เลเซอร์ทำงานอย่างไร (ในทางปฏิบัติ) - Smarter Every Day 33: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
671 คำ 206 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: Destin และ Johan ใช้เลเซอร์ฮีเลียม-นีออนแบบโพรงเปิดแสดงว่ากระจกขยายแสงอย่างไร กระจกที่ให้แสงผ่านบางส่วนสร้างลำแสงขาออกอย่างไร และเหตุใดการบังโพรงจึงหยุดการกำเนิดเลเซอร์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “back and forth.”——วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกการเคลื่อนไหวซ้ำระหว่างสองทิศทาง และนำไปใช้กับการเคลื่อนที่ การแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือการอภิปรายที่โต้กลับไปมา 2. “not quite as strong.”——ไวยากรณ์และรูปประโยค: บอกว่าสิ่งหนึ่งมีความแรงใกล้เคียงแต่ยังไม่เท่าอีกสิ่งหนึ่ง เพื่ออธิบายความต่างอย่างมีระดับโดยไม่ตัดสินแบบเด็ดขาด 3. “Without all these people, we couldn't have done it.”——ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้เงื่อนไขตรงข้ามความจริงในอดีตเพื่อให้เครดิตความช่วยเหลือที่ทำให้ผลงานเสร็จสมบูรณ์ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me Destin.

0:00

เฮ้ ผม Destin ครับ

Welcome to Smarter Every Day.

0:01

ยินดีต้อนรับสู่ Smarter Every Day

So, I'm in the Netherlands today and I'm hanging out with a buddy of mine that I met through a research project. โน้ต

0:03

วันนี้ผมอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ และกำลังใช้เวลากับเพื่อนที่รู้จักกันผ่านโปรเจกต์วิจัยครับ

กริยาวลี

hanging out with: ใช้เวลาสบาย ๆ กับใครสักคน

ในประโยคนี้ hanging out with หมายถึงการใช้เวลาร่วมกับอีกคนอย่างสบาย ๆ และไม่เป็นทางการ เป็นการพูดถึงการเข้าสังคม ไม่ใช่การแขวนสิ่งของจริง ๆ รูปแบบคือ hang out with + คน ส่วน I’m hanging out with... ใช้ present continuous เพราะผู้พูดกำลังบอกว่าวันนี้ตนกำลังทำอะไรอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present continuous ของ hang out with เติมประโยคให้สมบูรณ์: On Saturday, I’m ____ my cousins at the park.

ดูคำตอบ

hanging out with

วลี

a buddy of mine: เพื่อนคนหนึ่งของฉัน

ในประโยคนี้ a buddy of mine หมายถึงเพื่อนคนหนึ่งของฉัน คำว่า buddy ฟังดูเป็นกันเองและสนิทสนม โครงสร้าง a/an + คำนามเอกพจน์ + of + คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ ใช้แนะนำคนหรือสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับใครบางคน เช่น a neighbor of mine และ an idea of hers ภาษาอังกฤษไม่วาง a/an หน้า my โดยตรง จึงพูดว่า a buddy of mine ไม่ใช่ a my buddy

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคแนะนำนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ? Leo is ___ from summer camp.

  1. my a buddy
  2. a buddy of mine
  3. a buddy of me
ดูคำตอบ

a buddy of mine

His name is Johan

0:07

เขาชื่อ Johan

Kr... Reinink.

0:09

Kr... Reinink

That. So anyway,

0:11

นั่นแหละ เอาเป็นว่า

Johan is a laser expert and I've worked with him on stuff on the internet.

0:13

Johan เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ และผมเคยร่วมงานกับเขาในอินเทอร์เน็ตมาก่อน

So, we're going to show you how lasers work today. ไวยากรณ์

0:16

วันนี้เราเลยจะมาแสดงให้พวกคุณดูว่าเลเซอร์ทำงานยังไงครับ

ไวยากรณ์

how lasers work: ลำดับคำในอนุประโยค how แบบฝัง

ใน show you how lasers work ส่วน how lasers work เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝัง ซึ่งระบุข้อมูลที่จะนำมาแสดง ไม่ได้ถามผู้ชมเป็นคำถามแยกต่างหาก หลัง how ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธาน lasers ตามด้วยกริยา work อย่าเติม do หรือสลับตำแหน่งประธานกับกริยาภายในอนุประโยคนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ show/explain + how + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how แบบฝังหลัง explain ได้ถูกต้อง

  1. Can you explain how does this machine work?
  2. Can you explain how works this machine?
  3. Can you explain how this machine works?
ดูคำตอบ

Can you explain how this machine works?

So, uh this is an open cavity laser and can you explain the main components of an open cavity laser? การใช้คำ

0:23

เอาล่ะ นี่คือเลเซอร์แบบช่องเปิด คุณช่วยอธิบายส่วนประกอบหลักของเลเซอร์แบบช่องเปิดหน่อยได้ไหม?

