ชายผู้แก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่โด่งดังที่สุดในโลก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Newsthink

ความยากในการเรียน
1,689 คำ 166 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: แอนดรูว์ ไวลส์ใช้เวลาหลายปีทำงานอย่างลับ ๆ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา เมื่อพบช่องโหว่สำคัญ เขายังคงแก้ไขและนำสองวิธีมารวมกันจนคลี่คลายปัญหาที่ค้างมาหลายศตวรรษได้สำเร็จ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. claims to have proved — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้ perfect infinitive เพื่อรายงานสิ่งที่บุคคลอ้างว่าทำสำเร็จก่อนหน้านั้น โดยผู้เล่ายังไม่รับรองว่าคำกล่าวอ้างเป็นจริง 2. beat him to the punch — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนจากกีฬาชกมวยที่หมายถึงการลงมือก่อนคู่แข่ง และนำไปใช้กับการแข่งขันด้านการค้นพบ การประกาศ หรือการแก้ปัญหา 3. pore over — กริยาวลี: แยกความหมายของการตรวจเอกสารอย่างละเอียดเป็นเวลานานออกจากการอ่านทั่วไป และใช้กับต้นฉบับ บันทึก ตัวเลข หรือสื่อการเรียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In 1994,

0:00

ในปี 1994

Andrew Wiles solved a mystery that had stumped mathematicians for 357 years. การใช้คำ

0:01

แอนดรูว์ ไวลส์ ได้ไขปริศนาที่สร้างความงุนงงให้นักคณิตศาสตร์มาถึง 357 ปี

การใช้คำ

stumped: ทำให้หาคำตอบไม่ได้

ในที่นี้ stumped เป็นรูป past participle ของคำกริยา stump หากปริศนาหนึ่ง stumps someone หมายความว่าปริศนานั้นยากจนคนนั้นหาคำตอบหรือวิธีแก้ไม่ได้ ใน had stumped mathematicians รูป past perfect แสดงว่าปริศนานี้ยังคงเป็นสิ่งที่นักคณิตศาสตร์แก้ไม่ได้ก่อนที่แอนดรูว์ ไวลส์จะไขได้ ความหมายนี้เจาะจงและหนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าพวกเขารู้สึกสับสน

แบบฝึกหัด

stumped ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร

  1. มันทำให้พวกเขาไปตัดต้นไม้
  2. มันบอกคำตอบแก่พวกเขาทันที
  3. มันทำให้พวกเขาหาวิธีแก้ไม่ได้
ดูคำตอบ

มันทำให้พวกเขาหาวิธีแก้ไม่ได้

The 17th century French mathematician Pierre de Fermat states that you can't find numbers

0:06

ปิแยร์ เดอ แฟร์มาต์ นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 ระบุว่า คุณไม่สามารถหาจำนวน

where x to the n + y to the n

0:11

ที่ x ยกกำลัง n + y ยกกำลัง n

is equal to z to the n

0:13

เท่ากับ z ยกกำลัง n

when n is a whole number greater than two.

0:15

เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มที่มากกว่าสองได้

For example,

0:18

ตัวอย่างเช่น

3 to the power of 3 + 4 to the power of 3 equals 91, วัฒนธรรม

0:19

3 ยกกำลัง 3 + 4 ยกกำลัง 3 เท่ากับ 91

วัฒนธรรม

ใช้ to the power of เพื่ออ่านเลขชี้กำลัง

ในคณิตศาสตร์ to the power of ใช้นำหน้าเลขชี้กำลัง “3 to the power of 3” หมายถึง 3³ หรือ 3 × 3 × 3 รูปแบบที่นำไปใช้กับจำนวนอื่นได้คือ ฐาน + to the power of + เลขชี้กำลัง ในที่นี้ power เป็นศัพท์คณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงอำนาจหรือพลังงานไฟฟ้า

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการอ่านเลขชี้กำลังแบบเดียวกับในตัวอย่างให้สมบูรณ์: 5⁴ is “five ____ four.”

ดูคำตอบ

to the power of

which is not the cube of any whole number.

0:23

ซึ่งไม่ใช่ผลบวกกำลังสามของจำนวนเต็มใดๆ

Fermat claims to have proved his theorem, ไวยากรณ์

0:25

แฟร์มาต์อ้างว่าได้พิสูจน์ทฤษฎีบทของเขาแล้ว

ไวยากรณ์

claims to have proved: รายงานการกระทำก่อนหน้าที่อ้างว่าทำเสร็จแล้ว

ใน claims to have proved คำว่า claims เป็นคำกริยาที่ใช้รายงานคำกล่าว ส่วน to have proved เป็น perfect infinitive ซึ่งแสดงว่าการพิสูจน์ที่ถูกกล่าวอ้างเกิดขึ้นก่อนคำกล่าวอ้างในปัจจุบันหรือก่อนเวลาที่นำมาเล่า claims ทำหน้าที่ถ่ายทอดคำกล่าวของแฟร์มาต์โดยไม่ได้บอกว่าผู้เล่ายอมรับว่าเป็นความจริง รูปแบบนี้ใช้บอกการกระทำก่อนหน้าที่ใครบางคนบอกว่าเกิดขึ้นแล้ว แต่อาจยังไม่ได้รับการยืนยัน

แบบฝึกหัด

นักประวัติศาสตร์กำลังรายงานการกระทำที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ประโยคใดแสดงว่าการพบเกิดขึ้นก่อนคำกล่าวอ้างในปัจจุบัน

  1. Leo claims to be looking for the missing letter.
  2. Leo claims that he will find the missing letter.
  3. Leo claims to have found the missing letter.
ดูคำตอบ

Leo claims to have found the missing letter.

writing in his copy of Arithmetica,

0:28

โดยเขียนลงในหนังสือ Arithmetica ฉบับของเขา

an ancient Greek text on number theory,

0:30

ซึ่งเป็นตำราทฤษฎีจำนวนสมัยกรีกโบราณว่า

"I have discovered a truly marvelous proof of this,

0:32

"ข้าพเจ้าได้ค้นพบการพิสูจน์ที่มหัศจรรย์ยิ่งสำหรับทฤษฎีบทนี้

which this margin is too narrow to contain." ไวยากรณ์

0:35

แต่ขอบหน้ากระดาษนี้แคบเกินกว่าจะเขียนบรรจุไว้ได้"

ไวยากรณ์

too narrow to contain: ขีดจำกัดที่ทำให้การกระทำเป็นไปไม่ได้

ใน too narrow to contain โครงสร้าง too + adjective + to + verb แสดงว่าระดับของคุณสมบัติหนึ่งเกินขีดจำกัดที่ทำให้สิ่งนั้นเป็นไปได้ ผลลัพธ์จึงเป็นเชิงลบ กล่าวคือ ขอบหน้ากระดาษแคบเกินไปจนไม่สามารถใส่ข้อพิสูจน์ลงไปได้ โครงสร้างนี้เชื่อมโยงขนาด สภาพ ความสามารถ หรือเวลาเข้ากับการกระทำที่เป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์นั้น คำนามหน้า be มักเป็นคนหรือสิ่งของที่คุณสมบัติของมันทำให้เกิดข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ wide และ fit ตามโครงสร้าง too + adjective + to + verb: The sofa is ____ through the doorway.

ดูคำตอบ

too wide to fit

Unfortunately,

0:38

น่าเสียดาย

he never wrote down his proof,

0:39

เขาไม่เคยเขียนวิธีพิสูจน์ของเขาไว้เลย

not anywhere that anyone has ever found.

0:40

ไม่มีใครเคยพบมันในที่ใดเลย

For over 300 years,

0:43

เป็นเวลากว่า 300 ปี

mathematicians puzzled over this perplexing problem, กริยาวลี

0:44

นักคณิตศาสตร์ต่างสับสนกับปัญหาที่น่าฉงนนี้

กริยาวลี

Puzzled over: คิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องที่ยาก

Puzzled over หมายถึงใช้เวลาคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องที่ยาก ในประโยคนี้ นักคณิตศาสตร์คือผู้ที่กำลังคิด ส่วนปัญหาคือเรื่องที่พวกเขากำลังคิดถึง โครงสร้างคือ puzzle over + ปัญหา คำถาม หรือการตัดสินใจ ในโครงสร้างแบบประธานเป็นผู้กระทำนี้ puzzle หมายถึงการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกสับสน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เรียนในบทนี้: The engineers ____ the strange test result for hours.

ดูคำตอบ

puzzled over

which is similar to the Pythagorean theorem,

0:48

ซึ่งคล้ายคลึงกับทฤษฎีบทพีทาโกรัส

but applies to exponents greater than two.

0:50

แต่ใช้กับเลขชี้กำลังที่มากกว่าสอง

Andrew Wiles was a young boy when he stumbled upon Fermat's Last Theorem กริยาวลี

0:53

แอนดรูว์ ไวลส์ ยังเป็นเพียงเด็กชายเมื่อเขาบังเอิญพบกับทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์

at a library in Cambridge,

0:57

ที่ห้องสมุดแห่งหนึ่งในเคมบริดจ์

England in 1963.

