น้ำตาลส่งผลต่อสมองอย่างไร - นิโคล อาเวนา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
767 คำ 170 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายเส้นทางที่น้ำตาลกระตุ้นตัวรับรสและระบบรางวัลของสมองซึ่งอาศัยโดพามีน พร้อมชี้ว่าการบริโภคมากเกินไปซ้ำ ๆ อาจก่อผลคล้ายการเสพติดได้ แต่ไม่ได้สรุปว่าการกินเค้กเป็นครั้งคราวเป็นอันตราย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. makes sugary foods so hard to resist? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้การกระทำบางอย่างง่ายหรือยากขึ้นอย่างไร จึงนำไปใช้ถามถึงสาเหตุหรืออธิบายว่าอาหาร งาน หรือนิสัยส่งผลต่อผู้คนแบบใดได้ 2. the dopamine levels off — กริยาวลี: เข้าใจว่า level off หมายถึงการเข้าสู่ระดับคงที่หลังจากเพิ่มขึ้นหรือลดลง สามารถใช้บรรยายแนวโน้มของข้อมูลวิทยาศาสตร์ ราคา การเติบโต ตลอดจนปฏิกิริยาทางกายและอารมณ์ รวมถึงการตอบสนองต่อรางวัลที่ลดลงเมื่อกินอาหารเดิมซ้ำ ๆ 3. once in a while won't hurt — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าสำนวนนี้ช่วยลดความเด็ดขาดของคำเตือนด้านสุขภาพ โดยเปิดพื้นที่ให้พฤติกรรมที่ทำเป็นครั้งคราวอย่างพอดี แทนการห้ามโดยสิ้นเชิง จึงใช้ให้คำแนะนำอย่างสมดุลและแยกการบริโภคเกินเป็นประจำออกจากของโปรดที่นาน ๆ กินครั้งได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Picture warm, gooey cookies, ลำดับความ

0:06

นึกภาพคุกกี้อุ่นๆ เยิ้มๆ

crunchy candies,

0:09

ลูกกวาดกรุบกรอบ

velvety cakes,

0:10

เค้กเนื้อเนียนนุ่มดุจกำมะหยี่

waffle cones piled high with ice cream.

0:12

โคนวาฟเฟิลที่พูนไปด้วยไอศกรีม

ลำดับความ

Picture ...: เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพฉากหนึ่ง

Picture ในที่นี้เป็นคำกริยารูปคำสั่งที่หมายถึง “ลองนึกภาพ” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “รูปภาพ” ประธาน you ถูกละไว้ โดยมีความหมายว่า “ลองนึกภาพฉากนี้ในใจ” เมื่อวาง Picture ไว้หน้ารายละเอียดที่เห็นภาพชัด ผู้พูดจะรวมรายละเอียดเหล่านั้นให้เป็นฉากเดียวในใจและดึงผู้ฟังเข้าสู่เรื่อง รูปแบบที่ใช้ชี้นำผู้ฟังนี้นำไปใช้ต่อได้เป็น Picture + บุคคล สถานที่ สถานการณ์ หรือฉากเต็ม ๆ

แบบฝึกหัด

Picture ที่ต้นประโยคตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพอาหารเป็นฉากที่เห็นได้อย่างชัดเจน
  2. ขอให้ผู้ฟังศึกษารูปภาพที่มีอยู่บนหน้าจอแล้ว
  3. บอกให้ผู้ฟังถ่ายรูปอาหาร
ดูคำตอบ

เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพอาหารเป็นฉากที่เห็นได้อย่างชัดเจน

Is your mouth watering? สำนวน

0:14

น้ำลายสอหรือยังครับ?

สำนวน

your mouth watering?: ปฏิกิริยาเมื่อเจออาหารน่ากิน

ในคำถาม Is your mouth watering? คำว่า is อยู่หน้าประธาน your mouth และ watering เป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยา is watering ในที่นี้ water หมายถึง “ผลิตน้ำลาย” ผู้พูดจึงกำลังถามว่าอาหารที่จินตนาการไว้นั้นทำให้ผู้ฟังรู้สึกหิวและอยากกินหรือไม่ ใช้ someone's mouth is watering เพื่อบรรยายปฏิกิริยาของคนเมื่อเจออาหารน่ากิน รูปแบบที่เกี่ยวข้องคือ something makes someone's mouth water

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายปฏิกิริยาของคนต่ออาหารน่ากินได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The soup smells amazing, and my mouth is watering.
  2. The soup smells amazing, and my mouth is watering the soup.
  3. The soup smells amazing, and my mouth is mouth-watering.
ดูคำตอบ

The soup smells amazing, and my mouth is watering.

Are you craving dessert? การใช้คำ

0:16

คุณกำลังอยากทานของหวานอยู่หรือเปล่า?

การใช้คำ

craving dessert?——ความอยากของหวานอย่างแรงในตอนนี้

ใน Are you craving dessert? คำว่า craving เป็นรูป -ing ของ crave ที่ใช้ในรูปปัจจุบันกำลังกระทำ ความหมายคือ ตอนนี้อยากกินของหวานอย่างมาก คำนี้มีความแรงกว่าการบอกว่าอยากกินหรือชอบของหวานธรรมดา และความอยากนั้นอาจยากที่จะมองข้าม คำกริยา crave รับกรรมตรงได้เลย เช่น crave dessert หรือ crave something sweet คำถามนี้ถามว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอยากอย่างแรงหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าชอบของหวานโดยทั่วไปหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าตอนนี้อยากกินของหวานมาก

  1. I want something sweet right now.
  2. I enjoy sweet foods.
  3. I'm craving something sweet right now.
ดูคำตอบ

I'm craving something sweet right now.

Why?

0:17

ทำไมล่ะครับ?

What happens in the brain that makes sugary foods so hard to resist? ไวยากรณ์

0:18

เกิดอะไรขึ้นในสมองที่ทำให้อาหารที่มีน้ำตาลยากที่จะห้ามใจได้?

ไวยากรณ์

makes sugary foods so hard to resist?——make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive

ใน makes sugary foods so hard to resist คำกริยา make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive โดย sugary foods เป็นกรรม hard อธิบายว่าการต้านทานอาหารเหล่านี้ยากเพียงใด และ so ใช้เน้นระดับของ hard ความหมายคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองทำให้คนเรารู้สึกว่าต้านทานอาหารที่มีน้ำตาลได้ยาก อาหารไม่ได้เป็นฝ่ายต้านทานเอง แต่ sugary foods เป็นกรรมตามความหมายของ resist โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบายผลลัพธ์หรือสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive เพื่ออธิบายผลลัพธ์

  1. Clear labels make these buttons work.
  2. Clear labels let people use these buttons easily.
  3. Clear labels make these buttons easy to use.
ดูคำตอบ

Clear labels make these buttons easy to use.

Sugar is a general term used to describe a class of molecules called carbohydrates, โน้ต

0:23

น้ำตาลเป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกกลุ่มโมเลกุลที่เรียกว่าคาร์โบไฮเดรต

วลี

a general term used to describe: รูปแบบการให้คำจำกัดความแบบกว้าง

a general term คือชื่อที่มีความหมายกว้างและครอบคลุมหลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวแบบแคบ ๆ รูปแบบ X is a general term used to describe Y ใช้ให้คำจำกัดความโดยบอกว่าชื่อกว้าง ๆ นั้นครอบคลุมอะไรบ้าง ในประโยคนี้ used to describe เป็นวลี past participle ที่ขยายคำว่า term และสามารถเขียนเต็มได้ว่า that is used to describe จึงเป็นโครงสร้างถูกกระทำที่บอกวัตถุประสงค์การใช้งาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการให้คำจำกัดความจากบทเรียนนี้ให้ครบถ้วน: Biodiversity is ____ the variety of life on Earth.

ดูคำตอบ

a general term used to describe

การใช้คำ

a class of molecules called carbohydrates: การจำแนกและการตั้งชื่อ

ในที่นี้ class หมายถึงหมวดหมู่ในการจำแนกทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงบทเรียนหรือห้องเรียน ดังนั้น a class of molecules จึงหมายถึงโมเลกุลหนึ่งหมวดหมู่ called carbohydrates เป็นวลี past participle ที่ขยาย molecules และเป็นรูปย่อของ that are called carbohydrates โครงสร้าง a class of + คำนามพหูพจน์ + called + ชื่อ จะบอกหมวดหมู่ก่อน แล้วจึงบอกชื่อของหมวดหมู่นั้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย a class of molecules called carbohydrates ได้ถูกต้อง?

  1. บทเรียนในโรงเรียนเกี่ยวกับโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตหนึ่งโมเลกุล
  2. โมเลกุลที่โทรศัพท์หาคาร์โบไฮเดรต
  3. หมวดหมู่ของโมเลกุลที่มีชื่อว่าคาร์โบไฮเดรต
ดูคำตอบ

หมวดหมู่ของโมเลกุลที่มีชื่อว่าคาร์โบไฮเดรต

and it's found in a wide variety of food and drink. วลี

0:28

และพบได้ในอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด

วลี

in a wide variety of + คำนาม

in a wide variety of หมายถึง “ในสิ่งที่มีหลายชนิดแตกต่างกัน” หรือ “ครอบคลุมหลายชนิดแตกต่างกัน” ในประโยคนี้ in นำเข้าสถานที่หรือหมวดหมู่ที่พบสิ่งนั้น ส่วน wide variety เน้นความหลากหลายของชนิด ไม่ใช่แค่ปริมาณที่มาก ใช้โครงสร้าง in a wide variety of + วลีนาม คำนามอาจเป็นพหูพจน์ เช่น products หรือเป็นคำที่กล่าวถึงหมวดหมู่กว้าง ๆ เช่น food and drink

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “หลายชนิดแตกต่างกัน”: The library offers ____ books for young readers.

ดูคำตอบ

a wide variety of

Just check the labels on sweet products you buy.

0:31

ลองตรวจสอบฉลากบนผลิตภัณฑ์รสหวานที่คุณซื้อดูสิครับ

Glucose, fructose, sucrose,

0:34

กลูโคส ฟรักโทส ซูโครส

maltose, lactose, dextrose,

0:36

มอลโทส แล็กโทส เด็กซ์โทรส

and starch are all forms of sugar. การใช้คำ

0:39

และแป้ง ล้วนเป็นรูปแบบหนึ่งของน้ำตาล

การใช้คำ

are all forms of sugar: รวมหลายสิ่งไว้ในหมวดหมู่เดียว

ใน forms of sugar คำว่า forms หมายถึงชนิด รูปแบบย่อย หรือวิธีที่น้ำตาลดำรงอยู่ ไม่ได้หมายถึงรูปร่างทางกายภาพ ดังนั้นวลีนี้จึงใช้จัดชื่อในรายการให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน ไม่ใช่อธิบายลักษณะที่มองเห็น โครงสร้าง A, B, and C are all forms of X จัดให้ทุกรายการที่กล่าวมาอยู่ในหมวด X คำว่า all ทำให้ชัดเจนว่าข้อความนี้ใช้กับทุกรายการในรายชื่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคจัดหมวดหมู่ด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: Email, phone calls, and video chats ____ communication.

ดูคำตอบ

are all forms of

So are high-fructose corn syrup, ไวยากรณ์

0:41

เช่นเดียวกับน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรักโทสสูง

fruit juice, raw sugar, and honey.

