เปปป้าพิกโตขึ้น - ในอนาคต | การ์ตูนสำหรับเด็กและครอบครัวอย่างเป็นทางการจากเปปป้าพิก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
439 คำ 130 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ระหว่างที่ชาร์ลอตต์ดูแลเปปป้ากับซูซี่ เด็กทั้งสองจินตนาการถึงอิสระของผู้ใหญ่ อาชีพ บ้าน และครอบครัวในอนาคต ก่อนจะสรุปว่าการโตเป็นผู้ใหญ่นั้นดูเหนื่อยและพวกเธอต้องพักผ่อน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I wish I was grown-up. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า wish ตามด้วยรูปอดีตใช้บอกความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน และสังเกตได้ว่าเหตุใดเปปป้าจึงใช้ was แทน am เมื่อต้องการเป็นผู้ใหญ่เสียตั้งแต่ตอนนี้ 2. Hello, hello, hello. What's all this here then? — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: รู้ว่านี่เป็นการเลียนแบบสำนวนพูดของตำรวจอังกฤษแบบดั้งเดิมอย่างขบขัน จึงตีความคำทักทายซ้ำและคำถามที่ฟังแปลกได้ว่าเป็นบทพูดในการเล่นสมมติ ไม่ใช่การขอข้อมูลตามปกติ 3. Has everything been okay? Everything's been fine. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ present perfect เพื่อถามและสรุปสภาพการณ์ตลอดช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อใครสักคนกลับมาและต้องการรู้ว่าในระหว่างที่ไม่อยู่นั้นทุกอย่างเป็นอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the future. ลำดับความ

0:00

ในอนาคต

ลำดับความ

In the future: กำหนดกรอบเวลาอนาคตให้เรื่องราว

In the future หมายถึงช่วงเวลาที่อยู่หลังจากปัจจุบัน ในที่นี้วลีนี้อยู่เดี่ยว ๆ เหมือนชื่อเรื่องหรือคำเกริ่นนำ จึงกำหนดให้เนื้อหาทั้งหมดที่ตามมาอยู่ในกรอบเวลาอนาคต วลีสั้น ๆ นี้ช่วยกำหนดความคาดหวังของผู้ชมว่าแนวคิดต่อไปจะเป็นการจินตนาการ การคาดการณ์ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตในภายหน้า

แบบฝึกหัด

วลีเปิด In the future. ที่อยู่เดี่ยว ๆ ทำหน้าที่อะไรในเรื่อง?

  1. บอกว่าเรื่องราวจบลงแล้ว
  2. ถามผู้ชมว่าตอนนี้กี่โมง
  3. กำหนดกรอบเวลาอนาคตให้เนื้อหาที่ตามมา
ดูคำตอบ

กำหนดกรอบเวลาอนาคตให้เนื้อหาที่ตามมา

Peppa is at Suzy Sheep's house this evening.

0:02

เย็นวันนี้เปปป้าอยู่ที่บ้านของซูซี่แกะ

Mummy Sheep and Mummy Pig are going out. กริยาวลี

0:05

แม่แกะและแม่หมูกำลังจะออกไปข้างนอก

กริยาวลี

going out: ออกจากบ้านไปทำกิจกรรม

ในที่นี้ go out หมายถึงออกจากบ้านไปใช้เวลาที่อื่นเพื่อทำกิจกรรม สิ่งสำคัญคือคุณแม่แกะกับคุณแม่หมูจะไม่อยู่บ้านสักระยะ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เดินจากในอาคารออกไปข้างนอก Are going out ใช้ present continuous เพื่อบอกว่าการออกไปข้างนอกเป็นแผนที่มีอยู่แล้วหรือเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya วางแผนจะออกจากบ้านไปกินอาหารเย็นคืนนี้?

  1. Maya is looking out of the window.
  2. Maya is going out for dinner tonight.
  3. Maya is going outside to collect the post.
ดูคำตอบ

Maya is going out for dinner tonight.

Don't worry, Mummy.

0:08

ไม่ต้องห่วงค่ะ แม่

We can look after the house กริยาวลี

0:09

พวกเราดูแลบ้านได้

while you're away. ไวยากรณ์

0:11

ตอนที่แม่ไม่อยู่

กริยาวลี

look after the house: ดูแลบ้าน

look after หมายถึงดูแลหรือรับผิดชอบคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ look after the house หมายถึงคอยดูความเรียบร้อยของบ้านและจัดการสิ่งจำเป็นระหว่างที่เจ้าของไม่อยู่ โครงสร้างคือ look after + คนหรือสิ่งของ ให้จำ look after เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด โดย after ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หลังจาก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการขอให้อีกฝ่ายรับผิดชอบดูแลสุนัขในช่วงสุดสัปดาห์

  1. Could you look at my dog this weekend?
  2. Could you look after my dog this weekend?
  3. Could you look for my dog this weekend?
ดูคำตอบ

Could you look after my dog this weekend?

ไวยากรณ์

while you're away: ระบุช่วงเวลา

while ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา while you're away หมายถึง “ในช่วงที่คุณไม่อยู่” จึงระบุช่วงเวลาที่จะมีการดูแลบ้าน โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประโยคหลัก + while + ประธาน + กริยาหรือสภาวะ ในที่นี้ are away บอกสภาวะที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ตามปกติ ไม่ได้หมายถึงการกำลังเดินทางออกไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าจะไปรับจดหมายให้ในช่วงที่อีกคนไม่อยู่

  1. I'll collect your mail whenever I visit.
  2. I'll collect your mail while you're away.
  3. I'll collect your mail after you return.
ดูคำตอบ

I'll collect your mail while you're away.