0:59

ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1963

กริยาวลี

Stumbled upon: พบบางสิ่งโดยบังเอิญ

Stumbled upon หมายถึงพบหรือเจอบางสิ่งโดยบังเอิญ Wiles ไม่ได้สะดุดล้มเพราะทฤษฎีบทนั้น แต่เขาบังเอิญค้นพบมันขณะอยู่ในห้องสมุด โครงสร้างคือ stumble upon + สิ่งของ ข้อมูล สถานที่ หรือแนวคิด โดยสื่อว่าการค้นพบนั้นไม่ได้วางแผนไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนเป้าหมายเพื่อแสดงถึงการค้นพบโดยบังเอิญ?

  1. Leo stumbled over a loose stone outside the garden.
  2. Leo stumbled upon a quiet garden while exploring the neighborhood.
  3. Leo followed a map to the garden he had planned to visit.
ดูคำตอบ

Leo stumbled upon a quiet garden while exploring the neighborhood.

As he recalled in an interview later featured in the book Fermat's Enigma

1:01

ดังที่เขาเล่าย้อนความหลังในการสัมภาษณ์ซึ่งต่อมาได้นำไปตีพิมพ์ในหนังสือ Fermat's Enigma

by Simon Singh,

1:04

โดย ไซมอน ซิงห์

which I highly recommend,

1:06

ซึ่งฉันขอแนะนำอย่างยิ่ง

"Here was a problem that I,

1:07

"นี่คือปัญหาที่ฉัน

a 10-year-old,

1:09

ในวัย 10 ขวบ

could understand,

1:10

สามารถเข้าใจได้

and I knew from that moment

1:11

และฉันรู้ตั้งแต่วินาทีนั้น

that I would never let it go. กริยาวลี

1:12

ว่าฉันจะไม่มีวันปล่อยมันไป

I had to solve it."

1:14

ฉันต้องแก้มันให้ได้"

กริยาวลี

let it go ใน never let it go

Let it go หมายถึงเลิกยึดติดกับปัญหา ความคิด หรือเป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้วัตถุจริง ๆ เคลื่อนออกไป ในประโยคนี้ never ทำให้ความหมายกลับด้าน: I would never let it go หมายถึงผู้พูดจะไม่ทิ้งปัญหานี้หรือหยุดตามหาคำตอบ ดังนั้นสำนวนนี้จึงแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างมากในบริบทนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึงการเลิกยึดติดกับเรื่องนั้น: After the argument was settled, Ben said, "I'm ready to ____."

ดูคำตอบ

let it go

His determination was extraordinary,

1:16

ความมุ่งมั่นของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย

considering the brightest minds in math

1:18

เมื่อพิจารณาว่าเหล่านักคณิตศาสตร์หัวกะทิ

had failed to crack it for centuries. การใช้คำ

1:20

ต่างล้มเหลวในการไขปัญหานี้มานานหลายศตวรรษ

การใช้คำ

crack it ในความหมายว่าแก้ปัญหาที่ยาก

ในที่นี้ crack หมายถึงแก้สิ่งที่ยากมากหรือค้นพบกุญแจสำคัญในการแก้ ส่วนสรรพนาม it หมายถึงโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยังไม่มีใครแก้ได้มาเป็นเวลานาน เมื่อเทียบกับ solve ที่เป็นกลาง crack มีความไม่เป็นทางการและเห็นภาพชัดกว่า โดยสื่อถึงการฝ่าทะลุอุปสรรคที่ยาก น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้เน้นทั้งความยากของปัญหาและความมุ่งมั่นของเขา

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The puzzle seemed impossible, but Noor finally cracked it," cracked it หมายถึงอะไร?

  1. เธอทำให้ปริศนายากขึ้น
  2. เธอแก้ปริศนาได้
  3. เธอทำปริศนาแตกเป็นชิ้น ๆ
ดูคำตอบ

เธอแก้ปริศนาได้

The 18th century Swiss mathematician Leonhard Euler

1:22

เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ นักคณิตศาสตร์ชาวสวิสในศตวรรษที่ 18

proved a specific case

1:25

ได้พิสูจน์กรณีเฉพาะ

where there are no solutions

1:26

ที่ไม่มีคำตอบ

for n equals 3,

1:28

สำหรับ n เท่ากับ 3

but his work didn't extend to other exponents.

1:29

แต่งานของเขาไม่สามารถขยายไปยังเลขชี้กำลังอื่นๆ ได้

Euler even asked a friend to search Fermat's house

1:32

ออยเลอร์ถึงกับขอให้เพื่อนไปค้นบ้านของแฟร์มาต์

just in case he had scribbled down his proof somewhere, วลี

1:34

เผื่อว่าเขาจะจดวิธีพิสูจน์ไว้ที่ไหนสักแห่ง

with no luck.

1:37

แต่ก็ไม่เป็นผล

วลี

just in case: ทำไว้เผื่อเป็นการป้องกัน

just in case ใช้นำหน้าสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่ ในประโยคนี้ การค้นบ้านเป็นการป้องกันไว้ก่อน เพราะแฟร์มาต์อาจทิ้งบทพิสูจน์ไว้ที่ไหนสักแห่ง รูปแบบที่พบบ่อยคือ การกระทำ + just in case + สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยจะลงมือทำก่อนที่จะรู้ว่าสถานการณ์นั้นเป็นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่แสดงการป้องกันไว้ก่อน: Mia packed a spare charger ____ her phone battery died.

ดูคำตอบ

just in case

The wealthy German industrialist Paul Wolfskehl

1:38

พอล วูล์ฟสเคล นักอุตสาหกรรมผู้มั่งคั่งชาวเยอรมัน

was so miserable because the woman he loved ไวยากรณ์

1:41

ทุกข์ทรมานอย่างหนักเพราะหญิงที่เขารัก

didn't love him back

1:43

ไม่รักเขาตอบ

that he planned to end his life,

1:44

จนเขาวางแผนที่จะจบชีวิตตัวเอง

only to be reinvigorated by Fermat's puzzle. ไวยากรณ์

1:46

แต่กลับรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งเพราะปริศนาของแฟร์มาต์

ไวยากรณ์

was so miserable ... that he planned: ระดับและผลลัพธ์

ใน was so miserable ... that he planned คำว่า so ขยายระดับของคำคุณศัพท์ miserable และ that นำหน้าผลลัพธ์ หมายความว่าความทุกข์ของเขารุนแรงถึงระดับที่ทำให้เขาวางแผนเช่นนั้น อนุประโยค because ที่อยู่ตรงกลางอธิบายว่าเหตุใดเขาจึง miserable และไม่ได้ทำลายกรอบใหญ่ so + คำคุณศัพท์ + that + ผลลัพธ์: was so miserable [because ...] that he planned.... เมื่ออ่านประโยคยาว ให้เชื่อม so กับ that ที่ตามมาภายหลังเพื่อหาความสัมพันธ์หลักระหว่างระดับกับผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงระดับและผลลัพธ์ด้วยคำเชื่อมสองคำ: The movie was ____ exciting ____ I forgot to check the time.

ดูคำตอบ

so · that

ไวยากรณ์

only to be reinvigorated: ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด

ในที่นี้ only to be reinvigorated นำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างไม่คาดคิด เขาไม่ได้ทำตามแผนเดิม แต่กลับมามีพลังและความหวังอีกครั้ง เพราะปัญหาของแฟร์มาทำให้เขามีสิ่งใหม่ให้มุ่งความสนใจ คำว่า only ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้น” โครงสร้าง จุลภาค + only to + คำกริยา เชื่อมกลับไปยังการกระทำหรือสถานการณ์ก่อนหน้า แล้วเพิ่มผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจซึ่งมักพลิกความคาดหมาย Be reinvigorated เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงมีบางสิ่งทำให้เขากลับมามีพลังอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ only to เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ไม่ใช่จุดประสงค์

  1. He checked the mailbox because he expected a package.
  2. He checked the mailbox, only to discover that it was empty.
  3. He checked the mailbox in order to collect his package.
ดูคำตอบ

He checked the mailbox, only to discover that it was empty.

He never solved it himself,

1:49

เขาไม่เคยไขปริศนานี้ได้ด้วยตัวเอง

but he offered a reward of 100,000 German marks

1:51

แต่เขาได้เสนอเงินรางวัล 100,000 มาร์กเยอรมัน

to anyone who could,

1:54

ให้กับใครก็ตามที่ทำได้

motivating the next generation of mathematicians.

