วิทยาศาสตร์แห่งความโปรดักทีฟ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
593 คำ 194 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้สรุปงานวิจัยเรื่องการเริ่มงาน การทำงานอย่างจดจ่อ การกำหนดเส้นตาย การบันทึกความคืบหน้า และการหลีกเลี่ยงงานหลายอย่างพร้อมกัน เป็นคำแนะนำด้านประสิทธิภาพที่ใช้ได้จริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. instead of downloading - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ instead of + กริยาเติม -ing เพื่อตัดการกระทำหนึ่งออก เสนอทางเลือกที่ดีกว่า และรักษารูปแบบคู่ขนาน 2. as opposed to - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้คำเปรียบต่างนี้เพื่อแยกการประเมินตามจริงออกจากการคาดเดาที่คลาดเคลื่อนเมื่ออธิบายหรือเปรียบเทียบ 3. hit the ground running - สำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าหมายถึงเริ่มลงมือทันทีอย่างมีประสิทธิภาพด้วยแผนที่เตรียมไว้ ไม่ใช่การวิ่งจริง และใช้กับงาน การเรียน หรือโครงการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In a world that seems busier by the day, วลี

0:00

ในโลกที่ดูเหมือนจะวุ่นวายขึ้นทุกวัน

productivity is on the minds of many. สำนวน

0:02

หลายคนต่างนึกถึงเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน

วลี

by the day สำหรับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในประโยคนี้ by the day หมายถึง “ยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแต่ละวันผ่านไป” โดยใช้ร่วมกับคำเปรียบเทียบขั้นกว่า busier เพื่อแสดงแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่อง โลกดูยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ยุ่งในแต่ละวันแยกกัน รูปแบบนี้มักตามหลังคำเปรียบเทียบขั้นกว่าหรือคำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนแปลง เช่น getting stronger by the day

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแต่ละวันผ่านไป”: The situation is becoming more urgent ____.

ดูคำตอบ

by the day

สำนวน

be on the minds of many: อยู่ในความสนใจของคนจำนวนมาก

To be on someone's mind หมายถึงบางสิ่งยังคงอยู่ในความคิดหรือดึงความสนใจของบุคคลนั้นไว้ ดังนั้น on the minds of many จึงบอกว่าประสิทธิภาพการทำงานเป็นเรื่องที่หลายคนคิดถึงซ้ำ ๆ หรือรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อกล่าวถึงกลุ่มคนจำนวนมาก สำนวนนี้จึงใช้รูปพหูพจน์ minds ส่วน many ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำสรรพนามและหมายถึง many people

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ดึงความสนใจของคนจำนวนมาก”: Rising food prices are ____.

ดูคำตอบ

on the minds of many

But instead of downloading the latest time management app ไวยากรณ์

0:05

แต่แทนที่จะดาวน์โหลดแอปจัดการเวลาตัวล่าสุด

or forcing yourself to stay at work for hours on end, สำนวน

0:07

หรือบังคับตัวเองให้อยู่ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ไวยากรณ์

โครงสร้าง instead of + คำกริยา-ing

ใน instead of downloading คำว่า instead of ปฏิเสธการเลือก downloading เป็นสิ่งที่จะทำ และปูทางให้มีทางเลือกอื่นตามมา ส่วนวลีที่เชื่อมขนานกันอย่าง or forcing ก็อยู่ภายใต้ instead of เช่นกัน Of เป็นคำบุพบท ดังนั้นการกระทำที่ตามหลังจึงมักใช้รูป -ing: instead of + คำกริยา-ing โครงสร้างนี้ไม่มี to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย instead of และรูปที่ถูกต้องของ use: Instead ____ the same password everywhere, use a password manager.

ดูคำตอบ

of using

สำนวน

for hours on end: ระยะเวลาที่ยาวนานและต่อเนื่อง

ในที่นี้ for hours on end หมายถึงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง หรือแทบไม่มีช่วงหยุดพัก On end ช่วยเน้น for hours ทำให้ช่วงเวลานั้นดูยาวนานผิดปกติ และมักให้ความรู้สึกเหนื่อยหรือหงุดหงิด ในสำนวนนี้ on end ไม่ได้มีความหมายด้านตำแหน่งหรือความหมายตรงตัว รูปแบบเดียวกันมักใช้กับหน่วยเวลาพหูพจน์ เช่น days, weeks หรือ months เมื่อผู้พูดต้องการเน้นระยะเวลาที่ดำเนินต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำท้ายสำนวนที่เน้นระยะเวลาเกือบต่อเนื่องโดยไม่หยุด: During the power outage, the backup alarm beeped for hours ____.