That's very kind of you, Suzy. วลี

0:12

หนูใจดีมากจ้ะ ซูซี่

วลี

That's very kind of you: ขอบคุณสำหรับการกระทำที่มีน้ำใจ

That's very kind of you เป็นคำตอบที่อบอุ่นและสุภาพเมื่อมีคนเสนอความช่วยเหลือหรือทำสิ่งที่ใส่ใจให้เรา ประโยคนี้ทั้งขอบคุณอีกฝ่ายและชื่นชมความมีน้ำใจของการกระทำนั้น ในโครงสร้าง That's + adjective + of you ส่วน of you เชื่อมคำประเมินเข้ากับสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งทำหรือเสนอให้ ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ It is kind of you to do that ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าโดยทั่วไปอีกฝ่ายเป็นคนใจดี

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอจะช่วยถือกระเป๋าให้ ใช้ kind เติมคำตอบสุภาพแบบตายตัวให้สมบูรณ์: That's very ____.

ดูคำตอบ

kind of you

But we have a special babysitter coming. ไวยากรณ์

0:14

แต่เรามีพี่เลี้ยงเด็กพิเศษมาดูแลนะ

ไวยากรณ์

have a special babysitter coming: บอกการมาเยือนที่นัดหมายไว้แล้ว

ในโครงสร้าง have + object + -ing รูป -ing อธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกรรม ในประโยคนี้ a special babysitter เป็นกรรมของ have และ coming บอกสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อกรรมเป็นคนที่จะมาเยี่ยมหรือมาให้บริการ have someone coming มักสื่อว่าการมานั้นได้รับการจัดเตรียมไว้แล้วหรือคาดหมายไว้อย่างแน่นอน ในที่นี้จึงมีความหมายเรื่องการนัดหมายมากกว่าการคาดการณ์ง่าย ๆ ด้วย will come

แบบฝึกหัด

ใช้ a technician และโครงสร้าง have + object + coming เติมประโยคเกี่ยวกับการมาเยือนที่นัดหมายไว้แล้วให้สมบูรณ์: We ____ tomorrow morning.

ดูคำตอบ

have a technician coming

That'll be her now. ไวยากรณ์

0:17

นั่นคงเป็นเธอที่มาถึงแล้ว

ไวยากรณ์

That'll be her now: ใช้ will เพื่อคาดคะเนสถานการณ์ปัจจุบัน

ในที่นี้ will ไม่ได้ใช้เพื่อวางเหตุการณ์ไว้ในอนาคตเพียงอย่างเดียว That'll be her เป็นการคาดจากสถานการณ์ปัจจุบันด้วยความมั่นใจพอสมควร เช่น เสียงเคาะประตูหรือเสียงกริ่งตรงกับสิ่งที่คาดว่าเธอกำลังจะมาถึง That ชี้ไปยังคนหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสังเกตเห็น และ now ย้ำว่ากำลังระบุสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รูปแบบ That'll be + คน/สิ่งของ ใช้ระบุได้ว่าสัญญาณที่เกิดขึ้นตอนนี้น่าจะหมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

คุณกำลังรอพนักงานส่งของ แล้วเสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น ประโยคใดเป็นการคาดอย่างมั่นใจว่าตอนนี้ใครอยู่หน้าประตู

  1. That'll be the courier.
  2. That might have been the courier.
  3. The courier will arrive next week.
ดูคำตอบ

That'll be the courier.

Hello, everyone.

0:21

สวัสดีทุกคน

Hello.

0:22

สวัสดีจ้ะ

It's my cousin, Charlotte.

0:23

นี่คือลูกพี่ลูกน้องของหนู ชาร์ลอตต์

Charlotte Sheep is the babysitter.

0:25

ชาร์ลอตต์แกะคือพี่เลี้ยงเด็ก

Hello, Charlotte.

0:27

สวัสดีจ้ะ ชาร์ลอตต์

Thanks for coming. วลี

0:29

ขอบใจที่มานะ

วลี

Thanks for coming: ขอบคุณที่อีกฝ่ายมาร่วม

Thanks for coming เป็นวิธีพูดขอบคุณอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่ออีกฝ่ายตั้งใจมาร่วมงาน มาเยี่ยม หรือมาพบคุณ สามารถพูดตอนที่อีกฝ่ายมาถึง หรือพูดเมื่อการเยี่ยมหรืองานกำลังจะจบก็ได้ โครงสร้างคือ Thanks for + คำนามหรือคำกริยารูป -ing เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท จึงใช้ coming ไม่ใช่ come ส่วน Thanks for helping และ Thanks for waiting ก็ใช้โครงสร้างเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing แบบหนึ่งคำของ come เพื่อเติมสำนวนให้สมบูรณ์: Thanks for ____.

ดูคำตอบ

coming

We won't be out late. วลี

0:30

พวกเราไปไม่ดึกหรอกจ้ะ

วลี

won't be out late: จะไม่อยู่นอกบ้านจนดึก

ในประโยคนี้ be out หมายถึงไม่ได้อยู่ที่บ้าน ส่วน late บอกว่าสถานะนั้นดำเนินไปจนถึงเวลาดึกแค่ไหน We won't be out late หมายความว่าผู้พูดคาดว่าจะกลับมาก่อนที่จะดึกมาก ไม่ได้หมายความว่า “เราจะไม่ออกจากบ้านตอนดึก” ภาษาอังกฤษใช้ go out late เมื่อต้องการพูดถึงการออกจากบ้านในเวลาที่ดึก ส่วน be out late บอกว่ายังไม่อยู่บ้านเมื่อถึงเวลาดึก

แบบฝึกหัด

We won't be out late ในที่นี้หมายความว่าอะไร

  1. เราจะตื่นอยู่ที่บ้านจนดึก
  2. เราจะรอจนดึกแล้วจึงออกจากบ้าน
  3. เราคาดว่าจะกลับมาก่อนที่จะดึกมาก
ดูคำตอบ

