สัตว์ประหลาดน่ากลัวในซอย + ออกปฏิบัติการกู้ภัย|S1-2|ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pinkfong Super Rescue Team - Kids Songs & Cartoons

ความยากในการเรียน
501 คำ 127 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เด็กที่หวาดกลัวคิดว่าเสียงและเงาในตรอกมืดเป็นสัตว์ประหลาด ก่อนที่ทีมกู้ภัยซูเปอร์จะเข้ามาช่วย เรื่องราวสอนว่าเด็กควรทำอย่างไรเมื่อหลงทาง แล้วพาไปยังศูนย์บัญชาการเพื่อดูว่ายานพาหนะฉุกเฉินฝึกซ้อม เตรียมพร้อม และร่วมกันออกปฏิบัติหน้าที่อย่างไร หลังจากเห็นทีมกู้ภัย เด็กคนหนึ่งจึงเปลี่ยนความฝันในอนาคต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. must always stay with — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าการใช้ must ร่วมกับ always สื่อถึงกฎความปลอดภัยที่หนักแน่นและต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงคำแนะนำทั่วไป ผู้เรียนสามารถใช้รูปแบบนี้เพื่อบอกว่าเวลาออกไปข้างนอก เด็กจำเป็นต้องอยู่ใกล้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบดูแล 2. train and prepare for dispatch. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: แยกแยะได้ว่า dispatch เป็นศัพท์เฉพาะในงานฉุกเฉิน หมายถึงการได้รับมอบหมายและถูกส่งออกไปทำภารกิจ ไม่ใช่แค่การส่งสิ่งของ จึงช่วยให้อธิบายได้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยฝึกซ้อม เตรียมตัว และรอคำสั่งให้ออกปฏิบัติงานอย่างไร 3. changed my mind. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ใช้สำนวนตายตัวนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อการตัดสินใจ ความชอบ หรือแผนในอนาคตเปลี่ยนไป และสามารถบอกได้ว่าตนทบทวนความฝันหรือความตั้งใจเดิมใหม่ โดยไม่ต้องแปลคำแต่ละคำตรงตัว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Pinkfong.

0:00

Pinkfong

Super Rescue Team

0:03

Super Rescue Team

to the rescue. วลี

0:04

ออกกู้ภัย

วลี

to the rescue: มาช่วยหรือมาช่วยชีวิต

To the rescue เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “กำลังมาช่วยชีวิตใครสักคนหรือช่วยแก้ปัญหา” ในประโยคนี้ใช้เป็นคำขวัญที่พูดอย่างตื่นเต้น เพื่อประกาศว่าทีม Super Rescue Team กำลังออกไปช่วยและความช่วยเหลือกำลังมา ให้จำทั้งวลีเป็นก้อนเดียว rescue ไม่ใช่ชื่อจุดหมายที่อยู่หลัง to แต่วลีทั้งหมดหมายถึงการเข้าไปช่วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “มาช่วย” เพื่อทำให้คำขวัญสมบูรณ์: Super Rescue Team ____!

ดูคำตอบ

to the rescue

Pinkfong Super Rescue Team.

0:08

Pinkfong Super Rescue Team

The scary monsters in the alley. การใช้คำ

0:13

สัตว์ประหลาดน่ากลัวในซอย

การใช้คำ

the alley: ทางแคบระหว่างอาคาร

Alley คือทางเดินหรือถนนสายเล็กที่แคบ ซึ่งอยู่ระหว่างอาคารหรือด้านหลังอาคาร โดยทั่วไปจะแคบและไม่เปิดโล่งเท่า street ในประโยคนี้ in the alley บอกว่าสัตว์ประหลาดน่ากลัวอยู่ที่ไหน การเลือกใช้ alley ทำให้สถานที่ดูหลบซ่อนและน่ากลัวขึ้นเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ alley ในความหมายว่าทางแคบระหว่างอาคาร?

  1. The cat crossed a busy street at the traffic light.
  2. The cat slept in a large park beside the lake.
  3. The cat slipped into a narrow alley between two shops.
ดูคำตอบ

The cat slipped into a narrow alley between two shops.

Uh?

0:29

หืม?

Uh?

0:33

หืม?

Uh?

0:37

หืม?

Uh?

0:37

หืม?

Uh?

0:48

หืม?

Spooky spooky spooky scary alley,

0:50

ซอยน่ากลัวหลอนหลอนหลอน

spooky spooky I'm scared, น้ำเสียง/เจตนา

0:53

หลอนหลอนฉันกลัวจัง

so scared.

0:55

กลัวจังเลย

น้ำเสียง/เจตนา

I'm scared, so scared: ใช้ so เพื่อเน้นความกลัว

I'm scared บอกความรู้สึกของผู้พูดตรง ๆ ว่ากลัว ใน so scared คำว่า so หมายถึงระดับที่สูงมาก ไม่ได้หมายถึงดังนั้น ส่วนหลังเป็นการพูดทวน I'm scared เพื่อเน้นอารมณ์ โดยละ I'm แล้วพูด scared ซ้ำพร้อม so ทำให้ความกลัวฟังดูรุนแรงขึ้น และอาจสื่อด้วยว่าผู้พูดต้องการการปลอบใจหรือความช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายสองคำที่ใช้ so เพื่อเน้นความกลัวให้ประโยคสมบูรณ์: The room went dark. I'm scared, ____!

ดูคำตอบ

so scared

Mommy?

0:58

แม่คะ?

What is that in the dark alley?

1:00

นั่นอะไรในซอยมืดน่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Mommy? What is that...?: ถามด้วยความกลัวและขอความมั่นใจ

Mommy? เป็นการเรียกแม่เพื่อให้หันมาสนใจก่อน ส่วน What is that in the dark alley? เป็นการขอให้อีกฝ่ายบอกว่าสิ่งที่ผู้พูดมองเห็นแต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรนั้นคืออะไร ในสถานการณ์ที่มืดและน่ากลัว คำถามนี้ไม่ได้มีไว้ขอข้อมูลเท่านั้น แต่ยังแสดงความตกใจและชวนให้ผู้ปกครองมอง อธิบาย หรือช่วยทำให้สบายใจด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือเรียกคนที่ไว้ใจก่อน แล้วจึงถาม What is that...?

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Dad? What is that moving behind the curtain?" ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไรอยู่?

