2012 ไม่ได้เกิดขึ้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายเสียดสีนี้แสดงว่าวงรอบปฏิทินมายาถูกตีความผิดเป็นตำนานวันสิ้นโลกปี 2012 และถูกสื่อขยายต่อ ทั้งที่ชาวมายาไม่เคยทำนายเหตุการณ์ดังกล่าว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “not only” / “but also” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้างคู่ที่เน้นข้อมูลส่วนที่สอง โดยยังรักษาสองด้านให้ขนานกัน 2. “should have stayed” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ should have กับกริยาช่องสามเพื่อประเมินความคาดหวังในอดีตที่ไม่เกิดจริง ความเชื่อควรอยู่ชายขอบแต่กลับเป็นความตื่นตระหนกของมวลชน 3. “on the face of it,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการตัดสินชั่วคราวจากภาพภายนอก และสังเกตว่า “or is it?” สร้างความสงสัยกับการพลิกมุมแบบขบขันทันที
คำอธิบายในบทเรียนนี้
a long and rich tradition of: ธรรมเนียมอันยาวนานและเปี่ยมด้วยเรื่องราวของ…
การบอกว่าสิ่งหนึ่ง has a long and rich tradition of หมายความว่า กิจกรรม ธรรมเนียม หรือสาขานั้นมีมานานและสะสมประวัติที่มีเนื้อหามากและหลากหลาย คำว่า rich ในที่นี้หมายถึงความมากและความลึกของประวัตินั้น ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวยทางการเงิน รูปแบบทั่วไปคือ have + a long and rich tradition of + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้การทำนายวันสิ้นโลกฟังดูเป็นธรรมเนียมที่ยิ่งใหญ่และสืบทอดมานาน แต่ข้อความต่อมาที่บอกว่าคำทำนายทั้งหมดผิดทำให้ถ้อยคำอันยิ่งใหญ่นี้มีความหมายเชิงประชด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้: The museum has ____ preserving local stories.
ดูคำตอบ
a long and rich tradition of
all of which were wrong: ซึ่งทั้งหมดล้วนผิด
all of which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบให้ข้อมูลเสริม ซึ่งกล่าวถึงนามวลีพหูพจน์ apocalyptic predictions ทั้งหมด คำว่า which แทนคำทำนายเหล่านั้น และ all of ทำให้มีความหมายว่า “ทุกคำทำนายในจำนวนนั้น” โดยไม่มีข้อยกเว้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ใช่อนุประโยคที่ใช้ระบุว่าหมายถึงคำทำนายใด โครงสร้างนี้รวมความคิดสองอย่างไว้อย่างกระชับ คือ มีการทำนายวันสิ้นโลกเกิดขึ้น และคำทำนายเหล่านั้นผิดทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ทุกเส้นทาง”: Three routes were tested, ____ led to the same station.
ดูคำตอบ
all of which
this time round: ครั้งปัจจุบัน
ในประโยคนี้ this time round หมายถึง “ในครั้งนี้” หรือ “ในการลองครั้งนี้” โดยเปรียบเทียบคำทำนายในปี 2012 กับคำทำนายก่อนหน้าที่ไม่เกิดขึ้นจริง round ในที่นี้หมายถึงหนึ่งรอบหรือหนึ่งครั้งในเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงรูปทรงกลม วลีนี้บอกว่าผู้พูดกำลังกล่าวถึงความพยายามหรือเหตุการณ์ครั้งล่าสุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: After two failed attempts, Leo changed his plan and hopes it will work ____.
ดูคำตอบ
this time round
the real deal: ของจริง ไม่ใช่ของปลอม
The real deal เป็นสำนวนที่ใช้กับคนหรือสิ่งที่เป็นของจริง แท้จริง หรือมีคุณภาพและความน่าเชื่อถือตามที่กล่าวอ้างจริง ในที่นี้หมายถึงบางคนเชื่อว่าคำทำนายในปี 2012 จะเกิดขึ้นจริง ต่างจากคำทำนายก่อนหน้าที่ผิด เนื่องจากประโยคใช้ some people think สำนวนนี้จึงเป็นการรายงานความเชื่อของคนเหล่านั้น ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดเห็นด้วย และ deal ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “ข้อตกลงทางธุรกิจ”
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนที่หมายถึงสิ่งของแท้เพื่อเติมประโยค: The expert examined the rare coin and confirmed it was ____.
ดูคำตอบ
the real deal
but also longer cycles of about 5 millennia.
0:18แต่ยังบันทึกรอบที่ยาวนานกว่านั้นถึงราว 5 สหัสวรรษด้วย
not only ... but also สำหรับเชื่อมข้อมูลเพิ่มเติมที่ขนานกัน
โครงสร้างคู่ not only ... but also ... เชื่อมข้อมูลเพิ่มเติมสองส่วนและเน้นส่วนที่สองมากขึ้น หมายความว่าส่วนแรกเป็นจริงและส่วนที่สองก็เป็นจริงด้วย โดย but ในที่นี้ไม่ได้แสดงความขัดแย้ง รูปไวยากรณ์ทั้งสองด้านควรขนานกัน ในประโยคนี้ ทั้ง the days and years และ longer cycles of about 5 millennia เป็นกรรมของ recorded
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not only ... but also: The science club studies ____ the stars ____ the weather.
