วิธีใช้ 'just' ในภาษาอังกฤษ - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
514 คำ 177 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนใช้บทสนทนาที่ตึงเครียดเกี่ยวกับการแก้การตกแต่งสถานที่จัดงานแต่งงาน เพื่ออธิบายว่า just สามารถทำให้ข้อเสนอฟังนุ่มนวล จำกัดตัวเลือก หรือบอกว่าปริมาณหนึ่งเพียงพอแบบฉิวเฉียดได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I was just thinking — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าวลีนี้นำเสนอการขอให้แก้ไขเสมือนเป็นความคิดที่เพิ่งผุดขึ้นมา จึงลดน้ำเสียงสั่งการของคำขอ คุณนำไปใช้ก่อนเสนอแนะเรื่องแผนงาน การออกแบบ หรือผลงานของผู้อื่นอย่างสุภาพได้ และไม่จำเป็นต้องตีความ just ว่าเกี่ยวกับเวลาที่เพิ่งผ่านไปเท่านั้น 2. just want purple poppies, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตว่า just ในที่นี้หมายถึง “แค่” หรือ “เท่านั้น” โดยจำกัดความต้องการของผู้พูดไว้ที่ดอกป๊อปปี้สีม่วงและตัดตัวเลือกอื่นออก ความรู้นี้ช่วยให้ระบุความชอบที่แคบได้ชัดเจน และแยกจาก just ที่ใช้เน้นหรือทำให้ถ้อยคำอ่อนลง 3. just enough money — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าเงินที่มีน่าจะเพียงพอ แต่แทบไม่มีส่วนเผื่อเหลืออยู่ คุณใช้รูปแบบนี้กับงบประมาณ เวลา อาหาร และทรัพยากรอื่นได้ พร้อมจับนัยของความพอดีแบบไม่มั่นคงที่ enough money เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้สื่อออกมา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today we're just going to focus on one word

0:00

วันนี้เราจะมาโฟกัสแค่คำๆ เดียว

just because it's a word which has many uses วลี

0:03

เพียงเพราะมันเป็นคำที่มีการใช้งานหลากหลาย

วลี

just because: ใช้บอกเหตุผลง่าย ๆ ที่มีขอบเขตจำกัด

ในประโยคนี้ just because หมายถึง “เพียงเพราะ” และใช้เกริ่นเหตุผลในอนุประโยคที่ตามมา คำว่า just จำกัดเหตุผลนั้น ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” because ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกเหตุผล โดยปกติอนุประโยคนี้จะเชื่อมกับใจความหลักหรือผลลัพธ์ แม้ผู้พูดจะเริ่มพูดจากเหตุผลก่อนก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่ใช้บอกเหตุผลง่าย ๆ: Leo chose the seat ____ it was beside the window.

ดูคำตอบ

just because

just.

0:06

นั่นคือ 'just'

Introducing Craig and Marco.

0:13

ขอแนะนำให้รู้จักกับเครกและมาร์โก

Craig is planning a wedding party.

0:15

เครกกำลังวางแผนจัดงานแต่งงาน

Marco has done the interior design,

0:17

มาร์โกออกแบบตกแต่งภายในเสร็จแล้ว

but Craig wants to make a few changes. วลี

0:20

แต่เครกต้องการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเล็กน้อย

วลี

make a few changes: การจับคู่คำกริยากับคำนามที่เป็นธรรมชาติ

make a few changes หมายถึงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ จำนวนเล็กน้อย ในที่นี้ make ใช้คู่กับ changes เป็นวลีที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งของที่จับต้องได้ a few หมายถึง “สองสาม” หรือ “บางส่วน” โดยทั่วไปเป็นจำนวนเล็กน้อยที่มากกว่าศูนย์ Craig มีหลายจุดที่คิดจะแก้ไข ไม่ใช่ว่าจะไม่แก้อะไรเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เป็นธรรมชาติจากบทเรียนนี้: We need to ____ before the poster is printed.

ดูคำตอบ

make a few changes

Let's see how that goes. ลำดับความ

0:22

มาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร

ลำดับความ

Let's see how that goes: ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Let's see how that goes. เปลี่ยนความสนใจจากแผนหรือการกระทำไปยังสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ผู้พูดกำลังปูทางให้ติดตามผลลัพธ์หรือความคืบหน้าในภายหลัง ไม่ได้ถามว่าสิ่งใดกำลังไปที่ไหน ใน how that goes คำว่า goes หมายถึง “ดำเนินไป” หรือ “ลงเอยอย่างไร” ไม่ใช่ “เดินทาง” ประโยคนี้ใช้เป็นคำเชื่อมเพื่อบอกว่าให้บางอย่างเกิดขึ้นหรือลองทำก่อน แล้วจึงดูผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Let's see how that goes.” มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ถามว่าใครบางคนจะใช้เส้นทางใด
  2. ปูทางให้ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
  3. รับรองว่าแผนจะประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ

ปูทางให้ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Marco, I just adore what you've done with the place. โน้ต

0:23

มาร์โก ฉันชอบสิ่งที่คุณทำกับสถานที่นี้มากๆ

การใช้คำ

just adore: just ทำให้คำชมหนักแน่นขึ้น

ใน just adore คำว่า just ช่วยเน้นคำกริยา adore ซึ่งมีความหมายแรงอยู่แล้ว โดยมีความหมายประมาณว่า “จริง ๆ” หรือ “อย่างมาก” จึงแสดงว่าผู้พูดกำลังชื่นชมอย่างกระตือรือร้นมาก ในที่นี้ just ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” และไม่ได้หมายถึง “เท่านั้น” ตำแหน่งที่อยู่หน้าคำกริยาบอกความรู้สึกช่วยทำให้คำชมหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

just ทำหน้าที่อะไรในประโยค I just adore this room?

