คุณสามารถไขปริศนาของเลโอนาร์โด ดา วินชีได้หรือไม่? - Tanya Khovanova: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: ปริศนาห้องนิรภัยลับของเลโอนาร์โด ดา วินชี ใช้อธิบาย “จำนวนอัตชีวประวัติ” ซึ่งแต่ละหลักบอกความถี่ของตัวเลขภายในจำนวนเดียวกัน ผู้บรรยายเปลี่ยนนิยามนี้เป็นข้อจำกัดเกี่ยวกับผลรวม เลขศูนย์ และหลักที่ไม่ใช่ศูนย์ จนหาคำตอบสิบหลักที่มีเพียงคำตอบเดียวได้ ก่อนปิดเรื่องด้วยการเล่นคำที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ค้นพบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what's called — วลีสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้วิธีเกริ่นชื่อศัพท์คณิตศาสตร์ที่ผู้ฟังอาจยังไม่รู้ก่อนอธิบายความหมายอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งใช้ได้ในการอธิบาย การนำเสนอ และการสอน 2. if it included a six and a seven, then some digit would have to appear six times — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้ if–then เพื่อตั้งสมมติฐาน และใช้ would have to เพื่อบอกผลที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น จึงสามารถอธิบายข้อขัดแย้งในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ได้ชัดเจน 3. long-lost autobiography. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า long-lost เพิ่มบรรยากาศลึกลับให้การค้นพบ ส่วน autobiography ย้อนเชื่อมกับ autobiographical numbers ทำให้ตอนจบผูกเรื่องการตามหาสมบัติเข้ากับคำตอบอย่างกระชับ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You’ve found Leonardo da Vinci's secret vault secured by a series of combination locks. โน้ต
0:07คุณได้พบห้องนิรภัยลับของเลโอนาร์โด ดา วินชี ซึ่งถูกล็อคไว้ด้วยแม่กุญแจรหัสหลายตัว
Leonardo da Vinci's: การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและรูปแสดงความเป็นเจ้าของ
Leonardo da Vinci หรือเลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นศิลปินและนักประดิษฐ์ยุคเรอเนซองส์ ชื่อของเขามักทำให้นึกถึงความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่น การประดิษฐ์ และความลึกลับ การใช้ชื่อนี้จึงช่วยสร้างบรรยากาศของปริศนาทางประวัติศาสตร์ที่ชาญฉลาด 's ที่แสดงความเป็นเจ้าของเชื่อมห้องนิรภัยลับเข้ากับเขา Leonardo da Vinci's secret vault หมายถึงห้องนิรภัยที่เรื่องราวกำหนดว่าเป็นของเขาหรือเกี่ยวข้องกับเขา da Vinci เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบุคคล ไม่ใช่ชื่อสถานที่หรือสิ่งของ นี่เป็นฉากสมมติของเรื่อง ไม่ใช่คำยืนยันว่าห้องนิรภัยดังกล่าวเคยมีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
ชื่อบุคคลและรูปแสดงความเป็นเจ้าของทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แสดงว่า Leonardo เป็นชื่อยี่ห้อของกุญแจรหัส
- แสดงว่า da Vinci เป็นสถานที่ตั้งของห้องนิรภัย
- เชื่อมห้องนิรภัยเข้ากับเลโอนาร์โด ดา วินชี และเพิ่มภาพเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ การประดิษฐ์ และความลึกลับ
ดูคำตอบ
เชื่อมห้องนิรภัยเข้ากับเลโอนาร์โด ดา วินชี และเพิ่มภาพเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ การประดิษฐ์ และความลึกลับ
a series of + คำนามพหูพจน์
a series of หมายถึง “สิ่งที่เกี่ยวข้องกันหลายอย่างซึ่งมองรวมเป็นกลุ่มหรือลำดับ” ใน a series of combination locks มีกุญแจมากกว่าหนึ่งตัว และกุญแจเหล่านั้นเป็นขั้นตอนที่เชื่อมโยงกันของภารกิจ โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ a series of + คำนามนับได้พหูพจน์ เช่น a series of questions และ a series of tests คำว่า series หมายถึงทั้งกลุ่ม ส่วนคำนามพหูพจน์หมายถึงสมาชิกแต่ละรายการในกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety check includes ____ simple tests.
ดูคำตอบ
a series of
combination locks: กุญแจล็อกที่เปิดด้วยรหัส
combination lock คือกุญแจล็อกที่เปิดด้วยการใส่หรือหมุนให้ตรงกับลำดับตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ถูกต้อง ในคำนามประสมนี้ combination หมายถึงรหัสที่ใช้เปิดล็อก ไม่ได้หมายถึงการนำกุญแจล็อกหลายตัวมารวมกัน รูปพหูพจน์ combination locks หมายถึงกุญแจล็อกชนิดนี้มากกว่าหนึ่งตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ combination lock ตามความหมายที่เรียนในบทนี้ได้ถูกต้อง
- A combination lock opens when the correct code is entered.
- A combination lock is a key that fits several doors.
- A combination lock is made by fastening several locks together.
ดูคำตอบ
A combination lock opens when the correct code is entered.
Fortunately, your treasure map has three codes:
0:14โชคดีที่แผนที่ขุมทรัพย์ของคุณมีรหัสมาให้สามชุด:
appears to be missing: การสรุปอย่างระมัดระวัง
appears to be missing หมายความว่าบางสิ่งดูเหมือนจะไม่อยู่หรือสูญหาย ผู้พูดกำลังสรุปจากสิ่งที่สังเกตได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าตนแน่ใจอย่างสมบูรณ์ รูปแบบคือ subject + appear(s) to be + สภาพหรือคำบรรยาย รูปแบบนี้ช่วยให้บอกสถานการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง เช่น The box appears to be empty.
แบบฝึกหัด
คุณหาไฟล์ไม่พบ แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าไฟล์หายไปจริง ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- The file appears to miss.
- The file appears to be missing.
- The file is definitely missing.
ดูคำตอบ
The file appears to be missing.
Looks like you're going to have to figure it out on your own. โน้ต
0:25ดูเหมือนคุณจะต้องหาคำตอบนี้ด้วยตัวเองเสียแล้ว
Looks like + ประโยค: ใช้เกริ่นข้อสรุปจากหลักฐาน
Looks like + ประโยค ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้จากสิ่งที่มองเห็นหรือสถานการณ์ปัจจุบัน ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้บรรยายรูปลักษณ์ แต่กำลังบอกว่าสถานการณ์ที่ตามมานั้นดูมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ รูปนี้มักย่อมาจาก It looks like... หลัง like สามารถตามด้วยประโยคที่สมบูรณ์ได้ เช่น you're going to have to... ผู้พูดกำลังประเมินสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีหน้าตาคล้ายอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
คุณเห็นสนามกีฬาที่ว่างเปล่าและประกาศยกเลิก ประโยคใดใช้เกริ่นข้อสรุปได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- The game looks like canceled.
- Looks to the game has been canceled.
- Looks like the game has been canceled.
ดูคำตอบ
Looks like the game has been canceled.
be going to have to + กริยารูปพื้นฐาน: ความจำเป็นในอนาคต
be going to have to + กริยารูปพื้นฐาน รวมความหมายของอนาคตเข้ากับความจำเป็น รูปของ be เปลี่ยนตามประธาน ได้แก่ I am, you/we/they are และ he/she/it is ในตัวอย่าง you're หมายถึง you are ดังนั้น going to have to figure จึงเป็นกลุ่มกริยาชุดเดียว หมายความว่าสถานการณ์จะทำให้จำเป็นต้องหาคำตอบในขั้นต่อไป ไม่ได้หมายความว่า going และ having เป็นการกระทำสองอย่างที่แยกกัน
แบบฝึกหัด
ใช้วลี going to have to ตามรูปที่กำหนดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Because one player is sick, we're ____ change the lineup.
ดูคำตอบ
going to have to
figure it out: เข้าใจหรือหาวิธีแก้
Figure something out หมายถึงเข้าใจบางอย่างหรือหาวิธีแก้ได้ด้วยการคิด สืบค้น หรือลองทำ ในประโยคนี้ it หมายถึงปัญหาที่ต้องแก้ Figure out เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it หรือ them ต้องวางไว้ระหว่าง figure กับ out จึงใช้ figure it out ไม่ใช่ figure out it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย figure ... out โดยวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: This riddle is tricky, but I can ____.
ดูคำตอบ
figure it out
There's something those first two numbers have in common. วลี
0:29ตัวเลขสองชุดแรกนั้นมีบางอย่างที่เหมือนกัน
have ... in common: มีลักษณะร่วมกัน
Have ... in common หมายถึงคนหรือสิ่งของตั้งแต่สองรายขึ้นไปมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ให้วางลักษณะหรือจำนวนที่มีร่วมกันไว้ระหว่าง have กับ in common เช่น have one hobby in common หรือ have a lot in common ในประโยคนี้ something หมายถึงลักษณะที่มีร่วมกัน และ those first two numbers คือสองสิ่งที่มีลักษณะนั้น โครงสร้างนี้บอกให้มองหาคุณสมบัติหนึ่งอย่างที่เป็นจริงสำหรับตัวเลขทั้งสอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของ have ... in common: Maya and Leo ____ one hobby ____.
