Faceytalk | ตอนเต็ม - ซีซั่น 3 | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
808 คำ 167 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างวิดีโอคอลของครอบครัว Muffin ไม่ยอมแบ่งกันใช้ส่วนควบคุมการวาดรูป หยิบโทรศัพท์ของพ่อแล้ววิ่งหนี พ่อแม่ขัดแย้งกันเรื่องวิธีจัดการพฤติกรรมของลูก ก่อนจะหันมาร่วมมือกัน และเรื่องจบด้วยการย้ำผลที่ตามมาจากการไม่ยอมผลัดกันเล่น ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. Can I have a turn — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วิธีขอโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องแบ่งกันทำอย่างเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ turn หมายถึงโอกาสหรือลำดับที่จัดไว้ให้แต่ละคน จึงเป็นสำนวนที่เหมาะกว่าการแปลตรงตัวว่าขอ “มีเวลา” วาดรูปได้ไหม 2. I would urgently advise you to stop right now. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตได้ว่าประโยคแนะนำที่ฟังเป็นทางการมากสามารถทำหน้าที่เป็นคำสั่งให้หยุดอย่างเด็ดขาดได้ ความต่างระหว่างถ้อยคำที่ดูสุภาพกับสถานการณ์ไล่ตามอันเร่งด่วนสร้างอารมณ์ขัน พร้อมทั้งบอกว่าคำเตือนรุนแรงขึ้นแล้ว 3. Because we know what happens when you hog. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการนำคำเตือนช่วงต้นกลับมาใช้ในตอนจบเพื่อเชื่อมโยงเรื่องเข้าหากัน การซ้ำนี้ช่วยปิดเรื่อง ย้ำบทเรียนเรื่องการแบ่งปัน และสร้างความขบขัน เพราะตอนนี้ตัวละครรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วว่าการยึดสิ่งหนึ่งไว้คนเดียวอาจนำไปสู่อะไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Mum,

0:26

แม่

can we do Faceytalk with Muffin and Socks?

0:26

เราเฟซทอล์คกับมัฟฟินและซ็อกส์ได้ไหมคะ?

Uh Please.

0:29

อ่า นะคะ

Yeah,

0:31

ได้สิ

that's fine.

0:32

เอาสิ

But no hogging the little Facey Face thing, การใช้คำ

0:34

แต่ห้ามแย่งกันเล่นเฟซทอล์คนะ

okay?

0:36

โอเคไหม?

การใช้คำ

no hogging: ห้ามยึดของส่วนรวมไว้คนเดียว

ตรงนี้ hog เป็นคำกริยา หมายถึงเก็บหรือยึดบางสิ่งไว้กับตัวมากเกินไปจนคนอื่นไม่ได้ใช้หรือเพลิดเพลินกับสิ่งนั้นอย่างเป็นธรรม No hogging เป็นกฎสั้น ๆ ที่หมายถึง “ห้ามยึดไว้คนเดียว” สิ่งนั้นอาจเป็นของหรือทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน เช่น อุปกรณ์ ที่นั่ง อาหาร เวลา หรือความสนใจ ใจความสำคัญคือการเอาเกินส่วนของตัวเองอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ได้หมายถึงสัตว์ที่เรียกว่า hog

แบบฝึกหัด

ใน “No hogging the charger; everyone needs it.” คำว่า hogging หมายถึงอะไร

  1. ยึดที่ชาร์จส่วนรวมไว้ใช้คนเดียวนานเกินไป
  2. เก็บที่ชาร์จหลังจากทุกคนใช้เสร็จแล้ว
  3. วาดรูปหมูบนที่ชาร์จ
ดูคำตอบ

ยึดที่ชาร์จส่วนรวมไว้ใช้คนเดียวนานเกินไป

Bluey,

0:37

บลูอี้

I'm talking to you. น้ำเสียง/เจตนา

0:38

แม่พูดกับลูกอยู่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

“I'm talking to you.”: การเรียกให้สนใจโดยตรง

ในบริบทนี้ I'm talking to you ไม่ได้เพียงบรรยายว่าการสนทนากำลังดำเนินอยู่ หลังจากเรียกชื่อ Bluey ผู้พูดใช้ประโยคนี้เพื่อย้ำว่าคำเตือนนั้นพูดกับ Bluey โดยตรง และ Bluey ต้องตั้งใจฟัง ในทางไวยากรณ์ ประโยคนี้เป็นรูป present continuous แต่หน้าที่ในการสนทนาคือเรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่ายโดยตรง และมักมีน้ำเสียงแก้พฤติกรรมหรือไม่พอใจอยู่ด้วย

แบบฝึกหัด

Maya ยังคงมองโทรศัพท์อยู่ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Maya, I'm talking to you”

  1. อธิบายว่า Maya เริ่มการสนทนาอย่างเป็นมิตร
  2. เรียกร้องความสนใจจาก Maya โดยตรง
  3. แนะนำ Maya ให้รู้จักกับอีกคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

เรียกร้องความสนใจจาก Maya โดยตรง

Yes,

0:39

ค่ะ

Mum.

0:39

แม่

No hogging.

0:40

ไม่แย่งกันค่ะ

Because you know what happens when you hog, น้ำเสียง/เจตนา

0:41

เพราะลูกรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าแย่งกัน

don't you?

0:43

ใช่ไหมจ๊ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Because you know what happens ..., don't you? ในฐานะคำเตือน

ในส่วน you know what happens when you hog ผู้พูดถือว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าการเอาทุกอย่างไว้คนเดียวจะมีผลอย่างไร ส่วนคำถามพ่วงท้าย don't you? ดูเหมือนขอให้ยืนยัน แต่จริง ๆ คาดหวังอย่างมากให้อีกฝ่ายเห็นด้วย ไม่ได้ถามเพื่อขอข้อมูลใหม่ Because นำความรู้ร่วมกันนี้มาเป็นเหตุผลของสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งกล่าวไป โครงสร้างทั้งหมดจึงใช้เตือนโดยให้อีกฝ่ายยอมรับกฎหรือผลที่รู้อยู่แล้ว แม้จะไม่ตรงเท่าการประกาศบทลงโทษ แต่ก็ยังสร้างแรงกดดัน

แบบฝึกหัด

don't you? มีผลหลักอย่างไรในประโยคนี้

  1. กดดันให้ผู้ฟังยืนยันผลที่คาดว่ารู้อยู่แล้ว
  2. อนุญาตให้ผู้ฟังเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว
  3. ถามอย่างเป็นกลางถึงผลที่ผู้พูดไม่รู้
ดูคำตอบ

กดดันให้ผู้ฟังยืนยันผลที่คาดว่ารู้อยู่แล้ว

Yes,

0:43

ใช่ค่ะ

we know what happens when you hog.

0:44

เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราแย่งกัน

Wait,

0:47

เดี๋ยวนะ

do we?

0:47

เรารู้เหรอ?

Hi.

0:48

หวัดดี

Hi,

0:49

หวัดดี

Muffin.

0:49

มัฟฟิน

Hi.

0:50

หวัดดี

Uh Socks,

0:50

เอ่อ ซ็อกส์

stop hogging.

0:51

เลิกแย่งได้แล้ว

This episode of Bluey is called Faceytalk. ลำดับความ

0:53

Bluey ตอนนี้ชื่อว่า Faceytalk

ลำดับความ

ใช้ This episode of ... is called ... เพื่อแนะนำชื่อเรื่อง

รูปแบบ This episode of [show] is called [title] จะระบุก่อนว่าเป็นเนื้อหาส่วนใด แล้วจึงบอกชื่อเรื่อง การวางชื่อเรื่องไว้หลัง is called ทำให้คำเกริ่นเปิดเรื่องไล่ข้อมูลอย่างชัดเจนจากชื่อซีรีส์ไปยังชื่อตอน called ในที่นี้หมายถึงมีชื่อหรือมีชื่อเรื่อง ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ การจัดข้อมูลแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับเรื่องเล่า บทความ บท หนังสือเรียน หรือสิ่งอื่นที่มีชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมคำประกาศชื่อเรื่องด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: This chapter of the guide ____ Getting Started.

ดูคำตอบ

is called

Can I have a turn doing the drawing yet, วลี

0:59

ตาฉันวาดรูปหรือยัง

Bluey?

1:01

บลูอี้?

วลี

Can I have a turn ...?: ขอถึงตาของตัวเอง

Can I have a turn...? เป็นวิธีพูดตามธรรมชาติเพื่อขอโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องผลัดกันทำ ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการโอกาสวาดรูป ส่วน turn เป็นคำนามที่หมายถึงตาหรือโอกาสของคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการหมุนเป็นวงกลม หลังโครงสร้างนี้สามารถตามด้วย doing something หรือ with something เพื่อบอกกิจกรรมหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน ใช้ได้เมื่อหลายคนเข้าร่วมกิจกรรมตามลำดับ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังรอใช้กล้องที่ทุกคนใช้ร่วมกัน ประโยคใดเป็นการขอถึงตาของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Can I turn the camera having?
  2. Can I have some time using the camera?
  3. Can I have a turn using the camera?
ดูคำตอบ

Can I have a turn using the camera?

Um yes,

1:01

อืม ได้สิ

but can I just finish this? น้ำเสียง/เจตนา

1:02

แต่ขอฉันวาดตรงนี้ให้เสร็จก่อนได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

but can I just finish this?:ขอทำสิ่งนี้ให้เสร็จก่อน

but can I just finish this? เป็นการยอมรับคำขอของอีกฝ่าย แล้วเสริมคำขอเล็ก ๆ ของตัวเองเข้าไป Can I ...? ใช้ขออนุญาต ส่วน just จำกัดคำขอให้เหลือเพียงการทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้เสร็จ ในที่นี้ this หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดกำลังทำอยู่ ประโยคนี้ใช้ขอทำงานตรงหน้าให้เสร็จก่อนจะส่งของให้หรือไปต่อในขั้นถัดไป ส่วน just ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพิ่ง”

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์นี้ "Yes, but can I just finish this?" หมายความว่าอย่างไร

  1. The speaker agrees but asks to complete the current task first.
  2. The speaker says the task was completed recently.
  3. The speaker refuses to do the task at all.
ดูคำตอบ

The speaker agrees but asks to complete the current task first.

Cool.

1:04

เจ๋งเลย

Muffin,

1:05

มัฟฟิน

it's my turn.

1:06

ตาฉันแล้ว

Not yet.

1:07

ยังไม่ถึง

Muffin.

1:08

มัฟฟิน

Hi,

1:09

หวัดดีจ้ะ

girls.