1:55

ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับนักคณิตศาสตร์ในยุคถัดมา

When Andrew Wiles was a grad student at the University of Cambridge

1:58

เมื่อครั้ง แอนดรูว์ ไวลส์ เป็นนักศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

in the 1970s,

2:01

ในช่วงทศวรรษที่ 1970

his supervisor John Coates

2:03

จอห์น โคตส์ อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา

suggested he study elliptic curves,

2:04

แนะนำให้เขาศึกษาเรื่องเส้นโค้งเชิงวงรี (elliptic curves)

which proved crucial for solving Fermat's Last Theorem. วลี

2:07

ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการไขทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์

วลี

proved crucial for solving: ความสำคัญที่ปรากฏในภายหลัง

ใน proved crucial for solving คำว่า proved เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ภายหลังปรากฏว่าเป็น” หรือ “เหตุการณ์ต่อมาแสดงให้เห็นว่าเป็น” ส่วน crucial บอกว่าการศึกษาเส้นโค้งวงรีมีความสำคัญต่อผลลัพธ์มากเพียงใด โครงสร้างคือ prove + คำคุณศัพท์ + for + คำนามหรือรูป -ing โดย solving เป็นกรรมของบุพบท for จึงบอกผลลัพธ์ที่ปัจจัยนั้นช่วยทำให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การใช้ prove เพื่อหมายถึง “พิสูจน์” อีกครั้งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ proved crucial for และรูป -ing ของ identify เติมประโยคให้สมบูรณ์: The witness's photograph ____ the suspect.

ดูคำตอบ

proved crucial for identifying

In the 1950s,

2:10

ในช่วงทศวรรษที่ 1950

Japanese mathematicians Yutaka Taniyama and Goro Shimura

2:12

นักคณิตศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ยูทากะ ทานิยามะ และ โกโร ชิมูระ

suggested that for every elliptic curve,

2:16

ได้เสนอว่า สำหรับทุกๆ เส้นโค้งเชิงวงรี

there was a corresponding modular form.

2:18

จะมีรูปแบบโมดูลาร์ (modular form) ที่สอดคล้องกันอยู่

The Taniyama-Shimura conjecture connected two distinct areas of mathematics.

2:20

ข้อความคาดการณ์ทานิยามะ-ชิมูระ ได้เชื่อมโยงคณิตศาสตร์สองแขนงที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน

Later,

2:26

ต่อมา

Ken Ribet,

2:26

เคน ริเบต

a professor at UC Berkeley,

2:27

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

linked their conjecture to Fermat's Last Theorem.

2:29

ได้เชื่อมโยงข้อความคาดการณ์ของพวกเขาเข้ากับทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์

How?

2:32

ทำได้อย่างไร?

He showed that if Fermat's Last Theorem were false, ไวยากรณ์

2:32

เขาแสดงให้เห็นว่าหากทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์เป็นเท็จ

certain elliptical curves would have to exist.

2:35

เส้นโค้งเชิงวงรีบางรูปก็จะต้องมีอยู่

ไวยากรณ์

if ... were false ... would have to exist: เงื่อนไขสมมติและผลที่จำเป็น

โครงสร้าง if + ประธาน + were + ส่วนเติมเต็ม นำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นเพียงสมมติฐานหรือขัดกับข้อสันนิษฐานที่ยอมรับกันอยู่ ในที่นี้ if Fermat's Last Theorem were false ไม่ได้ยืนยันว่าทฤษฎีบทนั้นผิด แต่เป็นการสมมติแนวคิดนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อใช้เหตุผล would have to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงผลที่จำเป็นต้องตามมาจากสมมติฐานนั้น เมื่อรวมกัน โครงสร้างนี้หมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขที่จินตนาการขึ้น การมีอยู่ของเส้นโค้งเหล่านั้นย่อมจำเป็นตามหลักตรรกะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอว่าทฤษฎีบทไม่เป็นจริงในฐานะข้อสมมติปัจจุบัน และแสดงผลว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น

  1. If the theorem had been false, another mathematical object would have had to exist.
  2. If the theorem is false, another mathematical object has to exist.
  3. If the theorem were false, another mathematical object would have to exist.
ดูคำตอบ

If the theorem were false, another mathematical object would have to exist.

However,

2:38

อย่างไรก็ตาม

the Taniyama-Shimura conjecture implied that those curves could not exist.

2:39

ข้อความคาดการณ์ทานิยามะ-ชิมูระบ่งบอกว่าเส้นโค้งเหล่านั้นไม่สามารถมีอยู่ได้

Therefore,

2:44

ดังนั้น

if the Taniyama-Shimura conjecture were true,

2:45

หากข้อความคาดการณ์ทานิยามะ-ชิมูระเป็นจริง

Fermat's Last Theorem would also be true.

2:48

ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์ก็จะเป็นจริงด้วยเช่นกัน

Proving the conjecture would prove Fermat's Last Theorem.

2:51

การพิสูจน์ข้อความคาดการณ์นี้ได้ก็จะถือเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์

The problem was Taniyama and Shimura

2:55

ปัญหาคือ ทานิยามะ และ ชิมูระ

never proved their own conjecture.

2:58

ไม่เคยพิสูจน์ข้อความคาดการณ์ของพวกเขาเองเลย

Tragically,

3:00

โศกนาฏกรรมก็คือ

Taniyama committed suicide in 1958,

3:01

ทานิยามะได้ฆ่าตัวตายในปี 1958

leaving a note that read,

3:04

ทิ้งจดหมายลาตายที่มีใจความว่า

"I am in the frame of mind that I lost confidence in my future."

3:06

"ข้าพเจ้าอยู่ในสภาวะจิตใจที่สูญเสียความมั่นใจในอนาคตของตนเอง"

His fiancee took her own life shortly after,

3:10

หลังจากนั้นไม่นานคู่หมั้นของเขาก็ปลิดชีพตัวเองตาม

writing,

3:13

โดยเขียนว่า

"We promised each other that no matter where we went, ไวยากรณ์

3:13

"เราสัญญากันไว้ว่าไม่ว่าจะไปที่ไหน

we would never be separated.

3:16

เราจะไม่มีวันแยกจากกัน

Now that he is gone,

3:18

ตอนนี้เขาจากไปแล้ว

I must go too in order to join him."

3:19

ฉันก็ต้องไปเช่นกันเพื่อจะได้ไปอยู่กับเขา"

ไวยากรณ์

no matter where: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนไปตามสถานที่

no matter where ใช้นำอนุประโยคบอกสถานที่ที่มีความหมายเชิงยอมรับเงื่อนไข หมายถึง “ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน” และแสดงว่าการเปลี่ยนสถานที่ไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ใน no matter where we went คำว่า where ไม่ได้ใช้ถามว่าสถานที่นั้นคือที่ไหน อนุประโยคทั้งหมดกำหนดเงื่อนไขที่ไม่จำกัดสถานที่ กล่าวคือ ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ใด คำสัญญาว่าจะไม่มีวันแยกจากกันก็ยังคงมีผล

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน”: ____ you move, we will stay in touch.

ดูคำตอบ

No matter where

In 1986,

3:22

ในปี 1986

Andrew Wiles was sipping iced tea at a friend's house

3:24

แอนดรูว์ ไวลส์ กำลังจิบชาเย็นที่บ้านเพื่อน

when his friend mentioned Ken Ribet

3:27

เมื่อเพื่อนของเขาพูดขึ้นว่า เคน ริเบต

had proved the link between Taniyama-Shimura and Fermat's Last Theorem.

3:28

ได้พิสูจน์ความเชื่อมโยงระหว่างทานิยามะ-ชิมูระกับทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์แล้ว

Andrew recalled,

3:33

แอนดรูว์เล่าว่า

"I was electrified. สำนวน

3:34

"ฉันเหมือนถูกไฟช็อต

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ electrified

electrified ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการรู้สึกตื่นเต้นและมีพลังอย่างมากขึ้นมาทันที พร้อมกับรู้สึกว่าโอกาสสำคัญได้เปิดออกแล้ว ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากแรงกระตุกของกระแสไฟฟ้า จึงสื่อถึงปฏิกิริยาที่แรงกว่าความดีใจธรรมดามาก และไม่ได้หมายถึงการถูกไฟฟ้าช็อตจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน "I was electrified" คำว่า electrified หมายถึงอะไร

  1. ผมถูกไฟฟ้าช็อต
  2. ผมสงบลงและรู้สึกง่วง
  3. ผมตื่นเต้นอย่างมากและเต็มไปด้วยพลัง
ดูคำตอบ

ผมตื่นเต้นอย่างมากและเต็มไปด้วยพลัง

I knew that moment that the course of my life was changing,

3:36

ฉันรู้ทันทีว่าเส้นทางชีวิตของฉันกำลังเปลี่ยนไป

because this meant that to prove Fermat's Last Theorem,

3:39

เพราะนั่นหมายความว่าการจะพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์

all I had to do was prove the Taniyama-Shimura conjecture. ไวยากรณ์

3:42

ทั้งหมดที่ฉันต้องทำก็คือพิสูจน์ข้อความคาดการณ์ทานิยามะ-ชิมูระ

ไวยากรณ์

all I had to do was + คำกริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้าง all + ประธาน + had to do + was + คำกริยารูปพื้นฐาน เปลี่ยนเป้าหมายใหญ่ให้เหลือข้อกำหนดสำคัญเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ all เน้นไปที่การพิสูจน์ข้อคาดการณ์ทานิยามะ–ชิมูระว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อไปถึงบทพิสูจน์ที่ใหญ่กว่า หลัง was ใช้ prove ซึ่งเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช่ proved โครงสร้างนี้ทำให้แผนดูชัดและเรียบง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่างานที่ต้องทำนั้นง่าย

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง all + ประธาน + had to do + was โดยให้ I เป็นประธาน: The route was already planned, so ____ follow the map.

