ฟิสิกส์ของ "ท่าที่ยากที่สุด" ในบัลเลต์ - Arleen Sugano: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
611 คำ 165 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: อธิบายว่านักบัลเลต์รักษาการหมุนฟูเอตเตต่อเนื่องของหงส์ดำได้อย่างไร โดยควบคุมแรงบิด แรงเสียดทาน โมเมนต์ความเฉื่อยเชิงหมุน และโมเมนตัมเชิงมุม พร้อมชี้ว่าฉากที่ดูเหนือธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นได้ด้วยหลักฟิสิกส์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. unravel its physics? — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า unravel ใช้เชิงเปรียบเทียบถึงการค่อย ๆ คลี่คลายและอธิบายกลไกที่ซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงการแกะเส้นด้ายตามตัวอักษร จึงนำไปใช้กับปริศนา ปัญหา หรือคำถามทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. is equal to และ times — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: จดจำโครงสร้างพื้นฐานในการอ่านสมการภาษาอังกฤษ โดย is equal to ใช้บอกผลลัพธ์หรือความเท่ากัน ส่วน times ใช้บอกการคูณ ทำให้ฟังและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโมเมนตัมเชิงมุม ความเร็วเชิงมุม และโมเมนต์ความเฉื่อยเชิงหมุนได้ 3. it's not magic that makes them possible, it's physics. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีใช้ความขัดแย้งที่ชัดเจนระหว่างคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธกับสาเหตุที่แท้จริงเพื่อปิดเรื่อง โดยย้อนรับภาพการแสดงที่เหมือนเวทมนตร์ แล้วเน้นข้อสรุปหลักว่าเบื้องหลังคือฟิสิกส์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the third act of Swan Lake, วัฒนธรรม

0:06

ในองก์ที่สามของ Swan Lake

วัฒนธรรม

Swan Lake: ชื่อของบัลเลต์

Swan Lake เป็นชื่อภาษาอังกฤษของบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงเรื่อง ทะเลสาบหงส์ ไม่ใช่คำบรรยายทะเลสาบธรรมดา ในวลี the third act of Swan Lake ชื่อนี้บอกว่ากำลังกล่าวถึงองก์ที่สามของผลงานเรื่องใด เมื่อรู้ว่าเป็นชื่อเรื่อง ก็จะเข้าใจได้ว่าการกล่าวถึงหงส์ดำและการหมุนแบบบัลเลต์เป็นส่วนหนึ่งของผลงานเรื่องเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Swan Lake หมายถึงอะไร?

  1. บัลเลต์เรื่อง Swan Lake
  2. ท่าบัลเลต์ท่าหนึ่ง
  3. ทะเลสาบธรรมดาที่มีหงส์อาศัยอยู่
ดูคำตอบ

บัลเลต์เรื่อง Swan Lake

the black swan pulls off a seemingly endless series of turns, กริยาวลี

0:09

หงส์ดำทำการหมุนตัวติดต่อกันราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

กริยาวลี

pulls off: ทำเรื่องยากให้สำเร็จ

ในที่นี้ pulls off หมายถึงทำสิ่งที่ยากหรือดูเหมือนมีโอกาสสำเร็จน้อยให้สำเร็จ เป็นการบอกว่านักเต้นสามารถหมุนต่อเนื่องเป็นชุดที่ยากมากได้ ไม่ได้หมายถึงการดึงบางสิ่งออกไปทางกายภาพ รูปแบบคือ pull off + งาน แผน กิจกรรม การแสดง หรือความสำเร็จที่ยาก คำนามที่เป็นกรรมสามารถวางหลัง off ได้ เช่น pull off a difficult performance

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ pull off: The challenge looked impossible, but Maya ____ before time ran out.

ดูคำตอบ

pulled it off

bobbing up and down on one pointed foot วลี

0:13

ด้วยการยกตัวขึ้นลงบนปลายเท้าข้างเดียว

วลี

bobbing up and down: การเคลื่อนขึ้นลงเล็กน้อยซ้ำ ๆ

Bobbing up and down ใช้บรรยายการเคลื่อนที่ในแนวตั้งขึ้นลงซ้ำ ๆ แบบระยะสั้น ในประโยคนี้ bobbing เป็นรูป -ing ที่แสดงว่าการเคลื่อนไหวของผู้เต้นกำลังดำเนินอยู่ ส่วน up and down บอกสองทิศทางที่สลับกัน ใช้รูปแบบนี้กับคนหรือสิ่งของที่ยกขึ้นแล้วลดลงซ้ำ ๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวสั้น ๆ หรือเบา ๆ คำนี้ให้ภาพชัดและเจาะจงกว่าการพูดเพียง moving

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ bob up and down: The cork was ____ on the waves.

ดูคำตอบ

bobbing up and down

and spinning around and around and around 32 times. ลำดับความ

0:17

และหมุนวนไปรอบๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 32 รอบ

ลำดับความ

around and around and around: การซ้ำเพื่อแสดงการหมุนต่อเนื่อง

การพูด around ซ้ำสามครั้งทำให้คำบรรยายการหมุนยาวต่อเนื่องไปในประโยค แทนที่จะบอกทิศทางเพียงครั้งเดียว ผู้พูดทำให้รู้สึกว่าการเคลื่อนไหวยังคงดำเนินต่อไปทีละรอบ การใช้คำซ้ำยังสร้างจังหวะและภาพที่ชัดเจนในใจด้วย นี่เป็นการเน้นโดยตั้งใจ ไม่ใช่การแก้คำพูดหรือการบอกว่าผู้เต้นเปลี่ยนทิศทางสามครั้ง

แบบฝึกหัด

การพูด around ซ้ำในประโยคมีผลหลักอย่างไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดลืมคำที่ถูกต้อง
  2. หมายความว่าผู้เต้นเปลี่ยนทิศทางสามครั้ง
  3. เน้นว่าการหมุนดำเนินต่อเนื่องและสร้างภาพที่มีจังหวะ
ดูคำตอบ

เน้นว่าการหมุนดำเนินต่อเนื่องและสร้างภาพที่มีจังหวะ

It's one of the toughest sequences in ballet, ไวยากรณ์

0:22

นี่เป็นหนึ่งในท่าเต้นที่ยากที่สุดในบัลเลต์

ไวยากรณ์

one of the toughest sequences: one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์

โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีระดับสูงสุดตามเกณฑ์หนึ่ง ในที่นี้ ชุดท่าหนึ่งอยู่ในกลุ่มชุดท่าบัลเลต์ที่ยากที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นชุดท่าเดียวที่ยากที่สุด หลัง one of ต้องใช้คำนามพหูพจน์: one of the toughest sequences โดย toughest เป็นรูปขั้นสูงสุดของ tough และในบริบทของบัลเลต์ sequence หมายถึงชุดการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ old และ bridge เติมโครงสร้าง one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ให้สมบูรณ์: This is ____ in our town.

ดูคำตอบ

one of the oldest bridges

and for those 30 seconds or so, วลี

0:25

และในช่วงเวลาประมาณ 30 วินาทีนั้น

วลี

30 seconds or so: ปริมาณ + or so เพื่อบอกค่าโดยประมาณ

ใน for those 30 seconds or so คำว่า for บอกระยะเวลา และ those ชี้ไปยังช่วงเวลาเฉพาะที่กล่าวถึงมาก่อนแล้ว ทั้งวลีหมายถึงในช่วงเวลาเฉพาะนั้นซึ่งนานประมาณ 30 วินาที or so วางหลังตัวเลขหรือวลีบอกปริมาณเพื่อทำให้จำนวนนั้นเป็นค่าโดยประมาณ: 30 seconds or so หมายถึงประมาณ 30 วินาที ไม่ได้เสนออีกทางเลือกหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ or so เพื่อแสดงว่าเวลาเป็นค่าโดยประมาณ: We waited for ten minutes ____ before the bus arrived.

ดูคำตอบ

or so

she's like a human top in perpetual motion. โน้ต

0:27

เธอเปรียบเสมือนลูกข่างมนุษย์ที่เคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง

สำนวน

like a human top: อุปมาที่สื่อถึงการหมุน

ในที่นี้ top หมายถึงของเล่นที่หมุนได้ คือ ลูกข่าง วลี like a human top เปรียบนักเต้นกับของเล่นชนิดนี้ ทำให้เห็นภาพคนที่หมุนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าเธออยู่เหนือสิ่งใดหรือว่า top หมายถึงเสื้อผ้า โครงสร้าง like + นามวลี ใช้สร้างอุปมา โดยอธิบายว่าคนหรือสิ่งของดูเป็นอย่างไรผ่านการเปรียบเทียบกับภาพที่คุ้นเคย

แบบฝึกหัด

like a human top ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. เธอดูเหมือนกำลังหมุนเหมือนลูกข่างของเล่น
  2. เธอสวมเสื้อผ้าที่เรียกว่า top
  3. เธอยืนอยู่ที่จุดสูงสุด
ดูคำตอบ

เธอดูเหมือนกำลังหมุนเหมือนลูกข่างของเล่น

การใช้คำ

in perpetual motion: การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนไม่มีวันหยุด

in perpetual motion หมายถึงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องโดยดูเหมือนไม่มีการหยุด ในประโยคนี้เป็นการกล่าวเกินจริงให้เห็นภาพ นักเต้นดูเหมือนหมุนต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะเคลื่อนไหวตลอดไปจริง ๆ ในทางฟิสิกส์ perpetual motion อาจหมายถึงแนวคิดของระบบที่เคลื่อนไหวต่อไปอย่างไม่สิ้นสุดโดยไม่ต้องรับพลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ความหมายเชิงเทคนิคนั้น

แบบฝึกหัด

in perpetual motion ในประโยคเดิมหมายความว่าอย่างไร?