เราคาดว่าจะกลับมาก่อนที่จะดึกมาก

You can watch TV,

0:31

ดูทีวีได้นะจ๊ะ

and I've made you some pizza. ไวยากรณ์

0:33

แล้วน้าทำพิซซ่าไว้ให้ด้วย

ไวยากรณ์

made you some pizza: make + ผู้รับ + สิ่งของ

ใน made you some pizza คำว่า you คือคนที่ได้รับอาหาร ส่วน some pizza คือสิ่งที่ทำขึ้น นี่คือโครงสร้างกรรมสองตัวแบบ make + ผู้รับ + สิ่งของ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง made some pizza for you ความหมายเดียวกันสามารถใช้โครงสร้าง make + สิ่งของ + for + ผู้รับ ได้: I've made some pizza for you อย่าผสมสองโครงสร้างนี้เข้าด้วยกัน โดยในโครงสร้างกรรมสองตัวไม่ต้องเติม for หน้าผู้รับ

แบบฝึกหัด

เขียนประโยคใหม่โดยใช้โครงสร้างกรรมสองตัว make + ผู้รับ + สิ่งของ I made some soup for my friend. เติมให้สมบูรณ์: I ____.

ดูคำตอบ

made my friend some soup

Oh, thank you.

0:35

โอ้ ขอบคุณค่ะ

You two be good. น้ำเสียง/เจตนา

0:36

ทำตัวดีๆ นะทั้งสองคน

น้ำเสียง/เจตนา

You two be good: การระบุผู้ฟังสองคนในประโยคคำสั่ง

you two ระบุชัดว่ากำลังพูดกับคนสองคน คำกริยา be คงรูปเดิมเพราะ be good เป็นประโยคคำสั่ง ดังนั้นจึงไม่ใช่ประโยคบอกเล่า You two are good ในที่นี้ be good เป็นคำเตือนแบบผู้ปกครองหรือผู้ดูแล หมายถึงให้ประพฤติตัวดีและทำตามกฎ การเอ่ยผู้ฟังออกมาทำให้ชัดว่าคำสั่งนี้ใช้กับทั้งสองคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกคนสองคนโดยตรงให้ระวังตัว?

  1. You two are careful.
  2. Both people were careful.
  3. You two be careful.
ดูคำตอบ

You two be careful.

We will. ไวยากรณ์

0:38

ค่ะ

ไวยากรณ์

We will: การละ be good ในคำตอบสั้น

We will เป็นคำตอบสั้นที่หมายถึง We will be good โดยยังคงคำกริยาช่วย will ไว้ แต่ละวลีกริยา be good เพราะเข้าใจได้อยู่แล้วจากคำสั่งก่อนหน้า รูปแบบประธาน + คำกริยาช่วยนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ และเมื่อใช้ตอบคำสั่งจะฟังเหมือนเป็นคำสัญญาว่าจะทำตาม We หมายถึงคนสองคนที่ตอบพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

โค้ชบอกผู้เล่นสองคนว่า “Keep working hard.” คำตอบสั้นข้อใดเป็นการรับปากอย่างเป็นธรรมชาติว่าจะทำตาม?

  1. We do.
  2. We are.
  3. We will.
ดูคำตอบ

We will.

Bye.

0:39

ไปนะ

Bye-bye.

0:40

บ๊ายบาย

How old are you, Charlotte?

0:42

พี่อายุเท่าไหร่คะ ชาร์ลอตต์?

I'm 17.

0:44

พี่อายุ 17 จ้ะ

17? That's very grown-up. การใช้คำ

0:45

17 เหรอ? นั่นโตมากเลยนะ

การใช้คำ

grown-up ในฐานะคำคุณศัพท์: โตและเหมือนผู้ใหญ่

ใน “That’s very grown-up” คำว่า grown-up เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง is และ very ช่วยเน้นความหมาย ประโยคนี้บอกว่าการมีอายุ 17 ปีดูโตหรือเป็นผู้ใหญ่ ผู้พูดกำลังประเมินว่าอายุนี้ให้ความรู้สึกโตแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าคนอายุ 17 ปีเป็นผู้ใหญ่ตามกฎหมาย ในบทสนทนาเกี่ยวกับเด็ก คำนี้มักมีน้ำเสียงเบา ๆ และชื่นชมว่า “เหมือนคนโต”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ grown-up เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกโตหรือเป็นผู้ใหญ่?

  1. A grown-up signed the permission form.
  2. Planning my own trip feels very grown-up.
  3. Please pay the adult fare.
ดูคำตอบ

Planning my own trip feels very grown-up.

You can do anything you like การใช้คำ

0:49

น้องจะทำอะไรก็ได้ที่ชอบ

when you're grown-up.

0:51

เมื่อน้องเป็นผู้ใหญ่

การใช้คำ

do anything you like: อิสระในการเลือกสิ่งที่อยากทำ

ใน do anything you like คำว่า anything ตามด้วยอนุประโยค you like อนุประโยคนี้ระบุสิ่งหรือกิจกรรมที่ผู้ฟังเลือก จึงเข้าใจได้ว่าเป็น anything (that) you like โดยสามารถละคำเชื่อม that ได้ like ในที่นี้หมายถึง “ต้องการหรือเลือก” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” เท่านั้น วลีทั้งหมดให้เสรีภาพในการเลือกภายในขอบเขตของสถานการณ์นั้น คือทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ

แบบฝึกหัด

ใช้คำทั้งสี่คำ do, anything, you และ like อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During free time, you can ____.

ดูคำตอบ

do anything you like

That's right.