ดูคำตอบ
not only · but also
So they could easily make calendars that went thousands of years into the future.
0:20ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถสร้างปฏิทินที่ขยายไปสู่อนาคตได้นับพันปีอย่างง่ายดาย
thousands of years in the future from thousands of years ago
0:24หลายพันปีในอนาคตจากเมื่อหลายพันปีก่อน
brings us to current times when the Mayan calendars stop in 2012. ลำดับความ
0:27นำพาเรามาสู่ยุคปัจจุบันที่ปฏิทินมายันมาหยุดลงในปี 2012
brings us to current times สำหรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการเล่าเรื่อง
ในประโยคนี้ brings us to current times ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่จริง ช่วงเวลาอันยาวนานจากอดีตอันไกลโพ้นไปสู่อนาคตถูกเปรียบเหมือนเส้นทางที่มาถึงปัจจุบัน วลีนี้ยังช่วยนำผู้ฟังไปตามลำดับคำอธิบายด้วย โดย bring us to + เวลา ขั้นตอน หรือข้อสรุป จะพาเนื้อหาไปยังจุดถัดไป ประธานในที่นี้คือช่วงเวลาทั้งหมด ไม่ใช่ the Mayan calendars
แบบฝึกหัด
ในการบรรยาย ผู้พูดกล่าวว่า “After the early experiments, the invention of the microchip brings us to the modern computing era.” brings us to ทำหน้าที่อะไร?
- วลีนี้พาคำอธิบายไปยังช่วงเวลาถัดไป
- วลีนี้บอกว่ามีคนพาผู้ฟังเคลื่อนที่ไปจริง ๆ
- วลีนี้พาการอภิปรายย้อนกลับไปยังการทดลองยุคแรก
ดูคำตอบ
วลีนี้พาคำอธิบายไปยังช่วงเวลาถัดไป
new-agey: คำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่แฝงความไม่เชื่อ
new-agey เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่สร้างจาก New Age เติมปัจจัย -y หมายถึง “มีบรรยากาศหรือลักษณะของแนวจิตวิญญาณแบบ New Age” เช่น คำทำนายลึกลับ การพูดเรื่องพลังงาน หรือแนวคิดทางจิตวิญญาณที่ไม่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ คำนี้ใช้เรียกคนเหล่านั้นจากมุมมองที่ไม่ค่อยเชื่อถือ ปัจจัย -y ทำให้คำเรียกนี้ฟังดูเป็นความเห็นส่วนตัวและเป็นการกะคร่าว ๆ ว่า “ค่อนข้างมีสไตล์แบบ New Age” ไม่ใช่ชื่อหมวดหมู่ที่เป็นกลางและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
new-agey ในตัวอย่างสื่อความหมายใด?
- มีอายุน้อยและผ่านการฝึกด้านวิทยาศาสตร์
- ได้รับอิทธิพลจากแนวจิตวิญญาณแบบ New Age และบรรยายอย่างไม่เป็นทางการโดยมีท่าทีไม่ค่อยเชื่ออยู่บ้าง
- เพิ่งสร้างขึ้นใหม่และกำลังทันสมัย โดยบรรยายด้วยความชื่นชม
ดูคำตอบ
ได้รับอิทธิพลจากแนวจิตวิญญาณแบบ New Age และบรรยายอย่างไม่เป็นทางการโดยมีท่าทีไม่ค่อยเชื่ออยู่บ้าง
or world reboot or other hippie consciousness expanding nonsense
0:41หรือการรีบูตโลก หรือเรื่องไร้สาระแบบฮิปปี้เกี่ยวกับการขยายการรับรู้
who spent time pulling strings of thorns through people's tongues,
0:44ที่ใช้เวลาไปกับการดึงเชือกหนามให้ทะลุลิ้นคน
a great spiritual awakening: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของความตระหนักรู้
spiritual awakening หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีที่คนคนหนึ่งเข้าใจตนเอง ชีวิต หรือความจริงทางจิตวิญญาณที่ตนรับรู้ awakening ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือการเกิดความตระหนักรู้ใหม่ ไม่ใช่การตื่นจากการนอนหลับ ในประโยคนี้ a great spiritual awakening เป็นชื่อของการเปลี่ยนแปลงในแง่ดีที่ผู้ติดตาม New Age จินตนาการไว้ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2012 รายการคำที่อยู่รอบ ๆ และคำว่า nonsense แสดงว่าผู้พูดกำลังเล่าแนวคิดนี้ด้วยการประชด ไม่ได้สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว
แบบฝึกหัด
a great spiritual awakening ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?
- ผู้คนตื่นจากการนอนหลับจริง ๆ พร้อมกัน
- พิธีกรรมของชาวมายาที่ผู้พูดยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง
- ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของจิตสำนึกทางจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ผู้คนหวังไว้
ดูคำตอบ
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของจิตสำนึกทางจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ผู้คนหวังไว้
didn't have ... in mind: ไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้
Have something in mind หมายถึง กำลังคิด นึกภาพ หรือตั้งใจถึงแนวคิด บุคคล หรือแผนอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการ “มีบางสิ่งอยู่ในหัว” ตามตัวอักษร และ mind เป็นคำนามในวลีนี้ ในประโยคนี้ that แทนแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมดเกี่ยวกับการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณหรือการเริ่มโลกใหม่ เนื่องจากเป็นกรรมของ have โครงสร้างพื้นฐานจึงเป็น the Mayans probably didn't have that in mind รูปปฏิเสธบอกว่านี่อาจไม่ใช่สิ่งที่ชาวมายานึกภาพหรือตั้งใจไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “กำลังคิดถึงบางสิ่งไว้เป็นตัวเลือก”: We can choose anywhere for lunch. What place do you ____?
