ของเล่นเยอะเกินไปแล้ว! 🧸 💙 🎁 | ไฮไลต์บลูอี้ ซีซั่น 2 - คุณลิงมังกี้จ็อกส์ 🐵 | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
239 คำ 157 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เมื่อพ่อให้คัดของเล่นเพื่อบริจาค Bluey กับ Bingo ยืนยันว่าของเล่นแทบทุกชิ้นล้วนพิเศษ ทั้งคู่จึงปฏิบัติต่อ Mr. Monkeyjocks เป็นแขกคนสำคัญในมื้อเช้าเพื่อช่วยไม่ให้มันถูกทิ้ง และทำให้พ่อต้องเจอกับผลจากคำท้าของตัวเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. having a chuck out. — กริยาวลี: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการซึ่งพบเด่นในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย ใช้เรียกการจัดของครั้งใหญ่เพื่อกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว ผู้เรียนจะเชื่อม chuck out เข้ากับการคัดแยกของเล่นของครอบครัว และติดตามความต่างระหว่างของที่จะเก็บกับของที่จะทิ้งได้ 2. we're off to a great start. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เรียนรู้ว่า be off to a great start ตามปกติใช้ประเมินว่าสิ่งหนึ่งเริ่มต้นได้ดี แต่สามารถพูดประชดได้เมื่อเหตุการณ์จริงตรงกันข้าม ในฉากนี้ตะกร้าของที่จะทิ้งแทบว่างเปล่า จึงช่วยให้จับน้ำเสียงหงุดหงิดแบบขำ ๆ ของพ่อได้ แทนที่จะเข้าใจว่าเป็นคำชมจริงใจ 3. Don't mind if I do. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: รู้จักคำตอบตายตัวที่ใช้รับสิ่งซึ่งอีกฝ่ายเสนอให้ เช่น อาหารหรือเครื่องดื่ม ด้วยน้ำเสียงขี้เล่นหรือออกแนวแสดงบทบาทเล็กน้อย จึงตามการเล่นสมมติเป็น Mr. Monkeyjocks ในมื้อเช้าได้ และนำไปใช้ตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่แปลตรงตัวเพียงว่า “ไม่รังเกียจ”

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm bored. วลี

0:00

หนูเบื่อ

วลี

I'm bored: บอกว่าตัวเองรู้สึกเบื่อ

I'm bored. หมายความว่าผู้พูดกำลังรู้สึกไม่สนใจอะไรหรือไม่มีอะไรน่าสนุกให้ทำ ประโยคนี้บอกความรู้สึกของผู้พูด ไม่ได้บอกว่าผู้พูดเป็นคนแบบไหน ในประโยคที่สมบูรณ์ bored เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำกริยา be โดยมีโครงสร้าง I + am + bored ส่วน I am ย่อเป็น I'm ดังนั้นทั้งประธานและคำกริยา be ยังอยู่ในประโยค

แบบฝึกหัด

คุณไม่มีอะไรน่าสนใจให้ทำและต้องการบอกความรู้สึกของตัวเอง ประโยคใดเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์?

  1. I bored.
  2. I'm bored.
  3. I'm boring.
ดูคำตอบ

I'm bored.

How can you be bored when you've got this many toys? ไวยากรณ์

0:01

ลูกจะเบื่อได้ยังไงในเมื่อมีของเล่นเยอะขนาดนี้?

ไวยากรณ์

How can you ... when ...?: ถามกลับเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่

How can you ... when ...? ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การขอวิธีทำอะไร อนุประโยคที่มี when ให้ข้อเท็จจริงที่ทำให้สถานการณ์ก่อนหน้าดูไม่น่าเชื่อ กล่าวคือ การมีของเล่นมากถูกยกเป็นเหตุผลว่าทำไมการรู้สึกเบื่อจึงน่าประหลาดใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ How can + ประธาน + ... when + ข้อเท็จจริง ...? ผู้พูดใช้ชี้ให้เห็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่ และแสดงความประหลาดใจ ความสงสัย หรือการทักท้วงได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าเหนื่อยหลังจากนอนมาสิบชั่วโมง คำตอบใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อถามกลับเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่?

  1. How do you sleep when you are tired?
  2. How can you be tired when you've slept for ten hours?
  3. How tired are you after sleeping for ten hours?
ดูคำตอบ

How can you be tired when you've slept for ten hours?