การใช้คำ

open cavity laser: เลเซอร์ที่มีโพรงแสงเปิดออก

open cavity laser คือเลเซอร์ที่โพรงแสงเปิดออก ทำให้สามารถมองเห็นหรือเข้าถึงส่วนประกอบภายในได้ ในที่นี้ cavity หมายถึงโพรงกำทอนเชิงแสงที่เกิดจากกระจก ซึ่งแสงเดินทางกลับไปกลับมาและถูกขยาย ไม่ได้หมายถึงรูว่างทั่วไป ในกลุ่มคำนามเชิงเทคนิคนี้ laser เป็นคำนามหลัก ส่วน open cavity ระบุประเภทของเลเซอร์ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงอุปกรณ์หนึ่งชิ้น ไม่ใช่สิ่งของสามอย่างแยกกัน

แบบฝึกหัด

ในวลีเชิงเทคนิคนี้ open cavity laser หมายถึงอะไร

  1. เลเซอร์ที่มีโพรงแสงเปิดและเข้าถึงได้
  2. เลเซอร์ที่กำลังใช้งานกลางแจ้ง
  3. ลำแสงเลเซอร์ที่สัมผัสได้อย่างปลอดภัย
ดูคำตอบ

เลเซอร์ที่มีโพรงแสงเปิดและเข้าถึงได้

Here we have the laser tube of the helium neon gas fill that amplifies the light

0:28

ตรงนี้เรามีหลอดเลเซอร์ที่บรรจุก๊าซฮีเลียม-นีออนซึ่งทำหน้าที่ขยายแสงครับ

and we have at both ends uh mirrors that are aligned to bounce the light back and forth. วลี

0:32

และเรามีกระจกที่ปลายทั้งสองด้าน เอ้อ ซึ่งถูกจัดแนวให้สะท้อนแสงไปมา

วลี

back and forth: การเคลื่อนที่สองทิศทางซ้ำ ๆ

back and forth หมายถึงการเคลื่อนที่ซ้ำ ๆ ไปในทิศทางหนึ่งแล้วกลับไปในทิศทางตรงข้าม โดยปกติจะเป็นการเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่หรือสองด้าน ในประโยคนี้ แสงเดินทางไปมาระหว่างกระจกสองบานอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงการถอยหลังแล้วเดินหน้าเพียงครั้งเดียว วลีนี้ยังใช้อธิบายการโต้ตอบซ้ำ ๆ ได้ด้วย เช่น ข้อความหรือข้อโต้แย้งที่ส่งไปมาระหว่างผู้คน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ไปมาซ้ำ ๆ ระหว่างสองสถานที่”: The shuttle moves ____ between the hotel and the airport.

ดูคำตอบ

back and forth

Should we power it up? กริยาวลี

0:37

เราควรเปิดเครื่องเลยไหม?

กริยาวลี

power it up: เปิดและเริ่มใช้งานอุปกรณ์

Power it up หมายถึงการจ่ายไฟให้แก่อุปกรณ์และทำให้อุปกรณ์เริ่มทำงาน คำถามนี้เป็นการเสนอให้เปิดอุปกรณ์และเริ่มกระบวนการทำงานของเครื่อง power up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เนื่องจาก it เป็นกรรมที่เป็นคำสรรพนาม จึงต้องวางไว้ระหว่าง power กับ up โดยพูดว่า power it up ไม่ใช่ power up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง power up ให้ถูกต้อง: The new router is plugged in; now we can ____.

ดูคำตอบ

power it up

Definitely.

0:38

แน่นอน

There’s a 4-second delay.

0:40

มันจะดีเลย์ 4 วินาทีนะ

It's a safety feature.

0:42

เป็นระบบความปลอดภัยน่ะ

All right.

0:44

โอเค

Sweet.

0:45

เจ๋งไปเลย

The helium neon laser tube is uh just a glorified the neon light.

0:46

หลอดเลเซอร์ฮีเลียม-นีออน เอ้อ ก็เหมือนหลอดไฟนีออนเวอร์ชันอัปเกรดแหละครับ

Just uh you have the electrical discharge is going through it like a neon sign การใช้คำ

0:50

แค่ เอ้อ มันมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านเหมือนกับป้ายไฟนีออน

การใช้คำ

Electrical discharge ในก๊าซ

ในที่นี้ electrical discharge หมายถึงการไหลของประจุไฟฟ้าผ่านสสาร เช่น ก๊าซ กระแสไฟจะถ่ายเทพลังงานให้ก๊าซ ซึ่งทำให้ก๊าซเปล่งแสงได้เหมือนในป้ายไฟนีออน ทั้งวลีนี้เป็นชื่อของกระบวนการทางฟิสิกส์ คำว่า discharge เพียงคำเดียวมีความหมายอื่นอีกหลายอย่าง แต่คำอธิบายเรื่องก๊าซและแสงชี้ว่าที่นี่ใช้ความหมายทางเทคนิคนี้

แบบฝึกหัด

ในการเปรียบเทียบกับป้ายไฟนีออน electrical discharge หมายถึงอะไร

  1. ผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล
  2. แบตเตอรี่ไม่มีพลังงานที่เก็บไว้อีกแล้ว
  3. กระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซและถ่ายเทพลังงานให้ก๊าซ
ดูคำตอบ

กระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซและถ่ายเทพลังงานให้ก๊าซ

and the special thing is you have here uh two apertures and the light can bounce straight through. ลำดับความ

0:54

และความพิเศษก็คือตรงนี้มี เอ้อ ช่องเปิดสองช่องที่แสงสามารถสะท้อนผ่านตรงๆ ไปได้เลย