0:43

น้ำผลไม้ น้ำตาลทรายดิบ และน้ำผึ้ง

ไวยากรณ์

So are ...: การใช้โครงสร้างสลับเพื่อเพิ่มตัวอย่างที่เป็นเช่นเดียวกัน

So are + รูปหนึ่งของ be + ประธาน เป็นโครงสร้างกลับตำแหน่งที่ใช้เพิ่มข้อมูล หมายความว่าประธานใหม่ที่ตามมาก็มีคุณสมบัติหรืออยู่ในประเภทเดียวกับที่กล่าวไว้ในประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ are รับเนื้อหาของ be จากประโยคก่อนหน้า จึงบอกว่าสิ่งที่แจกแจงไว้ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของน้ำตาลเช่นกัน นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม การวาง so และกริยา be ไว้หน้าประธานใหม่ช่วยเพิ่มตัวอย่างประเภทเดียวกันได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างกลับตำแหน่ง so + be เพื่อบอกว่าพ่อแม่ของ Lena ก็พร้อมเช่นกัน: Lena is ready for the trip. ____ her parents

ดูคำตอบ

So are

And sugar isn't just in candies and desserts. ไวยากรณ์

0:46

และน้ำตาลไม่ได้มีอยู่แค่ในลูกกวาดและของหวานเท่านั้น

It's also added to tomato sauce, yogurt,

0:49

มันยังถูกเติมลงในซอสมะเขือเทศ โยเกิร์ต

ไวยากรณ์

Isn't just ... also added: ขยายความเข้าใจที่แคบเกินไป

Isn't just ... also ... เป็นโครงสร้างที่ใช้ขยายขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง Isn't just in candies and desserts ปฏิเสธความคิดที่แคบว่าน้ำตาลมีอยู่เฉพาะในสิ่งเหล่านั้น ส่วน It's also added to tomato sauce, yogurt เพิ่มกรณีที่สังเกตได้ยากกว่า เมื่อรวมกันจึงหมายถึง «ไม่ใช่แค่ A แต่ B ก็รวมอยู่ด้วย» Added to เป็นรูปประโยคถูกกระทำ หมายความว่าอาหารถูกเติมน้ำตาลเป็นส่วนผสมเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลมีอยู่ตามธรรมชาติเฉพาะในอาหารเหล่านั้น และไม่ได้บอกว่าซอสมะเขือเทศหรือโยเกิร์ตทุกชนิดมีน้ำตาล

แบบฝึกหัด

เลือกกลุ่มประโยคที่แสดงได้ถูกต้องว่าข้าวมีการใช้งานอย่างหนึ่ง และยังถูกเติมลงในอาหารอีกชนิดหนึ่งด้วย

  1. Rice isn't just served as a side dish. It also adding to soups.
  2. Rice is just served as a side dish. It isn't also added to soups.
  3. Rice isn't just served as a side dish. It's also added to soups.
ดูคำตอบ

Rice isn't just served as a side dish. It's also added to soups.

dried fruit, flavored waters, or granola bars.

0:52

ผลไม้อบแห้ง น้ำแต่งกลิ่น หรือกราโนลาบาร์อีกด้วย

Since sugar is everywhere, ไวยากรณ์

0:55

เนื่องจากน้ำตาลมีอยู่ทุกที่

it's important to understand how it affects the brain. วลี

0:57

จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจว่ามันส่งผลต่อสมองอย่างไร

ไวยากรณ์

Since sugar is everywhere: ใช้ since เพื่อบอกเหตุผล

ใน Since sugar is everywhere คำว่า since ใช้นำเหตุผลที่สนับสนุนใจความในประโยคหลัก การที่น้ำตาลมีอยู่ทุกหนแห่งคือเหตุผลที่การเข้าใจผลของน้ำตาลต่อสมองเป็นเรื่องสำคัญ ใช้โครงสร้าง Since + ประธาน + คำกริยา เพื่อบอกเหตุก่อน แล้วจึงตามด้วยข้อสรุป คำแนะนำ หรือคำอธิบาย ในประโยคนี้ since มีความหมายใกล้กับ because หรือ given that ไม่ได้หมายถึง “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตจนถึงตอนนี้”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ since เพื่อนำเหตุผลที่ทำให้เกิดข้อสรุป?

  1. Since the library is closed, we'll study at home.
  2. I've studied at home since the library closed.
  3. The library has been closed since Monday.
ดูคำตอบ

Since the library is closed, we'll study at home.

วลี

it's important to understand: บอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ

It's important to understand... หมายความว่าการเข้าใจบางสิ่งเป็นเรื่องสำคัญและควรให้ความสนใจ ในที่นี้ it ไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ส่วน to understand... ระบุการกระทำที่ถูกมองว่าสำคัญ ใช้รูปแบบ It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน หลัง understand สามารถตามด้วยคำนามหรืออนุประโยคคำถามได้: It's important to understand the rules. It's important to understand why this happens.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย it's important to และคำกริยารูปพื้นฐาน understand: Before you agree, ____ the rules.

ดูคำตอบ

it's important to understand

What happens when sugar hits your tongue? การใช้คำ

1:00

เกิดอะไรขึ้นเมื่อน้ำตาลสัมผัสกับลิ้นของคุณ?

การใช้คำ

hits your tongue: การสัมผัสทางประสาทสัมผัสทันที

ใน hits your tongue คำว่า hits หมายถึง “มาถึงและสัมผัสลิ้น” โดยชี้ถึงช่วงเวลาที่เริ่มรับรสน้ำตาลได้ ไม่ได้สื่อว่าน้ำตาลกระแทกลิ้นอย่างรุนแรง เมื่อพูดถึงประสาทสัมผัส hit ยังใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกรับรู้อย่างฉับพลันหรือชัดเจนได้ เช่น อากาศเย็นปะทะใบหน้า กรรมและบริบทจะบอกว่า hit หมายถึงความรุนแรงทางกายหรือการสัมผัสทางประสาทสัมผัส

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The strong smell hit me as I opened the box,” คำว่า hit หมายถึงอะไร

  1. ฉันรับรู้กลิ่นนั้นได้ทันที
  2. มันใช้มือต่อยฉัน
  3. มันค่อย ๆ หายไป
ดูคำตอบ

ฉันรับรู้กลิ่นนั้นได้ทันที

And does eating a little bit of sugar make you crave more? โน้ต

1:02

และการกินน้ำตาลเพียงเล็กน้อยทำให้คุณอยากกินเพิ่มขึ้นหรือไม่?

วลี

a little bit of sugar: ปริมาณเล็กน้อย

ใน a little bit of sugar วลี a little bit of หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อยของ...” คำว่า sugar เมื่อหมายถึงน้ำตาลซึ่งเป็นสสารโดยทั่วไปเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงคงรูปเป็น sugar ไม่ใช่ sugars รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a little bit of + คำนามนับไม่ได้ เช่น a little bit of water, time หรือ help ในคำถามนี้ eating a little bit of sugar เป็นชื่อของกิจกรรมที่กำลังถูกถามถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a little bit of: I need ____ help with this question.

ดูคำตอบ

a little bit of

ไวยากรณ์

make you crave more: make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน make you crave more คำว่า make หมายถึงทำให้เกิด โครงสร้างคือ make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย you เป็นกรรม และ crave เป็นคำกริยาที่ไม่เติม to ในโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำแบบนี้ ให้พูดว่า make you crave ไม่ใช่ make you to crave crave หมายถึงอยากได้หรืออยากกินอย่างมาก หลัง more ละคำว่าอาหารหรือน้ำตาลไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท คำถามนี้จึงถามว่าน้ำตาลเพียงเล็กน้อยทำให้เกิดความอยากกินเพิ่มที่แรงขึ้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ crave: The smell of popcorn can make you ____ a snack.

ดูคำตอบ

crave

You take a bite of cereal. วลี

1:05

คุณตักซีเรียลเข้าปากหนึ่งคำ

วลี

take a bite of cereal: take a bite of + อาหาร

take a bite of + อาหาร หมายถึงกินอาหารนั้นหนึ่งคำหรือกัดหนึ่งครั้ง ในที่นี้ bite เป็นคำนามนับได้ และ of ใช้เชื่อมกับอาหารที่กิน วลีนี้เจาะจงกว่า eat เพราะเน้นการกินเพียงหนึ่งคำ ไม่ใช่การกินทั้งมื้อ เมื่อใช้กับ cereal คำว่า bite อาจหมายถึงปริมาณหนึ่งคำที่ตักเข้าปาก แม้จะกินด้วยช้อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย take a bite of: At lunch, Ben decided to ____ his sandwich before adding more sauce.

ดูคำตอบ

take a bite of

The sugars it contains activate the sweet taste receptors, การใช้คำ

1:07

น้ำตาลที่อยู่ในนั้นจะกระตุ้นตัวรับรสหวาน

part of the taste buds on the tongue.

1:11

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต่อมรับรสบนลิ้น

การใช้คำ

the sweet taste receptors: การอ่านกลุ่มคำนามวิทยาศาสตร์ที่ซ้อนกัน

ในกลุ่มคำนาม sweet taste receptors คำนามหลักคือ receptors จึงหมายถึงตัวรับ ส่วน sweet taste จำกัดความหมายให้ชัดว่าเป็นตัวรับที่ตรวจจับความหวาน ไม่ได้หมายความว่าตัวรับนั้นมีรสหวาน ภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์มักเรียงคำนามเพื่อย่อความสัมพันธ์ระหว่างคำ ควรอ่านจากขวาไปซ้าย: receptors → taste receptors → sweet taste receptors

แบบฝึกหัด

ในบทความวิทยาศาสตร์ ควรวิเคราะห์กลุ่มคำนาม air quality sensors อย่างไร

  1. คำนามหลักคือ sensors ส่วน air quality บอกว่ามันตรวจวัดอะไร
  2. คำนามหลักคือ air ส่วน quality sensors หมายความว่าอากาศเป็นอิเล็กทรอนิกส์
  3. คำนามหลักคือ quality ส่วน sensors บอกว่าอากาศมาจากไหน
ดูคำตอบ

คำนามหลักคือ sensors ส่วน air quality บอกว่ามันตรวจวัดอะไร

These receptors send a signal up to the brainstem, วลี

1:13

ตัวรับเหล่านี้ส่งสัญญาณไปยังก้านสมอง

วลี

send a signal up to the brainstem: ทิศทางและจุดหมาย

Send a signal หมายถึงส่งข้อมูล ไม่ใช่ส่งวัตถุจริงทางไปรษณีย์ ตัวรับเป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณ และก้านสมองเป็นจุดหมาย up เพิ่มทิศทาง ส่วน to นำหน้าจุดปลายทาง รูปแบบพื้นฐานที่นำไปใช้ต่อได้คือ send a signal to + จุดหมาย หากทิศทางแนวตั้งสำคัญ ให้เติม up หรือ down ก่อน to และหากต้องการระบุเส้นทาง ให้เติมวลีที่ใช้ through

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่ตรงกับบทเรียนสำหรับการส่งข้อมูลไปยังจุดหมายที่อยู่สูงกว่า: The basement sensor can ____ the receiver upstairs.