  1. ถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จักพร้อมกับขอให้ช่วยทำให้สบายใจ
  2. แสดงว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วอย่างชัดเจนว่าสิ่งนั้นคืออะไร
  3. บอกให้พ่อขยับม่านด้วยน้ำเสียงสงบ
ดูคำตอบ

ถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จักพร้อมกับขอให้ช่วยทำให้สบายใจ

I'm scared,

1:02

ฉันกลัว

I'm scared,

1:03

ฉันกลัว

I'm scared.

1:04

ฉันกลัว

Squeak squeak. วัฒนธรรม

1:06

จี๊ดจี๊ด

creak creak.

1:08

เอี๊ยดอ๊าด

Spooky scary monster.

1:09

สัตว์ประหลาดน่ากลัวหลอน

วัฒนธรรม

Squeak squeak ... creak creak: การเลียนเสียง

ในที่นี้ squeak และ creak เป็นคำเลียนเสียง โดยใช้แทนเสียงต่าง ๆ ไม่ได้ประกอบกันเป็นประโยคเต็ม squeak สื่อถึงเสียงสั้นและแหลม เช่น เสียงล้อเล็กหรือหนู ส่วน creak สื่อถึงเสียงเสียดสีหยาบ ๆ จากประตูเก่า แผ่นพื้น หรือสิ่งของอื่นที่ขยับเมื่อถูกกดหรือรับน้ำหนัก การพูดซ้ำแต่ละคำทำให้รู้สึกว่าเสียงดังต่อเนื่องและช่วยสร้างบรรยากาศน่ากลัว วิธีนี้พบได้บ่อยในการ์ตูน หนังสือการ์ตูน และหนังสือภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ creak ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อสื่อถึงเสียงไม้เก่าที่ขยับเมื่อรับน้ำหนัก

  1. Buzz, buzz, went my phone when a message arrived.
  2. Creak, creak, went the old wooden stair when I stepped on it.
  3. Squeak, squeak, went the tiny rubber mouse when I pressed it.
ดูคำตอบ

Creak, creak, went the old wooden stair when I stepped on it.

Ah!

1:17

กรี๊ด!

Huh?

1:19

เอ๊ะ?

Spooky spooky spooky scary alley,

1:26

ซอยน่ากลัวหลอนหลอนหลอน

spooky spooky I'm scared,

1:29

หลอนหลอนฉันกลัวจัง

so scared.

1:32

กลัวจังเลย

Mommy?

1:34

แม่คะ?

Mommy?

1:35

แม่คะ?

What is that in the dark alley?

1:36

นั่นอะไรในซอยมืดน่ะ?

I'm scared,

1:39

ฉันกลัว

I'm scared,

1:40

ฉันกลัว

I'm scared.

1:41

ฉันกลัว

Growl growl.

1:43

แฮ่แฮ่

Boom boom.

1:44

ตึงตึง

Spooky scary monster.

1:46

สัตว์ประหลาดน่ากลัวหลอน

Ah!

1:54

กรี๊ด!

Huh?

1:55

เอ๊ะ?

Ah!

1:56

กรี๊ด!

Ah!

1:57

กรี๊ด!

Spooky spooky spooky scary alley,

2:02

ซอยน่ากลัวหลอนหลอนหลอน

spooky spooky I'm scared,

2:05

หลอนหลอนฉันกลัวจัง

so scared.

2:08

กลัวจังเลย

Mommy?

2:10

แม่คะ?

Mommy?

2:11

แม่คะ?

What is that in the dark alley?

2:12

นั่นอะไรในซอยมืดน่ะ?

I'm scared,

2:15

ฉันกลัว

I'm scared,

2:16

ฉันกลัว

I'm scared.

2:17

ฉันกลัว

Creepy creepy.

2:19

ขนลุกขนลุก

Cackle cackle.

2:20

คิกคิก

Spooky scary monster.

2:22

สัตว์ประหลาดน่ากลัวหลอน

Ah!

2:27

กรี๊ด!

Creepy creepy monster,

2:30

สัตว์ประหลาดขนลุกขนลุก

scary monster.

2:31

สัตว์ประหลาดน่ากลัว

Creepy creepy monsters

2:33

สัตว์ประหลาดขนลุก

are roaming the city. วลี

2:34

กำลังเดินเพ่นพ่านในเมือง

วลี

are roaming the city: การเคลื่อนที่ไปทั่วภายในพื้นที่

are roaming เป็นรูป present progressive ซึ่งแสดงว่าการเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ roam หมายถึงการเคลื่อนที่ไปทั่วบริเวณหนึ่งโดยไม่มีเส้นทางที่แน่นอนหรือจุดหมายที่ชัดเจน ใน roam the city คำว่า city คือพื้นที่ที่มีการเคลื่อนที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช้ to รูปแบบนี้ใช้กับพื้นที่อื่นได้เช่นกัน เช่น roam the forest หรือ roam the neighborhood

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสัตว์กำลังเคลื่อนที่ไปทั่วภายในพื้นที่หนึ่งโดยไม่มีเส้นทางที่แน่นอน

  1. The goats are waiting beside the gate.
  2. The goats are roaming the village.
  3. The goats are going to the barn.
ดูคำตอบ

The goats are roaming the village.

Ah!

2:38

กรี๊ด!

Wow!

2:39

ว้าว!

Ah!

2:40

กรี๊ด!

Wait a minute, น้ำเสียง/เจตนา

2:42

เดี๋ยวก่อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Wait a minute ในฐานะสัญญาณว่าผู้พูดเพิ่งฉุกคิด

ในประโยคนี้ Wait a minute ไม่ได้เป็นคำขอให้รอตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นหลัก แต่ใช้หยุดความคิดเดิมของผู้พูด เพราะผู้พูดเพิ่งสังเกตว่าบางอย่างดูผิดปกติหรือไม่เป็นไปตามที่คาด ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อหยุดคิดชั่วครู่ ตรวจสอบเบาะแสใหม่ แล้วแก้ไขหรือตั้งคำถามกับความคิดเดิม มักมีความหมายว่า “เดี๋ยวก่อน นี่อาจไม่ถูกต้อง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Wait a minute เพื่อแสดงว่าผู้พูดเพิ่งสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติ?

  1. Please wait one minute while the paint dries.
  2. Wait a minute—this map is upside down.
  3. She waited for a minute before answering.
ดูคำตอบ

Wait a minute—this map is upside down.

Baby Car.

2:42

Baby Car

Creepy creepy monster,

2:44

สัตว์ประหลาดขนลุกขนลุก

scary monster.

2:45

สัตว์ประหลาดน่ากลัว

Creepy creepy monsters

2:47

สัตว์ประหลาดขนลุก

are roaming the city.