1:10

สาวๆ

Hi,

1:10

หวัดดีค่ะ

Aunt Trixie.

1:11

อาทริกซี่

Muffles,

1:12

มัฟเฟิลส์

make sure you give Socks a go drawing the silly stuff, วลี

1:12

อย่าลืมให้ซ็อกส์ได้วาดรูปอะไรขำๆ บ้างนะ

okay?

1:15

โอเคไหม?

วลี

make sure you give Socks a go: ให้ใครสักคนได้คิว

Make sure you ... ทำให้ผู้ฟังมีหน้าที่ต้องดูให้แน่ใจว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวเปลี่ยนความต้องการของผู้พูดให้เป็นคำสั่งที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไป give someone a go หมายถึงให้คนนั้นได้ลองหรือได้คิว Socks คือคนที่ได้รับโอกาส และ drawing the silly stuff ระบุกิจกรรมที่จะลอง ส่วน go ในที่นี้หมายถึงคิวหรือการลองหนึ่งครั้ง ไม่ใช่การเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ใช้ give someone a go เติมคำสั่งนี้ให้สมบูรณ์ Ben เป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้ลองแท็บเล็ตวาดรูปเครื่องใหม่: Make sure you ____.

ดูคำตอบ

give Ben a go

But I'm not finished.

1:15

แต่หนูยังวาดไม่เสร็จเลย

Muffin.

1:17

มัฟฟิน

Socks,

1:18

ซ็อกส์

get off. กริยาวลี

1:18

ออกไปเลย

กริยาวลี

get off: ออกจากหรือหยุดใช้บางสิ่ง

Get off หมายถึงออกจากสิ่งที่กำลังอยู่บนสิ่งนั้น หรือหยุดใช้หรือครอบครองสิ่งนั้น ในคำสั่งสั้น ๆ นี้ มีการละสิ่งที่ควรตามหลัง off เพราะคาดว่าสถานการณ์ที่มองเห็นอยู่จะทำให้รู้ว่าหมายถึงอะไร Off เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของวลีนี้ Get เพียงคำเดียวไม่ได้สื่อความหมายเดียวกันว่าให้ออกไปหรือสละที่

แบบฝึกหัด

ยังต้องใช้คอมพิวเตอร์ส่วนกลางต่อ แต่เวลาของ Mia หมดแล้ว คำขอใดชัดเจนและสุภาพที่สุดเพื่อให้เธอหยุดใช้?

  1. Please get on the computer.
  2. Please turn off the computer.
  3. Please get off the computer.
ดูคำตอบ

Please get off the computer.

Girls,

1:19

สาวๆ

I can't do this right now. น้ำเสียง/เจตนา

1:20

แม่จัดการตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I can't do this right now: กำหนดขอบเขตชั่วคราว

I can't do this right now หมายความว่าผู้พูดไม่มีเวลา พลังงาน หรือความพร้อมที่จะจัดการสถานการณ์ในขณะนี้ this อาจหมายถึงคำขอ ปัญหา หรือบทสนทนาทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น right now จำกัดการปฏิเสธไว้ที่เวลาปัจจุบัน จึงเป็นการกำหนดขอบเขตชั่วคราว และตัวประโยคเองไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะไม่มีวันทำเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

ตอนนี้คุณยุ่งเกินกว่าจะจัดการปัญหาหนึ่งได้ แต่อาจช่วยได้ในภายหลัง ประโยคใดกำหนดขอบเขตชั่วคราวนี้ได้ดีที่สุด?

  1. I can't help with this at all.
  2. I finished this a moment ago.
  3. I can't do this right now.
ดูคำตอบ

I can't do this right now.

I've got somewhere I need to be. วลี

1:21

แม่มีธุระต้องไปทำ

วลี

I've got somewhere I need to be: บอกเหตุผลที่ต้องออกไป

ในประโยคนี้ I've got หมายถึง I have ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับสิ่งของบางอย่าง ส่วน somewhere I need to be หมายถึงสถานที่ที่ไม่ได้ระบุชัด ซึ่งมีคนคาดหวังให้ผู้พูดไปอยู่ที่นั่น หรือผู้พูดมีเหตุผลที่ต้องไป ทั้งประโยคเป็นเหตุผลที่เป็นธรรมชาติสำหรับการออกไปหรือไม่อยู่ต่อ โดยไม่เปิดเผยจุดหมาย แต่สื่อว่ามีนัด หน้าที่ หรือแผนอื่น

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดว่า "I've got somewhere I need to be" ผู้พูดมักกำลังสื่ออะไร?

  1. ผู้พูดมีสถานที่อื่นหรือนัดหมายที่ต้องไป
  2. ผู้พูดเพิ่งได้วัตถุที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมา
  3. ผู้พูดวางแผนจะอยู่ที่เดิมตลอดทั้งวัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดมีสถานที่อื่นหรือนัดหมายที่ต้องไป

I can handle it. วลี

1:24

ผมจัดการเอง

วลี

can handle it: สามารถจัดการสถานการณ์ได้

ใน can handle it คำว่า handle หมายถึง “จัดการหรือรับมือได้สำเร็จ” ไม่ใช่ “จับสิ่งของตรงที่จับ” ส่วนสรรพนาม it อาจหมายถึงงาน ปัญหา ความกดดัน หรือสถานการณ์ทั้งหมด I can handle it ใช้ได้ทั้งเมื่อต้องการอาสารับผิดชอบ และเมื่อต้องการทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าไม่ต้องช่วยเพิ่ม

แบบฝึกหัด

คำตอบใดทำให้เพื่อนร่วมทีมสบายใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยบอกว่าคุณจัดการสถานการณ์ทั้งหมดได้?

  1. Thanks, but I can describe it.
  2. Thanks, but I can handle it.
  3. Thanks, but I can postpone it.
ดูคำตอบ

Thanks, but I can handle it.

Uh are you sure?

1:26

เอ่อ คุณแน่ใจเหรอ?

Yeah,

1:28

ใช่

I've got it covered. สำนวน

1:28

ผมจัดการได้

สำนวน

I've got it covered: รับผิดชอบและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ

I've got it covered เป็นคำรับรองเชิงสำนวนที่หมายถึง “ฉันรับผิดชอบเรื่องนี้และควบคุมสถานการณ์ได้” ในที่นี้ it หมายถึงงานหรือสถานการณ์ ส่วน covered ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดถูกปิดคลุมอยู่จริง ๆ วลีนี้บอกผู้ฟังว่าไม่ต้องกังวลหรือเข้ามาช่วย ความหมายมากกว่าเพียงการบอกว่ามีความสามารถ เพราะผู้พูดแสดงว่าเรื่องนั้นมีคนรับผิดชอบแล้วหรืออยู่ในการควบคุมอย่างมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานเสนอจะช่วยเรื่องการจอง แต่คุณเตรียมทุกอย่างไว้แล้วและกำลังรับผิดชอบเรื่องนี้ ควรตอบว่าอย่างไรดีที่สุด?

  1. I can handle it.
  2. I've got it covered.
  3. I'm on it.
ดูคำตอบ

I've got it covered.

Kids,

1:29

เด็กๆ

you better share that thing or I'm switching it off. โน้ต

1:29

แบ่งกันเล่นดีๆ นะ ไม่งั้นพ่อจะปิดเครื่องแล้ว

ไวยากรณ์

you better ... or ...: คำเตือนที่หนักแน่นพร้อมผลที่จะตามมา

you better + กริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปภาษาพูดไม่เป็นทางการของ you had better + กริยารูปพื้นฐาน ใช้สั่งหรือเตือนอย่างหนักแน่น ไม่ใช่คำแนะนำแบบนุ่มนวล ในรูปแบบ you better ... or ... คำว่า or นำไปสู่ผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำตาม ในประโยคนี้ ส่วนแรกสั่งให้เด็ก ๆ แบ่งกันใช้ และส่วนหลังบอกว่าถ้าไม่ทำ ผู้พูดจะปิดอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษ “You better put the phone away, or I'm taking it.” ทำหน้าที่อะไร?

  1. ให้คำแนะนำอย่างสุภาพโดยไม่บอกผลที่จะตามมา
  2. เป็นคำสั่งที่หนักแน่นและบอกผลของการไม่ทำตาม
  3. เสนอทางเลือกสองอย่างที่ยอมรับได้เท่า ๆ กัน
ดูคำตอบ

เป็นคำสั่งที่หนักแน่นและบอกผลของการไม่ทำตาม

กริยาวลี

switch it off: กริยาวลีที่แยกได้และตำแหน่งของคำสรรพนาม

switch something off หมายถึงทำให้อุปกรณ์ ไฟ เครื่องจักร หรือฟังก์ชันอิเล็กทรอนิกส์หยุดทำงาน คำว่า off แสดงสภาพผลลัพธ์ว่า “ไม่ทำงาน” switch off เป็นกริยาวลีที่แยกได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง switch the television off และ switch off the television แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง คือ switch it off ไม่ใช่ switch off it ใน I'm switching it off รูป present progressive ทำให้การกระทำที่ใช้ขู่ฟังดูว่าจะเกิดขึ้นทันที

แบบฝึกหัด

The television is too loud. เติมประโยคโดยใช้ switch ... off กับคำสรรพนาม it: Please ____.

ดูคำตอบ

switch it off

What?

1:32

อะไรนะคะ?

Woah.

1:32

ว้าว

Okay,

1:33

โอเค

maybe not off,

1:34

อาจจะไม่ปิด

but look, I'll handle it.

1:35

แต่ดูนะ ผมจัดการเอง

No,

1:36

ไม่

I can do it.

1:37

ผมทำได้

You go do your thing. วลี

1:37

คุณไปทำธุระของคุณเถอะ

วลี

You go do your thing.:ไปทำธุระของตัวเอง

do your thing เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงทำกิจกรรม งาน หรือแผนส่วนตัวที่เป็นเรื่องของตนเอง ในที่นี้ thing ใช้ในความหมายกว้างโดยตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้ เมื่อมี go อยู่ข้างหน้า You go do your thing จะเป็นการอนุญาตหรือสนับสนุนให้อีกฝ่ายออกไปจัดการเรื่องนั้น โครงสร้างตรงแบบ go + กริยารูปพื้นฐานพบได้บ่อยในภาษาพูดแบบสบาย ๆ และโดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติชอาจพูดว่า go and do your thing ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใน You go do your thing. คำว่า your thing หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. กิจกรรมหรือแผนส่วนตัวของตนเอง
  2. สิ่งของชิ้นหนึ่งที่เป็นของตนเอง
  3. ทุกอย่างต้องหยุดลงทันที
ดูคำตอบ

กิจกรรมหรือแผนส่วนตัวของตนเอง

Well,

1:38

อืม

okay,

1:39

โอเค

if you're sure.