ดูคำตอบ

on end

how can we use science to crack open the potential of our minds? สำนวน

0:10

เราจะใช้วิทยาศาสตร์ปลดล็อกศักยภาพของจิตใจได้อย่างไร

สำนวน

crack open the potential: อุปมาที่เห็นภาพชัด

โดยทั่วไป crack open ใช้บรรยายการทำให้สิ่งของแข็ง ๆ แตกหรือเปิดออก แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมากับคำนามนามธรรม potential โดยวาดภาพว่าวิทยาศาสตร์ช่วยทลายกำแพง เพื่อให้ความสามารถในจิตใจที่ยังไม่ถูกนำมาใช้เริ่มปรากฏออกมา นี่เป็นภาพเปรียบเทียบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่กลุ่มคำตายตัวที่ใช้กันทั่วไป เมื่อกริยาการกระทำจับคู่กับคำนามนามธรรมเช่นนี้ ให้มองหาภาพที่กริยาสร้างขึ้น แทนที่จะตีความเฉพาะการกระทำทางกายภาพตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ crack open the potential of our minds สื่อความหมายใด

  1. ทลายข้อจำกัดเพื่อให้ความสามารถทางจิตที่ยังไม่ได้ใช้ปรากฏออกมา
  2. วัดจิตใจโดยไม่เปลี่ยนความสามารถของมัน
  3. ทุบเปิดส่วนหนึ่งของสมองจริง ๆ
ดูคำตอบ

ทลายข้อจำกัดเพื่อให้ความสามารถทางจิตที่ยังไม่ได้ใช้ปรากฏออกมา

Is there a secret to being productive?

0:14

มีเคล็ดลับในการทำงานให้มีประสิทธิภาพหรือไม่

The first thing to come to terms with is that your willpower is simply not enough. สำนวน

0:16

สิ่งแรกที่ต้องยอมรับคือ แค่พลังใจของคุณยังไม่เพียงพอ

สำนวน

come to terms with: ยอมรับความจริงที่ยาก

Come to terms with something หมายถึงการค่อย ๆ ยอมรับข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่ยาก น่าผิดหวัง หรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สำนวนนี้สื่อถึงกระบวนการปรับตัวทางความคิดหรืออารมณ์ ไม่ใช่เพียงยอมรับด้วยคำพูด ในประโยคนี้ the first thing to come to terms with หมายถึงข้อเท็จจริงที่ยากเรื่องแรกที่ต้องยอมรับ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อเท็จจริงนั้นว่า พลังใจเพียงอย่างเดียวไม่พอ ในประโยคอื่น come to terms with สามารถตามด้วยคำนาม รูป -ing หรือ the fact that ตามด้วยอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึงค่อย ๆ ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่ยาก: It took Mia time to ____ the move to a new city.

ดูคำตอบ

come to terms with

In fact,

0:20

ที่จริงแล้ว

some studies suggest that willpower is an exhaustible source that can be entirely used up. กริยาวลี

0:20

งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า พลังใจเป็นทรัพยากรที่มีวันหมดและอาจถูกใช้จนหมดเกลี้ยงได้

กริยาวลี

used up: ใช้ทรัพยากรจนหมด

Used up หมายถึง “ถูกใช้จนหมดโดยไม่เหลือเลย” คำว่า up เพิ่มความหมายของการใช้ไปจนถึงจุดสิ้นสุดให้กับ use ดังนั้นวลีนี้จึงมีความหมายชัดเจนกว่าการใช้ use เพียงคำเดียว ในที่นี้ willpower คือสิ่งที่ถูกใช้ไป จึงใช้โครงสร้างกรรมวาจก can be entirely used up รูปแบบประธานเป็นผู้กระทำและกรรมวาจกแบบเดียวกันนี้ใช้กับทรัพยากรที่มีจำกัดอื่น ๆ ได้ เช่น use up the ink หรือ the ink is used up

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ถูกใช้จนหมดอย่างสิ้นเชิง” ลงในประโยค: After we printed the posters, all the blue ink had been ____.

ดูคำตอบ

used up

This is a concept known as ego depletion. วัฒนธรรม

0:25

แนวคิดนี้เรียกว่า “ภาวะอัตตาพร่อง”

วัฒนธรรม

ego depletion: ศัพท์จิตวิทยาสำหรับการควบคุมตนเองที่อ่อนลง

Ego depletion เป็นศัพท์ทางจิตวิทยาสำหรับแนวคิดที่ว่า การใช้การควบคุมตนเองอาจทำให้เหลือความสามารถในการควบคุมตนเองน้อยลงสำหรับงานถัดไป ในที่นี้ ego หมายถึงกระบวนการทางจิตที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตนเอง ไม่ใช่ความหยิ่งหรือการประเมินตนเองสูงเกินจริง ในประโยคนี้ known as ใช้เรียกแนวคิดดังกล่าวด้วยชื่อทางวิชาการ เนื่องจากข้อความก่อนหน้าเป็นสิ่งที่งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าอาจเป็นจริง จึงควรเข้าใจ ego depletion ในที่นี้ว่าเป็นแนวคิดการวิจัยที่กำลังถูกนำเสนอ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อสงสัย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ ego depletion ในบริบททางจิตวิทยานี้

  1. ความเหนื่อยล้าทางกายที่เกิดจากการออกกำลังกายเท่านั้น
  2. ความรู้สึกภูมิใจเพราะผู้อื่นชื่นชมคุณ
  3. แนวคิดที่ว่าการควบคุมตนเองอาจอ่อนลงหลังจากใช้ความพยายามทางจิตก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

แนวคิดที่ว่าการควบคุมตนเองอาจอ่อนลงหลังจากใช้ความพยายามทางจิตก่อนหน้านี้

So instead of convincing yourself to simply try harder,

0:28

ดังนั้น แทนที่จะบอกตัวเองว่าแค่ต้องพยายามให้หนักขึ้น

a more methodical approach is suggested.