ดูคำตอบ
have · in common
They're what's called autobiographical numbers. โน้ต
0:32มันคือสิ่งที่เรียกว่า "ตัวเลขอัตชีวประวัติ" (autobiographical numbers)
what's called: การแนะนำชื่อหรือคำศัพท์อย่างเป็นกลาง
what's called เป็นรูปย่อของ what is called ใช้เพื่อบอกชื่อ คำเรียก หรือประเภทที่เป็นที่ยอมรับของสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่า autobiographical numbers คือชื่อประเภทที่ตัวเลขเหล่านี้จัดอยู่ ตรงนี้ called หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ใช่ “ถูกโทรศัพท์หา” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + what's called + ชื่อหรือคำศัพท์: This is what's called X; They're what's called X.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีรูปย่อที่เป็นกลางซึ่งหมายถึง what is called: In music, this silence is ____ a rest.
ดูคำตอบ
what's called
autobiographical numbers: เลขโดดที่บอกจำนวนของตัวเอง
จำนวนอัตชีวประวัติคือจำนวนที่เลขโดดแต่ละหลักบอกจำนวนครั้งที่เลขโดดต่าง ๆ ปรากฏอยู่ในจำนวนนั้นเอง เมื่ออ่านจากซ้ายไปขวา หลักแรกบอกว่ามีเลข 0 กี่ตัวในจำนวนทั้งหมด หลักที่สองบอกว่ามีเลข 1 กี่ตัว หลักที่สามบอกว่ามีเลข 2 กี่ตัว และดำเนินต่อไปในลักษณะเดียวกัน คำว่า autobiographical ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ หมายถึงจำนวนนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ได้หมายถึงเรื่องราวชีวิตของบุคคล
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายได้ถูกต้องว่าทำไม 1210 จึงเป็นจำนวนอัตชีวประวัติ
- อ่านจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายได้เหมือนกัน
- ผลรวมของเลขโดดเท่ากับ 4
- มีเลข 0 หนึ่งตัว เลข 1 สองตัว เลข 2 หนึ่งตัว และไม่มีเลข 3
ดูคำตอบ
มีเลข 0 หนึ่งตัว เลข 1 สองตัว เลข 2 หนึ่งตัว และไม่มีเลข 3
This is a special type of number whose structure describes itself. ไวยากรณ์
0:35นี่คือตัวเลขประเภทพิเศษที่โครงสร้างของมันอธิบายตัวมันเอง
whose structure describes itself: whose ที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของสิ่งของ
whose structure describes itself เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย number ในที่นี้ whose แสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้อง กล่าวคือโครงสร้างเป็นของจำนวนนั้น และอนุประโยคบอกว่าโครงสร้างดังกล่าวอธิบายตัวมันเอง whose ใช้กล่าวถึงสิ่งของได้ ไม่ได้ใช้กับคนเท่านั้น และต้องตามด้วยคำนาม ดังนั้น whose structure จึงเข้าใจได้ว่าเป็น “โครงสร้างของจำนวนนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมคำสัมพันธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของให้สมบูรณ์: We toured a building ____ roof collects rainwater.
ดูคำตอบ
whose
indicates how many times the digit corresponding to that position วลี
0:42จะระบุว่าตัวเลขที่ตรงกับตำแหน่งนั้น
corresponding to that position: ที่ตรงกับตำแหน่งนั้น
วลี corresponding to that position อยู่หลัง digit และบอกว่าหมายถึงตัวเลขใด ซึ่งก็คือตัวเลขที่ตรงกับตำแหน่งนั้น วลีนี้เป็นรูปย่อของ that corresponds to that position โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ noun + corresponding to + reference ใช้เมื่อตำแหน่ง ป้ายกำกับ หรือหมายเลขมีคู่ที่กำหนดไว้แน่นอน ในที่นี้ correspond หมายถึง “ตรงกัน” หรือ “สอดคล้องกัน” ไม่ได้หมายถึง “โต้ตอบจดหมายหรือข้อความ”
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ตรงกับป้ายกำกับของแถว” ให้สมบูรณ์: Select the value ____ the row label.
ดูคำตอบ
corresponding to
Each of ... digits indicates: ใช้กริยาเอกพจน์หลัง Each
Each of an autobiographical number's digits หมายถึงตัวเลขแต่ละหลักในกลุ่มนั้น โดยแกนทางไวยากรณ์ของประธานคือ Each ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ digits เนื่องจาก Each เป็นเอกพจน์ กริยาจึงต้องใช้รูปบุรุษที่สามเอกพจน์ indicates ใช้โครงสร้าง Each of + กลุ่มคำนามพหูพจน์ + กริยาเอกพจน์
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ require ให้สมบูรณ์: Each of the machines ____ a password.
ดูคำตอบ
requires
occurs within the number: ปรากฏอยู่ภายในจำนวนนั้น
ใน occurs within the number คำว่า occurs หมายถึง “ปรากฏ” หรือ “พบอยู่” ไม่ได้มีเพียงความหมายว่าเหตุการณ์ “เกิดขึ้น” เท่านั้น ตัวเลข ตัวอักษร คำ หรือรูปแบบสามารถปรากฏอยู่ในลำดับที่ใหญ่กว่าได้ Within the number กำหนดขอบเขตการค้นหาว่าอยู่ภายในจำนวนทั้งหมดนั้น สำนวนนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายว่าสิ่งหนึ่งปรากฏที่ใดและปรากฏกี่ครั้ง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ปรากฏอยู่ภายใน” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The digit 7 ____ the number 7070.
ดูคำตอบ
occurs within
the quantity of zeros: การบอกจำนวนแบบเป็นทางการ
ในประโยคนี้ the quantity of zeros หมายถึงมีเลขศูนย์กี่ตัว วลี quantity of นำเสนอจำนวนที่นับได้ให้เป็นปริมาณเชิงตัวเลขแบบเป็นทางการ จึงเหมาะกับคำอธิบายทางคณิตศาสตร์ เนื่องจาก zeros เป็นสิ่งที่นับได้ ในภาษาอังกฤษทั่วไป the number of zeros มักเป็นธรรมชาติกว่า อย่างไรก็ตาม the quantity of zeros ยังชัดเจนและยอมรับได้เมื่อบริบทมองจำนวนนี้เป็นค่าที่วัดหรือบันทึก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ quantity of เพื่อบอกจำนวนที่นับได้ในบริบทเชิงเทคนิค
- The lab records the quality of samples in each container.
- The lab records the quantity of samples in each container.
- The lab records the location of samples in each container.
ดูคำตอบ
The lab records the quantity of samples in each container.
And so on: ดำเนินต่อไปตามรูปแบบเดิม
And so on เป็นวลีตายตัวที่หมายความว่ายังมีรายการหรือขั้นตอนอื่นดำเนินต่อไปตามรูปแบบเดียวกันที่ชัดเจน ผู้พูดจึงไม่ต้องแจกแจงทั้งหมด ควรเข้าใจวลีนี้เป็นหนึ่งหน่วย ไม่ใช่แปลแยกทีละคำ And ที่อยู่ต้นประโยคนี้เชื่อมกลับไปยังรูปแบบที่อธิบายไว้แล้ว ส่วน Until the end ระบุจุดสิ้นสุดว่าให้ใช้รูปแบบนั้นต่อไปจนถึงรายการสุดท้าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ารูปแบบตัวเลขเดิมยังดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องแจกแจงตัวเลขถัดไปทุกตัว
- The pattern continues: 2, 4, 6, 8, and so on.
- The pattern stops at 8 and cannot continue.
- The numbers after 8 follow a completely different rule.
ดูคำตอบ
The pattern continues: 2, 4, 6, 8, and so on.
takes a 10-digit number: take ในความหมายว่ารับข้อมูลเข้า
ในที่นี้ takes หมายถึง “รับหรือจำเป็นต้องใช้เป็นข้อมูลเข้า” ไม่ได้หมายถึงหยิบอะไรออกไปจริง ๆ ล็อกถูกอธิบายว่าเป็นระบบที่รับข้อมูลเข้าเป็นตัวเลข 10 หลัก 10-digit เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า number ดังนั้น digit จึงคงรูปเอกพจน์ และต้องใส่ยัติภังค์คั่นคำ a 10-digit number หมายถึง “ตัวเลขที่มี 10 หลัก”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปของ take ที่หมายถึง “รับเป็นข้อมูลเข้า”: The keypad ____ a six-digit code
ดูคำตอบ
takes
and it just so happens that there's exactly one 10-digit autobiographical number. โน้ต
1:02และบังเอิญว่ามีตัวเลขอัตชีวประวัติแบบ 10 หลักอยู่เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น
it just so happens that: ใช้เกริ่นนำเรื่องบังเอิญที่เกี่ยวข้อง
it just so happens that... เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เกริ่นนำข้อเท็จจริงซึ่งเกิดขึ้นโดยบังเอิญและเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นพิเศษ ความหมายใกล้เคียงกับ “บังเอิญว่า...” หรือ “ปรากฏว่า...” ไม่ควรแปลแยกคำว่า “มันเพิ่งเกิดขึ้นแบบนั้น” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำเสนอการที่มีจำนวนที่ตรงตามเงื่อนไขอยู่เพียงหนึ่งจำนวนว่าเป็นความบังเอิญที่คาดไม่ถึงแต่เป็นประโยชน์ ส่วน that-clause จะบอกข้อเท็จจริงเฉพาะและเป็นข้อมูลสำคัญของประโยค
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้เกริ่นนำความบังเอิญที่เกี่ยวข้องลงในประโยค:I need a charger, and ____ Mia has a spare one。
ดูคำตอบ
it just so happens that
exactly one: จำนวนที่เท่ากับหนึ่งอย่างแม่นยำ
ในประโยคนี้ exactly one หมายถึง “หนึ่งเดียวเท่านั้น” exactly จำกัดจำนวนให้เท่ากับ 1 อย่างเคร่งครัด จึงตัดทั้งกรณี 0 และกรณี 2 ขึ้นไปออก ถ้อยคำนี้ระบุความเป็นหนึ่งเดียวไว้อย่างชัดเจน ในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์หรือตรรกศาสตร์ การตัด exactly ออกอาจทำให้ข้อสรุปมีความแม่นยำน้อยลง
แบบฝึกหัด
เติมกฎด้วยวลีที่หมายถึง “หนึ่งเดียวเท่านั้น”: Each player must choose ____ option.