ลำดับความ

ใช้ the special thing is เพื่อเน้นลักษณะสำคัญ

The special thing is เป็นกรอบประโยคที่ใช้ในการพูดเพื่อดึงความสนใจ โดยส่งสัญญาณให้ผู้ฟังว่า “ต่อไปให้สนใจลักษณะที่สำคัญที่สุด” ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจุดสนใจจากความคล้ายกับป้ายไฟนีออนไปยังลักษณะที่ช่วยอธิบายการเคลื่อนที่ของแสง special ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ควรหยิบมาชี้ให้เห็นเป็นพิเศษในการอธิบาย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นหายาก ยอดเยี่ยม หรือมหัศจรรย์เสมอไป หลังกรอบประโยคนี้มักเป็นข้อมูลสำคัญ: the special thing is (that) + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายอธิบายก่อนว่าอุปกรณ์สองชิ้นคล้ายกันอย่างไร แล้วพูดว่า “The special thing is that this one works without a battery.” วลีนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. เน้นลักษณะสำคัญที่ผู้ฟังควรสังเกต
  2. บอกว่าอุปกรณ์นี้มีราคาแพงและหายาก
  3. จบคำอธิบายโดยไม่เพิ่มข้อมูลใหม่
ดูคำตอบ

เน้นลักษณะสำคัญที่ผู้ฟังควรสังเกต

Okay, so at both sides of the laser tube we have placed two high-reflecting mirrors

1:00

โอเค ดังนั้นที่ทั้งสองด้านของหลอดเลเซอร์ เราได้วางกระจกสะท้อนแสงสูงไว้สองบาน

and the light that goes through the laser tube hits the mirror and bounces back and forth through the tube

1:05

และแสงที่ผ่านหลอดเลเซอร์จะชนกับกระจกแล้วสะท้อนไปมาผ่านในหลอด

and each time it passes the tube it gets amplified. ไวยากรณ์

1:11

และทุกครั้งที่มันผ่านหลอด แสงก็จะถูกขยายขึ้นครับ

ไวยากรณ์

“each time” สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ

ในประโยคนี้ each time ใช้นำเงื่อนไขด้านเวลาที่เกิดซ้ำ หมายความว่าทุกครั้งที่แสงผ่านท่อ ผลลัพธ์เดิมก็จะเกิดขึ้น ตรงนี้ทำหน้าที่คล้าย whenever โครงสร้าง each time + ประธาน + กริยา ใช้เชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำกับผลที่เกิดขึ้นทุกครั้งได้ กล่าวคือ ทุกครั้งที่ X เกิด Y ก็เกิดตาม ที่นี่ไม่ได้หมายถึงปริมาณหรือระยะเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ดีที่สุดและมีความหมายว่า “ทุกครั้ง” The screen lights up ___ someone presses the button.

  1. each time
  2. one time
  3. for some time
ดูคำตอบ

each time

ไวยากรณ์

“gets amplified” และรูปถูกกระทำที่ใช้ get

Gets amplified เป็นรูปถูกกระทำที่ใช้ get ซึ่งมีโครงสร้าง get + past participle ในที่นี้หมายถึงแสงเกิดการเปลี่ยนแปลงและแรงขึ้นเมื่อผ่านท่อ โดย get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” เมื่อเทียบกับรูปถูกกระทำที่ใช้ be รูปที่ใช้ get มักเน้นเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับประธานมากกว่า จึงเป็นธรรมชาติในการอธิบายกระบวนการที่มีการเคลื่อนไหวหรือเกิดซ้ำด้วยภาษาพูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำที่ใช้ get ของ amplify In this device, the weak signal ____ before transmission.

ดูคำตอบ

gets amplified

If you make this mirror slightly transparent, it's 2% transparent, ไวยากรณ์

1:14

ถ้าคุณทำให้กระจกบานนี้โปร่งใสสักนิด โปร่งใสสัก 2%

ไวยากรณ์

make this mirror slightly transparent: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน make this mirror slightly transparent คำว่า make ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” แต่เป็นคำกริยาแสดงการทำให้เกิดสภาพ โดยโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมมีสภาพตามที่คำคุณศัพท์บอก ในที่นี้ this mirror เป็นกรรม และ slightly transparent บอกสภาพที่ต้องการ ส่วน slightly จำกัดการเปลี่ยนแปลงให้มีความโปร่งใสเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำสั่งโดยใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์: Please ____ the display slightly brighter so everyone can read it.

ดูคำตอบ

make

and each time the light passes 2% moves out and you have like a beam going on here.

1:18

และทุกครั้งที่แสงผ่านไป 2% จะทะลุออกไป และคุณก็จะได้ลำแสงแบบที่เห็นอยู่นี้ครับ

Yeah.

1:24

ใช่ครับ

Okay, so basically what comes out the other end of the mirror is the imperfection in the mirror. ไวยากรณ์

1:25

โอเค โดยพื้นฐานแล้วสิ่งที่ออกมาจากปลายกระจกอีกด้านก็คือความไม่สมบูรณ์แบบของกระจกสินะ

ไวยากรณ์

what comes out ... is ...: การใช้อนุประโยค what เป็นประธาน

อนุประโยคทั้งหมด what comes out the other end of the mirror เป็นประธานของ is ในโครงสร้างนี้ what หมายถึง “สิ่งที่...” ดังนั้นอนุประโยคจึงรวมปรากฏการณ์ทั้งหมดให้เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถระบุหรืออธิบายได้ ส่วนเติมเต็ม the imperfection in the mirror เป็นคำอธิบายที่ย่อและไม่เป็นทางการเกี่ยวกับต้นเหตุ กล่าวคือ มีสิ่งออกมาเพราะกระจกไม่ได้สะท้อนอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าข้อบกพร่องทางกายภาพเคลื่อนออกมาจากกระจก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่หมายถึง “สิ่งที่”: ____ comes out of this filter is clean water.