ไวยากรณ์

this many toys: ชี้จำนวนที่มองเห็นหรือระบุไว้แล้ว

ใน this many toys คำว่า this ไม่ได้หมายถึง “ชิ้นนี้” แบบใน this toy แต่ชี้ไปที่จำนวน คือจำนวนของเล่นที่มองเห็นหรือกำลังพูดถึง และในบริบทนี้ยังเข้าใจได้ด้วยว่าจำนวนนั้นมาก ใช้ this many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เมื่อมองเห็น มีการแสดง หรือรู้จำนวนกันอยู่แล้ว หลัง many ต้องเป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น toys หรือ people

แบบฝึกหัด

ผู้พูดชี้ไปที่กองกล่องยี่สิบใบ ประโยคใดเน้นจำนวนที่กำลังแสดงอยู่?

  1. Do we need this many boxes?
  2. Do we need so many boxes?
  3. Do we need these boxes?
ดูคำตอบ

Do we need this many boxes?

Dad, can you buy me this Tommy Teddy, ไวยากรณ์

0:03

พ่อคะ ซื้อ Tommy Teddy ตัวนี้ให้หนูได้ไหม

this Starlight Unicorse,

0:05

Starlight Unicorse ตัวนี้ด้วย

and this Rainbow Boobear?

0:07

แล้วก็ Rainbow Boobear ตัวนี้ล่ะ?

ไวยากรณ์

Can you buy me this ...?: คำขอด้วยโครงสร้าง buy + คน + สิ่งของ

Can you buy me this ...? ใช้ขอให้ใครสักคนซื้อสิ่งของชิ้นหนึ่งให้ผู้พูด ในที่นี้ Can you ...? ทำหน้าที่เป็นคำขอ ไม่ได้เพียงถามว่าผู้ฟังมีความสามารถทำได้หรือไม่ ลำดับคือ buy + ผู้รับ + สิ่งของ โดย me คือคนที่จะได้รับของหรือได้รับประโยชน์จากการซื้อ ส่วน this ... คือสิ่งของที่ซื้อ ความสัมพันธ์เดียวกันนี้พูดได้ว่า buy this ... for me

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง buy + คน + สิ่งของ: Mum, can you ____ this jacket for winter?

ดูคำตอบ

buy me

No.

0:09

ไม่

You kids have got too many toys.

0:09

ลูกมีของเล่นเยอะเกินไปแล้วนะ

What?

0:11

อะไรนะคะ?

We've hardly got any. ไวยากรณ์

0:11

เราแทบไม่มีของเล่นเลยต่างหาก

ไวยากรณ์

We've hardly got any: แทบไม่มี

ในประโยคนี้ hardly any หมายถึง “แทบไม่มี” หรือ “มีอยู่น้อยมาก” คำว่า hardly มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว ประโยคนี้จึงใช้โต้แย้งความคิดที่ว่าพวกเรามีของเล่นมากอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่า “ได้บางอย่างมาอย่างยากลำบาก” We've got มีความหมายเท่ากับ we have และพบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาพูดแบบอังกฤษ คำว่า any ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่พูดถึงไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

hardly any ใน We've hardly got any มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. มีมาก
  2. แทบไม่มี
  3. มีครึ่งหนึ่งพอดี
ดูคำตอบ

แทบไม่มี

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

0:16

เอาล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

That's it: ยุติการโต้เถียง

ในที่นี้ That's it. เป็นสัญญาณปิดการสนทนา หมายถึง “พอแล้ว การโต้เถียงจบลง และตอนนี้จะทำตามที่ตัดสินใจไว้” ผู้พูดกำลังบอกว่าจะไม่เถียงต่อ ในบริบทอื่น คำเดียวกันนี้อาจใช้ชี้ว่าสิ่งไหนถูกต้องหรือบอกว่างานเสร็จแล้วก็ได้ ต้องดูการกระทำที่ตามมาและน้ำเสียงของผู้พูดเพื่อ判断ความหมายที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

หลังจากโต้เถียงกัน ผู้ปกครองพูดว่า 'That's it. We're leaving now.' ในที่นี้ That's it ทำหน้าที่อะไร

  1. ใช้ยุติการโต้เถียงและประกาศการตัดสินใจ
  2. ใช้ขอข้อมูลเพิ่ม
  3. ใช้ชี้สิ่งของที่อยู่ไกล
ดูคำตอบ