ดูคำตอบ
have in mind
a conclusion to draw: การได้ข้อสรุป
Draw a conclusion หมายถึงสร้างข้อสรุปจากข้อเท็จจริงหรือหลักฐาน ในที่นี้ draw ไม่ได้หมายถึงวาดรูป ใน an odd conclusion to draw คำนาม conclusion ตามด้วย infinitive คือ to draw โครงสร้างนี้อธิบายและประเมินข้อสรุป โดยหมายถึงข้อสรุปที่ใครสักคนจะคิดขึ้นมาแล้วดูแปลก ความหมายเดียวกันสามารถเรียงแบบกริยาและกรรมตามปกติได้ว่า someone draws an odd conclusion
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กลุ่มคำมาตรฐานที่หมายถึงการสร้างข้อสรุปจากหลักฐานได้ถูกต้อง
- The evidence led us to make a conclusion.
- The evidence led us to draw a conclusion.
- The evidence led us to do a conclusion.
ดูคำตอบ
The evidence led us to draw a conclusion.
ใช้ After all, เพื่อเกริ่นเหตุผลสนับสนุน
After all ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนประเด็นที่เพิ่งกล่าวหรือข้อสรุปที่กำลังพูดถึง ผู้พูดเสนอเหตุผลนั้นเหมือนเป็นสิ่งที่ผู้ฟังยอมรับได้ง่าย ในที่นี้คือเวลามีไม่จำกัด แต่หินมีจำกัด สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลในการโต้แย้ง ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ บอกข้อคิดเห็น แล้วใช้ After all, ตามด้วยเหตุผลสนับสนุน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุนที่ชัดเจน: We do not need to rush. ____, the bus comes every ten minutes.
ดูคำตอบ
After all
So at some point the Mayans had to stop carving calendars.
0:58ดังนั้นถึงจุดหนึ่งชาวมายันก็ต้องหยุดแกะสลักปฏิทิน
ใช้ Never mind, เพื่อพักประเด็นก่อนหน้าไว้ก่อน
ในที่นี้ never mind บอกให้ผู้ฟังพักคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวไว้ก่อน ผู้พูดหยุดแนวคิดนั้นแล้วกลับไปที่ประเด็นหลัก ในบริบทอื่น never mind อาจใช้ปลอบใจคนที่ทำผิดเล็กน้อย หรือใช้ยกเลิกคำขอได้ ความหมายขึ้นอยู่กับว่าผู้พูดกำลังตัดเรื่องใดออก จึงไม่ได้แปลว่า “ไม่เป็นไร” เสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ never mind เพื่อถอนคำขอก่อนหน้า
- Anyway, the next question is easier.
- Never mind; I found the answer myself.
- Don't worry; your answer was correct.
ดูคำตอบ
Never mind; I found the answer myself.
what should have stayed a fringe belief turned into mass hysteria โน้ต
1:02สิ่งที่ควรจะหยุดอยู่แค่ความเชื่อเฉพาะกลุ่มกลับกลายเป็นความตื่นตระหนกหมู่
Should have stayed: การประเมินความคาดหวังในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง
ใน should have stayed โครงสร้าง should have + กริยาช่องที่ 3 ใช้มองย้อนกลับไปประเมินอดีต โดยบอกว่าการคงอยู่ในสภาพเดิมเป็นผลที่คาดไว้หรือดีกว่า แต่ผลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ stayed หมายถึง “ยังคงอยู่ในสภาพเดิม” ส่วนข้อความต่อมา turned into mass hysteria บอกผลที่เกิดขึ้นจริง จึงเกิดความแตกต่างชัดเจนระหว่างสภาพที่ควรดำเนินต่อไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ should และรูป perfect ของ stay เพื่อแสดงการตัดสินย้อนหลัง: The event ____ small, but it attracted thousands of people.
ดูคำตอบ
should have stayed
A fringe belief: ความเชื่อที่อยู่นอกกระแสหลัก
ใน a fringe belief คำว่า fringe ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงอยู่นอกกระแสหลักทางสังคมหรือทางความคิด วลีนี้ใช้อธิบายแนวคิดที่ได้รับการยอมรับส่วนใหญ่จากกลุ่มเล็ก ๆ ที่อยู่ชายขอบ และได้รับการสนับสนุนหรือความน่าเชื่อถือจากกระแสหลักเพียงเล็กน้อย คำเรียกนี้มักแสดงว่าผู้พูดเว้นระยะหรือมีความสงสัย ไม่ได้พิสูจน์ตามหลักเหตุผลว่าความเชื่อนั้นผิด แต่ทำให้เห็นว่าความเชื่อนั้นอยู่ห่างจากความคิดเห็นที่ได้รับการยอมรับ ในประโยคนี้ จุดเริ่มต้นที่อยู่นอกกระแสทำให้การขยายตัวเป็นความตื่นตระหนกหมู่ดูน่าทึ่ง
แบบฝึกหัด
คำกล่าวอ้างหนึ่งได้รับการยอมรับจากกลุ่มเล็กมากและอยู่นอกความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์กระแสหลัก วลีใดอธิบายได้เหมาะสมที่สุด?