0:31

ควรใช้แนวทางที่เป็นระบบมากกว่า

The first step?

0:33

ขั้นแรกคืออะไร

Get started.

0:34

เริ่มลงมือเลย

It may seem obvious,

0:35

อาจฟังดูชัดเจนอยู่แล้ว

but studies have shown starting a project to be the biggest barrier to productivity. ไวยากรณ์

0:36

แต่งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเริ่มโครงการคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อประสิทธิภาพในการทำงาน

ไวยากรณ์

shown starting a project to be: โครงสร้าง show + กรรม + to be

ในโครงสร้าง show + object + to be + complement กรรมคือบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่หลักฐานแสดงว่ามีสถานะหรือคุณสมบัติบางอย่าง ในประโยคนี้ studies เป็นประธาน starting a project เป็นกรรมของ shown และ the biggest barrier to productivity เป็นส่วนเติมเต็มหลัง to be กริยารูป infinitive อย่าง to be ไม่ได้บอกจุดประสงค์ แต่เชื่อม starting a project เข้ากับข้อสรุปจากงานวิจัย ทำให้ประโยคมีความหมายแบบเป็นทางการว่า งานวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่าการเริ่มต้นโครงการเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างทางการ show + object + to be: The audit ____ the old process ____ too expensive.

ดูคำตอบ

showed · to be

Before starting,

0:40

ก่อนจะเริ่ม

our brain visualizes the hardest parts to come

0:41

สมองของเราจะนึกภาพส่วนที่ยากที่สุดที่รออยู่

and instead tries to simulate real work by focusing on small mindless tasks.

0:43

แล้วพยายามทำเหมือนว่ากำลังทำงานจริงด้วยการจดจ่อกับงานเล็ก ๆ ที่แทบไม่ต้องใช้ความคิด

Luckily,

0:48

โชคดีที่

there's a construct of the mind known as the Zeigarnik effect, วัฒนธรรม

0:49

มีกลไกทางจิตที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ Zeigarnik”

which compels humans to finish a task that they've already started. ไวยากรณ์

0:52

ซึ่งผลักดันให้มนุษย์ทำงานที่เริ่มไว้แล้วให้เสร็จ

วัฒนธรรม

ปรากฏการณ์ไซการ์นิก: แรงดึงดูดทางใจจากงานที่ยังไม่เสร็จ

ปรากฏการณ์ไซการ์นิกคือแนวโน้มที่งานซึ่งยังไม่เสร็จหรือถูกขัดจังหวะจะยังคงทำงานอยู่ในใจ และกลับมาเรียกความสนใจได้ง่ายกว่างานที่เสร็จแล้ว ในประโยคนี้ อนุประโยคขยายที่ตามมาให้คำอธิบายเชิงปฏิบัติว่า เมื่อคนเราเริ่มทำงานแล้ว สถานะที่ยังค้างคาอาจสร้างแรงกดดันให้ทำงานนั้นให้เสร็จ คำนี้ไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่งหรือความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความตึงเครียดทางการรับรู้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งซึ่งยังไม่เสร็จ และสนับสนุนแนวคิดที่ว่าการเริ่มลงมืออาจทำให้มีโอกาสลงมือทำต่อมากขึ้น

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงปรากฏการณ์ไซการ์นิกได้ดีที่สุด

  1. รายงานที่ยังไม่เสร็จผุดขึ้นมาในใจซ้ำ ๆ จนกว่าคุณจะทำมันเสร็จ
  2. คุณลืมรายงานที่เสร็จแล้ว เพราะคุณไม่เคยใส่ใจมันเลย
  3. คุณเลื่อนทำรายงานทุกฉบับเพียงเพราะไม่ชอบการเขียน
ดูคำตอบ

รายงานที่ยังไม่เสร็จผุดขึ้นมาในใจซ้ำ ๆ จนกว่าคุณจะทำมันเสร็จ

ไวยากรณ์

compels humans to finish: cấu trúc compel someone to do something

ในประโยคนี้ compels humans to finish หมายถึง “ผลักดันมนุษย์อย่างมากให้ทำจนเสร็จ” โครงสร้างไวยากรณ์คือ compel + คนหรือกลุ่มคน + กริยา infinitive ที่มี to ได้แก่ compels + humans + to finish ประธานอาจเป็นบุคคล ผู้มีอำนาจ กฎ สถานการณ์ หรือผลทางจิตวิทยาอย่างในประโยคนี้ก็ได้ Compel แสดงว่าการกระทำเกิดจากแรงกดดันหรือความจำเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงการเสนอแนะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ compel และเครื่องหมาย infinitive ที่จำเป็น: The evacuation order ____ the residents ____ leave immediately.

