เอมิลี่ช้างน้อย 🐷🐘 @PeppaPigOfficial - การ์ตูนพร้อมคำบรรยาย: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
459 คำ 140 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เอมิลี เอเลแฟนต์มาเพลย์กรุ๊ปด้วยความเขินอาย เธอต่อบล็อกด้วยวิธีของตนเอง เข้าร่วมเกมเสียงดังกลางแจ้ง และจบวันแรกโดยมีเพื่อนใหม่มากมายอยู่รอบตัว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. Who would like to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การเข้าใจและใช้คำถามสุภาพเพื่อถามว่าใครอยากอาสาทำสิ่งหนึ่ง โดยไม่สั่งหรือเจาะจงบุคคลโดยตรง เหมาะกับเวลาที่ครูจัดงานในห้องเรียน ผู้ดำเนินกิจกรรมต้องการผู้ช่วย หรือกลุ่มต้องการทราบว่าใครเต็มใจรับหน้าที่ 2. are all being very helpful, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า be being ตามด้วยคำคุณศัพท์ใช้เน้นพฤติกรรมที่หลายคนกำลังแสดงออกในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะ จึงช่วยแยกความหมายระหว่างการทำตัวให้ความช่วยเหลือชั่วคราวในสถานการณ์หนึ่ง กับการบอกลักษณะทั่วไปว่าคนเหล่านั้นมักมีน้ำใจอยู่เสมอ 3. made lots of new friends. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้ make friends เป็นคำที่จับคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อกล่าวถึงการสร้างความสัมพันธ์ และใช้ lots of เพื่อเน้นว่ามีเพื่อนจำนวนมาก ช่วยให้เล่าผลของการปรับตัวในโรงเรียน หลักสูตร ที่ทำงาน หรือกลุ่มใหม่ ว่าได้รู้จักและผูกมิตรกับผู้คนหลายคน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:02

หนูชื่อเป๊ปป้า พิก

This is my little brother George. ไวยากรณ์

0:04

นี่คือน้องชายตัวน้อยของหนู จอร์จ

ไวยากรณ์

This is my little brother: การแนะนำสมาชิกในครอบครัว

This is + บุคคล เป็นรูปแบบทั่วไปที่ใช้แนะนำคนที่อยู่ตรงหน้า หรือคนในรูปที่กำลังชี้ให้ผู้อื่นดู ในประโยคนี้ my little brother บอกความสัมพันธ์กับผู้พูด ส่วน George คือชื่อของบุคคลนั้น เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว little brother มักหมายถึงน้องชายที่อายุน้อยกว่าผู้พูด โดยปกติไม่ได้หมายถึงพี่ชายที่มีรูปร่างเล็ก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำ Maya ว่าเป็นเพื่อนของคุณได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. This my friend is Maya.
  2. This has my friend Maya.
  3. This is my friend Maya.
ดูคำตอบ

This is my friend Maya.

This is Mummy Pig.

0:07

นี่คือแม่หมู

And this is Daddy Pig.

0:09

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig.

0:13

เป๊ปป้า พิก

Emily Elephant.

0:18

เอมิลี่ เอเลเฟนต์

Peppa and her friends are going to playgroup today. โน้ต

0:22

เป๊ปป้าและเพื่อนๆ ของเธอจะไปโรงเรียนอนุบาลวันนี้

ไวยากรณ์

are going to playgroup: การเดินทางที่วางแผนไว้ไปยังสถานที่หนึ่ง

ในประโยคนี้ are going to playgroup today บอกถึงการเดินทางที่วางแผนไว้สำหรับวันนี้ ประธานพหูพจน์ Peppa and her friends ใช้กับ are และ to นำหน้าคำนามบอกจุดหมาย playgroup ตรงนี้ไม่ใช่โครงสร้างอนาคต be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพราะไม่มีคำกริยารูปพื้นฐานตามหลัง to เปรียบเทียบกับ They are going to play ซึ่ง play เป็นคำกริยาในโครงสร้างบอกแผนอนาคต ทั้งสองโครงสร้างอาจพูดถึงแผนได้ แต่มีไวยากรณ์ต่างกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกแผนในอนาคต

  1. They are going to play at playgroup.
  2. They go to playgroup every Tuesday.
  3. They are going to playgroup today.
ดูคำตอบ

They are going to play at playgroup.

วัฒนธรรม

playgroup: กลุ่มหรือกิจกรรมก่อนวัยเรียนที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ

ในที่นี้ playgroup หมายถึงกลุ่มที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบหรือกิจกรรมประจำที่เด็กก่อนวัยเรียนมาเล่น ทำกิจกรรมง่าย ๆ และใช้เวลาร่วมกับเด็กคนอื่น คำนี้ยังอาจหมายถึงสถานที่ที่กลุ่มมาพบกันด้วย ในภาษาอังกฤษแบบบริติช go to playgroup หมายถึงการไปเข้าร่วมกิจกรรมก่อนวัยเรียนประเภทนี้ คำนี้เป็นชื่อของกิจกรรมประเภทหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงคนกลุ่มใดก็ตามที่บังเอิญกำลังเล่นด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ playgroup หมายถึงอะไร

  1. ทีมไม่เป็นทางการที่ตั้งขึ้นเพื่อเล่นเกมครั้งเดียว
  2. สนามเด็กเล่นที่มีชิงช้าและกระดานลื่น
  3. กลุ่มหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นให้เด็กก่อนวัยเรียนเล่นและเรียนรู้ร่วมกัน
ดูคำตอบ

กลุ่มหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นให้เด็กก่อนวัยเรียนเล่นและเรียนรู้ร่วมกัน

The children each have their own hook to hang their coats on. ไวยากรณ์

0:27

เด็กๆ แต่ละคนมีตะขอของตัวเองไว้แขวนเสื้อโค้ต

ไวยากรณ์

each have their own: สมาชิกแต่ละคนมีสิ่งของแยกเป็นของตนเอง

เมื่อประธานเป็นพหูพจน์ สามารถวาง each หลังประธานเพื่อเน้นสมาชิกทีละคนได้: The children each have.... ประธานทางไวยากรณ์ยังคงเป็น The children ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงต้องใช้ have ไม่ใช่ has Their own hook เพิ่มความหมายว่าของชิ้นนั้นเป็นของแต่ละคน แม้ hook จะเป็นเอกพจน์ แต่ความหมายกระจายไปยังสมาชิกทุกคน กล่าวคือ เด็กแต่ละคนมีตะขอแยกกันหนึ่งอัน ไม่ใช่เด็กทุกคนใช้ตะขออันเดียวร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่านักดนตรีแต่ละคนมีแท่นวางโน้ตแยกกัน: The musicians ____ music stand.