0:52

ถูกแล้วจ้ะ

You can drive a car and even stay up late. กริยาวลี

0:53

น้องขับรถได้ แล้วก็นอนดึกได้ด้วย

กริยาวลี

stay up late: ยังตื่นอยู่จนดึก

stay up หมายถึงยังตื่นอยู่แทนที่จะเข้านอน เมื่อเติม late เป็น stay up late จะหมายถึงยังตื่นอยู่จนดึกหรือนอนดึก วลีนี้เน้นว่ายังไม่นอน ไม่ได้หมายถึงการยืนหรืออยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ใช้พูดถึงการนอนดึกเพียงคืนเดียวหรือเป็นนิสัยก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกโดยตรงว่าเมื่อคืนมายายังตื่นอยู่จนดึก?

  1. Maya stayed up late last night.
  2. Maya stayed out late last night.
  3. Maya got up late this morning.
ดูคำตอบ

Maya stayed up late last night.

Wow.

0:57

ว้าว

In the future,

0:59

ในอนาคต

when you're grown-up,

1:00

เมื่อพวกหนูโตเป็นผู้ใหญ่

you'll be able to do that too. ไวยากรณ์

1:01

พวกหนูก็จะทำแบบนั้นได้เหมือนกัน

ไวยากรณ์

you'll be able to do: ความสามารถในอนาคต

You'll เป็นรูปย่อของ you will โครงสร้าง will be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าในอนาคตใครบางคนจะมีความสามารถหรือมีเงื่อนไขที่จำเป็นในการทำบางอย่าง ในประโยคนี้ ความสามารถนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากโตเป็นผู้ใหญ่ หลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น do, drive หรือ swim ภาษาอังกฤษไม่รวม will กับ can เป็น will can เมื่อต้องการบอกความสามารถในอนาคตอย่างชัดเจน ให้ใช้ will be able to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอนาคตของ be able to: After the repair, the robot ____ move again.

ดูคำตอบ

will be able to

But grown-ups also have to go to work, you know? โน้ต

1:05

แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องไปทำงานด้วยนะ รู้ไหม?

ไวยากรณ์

have to go to work: การบอกความจำเป็น

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความจำเป็นหรือหน้าที่ ใน have to go to work การไปทำงานเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องทำเพราะความรับผิดชอบหรือสถานการณ์ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เลือกทำเอง ตรงนี้ have ไม่ใช่กริยาทั่วไปที่หมายถึง “มี” แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง have to หลัง have to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน go ส่วนประธาน he, she หรือประธานเอกพจน์บุรุษที่สามอื่น ๆ ใช้ has to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have to: Because the library is closing, we ____ leave now.

ดูคำตอบ

have to

น้ำเสียง/เจตนา

you know? ท้ายประโยค: ชวนผู้ฟังให้รับรู้ประเด็น

เมื่ออยู่ท้ายประโยค you know? เป็นคำช่วยในการสนทนา ไม่ใช่คำถามที่ต้องการข้อมูลจริง ๆ ผู้พูดใช้เพื่อดึงผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วมและชวนให้รับรู้ประเด็นที่เพิ่งพูดไป น้ำเสียงอาจทำให้ฟังเหมือนการชวนให้เข้าใจร่วมกันอย่างเป็นมิตร หรือเป็นการเตือนเล็กน้อยว่าข้อเท็จจริงนั้นควรจะเข้าใจอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

you know? ที่ท้าย "We need to leave now, you know?" มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ชวนให้ผู้ฟังรับรู้คำเตือนที่เพิ่งพูดไป
  2. ถามว่าผู้ฟังรู้ความหมายของ leave หรือไม่
  3. เปลี่ยนประโยคให้เป็นคำถามเกี่ยวกับแผนการเดินทางของผู้ฟัง
ดูคำตอบ

ชวนให้ผู้ฟังรับรู้คำเตือนที่เพิ่งพูดไป

That sounds fun.

1:08

ฟังดูน่าสนุกจัง

Can we stay up late with you, Charlotte?

1:10

พวกเราขอนอนดึกกับพี่ได้ไหมคะ ชาร์ลอตต์?

Sorry, it's your bedtime now. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

เสียใจจ้ะ ได้เวลานอนของเด็กๆ แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Sorry, it's your bedtime now: การกำหนดขอบเขตอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น

Sorry ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดยอมรับว่าตนทำผิดเสมอไป แต่แสดงความเห็นใจเพราะผู้ฟังอาจไม่ชอบสิ่งที่จะได้ยินต่อจากนี้ it's your bedtime now กำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนว่า กิจกรรมที่กำลังทำอยู่ต้องจบลงเพราะถึงเวลาเข้านอนแล้ว รูปแบบ Sorry + ข้อจำกัดที่ชัดเจนช่วยให้การปฏิเสธหรือการบอกกฎฟังดูนุ่มนวลขึ้นโดยไม่ได้ทำให้กฎนั้นเป็นเพียงทางเลือก

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับตัวอย่างต่อไปนี้: เพราะผู้พูดใช้คำว่า Sorry เวลาเข้านอนจึงเป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Oh.

1:15

โอ้

Night-night.

1:18

ฝันดีนะ

Sleep well.

1:19

หลับให้สบายนะจ๊ะ

Night-night.

1:20

ฝันดี

Suzy.

1:26

ซูซี่

Yes.

1:27

ว่าไง

Are you awake?

1:29

เธอตื่นอยู่หรือเปล่า?

Yes.

1:30

อื้ม

I wish I was grown-up. ไวยากรณ์

1:31

ฉันอยากเป็นผู้ใหญ่จัง

ไวยากรณ์

I wish I was grown-up: ความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน

ใน I wish I was grown-up ผู้พูดยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ในตอนนี้และอยากให้สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างออกไป was ซึ่งเป็นรูปอดีตแสดงระยะห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ได้ระบุว่าความปรารถนานั้นเกิดขึ้นในอดีต เมื่อต้องการบอกความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน ให้ใช้ wish + ประธาน + รูปอดีต เช่น I wish I knew หรือ I wish we lived closer

แบบฝึกหัด

เติมความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบันด้วยรูปที่ถูกต้องของ have: I wish I ____ more free time.