ดูคำตอบ

all I had to do was

It meant that my childhood dream was now a respectable thing to work on.

3:46

มันหมายความว่าความฝันในวัยเด็กของฉันตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่น่านับถือที่จะลงมือทำ

I just knew that I could never let that go."

3:50

ฉันรู้แค่ว่าฉันจะไม่มีวันปล่อยมันไป"

By this time,

3:53

ในเวลานี้

Andrew had moved to the US

3:54

แอนดรูว์ได้ย้ายมาที่สหรัฐอเมริกา

where he was a mathematics professor at Princeton University.

3:55

ที่ซึ่งเขาเป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน

When he wasn't lecturing,

3:59

เมื่อเขาไม่ได้บรรยาย

he was in his attic office

4:00

เขาจะขลุกอยู่ในห้องทำงานใต้หลังคา

trying to prove that every single elliptic equation

4:02

พยายามพิสูจน์ว่าทุกสมการเชิงวงรี

could be correlated with a modular form.

4:05

สามารถนำไปเชื่อมโยงกับรูปแบบโมดูลาร์ได้

Only his wife knew what he was up to. สำนวน

4:07

มีเพียงภรรยาของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

สำนวน

What he was up to: กิจกรรมที่ยังไม่ทราบ

ใน what he was up to คำว่า be up to หมายถึง “กำลังทำหรือวางแผนจะทำบางอย่าง” ในที่นี้หมายถึงกิจกรรมส่วนตัวที่มีเพียงภรรยาของเขาเท่านั้นที่รู้ สำนวนนี้มักใช้เมื่อยังไม่รู้ว่ากิจกรรมนั้นคืออะไร มีการปกปิดไว้ หรือน่าสืบดู ในคำถามแบบอ้อมให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + be + up to เช่น I wonder what they are up to.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง what + ประธาน + was + up to: Maya quickly closed the file, so I wondered ____.

ดูคำตอบ

what she was up to

He kept his work a secret,

4:09

เขาเก็บงานของเขาไว้เป็นความลับ

not wanting to be distracted.

4:11

เพราะไม่ต้องการเสียสมาธิ

Though,

4:13

แม้ว่า

there may have been another reason for his secrecy.

4:13

อาจจะมีเหตุผลอื่นสำหรับความลับของเขาก็ตาม

He may have feared that if his progress leaked,

4:16

เขาอาจกลัวว่าหากความคืบหน้าของเขารั่วไหลออกไป

a rival mathematician might beat him to the punch and claim the glory. สำนวน

4:19

นักคณิตศาสตร์คู่แข่งอาจชิงตัดหน้าและแย่งความรุ่งโรจน์ไป

สำนวน

Beat him to the punch: ลงมือก่อนคู่แข่ง

ใน beat someone to the punch คำว่า beat หมายถึงนำหน้าอีกฝ่าย และสำนวนทั้งชุดหมายถึงลงมือหรือประสบความสำเร็จก่อนที่อีกคนจะทำได้ ในที่นี้ คู่แข่งที่เขากังวลอาจทำผลงานเสร็จและประกาศผลก่อน ไม่ได้เกี่ยวกับการชกจริง ๆ แนวคิดที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือการได้เปรียบด้วยการลงมือทำสิ่งหนึ่งก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย beat + กรรม + to the punch ในรูปที่ประโยคต้องการ: We planned to announce the update on Friday, but a rival company ____ and posted it on Thursday.

ดูคำตอบ

beat us to the punch

He cleverly threw his colleagues off track สำนวน

4:23

เขาหลอกล่อเพื่อนร่วมงานอย่างชาญฉลาด

by publishing his ongoing research on elliptic equations every six months,

4:25

ด้วยการตีพิมพ์ผลงานวิจัยเกี่ยวกับสมการเชิงวงรีที่เขากำลังทำอยู่ทุกๆ หกเดือน

making it seem like he was keeping busy ลำดับความ

4:30

ทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังยุ่งอยู่

while actually devoting his time to the age-old enigma.

4:32

แต่ความจริงแล้วเขาอุทิศเวลาให้กับปริศนาเก่าแก่นี้ต่างหาก

สำนวน

threw his colleagues off track: ทำให้เพื่อนร่วมงานหลงไปผิดทาง

To throw someone off track หมายถึงการทำให้ใครบางคนเข้าใจผิดจนไม่เดินตามเบาะแส แผน หรือแนวคิดที่ถูกต้องต่อไป ในประโยคนี้ การตีพิมพ์งานวิจัยสร้างภาพลวงและทำให้เพื่อนร่วมงานหันออกจากงานที่แท้จริงของเขา Track ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทิศทางที่ถูกต้องของการสืบสวนหรือความเข้าใจ ไม่ใช่เส้นทางจริง สำนวนนี้สื่อมากกว่าการเสียสมาธิชั่วครู่ เพราะอาจทำให้คนหนึ่งไปตามคำอธิบายที่ผิดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่ามีคนถูกทำให้เข้าใจผิดจนไปตามคำอธิบายที่ผิด?

  1. The phone notification distracted the detectives for a second.
  2. The map put the detectives back on track.
  3. The false clue threw the detectives off track.
ดูคำตอบ

The false clue threw the detectives off track.

ลำดับความ

making it seem like ... while actually: ภาพที่เห็นกับความจริง

คู่โครงสร้าง making it seem like ... while actually ... ใช้จัดข้อมูลให้เกิดความเปรียบต่างระหว่างภาพที่เห็นกับความจริง making it seem like นำเสนอภาพที่ทำให้คนอื่นเข้าใจ ส่วน while actually เปิดเผยการกระทำหรือสถานการณ์จริง while ในที่นี้แสดงความเปรียบต่าง ไม่ได้บอกเพียงว่าสองการกระทำเกิดขึ้นพร้อมกัน วลีแบบย่อ while actually devoting มีประธานโดยนัยตัวเดียวกับอนุประโยครอบข้าง คือ he ส่วนรูปเต็มคือ while he was actually devoting his time โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อการกระทำที่มองเห็นซ่อนความจริงอีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

วาง making it seem like และ while actually ลงในช่องว่างที่ถูกต้อง: She stayed at her desk, ____ she was finishing the report ____ planning a surprise party.

ดูคำตอบ

making it seem like · while actually

He began by proving the connection for a specific class of elliptic curves,

4:35

เขาเริ่มต้นด้วยการพิสูจน์ความเชื่อมโยงสำหรับกลุ่มเส้นโค้งเชิงวงรีเฉพาะกลุ่มหนึ่ง

like knocking down the first domino in a long line. ลำดับความ

4:40

เปรียบเสมือนการล้มโดมิโนตัวแรกในแถวที่ยาวเหยียด

ลำดับความ

like knocking down the first domino in a long line: เหมือนผลักโดมิโนตัวแรกในแถวยาวให้ล้ม

วลี like knocking down the first domino in a long line ใช้การเปรียบเทียบแบบต่อเนื่องเพื่ออธิบายการพิสูจน์ครั้งแรก วลีนี้ไม่ได้พูดถึงโดมิโนจริง ๆ แต่ทำให้การพิสูจน์กรณีสำคัญกรณีหนึ่งเห็นเป็นภาพของการผลักโดมิโนตัวแรกในชุดให้ล้ม วลีที่ขึ้นต้นด้วย like ซึ่งวางหลังประโยคหลักบอกให้เรานึกภาพการกระทำทั้งหมดก่อนหน้านั้นอย่างไร ภาพนี้จัดข้อโต้แย้งเชิงนามธรรมให้เป็นลำดับ โดยผลลัพธ์แรกอาจทำให้ผลลัพธ์ต่อ ๆ ไปเกิดขึ้นได้ เหมือนโดมิโนที่ล้มตัวหนึ่งสามารถทำให้ตัวถัดไปล้มตาม

แบบฝึกหัด

วลีที่ขึ้นต้นด้วย like ตอนท้ายทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เปรียบการพิสูจน์ครั้งแรกกับการเริ่มต้นชุดผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกัน
  2. ยกตัวอย่างเส้นโค้งเชิงวงรีที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. บอกว่านักคณิตศาสตร์ใช้โดมิโนจริง ๆ เพื่อสาธิตการพิสูจน์
ดูคำตอบ

เปรียบการพิสูจน์ครั้งแรกกับการเริ่มต้นชุดผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกัน

The challenge was to ensure that if one domino fell,

4:43

ความท้าทายคือต้องแน่ใจว่าหากโดมิโนตัวหนึ่งล้มลง

it would topple the next.