1:40

ถ้าคุณแน่ใจนะ

Right,

1:42

เอาล่ะ

I'm setting the timer on my phone. วลี

1:42

พ่อจะตั้งเวลาในโทรศัพท์

วลี

I'm setting the timer on my phone.:กำลังตั้งเวลาบนโทรศัพท์

Set a timer หมายถึงตั้งโปรแกรมตัวจับเวลาให้นับถอยหลังตามช่วงเวลาที่กำหนด set ในที่นี้หมายถึงเลือกหรือป้อนการตั้งค่า ไม่ใช่วางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง ส่วน on my phone ระบุว่าใช้อุปกรณ์หรือแอปในโทรศัพท์ The timer ใช้ the เพราะหมายถึงตัวจับเวลาเฉพาะที่เกี่ยวข้องอยู่ในบทสนทนา หากกล่าวถึงตัวจับเวลาใหม่เป็นครั้งแรก ให้ใช้ a timer และมักตามด้วย for + ระยะเวลา เช่น I'm setting a timer for ten minutes.

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ set a timer เติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm ____ on my phone for ten minutes.

ดูคำตอบ

setting a timer

When it goes off, กริยาวลี

1:44

ถ้าเสียงเตือนดัง

it's Socks's turn,

1:45

ก็ถึงตาของซ็อกส์แล้ว

กริยาวลี

When it goes off: เมื่อตัวจับเวลาดังขึ้น

เมื่อประธานเป็นตัวจับเวลา นาฬิกาปลุก หรืออุปกรณ์ที่คล้ายกัน go off หมายถึง “เริ่มส่งเสียงเตือน” ในที่นี้ it หมายถึงตัวจับเวลา ไม่ได้หมายความว่าตัวจับเวลาเดินจากไปหรือระเบิด When it goes off เป็นอนุประโยคบอกเวลา ซึ่งกำหนดว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้นเมื่อใด กล่าวคือ ทันทีที่ตัวจับเวลาดังขึ้น ก็ถึงตาของ Socks

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านาฬิกาปลุกเริ่มดังตอนหกโมง?

  1. The alarm stays off until six.
  2. I turn the alarm off at six.
  3. The alarm goes off at six.
ดูคำตอบ

The alarm goes off at six.

okay,

1:46

โอเคไหม

Muffin?

1:46

มัฟฟิน?

Uh I'll take that as a yes. น้ำเสียง/เจตนา

1:47

อืม ถือว่าตกลงก็แล้วกัน

น้ำเสียง/เจตนา

I'll take that as a yes: ถือว่าปฏิกิริยาคือการยินยอม

ในโครงสร้าง take X as Y คำว่า take หมายถึง “ตีความหรือถือว่า X เป็น Y” ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของจริง ๆ ส่วน that หมายถึงคำตอบหรือปฏิกิริยาของอีกฝ่าย และ a yes หมายถึงการยินยอม I'll take that as a yes. หมายความว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูด yes อย่างชัดเจน แต่ผู้พูดเลือกที่จะถือว่าปฏิกิริยานั้นคือการยินยอมแล้วดำเนินการต่อ ประโยคนี้อาจฟังดูขี้เล่น แต่ก็อาจฟังเหมือนผู้พูดตัดสินใจแทนอีกฝ่ายได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานไม่ตอบเมื่อคุณถามว่าสามารถโพสต์รูปของเขาได้หรือไม่ คุณพูดว่า I'll take that as a yes. แล้วโพสต์รูป การทำเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

I'll just draw some clouds.

1:52

ฉันจะวาดก้อนเมฆบ้าง

Ooh,

1:55

อู้

nice clouds.

1:55

เมฆสวยดีนะ

Okay,

1:58

เอาล่ะ

Muffin.

1:58

มัฟฟิน

There's the timer.

1:59

เวลาหมดแล้ว

Socks's turn now.

2:00

ตาซ็อกส์แล้ว

Yay.

2:01

เย้

I have to finish my cowboy hat.

2:02

หนูต้องวาดหมวกคาวบอยให้เสร็จก่อน

Oh.

2:04

โอ้

No,

2:05

ไม่ได้

you don't have to finish your cowboy hat. ไวยากรณ์

2:05

ลูกไม่ต้องวาดหมวกคาวบอยให้เสร็จหรอก

ไวยากรณ์

don't have to: ไม่จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่ห้ามทำ

don't have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่มีหน้าที่หรือความจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ การทำหมวกคาวบอยให้เสร็จไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น แต่ถ้าต้องการก็ยังทำให้เสร็จได้ คำปฏิเสธใช้กับ have to จึงเป็นการยกเลิกข้อบังคับ ไม่ได้สร้างกฎห้ามทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

You don't have to bring a notebook หมายความว่าอย่างไร?

  1. ต้องนำสมุดมาด้วย
  2. การนำสมุดมาด้วยเป็นทางเลือก
  3. ไม่ได้รับอนุญาตให้นำสมุดมาด้วย
ดูคำตอบ

การนำสมุดมาด้วยเป็นทางเลือก

You have to give Socks a turn.

2:07

ลูกต้องให้ซ็อกส์เล่นบ้าง

But I want to finish my cowboy hat.

2:09

แต่หนูอยากวาดหมวกคาวบอยให้เสร็จ

Muffin.

2:12

มัฟฟิน

Muffin Heeler,

2:15

มัฟฟิน ฮีลเลอร์

give your sister a turn now.

2:16

ให้น้องเล่นเดี๋ยวนี้เลย

But I want to draw a cowboy hat.

2:17

แต่หนูอยากวาดหมวกคาวบอย

Just give her a turn,

2:20

ให้น้องเล่นบ้าง

Muffin.

2:21

มัฟฟิน

No.

2:21

ไม่

Muffin Cupcake Heeler.

2:22

มัฟฟิน คัพเค้ก ฮีลเลอร์

Cowboy hat.

2:24

หมวกคาวบอย

If you say cowboy hat one more time, ไวยากรณ์

2:25

ถ้าลูกพูดคำว่าหมวกคาวบอยอีกครั้งเดียว

you'll be in timeout วัฒนธรรม

2:27

ลูกจะต้องโดนทำโทษเข้ามุม

ไวยากรณ์

If ... one more time, you'll ...: การเตือนเป็นครั้งสุดท้าย

If you ... one more time, you'll ... เป็นคำเตือนแบบมีเงื่อนไข หมายความว่าหากทำพฤติกรรมที่ระบุซ้ำอีกเป็นครั้งถัดไป ก็จะเกิดผลตามที่บอกไว้ ดังนั้น one more time ในที่นี้จึงมีน้ำหนักว่าเป็นโอกาสสุดท้าย อนุประโยค if ใช้ present simple เพื่อบอกพฤติกรรม และอนุประโยคผลลัพธ์ใช้ will เพื่อบอกผลที่จะตามมา: If you do X one more time, you'll face Y. ในประโยคนี้ be in timeout เป็นคำที่ใช้ในการดูแลเด็ก หมายถึงให้เด็กออกจากกิจกรรมชั่วคราวเพื่อเป็นผลจากการทำผิดกติกา

แบบฝึกหัด

ครูขอให้ห้องเรียนเงียบมาแล้วสองครั้ง ประโยคใดเป็นคำเตือนสุดท้ายที่ชัดเจนว่าหากขัดจังหวะอีกครั้งจะมีผลตามมาอย่างแน่นอน?

  1. Because you interrupted one more time, you'll have to move to another seat.
  2. If you interrupt one more time, you might have to move to another seat.
  3. If you interrupt one more time, you'll have to move to another seat.
ดูคำตอบ

If you interrupt one more time, you'll have to move to another seat.

วัฒนธรรม

you'll be in timeout: หนูจะต้องไปนั่งสงบสติอารมณ์

ในประโยคนี้ you'll be in timeout หมายถึง เด็กต้องหยุดสิ่งที่กำลังทำ แล้วไปอยู่เงียบ ๆ สักพักเพื่อเป็นการลงโทษ timeout ในที่นี้เป็นคำที่ใช้ในการอบรมเด็ก ไม่ใช่การขอเวลานอกในการแข่งขันกีฬา โครงสร้าง If ... one more time ตั้งเงื่อนไขว่า ถ้าเด็กพูดหรือทำซ้ำอีกครั้ง ผลที่ตามมาคือการถูกทำ timeout ผู้พูดกำลังเตือนว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ชวนให้ต่อรอง

แบบฝึกหัด

ในบริบทการอบรมเด็ก you'll be in timeout กำลังบอกเด็กว่าอย่างไร

  1. หนูจะได้เวลาเล่นเพิ่ม
  2. หนูต้องหยุดกิจกรรมและนั่งเงียบ ๆ สักพัก
  3. หนูจะหยุดการแข่งขันกีฬาไว้ชั่วคราว
ดูคำตอบ

หนูต้องหยุดกิจกรรมและนั่งเงียบ ๆ สักพัก

Cowboy hat.

2:29

หมวกคาวบอย

Okay,

2:32

โอเค

that's it. น้ำเสียง/เจตนา

2:33

พอแค่นี้แหละ

น้ำเสียง/เจตนา

that's it.: พอแล้ว ถึงตรงนี้พอ

ในที่นี้ Okay, that's it. หมายถึง “พอแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้” เป็นการบอกว่าผู้พูดหมดความอดทนแล้ว และมักจะตามด้วยการลงโทษหรือการตัดสินใจอย่างชัดเจน That's it ยังมีความหมายอื่นได้ เช่น ใช้ชี้สิ่งที่ถูกต้องในความหมายว่า “ใช่ นั่นแหละ” หรือบอกว่าไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้ว แต่ในประโยคนี้ บริบทที่กำลังขัดแย้งกันและน้ำเสียงหนักแน่นทำให้รู้ว่าหมายถึง “พอแล้ว”

แบบฝึกหัด

ในการโต้เถียง Okay, that's it. น่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
  2. ผู้พูดทนไม่ไหวแล้วและกำลังจะจบสถานการณ์
  3. ผู้พูดกำลังชี้สิ่งของชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ

ผู้พูดทนไม่ไหวแล้วและกำลังจะจบสถานการณ์

You're going to timeout

2:34

ลูกต้องไปเข้ามุม

Oh boy.

2:38

ตายละ

Bye,

2:38

บาย,

Muffin.