ดูคำตอบ
exactly one
Blindly trying different combinations would take forever. โน้ต
1:17การสุ่มเดาชุดตัวเลขต่างๆ ไปเรื่อยๆ คงต้องใช้เวลาตลอดกาล
Blindly trying different combinations ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Blindly trying different combinations เป็นวลี gerund วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน โดยใช้เรียกกิจกรรมที่กำลังกล่าวถึง trying ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกริยา present continuous เพราะไม่มีรูปใดของ be อยู่ข้างหน้า Blindly ขยาย trying และ different combinations เป็นกรรมของ trying ภาคแสดงหลักคือ would take forever เมื่อวลี gerund ทำหน้าที่เป็นประธาน ปกติจะถือเป็นเอกพจน์ ถ้าใช้ simple present คำว่า take จะเปลี่ยนเป็น takes
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน “check every answer” ให้เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน: ____ takes too much time.
ดูคำตอบ
Checking every answer
would take forever: การประเมินเวลาแบบพูดเกินจริง
ในประโยคนี้ would take forever หมายถึง “คงใช้เวลานานมาก” คำว่า forever เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่างานนั้นจะไม่มีวันเสร็จ รูปแบบ something would take forever ใช้บอกผลที่คาดไว้ของวิธีที่เป็นไปได้หรือสมมุติขึ้นมา ในที่นี้ would แสดงว่าผลของการลองชุดค่าผสมแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเป็นสถานการณ์สมมุติ
แบบฝึกหัด
“Checking every file would take forever” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- มันคงใช้เวลานานมาก
- มันอาจไม่มีวันเริ่มต้น
- มันจะเกิดขึ้นทันที
ดูคำตอบ
มันคงใช้เวลานานมาก
So let's analyze the autobiographical numbers we already have น้ำเสียง/เจตนา
1:20ดังนั้นเรามาวิเคราะห์ตัวเลขอัตชีวประวัติที่เรามีอยู่แล้วกันเถอะ
let's analyze: คำชวนที่รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง
Let's เป็นรูปย่อของ let us ใน let's analyze ผู้พูดเสนอให้ตนเองและผู้ฟังตรวจสอบข้อมูลร่วมกัน จึงเป็นคำชวนที่รวมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพียงคำสั่งให้คนอื่นทำ โครงสร้างคือ let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น analyze จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ในการอธิบาย วลีนี้ยังช่วยพาผู้ฟังเข้าสู่ขั้นต่อไปของการให้เหตุผลด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำชวนให้ทำร่วมกันโดยใช้ let's และรูปพื้นฐานของ analyze: ____ the results together.
ดูคำตอบ
Let's analyze
to see what kinds of patterns we can find: จุดประสงค์และลำดับคำในคำถามทางอ้อม
วลี infinitive to see... อธิบายจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า คือทำบางอย่างเพื่อค้นหาว่ามีรูปแบบใดที่พบได้หรือไม่ ในที่นี้ see หมายถึง “ค้นหาให้รู้” หรือ “ค้นพบ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองด้วยตา ภายในวลีนี้ what kinds of patterns we can find เป็นคำถามทางอ้อมและเป็นกรรมของ see คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ we can find ไม่ใช่ can we find
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าเราตรวจสอบข้อมูลเพื่อค้นหารูปแบบที่อาจมีอยู่
- We reviewed the data for see what patterns we could find.
- We reviewed the data to see what patterns we could find.
- We reviewed the data to see what patterns could we find.
ดูคำตอบ
We reviewed the data to see what patterns we could find.
By adding ... together: การบอกวิธีด้วย by + -ing
By adding all the digits ... together บอกวิธีที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คือบวกตัวเลขเข้าด้วยกันเพื่อหาผลรวม ในการใช้นี้ by หมายถึง “ด้วยการกระทำบางอย่าง” ไม่ใช่ “อยู่ข้าง ๆ” หลัง by ให้ใช้กริยารูป -ing เช่น by adding ส่วน Add ... together หมายถึงนำตัวเลขหลายตัวมาบวกกันเพื่อให้ได้ผลรวมเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้ by + -ing และคำภาษาอังกฤษ compare the two maps เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, we found the shorter route.
ดูคำตอบ
By comparing the two maps
the total number of: จำนวนทั้งหมด
the total number of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงจำนวนที่ได้เมื่อนับรวมรายการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คำว่า total สำคัญ เพราะเน้นว่าเป็นจำนวนทั้งหมด ไม่ใช่จำนวนที่ไม่เจาะจง ในประโยคนี้ the total number of digits เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมของ four โดย four คือจำนวนตัวเลขทั้งหมดที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงจำนวนหน้าทั้งหมดลงในประโยค: There are twelve pages, so ____ pages is twelve.
ดูคำตอบ
the total number of
This makes sense since: เชื่อมข้อสรุปกับเหตุผล
This ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์ก่อนหน้า และ makes sense ประเมินว่าผลลัพธ์นั้นมีเหตุผล จากนั้น since นำเข้าสู่เหตุผลที่สนับสนุนการประเมินนั้น โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็น “ข้อสรุปสมเหตุสมผล → เหตุผลคือสิ่งนี้” ในประโยคนี้ since หมายถึง because หรือ “เพราะว่า” ไม่ได้หมายถึงตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ข้อความหลัง since บอกสาเหตุ ไม่ใช่เวลาเริ่มต้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างที่บอกว่าผลลัพธ์ก่อนหน้าสมเหตุสมผล แล้วจึงให้สาเหตุ?
- This has been true since last Monday.
- This makes sense since both sides have the same value.
- This makes sense, but no reason is given.
ดูคำตอบ
This makes sense since both sides have the same value.
So the digits in our 10-digit autobiographical number
1:41ดังนั้น ตัวเลขในแต่ละหลักของตัวเลขอัตชีวประวัติแบบ 10 หลักของเรา
must add up to: ผลรวมที่ต้องได้
add up to + ตัวเลข หมายถึง “เมื่อนำส่วนต่าง ๆ มารวมกันแล้วได้ตัวเลขนั้นเป็นผลรวม” ประธานระบุส่วนต่าง ๆ ที่นำมารวมกัน และตัวเลขหลัง to คือผลลัพธ์ must เพิ่มความหมายว่าจำเป็น กล่าวคือตามกฎหรือเหตุผล ผลรวมของตัวเลขต้องเป็น 10 ใน add up to คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ต้องรวมกันได้”: The three percentages ____ 100.
ดูคำตอบ
must add up to
This tells us another important thing. ลำดับความ
1:47สิ่งนี้บอกให้เรารู้ถึงเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
This tells us another important thing: เดินหน้าการอธิบาย
ในที่นี้ This ชี้กลับไปยังข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่เพิ่งได้มา ส่วน Tells us ไม่ได้หมายถึงมีคนพูดบอกเรา แต่หมายถึงข้อมูลก่อนหน้าทำให้เราเห็นหรืออนุมานบางอย่างได้ ทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นสัญญาณเชื่อมในการอธิบาย โดยบอกว่าหลักฐานเดิมยังสนับสนุนข้อสรุปสำคัญอีกข้อหนึ่ง ซึ่งควรตามมาเป็นลำดับต่อไป
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย “This tells us another important thing.” มักส่งสัญญาณถึงอะไร?
- มีอีกคนหนึ่งเริ่มพูด
- ข้อมูลก่อนหน้าสนับสนุนข้อสรุปเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อ
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
ข้อมูลก่อนหน้าสนับสนุนข้อสรุปเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อ
The number can't have too many large digits. วลี
1:49ตัวเลขนี้จะประกอบด้วยตัวเลขที่มีค่ามากเกินไปไม่ได้
can't have too many: เกินขีดจำกัดของจำนวน
ในประโยคนี้ can't have หมายถึงสถานการณ์นั้นเป็นไปไม่ได้ภายใต้ข้อจำกัดของจำนวนนั้น ไม่ได้หมายถึงมีคนไม่อนุญาต ส่วน too many หมายถึงมีจำนวนเกินค่าสูงสุดที่ยอมรับได้หรือเป็นไปได้ ในบริบทที่มีข้อจำกัด โครงสร้าง can't have too many + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงห้ามเกินขีดจำกัดบน หากตัด too ออก ความหมายจะเปลี่ยนไป เพราะ many บอกเพียงว่ามีจำนวนมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าจำนวนสิ่งของหนักต้องไม่เกินขีดจำกัดที่ปลอดภัย
- The box has many heavy items, but that is not a problem.