  1. หมายความว่าเพิ่งเริ่มชอบเมื่อสักครู่นี้
  2. ช่วยเน้นความรู้สึกที่ adore แสดงออกมา
  3. จำกัดคำชมไว้ที่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของห้อง
ดูคำตอบ

ช่วยเน้นความรู้สึกที่ adore แสดงออกมา

วลี

what you've done with the place: ชมการเปลี่ยนแปลงที่ทำกับสถานที่

ในประโยคนี้ what you've done with the place หมายถึง “วิธีที่คุณตกแต่ง จัด หรือปรับปรุงสถานที่นี้” โดย what หมายถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ส่วนอนุประโยคทั้งหมดคือสิ่งที่ผู้พูดชื่นชอบ done with ในที่นี้บอกว someone ได้ทำอะไรเพื่อเปลี่ยนหรือจัดสถานที่ ไม่ได้หมายถึง “จัดการเสร็จแล้วและไม่ต้องการอีกต่อไป” เราใช้ what someone has done with a place เพื่อแสดงความเห็นต่อผลลัพธ์หลังจากมีคนจัดห้องหรือสถานที่จัดงานแล้วได้

แบบฝึกหัด

ใน “I love what you've done with the room” สิ่งใดกำลังได้รับคำชม?

  1. การที่ผู้พูดไม่ต้องการห้องนั้นอีกต่อไป
  2. วิธีที่ห้องได้รับการตกแต่งหรือเปลี่ยนแปลง
  3. งานทั้งหมดที่ทำเสร็จขณะยืนอยู่ในห้อง
ดูคำตอบ

วิธีที่ห้องได้รับการตกแต่งหรือเปลี่ยนแปลง

It's just as wonderful as you said it would be. ไวยากรณ์

0:26

มันยอดเยี่ยมเหมือนที่คุณบอกไว้เป๊ะเลย

ไวยากรณ์

just as wonderful as: การเปรียบเทียบระดับเท่ากัน

Just as + คำคุณศัพท์ + as บอกว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติอยู่ในระดับเท่ากัน ใน just as wonderful as คำว่า as ตัวแรกเริ่มการเปรียบเทียบ และ as ตัวที่สองนำเข้าสู่สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ ส่วน just เพิ่มความหมายว่า “เท่ากันพอดี” หรือ “เท่ากันทุกประการ” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ในประโยคนี้ สถานที่หรือเหตุการณ์จริงถูกเปรียบเทียบกับระดับความยอดเยี่ยมที่ผู้ฟังเคยบอกไว้ ผู้พูดกำลังบอกว่าประสบการณ์จริงตรงกับคำอธิบายก่อนหน้านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย just as + คำคุณศัพท์ในวงเล็บ + as: The school play was ____ our teacher had promised. (exciting)

ดูคำตอบ

just as exciting as

But I was just thinking น้ำเสียง/เจตนา

0:29

แต่ฉันเพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ว่า

maybe you could hang some drapes from the ceiling. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

บางทีคุณอาจจะแขวนผ้าม่านจากเพดานสักหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

I was just thinking สำหรับเกริ่นแนวคิดอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ I was just thinking ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อรายงานว่าผู้พูดกำลังคิดอยู่ แต่ใช้เกริ่นข้อความที่ตามมาว่าเป็นแนวคิดที่ผู้พูดได้พิจารณาไว้ เมื่อเสนอคำแนะนำในรูปของความคิดแทนคำสั่ง ผู้พูดจะลดแรงกดดันและทำให้ฟังเหมือนเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ I was just thinking + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเกริ่นที่ช่วยให้ฟังนุ่มนวลจากบทเรียนนี้: ____ we could put the plants by the window.

ดูคำตอบ

I was just thinking

น้ำเสียง/เจตนา

maybe you could + กริยารูปพื้นฐาน

maybe you could + กริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีแนะนำให้อีกฝ่ายทำบางอย่างอย่างนุ่มนวล maybe ทำให้ข้อเสนอดูไม่ยืนยันเกินไป ส่วน could ลดความหนักแน่นของคำสั่งตรง ๆ อย่างไรก็ตาม คำเหล่านี้มักยังแสดงว่าผู้พูดอยากให้เกิดการกระทำนั้น หลัง could ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น check, ask หรือ hang โดยไม่เติม to

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำที่นุ่มนวลด้วยกรอบประโยคที่ตรงกับบทเรียนนี้: ____ ask the teacher for a hint.

ดูคำตอบ

Maybe you could

Oh, I was thinking just the same thing. วลี

0:34

โอ้ ผมก็กำลังคิดแบบเดียวกันเป๊ะเลยครับ

วลี

just the same thing: ความคิดที่เหมือนกันทุกอย่าง

ในประโยคนี้ just เน้นความหมายของ same ทำให้ just the same thing หมายถึง “เรื่องหรือความคิดที่เหมือนกันทุกอย่าง” โดย thing หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดกำลังคิดอยู่ เมื่ออีกคนเสนอความคิด I was thinking just the same thing ใช้บอกว่าเราคิดตรงกับเขาพอดี ในสำนวนนี้ just ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีจากบทเรียน: A: Let's ask Mia for help. B: I was thinking ____.

ดูคำตอบ

just the same thing

Wonderful.