2:48

กำลังเดินเพ่นพ่านในเมือง

Hoi Poi

2:51

Hoi Poi

Pinkfong.

2:52

Pinkfong

Oh my goodness. น้ำเสียง/เจตนา

2:57

โอ้มายก๊อด

น้ำเสียง/เจตนา

Oh my goodness ในฐานะคำอุทานที่นุ่มนวล

Oh my goodness เป็นคำอุทานที่ใช้ตอบสนองต่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นกะทันหัน เช่น ความประหลาดใจ ความกังวล ความโล่งใจ หรือความตกใจ สถานการณ์และน้ำเสียงจะบอกว่าหมายถึงอารมณ์ใด ส่วน goodness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความดีทางศีลธรรมของใคร สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดแสดงปฏิกิริยาได้ชัดเจน พร้อมกับลดความรุนแรงของน้ำเสียงลง

แบบฝึกหัด

เมื่อต้องตอบสนองต่อเรื่องเล็กน้อยที่น่าประหลาดใจ สำนวนใดโดยทั่วไปนุ่มนวลและเหมาะกับครอบครัวมากที่สุด?

  1. Oh my God!
  2. I feel no surprise.
  3. Oh my goodness!
ดูคำตอบ

Oh my goodness!

Thank you.

2:58

ขอบคุณนะ

Mommy.

2:59

แม่คะ

You must always stay with your mom, ไวยากรณ์

3:01

ลูกต้องอยู่กับแม่เสมอ

dad, or adults

3:03

พ่อ หรือผู้ใหญ่

ไวยากรณ์

must always stay with: กฎสำคัญที่ต้องทำเสมอ

ในประโยคนี้ must แสดงว่าเป็นกฎที่ต้องปฏิบัติตาม และ always แสดงว่ากฎนี้ใช้ทุกครั้ง Stay with someone หมายถึงอยู่ใกล้คนนั้นและไม่แยกจากกัน โครงสร้าง ประธาน + must always + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกกฎสำคัญได้ ในที่นี้ must always stay with ทำให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยมีน้ำหนักมากกว่าคำแนะนำทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมกฎความปลอดภัยด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ต้องอยู่กับใครบางคนทุกครั้ง”: At the zoo, young children ____ an adult.

ดูคำตอบ

must always stay with

when you go out. กริยาวลี

3:05

เวลาลูกออกไปข้างนอกนะ

กริยาวลี

go out: ออกจากบ้าน

ในที่นี้ go out หมายถึงออกจากบ้านเพื่อไปใช้เวลาที่อื่น ในคำเตือนด้านความปลอดภัยนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงการไม่อยู่บ้านโดยทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะการไปงานสังคมแบบใดแบบหนึ่ง บริบททำให้ go out มีความหมายนี้ วลีเดียวกันยังอาจหมายถึงไฟหรือแสงดับ หรือคนสองคนกำลังคบหากัน แต่ความหมายเหล่านั้นไม่เข้ากับคำเตือนนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go out ในความหมายว่าออกจากบ้านเพื่อไปที่อื่น

  1. The candle will go out in the wind.
  2. When you go out, take your house key.
  3. Leo and Ana have been going out for a month.
ดูคำตอบ

When you go out, take your house key.

If you're lost, ไวยากรณ์

3:06

ถ้าลูกหลงทาง

ไวยากรณ์

If you're lost: การบอกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

If you're lost หมายถึง “ถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหรือไม่รู้ว่าจะไปยังจุดหมายได้อย่างไร” ในที่นี้ you're หมายถึง you are และ lost บอกสภาพที่คุณกำลังเป็นอยู่ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ใช้ตั้งสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยปกติจะต้องมีประโยคหลักตามมาเพื่อบอกว่าควรทำอะไรในสถานการณ์นั้น เช่น If you're lost, ask a trusted adult for help.

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยให้สมบูรณ์ โดยใช้อนุประโยค if แบบย่อที่หมายถึง “ถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน”: ____, ask a trusted adult for help.

ดูคำตอบ

If you're lost

it's best to wait where you are ไวยากรณ์

3:08

ทางที่ดีที่สุดคือรอตรงที่ลูกอยู่

ไวยากรณ์

It's best to wait where you are: การให้คำแนะนำที่ชัดเจนและนุ่มนวล

โครงสร้าง It's best to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้แนะนำการกระทำที่ดูปลอดภัยหรือเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นั้น ฟังดูนุ่มนวลกว่าคำสั่งโดยตรง แต่ยังเป็นคำแนะนำที่ชัดเจน Wait where you are หมายถึง “อยู่ในที่ที่คุณอยู่ตอนนี้แล้วรอ” ในที่นี้ where you are บอกสถานที่ที่ให้รอ ไม่ใช่คำถาม

แบบฝึกหัด

หัวหน้ากลุ่มจะกลับมายังจุดที่คุณอยู่พอดี เติมคำแนะนำโดยใช้ It's best to และคำที่หมายถึง “อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน”: ____ until the leader returns.

ดูคำตอบ

It's best to wait where you are

or ask an adult โน้ต

3:10

หรือขอให้ผู้ใหญ่

with a child

3:11

ที่มีเด็กมาด้วย

or the police for help.

3:12

หรือตำรวจช่วยนะ

วลี

ask an adult ... for help: วางผู้ที่เราขอความช่วยเหลือไว้ระหว่าง ask กับ for help

ในโครงสร้าง ask someone for help บุคคลที่เราขอความช่วยเหลือจะอยู่ระหว่าง ask กับ for help ในประโยคนี้ ตำแหน่งนั้นคือ an adult with a child or the police โครงสร้างนี้หมายถึงการขอความช่วยเหลือจากคนนั้น เราสามารถเปลี่ยนผู้ช่วยได้ แต่ยังคงลำดับ ask + บุคคล + for help ไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง ask + บุคคล + for help: If you cannot reach the shelf, ____ a librarian ____.

ดูคำตอบ

ask · for help

วัฒนธรรม

an adult with a child or the police: แยกผู้ที่ขอความช่วยเหลือได้สองกลุ่ม

ในคำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับเด็กนี้ or เชื่อมผู้ที่อาจให้ความช่วยเหลือได้สองกลุ่ม คือ an adult with a child และ the police รายการนี้ทำให้เด็กมีตัวเลือกที่ชัดเจนและสังเกตได้ง่ายในที่สาธารณะ with a child ขยายคำว่า adult จึงหมายถึงผู้ใหญ่ที่มีเด็กอยู่ด้วย ไม่ได้ระบุให้ child เป็นผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง ส่วน for ตัวสุดท้ายเป็นจุดเริ่มต้นของ for help และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ the police

แบบฝึกหัด

ใน ask an adult with a child or the police for help คำว่า with a child ขยายส่วนใด?