  1. พิสูจน์ว่าเธอสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดไปโดยไม่ใช้พลังงาน
  2. หมายความว่าเธอหยุดเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิงแล้ว
  3. เป็นการกล่าวเกินจริงอย่างเห็นภาพว่าเธอดูเหมือนเคลื่อนไหวต่อเนื่องเพียงใด
ดูคำตอบ

เป็นการกล่าวเกินจริงอย่างเห็นภาพว่าเธอดูเหมือนเคลื่อนไหวต่อเนื่องเพียงใด

Those spectacular turns are called fouettés, ไวยากรณ์

0:30

การหมุนตัวที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้เรียกว่า ท่าฟูเอตเต้ (fouettés)

ไวยากรณ์

are called fouettés: การบอกชื่อด้วย be called

โครงสร้างกรรมวาจก X is/are called Y ใช้บอกชื่อของ X ในประโยคนี้ ประธาน Those spectacular turns เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are called ส่วน fouettés คือศัพท์บัลเลต์ที่ใช้เรียกท่าหมุนเหล่านี้ ในโครงสร้างนี้ called หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อ” ไม่ได้หมายถึง “ถูกโทรหา” ใช้ is called กับสิ่งเดียว และใช้ are called กับหลายสิ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ be called เติมประโยคให้สมบูรณ์: In geometry, shapes with three sides ____ triangles.

ดูคำตอบ

are called

which means whipped in French, วลี

0:34

ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง "การเฆี่ยน"

วลี

which means ... in French: การอธิบายความหมายของคำศัพท์

อนุประโยค which means whipped in French อธิบายความหมายของคำศัพท์ที่เพิ่งกล่าวถึงคือ fouettés อย่างสั้น ๆ ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงคำศัพท์นั้น จึงเป็นการอธิบายต่อในหัวข้อเดิม ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อใหม่ รูปแบบ X, which means Y in another language, เป็นวิธีสั้น ๆ สำหรับอธิบายคำจากภาษาต่างประเทศหรือชื่อเฉพาะทาง ส่วน in French บอกว่าความหมายที่ระบุนั้นเป็นความหมายในภาษาใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอนุประโยคสัมพันธ์สองคำของ mean: The Japanese word neko, ____ cat in English, appears in this story.

ดูคำตอบ

which means

describing the dancer's incredible ability to whip around without stopping. กริยาวลี

0:35

อธิบายถึงความสามารถอันน่าทึ่งของนักเต้นในการหมุนตวัดราวกับแส้โดยไม่หยุด

กริยาวลี

whip around: หันหรือหมุนอย่างรวดเร็ว

whip around หมายถึงหันตัวหรือหมุนอย่างรวดเร็วมาก มักมีลักษณะฉับพลันและแรง ในที่นี้ without stopping แสดงว่านักเต้นหมุนเร็วต่อเนื่อง ไม่ใช่หมุนช้า ๆ เพียงครั้งเดียว whip ช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความเร็วและแรง ส่วน around แสดงการเปลี่ยนทิศหรือการหมุน ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้แส้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ whip around เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the door slammed behind her, Nina ____ to see what happened.

ดูคำตอบ

whipped around

But while we're marveling at the fouetté, ลำดับความ

0:40

แต่ในขณะที่เรากำลังตื่นตาตื่นใจกับท่าฟูเอตเต้

can we unravel its physics? สำนวน

0:42

เราจะสามารถไขปริศนาทางฟิสิกส์ของมันได้หรือไม่?

ลำดับความ

while we're marveling at: ยอมรับความชื่นชมแล้วเปลี่ยนจุดสนใจ

ในที่นี้ while we're marveling at ยอมรับความชื่นชมของผู้ชมก่อน แล้วจึงเตรียมเปลี่ยนไปสู่คำถามว่าท่าฟูเอ็ตเตทำงานอย่างไร ความชื่นชมยังคงเป็นพื้นหลัง ขณะที่ความสนใจเปลี่ยนไปสู่การวิเคราะห์ while ยังคงสื่อว่ากิจกรรมทั้งสองเกิดพร้อมกันได้ แต่ยังช่วยจัดลำดับความคิดด้วย กล่าวคือ เราสามารถชื่นชมสิ่งหนึ่งและวิเคราะห์สิ่งนั้นไปพร้อมกันได้ ส่วน But ที่ขึ้นต้นประโยคทำให้การเปลี่ยนจุดสนใจชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

while we're marveling at ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. บอกว่าต้องหยุดชื่นชมก่อนจึงจะเริ่มวิเคราะห์ได้
  3. ยอมรับความชื่นชมก่อนเปลี่ยนไปสู่คำถามเชิงวิเคราะห์
ดูคำตอบ

ยอมรับความชื่นชมก่อนเปลี่ยนไปสู่คำถามเชิงวิเคราะห์

สำนวน

unravel its physics: อธิบายหลักการที่ซับซ้อนให้ชัดเจน

ในที่นี้ unravel its physics หมายถึงการวิเคราะห์ท่าฟูเอตเตทีละขั้นจนเข้าใจหลักฟิสิกส์เบื้องหลังอย่างชัดเจน คำถามนี้เปลี่ยนจากการชื่นชมท่าเต้นไปสู่การอธิบายว่าท่านี้ทำงานอย่างไร Unravel อาจหมายถึงการคลายเส้นด้ายที่พันกันตามตัวอักษร แต่ในสำนวนอย่าง unravel a mystery, unravel the cause หรือ unravel a complex problem จะใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงค่อย ๆ พิจารณาเพื่อทำให้เรื่องยากเข้าใจง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ unravel its physics หมายความว่าอย่างไร

  1. วิเคราะห์และอธิบายหลักฟิสิกส์
  2. ทำให้หลักฟิสิกส์ยุ่งยากและซับซ้อนกว่าเดิม
  3. นำหลักฟิสิกส์ออกจากการเต้น
ดูคำตอบ

วิเคราะห์และอธิบายหลักฟิสิกส์

The dancer starts the fouetté by pushing off with her foot to generate torque, โน้ต

0:44

นักเต้นเริ่มท่าฟูเอตเต้ด้วยการใช้เท้าดันพื้นเพื่อสร้างแรงบิด

กริยาวลี

pushing off: ถีบออกจากพื้นผิวเพื่อเริ่มเคลื่อนที่

ในประโยคนี้ pushing off หมายถึงการใช้เท้ากดพื้นเพื่อให้ร่างกายเคลื่อนออกจากจุดรองรับและเริ่มหมุน โครงสร้าง by + -ing บอกวิธีที่นักเต้นใช้เริ่มท่าฟูเอตเต Push off ทำหน้าที่เป็น phrasal verb หนึ่งชุด คำว่า off สื่อถึงการเคลื่อนออกจากพื้นผิวที่รองรับ ดังนั้น push เพียงคำเดียวจึงไม่สื่อการถีบตัวออกทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ push off: At the signal, the skater ____ from the ice and accelerated.

ดูคำตอบ

pushed off

วลี

to generate torque: สร้างผลที่ทำให้เกิดการหมุน

ในที่นี้ to generate torque หมายถึง “เพื่อสร้างแรงบิด” torque คือผลของแรงที่ทำให้เกิดการหมุน และการใช้เท้าถีบพื้นจะสร้างผลดังกล่าวให้กับนักเต้น ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ generate มักหมายถึง “สร้าง” หรือ “ทำให้เกิดขึ้น” เช่น generate heat, force หรือ torque ไม่ได้หมายถึง “ผลิตกระแสไฟฟ้า” เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย generate และคำนามทางเทคนิคที่หมายถึงผลของแรงที่ทำให้เกิดการหมุน: The motor must ____ to rotate the heavy wheel.

ดูคำตอบ

generate torque

but the hard part is maintaining the rotation. ไวยากรณ์

0:48

แต่ส่วนที่ยากคือการรักษาการหมุนเอาไว้

ไวยากรณ์

the hard part is maintaining ...: ระบุส่วนที่ยากจริง ๆ

รูปแบบ the hard part is + -ing ใช้ระบุการกระทำหรือขั้นตอนที่ยากที่สุด ในที่นี้ maintaining the rotation หมายถึงการทำให้การหมุนดำเนินต่อไป และ maintaining เป็นรูป -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมนั้นหลัง is คำว่า but สร้างความเปรียบต่าง การเริ่มหมุนเป็นขั้นตอนหนึ่ง แต่การทำให้หมุนต่อไปคือความท้าทายที่แท้จริง รูปแบบนี้นำไปใช้เพื่อเน้นส่วนที่ยากที่สุดของงานอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย the hard part is และรูป -ing ของ keep: Planning the event is easy, but ____ everyone on schedule.

ดูคำตอบ

the hard part is keeping

As she turns,

0:52

ในขณะที่เธอหมุน

friction between her pointe shoe and the floor, การใช้คำ

0:53

แรงเสียดทานระหว่างรองเท้าบัลเลต์กับพื้น

and somewhat between her body and the air,

0:55

และแรงเสียดทานระหว่างร่างกายของเธอกับอากาศในระดับหนึ่ง

reduces her momentum.

0:58

จะทำให้โมเมนตัมของเธอลดลง

การใช้คำ

friction between X and Y: ระบุวัตถุสองอย่างที่มีปฏิสัมพันธ์กัน

friction between X and Y หมายถึงแรงเสียดทานทางกายภาพที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง X กับ Y โครงสร้างคือ between + X + and + Y โดยในที่นี้ X คือ her pointe shoe และ Y คือ the floor ในประโยคนี้ friction คือแรงที่ต้านการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ เมื่ออ่านคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ให้ใช้กลุ่มคำนามสองกลุ่มในโครงสร้างนี้เพื่อระบุพื้นผิวหรือวัตถุที่มีปฏิสัมพันธ์กัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง between ... and ... เพื่อระบุพื้นผิวสองอย่างที่เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทาน: Friction ____ the tires ____ the road helps a bicycle stop.