2:39

มัฟฟิน

Muffin,

2:39

มัฟฟิน

stop wriggling.

2:40

หยุดดิ้นได้แล้ว

There.

2:42

เอาล่ะ

Now,

2:42

ทีนี้

you have a good think about it, วลี

2:43

ก็คิดทบทวนดูให้ดีๆ นะ

young lady.

2:44

แม่หนู

วลี

you have a good think about it: คำสั่งชัดเจนให้ทบทวนให้ดี

ใน you have a good think about it คำว่า think เป็นคำนาม โดย have a think หมายถึง “ใช้เวลาคิดสักหน่อย” ส่วน good เพิ่มความหมายว่าควรคิดอย่างรอบคอบและจริงจัง การระบุประธาน you อย่างชัดเจนทำให้ประโยคนี้ฟังเหมือนคำสั่งที่เจาะจงไปยังอีกฝ่าย ไม่ใช่เพียงคำแนะนำสบาย ๆ ในที่นี้ ผู้ฟังกำลังถูกบอกให้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นหรือพฤติกรรมของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งที่หนักแน่นให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างที่เน้นในบทเรียนนี้: Before you answer, ____.

ดูคำตอบ

you have a good think about it

No,

2:45

ไม่

I don't want to.

2:45

หนูไม่อยากคิด

I'm sorry, น้ำเสียง/เจตนา

2:48

ขอโทษนะ

girls,

2:49

สาวๆ

but Muffin was hogging,

2:49

แต่มัฟฟินเอาแต่ใจ

so she can't do your Facey Call thing anymore.

2:50

พี่เขาเลยเล่นเฟซคอลต่อไม่ได้แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry, ..., but...: เกริ่นเพื่อลดความตรงของข่าวที่น่าผิดหวัง

I'm sorry, girls, but... เริ่มด้วยการแสดงความเห็นใจหรือความเสียใจก่อนบอกข่าวที่ผู้ฟังอาจไม่ชอบ sorry ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการยอมรับว่าตัวเองทำผิด แต่อาจหมายถึง “ฉันเสียใจที่เรื่องนี้ทำให้ผิดหวัง” girls เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรงที่แทรกอยู่ในโครงสร้าง I'm sorry, but.... คำเกริ่นนี้ทำให้ข้อความฟังนุ่มนวลลง แต่ไม่ได้ยกเลิกหรือลดความหนักแน่นของข้อจำกัดที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ I'm sorry, but... เพื่อทำให้ข่าวที่น่าผิดหวังฟังนุ่มนวลลง แทนที่จะยอมรับว่าตัวเองทำผิด?

  1. I'm sorry that I forgot your birthday.
  2. I'm sorry for spilling juice on your book.
  3. I'm sorry, but the pool is closed this afternoon.
ดูคำตอบ

I'm sorry, but the pool is closed this afternoon.

Okay,

2:53

โอเคค่ะ

Uncle Stripe.

2:53

อาสไตรป์

She needs to learn that other people have...

2:54

เขาต้องเรียนรู้ว่าคนอื่นๆ ก็มี...

What the... สำนวน

2:57

อะไรเนี่ย...

สำนวน

What the...: คำอุทานที่หยุดกลางคัน

What the... เป็นคำอุทานที่จงใจพูดไม่จบ ผู้พูดเริ่มต้นสำนวนที่รุนแรงกว่า แต่หยุดก่อนคำสุดท้าย เพื่อแสดงความตกใจ สับสน หรือหงุดหงิดอย่างฉับพลัน การหยุดกลางคันเป็นส่วนหนึ่งของความหมาย ไม่ใช่ประโยคที่ขาดหลักไวยากรณ์ วิธีนี้ช่วยสื่ออารมณ์แรงโดยไม่พูดคำหยาบที่สื่อเป็นนัยออกมาจนครบ

แบบฝึกหัด

What the... ในที่นี้น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. การเกริ่นหัวข้อใหม่อย่างสงบ
  2. ปฏิกิริยาฉับพลันจากความตกใจหรือหงุดหงิดที่หยุดลงก่อนพูดจบ
  3. การขอคำอธิบายอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาฉับพลันจากความตกใจหรือหงุดหงิดที่หยุดลงก่อนพูดจบ

Muffin.

2:57

มัฟฟิน

Argh,

2:58

อ๊าก

she's got my phone.

2:58

เธอเอาโทรศัพท์พ่อไป

Muffin,

3:00

มัฟฟิน

you get off my phone this instant. วลี

3:00

เอาโทรศัพท์พ่อคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ

วลี

phone this instant: การใช้ this instant ในคำสั่งที่หนักแน่น

ใน get off my phone this instant วลี this instant เป็นวลีวิเศษณ์บอกเวลาที่ขยาย get off หมายถึง “ทันที โดยไม่ล่าช้า” และไม่ได้ขยายคำว่า phone เมื่ออยู่ท้ายคำสั่ง this instant ทำให้คำสั่งหนักแน่นกว่า now ที่เป็นกลาง วลีนี้อาจสื่อถึงอำนาจ ความโกรธ หรือความเร่งด่วน และบอกว่าไม่ยอมให้มีการถ่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งที่หนักแน่นนี้ด้วยสำนวนสองคำตามที่เรียนไว้ข้างต้น: Put the tablet down ____.

ดูคำตอบ

this instant

Argh.

3:02

อ๊าก

He's coming,

3:03

อามาแล้ว

Muffin.

3:03

มัฟฟิน

Muffin.

3:05

มัฟฟิน

Running away will only make it worse. ไวยากรณ์

3:06

วิ่งหนีไปก็มีแต่จะแย่ลงนะ

ไวยากรณ์

will only make it worse: มีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง

รูปแบบ will only make it worse ใช้คาดการณ์ว่าการกระทำหนึ่งจะทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วเลวร้ายลงแทนที่จะช่วยแก้ปัญหา ในประโยคนี้ it หมายถึงปัญหาหรือสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง only จำกัดผลที่คาดว่าจะเกิดให้เหลือเพียงผลเสีย กล่าวคือ ไม่คาดว่าจะดีขึ้น แต่จะยิ่งแย่ลง รูปแบบนี้จึงใช้เป็นคำเตือนโดยตรงหรือเป็นเหตุผลให้หยุดทำสิ่งที่ไม่ช่วยแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยรูปแบบที่ตรงกับบทเรียนนี้: The disagreement is small now, but shouting ____.

ดูคำตอบ

will only make it worse

Muffin.

3:10

มัฟฟิน

Muffin.

3:11

มัฟฟิน

No.

3:12

ไม่

Muffin,

3:13

มัฟฟิน

you can't steal your dad's phone.

3:13

ลูกจะขโมยโทรศัพท์ของพ่อไม่ได้นะ

Yes,

3:15

ใช่

I can.

3:16

หนูทำได้

Now,

3:16

เอาล่ะ

where do I hide?

3:16

จะไปซ่อนที่ไหนดีนะ?

Under the bed.

3:18

ใต้เตียงสิ

Okay.

3:19

โอเค

Don't help her,

3:19

อย่าไปช่วยเขาสิ

Bingo.

3:20

บิงโก

Why not?

3:21

ทำไมล่ะ?

Because she's not meant to be running away. ไวยากรณ์

3:21

เพราะเขาไม่ควรวิ่งหนีน่ะสิ

She's meant to be in time out for hogging.

3:24

เขาควรจะโดนทำโทษเข้ามุมข้อหาแย่งเล่น

ไวยากรณ์

she's not meant to be ... / She's meant to be ...: สิ่งที่ไม่ควรทำและสิ่งที่ควรทำตามกฎ

be meant to ใช้บอกสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตามกฎ การจัดเตรียม หรือความคาดหวังร่วมกัน ในที่นี้ she's not meant to be running away บอกว่าการกระทำปัจจุบันของเธอขัดกับกฎ ส่วน She's meant to be in time out บอกสภาพที่เธอควรอยู่ โครงสร้างคือ be + meant to + คำกริยารูปพื้นฐาน be meant to be doing เน้นกิจกรรมที่คาดว่าควรกำลังทำในขณะนั้น ส่วน be meant to be + สถานที่หรือสภาพ ใช้บอกว่าคนหนึ่งควรอยู่ที่ไหนหรืออยู่ในสภาพใด ในบริบทนี้ meant ไม่ได้หมายถึงถูกลิขิตไว้

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างทั้งสองด้วยรูปแบบ be meant to ที่ถูกต้อง: During the drill, everyone is ____ use the stairs; they are not ____ use the lift.

ดูคำตอบ

meant to · meant to

Hey,

3:26

เฮ้

that's my ukulele.

3:27

นั่นอูคูเลเล่ของฉันนะ

You lended it to me. ไวยากรณ์

3:28

เธอให้ฉันยืมแล้วนี่

ไวยากรณ์

You lended it to me: lended ที่ไม่เป็นมาตรฐานกับ lent ที่เป็นมาตรฐาน

lended เป็นรูปแบบที่ไม่เป็นมาตรฐานซึ่งเกิดจากการเติม -ed แบบกริยาปกติเข้ากับ lend เด็กอาจใช้รูปนี้ระหว่างเรียนรู้รูปแบบของคำกริยา เพราะนำกฎทั่วไปไปใช้กับกริยาไม่ปกติ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ทั้งรูปอดีตและกริยาช่องที่สามของ lend คือ lent ในประโยคนี้ You lended it to me มีความหมายว่า You lent it to me และรูปที่ไม่เป็นมาตรฐานยังแสดงลักษณะการพูดแบบเด็กด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตมาตรฐานแบบหนึ่งคำของ lend: Sam ____ me his bike yesterday.

ดูคำตอบ

lent

Yeah,

3:30

ก็ใช่

but that was ages ago. วลี

3:30

แต่มันตั้งนานมาแล้วนะ

วลี

that was ages ago: เรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว

ages ago เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและจงใจไม่ระบุเวลาแน่ชัดว่าบางสิ่งเกิดขึ้นนานมาแล้ว ages ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอายุของใครหรือจำนวนปีที่วัดอย่างแน่นอน ใน that was ages ago คำว่า that ย้อนกลับไปชี้ถึงเหตุการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้า ผู้พูดนำเสนอว่าเหตุการณ์นั้นอยู่ไกลในอดีต และอาจสื่อว่าไม่ควรมีผลต่อสถานการณ์ปัจจุบันอีกแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่ตรงกับบทเรียนนี้และหมายถึงนานมาแล้ว: I stopped using that old app ____.

ดูคำตอบ

ages ago

I'm still playing with it.