0:36

วิเศษมาก

Marco, you're an absolute genius. การใช้คำ

0:36

มาร์โก คุณเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

การใช้คำ

an absolute genius: คำชมที่หนักแน่นและกระตือรือร้น

ใน an absolute genius คำว่า absolute ใช้เน้นคำนามเชิงบวกอย่าง genius ให้แรงขึ้น ทั้งวลีจึงหมายถึง “อัจฉริยะอย่างแท้จริง” และเป็นคำชมที่กระตือรือร้นมาก ผู้พูดกำลังชื่นชมความคิดหรือวิธีแก้ปัญหาที่ฉลาดอย่างอบอุ่น ไม่ได้กำลังตัดสินอย่างตรงตัวและเป็นกลางว่าคนนั้นมีสติปัญญาสมบูรณ์แบบ รูปแบบการเน้นแบบเดียวกันพบได้ในวลีอย่าง an absolute star

แบบฝึกหัด

เติมคำชมอย่างกระตือรือร้นด้วยวลีจากบทเรียน: Leo fixed the computer in one minute. You're ____!

ดูคำตอบ

an absolute genius

I have complete faith in you. วลี

0:38

ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณเต็มที่เลย

วลี

have complete faith in: ไว้วางใจอย่างเต็มที่

Have complete faith in someone or something หมายถึงไว้วางใจบุคคลหรือสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ หรือมั่นใจในสิ่งนั้นอย่างสมบูรณ์ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกอีกฝ่ายว่าตนไว้วางใจโดยไม่มีข้อสงสัย โครงสร้างคือ have + complete faith + in + บุคคล ความสามารถ หรือแผนการ คำว่า faith ในที่นี้หมายถึงความไว้วางใจหรือความมั่นใจ ไม่ได้หมายถึงความเชื่อทางศาสนาโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเต็มเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ your ability to solve this problem.

ดูคำตอบ

have complete faith in

Oh, the room is just a bit too dark. น้ำเสียง/เจตนา

0:41

โอ้ ห้องนี้มันดูจะมืดไปสักหน่อยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

just a bit too + คำคุณศัพท์: ทำให้คำวิจารณ์นุ่มนวลลง

just a bit too + คำคุณศัพท์ บอกว่าระดับของบางสิ่งสูงเกินกว่าที่เหมาะสมหรือต้องการเล็กน้อย ในประโยคนี้ ห้องมืดกว่าที่ผู้พูดต้องการเล็กน้อย too ยังคงบอกว่ามีปัญหาอยู่ ส่วน just a bit ทำให้ปัญหาดูเล็กลงและทำให้คำวิจารณ์ฟังนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้หมายความว่าห้องมืดเพียงเล็กน้อยและไม่มีปัญหา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างสุภาพว่าควรลดเสียงเพลงลง?

  1. The music is far too loud for this room.
  2. The music is just a bit too loud for this room.
  3. The music is a bit loud, but it is fine.
ดูคำตอบ

The music is just a bit too loud for this room.

Let's get some standing mirrors in here

0:43

เราเอากระจกตั้งพื้นมาไว้ที่นี่กันเถอะ

to amplify the light. วลี

0:45

เพื่อช่วยสะท้อนแสง

วลี

to amplify the light: ทำให้ผลของแสงแรงขึ้น

ในประโยคนี้ to amplify the light หมายถึงทำให้ผลของแสงเด่นหรือแรงขึ้น กระจกสะท้อนและกระจายแสงที่มีอยู่แล้ว ดังนั้น amplify ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้เสียงดังขึ้น รูป to + คำกริยาใช้บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ นำกระจกตั้งพื้นเข้ามาเพื่อเพิ่มผลของแสง โครงสร้าง do something to + คำกริยาอธิบายว่าทำสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ amplify ในความหมายว่าทำให้ผลของแสงแรงขึ้น

  1. The microphone amplifies the teacher's voice.
  2. The pale walls amplify the natural light in the classroom.
  3. The curtains block the afternoon sun.
ดูคำตอบ

The pale walls amplify the natural light in the classroom.

Uh okay.

0:47

เอ่อ ได้ครับ

Certainly.

0:48

แน่นอนครับ

Oh, and another thing.

0:48

โอ้ และอีกเรื่องหนึ่ง

The red roses,

0:50

กุหลาบแดงพวกนั้นน่ะ

get rid of them. กริยาวลี

0:51

เอาไปทิ้งซะ

กริยาวลี

get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ

Get rid of เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเอาออก ทิ้ง หรือทำให้ตนเองพ้นจากสิ่งที่ไม่ต้องการ ใน get rid of them คำว่า them ระบุสิ่งที่จะถูกเอาออก ต้องคง of ไว้หน้ากรรม เช่น get rid of the boxes และ get rid of it คำเหล่านี้ทำงานร่วมกันเป็นสำนวนเดียว จึงไม่ควรแปล get กับ rid แยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: These broken toys cannot be repaired, so let's ____ them.