ดูคำตอบ

send a signal up to

and from there it forks off into many areas of the forebrain, กริยาวลี

1:16

และจากนั้นจะแยกออกไปยังหลายพื้นที่ของสมองส่วนหน้า

กริยาวลี

forks off into: แตกแขนงจากเส้นทางหนึ่งไปยังหลายบริเวณ

ในที่นี้ forks เป็นคำกริยา หมายถึง “แตกแขนง” หรือ “แยกออก” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงส้อมสำหรับรับประทานอาหาร วลี forks off into บรรยายเส้นทางหนึ่งที่แยกออกจากจุดหนึ่งแล้วต่อไปยังหลายทิศทางหรือหลายบริเวณ off เน้นการออกห่างจากเส้นทางหรือจุดเดิม ส่วน into บอกว่ากิ่งแขนงไปยังที่ใด ประโยคนี้ใช้ภาพเชิงพื้นที่กับทางเดินประสาท ทางเดินนั้นไม่ได้คงเป็นเส้นเดียว แต่แผ่ไปยังหลายส่วนของสมองส่วนหน้า รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายทางเดิน ถนน ท่อ สาย และระบบอื่นที่มีลักษณะเป็นเส้นทางได้

แบบฝึกหัด

ใน “Near the lake, the trail forks off into two smaller paths,” forks off into หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทางเดินย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
  2. ทางเดินกลายเป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร
  3. ทางเดินแตกแขนงและต่อไปเป็นสองเส้นทาง
ดูคำตอบ

ทางเดินแตกแขนงและต่อไปเป็นสองเส้นทาง

one of which is the cerebral cortex. ไวยากรณ์

1:19

หนึ่งในนั้นคือเปลือกสมอง

ไวยากรณ์

one of which: เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหนึ่งรายการในกลุ่ม

one of which หมายถึง “สมาชิกหนึ่งรายการจากกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึง” which ย้อนกลับไปอ้างถึงกลุ่มสิ่งของที่เป็นพหูพจน์ ซึ่งในบริบทนี้คือ many areas ส่วน one เลือกสมาชิกเพียงหนึ่งรายการ คือเปลือกสมองใหญ่ วลีนี้เริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ให้ข้อมูลเสริมหลังเครื่องหมายจุลภาค โดยมีโครงสร้างเป็น กลุ่มคำนามพหูพจน์, one of which + กริยาเอกพจน์ กริยาเป็นเอกพจน์เพราะประธานคือ one ดังนั้นประโยคนี้จึงใช้ is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสัมพัทธ์สามคำที่หมายถึง “หนึ่งรายการจากกลุ่ม”: The library has four study rooms, ____ has a large screen.

ดูคำตอบ

one of which

Different sections of the cerebral cortex process different tastes:

1:22

ส่วนต่างๆ ของเปลือกสมองจะประมวลผลรสชาติที่แตกต่างกัน

bitter, salty, umami, and in our case, sweet. ลำดับความ

1:26

ขม เค็ม อุมามิ และในกรณีของเราคือ หวาน

ลำดับความ

in our case: กลับมาที่ตัวอย่างปัจจุบัน

in our case หมายถึงในสถานการณ์เฉพาะที่กำลังพูดถึง หลังจากกล่าวถึงความเป็นไปได้ทั่วไป เช่น bitter, salty และ umami วลีนี้จะดึงความสนใจกลับมาที่ตัวอย่างปัจจุบัน ซึ่งรสที่เกี่ยวข้องคือ sweet โครงสร้างคือ in + คำบอกความเป็นเจ้าของ + case เช่น in my case, in her case และ in their case ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนจากข้อมูลทั่วไปมาสู่สถานการณ์หนึ่งที่ใช้ได้ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่สร้างจาก in + our + case เพื่อเปลี่ยนจากสถานการณ์ทั่วไปมาสู่สถานการณ์ของทีมนี้: Most teams meet on Fridays, but ____, Monday works better.

ดูคำตอบ

in our case

From here, the signal activates the brain's reward system. การใช้คำ

1:29

จากตรงนี้ สัญญาณจะไปกระตุ้นระบบรางวัลของสมอง

การใช้คำ

the brain's reward system: รางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้

the brain's reward system คือเครือข่ายของบริเวณและเส้นทางต่าง ๆ ในสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลสิ่งที่ให้ความรู้สึกเป็นรางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้ ไม่ใช่ศูนย์รางวัลเพียงจุดเดียว ในที่นี้ activates หมายถึงสัญญาณทำให้เครือข่ายนี้ทำงานมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยเชื่อมประสบการณ์เข้ากับแรงจูงใจที่จะค้นหาหรือทำสิ่งนั้นซ้ำอีก คำว่า reward ไม่ได้หมายถึงรางวัลที่เป็นสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย the brain's reward system ได้ดีที่สุด

  1. เป็นสถานที่ที่สมองเก็บรางวัลที่เป็นสิ่งของ
  2. เป็นเครือข่ายในสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้
  3. เป็นกล้ามเนื้อหนึ่งมัดที่ควบคุมการรับรส
ดูคำตอบ

เป็นเครือข่ายในสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และการเรียนรู้

This reward system is a series of electrical and chemical pathways วลี

1:33

ระบบรางวัลนี้เป็นชุดของเส้นทางไฟฟ้าและเคมี

across several different regions of the brain.

1:37

ที่เชื่อมต่อหลายภูมิภาคของสมองเข้าด้วยกัน

วลี

a series of electrical and chemical pathways: ชุดเส้นทางที่เชื่อมโยงกัน

a series of หมายถึงกลุ่มหรือลำดับของสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน ในประโยคนี้ตามด้วยคำนามพหูพจน์ pathways และทั้งวลีทำให้เส้นทางไฟฟ้าและเคมีหลายเส้นถูกมองเป็นชุดเดียวที่เชื่อมโยงกัน คำหลักคือ series ซึ่งสะกดเหมือนกันทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์ ในที่นี้ a แสดงว่าเป็นเอกพจน์ โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีกับกระบวนการ เหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน การทดสอบ หรือขั้นตอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้: The workshop begins with ____ short demonstrations.

ดูคำตอบ

a series of

It's a complicated network,

1:39

มันเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อน

but it helps answer a single subconscious question: ลำดับความ

1:41

แต่มันช่วยตอบคำถามจิตใต้สำนึกข้อหนึ่งว่า:

Should I do that again?

1:44

ฉันควรทำแบบนั้นอีกไหม?

ลำดับความ

but it helps answer a single subconscious question: ใช้คำถามเดียวทำให้คำอธิบายที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายขึ้น

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but เปลี่ยนทิศทางคำอธิบายจากความซับซ้อนไปสู่ใจความง่าย ๆ โดยบอกว่าหน้าที่ของเครือข่ายที่ซับซ้อนนี้สามารถเข้าใจผ่านคำถามชี้นำเพียงข้อเดียว และเครื่องหมายทวิภาคนำเข้าสู่คำถามนั้น: Should I do that again? subconscious หมายความว่าการตัดสินที่คำถามนี้สื่อถึงเกิดขึ้นนอกการรับรู้อย่างมีสติ สมองไม่ได้พูดเป็นประโยคจริง ๆ ผู้พูดทำให้กระบวนการนี้มีลักษณะเหมือนมนุษย์เพื่อให้เข้าใจกลไกได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายนี้ 'but it helps answer a single subconscious question:' มีหน้าที่หลักในการจัดระเบียบข้อมูลอย่างไร

  1. ย่อกลไกที่ซับซ้อนให้เหลือคำถามชี้นำเพียงข้อเดียว
  2. แจกแจงทุกส่วนของเครือข่ายด้วยรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์
  3. รายงานคำถามที่มีคนพูดออกมาดัง ๆ
ดูคำตอบ

ย่อกลไกที่ซับซ้อนให้เหลือคำถามชี้นำเพียงข้อเดียว

That warm fuzzy feeling you get when you taste grandma's chocolate cake, สำนวน

1:45

ความรู้สึกอบอุ่นและฟูฟ่องที่คุณได้รับเมื่อชิมเค้กช็อกโกแลตของคุณย่า

สำนวน

That warm fuzzy feeling: ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ

That warm fuzzy feeling หมายถึงอารมณ์สบายใจที่ผสมทั้งความอบอุ่น ความสุข และความรู้สึกได้รับการปลอบโยน คำว่า warm และ fuzzy ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิหรือผิวสัมผัสจริง ๆ That ชี้ไปยังความรู้สึกที่ผู้ฟังนึกออกจากสถานการณ์ที่ตามมา เมื่อเทียบกับ happy สำนวนนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และเป็นส่วนตัวมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงอารมณ์อบอุ่นและสบายใจ: Seeing the lost puppy safe at home again gave me ____.

ดูคำตอบ

a warm fuzzy feeling

that's your reward system saying, "Mmm, yes." ลำดับความ

1:49

นั่นคือระบบรางวัลของคุณกำลังพูดว่า "อื้ม ใช่เลย"

ลำดับความ

that's your reward system saying ...: อธิบายการตอบสนองด้วยบุคลาธิษฐาน

รูปแบบ that's X saying Y เริ่มจากระบุว่าความรู้สึกหรือสัญญาณก่อนหน้านั้นเป็นการตอบสนองของ X แล้วสรุปการตอบสนองนั้นเป็นข้อความสั้น ๆ ในที่นี้ that ย้อนกลับไปถึงความรู้สึกอบอุ่นสบายใจ และ "Mmm, yes" ทำให้จินตนาการถึงการตอบสนองเชิงบวกของระบบการให้รางวัลได้ง่ายขึ้น ระบบการให้รางวัลไม่ได้พูดจริง ๆ saying เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน โดยคำพูดในเครื่องหมายคำพูดคือคำอธิบายง่าย ๆ ของผู้บรรยายว่าการตอบสนองของสมองหมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

"That yawn is your body saying, 'I need some rest'" หมายความว่าอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังยกคำพูดของอีกคนที่ขอพักผ่อน
  2. การหาวเป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องการพักผ่อน
  3. ร่างกายสร้างเสียงจริงที่ทุกคนได้ยินได้
ดูคำตอบ

การหาวเป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องการพักผ่อน

And it's not just activated by food.

1:52

และมันไม่ได้ถูกกระตุ้นโดยอาหารเท่านั้น

Socializing, sexual behavior, and drugs

1:55

การเข้าสังคม พฤติกรรมทางเพศ และยาเสพติด

are just a few examples of things and experiences

1:57

เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของสิ่งของและประสบการณ์

that also activate the reward system.

2:00

ที่กระตุ้นระบบรางวัลเช่นกัน

But overactivating this reward system kickstarts a series of unfortunate events: โน้ต

2:03

แต่การกระตุ้นระบบรางวัลนี้มากเกินไปจะเริ่มก่อให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายต่อเนื่อง:

การใช้คำ

overactivating this reward system: over- หมายถึง “มากเกินไป”

overactivating this reward system หมายถึงการกระตุ้นระบบนั้นแรงหรือมากเกินไป คำเติมหน้า over- เพิ่มความหมายว่าเกินระดับปกติหรือเหมาะสมให้กับ activating วลี -ing ทั้งวลี overactivating this reward system ใช้เรียกการกระทำหนึ่งและทำหน้าที่เป็นประธานของ kickstarts รูปแบบนี้ช่วยนำเสนอกระบวนการหรือการกระทำว่าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

การ overactivating ระบบหนึ่งหมายความว่าอย่างไร?