- The box can't have too many heavy items, or the bottom may break.
- The box doesn't have many heavy items right now.
ดูคำตอบ
The box can't have too many heavy items, or the bottom may break.
would have to: ผลลัพธ์ที่จำเป็นในสถานการณ์สมมติ
would have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าบางสิ่งจะเป็นสิ่งจำเป็น หากเงื่อนไขที่สมมติไว้เป็นจริง ในที่นี้ รูปแบบตัวเลขที่กำลังพิจารณาจะบังคับให้ตัวเลขหลักหนึ่งปรากฏหกครั้ง และอีกหลักหนึ่งเจ็ดครั้ง would ในที่นี้แสดงผลลัพธ์ตามสมมติฐาน ไม่ได้ทำให้ประโยคเป็นคำขอสุภาพ
แบบฝึกหัด
เติมผลลัพธ์ตามสมมติฐานด้วยรูปที่ถูกต้องของ have to: If the backup server failed, we ____ restore the data manually.
ดูคำตอบ
would have to
if it included ..., then ... would have to ...: ผลที่จำเป็นจากสมมติฐาน
อนุประโยค if ตั้งสมมติฐานที่จินตนาการขึ้น ไม่ได้บอกว่าจำนวนนั้นมีเลขหกและเลขเจ็ดจริง ๆ รูปอดีต included ในที่นี้แสดงว่าสถานการณ์เป็นเพียงสมมติฐาน อนุประโยค then บอกผลของสมมติฐานนั้น would have to แสดงว่าหากเงื่อนไขเป็นจริง ผลนั้นจะเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น then ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนไขกับผลชัดเจน แม้มักจะละได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอเงื่อนไขสมมติและผลที่จำเป็นต้องตามมา
- If the library included a recording studio, then the floor plan would have to change.
- Because the library includes a recording studio, the floor plan has to change.
- The library included a recording studio, and the floor plan changed.
ดูคำตอบ
If the library included a recording studio, then the floor plan would have to change.
making more than 10 digits: วลี -ing ที่แสดงผลลัพธ์
Making more than 10 digits เป็นวลี participle รูป -ing ที่บอกผลลัพธ์ของสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง มีความหมายใกล้เคียงกับ which would make more than 10 digits วลีนี้อาศัยอนุประโยคก่อนหน้า โดย making ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่หรือการกระทำที่แยกออกมา โครงสร้างนี้ช่วยให้เพิ่มผลลัพธ์ต่อท้ายเครื่องหมายจุลภาคได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing หลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อบอกผลลัพธ์ของสถานการณ์ก่อนหน้า?
- The roads froze overnight, making travel dangerous.
- Making breakfast, Lee listened to the radio.
- Making a model takes patience.
ดูคำตอบ
The roads froze overnight, making travel dangerous.
We can conclude that: ใช้ระบุข้อสรุปจากการให้เหตุผล
We can conclude that ใช้ขึ้นต้นข้อความที่เป็นผลจากการให้เหตุผลหรือหลักฐาน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าข้อจำกัดเรื่องจำนวนตัวเลขมาจากการวิเคราะห์ก่อนหน้า และหลัง that จะตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่ระบุข้อสรุป conclude ในที่นี้หมายถึงการได้ข้อสรุป ไม่ใช่การทำให้บางสิ่งสิ้นสุด วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นชัดว่าส่วนของการให้เหตุผลจบตรงไหนและข้อสรุปเริ่มตรงไหน
แบบฝึกหัด
ใช้ We can conclude that เพื่อขึ้นต้นผลที่ได้จากหลักฐาน: The method gave the correct result in every trial. ____ the method is reliable.
ดูคำตอบ
We can conclude that
no more than: กำหนดขีดจำกัดสูงสุดที่รวมค่าปลายทาง
no more than + จำนวน ใช้กำหนดขีดจำกัดสูงสุดโดยรวมจำนวนที่ระบุไว้ด้วย ใน no more than one digit จำนวนตัวเลขที่ตรงตามเงื่อนไขอาจเป็นศูนย์หรือหนึ่ง แต่ห้ามเป็นสองหรือมากกว่า ให้เข้าใจ no more than เป็นวลีบอกจำนวนวลีเดียวที่หมายถึง “อย่างมาก” แทนที่จะแยกตีความแต่ละคำ
แบบฝึกหัด
สโมสรอนุญาตให้สมาชิกแต่ละคนนำแขกมาได้สูงสุดห้าคน ใช้ no more than เติมกฎให้สมบูรณ์: Each member may bring ____ guests.
ดูคำตอบ
no more than five
So out of: กำหนดกลุ่มที่ข้อสรุปกล่าวถึง
ใน out of the four digits ... คำว่า out of หมายถึง “ในบรรดาสมาชิกของกลุ่มนี้” วลีนี้กำหนดให้ 6, 7, 8 และ 9 เป็นกลุ่มทั้งหมดที่จะใช้ในการนับหรือเลือกบางสิ่ง So เชื่อมขั้นตอนนี้เข้ากับการให้เหตุผลก่อนหน้า เมื่อรวมกัน So out of ... จึงส่งสัญญาณว่า “จากสิ่งที่เราเพิ่งสรุปได้ ตอนนี้ให้มองภายในกลุ่มนี้” out of ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนจากข้างในออกไปข้างนอก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ out of เพื่อกำหนดกลุ่มสำหรับการเลือกหรือการนับ?
- Out of the eight teams, two reached the final.
- Maya walked out of the library after lunch.
- The printer is out of paper.
ดูคำตอบ
Out of the eight teams, two reached the final.
if any: เปิดโอกาสไว้ว่าบางทีอาจไม่มีเลย
if any ในที่นี้เป็นวลีแทรกสั้น ๆ ที่หมายถึง “ถ้ามีอยู่จริง” ใน only one, if any วลีนี้เปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใจ only one คือ หนึ่งเป็นจำนวนสูงสุด แต่ก็อาจเป็นศูนย์ได้ วลีนี้ทำให้คำกล่าวระมัดระวังขึ้นโดยไม่ได้เริ่มเงื่อนไขหลักใหม่ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าเป็นคำอธิบายที่แทรกเข้ามา หากตัดออก โครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐานของประโยคก็ยังสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ความหมายที่ถูกต้องของประโยคนี้คือข้อใด: Only one applicant, if any, will be selected.
- จะมีผู้สมัครได้รับเลือกไม่เกินหนึ่งคน และอาจไม่มีใครได้รับเลือกเลย
- ต้องมีผู้สมัครอย่างน้อยหนึ่งคนได้รับเลือก
- ผู้สมัครหนึ่งคนจะได้รับเลือกอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
จะมีผู้สมัครได้รับเลือกไม่เกินหนึ่งคน และอาจไม่มีใครได้รับเลือกเลย
make the cut: ผ่านการคัดเลือก
Make the cut เป็นสำนวนที่หมายถึงการผ่านมาตรฐานที่กำหนดและได้รับเลือกหรือได้อยู่ต่อหลังผ่านกระบวนการคัดกรอง ในประโยคนี้จะมีผู้ผ่านเงื่อนไขได้มากที่สุดเพียงหนึ่งราย ต้องเข้าใจวลีนี้เป็นหนึ่งหน่วย คำว่า cut ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตัดจริง ๆ แต่หมายถึงเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่ได้รับเลือกกับสิ่งที่ถูกคัดออก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: After all the auditions, only five singers will ____.
ดูคำตอบ
make the cut
And there will be zeros in the positions corresponding to the numbers that aren't used.
2:15และจะมีเลขศูนย์อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับตัวเลขที่ไม่ถูกใช้
So now we know that our number must contain at least three zeros, การใช้คำ
2:21ตอนนี้เรารู้แล้วว่าตัวเลขของเราจะต้องมีเลขศูนย์อย่างน้อยสามตัว
at least three: จำนวนขั้นต่ำที่รวมสามด้วย
At least three กำหนดขีดจำกัดขั้นต่ำที่รวมจำนวนสามไว้ด้วย จำนวนสามผ่านเงื่อนไข และจำนวนสี่ ห้า หรือมากกว่านั้นก็ผ่านเช่นกัน แต่จำนวนสองไม่ผ่าน ในประโยคนี้ ผู้พูดพิสูจน์ได้เพียงจำนวนขั้นต่ำของเลขศูนย์ ไม่ใช่จำนวนรวมที่แน่นอน at least three ไม่ได้หมายถึง exactly three
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “อย่างน้อยสาม”: The science club needs ____ members to start.
ดูคำตอบ
at least three
which also means that the leading digit must be three or greater. โน้ต
2:25ซึ่งนั่นหมายความว่าตัวเลขหลักแรกสุดจะต้องเป็นสามหรือมากกว่า
which also means that: นำไปสู่ข้อสรุปเพิ่มเติม
ในประโยคนี้ which อ้างถึงข้อเท็จจริงก่อนหน้าทั้งหมดที่ว่า จำนวนนั้นต้องมีเลขศูนย์อย่างน้อยสามตัว ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำว่า zeros เท่านั้น วลี which also means that ใช้นำเสนอข้อสรุปอีกอย่างที่ตามมาจากข้อเท็จจริงนั้น วลีนี้จัดลำดับเหตุผลเป็น “ข้อเท็จจริงที่รู้แล้ว → สิ่งที่อนุมานได้เพิ่มเติม” หลัง that จะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ คือ the leading digit must be three or greater
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ which also means that เพื่อบอกว่าการเปลี่ยนเส้นทางเป็นผลจากการปิดถนน
- The bus must take another route, which also means that the road is closed.