4:46

มันจะล้มตัวถัดไป

Andrew had to show that if one element of the elliptic curve series

4:47

แอนดรูว์ต้องแสดงให้เห็นว่าหากองค์ประกอบหนึ่งในอนุกรมเส้นโค้งเชิงวงรี

matched the corresponding element in the modular form series,

4:51

จับคู่กับองค์ประกอบที่สอดคล้องกันในอนุกรมรูปแบบโมดูลาร์ได้

then the next elements would also match.

4:54

องค์ประกอบถัดไปก็จะจับคู่กันได้เช่นกัน

Yet,

4:57

ทว่า

he struggled to topple the rest of the dominoes.

4:57

เขาประสบปัญหาในการล้มโดมิโนส่วนที่เหลือ

Five years after working in secret,

5:00

ห้าปีหลังจากทำงานอย่างลับๆ

he decided to emerge from his hermit-like state

5:03

เขาตัดสินใจที่จะออกจากสถานะอันเก็บตัวของเขา

in hopes of finding new ideas.

5:05

ด้วยความหวังว่าจะได้พบแนวคิดใหม่ๆ

In 1991,

5:07

ในปี 1991

he attended a major math conference in Boston

5:08

เขาเข้าร่วมการประชุมคณิตศาสตร์ครั้งใหญ่ที่บอสตัน

where his PhD supervisor John Coates mentioned that a student of his,

5:11

ที่นั่น จอห์น โคตส์ อาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกของเขาพูดขึ้นว่าลูกศิษย์คนหนึ่งของเขา

Matthias Flach,

5:15

แมทเธียส แฟลช

was working on a powerful way of analyzing elliptic equations,

5:16

กำลังพัฒนาวิธีการอันทรงพลังในการวิเคราะห์สมการเชิงวงรี

building on the work of Russian mathematician Viktor Kolyvagin. กริยาวลี

5:19

ต่อยอดจากผลงานของ วิกเตอร์ โคลีวากิน นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย

กริยาวลี

building on the work of: ต่อยอดจากผลงานของผู้อื่น

Building on the work of หมายถึงการนำแนวคิดหรือผลลัพธ์ที่ผู้อื่นมีอยู่แล้วมาเป็นรากฐาน แล้วพัฒนาต่อไป ในที่นี้ วิธีของ Flach สานต่อจากงานวิจัยของ Kolyvagin ไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นอิสระจากศูนย์ วลี -ing นี้เพิ่มข้อมูลว่าวิธีการใหม่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างไร โดยชี้กลับไปยังผลงานก่อนหน้าและแสดงความสัมพันธ์ทั้งในแง่การสานต่อและการขยายผล ไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษ 5 คำที่หมายถึง “ใช้และพัฒนาต่อยอดผลงานก่อนหน้าของผู้อื่น”: Our team is ____ Dr. Chen.

ดูคำตอบ

building on the work of

Andrew realized this Kolyvagin-Flach method

5:23

แอนดรูว์ตระหนักว่าระเบียบวิธีโคลีวากิน-แฟลชนี้

could help him topple the rest of the dominoes,

5:26

สามารถช่วยเขาล้มโดมิโนส่วนที่เหลือได้

ultimately proving every elliptic equation

5:29

ท้ายที่สุดก็จะพิสูจน์ได้ว่าทุกสมการเชิงวงรี

could be matched to a modular form.

5:31

สามารถนำมาจับคู่กับรูปแบบโมดูลาร์ได้

But this involved incredibly hard mathematics

5:33

แต่นี่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ที่ยากอย่างไม่น่าเชื่อ

and took several more years.

5:36

และใช้เวลาอีกหลายปี

After seven years of working all by himself,

5:37

หลังจากเจ็ดปีของการทำงานเพียงลำพัง

he finally decided he needed some help.

5:40

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ

In 1993,

5:43

ในปี 1993

he confided in his colleague at Princeton, วลี

5:44

เขาเล่าความลับนี้ให้เพื่อนร่วมงานที่พรินซ์ตัน

mathematician Nick Katz.

5:46

นักคณิตศาสตร์ นิค แคทซ์ ฟัง

วลี

Confide in someone: เล่าเรื่องส่วนตัวให้คนที่ไว้วางใจฟัง

Confide in someone หมายถึงการเล่าความคิด ความกังวล หรือข้อมูลส่วนตัวให้ใครบางคนฟังเพราะคุณไว้วางใจคนนั้น ในที่นี้เขาเลือกแคตซ์เป็นคนที่ไว้ใจได้ และในที่สุดก็เปิดเผยงานที่เก็บเป็นความลับมานานให้ฟัง โครงสร้างคือ confide in + บุคคล สำนวนนี้แสดงว่าผู้ฟังเป็นคนที่ไว้ใจให้เก็บความลับได้ ไม่ใช่เพียงผู้รับข้อมูลทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ confide in ได้ถูกต้องเพื่อสื่อถึงการเล่าความกังวลส่วนตัวให้คนที่ไว้ใจฟัง?

  1. After weeks of worry, Lena confided at her older sister.
  2. After weeks of worry, Lena confided in her older sister.
  3. After weeks of worry, Lena confided her older sister.
ดูคำตอบ

After weeks of worry, Lena confided in her older sister.

They arranged a secret weekly meeting disguised as a graduate course

5:48

พวกเขาจัดการประชุมลับประจำสัปดาห์โดยพรางตาว่าเป็นวิชาเรียนระดับบัณฑิตศึกษา

where Nick meticulously checked and verified Andrew's calculations

5:52

ซึ่งนิคคอยตรวจสอบและยืนยันการคำนวณของแอนดรูว์อย่างละเอียดรอบคอบ

and assessed that the Kolyvagin-Flach method worked perfectly.

5:55

และประเมินว่าระเบียบวิธีโคลีวากิน-แฟลชนั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

There was still one missing piece of the puzzle.

5:59

แต่จิ๊กซอว์ยังคงขาดหายไปหนึ่งชิ้น

Andrew used a key insight gleaned from a paper by American mathematician Barry Mazur

6:02

แอนดรูว์ใช้ข้อมูลเชิงลึกอันเป็นกุญแจสำคัญที่ได้จากรายงานของ แบร์รี เมเซอร์ นักคณิตศาสตร์ชาวอเมริกัน

to complete the puzzle in May 1993.

6:06

มาต่อจิ๊กซอว์จนสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ปี 1993

It was time to tell the world he had solved the world's hardest math problem.

6:09

ถึงเวลาบอกให้โลกรู้ว่าเขาได้ไขปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลกแล้ว

He chose to do so at a conference at the Isaac Newton Institute

6:14

เขาเลือกที่จะทำเช่นนั้นในที่ประชุมที่สถาบันไอแซก นิวตัน

in June 1993

6:18

ในเดือนมิถุนายน ปี 1993

in his hometown of Cambridge.

6:19

ที่เคมบริดจ์ บ้านเกิดของเขา

An air of excitement filled the room

6:21

บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

as rumors spread of his breakthrough

6:23

เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ของเขา

on the more than 300-year-old mystery.

6:25

กับปริศนาที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ปี

Andrew recalled,

6:28

แอนดรูว์เล่าว่า

"There was a typical dignified silence

6:30

"มันมีความเงียบที่สง่างามตามปกติ

while I read out the proof,

6:32

ในขณะที่ฉันอ่านบทพิสูจน์

and then I just wrote up the statement of Fermat's Last Theorem.

6:33

จากนั้นฉันก็เขียนข้อความของทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์ลงไป

I said,

6:37

ฉันบอกว่า

"I think I'll stop here."

6:38

"ฉันคิดว่าฉันจะหยุดตรงนี้"

And then there was sustained applause."

6:39

แล้วก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง"

Mathematicians usually don't make headlines,

6:42

ปกตินักคณิตศาสตร์มักจะไม่เป็นข่าวพาดหัว

but this was an exception.

6:45

แต่นี่เป็นข้อยกเว้น

The excitement was palpable,

6:47

ความตื่นเต้นนั้นสัมผัสได้

yet the proof still needed to be verified.

