เรื่องราวเบื้องหลังชื่อของเรา ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: รายการนี้สำรวจว่าชื่อมีส่วนสร้างอัตลักษณ์และเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประวัติครอบครัว การย้ายถิ่น และอำนาจอาณานิคมอย่างไร ผ่านชื่อต้นแบบอังกฤษและนามสกุลเบงกอลที่ถูกปรับให้เป็นอังกฤษของชีลา บาเนอร์จี ผู้เขียน รายการแสดงให้เห็นว่าชื่อเดียวอาจบรรจุทั้งความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและอดีตทางการเมืองที่ซับซ้อน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. give us a sense of our history and our place in the world. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้โครงสร้างที่เป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายว่าชื่อ ภาษา หรือประสบการณ์ทางวัฒนธรรมช่วยให้เรารับรู้รากเหง้า ความเป็นส่วนหนึ่ง และตำแหน่งของตนในสังคมอย่างไร 2. of mass migration, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า mass migration คือการเคลื่อนย้ายของคนจำนวนมากจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่ง และสังเกตการใช้คำนี้เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์ครอบครัวชาวเอเชียใต้ที่ย้ายไปอังกฤษหลังสงคราม 3. couldn't be bothered to pronounce it — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบ: แยกความไม่เต็มใจออกจากการไม่มีความสามารถ วลีนี้สื่อว่าผู้พูดเห็นว่าการพยายามนั้นไม่คุ้มที่จะลงแรง จึงมีน้ำเสียงตำหนิแรงกว่าการบอกเพียงว่าออกเสียงชื่อไม่ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.
0:07สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English
tell us a lot about: เปิดเผยข้อมูลมากมาย
ในที่นี้ tell ไม่ได้หมายความว่าชื่อพูดได้จริง ๆ ชื่อเป็นแหล่งข้อมูล ดังนั้น tell us a lot about จึงหมายถึงเปิดเผยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับใครบางคนหรือบางสิ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สิ่งของหรือการกระทำ + tell someone a lot about + หัวข้อ ใช้อธิบายว่าการเลือก พฤติกรรม หรือหลักฐานแสดงอะไรเกี่ยวกับบุคคลหรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง 'เปิดเผยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ':These survey results ____ what families need.
ดูคำตอบ
tell us a lot about
and the name Anna originated from a Hebrew word meaning graceful. วลี
0:19และชื่อ แอนนา (Anna) มีต้นกำเนิดจากคำในภาษาฮีบรูที่แปลว่า สง่างาม
originated from a Hebrew word: ระบุต้นกำเนิด
ใน originated from a Hebrew word วลี originated from ระบุแหล่งกำเนิดแรกสุดของชื่อ ประโยคนี้พูดถึงประวัติทางภาษาของชื่อ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่ชื่อเพิ่งเดินทางจากมา ใช้โครงสร้าง สิ่ง + originate from + แหล่งกำเนิดเดิม กับชื่อ คำ ธรรมเนียม และแนวคิด รูปอดีต originated เป็นธรรมชาติเมื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งเริ่มต้นขึ้นในประวัติศาสตร์อย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุแหล่งที่มาทางประวัติศาสตร์ของคำศัพท์ได้แม่นยำและเป็นทางการที่สุด
- The term originated from an Old French word.
- The term comes from an Old French word.
- The term was translated into Old French.
ดูคำตอบ
The term originated from an Old French word.
an important part of our identity: ส่วนสำคัญของความเป็นตัวตนของเรา
“An important part of our identity” หมายถึงสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างว่าเราเป็นใคร ในที่นี้ identity คือความเข้าใจว่าเราเป็นใครและคนอื่นรู้จักเราอย่างไร ไม่ได้หมายถึงบัตรประจำตัวหรือเลขประจำตัว โครงสร้าง “an important part of + คำนาม” ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า จึงใช้พูดได้ว่าชื่อ ภาษา วัฒนธรรม หรือความสนใจช่วยสร้างความเป็นตัวตนของคนคนหนึ่งอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเดียวกับในบทเรียน เพื่อบอกว่าดนตรีช่วยสร้างว่าเราเป็นใคร: In our community, music is ____.
ดูคำตอบ
an important part of our identity
But names also reveal cultural and family connections,
0:32แต่ชื่อยังเผยให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและครอบครัว
which give us a sense of our history and our place in the world. วลี
0:36ซึ่งทำให้เราสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์และที่ทางของเราในโลกนี้
give us a sense of our history and our place in the world: ทำให้เรารับรู้ถึงประวัติและที่ทางของเราในโลก
“give us a sense of...” หมายถึง “ช่วยให้เรารู้สึกหรือเข้าใจ...” ในที่นี้ sense คือการรับรู้หรือความรู้สึกโดยรวม ไม่ได้หมายถึงการมองเห็น การได้ยิน หรือประสาทสัมผัสทางกายอื่น ๆ กรอบคำ “give us a sense of” ชุดเดียวครอบคลุมทั้ง “our history” และ “our place in the world” ส่วน “our place in the world” เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการที่เราเป็นส่วนหนึ่งและเชื่อมโยงกับครอบครัว วัฒนธรรม และสังคม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเดียวกับในบทเรียน: These old photographs ____ our family's history.
ดูคำตอบ
give us a sense of
combines two very different sides of her identity: ผสานสองด้านของอัตลักษณ์
วลีนี้หมายความว่า ชื่อของนักเขียนผสานสองส่วนที่แตกต่างกันมากของตัวตนเธอเข้าด้วยกัน sides ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงด้านซ้ายหรือด้านขวา แต่หมายถึงส่วนหรือแง่มุมของอัตลักษณ์ รูปแบบ combine ... sides of ... ใช้อธิบายวัฒนธรรม บทบาท หรือลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันซึ่งอยู่ร่วมกันในคนคนเดียวได้ ในที่นี้สองด้านนั้นคืออังกฤษและอินเดีย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sides ในความหมายว่าแง่มุมต่าง ๆ ของอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่ง
- She stood on the other side of the road.
- Her coat has two sides and a zipper.
- Her art combines two different sides of her cultural identity.
ดูคำตอบ
Her art combines two different sides of her cultural identity.
one ... and the other ...: กล่าวถึงสิ่งสองอย่างเป็นคู่
one ... and the other ... ใช้เมื่อพูดถึงคน สิ่งของ หรือด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่สองอย่างพอดี one ชี้ไปที่อย่างแรก ส่วน the other ชี้ไปที่สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ ในประโยคนี้ทั้งสองคำย้อนกลับไปหมายถึงอัตลักษณ์สองด้านของนักเขียน ประโยคนี้ละคำที่ซ้ำกันออกไป ความหมายเต็มคือ one side is English and the other side is Indian การละคำเหล่านั้นทำให้การเปรียบเทียบสองด้านสั้นและชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างแบบคู่ one ... and the other ... ให้สมบูรณ์: The box contains exactly two keys: ____ opens the front door, and ____ opens the back door.
ดูคำตอบ
one · the other
to parents from the East Indian state of Bengal.