- The road, which is closed, also needs repairs.
- The road is closed, which also means that the bus must take another route.
ดูคำตอบ
The road is closed, which also means that the bus must take another route.
leading digit: เลขโดดตัวแรกของจำนวน
leading digit คือเลขโดดที่อยู่ซ้ายสุดของจำนวนที่เขียนไว้ ตัวอย่างเช่น leading digit ของ 5,207 คือ 5 ในที่นี้ leading หมายถึง “อยู่ด้านหน้า” หรือ “เป็นลำดับแรก” ไม่ได้หมายถึง “เป็นผู้นำ” ในประโยคต้นฉบับ leading digit ต้องเป็น 3 หรือมากกว่า
แบบฝึกหัด
คำศัพท์ใดหมายถึงเลขโดดซ้ายสุดของจำนวนที่เขียนไว้
- leading digit
- final digit
- decimal point
ดูคำตอบ
leading digit
three or greater: ขีดจำกัดล่างที่รวมเลข 3
ใน three or greater เลขสามคือค่าต่ำสุดที่อนุญาต ส่วน greater หมายถึงค่าใด ๆ ที่มากกว่าสาม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “อย่างน้อยสาม” และรวมเลขสามด้วย Or เชื่อมค่าตั้งต้นเข้ากับช่วงค่าทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่างเลขสามกับตัวเลือกที่ตายตัวตัวหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกขีดจำกัดล่างของหลักแรก โดยรวมเลขสามไว้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าค่าที่อนุญาตรวมเลข 3 และค่าทั้งหมดที่มากกว่า 3
- The value must be greater than three.
- The value must be three or greater.
- The value must be three or less.
ดูคำตอบ
The value must be three or greater.
every digit after it counts how many times a particular non-zero digit occurs. การใช้คำ
2:34ตัวเลขทุกหลักหลังจากนั้นจะนับว่ามีตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์เฉพาะเจาะจงปรากฏขึ้นกี่ครั้ง
while this first digit counts ... every digit after it counts ...: การเปรียบเทียบสองหน้าที่
ในที่นี้ while ใช้เพื่อแสดงการเปรียบเทียบ ไม่ใช่อนุประโยคบอกเวลา โดยนำหน้าที่ของหลักแรกมาเปรียบเทียบกับหน้าที่ของทุกหลักที่อยู่หลังมัน หลักแรกนับจำนวนศูนย์ ส่วนหลักหลังจากนั้นนับว่าตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์ตัวหนึ่งปรากฏกี่ครั้ง โครงสร้าง while A does X, B does Y นำข้อเท็จจริงสองอย่างที่มีรูปแบบขนานกันมาไว้ในประโยคเดียว เมื่อทั้งสองส่วนอธิบายบทบาทหรือลักษณะที่แตกต่างกัน ให้เข้าใจได้ว่า “A ทำ X แต่ B ทำ Y”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบเทียบหน้าที่สองอย่างที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แทนที่จะบอกว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
- While the basic plan includes email support, the premium plan includes phone support.
- While I was cooking, my brother set the table.
- Please read while you wait.
ดูคำตอบ
While the basic plan includes email support, the premium plan includes phone support.
particular non-zero digit: เลขโดดที่ไม่ใช่ศูนย์ตัวหนึ่งโดยเฉพาะ
วลี a particular non-zero digit หมายถึงเลขโดดหนึ่งตัวที่ระบุเจาะจงและมีค่าไม่ใช่ 0 ในที่นี้ particular แปลว่า “เฉพาะเจาะจง” ไม่ได้แปลว่า “จู้จี้” และ non-zero ตัด 0 ออก ทั้ง particular และ non-zero ขยายคำว่า digit ทำให้ขอบเขตแคบลงจากเลขโดดใด ๆ เป็นเลขโดดที่กำหนดหนึ่งตัวในกลุ่ม 1–9
แบบฝึกหัด
ในคำสั่ง "Circle every occurrence of a particular non-zero digit," ต้องมองหาอะไร
- เลขโดดใดก็ได้ รวมถึงศูนย์
- เลขโดดเฉพาะหนึ่งตัวที่ไม่ใช่ศูนย์
- เลขโดดทุกตัวตั้งแต่ 1 ถึง 9
ดูคำตอบ
เลขโดดเฉพาะหนึ่งตัวที่ไม่ใช่ศูนย์
If we add together all the digits besides the first one, โน้ต
2:40หากเรานำตัวเลขทุกหลักยกเว้นหลักแรกมาบวกกัน
besides the first one: ไม่รวมตัวเลขหลักแรก
ในประโยคนี้ besides the first one หมายถึง “ไม่รวมตัวเลขหลักแรก” คำสั่งนี้ให้นำตัวเลขหลักอื่น ๆ มาบวกกัน โดยเว้นตัวเลขหลักแรกไว้ One ใช้แทน digit ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ Besides ยังสามารถใช้เพื่อเพิ่มรายการอีกหนึ่งรายการในประโยคอื่นได้ ในที่นี้ all the digits กำหนดกลุ่มตัวเลขไว้แล้ว และบริบทการคำนวณทำให้เข้าใจได้ชัดเจนว่าคำนี้หมายถึงการยกเว้น
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดมีขอบเขตการคำนวณเหมือนกับตัวอย่างนี้?
- นำเฉพาะตัวเลขหลักแรกมาบวก
- นำตัวเลขหลักแรกและตัวเลขหลักอื่น ๆ มาบวกกัน
- นำตัวเลขทุกหลักมาบวก ยกเว้นหลักแรก
ดูคำตอบ
นำตัวเลขทุกหลักมาบวก ยกเว้นหลักแรก
don't increase the sum: increase ที่ใช้เป็นคำกริยามีกรรม
don't increase the sum หมายถึง 'ไม่ทำให้ผลรวมมากขึ้น' เมื่อบวกศูนย์ ผลรวมจะยังคงเท่าเดิม ในที่นี้ increase เป็นคำกริยาที่มีกรรม โดย zeros คือสิ่งที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และ the sum คือกรรมตรง ประธานไม่จำเป็นต้องเป็นคน ตัวเลข ค่าธรรมเนียม โบนัส หรือปัจจัยอื่นก็สามารถทำให้ยอดรวมเพิ่มขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่เน้นไว้ตามเดิม: Zeros ____.
ดูคำตอบ
don't increase the sum
we get a count of how many non-zero digits appear in the sequence, วลี
2:47เราจะได้จำนวนของตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์ที่ปรากฏอยู่ในลำดับนั้น
If we add together ..., we get ...: เชื่อมขั้นตอนกับผลลัพธ์
อนุประโยค if กำหนดการคำนวณหนึ่งขั้น คือบวกเลขโดดทุกตัวนอกจากตัวแรก ส่วนประโยคหลัก we get ... บอกผลที่ได้จากการคำนวณนั้น โครงสร้าง If we do X, we get Y พบได้บ่อยในคำอธิบายทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในที่นี้ if นำผู้ฟังไปตามขั้นตอนที่เป็นเงื่อนไขและผลที่ตามมา ไม่ได้แสดงความสงสัยว่าจะบวกได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง "If we do X, we get Y": For four test scores, ____ the total by four, ____ the average.
ดูคำตอบ
If we divide · we get
a count of how many: เปลี่ยนคำถามเรื่องจำนวนให้เป็นนามวลี
ใน a count of how many non-zero digits appear... คำว่า a count ใช้เรียกผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลขจากการนับ ส่วน of how many non-zero digits appear ระบุอย่างชัดเจนว่ากำลังนับอะไร a count of how many + คำนามพหูพจน์ + อนุประโยค เป็นโครงสร้างที่เปลี่ยนแนวคิดว่า “มีกี่...?” ให้เป็นนามวลี นามวลีทั้งหมดจึงเป็นกรรมตามหลังคำกริยาอย่าง get, give หรือ record ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายห้าคำจากบทเรียนนี้: The survey gives ____ families use the service.
ดูคำตอบ
a count of how many
including that leading digit: ระบุส่วนที่ต้องนำมานับด้วย
วลีท้ายประโยค including that leading digit เพิ่มเลขหลักแรกเข้าไปในกลุ่มตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์ซึ่งกำลังถูกนับ วลีนี้เป็นข้อมูลเสริมหลังข้อความหลัก และบอกผู้ฟังว่าเลขตัวนี้อยู่ในขอบเขตการนับด้วย ในที่นี้ including กำหนดขอบเขตสำคัญ ไม่ได้ยกเพียงตัวอย่างที่ไม่สำคัญ หากไม่นับเลขหลักแรก ผลการนับอาจเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความเกี่ยวกับประโยค “The price covers every activity, including the boat trip.” ต่อไปนี้: ราคานี้ครอบคลุมกิจกรรมนั่งเรือ
- ไม่ถูกต้อง
- ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ถูกต้อง
subtract one: ลดจำนวนปัจจุบันลง 1
Subtract one หมายถึงลดจำนวนหรือตัวเลขปัจจุบันลง 1 ในประโยคนี้ เรารู้จำนวนตั้งต้นได้จากการคำนวณก่อนหน้า จึงไม่ต้องพูดซ้ำ เมื่อระบุทั้งสองจำนวน ให้ใช้ subtract A from B โดย A คือจำนวนที่ลบออก และ B คือจำนวนตั้งต้น เช่น subtract one from ten หมายถึง 10 − 1
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยวลีสองคำที่เรียนในบทนี้: To change 12 to 11, ____.