  1. กระตุ้นให้ต่ำกว่าระดับที่จำเป็น
  2. กระตุ้นอีกครั้งหลังจากหยุดไปแล้ว
  3. กระตุ้นมากกว่าระดับปกติหรือเหมาะสม
ดูคำตอบ

กระตุ้นมากกว่าระดับปกติหรือเหมาะสม

สำนวน

kickstarts a series of unfortunate events: เริ่มห่วงโซ่ของผลลัพธ์

kickstarts ในที่นี้หมายถึงการให้แรงผลักดันแรกที่ทำให้กระบวนการเริ่มขึ้น คำกริยานี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเตะจริงหรือการสตาร์ตเครื่องจักร กรรม a series of unfortunate events แสดงว่าสาเหตุแรกเริ่มต้นห่วงโซ่ของผลลัพธ์ที่ไม่ดี ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวที่แยกจากกัน ภาพเปรียบที่มองสาเหตุว่าเป็นสิ่งเริ่มกระบวนการนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไปและข่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ kickstart ในความหมายว่าให้แรงผลักดันแรกแก่กระบวนการ?

  1. The small grant kickstarted a year of neighborhood projects.
  2. The small grant listed every neighborhood project.
  3. The small grant arrived after all the neighborhood projects had ended.
ดูคำตอบ

The small grant kickstarted a year of neighborhood projects.

loss of control, craving, and increased tolerance to sugar. การใช้คำ

2:08

การสูญเสียการควบคุม ความอยาก และความทนทานต่อน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น

การใช้คำ

การสูญเสียการควบคุม ความอยากอย่างรุนแรง และความทนต่อผลของน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น

รายการนี้ใช้แนวคิดสามอย่างที่เกี่ยวกับการเสพติด loss of control หมายถึงควบคุมหรือหยุดพฤติกรรมได้ยาก craving คือแรงกระตุ้นอย่างรุนแรง ส่วน increased tolerance to sugar หมายถึงต้องบริโภคน้ำตาลมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลใกล้เคียงกับที่เมื่อก่อนใช้ปริมาณน้อยกว่าก็ได้ เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้ทำให้การบริโภคน้ำตาลถูกมองว่ามีลักษณะคล้ายการเสพติด tolerance ในที่นี้หมายถึงความทนต่อผลของสารในบริบทสุขภาพและการพึ่งพา ไม่ใช่การยอมรับผู้คนหรือความคิดเห็น รายการนี้ช่วยสนับสนุนการเปรียบเทียบดังกล่าว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการวินิจฉัย

แบบฝึกหัด

ในรายการที่เกี่ยวกับการเสพติดนี้ increased tolerance to sugar หมายถึงอะไร

  1. ต้องบริโภคน้ำตาลมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกถึงผลที่คล้ายเดิม
  2. ยอมรับคนที่กินน้ำตาลได้มากขึ้น
  3. สูญเสียความสามารถในการรับรสหวานโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ต้องบริโภคน้ำตาลมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกถึงผลที่คล้ายเดิม

Let's get back to our bite of cereal. ลำดับความ

2:13

กลับมาที่ซีเรียลคำนั้นของเรากันครับ

ลำดับความ

Let's get back to: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

Let's get back to... เป็นคำเชื่อมที่ดึงความสนใจกลับไปยังหัวข้อ คำถาม หรือตัวอย่างก่อนหน้า หลังจากออกนอกเรื่องไปเล็กน้อย ในประโยคนี้ ผู้พูดพาผู้ฟังกลับไปยังตัวอย่างเรื่องซีเรียล โครงสร้างคือ Let's get back to + วลีนามหรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงพูดได้ว่า Let's get back to the plan หรือ Let's get back to discussing the plan การใช้ Let's ทำให้การกลับเข้าประเด็นฟังดูเหมือนผู้พูดกับผู้ฟังทำร่วมกันและมีความร่วมมือ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อม Let's get back to ให้ตรงตามที่เรียน: After that quick update, ____ our main question.

ดูคำตอบ

let's get back to

It travels down into your stomach

2:15

มันเดินทางลงไปในกระเพาะอาหารของคุณ

and eventually into your gut.

2:17

และในที่สุดก็เข้าสู่ลำไส้ของคุณ

And guess what? ลำดับความ

2:19

และรู้อะไรไหมครับ?

ลำดับความ

ใช้ And guess what? เพื่อสร้างความลุ้น

And guess what? เป็นสัญญาณในบทสนทนาที่บอกผู้ฟังว่าข้อมูลสำคัญ น่าประหลาดใจ หรือน่าสนใจกำลังจะตามมา โดยทั่วไปเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดมักเล่าข่าวต่อทันทีแทนที่จะรอให้ผู้ฟังทายจริง ๆ And เชื่อมสิ่งที่กำลังจะเปิดเผยเข้ากับข้อความก่อนหน้า ทำให้การเปลี่ยนประเด็นดูมีชีวิตชีวาและเป็นกันเองมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนา And guess what? มักส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือน่าประหลาดใจ
  2. ผู้พูดกำลังประกาศว่าบทสนทนาจบแล้ว
  3. ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังคำนวณคำตอบที่แม่นยำ
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือน่าประหลาดใจ

There are sugar receptors here, too.

2:20

ที่นี่ก็มีตัวรับน้ำตาลเช่นกัน

They're not taste buds, ไวยากรณ์

2:22

พวกมันไม่ใช่ต่อมรับรส

but they do send signals telling your brain that you're full ไวยากรณ์

2:23

แต่มันส่งสัญญาณบอกสมองว่าคุณอิ่มแล้ว

ไวยากรณ์

ใช้ They're not..., but they do... เพื่อแก้ไขและเน้นย้ำ

They're not A, but they do B หมายถึง “พวกมันไม่ใช่ A แต่ทำ B จริง ๆ” ส่วนแรกแก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับประเภทของสิ่งนั้น ส่วน but นำเข้าสู่หน้าที่หรือข้อเท็จจริงที่ยังคงเป็นจริง ใน do send คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ประโยคกลาง ๆ จะเป็น they send แต่การเพิ่ม do จะยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง หรือตอบข้อสงสัย หลัง do ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน send ไม่ใช่ sends

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อให้ประโยคเปรียบต่างสมบูรณ์: These sensors aren't cameras, but they ____ detect movement.

ดูคำตอบ

do

or that your body should produce more insulin

2:26

หรือร่างกายควรผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

telling your brain that... or that...: อนุประโยคบอกข้อความสองส่วนที่ขนานกัน

ในที่นี้ telling your brain เกริ่นถึงเนื้อหาที่สัญญาณสื่อออกไป โดย telling มี your brain เป็นผู้รับข้อมูล แล้วตามด้วยอนุประโยค that ที่วางขนานกันสองส่วน ได้แก่ that you're full และ that your body should produce more insulin การใช้ that ซ้ำช่วยบอกจุดเริ่มต้นของข้อความที่สมบูรณ์ข้อความที่สองอย่างชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ tell someone that X or that Y และสามารถเปลี่ยน or เป็น and ได้เมื่อทั้งสองข้อความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tell someone that X or that Y อย่างชัดเจนเพื่อบอกข้อความสมบูรณ์สองข้อความ?

  1. The app tells you that the door is open or that the battery low.
  2. The app tells you that the door is open or that the battery is low.
  3. The app tells that you the door is open or that the battery is low.
ดูคำตอบ

The app tells you that the door is open or that the battery is low.

to deal with the extra sugar you're eating. กริยาวลี

2:29

เพื่อจัดการกับน้ำตาลส่วนเกินที่คุณกินเข้าไป

กริยาวลี

to deal with the extra sugar: ใช้ deal with เพื่อสื่อถึงการจัดการบางสิ่ง

Deal with เป็นวลีกริยาที่ใช้เป็นชุด หมายถึงจัดการหรือตอบสนองต่อสิ่งที่ต้องได้รับความใส่ใจ ในที่นี้ to deal with the extra sugar เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมร่างกายจึงควรผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น ใช้ในรูป deal with + นามวลี เช่น deal with stress, a complaint หรือ data วลีนี้เน้นการจัดการหรือตอบสนองต่อสถานการณ์ แต่ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าปัญหาได้รับการแก้ไขจนหมดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย deal with: The manager called a meeting to ____ the customer complaint.

ดูคำตอบ

deal with

The major currency of our reward system is dopamine, สำนวน

2:31

สกุลเงินหลักของระบบรางวัลของเราคือโดพามีน

an important chemical or neurotransmitter. การใช้คำ

2:34

ซึ่งเป็นสารเคมีหรือสารสื่อประสาทที่สำคัญ

สำนวน

The major currency of our reward system is dopamine: currency ในฐานะอุปมาทางวิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ currency เป็นอุปมา ผู้พูดมอง dopamine ว่าเป็นตัวกลางหรือสัญญาณหลักในระบบรางวัล คล้ายกับที่เงินตราทำให้กิจกรรมและการแลกเปลี่ยนในระบบเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายความว่ามีเงินจริงอยู่ในสมอง และอุปมานี้ก็ไม่ใช่คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ โดยทั่วไป X is the currency of Y นำเสนอ X ว่าเป็นทรัพยากร สัญญาณ หรือหน่วยคุณค่าหลักภายใน Y

แบบฝึกหัด

currency ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ประโยคนี้นำเสนอโดพามีนว่าเป็นตัวกลางหลักในระบบรางวัล
  2. ประโยคนี้บอกว่าโดพามีนคือเงินที่ใช้ซื้อรางวัลได้
  3. ประโยคนี้บอกชื่อสกุลเงินทางการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นำเสนอโดพามีนว่าเป็นตัวกลางหลักในระบบรางวัล

การใช้คำ

chemical or neurotransmitter: or ที่ใช้เพื่อขยายความ

ตรงนี้ or นำคำเรียกที่เจาะจงกว่าสำหรับสิ่งเดียวกันเข้ามา chemical เป็นหมวดกว้างที่คุ้นเคย ส่วน neurotransmitter จำกัดความหมายให้แคบลงเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ดังนั้น or จึงไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่างที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในงานเขียนอธิบาย A or B อาจใช้ B ที่เจาะจงกว่าเพื่อกล่าวใหม่ ตั้งชื่อใหม่ หรือทำให้ A ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ or เพื่อนำคำอธิบายเข้ามาแทนที่จะเสนอทางเลือก?

  1. Would you like tea or coffee?
  2. Chlorophyll, or the green pigment that absorbs light, helps plants capture energy.
  3. We can meet on Tuesday or Wednesday.
ดูคำตอบ

Chlorophyll, or the green pigment that absorbs light, helps plants capture energy.

There are many dopamine receptors in the forebrain,

2:37

มีตัวรับโดพามีนมากมายในสมองส่วนหน้า

but they're not evenly distributed. วลี

2:39

แต่พวกมันไม่ได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ

วลี

they're not evenly distributed: พวกมันไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอ

not evenly distributed หมายถึงสิ่งหนึ่งกระจายไปตามสถานที่หรือกลุ่มต่าง ๆ ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน หรือมีระยะห่างไม่เท่ากัน บางพื้นที่มีมากกว่า ส่วนบางพื้นที่มีน้อยกว่า ในที่นี้ they're หมายถึง they are ส่วน distributed เป็นคำกริยาช่อง past participle ที่ใช้ร่วมกับ are เพื่อบอกสภาพ โครงสร้างนี้มักใช้เมื่ออธิบายการกระจายของประชากร ทรัพยากร ความเสี่ยง หรือข้อมูล

แบบฝึกหัด

เขตหนึ่งมีโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ขณะที่อีกหลายเขตมีโรงพยาบาลน้อยมาก ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. The hospitals are not evenly distributed across the city.
  2. The hospitals are not yet counted across the city.
  3. The hospitals are evenly distributed across the city.
ดูคำตอบ

The hospitals are not evenly distributed across the city.