ดูคำตอบ

What

If it was a perfect mirror, we wouldn't get any output from the laser, correct? ไวยากรณ์

1:31

ถ้ามันเป็นกระจกที่สมบูรณ์แบบ เราก็คงไม่ได้แสงเลเซอร์ออกมาเลย ถูกไหม?

ไวยากรณ์

If it was ..., we wouldn't get ...: เงื่อนไขที่ไม่ตรงกับความจริง

อนุประโยค if นำเสนอสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่ตรงกับความจริง กล่าวคือกระจกนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ส่วนประโยคหลักบอกผลที่สมมติขึ้นว่าเราจะไม่ได้เอาต์พุตจากเลเซอร์ รูปแบบคือ if + simple past, would + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ was ไม่ได้บอกว่าเรื่องของกระจกเกิดขึ้นในอดีต แต่แสดงระยะห่างจากสถานการณ์จริง

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน โดยใช้รูปอดีตของ hold และ would + last: If this battery ____ more charge, it ____ longer.

ดูคำตอบ

held · would last

Correct.

1:34

ถูกต้องครับ

But because the mirrors are imperfect, we do get a little lasing. โน้ต

1:35

แต่เพราะกระจกมันไม่สมบูรณ์แบบ เราเลยได้แสงเลเซอร์ออกมาเล็กน้อย

ไวยากรณ์

do get: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่า การวาง do ไว้หน้ากริยารูปพื้นฐานจะเพิ่มน้ำหนักความหมาย We do get หมายถึง “เราได้จริง ๆ” หรือ “ที่จริงเราได้” และใช้แก้ความคาดหมายว่าจะไม่มีเอาต์พุตออกมา กริยาช่วยเป็นตัวแสดงกาลและความสอดคล้องกับประธาน ส่วน get ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เมื่อตัด do ออก ข้อเท็จจริงยังเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงยืนยันอย่างหนักแน่นจะหายไป

แบบฝึกหัด

เติมการแก้ความคาดหมายแบบเน้นย้ำด้วยรูป present tense ที่ถูกต้องของ do: Everyone expects the old printer to fail, but it ____ work.

ดูคำตอบ

does

การใช้คำ

Lasing: กระบวนการ ไม่ใช่อุปกรณ์หรือลำแสง

ในประโยคนี้ lasing หมายถึงกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งการปล่อยรังสีแบบถูกกระตุ้นภายในโพรงเชิงแสงช่วยขยายแสงและคงการทำงานของเลเซอร์ไว้ กระจกที่ไม่สมบูรณ์ทำให้แสงบางส่วนออกจากโพรง แต่กระบวนการขยายแสงยังคงเกิดขึ้น ใน we do get a little lasing คำว่า lasing ทำหน้าที่เป็นคำนามนับไม่ได้ที่บอกกระบวนการ A little หมายถึงการทำงานของเลเซอร์ในปริมาณหรือระดับเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์เลเซอร์ขนาดเล็ก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ lasing หมายถึงอะไร

  1. กระบวนการสร้างหรือคงแสงเลเซอร์ไว้ภายในโพรง
  2. กระจกสะท้อนบางส่วนที่ปลายโพรง
  3. ลำแสงหนึ่งลำที่ออกจากโพรงไปแล้ว
  4. อุปกรณ์เลเซอร์ที่เป็นวัตถุ
ดูคำตอบ

กระบวนการสร้างหรือคงแสงเลเซอร์ไว้ภายในโพรง

Yeah.

1:39

ใช่ครับ

In this case, the laser is just specifically made to reflect only 98% and this is the 2% of the light uh that comes out.

1:39

ในกรณีนี้ เลเซอร์ถูกสร้างมาโดยเฉพาะให้สะท้อนแสงเพียง 98% และนี่คือแสง 2% เอ้อ ที่ทะลุออกมาครับ

All right, one thing I notice is that inside the cavity, the beam is much stronger. ลำดับความ

1:48

โอเคครับ สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือลำแสงข้างในช่องมันมีความแรงกว่ามากเลย

ลำดับความ

One Thing I Notice Is That: การเลือกข้อสังเกตหนึ่งข้อ

One thing I notice is that เป็นอนุประโยคกรอบที่ช่วยจัดข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเลือกข้อสังเกตหนึ่งมาพูดถึง และอนุประโยคที่ตามหลัง that จะให้เนื้อหาของข้อสังเกตนั้น ซึ่งในที่นี้คือ ลำแสงภายในโพรงมีความเข้มมากกว่า ในที่นี้ one thing หมายถึงหนึ่งประเด็นจากข้อสังเกตที่เป็นไปได้หลายข้อ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดสังเกตเห็นเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว กรอบที่อ้างถึงการสังเกตส่วนตัวยังทำให้ข้อความฟังเหมือนข้อสังเกตที่เสนอมาเพื่อหารือ ไม่ใช่การประกาศอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบการสังเกตเพื่อเลือกหนึ่งประเด็นโดยไม่สื่อว่าเป็นประเด็นเดียว: ____ the blue line rises after noon.