  1. ขยายความถึงตำรวจ
  2. ระบุให้เด็กเป็นผู้ช่วยอีกคนหนึ่ง
  3. ขยายความถึงผู้ใหญ่ที่มีเด็กอยู่ด้วย
ดูคำตอบ

ขยายความถึงผู้ใหญ่ที่มีเด็กอยู่ด้วย

Okay,

3:14

ตกลงค่ะ

I understand.

3:15

หนูเข้าใจแล้ว

Thank you for helping me. วลี

3:16

ขอบคุณที่ช่วยหนูนะคะ

วลี

Thank you for + -ing: บอกเหตุผลที่ขอบคุณ

โครงสร้าง Thank you for + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ใช้บอกเหตุผลที่ขอบคุณ ในประโยคนี้ helping me คือการกระทำที่ผู้พูดรู้สึกขอบคุณ for เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยาต้องใช้รูป -ing จึงพูดว่า Thank you for helping me ไม่ใช่ Thank you for help me นอกจากนี้ for ยังตามด้วยคำนามได้ เช่น Thank you for your help

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ help เติมประโยคให้สมบูรณ์: Thank you for ____ me with my homework.

ดูคำตอบ

helping

Stay smart. ลำดับความ

3:18

มีไหวพริบ

Stay safe.

3:20

ปลอดภัยไว้ก่อน

ลำดับความ

Stay smart. Stay safe. กับรูปแบบซ้ำ Stay + คำคุณศัพท์

ประโยคสั้นทั้งสองใช้รูปแบบเดียวกันคือ Stay + คำคุณศัพท์ ประโยคแรกเตือนให้ผู้ฟังมีสติและตัดสินใจอย่างรอบคอบ ส่วนประโยคที่สองเตือนให้อยู่อย่างปลอดภัย การพูด Stay ซ้ำทำให้แนวคิดสองอย่างวางอยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกัน โครงสร้างขนานนี้สร้างจังหวะที่ชัดเจน และทำให้ช่วงท้ายกลายเป็นคำขวัญด้านความปลอดภัยที่สั้นและจำง่าย

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้รูปแบบ Stay + คำคุณศัพท์ซ้ำกันเพื่อจัดคำเตือนสองข้อ?

  1. Be careful and stay safe.
  2. Smart choices can keep you safe.
  3. Stay calm. Stay ready.
ดูคำตอบ

Stay calm. Stay ready.

Super Rescue Team.

3:21

Super Rescue Team

To the rescue.

3:26

ออกกู้ภัย

Whoohoo!

3:35

วู้ฮู้!

Zoom zoom.

3:36

บรื้นบรื้น

Whoohoo!

3:37

วู้ฮู้!

Huh?

3:39

เอ๊ะ?

Wow, I wonder what this place is. ไวยากรณ์

3:41

ว้าว ฉันสงสัยจังว่าที่นี่คือที่ไหน

ไวยากรณ์

I wonder what this place is: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

I wonder ทำให้คำถามเป็นสิ่งที่ผู้พูดกำลังคิดอยู่ จึงใช้แสดงความสงสัยใคร่รู้แทนการถามอีกฝ่ายโดยตรง ส่วน what this place is เป็นคำถามทางอ้อม หรือคำถามที่อยู่ในประโยคที่ยาวกว่า โดยยังคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ดังนั้นหลัง I wonder จึงใช้ what + this place + is ไม่ใช่ what is this place

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำหลัง I wonder ได้ถูกต้อง

  1. I wonder where is the library.
  2. I wonder where the library is.
  3. I wonder the library where is.
ดูคำตอบ

I wonder where the library is.

I'm curious.

3:44

ฉันอยากรู้จัง

Let's go in. น้ำเสียง/เจตนา

3:45

เข้าไปกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's go in: การเสนอให้ทำบางอย่างด้วยกัน

Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำบางอย่างด้วยกัน Let's เป็นรูปย่อของ let us และ go ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ go in หมายถึงเข้าไปข้างในจากด้านนอก Let's go in เป็นการชวนให้ทุกคนเข้าไปด้วยกัน ไม่ได้บอกให้เฉพาะผู้ฟังเข้าไป

แบบฝึกหัด

คุณกำลังยืนอยู่ข้างนอกกับเพื่อนและต้องการชวนให้ทั้งคู่เข้าไปข้างใน เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: It's cold out here. ____ and warm up.

ดูคำตอบ

Let's go in

So yesterday

3:48

คือเมื่อวานนี้

Huh?

3:49

เอ๊ะ?

I got the alert วลี

3:49

ฉันได้รับสัญญาณเตือน

วลี

got the alert: ได้รับคำเตือนหรือการแจ้งเตือน

ใน got the alert คำว่า got เป็นรูปอดีตของ get และหมายถึง “ได้รับ” alert คือคำเตือนหรือการแจ้งเตือนสำคัญ ผู้พูดได้รับข้อมูล ไม่ได้หยิบจับสิ่งของจริง ๆ คำว่า the ชี้ถึงการแจ้งเตือนเฉพาะที่คนในสถานการณ์นั้นรู้ว่าเป็นอันไหน ในสถานการณ์ใหม่ get an alert หมายถึงได้รับคำเตือนหรือการแจ้งเตือน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get ในความหมายว่าได้รับคำเตือนหรือการแจ้งเตือน

  1. I set an alert for seven o'clock.
  2. I turned off the alert sound.
  3. I got the storm alert on my phone.
ดูคำตอบ

I got the storm alert on my phone.

and went straight to town. วลี

3:51

และตรงเข้าไปในเมืองทันที

วลี

went straight to town: ไปยังจุดหมายโดยตรง

ใน went straight to town คำว่า straight บอกว่าคนนั้นเดินทางอย่างไร โดยหมายถึงไปยังเมืองนั้นโดยตรง ไม่ได้ไปที่อื่นก่อนหรืออ้อมทาง ในบริบทนี้ยังอาจสื่อว่าไม่ได้ชักช้าด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ go straight to + จุดหมาย รูปแบบนี้อาจเน้นเส้นทางที่ตรง การลงมือทันที หรือทั้งสองอย่าง ไม่ได้หมายความว่าถนนต้องเป็นเส้นตรงอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลีโอไปห้องสมุดทันทีโดยไม่แวะที่อื่นก่อน

  1. After school, Leo visited a café before going to the library.
  2. After school, Leo walked straight ahead for two blocks.
  3. After school, Leo went straight to the library.
ดูคำตอบ

After school, Leo went straight to the library.