0:51โดยมีพ่อแม่มาจากรัฐเบงกอลทางตะวันออกของอินเดีย
was born in ... to parents from ...: สถานที่เกิดและถิ่นกำเนิดของพ่อแม่
was born in + สถานที่ บอกว่าคนคนหนึ่งเกิดที่ไหน ส่วน to parents from + สถานที่ เพิ่มข้อมูลว่าพ่อแม่ของคนนั้นมาจากที่ไหน ในประโยคนี้ Hayes, West London คือสถานที่เกิดของ Sheela และ Bengal คือถิ่นกำเนิดของพ่อแม่เธอ ตรงนี้ to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be born to parents และใช้บอกความสัมพันธ์ในครอบครัว ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่หรือหมายความว่าทารกถูกมอบให้พ่อแม่ โครงสร้างสั้นกระชับนี้พบได้บ่อยในชีวประวัติสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประวัติสั้น ๆ ด้วยโครงสร้างที่ตรงกับการบอกสถานที่เกิดและถิ่นกำเนิดของพ่อแม่: Lina ____ Bristol ____ Morocco.
ดูคำตอบ
was born in · to parents from
We'll be hearing about Sheela's research into her name and family history. วลี
0:55เราจะมาฟังเรื่องราวเกี่ยวกับงานวิจัยของ Sheela ที่เกี่ยวกับชื่อและประวัติครอบครัวของเธอ
research into ...: หัวข้อของงานวิจัย
research into + หัวข้อ เป็นวลีนามที่หมายถึงการศึกษาเรื่องนั้นอย่างรอบคอบและเป็นระบบ ในที่นี้ ชื่อและประวัติครอบครัวของ Sheela คือสิ่งที่เธอศึกษา คำบุพบท into ชี้ไปที่หัวข้อที่ถูกตรวจสอบหรือวิจัย ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่เข้าไปในสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ research into ได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการ?
- The university funded a research into children's reading habits.
- The university funded research inside children's reading habits.
- The university funded research into children's reading habits.
ดูคำตอบ
The university funded research into children's reading habits.
we'll be learning some useful new vocabulary as well.
1:00เราก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์กันด้วย
As every parent knows: เกริ่นด้วยประสบการณ์ร่วม
เมื่ออยู่ต้นประโยค As every parent knows จะนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นประสบการณ์ที่มีร่วมกัน ตรงนี้ as หมายถึง “อย่างที่...รู้” ไม่ใช่ “ในฐานะ” การเริ่มจากจุดที่เห็นพ้องกันช่วยจัดลำดับข้อมูลและทำให้เกริ่นข้อคิดเห็นถัดไปได้ง่ายขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ As + a group + know(s), + statement.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงประสบการณ์ร่วมของกลุ่มหนึ่งก่อน แล้วจึงเสนอประเด็นหลัก?
- Because the coach knows the team, practice starts early.
- Every coach knows that the team needs more practice.
- As every coach knows, good teamwork takes practice.
ดูคำตอบ
As every coach knows, good teamwork takes practice.
choosing your child's name isn't easy: วลี -ing ทำหน้าที่เป็นประธาน
วลี -ing choosing your child's name ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธาน โดยนำการกระทำของการเลือกมาเป็นกิจกรรมที่กำลังกล่าวถึง ส่วน isn't easy เป็นการประเมินกิจกรรมนั้น ตรงนี้ choosing ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ present continuous เมื่อวลี -ing เป็นประธาน โดยทั่วไปจะถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ เช่น Choosing a name takes time.
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน "plan a class trip" ให้เป็นประธานรูป -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ takes time.
ดูคำตอบ
Planning a class trip
go in and out of fashion: เป็นที่นิยมแล้วเสื่อมความนิยมตามเวลา
Go in and out of fashion หมายถึงการที่บางสิ่งได้รับความนิยมแล้วก็หมดความนิยมในช่วงเวลาต่าง ๆ ประโยคนี้บอกว่าชื่อคนก็มีวงจรการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ ในที่นี้ fashion หมายถึงสิ่งที่เป็นที่นิยมในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าเท่านั้น รูปแบบนี้ยังใช้พูดถึงสไตล์ แนวคิด หรือเทคโนโลยีได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสไตล์หนึ่งได้รับความนิยมแล้วหมดความนิยมในช่วงเวลาต่าง ๆ
- Wide ties go in and out of fashion.
- Wide ties are in fashion this year.
- Wide ties went out of fashion last year.
ดูคำตอบ
Wide ties go in and out of fashion.
and a name that was popular one year soon becomes old-fashioned. การใช้คำ
1:14และชื่อที่เคยได้รับความนิยมในปีหนึ่ง ไม่นานก็กลายเป็นชื่อที่เชยได้
old-fashioned: ไม่ใช่แค่เก่า แต่ล้าสมัย
Old-fashioned ใช้บรรยายสิ่งที่ดูเหมือนมาจากยุคก่อนและไม่เข้ากับสไตล์ แนวคิด หรือนิสัยในปัจจุบันแล้ว ในประโยคนี้ ชื่อที่เคยเป็นที่นิยมเริ่มฟังดูล้าสมัยอย่างรวดเร็ว คำนี้เป็นการประเมิน ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงเรื่องอายุ สิ่งหนึ่งอาจเก่าได้โดยไม่จำเป็นต้อง old-fashioned
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ากฎไม่เหมาะกับชีวิตสมัยใหม่แล้ว แทนที่จะบอกเพียงว่ากฎนั้นเก่า
- The rule is old, but it still works well.
- The rule was written many years ago.
- The rule seems old-fashioned because it no longer fits modern life.
ดูคำตอบ
The rule seems old-fashioned because it no longer fits modern life.
what was the most popular name for baby girls in the UK last year?
1:18ชื่อเด็กหญิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่แล้วคือชื่ออะไร?
Sheela Banerjee's name came out of her parents' journey from British India to West London in the 1950s. กริยาวลี
1:37ชื่อของ Sheela Banerjee มีที่มาจากการเดินทางของพ่อแม่เธอจากบริติชอินเดียมายังลอนดอนตะวันตกในช่วงทศวรรษที่ 1950
came out of her parents' journey: ผลลัพธ์ที่ถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์
ในที่นี้ came out of หมายถึง “ถูกหล่อหลอมหรือเกิดขึ้นจาก” เส้นทางการย้ายถิ่นของพ่อแม่ถูกนำเสนอว่าเป็นประสบการณ์เบื้องหลังชื่อของ Sheela Banerjee วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกมาจากการเดินทางจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ผลลัพธ์ + come out of + ประสบการณ์หรือกระบวนการ รูปแบบนี้เชื่อมโยงแนวคิด ผลงาน การตัดสินใจ หรือส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์เข้ากับประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดหรือหล่อหลอมสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come out of: The idea ____ a long conversation with my family.