ดูคำตอบ
subtract one
we have a count of how many non-zero digits there are after the first digit,
3:02เราจะได้จำนวนของตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์ที่อยู่หลังตัวเลขหลักแรก
Why go through all that?: เปลี่ยนจากขั้นตอนกลับไปสู่จุดประสงค์
Why go through all that? เป็นคำถามว่าทำไมคนเราจึงต้องทำหรือผ่านกระบวนการทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ go through หมายถึงทำหรือจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่ผ่านวัตถุจริง ๆ ในการอธิบาย คำถามนี้ย้ายความสนใจจากรายละเอียดกลับไปยังจุดประสงค์ของขั้นตอนเหล่านั้น ผู้พูดมักตอบคำถามนี้เองทันที จึงใช้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อเปลี่ยนประเด็นได้ แทนที่จะขอคำตอบจากผู้ฟังจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า Why go through all that?
- ถามว่าเส้นทางจริงเส้นใดผ่านสิ่งของบางอย่าง
- ประกาศว่าทุกขั้นตอนล้มเหลวไปแล้ว
- ถามว่าทำไมขั้นตอนก่อนหน้านี้จึงจำเป็น
ดูคำตอบ
ถามว่าทำไมขั้นตอนก่อนหน้านี้จึงจำเป็น
The total quantity of non-zero digits that occur after the first digit
3:14จำนวนรวมของตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์ซึ่งปรากฏหลังตัวเลขหลักแรก
is equal to the sum of these digits minus one. การใช้คำ
3:19จะเท่ากับผลรวมของตัวเลขเหล่านี้ลบด้วยหนึ่ง
is equal to: โครงสร้างแสดงความเท่ากันที่สมบูรณ์
ในโครงสร้าง A is equal to B วลี is equal to หมายความว่า A และ B มีค่าเท่ากัน ในที่นี้ equal เป็นคำคุณศัพท์ โดย is เชื่อมประธานเข้ากับ equal และหลัง equal ต้องตามด้วย to ต้องใช้คำทั้งสามคำในโครงสร้างนี้ A is equal B เป็นรูปที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนคำกริยา equals ใช้อีกโครงสร้างหนึ่ง คือ A equals B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “มีค่าเท่ากับ”: The perimeter ____ 20 centimeters.
ดูคำตอบ
is equal to
minus one: ลบ 1 ออกจากปริมาณหนึ่ง
ในวลี the sum of these digits minus one คำว่า minus one หมายถึงให้นำ 1 ไปลบออกจากผลรวม ลำดับคือ X minus one = X − 1 ดังนั้น X จึงเป็นค่าเริ่มต้น ในที่นี้ minus ระบุการลบ และสามารถวางหลังตัวเลขหรือวลีที่บอกปริมาณในการอธิบายคณิตศาสตร์แบบกระชับได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดหมายถึง “เริ่มจากจำนวนหน้าแล้วลบ 1”?
- negative one page
- the number of pages minus one
- one minus the number of pages
ดูคำตอบ
the number of pages minus one
And how can you get a distribution where ...: คำถามที่นำทางการให้เหตุผล
And how can you get a distribution where ... นำเสนอขั้นถัดไปของการให้เหตุผลในรูปคำถาม ในที่นี้ distribution หมายถึงการจัดวางค่าตัวเลข และ where นำเข้าสู่เงื่อนไขที่การจัดวางนั้นต้องเป็นไปตาม ในการอธิบายคณิตศาสตร์แบบค่อยเป็นค่อยไป คำถามเช่นนี้ชวนให้ผู้ฟังคิดตามก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายวิธีแก้ต่อ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะหยุดเพื่อเรียกร้องคำตอบทันที และ And ที่ขึ้นต้นประโยคยังเชื่อมขั้นนี้กับเหตุผลก่อนหน้าด้วย
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ And how can you get a distribution where ... มีหน้าที่หลักในการดำเนินเรื่องอย่างไร
- บอกว่าการให้เหตุผลสิ้นสุดแล้ว
- ถามถึงตำแหน่งทางกายภาพของการกระจาย
- นำผู้ฟังเข้าสู่เงื่อนไขถัดไปในการให้เหตุผล
ดูคำตอบ
นำผู้ฟังเข้าสู่เงื่อนไขถัดไปในการให้เหตุผล
one greater than: มากกว่าพอดีหนึ่ง
ใน one greater than X คำว่า one ระบุผลต่างที่แน่นอน ส่วน greater than ระบุทิศทางของการเปรียบเทียบ วลีนี้จึงหมายถึง X + 1 ดังนั้น one greater than 8 จึงเท่ากับ 9 พอดี ไม่ใช่จำนวนใดก็ได้ที่มากกว่า 8 ในคำบรรยาย ผลรวมมากกว่าจำนวนจำนวนเต็มบวกที่ไม่เป็นศูนย์อยู่ 1 พอดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเก้ามากกว่าแปดอยู่หนึ่งพอดี
- Seven is one greater than eight.
- Nine is greater than one.
- Nine is one greater than eight.
ดูคำตอบ
Nine is one greater than eight.
being added together: วลี -ing แบบถูกกระทำหลังคำนาม
ใน non-zero positive integers being added together ส่วน being added together ขยายคำว่า integers เป็นวลี -ing แบบถูกกระทำ กล่าวคือ จำนวนเต็มเป็นสิ่งที่ถูกนำมาบวกกัน สามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า non-zero positive integers that are being added together วลีนี้ไม่ใช่กริยาหลักของคำถาม แต่วางไว้หลังคำนามเพื่อระบุว่ากำลังนับจำนวนเต็มชุดใด รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ขยายคำนามที่เป็นผู้รับการกระทำได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing แบบถูกกระทำเพื่อแสดงว่าคำนามเป็นสิ่งที่รับการกระทำ
- The scientists testing the samples are in the lab.
- The samples being tested are in the lab.
- The test begins in the lab.
ดูคำตอบ
The samples being tested are in the lab.
The only way is for ... to be ...: ระบุการจัดการเพียงอย่างเดียว
โครงสร้าง The only way is for one of the addends to be ... นำเสนอการจัดเงื่อนไขหนึ่งอย่างว่าเป็นทางออกเดียวที่เป็นไปได้ อนุประโยค for one of the addends to be ... ทำหน้าที่บอกเนื้อหาของ the only way ในรูปแบบ for + คำนาม + to-infinitive คำนามหลัง for เป็นประธานเชิงความหมายของ infinitive กล่าวคือ one of the addends คือสิ่งที่ต้องมีค่าเป็นสอง ในที่นี้ for ไม่ได้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำว่า for และ to ตามที่กำหนด The password must be reset, and only the owner can do it: The only way is ____ the owner ____ reset the password.
ดูคำตอบ
for · to
the rest ones: รูปละที่หมายถึงจำนวนที่เหลือมีค่าเป็น 1
ในประโยคนี้ the rest หมายถึงจำนวนที่นำมาบวกกันทั้งหมดที่เหลืออยู่ หลังจากแยกจำนวนหนึ่งออกมาแล้ว ส่วน ones เป็นรูปพหูพจน์ที่ใช้ one เป็นคำนาม จึงหมายความว่าจำนวนที่เหลือทั้งหมดมีค่าเป็น 1 and the rest ones เป็นรูปที่ย่อมาจาก and the rest to be ones โดยละ to be ที่ซ้ำออกไป ในที่นี้ rest แบ่งจำนวนออกเป็น “หนึ่งจำนวน” กับ “จำนวนที่เหลือทั้งหมด” ไม่ได้หมายถึงการพักผ่อน
แบบฝึกหัด
ในประโยคตัวอย่าง the rest ones หมายความว่าอะไร
- จำนวนที่เหลือต้องพักผ่อน
- เหลือจำนวนที่นำมาบวกเพียงจำนวนเดียว
- จำนวนที่นำมาบวกที่เหลือทั้งหมดมีค่าเป็น 1
ดูคำตอบ
จำนวนที่นำมาบวกที่เหลือทั้งหมดมีค่าเป็น 1
Turns out: เกริ่นผลที่เพิ่งค้นพบ
Turns out ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นหลังจากตรวจสอบ ใช้เหตุผล หรือเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ในประโยคนี้ คำนี้บอกข้อสรุปว่ามีได้เพียงสองอันเท่านั้น รูปนี้เป็นรูปย่อในภาษาสนทนาของ It turns out that + อนุประโยค โดยละ it ที่ต้นประโยค และมักละ that ด้วย เป็นการพูดถึงสิ่งที่เพิ่งค้นพบ ไม่ได้หมายถึงการหันหรือหมุนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อสองคำของ It turns out: ____, the museum is closed on Mondays.