But then

3:53

แต่แล้ว

a car appeared from an alley.

3:54

ก็มีรถโผล่ออกมาจากซอย

It looked very suspicious. ไวยากรณ์

3:56

มันดูน่าสงสัยมาก

ไวยากรณ์

It looked very suspicious: look + คำคุณศัพท์

ในประโยค It looked very suspicious คำว่า looked เป็นการใช้ look เป็นกริยาเชื่อม ไม่ได้หมายถึงการจงใจมองไปที่บางสิ่ง แต่บอกความรู้สึกหรือภาพที่สิ่งนั้นทำให้ผู้พูดเห็น suspicious เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยายประธาน และ very ใช้เพิ่มระดับความเข้ม โครงสร้างคือ look + คำคุณศัพท์ เช่น something can look strange, safe, tired, or ready ส่วน looked เป็นรูปอดีต จึงบอกว่าสิ่งนั้นดูเป็นอย่างไรในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ look + คำคุณศัพท์เพื่อบอกความประทับใจ

  1. The jacket looked expensive.
  2. She looked at the jacket.
  3. She looked carefully for the jacket.
ดูคำตอบ

The jacket looked expensive.

Um

3:59

อื้ม

So then I

4:00

แล้วฉันก็เลย

Huh?

4:01

เอ๊ะ?

Um

4:02

อื้ม

Oh, hi.

4:04

โอ้ หวัดดี

Who are you?

4:04

พวกคุณเป็นใครเหรอ?

Hello, we are

4:06

สวัสดี พวกเราคือ

Vroom Vroom.

4:08

Vroom Vroom

Zoom zoom.

4:09

บรื้นบรื้น

What goes on here? สำนวน

4:11

ที่นี่มีอะไรเหรอ?

สำนวน

What goes on here?: go on ที่หมายถึงเกิดขึ้น

ใน What goes on here? คำว่า go on เป็นกริยาวลีที่มีความหมายว่าเกิดขึ้นหรือดำเนินไป คำถามนี้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือมีอะไรเกิดขึ้นในสถานที่หรือสถานการณ์นี้ ไม่ได้หมายถึงเดินต่อไป What เป็นประธานของ goes on จึงใช้ What goes on ไม่ใช่ What does go on รูปปัจจุบันธรรมดาอาจใช้ถามกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือเมื่อมีบริบทและน้ำเสียงที่เหมาะสมก็ใช้ถามสถานการณ์ตรงหน้าได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go on เพื่อถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นเป็นประจำในสถานที่หนึ่ง

  1. What goes on here every Friday?
  2. What's going on here right now?
  3. Where are you going after class?
ดูคำตอบ

What goes on here every Friday?

This is the Super Rescue Headquarters. วัฒนธรรม

4:13

ที่นี่คือศูนย์บัญชาการ Super Rescue

วัฒนธรรม

Super Rescue Headquarters: ฐานหลักของทีมกู้ภัย

Headquarters หมายถึงสำนักงานใหญ่หรือฐานปฏิบัติการหลักขององค์กร ในที่นี้ Super Rescue Headquarters เป็นชื่อฐานกลางที่ใช้จัดการและสั่งการงานของทีมกู้ภัย

แบบฝึกหัด

headquarters ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ฐานหลักขององค์กร
  2. คนที่รับสายฉุกเฉิน
  3. รถกู้ภัย
ดูคำตอบ

ฐานหลักขององค์กร

We train and prepare for dispatch. การใช้คำ

4:15

เราฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมเพื่อออกปฏิบัติการ

การใช้คำ

train and prepare for dispatch ในงานฉุกเฉิน

Train และ prepare เป็นคำกริยาที่วางขนานกัน ทีมทั้งฝึกทักษะและเตรียมตัวให้พร้อม ส่วน prepare for ตามด้วยคำนาม dispatch ในงานกู้ภัย dispatch หมายถึงการส่งทีมหรือคำสั่งให้ทีมไปทำงาน ดังนั้น prepare for dispatch จึงหมายถึงการเตรียมพร้อมที่จะออกปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การเตรียมพัสดุเพื่อส่งไปรษณีย์

แบบฝึกหัด

ในบริบทงานกู้ภัยนี้ train and prepare for dispatch หมายถึงอะไร?

  1. พวกเขาหยุดฝึกและกลับบ้าน
  2. พวกเขาฝึกบรรจุสิ่งของสำหรับจัดส่ง
  3. พวกเขาฝึกและเตรียมพร้อมที่จะถูกส่งไปทำภารกิจ
ดูคำตอบ

พวกเขาฝึกและเตรียมพร้อมที่จะถูกส่งไปทำภารกิจ

Ahem.

4:18

อะแฮ่ม

Huh?

4:18

เอ๊ะ?

We keep the whole town safe. ไวยากรณ์

4:19

เรารักษาความปลอดภัยให้ทั้งเมือง

ไวยากรณ์

keep the whole town safe: keep + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน We keep the whole town safe. หลัง keep จะตามด้วยกรรม the whole town ก่อน แล้วจึงตามด้วยคำคุณศัพท์ safe โดย safe บอกสภาพของเมือง ไม่ได้บอกลักษณะการกระทำ โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของคงอยู่ในสภาพหนึ่ง โครงสร้างนี้ยังใช้ใน keep the baby warm, keep the room clean และ keep everyone calm ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เรียง keep, you และ warm ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This coat will ____ on a cold day.

ดูคำตอบ

keep you warm

Huh?

4:21

เอ๊ะ?

Cool.

4:23

เจ๋งไปเลย

How?

4:24

ทำยังไงล่ะ?

Huh?

4:26

เอ๊ะ?

Huh?

4:32

เอ๊ะ?

To the rescue.

4:32

ออกกู้ภัย

The brave Super Rescue Team.

4:34

Super Rescue Team ผู้กล้าหาญ

Off we go anytime, วลี

4:37

เราออกเดินทางทุกเวลา

anywhere.