Certain areas contain dense clusters of receptors, วลี

2:41

บางพื้นที่ประกอบด้วยกลุ่มตัวรับที่หนาแน่น

วลี

dense clusters of receptors: กลุ่มตัวรับที่อยู่หนาแน่น

ในที่นี้ dense clusters of receptors หมายถึงกลุ่มของตัวรับจำนวนมากที่อยู่ชิดกัน dense บอกว่ามีจำนวนมากในพื้นที่เล็ก ๆ ส่วน clusters บอกว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ไม่ได้อยู่แยกกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ dense clusters of + คำนามพหูพจน์ เช่น dense clusters of cells หรือ dense clusters of buildings

แบบฝึกหัด

วลีใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า “เซลล์จำนวนมากที่อยู่ชิดกันเป็นกลุ่ม ๆ”

  1. a single isolated cell
  2. widely scattered cells
  3. dense clusters of cells
ดูคำตอบ

dense clusters of cells

and these dopamine hotspots are a part of our reward system. การใช้คำ

2:45

และจุดที่มีโดพามีนหนาแน่นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบรางวัลของเรา

การใช้คำ

dopamine hotspots: บริเวณที่มีกิจกรรมโดพามีนหนาแน่น

ในประโยคนี้ dopamine hotspots หมายถึงบริเวณสมองที่การส่งสัญญาณโดพามีนทำงานเด่นเป็นพิเศษ หรือมีตัวรับที่ตอบสนองต่อโดพามีนอยู่หนาแน่น คำว่า hotspot ใช้เรียกสถานที่ที่กิจกรรมหรือลักษณะบางอย่างมีมากหรือเด่นกว่าปกติ คำนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าบริเวณสมองนั้นร้อนจริง ๆ คำขยาย dopamine บอกว่าความหนาแน่นหรือกิจกรรมที่ใช้กำหนด hotspots เหล่านี้เกี่ยวข้องกับอะไร

แบบฝึกหัด

dopamine hotspots ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. บริเวณสมองที่มีอุณหภูมิสูงกว่าส่วนอื่นจริง ๆ
  2. บริเวณสมองที่มีการส่งสัญญาณโดพามีนหนาแน่นหรือทำงานเด่นเป็นพิเศษ
  3. จุดเชื่อมต่อไร้สายที่ควบคุมด้วยโดพามีน
ดูคำตอบ

บริเวณสมองที่มีการส่งสัญญาณโดพามีนหนาแน่นหรือทำงานเด่นเป็นพิเศษ

Drugs like alcohol, nicotine, or heroin

2:48

ยาเสพติดเช่น แอลกอฮอล์ นิโคติน หรือเฮโรอีน

send dopamine into overdrive, สำนวน

2:51

จะส่งโดพามีนออกมาอย่างท่วมท้น

สำนวน

send dopamine into overdrive: ทำให้กิจกรรมรุนแรงเกินปกติ

send dopamine into overdrive เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายความว่าสารเหล่านี้ทำให้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโดพามีนรุนแรงกว่าปกติมาก overdrive ตามตัวอักษรคือเกียร์ชนิดหนึ่งของยานพาหนะ แต่ในเชิงเปรียบเทียบจะทำให้นึกถึงระบบที่เปลี่ยนไปทำงานด้วยความเข้มข้นสูงผิดปกติ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ send + กรรม + into overdrive โดยสาเหตุจากภายนอกผลักให้คน ทีม กระบวนการ หรือระบบของร่างกายเข้าสู่ภาวะที่ทำงานอย่างหนักผิดปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่มี overdrive: A sudden wave of orders sent the restaurant kitchen ____.

ดูคำตอบ

into overdrive

leading some people to constantly seek that high. การใช้คำ

2:53

นำไปสู่การที่บางคนแสวงหาความรู้สึกเคลิบเคลิ้มนั้นอยู่ตลอดเวลา

การใช้คำ

seek that high: แสวงหาความรู้สึกสุขอย่างรุนแรงนั้นอีกครั้ง

ในที่นี้ high เป็นคำนาม หมายถึงความรู้สึกสุขหรือเคลิบเคลิ้มอย่างรุนแรงที่เกิดจากยาเสพติดหรือสิ่งกระตุ้นที่รุนแรงชนิดอื่น ส่วน that ชี้ถึงความรู้สึกเฉพาะที่กล่าวถึงไปแล้ว ดังนั้น seek that high จึงหมายถึง “พยายามสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้ง” คำนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่สูงหรือเพียงแค่รู้สึกมีความสุข ในบริบทของการเสพติด วลีนี้เน้นการไล่ตามความรู้สึกได้รับรางวัลที่รุนแรงซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงการเสพติด seek that high หมายความว่าอย่างไร

  1. พยายามสัมผัสความรู้สึกสุขอย่างรุนแรงนั้นอีกครั้ง
  2. รู้สึกร่าเริงตามปกติหลังจากวันที่น่าพอใจ
  3. พยายามไปยังสถานที่ที่สูงจากพื้นดิน
ดูคำตอบ

พยายามสัมผัสความรู้สึกสุขอย่างรุนแรงนั้นอีกครั้ง

In other words, to be addicted. ลำดับความ

2:56

หรือพูดอีกอย่างก็คือ การเสพติดนั่นเอง

ลำดับความ

In other words: กล่าวแนวคิดเดิมใหม่ให้ตรงไปตรงมาขึ้น

In other words เป็นคำเชื่อมที่บอกถึงการกล่าวใหม่ โดยส่งสัญญาณว่าสิ่งที่ตามมาจะถ่ายทอดแนวคิดหลักเดิมอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน เรียบง่าย หรือตรงไปตรงมามากขึ้น ในประโยคนี้ to be addicted สรุปคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นคำเรียกที่ตรงไปตรงมา เมื่อได้ยินหรืออ่านวลีนี้ ให้เชื่อมคำที่ตามมากับแนวคิดก่อนหน้า อย่าตีความว่าเป็นเหตุผลหรือตัวอย่างใหม่

แบบฝึกหัด

เติมการกล่าวใหม่ให้สมบูรณ์ด้วยวลีตายตัวจากบทเรียน: The trail is inaccessible. ____, we cannot use it.

ดูคำตอบ

In other words

Sugar also causes dopamine to be released, ไวยากรณ์

2:58

น้ำตาลก็ทำให้เกิดการหลั่งโดพามีนเช่นกัน

ไวยากรณ์

cause dopamine to be released: cause + กรรม + passive infinitive

โครงสร้างคือ cause + กรรม + to be + past participle ในที่นี้ dopamine เป็นกรรมของ causes และ to be released เป็น passive infinitive หมายความว่า dopamine เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำว่า “ถูกหลั่งออกมา” ใช้โครงสร้างนี้เมื่อสิ่งที่อยู่หลัง cause เป็นผู้รับการกระทำ ไม่ใช่ผู้ลงมือทำ โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบายเหตุและผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย passive infinitive ของ delay: The storm caused the flight ____.

ดูคำตอบ

to be delayed

though not as violently as drugs. ไวยากรณ์

3:01

แม้จะไม่รุนแรงเท่ากับยาเสพติด

ไวยากรณ์

though not as violently as drugs: การยอมรับพร้อมข้อจำกัดและการเปรียบเทียบระดับ

though แสดงการยอมรับว่าข้อความก่อนหน้ายังเป็นจริง แต่ส่วนนี้เพิ่มข้อจำกัดให้ข้อความนั้น การกระทำที่ซ้ำกันถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า ในที่นี้หมายความว่าน้ำตาลก็ทำให้เกิดผลดังกล่าว แต่ไม่รุนแรงเท่ายาเสพติด not as + คำกริยาวิเศษณ์ + as ใช้เปรียบเทียบระดับของการกระทำ violently ในที่นี้บอกว่าผลนั้นเกิดขึ้นรุนแรงเพียงใด ไม่ได้หมายถึงความรุนแรงทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการรักษาได้ผล แต่ช้ากว่าที่คาดไว้?

  1. The treatment works because it is quicker than expected.
  2. The treatment works, though not as quickly as expected.
  3. The treatment works, though just as quickly as expected.
ดูคำตอบ

The treatment works, though not as quickly as expected.

And sugar is rare among dopamine-inducing foods. การใช้คำ

3:03

และน้ำตาลก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากในบรรดาอาหารที่กระตุ้นโดพามีน

การใช้คำ

dopamine-inducing foods: รูปแบบ X-inducing

“dopamine-inducing” เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย “foods” หมายถึง “ที่ทำให้เกิดหรือกระตุ้นการตอบสนองของโดพามีน” ดังนั้น “dopamine-inducing foods” จึงเป็นรูปแบบที่กระชับของ “foods that induce a dopamine response” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X-inducing + คำนาม เช่น “stress-inducing situations” หมายถึงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด เมื่อคำประสมนี้อยู่หน้าคำนาม เครื่องหมายยัติภังค์จะแสดงว่า X และ inducing ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมรูป X-inducing ที่หมายถึง “ทำให้เกิดความเครียด” ลงในประโยค: The team prepared for several ____ situations.

ดูคำตอบ

stress-inducing

Broccoli, for example, has no effect, ลำดับความ

3:06

ตัวอย่างเช่น บรอกโคลีไม่มีผลต่อสิ่งนี้

which probably explains why it's so hard to get kids to eat their veggies. ไวยากรณ์

3:08

ซึ่งน่าจะอธิบายได้ว่าทำไมการให้เด็กกินผักถึงเป็นเรื่องยาก

ลำดับความ

Broccoli, for example: จากข้อความทั่วไปไปสู่ตัวอย่างเฉพาะ

“for example” บอกว่า broccoli เป็นกรณีเฉพาะที่สนับสนุนข้อความทั่วไปก่อนหน้านี้ สำนวนนี้พาผู้อ่านจากข้อกล่าวทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้กล่าวซ้ำหรือแสดงความขัดแย้งกับข้อความนั้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแทรกอยู่หลังประธาน “Broccoli” และคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค: “Broccoli, for example, ...” นอกจากนี้ยังวางไว้ต้นประโยคได้: “For example, broccoli ...”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ใช้แนะนำตัวอย่างเฉพาะ: Some fruits are rich in vitamin C. __, oranges contain a lot of it.