ดูคำตอบ

between · and

So how does she keep turning? ลำดับความ

1:00

แล้วเธอทำอย่างไรจึงหมุนต่อไปได้?

ลำดับความ

So how ...?: สะพานเชื่อมไปสู่คำถามถัดไป

เมื่ออยู่ต้นคำถาม So แสดงว่าคำถามนั้นเกิดจากข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ คำอธิบายก่อนหน้าทำให้เกิดข้อสงสัย และ So how does she keep turning? ระบุคำถามที่ต้องหาคำตอบต่อไป นี่เป็นวิธีจัดระเบียบข้อมูล ผู้พูดสามารถเสนอข้อเท็จจริงหรือปัญหา ถามว่า So how ...? แล้วใช้ส่วนถัดไปอธิบายคำตอบ ดังนั้น So ในที่นี้จึงเป็นสะพานเชื่อมทางเหตุผล ไม่ใช่เพียงคำเสริมที่ไม่มีความหมาย

แบบฝึกหัด

So ที่อยู่ต้นประโยค So how does she keep turning? ทำหน้าที่อะไร

  1. แสดงว่ากำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง
  2. ให้คำตอบสุดท้ายของคำถามนั้น
  3. แสดงว่าคำถามเกิดจากข้อมูลก่อนหน้าและปูทางไปสู่คำอธิบายถัดไป
ดูคำตอบ

แสดงว่าคำถามเกิดจากข้อมูลก่อนหน้าและปูทางไปสู่คำอธิบายถัดไป

Between each turn,

1:01

ในระหว่างการหมุนแต่ละรอบ

the dancer pauses for a split second and faces the audience. สำนวน

1:03

นักเต้นจะหยุดชั่วเสี้ยววินาทีและหันหน้าไปทางผู้ชม

สำนวน

a split second: ชั่วขณะที่สั้นมาก

ใน a split second คำว่า split ช่วยเน้นว่าเวลานั้นสั้นมาก โดย a split second หมายถึงชั่วขณะที่สั้นมากจนมักสังเกตได้ไม่ชัด ไม่ได้หมายถึงการแบ่งหนึ่งวินาทีออกจริง ๆ ในประโยคนี้ for บอกว่าการหยุดกินเวลานานเท่าใด นักเต้นหยุดเพียงชั่วขณะก่อนหันหน้าเข้าหาผู้ชม

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง a split second บอกว่าการหยุดของนักเต้นนานเท่าใด

  1. หนึ่งวินาทีที่วัดได้พอดี
  2. เพียงชั่วขณะที่สั้นมาก
  3. นานพอที่จะพักอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ

เพียงชั่วขณะที่สั้นมาก

Her supporting foot flattens and then twists as it rises back onto pointe, วัฒนธรรม

1:07

เท้าที่เป็นหลักจะวางราบลงและบิดตัวเมื่อเธอยกตัวขึ้นยืนบนปลายเท้าอีกครั้ง

วัฒนธรรม

rises back onto pointe: กลับสู่ท่าปวงต์ของบัลเลต์

ในบัลเลต์ pointe คือท่าและเทคนิคที่ใช้ปลายเท้าซึ่งเหยียดจนสุดรับน้ำหนักตัว โดยปกติจะสวมรองเท้าปวงต์ คำนี้เป็นศัพท์เฉพาะของบัลเลต์ ไม่ใช่รูปสะกดอีกแบบของคำทั่วไป point rises back onto pointe หมายถึงเท้าข้างที่รับน้ำหนักยกขึ้นจากท่าวางราบและกลับสู่ท่าบัลเลต์ที่ใช้ปลายเท้ารับน้ำหนัก คำว่า back แสดงว่านักเต้นเคยอยู่ในท่านี้มาก่อน

แบบฝึกหัด

rises back onto pointe ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. นักเต้นใช้นิ้วชี้ไปทางผู้ชม
  2. เท้าข้างที่รับน้ำหนักกลับสู่ท่าบัลเลต์ที่ยืนบนปลายเท้า
  3. เท้าข้างที่รับน้ำหนักยังคงวางราบอยู่บนพื้น
ดูคำตอบ

เท้าข้างที่รับน้ำหนักกลับสู่ท่าบัลเลต์ที่ยืนบนปลายเท้า

pushing against the floor to generate a tiny amount of new torque.

1:12

การผลักพื้นเพื่อสร้างแรงบิดใหม่ในปริมาณเล็กน้อย

At the same time, ลำดับความ

1:17

ในขณะเดียวกัน

her arms sweep open to help her keep her balance. โน้ต

1:18

แขนของเธอจะกางออกเพื่อช่วยในการทรงตัว

ลำดับความ

At the same time: บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นพร้อมกัน

At the same time อยู่ต้นอนุประโยคนี้ เพื่อบอกว่าแขนของเธอกางออกในขณะที่การกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้านั้นยังดำเนินอยู่ จึงทำให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวทั้งสองประสานกัน ไม่ใช่ทำอย่างหนึ่งเสร็จแล้วจึงทำอีกอย่าง ในการบอกขั้นตอนหรือบรรยายการเคลื่อนไหว ใช้ At the same time, + อนุประโยค เพื่อเพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นควบคู่กันและทำให้ความสัมพันธ์ด้านเวลาชัดเจน

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อข้อใดบอกชัดเจนว่า Maya ชูธงพร้อมกับที่ Leo เริ่มเปิดเพลง?

  1. Leo starts the music. At the same time, Maya raises the flag.
  2. Leo starts the music. Then Maya raises the flag.
  3. Leo starts the music because Maya raises the flag.
ดูคำตอบ

Leo starts the music. At the same time, Maya raises the flag.

การใช้คำ

sweep open: กางออกด้วยการเคลื่อนไหวกว้างและลื่นไหล

ใน sweep open คำว่า sweep บรรยายการเคลื่อนไหวที่กว้างและลื่นไหลไปตามแนวทางที่มองเห็นได้ ส่วน open บอกท่าสุดท้ายว่าเปิดหรือกางออก ในที่นี้ แขนเคลื่อนออกด้านนอกจนอยู่ในท่ากาง sweep ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกวาดพื้น แต่ช่วยเพิ่มความเคลื่อนไหวและภาพที่มีพลัง ทำให้ sweep open เห็นภาพชัดกว่าการใช้เพียง open

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าบางสิ่งเปิดออกด้วยการเคลื่อนไหวที่กว้างและลื่นไหล?

  1. The curtains stayed open during the show.
  2. The cleaner swept the floor before the show.
  3. The curtains swept open in one smooth motion.
ดูคำตอบ

The curtains swept open in one smooth motion.

วลี

keep her balance: โครงสร้าง keep one's balance

keep her balance หมายถึงรักษาร่างกายให้มั่นคงและไม่ล้ม ในที่นี้ balance หมายถึงสมดุลของร่างกาย ไม่ใช่เงินในบัญชี โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + balance โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามบุคคล เช่น keep my balance, keep your balance หรือ keep his balance

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง keep one's balance เติมประโยคให้สมบูรณ์: On the moving bus, Maya grabbed a pole to ____.

ดูคำตอบ

keep her balance

The turns are most effective if her center of gravity stays constant, โน้ต

1:21

การหมุนจะมีประสิทธิภาพที่สุดหากจุดศูนย์ถ่วงของเธอคงที่

ไวยากรณ์

most effective if: ระบุเงื่อนไขที่ให้ผลดีที่สุด

ในโครงสร้าง A is most effective if B คำว่า most effective บอกว่า A ให้ผลดีที่สุด ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ผลนั้นเกิดขึ้น if ในที่นี้นำเสนอเงื่อนไขที่เป็นจริงได้ ไม่ใช่เรื่องสมมติในจินตนาการ ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายว่าวิธี กลยุทธ์ หรือการกระทำจะได้ผลดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขใด

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง A is most effective if B เติมประโยคให้สมบูรณ์: This study method is ____ you review a little every day.

ดูคำตอบ

most effective if

การใช้คำ

center of gravity: จุดที่น้ำหนักกระทำ

center of gravity เป็นคำมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์และการเคลื่อนไหว หมายถึงจุดที่ถือว่าน้ำหนักของวัตถุหรือคนรวมตัวและกระทำอยู่ ตำแหน่งของจุดนี้มีผลต่อการทรงตัวและการหมุน ในประโยคนี้ คำนี้หมายถึงจุดที่นักเต้นต้องรักษาให้มั่นคงระหว่างการหมุน gravity หมายถึงแรงที่ดึงสิ่งต่าง ๆ ลงด้านล่าง ไม่ใช่ความหมายเชิงนามธรรมว่าเป็นเรื่องร้ายแรง

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์วิทยาศาสตร์สามคำที่หมายถึงจุดที่น้ำหนักกระทำให้ประโยคสมบูรณ์: Keep your ____ low when lifting the box.

ดูคำตอบ

center of gravity

วลี

stays constant: ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

โครงสร้าง stay + คำคุณศัพท์ หมายถึงยังคงอยู่ในสภาพหนึ่ง stays constant หมายถึง “ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง” กล่าวคือ ประธานยังมีค่า ตำแหน่ง หรือสภาพเดิมตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ในที่นี้ จุดศูนย์ถ่วงของนักเต้นไม่ควรเคลื่อนอย่างเห็นได้ชัดขณะหมุน constant มักใช้บรรยายอุณหภูมิ ความเร็ว อัตราส่วน หรือตัวแปร และในที่นี้หมายถึงคงที่ ไม่ได้หมายถึงเกิดขึ้นบ่อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าอุณหภูมิอยู่ที่ 20°C พอดีเป็นเวลาสองชั่วโมง?