ดูคำตอบ

had

Me, too.

1:34

ฉันก็เหมือนกัน

When we're grown-up,

1:37

เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่

we will be downstairs ไวยากรณ์

1:39

เราจะอยู่ข้างล่าง

watching TV and eating pizza.

1:41

ดูทีวีและกินพิซซ่า

ไวยากรณ์

will be downstairs watching...: การวาดภาพเหตุการณ์ในอนาคต

ใน will be downstairs watching TV and eating pizza คำว่า will ทำให้เหตุการณ์อยู่ในอนาคต downstairs บอกสถานที่ และกลุ่มคำรูป -ing บอกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นที่นั่น รูปแบบนี้ช่วยวาดภาพว่าในช่วงเวลาหนึ่งของอนาคต ใครบางคนจะอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไร โดยเน้นภาพรวมของสถานการณ์ในอนาคต ไม่ใช่เพียงบอกการกระทำอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ will be + สถานที่ + -ing เพื่อวาดภาพเหตุการณ์ในอนาคต

  1. At eight last night, we were at home eating dinner.
  2. At eight tonight, we'll be at home eating dinner.
  3. At eight tonight, we'll eat dinner at home.
ดูคำตอบ

At eight tonight, we'll be at home eating dinner.

Yes.

1:44

ใช่

And babysitting.

1:44

แล้วก็เป็นพี่เลี้ยงเด็ก

And going to the cinema.

1:46

แล้วก็ไปโรงหนัง

And staying up all night.

1:48

แล้วก็อยู่โต้รุ่งทั้งคืน

In the future,

1:53

ในอนาคต

we will have a yellow car.

1:55

เราจะมีรถสีเหลือง

No, blue.

1:57

ไม่ สีฟ้า

Yellow and blue.

1:58

สีเหลืองกับสีฟ้า

I'll drive.

2:03

ฉันจะขับเอง

So will I. ไวยากรณ์

2:04

ฉันก็จะขับ

ไวยากรณ์

So will I.: การเห็นด้วยกับประโยคบอกเล่าที่ใช้ will

So will I หมายถึง “ฉันก็จะทำเหมือนกัน” ใช้แสดงความเห็นด้วยกับประโยคบอกเล่าที่ใช้ will รูปแบบคือ So + will + ประธาน โดยวาง will ไว้หน้า I ไม่ต้องกล่าวกริยาหลักซ้ำ เพราะเข้าใจได้จากประโยคแรก ในตัวอย่างนี้ละ drive ไว้ กริยาช่วยในคำตอบต้องตรงกับประโยคแรก จึงใช้ will ในที่นี้

แบบฝึกหัด

Maya พูดว่า “I'll bring a flashlight.” เติมคำตอบแสดงความเห็นด้วยแบบกลับตำแหน่งให้สมบูรณ์: ____.

ดูคำตอบ

So will I

Daddy Dog will be a spaceman.

2:10

คุณพ่อสุนัขจะเป็นนักบินอวกาศ

Yes.

2:13

ใช่

I'm off to space. วลี

2:14

ฉันจะออกไปอวกาศแล้ว

วลี

I'm off to ...: บอกว่ากำลังจะออกเดินทางไปยังจุดหมาย

โครงสร้าง be off to + จุดหมาย หมายถึงกำลังออกเดินทางไปที่นั้น โดยปกติคือออกตอนนี้หรือในอีกไม่นาน ใน I'm off to space คำว่า off ให้ความรู้สึกว่าออกจากสถานที่ปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงปิดอยู่ ถ้ารู้กันอยู่แล้วว่าจะไปไหน หรือจุดหมายไม่สำคัญ ก็พูดสั้น ๆ ว่า I'm off ได้ ซึ่งหมายถึง “ฉันไปแล้วนะ”

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง I'm off to + จุดหมาย เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm ____ the library. See you later.

ดูคำตอบ

off to

And George will be a dinosaur.

2:16

แล้วจอร์จจะเป็นไดโนเสาร์

Dinosaur.

2:19

ไดโนเสาร์

And Freddy Fox will be a policeman.

2:25

แล้วเฟรดดี้หมาจิ้งจอกจะเป็นตำรวจ

Hello, hello, hello. วัฒนธรรม

2:29

สวัสดี สวัสดี สวัสดี

What's all this here then?

2:31

มีเรื่องอะไรกันตรงนี้ครับ?

วัฒนธรรม

Hello, hello, hello. What's all this here then?: การเลียนแบบตำรวจอังกฤษแบบเก่า

ประโยคทั้งหมดนี้เลียนแบบภาพจำของตำรวจอังกฤษแบบเก่าที่คุ้นเคยจากรายการตลกและรายการเด็ก การพูด Hello ซ้ำไม่ใช่การทักทายธรรมดาสามครั้ง แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดสังเกตเห็นเหตุการณ์บางอย่างและกำลังเข้ามาตรวจสอบ What's all this here then? มีความหมายคร่าว ๆ ว่า What's going on here? ในที่นี้ then เพิ่มน้ำเสียงซักถามและท้าทายเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึง “หลังจากนั้น” ในฉากนี้ ประโยคดังกล่าวทำให้เห็นทันทีว่าตัวละครกำลังแกล้งทำเป็นตำรวจ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้สร้างผลหลักอะไรในฉาก?

  1. ทักทายคนสามคนอย่างเป็นมิตร
  2. เลียนแบบตำรวจอังกฤษแบบเก่าที่กำลังเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์
  3. ถามว่าสะกดคำว่า hello อย่างไร
ดูคำตอบ

เลียนแบบตำรวจอังกฤษแบบเก่าที่กำลังเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์

This is our grown-up car.