4:39

ทุกที่

วลี

Off we go ในฐานะสัญญาณออกเดินทางที่ร่าเริง

Off we go เป็นสำนวนพูดตายตัวที่ใช้ในจังหวะที่คนหนึ่งคนหรือกลุ่มคนเริ่มเคลื่อนที่หรือออกเดินทาง ในประโยคนี้หมายถึงพวกเรากำลังออกเดินทางตอนนี้ด้วยน้ำเสียงร่าเริงและกระฉับกระเฉง การวาง off ไว้ข้างหน้าทำให้ประโยคมีลักษณะเหมือนสัญญาณเริ่มออกเดินทาง ควรเรียน Off we go เป็นสำนวนตายตัวทั้งชุด ไม่ควรสลับลำดับคำตามใจหรือใช้ลำดับนี้เป็นรูปแบบไวยากรณ์ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมสัญญาณออกเดินทางที่ร่าเริงด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: The bikes are ready—____!

ดูคำตอบ

Off we go

วลี

anytime, anywhere: ไม่จำกัดเวลาหรือสถานที่

anytime หมายถึงเวลาใดก็ได้ และ anywhere หมายถึงสถานที่ใดก็ได้ เมื่อนำมาวางคู่กันหลังการกระทำเป็น anytime, anywhere จะสื่อว่าการกระทำนั้นไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาหรือสถานที่ คำคู่นี้สั้น สมดุล ฟังดูกระฉับกระเฉง และจำง่าย ในประโยคนี้ คำคู่นี้ช่วยเน้น Off we go โดยสื่อว่าสามารถออกเดินทางได้ไม่ว่าเมื่อไรหรือที่ไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแอปไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาหรือสถานที่

  1. You can use this app at the library.
  2. You can use this app anytime, anywhere.
  3. You can use this app every morning.
ดูคำตอบ

You can use this app anytime, anywhere.

Always we are brave and fast.

4:40

เรากล้าหาญและว่องไวเสมอ

Call for us loudly,

4:44

เรียกเราดังๆ เลย

the Super Rescue Team.

4:45

Super Rescue Team

To the rescue.

4:47

ออกกู้ภัย

Call when you need any help. ไวยากรณ์

4:52

โทรเรียกเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ

ไวยากรณ์

when you need any help: ระบุเวลาที่ควรลงมือทำ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกผู้ฟังว่าควรทำตามคำสั่ง Call เมื่อไรหรือในสถานการณ์ใด หมายถึงให้โทรมาในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ ใน when you need any help คำว่า any ทำให้ขอบเขตของ help กว้างขึ้น เพียงต้องการความช่วยเหลือประเภทใดหรือมากน้อยเพียงใดก็ใช้ได้ รูปแบบ action + when + situation มีประโยชน์สำหรับการให้คำแนะนำและคำแนะนำด้านความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกให้โทรมาในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ

  1. Call me because I left a message.
  2. Call me after the problem is over.
  3. Call me when you need any help.
ดูคำตอบ

Call me when you need any help.

Yeah.

4:54

เย้

Police car.

4:54

รถตำรวจ

Call anytime when you're hurt. การใช้คำ

4:55

โทรเรียกได้ตลอดเวลาเมื่อคุณบาดเจ็บ

การใช้คำ

when you're hurt: บอกสภาวะที่ได้รับบาดเจ็บ

ในที่นี้ hurt ใช้บอกสภาพร่างกายของคนที่ได้รับบาดเจ็บ โดยอยู่หลัง be ใน you're hurt จึงหมายถึงคุณกำลังอยู่ในสภาพบาดเจ็บ ไม่ได้หมายถึงคุณกำลังทำร้ายคนอื่น วลี when you're hurt บอกสถานการณ์ที่คำแนะนำนี้ใช้ได้ คือเมื่อคุณได้รับบาดเจ็บก็โทรมาได้ทุกเมื่อ โครงสร้าง be + hurt ยังใช้บอกสภาพปัจจุบันของคนในบริบทอื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hurt เพื่อบอกว่าคนคนหนึ่งกำลังอยู่ในสภาพบาดเจ็บตอนนี้

  1. You may get hurt if you run there.
  2. Your arm hurts after practice.
  3. Tell the coach if you're hurt during practice.
ดูคำตอบ

Tell the coach if you're hurt during practice.

Ambulance.

4:57

รถพยาบาล

Call when a fire breaks out. กริยาวลี

4:58

โทรเรียกเมื่อเกิดไฟไหม้

กริยาวลี

a fire breaks out: บอกเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

วลี a fire breaks out เป็นการใช้คงที่ของ phrasal verb break out ซึ่งหมายความว่าไฟเริ่มไหม้ขึ้นอย่างกะทันหัน โดยมักอยู่ในลักษณะที่อันตรายหรือควบคุมไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงการทำอะไรบางอย่างแตกแล้วออกไปตามความหมายตรงตัว ในความหมายนี้ fire เป็นประธาน และ break out ไม่ต้องมีกรรมตรง เนื่องจาก a fire เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้ breaks out โครงสร้างนี้ยังใช้กับเหตุการณ์อื่นที่เริ่มขึ้นอย่างกะทันหันได้ เช่น การทะเลาะวิวาทหรือโรคระบาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าไฟเริ่มขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่บอกว่าใครเป็นสาเหตุ

  1. Sam started a small fire for cooking.
  2. A fire broke out in the kitchen.
  3. The family built a safe fire for the camp.
ดูคำตอบ

A fire broke out in the kitchen.

Fire truck.

5:00

รถดับเพลิง

Fly high in the sky. วลี

5:01

บินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

วลี

Fly high in the sky: บอกความสูงและสถานที่

Fly high หมายถึงบินอยู่ในระดับสูง ส่วน in the sky บอกว่าการบินเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อรวมกันจึงทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าบางสิ่งกำลังบินอยู่สูงเหนือพื้นดินมาก ในที่นี้ high บอกความสูงจริงของการกระทำ fly จึงทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ แม้จะมีรูปเหมือนคำคุณศัพท์ high

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายว่านกอินทรีกำลังบินอยู่ในระดับสูงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The eagle flew high in the sky.
  2. The eagle was highly respected by the researchers.
  3. The eagle flew highly in the sky.
ดูคำตอบ

The eagle flew high in the sky.

Helicopter.

5:03

เฮลิคอปเตอร์

The brave Super Rescue Team.

5:04

Super Rescue Team ผู้กล้าหาญ

To the rescue.

5:06

ออกกู้ภัย

Call when you need any help.

5:11

โทรเรียกเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ

Police car.

5:13

รถตำรวจ

Call anytime when you're hurt.

5:14

โทรเรียกได้ตลอดเวลาเมื่อคุณบาดเจ็บ

Ambulance.

5:16

รถพยาบาล

Call when a fire breaks out.

5:17

โทรเรียกเมื่อเกิดไฟไหม้

Fly high in the sky.