- a fringe belief
- a minority belief
- an unpopular belief
ดูคำตอบ
a fringe belief
turned into mass hysteria: กลายเป็นความตื่นตระหนกของผู้คนจำนวนมาก
ในโครงสร้าง X turned into Y คำว่า turn into หมายถึง “กลายเป็น” หรือ “เปลี่ยนเป็น” โดย X คือสิ่งหรือสภาพเริ่มต้น และ Y คือผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ ประธานคือสิ่งที่ควรคงเป็นเพียง fringe belief ส่วน mass hysteria คือสภาพที่มันกลายเป็น วลีนี้บอกการเปลี่ยนสภาพ ไม่ได้หมายถึงการหมุนหรือหันตัวจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn และคำบุพบทที่ใช้บอกผลลัพธ์ใหม่: The small disagreement ____ a serious argument.
ดูคำตอบ
turned into
with the 2012 disaster movie that swept the Academy Awards วลี
1:04จนเกิดหนังภัยพิบัติปี 2012 ที่กวาดรางวัลออสการ์
swept the Academy Awards: กวาดรางวัลออสการ์ไปมากมาย
ในสำนวน sweep the awards คำว่า sweep หมายถึงการชนะรางวัลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก จนมักดูเหมือนครองความโดดเด่นในงานนั้น Swept เป็นรูปอดีตธรรมดา และ the Academy Awards คือชื่องานประกาศรางวัลที่กล่าวถึง นี่เป็นภาษาที่มีสีสันในข่าวบันเทิง ในประโยคประชด ผู้พูดอาจใช้คำกล่าวที่ยิ่งใหญ่นี้แบบเสียดสีได้ แต่สำนวนยังคงสื่อถึงความสำเร็จอย่างมากในการคว้ารางวัล ไม่ได้หมายถึงการทำความสะอาด การไปร่วมงาน หรือเพียงได้รับการเสนอชื่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ swept the awards เพื่อหมายความว่าภาพยนตร์ชนะรางวัลจำนวนมาก
- The crew swept the floor after the festival.
- The film was shown during the awards ceremony.
- The film swept the awards at the festival.
ดูคำตอบ
The film swept the awards at the festival.
and the numerous Emmy-nominated apocalypse documentaries
1:08และสารคดีวันสิ้นโลกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่มากมาย
What happened to you guys? ในฐานะคำวิจารณ์ที่แสดงความผิดหวัง
What happened to you guys? สามารถใช้ถามตามความหมายตรงตัวว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดกับ History Channel ราวกับเป็นกลุ่มคน และถามว่าทำไมช่องจึงเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง คำถามนี้ไม่ได้ต้องการข้อเท็จจริง แต่แสดงความประหลาดใจ ความผิดหวัง และการตำหนิว่า ช่องนี้ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผู้พูดอีกแล้ว บริบทและน้ำเสียงสามารถทำให้คำถาม what happened to you? กลายเป็นคำวิจารณ์ทางอ้อมได้
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ต่อไปนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก? The channel used to show careful history programs. Now it airs sensational apocalypse shows. What happened to you guys?
- ขอชื่อของคนที่ทำงานอยู่ในช่อง
- ถามว่าอุบัติเหตุใดทำให้ผู้ชมหลายคนบาดเจ็บ
- แสดงคำวิจารณ์อย่างผิดหวังว่าช่องเปลี่ยนไปอย่างไร
ดูคำตอบ
แสดงคำวิจารณ์อย่างผิดหวังว่าช่องเปลี่ยนไปอย่างไร
after this NASA became so inundated with questions โน้ต
1:15หลังจากนี้ NASA ก็ถูกถาโถมด้วยคำถามมากมาย
Be inundated with questions: มีคำถามมากจนรับมือไม่ไหว
Be inundated with questions หมายถึงได้รับคำถามมากจนจัดการได้ยาก สำนวนนี้ใช้ภาพของน้ำที่ท่วมสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ในที่นี้ไม่ได้เกิดน้ำท่วมจริง รูปแบบทั่วไปคือ be inundated with + สิ่งที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่น questions, emails, requests หรือ complaints
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าสายด่วนได้รับคำถามมากเกินกว่าจะรับมือได้อย่างง่ายดาย
- The helpline sent a short question after the announcement.
- The helpline was inundated with questions after the announcement.
- The helpline answered one routine question after the announcement.
ดูคำตอบ
The helpline was inundated with questions after the announcement.
knowledge expanding civilization inspiring schedule
1:21ขยายพรมแดนความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่อารยธรรม
so inundated ... that they had to เพื่อบอกระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้างคู่ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ใน so inundated with questions that... คำว่า so เพิ่มระดับของ inundated ส่วน that นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะภาระอันล้นหลามนั้น ผลในที่นี้คือ they had to take time away.... คำว่า Had to แสดงความจำเป็นที่เกิดจากคำถามจำนวนมาก อย่าเข้าใจ so ตัวแรกเป็นคำเชื่อมแยกต่างหากที่หมายถึง therefore เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของกรอบ so ... that ...
