไข if you want to keep him ทำให้เห็นผลที่ตามมาอย่างชัดเจน Better เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว had better ไม่ใช่ better ในความหมายเปรียบเทียบทั่วไปว่า “ดีกว่า” และไม่ตามด้วย to
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปจาก you better เพื่อให้คำเตือนแบบไม่เป็นทางการสมบูรณ์: The road is icy. You ____ slow down, or you may crash.
ดูคำตอบ
better
show me he's special: show + คน + อนุประโยคเพื่อขอหลักฐาน
ใน show me he's special คำว่า show หมายถึง “ทำให้ฉันเชื่อด้วยหลักฐานหรือการแสดงให้เห็นจริง” ไม่ใช่แค่ “ให้ฉันดู” ส่วน he's special เป็นอนุประโยคที่บอกข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ show + คน + อนุประโยค โดยอาจมี that เช่น Show me (that) you can do it. ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการมักละ that แต่อนุประโยคที่ตามมายังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้ขอให้พิสูจน์: You say the door is locked. Now ____ nobody can open it without the key.
ดูคำตอบ
show me
You'll probably regret that: การคาดการณ์ที่ใช้เป็นคำเตือน
You'll probably regret that มีความหมายตรงตัวว่า ผู้ฟังมีแนวโน้มจะเสียใจกับการเลือกหรือการกระทำในภายหลัง โดย that ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งตัดสินใจหรือเพิ่งพูด การคาดการณ์ผลลัพธ์ที่ไม่ดีทำให้ประโยคนี้ทำหน้าที่มากกว่าการบอกความเป็นไปได้ในอนาคต โดยอาจเป็นคำเตือน การท้าทายแบบหยอกล้อ หรือการบอกเป็นนัยว่าปัญหากำลังจะเกิดขึ้น probably ทำให้การคาดการณ์ไม่เด็ดขาดเท่า You'll regret that แต่ไม่ได้ลบความหมายเชิงเตือนออกไป
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: ในการโต้เถียงที่ตึงเครียดกับคนแปลกหน้า You'll probably regret that จะฟังเหมือนคำแนะนำที่อ่อนโยนเสมอ เพราะ probably ช่วยลดความแรงของประโยค
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
take my seat: ไปนั่งที่ของตัวเอง
ในประโยคนี้ take my seat หมายถึงไปยังที่นั่งของตัวเองหรือที่นั่งที่กำหนดไว้แล้วนั่งลง take ไม่ได้หมายถึงยกหรือเอาที่นั่งออกไป โครงสร้างคือ take + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + seat/seats เช่น take my seat, take your seat หรือ take their seats สำนวนนี้เป็นทางการกว่า sit down เล็กน้อย และมักใช้เมื่อมีการกำหนดที่นั่งหรือมีการจัดงานอย่างเป็นระบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ take one's seat: Before the ceremony began, the guests ____.
ดูคำตอบ
took their seats
where am I supposed to sit?: ถามถึงการจัดที่นั่งตามที่คาดหมาย
Where am I supposed to sit? ใช้ถามว่าตามการจัดเตรียม กฎ หรือคำสั่งของผู้รับผิดชอบ ผู้พูดควรใช้ที่นั่งตรงไหน โครงสร้าง be supposed to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงความคาดหวังหรือข้อกำหนดจากภายนอก ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งที่คนอื่นเชื่อเกี่ยวกับผู้พูด ในคำถามแบบนี้ ผู้พูดอาจกำลังขอคำแนะนำจริง ๆ แต่ถ้าที่ที่ควรใช้ไม่ว่างหรือการจัดเตรียมมีปัญหา ประโยคเดียวกันก็อาจแสดงความสับสนหรือความไม่พอใจเล็กน้อยได้
แบบฝึกหัด
ใช้ be supposed to เพื่อถามถึงที่จอดรถที่กำหนดไว้: Where ____ to park?
ดูคำตอบ
am I supposed
any more bacon?: ถามว่ายังมีเหลืออีกไหม
ในคำถามนี้ any more วางไว้หน้า bacon เพื่อถามว่ายังมีปริมาณเพิ่มหรือเหลืออยู่อีกไหม ตรงนี้ bacon ใช้เป็นคำนามอาหารนับไม่ได้ จึงใช้คำถาม Is there ...? และไม่เติม -s ที่ bacon รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ any more + คำนามนับไม่ได้ หรือคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น any more water, any more tickets ตรงนี้ more บอกปริมาณ ไม่ได้หมายถึง “ไม่...อีกต่อไป”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามได้ถูกต้องว่ายังมีถ้วยสะอาดเพิ่มอีกไหม
- Are there anymore clean cups?