ดูคำตอบ
came out of
Here, she tells BBC Radio 4 program Word of Mouth
1:45ในที่นี้ เธอบอกกับรายการ 'Word of Mouth' ทางวิทยุ BBC Radio 4 ว่า
how reflecting on this journey inspired her new book, What's in a Name, วลี
1:48การสะท้อนถึงการเดินทางครั้งนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับหนังสือเล่มใหม่ของเธอ 'What's in a Name' อย่างไร
reflecting on this journey: ทบทวนและใคร่ครวญประสบการณ์อย่างรอบคอบ
ในที่นี้ reflecting on this journey หมายถึงการย้อนทบทวนเส้นทางนั้นและคิดอย่างรอบคอบถึงความหมายหรือบทเรียนที่ได้รับ ไม่ใช่เพียงแค่จำได้ว่าเหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้น Reflecting on this journey เป็นวลี -ing ที่ระบุกิจกรรมซึ่งก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ กล่าวคือ การใคร่ครวญอย่างรอบคอบนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้หนังสือเล่มใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ reflect on ในความหมายว่า “คิดทบทวนประสบการณ์อย่างรอบคอบ”?
- The mirror reflected the bright window.
- After the match, Leo reflected on what he could improve.
- The lake reflected the mountains at sunset.
ดูคำตอบ
After the match, Leo reflected on what he could improve.
which blends her own life story with history and politics. วลี
1:53ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้ผสมผสานเรื่องราวชีวิตของเธอเองเข้ากับประวัติศาสตร์และการเมือง
blend A with B: ผสาน A กับ B ให้เป็นหนึ่งเดียว
blend A with B หมายถึงการนำวัสดุ แนวคิด หรือหัวข้อสองประเภทมารวมกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน ในที่นี้ หนังสือเล่มนี้ผสานเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนเข้ากับประวัติศาสตร์และการเมือง ไม่ใช่เพียงนำเนื้อหาเหล่านั้นมาวางเรียงข้างกัน สิ่งที่ทำหน้าที่รวมเนื้อหาเป็นประธานของประโยค A อยู่หลัง blend และ with ใช้นำ B: blend A with B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ blend A with B: The new museum ____ local art ____ interactive technology.
ดูคำตอบ
blends · with
As soon as...: เหตุการณ์หนึ่งเกิดแล้วอีกเหตุการณ์เริ่มทันที
as soon as เป็นคำเชื่อมบอกเวลาที่หมายถึงทันทีหลังจาก หรือในโอกาสแรกหลังจากนั้น ในคำบรรยาย As soon as I started thinking about it เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ขึ้นต้นประโยค โดยบอกว่าความคิดหรือผลลัพธ์ถัดไปเริ่มขึ้นเมื่อใด จึงยังต้องมีประโยคหลักตามมา ให้อ่าน as soon as เป็นคำเชื่อมหนึ่งชุด ไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบ as ... as
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดจะโทรทันทีหลังจากถึงบ้าน
- I'll call you as soon as I got home.
- I'll call you as soon as I get home.
- I'll call you as soon as I will get home.
ดูคำตอบ
I'll call you as soon as I get home.
which is, you know, as a seven-year-old girl living in Hayes called Sheela, ไวยากรณ์
2:00ซึ่งในฐานะเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่อาศัยอยู่ในเมือง Hayes แล้วชื่อ Sheela
as a seven-year-old girl: บอกฐานะที่เป็นจริงในเวลานั้น
ใน as a seven-year-old girl คำว่า as หมายถึง 'ในฐานะหรือบทบาทของ' ผู้พูดเป็นเด็กหญิงอายุเจ็ดขวบจริง ๆ ในเวลานั้น as ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง 'คล้ายกับ' ใช้ as + บทบาท สถานะ หรือช่วงชีวิต เพื่อเล่าประสบการณ์จากฐานะที่บุคคลนั้นมีอยู่จริงในตอนนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Lina มีบทบาทนั้นจริง ๆ ในเวลานั้น
- Like the team captain, Lina spoke first.
- As the team captain, Lina spoke first.
- As if she were the team captain, Lina spoke first.
ดูคำตอบ
As the team captain, Lina spoke first.
you know, what's that name doing then... น้ำเสียง/เจตนา
2:06คุณก็รู้ แล้วชื่อนั้นมันทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ...
what's that name doing then...: ถามว่าทำไมบางสิ่งจึงปรากฏอยู่ตรงนั้น
รูปแบบ What is X doing ...? ใช้ถามได้ว่าเหตุใด X จึงอยู่ตรงนั้นหรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้น ไม่ได้ถามว่า X กำลังทำกริยาอะไร ในที่นี้ that name เป็นสิ่งไม่มีชีวิต ผู้พูดจึงกำลังสงสัยว่าทำไมชื่อนี้จึงปรากฏในสถานการณ์ด้านอัตลักษณ์ที่เธอเพิ่งเล่า หรือชื่อนี้เข้ากับสถานการณ์นั้นอย่างไร Then เชื่อมคำถามกลับไปยังสถานการณ์ก่อนหน้า มีความหมายประมาณว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ชื่อนี้จะอธิบายได้อย่างไร” รูปแบบนี้มักสื่อถึงความประหลาดใจ ความสงสัย หรือความรู้สึกว่าบางอย่างไม่เข้ากัน
แบบฝึกหัด
คุณพบจักรยานอยู่ในห้องครัว ประโยคใดแสดงความประหลาดใจที่มันมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What's a bicycle doing in the kitchen?
- How is the bicycle moving through the kitchen?
- What can a bicycle do in the kitchen?
ดูคำตอบ
What's a bicycle doing in the kitchen?