ดูคำตอบ

One thing I notice is that

You can see the laser hitting particles in the air, ไวยากรณ์

1:52

คุณจะเห็นเลเซอร์กระทบกับอนุภาคในอากาศ

ไวยากรณ์

see the laser hitting particles: see + กรรม + -ing

ใน see the laser hitting particles คำว่า the laser เป็นกรรมของ see ส่วน hitting particles เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing ที่บอกว่าเลเซอร์กำลังทำอะไร ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะของเลเซอร์ โครงสร้าง see + กรรม + -ing แสดงว่าขณะสังเกตนั้น การกระทำกำลังดำเนินอยู่ ในที่นี้ ผลที่มองเห็นเกิดจากแสงเลเซอร์ทำปฏิกิริยากับอนุภาคในอากาศ ถ้อยคำจึงเน้นกระบวนการ ไม่ใช่การเห็นเหตุการณ์ครบตั้งแต่ต้นจนจบ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ run เพื่อแสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่: From the porch, we could see the children ____ across the yard.

ดูคำตอบ

running

but downstream the photons that are leaking out of the mirror, โน้ต

1:56

แต่ส่วนปลายทางของโฟตอนที่รั่วออกมาจากกระจก

การใช้คำ

downstream: ถัดไปตามทิศทางการเดินทางของแสง

ในที่นี้ downstream หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ถัดไปตามทิศทางที่แสงเดินทาง โดยระบุว่าโฟตอนอยู่ด้านขาออกของกระจก หลังจากผ่านกระจกออกมาแล้ว คำนี้เดิมมาจากทิศทางการไหลของแม่น้ำ แต่ภาษาอังกฤษเชิงเทคนิคขยายแนวคิดเรื่องตำแหน่งนี้ไปใช้กับสิ่งที่มีการไหลหรือมีเส้นทาง เช่น อากาศ แสง สัญญาณ หรือกระบวนการผลิต ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภายหลังในแง่ของเวลา

แบบฝึกหัด

ในท่อ น้ำไหลจากปั๊มไปยังตัวกรอง ประโยคใดอธิบายตำแหน่งของตัวกรองได้ถูกต้อง

  1. The filter is downstream of the pump.
  2. The filter is downstream tomorrow.
  3. The filter is upstream of the pump.
ดูคำตอบ

The filter is downstream of the pump.

กริยาวลี

leaking out: เล็ดลอดออกมาทีละน้อย

ในประโยคนี้ leaking out หมายถึงโฟตอนจำนวนเล็กน้อยผ่านกระจกออกไปแทนที่จะสะท้อนกลับ คำกริยานี้ทำให้เห็นภาพว่าแสงกำลังค่อย ๆ เล็ดลอดผ่านสิ่งกั้น Leak out ใช้บรรยายของเหลว ก๊าซ แสง หรือข้อมูลที่ออกจากบริเวณปิดได้ มักสื่อว่ามีปริมาณน้อยและไม่ได้ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ แต่กระจกในที่นี้ถูกออกแบบให้แสงบางส่วนผ่านได้ จึงไม่ได้หมายความว่ากระจกเสียหาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายแสงปริมาณเล็กน้อยที่เล็ดลอดผ่านสิ่งกั้นได้ดีที่สุด

  1. The open window let bright sunlight fill the room.
  2. The lamp suddenly stopped producing light.
  3. A faint glow was leaking out through a crack in the box.
ดูคำตอบ

A faint glow was leaking out through a crack in the box.

it's not quite as strong. ไวยากรณ์

2:00

มันไม่ได้แรงขนาดนั้น

ไวยากรณ์

not quite as strong: เกือบแรงเท่ากันแต่ยังอ่อนกว่าเล็กน้อย

Not quite as strong หมายถึง “เกือบจะแรงเท่ากัน แต่ยังอ่อนกว่าเล็กน้อย” โครงสร้าง not quite as + คำคุณศัพท์ + as ใช้เปรียบเทียบสองสิ่งและแสดงว่าสิ่งแรกยังไม่ถึงระดับที่เท่ากันอยู่เล็กน้อย ในคำบรรยายนี้ ส่วน as ชุดที่สองถูกละไว้เพราะบริบทบอกชัดเจนแล้วว่ากำลังเปรียบเทียบกับอะไร รูปนี้ฟังนุ่มนวลและแม่นยำกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งหนึ่ง weak การบรรยายยังเป็นแบบเปรียบเทียบ กล่าวคือสิ่งนั้นอาจยังแรงอยู่ เพียงแต่ไม่แรงเท่ากับอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าสัญญาณเกือบจะแรงเท่ากัน แต่ยังอ่อนกว่าเล็กน้อย

  1. It's just as strong.
  2. It's not quite as strong.
  3. It's not nearly as strong.
ดูคำตอบ

It's not quite as strong.

Is that correct?

2:01

ถูกต้องไหมครับ?

Yeah.

2:02

ใช่ครับ

The light circulating inside the laser uh is uh far higher intensity.

2:02

แสงที่หมุนเวียนอยู่ภายในเลเซอร์ เอ้อ มีความเข้มแสงสูงกว่ามากครับ

And if you hold your hand outside of the laser and block the beam,

2:07

และถ้าคุณเอามือไปวางนอกเลเซอร์เพื่อบังลำแสง

you see that you catch the beam.

2:11

คุณจะเห็นว่าแสงตกกระทบที่มือคุณ

It looks pretty nice.