3:32

ฉันยังเล่นอยู่เลย

Muffin,

3:33

มัฟฟิน

you hang that phone up now, กริยาวลี

3:34

วางสายโทรศัพท์เดี๋ยวนี้เลยนะ

young lady.

3:35

แม่หนู

กริยาวลี

you hang that phone up: จบสายโทรศัพท์

ใน you hang that phone up คำว่า hang up หมายถึง “จบสายโทรศัพท์” เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ดังนั้นกรรมที่เป็นคำนามจึงวางไว้หลังวลีทั้งหมดได้ เช่น hang up the phone หรือวางไว้ระหว่างกริยากับคำประกอบเหมือนในประโยคนี้ได้ คือ hang the phone up เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเท่านั้น โดยพูดว่า hang it up ไม่ใช่ hang up it การระบุประธาน you อย่างชัดเจนร่วมกับ now ทำให้ประโยคนี้เป็นคำสั่งที่หนักแน่น ไม่ใช่คำบรรยาย และ up ก็ไม่ได้หมายถึงการยกโทรศัพท์ให้สูงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ hang up และคำสรรพนาม it: The phone call is finished. Please ____ now.

ดูคำตอบ

hang it up

No.

3:36

ไม่

Okay,

3:37

โอเค

well,

3:37

ถ้าอย่างนั้น

I'm ending the whole Faceytalk.

3:38

พ่อจะวางสายเฟซทอล์คทั้งหมดเลย

No.

3:40

ไม่นะ

Okay,

3:40

โอเค

okay.

3:41

โอเค

Muffin,

3:41

มัฟฟิน

this is your last chance. น้ำเสียง/เจตนา

3:42

นี่โอกาสสุดท้ายของลูกแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

this is your last chance: คำเตือนครั้งสุดท้าย

This is your last chance หมายความว่าเหลือโอกาสสุดท้ายเพียงครั้งเดียวที่จะทำตามสิ่งที่กำหนดหรือแก้ไขปัญหา หากอีกฝ่ายยังไม่ลงมือทำตอนนี้ ก็คาดว่าจะมีผลตามมา ในที่นี้ chance หมายถึง “โอกาส” ไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่บางสิ่งจะเกิดขึ้น แม้ไม่ได้บอกผลที่จะตามมาอย่างชัดเจน ประโยคนี้ก็เปลี่ยนคำเตือนธรรมดาให้เป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายที่หนักแน่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพิมพ์ผิดเล็กน้อยเป็นครั้งแรก แล้วคุณพูดทันทีว่า “This is your last chance.” โดยทั่วไปถือว่าเป็นการกดดันในระดับที่เหมาะสมหรือไม่?

  1. ใช่ เป็นวิธีที่เป็นกลางในการชี้ข้อผิดพลาดทุกประเภท
  2. ไม่ใช่ ฟังดูรุนแรงเกินไปสำหรับความผิดพลาดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ฟังดูรุนแรงเกินไปสำหรับความผิดพลาดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

You hang that up and march down here now. การใช้คำ

3:43

วางสายแล้วเดินลงมาเดี๋ยวนี้เลย

การใช้คำ

and march down here now: คำสั่งให้ลงมาอย่างแข็งกร้าว

ใน and march down here now คำว่า march ทำหน้าที่เป็นคำสั่งหนักแน่นให้อีกฝ่ายเดินมายังจุดที่ผู้พูดอยู่ทันทีและอย่างเป็นระเบียบ ไม่ได้หมายความว่าต้องเดินสวนสนามจริง ๆ แต่ทำให้คำสั่งฟังดูมีอำนาจ ใจร้อน หรือเหมือนกำลังดุ ในที่นี้ down บอกการเคลื่อนที่ลงด้านล่างหรือไปตามทางที่ลาดลง ส่วน here ชี้ไปยังจุดที่ผู้พูดอยู่ และ and เชื่อมคำสั่งนี้เข้ากับคำสั่งก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงคำสั่งที่แข็งกร้าวให้ลงมาทันทีได้ชัดเจนที่สุด

  1. March down here now.
  2. Could you come down here, please?
  3. Take your time upstairs.
ดูคำตอบ

March down here now.

Come on, Muffin.

3:46

มาเถอะ มัฟฟิน

What? You little... Get this thing off me.

3:48

อะไรนะ? เจ้าเด็ก... เอาสิ่งนี้ออกจากฉัน

That's it.

3:51

พอแล้ว

Where are you?

3:52

ลูกอยู่ไหน?

Okay,

3:53

โอเค

you're under a bed.

3:54

ลูกอยู่ใต้เตียง

Can't see whose.

3:55

ไม่รู้ว่าเตียงใคร

Well,

3:56

เอาเถอะ

there's only so many beds in this house, ไวยากรณ์

3:57

ในบ้านนี้มีเตียงอยู่ไม่กี่เตียงหรอก

kid.

3:58

เด็ก.

ไวยากรณ์

there's only so many beds in: โครงสร้างภาษาพูดที่แสดงว่าจำนวนมีจำกัด

There's only so many beds in this house หมายความว่าในบ้านนี้มีเตียงอยู่จำนวนจำกัด กล่าวคือมีขีดจำกัดสูงสุด ไม่ใช่มีเตียงให้ใช้ได้ไม่รู้จบ คำว่า only สำคัญมาก เพราะ so many เมื่อใช้เดี่ยว ๆ มักเน้นว่ามีจำนวนมาก แต่ only so many บอกว่าจำนวนที่มีอยู่มีขีดจำกัด ในภาษาพูด ผู้พูดมักใช้ there's นำหน้า only so many และคำนามพหูพจน์ ในงานเขียนที่เป็นทางการหรือผ่านการตรวจแก้ ควรใช้ There are only so many beds... ให้สอดคล้องกับคำนามพหูพจน์ โครงสร้างนี้ยังใช้กับทรัพยากรที่มีจำกัดอื่น ๆ เช่น ที่นั่ง ตั๋ว หรือทางเลือกได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ only so many เพื่อบอกว่าจำนวนที่นั่งที่มีอยู่มีจำกัด

  1. There are only so many seats on this bus.
  2. There are so many seats on this bus.
  3. There is only so much seats on this bus.
ดูคำตอบ

There are only so many seats on this bus.

I'm coming.

3:59

พ่อกำลังไป

Oh no,

4:00

โอ้ ไม่นะ

he's going to find you,

4:00

อาจะหาเธอเจอนะ

Muffin.

4:01

มัฟฟิน

Just give him back his phone. กริยาวลี

4:02

คืนโทรศัพท์ให้คุณอาไปเถอะ

กริยาวลี

give him back his phone: คืนของให้ใครสักคน

Give him back his phone หมายถึงคืนโทรศัพท์ของเขาให้เขา รูปแบบคือ give + คน + back + สิ่งของ นอกจากนี้ยังวางสิ่งของไว้ก่อนแล้วพูดว่า give his phone back to him ได้ ตรงนี้ back แสดงว่าโทรศัพท์กำลังกลับไปหาผู้ที่ถือครองก่อนหน้านี้ ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย just ที่ต้นประโยคทำให้การคืนโทรศัพท์ถูกเสนอเป็นทางแก้ที่ง่ายและตรงไปตรงมา คือหยุดเถียงหรือถ่วงเวลาแล้วคืนโทรศัพท์

แบบฝึกหัด

เรียง give, him, back และ his phone ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำขอให้สมบูรณ์: Omar owns the phone, and you are holding it. Please ____.

ดูคำตอบ

give him back his phone

No.

4:04

ไม่เอา

Tell me if he's out there. การใช้คำ

4:05

บอกฉันทีว่าเขาอยู่ข้างนอกหรือเปล่า

การใช้คำ

if he's out there: ตรวจดูว่าใครอยู่นอกบริเวณหรือไม่

ใน Tell me if he's out there คำว่า if หมายถึง whether หรือ “ว่า...หรือไม่” ผู้พูดขอให้ผู้ฟังตรวจดูว่าเขาอยู่ในบริเวณที่กำลังค้นหาหรือไม่ แล้วบอกผลให้ทราบ out there ในที่นี้บอกตำแหน่ง หมายถึงนอกห้อง นอกที่ซ่อน หรือพ้นพื้นที่ใกล้ตัวของผู้พูด สถานที่นั้นอาจอยู่ใกล้ ๆ จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ห่างไกลหรือโลกภายนอกในความหมายกว้าง

แบบฝึกหัด

คุณกำลังซ่อนตัวอยู่ในห้องและพูดว่า 'Tell me if he's out there.' คุณกำลังขอให้อีกฝ่ายทำอะไร?

  1. ตรวจดูว่าเขาอยู่ในบริเวณข้างนอกหรือไม่แล้วบอกฉัน
  2. ชี้ไปยังตำแหน่งเฉพาะที่อยู่อีกฝั่งของห้อง
  3. บอกให้เขาออกจากอาคาร
ดูคำตอบ

ตรวจดูว่าเขาอยู่ในบริเวณข้างนอกหรือไม่แล้วบอกฉัน

It's clear, การใช้คำ

4:07

ทางสะดวก

but Muffin,

4:07

แต่มัฟฟิน

I don't think I should help you.

4:08

ฉันว่าฉันไม่ควรช่วยเธอนะ

What about now?

4:10

แล้วตอนนี้ล่ะ?

Uh not clear,

4:12

เอ่อ ไม่สะดวก

not clear.

4:13

ไม่สะดวกเลย

การใช้คำ

It's clear / not clear: การรายงานว่าบริเวณนั้นปลอดภัยหรือไม่

ในสถานการณ์ที่กำลังซ่อนตัว เฝ้าดู หรือเช็กเส้นทาง It's clear หมายถึงมองไม่เห็นคนหรืออันตรายที่ชัดเจน จึงดูเหมือนว่าจะเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย ส่วน Not clear หมายถึงมีใครอยู่ตรงนั้นหรือเสี่ยงที่จะถูกเห็น จึงควรรอก่อน ในที่นี้ clear เป็นการรายงานสภาพของบริเวณนั้นแบบสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึง “เข้าใจง่าย” หรือ “ไม่มีเมฆ” การพูด not clear ซ้ำช่วยเน้นคำเตือน

แบบฝึกหัด

ในเกมซ่อนหา เพื่อนตรวจดูทางเดินแล้วพูดว่า 'It's clear.' เพื่อนหมายความว่าอย่างไร?