ใช้ยุติการโต้เถียงและประกาศการตัดสินใจ

We're having a chuck out. กริยาวลี

0:17

เราจะมาโละของกัน

กริยาวลี

having a chuck out: การคัดของทิ้งแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ having a chuck out หมายถึงการจัดของหนึ่งรอบ โดยคัดสิ่งของและกำจัดของที่ไม่ต้องการแล้ว ในที่นี้ chuck out หมายถึง “ทิ้ง” หรือ “กำจัด” ไม่ได้หมายถึงเพียงโยนของหนึ่งครั้ง โครงสร้าง have a + คำนามที่เป็นชื่อกิจกรรม ทำให้การจัดของถูกมองเป็นกิจกรรมหนึ่งรอบที่เป็นเรื่องเป็นราว ในสำนวนไม่เป็นทางการนี้ chuck out ถูกใช้เป็นชื่อของกิจกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We're having a chuck out this weekend,” พวกเขาวางแผนจะทำอะไร?

  1. เล่นเกมโยนสิ่งของ
  2. ซื้อ корз้าเก็บของใหม่
  3. คัดของของตนและทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว
ดูคำตอบ

คัดของของตนและทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการแล้ว

This episode of Bluey is called Mr. Monkeyjocks.

0:19

Bluey ตอนนี้มีชื่อว่า Mr. Monkeyjocks

Okay.

0:22

โอเคค่ะ

One basket for keeping and one basket for chucking. ไวยากรณ์

0:22

ตะกร้าหนึ่งสำหรับเก็บไว้ และอีกตะกร้าสำหรับทิ้ง

ไวยากรณ์

for keeping ... for chucking: ใช้ for + -ing บอกวัตถุประสงค์

ในที่นี้ for + รูป -ing บอกว่าตะกร้าแต่ละใบใช้ทำอะไร for keeping หมายถึงตะกร้าสำหรับของที่จะเก็บไว้ ส่วน for chucking หมายถึงตะกร้าสำหรับของที่จะทิ้ง keeping และ chucking เป็นคำกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ได้เป็นส่วนของกาลที่บอกว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้น หลังคำบุพบท for ให้ใช้รูป -ing เช่น for storing, for recycling, for washing

แบบฝึกหัด

เติมป้ายให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ store: This box is for ____ old photos.

ดูคำตอบ

storing

No.

0:25

ไม่นะ

But we keep all the special toys

0:26

แต่เราจะเก็บของเล่นชิ้นพิเศษไว้ทั้งหมด

and nothing's going in the bin. วลี

0:29

และจะไม่มีอะไรถูกทิ้งลงถังขยะ

วลี

go in the bin: ถูกนำไปทิ้ง

ในบริบทการคัดของในบ้านนี้ be going in the bin หมายถึง “จะถูกเอาไปทิ้ง” สิ่งของเป็นประธานทางไวยากรณ์ แต่ไม่ได้เคลื่อนที่เอง วลีนี้บอกว่าคนอื่นจะจัดการกับมันอย่างไร Nothing's going in the bin หมายถึงผู้พูดยืนยันว่าจะไม่มีสิ่งของชิ้นใดถูกทิ้ง รูป present continuous ทำให้การทิ้งของเป็นขั้นตอนถัดไปที่คาดไว้หรือวางแผนไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้: This broken cup is ____. ประโยคต้องหมายความว่าถ้วยใบนั้นจะถูกทิ้ง

ดูคำตอบ

going in the bin

It's all going to needy kids. การใช้คำ

0:30

ของทั้งหมดจะถูกส่งไปให้เด็กที่ยากไร้

But we're needy kids.

0:32

แต่พวกเราคือเด็กที่ยากไร้นะ

You're spoilt kids.

0:34

พวกลูกคือเด็กที่ถูกตามใจจนเสียคนต่างหาก

การใช้คำ

needy kids ... spoilt kids: ความขาดแคลนจริงกับการถูกตามใจมากเกินไป

Needy kids โดยทั่วไปหมายถึงเด็กที่ขาดเงิน สิ่งจำเป็น การดูแล หรือความช่วยเหลือด้านอื่น จึงต้องการความช่วยเหลือ ในคำตอบของเด็ก มีการขยายความหมายของ needy โดยตั้งใจให้หมายถึง “พวกเราก็ต้องการหรืออยากได้ของเล่นเหมือนกัน” You're spoilt kids เป็นการปฏิเสธการเล่นคำนั้น Spoilt หมายถึงถูกตามใจมากเกินไป เด็ก ๆ ถูกตำหนิเพราะมีของมากอยู่แล้วแต่ยังอยากได้เพิ่ม มุกนี้เปรียบเทียบความลำบากที่แท้จริงกับการอยากได้ของเพิ่ม