ดูคำตอบ

get rid of

I just want purple poppies, การใช้คำ

0:52

ฉันต้องการแค่ดอกป๊อปปี้สีม่วงเท่านั้น

การใช้คำ

just want ...: จำกัดสิ่งที่ต้องการไว้เพียงอย่างเดียว

ใน just want purple poppies คำว่า just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียง” โดยจำกัดสิ่งที่ผู้พูดต้องการไว้ที่ดอกป๊อปปี้สีม่วงเท่านั้น ไม่ต้องการอย่างอื่น ตรงนี้ just ไม่ได้หมายถึง “เพิ่งจะ” เมื่อวางไว้หน้า want ในคำขอหรือความต้องการรูปปัจจุบันแบบนี้ มักสื่อว่าความต้องการนั้นเรียบง่ายหรือจำกัดอยู่เพียงบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ just ในความหมายว่า “เพียงเท่านั้น” และจำกัดสิ่งที่ผู้พูดต้องการ

  1. I wanted a quiet place a moment ago.
  2. I just want a quiet place to read.
  3. I quickly found a quiet place to read.
ดูคำตอบ

I just want a quiet place to read.

huge purple poppies wall to wall. สำนวน

0:54

ดอกป๊อปปี้สีม่วงขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ทุกตารางนิ้ว

สำนวน

wall to wall: เต็มพื้นที่ทั้งหมด

wall to wall หมายถึงจากด้านหนึ่งของพื้นที่ไปถึงอีกด้านหนึ่ง จนพื้นที่นั้นถูกปกคลุมหรือเต็มไปทั้งหมด ในประโยคนี้ให้นึกภาพดอกป๊อปปี้สีม่วงขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ทั้งหมด สำนวนนี้บอกขอบเขตที่แผ่ไป ไม่ได้บอกเส้นทางระหว่างกำแพงสองด้าน ใช้บรรยายพรม ชั้นวางของ ของตกแต่ง หรือฝูงชนที่เบียดเสียดแน่นได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จากด้านหนึ่งของห้องไปถึงอีกด้านหนึ่ง”: The carpet stretches ____.

ดูคำตอบ

wall to wall

I see. น้ำเสียง/เจตนา

0:56

เข้าใจแล้วครับ

น้ำเสียง/เจตนา

I see: แสดงว่าเข้าใจ แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย

ในบทสนทนา I see หมายถึง “ฉันเข้าใจสิ่งที่คุณบอกแล้ว” คำว่า see ในที่นี้หมายถึงการเข้าใจ ไม่ใช่การมองเห็นด้วยตา คำนี้ยืนยันว่าได้รับข้อมูลแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า “ฉันเห็นด้วย” เสมอไป การพูด I see สั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ อาจฟังดูสงวนท่าทีได้ จึงต้องดูน้ำเสียงและบริบทประกอบ

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนา คำตอบ I see. บอกอะไรได้แน่นอนที่สุด?

  1. ผู้พูดเข้าใจข้อมูล แต่อาจไม่ได้เห็นด้วย
  2. ผู้พูดเห็นด้วยกับทุกคำขออย่างเต็มที่
  3. ผู้พูดมองเห็นวัตถุจริงชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ

ผู้พูดเข้าใจข้อมูล แต่อาจไม่ได้เห็นด้วย

Something else has just occurred to me. วลี

0:57

ฉันเพิ่งนึกเรื่องอื่นขึ้นมาได้อีก

วลี

has just occurred to me: เพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

ในโครงสร้าง something occurs to someone ความคิดหรือไอเดียเป็นประธาน ส่วนคนที่นึกขึ้นได้จะอยู่หลัง to ดังนั้น Something else has occurred to me จึงหมายถึงมีอีกความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของผู้พูด รูป has occurred เชื่อมความคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นกับปัจจุบัน และ just หมายถึงเมื่อไม่นานมานี้มาก ๆ วลีนี้พูดถึงการนึกอะไรขึ้นได้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้พูด

แบบฝึกหัด

ใช้ just และ occur to เพื่อบอกว่าไอเดียเพิ่งผุดขึ้นในใจ: A simple solution has ____.

ดูคำตอบ

just occurred to me

We need thicker carpets.

1:00

เราต้องการพรมที่หนากว่านี้

The acoustics are all wrong in here. การใช้คำ

1:01

ระบบเสียงในนี้มันแย่ไปหมด

การใช้คำ

all wrong: การตัดสินภาพรวมเชิงลบอย่างหนักแน่น

ใน all wrong คำว่า all ทำให้ wrong มีน้ำหนักแรงขึ้น ผู้พูดหมายถึงว่าสภาพเสียงโดยรวมไม่เหมาะอย่างมากหรือฟังดูผิดอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดเล็ก ๆ ทุกอย่างต้องผิดทั้งหมด โครงสร้าง be + all wrong ใช้ตัดสินแผน ผลลัพธ์ ความเข้าใจ หรือสถานการณ์ในภาพรวมอย่างหนักแน่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ all เพื่อเน้น wrong เป็นการตัดสินภาพรวมอย่างหนักแน่น?

  1. The seating plan is all wrong for this small room.
  2. All the chairs are wrong for this table.
  3. The seating plan is slightly wrong in one place.
ดูคำตอบ

The seating plan is all wrong for this small room.

And the paintings,

1:03

และภาพวาดพวกนั้น

they're just too modern. น้ำเสียง/เจตนา

1:04

มันดูทันสมัยเกินไปหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

just too modern: การตัดสินเชิงลบอย่างหนักแน่น

ใน just too modern คำว่า too บอกว่าความทันสมัยเกินระดับที่ผู้พูดยอมรับหรือเห็นว่าเหมาะสม ส่วน just ช่วยเน้นข้อสรุปเชิงลบนี้ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “แค่” หรือ “เพิ่ง” โครงสร้าง just too + adjective ใช้ตัดสินอย่างหนักแน่นว่าบางสิ่งเกินขอบเขต ในคำวิจารณ์แบบนี้จะฟังตรงไปตรงมา การเติม a bit ทำให้เบาลง: just a bit too modern

แบบฝึกหัด

ใช้ just too + loud เพื่อแสดงการตัดสินเชิงลบอย่างหนักแน่น: The music is ____ for this small room.