  1. However
  2. For example
  3. In other words
ดูคำตอบ

For example

ไวยากรณ์

which probably explains why: เชื่อมข้อเท็จจริงกับคำอธิบายที่เป็นไปได้

which ในที่นี้อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคและอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนอนุประโยคนี้ ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว อนุประโยคสัมพันธ์ที่เพิ่มเข้ามานี้บอกว่า ข้อเท็จจริงก่อนหน้านั้นน่าจะอธิบายสถานการณ์ที่ตามหลัง why ได้ ในโครงสร้าง which probably explains why + อนุประโยค คำว่า probably ช่วยลดความหนักแน่นของข้อสรุป โดยนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้วหรือเป็นสาเหตุเดียว และ why ใช้นำสิ่งที่ต้องการคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ which probably explains why ได้ถูกต้องเพื่อเชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้ากับสถานการณ์ที่ข้อเท็จจริงนั้นอาจอธิบายได้

  1. The train was delayed, which probably explains why Nina arrived late.
  2. The train was delayed, which probably explains Nina why arrived late.
  3. The train was delayed, which probably explain why Nina arrived late.
ดูคำตอบ

The train was delayed, which probably explains why Nina arrived late.

ไวยากรณ์

get kids to eat their ...: get + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน get kids to eat their veggies คำว่า get หมายถึงทำให้หรือโน้มน้าวให้อีกคนลงมือทำ โดยมักต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง นี่เป็นการใช้แบบทำให้เกิดการกระทำ kids คือผู้ที่ได้รับอิทธิพล และ to eat คือการกระทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ get + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน มักสื่อถึงการโน้มน้าว การให้กำลังใจ การจัดการ หรือความพยายามที่นำไปสู่ผลลัพธ์ ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยา

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา try และโครงสร้าง get + person + to + verb เติมประโยคให้สมบูรณ์: We finally got Leo ____ the new dish.

ดูคำตอบ

to try

Speaking of healthy foods, ลำดับความ

3:13

พูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ

ลำดับความ

Speaking of healthy foods: การเปลี่ยนไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Speaking of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ใช้สิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง หรือสิ่งที่เชื่อมโยงกันตามธรรมชาติ เป็นสะพานไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ Speaking of healthy foods ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปสู่อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมขึ้นต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค หน้าที่ของวลีนี้คือจัดลำดับบทสนทนา ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าอาหารกำลังพูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Speaking of เพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติ: We were just discussing vacations. ____ travel, have you renewed your passport?

ดูคำตอบ

Speaking of

let's say you're hungry and decide to eat a balanced meal. ลำดับความ

3:14

สมมติว่าคุณหิวและตัดสินใจกินอาหารที่สมดุล

ลำดับความ

let's say: การตั้งสถานการณ์สมมติ

Let's say + ประโยค ใช้เปิดสถานการณ์สมมติให้ผู้ฟังจินตนาการ ในที่นี้ let's say you're hungry... สร้างตัวอย่างที่ผู้พูดจะใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในการใช้นี้ say ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องพูดออกเสียงจริง ๆ และไม่ได้เสนอว่าสถานการณ์นั้นเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Let's say เพื่อเปิดสถานการณ์สมมติ: ____ your phone battery dies while you're away from home. What would you do?

ดูคำตอบ

Let's say

You do, and dopamine levels spike in the reward system hotspots. วลี

3:17

เมื่อคุณกิน ระดับโดพามีนจะพุ่งสูงขึ้นในจุดต่างๆ ของระบบรางวัล

วลี

dopamine levels spike: ระดับโดพามีนพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง

ในประโยคนี้ dopamine levels spike หมายถึงปริมาณโดพามีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัด spike เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมในที่นี้ และมี dopamine levels เป็นประธาน คำกริยานี้ชวนให้นึกถึงยอดแหลมบนกราฟ จึงสื่อการเพิ่มขึ้นที่แรงและฉับพลันกว่า rise หรือ increase ซึ่งมีความหมายเป็นกลาง แต่ตัวคำเองไม่ได้บอกว่าระดับที่สูงขึ้นนั้นคงอยู่นานเท่าใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงหลังประกาศ?

  1. Demand remained steady after the announcement.
  2. Demand spiked immediately after the announcement.
  3. Demand rose gradually over the next year.
ดูคำตอบ

Demand spiked immediately after the announcement.

But if you eat that same dish many days in a row, วลี

3:21

แต่ถ้าคุณกินอาหารจานเดิมติดต่อกันหลายวัน

วลี

many days in a row: หลายวันติดต่อกันโดยไม่เว้นช่วง

ในประโยคนี้ many days in a row หมายถึงหลายวันติดต่อกันโดยไม่ข้ามแม้แต่วันเดียว วลี in a row วางหลังตัวเลขหรือวลีบอกจำนวนเพื่อแสดงลำดับที่ไม่ขาดช่วง จุดสำคัญคือความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่จำนวนวันทั้งหมด สิบวันที่กระจายอยู่ในหนึ่งเดือนไม่ใช่ ten days in a row

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย five days และ in a row เพื่อแสดงว่าฝนไม่หยุดเลยแม้แต่วันเดียว: It rained for ____.

ดูคำตอบ

five days in a row

dopamine levels will spike less and less, วลี

3:24

ระดับโดพามีนจะพุ่งสูงขึ้นน้อยลงเรื่อยๆ

วลี

spike less and less: แสดงการลดลงอย่างต่อเนื่อง

ในที่นี้ less and less ขยายคำว่า spike และแสดงการลดลงอย่างต่อเนื่องตามเวลา กล่าวคือ การเพิ่มขึ้นของโดพามีนแต่ละครั้งจะเด่นชัดน้อยลงเรื่อย ๆ วลีนี้บอกแนวโน้ม ไม่ได้หมายถึงการพุ่งขึ้นเล็ก ๆ เพียงครั้งเดียว โครงสร้าง “คำขั้นกว่า + and + คำขั้นกว่าเดิม” ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย less and less แสดงการลดลง ส่วน more and more แสดงการเพิ่มขึ้น เช่น more and more noticeable

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบซ้ำที่หมายถึง “ในระดับที่ลดลงเรื่อย ๆ”: As the weeks passed, the medicine helped ____.

ดูคำตอบ

less and less

eventually leveling out. กริยาวลี

3:27

และในที่สุดก็จะคงที่

กริยาวลี

eventually leveling out: ทรงตัวหลังจากมีการเปลี่ยนแปลง

Level out หมายถึงเริ่มทรงตัวหลังจากเพิ่มขึ้น ลดลง หรือผันผวน ส่วน eventually บอกว่าช่วงที่ทรงตัวนี้เกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นทันที Leveling อยู่ในรูป -ing เพราะวลีนี้เล่ากระบวนการต่อจากอนุประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ ยอดพุ่งค่อย ๆ เล็กลงและในที่สุดก็เข้าสู่รูปแบบที่คงที่

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “เริ่มทรงตัวหลังจากเปลี่ยนแปลง” ลงในประโยค: After rising for several hours, the temperature will eventually ____.

ดูคำตอบ

level out

That's because when it comes to food, วลี

3:29

นั่นเป็นเพราะเมื่อเป็นเรื่องของอาหาร

วลี

when it comes to food: การจำกัดขอบเขตของหัวข้อ

ในประโยคนี้ when it comes to food หมายถึง “เมื่อหัวข้อคืออาหาร” หรือ “ในเรื่องอาหาร” วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมาให้อยู่ที่เรื่องอาหาร ไม่ได้หมายความว่าคำอธิบายนั้นใช้ได้กับทุกเรื่อง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ when it comes to + หัวข้อ โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท ดังนั้นหลัง to จึงใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เช่น when it comes to safety, when it comes to them หรือ when it comes to cooking

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้กำหนดหัวข้อให้สมบูรณ์: ____ online safety, strong passwords matter.

ดูคำตอบ

When it comes to

the brain evolved to pay special attention to new or different tastes. วลี

3:30

สมองวิวัฒนาการมาให้ความสนใจเป็นพิเศษกับรสชาติใหม่ๆ หรือที่แตกต่างออกไป

วลี

evolved to pay special attention to: หน้าที่ที่พัฒนาขึ้นผ่านวิวัฒนาการ

ในประโยคนี้ evolved to pay special attention to หมายความว่า สมองได้พัฒนาแนวโน้มที่จะสังเกตรสชาติใหม่หรือรสชาติที่แตกต่างอย่างใส่ใจเป็นพิเศษผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ evolved to อธิบายว่าหน้าที่หนึ่งพัฒนาขึ้นตามเวลา ไม่ได้หมายความว่าสมองวางแผนเรื่องนี้อย่างมีสติ pay special attention to เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จดจ่อกับบางสิ่งอย่างละเอียดกว่าปกติ” pay ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จ่ายเงิน” และ to เป็นคำบุพบทที่ตามด้วยสิ่งหรือกิจกรรมซึ่งได้รับความสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “พัฒนาขึ้นตามเวลาเพื่อสังเกตบางสิ่งอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ”: Some nocturnal animals ____ faint sounds at night.

ดูคำตอบ

evolved to pay special attention to

Why? Two reasons.

3:35

ทำไมเหรอครับ? มีสองเหตุผล

First, to detect food that's gone bad, สำนวน

3:37

ข้อแรก เพื่อตรวจจับอาหารที่เสียแล้ว

สำนวน

that's gone bad: อาหารที่เสียแล้ว

ในที่นี้ that's เป็นรูปย่อของ that has ไม่ใช่ that is และใช้ขึ้นต้นอนุประโยคขยาย that has gone bad ซึ่งอธิบาย food ส่วน gone คือรูป past participle ของ go go + คำคุณศัพท์สามารถบอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่ได้ เมื่อใช้กับอาหาร go bad หมายถึงเสียหรือไม่ปลอดภัยที่จะกิน ดังนั้น has gone bad จึงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นแล้วและสภาพที่เสียยังเป็นจริงอยู่ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ go bad: This milk smells sour, so it has ____.

ดูคำตอบ

gone bad

and second, because the more variety we have in our diet, ไวยากรณ์

3:39

และข้อสอง เพราะยิ่งเรามีความหลากหลายในอาหารมากเท่าไหร่

the more likely we are to get all the nutrients we need.

3:42

เราก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the more..., the more...: เชื่อมระดับสองอย่างที่เปลี่ยนไป

the more..., the more... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ ส่วนแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง และส่วนที่สองบอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดควบคู่กัน ในที่นี้ ความหลากหลายของอาหารที่เพิ่มขึ้นเชื่อมโยงกับโอกาสที่สูงขึ้นในการได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน แต่ละ the เป็นเครื่องหมายตายตัวที่วางหน้าสำนวนเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป สำนวนเปรียบเทียบทั้งสองส่วนไม่จำเป็นต้องใช้ more เช่น the earlier..., the easier.... โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์หรือแนวโน้ม ส่วนการเปลี่ยนแปลงแรกเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่สองจริงหรือไม่นั้นต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ด้วยรูป comparative ของ much และ easy: The ____ you practice, the ____ the song becomes.

ดูคำตอบ

more · easier

To keep that variety up, กริยาวลี

3:46

เพื่อรักษาความหลากหลายนั้นไว้

กริยาวลี

To keep that variety up: จุดประสงค์และโครงสร้าง keep + กรรม + up

ในประโยคนี้ To keep that variety up บอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตามมา คือ “เพื่อไม่ให้ความหลากหลายนั้นลดลง” รูป to + กริยารูปพื้นฐานที่ขึ้นต้นประโยคเป็น infinitive ที่ใช้บอกจุดประสงค์ ในโครงสร้าง keep + กรรม + up คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยา หมายถึงการรักษาระดับ ปริมาณ ความเข้ม หรือคุณภาพของสิ่งที่เป็นกรรมไว้ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง keep กับ up เช่น keep it up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย keep + กรรม + up เพื่อสื่อว่า “รักษาระดับพลังงานของคุณไว้”: A healthy snack can help ____ during the hike.