ดูคำตอบ

compelled · to

The Zeigarnik effect shows that when we don't finish a task,

0:55

ปรากฏการณ์ Zeigarnik แสดงให้เห็นว่า เมื่อเราทำงานไม่เสร็จ

we experience discomfort and intrusive thoughts about it.

0:58

เราจะรู้สึกไม่สบายใจและมีความคิดเรื่องนั้นแทรกเข้ามารบกวน

So get started now.

1:01

เพราะฉะนั้น เริ่มลงมือตอนนี้เลย

What about time management?

1:02

แล้วการจัดการเวลาล่ะ

Shockingly,

1:04

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ

when we look at some of the most elite musicians in the world,

1:05

เมื่อเราศึกษานักดนตรีชั้นยอดของโลก

we find that they aren't necessarily practicing more, ไวยากรณ์

1:07

เราพบว่าพวกเขาไม่ได้ฝึกซ้อมมากกว่าเสมอไป

but instead more deliberately.

1:10

แต่ฝึกอย่างมีเป้าหมายมากกว่า

ไวยากรณ์

aren't necessarily ... but instead ...: การแก้ไขอย่างระมัดระวัง

Aren't necessarily practicing more จำกัดข้อกล่าวที่ว่านักดนตรีระดับสูงฝึกในปริมาณมากกว่า โดยหมายความว่าข้อกล่าวนั้นไม่ได้จริงเสมอไปหรือไม่ได้เป็นจริงโดยอัตโนมัติ ไม่ได้หมายความว่าผิดทั้งหมด But instead more deliberately เปลี่ยนจุดสนใจจากปริมาณไปเป็นวิธีการ มีการละคำ practicing ที่ซ้ำกันไว้ คือ “but instead [practicing] more deliberately” รูปแบบ not necessarily X, but instead Y จะลดความแน่นอนของคำอธิบายที่ถูกสันนิษฐานไว้ก่อน แล้วจึงระบุสิ่งเปรียบต่างที่เกี่ยวข้องมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมการแก้ไขอย่างระมัดระวังด้วย necessarily และ instead: Her presentation wasn't ____ longer, but ____ better organized.

ดูคำตอบ

necessarily · instead

This is because they spend more time focused on the hardest task

1:12

เพราะพวกเขาใช้เวลามากขึ้นในการจดจ่อกับงานที่ยากที่สุด

and focus their energy in packets.

1:15

และทุ่มพลังเป็นช่วง ๆ

Instead of diluting their effort over the entire day, สำนวน

1:18

แทนที่จะกระจายความพยายามไปตลอดทั้งวัน

they have periods of intense work followed by breaks. ไวยากรณ์

1:20

พวกเขาจะทำงานอย่างเข้มข้นเป็นช่วง ๆ แล้วหยุดพัก

สำนวน

diluting their effort: กระจายความพยายามจนบางเกินไป

ในประโยคนี้ diluting their effort เป็นอุปลักษณ์ โดยมองความพยายามที่มีอยู่เหมือนสารเข้มข้นซึ่งอ่อนลงเมื่อกระจายไปตลอดทั้งวัน หมายถึงการกระจายความพยายามกว้างเกินไปหรือนานเกินไปจนแต่ละช่วงมีความเข้มข้นลดลง วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาใส่ใจน้อยลงหรือทำงานคุณภาพต่ำลง แต่เน้นว่านำพลังงานจำนวนจำกัดเท่าเดิมไปจัดสรรอย่างไร และการเปรียบเทียบกับช่วงทำงานเข้มข้นสลับกับการพักทำให้ความหมายนี้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ทีมขนาดเล็กดูแลโครงการยี่สิบโครงการพร้อมกัน จึงไม่มีโครงการใดได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง “They are diluting their effort” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาพักช่วงสั้น ๆ หลังจากทำงานอย่างเข้มข้น
  2. พวกเขาจงใจลดคุณภาพของงาน
  3. พวกเขากระจายความพยายามที่มีจำกัดกว้างเกินไปจนผลกระทบอ่อนลง
ดูคำตอบ

พวกเขากระจายความพยายามที่มีจำกัดกว้างเกินไปจนผลกระทบอ่อนลง

ไวยากรณ์

Followed by: บอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นต่อมา

ใน periods of intense work followed by breaks คำว่า followed by เป็นโครงสร้างกรรมวาจกแบบย่อที่วางไว้หลังวลีนาม มีโครงสร้างพื้นฐานเหมือน periods of intense work that are followed by breaks โครงสร้างนี้บอกลำดับ โดยการพักเกิดขึ้นหลังช่วงทำงานแต่ละช่วง ไม่ได้หมายความว่า work เป็นฝ่ายตาม breaks แต่รูปกรรมวาจกนำเสนอเหตุการณ์แรกแล้วระบุสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา

แบบฝึกหัด

เติมกำหนดการด้วยวลีกรรมวาจกบอกลำดับที่กระชับ: The workshop starts with a demonstration, ____ guided practice.

ดูคำตอบ

followed by

Not relying on willpower,

1:23

พวกเขาไม่พึ่งพาพลังใจ

they rely on habit and disciplined scheduling.