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดแสดงความแตกต่างได้ถูกต้อง

  1. needy kids: ขาดทรัพยากร; spoilt kids: ถูกตำหนิว่าได้รับการตามใจมากเกินไป
  2. needy kids และ spoilt kids: ทั้งสองหมายถึงเด็กที่แค่อยากได้บางอย่าง
  3. needy kids: ได้รับการตามใจมากเกินไป; spoilt kids: ขาดทรัพยากร
ดูคำตอบ

needy kids: ขาดทรัพยากร; spoilt kids: ถูกตำหนิว่าได้รับการตามใจมากเกินไป

No, we're not.

0:36

ไม่ เราไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย

Wait, what does that mean? วลี

0:37

เดี๋ยวนะ นั่นหมายความว่าไงคะ?

วลี

What does that mean? สำหรับถามความหมายของสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง

“What does that mean?” ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายคำ วลี หรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึงคำว่า “spoilt” ไม่ได้ชี้ไปยังสิ่งของที่อยู่ไกลออกไป คำถามนี้มีโครงสร้าง What + does + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน: What does that mean? เนื่องจาก does แสดงกาลปัจจุบันอยู่แล้ว mean จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เพื่อนใช้คำว่า frugal ซึ่งคุณไม่รู้จัก และคุณต้องการรู้คำจำกัดความของคำนั้น ไม่ใช่เจตนาของผู้พูด คำถามใดเหมาะสมที่สุด

  1. What does that mean?
  2. What do you mean?
  3. What is that mean?
ดูคำตอบ

What does that mean?

Focus, Heelers.

0:38

ตั้งสมาธิหน่อย ครอบครัว Heeler

Right, first customer, Chuck.

0:39

เอาล่ะ ลูกค้ารายแรก ทิ้ง

No, Snowy's special.

0:42

ไม่นะ Snowy เป็นของพิเศษ

Keep, keep.

0:44

เก็บไว้ เก็บไว้

Chuck.

0:46

ทิ้ง

Chutney Chimp's special.

0:48

Chutney Chimp ก็พิเศษ

The bottle fairy brought me him. วัฒนธรรม

0:50

นางฟ้าขวดนมเอาเขามาให้หนูนะ

วัฒนธรรม

The bottle fairy ในฐานะตัวละครในจินตนาการที่ครอบครัวสร้างขึ้น

“The bottle fairy” เป็นตัวละครในจินตนาการที่ครอบครัวสร้างขึ้นอย่างสนุกสนานโดยเลียนแบบ tooth fairy หรือนางฟ้าฟัน ครอบครัวอาจเล่าว่าเมื่อลูกเลิกใช้ขวดนม นางฟ้าตนนี้จะนำขวดนมไปและนำของขวัญมาให้แทน ตัวละครนี้ไม่ใช่ตัวละครพื้นบ้านมาตรฐานที่ผู้พูดภาษาอังกฤษทุกคนรู้จัก ในประโยคนี้ เรื่องดังกล่าวอธิบายว่าเด็กได้ของเล่นที่ him อ้างถึงมาอย่างไร ของเล่นชิ้นนี้เป็นเครื่องหมายของช่วงที่เด็กเลิกใช้ขวดนม จึงมีคุณค่าทางใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The bottle fairy brought me him.” คำว่า the bottle fairy น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. ตัวละครพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จักและควบคุมขวดนมทั้งหมด
  2. ตัวละครในจินตนาการของพิธีในครอบครัวที่นำของขวัญมาให้เมื่อเด็กเลิกใช้ขวดนม
  3. พนักงานร้านค้าที่ผลิตขวดนม
ดูคำตอบ

ตัวละครในจินตนาการของพิธีในครอบครัวที่นำของขวัญมาให้เมื่อเด็กเลิกใช้ขวดนม

Not everything can be special. ไวยากรณ์

0:52

ไม่ใช่ทุกอย่างจะพิเศษไปหมดหรอกนะ

ไวยากรณ์

Not everything ...: การปฏิเสธบางส่วนเพื่อสื่อว่า “ไม่ใช่ทั้งหมด”

Not everything ... เป็นรูปแบบการปฏิเสธบางส่วนที่ใช้ทั่วไป โดยปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกอย่างในกลุ่มมีคุณสมบัตินั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้บางอย่างมีคุณสมบัตินั้นได้ ที่นี่ not ปฏิเสธข้อความทั้งหมดใน everything can be special กล่าวคือ มีบางสิ่งที่นับว่า special ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรเป็น special ได้เลย