the threads lead you to the story of my Bengali parents' migration over here
2:10เบาะแสเหล่านั้นก็จะนำคุณไปสู่เรื่องราวการอพยพของพ่อแม่ชาวเบงกาลีของฉันมาที่นี่
to mass migration from the colonies after the war to this country, วัฒนธรรม
2:15ไปจนถึงการอพยพครั้งใหญ่จากอาณานิคมหลังสงครามมายังประเทศนี้
the colonies after the war: บริบทการอพยพหลังสงครามของอังกฤษ
ในบริบทประวัติศาสตร์อังกฤษนี้ the war หมายถึงสงครามโลกครั้งที่สอง ส่วน the colonies หมายถึงดินแดนที่อังกฤษปกครองอยู่ในเวลานั้นหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจักรวรรดิอังกฤษ ซึ่งหลายแห่งต่อมาได้เป็นเอกราช วลีนี้ระบุว่าการอพยพเกิดขึ้นหลังปี 1945 และกล่าวถึงการย้ายจากดินแดนเหล่านั้นมายังอังกฤษ ในประโยคนี้ this country หมายถึงอังกฤษ
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย the colonies after the war ในบริบทนี้ได้เหมาะสมที่สุด
- กล่าวถึงการอพยพมายังอังกฤษหลังสงครามโลกครั้งที่สองจากดินแดนที่เชื่อมโยงกับจักรวรรดิอังกฤษ
- กล่าวถึงการย้ายถิ่นระหว่างเมืองต่าง ๆ ในอังกฤษก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
- กล่าวถึงการเดินทางท่องเที่ยวหลังสงครามท้องถิ่นที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสงครามใด
ดูคำตอบ
กล่าวถึงการอพยพมายังอังกฤษหลังสงครามโลกครั้งที่สองจากดินแดนที่เชื่อมโยงกับจักรวรรดิอังกฤษ
and then Banerjee contains all these stories about colonialism and caste. วัฒนธรรม
2:19และ Banerjee ก็มีเรื่องราวทั้งหมดนี้เกี่ยวกับการล่าอาณานิคมและระบบวรรณะอยู่ด้วย"
colonialism and caste: ระบบทางประวัติศาสตร์เบื้องหลังนามสกุล
colonialism คือระบบที่ประเทศหนึ่งปกครองดินแดนและผู้คนอื่น ๆ และใช้อำนาจเหนือพวกเขา ส่วน caste ในที่นี้หมายถึงลำดับชั้นทางสังคมที่มักสืบทอดโดยกำเนิดและเชื่อมโยงเป็นพิเศษกับประวัติศาสตร์เอเชียใต้ ระบบนี้อาจส่งผลต่ออัตลักษณ์ สถานะ และการปฏิบัติที่บุคคลได้รับ การกล่าวว่า Banerjee มีเรื่องราวเหล่านี้อยู่ในตัวเป็นการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ นามสกุลนี้เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อาณานิคมและอัตลักษณ์ทางวรรณะ ไม่ได้มีเรื่องราวอยู่ข้างในจริง ๆ และนามสกุลเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้อธิบายระบบทั้งสองทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ข้อความใดแยกความหมายของ caste และ colonialism ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง
- Caste คืออาชีพที่บุคคลเลือก ส่วน colonialism คือการเดินทางระหว่างประเทศ
- Caste และ colonialism เป็นชื่อสองชื่อของระบบการเมืองเดียวกัน
- Caste คือลำดับชั้นทางสังคมที่สืบทอดกันมาในประวัติศาสตร์ ส่วน colonialism คือการปกครองดินแดนและผู้คนอื่น
ดูคำตอบ
Caste คือลำดับชั้นทางสังคมที่สืบทอดกันมาในประวัติศาสตร์ ส่วน colonialism คือการปกครองดินแดนและผู้คนอื่น
Her parents wanted their daughter to feel safe in London,
2:25พ่อแม่ของเธออยากให้ลูกสาวรู้สึกปลอดภัยในลอนดอน
so they gave her a typical English name, Sheela. การใช้คำ
2:28จึงตั้งชื่อที่ดูเป็นอังกฤษทั่วไปให้เธอว่า Sheela
typical English name: ชื่อที่ตรงกับภาพจำทางวัฒนธรรมทั่วไป
ใน typical English name คำว่า typical หมายถึงการมีลักษณะที่ผู้คนมักเชื่อมโยงกับประเภทหนึ่ง ๆ วลีนี้บอกว่าชื่อ Sheela ฟังดูเหมือนชื่อประเภทที่ผู้คนมักมองว่าเป็นชื่อภาษาอังกฤษ วลีนี้อธิบายความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมหรือภาพจำทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าชื่อนี้ดีกว่า ถูกต้องกว่า หรือเป็นชื่อที่ชาวอังกฤษทุกคนใช้
แบบฝึกหัด
typical English name ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- ชื่อนี้ตรงกับภาพจำทั่วไปว่าชื่อภาษาอังกฤษฟังดูอย่างไร
- ชื่อนี้เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด
- กฎหมายอังกฤษกำหนดให้ทุกคนใช้ชื่อนี้
ดูคำตอบ
ชื่อนี้ตรงกับภาพจำทั่วไปว่าชื่อภาษาอังกฤษฟังดูอย่างไร
it shows the usual features of a particular type of person or thing.
2:33มันก็จะแสดงลักษณะทั่วไปของคนหรือสิ่งของประเภทนั้น ๆ
Sheela didn't look like some people's image of a typical English girl. วัฒนธรรม
2:45Sheela ก็ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนภาพจำของหญิงสาวชาวอังกฤษทั่วไปที่บางคนคิดไว้
may have had a typical English name, but: ยอมรับก่อนแล้วจึงแสดงความขัดแย้ง
ในประโยคนี้ may have had ... but ... ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อน แล้วจึงนำเสนอสิ่งที่ขัดแย้งกัน ผู้พูดยอมรับว่า Sheela มีชื่อที่ฟังดูเป็นชื่อภาษาอังกฤษแบบทั่วไป จากนั้น but นำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับภาพที่บางคนคาดไว้ โดยปกติ may have had ใช้บอกความเป็นไปได้ของสถานการณ์ในอดีต แต่ในที่นี้ชื่อของเธอเป็นข้อมูลที่รู้อยู่แล้ว และมี but แสดงความขัดแย้ง จึงทำให้ may เป็นการยอมรับเชิงวาทศิลป์ คล้ายกับว่า “ยอมรับว่าเธอมี... แต่...” ไม่ใช่การสงสัยจริง ๆ ว่าเธอมีชื่อนั้นหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างยอมรับก่อนแสดงความขัดแย้ง may have had ... but: The old laptop ____ a large screen, ____ it was painfully slow.
ดูคำตอบ
may have had · but
some people's image of a typical English girl: ภาพในใจของคนบางคนเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงอังกฤษแบบทั่วไป
ในที่นี้ image หมายถึงภาพในใจ คือความคิดว่า “เด็กผู้หญิงอังกฤษแบบทั่วไป” หน้าตาอย่างไร ไม่ใช่รูปถ่าย คำว่า some people's ชี้ชัดว่าความคิดนี้เป็นของคนบางคน ไม่ใช่ทุกคน ประโยคนี้ชี้ให้เห็นภาพเหมารวมที่ผูกความเป็นคนอังกฤษเข้ากับลักษณะภายนอกเพียงไม่กี่แบบ การที่ชีลามีรูปลักษณ์ต่างออกไปไม่ได้ทำให้เธอเป็นคนอังกฤษน้อยลง แต่แสดงว่าภาพเหมารวมนั้นแคบเกินไป
แบบฝึกหัด
some people's image of a typical English girl ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- กฎอย่างเป็นทางการที่กำหนดว่าใครเป็นคนอังกฤษ
- ภาพในใจที่คนบางคนมี
- รูปถ่ายที่เป็นของเด็กผู้หญิงอังกฤษคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
ภาพในใจที่คนบางคนมี
wanting to find out more about her culture, กริยาวลี
2:50ด้วยความอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมของตัวเอง
find out more about: หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง
find out more about หมายถึงการหาข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่งเพิ่มเติมด้วยการถาม อ่าน ค้นคว้า หรือเรียนรู้ ในที่นี้หัวข้อคือวัฒนธรรมของเธอ โครงสร้างคือ find out more about + หัวข้อ คำว่า find out เน้นการค้นพบข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ได้หมายถึงการหาสิ่งของที่มีตัวตนให้เจอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: I interviewed my grandparents to ____ our family history.