1:25

แต่พึ่งพานิสัยและการจัดตารางอย่างมีวินัย

Studies have found that the most elite violinists in the world

1:27

งานวิจัยพบว่า นักไวโอลินชั้นยอดของโลก

generally follow a 90-minute work regime with a 15-to-20-minute break afterwards.

1:30

มักฝึกซ้อมครั้งละ 90 นาที แล้วพัก 15 ถึง 20 นาที

Instead of trying to maintain energy throughout the entire day,

1:35

แทนที่จะพยายามรักษาระดับพลังงานไว้ตลอดทั้งวัน

breaking it down into sessions with planned relaxation is most effective. กริยาวลี

1:38

การแบ่งงานเป็นช่วง ๆ พร้อมวางแผนเวลาพักจะได้ผลดีที่สุด

กริยาวลี

แบ่งออกเป็นช่วงที่เล็กลง

ในที่นี้ breaking it down หมายถึงการแบ่งตารางเวลาของทั้งวันออกเป็นช่วงที่เล็กลงและจัดการได้ง่ายขึ้น คำสรรพนาม it หมายถึงวันทั้งวันที่มองเป็นช่วงเวลาหนึ่งก้อน ในความหมายนี้ break something down เป็นกริยาวลีแบบมีกรรมที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า break the schedule down หรือ break down the schedule แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำประกอบเป็น break it down โครงสร้างนี้มักตามด้วย into + ส่วนต่าง ๆ หรือ by + หมวดหมู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียน โดยวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: The project feels overwhelming, so let's ____ into four smaller tasks.

ดูคำตอบ

break it down

But how can you develop the discipline to follow this routine?

1:42

แต่คุณจะสร้างวินัยเพื่อทำตามกิจวัตรนี้ได้อย่างไร

One key component is giving yourself a deadline. วลี

1:45

องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งคือ การกำหนดเส้นตายให้ตัวเอง

วลี

กำหนดเส้นตายให้ตัวเอง

Giving yourself a deadline หมายถึงการตั้งใจเลือกเวลาสุดท้ายที่ตนเองต้องทำงานให้เสร็จ Yourself แสดงว่าคนที่ทำงานเป็นคนกำหนดข้อจำกัดด้านเวลาให้ตัวเองด้วย ส่วน deadline คือขีดจำกัดสุดท้าย ไม่ใช่วันใดวันหนึ่งในตารางทั่วไป ใน One key component is giving yourself a deadline อนุประโยค -ing คือ giving yourself a deadline ทำหน้าที่ระบุว่าองค์ประกอบสำคัญนั้นคืออะไร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + a deadline สามารถเติม to + กริยาเพื่อบอกงาน และ by + เวลาเพื่อบอกขีดจำกัดสุดท้าย เช่น give yourself a deadline to finish by Friday

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: To keep the task from dragging on, Mia decided to ____: she would submit it by Friday.

ดูคำตอบ

give herself a deadline

Write it down, mark it in your calendar,

1:48

จดไว้และทำเครื่องหมายในปฏิทิน

and you'll be much more likely to complete your task. ไวยากรณ์

1:50

แล้วโอกาสที่คุณจะทำงานสำเร็จก็จะสูงขึ้นมาก

ไวยากรณ์

much more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน: โอกาสที่สูงขึ้นมาก

โครงสร้าง be much more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเงื่อนไขหนึ่งทำให้โอกาสเกิดการกระทำเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในประโยคนี้ การจดงานและใส่ไว้ในปฏิทินถูกนำไปเปรียบเทียบกับการไม่ทำขั้นตอนเหล่านั้น more likely เป็นรูปเปรียบเทียบที่ปกติใช้กับ likely และ much ใช้เพิ่มน้ำหนักให้การเปรียบเทียบ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + much more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่แสดงว่าโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างมาก: If you pack your bag the night before, you're ____ leave home on time.

ดูคำตอบ

much more likely to

On top of this, ลำดับความ

1:53

นอกจากนี้

create something called an accountability chart to document your progress.

1:54

ให้สร้างสิ่งที่เรียกว่า “ตารางติดตามความรับผิดชอบ” เพื่อบันทึกความคืบหน้าของคุณ

ลำดับความ

On top of this ในฐานะคำเชื่อมแสดงการเพิ่มเติม

เมื่ออยู่ต้นประโยค On top of this ใช้นำเสนออีกประเด็นหนึ่งที่เพิ่มจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ this อ้างถึงคำแนะนำก่อนหน้า และวลีนี้บอกว่าการสร้างแผนภูมิเป็นมาตรการเพิ่มเติม ไม่ใช่ผลลัพธ์หรือสิ่งที่ขัดแย้งกัน วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลแบบสะสมเป็นลำดับ คือเสนอคำแนะนำหนึ่งข้อก่อน แล้วเพิ่มคำแนะนำที่สนับสนุนอีกข้อ ในการใช้นี้ on top of เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: You should save a copy on your computer. ตัวเลือกใดเหมาะที่สุดสำหรับขึ้นต้นประโยคใหม่ที่เพิ่มคำแนะนำให้เก็บสำเนาอีกชุดไว้ในโฟลเดอร์ออนไลน์ที่ปลอดภัย?