6:49

ทว่าบทพิสูจน์นี้ยังคงต้องได้รับการตรวจสอบ

He submitted his draft to the journal Inventiones Mathematicae,

6:51

เขาส่งต้นฉบับร่างของเขาไปยังวารสาร Inventiones Mathematicae

where the editor Barry Mazur

6:55

ที่ซึ่งบรรณาธิการ แบร์รี เมเซอร์

selected six referees to pore over Andrew's 200-page work. กริยาวลี

6:57

เลือกกรรมการตรวจสอบหกคนมาตรวจทานผลงานยาว 200 หน้าของแอนดรูว์อย่างละเอียด

กริยาวลี

Pore over something: ตรวจสอบอย่างละเอียดมาก

Pore over something หมายถึงการใช้เวลาอ่านหรือตรวจสอบบางสิ่งอย่างละเอียดมาก ในประโยคนี้ ผู้ประเมินทั้งหกคนตรวจร่างฉบับยาวอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงอ่านผ่าน ๆ โครงสร้างคือ pore over + เอกสาร เนื้อหา หรือรายละเอียด สำนวนนี้เน้นการจดจ่ออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ซึ่งมักเกิดขึ้นเพราะความถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านักบัญชีตรวจสอบบันทึกอย่างละเอียดมาก?

  1. The accountant pored over the records all afternoon.
  2. The accountant glanced at the records once.
  3. The accountant poured over the records all afternoon.
ดูคำตอบ

The accountant pored over the records all afternoon.

This was subject matter that perhaps only a half dozen people in the world could fully grasp,

7:01

นี่เป็นหัวข้อที่คงมีคนเพียงแค่ครึ่งโหลในโลกที่เข้าใจได้อย่างถ่องแท้

as John Lynch, director of the award-winning documentary Fermat's Last Theorem, ลำดับความ

7:06

ดังที่ จอห์น ลินช์ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Fermat's Last Theorem ที่ได้รับรางวัล

put it.

7:11

ได้กล่าวไว้

ลำดับความ

as ... put it: ระบุว่าถ้อยคำนั้นเป็นของใคร

โครงสร้าง as + แหล่งที่มา + put it ใช้ระบุว่าถ้อยคำหรือการสรุปสั้น ๆ แบบหนึ่งเป็นคำพูดของบุคคลนั้น ในที่นี้ as เริ่มส่วนที่บอกแหล่งที่มา และ put it หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาด้วยถ้อยคำเช่นนี้” ไม่ได้หมายถึง “วางสิ่งของ” โครงสร้างนี้ใช้เกริ่นคำพูดโดยตรงหรือการถ่ายทอดความที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับได้ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยบอกว่าเป็นบุคคลใดสามารถอยู่ระหว่างชื่อกับ put it ได้ ใน as John Lynch, director of the award-winning documentary Fermat's Last Theorem, put it ข้อความเกี่ยวกับผู้กำกับอธิบายว่า John Lynch คือใคร แต่โครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็น as John Lynch put it วิธีนี้ทำให้ใจความหลักเด่นอยู่ข้างหน้าและเพิ่มแหล่งที่มาเป็นข้อมูลประกอบ

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนที่หายไปให้โครงสร้างระบุแหล่งที่มาสมบูรณ์: "____ Dr. Lee ____, the results need a second review."

ดูคำตอบ

As · put it

During this rigorous scrutiny,

7:12

ในระหว่างการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนี้เอง

a flaw emerged.

7:13

ก็พบข้อบกพร่อง

One of the referees,

7:15

หนึ่งในกรรมการตรวจสอบ

Andrew's Princeton colleague Nick Katz,

7:16

เพื่อนร่วมงานของแอนดรูว์ที่พรินซ์ตัน นิค แคทซ์

discovered a gap in the part of the argument การใช้คำ

7:18

ค้นพบช่องโหว่ในส่วนของข้อโต้แย้ง

involving the Kolyvagin-Flach method.

7:20

ที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีโคลีวากิน-แฟลช

การใช้คำ

a gap in the argument: ความเชื่อมโยงที่ขาดไปในการให้เหตุผล

ในบริบทของการให้เหตุผล gap หมายถึงความเชื่อมโยงที่จำเป็นระหว่างขั้นตอนซึ่งขาดหายไปหรือยังไม่มีหลักฐานรองรับเพียงพอ วลีเต็ม a gap in the part of the argument ระบุว่าปัญหาอยู่ในส่วนหนึ่งของข้อโต้แย้ง ดังนั้นข้อโต้แย้งหรือข้อพิสูจน์จึงยังไม่ถือว่าสมบูรณ์ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าข้อสรุปสุดท้ายถูกหักล้างแล้ว ความเชื่อมโยงที่ขาดไปอาจแก้ไขได้ แต่ต้องเติมและให้เหตุผลรองรับก่อน การให้เหตุผลทั้งหมดจึงจะมั่นคง

แบบฝึกหัด

ผู้ตรวจสอบกล่าวว่า "There is a gap in the argument between the second and third steps." เขาหมายความว่าอย่างไร

  1. มีช่องว่างทางกายภาพอยู่ระหว่างหน้ากระดาษ
  2. ความเชื่อมโยงที่จำเป็นในการให้เหตุผลขาดหายไปหรือไม่มีหลักฐานรองรับ
  3. มีการพิสูจน์แน่นอนแล้วว่าข้อสรุปสุดท้ายผิด
ดูคำตอบ

ความเชื่อมโยงที่จำเป็นในการให้เหตุผลขาดหายไปหรือไม่มีหลักฐานรองรับ

Nick and Andrew had missed this during their earlier secret meetings disguised as lectures.

7:23

นิคและแอนดรูว์พลาดจุดนี้ไประหว่างการประชุมลับครั้งก่อนๆ ที่พรางตาว่าเป็นการบรรยาย

Was Andrew's proof about to collapse like a house of cards? สำนวน

7:28

การพิสูจน์ของแอนดรูว์กำลังจะพังทลายลงเหมือนบ้านไพ่หรือไม่?

สำนวน

collapse like a house of cards: ล้มเหลวทั้งระบบเพราะฐานไม่มั่นคง

ในคำถามนี้ collapse like a house of cards หมายถึง “ล้มเหลวอย่างรวดเร็วและสิ้นเชิง เพราะส่วนสำคัญที่คอยรองรับนั้นไม่มั่นคง” บทพิสูจน์ของแอนดรูว์ไม่ได้พังลงมาจริง ๆ หากขั้นตอนสำคัญข้อหนึ่งใช้ไม่ได้ เหตุผลทั้งหมดก็อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากสิ่งปลูกสร้างที่ทำด้วยไพ่ การขยับหรือดึงไพ่หนึ่งใบออกอาจทำให้ทุกอย่างที่อยู่ด้านบนพังลงมาได้ จึงสื่อว่าฐานที่อ่อนแอเพียงจุดเดียวอาจทำให้แผน เหตุผล หรือระบบที่ซับซ้อนทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย

แบบฝึกหัด

collapse like a house of cards หมายถึงอะไรในประโยคนี้ “When the key data turned out to be false, the theory collapsed like a house of cards.”

  1. ทฤษฎีอธิบายได้ง่ายขึ้น
  2. ทฤษฎีล้มเหลวอย่างรวดเร็วเพราะฐานสนับสนุนไม่มั่นคง
  3. ทฤษฎีถูกเขียนไว้บนไพ่
ดูคำตอบ

ทฤษฎีล้มเหลวอย่างรวดเร็วเพราะฐานสนับสนุนไม่มั่นคง

Despite the setback,

7:32

แม้จะพบกับอุปสรรค

he remained optimistic.

7:33

เขาก็ยังคงมองโลกในแง่ดี

He was confident that Kolyvagin-Flach just needed a little tweaking.

7:34

เขามั่นใจว่าโคลีวากิน-แฟลชเพียงแค่ต้องปรับแต่งอีกเล็กน้อย

He retreated to his attic once again,

7:39

เขากลับไปเก็บตัวอยู่ในห้องใต้หลังคาอีกครั้ง

but it was slow going. สำนวน

7:41

แต่มันก็เป็นไปอย่างล่าช้า

สำนวน

slow going: ความคืบหน้าที่ช้าและยากลำบาก

Slow going เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงความคืบหน้าช้าและงานนั้นทำได้ยาก ในคำบรรยาย going ทำหน้าที่คล้ายคำนาม หมายถึงกระบวนการหรือความคืบหน้า ไม่ใช่การจากไป โครงสร้างที่พบบ่อยคือ It is/was slow going และบางครั้งอาจตามด้วยช่วงเวลาหรือเหตุผล เช่น It was slow going at first. สำนวนนี้ใช้ประเมินว่างานหรือการเดินทางคืบหน้าอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงความคืบหน้าช้าและยากลำบากในประโยคนี้ “The instructions were clear, but assembling the shelves was ____.”

ดูคำตอบ

slow going

His wife Nada had told him she wanted everything corrected by her birthday on October 6,

7:43

นาดา ภรรยาของเขาเคยบอกเขาว่า เธออยากให้แก้ไขทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเกิดของเธอในวันที่ 6 ตุลาคม

two weeks away.