ดูคำตอบ

just too loud

Get rid of them.

1:05

เอาไปทิ้งซะ

We've just missed the art dealers, ไวยากรณ์

1:06

เราเพิ่งจะพลาดตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะไป

ไวยากรณ์

We've just missed: เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดและผลในปัจจุบัน

We've เป็นรูปย่อของ we have และ missed เป็นกริยาช่อง past participle เมื่อนำมารวมกันจะเป็นโครงสร้าง present perfect แบบ have + just + past participle ในที่นี้ just หมายถึง “เพิ่งจะ” ไม่ใช่ “เพียงแค่” รูปนี้เชื่อมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้ พ่อค้างานศิลปะได้ออกไปแล้ว ผู้พูดจึงพบพวกเขาไม่ได้ในตอนนี้ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดมีผลสำคัญต่อปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

รถบัสเพิ่งออกไปเมื่อครู่และคุณยังอยู่ที่ป้าย ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์ที่สุด

  1. We'll miss the bus tomorrow.
  2. We usually miss the bus.
  3. We've just missed the bus.
ดูคำตอบ

We've just missed the bus.

but if you go tomorrow, ไวยากรณ์

1:07

แต่ถ้าคุณไปพรุ่งนี้

you'll be able to pick up some more. กริยาวลี

1:08

คุณจะสามารถหาซื้อมาเพิ่มได้

ไวยากรณ์

if you go tomorrow, you'll be able to: เงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริง

นี่คือเงื่อนไขอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง อนุประโยค if ให้เงื่อนไขที่เป็นไปได้จริงด้วยโครงสร้าง if + present simple เช่น if you go tomorrow แม้จะมี tomorrow แต่เงื่อนไขอนาคตทั่วไปจะไม่ใช้ will ในอนุประโยค if ประโยคหลักบอกผลลัพธ์ในอนาคตที่น่าจะเกิดขึ้นด้วยโครงสร้าง you'll be able to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคุณจะมีความสามารถหรือโอกาสทำบางอย่างหากเงื่อนไขเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

รถไฟยังไม่ออกและการออกเดินทางตอนนี้เป็นแผนที่ทำได้จริง ประโยคใดนำเสนอเรื่องนี้เป็นความเป็นไปได้จริงในอนาคต

  1. If you will leave now, you'll be able to catch the train.
  2. If you left now, you'd be able to catch the train.
  3. If you leave now, you'll be able to catch the train.
ดูคำตอบ

If you leave now, you'll be able to catch the train.

กริยาวลี

pick up some more: ซื้อหรือหามาเพิ่มอีก

ในประโยคนี้ pick up หมายถึงหามาให้ได้หรือซื้อ ไม่ได้หมายถึงยกของขึ้นจากพื้น ส่วน some more หมายถึงของชนิดเดิมที่พูดถึงไปแล้วในจำนวนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในที่นี้หมายถึงภาพวาดเพิ่มอีก การกระทำที่แน่นอนต้องดูจากบริบท เพราะ pick up อาจหมายถึงซื้อ ไปรับ หรือหาของนั้นมาด้วยวิธีอื่นก็ได้ ทุกกรณีมีใจความร่วมกันว่าคนคนนั้นได้สิ่งของที่ต้องการมา ซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางหรือการออกไปทำธุระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย pick up และคำที่หมายถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้นอีก: We're nearly out of milk, so I'll ____ on my way home.

ดูคำตอบ

pick up some more

Sharon and I should have just enough money left over. โน้ต

1:09

ชารอนกับฉันน่าจะมีเงินเหลืออยู่พอดีเป๊ะ

การใช้คำ

just enough money: เงินที่พอดีหรือเพียงเฉียดพอ

just enough money หมายถึงเงินที่พอดีกับความต้องการหรือเพียงเฉียดพอ ในที่นี้ just ขยาย enough และหมายถึง “พอดี” หรือ “เพียงแค่พอ” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” โครงสร้าง just enough + คำนาม ใช้กับปริมาณได้ เช่น just enough time หรือ just enough food โครงสร้างนี้มักบอกเป็นนัยว่าแทบไม่มีส่วนเกินหรือไม่เหลือเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าปริมาณนั้นไม่พอ

แบบฝึกหัด

คุณมีเงินพอดีสำหรับตั๋วสองใบและไม่มีเงินเกิน ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้?

  1. We have more than enough money for two tickets.
  2. We don't have enough money for two tickets.
  3. We have just enough money for two tickets.
ดูคำตอบ

We have just enough money for two tickets.

กริยาวลี

left over: สิ่งที่เหลือหลังใช้หรือจ่ายไป

ในที่นี้ left over หมายถึงยังคงเหลืออยู่หลังจากใช้เงินส่วนอื่นหรือกันเงินส่วนนั้นไว้แล้ว ใน money left over คำว่า left เป็นรูป past participle ของ leave และบอกสภาพของเงิน ไม่ได้หมายความว่าเงินออกไปจากที่นั้น โครงสร้างที่พบบ่อยคือ have + จำนวนหรือสิ่งของ + left over: We have ten minutes left over. และยังใช้ be left over ได้ด้วย: Two slices are left over.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ยังเหลืออยู่หลังจากใช้ส่วนอื่นไปแล้ว”: After the picnic, we had three sandwiches ____.

ดูคำตอบ

left over

And Marco,

1:13

แล้วก็มาร์โก

Marco

1:14

มาร์โก

Marco

1:15

มาร์โก

Marco?

1:17

มาร์โก?