  1. On the other hand
  2. As a result
  3. On top of this
ดูคำตอบ

On top of this

In one column, ไวยากรณ์

1:58

ในคอลัมน์หนึ่ง

write the time span and in the other

1:59

ให้เขียนช่วงเวลา และในอีกคอลัมน์

the activities you accomplished during this time.

2:00

ให้เขียนกิจกรรมที่คุณทำสำเร็จในช่วงเวลานั้น

ไวยากรณ์

In one column, ... in the other: โครงสร้างคู่สำหรับสองส่วน

โครงสร้างคู่ in one ..., in the other ... ใช้แบ่งข้อมูลหรือการกระทำระหว่างสองสิ่ง ในประโยคนี้ สิ่งทั้งสองคือสองคอลัมน์ โดยใส่ช่วงเวลาไว้ในคอลัมน์หนึ่งและใส่กิจกรรมไว้ในคอลัมน์ที่สอง ภาษาอังกฤษสามารถละคำที่ซ้ำได้เมื่อความหมายยังชัดเจน ตรงนี้ in the other เป็นรูปย่อของ in the other column, write โดยเข้าใจคำนามและคำกริยาที่ละไว้ได้จากคำสั่งส่วนแรก

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งในใบงานที่มีช่องสองช่องพอดีให้สมบูรณ์: In one box, draw the problem; ____, draw the solution.

ดูคำตอบ

in the other

Similar to those on a diet who document their food intake,

2:03

เช่นเดียวกับคนลดน้ำหนักที่บันทึกอาหารที่กินเข้าไป

writing down your progress allows you to realistically evaluate your work

2:06

การจดความคืบหน้าช่วยให้คุณประเมินงานตามความเป็นจริง

as opposed to inaccurately assuming what you've done. วลี

2:10

แทนที่จะคาดเดาอย่างคลาดเคลื่อนว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้าง

วลี

as opposed to: การแสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน

As opposed to ใช้แสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยนำสิ่งหนึ่งมาเปรียบเทียบกับอีกสิ่งหนึ่งหรือเสนอให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในประโยคนี้ การบันทึกความก้าวหน้าช่วยให้ประเมินได้ตามความเป็นจริง ซึ่งตรงข้ามกับการคาดเดาอย่างไม่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว ในวลีนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ Inaccurately assuming เป็นกิจกรรมที่นำมาเปรียบเทียบ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าใครคัดค้านกิจกรรมนั้นอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคโดยเปรียบเทียบรูปแบบการเรียนสองแบบอย่างเป็นกลาง แทนที่จะเพิ่มอีกแบบหรือแสดงการคัดค้าน? The course uses online lessons ___ classroom lessons.

  1. is opposed to
  2. because of
  3. as opposed to
  4. in addition to
ดูคำตอบ

as opposed to

Furthermore,

2:13

ยิ่งไปกว่านั้น

tracking your progress helps to avoid small, mindless work.

2:14

การติดตามความคืบหน้ายังช่วยให้เลี่ยงงานเล็ก ๆ ที่ทำไปโดยไม่ทันคิด

And finally,

2:17

และสุดท้าย

stop multitasking.

2:18

เลิกทำหลายอย่างพร้อมกัน

While it may feel like you're accomplishing more, ลำดับความ

2:19

แม้อาจรู้สึกว่าคุณทำอะไรได้มากขึ้น

studies show that multitaskers are much less productive.

2:21

แต่งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนที่ทำหลายอย่างพร้อมกันมีประสิทธิภาพต่ำกว่ามาก

ลำดับความ

While it may feel like ... studies show that: ยอมรับความรู้สึกก่อน แล้วจึงเสนอหลักฐาน

While it may feel like ... เปิดด้วยการยอมรับข้อหนึ่งก่อนโต้แย้ง กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับว่าความรู้สึกส่วนตัวนั้นอาจดูสมเหตุสมผล แต่ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นความจริง ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” และ may แสดงว่าความรู้สึกนั้นอาจเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว studies show that ... จากนั้นเปลี่ยนจุดสนใจจากความรู้สึกไปเป็นหลักฐาน สองส่วนนี้ร่วมกันสร้างลำดับการโต้แย้งว่า “ยอมรับสิ่งที่ดูเหมือนจริงก่อน แล้วจึงแก้ไขหรือจำกัดข้อสรุปนั้นด้วยหลักฐานที่หนักแน่นกว่า”

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้จัดการกับแนวคิดที่ว่า “การทำหลายอย่างพร้อมกันให้ความรู้สึกว่ามีประสิทธิภาพ” อย่างไร

  1. ประโยคยอมรับความรู้สึกนั้นเป็นหลักฐานว่าการทำหลายอย่างพร้อมกันได้ผล
  2. ประโยคบอกว่าความรู้สึกกับงานวิจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ประโยคยอมรับความรู้สึกนั้นก่อน แล้วจึงเปรียบต่างกับหลักฐานจากงานวิจัย
ดูคำตอบ