  1. The temperature changed constantly for two hours.
  2. The temperature was checked consistently for two hours.
  3. The temperature stayed constant at 20°C for two hours.
ดูคำตอบ

The temperature stayed constant at 20°C for two hours.

and a skilled dancer will be able to keep her turning axis vertical. การใช้คำ

1:25

และนักเต้นที่ชำนาญจะสามารถรักษาแกนหมุนของเธอให้อยู่ในแนวดิ่งได้

การใช้คำ

turning axis vertical: แนวตั้ง ไม่ใช่ความสูง

turning axis คือเส้นสมมติที่นักเต้นหมุนรอบ ในประโยคนี้ vertical บอกทิศทางของเส้นดังกล่าวว่าเป็นแนวขึ้นลงตรง ๆ ไม่เอียง และไม่ได้หมายถึง “สูง” ในแง่ของความสูง โครงสร้างเต็มคือ keep + กรรม + คำคุณศัพท์: keep her turning axis vertical คำว่า vertical เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกสภาพซึ่งเธอรักษาไว้

แบบฝึกหัด

“keep her turning axis vertical” หมายความว่าอย่างไร

  1. ขยับร่างกายของเธอออกห่างจากแกน
  2. รักษาเส้นสมมติที่เป็นศูนย์กลางการหมุนให้ตั้งตรง
  3. ทำให้เธอหมุนในตำแหน่งที่สูงขึ้นมาก
ดูคำตอบ

รักษาเส้นสมมติที่เป็นศูนย์กลางการหมุนให้ตั้งตรง

The extended arms and torque-generating foot both help drive the fouetté, โน้ต

1:30

ทั้งแขนที่กางออกและเท้าที่สร้างแรงบิดต่างก็ช่วยขับเคลื่อนท่าฟูเอตเต้

ไวยากรณ์

torque-generating foot: คำคุณศัพท์ประสมแบบคำนาม + -ing

torque-generating เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า foot หมายถึง “ที่สร้างแรงบิด” โดย torque ระบุสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น ส่วน generating อธิบายหน้าที่ แรงบิดคือผลของแรงที่ทำให้เกิดการหมุน ในที่นี้ generating ไม่ใช่กริยาหลักของรูปกำลังกระทำ เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า torque และ generating ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายหนึ่งชุด รูปแบบ “คำนาม + -ing” นี้ยังพบได้ใน energy-saving device และ time-consuming task

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมแบบ “คำนาม + -ing” ที่หมายถึง “สร้างความร้อน”: A ____ device needs extra ventilation.

ดูคำตอบ

heat-generating

วลี

help drive the fouetté: ส่งแรงให้การเคลื่อนไหว

ใน help drive the fouetté คำว่า drive หมายถึง “ส่งแรงให้” หรือ “ช่วยให้การหมุนเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะ แขนและเท้ามีส่วนสร้างการเคลื่อนไหวที่ส่งกำลังให้การหมุน หลัง help ภาษาอังกฤษสามารถใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่ต้องมี to ได้ จึงเป็น help drive รูปแบบเชิงนามธรรมนี้ยังใช้เมื่อแรง เหตุการณ์ หรือเงื่อนไขผลักดันกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลง เช่น drive growth หรือ drive change

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drive ในความหมายเชิงนามธรรมเหมือนกับตัวอย่าง?

  1. Strong demand can help drive economic growth.
  2. Maya learned to drive on quiet streets.
  3. We drove to the museum before noon.
ดูคำตอบ

Strong demand can help drive economic growth.

but the real secret and the reason you hardly notice the pause ลำดับความ

1:35

แต่ความลับที่แท้จริงและเหตุผลที่คุณแทบจะไม่สังเกตเห็นการหยุดพักเลย

is that her other leg never stops moving. ไวยากรณ์

1:38

ก็คือขาอีกข้างของเธอไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว

ลำดับความ

the real secret and the reason ... is that ...: ชี้ให้เห็นคำอธิบายหลัก

the real secret and the reason บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายที่สำคัญที่สุดกำลังจะตามมา ในที่นี้ secret หมายถึงกลไกสำคัญ ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ โครงสร้างเต็มนำเสนออนุประโยคหลัง is that ว่าเป็นทั้งกลไกสำคัญและสาเหตุของผลที่สังเกตเห็น: the real secret and the reason [something happens] is that [explanation] ส่วน but ที่ต้นประโยคย้ายความสนใจจากปัจจัยเสริมที่กล่าวถึงก่อนหน้าไปยังคำตอบหลักนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าอนุประโยคหลัง is that คือคำอธิบายหลัก?

  1. At the same time, we add yogurt to the dough.
  2. The real secret—and the reason the bread stays soft—is that we add yogurt.
  3. For example, we add yogurt to some recipes.
ดูคำตอบ

The real secret—and the reason the bread stays soft—is that we add yogurt.

ไวยากรณ์

never stops moving: stop + -ing ระบุการกระทำที่หยุดลง

เมื่อ stop ตามด้วยรูป -ing การกระทำในรูป -ing คือการกระทำที่หยุด ดังนั้น stops moving จึงหมายถึง “หยุดเคลื่อนไหว” เมื่อเติม never จะสื่อว่าการหยุดนั้นไม่เกิดขึ้นเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ never stop(s) + -ing ซึ่งหมายถึงกิจกรรมดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุด ในที่นี้คือขายังคงเคลื่อนไหวตลอด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ move เติมประโยคให้มีความหมายว่าของเล่นเคลื่อนไหวต่อเนื่องโดยไม่หยุด: The toy never stops ____.

ดูคำตอบ

moving

During her momentary pause,

1:42

ในช่วงที่เธอหยุดชั่วขณะ

the dancer's elevated leg straightens and moves from the front to the side ไวยากรณ์

1:43

ขาข้างที่ยกขึ้นของนักเต้นจะเหยียดตรงและเคลื่อนจากด้านหน้าไปด้านข้าง

ไวยากรณ์

from the front to the side: ใช้ from X to Y ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

From X to Y ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ในที่นี้ ขาที่ยกขึ้นเริ่มจากด้านหน้าลำตัวของนักเต้นแล้วเคลื่อนไปด้านข้าง โดย front และ side เป็นตำแหน่งที่อ้างอิงกับลำตัวของนักเต้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้จัดลำดับการเปลี่ยนแปลงแบบอื่นได้ด้วย เช่น สถานที่ เวลา ปริมาณ สภาพ หรือความคิดเห็น X คือค่าหรือตำแหน่งเริ่มต้น และ Y คือค่าหรือตำแหน่งสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ใช้ from ... to ... เติมช่วงให้สมบูรณ์: The temperature rose ____ 10 degrees ____ 18 degrees.

ดูคำตอบ

from · to

before it folds back into her knee. กริยาวลี

1:48

ก่อนที่มันจะพับกลับเข้าหาเข่าของเธอ

กริยาวลี

folds back into her knee: งอและเคลื่อนกลับเข้าหาหัวเข่า

ในคำอธิบายการเคลื่อนไหวนี้ folds back หมายถึงขางอที่ข้อต่อและเคลื่อนกลับจากตำแหน่งที่เหยียดออก ส่วน back บอกทิศทางที่ย้อนกลับมา และ fold ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพับกระดาษ into her knee แสดงว่าบริเวณหัวเข่าเป็นจุดที่ขาถูกเก็บกลับเข้ามาให้อยู่ในท่าที่กระชับ ไม่ได้หมายความว่าขาเข้าไปอยู่ข้างในหัวเข่าจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย folds back into her knee ในคำอธิบายการเคลื่อนไหวนี้ได้ดีที่สุด

  1. ขายังคงเหยียดตรงและเคลื่อนห่างจากหัวเข่ามากขึ้น
  2. มีคนพับกระดาษแล้ววางไว้บนหัวเข่า
  3. ขางอและเคลื่อนกลับเข้าหาหัวเข่า
ดูคำตอบ

ขางอและเคลื่อนกลับเข้าหาหัวเข่า

By staying in motion, ไวยากรณ์

1:50

ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

that leg is storing some of the momentum of the turn.

1:52

ขาข้างนั้นกำลังกักเก็บโมเมนตัมของการหมุนเอาไว้ส่วนหนึ่ง

ไวยากรณ์

By staying in motion: ใช้ By + -ing เพื่อบอกวิธี

By staying in motion หมายถึง “ด้วยการเคลื่อนไหวต่อไป” วลี By + -ing ที่อยู่ต้นประโยคแสดงว่าผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้อย่างไร ส่วน by ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง ๆ” รูปแบบคือ By + คำกริยา-ing, ประธาน + คำกริยา โดยทั่วไป ประธานหลังเครื่องหมายจุลภาคจะเป็นผู้ทำกริยา -ing ในประโยคนี้ that leg ทั้งเคลื่อนไหวต่อเนื่องและเก็บโมเมนตัมไว้

แบบฝึกหัด

ใช้ practice every day ในโครงสร้าง By + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, Maya improved her balance.

ดูคำตอบ

By practicing every day

When the leg comes back in towards the body, กริยาวลี

1:56

เมื่อขาดึงกลับเข้ามาหาร่างกาย

กริยาวลี

comes back in towards the body: กลับเข้าด้านใน

back แสดงการกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า ส่วน in แสดงการเคลื่อนจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน เมื่อใช้ร่วมกัน comes back in จึงบอกว่าขากลับเข้าด้านใน towards the body ระบุว่าทิศทางหรือเป้าหมายของการเคลื่อนเข้าด้านในนั้นคือลำตัว วลีทั้งหมดจึงอธิบายเส้นทางการเคลื่อนที่ ไม่ใช่เพียงความหมายกว้าง ๆ ว่า “กลับมา”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าข้อศอกกลับเข้าด้านในเข้าหาลำตัว

  1. Bring your elbows back in towards your body.
  2. Keep your elbows still beside your body.
  3. Move your elbows farther out from your body.
ดูคำตอบ

Bring your elbows back in towards your body.

that stored momentum gets transferred back to the dancer's body, ไวยากรณ์

1:58

โมเมนตัมที่เก็บไว้จะถูกถ่ายโอนกลับไปยังร่างกายของนักเต้น

ไวยากรณ์

gets transferred back to the dancer's body: รูปถูกกระทำแบบ get

gets transferred เป็นโครงสร้าง get + กริยาช่องสาม ซึ่งสร้างรูปถูกกระทำแบบ get โมเมนตัมที่สะสมไว้คือสิ่งที่ถูกเคลื่อนย้าย ดังนั้น get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” รูปถูกกระทำแบบ get ทำให้กระบวนการนี้มีความรู้สึกว่าเป็นเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่วน back to the dancer's body เพิ่มทิศทางการกลับ โดยโมเมนตัมเคลื่อนกลับไปยังร่างกายของนักเต้นอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบ get ของ transfer: When you tap Send, the photo ____ to the other phone.