ดูคำตอบ
find out more about
Sheela started to pull the threads behind her family story. สำนวน
2:53Sheela จึงเริ่ม 'pull the threads' (สืบสาวราวเรื่อง) ที่อยู่เบื้องหลังประวัติครอบครัวของเธอ
pull the threads ในฐานะอุปมาของการตามร่องรอย
ในประโยคนี้ pull the threads เป็นอุปมาถึงการตามร่องรอยในเรื่องราวครอบครัวของชีลาและค้นพบความเชื่อมโยงที่ในตอนแรกยังไม่ชัดเจน threads หมายถึงข้อมูลและความเชื่อมโยงต่าง ๆ ไม่ใช่เส้นด้ายจริง ภาพนี้สื่อว่าร่องรอยหนึ่งอาจนำไปสู่อีกร่องรอยหนึ่ง ราวกับว่าเรื่องราวที่ซับซ้อนถูกทอขึ้นจากเส้นด้ายที่เชื่อมต่อกัน จึงเปรียบการค้นคว้าประวัติครอบครัวกับการค่อย ๆ เปิดเผยรูปแบบที่ซ่อนอยู่
แบบฝึกหัด
pull the threads หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- เธอเลิกถามคำถามเกี่ยวกับครอบครัว
- เธอดึงด้ายที่หลุดลุ่ยออกจากเสื้อผ้า
- เธอตามร่องรอยและค้นพบความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ในประวัติครอบครัว
ดูคำตอบ
เธอตามร่องรอยและค้นพบความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ในประวัติครอบครัว
What Sheela discovered was a story of mass migration, โน้ต
3:04สิ่งที่ Sheela ค้นพบคือเรื่องราวของ 'mass migration' (การอพยพครั้งใหญ่)
โครงสร้าง What Sheela discovered was ... เพื่อเน้นข้อมูลที่ตามมา
What Sheela discovered เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่” ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “สิ่งที่ชีลาค้นพบ” ไม่ใช่ประโยคคำถาม โครงสร้าง What + ประธาน + กริยา + be + ข้อมูลที่เน้น จะวางจุดเน้นหลักไว้หลัง be ในประโยคนี้ was นำเข้าสู่สิ่งที่ค้นพบและต้องการเน้น คือ a story of mass migration
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเน้นข้อมูล What ... was ... ให้สมบูรณ์: ____ the hikers needed ____ a safe place to rest.
ดูคำตอบ
What · was
periods in history when large groups of people moved from one geographical area to another.
3:08ซึ่งเป็นช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่มีคนกลุ่มใหญ่ย้ายถิ่นฐานจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง
mass migration: การย้ายถิ่นของผู้คนครั้งใหญ่
Mass migration หมายถึงการย้ายถิ่นของผู้คนจำนวนมากอย่างยิ่งจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ในวลีนี้ mass ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ หมายถึง “ขนาดใหญ่” หรือ “เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก” ไม่ได้หมายถึงน้ำหนัก วลีนี้นำเสนอการย้ายถิ่นในฐานะปรากฏการณ์ทางสังคมหรือประวัติศาสตร์ในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงการย้ายบ้านตามปกติของคนคนเดียว
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะเรียกว่า mass migration มากที่สุด?
- นักเดินทางคนหนึ่งถือกระเป๋าเดินทางที่หนักมาก
- ครอบครัวหนึ่งย้ายไปอยู่บ้านบนถนนถัดไป
- ผู้คนจำนวนมากย้ายจากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง
ดูคำตอบ
ผู้คนจำนวนมากย้ายจากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง
Mass migrations have happened throughout history.
3:14การอพยพครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นมาตลอดในประวัติศาสตร์
many South Asian families, including Sheela's,
3:19ครอบครัวชาวเอเชียใต้จำนวนมาก รวมถึงครอบครัวของ Sheela ด้วย
migrated west: คำกริยาแสดงการเคลื่อนที่+คำวิเศษณ์บอกทิศทาง
ใน migrated west คำว่า west เป็นคำวิเศษณ์บอกทิศทางที่หมายถึง “ไปทางตะวันตก” โดยวางต่อจากคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่โดยตรง จึงไม่ต้องใส่ to หน้า west รูปแบบเดียวกันใช้กับทิศอื่นได้ เช่น migrate south, travel north และ move east ส่วนจุดหมายที่เจาะจงสามารถตามหลังด้วย to ได้ เช่น migrated west to cities in the UK
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ migrate แล้วตามด้วยคำบอกทิศ west โดยตรง: In the 1960s, many families ____ in search of work.
ดูคำตอบ
migrated west
just one half of the story: บอกว่ายังมีอีกด้านหนึ่ง
ในที่นี้ just one half of the story หมายถึงมีการอธิบายเพียงส่วนเดียวหรือด้านเดียวของสถานการณ์ทั้งหมด เป็นการบอกว่ายังมีส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งตามมา half ในที่นี้ไม่ใช่สัดส่วนครึ่งหนึ่งที่แม่นยำทางคณิตศาสตร์ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องหรือคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดพูดว่า 'This is just one half of the story' โดยทั่วไปกำลังบอกอะไร?
- อธิบายสถานการณ์ไปเพียงบางส่วน และกำลังจะกล่าวถึงอีกด้านหนึ่ง
- เรื่องถูกแบ่งเป็นสองส่วนที่มีจำนวนคำเท่ากันพอดี
- เล่าเรื่องทั้งหมดจบแล้ว
ดูคำตอบ
อธิบายสถานการณ์ไปเพียงบางส่วน และกำลังจะกล่าวถึงอีกด้านหนึ่ง
Sheela's family name Banerjee reflects her roots in the Bengali culture of East India, วลี
3:28Banerjee ซึ่งเป็นนามสกุลของ Sheela สะท้อนให้เห็นถึงรากเหง้าของเธอในวัฒนธรรมเบงกาลีทางตะวันออกของอินเดีย
reflects her roots in the Bengali culture: แสดงรากเหง้าทางวัฒนธรรม
ในประโยคนี้ reflects หมายถึง “แสดงหรือสื่อให้เห็น” และ roots หมายถึงต้นกำเนิดทางครอบครัว วัฒนธรรม หรือประวัติศาสตร์ ไม่ใช่รากของต้นไม้ นามสกุลของเธอแสดงความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมเบงกอล รูปแบบที่ใช้ได้คือ X reflects someone's roots in Y โดย X อาจเป็นชื่อ สำเนียง ธรรมเนียม อาหาร หรือผลงานสร้างสรรค์ ส่วน Y คือสถานที่ วัฒนธรรม หรือประเพณีที่เชื่อมโยงกับคนนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ reflects someone's roots in และปรับคำสรรพนามให้ตรงกับบุคคล: His cooking ____ southern Italy.
ดูคำตอบ
reflects his roots in
where surnames tell a lot about a person's social status or caste. วัฒนธรรม
3:34ที่ซึ่งนามสกุลสามารถบอกอะไรได้หลายอย่างเกี่ยวกับสถานะทางสังคมหรือวรรณะของคนคนนั้น
social status or caste: สิ่งที่นามสกุลอาจบอกได้
ใน social status or caste คำว่า social status หมายถึงสถานะของบุคคลในสังคม ส่วน caste หมายถึงกลุ่มทางสังคมที่สืบทอดกันมาในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในบริบทเอเชียใต้ และมักเกี่ยวข้องกับภูมิหลังครอบครัว อาชีพดั้งเดิม และลำดับชั้นทางสังคม ประโยคนี้บอกว่านามสกุลอาจทำให้นึกถึงภูมิหลังเหล่านี้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่านามสกุลจะพิสูจน์สถานะหรือวรรณะในปัจจุบันของบุคคลได้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย caste ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- ห้องเรียนที่สมาชิกทุกคนมีนามสกุลเดียวกัน
- เพียงระดับรายได้ในปัจจุบันของบุคคล
- กลุ่มทางสังคมที่สืบทอดกันมาในประวัติศาสตร์และมีความหมายเฉพาะทางสถาบัน
ดูคำตอบ
กลุ่มทางสังคมที่สืบทอดกันมาในประวัติศาสตร์และมีความหมายเฉพาะทางสถาบัน
Here's Sheela explaining more to BBC Radio 4 program Word of Mouth.