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกระดับและผลให้สมบูรณ์: The help desk was ____ busy ____ it had to stop taking calls.
ดูคำตอบ
so · that
Take time away from an activity: ลดเวลาที่ใช้กับกิจกรรมหนึ่ง
Take time away from กิจกรรมหนึ่ง หมายถึงใช้เวลาไปกับอย่างอื่น จึงเหลือเวลาสำหรับกิจกรรมเดิมน้อยลง ในประโยคนี้ การเขียนหน้าเว็บใช้เวลาที่อาจนำไปใช้กับงานวิทยาศาสตร์ของ NASA ได้ รูปแบบคือ take time away from + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing รูปแบบนี้มองว่าเวลามีจำกัดและเน้นการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งที่มีความสำคัญต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการประชุมเพิ่มเติมลดเวลาที่มีสำหรับการสอน: Extra meetings ____ teaching.
ดูคำตอบ
take time away from
robot building ... civilization inspiring ในฐานะคำขยายที่ซ้อนต่อกัน
คำทั้งชุดนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายสะสมที่อยู่หน้าคำนามหลัก schedule โดยแยกได้เป็น robot-building, frontier-pushing, knowledge-expanding และ civilization-inspiring แต่ละคู่แบบ “คำนาม + -ing” บอกว่างานอะไรอยู่ในตารางหรือว่าตารางนั้นมีลักษณะอย่างไร ไม่ใช่กริยาหลักหลายคำที่แยกจากกัน การละคำสันธานระหว่างส่วนขยายและเลื่อน schedule ไปไว้ท้ายสุดทำให้จังหวะเร็วขึ้นและสะสมคำกล่าวอันยิ่งใหญ่ต่อเนื่องกัน คำบรรยายที่อัดแน่นเกินจริงทำให้งานฟังดูราวกับเปลี่ยนโลกได้ จึงเกิดการพูดเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขันอย่างตั้งใจ
แบบฝึกหัด
robot building ... civilization inspiring ที่อยู่หน้า schedule ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร?
- เป็นการกระทำในอดีตสี่อย่างที่แยกจากกัน
- เป็นกรรมของกริยา write
- เป็นชุดคำขยายประสมที่อธิบายตารางงาน
ดูคำตอบ
เป็นชุดคำขยายประสมที่อธิบายตารางงาน
neither ... nor ... เพื่อปฏิเสธทั้งสองตัวเลือก
Neither ... nor ... เชื่อมตัวเลือกสองอย่างที่มีโครงสร้างขนานกัน และบอกว่าทั้งสองอย่างไม่มีอยู่หรือไม่เป็นจริง ในที่นี้ neither นำ wheels to pull carts ส่วน nor นำ glass to make telescopes ดังนั้นสังคมนี้จึงไม่มีทั้งสองอย่าง ทั้งสองฝั่งใช้รูปแบบเดียวกัน คือ คำนาม + infinitive ที่บอกจุดประสงค์ คำว่า Neither ทำให้ทั้งคู่มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว จึงไม่เติม not ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย neither ... nor ... เพื่อแสดงว่าตัวเลือกทั้งสองไม่มีให้ใช้: The island has ____ an airport ____ a ferry terminal.
ดูคำตอบ
neither · nor
didn't know more ... than real scientists do today: การปฏิเสธว่า “รู้มากกว่า”
ใน didn't know more ... than ... คำว่า didn't ปฏิเสธข้อเปรียบเทียบที่ more สื่ออยู่ ประโยคนี้ปฏิเสธว่าสังคมโบราณมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากกว่านักวิทยาศาสตร์ตัวจริงในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายไม่รู้อะไรเลย ฝ่ายโบราณอาจรู้เท่ากันหรือน้อยกว่า ใน real scientists do today คำว่า do ใช้แทนวลี know about science ที่ไม่ต้องกล่าวซ้ำ ทำให้การเปรียบเทียบกระชับขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธานแรก + do/does/did not + กริยา + more ... than + ประธานที่สอง + do/does/did
แบบฝึกหัด
เลือกคำอธิบายความหมายที่ดีที่สุดของประโยคนี้: “The ancient society didn't know more about science than modern scientists do.”
- ทั้งสังคมโบราณและนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เลย
- ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของสังคมโบราณไม่ได้มากกว่าความรู้ของนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
- นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์น้อยกว่าสังคมโบราณ
ดูคำตอบ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของสังคมโบราณไม่ได้มากกว่าความรู้ของนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
at the dawn of history: ช่วงแรกสุดของประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึก
at the dawn of history ใช้ dawn หรือ “รุ่งอรุณ” ในเชิงเปรียบเทียบ เช่นเดียวกับที่รุ่งอรุณเป็นจุดเริ่มต้นของวัน วลีนี้จึงหมายถึงช่วงเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึก หรือช่วงแรกสุดของประวัติศาสตร์ วลีนี้หมายถึงยุคแรกเริ่มอย่างกว้าง ๆ ไม่ใช่เวลาเช้าตามตัวอักษรหรือวันที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางสังคมโบราณไว้ในอดีตอันไกลและเปรียบต่างกับ today
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dawn ในเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับ at the dawn of history?
- At the dawn of the internet age, only a few homes were online.
- We left at dawn to watch the sunrise.
- The lamp stayed on until dawn.