ดูคำตอบ

gets transferred

propelling her around as she rises back onto pointe. ไวยากรณ์

2:02

ผลักดันให้เธอหมุนไปรอบๆ ขณะที่เธอยกตัวขึ้นยืนบนปลายเท้าอีกครั้ง

ไวยากรณ์

propelling her around: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์

propelling her around เป็นวลี present participle ที่เสริมผลจากการกระทำก่อนหน้าคำบรรยายช่วงนี้ นั่นคือแรงส่งที่ถ่ายมาก่อนหน้านี้ผลักให้นักบัลเลต์หมุนต่อไป คำว่า propelling ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ที่ผันตามกาล โครงสร้าง 「จุลภาค + วลี -ing」ใช้บอกผลที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าได้อย่างกระชับ ในที่นี้ around หมายถึงการเคลื่อนตามวงหมุน ไม่ได้หมายถึงเพียง “อยู่ใกล้ ๆ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้จุลภาคตามด้วยวลี -ing เพื่อบอกผลของการกระทำก่อนหน้า

  1. The wind was pushing the door into the wall.
  2. The wind pushed the door, sending it into the wall.
  3. To keep the door open, Maya placed a box beside it.
ดูคำตอบ

The wind pushed the door, sending it into the wall.

As the ballerina extends and retracts her leg with each turn, การใช้คำ

2:06

ในขณะที่นักบัลเลต์เหยียดและหดขาของเธอในแต่ละรอบ

การใช้คำ

extends and retracts: ยื่นออกแล้วดึงกลับ

extends and retracts บอกการเคลื่อนไหวสองแบบที่ตรงข้ามกันในวงจรที่เกิดซ้ำ นักบัลเลต์เหยียดหรือขยับขาออกไปก่อน แล้วจึงดึงขากลับเข้ามา คำคู่นี้ยังใช้กับชิ้นส่วนอย่างเลนส์ แขนกล และชุดล้อลงจอดได้ด้วย retract เน้นการเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเริ่มต้นหรือตำแหน่งเก็บ

แบบฝึกหัด

แขนกลเคลื่อนออกไปด้านนอกก่อน แล้วจึงกลับเข้าด้านใน ประโยคใดอธิบายการเคลื่อนไหวนี้ได้ถูกต้อง

  1. The robot extends and rotates its arm.
  2. The robot raises and relaxes its arm.
  3. The robot extends and retracts its arm.
ดูคำตอบ

The robot extends and retracts its arm.

momentum travels back and forth between leg and body, วลี

2:09

โมเมนตัมจะเดินทางไปมาระหว่างขาและร่างกาย

วลี

back and forth: การเคลื่อนไปมาซ้ำ ๆ ระหว่างสองด้าน

back and forth เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัว หมายถึงการเคลื่อนไปทางหนึ่งแล้วกลับไปอีกทางซ้ำ ๆ หรือไปมาระหว่างสองตำแหน่งหรือสองด้าน ในประโยคนี้ โมเมนตัมถ่ายเทสลับกันระหว่างขากับลำตัว วลีนี้ยังใช้กับการแลกเปลี่ยนซ้ำ ๆ ได้ เช่น ข้อความหรือความคิด ควรจำเป็นวลีเดียว เพราะในภาษาอังกฤษที่ใช้ทั่วไป forth มักไม่ใช้เดี่ยว ๆ ในความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ซ้ำ ๆ ในทิศทางตรงข้ามกัน” ให้สมบูรณ์: The pendulum swings ____.

ดูคำตอบ

back and forth

keeping her in motion.

2:14

ทำให้เธอเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง

A really good ballerina can get more than one turn out of every leg extension วลี

2:16

นักบัลเลต์ที่เก่งจริงๆ สามารถหมุนได้มากกว่าหนึ่งรอบต่อการเหยียดขาหนึ่งครั้ง

วลี

get X out of Y: การได้ผลลัพธ์จากทรัพยากรหรือการกระทำ

ในโครงสร้าง get X out of Y ส่วน X คือผลลัพธ์ ประโยชน์ หรือปริมาณที่ได้ และ Y คือการกระทำหรือทรัพยากรที่ทำให้เกิดผลนั้น ในที่นี้ X คือ more than one turn และ Y คือ every leg extension หมายความว่าการเหยียดขาหนึ่งครั้งทำให้หมุนได้มากกว่าหนึ่งรอบ out of ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของออกมาจริง ๆ แต่บอกแหล่งที่มาของผลลัพธ์ เช่น get more value out of a course หรือ get three meals out of one pot of soup

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get X out of Y เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากทรัพยากรที่มีจำกัด

  1. We get eight hours of use out of one battery charge.
  2. One battery charge gives the camera eight hours of use.
  3. We take one battery charge out of the camera after eight hours.
ดูคำตอบ

We get eight hours of use out of one battery charge.

in one of two ways. ลำดับความ

2:20

ด้วยหนึ่งในสองวิธีนี้

ลำดับความ

in one of two ways ในฐานะคำบอกโครงสร้างที่ชี้ว่ามีสองตัวเลือก

ในข้อความช่วงนี้ in one of two ways บอกล่วงหน้าว่าคำอธิบายกำลังจะเสนอทางเลือกสองทาง ทำให้ผู้ฟังคาดได้ว่าจะได้ฟังวิธีแรก แล้วจึงอีกวิธีหนึ่ง รูปแบบ in one of + ตัวเลข + คำนามพหูพจน์ ระบุสมาชิกหนึ่งรายการจากชุดที่กล่าวไว้ ในที่นี้ วลีที่มีตัวเลขยังทำหน้าที่เป็นคำบอกโครงสร้าง ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าส่วนถัดไปของคำอธิบายจะจัดลำดับอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมคำบอกโครงสร้างให้สมบูรณ์: You can submit the form ____: online or in person.

ดูคำตอบ

in one of two ways

First,

2:22

วิธีแรก

she can extend her leg sooner.

2:22

เธอสามารถเหยียดขาได้เร็วขึ้น

The longer the leg is extended, ไวยากรณ์

2:24

ยิ่งเหยียดขาออกไปนานเท่าใด

the more momentum it stores,

2:26

ก็จะยิ่งกักเก็บโมเมนตัมได้มากขึ้น

and the more momentum it can return to the body when it's pulled back in. กริยาวลี

2:28

และยิ่งสามารถคืนโมเมนตัมให้ร่างกายได้มากขึ้นเมื่อถูกดึงกลับเข้ามา

ไวยากรณ์

The longer..., the more... สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

โครงสร้าง The + comparative..., the + comparative... เชื่อมระดับสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เมื่ออย่างแรกเปลี่ยน อย่างที่สองก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในประโยคนี้ การเหยียดขาไว้นานขึ้นสัมพันธ์กับการสะสมโมเมนตัมได้มากขึ้นและส่งโมเมนตัมกลับสู่ร่างกายได้มากขึ้น ในรูปแบบนี้ the เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน ไม่ใช่คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ ผลแต่ละส่วนที่เชื่อมโยงกันเริ่มด้วย the + comparative และคำเชื่อม and สามารถเพิ่มผลอีกส่วนที่ขนานกันได้ เช่น the more momentum..., and the more momentum....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง เพื่อแสดงว่ายิ่งวางแผนอย่างรอบคอบก็ยิ่งเกิดข้อผิดพลาดน้อยลง

  1. The most carefully you plan, the fewest mistakes you make.
  2. The more carefully you plan, you make fewer mistakes.
  3. The more carefully you plan, the fewer mistakes you make.
ดูคำตอบ

The more carefully you plan, the fewer mistakes you make.

กริยาวลี

pulled back in: ดึงบางสิ่งกลับเข้าไปด้านใน

ใน pulled back in คำว่า back แสดงการย้อนกลับไปทางตำแหน่งเดิม ส่วน in แสดงการเคลื่อนเข้าหาลำตัวหรือพื้นที่ด้านใน เมื่อใช้ร่วมกัน จึงบอกการเคลื่อนของขาจากท่าเหยียดกลับมาใกล้ลำตัว อนุประโยค it is pulled back in เป็นรูปถูกกระทำ จุดเน้นอยู่ที่ขาและเส้นทางการเคลื่อนที่ ไม่ใช่คนที่ดึง

แบบฝึกหัด

สายเคเบิลเส้นหนึ่งห้อยอยู่นอกเครื่อง ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนให้ดึงสายกลับเข้าไปด้านใน?

  1. Pull the cable back in before you close the panel.
  2. Pull the cable back before you close the panel.
  3. Pull the cable in a straight line before you close the panel.
ดูคำตอบ

Pull the cable back in before you close the panel.