Okay.

1:17

โอเค

No one can blame Marco. น้ำเสียง/เจตนา

1:18

ไม่มีใครตำหนิมาร์โกได้หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

No one can blame Marco: บอกว่าปฏิกิริยาของเขาเข้าใจได้

ในประโยคนี้ No one can blame Marco หมายถึงปฏิกิริยาของมาร์โกเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากข้อเรียกร้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดเขาก็จากไป ผู้พูดจึงคิดว่าคนอื่นไม่มีเหตุผลที่ยุติธรรมในการตำหนิเขา โครงสร้าง can't blame someone มักใช้แสดงความเห็นใจหรือให้เหตุผล ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมาย หากต้องการระบุปฏิกิริยา ให้เติม for + คำกริยา -ing: You can't blame him for leaving.

แบบฝึกหัด

ลีโอถูกดูหมิ่นซ้ำ ๆ แล้วจึงเลือกจากไป ประโยคใดแสดงว่าปฏิกิริยาของเขาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

  1. No one can blame Leo for leaving.
  2. Leo left before anyone else arrived.
  3. Everyone blamed Leo for the delay.
ดูคำตอบ

No one can blame Leo for leaving.

I also would have walked off. กริยาวลี

1:20

เป็นฉันก็คงเดินหนีเหมือนกัน

กริยาวลี

walked off: เดินออกจากสถานการณ์อย่างกะทันหัน

ในประโยคนี้ walked off หมายถึงเดินออกจากเหตุการณ์ตรงนั้นและไม่ร่วมต่อ ในบริบทที่มีความขัดแย้ง คำนี้ให้ความรู้สึกว่าเจ้าตัวตั้งใจออกไปค่อนข้างกะทันหันเพราะทนไม่ไหว ไม่ใช่แค่บอกว่าเดินไปเฉย ๆ walk off ไม่ได้แปลว่า “เดินจากไปด้วยความโกรธ” เสมอไป ท่าทีด้านลบมาจากบริบทรอบข้าง ส่วนใจความของกริยาวลีนี้คือการออกจากที่เกิดเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ walked off เพื่อแสดงว่าคนหนึ่งตั้งใจออกจากสถานการณ์ตึงเครียด?

  1. After the argument, Leo walked off without another word.
  2. After the argument, Leo walked around the block to calm down.
  3. After the argument, Leo walked his sister home.
ดูคำตอบ

After the argument, Leo walked off without another word.

But more importantly, ลำดับความ

1:22

แต่ที่สำคัญกว่านั้น

ลำดับความ

more importantly: นำเสนอประเด็นที่มีลำดับความสำคัญสูงกว่า

More importantly ใช้จัดลำดับข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าประเด็นที่ตามมาควรได้รับความสนใจมากกว่า หรือมีน้ำหนักมากกว่าประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึง ในทางไวยากรณ์ คำนี้ทำหน้าที่เป็นวลีวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยค เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง ใน But more importantly, คำว่า but เพิ่มความขัดแย้งหรือการเปลี่ยนทิศทาง ส่วน more importantly ทำเครื่องหมายว่าข้อมูลใหม่มีลำดับความสำคัญสูงกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้คำเชื่อมสองคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าประเด็นที่สองมีลำดับความสำคัญสูงกว่า: The app is easy to use. ____, it protects your personal data.

ดูคำตอบ

More importantly

did you hear all the uses of just?

1:23

คุณได้ยินการใช้คำว่า 'just' ทั้งหมดไหม?

So first, Craig says,

1:25

อย่างแรกเลย เครกพูดว่า

"I just adore the place."

1:27

"I just adore the place." (ฉันชอบสถานที่นี้มากๆ)

Here just is used to emphasize the verb adore.

1:29

ที่นี่ 'just' ใช้เพื่อเน้นคำกริยา adore (ชื่นชอบ)

It makes it stronger.

1:32

มันทำให้ความหมายหนักแน่นขึ้น

Next, Craig says,

1:34

ต่อมา เครกพูดว่า

"It's just as wonderful as you said it would be."

1:35

"It's just as wonderful as you said it would be." (มันยอดเยี่ยมเหมือนที่คุณบอกไว้เป๊ะเลย)

Here just means equally or the same.

1:38

ที่นี่ 'just' หมายถึง เท่ากัน หรือ เหมือนกัน

Craig says,

1:40

เครกพูดว่า

"I was just thinking."

1:41

"I was just thinking." (ฉันเพิ่งจะคิดขึ้นมาได้)

Here just means very recently.

1:42

ที่นี่ 'just' หมายถึง เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

And then Marco says,

1:45

แล้วมาร์โกก็พูดว่า

"I was thinking just the same thing."

1:47

"I was thinking just the same thing." (ผมก็กำลังคิดแบบเดียวกันเป๊ะเลยครับ)

Marco was thinking exactly the same thing.

1:49

มาร์โกกำลังคิดในสิ่งเดียวกันเป๊ะ

Next, Craig says,

1:52

ต่อมา เครกพูดว่า

"It's just a bit too dark."

1:53

"It's just a bit too dark." (มันดูจะมืดไปสักหน่อยนะ)

Just means slightly or a little.

1:55

'Just' หมายถึง เล็กน้อย หรือ นิดหน่อย

And Craig wants to soften what he says

1:57

และเครกต้องการให้สิ่งที่เขาพูดดูซอฟต์ลง

and just does that.