2:13

มันดูสวยดีนะ

But if you hold your hand inside the cavity, you'll block the laser from uh amplifying all the light ไวยากรณ์

2:14

แต่ถ้าคุณเอามือไปขวางไว้ข้างในช่อง คุณก็จะไปกั้นไม่ให้เลเซอร์ เอ้อ ทำการขยายแสงทั้งหมด

ไวยากรณ์

block ... from + -ing: ขัดขวางไม่ให้บางสิ่งทำสิ่งหนึ่ง

โครงสร้าง block + กรรม + from + -ing หมายความว่า คนหรือสิ่งหนึ่งขัดขวางไม่ให้กรรมทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือทำต่อไป วางกรรมไว้หลัง block และใช้รูป -ing สำหรับการกระทำหลัง from ในประโยคนี้ กรรมคือ the laser และ amplifying บอกถึงกระบวนการที่ถูกขัดจังหวะ คำพูดคั่น uh อยู่ระหว่าง from กับ amplifying แต่ไม่ได้เปลี่ยนไวยากรณ์ ในที่นี้ block หมายถึงการหยุดกระบวนการ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการซ่อนหรือปิดคลุมเครื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ block ... from + -ing: The safety cover ____ dust ____ the motor.

ดูคำตอบ

blocks · from entering

and the light won't circulate around and you don't uh have a laser anymore.

2:20

แสงก็จะไม่หมุนเวียนไปมา และคุณก็ เอ้อ จะไม่มีเลเซอร์อีกต่อไป

So, it stops way on the other side การใช้คำ

2:25

ดังนั้น มันก็จะหยุดไปจนถึงอีกฝั่งเลย

การใช้คำ

way on the other side: way ที่หมายถึงไกล

ในที่นี้ way เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงไกลหรือห่างออกไปมาก คำนี้เน้นวลีบอกตำแหน่ง on the other side ดังนั้น way on the other side จึงหมายถึงไกลออกไปทางฝั่งตรงข้าม การใช้ way แบบนี้มักอยู่หน้าวลีบอกสถานที่หรือทิศทาง เช่น way over there, way up north และ way down the road ในโครงสร้างนี้ way ไม่ได้หมายถึงวิธีหรือถนน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ way เพื่อเน้นระยะทางในความหมายเดียวกับ way on the other side?

  1. The cabin is way up in the mountains.
  2. Can you show me the way to the cabin?
  3. We need to find a way to solve the problem.
ดูคำตอบ

The cabin is way up in the mountains.

even though we're stopping it on this side of the tube, we don't get lasing on the other side. ไวยากรณ์

2:27

ถึงแม้ว่าเราจะกั้นมันไว้ที่ฝั่งนี้ของหลอด เราก็ไม่ได้เลเซอร์ที่อีกฝั่งเลย

ไวยากรณ์

even though: ข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

even though ใช้นำหน้าข้อเท็จจริงที่เป็นจริงหรือเป็นที่ยอมรับแล้ว ในประโยคนี้คือพวกเขากำลังหยุดกระบวนการที่ด้านหนึ่งของท่อ จากนั้นคำนี้แสดงว่าผลที่ตามมานั้นน่าแปลกใจเมื่อเทียบกับข้อเท็จจริงดังกล่าว นั่นคืออีกด้านหนึ่งก็ยังไม่เกิดการปล่อยแสงเลเซอร์ ใช้ even though + อนุประโยค เมื่อข้อเท็จจริงขัดแย้งอย่างชัดเจนกับสิ่งที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เลือกคำขึ้นต้นที่เหมาะสมที่สุด เมื่อผู้พูดรู้ว่าไฟฟ้าดับเกิดขึ้นจริง: “_____ the power went out, the food stayed cold.”

  1. Even if
  2. Even though
  3. Because
ดูคำตอบ

Even though

I'm waiting on photon torpedo technology myself, โน้ต

2:32

ตัวผมเองกำลังรอเทคโนโลยีตอร์ปิโดโฟตอนอยู่นะ

การใช้คำ

waiting on: waiting for แบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษอเมริกัน

ในที่นี้ waiting on หมายถึงการรอให้เทคโนโลยีตอร์ปิโดโฟตอนได้รับการพัฒนาหรือพร้อมใช้งาน ผู้พูดกำลังพูดเล่นว่าตนตั้งตารอสิ่งประดิษฐ์จากนิยายวิทยาศาสตร์ ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ wait on + สิ่งของหรือเรื่องหนึ่ง อาจหมายถึงการรอให้สิ่งนั้นมาถึง เกิดขึ้น หรือเสร็จสมบูรณ์ กรรมหลัง on ระบุสิ่งที่ยังต้องรอ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ “I'm waiting on the test results,” waiting on หมายความว่าอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังตั้งใจทำให้ผลล่าช้า
  2. ผู้พูดกำลังให้บริการผลเหล่านั้นราวกับว่าเป็นลูกค้า
  3. ผู้พูดกำลังรอให้ผลมาถึง
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังรอให้ผลมาถึง

วัฒนธรรม

photon torpedo technology ในฐานะมุกไซไฟ

“Photon torpedo technology” หมายถึงเทคโนโลยีของอาวุธสมมติที่เรียกว่าตอร์ปิโดโฟตอนในจักรวาล Star Trek ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้ขอเทคโนโลยีที่มีอยู่จริงอย่างจริงจัง การอ้างถึงเรื่องไซไฟแบบเกินจริงนี้เปลี่ยนความหวังที่จะได้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ล้ำยุคกว่าเดิมให้เป็นมุกขำ ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ photon torpedo technology สื่อถึงอะไร

  1. แบตเตอรี่ชนิดหนึ่งที่ทำให้เลเซอร์สว่างขึ้น
  2. การอ้างถึงเทคโนโลยีอาวุธอวกาศในจินตนาการแบบขำ ๆ
  3. อุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้ในห้องทดลองเลเซอร์ปัจจุบัน
ดูคำตอบ

การอ้างถึงเทคโนโลยีอาวุธอวกาศในจินตนาการแบบขำ ๆ

so I'm working on it.