2:33

นี่คือรถผู้ใหญ่ของพวกเราค่ะ

Can you beep your horn for me, please? โน้ต

2:35

ช่วยบีบแตรให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you ... for me, please? สำหรับขอร้องอย่างสุภาพ

Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยเมื่อต้องการขอให้ใครทำบางอย่าง ในที่นี้ can ใช้เพื่อขอให้ทำสิ่งนั้น ไม่ได้เน้นถามว่าผู้ฟังมีความสามารถทำได้หรือไม่ for me แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นการช่วยผู้พูด ส่วน please ที่ท้ายประโยคทำให้คำขอฟังนุ่มนวลขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ Can you + การกระทำ + for me, please?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบคำขอที่สุภาพตามที่กำหนด: ____ hold the door ____, ____?

ดูคำตอบ

Can you · for me · please

วลี

beep your horn: ทำให้แตรรถส่งเสียง

ใน beep your horn คำว่า beep เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้แตรรถส่งเสียงสั้น ๆ และ your horn เป็นกรรมของคำกริยานั้น สามารถเปลี่ยนเจ้าของได้ เช่น beep my horn, beep her horn หรือใช้ beep the horn เมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่าหมายถึงรถคันใด beep your horn เป็นกลุ่มคำภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติสำหรับการกดแตรสั้น ๆ ส่วน sound the horn เป็นทางเลือกที่เป็นกลางหรือเป็นทางการกว่า โดยเฉพาะในภาษาที่เกี่ยวกับการใช้ถนนแบบอังกฤษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่เน้นไว้: Please ____ once when you arrive at the gate.

ดูคำตอบ

beep your horn

Very good.

2:40

ดีมาก

Off you go then. น้ำเสียง/เจตนา

2:41

งั้นเชิญไปได้

น้ำเสียง/เจตนา

Off you go: บอกให้อีกฝ่ายออกไปหรือเริ่มได้

Off you go เป็นสำนวนพูดแบบตายตัวที่ใช้บอกใครบางคนว่าถึงเวลาเคลื่อนตัว ออกไป หรือเริ่มทำกิจกรรมแล้ว คำว่า off ในที่นี้สื่อถึงการออกจากจุดเดิมหรือการเริ่มลงมือ และทั้งประโยคไม่ได้เรียงคำแบบประโยคบอกเล่าทั่วไป สำนวนนี้มักหมายถึง “เอาล่ะ ตอนนี้ไปได้แล้ว” น้ำเสียงอาจฟังดูอบอุ่นหรือให้กำลังใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นการไล่อีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองยิ้มให้เด็กที่พร้อมไปโรงเรียนแล้วพูดว่า “Off you go!” ผู้ปกครองกำลังทำอะไรอยู่

  1. สั่งด้วยความโกรธว่าเด็กห้ามกลับมาอีก
  2. ส่งสัญญาณอย่างเป็นมิตรว่าถึงเวลาที่เด็กต้องออกเดินทางแล้ว
  3. ถามว่าเด็กออกไปแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ

ส่งสัญญาณอย่างเป็นมิตรว่าถึงเวลาที่เด็กต้องออกเดินทางแล้ว

Bye.

2:42

บ๊ายบาย

What will your job be? ไวยากรณ์

2:44

งานของเธอจะเป็นอะไรเหรอ?

ไวยากรณ์

What will your job be?: ถามถึงอาชีพในอนาคต

What will your job be? ใช้ถามว่าใครบางคนคาดหวังหรือจินตนาการว่าจะมีอาชีพอะไรในอนาคต Will แสดงถึงอนาคต จึงไม่ได้ถามถึงงานปัจจุบันของคนนั้น โครงสร้างคำถามคือ What + will + ประธาน + be? โดย will อยู่หน้าประธาน your job และ be อยู่หลังประธาน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ถามบทบาทในอนาคตได้ เช่น What will her role be?

แบบฝึกหัด

ใช้ will, her job และ be ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมคำถามเกี่ยวกับอนาคตนี้ให้สมบูรณ์: What ____ after graduation?

ดูคำตอบ

will her job be

I will be a nurse.

2:47

ฉันจะเป็นพยาบาล

But in my lunch break, การใช้คำ

2:48

แต่ตอนพักเที่ยง

I will fly a plane.

2:50

ฉันจะขับเครื่องบิน

การใช้คำ

But in my lunch break: ช่วงพักกลางวัน

Lunch break เป็นกลุ่มคำนามที่ใช้เป็นคำตายตัว หมายถึงช่วงกลางวันที่งานหรือชั้นเรียนหยุดชั่วคราวเพื่อให้คนกินอาหารหรือพักผ่อน ในที่นี้ in my lunch break หมายถึง “ในช่วงพักกลางวันของฉัน” และ break เป็นคำนามที่หมายถึง “ช่วงพัก” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ทำให้แตกหรือเสียหาย” But ที่ต้นประโยคแสดงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงพักนี้แตกต่างจากงานตามปกติของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ช่วงพักกลางวันจากการทำงาน”: I usually take a walk during my ____.

ดูคำตอบ

lunch break

Good afternoon, everybody.

2:52

สวัสดีตอนบ่ายครับทุกคน

We are now flying all around the world.

2:54

ตอนนี้เรากำลังบินไปรอบโลก

What will your job be, Peppa?

2:59

งานของเธอจะเป็นอะไรล่ะเปปป้า?

My job will be doing important work ไวยากรณ์

3:01

งานของฉันคือการทำงานสำคัญๆ

on my computer.

3:05

บนคอมพิวเตอร์ของฉัน

ไวยากรณ์

My job will be doing ...: อธิบายเนื้อหาของงานในอนาคต

ประธานคือ My job ส่วน Will be เชื่อมประธานนี้เข้ากับกลุ่มคำ -ing คือ doing important work ซึ่งบอกว่างานนั้นจะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอะไร ความหมายหลักในที่นี้ไม่ใช่ future continuous ที่แปลว่า “ฉันจะกำลังทำบางอย่างอยู่” คำนามที่ไม่ใช่คน เช่น job หรือ role สามารถตามด้วย be + กลุ่มคำ -ing เพื่ออธิบายกิจกรรมหรือหน้าที่ของสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กลุ่มคำ -ing เพื่อกำหนดว่างานในอนาคตจะเกี่ยวข้องกับอะไร?