ดูคำตอบ
At the dawn of the internet age, only a few homes were online.
making wilder and wilder predictions for Earth, ไวยากรณ์
1:36โดยสร้างคำทำนายที่เพี้ยนขึ้นเรื่อยๆ ให้กับโลก
อุปลักษณ์ต่อเนื่องใน “the parade of crazy marched on”
วลีนี้สร้างอุปลักษณ์ต่อเนื่องเป็นภาพเดียว parade คือแถวของสิ่งต่าง ๆ ที่เคลื่อนที่ และ marched on ก็สานต่อภาพการเดินขบวนเดียวกัน ในที่นี้ “parade” หมายถึงชุดคำทำนายไร้สาระที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ได้มีขบวนพาเหรดจริง Crazy ถูกใช้อย่างไม่ปกติให้คล้ายคำนาม เพื่อเป็นป้ายเรียกรวมกระแสคำกล่าวที่ไร้เหตุผลทั้งหมด เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้ทำให้คำกล่าวเหล่านั้นดูทั้งน่าขันและหยุดไม่อยู่ จึงเพิ่มพลังและความเคลื่อนไหวให้กับการวิจารณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “the parade of crazy marched on” หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้คนหยุดคาดการณ์เรื่องแปลก ๆ
- มีขบวนพาเหรดจริงเคลื่อนไปตามถนน
- กระแสคำทำนายไร้สาระยังคงปรากฏต่อเนื่อง
ดูคำตอบ
กระแสคำทำนายไร้สาระยังคงปรากฏต่อเนื่อง
รูปแบบการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง “wilder and wilder”
“Wilder and wilder” ใช้รูปแบบ ขั้นกว่า + and + ขั้นกว่าเดิม แสดงการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินต่อไปตามเวลา โดยคำทำนายชุดใหม่แต่ละชุดสุดโต่งกว่าชุดก่อน ในที่นี้ wild หมายถึงสุดโต่ง เหลือเชื่อ หรือยากจะเชื่อ วลีนี้ไม่ได้เปรียบเทียบคำทำนายสองเรื่องที่แยกจากกัน และไม่ได้หมายถึง “ไม่เชื่อง”
แบบฝึกหัด
ใช้รูปขั้นกว่าของ wild สองครั้งเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The predictions became ____.
ดูคำตอบ
wilder and wilder
a geologic timescale: มาตราเวลาทางธรณีวิทยา
ในประโยคนี้ a geologic timescale หมายถึงมาตราเวลาที่อิงกับช่วงเวลาอันยาวนานมากซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้น วลีนี้บอกว่ากระบวนการใช้เวลานานเพียงใด ไม่ได้ระบุวันที่หรือสื่อว่ากระบวนการเกิดขึ้นภายในวันเดียว โครงสร้าง on a ... timescale สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นเพื่อวางกระบวนการไว้ในมาตราเวลาหนึ่ง ๆ เช่น on a human timescale หรือ on a much shorter timescale
แบบฝึกหัด
"on a geologic timescale" บอกอะไรเกี่ยวกับกระบวนการหนึ่ง?
- กระบวนการนี้แสดงเป็นรายการเหตุการณ์ที่เรียงตามวันที่
- กระบวนการนี้เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาอันยาวนานมากที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
- กระบวนการนี้ถูกกำหนดให้เกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
กระบวนการนี้เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาอันยาวนานมากที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
a collision with mysterious Planet X that no astronomers have found, วัฒนธรรม
1:43การพุ่งชนของดาวเคราะห์ X ปริศนาที่ไม่มีนักดาราศาสตร์คนไหนค้นพบ
Planet X ในฐานะชื่อเชิงคาดเดา
Planet X เป็นชื่อเรียกดาวเคราะห์สมมติที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นดาวดวงใด ในเรื่องราววันสิ้นโลก ดาวนี้อาจถูกนำเสนอเป็นภัยลึกลับ ตัว X หมายความว่ายังไม่ทราบตัวตน ไม่ได้หมายความว่าเป็นโจทย์พีชคณิต ในที่นี้ อนุประโยคที่บอกว่ายังไม่มีนักดาราศาสตร์คนใดค้นพบดาวดังกล่าวชี้ว่าเรื่องการชนเป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ผู้พูดกำลังปฏิเสธข้อกล่าวอ้างนั้น ไม่ได้บอกว่ามีดาวเคราะห์ที่ได้รับการยืนยันแล้วกำลังมุ่งหน้ามายังโลก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ เหตุใดจึงมีการกล่าวถึง Planet X?
- เพื่อรายงานว่านักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่าดาวเคราะห์ดวงหนึ่งกำลังจะชนโลก
- เพื่อแสดงว่า X เป็นตัวเลขที่ต้องคำนวณ
- เพื่อระบุข้อกล่าวอ้างเรื่องภัยพิบัติที่ไม่มีหลักฐานรองรับและเกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์สมมติ
ดูคำตอบ
เพื่อระบุข้อกล่าวอ้างเรื่องภัยพิบัติที่ไม่มีหลักฐานรองรับและเกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์สมมติ
go supernova: ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา
ใน going supernova คำว่า go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ แต่หมายถึง “เข้าสู่สภาวะหรือเหตุการณ์ใหม่” กล่าวคือ ดาวฤกษ์เกิดการระเบิดซูเปอร์โนวา คำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติในบริบทดาราศาสตร์คือ go supernova โดยไม่เติม to และโดยทั่วไปไม่ใช้คำนำหน้านาม รูปแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง go + ส่วนเติมเต็มที่บอกสภาวะ เช่น go dark หรือ go silent
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนดาราศาสตร์มาตรฐานที่หมายถึง “ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา”: Astronomers think the massive star may ____ within the next million years.