  1. กฎเข้าใจง่าย
  2. ท้องฟ้าไม่มีเมฆ
  3. ไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ จึงเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย
ดูคำตอบ

ไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ จึงเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย

Good gravy. สำนวน

4:19

ให้ตายสิ

สำนวน

Good gravy: คำอุทานแบบสุภาพและขบขัน

Good gravy เป็นคำอุทานแบบสุภาพที่แสดงความประหลาดใจ ความไม่อยากเชื่อ หรือความหงุดหงิดเล็กน้อย ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังตอบสนองต่อภาพที่น่าประหลาดใจและวุ่นวาย โดย gravy ไม่ได้หมายถึงอาหาร วลีนี้เป็นคำอุทานที่เหมาะกับครอบครัวและใช้แทนคำอุทานที่รุนแรงกว่า ในภาษาพูดปัจจุบันมักฟังดูจงใจโบราณหรือตลก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Good gravy เป็นคำอุทานแบบสุภาพและขบขัน?

  1. Please pour the good gravy over the potatoes.
  2. Good gravy, that pumpkin is enormous!
  3. The chef made good gravy for dinner.
ดูคำตอบ

Good gravy, that pumpkin is enormous!

What's going on?

4:20

เกิดอะไรขึ้นน่ะ?

Uncle Stripe is chasing Muffin.

4:21

อาสไตรป์กำลังวิ่งไล่มัฟฟิน

Classic น้ำเสียง/เจตนา

4:23

คลาสสิกสุดๆ

Stripe.

4:24

สไตรป์

น้ำเสียง/เจตนา

Classic Stripe: แสดงความคิดเห็นต่อพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์

Classic + ชื่อคน เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่หมายถึง “นี่เป็นสิ่งที่คนนี้มักทำจริง ๆ” ในที่นี้ Classic Stripe หมายความว่าพฤติกรรมของ Stripe เป็นแบบที่เขามักทำอยู่เสมอ โดย classic ไม่ได้หมายถึง “มีชื่อเสียง” “เก่าแก่” หรือ “สำคัญทางศิลปะ” สำนวนนี้มักแฝงการประเมินแบบหยอกล้อ น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ฟังดูขำ เอ็นดู ชื่นชม ปลง หรือวิจารณ์เล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

หลังจาก Ben ทำนิสัยเดิมของตนซ้ำอีกครั้ง “Classic Ben.” น่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. นี่เป็นสิ่งที่ Ben มักทำจริง ๆ
  2. Ben สร้างผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียง
  3. Ben กำลังศึกษาประวัติศาสตร์โบราณ
ดูคำตอบ

นี่เป็นสิ่งที่ Ben มักทำจริง ๆ

Get back here, กริยาวลี

4:24

กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ

Muffin.

4:25

มัฟฟิน

กริยาวลี

Get back here: คำสั่งหนักแน่นให้กลับมา

Get back here เป็นคำสั่งตรง ๆ ให้คนที่กำลังออกห่างกลับมายังจุดที่ผู้พูดอยู่ back แสดงการกลับไปยังตำแหน่งหรือบริเวณก่อนหน้า ส่วน here หมายถึงตำแหน่งของผู้พูด ประโยคคำสั่งตรง ๆ นี้ไม่มีคำช่วยลดความแข็งกระด้างอย่างสุภาพ ในสถานการณ์ไล่ตามหรือดุ จะฟังดูเร่งด่วนและหนักแน่น มีความหมายใกล้เคียงกับ “กลับมานี่เดี๋ยวนี้!”

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งกำลังวิ่งไปยังถนนที่มีรถพลุกพล่าน ประโยคใดเป็นคำสั่งที่หนักแน่นที่สุดเพื่อให้เด็กกลับมาทันที?

  1. Stay over there and wait.
  2. Could you come back here when you have time?
  3. Get back here right now!
ดูคำตอบ

Get back here right now!

Run,

4:26

วิ่งเลย

Muffin.

4:26

มัฟฟิน

Dad.

4:27

พ่อ

Muffin.

4:29

มัฟฟิน

Woah.

4:30

โว้ว

Okay, วลี

4:30

เอาล่ะ

there we go.

4:31

อยู่นั่นไง

วลี

There we go: ใช้บอกว่างานเล็ก ๆ เสร็จแล้ว

ในสำนวน there we go ทั้งวลีเป็นคำพูดโต้ตอบในภาษาพูด หมายถึงเพิ่งทำบางอย่างเสร็จ หรือสถานการณ์ตอนนี้อยู่ในการควบคุมแล้ว ในที่นี้ there ไม่ได้ชี้สถานที่ และ go ไม่ได้หมายถึงการเดินทาง ใช้พูดทันทีหลังทำขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ลงมือทำจริงเสร็จ เช่น ล็อก ปรับ หรือซ่อมบางอย่าง คำว่า Okay ข้างหน้าบอกว่าผู้พูดได้ผลลัพธ์ที่พอใจแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์ คุณเพิ่งขันสกรูที่หลวมให้แน่น: ____—it's secure now.

ดูคำตอบ

There we go

What's going on?

4:36

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

I'm handling it.

4:37

ผมกำลังจัดการอยู่

It doesn't look like you're handling it. น้ำเสียง/เจตนา

4:38

ดูไม่เหมือนคุณกำลังจัดการอยู่เลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

It doesn't look like you're handling it: การวิจารณ์โดยอาศัยหลักฐาน

โครงสร้าง It doesn't look like + อนุประโยค ใช้แสดงการตัดสินจากหลักฐานที่มีอยู่ว่า สิ่งที่ฉันเห็นบอกว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นไม่น่าจะจริง look like ตรงนี้ใช้บอกข้อสรุปจากสิ่งที่เห็น ไม่ได้พูดถึงรูปลักษณ์ของใคร Handle it หมายถึงจัดการปัญหาตรงหน้าหรือควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ การใช้ doesn't look like เปิดช่องให้ยังไม่ฟันธงทั้งหมด แต่เมื่อพูดกับอีกฝ่ายตรง ๆ ก็ยังเป็นการโต้แย้งคำพูดและวิจารณ์วิธีรับมือของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ท่อน้ำยังรั่วอยู่หลังจากมีคนบอกว่าซ่อมแล้ว ข้อใดใช้หลักฐานที่มองเห็นได้โต้แย้งคำพูดนั้น โดยไม่กล่าวแบบฟันธงทั้งหมด

  1. It doesn't look like you're handling it.
  2. I can't look at the pipe.
  3. You never handle anything.
ดูคำตอบ

It doesn't look like you're handling it.

Uh, guys.

4:40

เอ่อ ทุกคน

We don't do timeout anymore. การใช้คำ

4:41

เราไม่ทำโทษด้วยการเข้ามุมกันแล้วนะ

การใช้คำ

We don't do timeout anymore: do เพื่อบอกวิธีปฏิบัติที่เป็นธรรมเนียม

ในประโยค “We don't do timeout anymore” do ไม่ได้หมายถึงการทำการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่หมายถึงการนำวิธีใดวิธีหนึ่งมาใช้ ยอมรับ หรือปฏิบัติเป็นแนวทางประจำ ในที่นี้ timeout คือวิธีลงโทษหรือฝึกวินัยเด็ก ดังนั้นครอบครัวกำลังบอกว่าวิธีนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวิธีจัดการพฤติกรรมของพวกเขาอีกต่อไป anymore เพิ่มความหมายว่า “ไม่...อีกต่อไป” และสื่อว่าเมื่อก่อนอาจเคยใช้ แต่ตอนนี้เลิกใช้แล้ว โครงสร้าง do + คำนามแบบเดียวกันยังใช้พูดถึงบริการ กฎ หรือกิจวัตรได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่ายิมมีนโยบายทั่วไปว่าจะไม่ขายบัตรเข้าใช้บริการรายวัน

  1. Our gym doesn't make day passes happen.
  2. Our gym doesn't do day passes.
  3. Our gym isn't doing a day pass right now.
ดูคำตอบ

Our gym doesn't do day passes.

What?

4:43

อะไรนะ?

Since when? น้ำเสียง/เจตนา

4:44

ตั้งแต่เมื่อไหร่?

น้ำเสียง/เจตนา

Since when?:ตั้งคำถามกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

“Since when?” ตามตัวอักษรคือการถามว่าสถานการณ์หนึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อไร แต่ในการสนทนามักใช้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง กฎ นิสัย หรือคำกล่าวที่เพิ่งได้ยิน คำถามสั้น ๆ นี้อาจหมายถึง “เริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร” พร้อมความประหลาดใจหรือไม่อยากเชื่อ บ่อยครั้งคำถามนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขอวันที่อย่างเป็นกลาง แต่อาจเป็นการตั้งคำถามกับข้อมูลใหม่ หรือสื่อว่า “ทำไมไม่มีใครบอกฉัน” น้ำเสียงที่แรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับบริบทและทำนองเสียง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดขึ้นมาทันทีว่า “We don't meet on Fridays anymore.” คุณประหลาดใจเพราะไม่รู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้ การตอบว่า “Since when?” เป็นธรรมชาติหรือไม่

  1. ไม่เป็นธรรมชาติในบริบทนี้
  2. เป็นธรรมชาติในบริบทนี้
ดูคำตอบ

เป็นธรรมชาติในบริบทนี้

I've read a blog.

4:44

ฉันไปอ่านบล็อกมา

You didn't tell me.

4:45

คุณไม่ได้บอกผมเลยนี่

Because you're never here.

4:46

ก็คุณไม่เคยอยู่บ้านเลยนี่

Hey,

4:48

เฮ้

guys.

4:48

ทุกคน

Just let me handle it,

4:49

ให้ผมจัดการเถอะ

Stripe.

4:50

สไตรป์

No,

4:51

ไม่

Trix.

4:51

ทริกซ์

Let me handle it.

4:51

ให้ผมจัดการเอง

I get to parent, การใช้คำ

4:52

ผมก็ต้องทำหน้าที่พ่อ

too.

4:53

เหมือนกันนะ

การใช้คำ

I get to parent: การมีสิทธิ์ร่วมเลี้ยงดูลูก

ในที่นี้ parent เป็นคำกริยา หมายถึงการทำหน้าที่เลี้ยงดู ให้คำแนะนำ และดูแลลูก สื่อถึงการลงมือทำหน้าที่พ่อแม่ ไม่ใช่เพียงแค่มีสถานะเป็นพ่อหรือแม่ get to + คำกริยา นำเสนอการกระทำว่าเป็นโอกาส การได้รับอนุญาต หรือสิทธิ ในบริบทนี้ I get to parent, too เป็นการยืนยันว่าผู้พูดก็มีสิทธิ์ร่วมตัดสินใจเรื่องการเลี้ยงดูลูก ไม่ได้หมายถึงการไปถึงตัวพ่อหรือแม่คนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุดของ I get to parent, too.