5:20

บินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

Helicopter.

5:22

เฮลิคอปเตอร์

The brave Super Rescue Team.

5:23

Super Rescue Team ผู้กล้าหาญ

To the rescue.

5:26

ออกกู้ภัย

Super duper super power. การใช้คำ

5:30

พลังซูเปอร์ดูเปอร์

การใช้คำ

Super duper: คำเสริมระดับแบบขี้เล่น

Super duper เป็นวิธีพูดว่า very หรือ extremely แบบขี้เล่นและเกินจริง ซึ่งหมายถึง “มาก” หรือ “อย่างยิ่ง” ใน Super duper super power วลีนี้ทำให้ super power ฟังดูน่าตื่นเต้นและยิ่งใหญ่เกินจริงมากขึ้น วลีนี้สร้างขึ้นมาให้คล้องจองและฟังสนุก ในที่นี้ duper ไม่ได้ใช้ด้วยความหมายตามพจนานุกรมแยกต่างหาก แต่ super duper ทำหน้าที่เป็นคำเสริมระดับแบบไม่เป็นทางการหนึ่งชุด

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้: การเขียน“Our class did a super duper good job”ในจดหมายทางการถึงผู้อำนวยการโรงเรียนเหมาะสมหรือไม่

  1. เหมาะ—super duper เหมาะกับงานเขียนทางการ
  2. ไม่เหมาะ—super duper ขี้เล่นเกินไปสำหรับจดหมายทางการ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ—super duper ขี้เล่นเกินไปสำหรับจดหมายทางการ

Power up. กริยาวลี

5:32

เพิ่มพลัง

กริยาวลี

Power up: เปิดใช้หรือเพิ่มพลัง

Power up เป็นกริยาวลี โดย power ทำหน้าที่เป็นคำกริยาเมื่อใช้ร่วมกับ up ดังนั้นวลีนี้จึงบอกการกระทำ ไม่ได้เป็นคำนาม power ที่หมายถึง “พลัง” ในประโยคนี้ คำสั่งสั้น ๆ หมายถึง “เปิดใช้พลังงาน” หรือ “แข็งแกร่งขึ้น” ในเกม เรื่องราวซูเปอร์ฮีโร่ และสื่อที่คล้ายกัน วลีนี้มักใช้เมื่อผู้เล่น โล่ หรือความสามารถได้รับพลังงานหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่เมื่อใช้กับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ power up อาจหมายถึงการเปิดเครื่องจนพร้อมทำงาน

แบบฝึกหัด

ในเกม Power up your shield หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทำให้โล่แข็งแกร่งขึ้นหรือเปิดใช้พลังงานของโล่
  2. นำโล่ไปวางบนชั้นที่สูงขึ้น
  3. พลิกโล่กลับหัวลง
ดูคำตอบ

ทำให้โล่แข็งแกร่งขึ้นหรือเปิดใช้พลังงานของโล่

When we are all together. ไวยากรณ์

5:33

เมื่อเรารวมกัน

All together.

5:35

รวมกันทั้งหมด

Everything's possible.

5:36

ทุกอย่างก็เป็นไปได้

ไวยากรณ์

When we are all together ... Everything's possible: สถานการณ์และผลลัพธ์

When we are all together เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when และวางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกสถานการณ์ ส่วน Everything's possible เป็นประโยคหลักที่บอกผลลัพธ์ การพูด All together ซ้ำตรงกลางเป็นการแทรกแบบเนื้อเพลงเพื่อสร้างจังหวะและเน้นความหมาย เมื่อเขียนเป็นประโยคทั่วไป ความสัมพันธ์คือ When we are all together, everything's possible. นี่เป็นรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ คือ “When + สถานการณ์, ผลลัพธ์” เนื้อเพลงใช้รูปแบบนี้เชื่อมการทำงานเป็นทีมเข้ากับผลลัพธ์ที่ให้กำลังใจโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค when ที่ต้นประโยคเพื่อบอกสถานการณ์ แล้วใช้ประโยคหลักเพื่อบอกผลลัพธ์อย่างชัดเจน?

  1. When we work together, difficult tasks become easier.
  2. We work together because difficult tasks become easier.
  3. Difficult tasks become easier, but we work together.
ดูคำตอบ

When we work together, difficult tasks become easier.

1, 2, 3.

5:39

1 2 3

The brave Super Rescue Team.

5:39

Super Rescue Team ผู้กล้าหาญ

Yeah.

5:42

เย้

To the rescue.

5:44

ออกกู้ภัย

Now, do you see what the Super Rescue Team does? ไวยากรณ์

5:50

ตอนนี้ พวกเธอรู้หรือยังว่า Super Rescue Team ทำอะไรบ้าง?

ไวยากรณ์

Do you see what ... does?: ลำดับคำในคำถามแฝง

ในที่นี้ Do you see ...? หมายถึง “เข้าใจ...ไหม?” ไม่ได้ถามเพียงว่ามองเห็นบางสิ่งหรือไม่ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ระบุข้อมูลที่ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจ What the Super Rescue Team does เป็นคำถามที่แฝงอยู่ในคำถามที่ใหญ่กว่า หลัง what จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา คำถามด้านนอกใช้ Do you see ...? อยู่แล้ว จึงไม่สลับลำดับด้านในเป็น what does the Super Rescue Team do

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง Do you know ได้ถูกต้อง?

  1. Do you know what this button do?
  2. Do you know what this button does?
  3. Do you know what does this button do?
ดูคำตอบ

Do you know what this button does?

Yes.

5:54

รู้แล้วฮะ

That was so cool. การใช้คำ

5:54

มันเท่มากๆ เลย

การใช้คำ

so cool: คำชมแบบกันเองที่แสดงความตื่นเต้น

ใน That was so cool คำว่า cool หมายถึง “น่าประทับใจ น่าตื่นเต้น หรือยอดเยี่ยม” ไม่ได้บอกอุณหภูมิ ผู้พูดกำลังแสดงความรู้สึกชื่นชมอย่างตื่นเต้นต่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น So ช่วยเพิ่มระดับความหมายของคำคุณศัพท์ cool โดย That was cool เป็นคำชมเชิงบวก ส่วน That was so cool ฟังดูตื่นเต้นและเน้นย้ำมากกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so cool เป็นคำชมอย่างตื่นเต้น?

  1. Your science project is so cool!
  2. The soup is so cool that I need to heat it.
  3. The fan keeps the room cool.
ดูคำตอบ

Your science project is so cool!