2:00

และ 'just' ก็ทำหน้าที่นั้น

Craig sees that Marco is accepting all of these changes,

2:01

เครกเห็นว่ามาร์โกยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทั้งหมด

so he gets a bit more authoritative. ไวยากรณ์

2:04

เขาจึงเริ่มมีท่าทีออกคำสั่งมากขึ้นเล็กน้อย

ไวยากรณ์

gets a bit more authoritative: การเปลี่ยนสภาพด้วย get + คำคุณศัพท์

ใน gets a bit more authoritative คำว่า get ตามด้วยคำคุณศัพท์และหมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” ส่วน -s ใน gets สอดคล้องกับประธาน he a bit แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงมีเพียงเล็กน้อย ส่วน more authoritative หมายถึงท่าทีหรือน้ำเสียงของเขาฟังดูออกคำสั่งมากกว่าเดิมเล็กน้อย โครงสร้าง get + adjective ใช้บอกการเปลี่ยนสภาพของคนหรือสถานการณ์ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get + คำคุณศัพท์เพื่อบอกว่าบางสิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง

  1. After sunset, the air got colder.
  2. After sunset, Maya got home.
  3. After sunset, Maya got a jacket.
ดูคำตอบ

After sunset, the air got colder.

And he says,

2:07

และเขาพูดว่า

"Just get rid of the red roses." น้ำเสียง/เจตนา

2:08

"Just get rid of the red roses." (แค่เอากุหลาบแดงไปทิ้งซะ)

น้ำเสียง/เจตนา

Just get rid of...: ประโยคคำสั่งที่หนักแน่น

Get rid of หมายถึงเอาออก ทิ้ง หรือทำให้สิ่งที่ไม่ต้องการหายไปด้วยวิธีอื่น ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยเข้าใจว่ามีประธาน you แม้จะไม่ได้พูดออกมา just ที่อยู่ต้นคำสั่งนี้มีความหมายประมาณว่า “ทำสิ่งนี้ไปเลย” หรือ “ทำโดยไม่ต้องพูดคุยกันต่อ” ในบริบทนี้ just ทำให้คำสั่งฟังกระชับและหนักแน่นขึ้น ไม่ได้ทำให้สุภาพโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ในการประชุมอย่างเป็นทางการ ผู้จัดการพูดกับเพื่อนร่วมงานใหม่ว่า “Just get rid of that section.” ประโยคนี้รับประกันว่าจะฟังดูสุภาพหรือไม่

  1. ไม่ใช่ เพราะอาจฟังดูชอบออกคำสั่งหรือดูถูกอีกฝ่าย
  2. ใช่ เพราะ Just ทำให้คำสั่งสุภาพเสมอ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เพราะอาจฟังดูชอบออกคำสั่งหรือดูถูกอีกฝ่าย

It took Marco days to find those.

2:09

มาร์โกใช้เวลาหลายวันกว่าจะหามันมาได้นะ

And here just is used to emphasize the instruction.

2:12

และที่นี่ 'just' ถูกใช้เพื่อเน้นย้ำคำสั่ง

And he just wants purple poppies.

2:16

และเขาต้องการแค่ดอกป๊อปปี้สีม่วงเท่านั้น

Just here means only.

2:19

'Just' ในที่นี้หมายถึง เท่านั้น (เพียงแค่)

He only wants purple poppies.

2:20

เขาต้องการแค่ดอกป๊อปปี้สีม่วงเท่านั้น

He doesn't want anything else.

2:22

เขาไม่ต้องการอย่างอื่นเลย

And then the last straw is when he says สำนวน

2:24

และฟางเส้นสุดท้ายก็คือตอนที่เขาบอกว่า

สำนวน

the last straw: จุดกระตุ้นสุดท้ายหลังจากปัญหาสะสม

the last straw เป็นสำนวนที่หมายถึงปัญหาสุดท้ายในปัญหาหลาย ๆ อย่าง ซึ่งทำให้คนหมดความอดทนหรือตัดสินใจว่าจะไม่ทนอีกต่อไป เหตุการณ์สุดท้ายอาจเป็นเรื่องเล็กก็ได้ สิ่งสำคัญคือปัญหาก่อนหน้านั้นสะสมมาแล้ว ในประโยคนี้ โครงสร้าง the last straw is when ... ชี้ถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่เป็นตัวกระตุ้น ไม่ได้หมายถึงฟางจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ the last straw was ... และ That's the last straw.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงปัญหาสุดท้ายหลังจากมีปัญหาก่อนหน้าหลายครั้ง: The game froze three times. When it deleted Mia's score, that was ____, so she stopped playing.

ดูคำตอบ

the last straw

the paintings are just too modern.

2:25

ภาพวาดพวกนี้มันดูทันสมัยเกินไปหน่อย

Just here emphasizes the negative criticism.

2:27

'Just' ในที่นี้เน้นย้ำถึงคำวิจารณ์ในแง่ลบ

It makes everything worse.

2:31

มันทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงไปอีก

And then to add insult to injury, สำนวน

2:33

แล้วเพื่อเป็นการซ้ำเติม

สำนวน

add insult to injury: ทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วแย่ลงอีก

add insult to injury เป็นสำนวนที่หมายถึงการทำให้สถานการณ์ที่แย่ ไม่ยุติธรรม หรือน่าผิดหวังอยู่แล้วแย่ลงไปอีกด้วยการเพิ่มปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ insult และ injury มักไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว รูปแบบ to add insult to injury มักใช้เกริ่นถึงปัญหาเพิ่มเติม พร้อมแสดงความเห็นว่าสถานการณ์แย่ลงอย่างไร: To add insult to injury, ... ในคำบรรยายนี้ สำนวนดังกล่าวเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีเรื่องแย่อีกอย่างตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The rain soaked our picnic blanket and, to ____, the wind blew our sandwiches away.