  1. ฉันก็ไม่มีทางเลือกและต้องมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก
  2. ฉันก็สามารถไปถึงตัวพ่อหรือแม่คนหนึ่งได้
  3. ฉันก็มีโอกาสหรือสิทธิ์มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก
ดูคำตอบ

ฉันก็มีโอกาสหรือสิทธิ์มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก

Yeah,

4:54

ใช่

but you have to do it right.

4:54

แต่คุณต้องทำให้ถูกวิธีสิ

This is how I do it.

4:57

วิธีของผมก็แบบนี้แหละ

Guys.

4:58

ทุกคน

Kids,

4:59

เด็กๆ

can you switch this off? กริยาวลี

4:59

ช่วยปิดไอ้นี่หน่อยได้ไหม?

กริยาวลี

can you switch this off?: การขอให้อีกฝ่ายปิดบางอย่าง

Can you switch this off? เป็นคำขอให้อีกฝ่ายหยุดการทำงานหรือตัดไฟของสิ่งที่ this ชี้ถึง ในฉากนี้ this หมายถึงอุปกรณ์หรือฟังก์ชันการสื่อสารที่กำลังใช้งานโดยไม่ต้องเรียกชื่อซ้ำ Can you ทำให้คำสั่งตรง ๆ กลายเป็นคำขอในชีวิตประจำวันที่ฟังนุ่มนวลขึ้น switch off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ คำนามวางได้ทั้งก่อนและหลัง off: switch the TV off หรือ switch off the TV ส่วนคำสรรพนามมักอยู่ตรงกลาง: switch it off และ switch this off ขณะที่ switch off it เป็นรูปที่ไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วย switch ... off โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The lamp is still on. Can you ____, please?

ดูคำตอบ

switch it off

Uh but we're doing drawing things.

5:01

เอ่อ แต่พวกหนูกำลังวาดรูปอยู่นะคะ

All right,

5:02

โอเค

well,

5:03

งั้น

can you mute it? การใช้คำ

5:03

ปิดเสียงได้ไหม?

การใช้คำ

can you mute it?:ปิดเสียงที่กำลังเปิดอยู่

ในประโยค can you mute it? mute เป็นคำกริยา หมายถึงปิดเสียงของสิ่งที่ it อ้างถึงไว้ชั่วคราว ใช้กับสายสนทนา วิดีโอ อุปกรณ์ หรือไมโครโฟนได้ แต่ไม่ได้หมายถึงวางสายหรือปิดหน้าจอ ในที่นี้ it หมายถึงแหล่งเสียงที่เกี่ยวข้องตามสถานการณ์ ส่วน can you ทำให้คำสั่งอยู่ในรูปคำขอ และต้องอาศัยบริบทว่าจะปิดเสียงไมโครโฟนของใครหรือเสียงของสื่อ หากต้องการระบุให้ชัดว่าเป็นไมโครโฟนของอีกฝ่าย ให้พูดว่า mute your microphone

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยินให้ตรงกัน โปรดสังเกตเสียงท้ายคำว่า mute และคำกรรมสั้น ๆ ที่ตามมา

  1. Can you move it?
  2. Can you mute it?
  3. Can you mute the video?
ดูคำตอบ

Can you mute it?

Yeah,

5:04

ได้ค่ะ

we can.

5:04

พวกเราทำได้

I feel like you hog all the parenting. การใช้คำ

5:05

ผมรู้สึกเหมือนคุณผูกขาดการเลี้ยงลูกไว้คนเดียวเลย

การใช้คำ

I feel like you hog all the parenting:รู้สึกว่าคุณผูกขาดการเลี้ยงลูกทั้งหมด

ในที่นี้ hog เป็นคำกริยา หมายถึงการเอาสิ่งที่ควรแบ่งปันมาเป็นของตนเกินกว่าส่วนที่ยุติธรรม ทำให้คนอื่นมีพื้นที่เข้าร่วมน้อยเกินไป all the parenting มองการเลี้ยงลูกว่าเป็นงาน การตัดสินใจ และโอกาสในการดูแลเด็กที่ควรทำร่วมกัน ผู้พูดกำลังบอกว่าอีกฝ่ายผูกขาดบทบาทนี้ ไม่ได้แค่บอกว่าอีกฝ่ายช่วยมากเท่านั้น I feel like นำเสนอสิ่งนี้ในฐานะความรู้สึกหรือมุมมองของผู้พูด จึงฟังดูตรงน้อยกว่า You hog all the parenting เล็กน้อย แต่ยังคงสื่อความไม่พอใจอย่างชัดเจน ปัญหาคือการกีดกันอีกฝ่ายไม่ให้มีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ใช่จำนวนงานเลี้ยงลูกที่ทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคนหนึ่งเอาโอกาสพูดเกือบทั้งหมดในที่ประชุมไปอย่างไม่เป็นธรรม

  1. He shared the speaking time with the group.
  2. She hogged all the speaking time in the meeting.
  3. She wrote down the main points while everyone spoke.
ดูคำตอบ

She hogged all the speaking time in the meeting.

Oh.

5:08

โอ้

Is it this one?

5:08

อันนี้หรือเปล่า?

I don't mean to. น้ำเสียง/เจตนา

5:09

ฉันไม่ได้ตั้งใจ

น้ำเสียง/เจตนา

I don't mean to: บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ

ในประโยคนี้ mean to หมายถึง “ตั้งใจทำการกระทำที่กำลังพูดถึง” ผู้พูดปฏิเสธว่าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นโดยเจตนา โดย mean ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หมายถึง” คำกริยาหลัง to ถูกละไว้ เพราะรู้จากบทสนทนาอยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด ดังนั้น I don't mean to จึงเป็นรูปย่อของ I don't mean to do that ประโยคนี้ช่วยลดความขัดแย้งด้วยการอธิบายเจตนา แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียน: 'You keep interrupting me.' 'I know, but I ____.'

ดูคำตอบ

don't mean to

No,

5:10

ไม่ใช่

try this one.

5:10

ลองอันนี้ดู

If you say one thing, ไวยากรณ์

5:11

ถ้าคุณพูดอย่างหนึ่ง

and then I say another.

5:12

แล้วผมพูดอีกอย่าง

The kids get confused.

5:13

เด็กๆ ก็จะสับสน

ไวยากรณ์

If you say one thing ... The kids get confused: เงื่อนไขและผลลัพธ์

อนุประโยค if ให้เงื่อนไขว่า คนหนึ่งพูดอย่างหนึ่ง แล้วอีกคนพูดสิ่งที่แตกต่างออกไป And then แสดงว่าคำพูดที่สองตามหลังคำพูดแรก ส่วน another ใช้แทน another thing จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ ประโยคถัดไปบอกผลลัพธ์ว่าเด็ก ๆ จะสับสน แม้คำบรรยายจะใส่จุดหลัง another แต่ทั้งสองประโยคทำงานร่วมกันเป็นเหตุผลแบบ “เงื่อนไข → ผลลัพธ์” กล่าวคือ ถ้าข้อมูลขัดแย้งกัน ความสับสนก็จะตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ “เงื่อนไข if → ผลลัพธ์” แบบเดียวกันเพื่ออธิบายความสับสนที่เกิดจากข้อมูลขัดแย้งกัน

  1. If the teacher and the worksheet say the same thing, the class gets confused.
  2. If the teacher says one thing and the worksheet says another, the class gets confused.
  3. The class gets confused, so the teacher says one thing and the worksheet says another.
ดูคำตอบ

If the teacher says one thing and the worksheet says another, the class gets confused.

You can turn the sound back on once Stripe and Trix have finished chatting, โน้ต

5:15

เดี๋ยวพออาสไตรป์กับอาทริกซ์คุยกันเสร็จ ค่อยเปิดเสียงกลับมานะ

okay?

5:18

เข้าใจไหม?

กริยาวลี

turn the sound back on: เปิดเสียงกลับมาอีกครั้ง

turn the sound back on หมายถึงเปิดเสียงกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ปิดหรือปิดเสียงไว้ back แสดงการกลับไปสู่สถานะเปิดก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือทิศทาง โครงสร้างนี้แยกได้เป็น turn + กรรม + back on ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น turn it back on ไม่ใช่ turn back on it ในประโยคนี้ You can เป็นการอนุญาตให้เปิดเสียงกลับมาในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย turn ... back on: The hallway light was switched off for the film. Please ____ when the film ends.

ดูคำตอบ

turn it back on

ไวยากรณ์

once ... have finished: รอให้เสร็จก่อนทำสิ่งถัดไป

once ในที่นี้เป็นคำสันธานบอกเวลา หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “หลังจาก” เหตุการณ์ที่กล่าวถึงเสร็จสิ้น ไม่ได้หมายถึงจำนวน “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once กำหนดจุดเวลาหลังจากนั้นจึงจะเปิดเสียงอีกครั้งได้ have finished chatting เป็น present perfect โดยเน้นว่าการคุยต้องเสร็จก่อนจึงทำสิ่งถัดไป เมื่อต้องการกล่าวถึงอนาคตหลัง once ภาษาอังกฤษมักใช้รูป present เช่น finish หรือ have finished ไม่ใช้ will finish และ have finished จะเน้นความเสร็จสมบูรณ์ได้ชัดเจนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าจะส่งหลังจากทำรายงานเสร็จแล้ว

  1. I'll send it once I will have finished the report.
  2. I'll send it once I have finished the report.
  3. I sent the report once, but I won't send it again.
ดูคำตอบ

I'll send it once I have finished the report.

Yes,

5:19

ค่ะ

Dad.

5:19

พ่อ

Uh Muffin,

5:36

เอ่อ มัฟฟิน

better look behind you. น้ำเสียง/เจตนา

5:37

หันไปดูข้างหลังสิ

น้ำเสียง/เจตนา

better look behind you...: คำเตือนเร่งด่วนแบบย่อ

Better look behind you เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ You'd better look behind you ซึ่งหมายถึงควรหันไปมองข้างหลัง ประธานและกริยาช่วยรูปย่อถูกละไว้ เหลือ better + กริยารูปพื้นฐาน จึงฟังสั้นและตรงไปตรงมา ในประโยคนี้ better ไม่ได้เป็นคำเปรียบเทียบของ good ที่แปลว่าดีกว่า แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง had better ซึ่งบอกว่าควรลงมือทันที มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหา ผู้พูดกำลังเตือน Muffin ถึงอันตรายที่อยู่ข้างหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ better เป็นคำเตือนเร่งด่วนแบบย่อ

  1. This plan is better than the old one.
  2. Better move your bike before the gate closes.
  3. That color looks better on you.
ดูคำตอบ

Better move your bike before the gate closes.