แบบฝึกหัด

“Not every plan will succeed.” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีแผนใดจะสำเร็จ
  2. ทุกแผนจะสำเร็จ
  3. อย่างน้อยหนึ่งแผนจะไม่สำเร็จ แม้ว่าบางแผนอาจสำเร็จได้
ดูคำตอบ

อย่างน้อยหนึ่งแผนจะไม่สำเร็จ แม้ว่าบางแผนอาจสำเร็จได้

That's not how that word works. น้ำเสียง/เจตนา

0:54

คำนี้ไม่ได้ใช้แบบนั้นซะหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

That's not how that word works: การแก้การใช้คำ

ใน “how that word works” คำว่า work หมายถึง “ทำหน้าที่ตามกฎหรือวิธีใช้ตามปกติ” โดยพูดถึงว่าคำหนึ่งสามารถใช้แบบนั้นได้หรือไม่ ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรกำลังทำงานหรือคนกำลังทำงาน ทั้งประโยคปฏิเสธการใช้คำที่ผิดหรือขยายความหมายกว้างเกินไป น้ำเสียงมักฟังเหมือนขำเล็กน้อยหรือเหนื่อยใจ กล่าวคือ ผู้พูดชี้ให้เห็นปัญหา แต่ยังไม่ได้อธิบายวิธีใช้ที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะพูดว่า “That's not how that word works.”?

  1. เครื่องพิมพ์หยุดทำงาน
  2. เพื่อนใช้ “borrow” ทั้งที่หมายถึง “lend” และคุณแก้การเลือกใช้คำของเขา
  3. คุณถามว่า “borrow” สะกดอย่างไร
ดูคำตอบ

เพื่อนใช้ “borrow” ทั้งที่หมายถึง “lend” และคุณแก้การเลือกใช้คำของเขา

Not Lady Sparklehound.

0:56

ไม่ใช่ Lady Sparklehound สิ

Oh, we're off to a great start. สำนวน

0:58

โอ้ เริ่มต้นได้ดีมากเลย

สำนวน

we're off to a great start: ชมอย่างจริงใจหรือประชด

To be off to a great start หมายถึงการเริ่มกิจกรรมหรือกระบวนการได้ดีมาก ตรงนี้ off to บอกว่าสิ่งนั้นเริ่มต้นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการออกเดินทางไปที่ใด ในฉากนี้ การคัดแยกดำเนินไปได้ไม่ดี คำพูดเชิงบวกจึงเป็นการประชด ผู้พูดต้องการสื่อจริง ๆ ว่าเริ่มต้นได้แย่ โดยมีน้ำเสียงล้อเล่นปนหงุดหงิด หากต้องการสังเกตการใช้แบบนี้ ให้เปรียบเทียบคำชมที่พูดออกมากับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งเพิ่งพบว่าเปิดไฟล์งานนำเสนอไม่ได้ มีคนพูดว่า “We're off to a great start.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาคิดอย่างจริงใจว่าการนำเสนอเริ่มต้นได้ดี
  2. พวกเขากำลังบอกว่าจะออกเดินทาง
  3. พวกเขาพูดล้อว่าจริง ๆ แล้วเริ่มต้นได้แย่
ดูคำตอบ

พวกเขาพูดล้อว่าจริง ๆ แล้วเริ่มต้นได้แย่

Okay, so in the keep basket is everything. ไวยากรณ์

1:06

โอเค สรุปว่าในตะกร้าเก็บไว้คือทุกสิ่งทุกอย่าง

And in the chuck basket is

1:10

ส่วนในตะกร้าทิ้งคือ

a monkey wearing jocks. การใช้คำ

1:13

ลิงที่ใส่กางเกงใน

ไวยากรณ์

In the ... basket is ...: การกลับลำดับโดยวางสถานที่ไว้ก่อน

รูปแบบ in + สถานที่หรือภาชนะ + be + สิ่งที่อยู่ข้างใน จะวางสถานที่ไว้ก่อน แล้ววางประธานทางไวยากรณ์ไว้หลังคำกริยา เช่น In the keep basket is everything. ประธานคือ everything และ a monkey wearing jocks ไม่ใช่ basket การกลับลำดับโดยวางสถานที่ไว้ก่อนนี้ช่วยจัดข้อมูลตามภาชนะ โดยบอกสถานที่ก่อนแล้วจึงเผยว่าข้างในมีอะไร คำกริยาต้องสอดคล้องกับประธานที่ตามหลัง ดังนั้นใช้ is กับ everything หรือลิงหนึ่งตัว แต่ใช้ are กับสิ่งของพหูพจน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับโดยวางสถานที่ก่อนอย่างเป็นธรรมชาติ และมีความสอดคล้องระหว่างประธานกับคำกริยาที่ถูกต้อง