More angular momentum means she can make more turns ลำดับความ

2:32

โมเมนตัมเชิงมุมที่มากขึ้นหมายความว่าเธอสามารถหมุนได้หลายรอบมากขึ้น

ลำดับความ

More angular momentum means ...: เชื่อมข้อเท็จจริงเข้ากับผล

ใน More angular momentum means she can make more turns คำว่า means เชื่อมเงื่อนไขหรือข้อเท็จจริงเข้ากับผลที่ตามมา ประโยคนี้บอกว่าการมีโมเมนตัมเชิงมุมมากขึ้นทำให้หมุนได้หลายรอบขึ้น รูปแบบ X means Y พบได้บ่อยในการอธิบายและการให้เหตุผล โดยใส่ข้อเท็จจริงไว้ใน X แล้วใส่ผลที่เกิดขึ้นจริงไว้ใน Y ตรงนี้ means ไม่ได้ใช้นิยามคำว่า angular momentum

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ means เพื่อเชื่อมเงื่อนไขเข้ากับผลของเงื่อนไขนั้น?

  1. In this sentence, rapid means fast.
  2. Mia means to call the supplier tomorrow.
  3. A frozen road means drivers need more time to stop.
ดูคำตอบ

A frozen road means drivers need more time to stop.

before needing to replenish what was lost to friction. โน้ต

2:35

ก่อนที่จะต้องเติมเต็มส่วนที่สูญเสียไปกับแรงเสียดทาน

ไวยากรณ์

before needing to replenish: before + คำกริยารูป -ing

before + คำกริยารูป -ing แสดงอย่างกระชับว่าการกระทำหรือสภาวะในรูป -ing เกิดหลังการกระทำก่อนหน้า ในที่นี้ before needing to replenish มีความหมายเท่ากับ before she needs to replenish โดย needing เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง before ไม่ใช่ข้อผิดพลาด ผู้ที่ต้องชดเชยตามความเข้าใจคือ she คนเดียวกับที่หมุน ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงไม่ต้องกล่าวประธานซ้ำ โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อชัดเจนว่าใครเป็นผู้ทำการกระทำในรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ leave: Nina checked the windows before ____ the house.

ดูคำตอบ

leaving

วลี

lost to friction: การสูญเสียที่เกิดจากแรงเสียดทาน

ใน was lost to friction คำว่า lost อยู่ในรูปถูกกระทำ หมายถึงปริมาณที่ไม่ได้ระบุชื่อลดลงเพราะแรงเสียดทานดึงพลังงานออกจากการเคลื่อนที่ คำบุพบท to ระบุกระบวนการหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดการสูญเสีย ไม่ได้หมายความว่ามีใครตั้งใจมอบบางสิ่งให้แรงเสียดทาน ในที่นี้ what was lost หมายถึงปริมาณโมเมนตัมเชิงมุมที่ถูกดึงออกจากการหมุน รูปแบบ ปริมาณ + be lost to + สาเหตุ พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เช่น energy is lost to air resistance

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lost to เพื่อหมายความว่าปริมาณทางกายภาพลดลงเพราะสาเหตุบางอย่าง

  1. Our team lost to the Eagles in the final.
  2. The child was lost near the station.
  3. Some energy is lost to friction inside the motor.
ดูคำตอบ

Some energy is lost to friction inside the motor.

The other option is for the dancer to bring her arms or leg in closer to her body โน้ต

2:38

อีกทางเลือกหนึ่งคือนักเต้นดึงแขนหรือขาเข้ามาใกล้ร่างกายมากขึ้น

ไวยากรณ์

The option is for X to do Y: บอกทางเลือกและผู้ลงมือทำ

โครงสร้าง option is for + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำว่าเป็นแผนทางเลือกหนึ่ง พร้อมระบุว่าใครเป็นผู้ทำ ในประโยคนี้ นักเต้นเป็นผู้ทำกริยา bring และ for ใช้แนะนำผู้ทำไว้หน้าโครงสร้างกริยาที่มี to ตรงนี้ for ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของนักเต้น” และ for the dancer to bring... ก็ไม่ใช่อนุประโยคบอกจุดประสงค์ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการบอกทั้งว่าเป็นทางเลือกและใครเป็นผู้ลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการโทรหาผู้จัดส่งว่าเป็นแผนสำรองได้ชัดเจนที่สุด พร้อมระบุว่า Mia เป็นผู้โทร?

  1. Mia can call the supplier.
  2. The supplier may call Mia.
  3. The backup plan is for Mia to call the supplier.
ดูคำตอบ

The backup plan is for Mia to call the supplier.

กริยาวลี

bring ... in closer to ...: ขยับบางสิ่งเข้าด้านในให้ใกล้ขึ้น

ตรงนี้ bring ... in หมายถึงขยับบางสิ่งเข้าด้านใน กรรม her arms or leg อยู่ระหว่าง bring กับคำอนุภาค in ที่บอกทิศทาง โดย in ตรงนี้ไม่ใช่คำบุพบทบอกสถานที่ที่มีกรรมของตัวเอง closer to her body เพิ่มความหมายเปรียบเทียบและจุดที่ขยับเข้าใกล้ กล่าวคือ แขนขาเคลื่อนจากตำแหน่งที่ไกลกว่าไปยังตำแหน่งที่ใกล้ลำตัวมากขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ bring + กรรม + in closer to + จุดเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

ข้อศอกของคุณกางออกมากเกินไป คำสั่งใดใช้ them ได้ถูกต้องเพื่อบอกให้ขยับข้อศอกเข้าด้านในให้ใกล้สีข้างมากขึ้น?

  1. Bring them out farther from your sides.
  2. Bring in them closer to your sides.
  3. Bring them in closer to your sides.
ดูคำตอบ

Bring them in closer to your sides.

once she returns to pointe.

2:43

ทันทีที่เธอกลับไปยืนบนปลายเท้า

Why does this work? ลำดับความ

2:45

ทำไมวิธีนี้จึงได้ผล?

ลำดับความ

การใช้ Why does this work? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบายกลไก

ในที่นี้ Why does this work? ถามว่าเหตุใดวิธีที่เพิ่งอธิบายไปจึงได้ผล คำว่า this ชี้กลับไปที่วิธีนั้น และ work หมายถึง “ให้ผลตามที่ต้องการ” ไม่ใช่ “ทำงาน” ในคำอธิบาย คำถามนี้ทำหน้าที่เป็นช่วงเปลี่ยนจากการแสดงว่าเกิดอะไรขึ้นไปสู่การอธิบายสาเหตุหรือกลไก ผู้พูดอาจตั้งคำถามแล้วตอบเองทันที

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้ Why does this work? เพื่อเปลี่ยนจากผลลัพธ์ไปสู่คำอธิบายสาเหตุ

  1. The lid seals tightly. Why does this work? The rubber ring keeps air from leaking in.
  2. The lid seals tightly. Does this work? Please answer yes or no.
  3. The technician works in the library every afternoon.
ดูคำตอบ

The lid seals tightly. Why does this work? The rubber ring keeps air from leaking in.

Like every other turn in ballet, ลำดับความ

2:46

เช่นเดียวกับการหมุนอื่นๆ ในบัลเลต์

ลำดับความ

Like every other turn in ballet, ในฐานะกรอบการเปรียบเทียบ

คำขึ้นต้น Like every other turn in ballet เป็นวลีบุพบทที่หมายถึง “ในลักษณะเดียวกับการหมุนท่าอื่น ๆ ทั้งหมดในบัลเลต์” Like ในที่นี้เป็นบุพบท ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” ในบริบทนี้ every other turn หมายถึงการหมุนทุกท่านอกเหนือจากท่าที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงการหมุนเว้นหนึ่งท่า วลีขึ้นต้นนี้จัดการหมุนท่าปัจจุบันให้อยู่ในกลุ่มที่คุ้นเคย ก่อนที่ประโยคหลักจะบอกหลักการร่วมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Like + นามวลี, + ประโยคหลัก โดยบอกกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบก่อน แล้วจึงบอกว่าประธานในประโยคหลักมีอะไรเหมือนกับกลุ่มนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Like + นามวลี ที่ต้นประโยคได้ถูกต้อง เพื่อจัดสิ่งหนึ่งให้อยู่ในกลุ่มเปรียบเทียบ

  1. Dolphins like other mammals because they breathe air.
  2. Like other mammals, dolphins breathe air.
  3. Dolphins breathe air like other mammals do.
ดูคำตอบ

Like other mammals, dolphins breathe air.

the fouetté is governed by angular momentum, วลี

2:48

ท่าฟูเอตเต้ถูกควบคุมด้วยโมเมนตัมเชิงมุม

วลี

be governed by + กฎ หลักการ หรือแรง

ใน be governed by คำว่า governed เป็นคำกริยารูป past participle ในโครงสร้างกรรมวาจก วลีนี้หมายความว่า กฎ หลักการ หรือแรงเป็นตัวกำหนดว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร ในประโยคนี้ โมเมนตัมเชิงมุมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทางกายภาพของการหมุนฟูเอตเต Govern ไม่ได้แปลว่า “ปกครองประเทศ” เท่านั้น ในคำอธิบายแบบเป็นทางการ be governed by ใช้เชื่อมกระบวนการหรือระบบเข้ากับปัจจัยที่ควบคุมสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกที่ถูกต้องของ be governed by: The path of a comet ____ gravity.

ดูคำตอบ

is governed by

which is equal to the dancer's angular velocity times her rotational inertia. ไวยากรณ์

2:51

ซึ่งเท่ากับความเร็วเชิงมุมของนักเต้นคูณด้วยโมเมนต์ความเฉื่อย

ไวยากรณ์

A is equal to B times C: การอ่านสูตรคูณ

เมื่ออ่านสูตรออกเสียง A is equal to B times C หมายถึง A = B × C โดย is equal to ใช้อ่านเครื่องหมายเท่ากับ และ times ใช้อ่านเครื่องหมายคูณ ในประโยคนี้ ลำดับมีความสำคัญ ความเร็วเชิงมุมของนักเต้นคือ B และความเฉื่อยในการหมุนคือ C ส่วน times ในที่นี้หมายถึงการคูณ ไม่ได้หมายถึง “จำนวนครั้ง” หรือ “ยุคสมัย”

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำเพื่อให้อ่านสูตร A = B × C ได้สมบูรณ์: A is equal to B ____ C.