ดูคำตอบ
Turns out
Any more would require ...: การเกินขีดจำกัด
ในประโยคนี้ any more หมายถึง “ปริมาณหรือจำนวนที่เพิ่มขึ้น” สิ่งที่กำลังนับถูกละไว้เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบทอยู่แล้ว และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ไม่...อีกต่อไป” would require บอกผลที่จะเกิดขึ้นหากจำนวนเพิ่มขึ้นตามสมมติฐาน โครงสร้างสั้น ๆ Any more (of them) would require ... หมายความว่าจำนวนปัจจุบันยังอยู่ภายในขีดจำกัด แต่หากเพิ่มขึ้นก็จะมีข้อกำหนดใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ any more เพื่อหมายถึงจำนวนหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นเหมือนในตัวอย่าง
- Any more guests would require a larger room.
- We don't meet there anymore.
- The hotel requires every guest to show identification.
ดูคำตอบ
Any more guests would require a larger room.
So now we have the leading digit of three or greater counting the zeros,
3:46ดังนั้นตอนนี้เรามีตัวเลขหลักแรกที่เป็นสามหรือมากกว่าเพื่อนับเลขศูนย์
And speaking of that: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
And speaking of that เป็นวลีเชื่อมบทสนทนา โดย that ย้อนอ้างถึงเรื่องที่เพิ่งกล่าวไป และใช้ข้อมูลเดิมนั้นเป็นสะพานไปสู่ประเด็นถัดไปที่เกี่ยวข้อง วลีนี้ไม่ได้บรรยายการพูดตามตัวอักษร คำว่า And ที่ขึ้นต้นเน้นความต่อเนื่องจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า โดยผู้พูดกำลังสื่อประมาณว่า “เรื่องนั้นทำให้ฉันนึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง”
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งพูดถึงการแข่งขันสัปดาห์หน้า คำตอบใดใช้หัวข้อก่อนหน้าเพื่อเกริ่นเข้าสู่คำถามที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- On the other hand, have you bought your ticket yet?
- And speaking of that, have you bought your ticket yet?
- To sum up, have you bought your ticket yet?
ดูคำตอบ
And speaking of that, have you bought your ticket yet?
it's time to find out what the leading digit is. ลำดับความ
3:59ก็ถึงเวลาหาแล้วว่าตัวเลขหลักแรกสุดคืออะไร
it's time to find out: เปลี่ยนจากช่วงเตรียมไปสู่ช่วงค้นหาคำตอบ
ในประโยคนี้ it's time to find out บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปสู่อีกขั้นหนึ่ง การเตรียมและการให้เหตุผลก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว และผู้พูดกำลังจะไปหาคำตอบ จึงไม่ได้เป็นเพียงการพูดถึงเวลาตามนาฬิกา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วน find out หมายถึงการรู้ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ การสังเกต หรือการให้เหตุผล ในที่นี้จึงตามด้วยคำถามทางอ้อม what the leading digit is
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เรียนลงในประโยคเพื่อแสดงการเปลี่ยนจากการตรวจสอบเบาะแสไปสู่การหาคำตอบ: We have checked every clue. Now ____ who sent the message.
ดูคำตอบ
it's time to find out
Since we know that the two and the double ones have a sum of four, โน้ต
4:02เนื่องจากเรารู้ว่าเลขสองและเลขหนึ่งคู่มีผลรวมเท่ากับสี่
Since we know that: นำเสนอเหตุผลที่รู้อยู่แล้ว
ในที่นี้ Since we know that นำเสนอข้อมูลที่ผู้พูดยอมรับอยู่แล้วว่าเป็นจริง และใช้ข้อมูลนั้นเป็นเหตุผลสำหรับขั้นต่อไปของการคำนวณ จึงจัดลำดับคำอธิบายโดยบอกข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วก่อน แล้วตามด้วยข้อสรุปหรือการกระทำ ในการใช้นี้ since มีความหมายเหมือน because หรือ given that คือ “เพราะว่า” หรือ “เนื่องจาก” ไม่ได้หมายถึงจุดเริ่มต้นของเวลาในอดีต ส่วนอนุประโยคที่ตามมาคือข้อเท็จจริงที่ใช้ในการให้เหตุผล
แบบฝึกหัด
ในประโยค Since we know that the road is closed, we'll take the train. คำว่า since ทำหน้าที่อะไร?
- ระบุเวลาที่ถนนเริ่มปิดเป็นครั้งแรก
- นำเสนอเหตุผลที่รู้อยู่แล้วสำหรับการขึ้นรถไฟ
- แสดงว่าถนนเปิดอยู่แม้จะมีแผนดังกล่าว
ดูคำตอบ
นำเสนอเหตุผลที่รู้อยู่แล้วสำหรับการขึ้นรถไฟ
the double ones: เลข 1 ที่ปรากฏสองครั้ง
ในประโยคนี้ the double ones หมายถึงเลข 1 สองตัวที่อยู่เป็นคู่กัน Ones เป็นรูปพหูพจน์ที่ใช้เรียกเลข 1 ส่วน double ใช้อธิบายเลขคู่นั้น Double ในที่นี้ทำหน้าที่คล้ายคำขยายเพื่อชี้ถึงตัวเลขที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้สั่งให้เพิ่มค่า 1 เป็นสองเท่าหรือให้คำนวณใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the double ones หมายถึงอะไร?
- เลข 1 ปรากฏสองครั้ง
- เลข 2 เขียนสองครั้ง
- คำสั่งให้คูณ 1 ด้วย 2
ดูคำตอบ
เลข 1 ปรากฏสองครั้ง
subtract A from B to get C: ลบ A ออกจาก B เพื่อให้ได้ C
Subtract that from 10 หมายถึงเริ่มจาก 10 แล้วลบ that ออก ในโครงสร้าง subtract A from B จำนวนตั้งต้นคือ B ดังนั้นลำดับการคำนวณคือ B − A ในที่นี้ that หมายถึง 4 ที่หาได้ก่อนหน้านี้ จึงเป็น 10 − 4 = 6 To get six บอกว่าผลลัพธ์คือ 6 โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ subtract A from B to get C ซึ่งบอกจำนวนที่นำออก จำนวนตั้งต้น และผลลัพธ์ตามลำดับ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่แสดงทิศทางการลบที่ถูกต้อง: Subtract 8 ____ 30 to get 22.
ดูคำตอบ
from
it's just a matter of putting them all in place. วลี
4:10ตอนนี้ก็แค่เอาทุกตัวไปวางไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
it's just a matter of + -ing: เหลือเพียงขั้นตอนเดียว
just a matter of + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกว่ามีเพียงเรื่องหรือการกระทำหนึ่งอย่างที่ยังต้องจัดการ ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าการนำทุกอย่างไปวางให้ถูกตำแหน่งเป็นงานที่เหลืออยู่ และ just ทำให้งานนั้นฟังดูตรงไปตรงมาและจัดการได้ง่าย matter ในที่นี้หมายถึง “เรื่องที่ต้องจัดการ” ไม่ได้หมายถึง “สสาร” ทางกายภาพ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น a matter of timing; a matter of checking the answer.
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เหลือเพียงขั้นตอนที่ชัดเจนหนึ่งอย่าง” ลงในประโยค: The guest list is final; now ____ sending the invitations.
ดูคำตอบ
it's just a matter of
putting them all in place: จัดแต่ละรายการให้ถูกตำแหน่ง
putting them all in place หมายถึงการจัดวางแต่ละรายการให้อยู่ในตำแหน่งหรือทำหน้าที่ที่ถูกต้อง them หมายถึงตัวเลขที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ส่วน all เน้นว่าไม่มีรายการใดถูกละไว้ put something in place ใช้บรรยายการจัดวางสิ่งของจริงได้ แต่ก็ใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่วัตถุ เช่น ขั้นตอน แผน หรือกฎได้เช่นกัน ใจความสำคัญคือแต่ละส่วนได้รับการจัดไว้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงถูกย้ายไปไว้ที่ใดสักแห่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The final task is putting all the labels in place” คำว่า putting all the labels in place หมายถึงอะไร?
- นำป้ายทั้งหมดออกจากแผงแสดง
- ปล่อยป้ายแต่ละอันไว้ตรงที่เดิม
- จัดป้ายแต่ละอันไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
ดูคำตอบ
จัดป้ายแต่ละอันไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
The safe swings open and inside you find Da Vinci's long-lost autobiography. ลำดับความ
4:25ตู้เซฟเปิดออก และข้างในคุณจะพบกับอัตชีวประวัติของดา วินชีที่หายสูญไปนาน
long-lost autobiography: การย้อนรับ autobiographical numbers
long-lost autobiography หมายถึงอัตชีวประวัติที่สูญหายหรือหาไม่พบมาเป็นเวลานาน ในที่นี้ วลีดังกล่าวยังช่วยปิดท้ายปริศนาด้วยการย้อนรับคำว่า autobiographical numbers ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เพราะ autobiography และ autobiographical อยู่ในตระกูลคำเดียวกัน การเชื่อมโยงตระกูลคำที่ปรากฏซ้ำนี้ทำให้เบาะแสทางคณิตศาสตร์สัมพันธ์กับสิ่งของที่พบในตอนจบ การค้นพบสุดท้ายจึงดูเป็นการย้อนรับที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่สิ่งของสุ่ม ๆ ในตู้นิรภัย
แบบฝึกหัด
long-lost autobiography มีหน้าที่เพิ่มเติมอย่างไรในตอนจบของปริศนา
- วลีนี้นำเสนอกฎใหม่สำหรับแก้โจทย์ตัวเลข
- วลีนี้อธิบายว่าตู้นิรภัยเขียนเรื่องราวชีวิตของตัวเอง
- วลีนี้ย้อนรับ autobiographical numbers ด้วยคำจากตระกูลเดียวกัน
ดูคำตอบ
วลีนี้ย้อนรับ autobiographical numbers ด้วยคำจากตระกูลเดียวกัน
For today's bonus riddle: การเกริ่นเข้าสู่ช่วงพิเศษ
เมื่ออยู่ต้นประโยค For today's bonus riddle จะกำหนดกรอบของเนื้อหาที่ตามมา โดยคำสั่งถัดไปเกี่ยวกับปริศนาเพิ่มเติมของวันนี้ ในที่นี้ for บอกว่าคำสั่งนี้ใช้กับกิจกรรมใด ไม่ได้บอกเหตุผล วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายชื่อช่วงหนึ่งในบทเรียน รายการ หรือวิดีโอ เครื่องหมายจุลภาคบอกว่าคำสั่งหลักยังมีต่อจากนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเปิดจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: ____, find the missing number.