  1. On the top shelf are three blue boxes.
  2. Three blue boxes are on the top shelf.
  3. On the top shelf is three blue boxes.
ดูคำตอบ

On the top shelf are three blue boxes.

การใช้คำ

jocks: “กางเกงในผู้ชาย” แบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ คำนามพหูพจน์ jocks อาจหมายถึงกางเกงในของผู้ชายหรือเด็กผู้ชาย ในประโยคนี้ ลิงกำลังใส่กางเกงใน โดย jocks ไม่ได้หมายถึงนักกีฬา ความหมายเฉพาะถิ่นนี้ยังทำให้ชื่อ Mr. Monkeyjocks เป็นการเล่นคำด้วย โดยทั่วไป ให้ดูทั้งภูมิภาคที่ใช้ภาษาอังกฤษและบริบทเรื่องเสื้อผ้าเพื่อตัดสินว่า jocks หมายถึงกางเกงในหรือนักกีฬา

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ "A toy monkey is wearing jocks," คำว่า jocks หมายถึงอะไร

  1. กางเกงในผู้ชาย
  2. นักกีฬา
  3. รองเท้ากีฬา
ดูคำตอบ

กางเกงในผู้ชาย

Mr. Monkeyjocks.

1:14

Mr. Monkeyjocks

We can't chuck Mr. Monkeyjocks.

1:15

เราทิ้ง Mr. Monkeyjocks ไม่ได้นะ

But you never play with him.

1:18

แต่ลูกไม่เคยเล่นกับเขาเลยนะ

We do.

1:20

เราเล่นนะ

He's special.

1:21

เขาเป็นของพิเศษ

Well, you better show me he's special if you want to keep him. ไวยากรณ์

1:22

เอาล่ะ ถ้าลูกอยากเก็บเขาไว้ ก็ต้องทำให้พ่อเห็นว่าเขาพิเศษยังไง

ไวยากรณ์

you better + คำกริยารูปพื้นฐาน: คำเตือนแบบไม่เป็นทางการ

ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ you better + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปย่อที่พบได้บ่อยของ you'd better + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าผู้ฟังควรลงมือทำ แต่โดยทั่วไปจะเป็นคำเตือนหรือคำย้ำที่หนักแน่นกว่าคำแนะนำทั่วไป เพราะสื่อว่าอาจเกิดผลเสียหากผู้ฟังไม่ทำ ในประโยคนี้ show เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และเงื่อนไข if you want to keep him ทำให้เห็นผลที่ตามมาอย่างชัดเจน Better เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว had better ไม่ใช่ better ในความหมายเปรียบเทียบทั่วไปว่า “ดีกว่า” และไม่ตามด้วย to

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจาก you better เพื่อให้คำเตือนแบบไม่เป็นทางการสมบูรณ์: The road is icy. You ____ slow down, or you may crash.

ดูคำตอบ

better

ไวยากรณ์

show me he's special: show + คน + อนุประโยคเพื่อขอหลักฐาน

ใน show me he's special คำว่า show หมายถึง “ทำให้ฉันเชื่อด้วยหลักฐานหรือการแสดงให้เห็นจริง” ไม่ใช่แค่ “ให้ฉันดู” ส่วน he's special เป็นอนุประโยคที่บอกข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ show + คน + อนุประโยค โดยอาจมี that เช่น Show me (that) you can do it. ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการมักละ that แต่อนุประโยคที่ตามมายังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้ขอให้พิสูจน์: You say the door is locked. Now ____ nobody can open it without the key.

ดูคำตอบ

show me

Okay.