3:38นี่คือ Sheela ที่มาอธิบายเพิ่มเติมในรายการ 'Word of Mouth' ทาง BBC Radio 4
You've got names like ... สำหรับใช้ยกตัวอย่าง
ใน You've got names like Banerjee วลี You've got หมายถึง “มี” หรือ “สามารถพบได้” และ like ใช้ยกตัวอย่าง คำว่า you ในที่นี้เป็นการกล่าวแบบทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังเป็นเจ้าของนามสกุลนั้น รูปแบบ You've got + หมวดหมู่ + like + ตัวอย่าง เป็นภาษาสนทนาที่ใช้บอกว่ากลุ่มหรือสถานที่หนึ่งมีอะไรอยู่บ้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ You've got + category + like + examples: In this park, ____ animals like foxes and badgers.
ดูคำตอบ
you've got
Anglicized form: รูปแบบที่ปรับให้ดูหรือฟังเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น
Anglicized form คือรูปแบบของชื่อหรือคำที่ถูกเปลี่ยนให้เข้ากับการสะกด การออกเสียง หรือแบบแผนการตั้งชื่อในภาษาอังกฤษ ในที่นี้ใช้บอกความสัมพันธ์ระหว่าง Banerjee กับชื่อเดิม Bandyopadhyay การทำให้เป็นแบบอังกฤษไม่จำเป็นต้องแปลความหมายเป็นภาษาอังกฤษ ชื่ออาจถูกย่อ เปลี่ยนการสะกด หรือเปลี่ยนวิธีออกเสียง แต่ยังคงหมายถึงชื่อเดียวกัน
แบบฝึกหัด
an Anglicized form ของชื่อโดยทั่วไปหมายถึงอะไร
- รูปแบบที่ปรับตามการสะกด การออกเสียง หรือรูปแบบของภาษาอังกฤษ
- การแปลความหมายของชื่อเป็นภาษาอังกฤษแบบคำต่อคำ
- ชื่อเดิมที่คงไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลงเลย
ดูคำตอบ
รูปแบบที่ปรับตามการสะกด การออกเสียง หรือรูปแบบของภาษาอังกฤษ
would have been: ผลลัพธ์ในอดีตภายใต้เงื่อนไขที่ต่างออกไป
Would have been ใช้มองย้อนถึงสภาพหรือผลลัพธ์ในอดีตภายใต้เงื่อนไขที่ต่างออกไป ซึ่งมักไม่ได้พูดตรง ๆ ในที่นี้เงื่อนไขโดยประมาณคือ “ถ้าชื่อไม่ได้ถูกปรับให้เป็นแบบอังกฤษ” ดังนั้น Bandyopadhyay จึงถูกนำเสนอว่าเป็นรูปแบบที่น่าจะคงอยู่ โครงสร้างคือ would have + กริยาช่องที่สาม สำหรับ be กริยาช่องที่สามคือ been จึงเป็น would have been โครงสร้างนี้ไม่ใช่อนาคตแบบทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วย would have been: Without the map, we ____ lost.
ดูคำตอบ
would have been
And it's a name that was changed by the British when they went over there, ไวยากรณ์
3:59และมันก็เป็นชื่อที่ถูกชาวอังกฤษเปลี่ยนไปเมื่อตอนที่พวกเขาไปที่นั่น
that was changed by the British: รูปถูกกระทำและผู้กระทำ
that was changed by the British เป็นอนุประโยคขยายที่อธิบาย a name ใน was changed ชื่อเป็นฝ่ายได้รับการกระทำ อนุประโยคจึงใช้รูปถูกกระทำ ส่วน by the British บอกว่าใครเป็นผู้เปลี่ยน ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้หมายถึงชาวอังกฤษที่เกี่ยวข้องในเวลานั้น ไม่ใช่สถานที่ โครงสร้าง thing + be + past participle + by + agent วางสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำไว้ก่อน แต่ยังระบุผู้กระทำด้วย โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีเมื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์หรือทางสถาบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยครูปถูกกระทำโดยใช้ be + คำกริยาเดิมในอดีตกาลทั่วไป: The head teacher changed the school timetable. The school timetable ____ the head teacher.
ดูคำตอบ
was changed by
uh, because they really basically couldn't be bothered to pronounce it or couldn't pronounce it. สำนวน
4:03เอ่อ เพราะพูดง่าย ๆ คือพวกเขาขี้เกียจที่จะออกเสียง หรือไม่งั้นก็ออกเสียงไม่ได้นั่นเอง
couldn't be bothered to pronounce it: ไม่อยากพยายาม ไม่ใช่ทำไม่ได้
couldn't be bothered to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าใครบางคนไม่เต็มใจใช้เวลาหรือความพยายามทำบางอย่าง ในที่นี้ couldn't be bothered to pronounce it หมายถึง “ไม่อยากพยายามออกเสียงมัน” ไม่ใช่ “ไม่สามารถออกเสียงมันได้” สำนวนนี้แสดงการประเมินท่าทีและความเต็มใจ จากนั้นประโยคจึงเสนอ couldn't pronounce it เป็นอีกความเป็นไปได้หนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับความสามารถ ไม่ใช่ความเต็มใจที่จะพยายาม
แบบฝึกหัด
couldn't be bothered to pronounce it ในที่นี้หมายความว่าอะไร?
- พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกเสียงมัน
- พวกเขาไม่อยากพยายามออกเสียงมัน
- พวกเขาพยายามอย่างหนักแล้ว แต่ไม่สามารถออกเสียงมันได้
ดูคำตอบ
พวกเขาไม่อยากพยายามออกเสียงมัน
And for me, it's always been a very mixed name โน้ต
4:07และสำหรับฉัน มันก็เป็นชื่อที่รู้สึกสับสนปนเปมาตลอด
“And for me,” ในฐานะคำบอกมุมมองส่วนตัว
ในที่นี้ And for me, หมายถึง “และจากมุมมองส่วนตัวของฉัน” โดยใช้เกริ่นนำความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูดที่มีต่อชื่อนั้น คำบอกมุมมองนี้จำกัดข้อความให้อยู่ในประสบการณ์ของคนหนึ่งคน จึงมีประโยชน์มากเมื่อพูดถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม หรือความรู้สึก เพราะช่วยไม่ให้ปฏิกิริยาส่วนตัวถูกนำเสนอเหมือนเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนเห็นตรงกัน
แบบฝึกหัด
ใน “For me, this song feels peaceful,” คำว่า For me บอกอะไร?