ดูคำตอบ

times

And except for what's lost to friction, ไวยากรณ์

2:56

และยกเว้นส่วนที่สูญเสียไปกับแรงเสียดทาน

that angular momentum has to stay constant while the dancer is on pointe. ไวยากรณ์

2:58

โมเมนตัมเชิงมุมนั้นจะต้องคงที่ในขณะที่นักเต้นยืนบนปลายเท้า

ไวยากรณ์

except for what's lost to friction: การจำกัดข้อความทั่วไป

except for ใช้เปิดข้อยกเว้นที่จำกัดขอบเขตของใจความหลัก ในประโยคนี้ ผู้พูดหักปริมาณที่สูญเสียไปเพราะแรงเสียดทานออกก่อน แล้วจึงกล่าวว่าโมเมนตัมเชิงมุมคงที่ ดังนั้น ใจความหลักจึงมีเงื่อนไขกำกับ ไม่ใช่ข้อกล่าวแบบเด็ดขาด what's lost to friction เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึง “ปริมาณที่แรงเสียดทานทำให้สูญเสียไป” เมื่ออยู่หลัง except for อนุประโยคทั้งหมดนี้ระบุส่วนที่ถูกยกเว้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ except for เพื่อตัดข้อยกเว้นหนึ่งอย่างออกจากข้อความทั่วไป

  1. In addition to one missing page, the report includes two charts.
  2. Except for one missing page, the report is complete.
  3. Because of one missing page, the report was returned.
ดูคำตอบ

Except for one missing page, the report is complete.

ไวยากรณ์

has to stay constant: ความจำเป็นเชิงข้อเท็จจริงและสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง

has to แสดงความจำเป็น ในประโยคนี้ไม่มีใครกำลังออกคำสั่งให้นักเต้น ภายใต้เงื่อนไขที่กล่าวไว้ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุมทำให้การคงที่เป็นผลที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น have to ยังใช้แสดงความจำเป็นที่เกิดจากกฎ สถานการณ์ หรือเหตุผลทางตรรกะได้ด้วย หลัง stay เป็นคำคุณศัพท์ constant ในที่นี้ stay หมายถึง “อยู่ในสภาพเดิมต่อไป” ดังนั้น stay constant จึงหมายถึง “คงค่าเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ has to stay constant เพื่อแสดงข้อกำหนดทางเทคนิคที่เป็นข้อเท็จจริง

  1. At the museum, Leo has to stay near his group.
  2. Before the concert, Nina has to stay quiet backstage.
  3. During calibration, the voltage has to stay constant for the readings to be valid.
ดูคำตอบ

During calibration, the voltage has to stay constant for the readings to be valid.

That's called conservation of angular momentum. การใช้คำ

3:03

นั่นเรียกว่าการอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม

การใช้คำ

conservation of angular momentum: ศัพท์ฟิสิกส์ “การอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม”

conservation of angular momentum เป็นศัพท์ฟิสิกส์มาตรฐานสำหรับหลักการที่ว่าโมเมนตัมเชิงมุมรวมของระบบจะคงที่เมื่อไม่มีแรงบิดภายนอกมากระทำ ในที่นี้ conservation หมายถึงปริมาณทางฟิสิกส์คงที่ภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงการปกป้องธรรมชาติหรือการประหยัดทรัพยากร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์ฟิสิกส์มาตรฐานสี่คำ: When no external torque acts on a system, its total angular momentum stays constant. This principle is called ____.

ดูคำตอบ

conservation of angular momentum

Now,

3:06

เอาล่ะ

rotational inertia can be thought of as a body's resistance to rotational motion. โน้ต

3:07

โมเมนต์ความเฉื่อยสามารถมองได้ว่าเป็นแรงต้านการเคลื่อนที่แบบหมุนของวัตถุ

วลี

can be thought of as: การเสนอแบบจำลองที่ช่วยให้เข้าใจ

X can be thought of as Y หมายถึง วิธีหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจ X คือมอง X ว่าเป็น Y ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเปลี่ยนแนวคิดนามธรรมเรื่องความเฉื่อยเชิงการหมุนให้เป็นแบบจำลองที่เข้าใจง่ายกว่า คือความต้านทานต่อการหมุน รูปแบบคือ X + can be thought of as + คำอธิบาย มักใช้เพื่อเสนอแบบจำลองอย่างง่ายหรือการเปรียบเทียบ ดังนั้น Y จึงช่วยให้เข้าใจได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคำนิยามทางการที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษห้าคำที่ใช้เสนอการเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เข้าใจ: A password manager ____ a secure digital key ring.

ดูคำตอบ

can be thought of as

การใช้คำ

การต้านการเคลื่อนที่แบบหมุนของวัตถุ

ในประโยคนี้ a body's resistance to rotational motion นิยามความเฉื่อยเชิงการหมุนว่าเป็นระดับที่วัตถุต้านการถูกทำให้หมุนหรือการเปลี่ยนแปลงการหมุนของมัน ในที่นี้ resistance ใช้ในความหมายทางฟิสิกส์ คือการต้านการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนที่ ไม่ใช่การต่อต้านทางการเมือง โครงสร้าง resistance to + คำนามหรือรูป -ing ใช้ระบุสิ่งที่ถูกต้าน รูปแสดงความเป็นเจ้าของ a body's บอกว่าแรงต้านนั้นเป็นของวัตถุใด และ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยาต้องใช้รูป -ing เช่น resistance to bending

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง resistance to + คำนาม: Regular exercise can improve the body's resistance ____ infection.

ดูคำตอบ

to

It increases when more mass is distributed further from the axis of rotation ไวยากรณ์

3:12

มันจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีมวลกระจายออกห่างจากแกนหมุนมากขึ้น

and decreases when the mass is distributed closer to the axis of rotation.

3:17

และลดลงเมื่อมวลกระจายเข้าใกล้แกนหมุนมากขึ้น

ไวยากรณ์

เพิ่มขึ้นเมื่อ... และลดลงเมื่อ...

กรอบภาษาสองส่วนที่เน้นไว้สร้างการเปรียบต่างแบบขนาน โดย increases when นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ตัวแปรเพิ่มขึ้น ส่วน decreases when นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ตัวแปรลดลง การใช้ when ซ้ำช่วยให้ผลลัพธ์แต่ละอย่างจับคู่กับเงื่อนไขของตนได้อย่างชัดเจน ในที่นี้ when แสดงเงื่อนไขหรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ได้บอกเพียงเวลาของเหตุการณ์ครั้งเดียวสองเหตุการณ์ โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับอธิบายว่าตัวแปรหนึ่งตอบสนองอย่างไรภายใต้เงื่อนไขสองแบบ

แบบฝึกหัด

ปุ่มด้านขวาทำให้เสียงดังขึ้น และปุ่มด้านซ้ายทำให้เสียงเบาลง เติมประโยคแบบขนานให้สมบูรณ์: The volume ____ when you press the right button and ____ when you press the left button.

ดูคำตอบ

increases · decreases

So as she brings her arms closer to her body, ไวยากรณ์

3:22

ดังนั้น เมื่อเธอดึงแขนเข้าใกล้ร่างกายมากขึ้น

her rotational inertia shrinks. การใช้คำ

3:25

โมเมนต์ความเฉื่อยของเธอจึงหดตัวลง

ไวยากรณ์

as she brings her arms closer to her body: การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปพร้อมกัน

ในที่นี้ as ใช้นำกระบวนการหนึ่งที่เกิดควบคู่กับอีกกระบวนการที่กำลังเปลี่ยนแปลง คือแขนของเธอขยับเข้าใกล้ลำตัว ขณะที่โมเมนต์ความเฉื่อยในการหมุนลดลง จึงเข้าใจได้ในความหมายว่า “ขณะที่” หรือ “ยิ่ง…ก็ยิ่ง…” โดยเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองดำเนินไปพร้อมกัน ความสัมพันธ์ทางฟิสิกส์นี้มีเหตุและผลด้วย แต่ as จัดข้อมูลโดยติดตามการเปลี่ยนแปลงทั้งสองไปพร้อมกัน ไม่ได้บอกเหตุผลโดยตรงเพียงอย่างเดียวเหมือน because

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน

  1. As the temperature falls, the lake begins to freeze.
  2. Because the temperature fell, we canceled the picnic.
  3. After the temperature fell, the road became icy.
ดูคำตอบ

As the temperature falls, the lake begins to freeze.

การใช้คำ

rotational inertia shrinks: ปริมาณเชิงนามธรรมลดลง

ในที่นี้ shrinks หมายถึงมีปริมาณหรือค่าลดลง โมเมนต์ความเฉื่อยในการหมุนเป็นปริมาณทางฟิสิกส์ จึงไม่ได้หมายความว่าวัตถุหดตัวจริง ๆ แต่หมายถึงค่าของปริมาณนั้นลดลง Shrink ใช้โดยไม่ต้องมีกรรมได้ สิ่งหรือปริมาณที่เล็กลงจะเป็นประธาน เช่น the budget shrinks, the market shrinks หรือ the gap shrinks การใช้ในความหมายเชิงนามธรรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ขนาดทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shrink ในความหมายว่าปริมาณเชิงนามธรรมลดลง

  1. The research budget shrank after the grant was reduced.
  2. The cotton shirt shrank in the dryer.
  3. The child shrank back from the barking dog.
ดูคำตอบ

The research budget shrank after the grant was reduced.