2:36

ผมกำลังพัฒนามันอยู่

You're working on it?

2:37

คุณกำลังพัฒนามันอยู่เหรอ?

Excellent.

2:38

ยอดเยี่ยมเลย

But anyway, we want to thank Johan for his time วลี

2:39

แต่ยังไงก็ตาม เราอยากขอบคุณ Johan ที่สละเวลามา

วลี

thank Johan for his time: ขอบคุณ Johan ที่สละเวลา

“Thank someone for their time” เป็นสำนวนสุภาพที่ใช้เป็นแบบแผน เพื่อแสดงว่าเราซาบซึ้งที่อีกฝ่ายสละเวลามาพูดคุย พบปะ หรือช่วยเหลือเรา ใน “thank Johan for his time” ผู้ที่ได้รับคำขอบคุณคือ Johan และ his time คือเหตุผลที่ขอบคุณ โครงสร้างคือ thank + person + for + possessive + time คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล โดยใช้ his กับ Johan, her กับ Maya และ their เมื่อไม่ทราบเพศของบุคคลนั้นหรือเมื่อใช้ they แบบเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปในประโยค: We want to thank Johan for ____ time after the interview.

ดูคำตอบ

his

and uh can you thank the people who let us in in Dutch? กริยาวลี

2:41

และ เอ้อ คุณช่วยกล่าวขอบคุณคนที่อนุญาตให้เราเข้ามาเป็นภาษาดัตช์หน่อยได้ไหม?

กริยาวลี

let us in: อนุญาตให้ใครบางคนเข้าไป

Let someone in หมายถึงอนุญาตให้คนนั้นเข้าไปในสถานที่หรือผ่านทางเข้าที่มีการควบคุม โดยใช้โครงสร้าง let + คน + in ในประโยคนี้ let us in หมายถึงเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการอนุญาตให้ทีมถ่ายทำเข้าไปในห้องปฏิบัติการ คำว่า in หมายถึงการเข้าไปในสถานที่จริง ๆ ไม่ได้หมายถึงการพูดแทรกหรือเข้าร่วมบทสนทนา

แบบฝึกหัด

เรียงคำ let, us และ in ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำขอที่หมายถึง “อนุญาตให้เราเข้าไป”: Please ____; we're here for the lab tour.

ดูคำตอบ

let us in

Absolutely.

2:45

ได้แน่นอน

Yeah, I thank the optical science group that we could be in the lab and we could film.

2:46

ครับ ผมขอขอบคุณกลุ่มวิทยาศาสตร์ออปติคอลที่เราสามารถเข้ามาในแล็บและถ่ายทำได้ครับ

Thank you very much

2:51

ขอบคุณมากครับ

and thank you for your explanation that we could be in the lab and could see what you did.

2:51

และขอบคุณสำหรับคำอธิบายของคุณ ทำให้เราเข้ามาในแล็บและเห็นสิ่งที่คุณทำได้ครับ

Also, thank you very much and thank you for this laser we could borrow and transport.

2:56

นอกจากนี้ ขอบคุณมาก และขอบคุณสำหรับเลเซอร์ที่เรายืมและขนย้ายมาได้ด้วย

Thank you very much.

3:01

ขอบคุณมากครับ

Without all these people, we couldn't have done it. ไวยากรณ์

3:02

ถ้าไม่มีคนเหล่านี้ เราคงทำไม่ได้แน่นอน

ไวยากรณ์

Without ..., we couldn't have done it: ผลในอดีตที่เกิดขึ้นได้เพราะความช่วยเหลือ

Without + กลุ่มคำนาม ระบุสิ่งที่เป็นเงื่อนไขจำเป็น ส่วน Couldn't have + กริยาช่อง 3 เป็นการสมมติอดีตที่ต่างจากความจริงและบอกว่าผลลัพธ์คงเกิดขึ้นไม่ได้ ในประโยคนี้ งานเสร็จจริงเพราะคนเหล่านี้ช่วยเหลือ ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อยกความดีความชอบและขอบคุณพวกเขา couldn't have done it ไม่ได้พูดถึงความสามารถของผู้พูดในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เทศกาลจัดเสร็จอย่างประสบความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วเพราะอาสาสมัครช่วยเหลือ ประโยคใดแสดงผลในอดีตที่ตรงข้ามกับความจริงอย่างชัดเจน

  1. Without the volunteers, we couldn't do it.
  2. Without the volunteers, we didn't do it.
  3. Without the volunteers, we couldn't have done it.
ดูคำตอบ

Without the volunteers, we couldn't have done it.

Yeah, for everyone, if you come to the university, come here and look at it.

3:04

ใช่ครับ สำหรับทุกคน ถ้ามาที่มหาวิทยาลัย ก็แวะมาดูที่นี่ได้นะ

Go study.

3:08

ไปเรียนหนังสือซะเถอะ

What? Did you just call me something?

3:10

อะไรนะ? เมื่อกี้คุณว่าผมเหรอ?