ดูคำตอบ

each have their own

ไวยากรณ์

a hook to hang their coats on: infinitive บอกจุดประสงค์และคำบุพบทท้ายวลี

อนุประโยค infinitive to hang their coats on อยู่หลัง hook และบอกว่าตะขอนั้นใช้ทำอะไร นี่คือโครงสร้างทั่วไป “คำนาม + to-infinitive” โดย infinitive บอกจุดประสงค์หรือการกระทำที่สิ่งนั้นทำให้ทำได้ ความสัมพันธ์เดิมคือ hang their coats on the hook เมื่อ hook เป็นคำนามที่ถูกขยายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำหลัง on และคำบุพบท on จะคงอยู่ท้ายวลีอย่างเป็นธรรมชาติ รูปที่คล้ายกันคือ a chair to sit on และ a pen to write with

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง “คำนาม + to-infinitive + คำบุพบทท้ายวลี” ได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าชั้นวางมีไว้สำหรับวางหนังสือเหล่านี้?

  1. I need a shelf to put on these books.
  2. I need a shelf to these books put on.
  3. I need a shelf to put these books on.
ดูคำตอบ

I need a shelf to put these books on.

Today, we have a new pupil. การใช้คำ

0:32

วันนี้เรามีนักเรียนใหม่

การใช้คำ

new pupil: เด็กที่เพิ่งเข้าร่วมชั้นเรียนในโรงเรียนอังกฤษ

ในที่นี้ pupil หมายถึงเด็กที่เรียนอยู่ในโรงเรียน ในภาษาอังกฤษแบบบริติช คำนี้ใช้บ่อยเป็นพิเศษกับเด็กระดับประถมหรือมัธยม A new pupil คือเด็กที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในชั้นเรียนหรือโรงเรียน ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนั้นเพิ่งเริ่มเรียนรู้เป็นครั้งแรก pupil ยังหมายถึงช่องสีดำตรงกลางดวงตา หรือ “รูม่านตา” ได้ด้วย แต่ถ้อยคำในห้องเรียน we have a new pupil ทำให้ชัดเจนว่าที่นี่หมายถึง “นักเรียน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pupil ในความหมายว่าเด็กนักเรียนได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบบริติช?

  1. The university welcomed a new pupil to its doctoral programme.
  2. The primary school welcomed a new pupil today.
  3. The pupil of my eye became smaller in bright light.
ดูคำตอบ

The primary school welcomed a new pupil today.

Emily Elephant.

0:36

เอมิลี่ เอเลเฟนต์

Hello Emily.

0:37

สวัสดีจ้ะ เอมิลี่

Hello.

0:39

สวัสดี

Emily is a bit shy. วลี

0:40

เอมิลี่ขี้อายนิดหน่อยนะจ๊ะ

วลี

a bit shy: ทำให้ระดับความหมายอ่อนลง

ใน a bit shy คำว่า a bit อยู่หน้าคำคุณศัพท์ shy และหมายถึง “เล็กน้อย” หรือ “ในระดับไม่มาก” โดย bit ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของสิ่งของ สำนวนนี้แสดงระดับที่อ่อนกว่า very shy และช่วยให้คำพูดเกี่ยวกับความรู้สึกหรือบุคลิกของคนอื่นฟังดูนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนคนหนึ่งรู้สึกกังวลเล็กน้อย?

  1. She is a bit nervous before the interview.
  2. She has a bit nervous before the interview.
  3. She is a bit of nervous before the interview.
ดูคำตอบ

She is a bit nervous before the interview.

Who would like to show Emily where to hang her coat? โน้ต

0:42

ใครอยากจะพาเอมิลี่ไปดูที่แขวนเสื้อโค้ตบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

Who would like to ...?: ขออาสาสมัครอย่างสุภาพ

Who would like to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามกลุ่มคนอย่างสุภาพว่าใครเต็มใจทำบางสิ่ง รูปแบบนี้เปิดโอกาสให้มีคนอาสา แทนที่จะเลือกหรือสั่งคนใดคนหนึ่ง ในที่นี้ would like to แสดงความเต็มใจที่จะทำสิ่งที่เสนอ ไม่ได้ถามว่าโดยทั่วไปใครชอบทำกิจกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

ตอนนี้ครูกำลังถามกลุ่มนักเรียนอย่างสุภาพเพื่อหาอาสาสมัคร คำถามใดเหมาะสม?

  1. Who likes to read the first paragraph?
  2. Who would like reading the first paragraph?
  3. Who would like to read the first paragraph?
ดูคำตอบ

Who would like to read the first paragraph?

วลี

show someone where to + คำกริยา: บอกสถานที่ที่ถูกต้องให้ใครบางคน

โครงสร้าง show + คน + where to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการพาหรือบอกทางให้ใครบางคนรู้สถานที่ที่ถูกต้องสำหรับทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ show Emily where to hang her coat หมายถึงช่วยให้เอมิลีพบที่ที่ควรแขวนเสื้อโค้ต ใน where to hang คำว่า where บอกสถานที่ และ to hang บอกการกระทำ ต้องวางคนไว้หลัง show ทันที: show Emily where to hang...

แบบฝึกหัด

Mia เพิ่งมาใหม่และไม่รู้ว่าควรวางกระเป๋าไว้ที่ไหน ประโยคใดใช้ขอให้คนอื่นบอกทางให้เธอได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Could you show Mia where to leave her bag?
  2. Could you show Mia where leave her bag?
  3. Could you show where Mia to leave her bag?
ดูคำตอบ

Could you show Mia where to leave her bag?

Me!

0:45

หนู!

Oh ho, we just need one. น้ำเสียง/เจตนา

0:47

โอ้โฮ เราต้องการแค่คนเดียวจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

we just need one: just ในความหมายว่า “แค่”

ในที่นี้ just หมายถึง “แค่” ดังนั้น we just need one จึงบอกว่ามีคนช่วยเพียงหนึ่งคนก็พอ one ใช้แทนคำนามที่เข้าใจได้จากบริบท ซึ่งในสถานการณ์นี้คือ one person หรือ one helper การวาง just ไว้หน้า need ทำให้การจำกัดจำนวนฟังดูนุ่มนวลกว่าการแก้ตรง ๆ ประโยคนี้ลดจำนวนที่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าความต้องการเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่

แบบฝึกหัด

หลายคนอาสาช่วย แต่ต้องการคนช่วยเพียงหนึ่งคน คำตอบใดใช้ just ในความหมายว่า “แค่”

  1. We have just met one helper.
  2. We just need one helper.
  3. We need every helper.
ดูคำตอบ

We just need one helper.

Peppa, can you show Emily where to hang her coat?

0:50

เป๊ปป้า หนูช่วยพาเอมิลี่ไปดูที่แขวนเสื้อโค้ตหน่อยได้ไหม

Yes, Madame Gazelle.

0:54

ได้ค่ะ คุณครูกาเซลล์

We each have our own coat hooks.

0:56

พวกเราแต่ละคนมีตะขอแขวนเสื้อเป็นของตัวเอง

This one is for you, Emily. วลี

0:59

อันนี้สำหรับเธอ เอมิลี่

วลี

This one is for you: ชี้และจัดสิ่งของหนึ่งชิ้นให้ผู้ฟัง

This one ใช้ชี้สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งในกลุ่มที่มองเห็นหรือพูดถึงไปแล้ว โดย one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ Is for you บอกว่าสิ่งของชิ้นนั้นถูกเตรียม เก็บไว้ เลือก หรือจัดให้ผู้ฟัง ประโยคนี้อาจใช้ตอนให้ของขวัญ แต่ในบางบริบทอาจหมายเพียงว่า “อันนี้เป็นอันที่เธอต้องใช้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ this one และ for you: The lunches are labelled. ____.