ดูคำตอบ
go supernova
despite there being ...: แสดงข้อเท็จจริงที่ขัดกันอย่างกระชับ
หลัง despite ต้องตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีกริยาผันตามกาล there being คือรูป -ing ของโครงสร้างบอกการมีอยู่ there is/there are ในที่นี้ there ไม่ได้ชี้สถานที่ แต่ใช้เกริ่นว่าสิ่งใดมีอยู่หรือไม่ ในประโยคนี้ despite there being no such candidates หมายถึง “แม้จะไม่มีดาวฤกษ์ที่เหมาะจะเป็นตัวเลือกเช่นนั้น” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ despite there being + นามวลี ซึ่งนำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับใจความหลักอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นข้อเท็จจริงว่าไม่มีร่มเงา?
- We held the picnic despite there was no shade.
- We held the picnic despite there is no shade.
- We held the picnic despite there being no shade.
ดูคำตอบ
We held the picnic despite there being no shade.
“on the face of it” สำหรับการประเมินเบื้องต้น
On the face of it หมายถึงการตัดสินจากสิ่งที่เห็นหรือรู้ได้ง่ายในตอนแรกเท่านั้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้คำตัดสินว่า ludicrous เป็นเพียงความเห็นเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย สำนวนนี้มักบอกผู้ฟังว่าอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมหรือการพลิกความหมายตามมา บางอย่างอาจดูเหมือนจริงในตอนแรก แต่เมื่อพิจารณาให้ละเอียดขึ้น ความเห็นนั้นอาจเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้แสดงการตัดสินเบื้องต้นจากสิ่งที่เห็นเพียงผิวเผิน: “____, the shortcut looks faster, but the longer route avoids traffic.”
ดูคำตอบ
On the face of it
ใช้ “or is it?” เพื่อตั้งคำถามกับคำตัดสินก่อนหน้า
Or is it? ย้อนกลับไปตั้งคำถามกับข้อความที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ it หมายถึงคำตัดสินที่ว่าการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องไร้สาระ ผู้พูดจึงเปิดความเป็นไปได้ที่ดูเหมือนจะปิดไปแล้วขึ้นมาอีกครั้งชั่วครู่ คำถามต่อท้ายสั้น ๆ นี้สร้างการพลิกความหมาย และเพิ่มความลุ้น อารมณ์ขัน หรือความสงสัยได้โดยไม่ต้องให้หลักฐานว่าคำกล่าวก่อนหน้านั้นผิด
แบบฝึกหัด
คำลงท้ายใดจงใจตั้งคำถามกับคำตัดสินแรกและสร้างความลุ้น? “The map looks complete, ...”
- or is it?
- and it is.
- isn't it?
ดูคำตอบ
or is it?
whatever the hell that is: คำพูดเสริมเชิงดูแคลน
ในประโยคนี้ that หมายถึง a galactic synchronization beam ที่กล่าวไปก่อนหน้า ส่วน whatever the hell that is เป็นคำพูดที่เสริมเข้ามาทีหลังเพื่อยอมรับว่าผู้พูดไม่รู้ว่าคำนี้หมายถึงอะไร ตรงนี้ the hell เป็นคำหยาบที่ใช้เน้นอารมณ์ ไม่ได้หมายถึง “นรก” ตามตัวอักษร แต่เพิ่มความหงุดหงิด ความไม่เชื่อ หรือความดูถูก ทำให้ชื่อดังกล่าวฟังดูไร้สาระ โครงสร้าง “นามวลี + whatever the hell that is” ใช้ปัดชื่อที่ไม่คุ้นเคยหรือน่าสงสัยอย่างดูแคลนได้
แบบฝึกหัด
ใน “a galactic synchronization beam, whatever the hell that is” วลีสุดท้ายสื่ออะไร?
- ผู้พูดกำลังอธิบายคำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์ของคำนี้อย่างใจเย็น
- ผู้พูดกำลังบอกว่าลำแสงมาจากนรก
- ผู้พูดไม่รู้ว่าคำนี้หมายถึงอะไรและปัดทิ้งด้วยความหงุดหงิด
ดูคำตอบ
ผู้พูดไม่รู้ว่าคำนี้หมายถึงอะไรและปัดทิ้งด้วยความหงุดหงิด
A sane person at this point would wonder how the Mayans were able to predict
1:57ถึงจุดนี้ คนสติดีๆ คงจะสงสัยว่าชาวมายันสามารถทำนาย
astrophysical anomalies thousands of years in advance วลี
2:00ความผิดปกติทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์ล่วงหน้าหลายพันปี
thousands of years in advance: ระยะเวลาก่อนเหตุการณ์
ตรงนี้ thousands of years บอกระยะเวลา ส่วน in advance หมายถึงก่อนเหตุการณ์ที่กำลังพูดถึง หากมีการทำนายจริง ก็หมายความว่าคำทำนายนั้นเกิดขึ้นก่อนความผิดปกติเป็นเวลาหลายพันปี รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ “ระยะเวลา + in advance” เช่น book three days in advance หมายถึงจองก่อนวันที่หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องสามวัน ในประโยคเต็ม ระยะเวลาที่นานมากทำให้คำกล่าวนี้ฟังดูไม่น่าเชื่อและชวนให้สงสัย ไม่ได้ยืนยันว่าชาวมายาทำนายไว้จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ก่อนเหตุการณ์”: The hotel asks guests to book at least two weeks ____.