ประโยคยอมรับความรู้สึกนั้นก่อน แล้วจึงเปรียบต่างกับหลักฐานจากงานวิจัย

Instead,

2:24

แทนที่จะทำเช่นนั้น

try and make a list at night of what you want to accomplish tomorrow. การใช้คำ

2:25

ลองเขียนรายการตอนกลางคืนว่า พรุ่งนี้คุณอยากทำอะไรให้สำเร็จบ้าง

การใช้คำ

try and make: รูปแบบไม่เป็นทางการแทน try to make

try and make เป็นรูปแบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไป โดย try and + กริยารูปพื้นฐานมักมีความหมายเท่ากับ try to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้เป็นคำแนะนำเพียงอย่างเดียว คือให้เขียนรายการ ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่แยกกันและเชื่อมด้วย and หลัง try and ที่เป็นประโยคคำสั่ง กริยาถัดไปจะคงอยู่ในรูปพื้นฐาน หากต้องการใช้ได้อย่างกว้างขวางและมั่นใจในงานเขียนที่เป็นทางการ ประโยคปฏิเสธ ข้อความเกี่ยวกับอดีต และรูปกริยาที่ซับซ้อนกว่า try to make เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

แบบฝึกหัด

ในคำแนะนำแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการ ให้เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบ try and: “____ a list before bed.”

ดูคำตอบ

Try and make

This way,

2:28

วิธีนี้

you hit the ground running with your action plan สำนวน

2:29

คุณจะเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการได้ทันที

สำนวน

hit the ground running: เริ่มอย่างมีประสิทธิภาพทันที

“Hit the ground running” หมายถึงการเริ่มงาน โครงการ หรือช่วงการทำงานใหม่ แล้วลงมืออย่างกระตือรือร้นและมีประสิทธิภาพทันที ความหมายมากกว่าแค่เริ่มเร็ว เพราะสื่อว่าบุคคลนั้นพร้อมสร้างความก้าวหน้าโดยไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนาน ในประโยคนี้ การเตรียมแผนปฏิบัติการไว้ล่วงหน้าช่วยให้คุณเริ่มวันถัดไปด้วยงานที่ชัดเจนและแรงส่งที่ดี ภาพของการวิ่งเป็นเพียงความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการวิ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เริ่มทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทันที” ลงในประโยค: You have your schedule, files, and access ready, so you can ____ on your first day.

ดูคำตอบ

hit the ground running

and avoid trying to complete multiple activities at once.

2:31

และไม่ต้องพยายามทำหลายกิจกรรมให้เสร็จพร้อมกัน

While you're at it, สำนวน

2:34

ไหน ๆ ก็ทำแล้ว

split up your large tasks into smaller bite-sized ones. โน้ต

2:35

ให้แบ่งงานใหญ่เป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จัดการได้ง่าย

สำนวน

While you're at it: เพิ่มการกระทำที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน

“While you're at it” ใช้เพิ่มการกระทำอีกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ฟังกำลังทำอยู่หรือได้ตกลงว่าจะทำแล้ว มีความหมายว่า “ไหน ๆ ก็กำลังจัดการเรื่องนั้นอยู่ ก็ทำเรื่องนี้เพิ่มด้วย” การกระทำทั้งสองไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกันอย่างเคร่งครัด ในประโยคนี้ การจัดทำแผนปฏิบัติการเปิดโอกาสให้แบ่งงานใหญ่เป็นงานเล็กลง โดยถือเป็นขั้นตอนการวางแผนเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสนทนาที่ใช้เพิ่มงานที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้ฟังกำลังจัดการงานแรกอยู่แล้ว: Please replace the printer paper, and ____, check whether the ink is low.

ดูคำตอบ

while you're at it

กริยาวลี

split up ... into smaller parts: แบ่งออกเป็นส่วนที่เล็กลง

ในที่นี้ split up หมายถึงการแบ่งงานใหญ่ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ หลายส่วน กรรม your large tasks ระบุสิ่งที่ถูกแบ่ง ส่วน into smaller bite-sized ones อธิบายส่วนที่ได้จากการแบ่ง โดย ones ใช้แทน tasks สำนวนนี้ทำให้มองงานจำนวนมากเป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่จัดการแยกกันได้ ในบริบทอื่น สิ่งที่แบ่งอาจเป็นงาน ค่าใช้จ่าย เวลา หรือกลุ่มคนก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ split up ในลำดับที่แยกคำ: Please ____ the work ____ into four stages.

ดูคำตอบ

split · up

การใช้คำ

bite-sized: ขนาดเล็กและจัดการได้ง่าย

ตามความหมายตรงตัว bite-sized ใช้อธิบายอาหารที่เล็กพอจะกินได้ในคำเดียว แต่ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือ งานย่อยมีขอบเขตจำกัด จึงเข้าใจและทำให้เสร็จได้ง่ายโดยไม่รู้สึกว่ามากเกินไป เมื่อเป็นคำคุณศัพท์ประสม bite-sized ใช้อธิบายหน่วยข้อมูล การเรียนรู้ หรืองานที่จัดการได้ โดยเน้นขนาดที่พอเหมาะและสะดวกต่อการจัดการ ไม่ได้พูดถึงการกิน

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ซึ่งสร้างจาก bite + sized และหมายถึงเล็กพอที่จะจัดการได้: The course is organized into ____ lessons.