1:25

ตกลงค่ะ

You'll probably regret that. น้ำเสียง/เจตนา

1:28

คุณน่าจะเสียใจที่พูดแบบนั้นนะ

น้ำเสียง/เจตนา

You'll probably regret that: การคาดการณ์ที่ใช้เป็นคำเตือน

You'll probably regret that มีความหมายตรงตัวว่า ผู้ฟังมีแนวโน้มจะเสียใจกับการเลือกหรือการกระทำในภายหลัง โดย that ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งตัดสินใจหรือเพิ่งพูด การคาดการณ์ผลลัพธ์ที่ไม่ดีทำให้ประโยคนี้ทำหน้าที่มากกว่าการบอกความเป็นไปได้ในอนาคต โดยอาจเป็นคำเตือน การท้าทายแบบหยอกล้อ หรือการบอกเป็นนัยว่าปัญหากำลังจะเกิดขึ้น probably ทำให้การคาดการณ์ไม่เด็ดขาดเท่า You'll regret that แต่ไม่ได้ลบความหมายเชิงเตือนออกไป

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในการโต้เถียงที่ตึงเครียดกับคนแปลกหน้า You'll probably regret that จะฟังเหมือนคำแนะนำที่อ่อนโยนเสมอ เพราะ probably ช่วยลดความแรงของประโยค

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Breakfast.

1:37

อาหารเช้ามาแล้ว

I'll just take my seat. วลี

1:38

พ่อขอนั่งที่ประจำของพ่อก็แล้วกัน

วลี

take my seat: ไปนั่งที่ของตัวเอง

ในประโยคนี้ take my seat หมายถึงไปยังที่นั่งของตัวเองหรือที่นั่งที่กำหนดไว้แล้วนั่งลง take ไม่ได้หมายถึงยกหรือเอาที่นั่งออกไป โครงสร้างคือ take + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + seat/seats เช่น take my seat, take your seat หรือ take their seats สำนวนนี้เป็นทางการกว่า sit down เล็กน้อย และมักใช้เมื่อมีการกำหนดที่นั่งหรือมีการจัดงานอย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ take one's seat: Before the ceremony began, the guests ____.

ดูคำตอบ

took their seats

Hey,

1:39

เฮ้

that monkey's in my chair.

1:41

ลิงนั่นนั่งอยู่บนเก้าอี้พ่อนะ

It's his chair now.

1:42

ตอนนี้มันเป็นเก้าอี้ของเขาแล้วค่ะ

Well, where am I supposed to sit? ไวยากรณ์

1:45

อ้าว แล้วพ่อจะไปนั่งที่ไหนล่ะ?

ไวยากรณ์

where am I supposed to sit?: ถามถึงการจัดที่นั่งตามที่คาดหมาย

Where am I supposed to sit? ใช้ถามว่าตามการจัดเตรียม กฎ หรือคำสั่งของผู้รับผิดชอบ ผู้พูดควรใช้ที่นั่งตรงไหน โครงสร้าง be supposed to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงความคาดหวังหรือข้อกำหนดจากภายนอก ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งที่คนอื่นเชื่อเกี่ยวกับผู้พูด ในคำถามแบบนี้ ผู้พูดอาจกำลังขอคำแนะนำจริง ๆ แต่ถ้าที่ที่ควรใช้ไม่ว่างหรือการจัดเตรียมมีปัญหา ประโยคเดียวกันก็อาจแสดงความสับสนหรือความไม่พอใจเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

ใช้ be supposed to เพื่อถามถึงที่จอดรถที่กำหนดไว้: Where ____ to park?

ดูคำตอบ

am I supposed

Is there any more bacon? ไวยากรณ์

1:48

ยังมีเบคอนเหลืออีกไหม?

ไวยากรณ์

any more bacon?: ถามว่ายังมีเหลืออีกไหม

ในคำถามนี้ any more วางไว้หน้า bacon เพื่อถามว่ายังมีปริมาณเพิ่มหรือเหลืออยู่อีกไหม ตรงนี้ bacon ใช้เป็นคำนามอาหารนับไม่ได้ จึงใช้คำถาม Is there ...? และไม่เติม -s ที่ bacon รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ any more + คำนามนับไม่ได้ หรือคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น any more water, any more tickets ตรงนี้ more บอกปริมาณ ไม่ได้หมายถึง “ไม่...อีกต่อไป”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามได้ถูกต้องว่ายังมีถ้วยสะอาดเพิ่มอีกไหม

  1. Are there anymore clean cups?
  2. Is there any more clean cups?
  3. Are there any more clean cups?
ดูคำตอบ

Are there any more clean cups?