7:47

ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่สองสัปดาห์

But as time went on with no manuscript published,

7:49

แต่เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่มีต้นฉบับตีพิมพ์ออกมา

rumors began circulating that there were issues with his proof.

7:52

ข่าวลือก็เริ่มแพร่สะพัดว่ามีปัญหาในการพิสูจน์ของเขา

Andrew had no choice but to address the speculation publicly in a forum at the end of 1993. ไวยากรณ์

7:55

แอนดรูว์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจัดการกับการคาดเดาในที่สาธารณะในการประชุมช่วงปลายปี 1993

ไวยากรณ์

had no choice but to + คำกริยา: ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก

โครงสร้าง have no choice but to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสถานการณ์ไม่เหลือทางเลือกอื่นที่ยอมรับได้ ในประโยคนี้ กระแสคาดเดาทำให้การออกมาตอบเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ but to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว โดย but ในที่นี้ไม่ได้ใช้แสดงความขัดแย้งตามปกติ กาลจะเปลี่ยนที่ have เช่น had no choice but to ส่วนคำกริยาหลัง to ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างห้าคำที่มี choice และหมายความว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่ยอมรับได้: Because the only bridge was closed, we ____ take the long road.

ดูคำตอบ

had no choice but to

"During the review process,

8:02

"ในระหว่างขั้นตอนการทบทวน

a number of problems emerged,

8:03

มีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้น

most of which have been resolved, ไวยากรณ์

8:05

ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้ว

but one in particular I have not yet settled.

8:06

แต่มีปัญหาเฉพาะเรื่องหนึ่งที่ฉันยังจัดการไม่สำเร็จ

ไวยากรณ์

most of which have been resolved: ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้ว

Most of which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริม โดยย้อนกลับไปอ้างถึง a number of problems มีความหมายว่า “ปัญหาเหล่านั้นส่วนใหญ่” และช่วยบอกสถานะของปัญหาโดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าอนุประโยคนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงปัญหาใด เนื่องจาก most อ้างถึง problems ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงใช้ have been resolved ในรูปพหูพจน์ และรูปถูกกระทำแสดงว่าปัญหาเป็นสิ่งที่ได้รับการแก้ไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสัมพันธ์สามคำที่หมายถึง “แล็ปท็อปเหล่านั้นส่วนใหญ่”: The library received twenty new laptops, ____ are already in use.

ดูคำตอบ

most of which

I believe that I will be able to finish this in the near future

8:09

ฉันเชื่อว่าฉันจะสามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้ในอนาคตอันใกล้

using the ideas explained in my Cambridge lectures."

8:12

โดยใช้แนวคิดที่ได้อธิบายไว้ในการบรรยายที่เคมบริดจ์ของฉัน"

Winter passed and he was still nowhere close to completing the proof. วลี

8:16

ฤดูหนาวผ่านไป และเขาก็ยังไปไม่ถึงไหนกับการพิสูจน์ให้เสร็จสมบูรณ์

วลี

nowhere close to completing: ยังห่างไกลจากการทำให้เสร็จ

ในประโยคนี้ nowhere close to completing หมายถึง “ยังห่างไกลจากการทำให้เสร็จมาก” เป็นการเน้นอย่างชัดเจนว่าบทพิสูจน์นั้นยังไม่ใกล้จะเสร็จเลย วลีนี้พูดถึงความคืบหน้า ไม่ใช่ระยะทางจริง ใน close to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น close to completion หรือ close to completing โครงสร้าง nowhere close to + คำนาม/-ing ใช้บอกว่าเป้าหมายยังห่างไกลจากการบรรลุ

แบบฝึกหัด

ทีมทำงานเสร็จเพียงส่วนเล็ก ๆ ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? “After two months, the team was still ______ the project.”

  1. nowhere close to finish
  2. close to finishing
  3. nowhere close to finishing
ดูคำตอบ

nowhere close to finishing

He decided to bounce ideas off of someone he trusted. สำนวน

8:20

เขาตัดสินใจที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่เขาเชื่อใจ

สำนวน

bounce ideas off of someone: ขอความคิดเห็น

bounce ideas off of someone หมายถึงการเล่าความคิดให้ใครสักคนฟังเพื่อรับฟังปฏิกิริยา คำถาม หรือคำแนะนำ จุดประสงค์คือช่วยกันทดสอบหรือปรับปรุงความคิด ไม่ใช่เพียงแจ้งข้อมูลให้อีกฝ่ายทราบ โครงสร้างคือ bounce + an idea/ideas + off หรือ off of + บุคคล ในคำบรรยาย someone he trusted คือผู้ที่ได้รับเชิญให้แสดงความคิดเห็น ไม่ได้มีสิ่งใดกระเด้งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

คุณต้องการความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับความคิดเบื้องต้น ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? “Before the meeting, can I ______ you?”

  1. bounce a few ideas off of
  2. give the final instructions to
  3. keep the new proposal from
ดูคำตอบ

bounce a few ideas off of

His former student Richard Taylor,

8:23

อดีตลูกศิษย์ของเขา ริชาร์ด เทย์เลอร์

now a Cambridge lecturer and one of the referees who looked over his proof.

8:25

ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่เคมบริดจ์และเป็นหนึ่งในกรรมการตรวจสอบที่ตรวจทานบทพิสูจน์ของเขา

They worked through the summer of 1994

8:30

พวกเขาทำงานด้วยกันตลอดช่วงฤดูร้อนปี 1994

without any progress.

8:32

โดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ

Andrew was at wit's end and thought of giving up. สำนวน

8:33

แอนดรูว์ถึงทางตันและคิดที่จะยอมแพ้

สำนวน

at wit's end: จนปัญญา

at wit's end หมายถึงคนที่ลองมาหลายวิธีแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ เป็นความรู้สึกจนปัญญาและหงุดหงิดหลังจากปัญหายืดเยื้อ ไม่ใช่แค่ความกังวลทั่วไป ในที่นี้ wit ไม่ได้หมายถึง “อารมณ์ขัน” และ end ก็ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จบแล้ว ทั้งวลีเป็นสำนวนที่บอกว่าคนนั้นคิดทางออกไม่ออกแล้ว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ at wit's end มากที่สุด

  1. คนนั้นเพิ่งทำงานสำเร็จและรู้สึกโล่งใจ
  2. คนนั้นกำลังเลือกอย่างใจเย็นระหว่างแผนดี ๆ หลายแผน
  3. หลังจากลองหลายครั้งแล้วล้มเหลว คนนั้นไม่รู้เลยว่าควรลองอะไรต่อ
ดูคำตอบ

หลังจากลองหลายครั้งแล้วล้มเหลว คนนั้นไม่รู้เลยว่าควรลองอะไรต่อ

But Richard persuaded him to keep working on until Richard returned to Cambridge in September.

8:37

แต่ริชาร์ดโน้มน้าวให้เขาทำงานต่อไปจนกว่าริชาร์ดจะกลับไปเคมบริดจ์ในเดือนกันยายน

That extra month made all the difference. สำนวน

8:42

เวลาพิเศษหนึ่งเดือนนั้นสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

สำนวน

made all the difference: ส่งผลอย่างเด็ดขาด

made all the difference เป็นรูปอดีตของ make all the difference หมายถึงปัจจัยหนึ่งส่งผลอย่างเด็ดขาดต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ช่วยเพียงเล็กน้อย ในประโยคนี้ เดือนที่เพิ่มมาเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปได้และทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างออกไป difference ในที่นี้หมายถึงผลลัพธ์เปลี่ยนไป ไม่ใช่การเปรียบเทียบสองสิ่งแล้วแจกแจงความแตกต่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ส่งผลอย่างเด็ดขาด”: The clear map ____, and we reached the cabin before dark.

ดูคำตอบ

made all the difference

The morning of Monday,

8:45

เช้าวันจันทร์ที่

September 19, 1994,

8:46

19 กันยายน 1994

Andrew was again intensely examining the Kolyvagin-Flach method,

8:49

แอนดรูว์กำลังตรวจสอบระเบียบวิธีโคลีวากิน-แฟลชอย่างตั้งใจอีกครั้ง

trying desperately to understand why it didn't work.

8:53

พยายามอย่างยิ่งที่จะเข้าใจว่าทำไมมันถึงไม่ทำงาน

Suddenly,

8:56

ทันใดนั้น

he had an incredible revelation.

8:57

เขาก็เกิดการหยั่งรู้ที่เหลือเชื่อขึ้นมา

Although the Kolyvagin-Flach method wasn't entirely successful,

8:59

แม้ว่าระเบียบวิธีโคลีวากิน-แฟลชจะไม่ประสบความสำเร็จทั้งหมด

it provided enough insight to revive his original approach

9:03

แต่มันก็ให้มุมมองที่เพียงพอที่จะรื้อฟื้นแนวทางเดิมของเขา

using Iwasawa theory,

9:06

โดยใช้ทฤษฎีอิวาซาวะ (Iwasawa theory)

a theory of analyzing elliptic equations

9:08

ทฤษฎีสำหรับการวิเคราะห์สมการเชิงวงรี

that he had learned as a student at Cambridge.