- Is there any more clean cups?
- Are there any more clean cups?
ดูคำตอบ
Are there any more clean cups?
Only for special people: ข้อจำกัดแบบสั้น
Only for special people. เป็นวลีที่ละส่วนของประโยคไว้ในการสนทนา ประโยคเต็มที่เข้าใจได้คือประมาณว่า This is only for special people. เมื่อเห็นได้ชัดว่ากำลังพูดถึงสิ่งใด ภาษาอังกฤษสามารถละประธานและกริยา be ในคำตอบสั้น ๆ หรือป้ายกำกับได้ Only จำกัดว่ากลุ่มใดมีสิทธิ์ ในที่นี้วลีไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งนั้นมีไว้สำหรับใคร แต่ยังทำหน้าที่ปฏิเสธและสื่อเป็นนัยว่าผู้ฟังไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยรูปแบบ Only for + กลุ่ม: “Can visitors use this elevator?” “No, ____ staff.”
ดูคำตอบ
only for
Not you, floor boy: การกันออกโดยตรงและชื่อเรียกหยอกล้อที่คิดขึ้นทันที
ในที่นี้ Not you หมายถึงคนที่กำลังถูกพูดด้วยไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่ม เป็นรูปย่อที่ตรงมากสำหรับกันใครบางคนออกจากข้อเสนอหรือกิจกรรม floor boy เป็นชื่อที่คิดขึ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า เพราะคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนพื้น ไม่ใช่ตำแหน่งหรือชื่ออาชีพที่มีอยู่จริง เครื่องหมายจุลภาคแสดงการเรียกอีกฝ่ายโดยตรง และทั้งประโยคใช้การเล่นสมมติเพื่อหยอกล้อขณะกันเขาออกไป
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า Not you, floor boy?
- เรียกคนที่มีอาชีพเกี่ยวกับพื้นอย่างเป็นทางการ
- เชิญผู้ฟังให้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสุภาพ
- กันผู้ฟังออกโดยตรง พร้อมใช้ชื่อเล่นที่คิดขึ้นจากสถานการณ์
ดูคำตอบ
กันผู้ฟังออกโดยตรง พร้อมใช้ชื่อเล่นที่คิดขึ้นจากสถานการณ์
More maple syrup?: คำเสนอแบบย่อเพื่อเติมให้อีก
More maple syrup? เป็นคำถามแบบย่อที่ใช้บนโต๊ะอาหาร หมายถึง Would you like some more maple syrup? คำอย่าง would you like some ถูกละไว้ เพราะทั้งการกระทำและสิ่งที่เสนอชัดเจนจากสถานการณ์ร่วมกัน More สื่อถึงปริมาณที่เพิ่มขึ้น คือผู้ฟังมีอยู่แล้วหรือเคยรับประทานไปบ้างแล้ว น้ำเสียงคำถามทำให้วลีสั้น ๆ นี้กลายเป็นการเสนอให้เพิ่ม ไม่ใช่คำขอของผู้พูดหรือเพียงความคิดเห็นเรื่องปริมาณ
แบบฝึกหัด
แขกมีชาอยู่แล้ว ใช้รูปเสนอแบบสั้น More + คำนาม เพื่อถามว่าต้องการเพิ่มอีกไหม: ____?
ดูคำตอบ
More tea
Don't mind if I do. เมื่อตอบรับข้อเสนอ
Don't mind if I do. เป็นคำตอบแบบตายตัวที่ใช้รับสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งเสนอ ในประโยคนี้หมายถึง “ได้เลย ยินดี” หรือ “งั้นขอรับไว้” ไม่ได้กำลังพูดอย่างจริงจังว่าสิ่งใดรบกวนใจผู้พูดหรือไม่ รูปคำเหมือนกับกำลังตอบว่า “ฉันไม่ขัดข้องที่จะทำแบบนั้น” แต่ทั้งประโยคทำหน้าที่ตอบรับข้อเสนอ ควรจำเป็นสำนวนทั้งชุดแทนการแปล don't mind ทีละคำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "Would you like the last slice of cake?" เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: ____.
ดูคำตอบ
Don't mind if I do