In order to conserve angular momentum, ไวยากรณ์

3:27

เพื่ออนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุมเอาไว้

her angular velocity, ลำดับความ

3:30

ความเร็วเชิงมุมของเธอ

the speed of her turn,

3:31

หรือความเร็วในการหมุนของเธอ

ลำดับความ

her angular velocity, the speed of her turn: นามวลีวางซ้อนเพื่ออธิบาย

นามวลี the speed of her turn เป็นส่วนวางซ้อนเพื่ออธิบาย โดยกล่าวถึง her angular velocity อีกครั้งด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่า ทั้งสองวลีหมายถึงปริมาณเดียวกัน วลีที่สองไม่ใช่ประธานใหม่หรืออีกปริมาณหนึ่งที่ต้องเพิ่มขึ้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำอธิบายนี้เป็นข้อมูลที่แทรกเข้ามา โครงหลักของประโยคคือ her angular velocity has to increase เมื่อลองตัดวลีระหว่างจุลภาคออกชั่วคราว ก็จะเห็นโครงสร้างนี้ได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

the speed of her turn ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ระบุปริมาณที่สองซึ่งต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน
  2. บอกสาเหตุที่เธอหมุน
  3. กล่าวถึง angular velocity อีกครั้งด้วยคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ดูคำตอบ

กล่าวถึง angular velocity อีกครั้งด้วยคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

has to increase,

3:32

จะต้องเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

In order to conserve angular momentum: การบอกจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่จำเป็น

In order to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่เชื่อมกับประโยคหลัก ในที่นี้ In order to conserve angular momentum อธิบายว่าทำไมความเร็วเชิงมุมของเธอจึงต้องเพิ่มขึ้น เพราะการเพิ่มขึ้นนี้จำเป็นต่อการรักษาโมเมนตัมเชิงมุมให้คงที่ ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้ไม่จำเป็นต้องสื่อถึงเจตนาของบุคคลเสมอไป แต่ยังใช้บอกได้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นเพื่อให้กฎ เงื่อนไข หรือสภาวะที่ต้องการยังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสามคำที่ใช้ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน: ____ keep the aquarium water clean, Nina changes the filter every month.

ดูคำตอบ

In order to

allowing the same amount of stored momentum to carry her through multiple turns. วลี

3:33

ทำให้ปริมาณโมเมนตัมที่กักเก็บไว้เท่าเดิมสามารถพยุงเธอให้ผ่านการหมุนได้หลายรอบ

วลี

carry her through multiple turns: พยุงการเคลื่อนไหวจนเสร็จสิ้น

ใน carry her through multiple turns คำว่า carry หมายถึงการให้แรงมากพอที่จะทำให้เธอเคลื่อนไหวต่อไปจนหมุนครบ ไม่ได้หมายถึงมีใครอุ้มเธอจริง ๆ เพราะประธานของประโยคคือ stored momentum รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ carry + คนหรือสิ่งของ + through + กระบวนการ โดยประธานคือแรงหรือสิ่งสนับสนุนที่ช่วยให้กรรมดำเนินต่อไปตั้งแต่ต้นจนจบ

แบบฝึกหัด

ใช้ carry ... through ในรูปอดีตเพื่อสื่อถึงการสนับสนุนจนถึงตอนจบ: The coach's encouragement ____ the runners ____ the final mile.

ดูคำตอบ

carried · through

You've probably seen ice skaters do the same thing, ลำดับความ

3:39

คุณอาจเคยเห็นนักสเก็ตน้ำแข็งทำสิ่งเดียวกัน

ลำดับความ

You've probably seen...: ใช้ประสบการณ์ร่วมเพื่อนำเข้าสู่การเปรียบเทียบ

ในที่นี้ You've probably seen... ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าเคยเห็นอะไรในอดีต แต่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงตัวอย่างที่น่าจะคุ้นเคย ก่อนที่ผู้พูดจะเชื่อมตัวอย่างนั้นเข้ากับแนวคิดใหม่ ลำดับข้อมูลจึงเป็นประสบการณ์ที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงตามด้วยการเปรียบเทียบ probably ช่วยลดความหนักแน่นของข้อสันนิษฐาน ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจำนวนมากเคยเห็นสิ่งนี้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนเคยเห็น และไม่ได้แสดงความสงสัยต่อคำอธิบายทางฟิสิกส์

แบบฝึกหัด

ประโยค You've probably seen ice skaters do the same thing มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาตรงนี้อย่างไร?

  1. เพื่อให้นึกถึงประสบการณ์ที่คุ้นเคยก่อนนำเข้าสู่การเปรียบเทียบ
  2. เพื่อแสดงความสงสัยว่าคำอธิบายทางฟิสิกส์เป็นจริงหรือไม่
  3. เพื่อทดสอบว่าผู้ฟังรู้กติกาสเกตน้ำแข็งหรือไม่
ดูคำตอบ

เพื่อให้นึกถึงประสบการณ์ที่คุ้นเคยก่อนนำเข้าสู่การเปรียบเทียบ

spinning faster and faster by drawing in their arms and legs. กริยาวลี

3:42

หมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการดึงแขนและขาเข้ามาหาตัว

กริยาวลี

drawing in their arms and legs: ดึงแขนขาเข้าหาลำตัว

ในที่นี้ draw in หมายถึง “ขยับบางสิ่งเข้าด้านในหรือดึงให้เข้าใกล้ร่างกาย” their arms and legs คือสิ่งที่ถูกขยับ ดังนั้น drawing in their arms and legs จึงหมายถึงการดึงแขนขาเข้าหาศูนย์กลางลำตัว ไม่ใช่การวาดภาพ โครงสร้าง by + -ing บอกวิธีการ คือพวกเขาหมุนเร็วขึ้นด้วยการทำท่านี้ การใช้นี้ยังใช้บรรยายการดึงส่วนอื่นของร่างกายหรือสิ่งของเข้าด้านในได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Before the flip, the gymnast drew in her knees.” คำว่า drew in หมายถึงอะไร

  1. วาดรูปเข่าของตนเอง
  2. ดึงดูดผู้คนให้มองเข่าของตนเอง
  3. ขยับเข่าเข้าด้านในให้ใกล้ลำตัว
ดูคำตอบ

ขยับเข่าเข้าด้านในให้ใกล้ลำตัว

In Tchaikovsky's ballet,

3:46

ในบัลเลต์ของไชคอฟสกี

the Black Swan is a sorceress วัฒนธรรม

3:47

หงส์ดำคือแม่มด

วัฒนธรรม

the Black Swan is a sorceress: ตัวละครใน Swan Lake

ในประโยคนี้ the Black Swan เป็นชื่อของตัวละครในบัลเลต์ ไม่ใช่นกธรรมดา ใน Swan Lake คำว่า Black Swan โดยทั่วไปหมายถึง Odile ซึ่งเป็นตัวละครคู่ตรงข้ามกับหงส์ขาวและมีบทบาทเกี่ยวกับการหลอกลวง ประโยคนี้เรียกเธอว่า sorceress หรือผู้หญิงที่มีพลังวิเศษ ข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครนี้ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมการเต้นของเธอจึงถูกบรรยายว่า supernatural เพราะถ้อยคำเชื่อมโยงเวทมนตร์ของตัวละครกับการเคลื่อนไหวอันน่าทึ่งของนักเต้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the Black Swan หมายถึงอะไร

  1. ตัวละครหญิงที่มีพลังวิเศษในบัลเลต์
  2. นักประพันธ์ที่แต่งดนตรีของบัลเลต์
  3. นกสีเข้มธรรมดาตัวหนึ่งบนเวที
ดูคำตอบ

ตัวละครหญิงที่มีพลังวิเศษในบัลเลต์

and her 32 captivating fouettés do seem almost supernatural. ไวยากรณ์

3:49

และท่าฟูเอตเต้ที่น่าหลงใหล 32 รอบของเธอก็ดูเหมือนเหนือธรรมชาติจริงๆ

ไวยากรณ์

do seem almost supernatural: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่า สามารถวาง do หน้า seem ซึ่งเป็นกริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นความหมายได้ ตรงนี้ do seem หมายถึง “ดูเหมือนจริง ๆ” หรือ “ดูเหมือนอย่างชัดเจน” โดย do เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “ทำ” หากตัด do ออก ประโยคยังคงบอกว่าการหมุนเหล่านั้นดูแทบเหนือธรรมชาติ แต่เมื่อเติม do ผู้พูดจะยืนยันความรู้สึกอันน่าประหลาดใจนั้นอย่างหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนคิดว่าคุณลืมไปแล้ว จงเติมคำตอบในปัจจุบันด้วยกริยาช่วยเน้นที่ใช้กับ I: I ____ remember your birthday.

ดูคำตอบ

do

But it's not magic that makes them possible, ลำดับความ

3:55

แต่มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่ทำให้มันเป็นไปได้

it's physics.

3:57

มันคือฟิสิกส์ต่างหาก

ลำดับความ

it's not magic ... it's physics: เน้นคำอธิบายที่แท้จริงด้วยการแก้ความเข้าใจ

ประโยคนี้เริ่มจากบอกว่าเวทมนตร์ไม่ใช่คำอธิบาย แล้วจึงเสนอว่าฟิสิกส์คือคำอธิบายที่แท้จริง ลำดับนี้ทำให้ตอนจบเป็นการแก้ความเข้าใจที่ชัดเจน การหมุนอาจดูเหมือนเวทมนตร์ แต่หลักฟิสิกส์ต่างหากที่ทำให้เป็นไปได้ ส่วนแรกที่ยาวกว่านำเสนอแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง ส่วนตอนจบสั้น ๆ ว่า it's physics วางสารสำคัญไว้ท้ายประโยคจึงทำให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการเต้นสวยงามน้อยลง

แบบฝึกหัด

เติมข้อความเปรียบต่างด้วยรูปแบบ It's not X ...; it's Y: ____ luck that keeps the garden healthy; ____ regular care.

ดูคำตอบ

It's not · it's