ดูคำตอบ

This one is for you

Emily is hanging her coat on her very own coat hook. วลี

1:02

เอมิลี่กำลังแขวนเสื้อโค้ตของเธอบนตะขอของเธอเอง

วลี

her very own coat hook: เน้นว่าเป็นตะขอของเธอเองโดยเฉพาะ

โครงสร้างคำแสดงความเป็นเจ้าของ + very own + คำนาม ช่วยเน้นว่าสิ่งนั้นเป็นของส่วนตัวหรือมีไว้ให้คนคนนั้นใช้โดยเฉพาะ her very own coat hook หมายถึงตะขอที่จัดไว้สำหรับเอมิลี่โดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงตะขอที่เธอบังเอิญกำลังใช้อยู่ ในที่นี้ very ใช้เพิ่มน้ำหนักให้ own ไม่ได้บอกว่าตะขอนั้นใหญ่มาก ดีมาก หรือพิเศษในตัวเอง การเน้นแบบนี้มักสื่อถึงความตื่นเต้น ความภูมิใจ หรือความรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงความเป็นเจ้าของแบบเน้น her very own: After sharing a desk for months, Nina finally has ____ desk.

ดูคำตอบ

her very own

Now, Emily, what would you like to do today? น้ำเสียง/เจตนา

1:05

เอาล่ะ เอมิลี่ วันนี้หนูอยากทำอะไรจ๊ะ

น้ำเสียง/เจตนา

What would you like to do? สำหรับถามตัวเลือกอย่างสุภาพ

What would you like to do? ใช้ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายอยากเลือกทำกิจกรรมอะไรในตอนนี้หรือในอีกไม่นาน โครงสร้างคือ what + would + ประธาน + like to + กริยารูปพื้นฐาน would ในที่นี้ช่วยทำให้คำถามนุ่มนวลขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนสุภาพ would like ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังกล่าวถึงเงื่อนไขสมมติ

แบบฝึกหัด

ใช้ would like เติมคำถามสุภาพสำหรับถามลูกค้าในร้านกาแฟให้สมบูรณ์: What ____ drink?

ดูคำตอบ

would you like to

Painting, clay, or building blocks? ลำดับความ

1:09

วาดรูป ปั้นดินน้ำมัน หรือตัวต่อไม้บล็อก

ลำดับความ

A, B, or C? สำหรับเรียงตัวเลือก

รูปแบบ A, B, or C? จัดตัวเลือกหลายอย่างเป็นรายการที่ชัดเจน or ที่อยู่หน้ารายการสุดท้ายบอกผู้ฟังให้เลือกจากทางเลือกเหล่านั้น โดยปกติไม่ได้หมายความว่าต้องทำทั้งสามอย่าง ในที่นี้ รายการดังกล่าวเป็นประโยคละคำที่ต่อจากคำถามก่อนหน้า ผู้ฟังเข้าใจถ้อยคำเต็มได้จากบริบท ผู้พูดจึงกล่าวเฉพาะตัวเลือกได้ รูปแบบสั้นนี้ช่วยจำกัดตัวเลือกและพาบทสนทนาไปสู่คำตอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกตัวเลือกที่เจาะจงสามอย่างแก่ลูกค้าอย่างรวดเร็วและขอให้เลือกหนึ่งอย่าง?

  1. Would you like something to drink?
  2. Tea, coffee, or juice?
  3. Tea, coffee, and juice are available.
ดูคำตอบ

Tea, coffee, or juice?

Um, I don't know.

1:12

เอ่อ หนูไม่รู้ค่ะ

Maybe building blocks. น้ำเสียง/เจตนา

1:15

อาจจะเป็นตัวต่อไม้บล็อก

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe + ตัวเลือก: “Maybe building blocks.”

ในคำตอบสั้น ๆ นี้ Maybe แสดงว่าผู้พูดเอนเอียงไปทางการเล่นบล็อก แต่ยังตัดสินใจไม่เด็ดขาด ทำให้ตัวเลือกฟังดูเป็นการลองเสนอมากกว่าการยืนยันแน่นอน เมื่อรู้กันอยู่แล้วว่ามีกิจกรรมอะไรให้เลือก ผู้พูดจึงละอนุประโยคเต็มอย่าง I’d like to play with... แล้วตอบเพียง Maybe + ตัวเลือกได้ คำตอบนี้ยังเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้ ไม่ใช่การปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายในคำตอบเพื่อให้ตัวเลือกฟังดูยังไม่แน่นอน: “Would you like painting or building blocks?” “____ building blocks.”

ดูคำตอบ

Maybe

And everyone else, painting, clay, or building blocks? การใช้คำ

1:18

แล้วคนอื่นๆ ล่ะจ๊ะ วาดรูป ดินน้ำมัน หรือตัวต่อ

การใช้คำ

everyone else: ทุกคนยกเว้นคนที่กล่าวถึงไปแล้ว

everyone else หมายถึง “คนอื่นที่เหลือทุกคน” โดยตัดคนที่บริบทกล่าวถึงแยกไว้แล้วออก แต่รวมคนที่เหลือทั้งหมด ในที่นี้มีการถามเด็กคนหนึ่งไปแล้ว ดังนั้น everyone else จึงเปลี่ยนคำถามไปยังเด็กคนอื่น ๆ ที่เหลือ Else วางหลัง everyone ทั้งวลีถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้กริยาเอกพจน์ในประโยคเต็ม เช่น Everyone else is ready. ในคำบรรยาย วลีนี้ระบุกลุ่มที่กำลังถูกถามก่อนตามด้วยรายการตัวเลือกแบบย่อ

แบบฝึกหัด

Leo อยู่ในห้องเรียนแล้ว คุณครูต้องการให้เด็กคนอื่นที่เหลือทุกคนเข้าแถวอยู่ข้างนอก ประโยคใดตรงกับความหมายนี้?

  1. Someone else needs to line up outside.
  2. Everyone else needs to line up outside.
  3. Everyone needs to line up outside.
ดูคำตอบ

Everyone else needs to line up outside.

Building blocks.

1:22

ตัวต่อ!

My goodness, building blocks are popular today. น้ำเสียง/เจตนา

1:26

คุณพระ วันนี้ตัวต่อไม้บล็อกยอดนิยมจังเลย

น้ำเสียง/เจตนา

My goodness: คำอุทานแสดงความประหลาดใจแบบสุภาพ

My goodness เป็นคำอุทานตายตัวที่แสดงความประหลาดใจหรือความทึ่งในระดับเบา ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อตอบสนองต่อความนิยมของบล็อกตัวต่อ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นปฏิกิริยาเดียว goodness ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงความดีหรือคุณธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ My goodness อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย

  1. The pumpkin was good enough to eat.
  2. My goodness, that's a huge pumpkin!
  3. Her goodness made everyone trust her.
ดูคำตอบ

My goodness, that's a huge pumpkin!