ดูคำตอบ

keep your energy up

we need to be able to recognize a new food, ไวยากรณ์

3:47

เราจำเป็นต้องสามารถจดจำอาหารใหม่ได้

ไวยากรณ์

we need to be able to: การบอกความสามารถที่จำเป็น

we need to be able to รวมความหมายเรื่องความจำเป็นและความสามารถเข้าด้วยกัน need to บอกว่าความสามารถนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ส่วน be able to บอกว่ามีความสามารถนั้น ดังนั้น need to be able to recognize จึงหมายถึง “ต้องมีความสามารถในการจำแนก” ไม่ใช่เพียงแค่จำเป็นต้องทำการจำแนกหนึ่งครั้ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + need(s) to be able to + กริยารูปพื้นฐาน หลัง to ต้องใช้ be ไม่ใช่ can

แบบฝึกหัด

ใช้ need to + be able to เติมเงื่อนไขของงานนี้ให้สมบูรณ์: Lifeguards ____ swim well.

ดูคำตอบ

need to be able to

and more importantly, we need to want to keep eating new foods. โน้ต

3:49

และที่สำคัญกว่านั้น เราต้องอยากที่จะกินอาหารใหม่ๆ ต่อไป

ลำดับความ

more importantly: เพิ่มความสำคัญให้ประเด็นถัดไป

more importantly เป็นวลีวิเศษณ์ที่ขยายทั้งประโยคและบอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปสำคัญกว่าประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเพิ่มน้ำหนักให้กับความต้องการที่จะทำต่อไป แทนที่จะเพียงเพิ่มอีกแนวคิดหนึ่งที่มีความสำคัญระดับเดียวกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอยู่หลัง and และมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง จึงช่วยให้ผู้ฟังเห็นลำดับความสำคัญของข้อมูล คือเริ่มจากประเด็นหนึ่งแล้วจึงไปสู่ประเด็นที่สำคัญกว่า

แบบฝึกหัด

คุณต้องการบอกว่าความปลอดภัยสำคัญกว่าราคา แต่ไม่ต้องการเรียกว่าเป็นเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุด ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. The bike is affordable. More importantly, it is safe.
  2. The bike is affordable. Most importantly, it is safe.
  3. The bike is affordable. For example, it is safe.
ดูคำตอบ

The bike is affordable. More importantly, it is safe.

ไวยากรณ์

need to want to keep eating: ชุดคำกริยาที่ซ้อนกัน

คำกริยาซ้อนกันอยู่สามชั้น ได้แก่ need to [want to [keep eating]] หลัง need to และ want to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วนหลัง keep ใช้คำกริยารูป -ing โครงสร้างนี้บอกว่าความต้องการนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ได้หมายถึงเพียงมีข้อกำหนดจากภายนอกให้กินต่อไป แต่ต้องมีความเต็มใจที่จะทำต่อด้วย เมื่ออ่านชุดคำกริยาที่ยาว ให้จัดคำกริยาแต่ละคำเข้ากับโครงสร้างที่คำนั้นควบคุม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ need to + want to + keep + รูป -ing ของ practice: To improve at the piano, we ____ every day.

ดูคำตอบ

need to want to keep practicing

And that's why the dopamine levels off when a food becomes boring. กริยาวลี

3:53

และนั่นคือเหตุผลที่ระดับโดพามีนคงที่เมื่ออาหารเริ่มน่าเบื่อ

กริยาวลี

the dopamine levels off: level off ที่ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง

ใน the dopamine levels off คำว่า levels off ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง โดย levels เป็นรูปกริยาบุรุษที่สามเอกพจน์ของกริยาวลี level off และ the dopamine เป็นประธาน ตรงนี้ levels ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ในกลุ่มคำ dopamine levels Level off หมายถึงหยุดเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วอยู่ในระดับที่ค่อนข้างคงที่ โดยปกติจะเกิดหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงช่วงหนึ่ง ในที่นี้หมายถึงการตอบสนองของโดพามีนค่อย ๆ ราบเรียบและคงที่ขึ้นเมื่ออาหารเริ่มน่าเบื่อ

แบบฝึกหัด

levels off ใน The dopamine levels off ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไรและมีความหมายว่าอะไร

  1. เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำนาม dopamine levels โดย levels เป็นคำนามพหูพจน์
  2. เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการตอบสนองของโดพามีนหายไปทั้งหมด
  3. เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการตอบสนองของโดพามีนเริ่มคงที่
ดูคำตอบ

เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการตอบสนองของโดพามีนเริ่มคงที่

Now back to that meal. ลำดับความ

3:57

ตอนนี้กลับมาที่มื้ออาหารนั้นครับ

ลำดับความ

Now back to that meal: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

Now back to + หัวข้อ เป็นคำเปลี่ยนเรื่องแบบสั้น ใช้จบคำอธิบายที่แทรกเข้ามาและดึงความสนใจของผู้ฟังกลับไปยังสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในที่นี้ that meal คือหัวข้อเดิม สำนวนนี้เป็นรูปที่ละบางคำไว้ โดยใจความเต็มใกล้เคียงกับ Now let's go back to that meal หน้าที่ของมันคือจัดลำดับการอธิบาย ไม่ได้หมายความว่ามื้ออาหารนั้นกลับมาในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอเพิ่งตอบคำถามที่แทรกเข้ามาเสร็จและต้องการกลับไปคุยเรื่องงบประมาณ คำเปลี่ยนเรื่องใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Now the budget has been approved.
  2. Now let's move on to a new topic.
  3. Now back to the budget.
ดูคำตอบ

Now back to the budget.

What happens if in place of the healthy balanced dish, วลี

3:59

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าแทนที่จะเป็นอาหารที่สมดุลและดีต่อสุขภาพ

you eat sugar-rich food instead?

4:02

คุณกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงแทน?

วลี

in place of the ...: ระบุสิ่งที่ถูกแทนที่

in place of หมายถึง “แทน” หรือ “ใช้เป็นสิ่งทดแทน” และตามด้วยบุคคล สิ่งของ หรือกิจกรรมที่ถูกแทนที่ ในประโยคนี้ส่วนเต็มคือ in place of the healthy balanced dish โดย the ที่เน้นไว้เป็นจุดเริ่มต้นของนามวลี และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสำนวนคงที่ in place of วลีนี้แสดงการแทนที่ระหว่างสองตัวเลือก คือไม่ได้เลือกอาหารที่สมดุล แต่เลือกอาหารที่มีน้ำตาลสูงแทน โครงสร้างนี้ช่วยให้รู้ว่าอะไรเข้ามาแทนที่อะไร

แบบฝึกหัด

ใช้ in place of เติมประโยคให้สมบูรณ์: We used a video call ____ an in-person meeting.

ดูคำตอบ

in place of

If you rarely eat sugar or don't eat much at a time, วลี

4:04

ถ้าคุณนานๆ กินน้ำตาลที หรือกินไม่มากในคราวเดียว

วลี

much at a time: ปริมาณในแต่ละครั้ง

much บอกปริมาณที่มาก ส่วน at a time จำกัดปริมาณนั้นให้อยู่ในการทำหนึ่งครั้ง เนื่องจากอนุประโยคนี้เป็นปฏิเสธ don't eat much at a time จึงหมายความว่าปริมาณที่กินในแต่ละครั้งไม่มาก ไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นกินน้ำตาลกี่ครั้ง at a time ยังวางหลังจำนวนที่เจาะจงได้ เช่น one piece at a time หรือ ten pages at a time โดยตอบคำถามว่า “ในแต่ละครั้งมีปริมาณหรือจำนวนเท่าไร”

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง “ในแต่ละครั้ง”: I only read ten pages ____, so the book takes several days.

  1. many times
  2. at a time
  3. at the time
ดูคำตอบ

at a time

the effect is similar to that of the balanced meal. ไวยากรณ์

4:07

ผลที่ได้ก็จะคล้ายกับอาหารมื้อสมดุล

ไวยากรณ์

similar to that of...: ใช้แทนคำนามเอกพจน์ที่กล่าวซ้ำ

วลี similar to that of the balanced meal หมายถึง “คล้ายกับผลของมื้ออาหารที่สมดุล” ในที่นี้ that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ effect ที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่ต้องพูดคำนั้นซ้ำ การใช้คำแทนนี้ช่วยให้สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบเป็นชนิดเดียวกัน คือเปรียบเทียบผลอย่างหนึ่งกับผลอีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เปรียบเทียบผลกับมื้ออาหาร รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ the X of A is similar to that of B โดย that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ X

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแทนคำนามเอกพจน์ที่ช่วยไม่ให้กล่าว price ซ้ำ: The price of this bike is similar to ____ the red bike.

ดูคำตอบ

that of

But if you eat too much,

4:10

แต่ถ้าคุณกินมากเกินไป

the dopamine response does not level out.

4:11

การตอบสนองของโดพามีนจะไม่คงที่

In other words, eating lots of sugar will continue to feel rewarding. วลี

4:13

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การกินน้ำตาลเยอะๆ จะยังคงให้ความรู้สึกเหมือนได้รับรางวัลต่อไป

วลี

eating... will continue to feel...: บรรยายประสบการณ์ที่ดำเนินต่อไป

ในประโยคนี้ eating lots of sugar เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน หรือเรียกว่า gerund phrase ส่วน will continue to feel บอกว่าประสบการณ์จากกิจกรรมนั้นจะยังคงมีคุณสมบัติตามคำคุณศัพท์ที่ตามมา คือ rewarding ซึ่งหมายความว่ายังคงรู้สึกพึงพอใจหรือคุ้มค่า ในที่นี้ feel เป็น linking verb ที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ ไม่ได้หมายถึง “สัมผัส” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ กิจกรรม + continue(s) หรือ will continue to feel + คำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย continue to feel: Even after a year, volunteering will ____ rewarding.

ดูคำตอบ

continue to feel

In this way, sugar behaves a little bit like a drug. ลำดับความ

4:18

ในแง่นี้ น้ำตาลจึงมีพฤติกรรมคล้ายกับยาเสพติดเล็กน้อย

ลำดับความ

In this way: เชื่อมกลไกที่กล่าวก่อนหน้ากับผลลัพธ์

In this way ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีการ กระบวนการ หรือกลไกที่เพิ่งอธิบายไป โดยบอกผู้ฟังให้นำข้อมูลก่อนหน้ามาใช้ทำความเข้าใจข้อความถัดไปว่าเป็นผลลัพธ์หรือข้อสรุป way ในที่นี้หมายถึง “วิธี” หรือ “แง่มุม” ไม่ใช่เส้นทางจริง เมื่อพบคำเชื่อมนี้ ให้ย้อนดูว่า this อ้างถึงอะไรในข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ข้อใดใช้ In this way เพื่อย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีการและนำเข้าสู่ผลลัพธ์ของวิธีนั้น

  1. The app repeats difficult words. By the way, it helps users remember them.
  2. The app repeats difficult words. In this way, it helps users remember them.
  3. The app repeats difficult words. Either way, it helps users remember them.
ดูคำตอบ

The app repeats difficult words. In this way, it helps users remember them.