ดูคำตอบ

add insult to injury

he says,

2:36

เขาพูดว่า

"They might have just enough money."

2:37

"They might have just enough money." (พวกเขาน่าจะมีเงินเหลืออยู่พอดีเป๊ะ)

So Marco might not be able to buy the paintings.

2:40

ดังนั้นมาร์โกอาจจะไม่สามารถซื้อภาพวาดเหล่านั้นได้เลย

It's no wonder he walked off, วลี

2:42

ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเดินหนีไป

วลี

It's no wonder: ผลลัพธ์ที่ไม่น่าแปลกใจ

It's no wonder หมายถึง “ผลที่เกิดขึ้นไม่น่าแปลกใจ” ผู้พูดเห็นเหตุผลที่ชัดเจนของสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นผลที่ว่า he walked off จึงดูเข้าใจได้หรือเป็นสิ่งที่คาดไว้แล้ว โครงสร้างที่พบบ่อยคือ It's no wonder (that) + อนุประโยค โดยละ that ได้ วลีทั้งชุดสื่อว่าไม่น่าแปลกใจ และ wonder ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ปาฏิหาริย์”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย It's no wonder เพื่อแสดงว่าผลที่เกิดขึ้นไม่น่าแปลกใจ: He slept for only two hours. ____ he's tired.

ดูคำตอบ

It's no wonder

and I would have walked off sooner.

2:44

และฉันคงจะเดินหนีไปเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ

So in this short conversation,

2:46

สรุปว่าในบทสนทนาสั้นๆ นี้

we use just in five ways.

2:47

เราใช้ 'just' ถึงห้าวิธีด้วยกัน

To emphasize what you are saying,

2:49

เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่คุณกำลังพูด

to show that things are equal or the same,

2:51

เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆ นั้นเท่ากันหรือเหมือนกัน

to show that something happened very recently,

2:53

เพื่อแสดงให้เห็นว่าบางสิ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

to show that something's slightly over or under,

2:55

เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีบางสิ่งมากหรือน้อยไปนิดหน่อย

finally to show that you only want one thing.

2:58

และสุดท้ายเพื่อแสดงว่าคุณต้องการเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น

So,

3:01

ดังนั้น

what would you have said to Craig? ไวยากรณ์

3:02

คุณจะพูดอะไรกับเครก?

ไวยากรณ์

would you have said: ถามถึงการตอบสนองสมมติในอดีต

ในคำถามนี้ would you have said ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการถึงสถานการณ์ในอดีตที่ตนไม่ได้ประสบจริง แล้วบอกว่าตนอาจตอบอย่างไร เงื่อนไขอย่าง if you had been there เป็นสิ่งที่เข้าใจได้จากบริบท โครงสร้างคือ คำแสดงคำถาม + would + ประธาน + have + past participle ในที่นี้ said เป็น past participle ของ say ซึ่งต่างจากการถามว่าผู้ฟังพูดอะไรจริง ๆ

แบบฝึกหัด

คุณพลาดการประชุมเมื่อวาน คำถามใดถามว่าคุณอาจพูดอะไรหากได้เข้าร่วมประชุม

  1. What did you say at yesterday's meeting?
  2. What would you have said if you had attended yesterday's meeting?
  3. What would you say at tomorrow's meeting?
ดูคำตอบ

What would you have said if you had attended yesterday's meeting?

If you could just share your ideas in the comments section, น้ำเสียง/เจตนา

3:04

ถ้าคุณเพียงแค่ (just) ช่วยแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในส่วนคอมเมนต์

น้ำเสียง/เจตนา

If you could just share: การขอร้องที่นุ่มนวลขึ้น

ใน If you could just share... อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ทำหน้าที่เป็นคำขออย่างสุภาพ ไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายมีความสามารถที่จะแบ่งปันหรือไม่ จึงทำให้คำสั่งตรง ๆ อย่าง Share your ideas ฟังดูไม่แข็งเกินไป รูปแบบคือ If you could just + กริยารูปพื้นฐาน... โดย just ทำให้สิ่งที่ขอดูเป็นเรื่องเล็กหรือทำได้ง่าย จึงช่วยลดความตรงของคำขอ ส่วน that would be just perfect ที่ตามมาบอกผลลัพธ์ในทางบวกและทำให้คำพูดสุภาพนี้จบสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำขออย่างสุภาพนี้ด้วยรูปแบบห้าคำจากบทเรียน: '____ your feedback, that would be great.'

ดูคำตอบ

If you could just share

that would be just perfect. การใช้คำ

3:07

มันก็จะสมบูรณ์แบบมาก (just perfect)

การใช้คำ

just perfect: just ที่ใช้เน้นความหมายเชิงบวก

ใน just perfect คำว่า just ช่วยเน้นคำคุณศัพท์เชิงบวก perfect ให้หมายถึง “เหมาะพอดี” หรือ “สมบูรณ์แบบจริง ๆ” ในที่นี้ just ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่” That would be just perfect บอกว่าการทำตามคำขอจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จึงเป็นการปิดท้ายคำขออย่างอบอุ่นและสุภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ just เพื่อเน้นคำคุณศัพท์เชิงบวกและมีความหมายว่า “เหมาะพอดี”?

  1. I just need one chair, not two.
  2. Friday at three would be just perfect for me.
  3. The meeting just ended three minutes ago.
ดูคำตอบ

Friday at three would be just perfect for me.