ดูคำตอบ

bite-sized

Your brain will find these less daunting ไวยากรณ์

2:38

สมองของคุณจะรู้สึกว่างานเหล่านี้ไม่น่าหนักใจเท่าเดิม

and it will make the starting process easier.

2:40

และทำให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

find + กรรม + คำคุณศัพท์ เทียบกับ make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน find these less daunting คำว่า find หมายถึง “มองว่า” หรือ “รู้สึกว่า” ไม่ใช่ “ค้นพบ” โครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายการประเมินกรรมของประธาน กล่าวคือ สมองมองว่างานย่อย ๆ น่าหวั่นใจน้อยลง ใน make the starting process easier คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิดสภาพหนึ่ง” ไม่ใช่ “ผลิต” โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายผลที่เกิดจากการกระทำ กล่าวคือ การแบ่งงานเป็นส่วนเล็ก ๆ ทำให้ขั้นตอนการเริ่มต้นง่ายขึ้น ในทั้งสองโครงสร้าง คำคุณศัพท์ขยายกรรมโดยตรง จึงไม่เติม be ไว้ตรงกลาง

แบบฝึกหัด

เติม find และ make ตามลำดับที่ถูกต้อง: Many students ____ short checklists less stressful because checklists ____ the first step clearer.

ดูคำตอบ

find · make

With a clear goal and action plan in mind, วลี

2:43

เมื่อมีเป้าหมายและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในใจ

your productivity levels can soar to new heights. สำนวน

2:45

ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณก็ทะยานขึ้นสู่ระดับใหม่ได้

วลี

with a clear goal and action plan in mind: โดยคำนึงถึงเป้าหมายและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน

With a clear goal and action plan in mind เป็นวลี with ที่อยู่ต้นประโยคและใช้กำหนดเงื่อนไขหรือมุมมองให้กับใจความหลัก หมายถึงการคำนึงถึงเป้าหมายและแผนอย่างมีสติขณะลงมือทำ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ with + นามวลี + in mind ใช้เกริ่นเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ข้อจำกัด หรือปัจจัยอื่นที่ใช้กำกับแผน การออกแบบ หรือการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “โดยคำนึงถึงนักเรียนอายุน้อย” ลงในประโยค: Design the schedule with younger students ____.

ดูคำตอบ

in mind

สำนวน

soar to new heights: พัฒนาอย่างมากสู่ระดับใหม่

ในประโยคนี้ soar to new heights เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการพัฒนาอย่างมากและไปถึงระดับที่สูงกว่าเดิม ประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้บินขึ้นจริง ๆ โดย soar สร้างภาพของการพุ่งสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ส่วน new heights สื่อถึงการก้าวข้ามผลงานที่ผ่านมา คำกริยาช่วย can นำเสนอการพัฒนานี้ว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน วลีทั้งหมดจึงมีน้ำเสียงที่แรงและเชิงส่งเสริมมากกว่าการพูดเพียงว่า productivity can increase

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เห็นภาพซึ่งหมายถึง “พัฒนาอย่างมากจนก้าวข้ามระดับเดิม”: With the new training plan, the team’s performance could ____.

ดูคำตอบ

soar to new heights

Want more tips and information on productivity?

2:48

อยากได้เคล็ดลับและข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มเติมไหม

Check out Gregory Ciotti's blog Sparring Mind,

2:50

ลองเข้าไปดูบล็อก Sparring Mind ของ Gregory Ciotti

who we worked with to make this video.

2:53

เราได้ร่วมงานกับเขาเพื่อทำวิดีโอนี้

We'll link to the productivity article in the description

2:55

เราจะใส่ลิงก์บทความเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานไว้ในคำอธิบาย

where you can find even more information.

2:57

ซึ่งคุณจะเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้

And be sure to sign up for his newsletter,

2:59

และอย่าลืมสมัครรับจดหมายข่าวของเขา

which covers other amazing brainy content.

3:01

ซึ่งมีเนื้อหาดี ๆ เรื่องสมองอีกมากมาย

Got a burning question you want answered? สำนวน

3:03

มีคำถามคาใจที่อยากได้คำตอบไหม

สำนวน

burning question: คำถามสำคัญที่อยากได้คำตอบอย่างมาก

A burning question คือคำถามสำคัญที่ใครบางคนอยากได้คำตอบเป็นอย่างมาก Burning เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงความเร่งด่วนหรือความอยากรู้อย่างแรงกล้า ไม่ได้หมายถึงคำถามที่กำลังไหม้จริง ๆ และไม่ได้สื่อถึงความโกรธ ในที่นี้ วลีที่ดึงดูดความสนใจใช้เชิญชวนผู้ชมให้ส่งคำถาม ทำให้คำเชิญธรรมดาฟังดูมีชีวิตชีวาและชวนให้รู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงคำถามสำคัญซึ่งใครบางคนอยากได้คำตอบเป็นอย่างมาก: Before the interview ended, Lena said, “I still have one ____ for the director.”

ดูคำตอบ

burning question

Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.

3:05

ถามได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter

And subscribe for more weekly science videos.

3:07

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์