9:10

ที่เขาได้เรียนรู้สมัยเป็นนักศึกษาที่เคมบริดจ์

Combining the two methods,

9:12

การผสมผสานสองวิธีเข้าด้วยกัน

which were inadequate on their own,

9:14

ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ล้วนไม่เพียงพอหากใช้เพียงลำพัง

provided the eureka moment.

9:16

ได้ทำให้เกิดช่วงเวลายูเรก้า

"It was the most uh the most important moment of my working life.

9:18

"มันเป็น เอ้อ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของฉัน

Nothing I ever do again will

9:37

ไม่มีสิ่งใดที่ฉันทำอีกต่อไปที่จะ

I'm sorry."

9:41

ฉันขอโทษ"

After eight years of dedicating himself to one task,

9:42

หลังจากแปดปีของการอุทิศตนให้กับงานเพียงงานเดียว

Andrew's 129-page proof was published in May 1995,

9:46

บทพิสูจน์ความยาว 129 หน้าของแอนดรูว์ได้รับการตีพิมพ์ในเดือนพฤษภาคม 1995

putting to rest the greatest mystery in math. สำนวน

9:51

ทำให้ปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวิชาคณิตศาสตร์ยุติลง

สำนวน

putting to rest: ไขข้อสงสัยอย่างเด็ดขาด

ใน putting to rest the greatest mystery in math คำว่า putting to rest หมายถึงการไขคำถามที่ค้างคามานานอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง คำว่า rest เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงทำให้ปริศนาไปนอน รูปแบบปกติคือ put + ประเด็นหรือความกังวล + to rest เนื่องจากกรรมยาว ประโยคนี้จึงวางกรรมไว้หลัง to rest: putting to rest the greatest mystery in math ซึ่งมีความหมายเหมือนกับ putting the greatest mystery in math to rest

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put something to rest ในความหมายว่าหลักฐานทำให้ความกังวลสิ้นสุดลงอย่างเด็ดขาด

  1. The medical report gave the family's fears a rest.
  2. The family put the sleepy baby to rest.
  3. The medical report put the family's fears to rest.
ดูคำตอบ

The medical report put the family's fears to rest.

He reflected,

9:54

เขาสะท้อนความคิดว่า

"Having solved this problem,

9:55

"เมื่อแก้ปัญหานี้ได้แล้ว

there's certainly a sense of loss. วลี

9:57

ย่อมมีความรู้สึกสูญเสียเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

But at the same time,

9:59

แต่ในขณะเดียวกัน

there is this tremendous sense of freedom.

10:00

ก็มีความรู้สึกถึงอิสรภาพอย่างมหาศาล

วลี

a sense of loss ... this tremendous sense of freedom: ความรู้สึกสูญเสียและความรู้สึกเป็นอิสระอย่างมหาศาล

โครงสร้าง a sense of + คำนามนามธรรม ใช้เรียกความรู้สึก บรรยากาศ หรือความประทับใจที่รับรู้ได้แต่ยากจะวัดอย่างแม่นยำ ในที่นี้ a sense of loss และ a sense of freedom แสดงถึงความรู้สึกสองแบบที่แตกต่างกันซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันหลังจากบรรลุเป้าหมายสำคัญ Sense ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประสาทสัมผัสทั้งห้าหรือ «ความหมาย» คำนามนามธรรมอย่าง loss, freedom, relief, belonging และ urgency สามารถตามหลัง of ได้ Tremendous ทำให้ความรู้สึกที่สองเข้มข้นขึ้น ส่วน this ทำให้ความรู้สึกนั้นดูชัดเจนเป็นพิเศษสำหรับผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง a sense of + คำนามนามธรรมได้ถูกต้อง

  1. After the storm passed, we felt a sense of relief.
  2. After the storm passed, we felt a sense of relieved.
  3. After the storm passed, we sensed of relief.
ดูคำตอบ

After the storm passed, we felt a sense of relief.

That particular odyssey is now over. สำนวน

10:03

มหากาพย์การเดินทางอันแสนยาวนานนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว

สำนวน

particular odyssey is now over: การเปรียบประสบการณ์เป็นการเดินทาง

ในที่นี้ odyssey ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง ๆ และไม่ได้เป็นเพียงการอ้างถึงชื่อมหากาพย์ของโฮเมอร์ แต่เป็นคำเปรียบเทียบถึงประสบการณ์ที่ยาวนานและยากลำบาก ซึ่งมีหลายช่วง หลายจุดพลิกผัน หรือหลายอุปสรรค ส่วน particular ชี้ว่าเป็นช่วงหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงในชีวิตของบุคคลนั้น โครงสร้าง [นามวลี] + is now over บอกว่าช่วงเวลาอันยาวนานนั้นสิ้นสุดแล้ว การเรียกประสบการณ์นี้ว่า odyssey ทำให้ความพยายามหลายปีดูยิ่งใหญ่เหมือนการเดินทางในมหากาพย์ และให้ความรู้สึกว่าปิดฉากลงอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After years of failed experiments, that odyssey is finally over," คำว่า odyssey หมายถึงอะไร

  1. วันหยุดสั้น ๆ เพื่อความสนุก
  2. กิจวัตรประจำวันที่เรียบง่าย
  3. ชื่อบทกวีที่ใครบางคนกำลังอ่าน
  4. ประสบการณ์ที่ยาวนานและยากลำบากซึ่งมีหลายช่วง
ดูคำตอบ

ประสบการณ์ที่ยาวนานและยากลำบากซึ่งมีหลายช่วง

My mind is at rest."

10:06

จิตใจของฉันสงบลงแล้ว"

If you've been inspired by Andrew's remarkable achievement

10:08

หากคุณได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จอันน่าทึ่งของแอนดรูว์

and want to improve your math skills,

10:11

และต้องการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของคุณ

and who knows,

10:13

และใครจะรู้

solve the next big mathematical mystery,

10:14

อาจจะไขปริศนาทางคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งต่อไป

Brilliant is the perfect place to start.

10:16

Brilliant คือสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการเริ่มต้น

If you've ever felt that math is hard,

10:18

หากคุณเคยรู้สึกว่าคณิตศาสตร์เป็นเรื่องยาก

Brilliant is a website and app

10:21

Brilliant คือเว็บไซต์และแอป

that makes math easy and intuitive.

10:22

ที่ทำให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่ายและเข้าใจได้โดยสัญชาตญาณ

In their measurement course,

10:24

ในหลักสูตรการวัดผลของพวกเขา

you learn to find angles, side lengths, and areas

10:26

คุณจะได้เรียนรู้การหามุม ความยาวด้าน และพื้นที่

by recognizing relationships between shapes.

10:28

โดยการจดจำความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงต่างๆ

No heavy calculations are needed.

10:31

ไม่จำเป็นต้องคำนวณอะไรหนักๆ

Brilliant's Vector courses will enhance your ability to visualize

10:33

หลักสูตรเวกเตอร์ของ Brilliant จะช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นภาพ

and solve complex problems in multidimensional spaces.

10:36

และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในพื้นที่หลายมิติ

Brilliant has something for everyone.

10:40

Brilliant มีทุกสิ่งสำหรับทุกคน

If you're interested in coding,

10:42

หากคุณสนใจในการเขียนโค้ด

you can get familiar with Python

10:44

คุณสามารถทำความคุ้นเคยกับ Python ได้

and start building programs on day one

10:45

และเริ่มสร้างโปรแกรมตั้งแต่วันแรก

with a built-in drag-and-drop editor.

10:48

ด้วยเครื่องมือแก้ไขแบบลากและวางที่มีอยู่ในตัว

You can try Brilliant for free for 30 days

10:50

คุณสามารถทดลองใช้ Brilliant ได้ฟรี 30 วัน

by signing up with my custom link in the description.

10:52

โดยลงทะเบียนด้วยลิงก์ที่กำหนดเองของฉันในคำอธิบาย

brilliant.org/newsthink

10:55

brilliant.org/newsthink

or scan the QR code on your screen.

10:57

หรือสแกนคิวอาร์โค้ดบนหน้าจอของคุณ

By signing up with my link or code,

11:00

โดยการลงทะเบียนด้วยลิงก์หรือรหัสของฉัน

you'll also get 20% off your annual premium subscription,

11:02

คุณจะได้รับส่วนลด 20% สำหรับการสมัครสมาชิกพรีเมียมรายปี

giving you access to thousands of courses.

11:06

ให้คุณสามารถเข้าถึงหลักสูตรได้นับพันหลักสูตร

Thanks for watching.

11:08

ขอบคุณที่รับชม

For Newsthink, I'm Cindy Pom.

11:10

สำหรับ Newsthink ฉัน ซินดี้ ปอม