No.

3:13

เปล่า

Do you want to get even smarter?

3:18

คุณอยากฉลาดขึ้นอีกไหม?

Then check out this video by MinutePhysics.

3:19

งั้นไปดูวิดีโอนี้ของ MinutePhysics ได้เลย

Henry explains what's going on inside that helium-neon tube in one of his cool science videos. กริยาวลี

3:22

Henry อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหลอดฮีเลียม-นีออนไว้ในหนึ่งในวิดีโอวิทยาศาสตร์เจ๋งๆ ของเขาครับ

กริยาวลี

what's going on: “กำลังเกิดอะไรขึ้น”

ในที่นี้ what's going on หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” หรือ “มีอะไรเกิดขึ้นอยู่” โดยกล่าวถึงกระบวนการทางฟิสิกส์ภายในหลอด ส่วน go on ในประโยคนี้ไม่ได้แปลว่า “ดำเนินต่อไป” เมื่ออยู่หลัง explains อนุประโยค what's going on จะบอกสิ่งที่เฮนรี่อธิบาย สำนวนเดียวกันนี้ใช้ถามถึงสถานการณ์หรือกระบวนการที่ยังไม่ชัดเจนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น”: Can you explain ____ inside the computer?

ดูคำตอบ

what's going on

Now we are going to do Laser Month.

3:30

ตอนนี้เราจะเข้าสู่ช่วง เดือนแห่งเลเซอร์ ครับ

Laser Month consists of a lot of videos shot over here in Holland with Johan วลี

3:32

เดือนแห่งเลเซอร์ประกอบด้วยวิดีโอมากมายที่ถ่ายทำกันที่นี่ในฮอลแลนด์กับ Johan

วลี

consists of a lot of videos: บอกส่วนประกอบของภาพรวม

Consists of หมายถึง “ประกอบด้วย” ประธานบอกสิ่งที่เป็นภาพรวม ส่วนคำหลัง of บอกส่วนประกอบ ในที่นี้ Laser Month คือภาพรวม และ videos คือส่วนประกอบ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ภาพรวม + consist of + ส่วนประกอบ ในประโยคนี้ Laser Month เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้ consists

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: The science club ____ twelve students and two teachers.

ดูคำตอบ

consists of

because he is a laser genius.

3:37

เพราะเขาเป็นอัจฉริยะด้านเลเซอร์

Can I call you a laser genius?

3:38

ผมเรียกคุณว่าอัจฉริยะด้านเลเซอร์ได้ไหม?

Definitely.

3:40

แน่นอน

All right, so now we're going to play laser limbo. วัฒนธรรม

3:42

เอาล่ะ งั้นตอนนี้เราจะมาเล่นเลเซอร์ลิมโบกัน

วัฒนธรรม

laser limbo: ชื่อเกมประสมที่สร้างขึ้นอย่างมีลูกเล่น

limbo คือเกมที่ผู้เล่นเอนตัวไปด้านหลังแล้วลอดใต้คานต่ำโดยไม่แตะคาน ใน laser limbo คำว่า laser วางหน้าคำว่า limbo เพื่อทำหน้าที่ขยายนาม จึงเกิดเป็นชื่อแบบขำ ๆ สำหรับการเล่นที่ใช้ลำแสงเลเซอร์แทนคาน คำกริยา play ทำให้รู้ว่า limbo ในที่นี้หมายถึงเกม ไม่ได้หมายถึงความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าอยู่ในภาวะค้างคาหรือไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

laser limbo ในประโยค “All right, so now we're going to play laser limbo.” น่าจะเป็นชื่อของอะไร?

  1. กิจกรรมที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ
  2. เครื่องจักรที่ใช้ซ่อมเลเซอร์
  3. limbo แบบสนุก ๆ ที่ใช้ลำแสงเลเซอร์แทนคาน
ดูคำตอบ

limbo แบบสนุก ๆ ที่ใช้ลำแสงเลเซอร์แทนคาน

Ready?

3:44

พร้อมไหม?

No.

3:45

ไม่

Why not?

3:46

ทำไมล่ะ?

It's dangerous.

3:46

มันอันตราย

Oh, c'mon, laser limbo. น้ำเสียง/เจตนา

3:48

โธ่ เอาน่า เลเซอร์ลิมโบไง

น้ำเสียง/เจตนา

c'mon: การคะยั้นคะยอแบบกันเองและการบ่นเล็กน้อย

c'mon เป็นรูปเขียนแบบกันเองของ come on ที่นี่ไม่ได้หมายถึง “เดินเข้ามาหาฉัน” ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อต้านการปฏิเสธและเร่งให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ โดยแฝงความรำคาญเล็กน้อยหรือการบ่นแบบหยอก ๆ น้ำหนักของคำขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท: ใช้ให้กำลังใจ เกลี้ยกล่อม เร่ง หรือทักท้วงก็ได้ ในประโยคนี้หน้าที่หลักคือการโน้มน้าว ไม่ใช่การขอให้อีกฝ่ายเคลื่อนที่เข้ามาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “Oh, c'mon, laser limbo.” ผู้พูดใช้ c'mon เพื่อทำอะไร?

  1. เร่งให้อีกฝ่ายคิดใหม่โดยแฝงการบ่นเล็กน้อย
  2. ขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้
  3. ยอมรับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

เร่งให้อีกฝ่ายคิดใหม่โดยแฝงการบ่นเล็กน้อย