- บอกว่าทุกคนรู้สึกว่าเพลงนี้สงบ
- บอกว่าเพลงนี้สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้พูด
- แสดงว่าความรู้สึกนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผู้พูด
ดูคำตอบ
แสดงว่าความรู้สึกนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผู้พูด
“a very mixed name”: ความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนและขัดแย้งกัน
ในที่นี้ a very mixed name หมายถึงชื่อนั้นทำให้ผู้พูดมีความรู้สึกและความเชื่อมโยงหลายอย่างที่ขัดแย้งกันบางส่วน Mixed บรรยายปฏิกิริยาของผู้พูดต่อสิ่งที่ชื่อนั้นเป็นตัวแทน ไม่ได้บอกเพียงการสะกดหรือรูปแบบทางภาษา ส่วน very เน้นว่าความรู้สึกนี้ซับซ้อนมาก ในบริบทนี้ ชื่อนั้นเชื่อมโยงเธอกับครอบครัวและมรดกทางวัฒนธรรมอินเดีย แต่ก็มีประวัติการถูกเปลี่ยนแปลงในยุคอาณานิคมด้วย วลีสั้น ๆ นี้จึงต้องอาศัยบริบทดังกล่าว โดยทั่วไป mixed สามารถบรรยายสิ่งที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบและตัดสินแบบง่าย ๆ เพียงด้านเดียวได้ยาก
แบบฝึกหัด
ใน “And for me, it's always been a very mixed name,” คำว่า a very mixed name หมายถึงอะไร?
- ผู้พูดไม่มีความรู้สึกหรือความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับชื่อนี้
- สำหรับผู้พูด ชื่อนี้มีทั้งความเชื่อมโยงส่วนตัวที่มีคุณค่าและความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวด
- ชื่อนี้สร้างโดยสุ่มนำตัวอักษรจากระบบอักษรต่าง ๆ มาต่อกัน
ดูคำตอบ
สำหรับผู้พูด ชื่อนี้มีทั้งความเชื่อมโยงส่วนตัวที่มีคุณค่าและความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวด
because it signifies that we were, you know, colonial subjects. วัฒนธรรม
4:10เพราะมันแสดงให้เห็นว่า เราเคยเป็นประชาชนในอาณานิคม
colonial subjects: ผู้คนใต้การปกครองของเจ้าอาณานิคม
ใน colonial subjects คำว่า subjects เป็นคำนามทางประวัติศาสตร์และการเมือง หมายถึงผู้คนที่อยู่ใต้อำนาจของฝ่ายปกครอง ส่วน colonial ระบุว่าอำนาจนั้นเป็นอำนาจอาณานิคม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงผู้คนที่ถูกปกครองโดยเจ้าอาณานิคม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน กล่าวคือ “เรา” เป็นฝ่ายถูกปกครอง ไม่ได้มีสถานะทางการเมืองเท่าเทียมกับผู้ปกครอง คำว่า subjects ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวิชาเรียนหรือหัวข้อ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ colonial subjects หมายถึงใคร?
- หัวข้อที่พูดคุยกันในวิชาประวัติศาสตร์
- วิชาที่สอนในโรงเรียนของอาณานิคม
- ผู้คนที่ถูกปกครองโดยเจ้าอาณานิคม
ดูคำตอบ
ผู้คนที่ถูกปกครองโดยเจ้าอาณานิคม
And so it's a tricky name to be carrying around. การใช้คำ
4:15ดังนั้น มันจึงเป็นชื่อที่จัดการได้ยากในการแบกรับไว้"
a tricky name to be carrying around: ชื่อที่ยากจะต้องแบกรับไปตลอด
ในที่นี้ tricky หมายถึงมีความซับซ้อนและยากที่จะอยู่กับมัน ไม่ได้หมายถึงเพียงสะกดยากหรือออกเสียงยาก ชื่อนี้มีความเชื่อมโยงกับการปกครองแบบอาณานิคม จึงต้องรับมืออย่างระมัดระวังทั้งในด้านอารมณ์และประวัติศาสตร์ to be carrying around เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ บุคคลนั้นมีชื่อนี้ติดตัวไปเป็นเวลานานราวกับกำลังถือสิ่งของอยู่ ถ้อยคำนี้ทำให้ชื่อดูเหมือนภาระด้านอัตลักษณ์ที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่วัตถุจริง ๆ
แบบฝึกหัด
a tricky name to be carrying around ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- ชื่อนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่หนักใจ ซึ่งเจ้าของชื่อต้องอยู่กับมันไปเป็นเวลานาน
- ชื่อนี้ยากเพียงเพราะคนอื่นสะกดไม่เป็น
- ชื่อที่เขียนไว้นั้นหนักเกินกว่าจะถือได้จริง
ดูคำตอบ
ชื่อนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่หนักใจ ซึ่งเจ้าของชื่อต้องอยู่กับมันไปเป็นเวลานาน
Sheela's surname is actually pronounced Bandyopadhyay.
4:19นามสกุลของ Sheela จริง ๆ แล้วออกเสียงว่า Bandyopadhyay
or because they couldn't be bothered.
4:40หรือเพราะพวกเขา 'couldn't be bothered' (ไม่ใส่ใจ/ขี้เกียจทำ) ก็ตาม
either because ... or because ...: เหตุผลที่เป็นไปได้สองอย่าง
โครงสร้าง either because A or because B ใช้บอกเหตุผลที่เป็นไปได้สองอย่างของผลลัพธ์เดียวกัน โดย either เปิดเหตุผลแรก และ or นำเข้าสู่เหตุผลที่สอง ในที่นี้ ทั้งสองส่วนไม่ใช่การกระทำสองอย่างให้เลือกทำ แต่เป็นคำอธิบายสองแบบ คือผู้ปกครองออกเสียงชื่อเหล่านั้นไม่ได้ หรือไม่อยากพยายาม ผู้พูดไม่ได้ตัดสินว่าคำอธิบายใดถูกต้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย either because ... or because ...: The lights are off ____ the shop is closed ____ there is a power cut.
ดูคำตอบ
either because · or because
didn't make the effort: ไม่ได้พยายามอย่างที่ควร
make the effort หมายถึง ตั้งใจใช้เวลา ความใส่ใจ หรือพลังงานที่จำเป็นเพื่อทำบางอย่าง รูปที่ใช้บ่อยคือ make the effort to + คำกริยา They didn't make the effort หมายความว่าพวกเขาไม่ได้พยายามอย่างจริงจัง หรือไม่ยอมลำบากทำ เป็นการพูดถึงความเต็มใจ ไม่ใช่แค่ความสามารถ และ the ชี้ถึงความพยายามเฉพาะที่คาดหวังในสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธของ make the effort: Mia had plenty of time, but she ____ to check her work.
ดูคำตอบ
didn't make the effort
Sheela feels her Anglicized surname has always been tricky,
4:44Sheela รู้สึกว่านามสกุลที่ถูกทำให้เป็นอังกฤษของเธอนั้นมักจะ 'tricky' (ซับซ้อน/จัดการยาก)
because of the association with colonialism and oppression. วลี
4:49เป็นเพราะความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกับลัทธิอาณานิคมและการกดขี่
association with colonialism and oppression: ความเชื่อมโยงกับลัทธิล่าอาณานิคมและการกดขี่
ในที่นี้ association หมายถึงความเชื่อมโยงทางความคิดหรือทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงองค์กร รูปแบบ association with + คำนาม ใช้บอกว่าคน ชื่อ สัญลักษณ์ หรือสถานที่เชื่อมโยงกับอะไรในความคิดของผู้คนหรือในประวัติศาสตร์ วลีนี้อธิบายว่าทำไมจึงรู้สึกว่านามสกุลนี้ใช้ได้ยาก เพราะรูปที่ถูกปรับให้เป็นแบบอังกฤษมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับลัทธิล่าอาณานิคมและการกดขี่ โดยทั่วไป because of an association with X ใช้อธิบายได้ว่าทำไมบางสิ่งจึงมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ในแง่บวกหรือแง่ลบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ association with ในความหมายว่าความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์หรือทางความคิด ไม่ใช่องค์กร
- She became the association's new director.