ลำดับความ

behaves a little bit like...: การเปรียบเทียบอย่างมีขอบเขต

ในที่นี้ behaves like อธิบายว่าน้ำตาลทำงานหรือก่อให้เกิดผลอย่างไร โดย behave ใช้กับสารหรือระบบได้ ไม่ได้ใช้กับคนเท่านั้น ประโยคนี้เปรียบเทียบผลของน้ำตาลเพียงด้านหนึ่งกับผลของยาเพียงด้านหนึ่ง a little bit ทำให้การเปรียบเทียบเบาลงและจำกัดขอบเขต หมายถึงกลไกที่กำลังพูดถึงมีความคล้ายกันอยู่บ้าง ไม่ได้หมายความว่าน้ำตาลคือยา หรือทั้งสองอย่างเหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความนี้ถูกต้องหรือไม่: “Sugar behaves a little bit like a drug” หมายความว่าน้ำตาลกับยาเหมือนกันทุกด้าน

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

It's one reason people seem to be hooked on sugary foods. สำนวน

4:21

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้คนดูเหมือนจะติดอาหารที่มีรสหวาน

สำนวน

seem to be hooked on: ตัดสินอย่างระมัดระวังว่าหลงใหลอย่างมาก

be hooked on + คำนามหรือรูป -ing เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงคนหนึ่งถูกดึงดูดอย่างมากและหยุดได้ยาก ในประโยคนี้ hooked on sugary foods หมายถึงรู้สึกอยากกินอาหารที่มีน้ำตาลอย่างมาก seem to ทำให้คำกล่าวไม่ฟันธง ผู้พูดกำลังตัดสินจากพฤติกรรมของผู้คน ไม่ได้ระบุว่าสภาพนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน โครงสร้างคือ seem to be hooked on + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายทั้งหมดเพื่อกล่าวอย่างระมัดระวังว่า Maya ติดเกมนี้มาก: Maya ____ the new puzzle game.

ดูคำตอบ

seems to be hooked on

So think back to all those different kinds of sugar. กริยาวลี

4:24

ดังนั้นลองนึกย้อนไปถึงน้ำตาลชนิดต่างๆ เหล่านั้น

กริยาวลี

think back to: นึกถึงข้อมูลหรือประสบการณ์ก่อนหน้า

think back to + คำนาม ใช้ขอให้ใครบางคนนึกถึงช่วงเวลาก่อนหน้า ประสบการณ์ หรือข้อมูลที่กล่าวไปแล้ว back แสดงว่าความคิดย้อนกลับไปยังสิ่งที่เกิดก่อน และ to นำหน้าสิ่งที่ต้องการให้นึกถึง ในประโยคนี้ ผู้พูดพาผู้ฟังย้อนกลับไปนึกถึงชนิดของน้ำตาลที่อธิบายไว้แล้ว ในการพูดนำเสนอ คำสั่งนี้ช่วยเชื่อมข้อมูลก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุปหรือประเด็นถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ใครบางคนนึกถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว?

  1. Think back to your first day at this school.
  2. Think about which school you might choose next year.
  3. Think of a plan for tomorrow.
ดูคำตอบ

Think back to your first day at this school.

Each one is unique, but every time any sugar is consumed, ไวยากรณ์

4:27

แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ แต่ทุกครั้งที่มีการบริโภคน้ำตาล

ไวยากรณ์

every time any sugar is consumed: เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำในรูป passive

Every time ใช้นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาที่หมายถึง “ทุกครั้งที่สิ่งนี้เกิดขึ้น” เมื่อใช้ร่วมกับอนุประโยคบอกผลที่ตามมา โครงสร้าง Every time X happens, Y happens จะนำเสนอสิ่งนั้นเป็นกฎที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเพียงครั้งเดียว Any sugar หมายความว่าชนิดของน้ำตาลไม่สำคัญ ส่วน Is consumed เป็น present simple รูป passive จึงเน้นเหตุการณ์ที่น้ำตาลถูกกินหรือดื่ม ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้บริโภค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนบอกเวลาจากคำอธิบายนี้และรูป present passive ของ press: ____ the button ____, the light turns on.

ดูคำตอบ

Every time · is pressed

it kickstarts a domino effect in the brain สำนวน

4:31

มันจะเริ่มปฏิกิริยาลูกโซ่ในสมอง

สำนวน

kickstarts a domino effect: เริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่

ใน kickstarts a domino effect คำว่า kickstarts หมายถึง “ทำให้กระบวนการหนึ่งเริ่มขึ้น” ส่วน A domino effect เป็นคำเปรียบเทียบถึงปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เหตุการณ์หนึ่งกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ถัดไป วลีทั้งหมดเน้นผลที่ตามมาหลายอย่างซึ่งเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว และไม่ได้หมายถึงตัวโดมิโนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากคำอธิบายนี้ที่หมายถึง “เริ่มต้นห่วงโซ่ของผลที่เชื่อมโยงกัน”: One small coding error can ____ throughout the system.

ดูคำตอบ

kickstart a domino effect

that sparks a rewarding feeling. สำนวน

4:33

ที่จุดประกายความรู้สึกได้รับรางวัล

สำนวน

sparks a rewarding feeling: spark ในความหมายว่า ทำให้เกิด

ในที่นี้ sparks หมายถึงทำให้เกิดหรือจุดชนวนอย่างรวดเร็ว วลีนี้บอกว่าบางสิ่งทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจ ราวกับว่าสิ่งที่ทำไปให้ผลตอบแทน ไม่ได้หมายถึงประกายไฟจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ spark + คำนามที่เป็นปฏิกิริยาหรือกิจกรรม เช่น spark interest, spark debate หรือ spark a reaction ประธานเป็นสิ่งกระตุ้น ส่วนคำนามหลัง spark คือปฏิกิริยาที่เริ่มเกิดขึ้นหรือเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spark อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า ทำให้บางสิ่งเริ่มเกิดขึ้น

  1. The discovery sparked widespread interest in the project.
  2. The discovery described widespread interest in the project.
  3. The discovery reduced widespread interest in the project.
ดูคำตอบ

The discovery sparked widespread interest in the project.

Too much too often, and things can go into overdrive. โน้ต

4:35

มากเกินไปและบ่อยเกินไป และสิ่งต่างๆ อาจเข้าสู่ภาวะทำงานหนักเกินไป

วลี

Too much too often: ปริมาณและความถี่มากเกินไป

Too much too often เป็นคำเตือนแบบย่อ too much บอกว่าปริมาณสูงกว่าระดับที่เหมาะสมหรือดีต่อสุขภาพ ส่วน too often บอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดถี่กว่าที่เหมาะสม เมื่อนำมาวางคู่กัน จึงเน้นความเสี่ยงทั้งสองด้าน สิ่งของหรือการกระทำไม่ได้ถูกระบุ เพราะเข้าใจได้จากบริบท ส่วน and ที่ตามมานำเข้าสู่ผลลัพธ์ ความหมายเต็มคล้ายกับว่า “ถ้ามีหรือทำบางอย่างมากเกินไปและบ่อยเกินไป ก็อาจเกิดผลบางอย่างตามมา”

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีสั้น ๆ ที่บอกว่าทั้งปริมาณและความถี่มากเกินไป: Ice cream now and then is fine, but having ____ can become a problem.

ดูคำตอบ

too much too often

สำนวน

things can go into overdrive: คำเปรียบเทียบถึงการทำงานอย่างเข้มข้นมาก

Go into overdrive เป็นคำเปรียบเทียบที่มาจากการทำงานของเครื่องจักร หมายถึงการเริ่มทำงานด้วยความเร็วและความเข้มข้นที่สูงผิดปกติ ในที่นี้ things รวบกระบวนการต่าง ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้าให้เป็นประธานกว้าง ๆ ดังนั้น things can go into overdrive จึงหมายความว่าปฏิกิริยาโดยรวมอาจทำงานมากเกินไป Can แสดงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดทุกครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ X goes into overdrive และเมื่อเป็นอดีตจะใช้ went into overdrive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go into overdrive: When orders suddenly doubled, the small kitchen ____.

ดูคำตอบ

went into overdrive

So yes, overconsumption of sugar can have addictive effects on the brain. การใช้คำ

4:38

ดังนั้น ใช่ครับ การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอาจมีผลทำให้สมองเสพติดได้

การใช้คำ

overconsumption of sugar can have addictive effects: ข้อสรุปแบบเป็นทางการและระมัดระวัง

Overconsumption of sugar เป็นนามวลีแบบเป็นทางการ หมายถึงการบริโภคน้ำตาลมากกว่าปริมาณที่แนะนำหรือจำเป็น ส่วน have addictive effects หมายถึงก่อให้เกิดผลที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาหรือปฏิกิริยาที่คล้ายการเสพติด แต่สำนวนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่การวินิจฉัยว่าบุคคลหนึ่งมีภาวะเสพติด Can ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง กล่าวคือ ผลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดกับทุกคนหรือทุกปริมาณ ใน effects on the brain ส่วน on the brain ระบุสิ่งที่ได้รับผลกระทบ นั่นคือสมองเป็นฝ่ายได้รับผล ไม่ใช่สร้างผลนั้นขึ้นมา

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับความหมายที่เป็นทางการและระมัดระวังของข้อความที่เน้นมากที่สุด

  1. ข้อความนี้บอกว่าสมองผลิตน้ำตาลเพื่อสร้างผลที่ก่อให้เกิดการเสพติด
  2. ข้อความนี้บอกว่าน้ำตาลไม่ว่าจะปริมาณเท่าใดก็ทำให้ทุกคนเสพติดอย่างแน่นอน
  3. ข้อความนี้บอกว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลที่เกี่ยวข้องกับการเสพติด
ดูคำตอบ

ข้อความนี้บอกว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลที่เกี่ยวข้องกับการเสพติด

But a wedge of cake once in a while won't hurt you. น้ำเสียง/เจตนา

4:43

แต่เค้กสักชิ้นนานๆ ครั้ง ไม่ทำร้ายคุณหรอกครับ

น้ำเสียง/เจตนา

once in a while won't hurt: ทำให้คำเตือนอ่อนลงด้วยน้ำเสียงที่ช่วยให้สบายใจ

Once in a while บอกความถี่ต่ำ หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ใช่นิสัยที่ทำเป็นประจำ ในที่นี้ won't hurt หมายถึงจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือปัญหา โดย hurt ไม่ได้หมายถึงความเจ็บปวดทางร่างกายเท่านั้น เมื่อใช้คำเหล่านี้ร่วมกัน จะช่วยให้คำเตือนเรื่องสุขภาพฟังดูผ่อนลง โดยสื่อว่าการทำหรือกินในปริมาณจำกัดเป็นครั้งคราวมักยอมรับได้ ไม่ได้ถูกห้ามโดยสิ้นเชิง จึงเป็นคำแนะนำที่สมดุลแทนที่จะเป็นข้อห้ามแบบเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ความมั่นใจอย่างสมดุลในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ

  1. Having a small dessert once in a while won't hurt.
  2. Having a small dessert at every meal won't hurt.
  3. Having one peanut cookie once in a while won't hurt, even if you have a severe peanut allergy.
ดูคำตอบ

Having a small dessert once in a while won't hurt.