Why?

5:39

ทำไม?

Muffin.

5:42

มัฟฟิน

Stop running away,

5:44

เลิกวิ่งหนีเถอะ

Muffin.

5:45

มัฟฟิน

Muffin,

5:46

มัฟฟิน

I would urgently advise you to stop right now. น้ำเสียง/เจตนา

5:47

แม่ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ลูกหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I would urgently advise you to stop right now...: คำเตือนเร่งด่วนในถ้อยคำที่เป็นทางการ

I would advise you to stop เป็นโครงสร้างการแนะนำแบบเป็นทางการ คือ advise + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า urgently และ right now ทำให้ความหนักแน่นของประโยคเพิ่มขึ้นมาก แม้ would advise จะฟังดูสุขุมและสุภาพ แต่ทั้งประโยคกำลังบอกให้ Muffin หยุดทันที จึงทำหน้าที่เป็นคำเตือนที่หนักแน่น ไม่ใช่คำแนะนำสบาย ๆ ที่จะเลื่อนไปก่อนก็ได้ การใช้ถ้อยคำยาวและเป็นทางการเช่นนี้กับคำสั่งเร่งด่วน ทำให้เกิดความแตกต่างแบบจงใจและเกินจริงเมื่อเทียบกับคำสั่งสั้น ๆ อย่าง Stop! ในฉากนี้ความตลกเกิดจากความแตกต่างดังกล่าว แต่สัญญาณอันตรายยังเป็นเรื่องจริง

แบบฝึกหัด

ในฉากที่เร่งด่วน ประโยคนี้มีหน้าที่จริงอย่างไร

  1. It is a request for the listener to explain why they stopped.
  2. It is a casual suggestion that can wait until later.
  3. It is a formal-sounding but immediate warning.
ดูคำตอบ

It is a formal-sounding but immediate warning.

Listen to your father.

5:50

ฟังที่พ่อพูดสิ

Let's split up. วลี

5:51

แยกทางกันเถอะ

วลี

Let's split up: การเสนอให้แยกกันไปทำงาน

โครงสร้าง Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ทำบางอย่างโดยรวมผู้พูดไว้ด้วย ในที่นี้ split up หมายถึงกลุ่มแยกกันชั่วคราวเพื่อไปทำงานหรือค้นหาในคนละที่ ประโยคนี้พูดถึงวิธีทำภารกิจ ไม่ได้หมายถึงการยุติความสัมพันธ์แบบคู่รัก ผู้ที่เกี่ยวข้องและสถานการณ์จะเป็นตัวกำหนดความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมแผนการค้นหาของคนสองคนด้วยวลีเสนอแนะประจำบทที่หมายถึง “แยกกันไปสำรวจคนละพื้นที่”: We have two paths to check. ____ and take one path each.

ดูคำตอบ

Let's split up

Good idea.

5:52

ความคิดดี

Oh,

5:53

โอ้

they're working together. วลี

5:53

พวกเขาร่วมมือกันด้วย

วลี

they're working together: กำลังร่วมมือกันอยู่ในขณะนี้

Work together หมายถึงร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงเพียงอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือทำงานคนละอย่างในเวลาเดียวกัน They're working together ใช้รูป present progressive เพื่อบอกถึงความร่วมมือที่ผู้พูดสังเกตเห็นว่ากำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น ในเรื่องเล่า วลีนี้อาจแสดงการเปลี่ยนจากต่างคนต่างทำหรือไม่ลงรอยกันมาเป็นร่วมมือกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้คนกำลัง working together?

  1. เพื่อนบ้านสองคนทำงานอยู่คนละห้องและไม่เคยสื่อสารกัน
  2. เพื่อนบ้านสองคนแบ่งปันเครื่องมือและช่วยกันซ่อมรั้วเป็นทีม
  3. เพื่อนบ้านสองคนเริ่มงานของตนเองในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

เพื่อนบ้านสองคนแบ่งปันเครื่องมือและช่วยกันซ่อมรั้วเป็นทีม

Muffin,

5:54

มัฟฟิน

come back here.

5:55

กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ

No.

5:56

ไม่

Where are they?

5:59

พวกเขาอยู่ไหนกันเนี่ย?

Your mum's hiding behind the couch.

6:00

แม่ของเธอซ่อนอยู่หลังโซฟา

What couch?

6:02

โซฟาตัวไหน?

The couch.

6:03

ก็โซฟานั่นไง

We've got lots of couches.

6:04

บ้านเรามีโซฟาตั้งหลายตัว

It's that couch right there. วลี

6:06

ก็ตัวนั้นที่อยู่ตรงนั้นไง

วลี

that couch right there: ชี้ตำแหน่งที่แน่นอน

ใน that couch right there คำว่า that เลือกโซฟาตัวหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง และ right there ระบุตำแหน่งที่กำลังชี้อย่างแม่นยำ ที่นี่ right หมายถึง “ตรง” หรือ “พอดี” ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงโซฟาที่อยู่ตรงจุดนั้นพอดี อย่าตีความ right ว่าเป็นทิศ “ขวา” ที่ตรงข้ามกับ left ความหมายเรื่องทิศทางนี้ปกติใช้ on the right

แบบฝึกหัด

คุณกำลังชี้จุดที่แน่นอนข้างเก้าอี้ ประโยคใดใช้ right there ได้ถูกต้อง

  1. Your bag is right there beside the chair.
  2. Your bag may be somewhere near the chair.
  3. Your bag is on the right side of the chair.
ดูคำตอบ

Your bag is right there beside the chair.

Gotcha! น้ำเสียง/เจตนา

6:07

จับได้แล้ว!

น้ำเสียง/เจตนา

Gotcha!: คำอุทานทันทีว่า “จับได้แล้ว”

Gotcha! เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ got you ในการวิ่งไล่จับ เกมซ่อนหา หรือช่วงที่พบใครบางคน เป็นคำอุทานที่พูดออกมาทันที หมายถึง “จับได้แล้ว!” หรือ “เจอแล้ว!” ไม่ได้เป็นการเล่าเหตุการณ์ในอดีตอย่างสงบ แต่พูดในจังหวะที่จับหรือพบอีกฝ่ายพอดี ในบริบทอื่น Gotcha อาจหมายถึง “เข้าใจแล้ว” ได้ด้วย ดังนั้นความหมายจึงขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกข้อความที่ได้ยินตรงที่สุด โดยเน้นฟังคำอุทานคำแรก

  1. Gotcha! I found you behind the curtain.
  2. Got it! I found your note behind the curtain.
  3. Good job! You fixed the curtain.
ดูคำตอบ

Gotcha! I found you behind the curtain.

Muffin.

6:08

มัฟฟิน

I'm free. การใช้คำ

6:09

หนูเป็นอิสระแล้ว

การใช้คำ

I'm free: ไม่ได้ติดอยู่หรือถูกจำกัดไว้อีกต่อไป

ในที่นี้ I'm free หมายถึง “ฉันหนีออกมาได้แล้ว” หรือ “ฉันไม่ได้ถูกจับหรือควบคุมไว้อีกต่อไป” ผู้พูดกำลังบอกถึงสถานะใหม่หลังจากหลุดออกมาได้ free เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง am ในสถานการณ์ที่หนีออกมาหรือได้รับการปล่อยตัว be free หมายถึงสามารถเคลื่อนไหวหรือทำอะไรได้โดยไม่มีสิ่งเดิมคอยกักหรือจำกัดไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ free ในความหมายว่าไม่ได้ติดอยู่หรือถูกจำกัดไว้อีกต่อไป

  1. Once the gate opened, the trapped dog was free.
  2. I'm free after lunch, so we can meet.
  3. Children under five enter free.
ดูคำตอบ

Once the gate opened, the trapped dog was free.

Muffin.

6:11

มัฟฟิน

No!

6:11

ไม่นะ!

My phone!

6:12

โทรศัพท์ผม!

Oh boy.

6:20

ตายละ

Sorry,

6:22

ขอโทษค่ะ

Dad.

6:22

พ่อ

Muffin.

6:23

มัฟฟิน

Yes?

6:24

ใช่ไหม?

Timeout

6:25

เข้ามุมเลย

Okay.

6:27

โอเคค่ะ

Finished.

6:32

เสร็จแล้ว

Oh wow,

6:33

โอ้ ว้าว

that's great,

6:33

สวยจังเลย

Socks.

6:34

ซ็อกส์

Thanks.

6:35

ขอบใจจ้ะ

Can I have a turn now,

6:36

ตาฉันบ้างได้ไหม

Bluey?

6:37

บลูอี้?

Oh,

6:38

อ้อ

yeah.

6:38

ได้สิ

Sure.

6:38

แน่นอน

Thanks.

6:39

ขอบใจ

No problem.

6:40

ไม่มีปัญหา

Because we know what happens when you hog. ลำดับความ

6:41

เพราะเรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราแย่งกัน

ลำดับความ

Because we know what happens when you hog: การย้อนกลับไปที่เรื่องเดิมเพื่อปิดเรื่อง

Because ใช้บอกเหตุผลของคำพูดหรือการตัดสินใจก่อนหน้า ในที่นี้ประโยคยังย้ำแนวคิดสำคัญของ hog ซึ่งหมายถึงการเก็บบางอย่างไว้กับตัวอย่างเห็นแก่ตัว ตอนจบจึงย้อนกลับไปถึงคำเตือนก่อนหน้าแทนที่จะเพิ่มหัวข้อใหม่ We know what happens when... แสดงว่าผลที่ตามมาเป็นข้อมูลร่วมกันที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว การย้อนกลับไปเช่นนี้ทำให้เรื่องราวครบวงจร เพราะคำเตือนก่อนหน้าได้รับการพิสูจน์แล้ว แนวคิดที่ย้ำจึงเป็นทั้งบทเรียนและมุกตลก

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่หลักอะไรในเรื่อง

  1. นำเสนอกฎใหม่ทั้งหมดที่ไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน
  2. เชื่อมตอนจบกลับไปยังคำเตือนก่อนหน้าเกี่ยวกับการเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว
  3. อธิบายความหมายของ because ตามพจนานุกรม
ดูคำตอบ

เชื่อมตอนจบกลับไปยังคำเตือนก่อนหน้าเกี่ยวกับการเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว