ไนโตรเจนเหลวทำอะไรกับใบหน้าของคุณ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TKOR

ความยากในการเรียน
451 คำ 266 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เพื่อตอบข้อกังวลด้านความปลอดภัย ผู้ดำเนินรายการสาดไนโตรเจนเหลวใส่ใบหน้า บอกความรู้สึก แล้วอธิบายการระเหยอย่างรวดเร็วด้วยปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. What if — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ตั้งความเสี่ยงแบบสมมุติและชวนผู้ฟังคิดถึงผลที่อาจเกิด ไม่ใช่เล่าเป็นเหตุการณ์จริง 2. the real deal. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจคำบอกแบบกันเองว่า “คราวนี้เอาจริง” โดย deal ไม่ได้หมายถึงการซื้อขายหรือข้อตกลง 3. dispelled the myth that — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: นำเสนอความเชื่อที่ผู้พูดอ้างว่าหักล้างแล้ว โดยอนุประโยคหลัง that ระบุเนื้อหาของความเชื่อนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey guys,

0:00

สวัสดีทุกคน

today I'm back with another liquid nitrogen experiment ลำดับความ

0:00

วันนี้ผมกลับมาพร้อมกับการทดลองไนโตรเจนเหลวอีกครั้ง

ลำดับความ

ฉันกลับมาพร้อมการทดลองไนโตรเจนเหลวอีกครั้ง

“I'm back with another liquid nitrogen experiment” เป็นรูปแบบที่ใช้เปิดวิดีโอ “I'm back” บอกว่าผู้พูดกลับมาที่ช่องหรือซีรีส์เดิม ส่วน “another” บอกว่านี่คือการทดลองอีกหนึ่งอย่างที่อยู่ในแนวเดียวกัน สำนวนนี้ช่วยจัดโครงเรื่องให้ผู้ชม โดยเชื่อมตอนใหม่นี้กับเนื้อหาก่อนหน้า แล้วจึงบอกหัวข้อของวิดีโอ ในที่นี้ “back” หมายถึงการกลับมาทำรายการหรือกิจกรรมที่ต่อเนื่องกัน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกลับไปยังสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประกาศเนื้อหาใหม่ในซีรีส์ที่กำลังดำเนินอยู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I'm here with a cooking tip for the first time.
  2. I went back to the kitchen for another cooking tip.
  3. I'm back with another cooking tip for busy mornings.
ดูคำตอบ

I'm back with another cooking tip for busy mornings.

and this time I am wearing safety glasses.

0:03

และครั้งนี้ผมสวมแว่นตานิรภัยด้วย

Don't get too excited น้ำเสียง/เจตนา

0:05

อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป

because they're not going to stay on for very long.

0:06

เพราะมันจะไม่อยู่บนหน้าผมไปอีกนานหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

อย่าเพิ่งตื่นเต้นมากเกินไป

“Don't get too excited” เป็นคำเตือนที่พูดแบบติดตลก เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคาดหวังสูงเกินไป ในฉากนี้ผู้พูดเพิ่งใส่แว่นตานิรภัย แต่ก็บอกทันทีว่าจะใส่ไว้ไม่นาน ประโยคนี้จึงสร้างจังหวะหักมุมเล็ก ๆ ประโยคคำสั่งนี้ไม่ได้สั่งอย่างจริงจังให้หยุดรู้สึกดีใจ คำว่า “too” จำกัดระดับความตื่นเต้น และช่วยให้ผู้พูดหยอกผู้ชมไปพร้อมกับควบคุมความคาดหวังต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับการเตือนแบบติดตลกว่าส่วนที่น่าตื่นเต้นจะจบลงในไม่ช้า

  1. Please control your emotions in all situations.
  2. Don't get excited about anything—the experiment is pointless.
  3. Don't get too excited—the goggles will come off soon.
ดูคำตอบ

Don't get too excited—the goggles will come off soon.

Now, I just posted a video on filling up a balloon with liquid nitrogen กริยาวลี

0:08

พอดีผมเพิ่งโพสต์วิดีโอเติมไนโตรเจนเหลวลงในลูกโป่งไป

กริยาวลี

filling up ... with liquid nitrogen: เติม……ให้เต็มด้วยไนโตรเจนเหลว

ใน filling up a balloon with liquid nitrogen คำว่า fill up หมายถึง “ทำให้ลูกโป่งเต็มโดยใส่ไนโตรเจนเหลวเข้าไป” โดย up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ fill up + ภาชนะ + with + สิ่งที่บรรจุ โดย with ใช้นำสิ่งที่ใส่ลงในภาชนะ ถ้ากรรมเป็นคำนาม ก็สามารถพูดว่า fill the balloon up with liquid nitrogen ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ทำให้ภาชนะเต็ม” ลงในประโยค: Before the guests arrive, please ____ the cooler with ice.

ดูคำตอบ

fill up

and when it exploded,

0:11

และตอนที่มันระเบิด

some of you expressed concern that I wasn't wearing any safety glasses. วลี

0:12

บางคนแสดงความกังวลที่ผมไม่ได้สวมแว่นตานิรภัย

วลี

expressed concern that ...: แสดงความกังวลว่า...

Expressed concern that ใช้บอกว่ามีคนสื่อสารความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนุประโยคที่ตามมา ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุเนื้อหาของความกังวลว่าผู้พูดไม่ได้สวมแว่นตานิรภัย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ express concern that + อนุประโยค ในโครงสร้างนี้ concern มักเป็นคำนามนับไม่ได้ ส่วน expressed แสดงว่าความกังวลถูกพูดหรือสื่อสารออกมา ไม่ใช่เพียงรู้สึกอยู่ภายใน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “สื่อสารความกังวลอย่างเป็นทางการ” ลงในรายงาน: Several parents ____ the doors were left unlocked.

ดูคำตอบ

expressed concern that

What if the liquid nitrogen splashed into my face? ไวยากรณ์

0:15

แล้วถ้าไนโตรเจนเหลวกระเด็นใส่หน้าผมล่ะ?

ไวยากรณ์

What if + อนุประโยค: ถามถึงผลของสถานการณ์สมมติ

What if + อนุประโยค? ใช้เสนอความเป็นไปได้ที่สมมติขึ้นและชวนผู้ฟังคิดถึงผลที่จะตามมา ในที่นี้ผู้พูดกำลังแสดงความกังวลด้านความปลอดภัย ไม่ได้บอกว่าไนโตรเจนเหลวกระเด็นใส่หน้าจริง ๆ อนุประโยคหลัง What if ระบุเงื่อนไข ในประโยคนี้รูปอดีต splashed ช่วยแสดงว่าสถานการณ์เป็นเรื่องสมมติ ใช้รูปแบบนี้เพื่อพิจารณาความเสี่ยง แผนการ หรือความกังวลได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตโดยไม่ได้บอกว่ามันเกิดขึ้นแล้ว?

  1. What if the road is closed tomorrow?
  2. Why was the road closed?
  3. The road was closed yesterday.
ดูคำตอบ

What if the road is closed tomorrow?

Could it make me go blind instantly? ไวยากรณ์

0:18

มันจะทำให้ผมตาบอดทันทีเลยไหม?

ไวยากรณ์

make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานใน make me go blind

ใน make me go blind คำว่า me เป็นกรรมของ make ส่วน go เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โครงสร้าง make + คนหรือสิ่งของ + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้คนนั้นหรือสิ่งนั้นกระทำหรือประสบผลลัพธ์บางอย่าง Go blind หมายถึงกลายเป็นมองไม่เห็นหรือตาบอด go + adjective มักใช้บอกการเปลี่ยนสถานะ จึงไม่ได้หมายถึงเดินโดยมองไม่เห็น ในโครงสร้าง active ใช้ make me go ไม่ใช่ make me to go

แบบฝึกหัด

ใช้ go ในรูปที่ต้องใช้หลัง make: The illness made him ____ blind.

ดูคำตอบ

go

Could it freeze my skin cryogenically?

0:19

มันจะแช่แข็งผิวของผมแบบไครโอเจนิกส์หรือเปล่า?

Some of you from the hazmat departments of other companies วัฒนธรรม

0:22

บางคนจากแผนกวัตถุอันตรายของบริษัทอื่น

วัฒนธรรม

hazmat departments (แผนกวัตถุอันตราย)

“Hazmat” เป็นรูปย่อของ “hazardous materials” ซึ่งหมายถึงวัตถุอันตราย ในที่นี้ “hazmat departments” หมายถึงแผนกในบริษัทอื่นที่ดูแลขั้นตอนความปลอดภัย อุปกรณ์ หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสารอันตราย วลีนี้บอกถึงสายงานของผู้ที่แสดงความคิดเห็น คำแนะนำของพวกเขาจึงสะท้อนมุมมองด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน Hazmat ไม่ใช่ชื่อบริษัท และแต่ละองค์กรอาจเรียกหน่วยงานนี้ว่า hazmat team, unit หรือ department

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “hazmat departments” น่าจะรับผิดชอบเรื่องใดมากที่สุด?

  1. การจัดการอุปกรณ์สำนักงานทั่วไป
  2. ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตราย
  3. การโฆษณาผลิตภัณฑ์ให้บริษัทอื่น
ดูคำตอบ

ความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตราย

recommended it wasn't the safest procedure.

0:24

แนะนำว่ามันไม่ใช่ขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุด

Now, this is not one of those experiments

0:26

นี่ไม่ใช่หนึ่งในการทดลอง

that I would encourage you to try at home. ไวยากรณ์

0:27

ที่ผมอยากจะสนับสนุนให้คุณไปลองทำที่บ้านนะ

ไวยากรณ์

encourage + บุคคล + to + กริยา

โครงสร้างคือ encourage + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น encourage you to try โดยวางบุคคลไว้หลัง encourage ทันที แล้วตามด้วยการกระทำในรูป to-infinitive ในที่นี้ not เป็นส่วนหนึ่งของ “not one of those experiments” ดังนั้นทั้งประโยคหมายความว่าผู้พูดไม่แนะนำให้ลองทำการทดลองนี้ที่บ้าน “I would encourage you to...” ให้น้ำเสียงสนับสนุนได้ ส่วน “I would not encourage you to...” เป็นการเตือนอย่างสุภาพแต่ชัดเจนไม่ให้ทำบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ encourage + บุคคล + to: The teacher praised Mia's project and ____ enter the science fair.

ดูคำตอบ

encouraged her to

This I would classify as very, very dangerous วลี

0:29

สิ่งนี้ผมจัดว่าอันตรายมาก ๆ

วลี

classify ... as: จัดว่า…เป็น…

ในโครงสร้าง classify A as B นั้น A คือสิ่งที่ถูกตัดสินหรือจัดกลุ่ม ส่วน B คือประเภทหรือผลการประเมินที่กำหนดให้สิ่งนั้น ในที่นี้ this คือ A และ very, very dangerous คือ B ประโยคนี้ย้าย This ขึ้นมาไว้ต้นประโยคเป็นหัวข้อ ลำดับคำที่พบทั่วไปกว่าคือ I would classify this as very, very dangerous ส่วน would ทำให้การตัดสินฟังดูสุขุมหรือระมัดระวังขึ้นเล็กน้อย และไม่ได้หมายถึงสถานการณ์สมมติเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง classify A as B: The safety panel will ____ this device ____ unsafe for home use.

ดูคำตอบ

classify · as

and what they say for experts only. การใช้คำ

0:31

และอย่างที่เขาว่ากัน คือสำหรับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การใช้คำ

experts only: สำหรับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

Experts only เป็นป้ายจำกัดสิทธิ์แบบละคำไว้ ใน for experts only หมายความว่าสิ่งที่กล่าวถึงมีไว้สำหรับหรืออนุญาตเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น คำเตือนแบบเต็มกว่าคือ This is for experts only หรือ Only experts should attempt this Only จำกัดความหมายของ experts ดังนั้นวลีนี้จึงไม่รวมผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ รูปแบบสั้นนี้ทำหน้าที่เหมือนป้าย ฉลาก หรือคำเตือน มากกว่าจะเป็นประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยป้ายภาษาอังกฤษสองคำที่ตรงตัว ซึ่งหมายความว่าเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่ดำเนินการต่อได้: Advanced calibration: ____.

ดูคำตอบ

Experts only

Now, the concern was if a drop of liquid nitrogen hits somebody in the eye,

0:33

สิ่งที่เป็นกังวลก็คือ ถ้าไนโตรเจนเหลวสักหยดกระเด็นเข้าตาใครสักคน

would they go blind?

0:36

เขาจะตาบอดไหม?

So, I'm not going to try it with one drop of liquid nitrogen.

0:37

ดังนั้น ผมจะไม่ลองกับไนโตรเจนเหลวแค่หยดเดียว

I'm going to try it with a whole cup.

0:39

ผมจะลองกับไนโตรเจนเหลวทั้งแก้วเลย

This, my friends, is the real deal. สำนวน

0:41

นี่แหละเพื่อน ๆ ของจริงเลยล่ะ

สำนวน

the real deal: ของจริงหรือสิ่งที่เอาจริง

the real deal เป็นสำนวนที่ใช้กับคนหรือสิ่งที่เป็นของแท้ มีคุณภาพจริง หรือจริงจังอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ของเลียนแบบที่ด้อยกว่าหรือแค่เวอร์ชันซ้อม ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังประกาศว่าการทดลองครั้งใหญ่กว่านี้คือของจริง ไม่ใช่การทดสอบเล็ก ๆ อีกครั้ง คำว่า deal ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “การซื้อขาย” หรือ “ข้อตกลง” ให้มอง the real deal เป็นนามวลีตายตัวทั้งชุด เมื่อวางหลัง be จะชี้ว่าสิ่งใดเป็นของแท้หรือเป็นสิ่งสำคัญจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ของจริงหรือสิ่งที่เอาจริง” ลงในประโยค: After two rehearsal games, tonight's championship match is ____.

ดูคำตอบ

the real deal

This is liquid nitrogen

0:43

นี่คือไนโตรเจนเหลว

and this is going in my face right now.

0:44

และมันกำลังจะสาดเข้าหน้าผมเดี๋ยวนี้แหละ

Oh, I missed.

0:49

โอ๊ะ พลาดไปหน่อย

We gotta do that again. การใช้คำ

0:52

เราต้องทำใหม่อีกรอบ

การใช้คำ

gotta: วิธีพูด have to แบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ gotta หมายถึง have to หรือ need to คือผู้พูดบอกว่าจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นซ้ำอีกครั้ง คำนี้เป็นการเขียนแบบไม่เป็นทางการมากของกลุ่มเสียงพูด got to ในโครงสร้างแสดงความจำเป็น (have) got to และพบได้บ่อยในบทสนทนาสบาย ๆ ใช้โครงสร้าง ประธาน + gotta + กริยารูปพื้นฐาน เช่น We gotta do และ I gotta go ในที่นี้ do เป็นกริยารูปพื้นฐาน อย่าอ่าน gotta เป็น got a เพราะไม่มีคำนามตามหลัง และไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคทางการข้อใดยังคงความหมายว่า “จำเป็นต้องทำ” ใน "We gotta do that again"?

  1. We received that again.
  2. We had the chance to do that again.
  3. We have to do that again.
ดูคำตอบ

We have to do that again.

Okay, I think I got more of that in my nose ไวยากรณ์

1:00

โอเค ผมคิดว่ามันเข้าจมูก

and my mouth than I did on my face.

1:02

และปากผมมากกว่าที่จะโดนหน้าอีกนะ

ไวยากรณ์

more of that ... than I did ในการเปรียบเทียบปริมาณ

โครงสร้าง more ... than ... ใช้เปรียบเทียบปริมาณหรือระดับสองอย่าง ในประโยคนี้ more of that หมายถึงของเหลวในปริมาณที่มากกว่า โดยเปรียบเทียบปริมาณที่เข้าไปในจมูกและปากกับปริมาณที่โดนใบหน้า ใน than I did คำว่า did ใช้แทนกริยา got ในรูปอดีตที่กล่าวไปแล้ว ความหมายเต็มตรงกับ than I got on my face การใช้ did ช่วยไม่ให้ต้องพูด got ซ้ำและทำให้ประโยคเปรียบเทียบฟังเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบที่แสดงปริมาณมากกว่า โดยใช้คำเปรียบเทียบและกริยาช่วยที่ใช้แทน packed ซึ่งกล่าวซ้ำ: Noah packed ____ food for the hike than he ____ for the picnic.

ดูคำตอบ

more · did

I'm going to try this again.

1:13

ผมจะลองใหม่อีกครั้ง

This time I'm just going to throw it straight at my face

1:13

ครั้งนี้ผมจะสาดเข้าหน้าตัวเองตรง ๆ เลย

because the side angle,

1:15

เพราะถ้ามาจากด้านข้าง

I think my nose blocked off half of it to this eye. กริยาวลี

1:16

ผมคิดว่าจมูกของผมคงบังไปครึ่งหนึ่งก่อนจะถึงตานี้

กริยาวลี

blocked off สำหรับการตัดทางเข้าหรือเส้นทาง

Block off หมายถึงการใช้สิ่งกีดขวางหรืออุปสรรคเพื่อไม่ให้ผ่านเส้นทางหรือไปถึงสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าจมูกเป็นเหมือนกำแพงทางกายภาพที่กันของเหลวบางส่วนไม่ให้ไปถึงตาข้างหนึ่ง Off ทำงานร่วมกับ block เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายความว่าจมูกถูกปิดเครื่อง วลีนี้มักสื่อว่าทางเข้าหรือเส้นทางถูกตัดขาด ไม่ใช่แค่มีบางอย่างมาสัมผัสหรือขัดขวางชั่วครู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีในบทเรียนที่หมายถึง “ป้องกันการเข้าถึงด้วยสิ่งกีดขวาง” โดยใช้รูปอดีต: Construction crews ____ the tunnel entrance for safety.

ดูคำตอบ

blocked off

Now, you might be wondering what this feels like to get hit in the face ลำดับความ

1:24

ตอนนี้คุณอาจสงสัยว่าโดนสาดใส่หน้าแบบนี้มันรู้สึกยังไง

ลำดับความ

you might be wondering: การคาดคำถามของผู้ฟังล่วงหน้า

you might be wondering แสดงว่าผู้พูดกำลังคาดล่วงหน้าถึงคำถามที่ผู้ฟังอาจมีอยู่แล้ว อนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ตามมาจะระบุว่าคำถามนั้นคืออะไร ในประโยคนี้คือประสบการณ์ดังกล่าวให้ความรู้สึกอย่างไร ในฐานะกรอบจัดลำดับเนื้อหา วลีนี้ช่วยเปลี่ยนจากหัวข้อปัจจุบันไปสู่คำตอบหรือคำอธิบายได้อย่างเป็นธรรมชาติ might ทำให้การคาดเดาความคิดของผู้ฟังฟังดูไม่ตรงเกินไปและสุภาพขึ้น โดยไม่ได้แสดงความสามารถ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบนำผู้ฟังแบบเดียวกับในบทเรียนทุกคำ: ____ why the lights dim automatically.

ดูคำตอบ

You might be wondering

and honestly, it doesn't really feel like anything.

1:27

บอกตามตรง มันไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย

It's almost like walking into a room with a cold draft. ลำดับความ

1:28

มันเหมือนเดินเข้าไปในห้องที่มีลมเย็น ๆ มากกว่า

ลำดับความ

It's almost like: การเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง

It's almost like ใช้เริ่มการเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง ในประโยคนี้ ความรู้สึกที่อธิบายตรง ๆ ได้ยากถูกเชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่คุ้นเคยอย่างการเดินเข้าไปในห้องที่มีลมเย็นพัดผ่าน ใช้โครงสร้าง It's almost like + นามวลีหรือรูป -ing เพื่อช่วยให้จินตนาการถึงความรู้สึกหรือแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น almost จำกัดขอบเขตของการเปรียบเทียบ โดยแสดงว่าสองประสบการณ์คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบการเปรียบเทียบแบบใกล้เคียงที่ตรงกับในบทเรียนทุกคำ: ____ stepping into a freezer for a second.

ดูคำตอบ

It's almost like

Things cool down a little bit, กริยาวลี

1:31

รู้สึกเย็นลงนิดหน่อย

กริยาวลี

ความหมายตรงตัวและการใช้แบบอกรรมกริยาของ cool down

ในประโยคนี้ cool down หมายถึง “ร้อนน้อยลง” หรือ “เย็นลง” ประธาน things กล่าวรวม ๆ ถึงบริเวณและสิ่งต่าง ๆ รอบพื้นที่นั้น ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าอุณหภูมิของสิ่งเหล่านั้นลดลงเล็กน้อย ในที่นี้ cool down เป็นอกรรมกริยา กล่าวคือประธานเย็นลงเองโดยไม่มีกรรมตรง กริยาวลีนี้ยังหมายถึง “สงบลง” ได้ด้วย แต่ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ความหมายเชิงเปรียบเทียบนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cool down ในความหมายตรงตัวและเป็นอกรรมกริยาเหมือนตัวอย่าง?

  1. She tried to cool down the angry customer.
  2. Leave the soup on the table so it can cool down.
  3. Cool the laptop down with a fan.
ดูคำตอบ

Leave the soup on the table so it can cool down.

but water would stick to your skin whereas liquid nitrogen just evaporates immediately. ไวยากรณ์

1:32

แต่น้ำจะเกาะติดผิวของคุณ ในขณะที่ไนโตรเจนเหลวจะระเหยไปทันที

ไวยากรณ์

การใช้ whereas เปรียบเทียบข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์สองข้อ

Whereas ใช้เชื่อมอนุประโยคสองส่วนเพื่อแสดงความแตกต่างโดยตรง ในที่นี้ อนุประโยคที่สมบูรณ์ส่วนหนึ่งบอกว่าน้ำจะติดผิวหนัง ส่วนอีกส่วนบอกว่าไนโตรเจนเหลวจะระเหยทันที คำนี้จัดข้อมูลเป็นการเปรียบเทียบสองด้าน กล่าวคือ A เกิดกับน้ำ whereas B เกิดกับไนโตรเจนเหลว ในการใช้นี้ whereas หมายถึง “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่”

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงอนุประโยคสองส่วนเป็นการเปรียบต่างโดยตรงแบบสองด้านได้ชัดเจนที่สุด? The local train stops at every station, ___ the express train goes straight downtown.

  1. unless
  2. whereas
  3. because
ดูคำตอบ

whereas

A little in my ear, but that's not bad.

1:38

เข้าหูนิดหน่อย แต่ก็ไม่แย่หรอก

Awesome.

1:40

สุดยอดเลย

Well, I think that's good enough.

1:41

อืม ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ

So, there you have it, guys. ลำดับความ

1:42

ก็นั่นแหละครับทุกคน

ลำดับความ

there you have it: การนำเสนอผลลัพธ์

There you have it ใช้เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ คำตอบ หรือข้อสรุป หลังจากผู้พูดอธิบายหรือสาธิตเสร็จแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้ปิดการสาธิตและบอกผู้ฟังว่า “นี่คือผลลัพธ์” คำในวลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงสถานที่หรือการครอบครอง แต่เป็นวลีปิดช่วงคำพูดที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยพาจากคำอธิบายไปสู่ข้อสรุปสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวจากบทเรียนเพื่อให้ประโยคสรุปสมบูรณ์: The final total is 42. So, ____.

ดูคำตอบ

there you have it

We dispelled the myth that liquid nitrogen contacting on skin วลี

1:43

เราได้ทำลายความเชื่อที่ว่าไนโตรเจนเหลวเมื่อสัมผัสผิวหนัง

will instantly freeze or blind you.

1:46

จะทำให้คุณแข็งหรือตาบอดในทันที

วลี

dispelled the myth that: การโต้แย้งความเชื่อที่ผิด

Dispelled the myth that หมายถึงการโต้แย้งและขจัดความเชื่อที่แพร่หลายแต่ไม่ถูกต้อง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุว่าคำกล่าวใดกำลังถูกปฏิเสธ Dispel เป็นคำกริยาค่อนข้างเป็นทางการที่มักใช้ร่วมกับ myth, doubt, fear หรือ confusion โดยหมายถึงการทำให้ความคิดหรือความรู้สึกหายไปด้วยหลักฐานหรือคำอธิบาย ไม่ใช่การทำลายสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีค่อนข้างเป็นทางการจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The study ____ older adults cannot learn new technology.

ดูคำตอบ

dispelled the myth that

Now, I have to confess something here. น้ำเสียง/เจตนา

1:48

ตอนนี้ผมต้องสารภาพอะไรบางอย่างแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I have to confess something: คำเกริ่นก่อนสารภาพ

ในที่นี้ I have to confess something ใช้เกริ่นก่อนบอกความจริงบางอย่าง ผู้พูดส่งสัญญาณว่าเคยเก็บข้อมูลบางส่วนไว้และกำลังจะเปิดเผย ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน confess ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการยอมรับว่าได้ก่ออาชญากรรมเสมอไป คำนี้ใช้เกริ่นถึงข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ น่าอึดอัด หรือเป็นเรื่องส่วนตัว และเตรียมให้ผู้ฟังทบทวนความเข้าใจเดิมได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเต็มที่ใช้เกริ่นการยอมรับเรื่องส่วนตัว: "____: I read the message before the meeting."

ดูคำตอบ

I have to confess something

I knew that liquid nitrogen wasn't going to hurt me.

1:49

ผมรู้แต่แรกแล้วว่าไนโตรเจนเหลวทำอันตรายผมไม่ได้

Why?

1:51

ทำไมล่ะ?

Because I play with this stuff.

1:51

เพราะผมเล่นกับของพวกนี้มาตลอดไง

I've played with it for years and I know the boundaries. ไวยากรณ์

1:52

ผมเล่นกับมันมาหลายปีแล้ว และผมรู้ขีดจำกัดของมัน

ไวยากรณ์

I've played with it for years: present perfect กับ for

I've played เป็นการใช้ present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + past participle ร่วมกับ for years ที่บอกระยะเวลา รูปนี้นำเสนอกิจกรรมว่าเริ่มในอดีตและดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน ความเชื่อมโยงกับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญ ประสบการณ์หลายปีรองรับคำกล่าวในปัจจุบันว่า I know the boundaries ใช้ for กับระยะเวลา และใช้ since กับจุดเริ่มต้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอกิจกรรมอย่างชัดเจนว่าเป็นประสบการณ์ระยะยาวที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน?

  1. I worked with this software for years, but I stopped in 2020.
  2. I've worked with this software for years, so I know its limits.
  3. I've worked with this software in 2020, so I know its limits.
ดูคำตอบ

I've worked with this software for years, so I know its limits.

I'm familiar with it. วลี

1:54

ผมคุ้นเคยกับมันดี

วลี

be familiar with + สิ่งที่คุ้นเคย

be familiar with + คำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึงรู้จักคนหรือสิ่งหนึ่งดีพอที่จะจำได้ เข้าใจลักษณะสำคัญ หรือรู้วิธีใช้และรับมือกับสิ่งนั้น ในประโยคนี้ with นำหน้าสิ่งที่ผู้พูดคุ้นเคย ส่วน it หมายถึงไนโตรเจนเหลวและลักษณะการทำงานของมัน โครงสร้างคือ be + familiar with + กรรม ใช้บอกว่ามีความรู้หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเชี่ยวชาญระดับผู้เชี่ยวชาญ

แบบฝึกหัด

ใช้ familiar และคำบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before leading the tour, make sure you are ____ the safety rules.

ดูคำตอบ

familiar with

Liquid nitrogen hitting the skin reacts on a principle called the Leidenfrost effect. วัฒนธรรม

1:55

ไนโตรเจนเหลวที่กระทบผิวหนังจะทำปฏิกิริยาตามหลักการที่เรียกว่า ปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์

วัฒนธรรม

ปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์

ปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์เกิดขึ้นเมื่อของเหลวสัมผัสพื้นผิวที่ร้อนกว่าจุดเดือดของของเหลวนั้นมาก จนเกิดชั้นไออย่างรวดเร็วระหว่างของเหลวกับพื้นผิว ชั้นไอนี้ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงชั่วครู่ หยดของเหลวจึงอาจลื่นไหลหรือเด้งแทนที่จะหายไปทันที ในประโยคนี้ ชื่อนี้ระบุกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อไนโตรเจนเหลวสัมผัสผิวหนังเป็นเวลาสั้น ๆ มันอธิบายสิ่งกั้นทางกายภาพชั่วคราว ไม่ใช่การรับประกันความปลอดภัยทั่วไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงปรากฏการณ์ไลเดนฟรอสต์ได้ชัดเจนที่สุด

  1. หยดน้ำลื่นไหลไปบนกระทะที่ร้อนจัดโดยมีชั้นไอบาง ๆ รองอยู่
  2. ก้อนน้ำแข็งค่อย ๆ ละลายในแก้วที่อุณหภูมิห้อง
  3. ไอน้ำควบแน่นเป็นน้ำบนหน้าต่างที่เย็น
ดูคำตอบ

หยดน้ำลื่นไหลไปบนกระทะที่ร้อนจัดโดยมีชั้นไอบาง ๆ รองอยู่

It's almost like not touching it at all ไวยากรณ์

1:59

มันแทบจะเหมือนไม่ได้สัมผัสผิวเลย

ไวยากรณ์

not ... at all เพื่อแสดงการปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

โครงสร้าง not ... at all ใช้เน้นข้อความปฏิเสธ หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นไม่ว่าในทางใดหรือในระดับใด ในประโยคนี้ not ปฏิเสธ touching และ at all เน้นว่าปริมาณการสัมผัสตามความรู้สึกนั้นเป็นศูนย์ Almost like อยู่ภายนอกโครงสร้างปฏิเสธนี้และใช้แสดงการเปรียบเทียบหรือความรู้สึก ผู้พูดกำลังบอกว่าความรู้สึกนั้นแทบเหมือนกับไม่มีการสัมผัส ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีการสัมผัสทางกายภาพเกิดขึ้นเลย

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อเน้นข้อความปฏิเสธ: The update did ____ improve the battery life ____.

ดูคำตอบ

not · at all

because it's being repelled by an invisible barrier. ไวยากรณ์

2:01

เพราะมันถูกผลักออกด้วยเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น

ไวยากรณ์

being repelled by: รูปกำลังกระทำแบบถูกกระทำ

ใน is being repelled by คำว่า is แสดงเวลาปัจจุบัน being สร้างรูปกำลังกระทำ และ repelled เป็นกริยาช่องที่สามที่ทำให้ประโยคเป็นรูปถูกกระทำ ประธานเป็นฝ่ายรับแรง ไม่ใช่ฝ่ายสร้างแรงนั้น รูปนี้นำเสนอการผลักออกว่าเป็นกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น วลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุสาเหตุหรือผู้กระทำที่สร้างแรงนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายกระบวนการด้วยรูปปัจจุบันกำลังกระทำแบบถูกกระทำของ repel: The charged particles are ____ by the magnetic field.

ดูคำตอบ

being repelled

When liquid nitrogen touches my face, the same thing.

2:03

ตอนที่ไนโตรเจนเหลวโดนหน้าผม มันก็เหมือนกัน

It basically just repels and sheds off like water.

2:05

มันก็แค่ผลักตัวออกแล้วไหลทิ้งไปเหมือนกับน้ำ

Well, that's it for this video, guys.

2:09

เอาล่ะ สำหรับวิดีโอนี้ก็มีแค่นี้ครับทุกคน

If you're looking for some projects you can try at home,

2:10

ถ้าคุณกำลังมองหาโปรเจกต์ที่ลองทำเองได้ที่บ้าน

I'll put some clickable links at the end of this video

2:13

ผมจะใส่ลิงก์ให้คลิกไว้ที่ท้ายวิดีโอนี้

or you can find some others at thekingofrandom.com

2:15

หรือคุณสามารถไปหาดูเพิ่มเติมได้ที่ thekingofrandom.com

See you in the next video.

2:17

แล้วเจอกันใหม่ในวิดีโอหน้านะ