Only for special people. น้ำเสียง/เจตนา

1:50

สำหรับคนพิเศษเท่านั้นค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Only for special people: ข้อจำกัดแบบสั้น

Only for special people. เป็นวลีที่ละส่วนของประโยคไว้ในการสนทนา ประโยคเต็มที่เข้าใจได้คือประมาณว่า This is only for special people. เมื่อเห็นได้ชัดว่ากำลังพูดถึงสิ่งใด ภาษาอังกฤษสามารถละประธานและกริยา be ในคำตอบสั้น ๆ หรือป้ายกำกับได้ Only จำกัดว่ากลุ่มใดมีสิทธิ์ ในที่นี้วลีไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งนั้นมีไว้สำหรับใคร แต่ยังทำหน้าที่ปฏิเสธและสื่อเป็นนัยว่าผู้ฟังไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยรูปแบบ Only for + กลุ่ม: “Can visitors use this elevator?” “No, ____ staff.”

ดูคำตอบ

only for

Not you, floor boy. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

ไม่ใช่สำหรับคุณหรอก พ่อหนุ่มพื้นห้อง

น้ำเสียง/เจตนา

Not you, floor boy: การกันออกโดยตรงและชื่อเรียกหยอกล้อที่คิดขึ้นทันที

ในที่นี้ Not you หมายถึงคนที่กำลังถูกพูดด้วยไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่ม เป็นรูปย่อที่ตรงมากสำหรับกันใครบางคนออกจากข้อเสนอหรือกิจกรรม floor boy เป็นชื่อที่คิดขึ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า เพราะคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนพื้น ไม่ใช่ตำแหน่งหรือชื่ออาชีพที่มีอยู่จริง เครื่องหมายจุลภาคแสดงการเรียกอีกฝ่ายโดยตรง และทั้งประโยคใช้การเล่นสมมติเพื่อหยอกล้อขณะกันเขาออกไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า Not you, floor boy?

  1. เรียกคนที่มีอาชีพเกี่ยวกับพื้นอย่างเป็นทางการ
  2. เชิญผู้ฟังให้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสุภาพ
  3. กันผู้ฟังออกโดยตรง พร้อมใช้ชื่อเล่นที่คิดขึ้นจากสถานการณ์
ดูคำตอบ

กันผู้ฟังออกโดยตรง พร้อมใช้ชื่อเล่นที่คิดขึ้นจากสถานการณ์

Floor boy.

1:53

พ่อหนุ่มพื้นห้อง

More maple syrup, Mr. Monkeyjocks? น้ำเสียง/เจตนา

1:55

รับเมเปิลไซรัปเพิ่มไหมคะ Mr. Monkeyjocks?

น้ำเสียง/เจตนา

More maple syrup?: คำเสนอแบบย่อเพื่อเติมให้อีก

More maple syrup? เป็นคำถามแบบย่อที่ใช้บนโต๊ะอาหาร หมายถึง Would you like some more maple syrup? คำอย่าง would you like some ถูกละไว้ เพราะทั้งการกระทำและสิ่งที่เสนอชัดเจนจากสถานการณ์ร่วมกัน More สื่อถึงปริมาณที่เพิ่มขึ้น คือผู้ฟังมีอยู่แล้วหรือเคยรับประทานไปบ้างแล้ว น้ำเสียงคำถามทำให้วลีสั้น ๆ นี้กลายเป็นการเสนอให้เพิ่ม ไม่ใช่คำขอของผู้พูดหรือเพียงความคิดเห็นเรื่องปริมาณ

แบบฝึกหัด

แขกมีชาอยู่แล้ว ใช้รูปเสนอแบบสั้น More + คำนาม เพื่อถามว่าต้องการเพิ่มอีกไหม: ____?

ดูคำตอบ

More tea

Don't mind if I do. สำนวน

1:57

งั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ

สำนวน

Don't mind if I do. เมื่อตอบรับข้อเสนอ

Don't mind if I do. เป็นคำตอบแบบตายตัวที่ใช้รับสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งเสนอ ในประโยคนี้หมายถึง “ได้เลย ยินดี” หรือ “งั้นขอรับไว้” ไม่ได้กำลังพูดอย่างจริงจังว่าสิ่งใดรบกวนใจผู้พูดหรือไม่ รูปคำเหมือนกับกำลังตอบว่า “ฉันไม่ขัดข้องที่จะทำแบบนั้น” แต่ทั้งประโยคทำหน้าที่ตอบรับข้อเสนอ ควรจำเป็นสำนวนทั้งชุดแทนการแปล don't mind ทีละคำ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า "Would you like the last slice of cake?" เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: ____.

ดูคำตอบ

Don't mind if I do