- The museum removed the emblem because of its association with a former dictatorship.
- The neighborhood association meets every Tuesday.
ดูคำตอบ
The museum removed the emblem because of its association with a former dictatorship.
that in modern times became the destination for migrants from all over the world. วลี
4:57ในยุคปัจจุบันกลับกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของผู้อพยพจากทั่วทุกมุมโลก
Ironically, ในฐานะคำบอกความย้อนแย้ง
Ironically, ที่ต้นประโยคบอกให้ผู้ฟังมองหาความขัดแย้งระหว่างข้อเท็จจริงที่ตามมากับสิ่งที่คาดไว้หรือภูมิหลังก่อนหน้า คำนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยวางกรอบให้ทั้งประโยคเป็นการพลิกกลับอย่างย้อนแย้ง ในที่นี้ลอนดอนเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอังกฤษ แต่ต่อมากลายเป็นจุดหมายของผู้ย้ายถิ่นจากทั่วโลก คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ตลก แต่ชี้ให้เห็นความแตกต่างทางประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Ironically ได้ถูกต้อง เพราะเห็นความขัดแย้งได้ชัดโดยไม่ต้องมีบริบทเพิ่มเติม
- Ironically, the town's new flood barrier was damaged by the first flood.
- Ironically, the library opens at nine every weekday.
- Ironically, the soup contains carrots and onions.
ดูคำตอบ
Ironically, the town's new flood barrier was damaged by the first flood.
the destination for migrants from all over the world — จุดหมายปลายทางของผู้อพยพจากทั่วโลก
ในประโยคนี้ the destination for migrants from all over the world หมายถึงสถานที่ที่ผู้อพยพจากหลายประเทศย้ายไปอยู่ destination คือสถานที่ที่ผู้คนเดินทางหรือย้ายไป โครงสร้าง a destination for + กลุ่มคน ใช้ระบุว่ามีคนกลุ่มใดเดินทางมายังหรือได้รับการต้อนรับจากสถานที่นั้น ส่วน from all over the world ขยาย migrants และบอกว่าผู้อพยพมาจากที่ใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า นักเรียนจากหลายประเทศเดินทางมายังเมืองนี้
- The city has become a major destiny for students from around the world.
- The city has become a major destination for students from around the world.
- The city has become a major destination of students from around the world.
ดูคำตอบ
The city has become a major destination for students from around the world.
it's time to reveal the answer to your question, Beth.
5:02ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้ว Beth
What was the most popular girls' name in 2022?
5:05ชื่อเด็กผู้หญิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2022 คือชื่ออะไร?
Olivia remained the most popular girls' name for the sixth year in a row วลี
5:16Olivia ยังคงเป็นชื่อเด็กหญิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่หก
for the sixth year in a row — เป็นปีที่หกติดต่อกัน
for the sixth year in a row หมายความว่าผลลัพธ์เดิมเกิดขึ้นติดต่อกันหกปีโดยไม่มีปีใดมาขัดจังหวะลำดับ ในที่นี้ Olivia ครองอันดับหนึ่งทุกปี และปีนี้เป็นปีที่หก ใช้โครงสร้าง for the + เลขลำดับ + year หรือ time + in a row เพื่อบอกว่าเหตุการณ์ล่าสุดเป็นครั้งที่เท่าใดในลำดับที่ไม่ขาดตอน เช่น for the third year in a row ในที่นี้ in a row เป็นสำนวนที่หมายถึง “ติดต่อกัน” ไม่ได้หมายถึงการยืนเรียงแถว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ติดต่อกัน”: The team won the title for the third year ____.
ดูคำตอบ
in a row
was given to 3,649 baby girls: รูป passive ในสถิติการตั้งชื่อ
วลีกริยา was given เป็นรูป passive ใน simple past โดยใช้ประธานร่วมกับอนุประโยคก่อนหน้า คือชื่อ Olivia จุดสนใจจึงอยู่ที่ชื่อและจำนวนทารกที่ได้รับชื่อนี้ ไม่ใช่คนที่เลือกชื่อให้เด็ก ในโครงสร้าง give a name to someone คำว่า to นำหน้าคนที่ได้รับชื่อ ในที่นี้ 3,649 baby girls คือผู้ได้รับชื่อ ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกยกให้ใคร
แบบฝึกหัด
เติมสถิติการตั้งชื่อด้วยรูป simple past passive ของ give: In 2023, the name Luna ____ 400 baby girls.
ดูคำตอบ
was given to
let's recap the vocabulary: การเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงทบทวน
โครงสร้าง Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ชวนผู้พูดและผู้ฟังให้ทำบางอย่างร่วมกัน ในที่นี้ recap เป็นกริยาที่หมายถึงทบทวนหรือสรุปประเด็นสำคัญสั้น ๆ และ the vocabulary เป็นกรรมของกริยา เมื่อใช้เป็นคำเปลี่ยนช่วง let's recap the vocabulary เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาหลักกำลังจบและช่วงทบทวนกำลังเริ่มขึ้น สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลที่จะตามมา ไม่ได้ใช้เปิดหัวข้อใหม่ทั้งหมดหรือบอกว่าจะสอนทุกอย่างใหม่อย่างละเอียด
แบบฝึกหัด
เติมคำเปลี่ยนช่วงของผู้ดำเนินรายการด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้: ____ the vocabulary before we finish.
ดูคำตอบ
Let's recap
containing the most usual features of a particular type of person or thing.
5:30ซึ่งหมายถึง การมีลักษณะทั่วไปที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดของคนหรือสิ่งของประเภทใดประเภทหนึ่ง
you investigate it more deeply to find the hidden stories behind it.
5:36คุณก็สืบสวนมันลึกลงไปเพื่อค้นหาเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งนั้น
Mass migration is the historical movement of large groups of people from one place to another.
5:41'Mass migration' คือการเคลื่อนย้ายครั้งประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มใหญ่จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
it's difficult to manage and requires careful use.
5:58มันก็จะจัดการได้ยากและต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก
Once again, our six minutes are up: สัญญาณว่าเวลาสิ้นสุดแล้ว
Our six minutes are up หมายความว่าช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว ในที่นี้ be up หมายถึงเวลาที่อนุญาตหรือกำหนดไว้หมดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน Once again แสดงว่าช่วงจบแบบเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน ประโยคนี้ช่วยจัดลำดับรายการด้วยการส่งสัญญาณว่าตอนนี้กำลังจะจบ รูปแบบเดียวกันพบได้ใน Our time is up และ Your five minutes are up
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ be up เติมประกาศปิดท้ายนี้ให้สมบูรณ์: Once again, our five minutes ____.
ดูคำตอบ
are up