Everyone wants to sit next to Emily Elephant. วลี

1:29

ทุกคนอยากนั่งข้างๆ เอมิลี่ เอเลเฟนต์

วลี

next to Emily: อยู่ข้างใครบางคนโดยตรง

next to + คนหรือสิ่งของ หมายถึงอยู่ติดหรืออยู่ข้างสิ่งนั้นโดยตรงในพื้นที่ sit next to Emily หมายถึงนั่งที่นั่งซึ่งอยู่ข้าง Emily โดยตรง และโดยทั่วไปไม่มีคนหรือสิ่งของอื่นคั่นระหว่างสองที่นั่ง ในวลีนี้ next ไม่ได้หมายถึง “ภายหลัง” หรือ “ลำดับถัดไป” กลุ่มคำสองคำ next to ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าเก้าอี้อยู่ข้างประตูโดยตรง

  1. The chair is next to the door.
  2. The chair is near the door.
  3. The chair is above the door.
ดูคำตอบ

The chair is next to the door.

Emily, you put one block on top of another. วลี

1:32

เอมิลี่ เธอวางบล็อกอันหนึ่งไว้บนอีกอันหนึ่งนะ

วลี

on top of another: วางสิ่งหนึ่งซ้อนบนอีกสิ่งหนึ่ง

on top of หมายถึงวัตถุชิ้นหนึ่งอยู่บนพื้นผิวด้านบนของอีกชิ้น ใน put one block on top of another บล็อกก้อนแรกถูกวางบนก้อนที่สอง จึงสัมผัสกันและซ้อนกันอยู่ ในที่นี้ another ใช้แทน another block หมายถึงบล็อกอีกก้อนที่เป็นชนิดเดียวกัน ภาษาอังกฤษละคำนาม block ที่ซ้ำหลัง another

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงกล่องใบหนึ่งวางอยู่บนพื้นผิวด้านบนของกล่องอีกใบโดยตรง

  1. Put one box beside another.
  2. Put one box on top of another.
  3. Hold one box above another.
ดูคำตอบ

Put one box on top of another.

Like this. น้ำเสียง/เจตนา

1:36

แบบนี้

น้ำเสียง/เจตนา

Like this: สาธิตวิธีทำบางสิ่ง

Like this หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” ผู้พูดใช้ขณะทำให้ผู้ฟังดูว่าต้องทำอย่างไร ในประโยคนี้ คำดังกล่าวชี้ไปยังวิธีวางบล็อกที่กำลังสาธิต ในวลีนี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ในแบบเดียวกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” สามารถละคำบอกการกระทำไว้ได้ เพราะผู้ฟังเห็นการสาธิตอยู่

แบบฝึกหัด

คุณกำลังสาธิตวิธีจับพู่กัน ประโยคใดใช้บอกให้อีกคนทำตามการเคลื่อนไหวของคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Hold the brush like this.
  2. Hold the brush over there.
  3. I like this brush.
ดูคำตอบ

Hold the brush like this.

It's better if you put them side by side. โน้ต

1:38

มันจะดีกว่าถ้าเธอวางมันไว้ข้างๆ กัน

น้ำเสียง/เจตนา

It's better if + อนุประโยค เพื่อให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวล

โครงสร้าง It's better if + ประธาน + กริยา เสนอว่าการกระทำหนึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หรือหมายถึงทำแบบนี้จะดีกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำวิธีจัดวางสิ่งของแบบอื่น โดย better ประเมินวิธีที่เสนอ ไม่ได้ประเมินความสามารถหรือคะแนนของใคร เนื่องจากประโยคนี้บอกว่าวิธีใดน่าจะได้ผลดีกว่าแทนที่จะออกคำสั่งโดยตรง จึงมักฟังดูนุ่มนวลกว่า แต่ก็ยังอาจให้ความรู้สึกว่าเป็นการแก้ไข เพราะผู้พูดกำลังบอกว่าวิธีหนึ่งเหมาะกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างการแนะนำจากบทเรียนนี้: ____ you save a copy before editing the file.

ดูคำตอบ

It's better if

วลี

side by side สำหรับบอกว่าคนหรือสิ่งของอยู่ข้างกัน

Side by side เป็นวลีตายตัว หมายถึงคนหรือสิ่งของอยู่ติดกันในแถวเดียวกัน ในตัวอย่าง put them side by side หมายถึงจัดวางสิ่งของไว้ข้างกัน วลีนี้ใช้บอกตำแหน่งหรือการเคลื่อนไหวได้ เช่น sit side by side หรือ walk side by side สิ่งของอาจอยู่ใกล้กันโดยไม่ต้องสัมผัสกัน วลีนี้เน้นการอยู่ข้างกัน ไม่ได้หมายความว่าด้านข้างต้องเชื่อมติดกันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่ข้างกัน”: The two bikes were parked ____ outside the shop.

ดูคำตอบ

side by side

No, this way, Emily.

1:42

ไม่ ทางนี้สิ เอมิลี่

This is the right way, Emily.

1:45

นี่คือวิธีที่ถูก เอมิลี่

No, Emily.

1:48

ไม่ เอมิลี่

Like this.

1:49

แบบนี้

You are all being very helpful, ไวยากรณ์

1:50

พวกหนูมีน้ำใจช่วยเหลือกันดีมากจ้ะ

ไวยากรณ์

are all being very helpful: พฤติกรรมที่กำลังแสดงอยู่ตอนนี้

รูป are being + คำคุณศัพท์ แสดงความมีน้ำใจว่าเป็นพฤติกรรมที่คนในกลุ่มกำลังแสดงอยู่ในขณะนี้ ผู้พูดกำลังชมสิ่งที่ทุกคนทำตอนนี้ ไม่ได้จำเป็นต้องบอกว่าความมีน้ำใจเป็นนิสัยถาวร all หมายถึงทุกคนในกลุ่มที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย ในโครงสร้างนี้ all อยู่หลัง are: are all being very helpful

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชมพฤติกรรมที่มีน้ำใจของเด็ก ๆ ในขณะนี้ได้ชัดเจนที่สุด

  1. The children are being very helpful.
  2. The children were very helpful.
  3. The children are very helpful.
ดูคำตอบ

The children are being very helpful.

but Emily, how would you play with the blocks? น้ำเสียง/เจตนา

1:53

แต่เอมิลี่ หนูอยากจะเล่นตัวต่อแบบไหนจ๊ะ

น้ำเสียง/เจตนา

but Emily, how would you...?: เปลี่ยนจุดสนใจหลังคำชม

ในประโยคนี้ but ไม่ได้ลบคำชมที่พูดไว้ก่อนหน้า แต่เป็นสัญญาณว่าจุดสนใจของการสนทนากำลังเปลี่ยนไป หลังจากยอมรับคำแนะนำของคนอื่นแล้ว ผู้พูดหันมาถามคำตอบของ Emily เอง การเรียกชื่อ Emily บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้ถึงตาใครพูด How would you play...? เชิญให้เธอลองคิดและบอกวิธีที่ตัวเองอยากเล่น ไม่ได้สั่งว่าเธอต้องเล่นอย่างไร

แบบฝึกหัด

ครูชอบคำแนะนำของกลุ่ม แต่ต้องการให้ Nora เลือกด้วยตนเอง ประโยคใดเปลี่ยนจุดสนใจได้เหมาะสมที่สุด

  1. Those are useful ideas, so Nora will choose for everyone.
  2. Those are useful ideas, but Nora, what would you choose?
  3. Nora has a useful idea, but what does everyone else think?
ดูคำตอบ

Those are useful ideas, but Nora, what would you choose?

Um, I'm not very sure.

1:56

เอ่อ หนูไม่ค่อยแน่ใจค่ะ

I might do it like this. น้ำเสียง/เจตนา

1:59

หนูอาจจะทำแบบนี้

น้ำเสียง/เจตนา

might do it like this: เสนอวิธีอย่างยังไม่แน่นอน

ในประโยคนี้ might + กริยารูปพื้นฐาน do นำเสนอการกระทำว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การตัดสินใจที่แน่นอน ผู้พูดกำลังพูดสิ่งที่คิดออกมาและพร้อมจะลองทำ โดยไม่ได้รับปากว่าจะใช้วิธีนี้แน่นอน like this หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” และมักชี้ถึงวิธีที่ผู้พูดกำลังแสดงให้ดู ในที่นี้ might กล่าวถึงความเป็นไปได้ในปัจจุบันหรืออนาคต ไม่ได้ทำให้ประโยคเป็นอดีตด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

คุณกำลังลองวิธีจัดหนังสือและยังไม่ได้ตัดสินใจ ประโยคใดแสดงความคิดที่ยังไม่แน่นอนได้ดีที่สุด

  1. I arranged the books like this yesterday.
  2. I might arrange the books like this.
  3. I'll definitely arrange the books like this.
ดูคำตอบ

I might arrange the books like this.

Wow.

2:03

ว้าว

Emily Elephant is good at building blocks. วลี

2:05

เอมิลี่ เอเลเฟนต์เก่งเรื่องต่อตัวต่อมาก

วลี

good at building blocks: บอกทักษะด้วย be good at + กิจกรรม

be good at ใช้บอกว่ามีทักษะในกิจกรรมหรือวิชาใดวิชาหนึ่ง รูปของ be ต้องสอดคล้องกับประธานและเวลา ในประโยคนี้ Emily Elephant ใช้กับ is ในบริบทนี้ building blocks หมายถึงกิจกรรมต่อหรือสร้างสิ่งต่าง ๆ ด้วยบล็อก โดยทั่วไปหลัง at ใช้คำนามหรือกริยารูป -ing เช่น good at maths หรือ good at drawing

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันของ be good at และรูป -ing ของ paint เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nora ____ landscapes.

ดูคำตอบ

is good at painting

It is playtime. วัฒนธรรม

2:09

ได้เวลาวิ่งเล่นแล้ว

วัฒนธรรม

playtime: ช่วงเวลาเล่นที่จัดไว้

playtime หมายถึงช่วงเวลาที่จัดไว้ให้เด็ก ๆ เล่น โดยเฉพาะในตารางของสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล หรือโรงเรียน ในประโยค It is playtime ผู้พูดกำลังประกาศว่าช่วงนี้ของตารางได้เริ่มขึ้นแล้ว หมายถึงถึงเวลาที่เด็ก ๆ จะเล่น ไม่ใช่เพียงบอกว่าบังเอิญมีใครกำลังเล่นอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ playtime ในความหมายว่าช่วงเวลาที่จัดไว้ให้เด็ก ๆ เล่น?

  1. Playtime is the name of this new toy.
  2. The clock is playing a song.
  3. It is playtime, so the children can go outside.
ดูคำตอบ

It is playtime, so the children can go outside.

Hooray!

2:10

เย้!

Emily, would you like to play outside with the others?

2:14

เอมิลี่ หนูอยากไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนๆ ไหมจ๊ะ

Yes, please. น้ำเสียง/เจตนา

2:18

ไปค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Yes, please: การตอบรับข้อเสนอหรือคำเชิญอย่างสุภาพ

Yes, please. เป็นคำตอบแบบตายตัวที่สุภาพ ใช้ตอบรับข้อเสนอ คำเชิญ หรือความช่วยเหลือที่อีกฝ่ายเสนอให้ หมายความว่าคุณต้องการรับสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอ ในที่นี้ please ไม่ได้เริ่มคำขอใหม่ แต่ช่วยให้การตอบรับฟังดูสุภาพและเต็มใจ จึงมักเป็นธรรมชาติกว่าการพูดเพียง Yes

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า “Would you like some water?” คำตอบใดเป็นการตอบรับข้อเสนออย่างสุภาพ?

  1. Yes, it is.
  2. No, thank you.
  3. Yes, please.
ดูคำตอบ

Yes, please.

Can someone show Emily where we play?

2:19

มีใครช่วยพาเอมิลี่ไปที่ที่เราเล่นกันได้ไหม

Yes, Madame Gazelle.

2:23

ได้ค่ะ คุณครูกาเซลล์

At playtime, Peppa and her friends play in the school garden. โน้ต

2:27

ในช่วงเวลาวิ่งเล่น เป๊ปป้าและเพื่อนๆ เล่นกันในสวนของโรงเรียน

ลำดับความ

At playtime: การวางกรอบเวลาก่อนเล่าเหตุการณ์

At playtime อยู่ต้นประโยคเพื่อบอกก่อนว่าการกระทำเกิดขึ้นเมื่อใด เครื่องหมายจุลภาคบอกว่ากลุ่มคำบอกเวลาตอนต้นจบแล้ว ส่วนที่เหลือของประโยคบอกว่าใครทำอะไร การวางกลุ่มคำบอกเวลาไว้ก่อนช่วยสร้างกรอบเวลาที่ชัดเจนก่อนเล่าเหตุการณ์ ในที่นี้ at หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งตามตารางของวัน ไม่ได้หมายถึงสถานที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กลุ่มคำบอกเวลาตอนต้นอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อวางกรอบเวลาก่อนเล่าเหตุการณ์หลัก

  1. At lunchtime, we eat together in the dining hall.
  2. At the dining hall, lunchtime we eat together.
  3. We eat at the dining hall lunchtime together.
ดูคำตอบ

At lunchtime, we eat together in the dining hall.

วัฒนธรรม

the school garden: พื้นที่กลางแจ้งในบริเวณโรงเรียน

ในฉากโรงเรียนนี้ the school garden หมายถึงพื้นที่กลางแจ้งภายในบริเวณโรงเรียนที่เด็ก ๆ เล่นได้ คำว่า garden ระบุว่าเป็นพื้นที่กลางแจ้งของโรงเรียน ไม่ได้หมายถึงแค่แปลงดอกไม้ ประโยคนี้บอกเพียงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนและอยู่กลางแจ้ง โดยไม่ได้ระบุอุปกรณ์หรือรูปแบบพื้นที่อย่างแน่ชัด

แบบฝึกหัด

the school garden ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. A classroom where the children study
  2. An outdoor area on the school grounds where the children can play
  3. A shop where the children buy flowers
ดูคำตอบ

An outdoor area on the school grounds where the children can play

Come catch me. น้ำเสียง/เจตนา

2:31

มาจับฉันสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Come catch me: คำชวนเล่นแบบเป็นกันเอง

ในเกมวิ่งไล่จับ Come catch me. หมายถึง “มาสิ แล้วลองจับฉันให้ได้” คำว่า Come กับ catch me รวมกันเป็นลำดับการกระทำเดียวในเกม ไม่ใช่คำสั่งสองอย่างที่ไม่เกี่ยวกัน แม้รูปประโยคจะเป็นคำสั่ง แต่ในที่นี้ทำหน้าที่ชวนเล่นและท้าทายแบบเป็นกันเอง บริบทของเกมกับน้ำเสียงสนุกสนานทำให้ฟังเป็นการชวนโต้ตอบ ไม่ใช่การออกคำสั่งอย่างเข้มงวด

แบบฝึกหัด

ในเกมไล่จับที่เป็นกันเอง ให้เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนเพื่อชวนผู้เล่นอีกคนให้ไล่ตามคุณ: ____!

ดูคำตอบ

Come catch me

What a lot of noise. ไวยากรณ์

2:33

เสียงดังกันจังเลย

ไวยากรณ์

What a lot of noise: ประโยคอุทานที่ขึ้นต้นด้วย What

What ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่ใช้ขึ้นต้นประโยคอุทานและแสดงปฏิกิริยาที่ชัดเจนต่อปริมาณเสียงรบกวน ซึ่งมักสื่อถึงความประหลาดใจหรือความรำคาญ รูปแบบคือ What + นามวลี ในประโยคนี้ a lot of noise เป็นนามวลี โดย noise เป็นคำนามนับไม่ได้ และ a lot of แสดงปริมาณมาก ประโยคอุทานนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หรือจะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ เช่น What a lot of noise they are making! ก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ What นำหน้านามวลีในประโยคอุทานได้ถูกต้อง?

  1. How a lot of noise!
  2. What noisy it is!
  3. What a lot of noise!
ดูคำตอบ

What a lot of noise!

Let's see who is the loudest. วลี

2:35

มาดูกันสิว่าใครเสียงดังที่สุด

วลี

Let's see who ...: เริ่มกิจกรรมทดสอบร่วมกัน

Let's see who ... ใช้เริ่มการทดสอบ เกม หรือการเปรียบเทียบร่วมกัน เพื่อหาว่าใครตรงตามเงื่อนไขที่ตามมา ในประโยคนี้ ผลของกิจกรรมจะบอกว่าใครเสียงดังที่สุด see ในที่นี้หมายถึง “ดูให้รู้ผล” ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองด้วยตา” ส่วน who ใช้เปิดส่วนที่ระบุคนที่เราต้องการหา แล้วตามด้วยเงื่อนไข เช่น who is the loudest หรือ who can finish first

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เริ่มกิจกรรมกลุ่มเพื่อดูว่าใครแก้ปริศนาได้เร็วที่สุดอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's see who can solve the puzzle fastest.
  2. Who solved the puzzle fastest?
  3. We know who can solve the puzzle fastest.
ดูคำตอบ

Let's see who can solve the puzzle fastest.

Okay, I'll go first. น้ำเสียง/เจตนา

2:38

โอเค ฉันเริ่มก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

I'll go first: อาสาเป็นคนแรก

I'll go first หมายถึงผู้พูดอาสาเป็นคนแรกในกิจกรรมที่กำลังจะทำ ในที่นี้ go first หมายถึง “ลงมือก่อนคนอื่น” ไม่ใช่ “ออกไปจากสถานที่ก่อนคนอื่น” I'll เป็นรูปย่อของ I will ในบริบทนี้ will แสดงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้น คือผู้พูดเลือกว่าจะเริ่มก่อน

แบบฝึกหัด

กลุ่มหนึ่งกำลังจะทำกิจกรรมตามลำดับ ประโยคใดใช้เพื่ออาสาเป็นคนแรกที่ลงมือทำ

  1. I'll leave first.
  2. I went first.
  3. I'll go first.
ดูคำตอบ

I'll go first.

Squeak, squeak.

2:42

อู๊ด อู๊ด

That was quite loud. การใช้คำ

2:43

นั่นเสียงดังใช้ได้เลย

การใช้คำ

quite loud: ระดับที่ดังพอสมควรแต่ไม่สุดโต่ง

ในที่นี้ quite อยู่หน้า loud เพื่อบอกว่าเสียงดังแค่ไหน โดยหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” คือเสียงดังอย่างเห็นได้ชัด แต่เป็นการประเมินแบบพอดี ไม่ได้พูดอย่างสุดโต่ง quite ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างสมบูรณ์” ระดับความแรงอาจเปลี่ยนไปตามบริบท การลงน้ำหนักเสียง และความแตกต่างของภาษาอังกฤษ จึงควรดูสถานการณ์และน้ำเสียงร่วมกัน

แบบฝึกหัด

คุณต้องการพูดอย่างพอดีว่าเพลงดังพอสมควร ไม่ใช่ดังเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่เน้นแรงถึงขั้น very loud ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. The music was very loud, so we had to shout.
  2. The music was quite loud, but we could still talk.
  3. The music was a little loud, so I lowered it slightly.
ดูคำตอบ

The music was quite loud, but we could still talk.

Now it is Zoe Zebra's turn. วลี

2:44

ทีนี้ตาของโซอี้ ซีบร้า

วลี

it is Zoe Zebra's turn: บอกว่าใครเป็นคนถัดไป

It is Zoe Zebra's turn หมายความว่า เมื่อหลายคนทำบางอย่างทีละคน คนถัดไปที่จะเข้าร่วมคือ Zoe Zebra ในที่นี้ turn เป็นคำนามที่หมายถึงโอกาสหรือลำดับของคนหนึ่งในการลงมือทำ ไม่ใช่การหมุน โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ It is + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + turn เช่น It is Maya's turn หรือ It is my turn หากต้องการบอกการกระทำ ให้เติม to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น It is Maya's turn to read.

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง It is + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + turn โดยไม่เติมคำอื่น เพื่อทำประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์และบอกว่าคนถัดไปคือ Sam: ____ to roll the dice.

ดูคำตอบ

It is Sam's turn

Now Suzy Sheep.

2:49

ทีนี้ซูซี่ ชีพ

Now Danny Dog.

2:51

ทีนี้แดนนี่ ด็อก

That was very loud.

2:54

นั่นเสียงดังมาก

น้ำเสียง/เจตนา

My turn: รูปสั้นของ It's my turn

My turn เป็นรูปพูดสั้น ๆ ของ It's my turn หมายถึงผู้พูดเป็นคนถัดไปที่ต้องลงมือในกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ละ It's ได้เพราะสถานการณ์การผลัดกันทำทำให้เข้าใจประโยคเต็มได้ชัดเจน ในที่นี้ turn หมายถึงโอกาสของแต่ละคนที่จะได้ทำ ไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทาง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปสั้นสองคำของ It's my turn เพื่อเติมคำตอบของ Leo ให้สมบูรณ์: Leo says, '____!'

ดูคำตอบ

My turn

My turn.

2:57

ตาฉัน

My turn.

2:59

ตาฉัน

Peppa is the loudest. ไวยากรณ์

3:02

เป๊ปป้าเสียงดังที่สุด

ไวยากรณ์

the loudest: รูปขั้นสุดของ loud

the loudest เป็นรูปคำคุณศัพท์ขั้นสุดของ loud ในประโยคนี้หมายความว่าเสียงของ Peppa ดังที่สุดในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ คือดังกว่าเสียงอื่นทุกเสียง รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ be + the + adjective-est: loud → louder → the loudest ใช้รูปขั้นสุดนี้เมื่อต้องการระบุคนหรือสิ่งที่มีระดับความดังสูงสุดในกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นสุดของ loud เติมประโยคให้สมบูรณ์: Of all the alarms, this one is ____.

ดูคำตอบ

the loudest

Emily, you try.

3:06

เอมิลี่ เธอลองสิ

I'm not too sure. น้ำเสียง/เจตนา

3:08

ฉันไม่ค่อยแน่ใจ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not too sure: แสดงความไม่แน่ใจอย่างนุ่มนวลและระมัดระวัง

I'm not too sure หมายถึง “ไม่ค่อยแน่ใจ” ผู้พูดอาจพอมีความคิดอยู่บ้างหรืออาจเต็มใจลอง แต่ยังไม่มีความมั่นใจ ในที่นี้ not too ทำให้ sure มีน้ำหนักเบาลง จึงหมายถึง “ไม่ค่อยแน่ใจ” ไม่ใช่ “ไม่ได้แน่ใจมากเกินไป” เมื่อใช้คำตอบทั้งสองแบบได้ ประโยคนี้มักฟังนุ่มนวลกว่าการตอบตรง ๆ ว่า I don't know

แบบฝึกหัด

คำตอบใดแสดงอย่างสุภาพว่าผู้พูดไม่แน่ใจ แต่ยังมีคำตอบที่คิดว่าอาจถูกต้อง?

  1. I'm not too sure, but I think the shop closes at six.
  2. I'm certain the shop closes at six.
  3. I don't care when the shop closes.
ดูคำตอบ

I'm not too sure, but I think the shop closes at six.

Please, Emily.

3:10

เถอะนะ เอมิลี่

Okay, I'll try.

3:12

โอเค ฉันจะลองดู

My goodness, that was loud.

3:18

คุณพระ นั่นเสียงดังมาก

Wow.

3:21

ว้าว

Do it again. น้ำเสียง/เจตนา

3:23

ทำอีกครั้งสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Do it again: ขอให้ทำการกระทำเดิมอีกครั้ง

Do it again เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายทำการกระทำ เสียง หรือการแสดงที่เพิ่งทำไปซ้ำอีกครั้ง Do แสดงคำสั่ง it หมายถึงการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าคืออะไร และ again หมายถึง “อีกครั้ง” ประโยคคำสั่งละประธาน you ไว้ จึงเป็นประโยคที่สั้นและตรงไปตรงมา น้ำเสียงตื่นเต้นและเป็นมิตรอาจทำให้ฟังเหมือนการให้กำลังใจ แต่หากไม่มีบริบทเช่นนั้นก็อาจฟังเหมือนการออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งสามคำที่ขึ้นต้นด้วย Do และใช้ it เพื่อนของคุณเพิ่งเล่นท่าตลก ขอให้เพื่อนทำท่าเดิมอีกครั้ง: ____!

ดูคำตอบ

Do it again

Emily is not shy anymore. ไวยากรณ์

3:30

เอมิลี่ไม่ขี้อายอีกต่อไปแล้ว

ไวยากรณ์

not ... anymore: สภาวะในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว

not ... anymore หมายถึงสภาวะหรือการกระทำที่เคยเป็นจริงมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ใน not shy anymore คำว่า not ทำให้ shy เป็นปฏิเสธ และ anymore แสดงการเปลี่ยนแปลงจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ในที่นี้ต้องเข้าใจ anymore ร่วมกับรูปปฏิเสธ โดยหมายถึง “ไม่...อีกต่อไป” ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่มากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย not ... anymore: Mia used to be nervous on stage, but she is ____.

ดูคำตอบ

not nervous anymore

Emily, would you like to play my favorite game?

3:34

เอมิลี่ เธออยากเล่นเกมโปรดของฉันไหม

What is your favorite game?

3:38

เกมโปรดของเธอคืออะไร

Jumping in muddy puddles. วลี

3:40

กระโดดเล่นในแอ่งโคลน

วลี

Jumping in muddy puddles: วลี -ing ที่ใช้เป็นชื่อกิจกรรม

Jumping in muddy puddles เป็นวลี -ing ที่ใช้ตั้งชื่อกิจกรรม ในบริบทนี้ วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนชื่อเกมหรืองานอดิเรก และใช้ตอบคำถามอย่าง What is your favourite game? ได้ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่อนุประโยค present continuous เพราะอนุประโยค present continuous ต้องมีประธานและรูปของ be เช่น She is jumping in a muddy puddle.

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า paint pictures เป็นชื่อกิจกรรมรูป -ing: My favourite rainy-day activity is ____.

ดูคำตอบ

painting pictures

That's my favorite game, too. น้ำเสียง/เจตนา

3:42

นั่นก็เป็นเกมโปรดของฉันเหมือนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

That's my favorite game, too: too ท้ายประโยคที่หมายถึง “ด้วย”

ในประโยคนี้ too หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” ผู้พูดกำลังบอกว่าตนเองชอบสิ่งเดียวกัน เป็นวิธีแสดงความสนใจที่มีร่วมกันอย่างเป็นมิตร หลังจากอีกคนพูดว่าชอบเกมนี้ ในประโยคบอกเล่า too ที่มีความหมายนี้มักอยู่ท้ายประโยค เช่น That's my favorite game, too. และเวลาเขียนมักมีเครื่องหมายจุลภาคอยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “This is my favorite game.” จงเติมคำตอบโดยใช้ too ท้ายประโยค: “That's my favorite game, ____.”

ดูคำตอบ

too

Peppa loves jumping up and down in muddy puddles. วลี

3:46

เป๊ปป้าชอบกระโดดขึ้นลงในแอ่งโคลน

วลี

jumping up and down in muddy puddles: การเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ

Jumping up and down หมายถึงการทำการเคลื่อนไหวในแนวตั้งซ้ำ ๆ คือร่างกายเคลื่อนขึ้นแล้วกลับลงมา Up and down เป็นวลีบอกทิศทางหนึ่งชุดที่อธิบายว่าเป๊ปป้ากระโดดอย่างไร ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวกัน In muddy puddles บอกว่าการกระโดดเกิดขึ้นที่ไหน รูปแบบคำกริยาบอกการเคลื่อนไหว + up and down ยังใช้บรรยายการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ ในสถานการณ์อื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึงการเคลื่อนไหวขึ้นและลงซ้ำ ๆ ให้สมบูรณ์: The children kept jumping ____ on the trampoline.

ดูคำตอบ

up and down

Emily loves jumping up and down in muddy puddles.

3:49

เอมิลี่ชอบกระโดดขึ้นลงในแอ่งโคลน

This looks like fun. วลี

3:52

นี่ดูน่าสนุกจัง

วลี

This looks like fun: บอกว่ากิจกรรมดูน่าสนุก

โครงสร้าง look like + นามวลี ใช้บอกความรู้สึกหรือการคาดคะเนจากสิ่งที่มองเห็น ใน This looks like fun. คำว่า fun เป็นคำนามที่หมายถึง “ความสนุก” หรือ “กิจกรรมที่น่าสนุก” ผู้พูดจึงกำลังบอกว่ากิจกรรมนั้นดูน่าสนุก ประโยคนี้ยังอาจแสดงว่าผู้พูดสนใจอยากเข้าร่วมหรือลองทำกิจกรรมนั้นด้วย ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนั้นดูตลกหรือแปลก

แบบฝึกหัด

คุณเห็นสนามอุปสรรคใหม่และคิดว่าน่าจะสนุกถ้าได้ลอง ประโยคใดสื่อความหมายนี้?

  1. That obstacle course looks like fun.
  2. That obstacle course looks funny.
  3. That obstacle course looks like a joke.
ดูคำตอบ

That obstacle course looks like fun.

Yippee.

3:54

ยิปปี้

Madame Gazelle loves jumping up and down in muddy puddles.

3:56

คุณครูกาเซลล์ชอบกระโดดขึ้นลงในแอ่งโคลน

Everyone loves jumping up and down in muddy puddles.

4:00

ทุกๆ คนชอบกระโดดขึ้นลงในแอ่งโคลน

Emily, have you enjoyed your first day at our playgroup? โน้ต

4:06

เอมิลี่ หนูสนุกกับวันแรกที่โรงเรียนอนุบาลของเราไหมจ๊ะ

ไวยากรณ์

Have you enjoyed ...?: ถามถึงประสบการณ์จนถึงตอนนี้

Have you enjoyed ...? ใช้ present perfect ในภาษาอังกฤษ โดยมีโครงสร้าง have + ประธาน + กริยาช่องที่สาม enjoyed ใช้ถามว่าประสบการณ์นั้นน่าพอใจหรือสนุกตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้หรือไม่ ในประโยคนี้ วันแรกใกล้จะจบแล้วแต่ยังเชื่อมโยงกับปัจจุบัน คำถามจึงถามถึงประสบการณ์โดยรวมของเอมิลีจนถึงตอนนี้ ไม่ได้ถามถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูป present perfect ของ enjoy: The workshop is still in progress. ____ the workshop so far?

ดูคำตอบ

Have you enjoyed

วลี

your first day at our playgroup? — first day at + สถาบัน

วลี your first day at our playgroup หมายถึงวันแรกของประสบการณ์ที่เอมิลีมีกับกลุ่มนี้ at แสดงว่า playgroup เป็นสถาบันหรือบริบทที่ประสบการณ์นั้นเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงจุดทางกายภาพที่เจาะจง ใช้โครงสร้าง someone's first day at + institution เพื่อพูดถึงวันแรกของคนคนหนึ่งที่โรงเรียน ที่ทำงาน ชมรม หรือสถานที่ลักษณะเดียวกัน เช่น my first day at school

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นวันแรกของบุคคลหนึ่งในฐานะนักเรียนที่โรงเรียนใหม่

  1. Today is the first day of the school holiday.
  2. Today Lena is standing outside her new school.
  3. Today is Lena's first day at her new school.
ดูคำตอบ

Today is Lena's first day at her new school.

Yes, Madame Gazelle.

4:10

สนุกค่ะ คุณครูกาเซลล์

And I see you've made lots of new friends. วลี

4:11

และครูเห็นว่าหนูได้เพื่อนใหม่เยอะแยะเลย

วลี

made lots of new friends. — กลุ่มคำ make friends

Make friends เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันแบบตายตัว หมายถึงการได้เป็นเพื่อนกับผู้อื่น ใน made lots of new friends คำว่า made ไม่ได้หมายถึงสร้างสิ่งของ แต่หมายถึงการสร้างมิตรภาพใหม่จำนวนมาก ในที่นี้ made ตามหลัง you've (you have) จึงเป็น present perfect และแสดงว่าการได้เพื่อนใหม่เป็นผลที่เห็นได้ในตอนนี้ Lots of หมายถึงจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Priya ได้เป็นเพื่อนกับคนจำนวนมากที่ค่าย

  1. Priya made lots of new friends at camp.
  2. Priya met lots of people at camp.
  3. Priya visited lots of friends at camp.
ดูคำตอบ

Priya made lots of new friends at camp.

Yes.

4:15

ใช่ค่ะ

Emily Elephant is my friend.

4:17

เอมิลี่ เอเลเฟนต์เป็นเพื่อนของหนู

And Emily's my friend.

4:21

และเอมิลี่ก็เป็นเพื่อนของหนู

And mine. ไวยากรณ์

4:22

และของผม

ไวยากรณ์

And mine: ใช้ mine เพื่อเลี่ยงการพูดซ้ำ

ในคำตอบนี้ mine ใช้แทน my friend เพราะมีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นเพื่อนไว้แล้ว And mine. หมายถึง “เอมิลีเป็นเพื่อนของฉันด้วย” ไม่ได้หมายความว่าเอมิลีเป็นสิ่งที่ผู้พูดครอบครอง mine เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ จึงใช้เดี่ยว ๆ ได้ ส่วน my เป็นคำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของและต้องมีคำนามตามหลัง เช่น my friend คำว่า And เชื่อมข้อความที่ตรงกันของผู้พูดคนใหม่เข้ากับข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบของ B ด้วยสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน my friend A: Emily is my friend. B: And ____.

ดูคำตอบ

mine

And mine.

4:23

และของผม

And mine.

4:24

และของหนู

And mine.

4:25

และของผม

Emily, who do you like best? วลี

4:26

เอมิลี่ เธอชอบใครมากที่สุด

วลี

Who do you like best?: ถามว่าชอบใครมากที่สุด

Who do you like best? ใช้ถามว่าผู้ฟังชอบใครมากที่สุดในกลุ่มที่ชัดเจนจากบทสนทนา ใน like best คำว่า best แสดงระดับความชอบสูงสุด ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นทำบางสิ่งได้ดีที่สุด โครงสร้างคือ Who + do + ประธาน + like best? ในที่นี้ who เป็นกรรมของ like หากถามเกี่ยวกับสิ่งของ สามารถใช้ what หรือ which one แทน who ได้

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดถึงตัวละครในเรื่องสี่ตัว คำถามใดถามว่าผู้ฟังชอบตัวละครใดมากที่สุดจากทั้งสี่ตัว?

  1. Who do you like better, Leo or Maya?
  2. Who likes you best?
  3. Who do you know best?
  4. Who do you like best?
ดูคำตอบ

Who do you like best?

Um, I like Suzy, and Danny,

4:29

เอ่อ ฉันชอบซูซี่ และแดนนี่

and Zoe, and Rebecca,

4:32

และโซอี้ และรีเบคก้า

and Pedro, and Peppa.

4:35

และเปโดร และเป๊ปป้า