  1. My job will be helping customers choose the right size.
  2. I will be helping customers at three o'clock.
  3. My job helped customers choose the right size yesterday.
ดูคำตอบ

My job will be helping customers choose the right size.

We will live in a big house with fountains

3:09

เราจะอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่มีน้ำพุ

and a swing.

3:14

และมีชิงช้า

And I will marry Pedro.

3:17

และฉันจะแต่งงานกับเปโดร

Or Danny.

3:20

หรือแดนนี่

And I'll do that too.

3:21

แล้วฉันก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน

And we will live with all our friends.

3:25

และเราจะอยู่กับเพื่อนๆ ของเราทุกคน

Hello.

3:28

สวัสดี

And all our children will be there.

3:29

แล้วลูกๆ ของพวกเราทุกคนก็จะอยู่ที่นั่น

But who will look after all these children?

3:35

แต่ใครจะดูแลเด็กๆ พวกนี้ล่ะ?

We will.

3:38

พวกเราไง

Bedtime, everybody.

3:39

ได้เวลานอนแล้วทุกคน

Time for your tea. วัฒนธรรม

3:42

ได้เวลาดื่มชาแล้ว

วัฒนธรรม

tea ที่หมายถึงมื้ออาหารใน Time for your tea.

ในบางครอบครัวและบางภูมิภาคของอังกฤษ tea อาจหมายถึงมื้ออาหารที่กินในช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือช่วงเย็น ไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มชาเท่านั้น ในฉากมื้ออาหารของครอบครัวนี้ Time for your tea. เป็นการบอกเด็ก ๆ ว่าได้เวลากินข้าวแล้ว โครงสร้าง Time for + คำนาม ใช้บอกว่าถึงเวลาของกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่กล่าวถึงแล้ว ในที่นี้บริบททำให้ tea มีความหมายว่าเป็นมื้ออาหาร

แบบฝึกหัด

ในบริบทมื้ออาหารของครอบครัวอังกฤษนี้ Time for your tea. น่าจะหมายความว่าอะไร

  1. ได้เวลาเรียนเรื่องชาแล้ว
  2. ได้เวลาที่เด็ก ๆ จะชงชาหนึ่งถ้วยแล้ว
  3. ได้เวลาที่เด็ก ๆ จะกินข้าวแล้ว
ดูคำตอบ

ได้เวลาที่เด็ก ๆ จะกินข้าวแล้ว

No football in the house. น้ำเสียง/เจตนา

3:44

ห้ามเล่นฟุตบอลในบ้าน

น้ำเสียง/เจตนา

No + กิจกรรม + สถานที่ ใน No football in the house.

โครงสร้าง No + คำนามหรือกิจกรรม + สถานที่ เป็นวิธีสั้น ๆ ในการบอกข้อห้าม ใน No football in the house. คำว่า football หมายถึงกิจกรรมการเล่นฟุตบอล ดังนั้นกฎนี้จึงหมายความว่าห้ามเล่นฟุตบอลภายในบ้าน รูปแบบสั้นนี้ฟังเหมือนกฎหรือป้ายประกาศ โดยเน้นกิจกรรมที่ถูกห้าม ไม่ได้แค่บอกว่าไม่มีลูกฟุตบอลอยู่ในบ้าน

แบบฝึกหัด

เติมกฎสั้น ๆ ที่หมายความว่าห้ามวิ่งในทางเดินให้สมบูรณ์: ____ in the hallway.

ดูคำตอบ

No running

Phew.

3:47

เฮ้อ

Phew.

3:49

เฮ้อ

Mummy Pig and Mummy Sheep have arrived back home. ไวยากรณ์

3:50

แม่หมูและแม่แกะกลับมาถึงบ้านแล้ว

ไวยากรณ์

have arrived back home: กลับถึงบ้านแล้วและผลยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้

Mummy Pig and Mummy Sheep เป็นประธานพหูพจน์ จึงใช้ have และ have arrived คือรูป present perfect ของ arrive รูปนี้บอกว่าการมาถึงเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมเน้นผลในปัจจุบันว่า ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่บ้าน Back แสดงว่าเป็นการกลับไปยังสถานที่ที่เคยออกมา ส่วน home ทำหน้าที่บอกทิศทางได้โดยไม่ต้องมี to จึงใช้ arrived back home ไม่ใช้ arrived back to home

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ arrive back home: Their car is outside now, so our friends ____.

ดูคำตอบ

have arrived back home

Hello.

3:54

สวัสดีจ้ะ

Has everything been okay? ไวยากรณ์

3:55

ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?

Yes. Everything's been fine.

3:56

ค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี

ไวยากรณ์

Has everything been okay? ... Everything's been fine: ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้

Has everything been okay? ใช้โครงสร้าง has + ประธาน + been + ส่วนเติมเต็ม ซึ่งเป็นรูปคำถามของ present perfect คำถามนี้ถามถึงสภาพโดยรวมตลอดช่วงเวลาที่เริ่มก่อนหน้านี้และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน หรือกำลังถูกย้อนมองจากเวลาปัจจุบัน Everything's been fine. ตอบเกี่ยวกับช่วงเวลาเดียวกัน ในที่นี้ Everything's ย่อมาจาก Everything has เพราะ been เป็น past participle ที่ใช้ตามหลัง has จุดเน้นคือช่วงเวลาทั้งหมดจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพียงจุดหนึ่งในอดีต

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งกลับมาหลังจากให้คนอื่นช่วยดูแลบ้าน และต้องการถามถึงช่วงเวลาทั้งหมดตั้งแต่ออกไปจนถึงตอนนี้ คำถามใดตรงกับความหมายนี้มากที่สุด

  1. Is everything okay?
  2. Has everything been okay?
  3. Was everything okay?
ดูคำตอบ

Has everything been okay?

Hello.

4:00

สวัสดีจ้ะ

Are you two still awake?

4:01

หนูสองคนยังตื่นอยู่เหรอ?

Yes, Mummy.

4:03

ค่ะ แม่

We were thinking about the future.

4:04

พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องอนาคต

It's very tiring being grown-up. ไวยากรณ์

4:07

การเป็นผู้ใหญ่นี่เหนื่อยมากเลยนะคะ

ไวยากรณ์

tiring being grown-up: การบอกว่าประสบการณ์หนึ่งทำให้เหนื่อย

ในที่นี้ tiring บรรยาย being grown-up หรือการเป็นผู้ใหญ่ว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกเหนื่อย ส่วนอนุประโยค -ing คือ being grown-up ระบุสิ่งที่กำลังถูกประเมิน It ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธานก่อน แล้วจึงวางอนุประโยค -ing ที่ยาวกว่าไว้ด้านหลัง ดังนั้นประโยคนี้จึงมีความหมายพื้นฐานเหมือน Being grown-up is very tiring. รูปแบบนี้ใช้ประเมินกิจกรรมได้ด้วย: It's tiring doing something.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการดูแลเด็กเล็กสามคนทำให้รู้สึกเหนื่อย

  1. Looking after three young children is tired.
  2. Looking after three young children are tiring.
  3. Looking after three young children is tiring.
ดูคำตอบ

Looking after three young children is tiring.

Yes, it is.

4:10

ใช่จ้ะ มันเหนื่อย

We need to get some rest. วลี

4:13

เราต้องพักผ่อนกันหน่อยแล้ว

วลี

get some rest: พักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังงาน

get some rest เป็นคำที่ใช้ร่วมกันตามธรรมชาติ หมายถึงการหยุดออกแรงและปล่อยให้ร่างกายหรือจิตใจฟื้นตัว ในที่นี้ get หมายถึงการได้รับประโยชน์จากการพักผ่อน ไม่ใช่การได้สิ่งของมา rest มีความหมายกว้างกว่า sleep เพราะอาจรวมถึงการนอนหลับ การนอนพัก หรือการหยุดทำกิจกรรมอย่างสงบ ในประโยคนี้ need to get some rest แสดงถึงความจำเป็นที่จะต้องฟื้นฟูพลังงาน

แบบฝึกหัด

การเดินทางอันยาวนานสิ้นสุดแล้ว คุณต้องการพักเพื่อฟื้นตัวโดยทั่วไป แต่ไม่จำเป็นต้องนอนหลับ วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด: I need to ___.

  1. get some sleep
  2. get some rest
  3. take a break
ดูคำตอบ

get some rest

Yes, you do.

4:15

ใช่จ้ะ ลูกต้องพักผ่อน

Good night, little ones. การใช้คำ

4:17

ราตรีสวัสดิ์นะเด็กๆ

การใช้คำ

little ones เป็นคำเรียกเด็กอย่างเอ็นดู

little ones เป็นคำเรียกเด็กเล็กอย่างอบอุ่น ในประโยคนี้ใช้เป็นคำเรียกโดยตรง ผู้พูดกำลังกล่าวราตรีสวัสดิ์กับเด็ก ๆ ไม่ได้บอกว่าเด็กตัวเตี้ย ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ เช่น children เมื่อเรียกเด็กหลายคนโดยตรง สามารถพูด little ones โดยไม่ใช้ the ได้ แต่เมื่อพูดถึงพวกเขา มักใช้ the little ones

แบบฝึกหัด

การใช้ little ones เป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด

  1. บรรยายผู้ใหญ่ที่มีรูปร่างเตี้ยอย่างเป็นกลาง
  2. เรียกผู้จัดการในที่ทำงานอย่างเป็นทางการ
  3. เรียกเด็กเล็กอย่างอบอุ่นและเอ็นดู
ดูคำตอบ

เรียกเด็กเล็กอย่างอบอุ่นและเอ็นดู

Good night, grown-ups.

4:19

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ผู้ใหญ่

Peppa and Suzy need a good night's rest

4:22

เปปป้าและซูซี่ต้องพักผ่อนให้เต็มที่

to be ready for the future. ลำดับความ

4:25

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

ลำดับความ

to be ready for the future ในฐานะวลีบอกจุดประสงค์ตอนจบ

to be ready for the future เป็นโครงสร้าง to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของการพักผ่อนให้เต็มที่ตลอดคืน นั่นคือการพักผ่อนช่วยให้ Peppa และ Suzy เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เนื่องจากวลีนี้อยู่ท้ายประโยคและกล่าวถึงแนวคิดเรื่องอนาคตอีกครั้ง จึงพาทั้งประโยคและเรื่องราวกลับสู่หัวข้อหลัก การเชื่อมการกระทำสุดท้ายกับจุดประสงค์และแนวคิดสำคัญที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเป็นวิธีสรุปข้อความที่พบได้ทั่วไป

แบบฝึกหัด

ข้อความท้ายประโยค to be ready for the future ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกจุดประสงค์ของการพักผ่อนและเชื่อมตอนจบกลับไปยังหัวข้อเรื่องอนาคต
  2. แสดงว่าการพักผ่อนเกิดขึ้นในอดีตอันไกลโพ้น
  3. ระบุว่าใครบ้างที่ต้องพักผ่อน
ดูคำตอบ

บอกจุดประสงค์ของการพักผ่อนและเชื่อมตอนจบกลับไปยังหัวข้อเรื่องอนาคต