ดูคำตอบ
in advance
yet didn't foresee the Spanish coming across the Atlantic. ลำดับความ
2:03แต่กลับมองไม่เห็นชาวสเปนที่จะข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมา
yet didn't foresee: ความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ
ในประโยคนี้ yet หมายถึง “แต่” หรือ “อย่างไรก็ตาม” โดยเชื่อมคำกล่าวอ้างที่น่าทึ่งเรื่องการทำนายเหตุการณ์อันห่างไกล เข้ากับการที่ไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใกล้ตัวกว่าได้อย่างน่าประหลาดใจ อนุประโยคที่แสดงความขัดแย้งคือประเด็นสำคัญจริง ๆ ของข้อโต้แย้ง หากคำกล่าวอ้างแรกน่าเชื่อถือ ความล้มเหลวนี้ก็จะอธิบายได้ยาก การวาง yet ไว้หน้า didn't foresee ทำให้ความขัดแย้งเด่นชัดและเกิดน้ำเสียงเชิงประชด
แบบฝึกหัด
yet ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “The device could track storms across an ocean, yet it didn't foresee the flood at home”?
- นำเสนอความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจซึ่งทำให้คำกล่าวอ้างแรกลดความน่าเชื่อถือ
- หมายความว่าน้ำท่วมยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้
- เพิ่มอีกตัวอย่างหนึ่งเพื่อสนับสนุนความแม่นยำของอุปกรณ์
ดูคำตอบ
นำเสนอความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจซึ่งทำให้คำกล่าวอ้างแรกลดความน่าเชื่อถือ
And that's because the Mayans never predicted apocalypse. ลำดับความ
2:06และนั่นก็เป็นเพราะชาวมายันไม่เคยทำนายถึงวันสิ้นโลกเลย
And that's because: การนำเข้าสู่เหตุผลที่แท้จริง
And that's because ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์หรือข้อสงสัยที่เพิ่งกล่าวไป แล้วจึงนำเข้าสู่สาเหตุ ในที่นี้ that ชี้กลับไปยังความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่ในข้อโต้แย้งก่อนหน้า ส่วน because เริ่มคำอธิบายที่คลี่คลายความขัดแย้งด้วยการปฏิเสธคำกล่าวอ้างเดิม โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากการปูเรื่องไปสู่คำตอบหลักได้ โดยนำเสนอผลลัพธ์หรือคำถามก่อน แล้วจึงใช้ And that's because + อนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียนนี้ โดยต้องมี And ตอนต้นด้วย: “The park is empty today. ____ the gates are closed for repairs.”
ดูคำตอบ
And that's because
คนเพียงกลุ่มเดียวที่กล่าวอ้าง ... เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ชาวมายา
โครงหลักของประโยคคือ The only people ... were distinctly not Mayans วลี infinitive อย่าง to claim ... ขยาย people และระบุว่าประโยคกำลังกล่าวถึงคนกลุ่มใด อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that หลัง claim บอกเนื้อหาของคำกล่าวอ้าง ไม่ใช่อนุประโยคหลัก ส่วนเติมเต็มหลัง were ถูกเก็บไว้จนถึงท้ายประโยค จึงทำให้ประโยคจบด้วยการแก้ความเข้าใจอย่างหนักแน่นว่า คนที่กล่าวอ้างนั้นไม่ใช่ชาวมายา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่บอกว่าไม่มีคนอื่นกล่าวอ้างเช่นนี้: The ____ to claim that the bridge was unsafe ____ two anonymous bloggers.
ดูคำตอบ
only people · were
distinctly not: การปฏิเสธที่ชัดเจนและหนักแน่น
ในประโยคนี้ distinctly ช่วยเน้น not ให้หนักแน่นขึ้น distinctly not หมายถึง “ไม่ใช่อย่างชัดเจนและไม่มีข้อสงสัย” จึงปฏิเสธความคิดที่ว่าผู้กล่าวอ้างเป็นชาวมายาอย่างตรงไปตรงมา distinctly ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แยกกัน” เมื่อเทียบกับ not ธรรมดา วลีนี้ทำให้การแก้ความเข้าใจฟังดูชัดและเด็ดขาดกว่า มักใช้เน้นความไม่ตรงกันที่ผู้พูดเห็นว่าเห็นได้ชัด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The apology was distinctly not sincere,” distinctly not สื่อความหมายใด?
- คำขอโทษนั้นไม่จริงใจเพียงเล็กน้อย
- คำขอโทษนั้นไม่จริงใจอย่างชัดเจนและไม่มีข้อสงสัย
- คำขอโทษนั้นไม่จริงใจแบบแยกกัน
ดูคำตอบ
คำขอโทษนั้นไม่จริงใจอย่างชัดเจนและไม่มีข้อสงสัย