ดูคำตอบ
For today's bonus riddle
Here's what we'd like you to do: เกริ่นงานอย่างสุภาพ
Here's what ... บอกว่าผู้พูดกำลังจะระบุงานหรือชุดคำสั่ง ใน what we'd like you to do คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่” ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงหมายถึง “สิ่งที่เราอยากให้คุณทำ” We'd เป็นรูปย่อของ we would โครงสร้าง would like + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ทำให้คำขอหรือสิ่งที่คาดหวังฟังดูนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ โดย would ในที่นี้แสดงความสุภาพ ไม่ใช่เวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยวลีเกริ่นอย่างสุภาพจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: ____: choose one topic and write two sentences.
ดูคำตอบ
Here's what we'd like you to do
If you're not sure where to start: เกริ่นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างใส่ใจ
If you're not sure where to start คาดไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจไม่รู้ว่าควรทำอะไรเป็นขั้นแรก ในฐานะอนุประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if วลีนี้มักนำไปสู่คำแนะนำ แหล่งข้อมูล หรือความช่วยเหลืออื่น ๆ ทำให้การชี้แนะฟังดูใส่ใจโดยไม่ด่วนสรุปว่าผู้ฟังมีปัญหา where to start เป็นอนุประโยคโครงสร้าง “คำแสดงคำถาม + to-infinitive” หมายถึง “ควรเลือกจุดเริ่มต้นใด” โครงสร้างนี้ฝังอยู่หลัง sure และไม่ใช่คำถามตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามอย่าง where should you start
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ where to start ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์?
- If you're not sure where should you start, list the steps you already know.
- If you're not sure where to start, list the steps you already know.
- If you're not sure where starting, list the steps you already know.
ดูคำตอบ
If you're not sure where to start, list the steps you already know.
our partners at brilliant.org have created an exploration to help you.
4:39พันธมิตรของเราที่ brilliant.org ได้สร้างการสำรวจไว้เพื่อช่วยคุณแล้ว
Brilliant can show you how to solve new and unfamiliar problems ไวยากรณ์
4:45Brilliant สามารถแสดงวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยให้คุณดูได้
show you how to solve: โครงสร้าง show + คน + how to + คำกริยา
show someone how to do something หมายถึงการสอนหรือสาธิตวิธีและขั้นตอนในการทำบางอย่างให้ใครสักคน ในประโยคนี้ you ที่อยู่หลัง show คือผู้รับคำแนะนำ ส่วน how to solve บอกการกระทำที่กำลังสอนวิธีทำ how to solve เป็นโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive ที่ฝังอยู่ในประโยคใหญ่ ไม่ใช่คำถามโดยตรง และ new and unfamiliar problems เป็นกรรมของ solve
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง show + คน + how to + คำกริยา พร้อมใช้ me และ solve: Can you ____ this equation?
ดูคำตอบ
show me how to solve
by using: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี
by + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีหรือเครื่องมือที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by using critical reasoning skills บอกว่าสามารถแก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคยด้วยวิธีใด ในโครงสร้างนี้ คำกริยาหลัง by ต้องอยู่ในรูป -ing จึงใช้ by using ไม่ใช่ by use หรือ by to use โดย by ในที่นี้ใช้บอกวิธี ไม่ใช่ by ที่บอกผู้กระทำในประโยคแบบ passive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by + รูป -ing ของ use: You can protect your account ____ a strong password.
ดูคำตอบ
by using
critical reasoning skills: การคิดโดยอาศัยหลักฐาน
critical reasoning skills คือความสามารถที่ใช้ตรวจสอบข้อมูล ทดสอบเหตุผลและหลักฐาน และสรุปผลอย่างมีหลักรองรับ ในบริบทการศึกษา คำว่า skills ที่เป็นพหูพจน์สื่อถึงชุดกระบวนการคิดที่ฝึกได้ ไม่ใช่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว ในที่นี้ critical หมายถึงการรอบคอบและวิเคราะห์ก่อนตัดสิน ไม่ได้หมายถึงร้ายแรง อันตราย หรือเร่งด่วน และไม่ได้หมายถึงแค่การตำหนิผู้อื่น
แบบฝึกหัด
การกระทำใดแสดงถึง critical reasoning skills ได้ดีที่สุด
- เปรียบเทียบหลักฐานก่อนตัดสินใจว่าจะเชื่ออะไร
- บอกว่าทุกความคิดผิดโดยไม่ตรวจสอบ
- ตอบสนองอย่างรวดเร็วเพราะสถานการณ์อันตราย
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบหลักฐานก่อนตัดสินใจว่าจะเชื่ออะไร
provide frameworks to think about: บอกจุดประสงค์ของกรอบความคิด
ในประโยคนี้ frameworks หมายถึงวิธีที่เป็นระบบในการพิจารณาปัญหา ไม่ใช่กรอบที่เป็นวัตถุ provide frameworks หมายถึงการมอบโครงสร้างทางความคิดที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและคำถาม วลี infinitive to think about problems บอกจุดประสงค์ของ frameworks ว่าเป็นกรอบสำหรับใช้คิดเกี่ยวกับปัญหา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ provide + เครื่องมือหรือแหล่งข้อมูล + to + คำกริยา โดย infinitive จะบอกว่าเครื่องมือหรือแหล่งข้อมูลนั้นช่วยให้ทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พิจารณา”: The checklist provides a framework ____ possible risks.
ดูคำตอบ
to think about
and understand how concepts relate to each other. วลี
4:53และการทำความเข้าใจว่าแนวคิดต่างๆ สัมพันธ์กันอย่างไร
relate to each other: แสดงความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน
ในประโยคนี้ relate to each other หมายถึงแนวคิดต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ประธานพหูพจน์ concepts ระบุสิ่งที่เชื่อมโยงกัน และ each other แสดงว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นแบบต่างฝ่ายต่างเชื่อมโยงกัน ใช้โครงสร้าง ประธานพหูพจน์ + relate to each other เพื่ออธิบายว่าแนวคิด เหตุการณ์ หรือส่วนต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร ในที่นี้ relate ไม่ได้หมายถึงการเล่าเรื่อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าแนวคิดทั้งสามมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน
- The diagram shows how the three ideas relate to each other.
- The diagram shows how one idea relates to the main topic.
- The diagram shows that the three ideas are unrelated.
ดูคำตอบ
The diagram shows how the three ideas relate to each other.
If you're interested in improving your critical reasoning skills,
4:56หากคุณสนใจที่จะพัฒนาทักษะการใช้เหตุผลเชิงวิพากษ์ของคุณ
will get 20% off the annual premium subscription. การใช้คำ
5:03จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับการสมัครสมาชิกพรีเมียมแบบรายปี
20% off: ลดราคาลง 20%
20% off หมายถึงราคาลดลง 20% จากราคาเดิม คุณจ่าย 80% ของจำนวนเงินเดิม ดังนั้นการสมัครสมาชิกที่มีราคา $100 จะเหลือ $80 ก่อนรวมภาษีหรือค่าธรรมเนียม รูปแบบที่พบบ่อยคือ get 20% off + สินค้าหรือบริการ และ be 20% off คำว่า off ให้ความหมายว่าหักออกจากราคา ส่วน 20% เพียงอย่างเดียวบอกแค่สัดส่วน
แบบฝึกหัด
เกมหนึ่งมีราคาปกติ $60 และตอนนี้ลดแบบ 20% off ต้องจ่ายเท่าใดก่อนรวมภาษี
- $48
- $72
- $12
ดูคำตอบ
$48
annual premium subscription: การหาคำนามหลัก
ใน annual premium subscription คำว่า subscription เป็นคำนามหลักที่บอกว่าสิ่งที่ซื้อคืออะไร premium ระบุว่าเป็นแผนระดับสูงกว่า ส่วน annual ระบุว่าแผนมีระยะเวลาหนึ่งปีหรือมีรอบเรียกเก็บเงินรายปี ให้อ่านกลุ่มคำขยายแบบนี้จากขวาไปซ้าย: subscription → premium subscription → annual premium subscription วลีทั้งหมดหมายถึงการสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมในแผนรายปี
แบบฝึกหัด
ในวลี “annual premium subscription” คำใดเป็นคำนามหลักที่บอกว่าสิ่งที่ซื้อคืออะไร?
- annual
- premium
- subscription
ดูคำตอบ
subscription