I wanted to be a dinosaur ไวยากรณ์

5:56

ฉันเคยอยากเป็นไดโนเสาร์

ไวยากรณ์

wanted to be: บอกความฝันในอดีต

รูป wanted to be + บทบาท อาชีพ หรือสิ่งที่อยากเป็น ใช้บอกว่าใครคนหนึ่งเคยหวังว่าจะเป็นอะไร wanted เป็นรูปอดีตของ want และ to be เชื่อมความต้องการเข้ากับบทบาทหรือสิ่งนั้น ในที่นี้ wanted to be a dinosaur บอกถึงความฝันในอดีต รูปอดีตทำให้รู้ว่ากำลังพูดถึงความต้องการในช่วงที่ผ่านมา รูปนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าความฝันนั้นเป็นจริงหรือไม่ หรือปัจจุบันยังต้องการเหมือนเดิมหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ want to be: When Leo was six, he ____ an astronaut.

ดูคำตอบ

wanted to be

when I grew up. กริยาวลี

5:58

ตอนที่ฉันโตขึ้น

กริยาวลี

grew up: รูปอดีตของ grow up

Grow up หมายถึงการมีอายุมากขึ้นและเติบโตจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ grew เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ grow ดังนั้น grew up จึงเป็นรูปอดีตของ grow up ส่วน growed up ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน ในการเล่าย้อนถึงความฝันในวัยเด็กนี้ when I grew up หมายถึง “ตอนที่ฉันโตขึ้น” เมื่อมองจากช่วงเวลาในอดีต และชี้ถึงเวลาภายหลังที่เด็กคนนั้นกำลังจินตนาการไว้

แบบฝึกหัด

เติมความทรงจำเกี่ยวกับความฝันในวัยเด็กนี้ด้วยรูปอดีตของ grow up: I wanted to be a pilot when I ____.

ดูคำตอบ

grew up

But I changed my mind. สำนวน

5:59

แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว

สำนวน

changed my mind: เปลี่ยนการตัดสินใจเดิม

change one's mind เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงเปลี่ยนจากความคิด แผน หรือการตัดสินใจเดิมไปเป็นอย่างอื่น ใน changed my mind คำว่า changed เป็นรูปอดีต และ my บอกว่าเป็นการตัดสินใจของผู้พูดที่เปลี่ยนไป But แสดงความขัดแย้งกับความคิดก่อนหน้า คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น I changed my mind, she changed her mind และ they changed their minds

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่แสดงการเปลี่ยนการตัดสินใจเดิม: I was going to order juice, but I ____ and ordered milk instead.

ดูคำตอบ

changed my mind

Oh, a dinosaur?

6:01

โอ้ ไดโนเสาร์เหรอ?

Yes.

6:03

ใช่ค่ะ

She wanted to be a Tyrannosaurus.

6:04

เธอเคยอยากเป็น Tyrannosaurus

What do you want to be now? ไวยากรณ์

6:07

แล้วตอนนี้เธออยากเป็นอะไรล่ะ?

ไวยากรณ์

What do you want to be now?: ถามถึงบทบาทหรืออาชีพที่อยากเป็นตอนนี้

What do you want to be? ใช้ถามว่าคนคนหนึ่งอยากมีบทบาทหรืออาชีพอะไร โครงสร้างคือ What + do + ประธาน + want to be และคำตอบมักเป็นคำนามที่บอกบทบาทหรืออาชีพ เช่น a teacher หรือ an astronaut Now เน้นความต้องการในปัจจุบัน และอาจสื่อว่าคำตอบก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

คนคนหนึ่งเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาชีพในอนาคต คำถามใดใช้ถามว่าตอนนี้เขาอยากมีบทบาทหรืออาชีพอะไร

  1. What do you want now?
  2. What do you want to be now?
  3. What do you want to do now?
ดูคำตอบ

What do you want to be now?

I want to be a cool fire truck.

6:09

ฉันอยากเป็นรถดับเพลิงสุดเท่

And I want to be a helicopter.

6:12

และฉันอยากเป็นเฮลิคอปเตอร์

Whoosh.

6:15

ฟิ้ววว

Really?

6:19

จริงเหรอ?

Ready.

6:27

พร้อม

Roger. วัฒนธรรม

6:28

รับทราบ

วัฒนธรรม

Roger: คำตอบรับทางวิทยุ

ในที่นี้ Roger เป็นคำตอบรับสั้น ๆ แบบการสื่อสารทางวิทยุ หมายถึง “ฉันได้รับและเข้าใจข้อความแล้ว” เป็นการตอบข้อมูลหรือคำสั่ง ไม่ได้หมายถึงคนที่ชื่อ Roger คำนี้ยืนยันว่าการสื่อสารสำเร็จ แต่เมื่อใช้เพียงคำเดียว ไม่ได้หมายความว่าการกระทำที่ขอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แบบฝึกหัด

ในการสื่อสารทางวิทยุ “Roger.” น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  2. ได้รับและเข้าใจข้อความแล้ว
  3. คนที่ชื่อ Roger ควรตอบ
ดูคำตอบ

ได้รับและเข้าใจข้อความแล้ว

Forest.

6:30

Forest

Cloudia.

6:31

Cloudia

Pinkfong Super Rescue Team.

6:35

Pinkfong Super Rescue Team

Are you ready? น้ำเสียง/เจตนา

6:42

พร้อมกันหรือยัง?

Yes, I'm ready.

6:44

ใช่ ฉันพร้อมแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Are you ready? ... Yes, I'm ready. — การตรวจสอบความพร้อม

Are you ready? ใช้โครงสร้าง be ready เพื่อตรวจสอบว่าผู้ฟังพร้อมหรือไม่ก่อนเริ่มกิจกรรม เนื่องจาก ready เป็นคำคุณศัพท์ ประโยคคำถามจึงวาง are ไว้หน้า you Yes, I'm ready. เป็นคำตอบรับที่ชัดเจน โดย I'm หมายถึง I am บทสนทนาคู่นี้ใช้ตกลงว่าเกม บทเรียน งาน หรือกิจกรรมร่วมกันอื่น ๆ พร้อมเริ่มเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมบทสนทนาด้วยคำถามตรวจสอบความพร้อมที่เน้นไว้และคำตอบรับแบบเต็ม: ____? Yes, ____.

ดูคำตอบ

Are you ready · I'm ready

Roger.

6:46

รับทราบ

Click the subscribe button.

6:50

คลิกปุ่มติดตามด้วยนะ

Complete.

6:51

สมบูรณ์